Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

โลกต้องมีสันติสุข สมาชิกโลกต้องเคารพกันและกัน

Posted on September 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/682161

โลกต้องมีสันติสุข สมาชิกโลกต้องเคารพกันและกัน

โลกต้องมีสันติสุข สมาชิกโลกต้องเคารพกันและกัน

วันเสาร์ ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2565, 13.51 น.

พวกเราคือพลเมืองไทยผู้ย้ายถิ่นฐานมาจากไต้หวัน พวกเรามาตั้งถิ่นฐานในประเทศไทยนานกว่า 40 ปีแล้ว เรายังยึดมั่นในหลักสันติภาพ เสรีภาพ อิสรภาพตลอดเวลา และต้องการเห็นโลกของเราร่มเย็นเป็นสุข ไร้สงคราม พวกเราสนับสนุนการอยู่ร่วมกันโดยสันติ

แม้พวกเราจะอยู่ห่างจากแผ่นดินเกิด แต่พวกเราก็ยังคงมีความปรารถนาดีต่อแผ่นดินแม่ของเราเสมอ อยากให้แผ่นดินแม่มีความสงบร่มเย็นผาสุก

เมื่อไม่นานมานี้ พวกเราได้อ่านคำเรียกร้องของนายอู๋ เจา เซี่ย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ของไต้หวัน ที่ขอให้บรรดามิตรสหายจากนานาประเทศ ร่วมกันเขียนจดหมายสนับสนุนให้ไต้หวันได้กลับเข้าเป็นสมาชิกองค์การสหประชาชาติ ซึ่งพวกเราสนับสนุนเรื่องนี้ เพราะพวกเรามีความมั่นใจว่าชาวไต้หวันทุกคนปรารถนาจะเห็นโลกของเรามีความสงบสุขอย่างถาวร

สาระสำคัญจากบทความของรัฐมนตรีต่างประเทศของไต้หวัน มีดังนี้ ประชาคมโลกกำลังเผชิญกับวิกฤตการณ์นานัปการ เช่น ปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 การเผชิญกับสภาวะการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ (climate change) การรุกรานยูเครนโดยรัสเซียและปัญหาห่วงโซ่อุปทานหยุดชะงัก และรวมถึงเรื่องที่ไต้หวันกำลังตกอยู่ในสภาวะถูกจีนข่มขู่ อย่างไรก็ตามในขณะนี้กำลังมีการประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ จึงเห็นควรแจ้งให้ผู้นำนานาประเทศทราบอีกครั้งว่า เสียงของสมาชิกประชาคมโลก รวมถึงเสียงของชาวไต้หวันควรจะได้รับการรับฟังจากประชาคมโลก

ในช่วงโควิด-19 แพร่ระบาด และช่วงที่เกิดสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครน ไต้หวันได้ให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งในฐานะที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่อันดับที่ 22 ของโลก และเป็นประเทศหลักที่ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ ไต้หวันจึงมีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่อุปทานของโลก ไต้หวันไม่เพียงแต่ยืนยันให้หลักการประชาธิปไตย แต่ยังสนับสนุนระเบียบระหว่างประเทศที่อิงตามกฎเกณฑ์ความสัมพันธ์อันดีของสมาชิกโลก และยึดมั่นในหลักสันติภาพโดยแท้จริง

หลังจากไต้หวันถูกพรากสิทธิการมีส่วนร่วมในองค์การสหประชาชาติ และหน่วยงานขององค์การสหประชาชาติในระยะยาว ก็เท่ากับว่าเป็นการพรากโอกาสของประชาคมโลกในการได้รับคุณูปการจากไต้หวันไปโดยปริยาย 

หัวข้อการประชุมสมัชชาใหญ่องค์การสหประชาชาติสมัยที่ 77 คือ ช่วงเวลาของจุดเปลี่ยนผัน : แนวทางการแก้ไขปัญหาเชิงปฏิรูปเพื่อรับมือกับความท้าทายที่เชื่อมโยงระหว่างกัน (A Watershed Moment : Transformative Solutions to Interlocking) เป็นการเตือนประชาคมโลกให้ตระหนักถึงความท้าทายกำลังเผชิญอยู่ พวกเราเห็นด้วยที่องค์การสหประชาชาติหารือเพื่อร่วมกันหาทางออกของปัญหา และ หลักการใช้ความสามัคคี ในการแก้ไขวิกฤตการณ์ต่าง ๆ 

ทั้งนี้ ไต้หวันยินดีอย่างยิ่งที่จะเป็นส่วนหนึ่งเพื่อร่วมแก้ไขปัญหา ประชาชนชาวไต้หวัน 23.5 ล้านคนล้วนมีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะเข้าไปมีส่วนช่วยแก้ปัญหาและวิกฤตการณ์ต่าง ๆ ของโลกอย่างแท้จริง โลกจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายเพื่อแก้ปัญหาให้ลุล่วงไปโดยเร็ว เพื่อความอยู่รอดปลอดภัยของสมาชิกโลกทั้งมวล

ชาวไต้หวันคือพันธมิตรที่ประชาคมโลกที่ยินดีร่วมสร้างสันติภาพให้กับโลกของเราทุกคน ประชาชนชาวไต้หวันยินดีร่วมสร้างคุณประโยชน์ให้ประชาคมโลก เราทุกคนหวังจะได้เห็นความสามัคคีเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน และร่วมกันนำพาโลกของเราให้ก้าวเดินไปในทิศทางแห่งการพัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อตัวของเราเองในวันนี้ และเพื่อลูกหลานของประชาคมโลกในอนาคต

พิพัฒน์ หวังพิชิต พรทิพย์ ชูพินิจศักดิ์ ธนวัตน์ ชัยวัฒนากุล และสุจิตรา ลาภธีรวุฒิ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิดประเทศ 3 เดือน นทท.แห่เที่ยวเบตงกว่าแสนคนสร้างรายได้กว่า 200 ล้านบาท

Posted on September 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/682156

เปิดประเทศ 3 เดือน นทท.แห่เที่ยวเบตงกว่าแสนคนสร้างรายได้กว่า 200 ล้านบาท

เปิดประเทศ 3 เดือน นทท.แห่เที่ยวเบตงกว่าแสนคนสร้างรายได้กว่า 200 ล้านบาท

วันเสาร์ ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2565, 12.59 น.

ภายหลังเปิดประเทศเต็มรูปแบบระยะเวลากว่า 3 เดือนตั้งแต่เดือนกรกฎาคมและเดือนกันยายนปีนี้ นักท่องเที่ยวแห่เที่ยวในพื้นที่อำเภอเบตง จังหวัดยะลากว่า 100,000 คน สร้างรายได้เข้าพื้นที่กว่า 200 ล้านบาท

วันที่ 24 ก.ย.65 บรรยากาศการท่องเที่ยวในพื้นที่ อ.เบตง จ.ยะลา เริ่มดีขึ้นตามลำดับภายหลังเปิดประเทศเต็มรูปแบบโดยมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงเดือนกรกฎาคมจนถึงเดือนกันยายน 2565 มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวกว่า 100,000 คนส่งผลให้ตัวเลขนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นและมีรายได้เข้าพื้นที่กว่า 200 ล้านบาท

นายเอก ยังอภัย ณ สงขลา นายอำเภอเบตง ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดูแลความปลอดภัย สร้างความเชื่อมั่น และอำนวยความสะดวก ให้แก่นักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทย และ ต่างชาติ เพื่อเป็นการกระตุ้นการเติบโตของนักท่องเที่ยวที่มีโอกาสเติบโตสูง โดยปัจจุบันได้เปิดประเทศอย่างเต็มรูปแบบแล้ว  และ สถานประกอบการ ร้านอาหาร สถานบันเทิง ได้เปิดให้บริการ พร้อมรับนักท่องเที่ยว เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว สร้างรายรับกระจายรายได้จากการท่องเที่ยวสู่ท้องถิ่น

นายเอก ยังอภัย ณ สงขลา นายอำเภอเบตง กล่าวอีกว่า โดยในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา มีอัตราการเดินทางของนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดซึ่ง เป็นผลมาจากการผ่อนคลายมาตรการเดินทางเข้าประเทศไทยของรัฐบาล ที่ให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูการท่องเที่ยวมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการบรรเทาผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 ที่ผ่านมาที่ประชาชนได้รับ ทำให้บรรยากาศการท่องเที่ยวที่อำเภอเบตง กลับมาคึกคักอีกครั้งหนึ่งในรอบปีนี้ โดยเฉพาะในช่วงไฮซีซั่นไตรมาส 4 ตั้งแต่เดือน ต.ค.-ธ.ค.นี้ คาดมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาอีกเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์  

ด้าน พ.ต.ท.สมเจตน์ หนูชัยแก้ว สารวัตรด่านตรวจคนเข้าเมืองเบตง กล่าวว่า ภายหลังมีการเปิดประเทศอย่างเป็นทางการ ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้า-ออกประเทศ ทางด่านพรมแดนเบตง จ.ยะลา อย่างต่อเนื่อง และเพิ่มขึ้นตามลำดับ โดยเฉพาะช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาวันละ 1,000-1,500 คน ส่วนวันธรรมดาวันละ 500-800 คนใน เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวเข้าประเทศจำนวน 5,609 คน

เดือนมิถุนายนมีนักท่องเที่ยวเข้าประเทศจำนวน 13,469 คน และเดือนกรกฎาคมจนถึงเดือนกันยายนปีนี้มีนักท่องเที่ยวเข้าประเทศผ่านพรมแดนอำเภอเบตงจำนวนกว่า 100,000 คนส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวจากมาเลเซียและสิงคโปร์ ซึ่งนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติส่วนใหญ่ไม่หวั่นต่อเหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีความเชื่อมั่นในมาตรการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ ในการดูแลความปลอดภัยในการท่องเที่ยวในพื้นที่ อ.เบตง จ.ยะลา จึงต่างทยอยเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่ อ.เบตง อย่างต่อเนื่อง – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เริ่มแล้วประเพณีถือศีลกินเจสุดยิ่งใหญ่’ไหว้เจ้า 9 ศาล’ชมศาสนสถานศักดิ์สิทธิ์ 2 ฝั่งแม่น้ำท่าจีน

Posted on September 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/682154

เริ่มแล้วประเพณีถือศีลกินเจสุดยิ่งใหญ่'ไหว้เจ้า 9 ศาล'ชมศาสนสถานศักดิ์สิทธิ์ 2 ฝั่งแม่น้ำท่าจีน

เริ่มแล้วประเพณีถือศีลกินเจสุดยิ่งใหญ่’ไหว้เจ้า 9 ศาล’ชมศาสนสถานศักดิ์สิทธิ์ 2 ฝั่งแม่น้ำท่าจีน

วันเสาร์ ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2565, 12.30 น.

งานไหว้เจ้า 9 ศาลเทศกาลกินเจสมุทรสาครได้จัดขึ้นเป็นปีที่ 16 ระหว่างวันที่ 25 กันยายนถึง 4 ตุลาคมประจำปี พ.ศ.2565 เทศบาลนครสมุทรสาคร ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานสมุทรสงครามและชมรมผู้ประกอบการอาหารเจและศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์ 9 แห่งพร้อมด้วยความร่วมมือจากองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนอีกหลายฝ่ายร่วมกันจัดงานขึ้น

สำหรับ ประเพณีการถือศีลกินเจของจังหวัดสมุทรสาครเป็นวัฒนธรรมที่ได้สืบทอดปฏิบัติกันมาอย่างยาวนานและกลายมาเป็นประเพณีสำคัญอย่างหนึ่งของจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งได้ผนวกรวมกับเรื่องการท่องเที่ยวเยี่ยมชมสักการะศาลเจ้า จำนวน 9 แห่ง ซึ่งตั้งอยู่สองฝั่งแม่น้ำท่าจีน

วัตถุประสงค์ของงานไหว้เจ้า 9 ศาลเทศกาลกินเจเพิ่อการรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีดั้งเดิมของศาลเจ้าต่างๆ และพิธีกรรมโบราณ ซึ่งยังบริสุทธิ์ครบถ้วนและหาชมได้ยากในปัจจุบัน นอกจากนี้ ยังมีร้านจำหน่ายอาหารเจมากมายนับ 100 ร้านค้า ตั้งอยู่บริเวณริมเขื่อนหน้าศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรสาคร

นายรัชตพล มีลาภ นักวิชาการชำนาญงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร ร่วมกับเทศบาลนครสมุทรสาคร พร้อมสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนที่จะมารับประทานอาหารเจซึ่งจัดเตรียมไว้มากมายหลากหลายชนิด โดยมีการควบคุมความสะอาดและคุณภาพของอาหาร โดย “อาหารต้องสะอาดและ รสชาติต้องอร่อย” ไฮไลต์อาหารเจในงานมีการ”ผัด5เส้นมหามงคล”แจกจ่ายให้กับประชาชนที่มาเที่ยวงาน ไหว้เจ้า 9 ศาลเทศกาลกินเจ ประจำปี 2565 ซึ่งทุกคนจะได้อิ่มกาย อิ่มใจ และอิ่มบุญ กับการสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ตามเส้นทางบุญ หนุนมงคลชีวิต พร้อมรับ พาสปอร์ตท่องเที่ยวและเหรียญมหามงคลศาลเจ้าได้ที่ศาลเจ้าทั้ง 9 แห่ง จึงจอเชิญชวนประชาชนให้มาเที่ยวงานถือศีลกินเจในปีนี้กันให้มากๆ – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘พุทธอิสระ’เดือด ปม’แพรรี่-พระชาตรี’ สำเนียงส่อภาษา-อย่าเอาไม้สั้นไปรันขี้

Posted on September 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/682148

'พุทธอิสระ'เดือด ปม'แพรรี่-พระชาตรี' สำเนียงส่อภาษา-อย่าเอาไม้สั้นไปรันขี้

‘พุทธอิสระ’เดือด ปม’แพรรี่-พระชาตรี’ สำเนียงส่อภาษา-อย่าเอาไม้สั้นไปรันขี้

วันเสาร์ ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2565, 11.31 น.

‘พุทธะอิสระ’ โพสต์เฟซบุ๊ก เดือดปม แพรรี่ – พระชาตรี ลั่น! “อย่าเอาไม้สั้นไปรันอุจจาระ”

24 ก.ย.65 เฟซบุ๊ก หลวงปู่พุทธะอิสระ (Buddha Isara) ของ นายสุวิทย์ ทองประเสริฐ หรือ อดีตพระพุทธอิสระ อดีตเจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย จ.นครปฐม และ อดีตแกนนำ กปปส. โพสต์ข้อความร่ายยา ระบุว่า 

สำเนียงส่อภาษา กิริยาส่อสกุล การกระทำส่อความเป็นชาติสกุล
๒๓ กันยายน ๒๕๖๕

กราบนมัสการท่านอาจารย์ชาตรีที่เคารพ
เห็นคลิปท่านออกมาวิพากษ์วิจารณ์ผู้ที่เคยบวชอาศัยผ้าเหลือง เพื่อเรียนรู้ศึกษาจนยกระดับตนเอง จากเด็กบ้านนอกที่สุด แสนจะคับแคบอนาถา กลับกลายเป็นพระมหา ๒ เพศ

ก็พอเข้าใจในความคาดหวังที่สังคมไทยมีต่อคนระดับมหาเปรียญธรรม ๙ ประโยค และนักศึกษาในมหาวิทยาลัยสงฆ์ จนสำเร็จปริญญาโท ว่าจะบวชหรือสึก ก็คงจะเป็นต้นแบบที่ดีของผู้คนในสังคม

แต่สิ่งที่สังคมเห็น ท่านอาจารย์ดูจากบุคคลที่เคยบวชเข้ามาถึง ๑๘ ปี (นับแต่แต่บวชเณร) แต่กลับมีพฤติกรรมไม่ต่างอะไรกับคนที่มัวเมากับการหาอยู่หากินกับกามคุณอย่างลุ่มหลง ประมาท จึงทำให้สังคมและท่านอาจารย์ผิดหวัง

มาวันนี้เขาได้เปลี่ยนสถานะจากพระมหาเป็นหญิงก็ไม่ใช่ชายก็ไม่เชิง แสดงพฤติกรรม กิริยา วาจา รุกรานผู้มีศีลโดยไม่สำนึกถึงบาปบุญคุณโทษ

หากผู้มีศีลนั้นกระทำพฤติกรรม ละเมิดศีล ละเมิดพระวินัย ละเมิดอุดมการณ์ของพระบรมศาสดา เช่นนั้นก็สมควรถูกด่า ถูกประจาน

การที่ท่านพระอาจารย์ชาตรีออกมาเตือนหรืออีกฝ่ายจะเรียกออกมาด่าก็ตามที
โดยสามัญสำนึกของปราชญ์ ของบัณฑิต วิญญูชน จะต้องหันมามองตนเอง สำรวจดูว่า

เออ..เรามีอะไรที่บกพร่อง ผิดพลาดที่กระทำการไป พูดไป คิดไป ทำให้สื่อให้เห็นว่า เราเป็นคนพาล คนขาดศีลธรรม
แล้วปรับปรุงตนให้ถูกต้อง ตามทำนองคลองธรรมเหล่านี้คือ คุณลักษณะของบัณฑิต
แต่คนที่ท่านอาจารย์วิพากษ์ หาใช่ผู้ที่เป็นบัณฑิตไม่

ท่านอาจารย์ครับ ชีวิตของความเป็นนักบวชของท่านได้เดินมาในเส้นทางแห่งวิถีพุทธ ที่สง่างดงามดีแล้ว อย่าลดตนเองลงมาเกลือกกลั้วกับคนพาลเลย

สิ่งที่ท่านทำผู้คนทั้งประเทศรวมทั้งชาวรัสเซียเขารับรู้ เขาสัมผัสได้ นิมนต์ให้มุ่งมั่น เผยแผ่อุดมการณ์ของพระบรมศาสดาให้กว้างไกลไปทั่วโลก อย่ามาให้ราคากับคนพาลเลยท่าน

ดังภาษิตที่กล่าวไว้ว่า
คบคนพาล พาลพาไปหาผิด
คบบัณฑิต บัณฑิตพาไปหาผล
คบคนชั่ว จักพาตัวอัปมงคล
จักพาตน เสียใจเพราะพาลพา

ท่านอาจารย์เป็นคนใต้ คงจะเคยได้ยินคำพังเพยที่คนใต้ คนเก่าเขาจะมักเปรียบเปรย พูดสอนลูกหลานเอาไว้ว่า

“อย่าเอาไม้สั้นไปรันขี้”

สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นปรากฏการณ์ของคนพาลที่มากไปด้วยอัตตา ตัวกูใหญ่จนใครๆ ไม่สามารถมาแตะต้อง ตักเตือนได้ บัณฑิตทั้งหลายจึงควรอยู่ให้ห่างไกล

พุทธะอิสระ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชาวชัยภูมิพบหินประหลาดเชื่อเป็น ‘เหล็กไหล’ มีน้ำไหลออกตลอดเวลาจนใหญ่ขึ้น

Posted on September 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/682145

ชาวชัยภูมิพบหินประหลาดเชื่อเป็น 'เหล็กไหล' มีน้ำไหลออกตลอดเวลาจนใหญ่ขึ้น

ชาวชัยภูมิพบหินประหลาดเชื่อเป็น ‘เหล็กไหล’ มีน้ำไหลออกตลอดเวลาจนใหญ่ขึ้น

วันเสาร์ ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2565, 10.59 น.

ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากครอบครัวของนายสมยศ นันทเสน อายุ 46 ปี อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 102/1 บ้านกุดเหม่ง หมู่ 2 ต.ชีลอง อ.เมือง จ.ชัยภูมิว่า ได้พบก้อนหินคล้ายเหล็กไหล ตามความของเชื่อชาวบ้านมาแต่โบราณ และก้อนหินดังกล่าวดูเหมือนจะมีชีวิต เพราะสามารถผุดเนื้อก้อนหินออกมาจากก้อนหินได้อีกและมีน้ำไหลตลอดเวลา

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปตรวจสอบที่บ้านดังกล่าวและพบกับนายสมยศ นันทเสน อายุ 46 ปี เจ้าของผู้พบหินเหล็กไหลดังกล่าว บอกว่า ตนไปพบก้อนเหล็กไหลก้อนนี้เมื่อช่วงประมาณ 8 เดือนที่ผ่านมา หลังไปที่ทุ่งนาเพื่อขุดดินปลูกต้นกล้วยไว้ในที่นาก็ไปพบก้อนหินดังกล่าวจึงนำกลับบ้านมาล้างดินที่ติดมาทำความสะอาดพบว่ามีความคล้ายหินเหล็กไหลตามความเชื่อของชาวบ้าน ผู้เฒ่าผู้แก่ ที่นี่มาช้านานและบอกให้นำน้ำผึ้งมาแช่ไว้ในพาน เพื่อนำบูชาไว้ที่บ้านจะเป็นสิริมงคล เกิดโชคลาภให้ครอบครัวและญาติพี่น้องทุกคนได้ รวมทั้งได้ถือศีล 5 ปฏิบัติธรรม สวดมนต์บูชาไว้ที่บ้านมาต่อเนื่องที่ได้มาครบ 8 เดือนพอดีในวันนี้

นายสมยศ บอกด้วยว่า สิ่งที่ตนสังเกตเห็นตลอด 8 เดือนที่ผ่านมา คือตนได้เห็นหินคล้ายเหล็กไหลก้อนนี้เดิมทีจะมีขนาดน้ำหนักประมาณ 4 ขีด เมื่อมีการนำบูชาแช่น้ำผึ้งไว้ในพานก้อนหินเหล็กไหลก้อนนี้กลับมีน้ำเหล็กไหลงอกออกมาจากก้อนมีขนาดใหญ่ขึ้นต่อเนื่องตลอด 8 เดือนที่ผ่านมา จนมีขนาดใหญ่ขึ้นกว่า 5 -6 ขีดแล้ว จึงเชื่อว่าน่าจะเป็นวัตถุมงคลตามความเชื่อของคนโบราณ เพราะที่ผ่านมาได้ทำให้คนในครอบครัวมีความสุขที่ได้ปฏิบัติธรรมถือศีล 5 และมีโชคลาภมาอย่างต่อเนื่องไม่ขาด

“ผมอยากให้ผู้เชี่ยวชาญเรื่องหินเหล็กไหลในลักษณะนี้มาช่วยพิสูจน์ด้วยว่า สิ่งที่เกิดขึ้นทำไมหินเหล็กไหลก้อนนี้เหมือนมีชีวิต สามารถผุดน้ำไหลเหล็กออกมาจากก้อนหินก้อนนี้มีขนาดใหญ่ขึ้นได้ ก็อยากรู้คำตอบจากผู้เชี่ยวชาญด้วยว่าหินที่พบนี้คืออะไรกันแน่ในครั้งนี้ด้วย” นายสมยศ กล่าว – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

โจ๋พัทยาจัดต่อยมวย เคลียร์ใจ อุปกรณ์พร้อม-จบแล้วขอโทษ..แยกย้าย

Posted on September 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/682144

โจ๋พัทยาจัดต่อยมวย เคลียร์ใจ อุปกรณ์พร้อม-จบแล้วขอโทษ..แยกย้าย

โจ๋พัทยาจัดต่อยมวย เคลียร์ใจ อุปกรณ์พร้อม-จบแล้วขอโทษ..แยกย้าย

วันเสาร์ ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2565, 10.56 น.

นักท่องเที่ยวฮือฮา โจ๋พัทยาจัดต่อยมวย เคลียร์ใจ อุปกรณ์พร้อม จบแล้วขอโทษ แยกย้าย

เฟซบุ๊ก เรารักพัทยา ได้เผยภาพภาพเหตุการณ์พร้อมระบุว่า เมื่อเวลา 00.30 ของคืนวันที่ 24 กันยายน 2565 ณ ชายหาดพัทยา มีผู้สนใจมุงดูกันเป็นจำนวนมาก ได้มีกลุ่มวัยรุ่น อายุอยู่ระหว่าง 15 ถึง 20 ปี ประมาณ เกือบ 100 คน ได้รวมกลุ่มกันจัดต่อยมวย บริเวณหน้าชายหาดพัทยา ท่ามกลางสายตานักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ มุงดูกันเป็นจำนวนมาก

โดยมีอุปกรณ์คือ นวม และ ฟันยาง ต่างฝ่าย ต่างเตรียมมากันเอง โดยการต่อยก็จะสมัครใจต่อยกันเอง ถ้าเหนื่อยไม่ไหวก็ยอมแพ้ไป หรือ ถ้าล้มลงก็ไม่มีการต่อยซ้ำ โดยมีพรรคพวกและเพื่อนของแต่ล่ะฝ่ายคอยสอน และส่งเสียงเชียร์ให้กำลังใจ

จากการสอบถาม นายหรั่ง ได้ทราบว่าไม่ได้เรียนหนังสือ ซ้อมมวยอย่างเดียวอยู่ที่ค่ายเพชรสมาน ได้ทราบว่ามารวมตัวกันโดยไม่ได้นัดหมาย และเกิดการท้าทายกันขึ้น เลยตัดสินใจต่อยมวยกันดีกว่า จะได้ไม่ต้องไปทะเลาะกันที่อื่นโดยใช้อาวุธ ต่อยเสร็จก็ขอโทษขอโพยกันไป ไม่มีการโกธรกันแต่อย่างใด  -009

ขอบคุณภาพ : เรารักพัทยา

ขอบคุณภาพ : เรารักพัทยา

ขอบคุณภาพ : เรารักพัทยา

ขอบคุณภาพ : เรารักพัทยา

ขอบคุณภาพ : เรารักพัทยา

ขอบคุณภาพ : เรารักพัทยา

ขอบคุณภาพ : เรารักพัทยา

ขอบคุณภาพ : เรารักพัทยา

ขอบคุณภาพ : เรารักพัทยา

ขอบคุณภาพ : เรารักพัทยา

ขอบคุณภาพ : เรารักพัทยา

ขอบคุณภาพ : เรารักพัทยา

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชาวครบุรีแห่เก็บเห็ดโคน’ราชาเห็ดป่า’ในป่าชุมชนขาย กก.ละ 300- 450 บาท

Posted on September 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/682139

ชาวครบุรีแห่เก็บเห็ดโคน'ราชาเห็ดป่า'ในป่าชุมชนขาย กก.ละ 300- 50 บาท

ชาวครบุรีแห่เก็บเห็ดโคน’ราชาเห็ดป่า’ในป่าชุมชนขาย กก.ละ 300- 50 บาท

วันเสาร์ ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2565, 09.51 น.

วันที่ 24 ก.ย.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณป่าชุมชนบ้านตลิ่งชัน ต.จระเข้หิน อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา ได้มีชาวบ้านจำนวนมากต่างพากันออกไปหาเก็บเห็ดโคน หรือเห็ดปลวก ที่ได้ชื่อว่า ราชาเห็ดป่า ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติภายในเขตป่าชุมชนบ้านตลิ่งชัน ต.จระเข้หิน ภายหลังจากที่ในห้วงเดือนนี้เกิดมีฝนตกสลับกับอากาศร้อนอบอ้าวมีแดดจัด ทำให้เกิดมีเห็ดโคนงอกออกมาจากพื้นดินในผืนป่าเป็นจำนวนมาก ซึ่งในช่วงนี้ถือเป็นช่วงที่ 4 ของปีแล้ว ที่มีเห็ดโคนงอกออกมาให้ชาวบ้านแถบนี้ได้เก็บมาเป็นอาหารลดภาระค่าใช้จ่าย และจำหน่ายสร้างรายได้เสริมเป็นอย่างดี เพราะเห็ดโคนเป็นเห็ดที่นิยมบริโภคเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีเนื้อนุ่ม หวาน รสชาติอร่อย

โดยราคาของเห็ดโคนตอนนี้ยังค่อนข้างสูง อย่างเห็ดโคนดอกบานราคาจะอยู่ที่กิโลกรัมละ 300 บาท ส่วนเห็ดโคนดอกตูมราคาจะสูงถึงกิโลกรัมละ 450 บาท ซึ่งหากคนหาเป็นผู้ชำนาญก็จะได้วันละ 4 – 5 กิโลกรัม ก็จะสามารถสร้างรายได้อย่างน้อยวันละกว่า 1,000 บาท เลยทีเดียว และนอกจากเห็ดโคนแล้ว ก็ยังมีเห็ดป่าชนิดอื่นๆ งอกออกมาให้ชาวบ้านได้เลือกเก็บอีกเช่นเดียวกัน

ทั้งนี้ ผืนป่าชุมชนบ้านตลิ่งชัน นั้นมีเนื้อที่หลายพันไร่ ถือเป็นแหล่งอาหารชุมชนสำคัญของชาวบ้านตำบลจระเข้หิน ที่จะมีของป่าเกิดขึ้นมาตามธรรมชาติมากมายตลอดทั้งปี อย่างเช่น เห็ด, หน่อไม้, หน่อเพ็ก, กระบุกป่า รวมไปถึงแมงจีนุน เป็นต้น ซึ่งชาวบ้านแถบนี้รวมถึงชาวบ้านจากพื้นที่อื่น ก็จะพากันมาหาเก็บของป่าเพื่อนำกลับไปรับประทาน เนื่องจากชื่นชอบในรสชาติของอาหารป่าเหล่านี้ ในทุกฤดูกาล ทำให้ป่าชุมชนแห่งนี้ได้รับการดูและและอนุรักษ์เป็นอย่างดี และยังคงความอุดมความสมบูรณ์อย่างที่เห็นและเป็นแหล่งอาหารชุมชนที่สำคัญมาจนทุกวันนี้ – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปแนวหน้า : ‘ส่งออกแผ่ว..ท่องเที่ยวพุ่ง’ 9เดือนแรกเศรษฐกิจไทยปี’65

Posted on September 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/682037

สกู๊ปแนวหน้า :  ‘ส่งออกแผ่ว..ท่องเที่ยวพุ่ง’  9เดือนแรกเศรษฐกิจไทยปี’65

สกู๊ปแนวหน้า : ‘ส่งออกแผ่ว..ท่องเที่ยวพุ่ง’ 9เดือนแรกเศรษฐกิจไทยปี’65

วันเสาร์ ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

เมื่อเร็วๆ นี้ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) จัดงานสัมมนาวิชาการประจำปี 2565 ของคณะเศรษฐศาสตร์ มธ. (EconTU Symposium) ครั้งที่ 44 ภายใต้หัวข้อ “ความท้าทายของการยกระดับ S-Curve ในยุค Next Normal” ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการเสวนาเรื่อง “9 เดือนผ่านไป เศรษฐกิจไทยไหวหรือเปล่า?” โดยมีวิทยากร 3 ท่านร่วมให้มุมมอง

เบญจรงค์ สุวรรณคีรี รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวม (GDP) ของไทยยุคก่อนโควิดอยู่ที่ 16.9 ล้านล้านบาทแต่ในปี 2565 อยู่ที่ 16.7 ล้านล้านบาท ยังน้อยกว่าถึง2 แสนล้านบาท ขณะที่เพื่อนบ้านร่วมภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) เช่น สิงคโปร์ อินโดนีเซีย มาเลเซียและเวียดนาม เศรษฐกิจขยายตัวได้ดี และ GDP ก็กลับไปอยู่ในจุดที่มากกว่าปี 2562 ซึ่งเป็นยุคก่อนโควิดแล้ว

ขณะที่เมื่อดูเป็นรายภาคส่วน พบว่า 1.การส่งออก นับตั้งแต่ช่วงสถานการณ์โควิด-19 การส่งออกคือ “พระเอก” ดันให้เศรษฐกิจไทยเติบโตได้ในภาพรวม ถึงกระนั้น การส่งออกก็เป็นเรื่องของตัวเลข ไม่ใช่เรื่องของเศรษฐกิจฐานกว้าง อีกทั้งผู้ส่งออกระดับนำในไทยก็ไม่ได้มีจำนวนมากนัก อนึ่ง ในปี 2564การส่งออกของไทยสูงเป็นประวัติการณ์ โดยขยายตัวถึงร้อยละ 17แต่ในปี 2565 นี้ ต้องดู 2 ปัจจัย ด้านหนึ่งปีก่อนส่งออกสูงเป็นพิเศษ หากปีนี้จะเอาชนะก็คงโตได้แต่ไม่มาก

กับอีกด้านหนึ่งที่เศรษฐกิจโลกผันผวน บวกกับการทยอยขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อชะลอเศรษฐกิจ หรือเพื่อกดเงินเฟ้อ ก็จะทำให้ Demand (อุปสงค์-ความต้องการ) ในเศรษฐกิจโลกลดลง ส่วนฝั่ง Supply (อุปทาน-การจัดหา) ก็มีปัญหา เช่น Supply Chain Disruption (ห่วงโซ่อุปทานหยุดชะงัก) การขาดแคลน Semiconductor (ชิพ) Sentiment (ความอ่อนไหว)และราคาในตลาด ซึ่งกระทบการส่งออกทั้งสิ้น โดยรวมทั้งปี 2565การส่งออกน่าจะอยู่ที่ร้อยละ 6-7

2.การท่องเที่ยว เริ่มฟื้นตัวอย่างชัดเจน เห็นได้จาก 8 เดือนแรกของปี 2565 มีชาวต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวในไทยแล้ว 4 ล้านคน และช่วง 4 เดือนสุดท้ายซึ่งจะเข้าสู่ช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (High Season) ก็น่าจะเข้ามาเฉลี่ยเดือนละมากกว่า1 ล้านคน 3.การบริโภค ฟื้นตัวเช่นเดียวกับภาคการท่องเที่ยวแต่ก็มีข้อจำกัดในการเติบโต เช่น หนี้ครัวเรือน ปัญหาเงินเฟ้อ และ 4.การลงทุน ในภาคเอกชนพบยังคงขยายตัวได้ต่อเนื่องส่วนภาครัฐชะลอตัวลง ซึ่งก็สอดคล้องกับปัจจุบันที่หนี้สาธารณะค่อนข้างสูง รวมถึงงบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงโควิดถูกใช้ไปจนใกล้จะหมดแล้ว

“ในปี 2565 ที่เหลือ ผ่านมา 9 เดือนแล้ว อีก 3 เดือนหลังก็เป็นแรงฮึด ซึ่งหวังว่าท่องเที่ยวจะเข้ามาหนุน การบริโภคในประเทศถ้ายังยืนได้ แล้วก็ส่งออกกลับมา อาจจะปิดปีนี้ GDPโตได้ 3% แต่เราเหลือโจทย์ที่ต้องปิดช่องว่าง GDP ที่หายไปตอนช่วงโควิด” รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย กล่าว

คงฤทธิ์ จันทริก ผู้อำนวยการบริหาร สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2565 มูลค่าการส่งออกไปในตลาดโลกยังถือว่าค่อนข้างดีแต่การเติบโตที่เห็นเป็นการมองในแง่มูลค่า ส่วนในแง่ปริมาณยังมีคำถาม เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบและอัตราเงินเฟ้อสูงขึ้น ขณะที่การนำเข้าในช่วงเดียวกัน หลายสินค้าเพิ่มขึ้น แต่จำนวนตู้คอนเทนเนอร์กลับลดลงร้อยละ 4.2 โดยเฉพาะช่วง 2 เดือนล่าสุด จากการพูดคุยกับผู้ประกอบการ พบการลดลงของ Order (การสั่งสินค้า) ดังนั้นแม้การส่งออกจะโต แต่ก็น่าจะโตในอัตราถดถอยมากกว่าอัตราเร่ง

เมื่อดูเป็นรายประเภทสินค้า พบว่า 1.เกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตร 7 เดือนแรกที่ผ่านมาเติบโตร้อยละ 16.7 ซึ่งได้รับอานิสงส์จากราคาในตลาดโลกที่เพิ่มสูงขึ้น อย่างไรก็ตามสินค้าเกษตรไทยส่งออกไปประเทศจีนมากถึงร้อยละ 23.8 จึงต้องจับตาเพราะสถานการณ์เศรษฐกิจของจีนค่อนข้างสุ่มเสี่ยง แม้ไม่ถึงขั้นถดถอยแต่การเติบโตอาจน้อยกว่าที่คิด ส่วนการส่งออกไปประเทศอื่นๆ ค่อนข้างทรงตัว และราคาสินค้าเกษตรไทยยังอยู่ในเกณฑ์แข่งขันได้ อีกปัจจัยที่ต้องติดตามคือภัยธรรมชาติ เช่น ภัยแล้ง ปรากฏการณ์ลานีญาที่ทำให้ฝนตกหนักและตกชุก

2.สินค้าอุตสาหกรรม 7 เดือนแรกที่ผ่านมาก็เติบโตได้ดีก่อนเห็นสัญญาณชะลอตัว โดยเฉพาะรถยนต์ ซึ่งมาจากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ส่วนสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ยังพอไปได้เรื่อยๆ ขณะที่เมื่อวิเคราะห์เป็นรายประเทศหรือภูมิภาค พบว่า “สหรัฐอเมริกา” จะอยู่ที่เรื่องเงินเฟ้อ แต่ชาวอเมริกันก็ค่อนข้างแปลก เพราะแม้ประเทศจะมีปัญหาเงินเฟ้อมานานแต่ก็ยังมีพฤติกรรมบริโภคสินค้าต่างๆ อยู่มากเช่นเดิม ซึ่งปัจจุบัน สหรัฐฯ แซงจีนไปแล้วในด้านการเป็นประเทศที่ซื้อสินค้าจากไทย

ขณะที่ “สหภาพยุโรป (EU)” ผลจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน กระทบกับ EU อย่างชัดเจน เห็นได้จากปริมาณสินค้าทั้งจากไทย รวมถึงภูมิภาคเอเชียตะวันออก (Far East-ตะวันออกไกล) ที่ส่งไปยุโรปนั้นลดลง ส่วน “จีน” นอกจากเศรษฐกิจชะลอตัวแล้วยังเจอปัญหาภัยแล้ง ซึ่งก็ยังทำให้จำเป็นต้องซื้อสินค้าเกษตรจากต่างประเทศอยู่ ส่วนข้อกังวลเรื่องความขัดแย้งระหว่างจีนกับไต้หวัน จะส่งผลกระทบต่อการผลิตชิพนั้น ไต้หวันได้ปรับตัวหันไปสั่งทรายที่เป็นวัตถุดิบจากแหล่งอื่น
แทนจีนมาพักใหญ่แล้ว ผลกระทบที่คาดการณ์กันไว้จึงไม่น่าจะมีมากนัก

“ในมุมของผู้ประกอบการ เรากังวลเรื่องของพลังงาน เราอยากให้ภาครัฐช่วยในเรื่องของการควบคุมเรื่องต้นทุน เรื่องต้นทุนเป็นตัวหลักเลย มันเป็นสิ่งที่ค้ำคอเรามาก ถ้าเกิด Global Demand (ความต้องการทั่วโลก) มันเลวร้ายไปกว่านี้ต้นทุนที่สูงมันอาจจะทำให้เราอยู่ไม่รอดในการประกอบธุรกิจในระยะหลังจากนี้ ส่วนการขึ้นราคา คิดว่าเป็นเรื่องที่ยาก เราก็เข้าใจว่าภายใต้สถานการณ์เศรษฐกิจของประชาชนไทย มันก็เป็นเรื่องยากที่จะขึ้นราคา ดังนั้นสิ่งที่เราอยากได้จริงๆ คือทำให้เรามีต้นทุนในการผลิตที่อยู่ได้ทั้งตลาดในประเทศและส่งออก” คงฤทธิ์ กล่าว

รศ.ดร.จุฑาทิพย์ จงวนิชย์ กลุ่มคลัสเตอร์ความสามารถในการแข่งขัน คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า อัตราของผู้ที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศ (Catching Up Rate) เมื่อเทียบกับโลกยุคก่อนโควิด-19 ปัจจุบันไทยอยู่ที่ 0.37 ต่ำกว่าเพียงมาเลเซียและสิงคโปร์ ซึ่งอยู่ที่ 0.42 แต่หากตัดปัจจัยเรื่องนักท่องเที่ยวจีนออกไป ไทยจะอยู่ที่ 0.5 และยังสามารถดันต่อได้ ภาคการท่องเที่ยวจึงมีบทบาทเป็นพระเอกในช่วงนี้

ส่วนการส่งออกนั้น ช่วงครึ่งแรกของปี 2565 ยังทำหน้าที่ได้ดีอยู่ กระทั่งแผ่วลงในเดือนกรกฎาคม อีกทั้งลดลงอย่างรวดเร็วเมื่อเทียบกับเพื่อนบ้านในภูมิภาคอย่างมาเลเซียและสิงคโปร์ โดยเฉพาะในกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า คอมพิวเตอร์และสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เช่นเดียวกับกลุ่มยานยนต์ที่ลดลงเร็วเมื่อเทียบกับอินโดนีเซีย ขณะที่การลงทุนโดยตรง ปัจจุบันเริ่มเห็นการเข้ามาลงทุนในประเทศ ส่วนใหญ่เป็นด้านอาหารและคอมพิวเตอร์ แต่เม็ดเงินที่เข้ามาก็ยังน้อยกว่าสิงคโปร์และอินโดนีเซีย

สำหรับ “ปัจจัยที่ต้องจับตามองว่าอาจส่งผลกระทบไปถึงปี 2566” เช่น อัตราเงินเฟ้อที่ไทยสูงกว่าหลายประเทศในอาเซียน อาทิ สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เวียดนามและมาเลเซีย ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ยังสูงหนี้ครัวเรือน อัตราดอกเบี้ยขาขึ้น เศรษฐกิจโลกชะลอตัว เหล่านี้อาจทำให้การบริโภคและการลงทุนลดลง ซึ่งการลงทุนภาคเอกชนก็ยังไม่ฟื้นอย่างชัดเจน โดยไตรมาสแรกนั้นติดลบไปถึงร้อยละ 7ส่วนไตรมาสที่ 2 ติดลบร้อยละ 1.33

“อัตราเงินเฟ้อที่สูงจะแก้อย่างไรได้บ้าง อาจจะต้องเข้ามาดูอัตราแลกเปลี่ยนให้ใกล้ชิด อาจจะกังวลว่าถ้าเข้ามาดูแล้วทำให้อัตราแลกเปลี่ยนมันแข็งแล้วจะส่งผลต่อการส่งออกไหม? คิดว่ามันจะไม่ส่งผลมากด้วย 2 เหตุผล 1.อัตราแลกเปลี่ยนมันจะมีผลต่อการส่งออกมากถ้าเกิดว่าใช้ Domestic Content (ของในประเทศ) เยอะๆ ฉะนั้นเกษตรก็อาจเป็นไปได้ แต่ในส่วนของภาคอุตสาหกรรมที่มันมี Import Content (ของนำเข้า)เยอะๆ แล้วเราอยู่ใน Global Value Chain (ห่วงโซ่อุปทานของโลก) ตรงนี้อาจจะไม่มีผลมาก

2.ถ้าเกิดอัตราเงินเฟ้อของเรามันเพิ่มขึ้นไปสูงมากๆ สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ต้นทุนของผู้ผลิตจะสูง และทำให้ผลประโยชน์ที่เราจะได้จากอัตราแลกเปลี่ยนที่มันอ่อน หรือเรียกว่าอัตราแลกเปลี่ยนที่แท้จริงมันจะลดลง แล้วในที่สุดก็จะทำให้การส่งออกเราลดลงกว่าที่เราตั้งใจที่จะได้จากอัตราแลกเปลี่ยนที่อ่อนค่า อีกอันหนึ่งที่จะทำได้คือเราคงจะต้องเข้าไปช่วยผู้เปราะบาง ซึ่งรัฐบาลก็พยายามทำอยู่ ฉะนั้นก็ต้องมีการประเมินต่อเนื่องว่ามันดีขึ้นไหม?ผู้เปราะบางดีขึ้นไหม? มาตรการเหล่านี้ควรต้องยืดเวลาไหม?” รศ.ดร.จุฑาทิพย์ กล่าว

รศ.ดร.จุฑาทิพย์ กล่าวต่อไปว่า นอกจากนั้น รัฐบาลควรเข้าไปดูโครงสร้างของราคา ว่าโครงสร้างบางอย่างมีการบิดเบือนหรือไม่ เช่น โควตา ซึ่งยังดีที่รัฐบาลยอมลงโควตา 3 ต่อ 1หรือการเลื่อน (Postpone) การเก็บการตอบโต้ภาษีของสินค้าบางอย่างออกไปเพื่อไม่เพิ่มต้นทุนกับผู้ประกอบการ โดยรัฐบาลต้องประเมินว่าจะต้องต่อนโยบายออกไปหรือไม่ ขณะเดียวกันผู้ประกอบการเองก็ต้องปรับตัว เช่น ทำให้เครื่องจักรมีประสิทธิภาพมากขึ้น หันมาใช้พลังงานหมุนเวียน และทำให้พลังงานที่ใช้ในภาคอุตสาหกรรมมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น!!!

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘น้าหงา’ลั่นแพ้ชนะคือเกม แต่ถึงเวลาต้องสังคายนา ฟุตบอลไทยครั้งใหญ่ได้แล้ว

Posted on September 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/682113

'น้าหงา'ลั่นแพ้ชนะคือเกม แต่ถึงเวลาต้องสังคายนา ฟุตบอลไทยครั้งใหญ่ได้แล้ว

‘น้าหงา’ลั่นแพ้ชนะคือเกม แต่ถึงเวลาต้องสังคายนา ฟุตบอลไทยครั้งใหญ่ได้แล้ว

วันศุกร์ ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2565, 21.30 น.

วันที่ 23 กันยายน 2565 ยังคงเป็นกระแสบนโลกออนไลน์ของวงการฟุตบอลทีมชาติไทย หลังพ่ายแพ้ของ ทีมชาติไทย ชุดใหญ่ ที่มีต่อ ทีมชาติมาเลเซีย จนร่วงมาชิงอันดับ 3 ในศึกฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 48 ที่สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 22 ก.ย.ที่ผ่านมา

ล่าสุด “น้าหงา” สุรชัย จันทิมาธร ศิลปินแห่งชาติ ได้แสดงความคิดเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า “แพ้ชนะก็คือเกม ไม่ว่ากัน แต่สังคายนาเถอะครับ นายกสมาคมฟุตบอลไทย”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ททท.เหนือ-ใต้’จับมือกระตุ้นท่องเที่ยวระหว่างภูมิภาคจัดกิจกรรม ‘สิงห์เหนือพบเสือใต้’

Posted on September 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/682091

'ททท.เหนือ-ใต้'จับมือกระตุ้นท่องเที่ยวระหว่างภูมิภาคจัดกิจกรรม 'สิงห์เหนือพบเสือใต้'

‘ททท.เหนือ-ใต้’จับมือกระตุ้นท่องเที่ยวระหว่างภูมิภาคจัดกิจกรรม ‘สิงห์เหนือพบเสือใต้’

วันศุกร์ ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2565, 19.47 น.

ททท.ภาคเหนือจับมือ ททท.ภาคใต้ กระตุ้นการท่องเที่ยวระหว่างภูมิภาคจัดกิจกรรม Table top sales “สิงห์เหนือพบเสือใต้” นำผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว 17 จังหวัดภาคเหนือเปิดโต๊ะเจรจาเสนอขายการท่องเที่ยว เจาะกลุ่มเป้าหมายภูมิภาคภาคใต้ คาดกระตุ้นนักท่องเที่ยวเดินทางท่องเที่ยวระหว่างภูมิภาคเติบโตสูงขึ้น หลังมีการตั้งโต๊ะเจรจาซื้อขายรายการท่องเที่ยวต่าง ๆ

วันที่ 23 ก.ย.65 นางสาวสรัสวดี อาสาสรรพกิจ ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคเหนือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า วันที่ 22-23 กันยายน 2565 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ภูมิภาคภาคเหนือ  ได้จัดกิจกรรมนำผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดภาคเหนือ 17 จังหวัด  ไปร่วมงานส่งเสริมการขายการท่องเที่ยวพื้นที่ภาคใต้ “ภายใต้ชื่อ “สิงห์เหนือพบเสือใต้” ในรูปแบบการตั้งโต๊ะพบปะเจรจาซื้อขายการท่องเที่ยว และเปลี่ยนลูกค้าแบบ B2B (Busuness to Busuness) ซึ่งเป็นการเสนอขาย Package รายการนำเที่ยว รวมทั้งประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวจังหวัดในภาคเหนือ ให้เป็นที่รู้จักสนใจสู่กลุ่มลูกค้าเป้าหมายภาคใต้ 

โดย ททท.ภูมิภาคภาคเหนือ และ ททท. สำนักงานภาคเหนือ 11 สำนักงาน ได้ร่วมกันดำเนินการจัดกิจกรรมดังกล่าว มีผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวภาคเหนือ 17 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน แม่ฮ่องสอน เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ ตาก สุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ พิจิตร กำแพงเพชร นครสวรรค์ และอุทัยธานี เข้าร่วมงานส่งเสริมการขายครั้งนี้ ในฐานะผู้ขายการท่องเที่ยวจำนวน 53 ราย ซึ่งได้ดำเนินการเจาะกลุ่มลูกค้าเป้าหมายในพื้นที่ภูมิภาคภาคใต้ ในสองพื้นที่ได้แก่ พื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง จัดกิจกรรมฯ ที่โรงแรมบุรีศรีภู อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ในวันพฤหัสบดีที่ 22 กันยายน 2565 เวลา 13.30 น. เป็นต้นไป 

โดยมีผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวแถบภาคใต้ตอนล่างเข้าร่วมงานในฐานะผู้ซื้อการท่องเที่ยวจำนวน 52 ราย สำหรับการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายภาคใต้ตอนบน ได้ดำเนินการในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช วันที่ 23 กันายน 2565 เวลา 14.30 น. เป็นต้นไป ณ ห้องฟอร์จูน โรงแรมแกรนด์ฟอร์จูน ซึ่งมีผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวในพื้นที่เข้าร่วมงาน จำนวน 60 ราย

การดำเนินงานดังกล่าวได้รับความร่วมมืออย่างดีจาก ททท. ภูมิภาคภาคใต้ ททท. สำนักงานภาคใต้ รวมทั้งได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวและสื่อมวลชนภาคใต้ ซึ่งคาดว่าการจัดงานครั้งนี้ จะทำให้เกิดกระแสการเดินทางท่องเที่ยวข้ามภูมิภาคมากขึ้น และมีการขายรายการนำเที่ยว และแพคเกจการท่องเที่ยวไม่ต่ำกว่า 500 รายการ สามารถกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวสู่ภาคเหนือได้ทั้งปี ในขณะเดียวกันก็จะเกิดการเชื่อมโยงการท่องเที่ยวจากภาคเหนือสู่ภาคใต้ด้วย

ภายในงานทั้งสองแห่งนอกจากจะมีการตั้งโต๊ะเจรจาซื้อขายรายการท่องเที่ยวต่าง ๆ แล้ว ยังมีกิจกรรม Product Brief ได้แก่ การแนะนำพฤติกรรมนักท่องเที่ยวชาวภาคใต้ ซึ่งนำเสนอโดย นางสาวภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่ ผู้อำนวยการ ททท.ภูมิภาคภาคใต้ และมีการนำเสนอแหล่งท่องเที่ยวและกิจกรรมการท่องเที่ยวของภาคเหนือ นำเสนอโดยนางสาวสรัสวดี อาสาสรรพกิจ ผู้อำนวยการ ททท.ภูมิภาคภาคเหนือ นอกจากนี้ทาง ททท. และผู้ประกอบธุรกิจการท่องเที่ยวของภาคเหนือ ยังได้ใช้โอกาสนี้ในการสำรวจและทดสอบสินค้าทางการท่องเที่ยวระหว่างเส้นทาง เพื่อเป็นการเชื่อมโยงสินค้าทางการท่องเที่ยวระหว่างภูมิภาค สำหรับจัดทำเส้นทางท่องเที่ยวใหม่ ๆ เสนอขาย สู่กลุ่มเป้าหมายต่อไป

จากการสอบถามผู้ประกอบการที่เข้าร่วมงานส่งเสริมการขายครั้งนี้พบว่า ผู้ประกอบการทั้งสองภูมิภาคมีความพึงพอใจต่อการจัดงานเป็นอย่างมาก และมีความสนใจในสินค้าและบริการที่นำเสนอระหว่างกัน เนื่องจากสินค้ามีความแตกต่างและสามารถตอบสนองพฤติกรรมความต้องการ อีกทั้งสามารถสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวได้หลากหลาย ซึ่งผู้ประกอบได้มีการสร้างเครือข่ายการท่องเที่ยวระหว่างภูมิภาค ตลอดจนมีการจัดทำแพคเกจการท่องเที่ยวรายการนำเที่ยวเสนอขายร่วมกัน รวมทั้งได้มีการร่วมมือเผยแพร่ประชาสัมพันธ์กระตุ้นตลาดด้านการท่องเที่ยวร่วมกันระหว่างภูมิภาค – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,936,318 hits

Join 4,115 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

เท้ง นำทัพพรรคประชาชน เดินขบวนยื่นร่างปฏิรูปประกันสังคม
ทวี ชี้ปรับโครงสร้างค่าไฟ แค่ย้ายภาระ ไม่ใช่การ แก้ปัญหา จี้แก้ให้ถูกจุด เลิกค่าไฟทิพย์
Science Update : รัสเซียทดสอบจรวด โซยุซ-5 สำเร็จ
จบสัมพันธ์สามีภรรยา หญิงออน แยกทาง ตั้ม วิชญะ ลูกชายของดวงดาว จารุจินดา
คลังชงออกพรก.กู้เงิน เคาะ4แสนล. ตุนกระสุนสู้วิกฤต
ณัฏฐ์ชนน สวน เท้ง หงาย คนในพรรคมีแต่สีดำมะเมี่ยม ทั้งคดีทางเพศ ยาเสพติด พนันออนไลน์
สว.นรเศรษฐ์ จี้รัฐบาล ทบทวนแลนด์บริดจ์ ชี้เสียงวิจารณ์เยอะ-เสี่ยงไม่คุ้มค่า
ยกเลิก MOU44 กต.แจงทูต/เข้าครม.5พ.ค.
UOB เสริมความมั่นคง ผ่านการยกระดับการเรียนรู้ การเงินและนวัตกรรม
ราชการแนวหน้า : สิทธิประโยชน์และสวัสดิการของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ

Recent Posts

  • ออสเตรเลียแจ้งข้อหาชายวัย 47 ฆาตกรรม-ล่วงละเมิด ด.ญ. พื้นเมือง 5 ขวบ
  • เยอรมนีชี้ สหรัฐฯ ถอนทหารเป็นสิ่งที่ “คาดการณ์ได้” ขณะนาโตขอคำชี้แจง
  • “ภูเขาไฟมายอน” ปะทุหนัก ฟิลิปปินส์สั่งอพยพด่วน-ยกระดับเตือนภัยระดับ 3
  • “ทรัมป์” ขู่อาจกลับไปถล่มอิหร่านอีก หาก “ประพฤติตัวไม่ดี'”
  • จับชายในออสเตรีย หลังพบยาเบื่อหนูปนเปื้อน ในขวดสินค้าอาหารเด็ก

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d