Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

รายงานพิเศษ : เปิดใจ‘สรรเพชญ บุญญามณี’ กติกากกต./แล้วใครจะช่วยชาวบ้าน

Posted on September 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/682233

รายงานพิเศษ : เปิดใจ‘สรรเพชญ บุญญามณี’  กติกากกต./แล้วใครจะช่วยชาวบ้าน

รายงานพิเศษ : เปิดใจ‘สรรเพชญ บุญญามณี’ กติกากกต./แล้วใครจะช่วยชาวบ้าน

วันอาทิตย์ ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ได้แย้มแผนเตรียมการเลือกตั้งกรณีสภาผู้แทนราษฎรครบวาระในวันที่ 23 มี.ค.2566 แล้ว ซึ่งตามรัฐธรรมนูญมาตรา 102 กำหนดให้มีการเลือกตั้งภายใน 45 วัน นับแต่วันที่สภาผู้แทนราษฎรสิ้นอายุ

โดยเบื้องต้น กกต.กำหนดให้วันที่ 7 พ.ค.2566 เป็นวันเลือกตั้งทั่วไป และเปิดรับสมัครในวันที่ 3-7 เม.ย.2566

ข่าวชิ้นนี้สร้างความคึกคักและสีสันให้ประเทศไทยเป็นอย่างมาก

ก่อนหน้านี้กกต.ได้แจ้งเตือนเกี่ยวกับระยะเวลาในการหาเสียงเลือกตั้ง ที่ขณะนี้ใกล้ถึงระยะเวลา 180 วันก่อนวันครบอายุของสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 23 มี.ค.2566 ซึ่งผู้สมัครและพรรคการเมืองต้องปฏิบัติเกี่ยวกับการหาเสียงให้เป็นไปตามมาตรา 68 พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสส. 2561 และต้องมิให้ผู้สมัครหรือผู้ใดกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใด เพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้แก่ตนเองหรือผู้สมัครอื่น ให้งดเว้นการลงคะแนนให้แก่ผู้สมัคร หรือการชักชวนให้ไปลงคะแนนไม่เลือกผู้ใดเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามมาตรา 73กฎหมายเดียวกัน มีห้วงระยะเวลาหาเสียงเลือกตั้ง เริ่มตั้งแต่วันที่ 24 ก.ย. 2565 จนถึงวันก่อนวันเลือกตั้ง

และเตรียมจะออกประกาศหลักเกณฑ์เพื่อเป็นแนวทางให้ผู้สมัครและพรรคการเมืองปฏิบัติ ตามพ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. ภายในกรอบเวลา 180 วัน ว่าสิ่งใด
ทำได้หรือไม่ได้บ้างในช่วงเวลาดังกล่าว เพื่อเป็นแนวทางให้พรรคการเมืองและผู้สมัครรับเลือกตั้งสส.ได้ปฏิบัติตาม

นักการเมืองทุกคนพร้อมปฏิบัติตาม

แต่อีกมุมมองหนึ่งก็เป็นเรื่องชวนให้คิด???

เมื่อสัปดาห์ที่แล้วที่สาขาพรรคประชาธิปัตย์เขต 1 สงขลา นายสรรเพชญ บุญญามณี ผู้ช่วยดำเนินงานของ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยถึงสถานการณ์ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนที่จะเข้าสู่โหมดของการเลือกตั้ง ตามกฎหมายของคณะกรรมการการเลือกตั้งด้วยเงื่อนไขระยะเวลา 180 วันนั้น โดยนายสรรเพชญ กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาเกือบ 4 ปี ตนพร้อมทีมงานรวมทั้งจิตอาสาต่างๆ ได้ลงพื้นที่ทุกชุมชน ทุกหมู่บ้าน ทุกตำบลในเขตอำเภอเมืองสงขลา เพื่อช่วยเหลือดูแลทุกข์สุขของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบรรเทาความเดือดร้อนจากภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน

โดยสิ่งที่คิดว่าน่าจะเกิดประโยชน์มากที่สุดทั้งในแง่ของการเป็นอาหารที่จำเป็นของทุกบ้านและมีโภชนาการสูง คือ การแจกไข่ไก่สด ที่นอกจากจะเป็นการช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายแล้วยังช่วยเสริมสร้างโภชนาการที่ดีให้กับพี่น้องประชาชนอีกด้วย ซึ่งการแจกไข่ไก่นั้นยังคงทำตลอดจนกว่าเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งจะทำไม่ได้ แต่ก็อดเป็นห่วงพี่น้องประชาชนไม่ได้ที่จะได้รับความเดือดร้อนจากภาระค่าใช้จ่าย

นายสรรเพชญ ยังกล่าวอีกว่า ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ยังคงดำเนินกิจกรรมต่างๆ เช่น การมอบข้าวกล่องปรุงสุกพร้อมทาน โดยนำเอาวัตถุดิบมาจากการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำจำหน่ายไม่ได้ราคาช่วงโควิด โดยได้รับซื้อฟักทอง ฟักเขียว แตงโม พริกสดเป็นต้น มาจากชาวสวนโดยตรงในต่างอำเภอของจังหวัดสงขลาและพื้นที่โดยรอบเพื่อนำผลผลิตทางการเกษตรเหล่านั้นไปปรุงอาหารและแจกจ่ายให้แก่พี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการขาดรายได้ในช่วงโควิด รวมถึงการมอบหน้ากากอนามัย แอลกอฮอล์ล้างมือ ชุด PPE และปัจจัยที่จำเป็นสำหรับการป้องกันโรคให้แก่พี่น้องประชาชนและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน มาโดยตลอด

นอกจากนี้ ยังได้มีการประสานการช่วยเหลือเพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ ในพื้นที่ เช่น การประสานขอสนับสนุนงบประมาณในการก่อสร้างสะพานลอยข้ามถนนบริเวณหน้าโรงพยาบาลสงขลา จาก อบจ.สงขลา ซึ่งขณะนี้ได้มีการอนุมัติงบประมาณในการก่อสร้างแล้ว รวมถึงการประสานงานกับองค์การจัดการน้ำเสีย(อจน.) ดูแลระบบน้ำเสียในเขตเทศบาลนครสงขลา เทศบาลเมืองเขารูปช้าง โดยเฉพาะคลองสำโรง อีกด้วย

“ผมเป็นห่วงพี่น้องประชาชน ซึ่งช่วงเลือกตั้งอาจดูแลได้ไม่เต็มที่ แต่ขอยืนยันว่าจะยังคงเดินหน้าช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนทุกอย่าง อย่างน้อย
ก็จนกว่าจะถึง 24 ก.ย. ซึ่งเป็นเงื่อนไขข้อห้ามของกกต.” นายสรรเพชญกล่าว

นั่นคือหัวอกจิตอาสาทางการเมืองที่ต้องช่วยประชาชนตลอดไป

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, รายงานพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปพิเศษ : สนทนาเตรียมตัวก่อนตาย ใช้สิทธิ Living will ต้องรู้อะไรบ้าง

Posted on September 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/682227

สกู๊ปพิเศษ : สนทนาเตรียมตัวก่อนตาย  ใช้สิทธิ Living will ต้องรู้อะไรบ้าง

สกู๊ปพิเศษ : สนทนาเตรียมตัวก่อนตาย ใช้สิทธิ Living will ต้องรู้อะไรบ้าง

วันอาทิตย์ ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นับเป็นเวลานานที่ประเทศไทยได้รับรอง “สิทธิแสดงเจตนาที่จะรับหรือไม่รับการรักษาที่เป็นไปเพียงเพื่อยืดความตายในวาระสุดท้ายของชีวิต” หรือ “Living will” ที่กำหนดไว้ในมาตรา 12 พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2550 ซึ่งไม่ใช่การปฏิเสธการรักษา แต่เป็นการดูแลแบบประคับประคอง (Palliative care) เพื่อลดอาการเจ็บปวด ไม่สุขสบาย เพื่อการจากโลกนี้ไปอย่างสงบ โดยปัจจุบัน พบว่าคนในสังคมให้ความสนใจเรื่องนี้มากขึ้นเพื่อเตรียมตัวเอาไว้ แต่ยังไม่รู้ว่าจะมีขั้นตอน หรือต้องทำอะไรบ้าง “สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ หรือ สช.” จึงได้จัดเสวนา “ต้องรู้อะไรบ้างเมื่อต้องรับมือกับความตาย”

นายสุทธิพงษ์ วสุโสภาพล รองเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า Living will คือ หนังสือแสดงเจตนาที่จะจากไปตามธรรมชาติด้วยดีหรือการตายดี ตามมาตรา 12 ของ พ.ร.บ. สุขภาพแห่งชาติ ซึ่งเป็นกฎหมายที่ช่วยในการวางแผนชีวิต ในหลายๆ ประเทศก็มีกฎหมายดังกล่าว ซึ่งสาระสำคัญคือ การรับรองสิทธิของบุคคลในการทำหนังสือแสดงเจตนาไม่ประสงค์รับบริการสาธารณสุขที่เป็นไปเพียงเพื่อยืดการตายในวาระสุดท้ายของชีวิตตน ซึ่งผู้ป่วยสามารถทำหนังสือเพื่อบันทึกเจตนาที่จะรับการรักษาที่ตนเองต้องการในวาระสุดท้ายของชีวิตได้ ซึ่งการรับรองดังกล่าวเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวงสาธารณสุข โดยคุ้มครองผู้ประกอบวิชาชีพด้านสาธารณสุขที่ได้ปฏิบัติตามเจตนาของบุคคลที่ได้ทำหนังสือแสดงไว้

“หนังสือแสดงเจตนา เป็นเครื่องมือในการสื่อสารระหว่างผู้ป่วยญาติ และผู้ให้การรักษา เมื่อบุคคลคนนั้นไม่สามารถสื่อสารแล้ว และไม่สามารถรักษาได้อีก”

พญ.นิษฐา เอื้ออารีมิตร

ปัจจุบัน โครงสร้างประชากรของประเทศไทยเปลี่ยนแปลงเข้าสู่สังคมสูงวัย ประชาชนเจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรังและโรคที่คุกคามชีวิตมากขึ้น ในขณะที่เทคโนโลยีทางการแพทย์ก็ทันสมัยขึ้น หากจัดการเรื่องนี้เข้าไปสนับสนุน นอกจากประชาชนจะได้รับการดูแลที่ดีแล้ว ยังมีส่วนช่วยระบบการเงินการคลัง ระบบการบริหารจัดการ และระบบการบริการต่างๆ ของสถานพยาบาล เพื่อการพัฒนาที่ดีขึ้น ซึ่งปัจจุบันท้องถิ่นหลายแห่งได้ตั้งกองทุนดูแลระยะสุดท้ายของชีวิต มีการบริหารจัดการเตียง เงินสวัสดิการ รวมถึงผู้ดูแล (Care Giver) นี่จึงเป็นโอกาสหนึ่งที่จะได้ทำให้คนไทยได้มีสุขภาวะดีขึ้น

ขณะนี้ รัฐสภาได้เอาเรื่องการดูแลระยะยาวไปเป็นเป้าหมายหนึ่งของการดูแลผู้สูงอายุ โดย Living will และการดูแลแบบประคับประคอง จะเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการการดูแลระยะยาว (Long Term Care) ดังนั้นการเมืองก็จะมีทิศทางของนโยบาย รัฐบาลเองก็จะมอบให้กระทรวงสาธารณสุขได้เอาเรื่องราวเหล่านี้เข้าไปในระบบบริการสุขภาพด้วย

รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า สำหรับการรักษาผู้ป่วยระยะท้ายควรให้การรักษาที่ได้ประโยชน์ และควรหยุดการรักษาที่ไม่ได้ประโยชน์ ซึ่งคำว่า “ประโยชน์” ต้องขึ้นกับเป้าหมาย เช่น การรักษาแบบยืดเวลาเพื่อทำเป้าหมายของชีวิตให้สำเร็จ ยกตัวอย่าง คนไข้มะเร็งปอดระยะสุดท้าย ตอนนี้ภาวะหายใจล้มเหลว เมื่อใส่ท่อช่วยหายใจจะมีชีวิตอยู่ได้นานขึ้น แต่จะทรมานกับการใส่ท่อช่วยหายใจ แทบไม่มีโอกาสถอดท่อ กรณีนี้การใส่ท่อฯ จึงมีประโยชน์น้อย จึงต้องมาดูเป้าประสงค์ เช่น เพื่อยืดระยะเวลาออกไปอีก 3 วันเพื่อรอลูกกลับจากต่างประเทศ เป็นต้น

รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ 

ในการรักษาจะมีวัตถุประสงค์ของแต่ละช่วง เริ่มตั้งแต่การป้องกันไม่ให้เกิดโรค และถ้าเป็นโรคก็พยายามรักษาโรคให้หายไว ในขณะเดียวกันเราก็หวังว่าชีวิตเราจะอยู่อย่างดี คือมีความสุขกาย สบายใจ มีคุณภาพชีวิตที่ดี และสุดท้ายถ้าเราต้องตาย เราก็ต้องการที่จะตายดี ซึ่งสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือเรื่องการตั้งเป้าหมาย ถ้าได้เริ่มการรักษาไปแล้วไม่ได้ผลอย่างที่ต้องการ มีความทุกข์ทรมานเกิดขึ้น เราสามารถหยุดการรักษานั้นได้ หรือจะไม่เริ่มเลยถ้าคิดว่าการรักษานั้นไม่ได้ผลแน่นอน ซึ่งไม่ใช่การการุณยฆาต แต่เป็นการที่หยุดหรือไม่เริ่มการรักษาที่ไม่ได้ประโยชน์

“การุณยฆาตเป็นการเร่งความตาย แต่การทำ Palliative care เป็นการยอมรับความตาย ซึ่งเราไม่ได้เร่งแต่ไม่ยื้อ และไม่ได้หยุดการรักษา เพียงแต่เปลี่ยนมารักษาแบบประคับประคอง เลือกการรักษาที่เหมาะสมต่อเนื่องจนกระทั่งเสียชีวิต เป็นการเน้นประโยชน์ของผู้ป่วย ไม่ใช่ของญาติ”

นพ.ฉันชาย กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้ กรณีผู้ป่วยไม่มีญาติ ทางโรงพยาบาลอาจมีการหารือในรูปแบบคณะกรรมการ และมีมติร่วมกันว่าจะดูแลผู้ป่วยอย่างไร อย่างไรก็ตาม โรงพยาบาลเอกชนหลายแห่งมีกฎเหล็กว่าหากไม่มีหนังสือแสดงเจตนา จะไม่ยอมทำตามที่ผู้ป่วยขอไม่ใส่ท่อฯ เพราะยังมีประเด็นเรื่องการฟ้องร้อง

ศ.ดร.นพ.อิศรางค์ นุชประยูร

ด้าน พญ.นิษฐา เอื้ออารีมิตร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลคูนกล่าวว่า การดูแลคนไข้ในห้องไอซียู บางครั้งก็ไม่รู้ว่าตรงกับความต้องการของผู้ป่วยจริงๆ หรือไม่ เพราะ ณ จุดนั้นคนไข้ไม่สามารถสื่อสารกับเราได้ ซึ่งญาติเองบางครั้งก็ไม่รู้ว่าคนไข้ต้องการอะไร เพราะไม่เคยคุยเรื่องนี้กันมาก่อน จึงต้องมีการทำ Advance care planหรือเปิดกระบวนการพูดคุยสื่อสารกันในครอบครัวมากขึ้น ทุกคนสามารถทำได้ หากสื่อสารกันไว้ตั้งแต่แรกว่า คนไข้อยากได้หรือไม่อยากได้อะไร ความหมายของการมีชีวิตอยู่หรือคุณภาพชีวิตที่ดีของคนไข้คืออะไร ซึ่งนิยามของแต่ละคนแตกต่างกัน เมื่อเกิดวิกฤตในชีวิต ทั้งญาติและแพทย์ก็จะสามารถเข้าใจและทำตามความประสงค์ผู้ป่วยได้มากที่สุด

ทั้งนี้ การทำ Living will ไม่จำเป็นต้องทำเมื่ออายุมากแล้วเท่านั้น แม้เป็นคนแข็งแรงก็สามารถวางแผนไว้ล่วงหน้าได้ เพราะเราไม่มีทางรู้เลยว่าเวลาของเราจะมาถึงเมื่อไร แต่ปัจจุบันจำนวนคนทำ Living will ยังมีน้อย เพราะฉะนั้นหลักๆ ที่เราทำคือ Family Meeting คือการนัดคุยในครอบครัวให้ได้มากที่สุด ว่าคนไข้เคยพูดอะไรไว้บ้าง ทุกคนต้องเข้าใจไปในทิศทางเดียวกัน ก่อนจะยุติการใช้เครื่องช่วยหายใจ แต่ต้องยอมรับว่าไม่ใช่บุคลากรทุกคนจะยุติการใช้เครื่องช่วยหายใจหากไม่มี Living will

“ไม่มีใครอยากตาย แต่ถ้าต้องตายก็อยากตายในแบบที่ดีๆ อยากจากโลกนี้ไปแบบดีๆ แต่ส่วนใหญ่เราไม่ได้เตรียมตัวเพราะเรารู้สึกว่าการพูดเรื่องนี้เป็นเรื่องที่พูดยาก สื่อสารยาก ไม่รู้ว่าจะคุยอย่างไรดีดังนั้นเราจึงควรปรับทัศนคติเกี่ยวกับการวางแผนสุขภาพล่วงหน้า พูดคุยกับครอบครัว จะเพิ่มโอกาสที่เราจะจากไปอย่างที่ต้องการได้”

สุทธิพงษ์ วสุโสภาพล

ศ.ดร.นพ.อิศรางค์ นุชประยูร ผู้อำนวยการเยือนเย็น วิสาหกิจเพื่อสังคม กล่าวว่า เราพบว่าผู้สูงอายุเสียชีวิตจากโรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง อาการติดเชื้อ ไตวาย มากที่สุด แต่หากมีความเข้าใจและมีการวางแผนจะทำให้เราไม่หวาดกลัวกับโรคที่เผชิญอยู่ เช่น “โรคมะเร็ง” ซึ่งจะมีระยะเวลาในการดำเนินโรค ซึ่งจะมีทั้งคนที่อยากรักษาก็เข้าสู่กระบวนการ ส่วนคนที่ไม่อยากรักษาก็สามารถเข้าสู่กระบวนการดูแลแบบประคับประคองแทนได้

ปัจจุบัน คนไทยเผชิญกับโรคที่ทำให้เกิดการเสียชีวิตอย่างรวดเร็วมากขึ้น เช่น โรคหัวใจขาดเลือด, โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ, โรคหลอดเลือดสมอง, อุบัติเหตุ เลือดออกในสมอง เป็นต้น ซึ่งเมื่อเกิดเหตุ มักจะมี 2 ทางเลือก คือ หนึ่ง-ไปโรงพยาบาล ซึ่งอาจจะต้องมีการใส่อุปกรณ์การแพทย์หลายอย่าง โดยผลการรักษาอาจจะสำเร็จหรือไม่สำเร็จ และหากไม่เสียชีวิตก็อาจจะเป็นผู้ป่วยติดเตียง ต้องใช้เทคโนโลยีพยุงไว้ตลอดก็ได้ หรือ สอง-ไม่ไปโรงพยาบาล แล้วดูแลรักษาแบบประคับประคองที่บ้านเพื่อการจากไปอย่างสงบ ซึ่งการรักษาที่บ้านจะมีขั้นตอน คือ 1.การให้คนในครอบครัวมาคุยกันอย่างพร้อมหน้า 2.การทำเอกสารการ Living will ไว้ให้ 3.เชิญหมอมาดูแลที่บ้านต่อเนื่อง ซึ่งอาจจะมีทั้งการดูแลให้คำปรึกษาผ่าน LINE หรือโทรศัพท์ 4.การเยี่ยมบ้านซ้ำตามประสงค์ ซึ่งระยะหลังพบคนต้องการ Palliative care เพิ่มมากขึ้น จึงต้องมีการเตรียมการและระบบไว้รองรับ

“ถ้ามีการทำ Living will ไว้ก่อน แพทย์สามารถดูแลได้ตามความต้องการของผู้ป่วย รวมถึงการพิจารณาถอดเครื่องช่วยหายใจเพื่อให้คนไข้จากไปอย่างสงบ แต่ก็ไม่ใช่ว่าหมอทุกคนจะทำได้ แต่ถ้าไม่มีเอกสารก็จะเกิดปัญหาว่าแล้วจะเอาอย่างไรดี ส่วนใหญ่แล้วก็จะมีการชวนคุยทั้งครอบครัว เพื่อดูว่าทางออกที่ดีคืออะไร ถ้าคุยแล้วทุกคนเห็นพ้องกัน ซึ่งต้องใช้เวลาเพื่อดูว่าอะไรคือความประสงค์ร่วมกันของครอบครัว”

สำหรับการจัดเสวนา “ต้องรู้อะไรบ้างเมื่อต้องรับมือกับความตาย” เป็นหนึ่งในงาน “มหกรรมสร้างสุขที่ปลายทาง ครั้งที่ 4”ระหว่างวันที่ 15-16 กันยายน 2565 โดยความร่วมมือของสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุข กับภาคีเครือข่าย 13 องค์กร เพื่อเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้การวางแผนการดูแลล่วงหน้าและเตรียมความพร้อมเพื่อสร้างสุขที่ปลายทางช่วยให้ผู้ที่ต้องวางแผนเพื่อตัดสินใจว่าช่วงระยะสุดท้ายของชีวิต หากเกิดการเจ็บป่วยจะจากไปด้วยวิธีใด จึงจะทำให้คุณภาพชีวิตของเราและครอบครัวดีที่สุด ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ เพราะชีวิตเป็นของพวกเราทุกคน

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปพิเศษ : เดินหน้าศึกษาปรับปรุง ชลประทานแม่กลองใหญ่ฝั่งขวา

Posted on September 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/682226

สกู๊ปพิเศษ : เดินหน้าศึกษาปรับปรุง  ชลประทานแม่กลองใหญ่ฝั่งขวา

สกู๊ปพิเศษ : เดินหน้าศึกษาปรับปรุง ชลประทานแม่กลองใหญ่ฝั่งขวา

วันอาทิตย์ ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

จากปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน เนื่องจากขาดแคลนน้ำใช้ในการอุปโภค- บริโภค และทำการเกษตร ซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่ชลประทานฝั่งซ้ายและฝั่งขวาของแม่น้ำแม่กลองครอบคลุมพื้นที่ 7 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม เพชรบุรี สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม

เมื่อปี 2562 กรมชลประทาน โดยสำนักบริหารโครงการเร่งทำการศึกษาความเหมาะสมการปรับปรุงโครงการชลประทานแม่กลองใหญ่ฝั่งขวา เนื่องจากโครงสร้างอาคารชลประทานต่างๆ มีอายุเก่าแก่ เกิดการชำรุดเสียหาย มีปัญหาการบริหารจัดการน้ำมีปัญหาการส่งน้ำค่อนข้างมาก รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงด้านการใช้ที่ดิน ระบบการเพาะปลูกรวมถึงบริบทการใช้น้ำด้านต่างๆ ทำให้โครงการชลประทานแม่กลองใหญ่ฝั่งขวาไม่สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ควรมีการศึกษาปรับปรุงโครงการให้ชัดเจน

ต่อมาปี 2564 สำนักบริหารโครงการได้ว่าจ้างกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา เพื่อดำเนินงานโครงการศึกษาความเหมาะสมการปรับปรุงโครงการชลประทานแม่กลองใหญ่ฝั่งขวา จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อให้ได้แนวทางและแผนงานดำเนินการปรับปรุงโครงการเพื่อให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาในปัจจุบันอย่างชัดเจน

นายเฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์ รองอธิบดีฝ่ายวิชาการ กรมชลประทาน กล่าวว่า โครงการชลประทานแม่กลองใหญ่ ซึ่งเป็นแหล่งน้ำต้นทุน ครอบคลุมพื้นที่ชลประทานประมาณ 2.42 ล้านไร่ ใน จ.กาญจนบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร สุพรรณบุรี นครปฐม และบางส่วนของ จ.เพชรบุรี โดยแบ่งเป็นโครงการชลประทานแม่กลองใหญ่ฝั่งซ้าย และโครงการชลประทานแม่กลองใหญ่ฝั่งขวา มีปริมาณน้ำจัดสรรเฉลี่ยปีละร่วม 1,500 ล้านลูกบาศก์เมตร

เฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์

สำหรับการประชุมกลุ่มย่อยและการมีส่วนร่วมของประชาชนและทุกภาคส่วนมีวัตถุประสงค์เพื่อการแก้ไขปัญหาด้านการชลประทานในพื้นที่อย่างโปร่งใส และสร้างการมีส่วนร่วมอย่างจริงจัง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการบริหารจัดการน้ำ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของการบริหารจัดการน้ำ ปรับปรุงองค์กรการบริหารจัดการน้ำ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน โดยมีระยะเวลาการศึกษาโครงการจำนวน 540 วัน (ประมาณ 18 เดือน) เริ่มปฏิบัติงานตั้งแต่วันที่ 19 เมษายน2564 และสิ้นสุดสัญญาจ้างวันที่ 10 ตุลาคม 2565 ซึ่งคาดว่าจะใช้งบประมาณก่อสร้างปรับปรุงโครงการมูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ โครงการศึกษาความเหมาะสมการปรับปรุงโครงการชลประทานแม่กลองใหญ่ฝั่งขวามีความสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาพื้นที่ชลประทาน เนื่องจากปัจจุบันการใช้น้ำมีการเปลี่ยนแปลงไปมาก แต่ระบบชลประทานยังใช้แบบเดิม ไม่เป็นไปตามความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่ ขณะที่ปริมาณน้ำต้นทุนมีเท่าเดิม ไม่เพียงพอกับความต้องการของผู้ใช้น้ำ ซึ่งกรมฯ จะต้องจัดสรรน้ำเพิ่มขึ้น เพื่อให้มีน้ำใช้เพียงพอตลอดทั้งปี และเชื่อว่าโครงการดังกล่าวจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการส่งน้ำของระบบชลประทานและการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่มีความเข้มแข็งมากขึ้น

และหากรายงานผลการศึกษาความเหมาะสมปรับปรุงโครงการชลประทานแม่กลองใหญ่ฝั่งขวาสำเร็จลุล่วง ก็จะเกิดประโยชน์อย่างยิ่งแก่เกษตรกรและทุกภาคส่วนที่ใช้น้ำจากโครงการฯ และสามารถตอบสนองความต้องการของเกษตรกรได้ดียิ่งขึ้น โดยเมื่อวันที่ 20 กันยายน 2565 กรมฯ ได้จัดประชุมปัจฉิมนิเทศโครงการศึกษาความเหมาะสมการปรับปรุงโครงการชลประทานแม่กลองใหญ่ฝั่งขวา โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิเจ้าหน้าที่กรมฯ กลุ่มบริษัทที่ปรึกษา ผู้นำท้องถิ่น และตัวแทนเกษตรกรผู้ใช้น้ำ เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ ณ ห้องประชุม สำนักงานชลประทานที่ 13 อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี

นางประคอง บ้านใหม่ อยู่บ้านเลขที่ 27/1 หมู่ 3 ต.บ้านใหม่ อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรีหนึ่งในตัวแทนกลุ่มเกษตรกรกลุ่มผู้ใช้น้ำในพื้นที่ชลประทาน มั่นใจว่าเมื่อโครงการดังกล่าวสำเร็จ ประชาชนหลายร้อยครัวเรือนจะได้รับประโยชน์จากการใช้น้ำในระบบชลประทานอย่างมาก

ด้านนายสนิท พิริยะพงษ์พันธ์ ผู้จัดการโครงการศึกษาความเหมาะสมการปรับปรุงโครงการชลประทานแม่กลองใหญ่ฝั่งขวา กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 18 เดือนของการดำเนินงานโครงการศึกษาความเหมาะสมการปรับปรุงโครงการชลประทานแม่กลองใหญ่ฝั่งขวา พบว่ามีการบริหารจัดการน้ำที่ไม่ทั่วถึงและผิดพลาด เนื่องจากระบบส่งน้ำไม่สมบูรณ์ เกิดการชำรุดเสียหาย ทำให้เกษตรกรไม่ได้รับน้ำอย่างเต็มที่ ซึ่งจะต้องมีการแก้ไขปรับปรุงระบบใหม่ให้ครบถ้วนสมบูรณ์ เพื่อให้เกิดการระบายอย่างทั่วถึง

แนวทางการปรับปรุงประกอบด้วย การปรับปรุงสิ่งก่อสร้างจากระบบเดิมให้ดีขึ้น ปรับปรุงระบบส่งน้ำและการจัดสรรน้ำ ปรับปรุงระบบการระบายน้ำ เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้ง โดยการเพิ่มแก้มลิง อาคารเก็บกักน้ำ ด้วยการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ ควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์ การใช้ระบบส่งน้ำที่ทันสมัยโดยใช้ระบบหมุนเวียนเพื่อเพิ่มความสามารถในการระบายน้ำให้มากกว่าเดิม การบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ สร้างการรับรู้แก่เกษตรกร เน้นการมีส่วนร่วมมากขึ้น รวมถึงใช้เครื่องมือสื่อสารที่ทันสมัย (Smart phone) มาช่วยบริหารจัดการ เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่กลุ่มเกษตรกรผู้ใช้น้ำ ซึ่งหากโครงการดังกล่าวเสร็จสิ้น จะเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนและเกษตรกรผู้ใช้น้ำอย่างแน่นอน

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปแนวหน้า : ‘ทำแท้ง’กฎหมายเปิดช่อง ไฉน‘ภาคปฏิบัติ’ยังติดขัด?

Posted on September 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/682217

สกู๊ปแนวหน้า : ‘ทำแท้ง’กฎหมายเปิดช่อง  ไฉน‘ภาคปฏิบัติ’ยังติดขัด?

สกู๊ปแนวหน้า : ‘ทำแท้ง’กฎหมายเปิดช่อง ไฉน‘ภาคปฏิบัติ’ยังติดขัด?

วันอาทิตย์ ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ย้อนไปเมื่อวันที่ 19 ก.พ. 2563 ศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัยเป็นมติเสียงข้างมาก ระบุว่า ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 301 และ 305 ว่าด้วยความผิดฐานทำให้แท้งลูก สมควรได้รับการปรับปรุงแก้ไข เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพการณ์ จากนั้นในวันที่6 ก.พ. 2564 ก็มีการประกาศ พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 28) พ.ศ.2564 ในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งสาระสำคัญคือ อนุญาตให้หญิงตั้งครรภ์ที่อายุครรภ์ไม่เกิน 12สัปดาห์ สามารถยุติการตั้งครรภ์หรือ “ทำแท้ง” ได้ ส่วนอายุครรภ์เกินกว่า 12 สัปดาห์แต่ไม่เกิน 20 สัปดาห์ ให้อยู่ที่การวินิจฉัยของแพทย์

อย่างไรก็ตาม แม้กฎหมายจะมีผลบังคับใช้ แต่ในทางปฏิบัติยังพบปัญหา ซึ่งเมื่อวันที่ 20 ก.ย.2565 เครือข่าย RSA Thai ซึ่งเป็นการรวมตัวของผู้ประกอบวิชาชีพด้านสาธารณสุขตลอดจนสหวิชาชีพอื่นๆ ได้จัดเสวนา (ออนไลน์) หัวข้อ “แก้กฎหมายแล้วทำไมหมอหลายคนยังไม่ทำแท้ง” เนื่องในโอกาสวันยุติการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัยสากล (Safe Abortion Day) 28 กันยายน ของทุกปี

นพ.โอฬาริก มุสิกวงศ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านสูตินรีเวช (เวชศาสตร์การเจริญพันธุ์) โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรกล่าวว่า มีปัจจัยที่ทำให้สังคมไทยไม่ค่อยอยากพูดถึงการทำแท้ง อาทิ 1.ความเชื่อ ซึ่งเป็นปัจจัยที่สำคัญมาก เพราะต้องยอมรับว่าที่ผ่านมา “สังคมไทยถูกหล่อหลอมด้วยเรื่องบาปบุญคุณโทษมาตลอด” เช่น เชื่อว่าการทำแท้งเป็นบาป อย่างไรก็ตาม นอกจากคนที่มีความเชื่อดังกล่าวแล้ว ในสังคมยังมีคนอีก 2 ประเภท ประเภทแรกคือคนที่มองว่าการทำแท้งก็เป็นสิทธิหรือทางเลือกอย่างหนึ่ง และอีกประเภทคือคนที่กลางๆ ยังไม่ไปทางใดทางหนึ่ง

“กลุ่มตรงกลางนี่แหละ เอ๊ะ!..เราจะไปทางไหนดี? เราใช้เหตุผล เราใช้ความจำเป็น เรามาดูทำไมกฎหมายถึงเปิดกว้างทั้งๆ ที่ดูแล้วมันขัดกับศีลธรรมสิ่งที่เราเชื่อ ผมคิดว่าคนกลุ่มนี้เป็นคนกลุ่มใหญ่พอสมควรในปัจจุบัน ฉะนั้นสิ่งที่บุคลากรทางการแพทย์ต้องทำคือให้ข้อมูลว่าสิ่งที่เราทำคืออะไร กฎหมายออกมาเพื่ออะไร เพื่อป้องกันการฆ่าตัวตายในแม่ที่ตั้งครรภ์แล้วไม่พร้อม เพื่อป้องกันการไปทำแท้งเถื่อน” นพ.โอฬาริก กล่าว

นพ.โอฬาริก กล่าวต่อไปว่า สาเหตุประการต่อมาที่ทำให้สังคมไทยไม่ค่อยอยากพูดถึงการทำแท้ง 2.ความไม่รู้ ซึ่งก็ต้องยอมรับว่ายังมีคนที่ไม่รู้ว่ากฎหมายอนุญาตให้ทำแท้งได้ หรือไม่รู้ว่าจุดบริการอยู่ที่ไหน ดังนั้นต้องสร้างความตระหนักรู้ใน 4 กลุ่มคือ หญิงตั้งครรภ์ บุคลากรสาธารณสุข บุคคลทั่วไปในสังคม และผู้มีอำนาจกำหนดนโยบาย หรือก็คือทุกฝ่ายต้องมีความเข้าใจตรงกัน เพื่อให้การเข้าถึงบริการทำได้ง่ายขึ้น

3.สิทธิเด็ก ซึ่งมีข้อถกเถียงกัน เช่น ที่กำหนดว่าอายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์ (หรือ 12 สัปดาห์แต่ไม่เกิน 20 สัปดาห์) เพราะถือว่าช่วงดังกล่าวตัวอ่อนยังไม่นับว่าเป็นมนุษย์เต็มที่ แต่ก็มีบางฝ่ายมองว่าความเป็นมนุษย์เริ่มตั้งแต่ปฏิสนธิแล้ว แต่ประเด็นนี้หากมองในอีกมุมหนึ่งซึ่งไม่ใช่ตามหลักวิชาการ (เพราะยังมีข้อถกเถียง) การให้เด็กเกิดมาแล้วเจอสภาพถูกทอดทิ้งบ้าง ถูกทารุณกรรมบ้าง จากครอบครัวที่ไม่สมบูรณ์หรือจากพ่อแม่ที่ไม่ต้องการ พบว่าโอกาสที่เด็กซึ่งเกิดมาเจอสภาพนี้จะสามารถหลุดพ้นจากขุมนรกไปอยู่ในพื้นที่สดใสดุจสรวงสวรรค์นั้นยากมาก

“เนื่องจากเราเจอเคสแบบนี้เรื่อยๆ มันทำให้ความเป็นเด็กที่เกิดมาจากครอบครัวที่ไม่ต้องการแล้วได้ไปวิ่งในทุ่งลาเวนเดอร์ ผมไม่เคยเห็น คือเราเห็นวิ่งในขวากหนาม วิ่งในชีวิตที่ถูกทอดทิ้ง เพราะฉะนั้นเราก็เลยบอกว่า คือผมรู้สึกว่าอย่างนี้ คนไข้ที่มาตามกระบวนการการเข้าถึง การ Counseling (ให้คำปรึกษา) ต้องบอกอย่างนี้ก่อน เวลาคนไข้มาถึงว่าอยากยุติการตั้งครรภ์ มันจะมี 4 แบบให้เลือก 1.ท้องต่อและเลี้ยงเอง คือมาฟัง คุยกับหมอแล้วเรียบร้อย บางทีเขายังไม่ตัดสินใจแต่เขาอยากมาฟังข้อมูล

2.ท้องต่อญาติเลี้ยง แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย อะไรก็ตามแต่ 3.ท้องต่อส่งสถานสงเคราะห์ และ 4.ยุติการตั้งครรภ์ คนไข้มีตั้งอีก 3 Option (ทางเลือก) ที่ตั้งครรภ์ต่อ คือเราไม่ได้มาถึงปุ๊บ! ยุติการครรภ์เลย มันต้องผ่านกระบวนการการ Counseling แต่อย่างที่บอก โดยส่วนตัวผมไม่เจอเด็กที่ถูกทอดทิ้งแล้วประสบความสำเร็จ คือเจอแต่เคสหนักๆ แย่กว่าเดิม จนเด็กบางคนที่ดูกับคุณพยาบาล พูดไปว่าเด็กเขาพ้นทุกข์แล้ว เพราะเขาผ่านประสบการณ์ที่แย่ๆ มามาก แต่เราก็เห็นตามข่าว ถูกทำร้ายร่างกายถูกอะไร” นพ.โอฬาริก ระบุ

นพ.โอฬาริก ยังกล่าวอีกว่า ในขณะที่แพทย์เองก็มี 3 ประเภทเมื่อมีหญิงตั้งครรภ์ไม่พร้อมไปขอคำปรึกษา 1.ให้คำแนะนำและลงมือยุติการตั้งครรภ์ให้ด้วยตนเอง ไม่ว่าจะด้วยยาหรือเครื่องมือใดๆ ก็ตาม 2.ให้คำแนะนำแต่ส่งต่อโดยไม่ลงมือยุติการตั้งครรภ์ให้ด้วยตนเอง ด้วยหลากหลายเหตุผล และ 3.ไม่ให้คำแนะนำใดๆ เพราะไม่อยากมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำแท้ง ดังนั้นหากหญิงรายใดไปเจอแพทย์ในประเภทที่ 3 ก็จะมีความเสี่ยง เพราะหญิงนั้นจะอยู่ในสภาพเคว้งคว้าง อีกทั้งเมื่อกลับมาถึงโรงพยาบาลอายุครรภ์ก็เพิ่มขึ้นแล้ว

แต่ในทางกลับกัน ก็เข้าใจความเชื่อของแพทย์กลุ่มนี้ และไม่เห็นด้วยกับการที่จะมีข้อกำหนดบังคับให้ต้องทำ เพราะจะทำให้เกิดความรู้สึกเป็นตราบาป (Stigma) ในชีวิต ดังนั้นจึงอยู่ที่ว่าจะวางระบบอย่างไรที่ให้แพทย์กลุ่มที่ไม่ต้องการเกี่ยวข้องกับการยุติการตั้งครรภ์ไม่ต้องลำบากใจ ควบคู่ไปกับการไม่ลิดรอนสิทธิของหญิงที่ตั้งครรภ์ไม่พร้อมที่จะมารับบริการ ซึ่งการวางระบบนี้ต้องขึ้นอยู่กับแต่ละพื้นที่หน้างาน แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายอีก เพราะยังมีบุคลากรสาธารณสุขอื่นๆ ที่ทำงานร่วมกับแพทย์และอาจไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับการทำแท้ง

ด้าน ผศ.นพ.ธนพันธ์ ชูบุญ อาจารย์ภาควิชาสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวเสริมว่า ในประเด็นสิทธิเด็ก ในทางวิชาการหรือทางกฎหมาย ให้นิยามความเป็นมนุษย์ไว้ว่า เมื่อคลอดออกจากครรภ์มารดาแล้วมีสัญญาณชีพ ซึ่งมุมหนึ่งการมองแบบนี้ดูจะแห้งแล้งเกินไป แต่อีกมุมหนึ่ง ในความเห็นส่วนตัวมองเรื่องสิทธิของผู้หญิงคนหนึ่งที่เกิดและเติบโตมาจนถึงวันที่ชีวิตผิดพลาดตั้งครรภ์ขึ้น ดังนั้นหากจำเป็นต้องเลือกก็ขอเลือกสิทธิของผู้หญิงคนนี้ก่อน

ส่วนประเด็นความลำบากใจของบุคลากรสาธารณสุขในโรงพยาบาล ทางออกอาจจะอยู่ที่ “คลินิกเฉพาะด้าน” ดังที่ปัจจุบันมีคลินิกเสริมความงามเกิดขึ้นทั่วไป ซึ่งเชื่อว่าหากมีการประชาสัมพันธ์ให้ความรู้เรื่องการยุติการตั้งครรภ์รวมถึงการเข้าถึงบริการที่เป็นมิตร ประกอบกับค่อยๆ ทยอยสร้างคลินิกที่ให้บริการยุติการตั้งครรภ์ขึ้นในแต่ละจังหวัด ในอนาคตอันใกล้การเข้าถึงบริการที่ดีก็จะง่ายขึ้น

“อันนี้ต้องใช้เวลา ตรงนี้ภาคสังคมต้องช่วยเพราะหมอทำเรื่องนี้ไม่เก่ง ผมก็เชื่อว่าแพทยสภาก็ทำเรื่องนี้ไม่เก่ง เพราะแพทยสภาเป็นตัว Balance (รักษาสมดุล) ระหว่างหมอกับคนไข้ เขาก็ต้องดูแลหมอของเขาให้อยู่ได้ คือเรื่องความเชื่อเราไม่ว่าอะไร ทุกวันนี้ผมก็ยังกลัวผีอยู่ คือบอกไม่มีผีอย่างไรก็ไม่ได้ผมก็ยังกลัวอยู่ ผมว่าในอนาคตน่าจะมีคลินิกแบบนี้ให้มันเกิดขึ้นได้” ผศ.นพ.ธนพันธ์ กล่าว

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘อนาคตเกษตรคนเมือง’กับการปรับตัวสู่ภาวะโลกร้อน

Posted on September 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/682259

'อนาคตเกษตรคนเมือง'กับการปรับตัวสู่ภาวะโลกร้อน

‘อนาคตเกษตรคนเมือง’กับการปรับตัวสู่ภาวะโลกร้อน

วันอาทิตย์ ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2565, 00.29 น.

ข้อมูล “ภาวะโลกร้อน” เขียนโดย ดร.พงษ์พิสิฏฐ์ วิเศษกุล ในหนังสือ “เศรษฐกิจเขียวและใส” ได้ให้ข้อมูลไว้อย่างน่าสนใจ โดยระบุว่า ปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้เพิ่มขึ้นจาก 315 PPM. ในปี พ.ศ.2500 เป็น 360 PPM. ในปี 2548 ซึ่งเป็นอัตราที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.25 ต่อปี 

ขณะที่ Intergovernment Panel on Climate Change (IPCC) หน่วยงานของสหประชาชาติ มีหน้าที่โดยเฉพาะที่จะประมาณการอุณหภูมิของโลกในอีก 100 ปีข้างหน้า โดยในที่ประชุมที่กรุงปารีส เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2550 สรุปว่าอุณหภูมิโลกได้สูงขึ้นไปแล้ว 0.3 องศาเซลเซียสจากค่าเฉลี่ยร้อยปี ซึ่งใน พ.ศ.2643 คาดว่าอุณหภูมิโลกอาจสูงขึ้นอีก 4 องศาเซลเซียส โดยมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 2.4-6.4 

ผลจากการที่อุณหภูมิโลกสูงขึ้น 0.3 องศาเซลเซียสนั้น ทางโปรเฟสเซอร์พอล อาร์กิน (Prof. Paul Akin) แห่งมหาวิทยาลัย Westminster ประเทศอังกฤษ ได้ให้ตัวเลขเกี่ยวกับอัตราการละลายของหิมะบนยอดเขาและธารน้ำแข็ง หรือ Glacier ที่มีอยู่ทั่วโลก มีอัตราการละลายประมาณ 1,629 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งหากยังมีอัตราการละลายของน้ำแข็งในอัตรานี้ต่อไปเรื่อยๆ จะทำให้ธารน้ำแข็งและหิมะบนยอดเขาหมดไปภายในอีก 50 ปีข้างหน้า โดยจะทำให้แม่น้ำสายสำคัญ เช่น อะเมซอน , แยงซีเกียง , แม่น้ำเหลือง , แม่น้ำคงคา และ แม่น้ำโขง ที่เป็นแหล่งน้ำจืดและเป็นแหล่งนำ้เพื่อทำการเกษตรของประชากรเกือบครึ่งหนึ่งของโลกจะเกิดการขาดแคลน 

ปรากฎการณ์นี้จึงเท่ากับว่า น้ำแข็งละลายที่ขั้วโลก และ น้ำในแหล่งน้ำจืดสำคัญของโลกต้องขาดแคลนตามมา ผลการประชุมในปีดังกล่าวทำให้ IPCC ออกมาให้ข้อมูลว่า “เมื่อน้ำแข็งละลายโดยเฉพาะจากธารน้ำแข็ง ขั้วโลกใต้และเกาะกรีนแลนด์ จะทำให้น้ำทะเลสูงขึ้น และยิ่งอุณหภูมิของน้ำทะเลสูงขึ้นก็ยิ่งทำให้น้ำทะเลขยายตัวมากขึ้น ประเทศที่เป็นเกาะอยู่ในลุ่ม เช่น มัลดีฟส์ บังกลาเทศ และ ภาคกลางของไทย จะได้รับผลกระทบจากน้ำทะเลท่วม 

“ปริมาณของคาร์บอนไดออกไซด์” จึงมีผลต่ออุณหภูมิโลก และ นำมาซึ่งการตื่นตัวของคนทั่วโลก โดยเฉพาะในปี 2565 นี้ ประเทศไทยตื่นตัวเรื่อง “ZERO CARBON” และ การเดินหน้าสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนให้เร็วที่สุด 

โดยในระหว่างวันที่ 26 กันยายน ถึง 2 ตุลาคมนี้ จะมีงาน “มหกรรมด้านความยั่งยืนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน” หรือ “SUSTAINABILITY EXPO SX 2022” ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิต์ โดยงานนี้มีผู้มีชื่อเสียงทั้งในวงการบันเทิง ,สื่อสารมวลชน , นักธุรกิจ และ พุทธศาสนา มาร่วมกันเชิญชวนไปชมงาน ได้แก่ ท่าน ว.วชิรเมธี, อาทิวราห์ คงมาลัย หรือ ตูน บอดี้สแลม, พีรวัส แสงโพธิรัตน์, กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร, สุทธิชัย หยุ่น, รศ.ดร.สิงห์ อินทรชูโต, ไดอาน่า จงจินตนาการ และ ธีรเดช เมธาวรายุทธ เป็นต้น

ภายในงานนี้จะมีกิจกรรม เช่น โครงการผ้าขาวม้าท้องถิ่นหัตถศิลป์ไทย, การประกวดสุนทรพจน์เยาวชน หัวข้อ “พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก”, การมอบรางวัลสำหรับคนทำจริง “SX Shaper Award”#SX2022, สัปดาห์แห่งเทศกาลอาหาร งานแสดงสินค้าและความสนุกแบบยั่งยืน, กิจกรรมส่งเสริมการถ่ายภาพในสถาบันอุดมศึกษา, กิจกรรม “พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก คืนชีพขยะ สู่งานศิลป์” และ ผลการดำเนินงานของอาเซียนในดัชนี DSG 

สำหรับ “คนเมือง” อนาคตการทำเกษตรในเมืองนั้นมีแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ เพราะงานเอ็กซ์ซิบิชั่นใหญ่ประจำปีนี้ที่เกิดขึ้น จะมีเนื้อหาที่ต่อยอดนำไปสู่ไอเดียในการทำเกษตรในเมืองให้แก่คนเมือง โดยมีกูรูด้านเกษตรอินทรีย์อันดับหนึ่งของไทยอย่าง “นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร หรือ “อาจารย์ยักษ์” และ “นายโจน จันใด” หรือ อาจารย์โจน มาให้ความรู้กันในงานอย่างครบรส 

ส่วนจะทำจริงหรือไม่ ได้ผลแค่ไหน ผู้ที่มีประสบการณ์ในการทำเกษตรในเมืองให้กำลังใจคนเมืองว่า การปลูกพืชผักในเมือง อาจต้องใช้ประสบการณ์หลายสิบครั้งในการปลูก จึงจะพบคำตอบ และ ขออย่างเดียวไม่ท้อกับการปลูกผักอินทรีย์ เพราะการปลูกผักอินทรีย์นั้นจะเป็นทั้งกำลังใจและโอกาสหนึ่งที่จะให้คำตอบกับคนเมือง เพื่อให้คนเมืองได้อยู่กับตัวเอง อยู่กับธรรมชาติอย่างมีความสุข ท่ามกลางภาวะโลกร้อนที่เราทุกคนบนโลกต้องเผชิญชะตากรรมนี้ร่วมกัน 


ขอบคุณข้อมูล 
หนังสือ “เศรษฐกิจเขียวและใส” เขียนโดย ดร.พงษ์พิสิฏฐ์ วิเศษกุล 
ขอบคุณภาพประกอบ 
FB: ThaiTribune 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ตายจากคนที่’ความชั่วมีมาก ความดีไม่ปรากฏ’แล้วไปเกิดเป็นเทวดา : ‘หลวงพ่อฤาษีลิงดำ’

Posted on September 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/682225

ตายจากคนที่'ความชั่วมีมาก ความดีไม่ปรากฏ'แล้วไปเกิดเป็นเทวดา : 'หลวงพ่อฤาษีลิงดำ'

ตายจากคนที่’ความชั่วมีมาก ความดีไม่ปรากฏ’แล้วไปเกิดเป็นเทวดา : ‘หลวงพ่อฤาษีลิงดำ’

วันเสาร์ ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2565, 18.27 น.

“…ท่านสุปติฎฐิตเทพบุตร ท่านทำกรรมชั่วหนักมากเรียกว่า “ความชั่วมีมาก ความดีไม่ปรากฏ” แต่ท่านไม่มีโอกาสลงนรก ก็เพราะตอนที่ใกล้จะตาย ท่านนึกถึงความชั่วของท่านได้ ท่านมีความทุกข์หนัก จิตเลี้ยวเข้าไปหาพระรัตนตรัยมีพระพุทธเจ้าเป็นประธาน คิดว่าเขาเล่าลือกันว่า “พระพุทธเจ้าช่วยคนที่มีความทุกข์ให้มีความสุขได้ ก็เลยนึกถึงความดีของพระพุทธเจ้า นึกถึงคำว่า พุทโธ ธัมโม สังโฆ ขอบารมีพระพุทธ ขอบารมีพระธรรม ขอบารมีพระสงฆ์ จงช่วยข้าพเจ้าด้วยเถิด” จิตจับอยู่ในไตรสรณาคมณ์ เมื่อตายแล้วจิตออกจากร่างกลายเป็นเทวดา เลยไม่ได้รับผลของความชั่ว ตอนที่เป็นเทวดาขณะที่พระพุทธเจ้าไปเทศน์พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ บนสรวงสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

ปรากฎว่าท่านสุปติฎฐิตเทพบุตรจะต้องจุติพอดี ท่านอากาสจารีเทพบุตร ก็เข้าไปเตือน ท่านจึงมองดูตัวของท่านว่าท่านตายจากเทวดาแล้วท่านจะไปไหน เพราะเทวดามีอารมณ์เป็นทิพย์จึงรู้สถานที่ไป ก็ทราบชัดว่าเมื่อจุติจากเทวดาแล้วก็ต้องไปเกิดในอเวจีมหานรกระยะเวลา ๑ กัปตามอายุของอเวจี เมื่อออกจากอเวจีมหานรกแล้วก็มาผ่านนรกบริวารอีก ๔ ขุม เมื่อพ้นจากนรกบริวาร ๔ ขุมแล้วก็ต้องมาตกยมโลกียนรกอีก ๑๐ ขุม เพราะท่านทำกรรมหนักคือ กรรมในยมโลกียนรกมีกี่อย่างท่านทำหมด เมื่อพ้นจากยมโลกียนรก ๑๐ ขุมแล้วก็ต้องมาเป็นเปรตตามลำดับ ๑๒ จำพวก พ้นจากเปรต ๑๒ จำพวกแล้วก็มาเป็นอสุรกาย เมื่อพ้นจากความเป็นอสุรกายแล้วก็มาเป็นสัตว์เดรัจฉานคือ เป็นแร้ง ๕๐๐ ชาติ เป็นกา ๕๐๐ ชาติ เป็นสุนัขบ้า ๕๐๐ ชาติ เมื่อพ้นจากความเป็นสัตว์เดรัจฉานแล้วก็มาเกิดเป็นคนคือ เป็นคนหูหนวก ๕๐๐ ชาติ เป็นคนตาบอด ๕๐๐ ชาติ เป็นคนบ้า ๕๐๐ ชาติ เป็นคนพิการง่อยเปลี้ยเสียขา ๕๐๐ ชาติ จึงจะมาเป็นคนที่มีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์

เมื่อท่านรู้กฎของกรรมของท่านแล้วท่านก็ตกใจ จึงบอกให้อากาสจารีเทพบุตรช่วยท่าน อากาสจารีเทพบุตรก็บอกว่า “เราก็เป็นเทวดาเหมือนกันจะช่วยท่านอย่างไร คนที่จะช่วยได้ก็เห็นจะมีท่านพระอินทร์องค์เดียว” ก็เลยพากันไปหาพระอินทร์ พระอินทร์ก็เลยบอกว่า “ฉันก็เป็นเทวดาเหมือนท่านช่วยไม่ได้ ท่านที่จะช่วยได้ก็คือ พระพุทธเจ้า เวลานี้พระองค์กำลังมาแสดงพระธรรมเทศนาอยู่ที่พระแท่นบัณฑุกัมพลศิลาอาสน์” ต่างก็พากันไปเฝ้าพระพุทธเจ้า พระอินทร์ก็กราบทูลเรื่องราวของสุปติฎฐิตเทพบุตรให้พระพุทธเจ้าทราบ พระพุทธเจ้าทรงทราบด้วยอำนาจพระพุทธญาณว่า “เทวดาองค์นี้มีกรรมหนัก สมัยเป็นมนุษย์เป็นมิจฉาทิฐิอย่างหนัก แต่มาเป็นสัมมาทิฐิชั่วเวลาไม่กี่นาที คือเวลาใกล้จะตาย จิตน้อมเข้ามาเคารพในคุณพระรัตนตรัย”

………………

บางส่วนจากคำสอนของหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง อ.เมือง จ.อุทัยธานี (ขอบคุณลานธรรมจักร http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=4&t=47675) – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

วัดพระศรีอารย์จัดกิจกรรมประเพณี’กวนกระยาสารทน้ำผึ้ง’เป็นข้าวทิพย์มงคล

Posted on September 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/682207

วัดพระศรีอารย์จัดกิจกรรมประเพณี'กวนกระยาสารทน้ำผึ้ง'เป็นข้าวทิพย์มงคล

วัดพระศรีอารย์จัดกิจกรรมประเพณี’กวนกระยาสารทน้ำผึ้ง’เป็นข้าวทิพย์มงคล

วันเสาร์ ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2565, 17.19 น.

วัดพระศรีอารย์ อำเภอโพธราม จังหวัดราชบุรี ร่วมกับชุมชนจัดกิจกรรมประเพณีกวนกระยาสารทน้ำผึ้งแจกชาวบ้านเป็นข้าวทิพย์มงคลตามความเชื่อแต่โบราณ 

วันนี้ (24 ก.ย.65) ที่พระศรีอารย์ ต.บ้านเลือก อ.โพธาราม จ.ราชบุรี พระครูวิทิตพัฒนโสภณ เจ้าอาวาสวัด ได้นำน้ำผึ้งที่มีชาวบ้านใจบุญนำมาถวายองค์พระศรีอารย์ให้ชาวบ้านจัดกิจกรรมกวนกระยาสารทน้ำผึ้งขึ้นที่ลานวัด ถือเป็นประเพณีที่ทำสืบต่อกันมายาวนานนับสิบปีแล้ว พอถึงช่วงกลางเดือน 10 ก่อนวันพระใหญ่ 15 ค่ำจะมีชาวบ้านในชุมชนเข้ามาช่วยงานวัดกวนกระยาสารทกันอย่างคึกคัก หลายคนได้กวนกะทิ น้ำตาลมะพร้าว ถั่ว งา ข้าวตอกจำนวนมาก ช่วยเหลือทางวัดจัดกิจกรรมขึ้นด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสที่ได้ช่วยงานบุญ แบ่งหน้าที่การเคี่ยวกะทิ เคี่ยวน้ำตาลมะพร้าวส่งกลิ่นหอมฟุ้ง หลายคนช่วยกันตักใส่กล่องพลาสติกเตรียมแจกประชาชน ส่วนคนไหนที่รู้จักนับถือและไม่ได้มาที่วัดนั้นจะนำไปส่งมอบให้ถึงมือในวันรุ่งขึ้น

พระครูวิทิตพัฒนโสภณ เจ้าอาวาสวัดพระศรีอารย์ กล่าวว่า การกวนกระยาสารทเป็นงานบุญประเพณีกลางเดือน 10  เรียกว่า สารทไทย เป็นงานบุญประเพณีประจำปี ซึ่งจะมีญาติโยมนำน้ำผึ้งมาถวายองค์พระศรีอารย์แต่ละปีจำนวน 500 – 600 ขวด มีน้ำผึ้งศักดิ์สิทธิ์จากองค์พระศรีอารย์จึงนำออกมาใส่ผสมกวนกระยาสารทถือเป็นข้าวทิพย์ที่เป็นมงคล ใครได้กินแล้วเป็นยาดีต่อสุขภาพ โดยจะนำแจกให้ประชาชนที่มาร่วมงานบุญเป็นวัฒนธรรมประเพณีเป็นแหล่งที่สืบสานเรื่องที่ดีในท้องถิ่นให้คงอยู่ไว้  

ส่วนการนำน้ำผึ้งถวายองค์พระศรีอารย์ เป็นความเชื่อของคนที่เข้าถึงยุคพระศรีอารย์ โดยน้ำผึ้งจะมาจากเกสรดอกไม้ ที่ไหนมีดอกไม้ก็จะมีผึ้งไปหาน้ำหวานเหมือนมีตาทิพย์ หูทิพย์ จึงนำสิ่งที่เกิดขึ้นที่มีอยู่เอามารวมหล่อหลอมให้เป็นวัฒนธรรมประเพณีแล้วสืบสานร่วมกันไป ถือเป็นสิ่งที่ดีงาม ทุกปีชาวบ้านจะรู้ทุกวันโกนกลางเดือน 10 จะมาช่วยกันกวนกระยาสารท 

ส่วนวันพรุ่งนี้ (25 ก.ย.65) เป็นวันพระใหญ่แรม 15 ค่ำ เดือน 10 จะนำกระยาสารทไปแจกให้คนที่รู้จัก คล้ายกับวันสารทจีนนั้นจะมีคนจีนนำขนม ของไหว้ไปแจกเพื่อนที่รู้จักมักคุ้น ส่วนสารทไทยก็จะมีคนไทยนำกระยาสารทไทย ไปแจกให้กับเพื่อนและคนที่รู้จักได้รับประทาน เป็นวัฒนธรรมประเพณีที่คล้ายกับส่งให้กับบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว กลายเป็นงานบุญที่สืบทอดต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน วัดจึงอยากรักษาสิ่งเหล่านี้ให้คงอยู่สืบไป – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ความหมายมหาศาล! แม่เซอร์ไพรส์ลูกสาว หอบช่อรวงข้าวยินดีวันสำเร็จ

Posted on September 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/682194

ความหมายมหาศาล! แม่เซอร์ไพรส์ลูกสาว หอบช่อรวงข้าวยินดีวันสำเร็จ

ความหมายมหาศาล! แม่เซอร์ไพรส์ลูกสาว หอบช่อรวงข้าวยินดีวันสำเร็จ

วันเสาร์ ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2565, 16.44 น.

คุณแม่หอบช่อรวงข้าว ทำพิเศษกับมือ ร่วมยินดีลูกสาวรับปริญญา ช่อนี้แหละ ส่งลูกเรียนจนจบ

เป็นภาพแห่งความน่ารักของบัณฑิตป้ายแดง โดยผู้ใช้เฟซบุ๊ก Kritsana Imon เผยภาพวันแห่งความสำเร็จ เพื่อเข้าพิธีพระราชทานปริญญาบัตรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร

โดยปกติแล้วก็จะมีครอบครัว เพื่อน พี่ น้อง มาร่วมยินดีพร้อมของขวัญสุดพิเศษ แต่พบว่าคุณแม่รายนี้ ซึ่งมีอาชีพทำไร่ ทำนา หอบช่อดอกไม้ที่ดูจะธรรมดา แต่แสนพิเศษเต็มไปด้วยความหมาย นั่นคือ ช่อรวงข้าว ผูกโบว์สวยงาม 

บัณฑิตป้ายแดงคนนี้ ยังเผยข้อความซึ้งถึงคุณแม่ด้วยว่า “อาจจะไม่สวยเหมือนกับช่ออื่นแต่ช่อนี้คือช่อที่ส่งลูกคนนี้จนเรียนจบ ได้มีอาชีพที่ใฝ่ฝัน” -009

ขอบคุณภาพ : Kritsana Imon

ขอบคุณภาพ : Kritsana Imon

ขอบคุณภาพ : Kritsana Imon

ขอบคุณภาพ : Kritsana Imon

ขอบคุณภาพ : Kritsana Imon

ขอบคุณภาพ : Kritsana Imon

ขอบคุณภาพ : Kritsana Imon

ขอบคุณภาพ : Kritsana Imon

ขอบคุณภาพ : Kritsana Imon

ขอบคุณภาพ : Kritsana Imon

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แห่’เจิมมือ นะพระแม่โพสพ’ เชื่อเสริมดวงค้าขายโชคลาภมั่งมีไม่อดอยากไม่ยากจน

Posted on September 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/682173

แห่'เจิมมือ นะพระแม่โพสพ' เชื่อเสริมดวงค้าขายโชคลาภมั่งมีไม่อดอยากไม่ยากจน

แห่’เจิมมือ นะพระแม่โพสพ’ เชื่อเสริมดวงค้าขายโชคลาภมั่งมีไม่อดอยากไม่ยากจน

วันเสาร์ ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2565, 15.38 น.

คนแห่ “เจิมมือ นะพระแม่โพสพ” วัดเขาไม้แดง หนึ่งเดียวในไทยเชื่อเมื่อเจิมมือแล้วจะเสริมดวงค้าขาย-โชคลาภมั่งมีจะไม่อดอยาก ไม่ยากไม่จน อีกทั้งกันเสนียดจัญไรทั้งปวง 

วันนี้ (24 ก.ย.65) ตั้งแต่เวลา 07.00 น.เป็นต้นมา ที่วัดเขาไม้แดง หมู่ 5 ต.บางพระ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ได้มีประชาชนคนไทยนับร้อยคน ส่วนมากเป็นพ่อค้า-แม่ค้า หนุ่มสาวโรงงานและชาวต่างประเทศต่างมารับบัตรคิวและนั่งรอคิว เพื่อรอให้พระครูวิสิฐธรรมโสภณ หรือหลวงพ่อสง่า เจ้าอาวาสวัดเขาไม้แดง ซึ่งเป็นลูกศิษย์ที่สืบทอดพุทธาคม จากหลวงพ่อยงยุทธ อดีตเจ้าอาวาสวัดเขาไม้แดง อดีตพระเกจิอาจารย์ดังแห่งจังหวัดชลบุรี ซึ่งต้นตำรับดั้งเดิมที่หลวงพ่อยงยุทธท่านได้ ร่ำเรียนมาจาก หลวงพ่อจง พุทธสโร วัดหน้าต่างนอก จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นความเชื่อของชาวไทยว่าเมื่อ เจิมมือจากหลวงพ่อสง่าไปแล้วจะไม่อดอยาก ไม่ยากไม่จน และยังป้องกัน คุณผี คุณคน คุณไสย และเสนียดจัญไรต่าง ๆที่มาแผ้วผลาญจะหมดไป 

โดยทุกครั้งที่เจิมมือจากหลวงพ่อสง่าเสร็จในพานครูจะมีข้าวสาร มอบให้กลับไป สามารถนำไปใส่ผสมกับถังเก็บข้าวที่บ้านจะมีกินมีใช้ไปตลอด หรือหากบ้านใดมีสถานที่อาถรรพ์สามารถนำข้าวสารที่ได้ไปหว่าน สามารถขับไล่เสนียดจัญไรได้ โดยจะมีคาถาหัวใจแม่พระโพสพสำหรับกำกับข้าวก่อนใส่หม้อหรือหว่านโปรย สำหรับผู้ที่จะเข้าไป เจิมมือ  ต้องตั้ง นะโม 3 จบ และว่า ติยันติ ยันติ โมมะมูนมา พานครูดอกไม้ธูปเทียน เงินค่าครู 39 บาท ข้าวสารหนึ่งหยิบมือ ใครไม่สะดวกเตรียมทางวัดเตรียมพานไว้ให้แล้วมาทำบุญที่วัด ตามกำลังศรัทธา ซึ่งการเจิมมือ นะพระแม่โพสพของหลวงพ่อสง่าท่านจะเริ่ม เจิมทุกวันตั้งแต่เวลา 09.00 น. ยกเว้นวันพระและวันที่หลวงพ่อสง่าท่านติดกิจนิมนต์สำคัญ และมีข้อห้ามสำหรับผู้ที่เจิมว่า 1.ไม่ด่าพ่อแม่ลบหลู่ผู้มีพระคุณ 2.ไม่ประพฤติผิดในกาม 3.ยึดมั่นในศีลธรรม 

ทั้งนี้ หลวงพ่อสง่าท่านได้นำความรู้ความสามารถมาช่วยเหลือสร้างขวัญกำลังใจให้ชาวบ้านและผู้เลื่อมใสศรัทธาจากทั่วสารทิศ แม้กระทั่งชาวต่างชาติยังเชื่อถือ นั่นคือ “วิชาการเจิมมือนะพระแม่โพสพ” ตามตำรับดั้งเดิมของ “หลวงพ่อจง พุทธสโร” เกจิดังวัดหน้าต่างนอก อยุธยา ซึ่งเป็นเคล็ดวิชาโบราณที่มีความเชื่อกันว่า ลงไว้แล้วจะไม่อดอยาก ไม่ยากไม่จน และยังป้องกัน คุณผี คุณคน คุณไสย รวมทั้งเสนียดจัญไรต่างๆ นานา 

โดยเฉพาะวิชา “เจิมมือนะพระแม่โพสพ” ตำรับโบราณที่หลวงพ่อยงยุทธได้รับการถ่ายทอดมาจากหลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และถ่ายทอดมาสู่หลวงพ่อสง่า ซึ่งเป็นศิษย์เอก ซึ่งถือว่าเป็นวิชาหนึ่งเดียวในประเทศไทย ซึ่งในตอนนี้ชาวต่างประเทศที่ทราบข่าวการเจิมมือจากการนำเสนอข่าว ทั้งฝรั่ง คนจีน มาเลเซีย สิงคโปร์ ใต้หวัน ฮ่องกงฯที่ทราบว่าถ้าได้เจิมมือกับหลวงพ่อสง่า แล้วจะเสริมดวงค้าขาย-โชคลาภมั่งมี จะไม่อดอยาก ไม่ยากไม่จน ทั้งกันเสนียดจัญไรทั้งปวง ต่างพากันเดินทางมาให้หลวงพ่อสง่าเจิมมือกันอย่างมากมายเกือบทุกวันโดยจะมาลงชื่อจองบัตรคิวกันตั้งแต่เวลา05.00น.เนื่องจากเดินทางมาไกลจากต่างประเทศกลัวไม่ได้บัตรคิว 

สำหรับท่านที่ใดมีความประสงค์จะมาเจิมมือสามารถเดินทางมาที่วัดเขาไม้แดงได้ทุกวัน (หลวงพ่อจะหยุดเจิมทุกวันพระ) และวันที่หลวงพ่อติดกิจนิมนต์สำคัญ โดยจะรับเพียงวันละ 150 ท่านเท่านั้น และสามารถลงชื่อรับบัตรคิวได้ที่หน้าโต๊ะบูชาพานครูตั้งแต่เวลา 05.00น. และรับบัตรคิวตั้งแต่เวลา07.00น.เป็นต้นไป จะไม่มีการจองคิวล่วงหน้า รับบัตรคิววันต่อวันเท่านั้น( วันเสาร์และอาทิตย์ คิวจะเต็มตั้งแต่ 7-8 โมงเช้า) ค่าพานครู 49 บาท จะมีแผ่นทอง แผ่นเงิน ดอกไม้ ธูป เทียน ข้าว สาร และมีค่ากำนัลครูอีก39 บาท(เป็นกำลังพระแม่โพสพ)  

และท่านที่ประสงค์จะทำพิธีเบิกพระแม่ธรณี ค่าครู 21 บาท (กำลังพระแม่ธรณี)เพื่อจะให้ขายที่ดินได้ เจิมตามตำหรับวิชาและสวดกรณียเมตตสูตร (แผ่เมตตา) ให้กับวิญญาณ เจ้าที่ เจ้าทาง เทวดาคุ้มครอง สวดมนต์เปลี่ยนศัตรูให้เป็นมิตร สามารถนำโฉนดที่ดินฉบับถ่ายเอกสาร ฝากวางไว้ที่วัดเขาไม้แดงได้ทุกวัน หลวงพ่อท่านจะทำพิธีเบิกพระแม่ธรณี(ขายที่ดิน) ให้ทุกวันเสาร์ช่วงประมาณ 16.00น.หลังเสร็จภารกิจการเจิมมือนะพระแม่โพสพ ท่านที่ประสงค์จะเข้าร่วมพิธีในวันเสาร์และรอรับโฉนดกลับเลยก็ได้ หรือจะฝากไว้ที่วัดเขาไม้แดงก่อนและมารับวันหลังก็ได้เช่นกันซึ่งโฉนดที่ดินถ่ายเอกสารที่มีผู้ศรัทธานำมาฝากไว้ทำพิธีจนถึงวันนี้รวมแล้วกว่า 150 ฉบับ มาจากทั่วทุกภาคของประเทศไทยเลยคิดเป็นมูลค่ากว่า 500-600 ล้านบาททีดียว – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ช็อก! ‘Sex Creator’ดาวดังค้างค่าเช่าคอนโดฯหรู เจ้าของห้องเปิดเข้าไปถึงกับผงะ

Posted on September 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/682172

ช็อก! ‘Sex Creator’ดาวดังค้างค่าเช่าคอนโดฯหรู เจ้าของห้องเปิดเข้าไปถึงกับผงะ

ช็อก! ‘Sex Creator’ดาวดังค้างค่าเช่าคอนโดฯหรู เจ้าของห้องเปิดเข้าไปถึงกับผงะ

วันเสาร์ ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2565, 15.35 น.

วันที่ 24 กันยายน 2565  ผู้ใช้ทวิตเตอร์รายหนึ่ง ซึ่งคาดว่าเป็นเจ้าของห้อง ได้โพสต์คลิปและรูปภาพภายในห้องคอนโดฯ หรูแห่งหนึ่ง เมื่อเปิดเข้าไปแล้วพบว่าในห้องเต็มไปด้วยกองขยะจำนวนมากอยู่ทุกซอกทุกมุม ไม่เว้นแม้กระทั่งทางเดิน แถมบนเตียงทุกหย่อมของห้องมีแต่สิ่งสกปรก ส่งกลิ่นเน่าทั่วห้อง

โดยเจ้าของห้องยังได้โพสต์ข้อความระบุด้วยว่า แม่สาวดาวทวิต ช่วยมาเอาxxxปลอมที่ยังวางไว้อยู่บนเตียงหน่อย มาใช้ค่าเสียหายให้ด้วยจ้า” พร้อมกับแท็กชื่อเจ้าของทวิตเตอร์ซึ่งเป็นนักศึกษาสาวสวยรายหนึ่ง คาดว่าเป็นผู้มาเช่าห้องดังกล่าว นอกจากนี้ยังพบว่าหญิงสาวดังกล่าวเป็น Sex Creator ชื่อดังของทวิตเตอร์อีกด้วย

หลังจากที่ได้มีการเผยแพร่คลิปออกไป ได้มีโลกออนไลน์เข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก 

ชมคลิป : คลิก

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,936,302 hits

Join 4,115 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

เท้ง นำทัพพรรคประชาชน เดินขบวนยื่นร่างปฏิรูปประกันสังคม
ทวี ชี้ปรับโครงสร้างค่าไฟ แค่ย้ายภาระ ไม่ใช่การ แก้ปัญหา จี้แก้ให้ถูกจุด เลิกค่าไฟทิพย์
Science Update : รัสเซียทดสอบจรวด โซยุซ-5 สำเร็จ
จบสัมพันธ์สามีภรรยา หญิงออน แยกทาง ตั้ม วิชญะ ลูกชายของดวงดาว จารุจินดา
คลังชงออกพรก.กู้เงิน เคาะ4แสนล. ตุนกระสุนสู้วิกฤต
ณัฏฐ์ชนน สวน เท้ง หงาย คนในพรรคมีแต่สีดำมะเมี่ยม ทั้งคดีทางเพศ ยาเสพติด พนันออนไลน์
สว.นรเศรษฐ์ จี้รัฐบาล ทบทวนแลนด์บริดจ์ ชี้เสียงวิจารณ์เยอะ-เสี่ยงไม่คุ้มค่า
ยกเลิก MOU44 กต.แจงทูต/เข้าครม.5พ.ค.
UOB เสริมความมั่นคง ผ่านการยกระดับการเรียนรู้ การเงินและนวัตกรรม
ราชการแนวหน้า : สิทธิประโยชน์และสวัสดิการของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ

Recent Posts

  • ออสเตรเลียแจ้งข้อหาชายวัย 47 ฆาตกรรม-ล่วงละเมิด ด.ญ. พื้นเมือง 5 ขวบ
  • เยอรมนีชี้ สหรัฐฯ ถอนทหารเป็นสิ่งที่ “คาดการณ์ได้” ขณะนาโตขอคำชี้แจง
  • “ภูเขาไฟมายอน” ปะทุหนัก ฟิลิปปินส์สั่งอพยพด่วน-ยกระดับเตือนภัยระดับ 3
  • “ทรัมป์” ขู่อาจกลับไปถล่มอิหร่านอีก หาก “ประพฤติตัวไม่ดี'”
  • จับชายในออสเตรีย หลังพบยาเบื่อหนูปนเปื้อน ในขวดสินค้าอาหารเด็ก

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d