Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

น้ำใจหลั่งไหล! ช่วยยายหลานสร้างบ้านให้ใหม่ สะใภ้นำจำนองไม่ผ่อนถูกยึด

Posted on September 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/680949

น้ำใจหลั่งไหล! ช่วยยายหลานสร้างบ้านให้ใหม่ สะใภ้นำจำนองไม่ผ่อนถูกยึด

น้ำใจหลั่งไหล! ช่วยยายหลานสร้างบ้านให้ใหม่ สะใภ้นำจำนองไม่ผ่อนถูกยึด

วันจันทร์ ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2565, 07.42 น.

19 กันยายน​  2565 หลังจากที่ได้มีการนำเสนอข่าวความเดือดร้อนของยายละม่อม ไหมดำ อ.66 บ้านเลขที่ 118 ม.1 บ้านไร่ใหญ่ ต.เหนือคลอง อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ พร้อมกับหลานชาย หญิง 2 คน กำลังจะไร้บ้านอยู่ เนื่องจากอดีตลูกสะใภ้ นำที่ดินพร้อมบ้าน 2 ไร่เศษ ไปจำนองกับธนาคารแห่งหนึ่ง และไม่ผ่อนชำระ จนถูกธนาคารยึด และให้ยายย้ายออกภายในสิ้นเดือนกันยายนนี้ ทำให้ยายละม่อมเดือดร้อนอย่างหนัก และกำลังจะกลายเป็นคนไร้ที่อยู่ ซึ่งยังไม่มีหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือแต่อย่างใด 

จนกระทั่งนางสาวสุกัญญา กูลหลัก ผู้ประกอบการสุกัญญาเม็ดมะม่วงหิมมะพานต์สูตรคั่วโบราญ ได้ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ โดยยกที่ดินส่วนหนึ่งสร้างบ้านใหม่ให้ยายละม่อม เนื่องจากสงสารยายและหลานๆที่กำลังเรียนหนังสือ โดยหลานคนเล็ก ชาย อายุ 7 ขวบ เรียน ป.1 คนโต ผู้หญิง อ.17 ปี เรียน ม.6 แต่ขาดเงินและอุปกรณ์สร้างบ้านอยู่อีกจำนวนหนึ่งจึงได้โพสต์ขอความช่วยเหลือ ได้มีน้ำใจของผู้ใจบุญได้ส่งเงินเข้าบัญชีของยายละม่อม เพื่อสมทบทุนในการสร้างบ้าน รวมเป็นเงินกว่า 47,000บาท

ล่าสุด นายธนวัช ภูเก้าล้วน นักธุรกิจรับเหมาสร้างและต่อเติมบ้าน จ.กระบี่ ได้นำอิฐบล็อก 200 ก้อน พร้อมด้วยปูนซิเมนต์ จำนวน 20 กระสอบ สมทบทุนในการสร้างบ้านหลังใหม่ให้ยายละม่อมด้วย พร้อมกับกล่าวว่า หลังจากทราบข่าวความเดือดร้อนของยายละม่อม จากสื่อโซเชี่ยลมีการเปิดรับบริจาคสิ่งของและอุปกรณ์สร้างบ้านให้ยายละม่อม จึงได้เดินทางมาเยี่ยมให้กำลังใจ พร้อมกับนำอิฐและปูน มอบสมทบในการสร้างบ้านให้ยาย นอกจากนี้ยังได้มอบที่นอนปิ๊กนิคให้กับยาย-หลานด้วย  

ขณะที่นางสาวสุกัญญา กล่าวว่า ตนอดสงสารยายละม่อมไม่ได้ ที่ต้องกลายเป็นคนไร้ที่อยู่ เพราะยายละม่อม ทำงานกับตนมานานโดยรับจ้างกะเทอะเปลือกเม็ดมะม่วงหิมมะพานต์ ตนรู้ดีว่ายายลำบากแค่ไหน ที่คนอายุ 66 ปี ต้องหาเงินเลี้ยงหลาน 2 คนตามลำพัง บางวันข้าวสารตรอกหม้อยังไม่มี ตนและคนในครอบครัว จึงอดสงสารไม่ได้ที่ต้องเห็นยายไม่มีที่อยู่ จึงได้ยกที่ดินสร้างบ้านให้ โดยตัวบ้านมีโครงสร้างเก่าอยู่แล้ว ปูพื้น มุงหลังคา และกั้น สร้างห้องน้ำห้องส้วมก็เข้าอยู่ได้ ซึ่งจะเร่งสร้างให้เสร็จโดยเร็ว และหากว่าเงินที่ได้รับบริจาค ขาดเหลือเท่าใดตนรับเองทั้งหมด

ด้านยายละม่อม กล่าวว่า รู้สึกขอบคุณทุกๆน้ำใจที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ ตนและหลานๆจะไม่ไม่ลืมบุญคุณ และขอให้คุณงามความดีตอบแทนกลับไปยังทุกคนด้วย.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เดือนสุดท้าย..ก่อนบาย‘โควิด’ ข้อเสนอ‘แรงงานนอกระบบ’ถึงรัฐ

Posted on September 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/680882

เดือนสุดท้าย..ก่อนบาย‘โควิด’ ข้อเสนอ‘แรงงานนอกระบบ’ถึงรัฐ

เดือนสุดท้าย..ก่อนบาย‘โควิด’ ข้อเสนอ‘แรงงานนอกระบบ’ถึงรัฐ

วันจันทร์ ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.05 น.

เมื่อล่วงเข้าสู่เดือนกันยายน 2565ก็เหลือเวลาอีกไม่ถึง 1 เดือนแล้ว กับการที่ประเทศไทยจะปรับลดระดับ “โควิด-19” จากโรคติดต่ออันตรายเป็นโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวังซึ่งกว่า 2 ปี ที่ไทยและทั่วโลกเผชิญวิกฤตโรคระบาดครั้งร้ายแรงนี้ นอกจากผลกระทบด้านสุขภาพจากจำนวนผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตจำนวนมากแล้วยังรวมถึงผลกระทบด้านเศรษฐกิจจากการตกงานกิจการปิดตัว ผู้คนขาดรายได้ บางรายเครียดถึงขั้นฆ่าตัวตาย โดยเฉพาะ “แรงงานนอกระบบ” ที่สภาพการทำงานไม่มั่นคงเพราะไม่ได้อยู่ในระบบประกันสังคมเฉกเช่นลูกจ้างในสถานประกอบการ

ย้อนไปช่วงต้นเดือนกันยายน 2565 สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดงานสัมมนาวิชาการประจำปี 2565 ในหัวข้อ “ก้าวไปข้างหน้า บอกลาโควิด ชวนคิดย้อนหลัง (Social Reflexivity from COVID-19 and its [Re] Normalization)” ซึ่งหนึ่งในกิจกรรมของงานดังกล่าว คือการเสวนาหัวข้อ “แรงงานนอกระบบกับโจทย์หลังโควิด-19” มีตัวแทนเครือข่ายอาชีพที่จัดเป็นกลุ่มแรงงานนอกระบบ มานำเสนอมุมมอง “ย้อนความหลัง-แลไปข้างหน้า” อะไรคือผลกระทบ และอะไรคือสิ่งที่อยากเรียกร้องขอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

กชพร กลักทองคำ ตัวแทนกลุ่มผู้รับงานไปทำที่บ้าน กล่าวว่า ในช่วงสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ก็ยังน่าทึ่งว่าผ่านช่วงวิกฤตแบบนั้นมาได้อย่างไร หลายคนกินข้าวไม่ครบมื้อในแต่ละวัน บ้างต้องขายเครื่องจักร หรือแม้แต่เก็บข้าวของกลับต่างจังหวัดเพราะไม่มีค่าเช่าที่พักในเมือง ซึ่งก็ต้องขอบคุณภาคประชาสังคมที่เข้ามาช่วยเหลือ ตั้งแต่การจัดหาอาหาร อุปกรณ์ป้องกันโรค การส่งต่อรักษา ตรวจคัดกรองและฉีดวัคซีน เนื่องจากภาครัฐนั้นเข้าไม่ถึงเพราะการเยียวยาของรัฐมองเป็นแบบทั่วไป ไม่ได้จำเพาะเจาะจงเป็นอาชีพ

“ในช่วงภาวะไม่ปกติ ในช่วงที่เกิดภัยพิบัติ ในช่วงเจอโรคร้าย ทำอย่างไรจะให้การสนับสนุนมันเข้าถึงเรา คือรัฐควรจะให้ถึงเราโดยเป็นทั้งผู้ให้ เป็นทั้งผู้ประสานด้วย อย่างเช่นการพัฒนา ถ้าเราพัฒนาถูกจุดมันจับต้องได้ มันไปข้างหน้าได้ อีกอย่างหนึ่งคือการส่งเสริม มันต้องทันสมัย มันต้องทันเหตุการณ์ด้วย คือทุกอย่างเราคิดว่ามันต้องมี รัฐควรจะคิดหนักและมีส่วนร่วมของตัวแทนจริงๆ เพราะถ้าเราบอกว่าเขาคิดเอาเออเอง มันก็ไม่ตอบโจทย์ของปัญหา” กชพร กล่าว

ปรีชา ไทยสงเคราะห์ ประธานสหพันธ์ผู้ค้าหาบเร่แผงลอยกรุงเทพมหานคร กล่าวว่าหาบเร่แผงลอยเปรียบเสมือน “อู่ข้าวอู่น้ำ” ของคนเมือง แต่จำนวนมากยังไม่ได้กลับเข้าพื้นที่หลังถูกยกเลิกการทำการค้าไปในช่วงที่มีการจัดระเบียบ อีกทั้งยังเข้าไม่ถึงแหล่งเงินทุนในระบบทำให้ต้องพึ่งพาเงินกู้นอกระบบ ดังนั้นสิ่งที่เรียกร้องคือ “จุดไหนที่มีความพร้อมแล้วก็อยากให้ภาครัฐเร่งอนุญาตให้ผู้ค้ากลับเข้าไปทำการค้าเพื่อให้มีรายได้” ขณะเดียวกัน ผู้ค้าเองก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยที่เปลี่ยนไป

“ต่อไปอนาคตหาบเร่แผงลอยไม่เหมือนเดิมแล้ว เรามองว่าผู้ค้าหาบเร่แผงลอยต้องเรียนรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามา แล้วตัวพวกเรา หาบเร่แผงลอยที่ยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งบางคนอายุเกิน 50 บางคน 45 ก็ต้องเรียนรู้กับเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามา เราก็อยากจะให้ภาครัฐช่วยลงมาสนับสนุนในการเรียนรู้ ให้พวกเราได้มีความรู้ใหม่ๆ แต่เรายังดีที่ยังมีมูลนิธิที่เข้ามาช่วยดูแลเรื่องการเรียนรู้ แต่การเรียนรู้ของเราแต่ละกลุ่มก็ต้องเรียนรู้กันไป” ปรีชา กล่าว

เฉลิม ชั่งทองมะดัน นายกสมาคมผู้ขับขี่จักรยานยนต์รับจ้างแห่งประเทศไทย เล่าว่า สถานการณ์โควิด-19 ทำให้ชาววินมอเตอร์ไซค์หลายคนกลับบ้านเกิดที่ต่างจังหวัด ซึ่งในจำนวนนี้มีไม่น้อยที่กลับไปแล้วหางานอื่นทำได้ก็ไม่กลับมากรุงเทพฯ อีก ขณะที่ปัจจุบัน ผู้ที่ยังยึดอาชีพ จยย.รับจ้างต้องเผชิญปัญหาน้ำมันแพง เสียค่าน้ำมันเฉลี่ย 200 บาท/วัน จากก่อนหน้านี้อยู่ที่ 100-150 บาท/วันก็เพียงพอ

ขณะเดียวกัน “กลไกภาครัฐก็ไม่ตอบโจทย์”เพราะคณะกรรมการ 4 ฝ่ายในการจัดระเบียบ จยย.รับจ้าง ทั้งหมดล้วนเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ประกอบด้วย กรมการขนส่งทางบก ตำรวจ ทหาร และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ในที่นี้คือกรุงเทพมหานคร-กทม.) ไม่มีตัวแทนผู้ประกอบอาชีพเข้าร่วมด้วย จึงเสนอว่า ในระดับอนุกรรมการควรเพิ่มโควตาตัวแทนจากคนทำงานเข้าไปด้วย อีกทั้งยังตั้งข้อสังเกตว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ทำหน้าที่อย่างที่ควรจะเป็น จนกลายเป็นปัญหาที่น่าห่วงยิ่งกว่าโควิด-19 ที่หลายคนปรับตัวกันได้แล้ว

“เขาพยายามผลักดันให้เราไปอยู่ในบริษัท ซึ่งเป็นบริษัทที่อยู่นอกกรมการขนส่งทางบก คือกฎระเบียบของเราอยู่ในกรมการขนส่งทางบก แต่พอเราออกไปอยู่กับทางบริษัทแพลตฟอร์ม มันก็จะทำให้เราไปใช้ระเบียบข้อบังคับของบริษัทซึ่งมันขัดแย้งกันกับกฎกระทรวง เราก็ทำไม่ได้ พอเราทำไม่ได้เราก็พยายามเรียกร้องให้เขาบังคับใช้กฎหมายหรือออกนโยบายอะไรมาก็ตาม ทำให้พวกเราสามารถประกอบอาชีพอยู่ได้

เราก็ยอมรับว่าอาชีพวินมอเตอร์ไซค์แรกเริ่มมันเกิดจากกลุ่มคนที่มารวมตัวกันเพื่อประกอบอาชีพปากซอย-ท้ายซอย แต่ก่อนเขาก็มองว่าคล้ายๆ กลุ่มคนผู้มีอิทธิพลทำกัน แต่พอมาหลังๆ พอขึ้นทะเบียนได้แล้ว มีภาครัฐเข้ามาดูแลควบคุม แทนที่เราจะอยู่ดีสบายและไต่อาชีพขึ้นไปได้ เรากลับต้องมาทะเลาะกับหน่วยงานที่ดูแลเรา แทนที่เขาจะเข้ามาดูแลเรา ยกระดับอาชีพให้กับพวกเรา และดูแลพวกเราให้เป็นไปตามกฎกระทรวงที่เขาออกมา กลายเป็นว่าเราต้องไปขอร้องให้เขาบังคับใช้กฎกระทรวงที่เขาออกมาให้เรา” เฉลิม ระบุ

กัญญภา ประสพสุข ประธานเครือข่ายลูกจ้างทำงานบ้าน กล่าวว่า ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ลูกจ้างทำงานบ้านมีทั้งถูกเลิกจ้าง ถูกลดวัน-เวลาทำงาน หรือที่ยังมีงานทำก็ยังพบถูกนายจ้างขอให้ตรวจ ATK คัดกรองโควิด-19 ก่อนเข้าทำงาน กลายเป็นภาระค่าใช้จ่ายของคนรับงาน ซึ่งสำหรับกลุ่มลูกจ้างทำงานบ้าน มีข้อเสนอคือ “ต้องการเป็นแรงงานในระบบ” เช่นเดียวกับแรงงานในสถานประกอบการ เพราะลูกจ้างทำงานบ้านมีนายจ้างและมีรายได้เป็นเงินเดือน แต่กลับไม่ได้เข้าระบบประกันสังคมมาตรา 33 และไม่มีความคุ้มครองอย่างลูกจ้างในสถานประกอบการ

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมามีหน่วยงานเข้ามาให้ความช่วยเหลือ เช่น มูลนิธิเพื่อการพัฒนาแรงงานและอาชีพ (Homenet Thailand) สนับสนุนการพัฒนาแพลตฟอร์ม “โฮมแคร์ไทยแลนด์ (Homecare Thailand)” เพิ่มโอกาสให้กับลูกจ้างทำงานบ้านในการได้รับการว่าจ้าง โดยหวังว่าในอนาคตจะแข่งขันกับบริษัทนายหน้าอื่นๆ ได้รวมถึง กระทรวงแรงงาน จัดอบรมโครงการแม่บ้านทันสมัย เป็นต้น ซึ่งก็มีข้อเสนอให้เพิ่มเนื้อหาการอบรมที่ผู้ประกอบอาชีพต้องการ เพื่อเพิ่มพูนทักษะการทำงาน

“ได้สอบถามเพื่อนๆ สมาชิก พวกเขารู้สึกประทับใจมากที่ได้อบรมแม่บ้านทันสมัย แล้วก็อบรมต่างๆ แล้วข้อเรียกร้องมีมาก ขออบรมไอที ขอเข้ารับการอบรมภาษา อบรมเรื่อง First Aid (การปฐมพยาบาลเบื้องต้น) หรือการดูแลคนสูงอายุ แล้วการพัฒนาฝีมือต่างๆ รู้สึกสมาชิกจะต้องการตรงนี้ เพราะเขาเชื่อว่าถ้าเขามีความสามารถด้านนี้ ผ่านการอบรมด้านนี้มันจะทำให้เขามีประสิทธิภาพ หรือมีคุณภาพที่นายจ้างจะเลือกเขาทำงานได้มากยิ่งขึ้น”กัญญภา กล่าว

พิทักษ์ โยธา นายกสมาคมจารวีเพื่ออนุรักษ์แพทย์แผนไทย กล่าวว่า นวดแผนไทยเป็นอีกอาชีพที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงช่วงสถานการณ์โควิด-19 ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา แต่ล่าสุดก็ค่อยๆ ฟื้นตัวกลับมาแล้ว ซึ่งนวดแผนไทยเป็นอาชีพที่มีการประกันรายได้ 300-500 บาท/วันขึ้นอยู่กับแต่ละร้าน อย่างไรก็ตาม “นวดแผนไทยยังเป็นอาชีพที่ขาดแคลน” จึงหวังว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเปิดอบรมทักษะวิชาชีพด้านนี้

ขณะเดียวกันยังพบว่า “นวดแผนไทยไปไกลทั่วโลก..แต่ไม่ได้ไปแบบในระบบ” ประเด็นนี้ต้องฝาก กระทรวงแรงงาน ช่วยเจรจากับต่างประเทศ เพื่อให้ผู้ประกอบการร้านนวดในต่างประเทศเข้าสู่ระบบ เพื่อให้ผู้ประกอบอาชีพนวดแผนไทยสามารถไปทำงานในต่างประเทศได้อย่างถูกต้องและได้รับความคุ้มครอง และเช่นเดียวกับลูกจ้างทำงานบ้าน “นวดแผนไทยเป็นอีกอาชีพที่ต้องได้รับการผลักดันให้เข้าสู่ระบบประกันสังคม” เพราะจะเหมาะสมกับแรงงานที่ไปทำงานห่างไกลภูมิลำเนา อาทิ ในเมืองท่องเที่ยวต่างๆ มากกว่าสิทธิบัตรทองที่ต้องมีขั้นตอนโอนย้าย

“ตอนนี้ผมมองก้าวข้ามโควิดไปแล้ว ซึ่งความเจ็บปวดที่ผ่านมาผมจะไม่พูดถึงแล้ว คือมันผ่านมาแล้ว แล้วก็ไม่อยากจะย้อนกลับไปอีกเราจะอยู่กับมัน อยู่กับโควิด แล้วก็มาสร้างงานสร้างอาชีพ ช่วยกันพัฒนาประเทศดีกว่า ซึ่งนวดและสปา ในอดีตเคยสร้างรายได้ให้ประเทศไทยก่อนโควิด ปีละ 5-6 หมื่นล้านบาท แต่ ณ ตอนนี้ก็เริ่มสร้างงานสร้างเงินให้กับประเทศ

ซึ่งแรงงานเหล่านี้ไปอยู่ต่างประเทศก็โอนเงินกลับมาในประเทศนี้ก็เยอะพอสมควร ทั้งในประเทศก็มีแรงกำลังซื้อเยอะพอสมควร แรงงานเหล่านี้นวดแล้วได้เงิน เขาไปซื้อหาบเร่แผงลอย ซื้อของต่างๆ นั่งวินมอเตอร์ไซค์มาแต่ก่อนต้องเดิน แต่ตอนนี้เขาก็มีเงินจะซื้อจะจ่าย นั่งวินมอเตอร์ไซค์มาทำงาน อันนี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี เป็นนิมิตหมายที่ดี” พิทักษ์กล่าว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เคยกินมั้ย!’ขนมต้มตดหมา’ ขนมโบราณพื้นถิ่น รสชาติอร่อย-หากินยาก

Posted on September 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/680935

เคยกินมั้ย!'ขนมต้มตดหมา' ขนมโบราณพื้นถิ่น รสชาติอร่อย-หากินยาก

เคยกินมั้ย!’ขนมต้มตดหมา’ ขนมโบราณพื้นถิ่น รสชาติอร่อย-หากินยาก

วันอาทิตย์ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2565, 21.01 น.

เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2565 ณ ศาลาประชาคม บ้านยางคำ หมู่ 4 ต.หนองบ่อ อ.นาแก จ.นครพนม นายฉลอง สูญราช ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านนากุงยางคำ/รองประธานสภาวัฒนธรรมตำบลหนองบ่อ พร้อมพระครูรัตนกิตติญาณ รองเจ้าคณะตำบลฯ/เจ้าอาวาสวัดศรีนครานุรักษ์ บ้านดงบัง หมู่ 3 ต.หนองบ่อ ตลอดจนกลุ่มชาวบ้านให้การต้อนรับ นายคมสิน ศรีมานะศักดิ์ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดนครพนม และคณะในการแนะนำชุมชนท่องเที่ยว พร้อมกระบวนการเรียนรู้ในฐานเรียนรู้ต่างๆในชุมชน อาทิ ฐานเรียนรู้ชุมชน ฐานเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง และฐานเรียนรู้การทำอาหารพื้นถิ่น โดยเฉพาะขนมต้มตดหมา ซึ่งถือเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มีมาแต่ครั้งอดีต

นางสุริยาวดี ปิยะราช อายุ 56 ปี หัวหน้ากลุ่มแม่บ้านทำขนมต้มตดหมา เปิดเผยว่าเครือตดหมาเป็นพืชไม้เลื้อยพันหลัก มีทั้งแบบใบเรียวเล็กยาว และใบใหญ่หนา มีชื่ออื่นๆ ที่คนเรียกต่างๆ ไป เช่น เถาตดหมา ตูดหมูตูดหมา กะพังโหม เครือไส้ปลาไหล พบเจอได้ตามหัวไร่ปลายนาหรือในป่า หรือกระทั่งริมถนนเขตชานเมืองซึ่งยังพอมีที่รกร้างอยู่ หากนำใบมาขยี้แล้วลองดมก็จะรู้เลยว่ากลิ่นเหม็นคล้ายตดจริงๆ

ชาวบ้านละแวกนี้ รู้จักการนำเครือตดหมามาทำเป็นขนมนานแล้ว เริ่มจากนำรากมาหั่นเป็นแว่นๆตากแดดไว้ ก่อนจะนำมาต้มได้น้ำเครือตดหมาเป็นสีดำ โดยมีส่วนผสมของแป้งข้าวเหนียว น้ำตาล มะพร้าวทึนทึก และเกลือเล็กน้อย ทั้งหมดนี้ผสมกับน้ำเครือตดหมา คลุกเคล้าส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน แล้วตักใส่ใบตองห่อคล้ายขนมต้มทั่วไป นำไปนึ่งประมาณ 45-60 นาที ก็จะได้ลิ้มรสขนมต้มตดหมาอันแสนโอชา

ส่วนสรรพคุณของเครือตดหมา ช่วยลดความดันโลหิตสูง เบาหวาน และสำคัญว่ากันว่าเป็นยากระตุ้นสมรรถภาพอีกด้วย ซึ่งชาวบ้านนิยมทำขนมต้มตดหมาเฉพาะงานประเพณีสำคัญทางพระพุทธศาสนา แต่ถ้าต้องการลิ้มลองรสชาติ ก็สามารถติดต่อได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 093-5689550 นางสุริยาวดี ปิยะราช หัวหน้ากลุ่มแม่บ้านขนมต้มตดหมา

นอกจากนี้ มีข้อมูลเพิ่มเติมว่า บ้านนาโพธิ์ ต.บ้านผึ้ง อ.เมืองนครพนม อดีตนำเครือตดหมามาใช้แทนใบย่านางในกรณีแกงหน่อไม้ โดยมีรสชาติที่อร่อยไม่แพ้กัน ซึ่งปัจจุบันเครือย่านางมีแพร่หลาย ชาวบ้านจึงหันมาใช้แทนเครือตดหมา

ทั้งนี้ แถบจังหวัดบุรีรัมย์และศรีสะเกษ ขนมตดหมาก็เป็นขนมท้องถิ่นที่ขึ้นชื่อ เรีนกตามภาษาถิ่นว่าเวือระพอม แต่กรรมวิธีไม่เหมือนกันตรงที่ชาวอีสานใต้บุรีรัมย์และศรีสะเกษนิยมนำมาปิ้ง ขณะที่ทางจังหวัดนครพนมนำมานึ่ง

– 006

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

จัดโปรพิเศษ!! ชวนเที่ยว ‘ระยอง’ หลังน้ำท่วมคลี่คลาย

Posted on September 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/680911

จัดโปรพิเศษ!! ชวนเที่ยว 'ระยอง' หลังน้ำท่วมคลี่คลาย

จัดโปรพิเศษ!! ชวนเที่ยว ‘ระยอง’ หลังน้ำท่วมคลี่คลาย

วันอาทิตย์ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2565, 20.30 น.

ททท.ระยอง ชวนท่องเที่ยวในพื้นที่  ยืนยัน สถานที่ท่องเที่ยวระยองไม่ได้รับผลกระทบน้ำท่วม ยังท่องเที่ยวได้ตามปกติ จัดโปรพิเศษหากมาเป็นหมู่คณะตั้งแต่200คนขึ้นไปมีส่วนลดค่าอาหาร 

18 ก.ย.65 นายวัชรพล สารสอน ผอ.ททท.จังหวัดระยอง ได้เดินทางมาต้อนรับคณะจากนิคมอุตสาหกรรมไฮเทค จ.อยุธยา ที่ร้านอาหารตำนานป่า ต.เพ อ.เมือง จ.ระยอง เพื่อโปรโมทการท่องเที่ยวของ จ.ระยอง หลังสถานการณ์น้ำท่วมของระยองคลี่คลาย 

นายวัชรพล กล่าวว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมในระยอง ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวของจังหวัดระยอง พอสมควร ซึ่งขณะนี้ ถนนทุกสายที่เข้าสู่จ.ระยอง น้ำแห้งหมดแล้ว สามารถเดินทางเข้ามาได้อย่างปลอดภัยส่วนสถานที่ท่องเที่ยวทุกแห่ง ไม่ว่าจะเป็น ชายหาด เกาะเสม็ด สวนพฤกษศาสตร์ระยอง และแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ยังคงเดินทางทอ่งเที่ยวได้ตามปกติ 

โดย ททท. ได้จัดกิจกรรม ส่งเสริมการขาย (Table Top Sale)ต้อนรับ กลุ่มหน่วยงานบริษัทจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา (Buyer)การจัดกิจกรรม ครั้งนี้ เป็นกิจกรรม เพื่อกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยว หลังวิกฤติน้ำท่วม ซึ่งกลุ่มโรงงานอุตสหากรรม มีพนักงาน จำนวนมหาศาล ถ้าได้ กลุ่มนี้มาท่องเที่ยว เพิ่มอีกกลุ่มหนึ่ง ก็จะช่วยเรื่องท่องเที่ยวของจังหวัดระยองได้  

ซึ่งเราได้พาไป ในแหล่งท่องเที่ยว อันซีน ที่นอกเหนือจากทะเลและภูเขา เช่น วิสาหกิจชุมชน ไม้กฤษณา  สวนพฤกษศาสตร์ พระเจดีย์กลางน้ำ พิพิธภัณฑ์บ้านครูกัง ชุมชนบ้านทะเลน้อย ชุมชนที่ได้รับรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยครั้งที่ 13 เยี่ยมชมวัดราชบัลลังก์ สักการะพระพุทธรูปโครงหวาย ไหว้ขอพรสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช นั่งรถรางชมแปลงผักกระชับ ชมงานหัตถศิลป์บ้านโมเดลป้าประทวน  

นายวัชรพล กล่าวต่อว่า ขณะนี้ทาง ททท.ระยอง มีการสนับสนุนด้านการทอ่งเที่ยว หากมาเป็นหมู่คณะ จะเป็นสัมมนา หรือมาท่องเที่ยว ตั้งแต่ 200 ขึ้นไป ทาง ททท.ระยอง จะสนับสนุนเรื่องส่วนลดค่าอาหารให้ เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยว จ.ระยอง 

ด้าน น.ส.อัจฉรา วงษ์วานิชย์ ประธานงานบริหารบุคคล นิคมอุตสาหกรรมไฮเทค จ.พระนครศรีอยุธยา ได้กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณ ททท.ระยอง ที่พามาท่องเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวของระยอง ไม่ว่าจะเป็นชายหาด ร้านอาหาร และ สถานที่ท่องเที่ยวอีกหลากหลาย นับว่ามีความประทับใจกับความงดงามของสถานที่ท่องเที่ยวระยอง รวมถึง ประทับใจในรสชาติอาหารของระยอง เตรียมกลับไปประชาสัมพันธ์ในกลุ่มโรงงานในพื้นที่ และ เตรียมจัดกรุ๊ปทัวร์เข้ามาท่องเที่ยวจังหวัดระยองต่อไป. -008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ผมใช้ชีวิตคุ้มแล้ว! ‘ทนายเกิดผล’ป่วยหนัก ไตเสื่อมระยะสุดท้าย

Posted on September 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/680914

ผมใช้ชีวิตคุ้มแล้ว! 'ทนายเกิดผล'ป่วยหนัก ไตเสื่อมระยะสุดท้าย

ผมใช้ชีวิตคุ้มแล้ว! ‘ทนายเกิดผล’ป่วยหนัก ไตเสื่อมระยะสุดท้าย

วันอาทิตย์ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2565, 19.12 น.

เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2565 นายเกิดผล แก้วเกิด ทนายความชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว ถึงอาการป่วยโรคไตเสื่อมระยะสุดท้าย (ระยะที่ 5) โดยระบุว่า ผมใช้ชีวิตคุ้มแล้ว..

มีผู้ใจบุญเมตตาจะบริจาคไตให้ผม ผมได้ขอบคุณ และอนุโมทนา ในกุศลจิต ครั้งนี้ 3-4 ท่าน แต่ผมไม่อาจรับความปรารถนาดีตรงนี้ได้

สภาพร่างกาย และกำลังใจผม ยังดีอยู่ ผมยังสามารถต่อสู้กับมันได้ และถึงแม้ว่า ถ้าผมสามารถรับบริจาคปลูกถ่ายไตได้จริง ก็คงไม่คุ้มค่า กับการเสียสละของท่าน

ผมใช้ชีวิตมาอย่างคุ้มค่าแล้ว สร้างครอบครัวที่อบอุ่น ดูแล และทำทุกอย่างตามหน้าที่อย่างไม่บกพร่อง ไม่มีอะไรติดค้าง และคาใจ หากผมรับไต อันมีคุณค่านั้นมา ก็คงมีเวลาไม่กี่ปี

แต่ถ้าหากไตอันมีค่านั้น ได้ส่งมอบ หรือ บริจาค ให้กับ คนที่มีภาระ มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบอีกหลายชีวิต หรือ ให้กับ น้องๆ ที่ยังมีอนาคต มีชีวิตอีกยาวไกล ผมเชื่อว่า คุณค่าของไต ที่เขาได้รับ จะสร้างชีวิตยาวนาน มากกว่าผม และ ผู้บริจาค จะได้กุศุลบุญ สมดังเจตนา อนุโมทนา สาธุ ด้วยครับ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘น้องบาส’ออกจาก รพ.แล้ว!! พ่อเมืองอุดรฯ เอารถประจำตำแหน่งพากลับบ้าน

Posted on September 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/680881

'น้องบาส'ออกจาก รพ.แล้ว!! พ่อเมืองอุดรฯ เอารถประจำตำแหน่งพากลับบ้าน

‘น้องบาส’ออกจาก รพ.แล้ว!! พ่อเมืองอุดรฯ เอารถประจำตำแหน่งพากลับบ้าน

วันอาทิตย์ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2565, 18.18 น.

18 ก.ย.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากเหตุการณ์ฝนตกหนักจนน้ำท่วมขังในเขตเทศบาลนครอุดรธานี และเกิดเหตุไฟฟ้ารั่วดูดเด็กนักเรียนจนได้รับบาดเจ็บจำนวน 5 ราย โดยขณะนี้ทุกคนปลอดภัยและมีอาการดีขึ้นตามลำดับ ล่าสุดในเวลา 13.00 น.วันนี้ (18 ก.ย.65) แพทย์เจ้าของไข้ได้อนุญาตให้นายอรรถชัย อาจอุดม หรือน้องบาส ฮีโร่ช่วยน้องโซดาถูกไฟดูดกลับบ้านได้แล้ว ส่วนน้องเรดิโอ อายุ 15 ปี และน้องโซดา ยังคงต้องนอนรักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลอุดรธานีเพื่อสังเกตอาการอีกระยะ โดยวันนี้ นายวิจารย์ คลังบุญครอง ผช.ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เขต 1 จ.อุดรธานี ที่รับผิดชอบ 8 จังหวัดอีสานตอนบน พร้อมคณะผู้บริหารการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเขต 1 ได้เดินทางนำกระเช้ามามอบเยี่ยมและให้กำลังใจกับน้องบาสฮีโร่ช่วยชีวิต น้องเรดิโอ นร.หญิงชั้น ม.3 และน้องโซดา นร.ชั้น ม.1 ด้วย

นายวิจารณ์ คลังบุญครอง ผช.ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เขต 1 จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า อุบัติเหตุครั้งนี้ทางการไฟฟ้าฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจโดยการไฟฟ้าจะได้ร่วมกับเทศบาลนครอุดรธานี จะร่วมมือกันดำเนินการแก้ไขในส่วนของเสาไฟแสงสว่างตามถนนจุดอื่นๆ ในเขตจ.อุดรธานี ในวันที่ 20 ก.ย.65 นี้ เพื่อตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าสาธารณะดำเนินการติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันไฟรั่ว (RCD) และ ตรวจสอบสายไฟฟ้าและจุดเสี่ยงต่างๆเพื่อให้เกิดความมั่นใจในการใช้ไฟฟ้าในพื้นที่สาธารณะของประชาชนในพื้นที่ทั่วเมือง นอกจากนี้ในส่วนของ 8 จังหวัดที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเขต 1 จะร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตรวจเช็คระบบไฟเสาไฟฟ้าส่องสว่างและเสาไฟฟ้าทุกคนในเขตชุมชน เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นแบบนี้อีก

ทางด้านน้องบาส ฮีโร่ที่ออกจากรพ.วันนี้ เปิดเผยว่า กรณีผู้ใหญ่ใจดีที่ต้องการสนับสนุนช่วยเหลือเรื่องทุนทรัพย์ ตอนนี้ผมมีความเพียงพอแล้ว หากต้องการจะช่วย ขอให้ช่วยเหลือน้องๆที่ถูกไฟฟ้าดูดจะดีกว่าเพราะน้องๆโดนหนักกว่าผม ตอนนี้ตนเองร่างกายยังแข็งแรงดี วันนี้ก็ได้ออกจากรพ.แล้ว ส่วนเงินที่ได้ก็จะให้ยายไปใช้หนี้ และเก็บไว้ทุนหากตนเองจะเรียนต่อ ผมอยากเรียนว่าหากในอนาคตหากตนเองเกิดผลข้างเคียงกระทบตามมาจากไฟดูด หรือน้องๆ ทุกคนเป็นอยู่ตอนนี้ อยากจะขอให้ผู้ใหญ่ทุกท่านหรือทางหน่วยงานที่เกี่ยวช่วยเหลือในส่วนของการรักษาก็เพียงพอแล้ว แต่หากจะขอเงินเยี่ยวยาเป็นตัวเงินนั้นเป็นเรื่องของอนาคต ส่วนเรื่องหัวใจผมยังโสด ผมยังไม่มีแฟน ขอใช้ชีวิตอยู่กับคุณยายดูแลคุณยาย และฝันอยากเป็นคนส่งของของไปรษณีย์ไทยทำงานใกล้ๆ บ้านดูแลคุณยายก็พอ  โดยการเดินทางกลับบ้านไปพักผ่อนของน้องบาสครั้งนี้ นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานีได้สั่งการให้คนขับรถนำรถเก๋งหรูประจำตำแหน่ง ไปรับน้องบาสและคุณยายส่งกลับบ้าน เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับฮีโร่ของชาวอุดรธานีคนนี้ด้วย.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิดใจสาวหล่อ อีก 1 ฮีโร่ช่วยปั๊มหัวใจเด็กถูกไฟดูด เผยดีใจที่น้องเขารอด

Posted on September 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/680874

เปิดใจสาวหล่อ อีก 1 ฮีโร่ช่วยปั๊มหัวใจเด็กถูกไฟดูด เผยดีใจที่น้องเขารอด

เปิดใจสาวหล่อ อีก 1 ฮีโร่ช่วยปั๊มหัวใจเด็กถูกไฟดูด เผยดีใจที่น้องเขารอด

วันอาทิตย์ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2565, 17.36 น.

เปิดใจฮีโร่เสื้อส้มสาวหล่อเมืองกาฬสินธุ์ช่วยน้องเรดิโอถูกไฟดูดจมน้ำคนแรกแม้ตัวเองจะบาดเจ็บหนัก

18 ก.ย.65 ผู้สื่อข่าวรายงานกรณีฮีโร่ช่วยเด็กนักเรียนถูกไฟรั่วจากเสาไฟฟ้าดูดที่ถนนศรีชมชื่น ด้านหลังโรงเรียนสตรีราชินูทิศ เขตเทศบาลนครอุดรธานี ที่น้องบาสอายุ 19 ปี ฮีโร่จากวิทยาลัยเทคนิคคือ นายอรรคชัย อาจอุดม เข้าไปช่วยน้องโซดา นร.ชั้นม.1 โรงเรียนอุดรพิทยานูกูล ซึ่งก่อนหน้านี้ที่เสาไฟส่องสว่างตรงจุดนี้ก็มีน้องนร.ชั้น ม.3 ถูกไฟดูดนอนหมดสตินอนตะแคงข้างจมน้ำตรงจุดเสาไฟฟ้าส่องสว่างตรงนี้ด้วยเช่นกัน

โดยมีน้องบอสที่ชาวเน็ตตั้งชื่อให้เป็นฮีโร่ชุดนักเรียน เข้าไปหัวใจช่วยน้องผู้หญิงนร.ม.3 จนชีพจรกลับคืนมารอดอย่างปาฏิหาริย์และถูกนำตัวส่งรพ.ศูนย์อุดรธานี เพื่อให้การช่วยเหลือ แต่ที่ลืมไม่ได้ ฮีโร่คนแรกที่เข้าไปช่วยเหลือน้องเรดิโอนั่นคือน.ส.สุภารัตน์ ภูเหมือนบุตร อายุ 28 ปี หรือ “น้องเอ๋ สาวหล่อฮีโร่ ชาว ต.อิตื้อ อ.ยางพลาด จ.กาฬสินธุ์ ที่เข้าไปดึงร่างน้องน.ส.จิดาภา หรือน้องเรดิโอออกห่างจากเสาไฟฟ้าส่องสว่างที่มีไฟดูดและช่วยกันปั๊มหัวใจสลับกับน้องบอส เนื่องจากน้องเอ๋ได้รับบาดเจ็บมือซ้ายและขาด้านซ้ายเพราะอุบัติเหตุรถจยย.พาล้มมาก่อนหน้านี้

ผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบกับ น้องเอ๋  น.ส.สุภารัตน์ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เย็นวันที่ 16 ก.ย.65ตนเองเดินทางจะไปคลินิคทำฟันกับแฟนสาว พอมาถึงถนนศรีชมชื่นด้านหลังโรงเรียนสตรีราชินูทิศ ปรากฏว่า แฟนที่ขับรถอยู่เห็นน้องผู้หญิงที่ยืนอยู่บริเวณเสาไฟ จู่ๆ ก็ล้มหงายหลังตึงทันที พวกเราก็คิดว่าน้องเขาเป็นลม ร่างของน้องเขาก็จมน้ำที่กำลังท่วมถนน แฟนก็บอกว่า เธอๆ เข้าไปช่วยน้องเขาหน่อย เพราะน้องเขากำลังจมน้ำ ตนก็บอกกับแฟนว่า จะให้ไปจริงหรือบาดเจ็บจากรถล้มอยู่นะ

แต่เมื่อมองไปดูน้องเขาเห็นน้องเขานอนคว่ำหน้า อ้าวไม่ดีแล้ว จึงรีบเปิดประตูรถวิ่งขากะเผกจะไปช่วยน้องเขาทันที  ก็ใช้มือซ้ายที่เจ็บ พยายามดึงร่างของออกมาเพื่อขึ้นไปบนพื้นคอนกรีตที่น้ำท่วมไม่ถึง จากนั้นก็รีบปั๊มหัวใจ ปั๊มอยู่ประมาณ 2 นาที แต่เนื่องจากมือเจ็บทำอะไรไม่ได้มาก ก็เห็นน้องบอสที่ใส่ชุดนักเรียนวิ่งมาช่วย พวกเราก็สลับกันช่วยปั๊มหัวใจ ตอนแรกคิดว่าน้องเขาเสียชีวิตแล้ว เพราะตาค้าง ลิ้นจุกปาก มีเลือดออกทางจมูก คิดว่าคงไม่รอดแน่ แต่เมื่อช่วยกันปั๊มหัวใจช่วยกัน สุดท้ายเห็นน้องเขาลืมตาได้ เราก็ดีใจ ที่เราได้ช่วยให้น้องคนหนึ่งเขากลับมาใช้ชีวิตปกติเหมือนเดิม  

ส่วนตนเองก็เจ็บขาและแขน แต่ในใจคิดว่าต้องช่วยน้องเอาให้ได้ มารู้ทีหลังว่าน้องถูกไฟดูดเราก็ตกใจ วิ่งเข้าไปช่วยน้องเขาได้อย่างไร หนูคิดว่าน้องเขาเสียชีวิตแล้วตอนแรก คิดในใจอยู่เสมอว่าต้องช่วยน้องให้รอด เพราหนูก็มีน้องสาวรุ่นราวคราวเดียวกับน้องเรที่ช่วยชีวิตเอาไว้ น้องเอ๋ฮีโร่อีกคนกล่าวตอนท้าย.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘น่าน’ปักหมุดเส้นทางท่องเที่ยวใหม่ ‘สุขเสมอดาว’จาก‘นาน้อย’ถึงนาหมื่น-เวียงสา

Posted on September 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/680871

‘น่าน’ปักหมุดเส้นทางท่องเที่ยวใหม่ ‘สุขเสมอดาว’จาก‘นาน้อย’ถึงนาหมื่น-เวียงสา

‘น่าน’ปักหมุดเส้นทางท่องเที่ยวใหม่ ‘สุขเสมอดาว’จาก‘นาน้อย’ถึงนาหมื่น-เวียงสา

วันอาทิตย์ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2565, 17.31 น.

‘น่าน’ปักหมุดเส้นทางท่องเที่ยวใหม่ ‘สุขเสมอดาว’จาก‘นาน้อย’ถึงนาหมื่น-เวียงสา

นางลลิดา ตงศิริกุล ผู้อำนวยการกองนวัตกรรมอุตสาหกรรมท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) , นายโยธิน ทับทิมทอง ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานน่าน เดินทางทดสอบเส้นทางท่องเที่ยวร่วมกับภูมิภาคภาคเหนือ กับกิจกรรมเสริมสร้างเครือข่ายระหว่าง TAT Travel Tech Start-Up ร่วมกับผู้ประกอบการท่องเที่ยว เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2565

ทั้งนี้ เพื่อหารือแนวทางการเลือกใช้นวัตกรรม และพัฒนารูปแบบการท่องเที่ยวที่เหมาะสมกับพื้นที่ ตามหลัก BCG Model โดยได้เลือกพื้นที่ชุมชนบ้านหนองป่าค่า อ.นาน้อย จ.น่าน ในการทำ Product Testing ภายใต้ชื่อกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ สุขกาย สุขใจ “สุขเสมอดาว” อาทิ กิจกรรมแม่อุ๊ยพาสานดอกพิกุลเสริมสุข สุขใจไปกับการฝึกสมาธิสานดอกพิกุล และสุขใจไปกับการทำบุญตามศรัทธา ณ วัดหนองป่าค่า , ลุงทวนชวนฟัง อาหารปลอดภัยที่ทาโนฟาร์มสุขกายจากอาหารปลอดภัย และสุขใจไปกับความมั่นคงทางอาหาร

กิจกรรมทำไข่ป่าม Mix Herb ที่ “ฮอยมือป่อเดิน” สุขใจไปกับกิจกรรมทำอาหารพื้นถิ่น และสุขกายไปกับการใช้วัตถุดิบอินทรีย์และสมุนไพรพื้นบ้าน , ซื้อของฝาก กาแฟโรบัสต้า นาน้อย ณ บ้านหัวเมือง มีรางวัลการันตีระดับประเทศ และสักการะพระธาตุศรีษะเกษ พระธาตุประจำตำบลศรีษะเกษ ไหว้พระขอพร พร้อมชมวิวทุ่งนาสุดลูกหูลูกตา ณ บ้านศรีษะเกษ และไหว้พระวัดนาเตา ชมสถาปัตยกรรมเก่าแก่ทรงล้านนาแบบแม่ไก่ฟักไข่ และหอไตรเก่าแก่ อายุกว่า 600 ปี ณ บ้านหนองเตา

นายโยธิน กล่าวว่า ททท.น่าน มองเห็นการพัฒนาในเขตน่านใต้ เช่น อ.เวียงสา นาน้อย และนาหมื่น โดยเส้นทางที่ ททท.น่าน เลือก คือ อ.นาน้อย โดยใช้พื้นที่ของ ต.ศรีสะเกษ บ้านหนองป่าค่า ซึ่งการที่จะพัฒนาการท่องเที่ยวของชุมชน นอกจากจะรองรับการท่องเที่ยวในพื้นที่ของน่านใต้แล้ว ยังกระจายพื้นที่หลัก เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนเศรษฐกิจในพื้นที่อำเภออื่นด้วย นอกจากนี้ยังกระจายรายได้สู่ชุมชน เพราะที่ผ่านมานักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาทางน่านใต้ค่อนข้างจะน้อย ยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก ส่วนใหญ่จะรู้จักในพื้นที่รอบนอก เช่น ดอยเสมอดาว อุทยานแห่งชาติศรีน่าน ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวหลัก

ทั้งนี้ ททท.น่าน มองว่าจะทำอย่างไรให้กระจายรายได้สู่พื้นที่ อ.เวียงสา นาน้อย และนาหมื่น ทาง ททท. มองว่าควรสร้างศักยภาพให้แก่ชุมชนได้มีความรู้ความเข้าใจในด้านการท่องเที่ยว โดยชุมชนที่เป็นต้นแบบของ อ.นาน้อย คือ ชุมชนบ้านหนองป่าค่า ซึ่งมีต้นทุนศิลปวัฒนธรรมอยู่แล้ว ต้นทุนของการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์และวัฒนธรรม อาหารการกิน และที่ผ่านมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม , สิงหาคม และกันยายน ได้มีการพัฒนาการถอดบทเรียน มีการคุยกับชุมชน กระบวนการพัฒนาตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ และวันนี้เป็นวันสุดท้ายที่จะถอดบทเรียนสรุปเป็นเส้นเส้นทางท่องเที่ยว

นายโยธิน ระบุว่า ทาง ททท.น่าน ได้นำคณะของสื่อมวลชน กลุ่มสตาร์ทอัพ และ Walker ต่างๆ เดินทางเข้ามาในพื้นที่เพื่อทดสอบเส้นทางการพัฒนาการเที่ยวชุมชนในเขต อ.นาน้อย ที่ชุมชนบ้านหนองป่าค่า เพื่อเสริมสร้างศักยภาพให้กับชุมชนในพื้นที่หนองป่าค่า และยังเป็นการเตรียมพร้อมการรองรับฤดูการท่องเที่ยวของ จ.น่าน โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวเองที่จะเดินทางมาดอยเสมอดาว อุทยานแห่งชาติศรีน่าน นักท่องเที่ยวสามารถที่จะเชื่อมโยงกับชุมชนบ้านหนองป่าค่าได้อีกด้วย

-005

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เจ้าของตั้งรางวัล 5 หมื่นบาท ประกาศตามหา ‘เจ้าโป’ แมวสุดที่รัก

Posted on September 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/680859

เจ้าของตั้งรางวัล 5 หมื่นบาท ประกาศตามหา ‘เจ้าโป’ แมวสุดที่รัก

เจ้าของตั้งรางวัล 5 หมื่นบาท ประกาศตามหา ‘เจ้าโป’ แมวสุดที่รัก

วันอาทิตย์ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2565, 16.59 น.

เจ้าของแมวใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลาตั้งรางวัลเป็นเงินสด 5 หมี่นบาทตามหาแมวสุดที่รักชื่อว่าเจ้าโป เป็นแมวสายพันธุ์สก๊อตติชที่หายออกจากบ้านไปตั้งแต่วันที่ 6 กันยายนที่ผ่านมาจนถึงขณะนี้ยังหาไม่เจอ 

18ก.ย.65 ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา มีเจ้าของแมวรายหนึ่งซึ่งไม่ประสงค์ออกนาม ได้ประกาศตามหาแมวที่หายไปพร้อมตั้งรางวัลเป็นเงินสดถึง 5 หมื่นบาท ให้กับผู้พบเห็นและนำมาคืนได้ 

หลังจากที่มันหายออกไปจากบ้านซึ่งอยู่ในหมู่บ้านฉัตรทอง ย่านเขต 8 ในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อวันที่ 6 กันยายนที่ผ่านมา พร้อมกับนำคลิปและภาพแมวตัวนี้มาให้สื่อมวลชนช่วยประกาศตามหาอีกทางหนึ่ง 

เจ้าของแมวตัวนี้เผยว่าแมวที่หายไปชื่อว่า เจ้าโป อายุ 1 ปี เพศผู้ เป็นแมวสายพันธุ์สก๊อตติส สีขาวล้วน จุดสังเกตุหูและจมูกสีชมพู ขี้กลัวคน ตกใจง่าย 

โดยก่อนที่มันจะหายไปเมื่อวันที่ 6 กันยายนที่ผ่านมา เจ้าโป ได้ถูกรถกระบะถอยมาทับ และมันตกใจวิ่งกระโดดข้ามกำแพงบ้านที่สูงเกือบ 2 เมตรออกไปทางชายป่าจากนั้นก็หายไปไม่กลับมาอีกเลย ซึ่งตอนนี้เจ้าของเป็นห่วงมากเพราะไม่รู้ว่ามันจะบาดเจ็บ หรือว่ามีคนที่รักแมวพบเห็นและพาไปเลี้ยง โดยตอนนี้ครอบครัวนี้เป็นกังวลและห่วงเจ้าโปมากโดยเฉพาะลูกสาวที่เลี้ยงมันมาตั้งแต่เล็ก  

ทางครอบครัวพยายามออกตามหาในชุมชนแถวหมู่บ้านมาตลอด 13 วัน จนถึงขณะนี้ก็ไม่พบตัว จึงตั้งรางวัล 5 หมื่นบาทให้กับผู้ที่พบเจ้าโป และนำมาคืนได้หากใครพบติดต่อได้ที่เบอร์โทร 081-8962051 และพร้อมจะจ่ายเงินสด 5 หมื่นบาททันทีเพื่อเป็นน้ำใจ . -008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ยึดแล้วไม่คืน!! นักเรียนแฉวีรกรรมซ้ำ ผอ.ยึดของแล้วไม่ยอมคืน ตีเด็กเลือดซึม

Posted on September 18, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/680827

ยึดแล้วไม่คืน!!  นักเรียนแฉวีรกรรมซ้ำ ผอ.ยึดของแล้วไม่ยอมคืน ตีเด็กเลือดซึม

ยึดแล้วไม่คืน!! นักเรียนแฉวีรกรรมซ้ำ ผอ.ยึดของแล้วไม่ยอมคืน ตีเด็กเลือดซึม

วันอาทิตย์ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2565, 13.37 น.

นักเรียนหลายคนรวมตัวแฉซ้ำพฤติกรรม ผอ.โรงเรียนดังที่บุรีรัมย์ ชอบยึดของเด็กนักเรียนแล้วไม่คืน ทั้งเผยคลิปขณะเข้าไปยึดเครื่องหนีบผมในห้องเรียนแต่ไม่แจ้งจะยึดกี่วันคืนให้วันไหน ทั้งเคยทำโทษเด็กรุนแรงด้วยการใช้ไม้ตีเด็ก นร.จนเลือดซึม​ เพียงเพราะออกไปดูงานกีฬาข้างนอก เรียกร้องให้ย้าย  

18 ก.ย.65 จากกรณีที่ผู้ปกครองของ ด.ช.เอ (นามสมมติ) นักเรียนชั้น ม.2 โรงเรียนแห่งหนึ่ง​ ที่จังหวัดบุรีรัมย์  ได้ออกมาร้องเรียนผ่านสื่อ​ เพราะเกรงจะไม่ได้รับความเป็นธรรม   กรณีที่เมื่อวันพุธที่ 14 ก.ย.65 ที่ผ่านมา  โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อวีโว้ Y12 สีน้ำเงิน ราคาประมาณ 3,500 บาท ที่แม่ซื้อให้ลูกชายเพื่อใช้เรียนออนไลน์  ค้นหาข้อมูลในบางวิชาเรียน และไว้ติดต่อกับผู้ปกครองตอนเลิกเรียนได้หายไป  ขณะเสียบชาร์ตไว้ในห้องเรียน จึงให้ลูกชายไปแจ้งความ และใช้แอพพลิเคชั่นในการติดตามค้นหาตำแหน่งมือถือที่หาย  พอเจอพิกัดก็แจ้งตำรวจให้ช่วยติดตามให้  กระทั่งผ่านไป 3 วัน  ผอ.โรงเรียนได้นำโทรศัพท์มือถือของลูกชายที่หายไป  มาส่งให้ตำรวจแต่กลับอ้างว่าไม่เจตนาจะเอาไป  แค่ยึดไว้เพราะไม่อนุญาตให้เด็กเอาโทรศัพท์มาโรงเรียน  ทั้งบอกให้ลูกชายถอนแจ้งความเดี๋ยวจะเสียชื่อเสียงโรงเรียน  โดยที่ไม่สนใจความรู้สึกของลูกชายทั้งที่เป็นฝ่ายเสียหาย  ตามที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น 
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องที่นี่ : พ่อแม่คาใจ! มือถือลูกหายในห้องเรียน ใช้แอปฯค้นหา 3 วัน โผล่ที่ ผอ.เอามาส่ง

ล่าสุดวันนี้ (18 ก.ย.65)  เด็กนักเรียน ทั้งระดับชั้น ม.ต้น และ ม.ปลาย​ ของโรงเรียนดังกล่าวจำนวนหลายคน  ได้รวมตัวกันออกมาแฉพฤติกรรมของ ผอ.โรงเรียนคนดังกล่าว โดยให้ข้อมูลว่า ผอ.คนนี้ออกกฎระเบียบที่เข้มงวดเกินไป​ ทั้งเรื่องทรงผม  ห้ามเอาโทรศัพท์ไปโรงเรียน​ ทั้งที่ครูบางวิชาก็อนุญาต​ เพราะจะต้องใช้ค้นหาข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต  และชอบยึดของเด็กนักเรียนแล้วไม่ยอมคืนให้   

โดยได้เผยคลิปขณะที่ ผอ.เข้าไปยึดเครื่องหนีบผมที่เด็กเอาไปไว้ในห้องเรียน ซึ่งนักเรียนบอกว่าอาจจะผิดกฎระเบียบที่เอาเครื่องหนีบผมไปที่โรงเรียน  แต่ ผอ.ยึดไปแล้วก็ไม่ได้แจ้งว่าจะยึดไว้กี่วันแล้วจะคืนให้วันไหน จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่คืนให้กับนักเรียน    

นอกจากนั้น​ ยังมีพฤติกรรมใช้ความรุนแรงเกินความเหตุ  ด้วยการใช้ไม้ตีทำโทษเด็กนักเรียนทั้งชายและหญิงหลายคน ที่ออกไปดูกิจกรรมกีฬานอกโรงเรียน   เพราะระยะหลังทางโรงเรียนไม่ได้จัดกิจกรรมให้เด็กนักเรียนได้ผ่อนคลายบ้างเรียนอย่างเดียวก็รู้สึกเครียด 

โดยนักเรียน​ ชั้น ม. 4 และ ม.2  บอกตรงกันว่า  รับไม่ได้กับการกระทำของ ผอ.ที่เอามือถือของนักเรียนชายชั้น ม.2 ไปโดยไม่แจ้งให้ใครทราบเลย กระทั่งน้องไปแจ้งความและใช้แอพฯค้นหาตำแหน่งด้วยตัวเองจนจับพิกัดได้ชัดเจน  กระทั่งผ่านไป 3 วัน ผอ.ก็เอาโทรศัพท์ไปส่งให้ ตร.แต่อ้างว่าไม่เจตนาแค่ยึดไว้  ซึ่งนักเรียนมองว่าหากจะยึดโทรศัพท์หรือสิ่งของอะไรก็แล้วแต่  ที่เด็กนักเรียนเอาไปโดยที่ทาง ร.ร.ไม่อนุญาตให้เอาไป  ก็ควรจะตักเตือนแล้วแจ้งให้ทราบว่าจะยึดไว้กี่วันจะคืนให้ตอนไหน  ไม่ควรจะเอาไปแล้วแบบนี้ซึ่งมองว่าไม่สมควรกระทำ       

นอกจากนั้น ผอ.ยังชอบทำโทษเด็กรุนแรงเกินเหตุ เคยใช้ไม้ตีรุ่นพี่แอบออกไปดูกิจกรรมกีฬาข้างนอกจนเขียวช้ำเลือดซึม และหาก นร.คนไหนทำผิดระเบียบก็ประกาศประจานหน้าเสาธงทำให้รู้สึกอับอาย  ทั้งที่ควรจะเรียกมาตักเตือนส่วนตัวก็ได้  จึงอยากให้ย้าย ผอ.ออกจาก ร.ร.เพราะมองว่ามีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม. -008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,936,524 hits

Join 4,115 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

Science Update : รัสเซียทดสอบจรวด โซยุซ-5 สำเร็จ
จบสัมพันธ์สามีภรรยา หญิงออน แยกทาง ตั้ม วิชญะ ลูกชายของดวงดาว จารุจินดา
สว.นรเศรษฐ์ จี้รัฐบาล ทบทวนแลนด์บริดจ์ ชี้เสียงวิจารณ์เยอะ-เสี่ยงไม่คุ้มค่า
ยกเลิก MOU44 กต.แจงทูต/เข้าครม.5พ.ค.
โบว์ ณัฏฐา ชมภาวะผู้นำอนุทิน ออกตัวป้อง ศุภจี กลางสมรภูมิการเมือง Toxic
UOB เสริมความมั่นคง ผ่านการยกระดับการเรียนรู้ การเงินและนวัตกรรม
ราชการแนวหน้า : สิทธิประโยชน์และสวัสดิการของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ
คนใต้ หนุน แลนด์บริดจ์ แต่ห่วงสิ่งแวดล้อม-ทุจริต-ไม่โปร่งใส
บรรจง นะแส เบรก นิกร ปมแลนด์บริดจ์ ไล่ให้ไปอ่าน พ.ร.บ. SEC ก่อนออกตัวแรง!
เชียร์เลิกฟรีวีซ่า 60 วัน นักวิชาการ มธ.ชี้สกัด นทท.คุณภาพต่ำ ทำลายภาพลักษณ์ท่องเที่ยวไทย

Recent Posts

  • ออสเตรเลียแจ้งข้อหาชายวัย 47 ฆาตกรรม-ล่วงละเมิด ด.ญ. พื้นเมือง 5 ขวบ
  • เยอรมนีชี้ สหรัฐฯ ถอนทหารเป็นสิ่งที่ “คาดการณ์ได้” ขณะนาโตขอคำชี้แจง
  • “ภูเขาไฟมายอน” ปะทุหนัก ฟิลิปปินส์สั่งอพยพด่วน-ยกระดับเตือนภัยระดับ 3
  • “ทรัมป์” ขู่อาจกลับไปถล่มอิหร่านอีก หาก “ประพฤติตัวไม่ดี'”
  • จับชายในออสเตรีย หลังพบยาเบื่อหนูปนเปื้อน ในขวดสินค้าอาหารเด็ก

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d