Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

สกู๊ปแนวหน้า : โควิดทำคนเริ่มเข้าใจ ‘ไร้บ้าน’ไม่ใช่เรื่องไกลตัว

Posted on September 16, 2022 by SoClaimon
Reply

สกู๊ปแนวหน้า : โควิดทำคนเริ่มเข้าใจ  ‘ไร้บ้าน’ไม่ใช่เรื่องไกลตัว

สกู๊ปแนวหน้า : โควิดทำคนเริ่มเข้าใจ ‘ไร้บ้าน’ไม่ใช่เรื่องไกลตัว

วันพฤหัสบดี ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2565, 02.00 น.

“คนอาจจะคุ้นชินกับคำว่าคนไร้บ้าน แต่คนที่อยู่ในถนนมันมีมากกว่าคนไร้บ้าน การแก้ปัญหาแตกต่างกัน ทำไมอิสรชนถึงแยกประเภท? ผู้ป่วยทางจิตมีทั้งแสดงอาการ-ไม่แสดงอาการ เพราะกฎหมายหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคนละกลุ่มกับคนไร้บ้าน อย่างผู้ป่วยทางจิตต้องมีกฎหมายเข้ามาเกี่ยวข้อง ก็คือ พ.ร.บ.สุขภาพจิต เรื่องกระทรวงสาธารณสุขในการรักษา กรมสุขภาพจิตเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ถ้าเป็นคนไร้บ้าน ก็จะเป็น พ.ร.บ. อาจจะไม่กี่ตัว ก็ต้องดูว่าเขาอยู่ในภาวะไร้บ้านลักษณะไหน

หลักๆ ก็จะเป็น พ.ร.บ.คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งเข้ามาเกี่ยวข้อง ที่เราแยกประเภทก็เพื่อให้ช่องทางหรือสายพานที่เราจะส่งต่อไปช่วยเหลือเขาได้ แต่ถ้าหลักๆ เลยก็จะมีผู้ป่วยทางจิตที่อยู่ในถนน คนเร่ร่อนไร้บ้านคนเร่ร่อน ก็จะแตกต่างกันอีก คนไร้บ้าน ผู้พ้นโทษที่ถูกอภัยโทษมาแต่กลับเข้าสู่ชุมชนไม่ได้ แล้วก็มีพนักงานบริการอิสระ ชาวต่างชาติเร่ร่อน ก็แตกต่างกับเพื่อนบ้านที่ออกมาใช้ชีวิตเร่ร่อนเหมือนกัน การช่วยเหลือแตกต่างกัน การส่งต่อ MOU (บันทึกความตกลงร่วม) หน่วยงานที่เข้ามาช่วยเหลือแตกต่างกัน”

อัจฉรา สรวารี เลขาธิการมูลนิธิอิสรชน กล่าวในการบรรยาย (ออนไลน์) เรื่อง “คนไร้บ้าน ชีวิตในพื้นที่สาธารณะ” ทางเฟซบุ๊คแฟนเพจ “สมัชชาคนจน Assembly of the Poor” ของ สมัชชาคน เมื่อช่วงต้นเดือน ก.ย. 2565 ที่ผ่านมา โดยมูลนิธิอิสรชน เป็นองค์กรที่ทำงานกับคนไร้บ้านมาตั้งแต่ปี 2539 ซึ่ง ณ เวลานั้นยังไม่ค่อยมีหน่วยงานหรือองค์กรใดทำงานประเด็นนี้โดยเฉพาะ ก่อนจะจดทะเบียนเป็นมูลนิธิอย่างเป็นทางการในปี 2554

คนไร้บ้านไม่ใช่ปัญหาที่มีเฉพาะในประเทศไทย เช่น ที่เมืองนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ก็มีมากถึง 2 แสนคน “คนไร้บ้านเป็นสิ่งที่พบเห็นในทุกประเทศที่มีการพัฒนาทางเศรษฐกิจ เพราะในการพัฒนามักมีคนตกหล่น” ซึ่งหนึ่งในสิ่งที่คนไร้บ้านต้องเผชิญคือ “การเข้าถึงสิทธิในการรักษาพยาบาล” (โดยเฉพาะคนที่ไม่มีบัตรประชาชน) ในประเทศไทย มูลนิธิอิสรชน จึงก่อตั้งโครงการ “หมออาสา”ชวนแพทย์ลงพื้นที่ ซึ่งนอกจากตรวจรักษาโรคแล้ว ยังเป็นการสร้างความเข้าใจกับบุคลากรทางการแพทย์ด้วย ว่าคนไร้บ้านมีข้อจำกัดในการเข้าถึงการรักษาพยาบาลอย่างไรบ้าง

การทำงานของมูลนิธิอิสรชนอยู่บนหลักคิด “มองคนไร้บ้านเหมือนเพื่อน” เพราะก่อนจะได้ข้อมูลจนนำไปสู่การหาทางช่วยเหลืออย่างเหมาะสม คนทำงานก็ต้องทำให้คนไร้บ้านไว้วางใจเพื่อให้ทราบข้อมูลที่เป็นจริง “เอาใจเขาใส่ใจเรา..ลองคนอื่นที่ไม่รู้จักกันมาสอบถามเราก็คงไม่ให้ข้อมูลจริงโดยง่าย” กระทั่งมีความสนิทสนมกันระดับหนึ่งแล้วจึงค่อยยอมเล่า

ขณะเดียวกัน “ด้วยความที่มองว่าเป็นเพื่อน การช่วยเหลือจึงไม่ใช่การทำให้ทุกอย่าง แต่เป็นการชี้แนะแนวทาง” เหมือนกับคนทั่วๆ ไปที่มีเพื่อนฝูง คนเป็นเพื่อนกันก็มักจะไม่ได้ช่วยทั้งหมด แต่แนะนำว่าควรทำอะไรอย่างไร โดยเชื่อมั่นว่า “ความเป็นเพื่อนจะทำให้คนไร้บ้านลุกขึ้นมาพัฒนาตนเอง” เช่น หากคนไร้บ้านอยากทำบัตรประชาชน มูลนิธิฯ ก็จะแนะนำให้ไปคัดสำเนาบัตรในท้องที่ที่เกี่ยวข้องมา ซึ่งคนไร้บ้านก็ต้องมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือตนเอง ส่วนมูลนิธิฯ จะทำหน้าที่ประสานส่งต่อ เพื่อเปิดช่องทางให้ได้รับสิทธิ์หรือกลับสู่สังคมได้มากขึ้น

“เวลาช่วงล็อกดาวน์ห้ามออกจากบ้าน เราก็ต้องทำงานกับระบบมากกว่า ระบบราชการ แบบเออ!..ไม่กวาดจับได้ไหม? เพราะเขาไม่มีบ้าน เขาอยู่ตรงนี้นะ แล้วเราต้องออกทำงานในเวลาที่เคอร์ฟิว เราก็ต้องขอหนังสือ มันเป็นเรื่องระบบระเบียบในการทำงาน เราก็ต้องไปนั่งสื่อสารกับเจ้าหน้าที่ ที่เขาอาจจะมี Mindset (วิธีคิด) บางอย่างที่ในเชิงไม่เข้าใจ ก็ต้องไปทำในด้านนั้น แต่กับตัว Case (หมายถึงคนไร้บ้าน) ไม่ได้ยาก เพราะเราไปสื่อสารกับเขา หนึ่งเขาอยู่ในที่สาธารณะแล้ว

แล้วการตรวจโควิดมา เหล่านี้มาเพื่อให้เข้าถึง ก็ค่อนข้างเป็นคำตอบว่าเขาติดเปอร์เซ็นต์น้อย อาจเป็นเพราะเขาอยู่เดี่ยว อยู่ในที่สาธารณะ อยู่ในที่โล่งโปร่ง แต่การเข้าถึงวัคซีนหรือการเยียวยาก็เป็นเรื่องหนึ่งที่ต้องต่อสู้ ก็เหมือนกับการรักษาพยาบาล ถ้าของคนระดับข้างบนเองยังเข้าไม่ถึงสิทธิ์ไม่ว่าจะเป็นเยียวยาหรือวัคซีนเลย ในช่วงหนึ่งที่ต้องแย่งวัคซีนกัน ต่อคิวกันอะไรต่างๆ เพราะฉะนั้นไม่ต้องถามถึงคนเร่ร่อนว่าจะได้เข้าไหม?” อัจฉรา เล่าเรื่องการทำงานกับคนไร้บ้าน ในช่วงที่รัฐใช้มาตรการควบคุม
โควิด-19 อย่างเข้มงวด

และแม้ในเวลาต่อมา ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จะเข้ามาสนับสนุนการทำงานของมูลนิธิอิสรชน ช่วยจัดหาวัคซีนโควิด-19 สำหรับกลุ่มเปราะบางซึ่งรวมถึงคนไร้บ้าน แต่เวลานั้นก็ยังมี “ดราม่า” เกิดขึ้นอีก เมื่อเกิดคำถาม “ทำไมคนเร่ร่อนได้วัคซีนก่อนคนอื่นๆ” แต่สำหรับมูลนิธิฯมองว่า ทุกคนควรมีสิทธิ์ได้รับวัคซีนอย่างเท่าเทียมกัน เพียงแต่คนเร่ร่อนอาจไม่สามารถส่งเสียงได้เหมือนกลุ่มอื่นๆ มูลนิธิจึงเข้ามาช่วยเป็นกระบอกเสียงให้ ซึ่งการฉีดวัคซีนให้คนเร่ร่อน ไม่ใช่เพียงความปลอดภัยของคนเร่ร่อน แต่รวมถึงคนอื่นๆ ที่อยู่ร่วมในสังคมเดียวกับคนเร่ร่อนด้วย

อนึ่ง “สถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ในมุมหนึ่งทำให้ผู้คนในสังคมเริ่มมองว่าคนไร้บ้านไม่ใช่เรื่องไกลตัว” เพราะได้เห็นภาพว่าเมื่อเกิดวิกฤตขึ้นแล้วมีคนต้องตกงาน สิ่งที่ตามมาคือคนคนนั้นอาจต้องออกจากที่ที่เคยพักอาศัย (เช่น ห้องเช่า) แล้วกลายเป็นคนไร้บ้าน จากเดิมในการทำงานก่อนหน้านี้ของมูลนิธิอิสรชน จะพบว่าสังคมมองคนไร้บ้านแบบตีตราบ้าง หรือหลายคนก็เชื่อว่าตนเองมีงานประจำทำแล้วจะไม่มีวันกลายเป็นคนไร้บ้านบ้าง

ดังนั้น “การทำงานในประเด็นคนไร้บ้านจึงไม่ใช่เพียงการทำเพื่อคนไร้บ้าน แต่ทำเพื่อสังคมโดยรวม” เป็นการทำให้สังคมได้ฉุกคิดว่า “ระบบสวัสดิการ”ในประเทศนี้เป็นอย่างไร ไล่ตั้งแต่ “เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ” ซึ่งไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพ “การศึกษาฟรี” ที่ยังมีข้อถกเถียงว่าฟรีจริงหรือไม่? มีมาตรฐานเท่ากันหรือเปล่า? โดยยังมีเด็กที่หลุดออกจากระบบการศึกษาและสุ่มเสี่ยงต้องมาใช้ชีวิตในที่สาธารณะ ตลอดจนสวัสดิการเด็กแรกเกิดและอื่นๆ

ซึ่งการไม่มีสวัสดิการที่เพียงพอ ก็ทำให้คนบางส่วนหลุดออกมาเป็นคนเร่ร่อนได้!!!

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หมั่นสังเกตตนเอง! แพทย์ผิวหนังให้ความรู้ โรคติดเชื้อแบคทีเรียทางผิวหนัง

Posted on September 16, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/680124

หมั่นสังเกตตนเอง! แพทย์ผิวหนังให้ความรู้ โรคติดเชื้อแบคทีเรียทางผิวหนัง

หมั่นสังเกตตนเอง! แพทย์ผิวหนังให้ความรู้ โรคติดเชื้อแบคทีเรียทางผิวหนัง

วันพุธ ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2565, 21.45 น.

กรมการแพทย์ โดยสถาบันโรคผิวหนัง ให้ความรู้โรคติดเชื้อแบคทีเรียทางผิวหนังที่พบบ่อยตามความลึก และตำแหน่งของการอักเสบ พร้อมอธิบายถึงสาเหตุและการดูแลรักษา ป้องกัน หมั่นสังเกตผิวหนังตนเองอยู่เสมอ หากมีอาการผิดปกติ แนะนำให้เข้ามาปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับการวินิจฉัยรักษาที่ถูกต้อง

นายแพทย์มานัส โพธาภรณ์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า ผิวหนังของคนเราจัดเป็นด่านแรกที่จะทำหน้าที่ป้องกันอันตรายจากเชื้อโรคต่างๆ เมื่อใดที่มีปัจจัยให้ผิวหนังของเราอ่อนแอลง หรือ ความสมดุลของเชื้อประจำถิ่น (normal skin microbiota) เสียไป จะทำให้เชื้อโรคสามารถผ่านเข้าสู่ผิวหนัง และก่อให้เกิดโรคการติดเชื้อที่ผิวหนังได้ โรคติดเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนัง จัดเป็นโรคผิวหนังที่พบได้บ่อย หมั่นดูแลรักษาสุขอนามัย รักษาความสะอาดของร่างกาย หลีกเลี่ยงการเดินเท้าเปล่าโดยไม่สวมรองเท้า รวมถึงการตัดเล็บให้สั้น ตรวจสอบเท้ารวมถึงผิวหนังของตัวเองอยู่เสมอ ถ้ามีแผลให้ล้างแผลด้วยน้ำสะอาดพร้อมทั้งทำแผลอย่างถูกต้อง ถ้ามีผื่นโรคผิวหนังอื่นๆ ควรไปพบแพทย์ เพื่อทำการรักษาเพราะรอยโรคดังกล่าวอาจะเป็นช่องทางให้เชื้อแบคทีเรียเข้าไปก่อโรคยังผิวหนังได้

แพทย์หญิงมิ่งขวัญ วิชัยดิษฐ ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า โรคติดเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนังจัดเป็นโรคผิวหนังที่พบได้บ่อย ซึ่งจะแบ่งเป็น 5 กลุ่มโรคใหญ่ๆ เรียงตามความลึก และตำแหน่งของการอักเสบ ดังนี้

1.โรคพุพอง (Impetigo) เป็นการติดเชื้อแบคทีเรียในชั้นหนังกำพร้า ซึ่งเป็นชั้นที่อยู่ตื้นที่สุดของผิวหนัง โรคนี้มักพบได้บ่อยในเด็ก ซึ่งอาจเป็นชนิดที่พบตุ่มน้ำร่วมหรือไม่พบก็ได้ อาการเริ่มแรก จะมาด้วยตุ่มสีแดง ที่แถวใบหน้า หลังจากนั้นจะเปลี่ยนเป็นตุ่มน้ำใสหรือตุ่มหนอง ระยะถัดมาตุ่มจะแตกออก และพบเป็นลักษณะรอยถลอกตื้นๆที่มีสะเก็ดหนองสีเหลืองอมน้ำตาล คล้ายสี “น้ำผึ้ง” คลุมอยู่ด้านบน ในบางรายอาจจะมีอาการไข้หรือต่อมน้ำหลืองโตร่วมด้วยได้

2.โรครูขุมขนอักเสบ (Folliculitis), ฝี (Furuncle/abscess), และ ฝีฝักบัว (Carbuncle) เริ่มต้นเป็นการอักเสบของรูขุมขน มีลักษณะเป็นตุ่มสีแดง หรือตุ่มหนองขึ้นที่ตำแหน่งของรูขุมขน ตำแหน่งที่พบบ่อย เช่น ใบหน้า(แถวเครา), ศีรษะ, หน้าอก, หลัง, รักแร้, และ แก้มก้น เป็นต้น ซึ่งถ้าการอักเสบรุนแรง และลุกลามไปยังเนื้อเยื่อข้างเคียง อาจพบเป็นไตแข็งๆที่มีหนองสะสมอยู่ภายในที่เรียกว่า ฝี (Furuncle/abscess) และหากพบฝีหลายๆ อันอยู่รวมกลุ่มกันโดยมีช่องทางเชื่อมต่อกัน เราจะเรียกรอยโรคนี้ว่า ฝีฝักบัว (Carbuncle) ซึ่งเมื่อเป็นโรคในกลุ่มนี้แล้ว มักมีอาการไข้, อ่อนเพลีย, หรือ ต่อมน้ำเหลืองโตร่วมด้วย อาจเป็นสาเหตุของการติดเชื้อในกระแสเลือดได้ โรคในกลุ่มนี้หายช้า และมักจะทิ้งรอยแผลเป็น

3.โรคไฟลามทุ่ง (Erysipelas) เป็นการอักเสบที่ส่วนบนของผิวหนังชั้นแท้ ซึ่งอาการจะแสดงออกมาหลังได้รับเชื้อ 2 – 5 วัน โดยจะเริ่มด้วยอาการไข้ หนาวสั่น อ่อนเพลีย ในมีกี่ชั่วโมงถึงวันถัดมา จะพบอาการผื่นแดงเป็นปื้น บวม กดเจ็บ ที่มีลักษณะเป็นขอบเขตชัด และมีการลามของผื่นอย่างรวดเร็ว ตำแหน่งที่พบบ่อยที่สุดคือ ขา รองลงมาคือ ใบหน้า มักพบร่วมกับอาการต่อมน้ำเหลืองบริเวณใกล้เคียงโต

4.โรคเนื้อเยื่ออักเสบ (Cellulitis) เป็นการอักเสบที่ส่วนล่างของผิวหนังชั้นแท้จนถึงชั้นไขมันใต้ผิวหนัง ผู้ป่วยจะมาด้วยอาการไข้ หนาวสั่นและ อ่อนเพลีย  ร่วมกับมีผื่นที่มีลักษณะบวม แดง ร้อน ขอบเขตไม่ชัดและมีอาการปวด ผื่นสามารถ ลามขยายขนาดออกกว้างขึ้นแต่ไม่เร็วเท่ากับโรคไฟลามทุ่ง ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่ การติดเชื้อในกระแสเลือด ต่อมน้ำเหลืองอักเสบ และกรวยไตอักเสบ  เป็นต้น โดยในรายที่มีการอักเสบกลับมาเป็นซ้ำหลายๆครั้ง อาจส่งผลต่อการไหลเวียนของระบบท่อน้ำเหลืองทำให้ผู้ป่วยมีอาการขาบวมเรื้อรังได้

5.โรคแบคทีเรียกินเนื้อ หรือโรคเนื้อเน่า (necrotizing fasciitis) เป็นโรคที่ความรุนแรงสูงที่สุดในกลุ่มการติดเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนัง มีอัตราการเสียชีวิต อยู่ระหว่างร้อยละ 20 – 60 เป็นการอักเสบรุนแรงในชั้นไขมันใต้ผิวหนัง และพังผืดที่คลุมกล้ามเนื้อ จนเกิดภาวะเนื้อตายตามมาถือเป็นภาวะเร่งด่วนที่ต้องรีบมาพบแพทย์และให้การรักษาโดยเร็ว

ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง ให้คำแนะนำเพิ่มเติมว่า ข้อควรปฏิบัติ 1.การรักษาหลักเป็นการให้ยาปฏิชีวนะตามเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของโรค กรณีที่อาการไม่รุนแรงอาจใช้ยาปฏิชีวนะในรูปแบบรับประทาน แต่หากมีอาการรุนแรง หรือมีอาการตามระบบต่างๆ ร่วมด้วย อาจต้องใช้ยาปฏิชีวนะในรูปแบบยาฉีด ซึ่งผู้ป่วยจำเป็นต้องมาพบแพทย์เพื่อการวินิจฉัยและการรักษาที่ถูกต้อง ไม่ควรซื้อยารับประทานเอง 2.ทำความสะอาดผิวหนังและบริเวณที่เป็นแผลให้สะอาดด้วยการฟอกสบู่และน้ำยาฆ่าเชื้อให้สะอาด 3.หลีกเลี่ยงการแกะเกา เพราะจะทำให้เกิดบาดแผลที่ผิวหนังและอาจทำให้เชื้อโรคลุกลามมากยิ่งขึ้น4.การรักษาด้วยวิธีอื่น เช่น การกรีดระบายหนอง การประคบแผลด้วยน้ำเกลือ เพื่อดูดซึบน้ำเหลืองออก

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

รู้ทัน หวาน มัน เค็ม รับประทานอาหารแปรรูป-แช่แข็ง ปลอดภัย ได้คุณค่าโภชนาการ

Posted on September 16, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/680122

รู้ทัน หวาน มัน เค็ม รับประทานอาหารแปรรูป-แช่แข็ง ปลอดภัย ได้คุณค่าโภชนาการ

รู้ทัน หวาน มัน เค็ม รับประทานอาหารแปรรูป-แช่แข็ง ปลอดภัย ได้คุณค่าโภชนาการ

วันพุธ ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2565, 21.16 น.

ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านอาหารแนะผู้บริโภคอ่านฉลากโภชนาการอย่างเข้าใจ โดยเฉพาะปริมาณหวาน มัน เค็ม สารอาหารและพลังงาน ให้อยู่ในปริมาณตามความต้องการในแต่ละวัน ช่วยให้สามารถรับประทานอาหารแปรรูปและอาหารแช่แข็งได้อย่างปลอดภัยและได้รับคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน

อาจารย์แววตา เอกชาวนา นักกำหนดอาหารวิชาชีพ แนะนำว่า พฤติกรรมการบริโภคอาหารของคนไทยยังคุ้นชินกับการรับประทานอาหารรสจัด การเติมเครื่องปรุงประเภท น้ำปลา น้ำตาล ซอส หรือ กระเทียมเจียว เป็นส่วนประกอบในการปรุงอาหาร และยังมีการปรุงเพิ่มตลอดเวลา รวมถึงอาหารแปรรูปที่มีการปรุงแต่งรสชาติให้ถูกปากผู้บริโภค ซึ่งอาจทำให้ได้รับปริมาณส่วนประกอบของเครื่องปรุงและพลังงานเกินกว่าที่ร่างกายต้องการในแต่ละวัน ก่อให้เกิดการสะสมและเป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคต่างๆ ได้ ดังนั้นในการรับประทานอาหารที่ไม่ได้ปรุงสดเอง ควรเลือกซื้อและบริโภคอาหารที่มีฉลากโภชนาการ GDA (Guideline Daily Amounts) ระบุข้างบรรจุภัณฑ์ให้เข้าใจถึงปริมาณบริโภคต่อหน่วย และค่าพลังงาน น้ำตาล ไขมัน และโซเดียม เพื่อประโยชน์ของผู้บริโภคและสนับสนุนมาตรการป้องกันปัญหาด้านโภชนาการ

ในยุคที่ผู้บริโภคหันมาสนใจสุขภาพส่วนบุคคลมากขึ้น การมองหาอาหารเพื่อสุขภาพ ที่ช่วยส่งเสริมการดำเนินชีวิตประจำวันให้กินดี-อยู่ดี กลายเป็นปัจจัยและความจำเป็นในการเลือกซื้ออาหารมากขึ้น ฉลากโภชนาการ GDA จึงเป็นผู้ช่วยอย่างดีในการให้ข้อมูลการวิเคราะห์ความต้องการในการบริโภคที่จะแสดงให้ทราบถึงปริมาณพลังงาน น้ำตาล ไขมัน และโซเดียม ซึ่งจะช่วยให้ผู้บริโภคตัดสินใจเลือกรับประทานอาหารสำเร็จรูปได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัย

องค์การอนามัยโลก (World Health Organization : WHO) และองค์กรเพื่อสุขภาพต่างๆ ของไทย เช่น กรมอนามัย สถาบันโภชนาการ ได้นำเสนอรายงานด้านพฤติกรรมการบริโภคเกลือหรือโซเดียมของคนไทย พบว่า คนไทยบริโภคมากถึง 3,636 มิลลิกรัม ซึ่งเกินกว่าปริมาณที่ร่างกายต้องการ 2 เท่า จากปริมาณที่ WHO แนะนำ คือ ไม่ควรเกิน 2,000 มิลลิกรัม (1 ช้อนชา) พฤติกรรมดังกล่าวส่งผลเสียและเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (Non-Communicable Diseases : NCDs) อาทิ ความดันโลหิตสูง นำไปสู่โรคหัวใจขาดเลือด โรคหลอดเลือดสมอง อัมพฤกษ์ อัมพาต โรคอ้วน และยังมีผลเสียต่อไตโดยตรง ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการปรุงอาหารให้มีรสชาติตามความนิยมและความชื่นชอบของผู้บริโภค

ล่าสุด กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข กำลังพิจารณาร่วมกับกรมสรรพสามิตเพื่อเตรียมนำ “ภาษีความเค็ม” เข้ามากำกับดูแลผลิตภัณฑ์อาหารที่มีการบริโภคสูง อาทิ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารแช่เย็นสำเร็จรูป และขนมกรุบกรอบ เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายการบริโภคความเค็มต้องลดลง 30% ภายในปี 2568 และเป็นการส่งเสริมให้ทั้งผู้บริโภคทั่วไปและผู้บริโภคที่อยู่ในกลุ่มโรค NCDs ให้ความสำคัญกับการเลือกรับประทานอาหาร รวมถึงระมัดระวังการรับประทานอาหารที่มีไขมัน และมีรสหวาน มัน เค็ม มากเกินไป หรือรับประทานอาหารซ้ำๆ ไม่หลากหลาย ซึ่งจะทำให้ขาดสารอาหารอื่นๆ และได้รับเส้นใยหรือวิตามินต่างๆ ไม่ครบถ้วน

อาจารย์แววตา กล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทผู้ผลิตอาหารชั้นนำของไทยมีการปรับสูตรอาหารทางเลือกเพื่อสุขภาพ และนำเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัยมาใช้ควบคู่กับการวิจัยและพัฒนาสินค้าให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค ที่เน้นคุณค่าทางโภชนาการเป็นหลัก ตอบโจทย์เทรนด์อาหารเพื่อสุขภาพที่ดี หรือแม้แต่อาหารสำหรับผู้ป่วยเฉพาะโรค และอาหารที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดลล้อม โดยมีเป้าหมายสำคัญที่สุด คือ การผลิตอาหารปลอดภัยและคำนึงถึงความมั่นคงทางอาหาร เพื่อสุขโภชนาการที่ดีของผู้บริโภคและใส่ใจสิ่งแวดล้อมในเวลาเดียวกัน เริ่มตั้งแต่นโยบายผลิตและคัดสรรวัตถุดิบชั้นดีในการผลิตเน้นความสด สะอาด ปราศจากสารตกค้าง เพื่อป้อนสู่กระบวนการผลิตตามสูตรอาหารที่ผ่านการวิจัยและปรุงรสให้สอดคล้องกับรสนิยมของผู้บริโภค และตรวจสอบย้อนกลับได้ตลอดห่วงโซ่การผลิต

สำหรับอาหารที่ได้รับความนิยม เช่น ผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปและอาหารแช่แข็ง ควรเลือกผู้ผลิตที่เชื่อถือได้ มีตราสัญลักษณ์การรับรองมาตรฐานจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ต้องระบุชื่อผู้ผลิต แหล่งผลิต วัน/เดือน/ปี ที่หมดอายุแสดงไว้บนบรรจุภัณฑ์ชัดเจน สร้างหลักประกันความปลอดภัย และควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ตลอดจนการออกกำลังกายสม่ำเสมอ โดยผู้บริโภคที่อยู่ในกลุ่มโรค NCDs ต้องอ่านฉลากโภชนาการก่อนเลือกซื้อ เพื่อลดอาหารที่จะมีผลต่ออาการของโรค 

นอกจากนี้ ยังมีการผลิตสูตรอาหารเพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภคมากขึ้น หรือเพื่อผู้บริโภคที่มีความต้องการสารอาหารเฉพาะด้านเพื่อสุขภาพที่ดี โดยสังเกตจากตราสัญลักษณ์ Healthier Logo หรือ Healthier Choice เพื่อความมั่นใจในการบริโภคอาหารให้ตรงกับความการของร่างกาย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘หัวหิน’ไอเดียเก๋ ฉีดวัคซีนรับพระ‘หลวงปู่ทวด’วัดห้วยมงคล วันเดียวเท่านั้น

Posted on September 16, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/680115

‘หัวหิน’ไอเดียเก๋ ฉีดวัคซีนรับพระ‘หลวงปู่ทวด’วัดห้วยมงคล วันเดียวเท่านั้น

‘หัวหิน’ไอเดียเก๋ ฉีดวัคซีนรับพระ‘หลวงปู่ทวด’วัดห้วยมงคล วันเดียวเท่านั้น

วันพุธ ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2565, 20.36 น.

‘หัวหิน’ไอเดียเก๋ ฉีดวัคซีนรับพระ‘หลวงปู่ทวด’วัดห้วยมงคล วันเดียวเท่านั้น  

14 กันยายน 2565 นายเจนวิท ผลิศักดิ์ รักษาการสาธารณสุข อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันสถานการณ์โรคโควิด-19 เริ่มคลี่คลาย โดยเฉพาะที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ล่าสุดวันนี้พบผู้ป่วยใหม่แค่ 6 ราย ถึงแม้สถานการณ์โรคโควิด-19 จะดีขึ้น แต่ทางสาธารณสุข อ.หัวหิน ยังคงออกให้บริการฉีดวัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้กับประชาชนอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ได้ร่วมกับโรงพยาบาลหัวหิน สถานีกาชาดหัวหินเฉลิมพระเกียรติ และวัดห้วยมงคล จัดโครงการสร้างภูมิคุ้มกัน 2 ต่อ คือ ภูมิคุ้มกันทางกาย โดยการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 และภูมิคุ้มกันใจ รับวัตถุมงคล วัดห้วยมงคล โดยเจ้าหน้าที่จะออกให้บริการฉีดวัคซีนโควิด ชนิด Pfizer ในเข็มที่ 1 ถึง เข็มที่ 5 แก่ประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไป ทุกเชื้อชาติ ที่บริเวณศาลาประดิษฐานองค์หลวงปู่ทวดต้นแบบ วัดห้วยมงคล ต.ทับใต้ อ.หัวหิน ในวันศุกร์ที่ 30 ก.ย.นี้ ตั้งแต่เวลา 09.00-14.00 น. หรือจนกว่าวัคซีนจะหมด

สำหรับผู้ที่ได้รับวัคซีนทุกท่านจะได้รับวัตถุมงคล หลวงปู่ทวดเนื้อว่านคลุกรัก ผ่านการปลุกเสกจากพระพิศาลสิทธิคุณ หรือท่านเจ้าคุณไพโรจน์ ปภัสสโร เจ้าอาวาสวัดห้วยมงคล แจกให้ ซึ่งมีจำนวนจำกัดแค่วันเดียวเท่านั้น นอกจากนี้ผู้ที่มารับวัคซีนยังได้กราบสักการะขอพรหลวงปู่ทวดองค์ใหญ่ และหลวงพ่อโสธรองค์ใหญ่ที่สุดของภาคใต้ พร้อมขอโชคลาภจาก “ท้าวเวสสุวรรณ” และ “ไอ้ไข่” ที่บริเวณศาลาด้านข้างหลวงพ่อทวดองค์ใหญ่อีกด้วย

-005

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘หลวงพ่อจง’ให้หวยคนลูกมากยากจนต้องรับภาระเลี้ยงลูก 7-8 คน โดย ‘หลวงพ่อฤาษีลิงดำ’

Posted on September 16, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/680094

'หลวงพ่อจง'ให้หวยคนลูกมากยากจนต้องรับภาระเลี้ยงลูก 7-8 คน โดย 'หลวงพ่อฤาษีลิงดำ'

‘หลวงพ่อจง’ให้หวยคนลูกมากยากจนต้องรับภาระเลี้ยงลูก 7-8 คน โดย ‘หลวงพ่อฤาษีลิงดำ’

วันพุธ ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2565, 19.15 น.

พระราชพรหมยาน (วีระ ถาวโร) หรือ “หลวงพ่อฤาษีลิงดำ” วัดท่าซุง (วัดจันทาราม) บ้านท่าซุง ต.น้ำซึม อ.เมือง จ.อุทัยธานี เล่าเรื่อง “หลวงพ่อจง พุทฺธสโร หรือพระอธิการจง พุทฺธสโร อดีตเจ้าอาวาสวัดหน้าต่างนอก ให้หวยแม่น ต่อจากเรื่องเก่าเมื่อวานนี้ 

หลวงพ่อฤาษีลิงดำเล่าว่า…ความจริงผู้หญิงคนนี้แกมีลูกมากจริงๆ มีลูกตั้ง 7 คนหรือ 8 คนไม่ทราบ ผัวไม่มี ความจริงผัวแกมีแต่แกตายเสีย แล้วแกก็ต้องรับภาระเลี้ยงลูก แกเป็นคนจน ไร่นาสาโท ก็ไม่มี น่าเห็นใจมาก ต้องรับจ้างเขา แต่ว่าการอยู่บ้านนอกก็รู้สึกว่าเบาหน่อย เพราะว่าน้ำไม่ต้องซื้อ ผักหญ้าไม่ต้องซื้อ ปลาไม่ต้องซื้อ หาได้เอง เหลือแต่ข้าว ข้าวแกก็เกี่ยวข้าวจ้าง ลูกคนโตก็เกี่ยวข้าวจ้าง รับจ้างเขา ลูกคนเล็กๆ ก็เก็บข้าวตก หรือว่าข้าวตามลานที่เขาไม่ต้องการ คือว่าข้าวปลายลานเขากวาดไปติดแกลบ เด็กก็ไปกวาดแล้วร่อนๆ พอได้ข้าวมาหุงสำหรับกิน มาปีหนึ่งน้ำท่วมมากเป็นฤดูน้ำมาก บ้านของแกน้ำจะท่วมพื้นอยู่แล้ว เป็นโรงกระต๊อบเล็กๆ อยู่แบบยัดเยียดกัน

วันหนึ่งแกมาหาหลวงพ่อจง แกบอกว่าหลวงพ่อเจ้าคะ เวลานี้ก็เดือนสิบแรมๆ แล้วใกล้จะเดือน 11 ทุนรอนก็หมด จะเลี้ยงลูกเต้าก็ไม่มีทุน เงินที่จะซื้อข้าวก็ไม่มี สำหรับกับข้าวก็หาเอา บางอย่างเท่านั้นที่ต้องซื้อ เช่น พริก กะปิ หอม กระเทียมไว้ เจ้าพริกนี่ ความจริงฤดูแล้วแกปลูกของแก ผักหญ้าแกปลูก ลูกมากต้องขยัน เวลานั้นมันถึงเวลาเครียดมาก ระหว่างเดือน 10 ต่อเดือน 11 นี่ชาวนาแย่ ข้าวใหม่ยังไม่ออกข้าวเก่าก็หมดไป แกไปขอหวยหลวงพ่อจง บอกฉันขอหวยสักคราว ขอหลวงพ่อให้ให้ถูกด้วย สตางค์ฉันมีอยู่ไม่มาก

หลวงพ่อจงสงสาร เขียนเลขให้ 3 ตัว บอกเอาไปเล่นคนเดียวนะ อย่าให้คนอื่นเขา จะได้เอาเงินเลี้ยงลูก พอแกไปแล้วเห็นจะนึกขึ้นมาได้ ตอนค่ำ นึกขึ้นมาได้ว่ายายผู้หญิงคนนี้แกคงจะมีลาภไม่มาก หลวงพ่อจงก็ลงเรือพายไปเองคนเดียว ตาท่านดีมาก กำลังก็ดี ไปถึงหน้าบ้านยายคนนั้น ก็เรียก อีหนูเอ้ย อีหนู ยายคนนั้นแกก็ออกมา ถามว่าหวยที่หลวงพ่อให้มาน่ะเอ็งเล่นแล้วหรือยัง ยายคนนั้นก็บอกว่าฉันไปหาหลวงพ่อกลับมาก็ยังไม่ว่าง ต้องหาอาหารเลี้ยงลูก ยังไม่ได้ซื้อ เข้าใจว่าจะซื้อในวันพรุ่งนี้ ท่านก็บอกว่าดีแล้วลูก ยังไม่ซื้อน่ะดีแล้ว คราวนี้ลาภของเอ็งไม่มีมากนะลูกนะ ถ้าจะซื้อละก็ซื้ออย่าให้เกิน 5 บาทนะ ถ้าเกิน 5 บาท มันเกินวาสนาบารมีละก็ ไม่ถูกหรอก ต้องเล่นเพียงแค่ 5 บาท มันจึงจะถูก ยายคนนั้นก็รับคำแล้วก็กราบท่าน

พอท่านจะกลับท่านก็สั่งว่าอย่าไปบอกใครเขานะ เลขนี้บอกใครเขาไม่ได้ มันเป็นลาภของเอ็งคนเดียว แล้วเล่นได้เพียง 5 บาท เท่านั้น ถ้าซื้อเกิน 5 บาท ถ้าเลขออกเอ็งจะถูกโกง คือว่าลาภของเอ็งมันมีน้อย ไอ้ลาภเก่าก็จะหมดไป ลาภใหม่มันจะไม่ได้ก็ช่างเถอะ เราเล่นตามบุญวาสนาบารมี ยายคนนั้นก็รับคำ ท่านก็กลับ

ปรากฏว่าเวลาหวยออกจริงๆ ยายคนนั้นถูกพอดี แล้วก็เล่น 5 บาท ตรงตามท่านแล้วก็มารายงานให้ทราบ เอาเงินบางส่วนมาถวายให้ท่าน ท่านบอกไม่ต้องๆ เอ็งตั้งใจมาขอหวยข้านี่ ตั้งใจจะเอาเงินไปเลี้ยงลูก เอาเงินไปเลี้ยงลูกเถอะไป กว่าน้ำจะยุบ ข้าวใหม่จะออกมันก็อีกนาน เอาไปทำทุนเข้าไว้ แล้วก็อย่าพูดไปนะว่าเราถูกหวย ประเดี๋ยวใครเขาจะมาแย่งเอา

เรื่องก็มีเท่านี้ เรื่องต่อไปหลวพ่อจงให้หวยเด็ก

………………………….

โดยพระราชพรหมยาน (วีระ ถาวโร) “หลวงพ่อฤาษีลิงดำ” วัดท่าซุง (วัดจันทาราม) บ้านท่าซุง ต.น้ำซึม อ.เมือง จ.อุทัยธานี คัดลอกจากลานธรรมจักร http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=7&t=39746

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

Posted on September 16, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/680051

วอดทั้งหลัง!! ไฟไหม้ศาลาวัดเก่าแก่ อึ้ง 'หุ่นขี้ผึ้งเจ้าอาวาสรุ่นแรก' ไฟเผาไม่วอด

วอดทั้งหลัง!! ไฟไหม้ศาลาวัดเก่าแก่ อึ้ง ‘หุ่นขี้ผึ้งเจ้าอาวาสรุ่นแรก’ ไฟเผาไม่วอด

วันพุธ ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2565, 18.05 น.

 ไฟไหม้ศาลาวัดอายุ 50 ปีวอดทั้งหลัง   อภินิหารหุ่นขี้ผึ้งเจ้าอาวาสรุ่นแรกไฟเผาไม่วอดชาวบ้านร่ำไห้สุดเสียดาย

14  ก.ย.2565  เวลาประมาณ 15.00 น. ที่วัดควนกาหลง  ต.ควนกาหลง  อ.ควนกาหลง  จ.สตูล  ได้เกิดเหตุไฟไหม้อาคารศาลาการเปรียญซึ่งเป็นอาคารไม้ทั้งหลัง ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 2509  โดยเพลิงกำลังลุกโชน  มีรถดับเพลิงจากอบต.ควนกาหลง  และรถจากบริษัทหาดใหญ่กรุ๊ปกำลังช่วยกันดับไฟที่ซึ่งกำลังลุกไหม้อย่างรวดเร็ว

ด้าน นายณัฐภาพงษ์  สุวรรณชนะ  นายก อบต.ควนกาหลง  กล่าวว่า นายกได้รับแจ้งเหตุไฟไหม้ช่วงประมาณ 3 โมง 25 นาที พอมาถึงยังจุดเกิดเหตุพบไฟลุกเกือบทั้งหลังแล้ว  มีรถดับเพลิงของอบต.ควนกาหลง และของบริษัทกำลังดับไฟอยู่  จึงได้ประสานความช่วยเหลือไปยังอบต. ทุ่งนุ้ย   อบต.ควนโดน อบต.อุใดเจริญ  มาช่วยแต่ด้วยความที่ ศาลาที่เกิดไฟไหม้เป็นศาลาที่เก่าแก่ สร้างขึ้นเมื่อปีพ.ศ 2509 เป็นไม้ทั้งหลัง มีพรมและผ้าม่าน กลายเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี  มีหลายสิ่งเสียหายเยอะเพราะของเก่าทั้งหมดจะอยู่ในศาลาการเปรียญแห่งนี้ มีพระพุทธรูปเครื่องเสียง และมีอุปกรณ์เกี่ยวกับพิธีสงฆ์ต่างๆ อยู่ในอาคารหลังนี้ทั้งหมด

สิ่งที่ชาวบ้านพูดกันเกิดอาการขนลุกขนพองคือ มีพระพุทธรูปอดีตเจ้าอาวาส (พระครูพิพัฒน์โกศล  หลวงพ่อห่วง)  วัดควนกาหลงและเป็นเจ้าอาวาสคนแรก   เป็นหุ่นขี้ผึ้งเสมือนจริง และมีองค์ที่ทำกับสแตนเลสอยู่รวมเป็น 2 เจ้าอาวาส  ในส่วนของหุ่นขี้ผึ้งมีการเผาไฟเล็กน้อย ในส่วนของแขนส่วนของฐานรองจะอยู่ในสภาพปกติ  ส่วนสาเหตุคาดว่าเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร เพราะสายไฟที่ใช้เป็นสายไฟเก่าแก่ค่อนข้างจะยาวนาน   ส่วนอายุศาลาเก่าแก่ประมาณ 56 ปี

ด้าน ยายจบ  มณีสว่าง อายุ 80 ปี  กล่าวว่า  จากเหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งนี้รู้สึกเสียใจ เสียหายเพราะศาลานี้ถูกสร้างมานานแล้ว.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘แม่แอด’สุดดีใจได้ทอง 8 บาทคืนจากลูกทาสยาบ้าแล้ว อ้อน ตร.ช่วยส่งไปบำบัด

Posted on September 16, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/680016

'แม่แอด'สุดดีใจได้ทอง 8 บาทคืนจากลูกทาสยาบ้าแล้ว อ้อน ตร.ช่วยส่งไปบำบัด

‘แม่แอด’สุดดีใจได้ทอง 8 บาทคืนจากลูกทาสยาบ้าแล้ว อ้อน ตร.ช่วยส่งไปบำบัด

วันพุธ ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2565, 16.46 น.

แม่แอดได้สร้อยคอทองคำหนัก 8 บาทคืนแล้วหลังลูกชายทาสยาบ้า ฉกไป พร้อมขอความช่วยเหลือตำรวจเอาลูกชายไปบำบัดที่ถ้ำกระบอก เผยทั้งน้ำตา “อยากได้ลูกชายคนดีของแม่กลับคืนมา”

ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีแม่แอด อายุ 57 ปีชาวบ้านบ้านห้วยปลาโด ต.บ้านดุง อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี ร่ำไห้อย่างหนักบอกว่าลูกชายฉกเอาสร้อยคอทองคำหนัก 4 บาท 1 เส้น 3 บาท 1 เส้น และ 1 บาท อีก 1 เส้นรวมเป็นสร้อยคอทองคำ 8 บาทมูลค่า 250,000 บาทที่ซุกซ่อนอยู่ในหมอนข้างและบอกว่าจะเอาไปเผาเอาซากไปขายหาเท่าไรก็ไม่เจอทำให้ทุกข์ใจอย่างหนักทั้งเรื่องทองและลูกชายที่ตกเป็นทาสยาบ้าจากคนดีๆ หาเงินมาเก็บออมแต่ติดยาบ้าหนัก สุดท้ายเงิน 800,000 ก็ไม่เหลือแถมมาขโมยเอาสร้อยคอทองคำหนัก 8 บาทไปด้วย

ล่าสุดวันนี้ (14 ก.ย.65) ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านห้วยปลาโดอีกครั้ง โดยพบกับแม่แอด ซึ่งได้บอกว่า เมื่อเช้าวันนี้นายเอ๋ ซึ่งเป็นลูกชายได้เอาสร้อยคอทองคำมาให้แล้วทั้งหมด 3 เส้นครบ 8 บาท พร้อมบอกกับตนว่าอยากได้มากนักทองก็เอาคืนไป พร้อมกับโยนคืนให้ตนอยู่ที่หน้าบ้านในสภาพเปื้อนโคลนตม คาดว่าลูกชายจะเอาไปซ่อนไว้ที่ทุ่งนา พร้อมกันนนี้แม่แอด ได้โชว์ทองคำให้ผู้สื่อข่าวดูและบอกอีกว่า ต่อไปคงไม่เก็บทองไว้ที่บ้านแล้วจะเอาไปฝากธนาคารไว้ กลัวลูกชายจะมาฉกเอาอีก

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.บ้านดุง ได้เดินทางไปพบแม่แอด พร้อมแจ้งว่าต้องการจะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำอย่างไรกับลูกชาย ทางผู้เป็นแม่บอกว่าอยากให้ตำรวจช่วยนำตัวไปรักษาให้ที จากนั้นแม่แอดได้พาตำรวจไปที่กระท่อมนาท้ายหมู่บ้านและไปพบกับนายเอ๋ อายุ 38 ปีลูกชายที่ฉกเอาสร้อยคอทองคำไป โดยนายเอ๋ บอกว่า ตนไม่ได้ผิดอะไรจะมาจับตนทำไม พร้อมกับอ้างข้อกฎหมายต่างๆ และบอกว่าไม่ได้ติดและเสพยาด้วย ส่วนที่เรื่องสร้อยคอทองคำ มันเป็นของตนที่หาเงินมาได้แล้วซื้อให้แม่เก็บไว้มันก็เป็นสิทธิ์ของตน นักข่าว และตำรวจไม่ควรมายุ่งเรื่องในครอบครัว 

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญนายเอ๋มา สภ.บ้านดุง ซึ่งนายเอ๋ก็ยอมขึ้นรถมาแต่โดยดี ขณะที่แม่แอด ได้คุยกับกับนายวีระพล รักเสมอวงศ์ รองประธานสภาเทศบาเมืองบ้านดุงและแอดมินเพจ “บ้านดุงอัพเดท” ทั้งน้ำตาว่า ตอนนี้ตนได้ทองคืนแล้วอยากให้ชีวิตลูกชายคนดีของแม่คืนมาบ้าง มาเป็นคนดีของแม่อย่างที่เคยเป็นและอยากให้ไปส่งลูกชายไปบำบัดรักษาที่ถ้ำกระบอก ขณะที่นายวีระพล รับปากว่าจะพาไปส่งในเย็นวันนี้ – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

พิษน้ำท่วม!! ‘ผักชี-โหระพา-มะระ-ผักกาดหอม-มะเขือเทศ’ พาเหรดขึ้นราคา

Posted on September 16, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/680013

พิษน้ำท่วม!! 'ผักชี-โหระพา-มะระ-ผักกาดหอม-มะเขือเทศ' พาเหรดขึ้นราคา

พิษน้ำท่วม!! ‘ผักชี-โหระพา-มะระ-ผักกาดหอม-มะเขือเทศ’ พาเหรดขึ้นราคา

วันพุธ ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2565, 16.45 น.

ผักในตลาด จ.สงขลา หลายชนิดเริ่มปรับราคาสูงขึ้น เนื่องจากแหล่งปลูกผักในภาคกลาง หลายจังหวัดฝนตกและน้ำท่วม ส่งผลให้ปริมาณผักที่ส่งให้ลูกค้าต่างจังหวัดเริ่มลดน้อยลง และยังมีแนวโน้มที่จะปรับราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

14 ก.ย.65 ที่ตลาดผักที่ตลาดทรัพย์สินพลาซ่า เขตเทศบาลนครสงขลา อ.เมือง จ.สงขลา ขณะนี้ผักหลายชนิดเริ่มปรับราคาสูงขึ้น เนื่องจากแหล่งปลูกผักในภาคกลาง หลายจังหวัดฝนตกและน้ำท่วมจากสภาพอากาศที่ได้รับผลกระทบจาก ร่องมรสุมเลื่อนขึ้นไปพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก ส่งผลให้ปริมาณผักที่ส่งให้ลูกค้าต่างจังหวัดเริ่มลดน้อยลง และยังมีแนวโน้มที่จะปรับราคาสูงขึ้น  อย่างต่อเนื่องอีกหลายชนิด หากพื้นที่แหล่งปลูกในภาคกลางโดยเฉพาะที่จังหวัดราชบุรี มีฝนตกหนักและน้ำท่วม

สำหรับผักที่มีการปรับราคาขึ้นแล้ว ประกอบด้วย ผักชี จาก กก.ละ 180 บาทขึ้นเป็น 200 บาท ผักกาดหอม จาก กก.ละ100 บาทขึ้นเป็น 120 บาท ผักกาดขาว จาก กก.ละ 40 บาทขึ้นเป็น 50 บาท มะเขือเทศ จาก กก.ละ 50 บาทขึ้นเป็น 60 บาท  มะระ จาก กก.ละ 50 บาท ขึ้นเป็น 60 บาท โหระพา จาก กก.ละ 60 บาทขึ้นเป็น 70 บาท ส่วนต้นหอม ยังคงราคาเดิม กก.ละ 120 บาท

สำหรับสาเหตุที่ผักปรับขึ้นราคาในช่วงนี้ เนื่องจากได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศ ทางภาคกลางเจอฝนตกและน้ำท่วมตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลทำให้แปลงพืชผักได้รับความเสียหายเยอะ ตอนนี้พืชผักที่ส่งมาจากจังหวัดราชบุรีของได้มาน้อย ไม่เพียงพอกับความต้องการของตลาด ก็มีการปรับราคาขึ้นตามสถานการณ์

นางประภา จินดา อายุ 40 ปี แม่ค้าขายผักตลาดทรัพย์สินพลาซ่า กล่าวว่า พืชผักที่ขึ้นราคามีหลายอย่างทั้ง ผักชี ผักกาดหอม ผักกาดขาว มะเขือเทศ มะระ โหระพา ในส่วนของลูกค้าก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะเขาก็รู้ว่า ต้นทางที่สั่งพืชผักมาขายมาจากจังหวัดราชบุรี ทางโน้นฝนตกน้ำท่วมที่แปลงผักที่สวน ผักก็เลยส่งมาตามสถานการณ์ ของน้อยๆก็ขึ้นราคาเป็นปรกติธรรมดา. -008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สีหวานแหวว!! เมรุเผาศพ ‘วัดหนองกลาย’ ช่วยให้ญาติคลายความเศร้าสูญเสียคนที่รัก

Posted on September 16, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/679987

สีหวานแหวว!! เมรุเผาศพ 'วัดหนองกลาย' ช่วยให้ญาติคลายความเศร้าสูญเสียคนที่รัก

สีหวานแหวว!! เมรุเผาศพ ‘วัดหนองกลาย’ ช่วยให้ญาติคลายความเศร้าสูญเสียคนที่รัก

วันพุธ ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2565, 15.35 น.

วัดหนองกลาย ต.ป่าเซ่า อ.เมืองอุตรดิตถ์ ทาสี “เมรุเผาศพ” สุดหวานแหวว 12 สี ช่วยคลายความเศร้าโศกเสียใจให้กับญาติ-โยมที่ต้องสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2565  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดหนองกลาย ต.ป่าเซ่า อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ ได้ทาสี  “เมรุเผาศพ”  สุดหวานแหว๋ว ช่วยคลายความเศร้าโศกเสียใจให้กับญาติ-โยม ที่ต้องสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก  โดยว่าจ้างช่างปรับแต่งทาสีจากโทนสีขาวของเดิม กลายมาเป็นเมรุสีน้ำหวานทาสลับกันเป็น 12 สี ทำให้ผู้คนที่ขับรถผ่านไป-มา ถนนสายหลักทางหลวงหมายเลข 11 ถนนอุตรดิตถ์-พิษณุโลก มองเข้าไปที่วัดเห็นเมรุสีสันสุดแปลกตา และ ขับรถเข้าไปถ่ายภาพลงผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย

พระลูกวัดหนองกลาย  บอกกับผู้สื่อข่าวว่า ”  เมรุเผาศพวัดหนองกลาย ตั้งอยู่หมู่ที่ 6 ต.ป่าเซ่า อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ ได้ผ่านการใช้งานมานานกว่า 20 ปี สภาพเก่าทรุดโทรม ซึ่งได้มีผู้มีจิตศรัทธาสมทบทุนช่วยปรับปรุง จากเดิมมีโทนสีขาวและเทาซึ่งดูหม่นหมอง เจ้าอาวาสวัดหนองกลาย และ คณะกรรมการวัด ได้ลงความเห็นเพื่อทำการปรับปรุงทาสี 12 สี จึงออกมาเป็นเมรุสีจัดจ้าน หรือ เมรุน้ำหวาน  ให้ดูสดใสคลายความเศร้า โดยใช้งบประมาณกว่า 2 แสนบาท มีการทาสีและเพิ่มไฟแสงสว่าง แถมยังเป็นเมรุแห่งแรกของจังหวัดอุตรดิตถ์ที่มีสีแบบนี้ “

ภายหลังจากมีการปรับปรุงทาสีเมรุเผาศพมาได้ 2  เดือน มีประกอบพิธีฌาปนกิจศพแล้ว 5 ศพ ผู้มาร่วมงานต่างบอกว่าสบายตา สบายใจ เมื่อเห็นสีของเมรุ ส่วนครอบครัวผู้เสียชีวิตก็คลายความเศร้า เปรียบเสมือนผู้เสียชีวิตได้เสียชีวิตอยู่ในบ้านของตนเอง เพราะเมรุมีสีสันที่สวยงาม และสดใส สบายตาช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย เพราะการจัดสถานที่แทบไม่ต้องตกแต่งหรือประดับประดาดอกไม้หรือผ้ามากมาย”

เมรุวัดหนองกลายมีขนาดใหญ่ ช่างทาสีได้ทาสีเมรุหลากหลายสีสลับกัน ทาสีทั้งหลังจนถึงยอดแม้กระทั่งภายในเตาเผา กำหนดทา 2 สี คือ สีชมพู สื่อถึงความรัก ความอบอุ่นที่ญาติพี่น้องมีต่อผู้เสียชีวิต และ สีฟ้า คือ การส่งดวงวิญญาณไปยังภพภูมิที่ดีตลอดไป.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หนุ่มดัดแปลงรถคันเก่าของพ่อ เป็นร้านกาแฟขับเคลื่อนที่เอาใจสายแคมป์ปิ้ง

Posted on September 16, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/679947

หนุ่มดัดแปลงรถคันเก่าของพ่อ เป็นร้านกาแฟขับเคลื่อนที่เอาใจสายแคมป์ปิ้ง

หนุ่มดัดแปลงรถคันเก่าของพ่อ เป็นร้านกาแฟขับเคลื่อนที่เอาใจสายแคมป์ปิ้ง

วันพุธ ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2565, 14.40 น.

ผู้ที่สัญจรผ่านถนนสวนสาธารณะเทศบาลเมืองเบตง อ.เบตง จ.ยะลา ทางไปชุมชนกาแป๊ะกอตอ ต่างต้องสะดุดตากับร้านชากาแฟของ นายฮากีมี ยะมะกา ที่เปิดเป็นธุรกิจเล็กๆริมทาง เพื่อเลี้ยงครอบครัวที่บ้านเกิดใน อ.เบตง จ.ยะลา  ด้วยการนำรถตุ๊กตุ๊กคันเก่าของพ่อ มาตกแต่งดัดแปลงเป็นร้านขายน้ำชากาแฟแบบ เคลื่อนที่ เอาใจสายแคมป์ปิ้ง

นายฮากีมี ยะมะกา บอกว่า ตนชื่นชอบการเดินทางออกทริปแคมป์ปิ้งตามสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยการออกแคมป์แต่ละครั้งสิ่งที่ขาดไม่ได้คือเครื่องชงกาแฟสำหรับแคมป์ปิ้งขนาดพกพา ที่มีทั้งแบบ Mokapot และแบบ Drip ซึ่งเพื่อนๆที่ออกแคมป์ปิ้งด้วยกันต่างชื่นชอบรสชาติกาแฟที่ตนเองชง และแนะนำให้เปิดร้านกาแฟ ตนก็เลยได้มีแนวคิดจะมาทำธุรกิจร้านกาแฟ จึงตัดสินใจนำรถตุ๊กตุ๊กคันเก่าของพ่อ มาตกแต่งดัดแปลงเป็นร้านขายน้ำชากาแฟแบบเคลื่อนที่ ถือเป็นรถตุ๊กตุ๊กคันแรกของเมืองเบตงที่ดัดแปลงเป็นร้านขายน้ำชากาแฟ โดยใช้ชื่อร้านว่า CoffeeIndy ( คอฟฟี่อินดี้ ) โดยจะเน้นขายกาแฟในรูปแบบ Mokapot เพราะว่าอุปกรณ์น้อย สะดวกพกพา ลดพื้นที่ในรถได้เยอะ  นอกจากนี้ตนยังดัดแปลงให้รถคันนี้สามารถใช้แก๊สในการหุงต้มน้ำร้อนหรือต่อ พ่วงกระแสไฟฟ้าจากแผงโซล่าเซลล์ พกพา เพื่อความสะดวกในการผลิตน้ำชากาแฟ อีกทั้งยังสามารถเคลื่อนย้ายร้านไปขายได้ทุกๆสถานที่อีกด้วย

นายฮากีมีบอกอีกว่า จึงขอเชิญชวนผู้ที่หลงรักกาแฟมาสัมผัสประสบการณ์ใหม่ของคอกาแฟ กับบรรยากาศธรรมชาติ ในสวนร่มรื่น สุดฟิน บริเวน สวนสาธารณะเทศบาลเมืองเบตง อ.เบตง จ.ยะลา   โดยทางร้านจะเปิดให้บริการทุกวัน ยกเว้นศุกร์ ที่ต้องปฏิบัติศาสนกิจ โดยเปิดเวลา 10.00- 16:00 น.

ส่วนช่วงเย็นจะไปเปิดทีตลาดแผงลอย ตั้งแต่เวลา 17.30 เป็นต้นไป ส่วนเมนูเด็ดของทางร้านที่นิยมสั่งก็จะมี มอคค่า อเมริกาโน่ ชาเย็น โกโก้เย็น และอีกหลายเมนู ราคาเริ่มต้น กาแฟก็จะอยู่ที่ 25บาทไปจนถึง 40 บาท.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,936,689 hits

Join 4,115 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

Science Update : รัสเซียทดสอบจรวด โซยุซ-5 สำเร็จ
จบสัมพันธ์สามีภรรยา หญิงออน แยกทาง ตั้ม วิชญะ ลูกชายของดวงดาว จารุจินดา
สว.นรเศรษฐ์ จี้รัฐบาล ทบทวนแลนด์บริดจ์ ชี้เสียงวิจารณ์เยอะ-เสี่ยงไม่คุ้มค่า
ยกเลิก MOU44 กต.แจงทูต/เข้าครม.5พ.ค.
โบว์ ณัฏฐา ชมภาวะผู้นำอนุทิน ออกตัวป้อง ศุภจี กลางสมรภูมิการเมือง Toxic
UOB เสริมความมั่นคง ผ่านการยกระดับการเรียนรู้ การเงินและนวัตกรรม
ราชการแนวหน้า : สิทธิประโยชน์และสวัสดิการของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ
คนใต้ หนุน แลนด์บริดจ์ แต่ห่วงสิ่งแวดล้อม-ทุจริต-ไม่โปร่งใส
บรรจง นะแส เบรก นิกร ปมแลนด์บริดจ์ ไล่ให้ไปอ่าน พ.ร.บ. SEC ก่อนออกตัวแรง!
เชียร์เลิกฟรีวีซ่า 60 วัน นักวิชาการ มธ.ชี้สกัด นทท.คุณภาพต่ำ ทำลายภาพลักษณ์ท่องเที่ยวไทย

Recent Posts

  • ออสเตรเลียแจ้งข้อหาชายวัย 47 ฆาตกรรม-ล่วงละเมิด ด.ญ. พื้นเมือง 5 ขวบ
  • เยอรมนีชี้ สหรัฐฯ ถอนทหารเป็นสิ่งที่ “คาดการณ์ได้” ขณะนาโตขอคำชี้แจง
  • “ภูเขาไฟมายอน” ปะทุหนัก ฟิลิปปินส์สั่งอพยพด่วน-ยกระดับเตือนภัยระดับ 3
  • “ทรัมป์” ขู่อาจกลับไปถล่มอิหร่านอีก หาก “ประพฤติตัวไม่ดี'”
  • จับชายในออสเตรีย หลังพบยาเบื่อหนูปนเปื้อน ในขวดสินค้าอาหารเด็ก

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d