Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

เล่นกอล์ฟประชด! กลางถนน’บ้านมาบมะค่า’เมืองโคราชเป็นหลุมเป็นบ่อ

Posted on September 16, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/679909

เล่นกอล์ฟประชด! กลางถนน'บ้านมาบมะค่า'เมืองโคราชเป็นหลุมเป็นบ่อ

เล่นกอล์ฟประชด! กลางถนน’บ้านมาบมะค่า’เมืองโคราชเป็นหลุมเป็นบ่อ

วันพุธ ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2565, 11.53 น.

วันนี้ (14 ก.ย.65) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีชาวบ้านคนหนึ่งที่สัญจรผ่านเส้นทางบ้านมาบมะค่าหมู่ 7 ตำบลหนองระเวียง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ได้ประชดหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยการนำไม้กอล์ฟมาเล่นกอล์ฟกลางถนนที่เป็นหลุมเป็นบ่อจำนวนหลายหลุม โดยมีแคดดี้กางร่มให้ สร้างรอยยิ้มให้กับผู้ที่เดินทางสัญจรผ่านไปมาเส้นทางดังกล่าว

นายเศรษฐพัฒน์ (ขอสงวนนามสกุล) ผู้ใช้รถสัญจรเป็นประจำ เปิดเผยว่า เช้าวันนี้อากาศดี ตนอยากออกกำลังกาย จึงมองว่าถนนสายบ้านมาบมะค่า หมู่ 7 ตำบลหนองระเวียง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา มีหลุมเป็นจำนวนมาก จึงเหมาะสำหรับการไดร์ฟกอล์ฟ เพื่อเป็นการออกกำลังกาย เพราะถนนเส้นนี้ตนวิ่งเป็นประจำเนื่องจากสามารถผ่านได้หลายหมู่บ้าน แต่ช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาถนนได้มีการชำรุด เป็นหลุม เป็นบ่อ บางหลุ่มมีความลึก อีกทั้งไฟส่องสว่างก็ไม่เพียงพอ ซึ่งที่ผ่านมามีการเกิดอุบัติเหตุจากการขับขี่รถตกหลุมอยู่บ่อยครั้ง จึงอยากวิงวอนให้ทางผู้ใหญ่บ้านประสานไปยังองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) หนองระเวียง ให้ช่วยมาซ่อมแซมถนนเพื่อบรรเทาทุกข์ให้กับชาวบ้าน ส่วนโครงการระยะยาวที่จะมีการทำถนนขึ้นมาใหม่นั้นคงจะต้องใช้เวลาอีกหลายเดือนกว่าจะแล้วเสร็จ

ด้านนักเรียนที่ใช้ถนนเส้นดังกล่าวเป็นประจำทุกวัน เปิดเผยว่า ถนนเส้นนี้พังเสียหายมานานมากแล้วแต่ก็ไม่มีหน่วยงานใดจะเข้ามาทำการแก้ไข ที่ผ่านมาพบว่ามีการเกิดอุบัติเหตุอยู่เป็นประจำ จึงอยากให้ อบต.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งมาดำเนินการเพื่อบรรเทาทุกข์ให้กับชาวบ้าน เพราะจะต้องเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุรายวัน และฝากไปยังผู้ใหญ่บ้านให้ช่วยเป็นกระบอกเสียง สะท้อนปัญหาไปยัง อบต.ให้ช่วยมาดำเนินการแก้ไขอย่างเร่งด่วน แต่ที่ผ่านมาก็ยังไม่มีการดำเนินการใดๆเกิดขึ้น

ด้านนายวิษณุ อยู่อุ่นพะเนา นายก อบต.หนองระเวียง เปิดเผยว่า เบื้องต้นได้ให้กองช่างเข้าไปสำรวจถนนที่พังเสียหาย โดยจะใช้ปูนประมาณ 3 คิวในการกลบหลุมทั้งหมด คาดว่าในวันพฤหัสบดีนี้จะดำเนินการเพื่อเป็นการบรรเทาทุกข์ในระยะสั้นไปก่อน ส่วนแผนระยะยาวนั้นได้มีการประชุมข้อบัญญัติสภาจะมีการใช้ยางมะตอยในการปูทับของเดิมระยะทาง 450 เมตรเป็นเงินประมาณ 1,200,000 บาท คาดว่าจะมีการจัดซื้อจัดจ้างในเดือนมกราคม 2566 และจะเริ่มทำในเดือนมีนาคมในปีเดียวกัน – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทองชวนนักท่องเที่ยวสัมผัสความน่ารักของ ‘ค้างแว่น’

Posted on September 16, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/679903

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทองชวนนักท่องเที่ยวสัมผัสความน่ารักของ 'ค้างแว่น'

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทองชวนนักท่องเที่ยวสัมผัสความน่ารักของ ‘ค้างแว่น’

วันพุธ ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2565, 11.29 น.

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้ส่งผลให้ธรรมชาติได้พักและฟื้นสภาพสิ่งแวดล้อมของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี กลับมามีความอุดมสมบูรณ์และสวยงามมากขึ้นและรอนักท่องเที่ยวให้เดินทางมาสัมผัส โดยเฉพาะสัตว์ที่เลี้ยงลูกด้วยนมที่อาศัยในอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทองที่มีแห่งเดียวกลางทะเลอ่างไทยคือ “ค้างแว่น” 

สำหรับค้างแว่นมีความคุ้นเคยกับนักท่องเที่ยว โดยจะลงจากภูเขาของอุทยานมายังที่ทำการอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทองเพื่อมาอาบแดด ซึ่งค้างแว่นแต่ละตัวมีความน่ารักและไม่เคยมีค้างแว่นของอุทยานทำร้ายนักท่องเที่ยว

สำหรับค้างแว่นในอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง ปัจจุบันมีประมาณ 15 ฝูง โดยค้างแว่นแต่ละฝูงจะมีสมาชิก 10 ขึ้นไป ทำให้ขณะนี้อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทองมีค้างแว่นมากกว่า 300 ตัว 

สำหรับพฤติกรรมของค้างแว่นมักอาศัยอยู่รวมกันเป็นฝูงใหญ่ มีสมาชิกประมาณ 4-30 ตัว สามารถอาศัยอยู่ได้ในป่าหลายประเภทตั้งแต่เทือกเขาสูงจนถึงชายป่าที่ติดริมทะเล โดยมักเข้าไปอาศัยในป่าที่มีต้นไม้สูง กินอาหามากถึงวันละ 2 กิโลกรัมเป็นสัตว์ที่ไม่ค่อยคุ้นเคยกับคนมากนัก มักขี้อายและจะหลบหนีเมื่อพบกับมนุษย์ 

ในขณะที่ออกหากินจะหากินเป็นฝูง จะมีอยู่ตัวหนึ่งที่ทำหน้าที่เฝ้าคอยระวังภัยโดยนั่งดูเหตุการณ์บนต้นไม้เงียบ ๆ ค้างแว่นจะมีระยะเวลาออกลูกประมาณเดือนมกราคมถึงเดือนมีนาคมใช้เวลาตั้งท้องประมาณ 140-150 วัน

นางสาวสุวารีจ์ สิงห์ไวย์ ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง กล่าวว่า ช่วงที่มีโควิดไม่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาในพื้นที่อุทยานทำให้สภาพแวดล้อมมีความสมบูรณ์และไม่มีการรบกวนพื้นที่ของคัางแว่น นอกจากนี้ ต้นไม้ที่เป็นอาหารของค้างแว่นก็มีความอุดมสมบูรณ์มากขึ้น 

ส่วนการขยายพันธุ์ได้มีการเพิ่มขึ้นจากการสำรวจของทีมวิชาการของอุทยานพบมีค้างแว่นเมื่อ 5 ปีที่ผ่านมาพบฝูงค้างแว่นประมาณ 12 ถึง 13 ฝูง แต่ปัจจุบันพบฝูงค้างแว่นประมาณ 15 ฝูง ฝูงละ 14 ถึง 17 ตัวทำให้อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทองมีค้างแว่นประมาณ 300 กว่าตัว ปริมาณเพิ่มขึ้นวงจรชีวิตของค้างแว่นก็จะจัดการด้วยตัวเอง

ปัจจุบันค้างแว่นได้กลับมาเรียนรู้กับนักท่องเที่ยวอีกครั้งหนึ่ง สังเกตจากการลงมาจากภูเขาของฝูงค้างแว่นเพื่อมารับนักท่องเที่ยวทุกวัน โดยค้างแว่นจะมีช่วงเวลาที่ลงมาให้นักท่องเที่ยวได้ชมได้แก่ ช่วงเช้า และช่วงเย็น แต่สำหรับช่วงบ่ายๆ จะมีค้างแว่นลงมาให้นักท่องเที่ยวชมจำนวนน้อยแต่มีความคุ้นเคยกับนักท่องเที่ยว สำหรับอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทองมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลนักท่องเที่ยว ไม่ให้ทำผิดกฎระเบียบของอุทยานในการให้อาหารหรือทำร้ายค้างแว่น ซึ่งเจ้าหน้าที่พร้อมให้คำแนะนำ

สำหรับค้างแว่นเป็นสัตว์ป่าปกติแล้วจะไม่มีการทำร้ายนักท่องเที่ยวแต่ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามนักท่องเที่ยวไปเปลี่ยนแปรงพฤติกรรมของเขาด้วยการให้อาหาร เมื่อค้างแว่นได้รับอาหารจากมนุษย์จะเกิดความเคยชินและเมื่อไม่ได้ก็จะมีความดุร้าย ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวจะทำให้ค้างแว่นมีพฤติกรรมไม่ต่างกับลิงทั่วไป 

สำหรับค้างแว่นที่อาศัยในอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทองปัจจุบันยังไม่มีพฤติกรรมเปลี่ยนไปเนื่องจากมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลอย่างใกล้ชิด จึงขอฝากเตือนนักท่องเที่ยวต้องไม่ลืมว่าค้างแว่นเป็นสัตว์ป่าไม่สามารถไว้ใจได้ เพราะเมื่อมันตกใจมันอาจจะกัดได้ จึงขอให้นักท่องเที่ยวดูค้างแว่นอยู่ห่างๆ – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อุดรฯอีกแล้ว!แม่สุดช็อกลูกชายหลอนยา ขโมยทอง 8 บาทเผาทิ้ง บอกจะเอาเศษเหล็กไปขาย

Posted on September 14, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/679884

อุดรฯอีกแล้ว!แม่สุดช็อกลูกชายหลอนยา ขโมยทอง 8 บาทเผาทิ้ง บอกจะเอาเศษเหล็กไปขาย

อุดรฯอีกแล้ว!แม่สุดช็อกลูกชายหลอนยา ขโมยทอง 8 บาทเผาทิ้ง บอกจะเอาเศษเหล็กไปขาย

วันอังคาร ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2565, 22.15 น.

อุดรฯอีกแล้ว!แม่สุดช็อกลูกชายหลอนยา ขโมยทอง 8 บาทเผาทิ้ง บอกจะเอาเศษเหล็กไปขาย

13 กันยายน 2565 นายวีระพล รักเสมอวงศ์ รองประธานสภาเทศบาลเมืองบ้านดุง และแอดมินเพจ “บ้านดุงอัพเดท” รับแจ้งจากนางแอด อายุ 57 ปี ชาวบ้านบ้านห้วยปลาโด ต.บ้านดุง อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี ที่ร่ำไห้อย่างหนักบอกว่าช่วยเอาลูกไปรักษาบำบัดยาเสพติดให้ที ทนไม่ไหวแล้ว ไม่เช่นนั้นทรัพย์สินในบ้านหมดแน่ จึงเดินทางไปที่บ้านนางแอด ในหมู่ 10 บ้านห้วยปลาโด

นางแอด ที่ยังมีอาการตื่นตกใจและร่ำไห้ กล่าวว่า ลูกชายคนสุดท้องชื่อนายเอ๋ อายุ 32 ปี ได้ขโมยสร้อยคอทองคำหนัก 4 บาท 1 เส้น 3 บาท 1 เส้น และ 1 บาท อีก 1 เส้น รวมเป็นสร้อยคอทองคำ 8 บาทมูลค่า 250,000 บาท ที่เก็บไว้อยู่ในหมอนข้างไป โดยลูกชายบอกว่าจะเอาไปเผาเอาเศษทองไปขาย

นางแอด พาผู้สื่อข่าวไปดูหมอนข้างที่ทำกระเป๋าซุกซ่อนทองจำนวน 8 บาทไว้เป็นอย่างดี แต่ลูกชายที่ติดยาอย่างหนักได้หาเจอ และเปิดเผยทั้งน้ำตาว่า ลูกชายคนนี้เป็นคนสุดท้องไปทำงานที่ประเทศเกาหลี 5 ปี กลับมาอยู่บ้านมีเงินเป็นล้านๆ ซื้อที่ดิน รถไถ และเป็นเด็กดี ขยันทำมาหากิน แต่พอกลับจากเกาหลีเมื่อ 2 ปีที่แล้วมาอยู่บ้านคบเพื่อนและติดยาบ้าอย่างหนัก จากเด็กดีเปลี่ยนเป็นคนละคน เงินฝากจำนวน 800,000 บาท ใช้ 2 ปีจนหมด และสร้อยคอทองคำจำนวน 8 บาท ตนเองก็ซื้อเอาไว้ให้ลูกชายเอาไว้ใช้ยามจำเป็นจริงๆ แต่วันนี้หลังจากตนกลับมาจากตกปลาในลำห้วย มาเจอลูกชายที่บ้านตาขวางอยู่แล้ว รู้แล้วว่าลูกชายกำลังหาทรัพย์สินสร้อยคอทองคำที่ซ่อนเอาไว้

ทั้งนี้ ตนบอกว่าอย่าเอาของแม่ไปเลยลูก เก็บไว้เอาไว้ใช้ในยามจำเป็น แต่ลูกชายบอกว่าแค่ทองแค่นี้จะเสียดายไปทำไหม ขายที่นาไปซื้อใหม่เลย และแอบไปขโมยไปบอกว่าจะเอาไปเผาทิ้งเอาเศษเหล็กไปขายหลังจากขอเงินแล้วตนไม่ได้ให้ ไปถามลูกชายแล้วลูกชายก็ไม่บอกว่าเอาไปซ่อนที่ไหน

นางแอด กล่าวว่า เสียใจมากอยากได้ลูกชายที่เป็นคนดี ต้องเสียคนเพราะทาสยาบ้า กลับคืนมาเป็นลูกของแม่คนเดิม ที่ผ่านมา 2 ปีที่ลูกชายเป็นทาสยาบ้าหมดเงินเป็นล้านแล้ว เหลือแต่สร้อยที่เก็บไว้ให้ลูกชาย แต่วันนี้ก็มาขโมยไปอีก ไม่รู้จะทำอย่างไร อยากได้ทองคืนและอยากได้ลูกชายคืน ทุกข์ใจอย่างมาก นอนแต่ละวันนอนไม่หลับเหมือนนอนอยู่กองไฟ อยากจะให้แอดมินเพจฯ พาไปรักษาเพราะหมดปัญญาแล้ว และฝากถึงรัฐบาลช่วยปราบปรามยาเสพติดให้สิ้นซากเสียที ทุกวันนี้แต่ละหมู่บ้านมีแต่ยาอย่างเดียว ตอนนี้พ่อแม่ไม่ตายก็เหมือนตาย ลูกติดยา คนที่ทุกข์คือพ่อและแม่

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

คนร้ายมาเป็นทีม กวาดเรียบ‘ตู้ปันสุข’อพาร์ทเม้นท์ย่านพัทยาใต้

Posted on September 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/679871

คนร้ายมาเป็นทีม กวาดเรียบ‘ตู้ปันสุข’อพาร์ทเม้นท์ย่านพัทยาใต้

คนร้ายมาเป็นทีม กวาดเรียบ‘ตู้ปันสุข’อพาร์ทเม้นท์ย่านพัทยาใต้

วันอังคาร ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2565, 20.21 น.

คนร้ายมาเป็นทีม กวาดเรียบ‘ตู้ปันสุข’อพาร์ทเม้นท์ย่านพัทยาใต้

13 กันยายน 2565 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากนายกลยุทธ อร่ามเรือง อายุ 61 ปี เจ้าของชนาภา อพาร์ทเม้นท์ ตั้งอยู่ชุมชนวัดธรรมสามัคคี พัทยาใต้ จ.ชลบุรี ว่า ถูกหัวขโมยเข้ามากวาดของกินตู้ปันสุข ที่สงวนสิทธิ์เฉพาะลูกบ้านผู้พักอาศัย ไปถึง 3 รอบติดต่อกัน โดยกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพเหตุการณ์ไว้ได้อย่างชัดเจน

นายกลยุทธ กล่าวว่า เมื่อเกิดสถานการณ์แพร่เชื้อของโควิด-19 ทำให้เศรษฐกิจซบเซา หลายคนตกงานใช้ชีวิตประจำวันอย่างยากลำบาก ทางอพาร์ทเม้นท์จึงลดค่าเช่า พร้อมตั้งตู้ปันสุขที่สงวนสิทธิ์เฉพาะลูกบ้านผู้พักอาศัยในอพาร์ทเม้นท์เท่านั้น โดยนำอาหารแห้งมาวาง เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ไข่ไก่ ปลากระป๋อง ข้าวสาร เป็นต้น เพื่อแบ่งเบาภาระให้กับลูกบ้าน ตลอด 3 ปีช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด

จนกระทั่ง วันที่ 8-9 ก.ย.ที่ผ่านมา เกิดสงสัยว่าของที่นำมาตั้งวางไว้หมดเร็วผิดปกติ จึงย้อนภาพกล้องวงจรปิดดู ก่อนจะพบว่ามีหัวขโมยเป็นคนนอก 2 คนมาด้วยกัน 3 กลุ่ม ขับขี่รถจักรยาน ก่อนนำถุงที่เตรียมมากวาดของในตู้ปันสุขออกไปจนเกลี้ยงถึง 3 รอบ ตลอด 2 วัน โดยจะสลับปรับเปลี่ยนกันมาเอาของ ภายหลังเกิดเหตุกลัวว่าจะเข้ามาขโมยของอย่างอื่น จึงเดินทางไปแจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจ สภ.บางละมุง

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘เกาะช้าง’ปรับยุทธศาสตร์ ดึงนักท่องเที่ยวกลับมาช่วงปลายปี หลังฝนถล่มทำยอดลด

Posted on September 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/679867

‘เกาะช้าง’ปรับยุทธศาสตร์ ดึงนักท่องเที่ยวกลับมาช่วงปลายปี หลังฝนถล่มทำยอดลด

‘เกาะช้าง’ปรับยุทธศาสตร์ ดึงนักท่องเที่ยวกลับมาช่วงปลายปี หลังฝนถล่มทำยอดลด

วันอังคาร ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2565, 20.02 น.

‘เกาะช้าง’ปรับยุทธศาสตร์ ดึงนักท่องเที่ยวกลับมาช่วงปลายปี หลังฝนถล่มทำยอดลด

13 กันยายน 2565 นายสัคสิษฐ์ มุ่งการ ผู้บริหารโรงแรมสยามโรยัลวิลล์ เกาะช้าง และประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว จ.ตราด เปิดเผยว่า หลังจาก อ.เกาะช้าง จ.ตราด เกิดฝนตกหนัก และมีน้ำท่วม รวมทั้งดินสไลด์ทำให้ถนนทรุดลงช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้ภาพของเกาะช้างไม่ดีนัก เนื่องจากนักท่องเที่ยวไม่กล้ามาท่องเที่ยว เนื่องจากเห็นว่าถนนพัง ดินสไลด์ และมีน้ำท่วม อย่างไรก็ตามไม่กระทบมากนัก เพราะเป็นช่วงโลว์ซีชั่น และนักท่องเที่ยวมีความมั่นใจว่าปัญหาน้ำท่วมหรือฝนตกหนักในพื้นที่เกาะช้างเป็นแค่ 1-2 วันก็ยุติแล้ว

อย่างไรก็ตาม การที่ไม่ได้เดินทางมาหรือยกเลิกการเดินทางมาเกาะช้าง น่าจะมีมาจากเหตุอื่นๆด้วย เช่น มีอุปสรรคในการเดินทาง เนื่องจากระหว่างทางมา จ.ตราด มีน้ำท่วมในพื้นที่ จ.ระยอง และ จ.จันทบุรี รวมทั้งกรุงเทพฯ ด้วย

ทั้งนี้ สิ่งที่เร่งทำในระยะสั้น คือ การปรับปรุงสภาพแวดล้อม เนื่องจากมีขยะที่เกิดจากฝนตกหนักและนำขยะจากเขาและเศษไม้ต่างๆลงมายังชายฝั่งจำนวนมาก ซึ่งจะต้องเร่งจัดเก็บให้เรียบร้อยเพื่อรับนักท่องเที่ยว ซึ่งวันนี้ทุกอย่างใกล้กลับมาสู่ภาปกติและสามารถเดินทางท่องเที่ยวได้แล้ว” นายสัคสิษฐ์ กล่าว

ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดตราด กล่าวอีกว่า ในช่วงนี้มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาท่องเที่ยวประปราย และมีนักท่องเที่ยวไทยจำนวนหนึ่งเดินทางท่องเที่ยว รวมทั้งมีการจัดกิจกรรมสัมมนาของผู้ประกอบการใน อ.เกาะช้าง และใน จ.ตราด เพื่อเตรียมรับการท่องเที่ยวในปลายปี 2565 ซึ่งขณะนี้มียอดจองห้องมาที่โรงแรมใน อ.เกาะช้าง จำนวนมากแล้ว คาดว่าช่วงปลายปีน่าจะเกินร้อยละ 80-90%

ขณะที่นายสารพล ประศาสน์ศิลป์ นายกสมาคมโรงแรมและรีสอร์ท จ.ตราด และเจ้าของโรงแรมคลองพร้าวรีสอร์ท เกาะช้าง เปิดเผยว่า ข่าวที่เผยแพร่ไปตามสื่อมวลชนเป็นภาพที่น่ากลัวและสร้างผลกระทบกับการเดินทางมาท่องเที่ยวที่เกาะช้างระดับหนึ่ง คือ นักท่องเที่ยว 20-25% ตัดสินใจยกเลิกการเดินทางมาเที่ยวที่เกาะช้าง ซึ่งความจริงแล้วเหตุน้ำท่วมในเกาะช้าง หรือดินสไลด์จะเกิดเพียงระยะสั้น และสามารถแก้ปัญหาได้รวดเร็ว และน้ำที่หลากมาจะลงสู่ทะเลไปทั้งหมด ไม่มีน้ำท่วมขังเหมือนจังหวัดอื่นๆ ซึ่งเรื่องนี้ทางสมาคมโรงแรมฯได้ทำการสื่อสารออกไปทางสื่อออนไลน์แล้วว่าเกาะช้างสามารถเดินทางมาท่องเที่ยวได้แล้วและทุกอย่างยุติลงทั้งหมด

นายกสมาคมโรงแรมฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ทางสมาคมโรงแรมฯได้ร่วมกับทางสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดตราด และสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดตราด เพื่อร่วมกับทำงานผลักดันการจัดกิจกรรมเสริมเพื่อสร้างภาพลักษณ์ทางการท่องเที่ยวของ จ.ตราด และหมู่เกาะ ให้กลับมาสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งเชื่อว่าปลายปี 2565 แม้นักท่องเที่ยวจะมีเพียง 40-50% เมื่อเทียบกับปีก่อนๆ แต่เชื่อว่าจะทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวที่ จ.ตราด เพิ่มขึ้น ซึ่งจากนี้ไปจะได้กำหนดยุทธศาสตร์และสร้างกิจกรรมทางกีฬา และบันเทิง ทั้งการแสดงดนตรี หรือจัดมหกรรมกีฬาใหญ่ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้กลับมาเหมือนเดิมต่อไป

-005

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘หลวงพ่อจง’บอกหวย’เรือ บ.ข.ส.ออกตรงเผงเลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1’ โดย ‘หลวงพ่อฤาษีลิงดำ’

Posted on September 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/679859

'หลวงพ่อจง'บอกหวย'เรือ บ.ข.ส.ออกตรงเผงเลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1' โดย 'หลวงพ่อฤาษีลิงดำ'

‘หลวงพ่อจง’บอกหวย’เรือ บ.ข.ส.ออกตรงเผงเลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1’ โดย ‘หลวงพ่อฤาษีลิงดำ’

วันอังคาร ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2565, 19.31 น.

วันนี้มาคุยกันถึงเรื่องหลวงพ่อจงใหม่ (หลวงพ่อจง พุทฺธสโร หรือพระอธิการจง พุทฺธสโร อดีตเจ้าอาวาสวัดหน้าต่างนอก) ต่อจากเรื่องเก่า เมื่อวานนี้มาจบลงแค่หวยสังกะสี วันนี้ก็ต่อเรื่องหวย… 

เรื่องหวยของหลวงพ่อจงตอนนี้ก็มีอยู่ว่า วันหนึ่งพวกชาวจังหวัดพระนครเขาพากันไปทอดผ้าป่าถวายหลวงพ่อจง ดูเหมือนว่าคราวนั้นจะได้เงินหมื่นกว่าๆ แล้วเขาก็เช่าเรือ บ.ข.ส. อะไร ของบริษัทสุพรรณขนส่ง เช่าเรือลำนั้นไป ก็ไปด้วยกันมาก เอาเรือจอดไว้หน้าท่า ความจริงหลวงพ่อจงไม่ได้ลงมาท่าเรือและจากกุฏิท่านก็มองไม่เห็นเรือ เวลาเขาทอดผ้าป่าเสร็จตามธรรมเนียมของคนไทย เรียกว่าคนไทยส่วนใหญ่ก็แล้วกัน ตามธรรมเนียม ถ้าทำบุญแล้วก็อยากจะเห็นผลบุญในชาติปัจจุบัน ก็เลยขอหวยหลวงพ่อจง หลวงพ่อจงท่านตอบว่ายังไง ท่านตอบว่าพระไม่มีหวยหรอก ตั้งแต่ฉันเกิดมานี่ พ่อแม่ฉันไม่ได้แจกหวยมาให้เป็นมรดก ฉันไม่มี

ฟังคำพูดของท่านนะ แต่ท่านพูดเสียงเบาๆ ฟังไม่เกะกะหูเหมือนเสียอาตมาหรอก อาตมาน่ะมันเสียงเกะกะหู ท่านบอกว่าไม่มีหวย มรดกที่เป็นหวยพ่อแม่ไม่ได้ให้ไว้ เวลาที่มาบวช พระอุปัชฌาย์ก็ไม่ได้ให้หวยไว้เป็นมรดก ไม่มี แต่ว่าฉันเห็นไอ้เรือ บ.ข.ส. มันมาตายอยู่หน้าวัดลำหนึ่ง ก็ไปเอาที่เรือ บ.ข.ส. ซี ท่านพูดเท่านั้น แล้วก็เป็นอันว่าพวกชาวผ้าป่าก็ลากลับ ไม่ใช่ลากลับด้วยความผิดหวัง ดีใจ เขาว่า วันนี้หลวงพ่อจงให้หวย

อาตมาเดินสวนทางเห็นเขายิ้ม ถามว่าหลวงพ่อให้อะไรล่ะ ไปขอหวยท่าน เขาว่ายังงั้นท่านบอกว่าเรือ บ.ข.ส. มันมาตายอยู่ที่หน้าวัดลำหนึ่ง ท่านพูดเท่านี้ ก็เลยถามว่าเรือของคุณหมายเลขอะไร เขาบอกว่าเช่ามา ยังไม่ได้ดูเลข ก็เลยย้อนทางลงไปดูกับเขาว่ามันเป็นเลขอะไร ก็จดหมายเลขเรือเข้าไว้ ถึงเวลาหวยออกจริงๆ ปรากฏว่าเลขท้าย 3 ตัวของเรือ ตรงกับรางวัลที่ 1 พอดี ไม่กลับ เรียกว่าไม่ย้อนไปย้อนมา เรียงกันตามลำดับ เป็นอันว่าวันนั้นชาวจังหวัดพระนครถูกหวยเพราะเรือ บ.ข.ส. หลายสตางค์

หลังจากหวยออกแล้วไม่กี่วัน ปรากฏว่าเจ้าภาพคณะนั้นมาอีก เอาผ้าป่ามาถวายหลวงพ่อจงใหม่ แล้วก็ถามว่า ท่านบอกว่าคราวนี้เรือ บ.ข.ส. มันไม่ตายเสียแล้ว มันไม่ตายก็ไม่รู้จะเอาที่ไหน ไม่รู้จะไปเอาเลขที่ไหน เลิกกัน พวกนั้นก็ไม่ว่าอะไร เพราะว่าได้มากแล้ว ดูเหมือนว่าได้กันคนละมากๆ คนที่มาทอดผ้าป่าคราวนั้นที่ได้ไปจากหวยคราวนั้นน้อยกว่า 1 หมื่นบาทไม่มีทุกคน แล้วก็คนมาตั้ง 100 คนกว่านี่ คงล่อเข้าไปหลายสตางค์

เรื่องนี้ก็ขอผ่านไป

…………………….

โดยพระราชพรหมยาน (วีระ ถาวโร) “หลวงพ่อฤาษีลิงดำ” วัดท่าซุง (วัดจันทาราม) บ้านท่าซุง ต.น้ำซึม อ.เมือง จ.อุทัยธานี คัดลอกจากลานธรรมจักร http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=7&t=39746

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เวทีประชุม ‘เอเปค 2022’ ในไทยกุญแจแห่งการพัฒนา ‘ภูมิภาคเอเซีย-แปซิฟิก’

Posted on September 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/679849

เวทีประชุม 'เอเปค 2022' ในไทยกุญแจแห่งการพัฒนา 'ภูมิภาคเอเซีย-แปซิฟิก'

เวทีประชุม ‘เอเปค 2022’ ในไทยกุญแจแห่งการพัฒนา ‘ภูมิภาคเอเซีย-แปซิฟิก’

วันอังคาร ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2565, 19.17 น.

ความเป็น “สหรัฐอเมริกา” ที่เป็นพี่ใหญ่ของโลกมาอย่างยาวนาน เมื่อมาถึง พ.ศ.2565 มีการพูดถึง “จีน” ว่า อาจจะเป็นประเทศมหาอำนาจใหม่ที่น่าจับตามองนับตั้งแต่ พ.ศ.นี้ และในทศวรรษต่อไป

เวทีหนึ่งที่เป็นเวทีอันท้าทายสำหรับทั้ง 2 ประเทศ คือ “APEC 2022” ซึ่งจะจัดขึ้นที่ประเทศไทย ประมาณเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2565 แต่ปรากฎว่า ไทยยังประสบพบเจอกับวิบากภายในประเทศ โดยเฉพาะในระยะหลังมานี้ ประเทศไทยมีวิบากกรรมด้านลบในเรื่องความขัดแย้งทางด้านการเมือง ทำให้เวทีเอเปคในไทยเข้าสู่ภาวะเรือแทบล่ม หรือ เป็นไปอย่างยากลำบาก และไม่ราบรื่นเท่าที่ควร โดยทางฝ่ายเห็นต่างมักใช้เวทีการประชุมเอเปค มาเป็นโอกาสในการแสดงออกด้านความขัดแย้งทางการเมือง และ ส่งผลต่อภาพลักษณ์ด้านลบต่อประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ 

วันนี้หลายฝ่ายจึงพยายามกู้วิกฤต และสร้างความมั่นใจด้านการจัดประชุมเอเปคขึ้นมา เช่น เวทีงานเสวนาเรื่อง “การพัฒนาและความท้าทายในภูมิภาคเอเซีย-แปซิฟิค” ซึ่งเวทีนี้ มีการปาฐกถาพิเศษเรื่อง “APEC 2022 เวทีใหญ่ที่เมืองไทย แล้วโลกจะได้อะไร” โดยมีนายเชิดชาย ใช้ไววิทย์ อธิบดี กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ เป็นองค์ปาฐก เนื้อหาหลักๆ เน้นไปที่ประเด็น การประชุมเอเปคที่จะมีขึ้นในอีก 2 เดือนข้างหน้าจะว่าด้วยธีม (THEME) : Open, Connect และ Balance โดยเฉพาะด้านการค้าการลงทุน และประเด็นที่ยังเป็นสิ่งที่จะนำพูดถึง คือ ภาวะโลกร้อน หรือ Climate  Change ซึ่งเริ่มมีการพูดคุยกันตั้งแต่ ค.ศ.2007 

“ครั้งแรกที่ไทยเป็นเจ้าภาพการประชุมเอเปค คือ ค.ศ.1992 ในตอนนั้นจะมีรัฐมนตรีด้านการค้าของแต่ละประเทศมาร่วมประชุม ต่อมาใน ค.ศ.1993 การประชุมเอเปคเริ่มขยับสู่กาประชุมระดับผู้นำประเทศ และ ใน ค.ศ.2003 ไทยเป็นเจ้าภาพอีกครั้งในการประชุมเอเปคระดับผู้นำ ซึ่งเวลานั้นไทยเพิ่งเริ่มออกจากวิกฤตต้มยำกุ้ง จึงเน้นประเด็นการลงทุน (Investment) ให้กลับมาโดยเร็ว รวมไปถึงประเด็น การเจริญเติบโตการค้าที่ยั่งยืน และ การค้าการลงทุนแบบพหุภาคี”  นายเชิดชายกล่าว  

นอกจากนี้ นายเชิดชายยังมองว่า ประเด็นที่น่าสนใจและประเทศชิลีเปิดประเด็นไว้ในการประชุมเอเปค ในปี ค.ศ.2019 คือเรื่องผู้นำสตรี และขยะทางทะเล รวมทั้งการทำประมงที่ผิดกฎหมาย ขณะที่เมื่อปี ค.ศ.2021 ในการประชุมเอเปคที่นิวซีแลนด์ เน้นเรื่องการให้ความสำคัญกับชนพื้นเมือง 

เพราะฉะนั้นจะเห็นว่าการประชุมเอเปคที่จะจัดขึ้นที่ไทยนั้น ยังคงไม่นอกเหนือประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับโลก โดยเฉพาะเรื่องภาวะโลกร้อน ซึ่งมีความเชื่อมโยงและสัมพันธ์กับภาคเกษตรกรรม โดยเฉพาะเกษตรคนเมืองของไทยนั้น จำเป็นที่จะต้องทราบในเนื้อหาเหล่านี้ เพราะจะทำให้ประเมินสถานการณ์การทำเกษตรในเมืองได้อย่างถูกต้องและแม่นยำ 

ในเวทีดังกล่าวยังมีการเปิดตัวหนังสือ “เส้นทางประชาคมจีน-อาเซียน ความร่วมมือและพัฒนา ตามแนวเส้นทางรถไฟความเร็วสูงจีน-ลาว-ไทย” เขียนโดย ดร.วิรุฬห์ พิชัยวงศ์ภักดี ผู้อำนวยการ ศูนย์วิจัยหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางไทย-จีน ซึ่งมีวีดีทัศน์ของ “นายหลี่ หย่งเฉียง” (President of the Belt & Road Publishing Cooperative. & President of China Renmin University Press.) พร้อมด้วยวีดีทัศน์ของ “พลเอกสุรสิทธิ์ ถนัดทาง” ผู้อำนวยการ ศูนย์วิจัยยุทธศาสตร์ไทย-จีน ที่พูดถึงประวัติศาสตร์รถไฟไทยตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ซึ่งมีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศมาถึงปัจจุบัน อันเป็นจุดเชื่อมต่อโครงการรถไฟไทยไปจีน

“ประเทศไทยมีที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ที่มีความสำคัญมาก ตั้งอยู่ใจกลางคาบสมุทรอินโดจีน มีพรมแดนติดกับเมียนมา มาเลเซีย กัมพูชา ลาว นอกจากนี้ยังเป็นเส้นทางทางบกสำคัญที่เชื่อมระหว่างคาบสมุทรอินโดจีนกับประเทศจีน และ มีทางออกทางทะเลที่สำคัญไม่ว่าจะเป็นทิศตะวันออกคือมหาสมุทรแปซิฟิก และ ทิศตะวันตก คือ มหาสมุทรอินเดีย ซึ่งถือได้ว่าที่ตั้งของประเทศไทยมีศักยภาพอย่างมากในการเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจการค้าของภูมิภาคนี้ โดยจีนและไทย ทั้งสองประเทศได้มีฉันทามติร่วมกัน ในการสร้างประชาคมอาเซียน โดยมีผลตาม ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) ซึ่งจะพัฒนาเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเซียแปซิฟิค รวมทั้งสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคอาเซียน-จีน” ดร.วิรุฬห์ กล่าว 

ตามมาด้วยเนื้อหาที่เข้มข้นบนเวทีเสวนา “การพัฒนาและความท้าทายในภูมิภาคเอเซีย-แปซิฟิก” โดยมีวิทยากรที่สำคัญ ได้แก่ ผศ.ดร.วลัยพร รัตนเศรษฐ คณบดี คณะรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์, รศ.ดร.ปิติ ศรีแสงนาม ผู้อำนวยการ ศูนย์อาเซียนศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, นายพิริยะ เข็มพล อดีตเอกอัครราชฑูตไทย ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน, ดร.อนุสนธิ์ ชินวรรณโณ ผู้อำนวยการ ศูนย์ศึกษาการต่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ, นายชิบ จิตนิยม บรรณาธิการข่าวต่าวประเทศ เนชั่น ทีวี,

ดร.ธารากร วุฒิสถิรกูล รองผู้อำนวยการ ศูนย์วิจัยยุทธศาสตร์ไทย-จีน สำนักงานวิจัยแห่งชาติ และ นายชัยวัฒน์ วนิชวัฒนะ บรรณาธิการ เดอะ ลีดเดอร์ เอเซีย (The Leader Asia) ดำเนินรายการ 

ประเด็นสำคัญบนเวทีเสวนาทั้งหมด มีความเห็นสอดคล้องกันว่า “จีน” เป็นประเทศมหามิตรของไทยที่สำคัญ และ เป็นตัวแปรสำคัญต่อการพัฒนาประเทศในภูมิภาคเอเซีย-แปซิฟิค โดยเฉพาะมีความสัมพันธ์กันด้านเชื้อชาติจีนที่มีมาอย่างยาวนาน เพียงแต่ในทางด้านการฑูต ไทยอาจจะไม่สามารถเลือกข้างได้อย่างชัดเจนว่า จะเลือกอยู่ข้างสหรัฐอเมริกา หรือ จีน เพราะทั้งหมดไทยต้องดำเนินการตามแนวทางในการรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นอันดับแรก  ขณะที่ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับจีนยังต้องเดินหน้าในลักษณะ “มหามิตร” ซึ่งมีมายาวนานตั้งแต่ครั้งประวัติศาสตร์ 

ขณะที่นายชิบ จิตนิยม บรรณาธิการข่าวต่างประเทศ เนชั่นทีวี กล่าวไว้อย่างน่าสนใจว่า การที่ประเทศไทยจะเป็นครัวของโลกนั้น ไม่น่าจะใช่อีกต่อไป เพราะปัจจุบันประเทศจีนมีการลงทุนด้านวิจัยอาหารและเมล็ดพันธุ์ ทำให้แก้ปัญหาความอดอยากของประเทศไปได้ และ ทำให้ประชากรกว่า 1,400 ล้านคน เหลือกิน เหลือใช้ และ เหลือเฟือ โดยวันนี้จีนมีนโยบายที่ต้องการให้ “คนจีนกินข้าวทุกเม็ดให้หมด” รวมทั้งยังมีศูนย์วิจัยเทคโนโลยีการเกษตร 3-4 ศูนย์ ใช้พื้นที่ 126,000 ไร่ ซึ่งนับเป็นซิลิคอนวัลเล่ย์ด้านการเกษตร และ ปัจจุบันประเทศไทยมีการนำเข้าเทคโนโลยีด้านพลังงานมาจากจีน อย่างโซล่าร์เซลล์ และ ไฮบริดจ์ลอยน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก เพื่อนำมาใช้ที่เขื่อน เช่น เขื่อนสิรินธร 

“โครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง หรือ บีอาร์ไอ สะท้อน 3 อย่าง คือ 1.ระบบกระดูกสันหลัง เช่น ด้านเกษตรกรรม 2.ระบบเส้นเลือด เช่น นำ้มัน เชื้อเพลิง และ ทรัพยากร และ3.ระบบเส้นประสาท เช่น บรอดแบรนด์  เทคโนโลยีต่าง และ บิ๊ก ดาต้า (Big Data) ซึ่งทางแมคคินซีย์(McKinsy Global Institute : หน่วยงานวิจัยด้านเศรษฐกิจและธุรกิจของแมคคินซีย์) บอกว่า หากบีอาร์ไอเกิดขึ้นจริงจะทำให้ 80% ของเศรษฐกิจโลกได้รับการกระตุ้น” นายชิบ กล่าว 

เพราะฉะนั้น “การประชุมเอเปค 2022” ซึ่งเป็นเวทีของผู้นำประเทศนั้น จะมีผลขับเคลื่อนต่อแผนการพัฒนาเศรษฐกิจโลกในลักษณะมหภาค และ มีผลต่อการพัฒนาในระดับภูมิภาคเอเซีย-แปซิฟิค ซึ่งจะมีหัวข้อประเด็นที่เป็นจุลภาคเข้ามาภายใต้กรอบใหญ่ ขึ้นอยู่ที่ว่า สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นจริงได้ ถ้าการประชุมเอเปค 2022 ในไทย ไม่ล่มไปเสียก่อนด้วยวิบากกรรมด้านลบของประเทศชาติบ้านเมือง รวมไปถึงหากการประชุมเอเปคเกิดขึ้นได้จริงๆ ก็ควรจะงดการแสดงออกด้านความเห็นต่างทางการเมืองไว้ก่อนในช่วงนั้น เพื่อรักษาหน้าตาของประเทศชาติไว้บ้าง และ แสดงออกถึงพลังแห่งความสามัคคี ซึ่งเป็นด้านบวก ก็จะทำให้เวทีการประชุมเอเปค 2022 เป็นไปด้วยความงดงาม และ มีคุณค่าในความเป็นไทยที่แสดงออกให้ชาวโลกได้รับทราบ 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ชูวิทย์’ยกเคส‘Forex 3D’เตือนสติ รวยน้อยยังดีกว่า…ถ้าได้อยู่นอกคุก

Posted on September 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/679847

‘ชูวิทย์’ยกเคส‘Forex 3D’เตือนสติ รวยน้อยยังดีกว่า...ถ้าได้อยู่นอกคุก

‘ชูวิทย์’ยกเคส‘Forex 3D’เตือนสติ รวยน้อยยังดีกว่า…ถ้าได้อยู่นอกคุก

วันอังคาร ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2565, 19.12 น.

“ชูวิทย์”ยกเคส”Forex 3D”เตือนสติ รวยน้อยยังดีกว่า…ถ้าได้อยู่นอกคุก ชี้คดีฉ้อโกงติดจนแก่-ไม่มีอภัยโทษ

เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2565 นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมืองและนักธุรกิจกลางคืนชื่อดัง เขียนบทความ “คดีหมื่นปี” เผยแพร่ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เนื้อหาดังนี้

คดี Forex 3D มีข้อหาหลักคือ “ฉ้อโกงประชาชน”

คดีแบบนี้ในคุกเรียก “คดีหมื่นปี” เพราะเมื่อมีผู้เสียหายมาก ศาลท่านตัดเป็นกรรม

หากกรรมละ 5 ปี คูณจำนวนผู้เสียหาย 2,000 คน ก็ได้หมื่นปีแล้ว

แต่ตามกฎหมายสามารถจำคุกสูงสุดได้ 20 ปี จำเลยส่วนมากจึงเลือก “สู้คดี” เพราะสารภาพ ลดครึ่งยังไง จาก 10,000 ปี ก็เหลืออีกตั้ง 5,000 ปี แล้วก็ติด 20 ปี อยู่ดี

คดีสารพัดแชร์ลูกโซ่จึงจบด้วยการสู้ เพราะหวังฟลุ๊คศาลยกฟ้อง

ที่ผมเจอในคุก คดีพวกนี้ท่าทางเหมือนคนดี มีความรู้ เจอข้างนอกเหมือนด็อกเตอร์ พรำ่บ่นว่า ผมผิดอะไร?

ขีดเขียนเส้นกราฟรายได้ วิธีทำเงิน โชว์อัลบัมรูปรถซุปเปอร์คาร์ บ้านพร้อมสระว่ายน้ำ บินไพรเวทเจ็ท สัมนาลูกข่าย ให้คนสนใจว่ามีชีวิตดีๆ เกษียณตั้งแต่อายุ 30 บินเที่ยวเมืองนอกทุกเดือน

อย่าไปหลงเชื่อครับ เพ้อเจ้อกันไป

กระซิบอีกนิด คดีฉ้อโกงประชาชน ไม่ได้สิทธิในการอภัยโทษด้วย

อยู่ยันแก่ กว่าจะได้ออก หรือภาษาคุกเรียก “อยู่จนเมียเลี้ยว”

ชีวิตจริงมันเศร้ายิ่งกว่าในนิยาย

รวยน้อยหน่อย แต่อยู่นอกคุก ดีกว่ารวยล้นฟ้า แต่ได้ใช้ชีวิตอยู่ในคุกนะครับพี่

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เครือข่ายชาวบ้านออกแถลงการณ์ไม่เอาโครงการบริหารจัดการน้ำขนาดใหญ่โขง-ชี-มูล

Posted on September 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/679843

เครือข่ายชาวบ้านออกแถลงการณ์ไม่เอาโครงการบริหารจัดการน้ำขนาดใหญ่โขง-ชี-มูล

เครือข่ายชาวบ้านออกแถลงการณ์ไม่เอาโครงการบริหารจัดการน้ำขนาดใหญ่โขง-ชี-มูล

วันอังคาร ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2565, 19.06 น.

นักศึกษาร่วมสู้เคียงชาวบ้านทวงคืนธรรมชาติ-ตะเพิดเขื่อนออกไป อ่านแถลงการณ์บนเขื่อนราษีไศล-พุ่งจรวดส่งข้อความถึงรัฐบาล-ไม่เอาโครงการบริหารจัดการน้ำขนาดใหญ่

วันที่ 13 ก.ย.65 ที่บริเวณหน้าสำนักงานโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามูนล่าง เขื่อนราษีไศล อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ ชาวบ้านจากเครือข่ายต่าง ๆ ภาคประชาชน อาทิ เครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำ ภาคอีสาน เครือข่ายนักวิชาการนิสิตนักศึกษาภาคอีสาน เครือข่ายชาวบ้านลุ่มน้ำชี จ.ร้อยเอ็ด จ.ยโสธร กลุ่มเผยแพร่กฎหมายสิทธิมนุษยชนเพื่อสังคม(ดาวดิน) กว่า 200 คน ได้เดินทางมาจัดกิจกรรมอ่านแถลงการณ์ “30 ปี โขง ชี มูล ปัญหาเก่าต้องแก้ไขให้เสร็จ ไม่เอาผันน้ำโขง เลย ชี มูล”

ทั้งนี้ระหว่างวันที่ 12-13 กันยายน 2565 ที่สมาคมคนทาม ริมเขื่อนราษีไศล ได้มีการจัดงาน “3 ทศวรรษโขง ชี มูล บทเรียนการจัดการน้ำขนาดใหญ่ของรัฐที่ล้มเหลว” โดยได้มีการวิพากษ์วิจารณ์โครงการบริหารจัดการน้ำขนาดใหญ่ของรัฐเพื่อนำไปสู่บทเรียนและคัดค้านโครงการในลักษณะดังกล่าว ซึ่งมีชาวบ้าน นักวิชาการ นักศึกษา นักพัฒนาและสื่อมวลชนเข้าร่วม

ตัวแทนชาวบ้านได้อ่านแถลงการณ์ว่า “โขง ชี มูล” เป็นโครงการบริหารจัดการน้ำขนาดใหญ่ของรัฐบาลไทยเมื่อ 30 ปีก่อน ที่พยายามนำเสนอภาพฝันของการขจัดปัญหาความแห้งแล้งในภาคอีสานแบบถาวร โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาความแห้งแล้งในพื้นที่สำคัญอย่างลุ่มน้ำชี-ลุ่มน้ำมูน แต่เวลาที่ล่วงเลยมาถึงปัจจุบันโครงการนี้กลับถูกประชาชนในพื้นที่ได้รับผลกระทบจากโครงการ โขง ชี มูล นักวิชาการและประชาชนทั่วไป วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง ถึงปัญหาการบริหารจัดการน้ำที่ล้มเหลวของรัฐและความไม่คุ้มค่ากับการลงทุนในหลากหลายมิติ

แถลงการณ์ระบุว่า บทเรียนกรณีเขื่อนราษีไศล เขื่อนหัวนา แม่น้ำมูน เขื่อนร้อยเอ็ด เขื่อนยโสธร-พนมไพร แม่น้ำชี  จากวันนั้นจวบจนวันนี้ภาพฝันกับความจริงกลับไม่เป็นไปตามที่ผู้มีอำนาจกล่าวอ้างไว้ เพราะการรวมศูนย์อำนาจการจัดการน้ำ และอำนาจการตัดสินใจทางนโยบายถูกกำหนดอยู่ภายใต้ผู้มีอำนาจที่ไม่ได้เข้าใจภูมินิเวศ  ประชาชนไม่มีส่วนร่วม  ทุกพื้นที่ที่มีการดำเนินโครงการประชาชนกลับได้รับผลกระทบอย่างชัดเจน เช่น การถูกอพยพโยกย้ายออกจากถิ่นฐานบ้านเกิด การสูญเสียที่ดินทำกิน น้ำท่วมขังพื้นที่ทำการเกษตรยาวนาน การสูญเสียอาชีพประมงพื้นบ้าน การพังทลายของระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ โดยเฉพาะการหายไปของพันธุ์ปลา พันธุ์พืชท้องถิ่น ดินเค็มแพร่กระจาย ผลกระทบที่เกิดยังทำลายโครงสร้างทางชุมชน ตลอดจนยังทำลายระบบสิทธิการจัดการทรัพยากรแบบดั้งเดิม ปัญหาและผลกระทบที่เกิดขึ้นได้สร้างความขมขื่นต่อประชาชนลุ่มน้ำชี ลุ่มน้ำมูนกันอย่างถ้วนหน้า 

แถลงการณ์ระบุว่า กระบวนการเคลื่อนไหวเรียกร้องสิทธิจึงเป็นหน้าที่ของประชาชนผู้ที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายโครงการ โขง ชี มูล รวมทั้งนักวิชาการ นิสิตนักศึกษา คนรุ่นใหม่ ประชาชนทั่วไป ที่ได้ออกมาเปล่งเสียงเรียกร้องให้รัฐเร่งแก้ไขปัญหาผลกระทบที่เกิดขึ้นแบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้  ผ่านมาแล้วหลายรัฐบาลแต่สัญญาปากเปล่าของผู้มีอำนาจและหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง ได้สะท้อนให้เห็นถึงความไม่จริงใจทั้งยังไร้ประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาของประชาชนอย่างแท้จริง 

แถลงการณ์ได้ระบุข้อเสนอต่อรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า 1. ปลดปล่อย แม่น้ำชี แม่น้ำมูน แม่น้ำโขง ไหลเป็นอิสระ เอาระบบนิเวศคืนมา เอาเขื่อนออกไป 2. ให้รัฐประเมินความไม่คุ้มค่าของเขื่อนที่ถูกสร้างขึ้นภายใต้โครงการโขง ชี มูล และเร่งรัดแก้ไขปัญหาเขื่อนให้เสร็จเป็นรูปธรรม 3. เครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำอีสาน จะร่วมกันทวงคืนสิทธิและอำนาจการจัดการทรัพยากรน้ำกลับคืนระบบนิเวศและชุมชน

ขณะที่ตัวแทนของกลุ่มนักศึกษาได้อ่านแถลงการณ์ว่า จากการที่เราได้มาลงพื้นที่ 2 วันนี้ได้เห็นน้ำตาและน้ำเสียงที่สั่นเครือของพี่น้อง ได้สัมผัสถึงความคือทุกข์ยากและการไม่ยอมจำนนต่อโยบายขอรัฐที่ไม่คำนึงถึงประชาชนเป็นหลัก โดยพบว่า สิ่งที่พี่น้องพบเจอกับการจัดการน้ำของรัฐ คือ 1. พี่น้องประชาชนถูกละเมิดสิทธิจากนโยบายการจัดการน้ำขนาดใหญ่ที่รวมศูนย์อำนาจ 2.รัฐไม่ใส่ใจถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการสร้างเขื่อนนี้ 3.วิถีชีวิตดั้งเดิมของชุมชนก่อนสร้างเขื่อนนั้นหายไป การสร้างเขื่อนไม่ได้ทำชีวิตของพวกเขาดีขึ้น แต่กลับกลายเป็นแย่ลงกว่าเดิม

“พวกเราตัวแทนของกลุ่มคนรุ่นใหม่จึงได้ออกมาร่วมต่อสู้เรียกร้องอยู่เคียงข้างพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบ จนกว่าจะได้รับการแก้ไขปัญหาอย่างแท้จริงและยั่งยืน สุดท้ายด้วยสองมือสองเท้าและหลากหลายมันสมองพวกเรา จะทวงคืนธรรมชาติ เอาเขื่อนออกไป” ตัวแทนนักศึกษา กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากอ่านแถลงการณ์เสร็จสิ้น กลุ่มนักศึกษาได้ร่วมกันปาจรวดกระดาษที่เขียนข้อเรียกร้องต่างๆ เช่น คืนความเป็นธรรมให้ชาวบ้าน คืนธรรมชาติให้แม่น้ำมูน พุ่งผ่านประตูเข้าไปยังสำนักงานของกรมชลประทาน เพื่อแสดงสัญลักษณ์ในการส่งข้อความไปถึงรัฐบาลโดยผ่านกรมชลประทาน

นพ.นิรันดร์ นาควัชระ อดีตสมาชิกวุฒิสภา กล่าวว่า เราต่อสู้กับรัฐเพื่อฟื้นคืนชีวิตให้แม่น้ำ โดยลูกหลานต้องได้รับความลำบากในอนาคต ไม่ใช่แค่ชาวบ้านที่เดือดร้อนในตอนนี้เท่านั้น นโยบายและกฏหมายพิสูจน์แล้ว การตีความกฎหมายและหน่วยงานของรัฐไม่เห็นหัวอกชาวบ้าน ยิ่งทับถมด้วยทุนยิ่งซ้ำร้ายโดยมองทรัพยากรเป็นสินค้าราคาถูก ชาวบ้านจึงต้องช่วยตัวเอง นอกจากมีสภาประชาชนแล้ว ต้องมีข้อตกลงกับพรรคการเมืองไม่ให้ผลักดันโครงการจัดการน้ำขนาดใหญ่ โครงการเหล่านี้ต้องมีฉันทามติว่าจะเกิดขึ้นไม่ได้หากไม่ได้รับความเห็นชอบจากประชาชน 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ม.มหิดลฯกาญจน์เตรียมขอขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์สินค้า’ทุเรียนทองผาภูมิ’

Posted on September 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/679842

ม.มหิดลฯกาญจน์เตรียมขอขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์สินค้า'ทุเรียนทองผาภูมิ'

ม.มหิดลฯกาญจน์เตรียมขอขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์สินค้า’ทุเรียนทองผาภูมิ’

วันอังคาร ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2565, 18.55 น.

วันที่ 13 ก.ย.65 ที่ห้องห้องประชุมทับทิม 1 ชั้น 2 สำนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาญจนบุรี ผศ.ดร.นงนุช สังข์อยุทธ์ ผู้ช่วยรองอธิการบดีฝ่ายวิทยาเขตกาญจนบุรี ด้านบริการสังคมและชุมชนสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรมจังหวัดกาญจนบุรี ผศ.ดร.พรปวีณ์ วรเศรษฐ์พงศา อาจารย์ประจำสาขาบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี จัดประชุมคณะกรรมการอำนวยการจัดทำขอขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์สินค้า “ทุเรียนทองผาภูมิ” ครั้งที่ 1/2565 โดยไดรับเกียรติจากนายสมหวัง บุญระยอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี เดินทางมาเป็นประธาน มีนายผกายเนติ์ เล่งอี้ พาณิชย์จังหวัดกาญจนบุรี เจ้าหน้าที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

สำหรับการประชุมในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อแจ้งคำสั่งจังหวัดกาญจนบุรี เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการ และคณะทำงานจัดทำคำขอขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ สินค้า “ทุเรียนทองผาภูมิ” โดยความร่วมมือกับ กรมทรัพย์สินทางปัญญา และสำนักงานพาณิชย์จังหวัดกาญจนบุรี และในโอกาสนี้ ทางมหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี ในฐานะเจ้าภาพยังได้ชี้แจงรายละเอียดโครงการพร้อมรายงานผลการดำเนินงานผลโครงการดังกล่าวที่ผ่านมาอีกด้วย – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,936,708 hits

Join 4,115 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

Science Update : รัสเซียทดสอบจรวด โซยุซ-5 สำเร็จ
จบสัมพันธ์สามีภรรยา หญิงออน แยกทาง ตั้ม วิชญะ ลูกชายของดวงดาว จารุจินดา
สว.นรเศรษฐ์ จี้รัฐบาล ทบทวนแลนด์บริดจ์ ชี้เสียงวิจารณ์เยอะ-เสี่ยงไม่คุ้มค่า
ยกเลิก MOU44 กต.แจงทูต/เข้าครม.5พ.ค.
โบว์ ณัฏฐา ชมภาวะผู้นำอนุทิน ออกตัวป้อง ศุภจี กลางสมรภูมิการเมือง Toxic
UOB เสริมความมั่นคง ผ่านการยกระดับการเรียนรู้ การเงินและนวัตกรรม
ราชการแนวหน้า : สิทธิประโยชน์และสวัสดิการของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ
คนใต้ หนุน แลนด์บริดจ์ แต่ห่วงสิ่งแวดล้อม-ทุจริต-ไม่โปร่งใส
บรรจง นะแส เบรก นิกร ปมแลนด์บริดจ์ ไล่ให้ไปอ่าน พ.ร.บ. SEC ก่อนออกตัวแรง!
1 เดือนดับไฟใต้ รัฐบาลยึด ปชช.เป็นศูนย์กลาง สั่งลุย 5 แผนหลักสู่สันติสุขยั่งยืน

Recent Posts

  • ออสเตรเลียแจ้งข้อหาชายวัย 47 ฆาตกรรม-ล่วงละเมิด ด.ญ. พื้นเมือง 5 ขวบ
  • เยอรมนีชี้ สหรัฐฯ ถอนทหารเป็นสิ่งที่ “คาดการณ์ได้” ขณะนาโตขอคำชี้แจง
  • “ภูเขาไฟมายอน” ปะทุหนัก ฟิลิปปินส์สั่งอพยพด่วน-ยกระดับเตือนภัยระดับ 3
  • “ทรัมป์” ขู่อาจกลับไปถล่มอิหร่านอีก หาก “ประพฤติตัวไม่ดี'”
  • จับชายในออสเตรีย หลังพบยาเบื่อหนูปนเปื้อน ในขวดสินค้าอาหารเด็ก

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d