Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

กาญจน์เตรียมเปิด ‘สกายวอล์ค-ถนนคนเดินสองแคว’ ริมแม่น้ำแควใหญ่

Posted on September 4, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/677605

กาญจน์เตรียมเปิด 'สกายวอล์ค-ถนนคนเดินสองแคว' ริมแม่น้ำแควใหญ่

กาญจน์เตรียมเปิด ‘สกายวอล์ค-ถนนคนเดินสองแคว’ ริมแม่น้ำแควใหญ่

วันเสาร์ ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2565, 10.45 น.

นายกเทศมนตรีเมืองกาญจนบุรี ชวน ปชช.ร่วมพิธีเปิด สกายวอล์ค และถนนคนเดินสองแคว 10 ก.ย.นี้ ดีเดย์ให้บริการ 11 ก.ย.แต่ต้องปฏิบัติตามกฎ 10 ข้ออย่างเคร่งครัด

วันที่ 3 ก.ย.65 นายวสันต์ ภูษิตกาญจนา นายกเทศมนตรีเมืองกาญจนบุรี เปิดเผยว่า ในวันเสาร์ที่ 10 ก.ย.65 นี้ตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไปเทศบาลเมืองกาญจนบุรี ขอเชิญพี่น้องชาวกาญจนบุรีและนักท่องเที่ยวเดินทางไปร่วมพิธีเปิดสกายวอล์คเกอร์ (Skey Walke) และถนนคนเดินสองแคว (Songkwae Walking Street) ที่บริเวณถนนสองแคว ริมแม่น้ำแควใหญ่ อย่างพร้อมเพรียงกัน

จากนั้นตั้งแต่วันที่ 11 ก.ย.65 เป็นต้นไปจะเปิดให้บริการแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวขึ้นไปเที่ยวชมบรรยากาศบนสกายวอล์ค โดยวันจันทร์ – วันศุกร์เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 09.00-18.00น.แต่ยกเว้นการให้บริการช่วงเวลา 12.00 -15.00น.ส่วนวันหยุดวันเสาร์ – อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 9.00 – 18.00 น.รอบละ 1 ชั่วโมง ตลอดทั้งวัน ส่วนค่าเข้าชมขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการพิจารณากำหนดราคาที่เหมาะสม ซึ่งจะให้บริการนักท่องเที่ยวในรูปแบบ Walk in เท่านั้นโดยจำกัดจำนวนเที่ยวชมรอบละ 100 – 120 คน

วันจันทร์ – ศุกร์ จะเปิดรอบเวลา 9.00 – 10.00 น.รอบเวลา 10.00 – 11.00 น.รอบเวลา 11.00 – 12.00 น. ส่วนรอบเวลา 12.00-15.00 น.จะหยุดให้บริการ จากนั้นจะให้บริการอีกครั้งหนึ่งในรอบเวลา 15.00 – 16.00 น.  รอบเวลา 16.00 – 17.00 น. และรอบเวลา 17.00 – 18.00 น. 

ส่วนวันหยุดเสาร์ – อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ จะเริ่มเปิดบริการตั้งแต่เวลา 09.00 – 18.00 น.แต่ละรอบเวลากำหนดให้เข้าชมได้รอบละ 1 ชั่วโมง

สำหรับกฎระเบียบการเข้าชม 

1. ผู้เข้าชมต้องมีอายุตั้งแต่ 9 ปีขึ้นไป (เด็กอายุต่ำกว่า 9 ปีต้องมีผู้ปกครองดูแลอย่างใกล้ชิด) 

2.ปฏิบัติตามข้อแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด 

3.สุภาพสตรีควรแต่งกายให้สุภาพและรัดกุมเนื่องจากพื้นเป็นกระจกใส

4.สวมใส่รองเท้าที่จัดเตรียมไว้ให้เท่านั้น 

5.ห้ามผู้ที่มีอาการมึนเมาขึ้นชมทัศนียภาพบน Sky Walk โดยเด็ดขาด 

6.ไม่นำสิ่งของที่อาจทำให้เกิดอันตรายต่อบุคคลและอาคารเข้าบริเวณอาคาร Sky Walk 

7.ห้ามพิงและปีนราวกันตก 

8.ห้ามวิ่ง หยอกล้อ กระโดด และโยนสิ่งของตลอดเวลาที่อยู่บน Sky Walk 

9.ห้ามนำอาหารและเครื่องดื่มขึ้นบน Sky Walk 

และ 10. ห้ามนำสัตว์เลี้ยงทุกชนิดขึ้นบน Sky Walk

– 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หยุดนี้ชวนสูดโอโซนให้เต็มปอด ชมกระทิงฝูงใหญ่ที่วังน้ำเขียว

Posted on September 4, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/677597

หยุดนี้ชวนสูดโอโซนให้เต็มปอด ชมกระทิงฝูงใหญ่ที่วังน้ำเขียว

หยุดนี้ชวนสูดโอโซนให้เต็มปอด ชมกระทิงฝูงใหญ่ที่วังน้ำเขียว

วันเสาร์ ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2565, 09.21 น.

โคราชโอโซนอันดับ 7 ของโลกนักท่องเที่ยวตะลึงแห่ชมฝูงกระทิงฝูงใหญ่ที่วังน้ำเขียวเมืองย่าโม ออกมาอวดโฉมให้ชมใกล้ชิด จุดขายการท่องเที่ยวกระตุ้นเศรษฐกิจ จ.นครราชสีมา

3 กันยายน 2565 ที่จุดสกัดเขาสูงเขาแผงม้า บ้านคลองทราย ต.วังน้ำเขียว อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา เจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาแผงม้าให้การต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวไทยชาวต่างชาติกันเป็นจำนวนมากบรรยากาศคึกคัก เนื่องจากทราบว่า ได้มีกระทิงฝูงใหญ่นับร้อยตัว ได้ออกมาเล็มหญ้า นอนพักผ่อนในเขตห้ามล่าสัตว์ ห่างจากถนนแนวกันไป ประมาณ 40-50 เมตร สร้างความตื่นเต้นให้กับนักท่องเที่ยวที่จะขึ้นไปชมกระทิงที่จุดสกัดเขาสูงเขาแผงม้าเป็นอย่างมาก

นายอรรณพ บัวนวล หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาแผงม้า เปิดเผยว่า ช่วงนี้เข้าสู่ฤดูฝนกระทิงจะออกมาหากินเร็วขึ้น ทางเจ้าหน้าที่ก็มีการออกตรวจลาดตระเวนดูแลความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวและสัตว์ป่าเป็นประจำ ก็ขอแนะนำเมื่อเจอฝูงกระทิงก็ขอให้อย่าเข้าใกล้ ส่งเสียงดังรบกวน ดูในอาการสงบจะได้ไม่เป็นการรบกวนสัตว์ป่า

ด้านนายพงษ์เทพ  มาลาชาสิงห์ ประธานชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวอำเภอวังน้ำเขียว กล่าวว่า ในช่วงฤดูฝนวังน้ำเขียวมีความสวยงามทั้งในความเป็นธรรมชาติป่าไม้ที่เขียวขจี มีทะเลหมอก มีกิจกรรมให้หมู่คณะ หรือ ครอบครัวมาทำกิจกรรม เช่น ปลูกป่าทางอากาศ การทำโป่งเทียม โดยเฉพาะที่จุดสกัดเขาสูงเขาแผงม้าช่วงนี้จะมีกระทิงออกมาอวดโฉมรอให้นักท่องเที่ยวมาชม ซึ่งจุดนี้จะมีกลุ่มวิสาหกิจชุมชนอนุรักษ์สัตว์ป่าวังน้ำเขียว พร้อมที่จะนำเที่ยวให้ความรู้นักท่องเที่ยวอีกด้วย

-009

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

บทความพิเศษ : ทองคำยังเป็นสรวงสวรรค์ แห่งความปลอดภัยอยู่หรือไม่

Posted on September 4, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/677473

บทความพิเศษ : ทองคำยังเป็นสรวงสวรรค์ แห่งความปลอดภัยอยู่หรือไม่

บทความพิเศษ : ทองคำยังเป็นสรวงสวรรค์ แห่งความปลอดภัยอยู่หรือไม่

วันเสาร์ ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2565, 02.00 น.

หมายเหตุ : บทความ “ทองคำยังเป็นสรวงสวรรค์แห่งความปลอดภัยอยู่หรือไม่” ร่วมเขียนโดยคณาจารย์จาก สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Sasin) จำนวน 3 ท่าน ประกอบด้วย ผศ.ดร.ปิยะชาติ ภิรมย์สวัสดิ์, ผศ.ดร.ภัทเรก ศรโชติ และ รศ.ดร.พัฒนาพร ฉัตรจุฑามาส

โลกของเราในปัจจุบันนั้นเต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นความผันผวนจากโรคระบาดต่างๆ ทั้งไวรัสโควิด-19 และฝีดาษลิง หรือแม้แต่ความผันผวนในราคาน้ำมัน ราคาก๊าซธรรมชาติ และราคาอาหารที่เกิดจากสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครน รวมถึงความไม่ลงรอยของประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกาและจีน ซึ่งส่งผลทำให้เงินเฟ้อในประเทศต่างๆ เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สร้างความลำบากอย่างมากให้กับประชาชนทุกภาคส่วน นักธุรกิจทั้งในระดับเล็ก กลาง ใหญ่ ไม่เว้นแม้แต่นักลงทุนทั่วโลก

อย่างไรก็ตาม “ท่ามกลางความผันผวนมากมายเหล่านี้ สิ่งหนึ่งที่หลายคนมักจะฝากความหวังไว้” และมักจะใช้เป็นทางออกสำหรับการ “หนีตาย” ในช่วงที่โลกเต็มไปด้วยความผันผวนก็คือ “ทองคำ” ในบทความนี้ คณะผู้เขียนมีความตั้งใจที่จะนำข้อคิดจากงานวิจัยชั้นนำที่เกี่ยวข้องกับบทบาทของทองคำในการเป็น “สรวงสวรรค์แห่งความปลอดภัย” หรือ “Safe Haven Asset” มาเล่าสู่กันฟัง

อ้างอิงงานวิจัยของศาสตราจารย์ Dirk Baur แห่งมหาวิทยาลัย Western Australia (UWA) และ ศาสตราจารย์ Brian Lucey จากวิทยาลัยทรินิตี้ของมหาวิทยาลัยดับลิน ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในงานวิจัยในด้านสินทรัพย์แห่งความปลอดภัยที่ถูกอ้างอิงมากที่สุดชิ้นหนึ่งในโลก (กว่า 1,800 ครั้งใน Google Scholar) ได้นิยามสินทรัพย์แห่งความปลอดภัย ไว้ว่า “สินทรัพย์แห่งความปลอดภัยจะต้องเป็นสินทรัพย์ที่ผลตอบแทนไม่ติดลบ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่สินทรัพย์หลัก (เช่น หุ้น) เข้าสู่ภาวะวิกฤต”

นอกจากนี้ “หากสินทรัพย์แห่งความปลอดภัยยังมีผลตอบแทนเป็นบวกในช่วงเวลาที่สินทรัพย์หลักเข้าสู่ภาวะวิกฤต สินทรัพย์แห่งความปลอดภัยนี้จะถูกจัดว่าเป็นสินทรัพย์แห่งความปลอดภัยที่แข็งแกร่ง หรือ Strong Safe Haven Asset” ดังนั้นนิยามของศาสตราจารย์ Dirk Baur และศาสตราจารย์ Brian Lucey ข้างต้น จะไม่สนใจเลยว่าสินทรัพย์แห่งความปลอดภัยจะมีผลตอบแทนเป็นอย่างไรในช่วงเวลาปกติ

“เพราะอะไรทองคำถึงมักถูกจัดให้เป็นสินทรัพย์แห่งความปลอดภัย?” เหตุผลหลักหรืออาจจะเป็นเหตุผลเดียวที่ทำให้ทองคำถูกจัดเป็นสินทรัพย์แห่งความปลอดภัยคือ “การที่นักลงทุนทั่วไปเชื่อว่าทองคำเป็นสินทรัพย์ที่จัดว่ามีความเสี่ยงต่ำมากโดยเฉพาะในภาวะวิกฤต” ประเด็นนี้เป็นประเด็นที่ทำให้เกิด “คำถามสำคัญถึง 2 คำถาม” นั่นคือ 1.คุณลักษณะอะไรของทองคำที่ทำให้นักลงทุนทั่วไปมีความเชื่อเช่นนี้? สามารถอธิบายได้จากงานวิจัยของ ศาสตราจารย์ Dirk Baur (และ Thomas McDermott)

ซึ่งถือว่าเป็นงานวิจัยที่สำคัญที่ใช้หลักการของ“เศรษฐศาสตร์พฤติกรรม (Behavioral Economics)”มาอธิบายถึงสาเหตุที่ทำให้นักลงทุนเชื่อว่าทองคำเป็นสินทรัพย์แห่งความปลอดภัยในภาวะวิกฤต โดยงานวิจัยได้ให้เหตุผลว่า “ในยามที่โลกอยู่ในภาวะวิกฤตที่มีความผันผวนสูง นักลงทุนจะเลือกใช้ข้อมูลจากประสบการณ์ในอดีตที่นึกถึงได้ง่ายและเด่นชัดที่สุด เพื่อการตัดสินใจให้สำเร็จโดยเร็วที่สุด (แม้ว่าอาจไม่ใช่การตัดสินใจที่ดีที่สุด)”

ซึ่งสำหรับนักลงทุนหลายคนแล้ว “ภาพของทองคำที่เป็นสีเหลืองทองส่องสว่าง จับต้องได้จริง รวมทั้งประสบการณ์ที่ดีของทองคำในอดีตที่ถูกใช้เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน (Medium of Exchange) อย่างแพร่หลายทั่วโลก หรือแม้แต่การที่ประเทศต่างๆ ยังคงเก็บและใช้ทองคำเป็นส่วนหนึ่งของทุนสำรองระหว่างประเทศ” ทำให้นักลงทุนคิดเหมือนๆ กันว่า ทองคำน่าจะเป็นสินทรัพย์แห่งความปลอดภัยได้ในภาวะวิกฤต

คำถามสำคัญคำถามที่สองที่นักลงทุนทุกคนควรตั้งคำถามนี้อยู่ตลอดเวลาคือ 2.ทองคำยังเป็นสินทรัพย์แห่งความปลอดภัยอยู่หรือไม่? เพราะการที่ทองคำจะเป็นสินทรัพย์แห่งความปลอดภัยได้นั้นขึ้นอยู่กับ “ความเชื่อ”ของนักลงทุนทั่วไป ศาสตราจารย์ Dirk Baur (และ Thomas McDermott) ได้เคยกล่าวไว้ในงานวิจัยอย่างน่าสนใจว่า “ทองคำมีโอกาสที่จะเป็นสินทรัพย์แห่งความปลอดภัยเพียงชั่วคราว หรือจนกว่านักลงทุนจะหมดความเชื่อมั่นในคุณค่าของทองคำ”

ดังนั้น “ถ้าเมื่อไหร่การลงทุนในทองคำสร้างประสบการณ์ที่ไม่ดีต่อนักลงทุนในช่วงภาวะวิกฤตซ้ำแล้วซ้ำเล่า โอกาสที่นักลงทุนจะหมดความเชื่อมั่นอย่างถาวรในคุณค่าของทองคำก็เป็นสิ่งที่มีความเป็นไปได้สูง” เพื่อตอบคำถามที่สำคัญนี้ คณะผู้เขียนได้ทำโครงการวิจัยที่ได้รับทุนสนับสนุนจากกองทุนรัชดาภิเษกสมโภชแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

โดยโครงการวิจัยนี้มีจุดประสงค์หลักที่จะตอบคำถามว่า ทองคำยังเป็นสินทรัพย์แห่งความปลอดภัยในภาวะวิกฤตโควิด-19 อยู่หรือไม่ เพื่อให้เห็นความสัมพันธ์ของทองคำกับสินทรัพย์หลักอย่าง S&P500 (ดัชนีหุ้นของบริษัทขนาดใหญ่ 500 บริษัทในสหรัฐอเมริกา) ทั้งนี้ “ความสัมพันธ์ของทองคำกับ S&P500 ในอดีตสามารถเห็นได้ชัดเจนว่าในช่วงวิกฤตในอดีต อย่างเช่น วิกฤตฟองสบู่ดอทคอม (ช่วงปี ค.ศ. 2000-พ.ศ.2543) และวิกฤตสินเชื่อซับไพรม์ (ช่วงปี ค.ศ. 2007-พ.ศ.2550) ราคาทองคำมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในขณะที่ราคาของ S&P500 ปรับตัวลดลงในช่วงวิกฤต”

อย่างไรก็ตาม เมื่อดูความสัมพันธ์ของทองคำกับ S&P500 ในปัจจุบัน โดยช่วงเวลาที่นำเสนอจะเป็นช่วงเวลาก่อนและหลังการระบาดของไวรัสโควิด-19 รวมถึงช่วงเวลาที่เกิดสงครามรัสเซีย-ยูเครน สิ่งที่น่าสนใจ คือ “ความความสัมพันธ์ของทองคำกับ S&P500 ดูเหมือนจะเริ่มเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อน โดยเฉพาะในช่วงวิกฤตสงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่ทำให้เกิดความผันผวนในราคาน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติและอาหาร รวมทั้งการเพิ่มขึ้นของเงินเฟ้อในประเทศต่างๆ ทั่วโลก เป็นช่วงที่ราคาทองคำปรับตัวลดลงซึ่งเป็นทิศทางเดียวกันกับการปรับตัวลดลงของราคา S&P500”

ดังนั้นสิ่งนี้แสดงให้เห็นว่า “ความสัมพันธ์ของทองคำกับราคาสินทรัพย์หลักอย่าง S&P500 อาจไม่เหมือนเดิมอย่างในอดีต (ที่เวลาหุ้นตก ทองคำมักจะปรับตัวขึ้นเสมอ)” นอกจากนี้โครงการวิจัยได้ใช้แบบจำลองทางเศรษฐมิติที่เป็นมาตรฐานในการพิสูจน์ว่าทองคำยังเป็นสินทรัพย์แห่งความปลอดภัยในภาวะวิกฤตโควิด-19 และวิกฤตสงครามรัสเซีย-ยูเครนอยู่หรือไม่ ซึ่งโครงการนี้พบหลักฐานทางสถิติที่สอดคล้องกับคำกล่าวข้างต้น

“อนาคตของทองคำ?” ผู้เขียนเชื่อว่าทองคำเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่สำคัญของนักลงทุนที่สามารถช่วยกระจายความเสี่ยงในการลงทุนได้ อย่างไรก็ดี ข้อคิดที่สำคัญที่สุดของบทความนี้ “ความแน่นอนคือความไม่แน่นอน” (uncertainty is certainty) การที่ทองคำเคยมีคุณลักษณะเป็นสินทรัพย์แห่งความปลอดภัยที่แข็งแกร่งในอดีต อาจไม่ใช่สิ่งที่สามารถยืนยันได้ในอนาคตว่าทองคำจะมีคุณลักษณะเช่นนี้ตลอดไป ดังนั้นการตระหนักถึงความไม่แน่นอน รวมถึงการยอมรับถึง “สิ่งที่เราไม่รู้” เป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับการใช้ชีวิตและการลงทุนอย่างไม่ประมาท

และให้เข้าใจในประโยคที่เรามักจะได้ยินกันตลอดเวลาว่า “การลงทุนมีความเสี่ยง”!!!

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, บทความพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เครือข่าย’แผงลอย’นัดรวมพล ถกสำนักนายกฯ-กทม. แจงผลกระทบ’จัดระเบียบ’

Posted on September 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/677538

เครือข่าย'แผงลอย'นัดรวมพล ถกสำนักนายกฯ-กทม. แจงผลกระทบ'จัดระเบียบ'

เครือข่าย’แผงลอย’นัดรวมพล ถกสำนักนายกฯ-กทม. แจงผลกระทบ’จัดระเบียบ’

วันศุกร์ ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2565, 18.49 น.

เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2565 เฟซบุ๊กแฟนเพจ “หาบเร่เสน่ห์เมือง” ของเครือข่ายแผงลอยไทยเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน โพสต์ภาพหนังสือประชุมเชิงปฎิบัติการโครงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการบริหารราชการกรณีการจัดระเบียบหาบเร่แผงลอยในพื้นที่กรุงเทพฯ พร้อมข้อความดังนี้

ผู้ค้าหาบเร่แผงลอย ทั่วกรุงเทพฯทั่ง 50 เขต

(key)โอกาศดีของ ผู้ค้า จะได้แสดงความคิดเห็นให้

ท่านผู้ว่าชัชชาติ ได้รับรู้เรื่องความเดือดร้อนของ ผู้ค้าที่ชัดเจนความเป็นจริง ได้ที่งาน

ประชุม

ประชุมเชิงปฎิบัติการโครงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการบริหารราชการกรณีการจัดระเบียบหาบเร่แผงลอยในพื้นที่กรุงเทพฯ

วันที่ 4 กันยายน 2565

ณ.ห้องคอนเสนชั่น ฮอลล์ เอบี โรงแรมแอมบาสซาเดอร์ กรุงเทพมหานคร

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

การต่อสู้กามกิเลสเป็นสงครามอันยิ่งใหญ่ กามกิเลสนี้แหละที่ทำให้เกิดสงครามต่อสู้กัน : หลวงปู่แหวน

Posted on September 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/677537

การต่อสู้กามกิเลสเป็นสงครามอันยิ่งใหญ่ กามกิเลสนี้แหละที่ทำให้เกิดสงครามต่อสู้กัน : หลวงปู่แหวน

การต่อสู้กามกิเลสเป็นสงครามอันยิ่งใหญ่ กามกิเลสนี้แหละที่ทำให้เกิดสงครามต่อสู้กัน : หลวงปู่แหวน

วันศุกร์ ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2565, 18.48 น.

การต่อสู้กามกิเลส เป็นสงครามอันยิ่งใหญ่ กามกิเลสนี้ร้ายนัก มันมาทุกทิศทุกทาง พิจารณาให้รู้แจ้งเห็นจริง ก็ถอนได้ กามนี้มันหมุนรอบโลก มันเป็นเจ้าโลก กามกิเลสนี้แหละ ที่ทำให้เกิดสงครามต่อสู้กัน เกิดก็เพราะกาม ตายก็เพราะกาม รักก็เพราะกาม ชังก็เพราะกาม

กามทุกอย่างนี้เรียกว่ากามกิเลส การต่อสู้กามกิเลสเป็นสงครามอันยิ่งใหญ่ กามกิเลสนี้ร้ายนัก มันมาทุกทิศทุกทาง ความพอใจก็คือกิเลส ความไม่พอใจก็คือกิเลส กามกิเลสนี้อุปมาเหมือนแม่น้ำ ธารน้ำน้อยใหญ่ไม่มีประมาณไหลลงสู่ทะเลไม่มีที่เต็มฉันใดก็ดี กามตัณหาที่ไม่พอดี ภวตัณหา วิภวตัณหา เป็นแหล่งก่อทุกข์ ก่อความเดือดร้อนไม่มีที่สิ้นสุด ทั้งหมดอยู่ที่ใจ สุขก็อยู่ที่ใจ ทุกข์ก็อยู่ที่ใจ ใจนี่แหละคือตัวเหตุ ทำความพอใจให้อยู่ที่ใจนี่

หมั่นเพียรและตั้งสัจจะให้มั่น รักษาศีล รักษาตา รักษาหู รักษาตัว รักษาปาก สำรวมอินทรีย์ รักษาธาตุ ๔ ขันธ์ ๕ พิจารณาเข้าไป ตจปัญจกกรรมฐาน ๕ กายคตากรรมฐาน พิจารณาให้รู้แจ้งเห็นจริงก็จะถอนได้

พวกหมู หมา เป็ด ไก่ มันก็เสพกามกันทั่วแผ่นดิน อย่าได้ไปอัศจรรย์ มีแต่ศีล สมาธิ ปัญญา ผู้ใดรักษาศีล ภาวนาเข้าจนเกิดสมาธิแล้ว สติก็ดิ่งเข้าไปแล้ว ก็จะได้ทำจิตทำใจของตนให้บริสุทธิ์ พระธรรมแปดหมื่นสี่พันพระธรรมขันธ์ ท่านชี้เข้าหาใจนี่แหละ ทำใจให้บริสุทธิ์ ให้มีสติสัมปชัญญะนำคืนออกให้หมด ถ้ามีสติแล้วก็นำความผิดออกจากกายจากใจของตน อย่าหลงสมมติทั้งหลาย มีรูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส อย่าเอามาหมักไว้ในใจ

กามตัณหาเปรียบเหมือนแม่น้ำไหลไปสู่ทะเล ไม่รู้จักเต็มสักที อันนี้ฉันใด ความอยากของตัณหามันไม่พอ ต้องทำความพอจึงจะดี เราจะต้องทำใจให้ผ่องใส ตั้งอยู่ในศีล ตั้งอยู่ในทาน ตั้งอยู่ในธรรม ตั้งอยู่ในสมาธิก็ดี ทุกอย่างเราทำความพอดี ความพอใจนำออกเสีย ความไม่พอใจก็นำออกเสีย เวลานี้เราจะพักจิต ทำกายของเราทำใจของเราให้รู้แจ้งในกายในใจของเรานี้ รู้ความเป็นมาวางให้หมด วางอารมณ์ วางอดีตอนาคตทั้งปวง ที่ใจนี่แหละ

เรื่องสังขารนี้ สังขารมันปรุง สังขารมันแต่ง มันเกิด มันแก่ มันเจ็บ มันดับ เป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา วางอยู่นี่แหละ อดีตอนาคตมันก็มานี่แหละ ตัดอดีตอนาคตลงหมด จิตดิ่งอยู่ในปัจจุบัน รู้ในปัจจุบัน ละในปัจจุบัน วางในปัจจุบัน ทำจิตทำใจของเราให้สว่าง ให้รู้แจ้งในมรรคในผล ในศีล สมาธิ ปัญญา เอาที่ใจนี้แหละ ให้มันสำเร็จขึ้นที่ใจ

เวลาปฏิบัติจริงกิเลสมันมาได้ทุกทิศทุกทาง ใจนี้มันสำคัญ เหตุมันเกิดจากใจนี้ ตั้งสัจจะ จริงกายจริงวาจาจริงใจ อย่าหลงไปตามเขา ตามอารมณ์ ละทิ้งความที่เกิดขึ้นทางตา หู จมูก ลิ้น กาย สมบัติของเจ้าพ่อเจ้าแม่ทั้งหมดนี้ เป็นที่ตั้งของทาน เป็นที่ตั้งของมรรค เป็นที่ตั้งของพระนิพพาน จงละและวางให้เป็นพุทโธ ละวางหมดก็เป็นสุข ปล่อยวางก็สบาย

…………………….

คัดมาจากหนังสืออนุสรณ์หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ โดย มูลนิธิหลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ, นครนายก : โรงพิมพ์มูลนิธินวมราชานุสรณ์, ม.ป.ป. ใน หนังสือจิตตภาวนา มรดกล้ำค่าทางพุทธศาสนา รวมพระธรรมเทศนาภาคปฏิบัติของพระสุปฏิปันโน รวบรวมโดย มูลนิธิหลวงปู่มั่นและชมรมคุณภาพชีวิต, พิมพ์ครั้งที่ ๑, ๕ ธันวาคม ๒๕๔๓ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลและเผยแพร่เป็นธรรมทาน (ขอบคุณลานธรรมจักร) – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ตักเอง เสิร์ฟเอง’ แวะเลยร้านเด็ดสตูล สไตล์แม่ค้าปากแดง ลูกค้าอุดหนุนตรึม

Posted on September 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/677513

'ตักเอง เสิร์ฟเอง' แวะเลยร้านเด็ดสตูล สไตล์แม่ค้าปากแดง ลูกค้าอุดหนุนตรึม

‘ตักเอง เสิร์ฟเอง’ แวะเลยร้านเด็ดสตูล สไตล์แม่ค้าปากแดง ลูกค้าอุดหนุนตรึม

วันศุกร์ ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2565, 17.45 น.

‘ตักเอง เสิร์ฟเอง’ แวะเลยร้านเด็ดสตูล สไตส์แม่ค้าปากแดง ลูกค้าอุดหนุนตรึม ขายตั้งแต่ชามละ 7 บาท 30 ปี ปรับราคาขึ้นเพียงชามละ 35 บาท 

จะถูกจะแพงก็ต้องให้แดงเข้าไว้ โดยเฉพาะคุณผู้หญิงเรื่องความสวยความงามไม่เข้าใครออกใคร  ไม่ว่าจะยุคหรือรุ่นไหนเพราะคำว่าไก่งามเพราะขนคนงามเพราะแต่งก็ยังใช้ได้ตลอดกาล ยิ่งเป็นแม่ค้าแล้วล่ะก็  ต้องหมั่นดูแลตัวเองให้สะอาดสะอ้านหน้าตาน่ามอง ทั้งคนขายทั้งอาหาร เหมือนอย่างคุณป้าสาฟีย๊ะ แม่ค้าปากแดง (นางสาวสาฟีย๊ะ แดงหลี) อายุ 62 ปี ผู้คร่ำหวอดในวงการค้าขายอาหารตามสั่งก๋วยเตี๋ยวกล้วยทอดลูกชิ้นทอดขนมจีนและอีกหลากหลายเมนู  

นับเป็นอีกหนึ่งคนซึ่งมีลูกค้าเป็น FC มากมาย ด้วยอัธยาศัยของแม่ค้าที่เป็นกันเอง รสชาติอร่อยราคาย่อมเยา และที่สำคัญ ยังมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ให้ลูกค้าได้หยอกล้อแล้วพากันเรียกว่า แม่ค้าสาฟีย๊ะแม่ค้าปากแดง

ลูกค้าหลายๆที่มาทานอาหารที่ร้าน จัดว่าเป็นลูกค้าประจำหลายคนมากินตั้งแต่วัยเด็กจนเป็นหนุ่มเป็นสาวและวัยทำงาน  โดยร้านขายมาตั้งแต่ราคาก๋วยเตี๋ยวชามละ 7 บาท จนมาถึงปัจจุบัน 30 กว่าปี ราคาปรับขึ้นมาเป็นราคาชามละ 35 บาทก็ถือว่ายังถูกในยุคปัจจุบันที่เข้าของหลายอย่างปรับตัวแพงขึ้น

ก๋วยเตี๋ยวไก่ชามโตถ้วยละ 35 บาทลูกชิ้นไม้ละ 5 บาท กล้วยทอดขายตั้งแต่ 10 บาทเป็นต้นไป ถือว่าเป็นราคาที่เข้าถึงได้ง่ายอีกทั้งอัธยาศัยของแม่ค้ามีความเป็นกันเอง และทำเพียงลำพังสองคนตายาย แม่บางครั้งคุณป้าก็ทำเพียงคนเดียว  โดยจะมีลูกค้าเข้ามาช่วยโดยไม่มีใครบ่น บ้างก็มาช่วยทอดกล้วยมันให้ บ้านก็ต้องมายกเพื่อเสิร์ฟเอง  ซึ่งหลายคนก็บอกว่าไม่ได้ยุ่งยากและเต็มใจที่จะทำ 

ป้าสาฟีย๊ะ  แม่ค้าปากแดง   ยอมรับว่ามีลูกค้าแซวตนตลอด  บ้างก็แซวว่าแม่ค้าปากแดงจัง แม่ค้าสวยจัง (เล่าด้วยความสุข)  ซึ่งคุณป้าเองก็ยอมรับว่าเป็นคนที่ชอบแต่งหน้าทาปากตั้งแต่วัยสาว เพราะรู้สึกมั่นใจในตัวเองมากขึ้น  และคิดว่าลูกค้าก็น่าจะชอบแม่ค้าที่ดูแลตัวเอง หากวันไหนไม่ได้แต่งหน้าทาปากรู้สึกไม่มั่นใจ (ทำให้ใครหลายคนตั้งสโลแกนปากไม่แดงไม่มีแรงขาย) ทำอะไรไม่ค่อยถูก กลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวไปแล้ว  

ลูกค้าก็มีหลายรุ่นหลายระดับส่วนใหญ่ก็เป็นลูกค้าประจำเป็นลูกค้ากันเองช่วยหยิบตักเสิร์ฟเองบ้างก็มี  ( พูดหัวเราะ) เพราะทำ 2 คนตายายบางครั้งก็ทำคนเดียวลูกค้าส่วนใหญ่ก็เข้าใจ และด้วยราคาที่ขายมาตั้งแต่ชามละ 7 บาทจนมาถึงปัจจุบันชามละ 35 บาทเพิ่งจะขยับในไม่นาน และคิดว่าคงไม่ปรับไปมากกว่านี้เพราะพยายามใช้ต้นทุนที่ราคาถูกอย่างไม้ฟืนใช้ในการต้มน้ำก๋วยเตี๋ยวเป็นการลดต้นทุนและช่วยเพิ่มความอร่อยความหอมของอาหาร  จนทำให้ลูกค้าติดใจในรสชาติและราคาที่ย่อมเยาไปด้วย

ร้านของคุณป้าสาฟีย๊ะ แม่ค้าปากแดง ตั้งอยู่หมู่ที่ 11 ตำบลทุ่งนุ้ย อำเภอควนกาหลง จังหวัดสตูล เปิดทุกวัน  (ปิดเฉพาะวันเสาร์) เริ่มขายตั้งแต่เวลา 11:00-20.00 น. 

.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชาวบ้านแห่จับปลาในนา นำไปทำอาหาร-สร้างรายได้

Posted on September 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/677500

ชาวบ้านแห่จับปลาในนา นำไปทำอาหาร-สร้างรายได้

ชาวบ้านแห่จับปลาในนา นำไปทำอาหาร-สร้างรายได้

วันศุกร์ ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2565, 17.10 น.

ชาวบ้านแห่จับปลาในนา หลังชาวนาเร่งเก็บเกี่ยวข้าวในนาที่มีน้ำท่วมขัง เดินตามรถเกี่ยวพร้อมสุ่มพบปลาช่อน ปลาตะเพียน ปลาหมอ ตัวขนาดใหญ่  โผล่ออกมาตามตอซังข้าวที่มีน้ำขัง ให้จับจำนวนมากนำไปทำอาหาร ที่เหลือนำไปขาย

2 ก.ย.65 ที่บริเวณกลางทุ่งนา อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง พบชาวนาใช้รถเกี่ยวข้าวในแปลงนาที่มีน้ำท่วมขังสูงประมาณ30-40เชนติเมตร พบว่ามีชาวบ้านจำนวนหลายคนได้ออกมาหาปลาโดยใช้สุ่มและไม้  เดินตามรถเกี่ยวข้าวที่เหยียบตอซังข้าวล้มแล้วพบว่ามีปลานานชนิดโผล่ออกมาแวกว่ายหนีล้อรถเกี่ยวข้าวทำให้ชาวบ้านได้ใช้สุ่มคลอดจับปลาได้เป็นจำนวนมากซึ่งในช่วงหน้าแล้งนั้นจะเห็นชาวบ้านเดินตามรถเกี่ยวข้าวเพื่อจับหนูนาไปเป็นอาหาร แต่ช่วงนี้น้ำท่วมขังในนาพบปลาจำนวนมากจึงได้ออกมาจับปลาไปเป็นอาหารที่เหลือก็นำไปขาย

นายสันติ สีเขียวสด อายุ 43ปี เล่าให้ฟังว่า ในช่วงนี้ฝนตกชุกทำให้มีน้ำท่วมขังในนาข้าวประกอบกับน้ำในคลองหนองบึงเอ่อล้นแล้วมีปลาเข้ามาอยู่ในนาข้าวจำนวนมาก เช่นปลาช่อน ปลาหมอ ปลาตะเพียน ตัวขนาดใหญ่จำนวนมากเข้ามาอยู่อาศัยในนาข้าว และเมื่อชาวนาเกี่ยวข้าวหนีน้ำจึงได้มีชาวบ้านออกมาเดินตามรถเกี่ยวข้าวเพื่อหาปลา โดยรถเกี่ยวเหียบตอซังล้มก็พบปลานานชนิดว่ายหนีออกมาแล้สใช้สุ่มคลอบแล้วจับใส่กระสอบที่เตรียมมา บางรายก็จะใช้ไม่ไล่ตีปลาที่โผล่ออกมาแล้วใช้เชือกร้อยเหงือกผูกไว้ นำกลับบ้านไปทำอาหาร ที่เหลือก็นำไปขายตลาดเป็นปลาช่อนนาที่ขายได้ราคางาม.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เผย’แปดริ้ว’มีแนวโน้มผู้ป่วยโรคซึมเศร้าเพิ่มขึ้นเตือนคำพูดบางประโยคไม่ควรพูดกับผู้ป่วย

Posted on September 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/677489

เผย'แปดริ้ว'มีแนวโน้มผู้ป่วยโรคซึมเศร้าเพิ่มขึ้นเตือนคำพูดบางประโยคไม่ควรพูดกับผู้ป่วย

เผย’แปดริ้ว’มีแนวโน้มผู้ป่วยโรคซึมเศร้าเพิ่มขึ้นเตือนคำพูดบางประโยคไม่ควรพูดกับผู้ป่วย

วันศุกร์ ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2565, 16.49 น.

พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ งานสุขภาพจิต สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดฉะเชิงเทรา เผย “แปดริ้ว” มีแนวโน้มผู้ป่วยโรคซึมเศร้าขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มวัยทำงานและผู้สูงอายุ เตือน! คำพูดบางประโยคที่ไม่สมควรพูดกับผู้ป่วยโรคซึมเศร้า “สู้ ๆ ไม่เป็นไรปัญหาแค่นี้” หรือ “สู้ซิ เรื่องแค่นี้อย่าเครียด” ชี้เป็นคำพูดเปราะเร่งให้ฆ่าตัวตายเร็วขึ้น 

วันที่ 2 ก.ย.65 ที่ห้องประชุม สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดฉะเชิงเทรา มีการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อการพัฒนาระบบการป้องกันการฆ่าตัวตายที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดฉะเชิงเทรา โดย น.ส.วันดี ทับทิมทอง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ งานสุขภาพจิต สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดฉะเชิงเทรา กล่าวว่า จังหวัดฉะเชิงเทรามีปัญหาการฆ่าตัวตายอยู่ในอันดับที่ประมาณ 35 ของประเทศ ปัญหาการฆ่าตัวตายเริ่มมีแนวโน้มลดลงช่วงปี 2562 และเริ่มมีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นช่วงที่ประเทศไทยเผชิญกับปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19 ปี 2564 จังหวัดฉะเชิงเทรา มีผู้ฆ่าตัวตายสำเร็จจำนวน 48 ราย 

ล่าสุดปี 2565 นับตั้งแต่เดือน ต.ค.2564 ถึงสิ้นเดือน ส.ค.2565 มีผู้ฆ่าตัวตายสำเร็จจำนวน 32 คน เป็นวัยทำงานคิดเป็นร้อยละ 80 รองลงมาคือผู้สูงอายุ ที่มีโรคประจำตัว ทั้งร่างกาย และจิตใจ มีปัญหาความสัมพันธ์ในครอบครัว โดยพฤติกรรมการฆ่าตัวตาย อันดับหนึ่งคือ ผูกคอ และ กระโดดจากที่สูง แต่ยังไม่พบในกลุ่มวัยรุ่น

ขณะที่ น.ส.อภิญญา ตันเจริญ นักจิตวิทยา คลินิกปฏิบัติการ รพ.บางปะกง กล่าวถึงสัญญาณบอกเหตุของผู้ที่มีแนวโน้มฆ่าตัวตาย หรือเป็นโรคซึมเศร้าให้สังเกตุความผิดปกติเช่น ชอบเก็บตัว เบื่ออาหาร นอนไม่หลับ สิ่งที่คนใกล้ชิด หรือคนในครอบครัวควรทำคือ รับฟังปัญหา โอบกอด สัมผัส หากพบว่ายังไม่ดีขึ้น ให้รีบปรึกษาแพทย์ และสิ่งที่สำคัญ คำพูดบางประโยค ที่ไม่สมควรพูดกับผู้ป่วยโรคซึมเศร้า คือ “สู้ ๆ ไม่เป็นไรปัญหาแค่นี้” หรือ “สู้ซิ เรื่องแค่นี้อย่าเครียด” คำพูดที่กล่าวมาเป็นคำพูดที่นอกจากไม่ช่วยอะไรให้แก่ผู้ป่วยซึ่งจิตใจเปราะบางอยู่แล้ว ยิ่งทำให้รู้สึกท้อแท้ และอยากหนีชีวิตอันจะนำไปสู่การฆ่าตัวตายได้เร็วยิ่งขึ้น

การประชุมครั้งนี้จึงเป็นการประชุม หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งแพทย์ พยาบาล นักจิตวิทยา หน่วยงานกู้ชีพ กู้ภัยเพื่อจะได้วางแนวทางในการแก้ปัญหาการฆ่าตัวตายในกลุ่มเปราะบางร่วมกัน แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด คือคนใกล้ชิด คนในครอบครัว ความสัมพันธ์และการสื่อสารในครอบครัว เป็นปฐมบทในการที่จะช่วยกันเฝ้าระวัง ยับยั้ง ด้วยการเฝ้าสังเกต และรับฟัง อย่างมีสติ เพื่อให้ผู้ป่วยรู้สึกว่าชีวิตมีค่าเกินกว่าที่จะถูกทำร้าย หรือทำลายด้วยการฆ่าตัวตาย – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘กลุ่มบิ๊กไบค์ ATMS’จากปีนัง 120 คันออกทริปเที่ยวชายแดนใต้ฉลองวันชาติมาเลย์

Posted on September 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/677462

'กลุ่มบิ๊กไบค์ ATMS'จากปีนัง 120 คันออกทริปเที่ยวชายแดนใต้ฉลองวันชาติมาเลย์

‘กลุ่มบิ๊กไบค์ ATMS’จากปีนัง 120 คันออกทริปเที่ยวชายแดนใต้ฉลองวันชาติมาเลย์

วันศุกร์ ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2565, 15.41 น.

กลุ่มบิ๊กไบค์ ATMS จากรัฐปีนัง ประเทศมาเลเซีย 120 คัน ออกทริปเที่ยวชายแดนใต้ ฉลองวันชาติมาเลย์ไม่หวั่นสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวทั้งสองประเทศ พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวของอำเภอเบตง

วันที่ 2 ก.ย.65 นายซาการียา สาแล๊ะ ประธานชมรมบิ๊กไบค์เบตง ให้การต้อนรับกลุ่มบิ๊กไบค์ ATMS จากรัฐปีนัง ประเทศมาเลเซีย จำนวน 120 คัน ที่เดินทางมาท่องเที่ยวในอำเภอเบตงเพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยว พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวของอำเภอเบตง และจังหวัดยะลา ให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางและเพื่อเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว รายได้จากการท่องเที่ยวในพื้นที่ อ.เบตง จ.ยะลาด้วย

นายซาการียา สาแล๊ะ ประธาน ชมรมบิ๊กไบค์เบตง กล่าวว่า การเดินทางมาในพื้นที่ อ.เบตง จ.ยะลา ของกลุ่มบิ๊กไบค์ ATMS จากรัฐปีนัง ประเทศมาเลเซียจำนวน 120 คันในครั้งนี้ เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ อ.เบตง หลังประเทศมาเลเซียและประเทศไทยเปิดประเทศให้การต้อนรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศได้ ซึ่งที่ผ่านมากว่า 2 ปีที่เกิดการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ทำให้ทั้งสองประเทศไม่ได้ติดต่อและสร้างความสัมพันธ์อันดีรวมทั้งการจัดกิจกรรมร่วมกันในการสร้างความสัมพันธ์อันดีของทั้งสองประเทศ 

“ผมในฐานะประธานชมรมบิ๊กไบค์เบตง ที่เป็นสมาชิกกลุ่มบิ๊กไบค์ต่างๆ ทั้งมาเลเซีย สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย ผมจึงได้นำกลุ่มบิ๊กไบค์ในประเทศมาเลเซีย และสิงคโปร์ เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่ เพื่อให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง รวมทั้งสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวในการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยและเป็นการแลกเปลี่ยนในการท่องเที่ยวโดยทางชมรมบิ๊กไบค์เบตงก็จะออก ทริป ท่องเที่ยวในประเทศมาเลเซีย สิงคโปร์ เช่นกัน ซึ่งเป็นการแลกเปลี่ยนในการสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวทั้งสองประเทศด้วย”

นายราเชส รอมลี ประธานกลุ่มบิ๊กไบค์ ATMS จากรัฐปีนัง ประเทศมาเลเซีย เปิดเผยอีกว่า หากเปรียบเทียบกลุ่มของตนก็เปรียบเสมือนชมรมบิ๊กไบค์เบตง โดยปกติแล้วกลุ่มบิ๊กไบค์ ATMS ซึ่งมีสมาชิกหลายพันคนทั่วประเทศมาเลเซียจะรวมกลุ่มจัดทริปเดินทางไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ทั้งในประเทศมาเลเซียและต่างประเทศเป็นประจำ และจะทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์ต่างๆ ตามสถานที่ที่พวกตนเดินทางไปท่องเที่ยว ภายหลังจากเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด ทางกลุ่มก็ได้หยุดการเดินทาง    โดยทริปนี้จึงถือเป็นทริปแรกของกลุ่ม ซึ่งทางกลุ่มได้เลือกอำเภอเบตง ซึ่งเป็นเมืองที่ติดชายแดนประเทศมาเลเซีย มีภูมิประเทศแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงาม อากาศดี อาหารก็อร่อย เป็นทริปแรกและเป็นการแลกเปลี่ยนในการสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวทั้งสองประเทศด้วย – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘กก.ปฏิรูปประเทศ’แนะ‘กสม.’ตั้งหน่วยงานภายใน เสนอแนะ-ประเมินผลกฎหมายส่งเสริมสิทธิปชช.มากขึ้น

Posted on September 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/677461

‘กก.ปฏิรูปประเทศ’แนะ‘กสม.’ตั้งหน่วยงานภายใน เสนอแนะ-ประเมินผลกฎหมายส่งเสริมสิทธิปชช.มากขึ้น

‘กก.ปฏิรูปประเทศ’แนะ‘กสม.’ตั้งหน่วยงานภายใน เสนอแนะ-ประเมินผลกฎหมายส่งเสริมสิทธิปชช.มากขึ้น

วันศุกร์ ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2565, 15.39 น.

‘กก.ปฏิรูปประเทศ’แนะ‘กสม.’ตั้งหน่วยงานภายใน เสนอแนะ-ประเมินผลกฎหมายส่งเสริมสิทธิปชช.มากขึ้น

2 ก.ย. 2565 ที่งาน “สมัชชาสิทธิมนุษยชน : เหลียวหลังแลหน้า 2 ทศวรรษ กสม.” ซึ่งจัดโดย สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ณ โรงแรมเซ็นทรา บายเซ็นทาราศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ นายเสรี นนทสูติ กรรมการสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม และกรรมการปฏิรูปประเทศด้านวัฒนธรรม กีฬา แรงงานและทรัพยากรมนุษย์ ร่วมกล่าวปาฐกถา ตอนหนึ่งระบุว่า รัฐธรรมนูญฉบับ 2560 มีข้อน่าสนใจอย่างหนึ่งคือ มาตรา 77 ว่าด้วยการประเมินผลกฎหมาย ทั้งที่จะออกใหม่และที่ใช้กันอยู่

ขณะเดียวกัน ยังมี พ.ร.บ.หลักเกณฑ์การจัดทำร่างกฎหมาย และการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย พ.ศ.2562 แต่ในความเป็นจริงพบว่า การประเมินผลกฎหมายตามช่องทางที่กล่าวมานั้น กลับกลายเป็นเพื่อให้หน่วยงานของรัฐจำกัดสิทธิของประชาชนได้สะดวกยิ่งขึ้น ไม่ได้ทำให้ประชาชนในภาพรวมมีสิทธิเสรีภาพดีขึ้นแต่อย่างใด อีกทั้งแม้ รธน.มาตรา 77 จะมีเจตนารมณ์ให้รัฐมีกฎหมายเท่าที่จำเป็น รวมถึงกำหนดโทษทางอาญาในกฎหมายเฉพาะความผิดร้ายแรง แต่ปัจจุบันก็ยังพบปัญหา 

เช่น มีความพยายามออกกฎหมายเพื่อจำกัดสิทธิในการรวมกลุ่มจัดตั้งองค์กรของภาคเอกชน ขณะที่กฎหมายบางเรื่องที่มีโทษทางอาญามาแต่เดิมก็ยังไม่ถูกยกเลิก อาทิ ความผิดฐานหมิ่นประมาท ความผิดฐานเป็นผู้ใช้ยาเสพติด ซึ่งเมื่อไปดูประเทศสิงคโปร์ แม้จะไม่มีระบุไว้ใน รธน. แต่ก็มีความพยายามแก้ไขกฎหมายที่ล้าสมัย อาทิ การยกเลิกบทลงโทษฐานเป็นคนรักเพศเดียวกัน อันเป็นกฎหมายที่ตกทอดมาจากยุคอาณานิคม เป็นต้น 

อย่างไรก็ตาม กสม. ก็มีอำนาจหน้าที่ในการให้ข้อเสนอแนะปรับปรุงกฎหมายเพื่อประโยชน์ของประชาชน โดย พ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ.2560 มาตรา 26 (3) กำหนดให้ กสม. เสนอแนะมาตรการหรือแนวทางในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนต่อรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมตลอดทั้งการแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย กฎ ระเบียบ หรือคําสั่งใดๆ เพื่อให้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชน ตนจึงคาดหวังให้ กสม. มีบทบาทในส่วนนี้

“ขณะนี้การประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมายกำลังจะกลายเป็นกระบวนการในเชิงพิธีกรรม คือส่วนราชการก็จะประเมินผลสัมฤทธิ์ไปเหมือนกับเช็คช่อง (Tick Box) แต่ไม่มีนัยของการมีส่วนร่วมของประชาชน และไม่มีกรอบความคิดของการทำงานเพื่อสิทธิมนุษยชน ฉะนั้น กสม. คือส่วนที่จะเติมเต็ม อยากจะเสนอประเด็นเดียวเลย กสม. ควรจัดตั้งหน่วยงานภายใน เพื่อทำหน้าที่ให้ความเห็นในร่างกฎหมายที่เขาจะประเมิน ทั้งที่กำลังจะออกเป็นร่าง ทั้งที่เป็นกฎหมายอยู่แล้ว เพื่อให้มันสอดคล้องกับมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญ” นายเสรี กล่าว

นายเสรี ยังกล่าวอีกว่า หน่วยงานทีจะตั้งขึ้นนี้อาจมีชื่อเรียกว่า Legislative Intelligence Unit (LIU) เป็นหน่วยงานภายใน กสม. เพื่อทำหน้าที่เสนอกฎหมาย หรือเสนอความเห็นไปยังหน่วยงานต่างๆ เพื่อป้องกันไม่ให้การประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมายเป็นไปเพื่อจำกัดสิทธิประชาชน เพราะการประเมินผลสัมฤทธิ์ต้องเป็นไปเพื่อส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิของประชาชนให้มากขึ้น   -009

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,937,467 hits

Join 4,116 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

ศึกนี้ยังไม่จบ ปู มัณฑนา โพสต์ฟาดแรงถึง ลูกหมี รัศมี ลั่นเลิกเกาะชื่อเสียงขายของ หยุดมโนเรื่องแย่งสามี
คนไทยร่อแร่! ไอเอฟดีโพล เผย 88% ปากท้องตึง-หมดหวัง ขยันแค่ไหนชีวิตก็ไม่ดีขึ้น
เพิ่มทางเลือกการรักษา ยาต้านไวรัสตับอักเสบซี ‘ราวิดาสเวียร์ ขึ้นทะเบียนแล้วในไทย
ฉัตรมงคลรำลึก 4 พฤษภาคม 2569 ‘เราจะสืบสาน รักษา และต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป’
กางโรดแมพ ‘EV–SAF’ ครบวงจร พลิกโครงสร้างพลังงาน ดับวิกฤต PM 2.5
ก.เกษตรฯเตรียมชง ครม. ขยายเพดานโควต้านมโรงเรียน ถึง ม.3 แก้ปัญหานมค้างสต๊อก
พิพัฒน์ ลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นทุกด้าน 8 พ.ค.นี้ หลัง ปชช.จ่อยื่นคัดค้านแลนด์บริดจ์
OPEC ประกาศเพิ่มกำลังผลิตน้ำมันดิบ ไม่พูดถึงปม UAE ถอนตัว
อิหร่านประกาศพร้อมตอบโต้ หากกองทัพสหรัฐฯ เข้าควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ หลังทรัมป์สั่งช่วยเรือ
ณัฏฐ์ชนน เผยมือลั่นไลน์ออกจากกลุ่ม ยันไร้ปัญหาน้อยใจ เดินหน้าทำงานต่อ

Recent Posts

  • อิหร่านประกาศพร้อมตอบโต้ หากกองทัพสหรัฐฯ เข้าควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ หลังทรัมป์สั่งช่วยเรือ
  • นายกฯ ญี่ปุ่นเตือนวิกฤตน้ำมันกระทบหนักภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
  • ผู้นำไต้หวันเยือนประเทศเอสวาตินี ลงนามความร่วมมือ ท้าทายแรงกดดันจีน
  • ทหารสหรัฐฯ 2 นายสูญหาย ขณะร่วมซ้อมรบในโมร็อกโก
  • ทรัมป์ประกาศ เริ่ม “Project Freedom” พาเรือออกจากช่องแคบฮอร์มุซ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d