Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

‘เพศทางเลือก’สวยงามไม่แพ้หญิงแท้! สาวเชียงใหม่คว้ามงกุฎ Miss Diversity Thailand 2022

Posted on August 31, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/676218

'เพศทางเลือก'สวยงามไม่แพ้หญิงแท้! สาวเชียงใหม่คว้ามงกุฎ Miss Diversity Thailand 2022

‘เพศทางเลือก’สวยงามไม่แพ้หญิงแท้! สาวเชียงใหม่คว้ามงกุฎ Miss Diversity Thailand 2022

วันอาทิตย์ ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 10.51 น.

สาวเชียงใหม่ คว้ามงกุฎเวทีประกวด Miss Diversity Thailand 2022 (เพศทางเลือก) กระตุ้นเศรษฐกิจ ความเท่าเทียม

28 สิงหาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงคืนวันที่ 27 สิงหาคมที่ผ่านมา ที่โรงแรมเฮอริเทจ เชียงราย โฮเทลแอนด์คอนเวนชั่น ได้จัดให้มีการประกวด Miss Diversity Thailand 2022 (เพศทางเลือก) ซึ่งทางชมรมรุ้งสร้างสรรค์จังหวัดเชียงราย ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในพื้นที่จังหวัดเชียงรายจัดขึ้น เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่เชียงราย ส่งเสริมการท่องทางประเพณีวัฒนธรรม และเปิดพื้นที่ให้เพศทางเลือก ได้แสดงถึงความสามารถ สิทธิและความเท่าเทียมทางสังคม

ทั้งนี้สำหรับการดำเนินการประกวด ถือว่าเป็นกิจกรรม 1 ทศวรรษ แห่งความภาคภูมิใจ รุ้งสร้างสรรค์จังหวัดเชียงราย โดยมีผู้เข้าประกวด Miss Diversity Thailand 2022 (เพศทางเลือก) จาก 77 จังหวัด จังหวัดละ 1 คน  มาประชันความสามารถ ความสวยงามของรูปร่าง หน้าตาและผิวพรรณ เพื่อเพ้นหาผู้ชนะเลิศเพียงหนึ่งเดียว โดยผู้ชนะเลิศจะได้ครอบครองมงกุฎ ที่ออกแบบโดย อาจารย์ ดร.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ และอาจารย์ทรงเดช ทิพย์ทอง ศิลปินขัวศิลปะเชียงราย

โดยบรรยากาศการประกวดเป็นไปอย่างคึกคัก โดยมีทาง ดร.ธาวิษ ถนอมจิตศ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธี และมีทางกลุ่มเพศทางเลือกหลากหลายอาชีพ และหน่วยงานองคืกรหลากหลายองค์กร ให้ความสนใจมาร่วมชมการประกวดเป็นจำนวนมาก ซึ่งการประกวดใช้มาตรฐานการตัดสินระดับประเทศ มีการเดินโชว์ในชุดปกติ ชุดว่ายน้ำและราตรี คล้ายการประกวดสาวงามทั่วไปทุกอย่าง และมีการตอบคำถามแสดงวิสัยทัศน์และความสามารถของแต่ละคน โดยคัดจาก 77 คนเหลือ 25 คน เหลือ 15 คน และ 10 คน ก่อนที่จะคัดเหลือ 5 คนสุดท้ายจนได้ผู้ชนะตามลำดับ

ซึ่งผลปรากฎว่าชนะเลิศ ณริศรา วงศ์เจริญ สาวงามจาก จ.เชียงใหม่ สามารถชนะเลิศได้สำเร็จ ด้วยหน้าตาที่สดสวยไม่แพ้หญิงแท้ แม้การเดินที่สวยงามและตอบคำถามที่ตรงประเด็นและชัดเจน จนสามารถคว้าใจกรรมการผู้ตัดสินคว้ามงกุฎของ อ.เฉลิมชัย ไปครอง พร้อมเงินรางวัลจากทิพยประกันภัย จำนวน 100,000 บาท

รองอันดับ 1 สาวงามจากขอนแก่น โยษิตา ชำนิไกล รับเงินจำนวน 50,000 บาท , รองอันดับ 2 สาวงามจากลำปาง อัณณ์ชญาณ์ วิไลพรรณพา รับเงินจำนวน 30,000 บาท , รองอันดับ 3 สาวงามจากภูเก็ต กันต์ชิตาพัณณ์ สิทธิขันแก้ว รับเงินจำนวน 10,000 บาท ,รองอันดับ4 สาวงามจากแพร่ อัณณ์ณิชา ไกรอ่ำ รับเงินจำนวน 10,000 บาท

ซึ่งกิจกรรมได้สร้างความประทับแก่ผู้ร่วมงานและสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของพื้นที่ให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังจากซบเซามาตั้งแต่การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด19 และภาพของสาวเพศทางเลือก ก็ถูกยกระดับเข้ามาทัดเทียมในสังคม เท่ากับการประกวดเวทีสาวงามทั่วไปในเวทีต่างๆในปัจจุบัน .012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เภสัชกรหัวใจลูกทุ่ง! สวมชุดนักร้องไลฟ์สด บริการลูกค้าผ่านออนไลน์

Posted on August 28, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/676213

เภสัชกรหัวใจลูกทุ่ง! สวมชุดนักร้องไลฟ์สด บริการลูกค้าผ่านออนไลน์

เภสัชกรหัวใจลูกทุ่ง! สวมชุดนักร้องไลฟ์สด บริการลูกค้าผ่านออนไลน์

วันอาทิตย์ ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 09.28 น.

28 สิงหาคม 2565 สื่อในโซเซียลกำลังฮือฮา หลังมีเภสัชกรหนุ่มชื่อ นายนฤดล มะเสนะ หรือชาวบ้านเรียกว่าหมอดล อายุ 33 ปี เจ้าของร้านขายยาคลังยานฤดลเภสัช ตั้งอยู่ในเขตเทศบาล ตำบลธาตุพนม อ.ธาตุพนม จ.นครพนม เปิดเป็นร้านขายยาแผนปัจจุบัน ผุดไอเดียการตลาดรูปแบบใหม่ ด้วยการแต่งตัวเหมือนนักร้องลูกทุ่งหมอลำ ไลน์สดแนะนำบริการ รวมถึงให้คำปรึกษาลูกค้า เกี่ยวกับยารักษาโรคและอาหารเสริม ทั้งนี้บริการผ่านช่องทางสื่อออนไลน์ เพื่อให้เข้ากับยุคสื่อโซเซียล จนได้ฉายาหมอดลเภสัชกรไทยหัวใจลูกทุ่ง

เนื่องจากมีการนำความสามารถพิเศษส่วนตัว มาเป็นจุดเด่นเพื่อส่งเสริมการขาย และสอดแทรกความรู้ให้บริการ ด้านคำปรึกษา แนะนำการใช้ยาแก่ประชาชนทั่วไปและจำหน่าย เพิ่มสร้างสีสันด้วยการสวมชุดนักร้องทุ่งหมอลำแบบจัดเต็ม ร้องรำทำเพลงแนวลูกทุ่งหมอลำ กลายเป็นที่ประทับใจของลูกค้าและประชาชนที่พบเห็นในสื่อโซเซียล

ผู้สื่อข่าวไปพูดคุยสอบถาม ดูบรรยากาศการสร้างสีสันที่ร้านขายยาคลังยานฤดลเภสัช ตั้งอยู่ในเขตเทศบาล ตำบลธาตุพนม ถนนเยื้องไปรษณีย์ อ.ธาตุพนม เชื่อมไปยังเทศบาลตำบลธาตุพนม พบหมอดลเจ้าของฉายาเภสัชกรไทยหัวใจลูกทุ่ง กำลังสร้างสีสันสวมชุดนักร้องลูกทุ่งหมอลำ ไลฟ์สดแนะนำร้านขายยา สอดแทรกความรู้ เรื่องการใช้ยารักษาโรค รวมถึงการดูแลสุขภาพ  สร้างรอยยิ้มให้กับลูกค้า ประชาชน ที่มารับคำปรึกษา และซื้อยารักษาโรคไปรับประทาน รวมถึงลูกค้าที่ติดตามทางเฟสบุ๊กชื่อ นฤดล มะเสนะ ได้เกิดความประทับใจ แถมได้ความรู้การใช้ยาแผนปัจจุบัน และการดูแลสุขภาพอีกด้วย ถือเป็นโปรโมชั่นอีกรูปแบบสำหรับลูกค้า

นายนฤดล มะเสนะ หรือหมอดล เจ้าของฉายาเภสัชกรไทย หัวใจลูกทุ่ง เปิดเผยว่า พื้นฐานตนเป็นคน จ.ร้อยเอ็ด จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี คณะเภสัชศาสตร์ เมื่อปี 2555 แต่ตัดสินใจทำงานกับบริษัทเอกชน และได้มาทำงานที่ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ก่อนหันมาประกอบธุรกิจส่วนตัวเปิดร้านขายยาชื่อ ร้านคลังยานฤดลเภสัช ได้ประมาณ 4-5 ปี จำหน่ายยาแผนปัจจุบัน ยารักษาโรคทั่วไป รวมถึงอาหารเสริม

แต่ในช่วงสถานการณ์โควิดระบาด ทำให้ประชาชน รวมถึงลูกค้า ต้องเจอความเสี่ยงสูงเกี่ยวกับการเจ็บป่วยของโรคทั่วไป และโรคโควิด จึงต้องการมีส่วนร่วมช่วยเหลือสังคม ในการแนะนำให้ความรู้ด้านการใช้ยา และการรักษาสุขภาพ เพราะประชาชนส่วนใหญ่ยังมีความเข้าใจน้อย โดยซื้อยากินเองในการรักษาโรค ที่มีความเสี่ยงต่อผลข้างเคียง ตนจนนำความรู้ความสามารถพิเศษในการร้องรำทำเพลง อดีตเคยประกวดรับรางวัลมาแล้วหลายเวที และเคยชนะเลิศการประกวดเวทีครบรอบ 20 ปี แกรมมี่โกลด์ มาแล้ว

จากประสบการณ์ดังกล่าว จึงนำความสามารถมาสร้างสีสัน ไลฟ์สด สร้างความสนใจกับประชาชนมาติดตามในโซเซียล เป็นการแนะนำร้านขายยา รวมถึงใช้เวลาว่างในการแนะนำให้คำปรึกษาลูกค้า ผ่านสื่อออนไลน์บริการขายยาแผนปัจจุบัน ผ่านช่องทางออนไลน์ โดยไม่ได้คำนึงถึงผลประโยชน์รายได้ของร้านเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการให้ประชาชน มีความเข้าใจในการซื้อยาไปกินเอง พร้อมย้ำเตือนประชาชน หากต้องการซื้อยากินเอง จะต้องเป็นร้านขายยาที่มีเภสัชกรกำกับดูแลให้คำแนะนำ หรือหากมีโรคประจำตัว ต้องรับคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อป้องกันผลข้างเคียงที่จะตามมา

อย่างไรก็ตามทางร้านยา นฤดลเภสัช ยินดีให้คำปรึกษาลูกค้าทุกท่าน ที่มาใช้บริการที่ร้าน รวมถึงทักแชทผ่านสื่อออนไลน์ ไลน์(line) หรือเฟสบุ๊ก(facebook) สามารถติดต่อปรึกษาได้ที่ไอดีไลน์ หรือหมายเลขโทรศัพท์เดียวกัน 099-462-9228 ส่วนเฟสบุ๊กชื่อ  นฤดล มะเสนะ และเพจคลังยานฤดลเภสัช พร้อมให้คำปรึกษาเรื่องการใช้ยา การดูแลรักษาสุขภาพฟรี นอกจากนี้ยังสามารถสั่งซื้อยาผ่านระบบออนไลน์ได้อีกด้วย. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

โชคดียิ่งกว่าถูกหวย! เปิดสาวอุดรฯ กินหอยเจอ’ไข่มุกเมโล’ราคาหลักล้าน

Posted on August 28, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/676212

โชคดียิ่งกว่าถูกหวย! เปิดสาวอุดรฯ กินหอยเจอ'ไข่มุกเมโล'ราคาหลักล้าน

โชคดียิ่งกว่าถูกหวย! เปิดสาวอุดรฯ กินหอยเจอ’ไข่มุกเมโล’ราคาหลักล้าน

วันอาทิตย์ ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 09.26 น.

หอยร้านหมูกระทะให้โชค!!!! สาวอุดรฯตาลุกวาว ซื้อหอยหวานกลับไปย่างกินที่บ้าน เซอร์ไพรส์สุดๆเจอ “ไข่มุกเมโล” ไข่มุกเป็นหยดน้ำตาแห่งความสุขของเทพธิดา นักสะสมซื้อขายกันราคาเป็นหลักล้าน บอกโชคดียิ่งกว่าถูกหวย เป็นของขวัญล้ำค่าใกล้งานวันเกิด

28 สิงหาคม 2565 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า มีชาวบ้านพบ ‘ไข่มุกเมโล’ ในเนื้อหอยหวานที่ซื้อมาจากร้านหมูกระทะชั่งกิโล จึงเดินทางไปพิสูจน์ที่บ้านโนนสมบูรณ์ ต.คำบง อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี

เมื่อไปถึงพบมีชาวบ้านจำนวนหนึ่ง กำลังนั่งล้อมวงถ่ายรูปและวิพากวิจารณ์ไข่มุกกัน น.ส.สำราญ ทองเหลือ อายุ 36 ปี คนกินหอยหวานแล้วเจอไข่มุก เปิดเผยว่า ไปซื้อบุฟเฟ่ต์ที่ร้านพุงโต บริเวณสี่แยกเจริญสุข เพื่อมาทำอาหารกินกัน ในโอกาสที่หลานกลับมาจากต่างประเทศและใกล้วันคล้ายวันเกิดตัวเอง

โดยไปซื้อหอยหวานและหมูกระทะมาทำอาหารกินกัน เมื่อกินหอยหวานเข้าไปตัวแรกก็รู้สึกว่าเคี้ยวอะไรแข็งๆ  “ตอนแรกคิดว่าเป็นก้อนหิน คิดว่าหอยไม่สะอาด จึงคายออกมาใส่มือและสังเกตดีๆพบว่าเห็นเป็นก้อนสีขาวๆ คล้ายก้อนกรวด คิดไปคิดมาคิดว่าอาจจะเป็นไข่มุกตามที่ข่าวก็เป็นได้จึงเก็บไว้”

ตอนนี้ยังไม่ได้ส่งตรวจพิสูจน์ที่ไหนแต่อย่างใด มีแต่สอบถามญาติและเพื่อนๆเท่านั้น เมื่อค้นหาในอินเตอร์เน็ตก็พบว่ามีรูปร่างคล้ายกับไข่มุกเมโลตามที่มีข่าวออกไป ตอนนี้ขอเก็บไว้ก่อนเนื่องจากยังไม่แน่ใจว่าเป็นของจริงหรือของปลอม หากไข่มุกเป็นของจริงขายได้ราคาก็จะขาย เพราะไม่รู้ว่าจะเก็บไว้ทำไม “ตอนนี้รู้สึกดีใจและมีความหวังอยากให้ไข่มุกเป็นของจริง ซึ่งหากเป็นไข่มุกจริงคิดว่าน่าจะเป็นของขวัญวันเกิดที่เลอค่ามาก”

สำหรับเมล็ดไข่มุกที่พบนั้น ขนาดเท่าลูกตาปลาเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 มิลลิเมตร มีสีออกชมพู ขาวอมชมพู

ด้าน น.ส.ฝน เจ้าของร้านบุฟเฟ่ต์ เมื่อรู้ข่าวก็รีบเดินทางมาดูทันทีรู้สึกดีใจแทน ร้านบุฟเฟ่ต์ร้านนี้เปิดมาแล้วประมาณปีกว่า สั่งอาหารมาจากตัวแทนจำหน่ายที่จังหวัดหนองบัวลำภู ซึ่งตั้งแต่เปิดร้านมาก็ไม่เคยพบเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน สำหรับไข่มุกเมโล (Melo Pearl) ถือเป็นอัญมณีจากสิ่งมีชีวิต ได้จากธรรมชาติ โบราณเชื่อว่าไข่มุกเป็นของมีค่าเหมาะสำหรับชนชั้นสูง ตามตำนานเชื่อว่า ไข่มุกเป็นหยดน้ำตาแห่งความสุขของเทพธิดา หากเม็ดงามและสวยซื้อขายกันเป็นราคาหลักล้าน.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ทำไมไม่อยู่วัด! ‘หลวงตา’จำพรรษากลางป่า ผวาพก’มีด-หนังสติ๊ก’ไล่ยิงชาวบ้าน

Posted on August 28, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/676206

ทำไมไม่อยู่วัด! 'หลวงตา'จำพรรษากลางป่า ผวาพก'มีด-หนังสติ๊ก'ไล่ยิงชาวบ้าน

ทำไมไม่อยู่วัด! ‘หลวงตา’จำพรรษากลางป่า ผวาพก’มีด-หนังสติ๊ก’ไล่ยิงชาวบ้าน

วันอาทิตย์ ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 08.59 น.

28 สิงหาคม 2565 เมื่อวันที่ 27 สิงหาคมที่ผ่านมา นายวีระพล รักเสมอวงศ์ รองประธานสภาเทศบาลเมืองบ้านดุง และแอดมินเพจบ้านดุงอัพเดท รับแจ้งจากแฟนเพจและหลานเจ้าของที่ดินให้ไปตรวจสอบมีพระภิกษุนอนอยู่ในป่ารกทึบริมถนนสายอ.บ้านดุง-บ้านโพนสูง หมู่บ้านเทพปรานี หมู่ 12 ต.ศรีสุทโธ อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี ทั้งๆ ที่พระภิกษุควรจะอยู่วัดเพราะช่วงนี้เป็นช่วงเข้าพรรษา และอยากให้ไปดูว่าเป็นพระจริงหรือพระปลอม

โดยชาวบ้านบอกอีกว่า ตอนเช้าๆ จะมีพระภิกษุรูปนี้ใส่ผ้าเหลืองถือบาตรเดินออกจากป่า จากนั้นก็ไปซื้ออาหารฉันท์ที่ตลาด แล้วเดินกลับเข้าป่าไป วันดีคืนดีๆ มีชาวบ้านเข้าป่าไปหาของป่าไม่ว่าจะหาเห็ด หาปลา จะเจอพระรูปนี้ใช้หนังสติ๊กวิ่งยิงไล่ด้วย

ต่อมาผู้สื่อข่าวพร้อมชาวบ้านจึงเดินเข้าไปตรวจสอบที่ป่าแห่งนี้ ซึ่งเป็นที่ส่วนบุคคลในพื้นที่ประมาณ 10 ไร่ เป็นพื้นที่ป่ารกทึบ ส่วนเจ้าของที่เป็นชาว อ.ทุ่งฝน เมื่อเดินลึกไปประมาณ 40 เมตร ก็เจอพระสงฆ์จริงๆ ใส่ผ้าเหลืองกำลังนอนอย่างสบายอารมณ์อยู่ใต้ต้นไม้ โดยมีกระสอบปุ๋ยสีขาว ตัดเป็นแผ่นยาวรองพื้นไว้สำหรับนอนเล่น และมีมีดพกสีดำเหน็บข้างเอว

เมื่อชาวบ้านเดินไปเห็นและบอกว่า เจ้าของที่ให้มาดูว่าพระมาอยู่ที่ตรงนี้ได้อย่างไรและแจ้งให้มาตรวจสอบ พระรูปนี้ก็ลุกขึ้นตึงตัง บอกว่า ‘ใครบอกให้มาดู ที่ตรงนี้เป็นของสิทธิธรรม แต่ตอนนี้เจ้าของตายแล้วโดนงูกัด อาตมามาอยู่ตรงนี้ไม่นาน 7-8 วันแล้ว’

ผู้สื่อข่าวเลยถามว่า ช่วงนี้เข้าพรรษาทำไมไม่อยู่วัด จากนั้นพระรูปนี้ก็เหมือนไม่สบอารมณ์และบอกว่า ‘เพิ่น (เขา) ไม่ให้อยู่วัด เจ้ามาจากไหน!!! พระต้องอยู่ป่าหมด เพิ่น (เขา) ประกาศให้อยู่ป่าตามคำสอนของพระพุทธศาสนา ก่อนจะเดินไปประเทศจีน จำเอาไว้ด้วย อาตมาก็อยู่แบบนี้’

เมื่อถามอีกว่า เป็นพระมาจากไหน พระรูปนี้ก็บอกว่า ชื่อพระแป๊ก อายุ 60 กว่าปี เป็นคนอุบลราชธานี บวชที่ อ.สว่างแดนดิน บวชมาแล้วปี 40  กระทรวงฯให้พระอยู่ป่าก่อน ก่อนจะเดินทางไปประเทศจีนเป็นแสนๆรูป ออกพรรษาก็จะเดินไปประเทศจีนแล้ว ส่วนการฉันท์ข้าวก็เดินถือบาตรออกไปซื้อกิน การอาบน้ำก็อาบน้ำตามน้ำขังในป่าที่ตรงนี้ ส่วนชื่อจริงชื่อพระไม่จำเป็นต้องบอก อาตมาเป็นทหารของกองพลทหารที่ 1 ตอนนี้มีมีด หนังสติ๊กพกติดตัวและพระเพิ่นให้ถือปืนด้วย

ชาวบ้าน ย้ำกับพระรูปนี้อีกว่า เจ้าของที่ดินให้มาตรวจสอบ ว่าเป็นพระทำไมไม่อยู่วัด ทำไมถึงมาอยู่ป่า

พระที่อ้างว่าชื่อแป๊ก ก็มีอารมณ์ฉุนเฉียวบอกด้วยความมึนงงว่า ‘พระ อ.บ้านดุง 4,000 ทำไมมาตรวจสอบ หน้ามืดและอารมณ์ไม่จอยเลยตอนนี้ เจ้าของที่คืออาตมา ไม่มีคนอื่นเป็นเจ้าของที่ หนีๆไปให้หมด’

เมื่อชาวบ้านและผู้สื่อข่าวตรวจสอบแล้วดูแล้วจะคุยไม่รู้เรื่อง อยากให้เจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนาหรือทางอำเภอมาตรวจสอบ มีชาวบ้านถูกหลวงตารูปนี้ หากเดินเข้าไปหาของป่าในป่าแห่งนี้จะใช้หนังสติ๊กวิ่งไล่ชาวบ้านด้วย และไม่รู้ว่าเป็นพระจริงหรือพระปลอม หรือมีสติดีหรือไม่ อยากให้เจ้าหน้าที่ฯ มาตรวจสอบด้วย ตอนนี้ชาวบ้านพากันกลัวหมดแล้วทั้งหมู่บ้าน. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ฮือฮา!‘หน่อไม้พญานาค’ คอหวยไม่พลาดจุดธูปเห็น‘เลขเด็ด’ลุ้นโชคใหญ่

Posted on August 28, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/676201

ฮือฮา!‘หน่อไม้พญานาค’ คอหวยไม่พลาดจุดธูปเห็น‘เลขเด็ด’ลุ้นโชคใหญ่

ฮือฮา!‘หน่อไม้พญานาค’ คอหวยไม่พลาดจุดธูปเห็น‘เลขเด็ด’ลุ้นโชคใหญ่

วันอาทิตย์ ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 08.10 น.

ฮือฮา!‘หน่อไม้พญานาค’ คอหวยไม่พลาดจุดธูปเห็น‘เลขเด็ด’ลุ้นโชคใหญ่

ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2565 จากชาวบ้านที่บ้านเหล่าอุดม ต.บ้านจันทน์ อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี ว่า พบหน่อไม้ประหลาดคล้ายเศียรพญานาค มีชาวบ้านแห่ไปดูและขอเลขเด็ด จึงเดินทางไปพิสูจน์ พบว่า ที่บริเวณกอไผ่เลี้ยงด้านหลังบ้านของบ้านเลขที่ 339 หมู่ 9 บ้านเหล่าอุดม ซึ่งเป็นพื้นที่ของบ้านของ น.ส.บุปผา อายุ 39 ปี เจ้าของบ้าน พบชาวบ้านแห่มาดูหน่อไม้ประหลาดคล้ายเศียรพญานาค และพากันนำธูปเทียนและน้ำแดงมาถวาย ตามความเชื่อของชาวบ้าน ขณะที่ชาวบ้านเชื่อว่าหมู่บ้านแห่งนี้เป็นดินแดนพญานาคแน่นอน เพราะเคยเจอต้นไม้ประหลาดมีเศียรคล้ายพญานาคมาแล้วหลายที่ และชาวบ้านก็มีโชคมาแล้ว

น.ส.บุปฝา เปิดเผยว่า ก่อนหน้าที่จะเจอหน่อไม้เศียรพญานาค เมื่อวันพุธที่ 17 ส.ค.65 ตนเองชวนสามีไปดูต้นอินทผลัมเศียรพญานาคที่ทุ่งนาของเพื่อนบ้าน จึงถือน้ำแดงธูปเทียนและพวงมาลัยไป แต่ค่ำแล้วเจ้าของไม่ให้เข้าไป จึงบอกปู่ว่าคงไม่ได้มาอีกแล้ว แต่ขอให้ปู่นิมิตเข้าฝัน จากนั้นเอาธูปเทียนและพวงมาลัยวางไว้ที่เสาไม้รั้วของสวนยางพารา ก่อนที่จะออกมามีสุนัขที่สวนของเจ้าของบ้านคาบธูปเทียนมาให้หมดเลยตนเองก็เก็บมาด้วย 

ต่อมาเช้าวันศุกร์ที่ 19 ส.ค.65 มีชาวบ้านที่ขับรถผ่านเห็นหน่อไม้ประหลาดที่อยู่ในกอไผ่เลี้ยงข้างบ้านตนเองอยู่ตรงนี้ จึงมาดูก็ตกใจคิดว่าปู่มาอยู่ด้วยแล้ว ก็ถ่ายรูปไว้ ตอนแรกเห็นเป็นสีแดงสวยงามมาก ตนมีความเชื่อเรื่องพญานาคอยู่แล้ว เชื่อและศรัทธาปู่ศรีสุทโธ และฝันว่าท่านเป็นพญานาคมีชื่อด้วย ชื่อว่าปู่ศรีสัญโธนาคราช เป็นรุ่นพี่ปู่ศรีสุทโธ มาจาก จ.นครพนม ท่านมาตามหาลูกหลานที่ดินแดนคำชะโนดแห่งนี้  หลังจากมีหน่อไม้คล้ายเศียรพญานาคเกิดขึ้นที่กอไผ่สามีเคยเจองูจงอางใหญ่ในที่ตรงนี้ด้วย 

ขณะที่คอหวยไม่พลาดนำธูปเทียนจุดถวายปู่ศรีสัญโธนาคราช และจุดธูปมงคลลุ้นเลขเด็ดทั้งนั่งลุ้นยืนลุ้น ปรากฏว่าเลขธูปมงคลชาวบ้านและคอหวยเห็นแล้วถึงกับอึ้ง เพราะเลขที่โผล่คือ 336 เมื่อเทียบกับบ้านเลขที่ของเจ้าของบ้านคือ 339 เลข 6 และ 9 ตัวเดียวกันชาวบ้านเชื่อย่างนั้น คอหวยไม่พลาดลุ้นโชคใหญ่งวด 1 ก.ย.65 มาแน่งวดนี้ 6 และ 9

-005

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปพิเศษ : ‘กอ.รมน.’ จับมือ ‘วช.’ ชูชุมชนเข้มแข็ง สนับสนุนชุมชนต้นแบบเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน

Posted on August 28, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/676166

สกู๊ปพิเศษ : ‘กอ.รมน.’ จับมือ ‘วช.’ ชูชุมชนเข้มแข็ง  สนับสนุนชุมชนต้นแบบเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน

สกู๊ปพิเศษ : ‘กอ.รมน.’ จับมือ ‘วช.’ ชูชุมชนเข้มแข็ง สนับสนุนชุมชนต้นแบบเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน

วันอาทิตย์ ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

การวิจัยเพื่อพัฒนาชุมชนสังคมเป็นเรื่องที่หลายประเทศทั่วโลกส่งเสริมให้เป็น ยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนการพัฒนา ด้วยความสําคัญของชุมชนท้องถิ่นในฐานะเป็นหน่วยของ การจัดระเบียบสังคม (Community as a Social System Unit) และการเป็นรากฐานที่สําคัญ ของประชาสังคม (Civil Society) ความเข้มแข็งของชุมชนจึงเป็นกลไกที่สําคัญอย่างยิ่งบนฐานความเข้มแข็งของชุมชนขนาดเล็กหลายชุมชนรวมกันจะสามารถฟื้นฟูสังคมในภาพรวมให้ดีขึ้นผ่านการพึ่งพาตนเองของคนในชุมชนอย่างยั่งยืน และสอดคล้องกับนิเวศวัฒนธรรมในแต่ละท้องถิ่น

โดยที่การพัฒนาจะต้องมุ่งตอบโจทย์หรือคําถามที่ชุมชนต้องการ ช่วยหาทางออกในการแก้ปัญหา และที่สําคัญคือสร้างโอกาสให้ชุมชนทบทวนศักยภาพหรือทุนเดิมที่เป็นองค์ความรู้ที่อยู่คู่กับชุมชน นําไปผสมผสานกับความรู้ใหม่ในการแก้ไขปัญหาหรือการพัฒนา บนหลักการที่ว่า ชุมชนจะเป็นผู้ตัดสินใจเลือกใช้ความรู้นั้นๆ ผ่านกระบวนการกลุ่มบนฐานความจริงในปัจจุบัน มากกว่าการพึ่งพาความรู้จากภายนอกเพียงอย่างเดียว

สําหรับประเทศไทย การพัฒนาองค์ความรู้ในชุมชนท้องถิ่นที่ผ่านมามุ่งเน้นการผลักดันนโยบายการพัฒนาในลักษณะของ Top – Down จากภาครัฐ และการถอด องค์ความรู้การพัฒนาระบบเกษตรกรรมเพื่อขยายผลในระดับพื้นที่ ตลอดจนการยกระดับให้เป็นชุดความรู้และเผยแพร่สู่สังคม มากกว่าการทําวิจัยที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อการพัฒนาปรับเปลี่ยนสิ่งต่างๆ ให้ดีขึ้นเชิงประจักษ์เพื่อมุ่งต่อยอดองค์ความรู้ไปสู่การปฏิบัติในระดับท้องถิ่นหรือชุมชนได้จริง ส่งผลให้การพัฒนาชุมชนที่ได้ดําเนินการมาเป็นระยะเวลายาวนานของประเทศไทย กลับไม่สามารถตอบโจทย์ปัญหาในชุมชนที่มีความซับซ้อนมากขึ้นตามสภาพการเปลี่ยนแปลงของสังคม ภาพของชุมชนที่ไม่สามารถพึ่งพาตนเองและเป็นเพียงผู้ที่รอรับความช่วยเหลือไม่เคยจางหายไปจากสังคมไทย แต่กลับพบว่ายิ่งช่วยเหลือหรือยิ่งพัฒนา ชุมชนกลับยิ่งอ่อนแอ และต้องพึ่งพารัฐมากขึ้น

จากข้อมูลดังกล่าวภาครัฐจึงจําเป็นต้องทบทวนบทบาทการ พัฒนาชุมชนท้องถิ่นจากผู้สั่งการมาเป็นผู้สนับสนุนการค้นหาศักยภาพและการพัฒนา โดยให้ความสําคัญกับภูมิปัญญาของชุมชน สอดคล้องกับการศึกษาเรื่องชุมชนเข้มแข็งในทัศนะของชาวชุมชน กรณีศึกษาบ้านปลายคลองบางโพธิ์เหนือ หมู่ที่ 3 ตําบลบางโพธิ์เหนือ อําเภอสามโคกจังหวัดปทุมธานี ที่เสนอว่า การสร้างชุมชนเข้มแข็งควรมีการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในชุมชนมาสร้างประโยชน์ในทุกมิติ ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วม โดยมีภาครัฐเป็นผู้สนับสนุนตามหลักการพึ่งพาตนเอง

ด้วยความสําคัญของการวิจัยเพื่อชุมชนสังคม ผนวกกับการที่การพัฒนาชุมชนเป็นส่วนหนึ่งของงานในความรับผิดชอบกองอํานวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ด้วยเหตุผลว่าความเข้มแข็งของชุมชนเป็นประเด็นความมั่นคงที่มีผลต่อความมั่นคงแห่งรัฐ ในภาพรวม นํามาสู่การจัดทําบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่ ระหว่าง กอ.รมน. และ สํานักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ในการนําองค์ความรู้จากผลงานวิจัยและนวัตกรรมของ วช. ไปถ่ายทอดสู่ศูนย์เรียนรู้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ประจําตําบลของเครือข่ายปราชญ์เพื่อความมั่นคง ซึ่งเป็นปราชญ์ชาวบ้าน ที่ กอ.รมน. ให้การสนับสนุนอยู่เดิม เพื่อช่วยยกระดับศักยภาพและเสริมสร้างความเข้มแข็งและคุณภาพชีวิตให้คนในชุมชนมีความกินดีอยู่ดี ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และเพื่อให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคง ในทุกมิติ จากความต้องการของชุมชน

และคาดหวังว่าองค์ความรู้ที่ได้จากผลงานวิจัยและนวัตกรรมโดยการสนับสนุนของภาครัฐ จะทําให้ชุมชนสามารถยกระดับศักยภาพความเข้มแข็ง และเสริมสร้างคุณภาพชีวิตให้คนในชุมชน มีความกินดีอยู่ดีตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2565 ที่ผ่านมา กอ.รมน. ร่วมกับ วช. กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการใช้ประโยชน์องค์ความรู้จากผลงานวิจัยและนวัตกรรม เพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่ : ชุมชนเข้มแข็ง ด้วยวิจัยและนวัตกรรม เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการใช้ประโยชน์ องค์ความรู้จากผลงานวิจัยและนวัตกรรมในการบูรณาการขับเคลื่อนงานวิจัยและนวัตกรรมไปสู่การใช้ประโยชน์เพื่อการพัฒนาชุมชนสังคมในพื้นที่ของ กอ.รมน.อันเป็นฐานรากของการพัฒนาเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ  ณ อาคารรื่นฤดี กอ.รมน. เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร

พล.อ.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ เลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร กล่าวว่า กอ.รมน. เป็นหน่วยงานด้านความมั่นคง มีอำนาจหน้าที่และรับผิดชอบเกี่ยวกับการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เป็นองค์กรหลักในการบูรณาการอำนวยการ ประสานการปฏิบัติ และกำกับดูแลการปฏิบัติงานป้องกันและแก้ไขปัญหาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้เกิดความสงบสุขของประชาชนหรือความมั่นคงของรัฐ พร้อมทั้งดำเนินการเสริมสร้างให้ประชาชนตระหนัก ในหน้าที่ที่จะเทิดทูน พิทักษ์และรักษาไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ โดยให้ความสำคัญต่อการส่งเสริมให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม ทั้งในการป้องกันและแก้ไขปัญหาต่างๆ และสนับสนุนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ด้วยการน้อมนำแนวทางพระราชทาน “เข้าใจ เข้าถึงพัฒนา” และ “ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” เป็นหลักในการดำเนินงานโดยมีกลไกโครงสร้างของส่วนบริหาร ส่วนอำนวยการส่วนประสานงานและส่วนปฏิบัติงานในพื้นที่ สร้างพลังสังคม พลังชุมชน นวัตกรรมชุมชน นวัตกรรมสังคมเพื่อพัฒนาประเทศไทยให้ก้าวสู่ข้างหน้าด้วยความมั่นคง สังคมไทยมีความสงบสุข ตามแนวทางหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง บนพื้นฐานความรู้ด้านการวิจัยและนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ในการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ได้อย่างแท้จริง

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. มุ่งหวังเป็นกลไกหนึ่งในการร่วมปฏิบัติพัฒนานำองค์ความรู้และนวัตกรรมไปพัฒนาประเทศ ตามเจตจำนงของรัฐบาลในการสร้างความเข้มแข็งจากฐานราก สร้างพลังสังคม พลังชุมชน นวัตกรรมชุมชน นวัตกรรมสังคมเพื่อพัฒนาประเทศไทยให้ก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง โดยเห็นความสำคัญของการร่วมมือกับ กอ.รมน.หน่วยงานภาคความมั่นคงที่ร่วมสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของรัฐ ความมั่นคงทางสังคม ความมั่นคงแบบพิเศษ ความมั่นคงทางทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม พลังงาน และอาหารรวมถึงความมั่นคงเฉพาะพื้นที่ตลอดระยะเวลา 3 ปีของการดำเนินงานภายใต้ความร่วมมือในระยะแรก

นับเป็นความร่วมมืออันดีในการส่งต่อองค์ความรู้จากผลงานวิจัยและนวัตกรรมสู่พื้นที่ชุมชน สู่ศูนย์เรียนรู้ ของเครือข่ายปราชญ์เพื่อความมั่นคง นำองค์ความรู้สู่ประชาชนในพื้นที่ของ กอ.รมน. ให้เป็นชุมชนที่เข้มแข็งบนฐานความรู้ ด้านการวิจัยและนวัตกรรม และการก้าวเข้าสู่การดำเนินงานระยะที่ 2 ของความร่วมมือนี้ วช. และภาคส่วนวิจัย พร้อมร่วมดำเนินการกับ กอ.รมน. ในการพัฒนาเชิงพื้นที่ ด้วยวิจัยและนวัตกรรม ในการนำองค์ความรู้ไปพัฒนากระบวนการผลผลิต การพัฒนาอาชีพ การพัฒนาคุณภาพชีวิต การพัฒนาสังคม การพัฒนาสิ่งแวดล้อมและพลังงานให้แก่ชุมชน และประชาชนในพื้นที่ของ กอ.รมน. ให้เป็นชุมชนที่เข้มแข็งและมีความยั่งยืน อันนับเป็นการส่งเสริมการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และเป็นกลไกสำคัญในการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ประชาชนและชุมชนฐานรากของประเทศได้อย่างยั่งยืนด้วยวิจัยและนวัตกรรม

สำหรับการลงนามบันทึกข้อตกลงในครั้งนี้เป็นโครงการต่อเนื่องจากปี 2562 ซึ่งจะครบกำหนดสิ้นสุดสัญญาในวันที่ 27สิงหาคม 2565 ที่จะถึงนี้ โดยการดำเนินงานที่ผ่านมาได้มีการนำผลงานวิจัยและเทคโนโลยีต้นแบบเข้าไปแก้ไขปัญหาให้กับชุมชนในพื้นที่เป้าหมาย จนสามารถพัฒนาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ชุมชน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับคนในพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม ภายในงานมีการจัดนิทรรศการแสดงผลงานวิจัยและนวัตกรรม จำหน่ายสินค้าเกษตรอินทรีย์ท้องถิ่น

พร้อมกันนี้ ได้มีพิธีมอบรางวัลให้กับชุมชนต้นแบบที่บรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน จำนวน 7 ชุมชน รางวัลชุมชนดีเด่น ได้แก่ พาราโบลาโดม จากวิสาหกิจชุมชนสมุนไพรเกษตรอินทรีย์บ้านดงบัง, นวัตกรรมเครื่องผ่าไม้และจักตอกแบบเลาะข้อ จากชุมชนบ้านทุ่งนาค จ.สุรินทร์, เครื่องอบแห้งอินฟราเรดเทคโนโลยีการผลิตข้าวฮางงอก จากวิสาหกิจชุมชนกลุ่มศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชนบ้านไผ่เขียว จ.อุตรดิตถ์ และ นวัตกรรมระบบผลิตผักและปุ๋ยหมัก จากชุมชนบ้านโหนดหมู่ จ.พัทลุง ส่วนรางวัลชมเชย ได้แก่ เครื่องสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ จากวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์วิถียั่งยืนบ้านบางแตน จ.ปราจีนบุรี, ระบบการผลิตผักและข้าวโพดฝักสด จากกลุ่มเกษตรกรสมาชิกศูนย์ส่งเสริมการเกษตรครบวงจรตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง จ.สระแก้ว และเครื่องสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ จากชุมชนบ้านวังช้าง จ.ชุมพร

ความร่วมมือดังกล่าวสอดคล้องตามพันธกิจของ กอ.รมน. ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน เสริมสร้างความมั่นคงของรัฐ ด้วยการสร้างเสริมศักยภาพชุมชนสร้างเศรษฐกิจฐานราก ส่งเสริมเศรษฐกิจระดับท้องถิ่นให้มีความเข้มแข็ง สามารถพึ่งพาตนเองได้ อันจะนำไปสู่การสร้างโอกาส สร้างอาชีพ และ
ยกระดับมาตรฐานความเป็นอยู่ของประชาชนในท้องถิ่นให้ดีขึ้นตามแผนยุทธศาสตร์ชาติอย่างเป็นรูปธรรม

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

รายงานพิเศษ : ก้าวข้ามความขัดแย้งที่ชายแดนใต้ สร้างพื้นที่ความมั่นคงทางด้านอาหาร

Posted on August 28, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/676167

รายงานพิเศษ : ก้าวข้ามความขัดแย้งที่ชายแดนใต้  สร้างพื้นที่ความมั่นคงทางด้านอาหาร

รายงานพิเศษ : ก้าวข้ามความขัดแย้งที่ชายแดนใต้ สร้างพื้นที่ความมั่นคงทางด้านอาหาร

วันอาทิตย์ ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ภาคใต้ตั้งแต่จังหวัดชุมพรไปถึงปลายด้ามขวาน ถือเป็นพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของชาติ โดยเฉพาะจังหวัดชายแดน สตูล ยะลา ปัตตานี นราธิวาส

นายนิพนธ์ บุญญามณี ขุนพลคนสำคัญรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์แถลงวันก่อน ว่า ประชาธิปัตย์พร้อมที่จะประกาศผลักดันจังหวัดชายแดนใต้ให้เป็นพื้นที่ความมั่นคงทางอาหาร ภายใต้ยุทธศาสตร์ เกษตรผลิต-พาณิชย์ตลาด โดยตั้งใจจะให้ทุกจังหวัดของชายแดนใต้เป็นพื้นที่ความมั่นคงทางอาหาร เพื่อการบริโภคในพื้นที่บริโภคภายในประเทศ และเป็นครัวของโลก โดยเฉพาะประชากรมุสลิมกว่า 2,000 ล้านคนทั่วโลก

นายนิพนธ์กล่าวว่า จากการศึกษาและการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับประชาชนในหลายพื้นที่พบว่า ความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้เป็นพื้นที่ที่สามารถสร้างผลผลิตทางการเกษตรได้ จึงต้องส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนา ผลผลิตที่สอดคล้องความต้องการของตลาด อย่างหลากหลาย รวมทั้งด้านปศุสัตว์ พร้อมทั้งการจะพลิกนาร้างให้เป็นนาข้าว ร่วมสามแสนไร่ให้เป็นนาข้าวในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เราจะจัดระบบชลประทานให้เข้าไปถึงที่นาแห่งนี้ และสร้างผลตอบแทนทางการเกษตรที่เรียกว่านาข้าวเลี้ยงคนในพื้นที่ได้

นอกจากนั้นพื้นที่ที่เป็นประมงพื้นบ้าน หรือประมงชายฝั่งในลุ่มน้ำต่างๆ จะมีการส่งเสริมด้านการเพาะเลี้ยงไม่ว่าจะเป็นปลากะพง ปลากุเลา หรือปลาสายพันธุ์ต่างๆ ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมประมงได้พัฒนาสายพันธุ์ในหลายชนิด ซึ่งเราสามารถเพาะเลี้ยงเป็นพาณิชย์ได้ สิ่งเหล่านี้จะนำมาสู่การสร้างเศรษฐกิจมูลค่าเพิ่มให้กับพี่น้องชาวประมง รวมถึงปูม้า ปูทะเลและปูดำ เป็นต้น พร้อมกับให้มีการอนุรักษ์ประมงชายฝั่ง

นอกจากนั้นเรายังมีพื้นที่สวนโดยส่งเสริมให้พื้นที่เหล่านี้เป็นพื้นที่ไม้ผล จนเป็นที่ยอมรับของทั้งประเทศ อาทิ ทุเรียน ลองกอง มังคุด จำปาดะ เป็นต้น สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่จะบอกว่าเราจะนำพื้นที่ใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ไปสู่พื้นที่ความมั่นคงทางด้านอาหาร เลี้ยงคนในประเทศไทย ตลอดจนสามารถเลี้ยงคนได้ทั่วโลกต่อไปในอนาคต ที่ต้องส่งเสริมตั้งแต่ต้นน้ำคือการอบรมให้ความรู้ สนับสนุนการเข้าถึงแหล่งทุนเพื่อประกอบอาชีพ ที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำให้หน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลและพัฒนาในด้านต่างๆ ที่สามารถแปรเปลี่ยนเป็นผลผลิตเพื่อการยังชีพ และแปรรูปเพื่อสนับสนุนการบริโภคทั้งในพื้นที่และในประเทศได้อย่างเพียงพอรวมทั้งจะสามารถเป็นแหล่งอาหารที่สำคัญให้กับหลายประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศมุสลิมที่จะเชื่อมั่นต่ออาหารที่ผลิตจากแหล่งผลิตที่ผู้ประกอบการเป็นมุสลิม หรืออาหารที่ฮาลาล ซึ่งปัจจุบันผลผลิต ทั้งเพื่อการบริโภคและการส่งออกจากพื้นที่จังหวัดชายแดนมีมูลค่านับแสนล้านบาท และยังสามารถสร้างการเติบโตทั้งด้านการผลิต และการส่งออกได้อีกเป็นจำนวนมาก

“ได้หารือท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ และท่านเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ซึ่งทั้งสองท่านต่างเห็นตรงกัน พร้อมให้การสนับสนุนและเสริมทั้งด้านการผลิตและการตลาด ภายใต้ยุทธศาสตร์ เกษตรผลิต-พาณิชย์ตลาด ยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ให้กับประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ให้ดียิ่งขึ้น และพร้อมผลักดันในทุกช่องทางเพื่อให้นโยบายนี้ประสบความสำเร็จเพื่อนำไปสู่การสร้างรายได้และเพิ่มคุณภาพชีวิตให้แก่ประชาชนในพื้นที่ ก้าวข้ามความขัดแย้งเปลี่ยนพื้นที่ความไม่สงบเป็นพื้นที่ความมั่นคงด้านอาหารของประเทศไทย” นายนิพนธ์ กล่าวให้ความเชื่อมั่น

ยุทธศาสตร์นี้ กำลังจะเป็นความจริง เมื่อ นายนิพนธ์บุญญามณี ในฐานะรมช.มหาดไทย พร้อมด้วย พล.ร.ต.สมเกียรติผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) และผู้ที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมปรึกษาหารือการจัดทำข้อมูลเตรียมผลักดันจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นพื้นที่ความมั่นคงทางอาหาร ภายใต้ยุทธศาสตร์เกษตรผลิต-พาณิชย์ตลาด เพื่อสร้างรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนในพื้นที่ ในการนำไปสู่การแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ได้อย่างยั่งยืน

ซึ่ง ศอ.บต. เป็นหน่วยงานที่สำคัญในการดูแลพื้นที่เพื่อการพัฒนาและสร้างความมั่นคงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยวันนี้จะเป็นการหารือ เพื่อจัดทำข้อมูล และเตรียมการในเรื่องยุทธศาสตร์ และผลักดันพื้นที่ฯให้เป็นพื้นที่ความมั่นคงทางด้านอาหารต่อไป

ล่าสุด นายนิพนธ์ บุญญามณี ในฐานะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กพต.) เป็นประธานการประชุมติดตามความก้าวหน้า การขับเคลื่อนโครงการก่อสร้างถนนเชื่อมต่อด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่-ด่านบูกิตกายูฮีตัมของมาเลเซีย

โดยจังหวัดสงขลาได้เสนอโครงการก่อสร้างถนนเพื่อรองรับการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา ถนนเชื่อมด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่-
ด่านบูกิตกายูฮีตัม ของประเทศมาเลเซีย มีองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลาเป็นหน่วยงานรับผิดชอบ วงเงินงบประมาณ 251,966,800 บาท

งานนี้ ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเปิดไฟเขียวหมดแล้ว เหลือเพียงนำเข้าครม.อนุมัติ

นี่แหละศักยภาพของชายแดนใต้ที่จะช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจประเทศ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, รายงานพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อุบัตเหตุ‘บันไดเลื่อน’จากความแออัด

Posted on August 28, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/676146

อุบัตเหตุ‘บันไดเลื่อน’จากความแออัด

อุบัตเหตุ‘บันไดเลื่อน’จากความแออัด

วันอาทิตย์ ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

เป็นเวลา 130 ปีแล้วนับจากปี 2435 ที่ เจสซี วิลฟอร์ด เรโน (Jesse Wilford Reno) นักประดิษฐ์ชาวอเมริกัน ได้จดสิทธิบัตรสิ่งที่ต่อมาจะถูกเรียกว่า “บันไดเลื่อน (Escalator)” และเริ่มก่อสร้างให้ใช้งานกันในปี 2439 ณ บริเวณด้านข้างของท่าเรือโอลด์ ไอรอน (Old Iron) ย่านโคนีย์ ไอส์แลนด์ (Coney Island)เมืองนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ซึ่ง กินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ด (Guinness World Records) ได้รับรองให้สิ่งประดิษฐ์ของ เรโน เป็นบันไดเลื่อนที่ใช้งานได้จริงแห่งแรกของโลก แม้จะมีนักประดิษฐ์หลายคนจดสิทธิบัตรสิ่งประดิษฐ์แนวเดียวกันไว้ก่อนหน้าก็ตาม

สำหรับประเทศไทย คนไทยได้สัมผัสบันไดเลื่อนกันเป็นครั้งแรกในปี 2507 ในการเปิดตัว “ห้างไทยไดมารู” ซึ่งห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ยังเป็นห้างแห่งแรกที่ติดตั้งเครื่องปรับอากาศด้วย ก่อนที่บันไดเลื่อนจะกลายเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกคู่ห้างสรรพสินค้า อาคารสำนักงาน และระบบสาธารณูปโภคอย่าง “สถานีรถไฟฟ้า” ที่เพิ่งจะมีข่าวเกิดอุบัติเหตุไปเมื่อช่วงกลางเดือน ส.ค. 2565 ที่ผ่านมา

เมื่อช่วงต้นสัปดาห์นี้ สุพรรณ ทิพย์ทิพากร หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวถึง อุบัติเหตุบันไดเลื่อนที่สถานีรถไฟฟ้า BTS สุรศักดิ์ ซึ่งในวันเกิดเหตุนั้นเกิดฝนตก ประกอบกับบริเวณดังกล่าวมีการจัดงานคอนเสิร์ต ทำให้ผู้คนจำนวนมากหลบฝน แย่งกันขึ้นบันไดเลื่อนจนออกันหนาแน่นด้านบนของบันไดเลื่อนตรงชานชาลา ไม่มีการเคลื่อนตัว แต่บันไดเลื่อนยังคงทำงานอยู่ ดันคนจากข้างล่างขึ้นไปอีกจนทำให้มีคนเสียหลัก ล้มจากด้านบนเป็นโดมิโน่ทับกันลงมาได้รับบาดเจ็บนับสิบราย

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อาจารย์สุพรรณแสดงความเป็นห่วงบันไดเลื่อนอีกกว่า 40,000 เครื่อง ที่ใช้งานอยู่ทั่วประเทศไทย ซึ่งบันไดเลื่อนสมัยใหม่ในไทยจะมีระบบเพื่อความปลอดภัยตามข้อกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยของระบบบันไดเลื่อนและทางเลื่อนอัตโนมัติ พ.ศ.2565 ของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งพัฒนามาจากมาตรฐานยุโรป EN 115-1:2017 Safety of Escalators and Moving Walks

โดยจะมีเซ็นเซอร์ (Sensor) อยู่ 15 ตำแหน่ง และปุ่มกดหยุดด้วยมือฉุกเฉินอยู่ แต่สำหรับบันไดเลื่อนสาธารณะที่ใช้ขนส่งมวลชนที่สถานีรถไฟฟ้า BTS นั้น ควรจะมีระบบความปลอดภัยที่มากกว่าบันไดเลื่อนที่ใช้งานในสถานที่ทั่วไป เช่นตามโรงแรม เนื่องจากในแต่ละวัน มีผู้ใช้รถไฟฟ้าทั้งระบบประมาณ 800,000-900,000 คน ชั่วโมงบริการยาวนานและมีความแออัดมากกว่า

“ทาง BTS ควรมีเจ้าหน้าที่ของสถานีคอยสังเกต ในช่วงที่มีคนใช้บริการจำนวนมากเกินความปลอดภัย ต้องมีการจัดการกั้นไม่ให้คนขึ้นมาเพิ่มจากด้านล่าง และจัดคิวให้คนทยอยขึ้น-ลง พัฒนาเสริมระบบความปลอดภัยมีอุปกรณ์ตรวจจับแบบอัตโนมัติ (Sensor) ให้บันไดเลื่อนหยุดการทำงานเมื่อมีคนหยุดยืนออกันที่ด้านบน ไม่ให้ดันคนขึ้นไปเพิ่ม

และอาจเสริมด้วยเทคโนโลยี IoT (อินเตอร์เนตของสรรพสิ่ง) เพื่อแจ้งเตือนเหตุไปยังศูนย์ควบคุมแบบ Real-time และ AI (ปัญญาประดิษฐ์) เพื่อจำแนกอุบัติเหตุ, การหกล้ม (Real-time Fall Detection) ของคนบนบันไดเลื่อนเพื่อสั่งการหยุดการทำงานของบันไดเลื่อนได้ทันท่วงที ในฮ่องกงยังมีการใช้ AI เพื่อทำนายคาดการซ่อมแซมบันไดเลื่อนก่อนที่จะเกิดเหตุชำรุดขึ้นจริงอีกด้วย” อาจารย์สุพรรณ กล่าว

ด้าน ผศ.ดร.ศิรดล ศิริธร ผู้เชี่ยวชาญด้านคมนาคมและประธานหลักสูตรขนส่งทางราง คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า “แม้หลักการออกแบบการพัฒนาที่ดินรอบสถานีขนส่งมวลชน คือจะต้องวางตำแหน่งสถานีให้ใกล้กับแหล่งชุมชนและแหล่งกิจกรรมเพื่อให้ผู้เดินทางเดินถึงได้ง่าย แต่ก็มีข้อยกเว้นสำหรับแหล่งกิจกรรมที่ก่อให้เกิดการเดินทางจำนวนมากในช่วงเวลาสั้นๆ” เช่น สนามกีฬา โรงละคร หรือสถานที่จัดคอนเสิร์ต

ซึ่งหลายประเทศยุโรปซึ่งเข้มงวดในความปลอดภัยมักจะวางตำแหน่งสถานีไว้ไกลจากแหล่งกำเนิดการเดินทางใหญ่ๆ ราว 1-2 กิโลเมตร ดังตัวอย่าง อัลลิอันซ์ อารีน่า สนามฟุตบอลใหญ่ที่สุดในเยอรมนี เมืองมิวนิค ตั้งอยู่ห่างจากสถานีรถไฟฟ้า เฟิร์ทมานนิ่ง (Fröttmaning) 1.1 กม. โรงละครรอยัล อัลเบิร์ต ฮอล ในลอนดอน ตั้งอยู่ห่างจากสถานีรถไฟฟ้าเซาท์เคนซิงตัน (South Kensington) 1 กม. ทั้งนี้เพื่อให้ฝูงชนขนาดใหญ่ค่อยๆ กระจายความหนาแน่นลงขณะที่เดินมาสู่สถานี ทำให้ชานชาลาและพื้นที่อื่นๆ ของสถานีสามารถรองรับผู้โดยสารได้

“บ้านเรามีสถานีรถไฟฟ้าที่ตั้งอยู่ใกล้ศูนย์ประชุม ศูนย์แสดงสินค้าและสนามกีฬาอยู่บ้าง แต่ที่ผ่านมายังไม่มีปัญหารุนแรงมากไปกว่าสภาพผู้โดยสารคับคั่งในบางช่วงเวลา อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดอาจเกิดขึ้นได้เสมอ กรณีเหตุที่สถานีรถไฟฟ้าสุรศักดิ์ จึงควรถือเป็นกรณีศึกษา อีกไม่นานเราจะมีสถานีรถไฟฟ้าสายสีส้มและสีชมพู ซึ่งใกล้แล้วเสร็จที่เชื่อมต่อกับ ราชมังคลากีฬาสถาน จุคนได้ 50,000-80,000 คน และ ธันเดอร์โดม สเตเดี้ยม อิมแพ็ค จุ 15,000 คน

การย้ายคงเป็นไปไม่ได้ แต่ยังมีมาตรการการบริหารจัดการเพื่อความปลอดภัยอื่นๆ ที่สามารถทำได้ เช่น การจัดกิจกรรมหลังจากจบคอนเสิร์ต หรือหลังแมทช์การแข่งขันซึ่งจะสามารถดึงดูดคนส่วนหนึ่งให้เข้าสถานีรถไฟฟ้าช้าลง การจัดระเบียบหรือการสร้างแถวคอยก่อนเข้าสู่สถานี ก็จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดเหตุไม่พึงประสงค์ได้”อาจารย์ศิรดล กล่าว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

รายงานพิเศษ : ‘มหาอำนาจอาหารโลก’ โอกาสของภาคเกษตรไทย

Posted on August 28, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/676158

รายงานพิเศษ : ‘มหาอำนาจอาหารโลก’  โอกาสของภาคเกษตรไทย

รายงานพิเศษ : ‘มหาอำนาจอาหารโลก’ โอกาสของภาคเกษตรไทย

วันอาทิตย์ ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

หมายเหตุ : เรียบเรียงจากการบรรยายของ อลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในช่วงเสวนา หัวข้อ “อนาคตประเทศไทย Thailand Growth” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการจัดงานฉลอง “ปฐมฤกษ์สมาคมสมาชิกรัฐสภาไทย” โดยสมาคมสมาชิกรัฐสภาไทย ณ ห้องประชุม ชั้น 4 รร.อัศวิน แกรนด์คอนเวนชั่น ถนนวิภาวดีรังสิต หลักสี่ กรุงเทพฯ

ข้อมูลจาก องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ระบุว่า จากประชากรโลกทั้งหมด 7,000 ล้านคน ส่งผลให้โลกนี้ต้องการอาหารสำหรับมนุษย์ 9,400 ล้านตัน/ปี และอาหารเลี้ยงสัตว์อีก 1,000 ล้านตัน/ปี นอกจากนั้น เมื่อโลกเข้าสู่ยุคสมัยของสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 มีประชากรโลกจำนวนมากประสบปัญหาอดอยาก ซ้ำร้ายยังเกิดสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครน ซึ่งกระทบต่อต้นทุนการผลิตอาหาร (ปุ๋ย พลังงาน) ยังไม่ต้องกล่าวถึงความเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศ(Climate Change) ที่ผลกระทบต่อระบบการผลิตนั้นยากจะคาดเดา

“ปี 2560 ประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกอาหารอันดับ 14 ของโลก แม้ว่าจะเผชิญโควิด-19 ปีที่ผ่านมา (2564) เราก้าวขึ้นมาอยู่อันดับ 13 ของโลก ด้วยรายได้การส่งออกกว่า 1 ล้านล้าน ด้วยอัตราการเติบโต 11.8% และยิ่งเกิดโควิด-19 การส่งออกด้านเกษตร-อาหาร กลายเป็นแชมป์การส่งออกเหนือกว่าหลายคลัสเตอร์ทั้งหมด แต่สิ่งเหล่านี้จะปล่อยให้โอกาสผ่านไปแล้วไม่ไขว่คว้า ไม่มีวันที่จะเกิดความยั่งยืนต่ออนาคตประเทศไทย” อลงกรณ์ ระบุ

ปัจจุบัน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มี 5 ยุทธศาสตร์ปฏิรูปภาคเกษตร ประกอบด้วย 1.ยุทธศาสตร์ตลาดนำการผลิต 2.ยุทธศาสตร์เทคโนโลยีเกษตร 4.0 3.ยุทธศาสตร์ 3S (เกษตรปลอดภัย-Safety เกษตรมั่นคง-Security เกษตรยั่งยืน- Sustainable) 4.ยุทธศาสตร์เกษตรยั่งยืนบนฐานศาสตร์พระราชา และ 5.ยุทธศาสตร์การทำงานเชิงรุก บูรณาการทุกภาคส่วนในรูปแบบหุ้นส่วน (Partnership Model) โดยมี “12 คานงัด”ที่จะเป็นจุดเปลี่ยนภาคเกษตรไทย ได้แก่

1.ศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม (AIC) ปัจจุบันมีครบ 77 จังหวัดทั่วประเทศ และมีศูนย์ความเป็นเลิศเฉพาะด้านอีก 23 แห่ง ซึ่งนับตั้งแต่เริ่มทยอยตั้งศูนย์นี้ในเดือน มิ.ย. 2563 เป็นต้นมา มีนวัตกรรมแล้วเกือบ 800 นวัตกรรม โดยร่วมมือกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ผ่านกลไกมหาวิทยาลัยที่ตั้งอยู่ในจังหวัดต่างๆ สามารถถ่ายทอดเทคโนโลยีไปแล้วกว่า 10,000 ฟาร์ม

2.ศูนย์ข้อมูลเกษตรแห่งชาติ (NABC) ตั้งอยู่ที่ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร เชื่อมโยงฐานข้อมูลระหว่างกระทรวง รวมถึงธนาคารแห่งประเทศไทยและสถาบันการศึกษา โดยคาดหวังให้เกษตรกรสามารถใช้งานข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพื่อวิเคราะห์และวางแผนการผลิตได้อย่างแม่นยำ ผ่านโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน 3.เปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล (Digital Transformation) ตั้งเป้า 22 หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ต้องใช้ระบบดิจิทัลในการบริหารและบริการประชาชน ก่อนที่รัฐบาลชุดปัจจุบันจะครบวาระ

“การทำ Digital Signature (ลายเซ็นดิจิทัล) การอนุมัติออนไลน์ วันนี้เกิน 60% ของข้าราชการที่มีอำนาจตามกฎหมายในการให้ใบอนุญาต ในการออกอนุมัติ ให้เกิด Good Governance (ธรรมาภิบาล) ไม่ต้องผ่านโต๊ะ รวมทั้งระบบ NSW (National Single Window – ระบบการบริการเชื่อมโยงข้อมูลหน่วยงานภาครัฐและภาคธุรกิจ) ซึ่งพูดกันมา 30 ปี ตั้งแต่ผมลงผู้แทนครั้งแรก วันนี้ 90% ทั้งของกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับระบบ National Single Window ทำธุรกรรมระหว่างประเทศ วันนี้ 90% ของระบบ” อลงกรณ์ ยกตัวอย่าง

4.เกษตรอัจฉริยะ (Smart Farming) เดินหน้าภายใต้ยุทธศาสตร์เกษตร 4.0 โดยร่วมมือกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย จับคู่ได้ 2 ล้านไร่ ระหว่างเกษตรแปลงใหญ่กับภาคธุรกิจ อีกทั้งส่งเสริมการทำการตลาดออนไลน์ มีผู้เชี่ยวชาญ 60 คนเข้ามาสนับสนุน ซึ่งจะเห็นว่าในสถานการณ์โควิด-19 มูลค่าการซื้อ-ขายสินค้าทางออนไลน์(E-Commerce) เพิ่มขึ้นเนื่องจากพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภค

5.เกษตรกรรมยั่งยืน โดยเฉพาะ “เกษตรในเมือง” สืบเนื่องจากชุมชนเมืองนั้นไม่มีความมั่นคงด้านอาหาร หากเกิดสถานการณ์ไม่คาดคิด เมืองจะเป็นสถานที่ที่คนที่จะประสบภาวะอดอยากและโกลาหลถึงขั้นจลาจล ในส่วนนี้ที่ดำเนินการ เช่น เพิ่มพื้นที่สีเขียว ส่งเสริมพื้นที่เกษตรในมหาวิทยาลัย ขณะเดียวกันยังส่งเสริม “เกษตรอินทรีย์” ปัจจุบันมีพื้นที่แล้ว 1.5 ล้านไร่ เกษตรกรที่เข้าร่วมอีกเกือบ 1 แสนราย

6.อาหารแห่งอนาคต (Future Food) ปัจจุบันมี 2 สิ่งที่กำลังมาแรงอย่าง “เนื้อสัตว์จากพืช (Plant Base)” อาหารเจที่ตอบสนองผู้หลีกเลี่ยงการบริโภคเนื้อสัตว์จริง (Vegan)กับ “โปรตีนจากแมลง (Insect Protein)”ที่สามารถใช้เป็นอาหารได้ทั้งคนและสัตว์ 7.ระบบโลจิสติกส์เพื่อการเกษตร เช่น Low Cost Air Cargo เชื่อมไทย-เชื่อมโลก , อีสาน Gateway เส้นทางรถไฟเชื่อมไปยัง สปป.ลาว เข้าสู่ประเทศจีน และต่อเนื่องเข้าสู่ภูมิภาคเอเชียกลางผ่านประเทศคาซัคสถาน ซึ่งจะเชื่อมต่อไปยังทวีปยุโรปได้

8.เกษตรแปลงใหญ่ ปัจจุบันเกิดแล้วกว่า 8,000 แปลง และในปี 2564 ที่ผ่านมา มีกว่า 3,000 แปลง ยกระดับสู่การผลิตและบริหารจัดการแบบใหม่ซึ่งใช้เทคโนโลยีเข้ามาสนับสนุน ตอบโจทย์การลดลงของแรงงานภาคเกษตร และอายุเฉลี่ยของเกษตรกรที่มากขึ้น 9.ยกระดับเกษตรก้าวใหม่ โดยร่วมมือกับ สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน)จัดทำมาตรฐานคุณวุฒิวิชาชีพในภาคเกษตร ปัจจุบันดำเนินการไปแล้ว 100 มาตรฐานวิชาชีพ เพื่อให้เกษตรกรเป็นอาชีพที่มีเกียรติและมีอนาคต

10.เกษตรสร้างสรรค์ เพิ่มมูลค่า (The Brand Project) โดยให้แต่ละจังหวัดดำเนินการ ใช้เทคโนโลยีสนับสนุน ใช้กลยุทธ์การสร้างแบรนด์ ทำผลผลิตให้ได้มาตรฐาน (เช่น GAP , GMP) เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น 11.พัฒนาเชิงพื้นที่ (Area Base) จากกลุ่มจังหวัดสู่ระดับจังหวัด และก้าวต่อไปคือลงถึงระดับตำบล และ 12.ร่วมมือกับทุกภาคส่วน จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ฯลฯ

“วันนี้ผมจะมาร่วมแบ่งปันฝันที่พยายามทำให้เป็นจริง เพื่อตอบโจทย์อนาคตประเทศไทย นั่นคือการฝันและวางเป้าหมาย-หมุดหมายใหม่ให้ประเทศไทยเป็นประเทศมหาอำนาจอาหารของโลก”ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าว

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, รายงานพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ฮือฮา! ‘สดร.’เปิดผลวิจัยการค้นหาสิ่งมีชีวิตนอกโลก กับการค้นพบตัวเลข 14 ครั้งต่อปี

Posted on August 28, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/676168

ฮือฮา! 'สดร.'เปิดผลวิจัยการค้นหาสิ่งมีชีวิตนอกโลก กับการค้นพบตัวเลข 14 ครั้งต่อปี

ฮือฮา! ‘สดร.’เปิดผลวิจัยการค้นหาสิ่งมีชีวิตนอกโลก กับการค้นพบตัวเลข 14 ครั้งต่อปี

วันเสาร์ ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 19.42 น.

‘สดร.’เปิดบทความการค้นหาสิ่งมีชีวิตนอกโลก ตอนที่ 3/3 โลกของเรามีโอกาสถูกตรวจพบจากสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาเพียงแค่ 14 ครั้งต่อปี ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเหตุผลว่า“ทำไมจึงยังไม่เจอมนุษย์ต่างดาว” 

27 ส.ค.65 เพจเฟซบุ๊ก NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ได้เผยแพร่บทความที่น่าสนใจในหัวข้อเรื่อง โลกของเรามีโอกาสถูกตรวจพบจากสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาเพียงแค่ 14 ครั้งต่อปี #การค้นหาสิ่งมีชีวิตนอกโลก ตอนที่ 3/3 

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เผย นักวิจัย สดร. ร่วมกับ นักวิจัยมหาวิทยาลัยฮอกไกโด และทีมนักวิจัย ศึกษาความเป็นไปได้ที่โลกจะตรวจพบจากสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญานอกโลกด้วยเทคนิคไมโครเลนส์ พบว่ามีโอกาสเพียง 14 ครั้งต่อปี เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่อธิบายและตอบโจทย์ปฏิทรรศน์ของแฟร์มี (Fermi Paradox) ที่ว่า “ทำไมจึงยังไม่เจอมนุษย์ต่างดาว” งานวิจัยนี้ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Monthly Notices of the Royal Astronomical Society

ดร. ศุภชัย อาวิพันธุ์ นักวิจัย กลุ่มวิจัยดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ และชีวดาราศาสตร์ สดร. ร่วมกับ นางสาวศุภากร ศุภผลถาวร นักศึกษาปริญญาโท Hokkaido University ประเทศญี่ปุ่น และทีมนักวิจัย ใช้ฐานข้อมูลดาวฤกษ์จากกล้องโทรทรรศน์อวกาศ Gaia DR2 คำนวณหาโอกาสที่โลกจะถูกตรวจพบจากสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญานอกโลกด้วยเทคนิคไมโครเลนส์ พบว่าโลกมีโอกาสถูกตรวจพบจากสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาด้วยเทคนิคไมโครเลนส์เพียงแค่ 14 ครั้งต่อปี งานวิจัยนี้ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Monthly Notices of the Royal Astronomical Society

ปัจจุบันนักดาราศาสตร์ค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะมากกว่า 5,000 ดวง ส่วนใหญ่จะถูกค้นพบด้วยเทคนิค “การผ่านหน้า” (Transit) แต่สำหรับการค้นหาดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะที่มีขนาดเล็กคล้ายโลก การค้นหาด้วยเทคนิค “ไมโครเลนส์” (Microlensing) สามารถทำได้ดีกว่าเทคนิคการผ่านหน้า เทคนิคไมโครเลนส์อาศัยแสงจากดาวฤกษ์พื้นหลังที่เกิดการบิดโค้งคล้ายเลนส์นูนเนื่องจากสนามโน้มถ่วงของดาวฤกษ์ และดาวเคราะห์ที่อยู่ระหว่างกลางในแนวเล็งเดียวกัน ทำให้แสงของดาวพื้นหลังมีความสว่างมากขึ้นในขณะหนึ่ง

ในทางกลับกันถ้าเราสมมติให้สิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญานอกโลกมีเทคโนโลยีในรูปแบบเดียวกันกับที่มนุษย์มีในปัจจุบัน เทคนิคไมโครเลนส์ก็จะถือว่าเป็นเทคนิคที่ดีที่สุดที่สิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาจะใช้ในการค้นพบโลกของเราได้ เมื่อสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาได้ค้นพบโลกของเราแล้ว สิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาเหล่านั้นก็จะพยายามส่งสัญญาณวิทยุมายังโลกของเราเพื่อติดต่อกับมนุษย์บนโลก ดังนั้นการที่เราบอกได้ว่าดาวฤกษ์บริเวณใดบนท้องฟ้ามีโอกาสค้นพบโลกด้วยเทคนิคไมโครเลนส์ ก็จะทำให้เราสามารถหันกล้องโทรทรรศน์วิทยุไปในทิศทางนั้นเพื่อรอรับสัญญาณที่ส่งมาได้

งานวิจัยนี้ใช้ข้อมูลของดาวฤกษ์จากฐานข้อมูล Gaia DR2 คำนวณหาโอกาสที่โลกจะถูกตรวจพบจากสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญานอกโลกด้วยเทคนิคไมโครเลนส์ทั่วทั้งท้องฟ้า พบว่าดาวฤกษ์บริเวณระนาบกาแล็กซีทางช้างเผือกมีโอกาสที่จะถูกตรวจพบโลกมากกว่าบริเวณอื่นบนท้องฟ้า เมื่อรวมอัตราการถูกตรวจพบทั่วทั้งท้องฟ้าแล้วพบว่า โลกมีโอกาสถูกตรวจพบจากสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาเพียงแค่ 14 ครั้งต่อปี ซึ่งถือว่าเป็นอัตราที่ต่ำมากเมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนดาวฤกษ์ในกาแล็กซีทางช้างเผือกที่มีมากกว่า 4 แสนล้านดวง

การที่โลกมีโอกาสจะถูกตรวจพบด้วยสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาเพียงแค่ 14 ครั้งต่อปีนั้น อาจเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่อธิบายปฏิทรรศน์ของแฟร์มี (Fermi paradox) ที่ว่า “ทำไมเราถึงยังไม่เจอมนุษย์ต่างดาว?” การที่โลกของเราตั้งอยู่ในบริเวณที่ถูกค้นพบได้ยากจากสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญา ทำให้สิ่งมีชีวิตเหล่านั้นไม่พยายามที่จะติดต่อหรือเดินทางมายังโลก อาจเป็นเหตุให้ปัจจุบันเรายังคงไม่สามารถค้นพบสัญญาณของสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาเหล่านั้น

นอกจากนี้เมื่อพิจารณาผลการคำนวณ เปรียบเทียบกับดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะที่ถูกค้นพบแล้วในปัจจุบัน ดาวเคราะห์ MOA-2007-BLG-192L b เป็นดาวเคราะห์ที่อยู่ในบริเวณที่มีโอกาสตรวจพบโลกได้สูงที่สุด แต่อาจมีอุณหภูมิพื้นผิวที่ต่ำเกินกว่าที่จะมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ได้ ในขณะที่ดาวเคราะห์ GJ 422 b ตั้งอยู่ในบริเวณที่มีโอกาสตรวจพบโลกได้สูงเป็นอันดับสอง เป็นดาวเคราะห์หิน มีอุณหภูมิพื้นผิวที่สิ่งมีชีวิตสามารถอาศัยอยู่ได้ ดังนั้นดาวเคราะห์ GJ 422 b จึงเป็นหนึ่งในดาวเคราะห์ที่น่าสนใจในการค้นหาสัญญาณจากสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาในอนาคต

สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งคือ เมื่อพิจารณาบริเวณบนท้องฟ้าที่มีโอกาสในการตรวจพบโลกสูง ซึ่งเรียกว่า Earth Microlensing Zone (EMZ) ยังพบว่ามีบางส่วนของ EMZ ที่ซ้อนทับกับบริเวณบนท้องฟ้าที่จะสามารถเห็นโลกโคจรผ่านหน้าดวงอาทิตย์ (Transit) ได้ ทำให้สิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาในบริเวณดังกล่าวจะสามารถตรวจพบโลกทั้งด้วยเทคนิคการผ่านหน้า และเทคนิคไมโครเลนส์ได้ จึงทำให้บริเวณนี้อาจเป็นบริเวณที่น่าสนใจสำหรับนักดาราศาสตร์ที่จะหันกล้องโทรทรรศน์วิทยุเพื่อทำการค้นหาสัญญาณของสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญา บนแนวคิดของการค้นพบซึ่งกันและกัน (Mutual detectability) ภายใต้โครงการ SETI (Search for ExtraTerrestrial Intelligence) ได้

การศึกษานี้นับเป็นก้าวแรกของนักวิจัย สดร. ในการศึกษาวิจัยการค้นหาสิ่งมีชีวิตนอกโลก ซึ่งจะนำไปสู่ความร่วมมือกับนักดาราศาสตร์นานาชาติต่อไปในอนาคต เช่น ใช้หอสังเกตการณ์ดาราศาสตร์วิทยุแห่งชาติของ สดร. ร่วมค้นหาสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาภายใต้โครงการ SETI (The Search for Extraterrestrial Intelligence) เป็นต้น ในอนาคตข้างหน้ากล้องโทรทรรศน์วิทยุแห่งชาติของเราอาจจะหันไปยังดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะบางดวง และค้นพบสัญญาณวิทยุจากสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาที่กำลังพยายามติดต่อมาหาเราเช่นกัน

เรียบเรียง : ดร.ศุภชัย อาวิพันธุ์ นักวิจัย – กลุ่มวิจัยดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ และชีวดาราศาสตร์ สดร.

อ้างอิง :
https://academic.oup.com/…/10.1093/mnras/stac1855/6640428

—–
การค้นหาสิ่งมีชีวิตนอกโลก ตอนที่ 1/3 : เราอยู่ลำพังในจักรวาลหรือไม่ https://www.facebook.com/100064816535612/posts/436141541889727/?d=n
การค้นหาสิ่งมีชีวิตนอกโลก ตอนที่ 2/3 : มนุษย์ต่างดาวหายไปไหน https://www.facebook.com/100064816535612/posts/436766465160568/?d=n

ขอบคุณข้อมูลเฟซบุ๊ก

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,937,725 hits

Join 4,116 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

ศึกนี้ยังไม่จบ ปู มัณฑนา โพสต์ฟาดแรงถึง ลูกหมี รัศมี ลั่นเลิกเกาะชื่อเสียงขายของ หยุดมโนเรื่องแย่งสามี
กางโรดแมพ ‘EV–SAF’ ครบวงจร พลิกโครงสร้างพลังงาน ดับวิกฤต PM 2.5
คนไทยร่อแร่! ไอเอฟดีโพล เผย 88% ปากท้องตึง-หมดหวัง ขยันแค่ไหนชีวิตก็ไม่ดีขึ้น
เพิ่มทางเลือกการรักษา ยาต้านไวรัสตับอักเสบซี ‘ราวิดาสเวียร์ ขึ้นทะเบียนแล้วในไทย
ฉัตรมงคลรำลึก 4 พฤษภาคม 2569 ‘เราจะสืบสาน รักษา และต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป’
ก.เกษตรฯเตรียมชง ครม. ขยายเพดานโควต้านมโรงเรียน ถึง ม.3 แก้ปัญหานมค้างสต๊อก
พิพัฒน์ ลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นทุกด้าน 8 พ.ค.นี้ หลัง ปชช.จ่อยื่นคัดค้านแลนด์บริดจ์
OPEC ประกาศเพิ่มกำลังผลิตน้ำมันดิบ ไม่พูดถึงปม UAE ถอนตัว
อิหร่านประกาศพร้อมตอบโต้ หากกองทัพสหรัฐฯ เข้าควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ หลังทรัมป์สั่งช่วยเรือ
ณัฏฐ์ชนน วอน ป.ป.ช. เร่งตัดสินคดีค่ารักษาพยาบาล ยันบริสุทธิ์ใจ

Recent Posts

  • อิหร่านประกาศพร้อมตอบโต้ หากกองทัพสหรัฐฯ เข้าควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ หลังทรัมป์สั่งช่วยเรือ
  • นายกฯ ญี่ปุ่นเตือนวิกฤตน้ำมันกระทบหนักภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
  • ผู้นำไต้หวันเยือนประเทศเอสวาตินี ลงนามความร่วมมือ ท้าทายแรงกดดันจีน
  • ทหารสหรัฐฯ 2 นายสูญหาย ขณะร่วมซ้อมรบในโมร็อกโก
  • ทรัมป์ประกาศ เริ่ม “Project Freedom” พาเรือออกจากช่องแคบฮอร์มุซ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d