Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

แม่วอนช่วยลูกสาว-ลูกเขย​ ถูกหลอกทำงานฟิลิปปินส์ นายจ้างขังอดข้าว​น้ำ​ เรียก1แสนแลกปล่อยตัว

Posted on August 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/675579

แม่วอนช่วยลูกสาว-ลูกเขย​ ถูกหลอกทำงานฟิลิปปินส์ นายจ้างขังอดข้าว​น้ำ​ เรียก1แสนแลกปล่อยตัว

แม่วอนช่วยลูกสาว-ลูกเขย​ ถูกหลอกทำงานฟิลิปปินส์ นายจ้างขังอดข้าว​น้ำ​ เรียก1แสนแลกปล่อยตัว

วันพฤหัสบดี ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 08.29 น.

แม่ร่ำไห้วอนทางการไทยช่วยลูกสาว-ลูกเขย ถูกเพื่อนหลอกไปทำงานเป็นแอดมิน ชักชวนคนร่วมลงทุนเงินบิทคอยน์ที่ฟิลิปปินส์​ บอกค่าแรงสูงเดือนละ 35,000 บาท​ แต่ไปถึงถูกกดขี่สารพัดทำยอดไม่ได้ตามเป้า ใส่กุญแจมือกักขังให้อดข้าวอดน้ำ บังคับติดต่อเรียกค่าไถ่ญาติคนละ 1 แสนบาท​ แลกปล่อยตัว ขู่ไม่จ่ายจะส่งขายต่อประเทศอื่น

25 สิงหาคม 2565 นางเฉลียว สัตย์รัมย์ อายุ 63 ปี ชาวอำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ ได้ออกมาเรียกร้องให้ทางการไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือนางพรพรรณ ลูกสาว และนายธนวัฒน์ ลูกเขย  

หลังจากที่ลูกสาวได้ติดต่อมาจากประเทศฟิลิปปินส์ ว่า​ถูกนายจ้างกดขี่ข่มเหงบังคับให้ทำงานหนัก ไม่ค่อยได้พักผ่อน ล่าสุดถูกนายจ้างจับใส่กุญแจมือกักขังเอาไว้ในห้องรวมกันกับคนไทยที่ไปทำงานด้วยกันรวม 10 คน ให้อดข้าวอดน้ำ อ้างว่าทำงานไม่ได้ยอดตามเป้าที่บริษัทกำหนด ทั้งบังคับให้เรียกเงินค่าไถ่จากญาติที่ไทยให้โอนไปแลกกับการปล่อยตัวกลับไทย คนละ 1 แสนบาท ทั้งขู่ว่าหากไม่ยอมจ่ายก็จะส่งตัวลูกสาวกับลูกเขยไปขายต่อประเทศอื่น  

โดยนางเฉลียว เล่าทั้งน้ำตาว่า เมื่อเดือน พ.ค.65 ที่ผ่านมา ลูกสาวและสามีได้เดินทางไปทำงานเป็นพนักงานเสริ์ฟร้านอาหารที่ จ.ชลบุรี เพื่อหาเงินมาส่งลูกเรียน และใช้หนี้ที่มีอยู่หลาย​แสนบาท ต่อมาเดือน ก.ค.65 ลูกสาวโทรมาบอกว่าเพื่อนชวนไปทำงานที่ประเทศฟิลิปปินส์ซึ่งมีค่าแรงสูง ตอนนั้นตนก็เตือนลูกสาวว่าอย่าไปเลยมันเสี่ยงกลัวจะถูกเขาหลอก ก็ไม่คิดว่าลูกสาวกับลูกเขยจะไปจริงๆ มารู้อีกทีเดือน ก.ค.65 ว่าลูกอยู่ที่ฟิลิปปินส์แล้ว หลังจากไปทำงานเดือนแรกก็ส่งเงินมาให้ 2 ครั้งๆ แรก 3,500 บาท ครั้งที่สอง 7,500 บาท    

ล่าสุดกลับโทรมาบอกว่า ถูกนายจ้างที่ฟิลิปปินส์กักขังเพราะทำงานไม่ได้ตามเป้า หากจะให้ปล่อยตัวต้องจ่ายเงินค่าไถ่คนละ 1 แสนบาท ตนก็ตกใจมากไม่รู้จะหาเงินที่ไหนไปจ่ายให้ลำพังจะกินอยู่แต่ละวันก็ลำบาก ตอนนี้เป็นห่วงลูกสาวมากกลัวเขาจะทำร้ายหรือส่งขายต่อประเทศอื่นตามที่เขาขู่เอาไว้ จึงอยากวิงวอนให้ทางรัฐบาล หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือลูกสาวและลูกเขยด้วย

ขณะที่ น.ส.โสรีญา สัตย์รัมย์ อายุ 26 ปี น้องสาว เล่าว่า ตอนแรกพี่สาวได้ติดต่อมาหาเพื่อนอีกหมู่บ้าน บอกว่าถูกนายจ้างจับขังไว้ที่ฟิลิปปินส์ เพื่อนคนดังกล่าวจึงส่งเฟสมาบอกทางบ้านว่าพี่สาวถูกกักขังไว้ ทางครอบครัวก็ตกใจมากพยายามโทรติดต่อแต่มือถือก็ฝากข้อความ กระทั่งพี่สาวติดต่อมาเอง โดยบอกว่าเขายึดโทรศัพท์เอาไว้เขาอนุญาตให้ใช้ถึงจะได้ใช้ โดยเขาให้โทรมาบอกกับทางบ้านให้โอนงินไปจ่ายค่าไถ่ตัวพี่สาวกับพี่เขย คนละ 1 แสนบาท ถึงจะยอมปล่อยตัวส่งกลับไทย   

จากการสอบถามพี่สาวว่าทำไมเขาถึงจับขังพี่ก็ บอกว่า เขาให้ทำงานเป็นแอดมินเพื่อชักชวนคนไปร่วมทุนเกี่ยวกับเงินดิจิทัล บิทคอยน์ และแนะนำขายสินค้าตามที่เขาสั่ง  แต่ทำยอดไม่ได้ตามเป้าจึงขังเอาไว้ให้อดข้าวอดน้ำ รวมกับคนไทยที่ทำงานด้วยกัน 10 คน แล้วบังคับให้ติดต่อญาติเพื่อโอนเงินไปแลกกับการปล่อยตัวส่งกลับประเทศคนละ 1 แสนบาท ให้เวลาภายใน 2 วัน หากใครไม่มีก็จะถูกส่งไปขายต่อที่ประเทศอื่น ตนเป็นห่วงความปลอดภัยของพี่สาวมาก จึงอยากวิงวอนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือพี่สาวและพี่เขยด้วย. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

รายงานพิเศษ : ‘BCG-Soft Power’ ส่งเสริมดี‘ไทย’มีโอกาส

Posted on August 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/675497

รายงานพิเศษ : ‘BCG-Soft Power’  ส่งเสริมดี‘ไทย’มีโอกาส

รายงานพิเศษ : ‘BCG-Soft Power’ ส่งเสริมดี‘ไทย’มีโอกาส

วันพฤหัสบดี ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.22 น.

หมายเหตุ : เรียบเรียงจากการบรรยายของ สุวิทย์ เมษินทรีย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในช่วงเสวนา หัวข้อ “อนาคตประเทศไทย Thailand Growth” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการจัดงานฉลอง “ปฐมฤกษ์สมาคมสมาชิกรัฐสภาไทย” โดยสมาคมสมาชิกรัฐสภาไทย ณ ห้องประชุมชั้น 4 รร.อัศวิน แกรนด์คอนเวนชั่น ถนนวิภาวดีรังสิต ย่านหลักสี่ กรุงเทพฯ

ปัจจุบันประเทศไทยเผชิญสถานการณ์ “ภายนอกก็เสี่ยงแถมภายในก็ยังติดกับดัก” ทั้งจากเหตุปัจจัยภายนอกประเทศ เช่น ห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) อาหาร พลังงานโลกรวน (Climate Change หรือความเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศ) เงินเฟ้อ และปัจจัยภายในประเทศ เช่น กับดักรายได้ปานกลาง (Middle Income Trap) ความเหลื่อมล้ำ ความขัดแย้งทั้งนี้ “วิกฤตมีแนวโน้มแต่จะหนักหน่วงขึ้น” เพราะเป็นวิกฤตระดับโลก เป็นวิกฤตเชิงซ้อนและจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน“โครงสร้างของโลกยังเปลี่ยนแปลง” จากยุคโลกาภิวัตน์ (Globalization) กลายเป็นยุคที่แต่ละชาติมองตนเองมากขึ้น (Deglobalization) ขณะเดียวกันยังเปลี่ยนจากยุคมหาอำนาจขั้วเดียวภายในการนำของสหรัฐอเมริกา เป็นมหาอำนาจหลายขั้ว คำถามคือ “ไทยมีศักยภาพในการปรับตัวเพียงใด” จะทำอย่างไรที่ไทยจะเปลี่ยนวิกฤตข้างต้นนี้ให้เป็นโอกาส

“สิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา สิ่งที่พวกเรามัวแต่ทำก็คือว่าพวกเราทะเลาะกันเองเสียเยอะ จนเกิดสิ่งที่เราเรียกว่าสังคม 2 ขั้ว ที่เราเห็นกันอยู่ ส่วนใหญ่เรามักจะไปมองเปรียบเทียบกับประเทศอื่น แล้วก็เมื่อก่อนเคยเปรียบเทียบกับ NICS (ประเทศอุตสาหกรรมใหม่) ตอนนี้ก็ไปเปรียบเทียบกับเวียดนาม กับมาเลเซีย แต่เราไม่เคยมองว่าจริงๆ ตัวเรามีค่าตัวเรามีศักยภาพมาก-น้อยแค่ไหน” สุวิทย์ กล่าว

เมื่อมองออกไปยังต่างประเทศ “หลายชาติเพียงเอ่ยชื่อคนก็นึกออกทันทีว่าโดดเด่นเรื่องใด” เช่น “เยอรมนี” คือวิศวกรรม ยานยนต์และเคมี ส่วน “อิตาลี” คือแฟชั่นและรถยนต์แบบซูเปอร์คาร์ หรือ “เกาหลีใต้” คือ อุตสาหกรรมด้านบันเทิง เป็นต้น “ในขณะที่สังคมไทยจมอยู่กับความขัดแย้ง จนอาจลืมนึกไปว่าแล้วเราจะสร้างแบรนด์ของประเทศไทยอย่างไร” ซึ่งก่อนหน้านี้จะเป็นอย่างไรก็ตาม แต่โลกหลังสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ประเทศไทยต้องปรับตัวหลายประการ

1.จะยืนด้วยลำแข้งของตนเองได้อย่างไร เพราะที่ผ่านมาไทยพึ่งพาเศรษฐกิจโลกอย่างมาก ต้องสร้างความเข้มแข็งจากภายในและเชื่อมไทยสู่ประชาคมโลก 2.จะเปลี่ยนจาก“ทำมากได้น้อย” เป็น “ทำน้อยได้มาก” ได้อย่างไร โดยปัจจัยสำคัญอยู่ที่ความรู้ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและการบริหารจัดการ ยกระดับสินค้าและบริการให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้น ไม่ว่าภาคเกษตร อุตสาหกรรมและบริการ

แต่ข่าวดีคือ “เทรนด์แห่งอนาคตอย่าง BCG และ Soft Power ไทยนั้นมีอยู่มาก..เหลือเพียงนโยบายส่งเสริมที่ชัดเจนเท่านั้น” โดย BCG หมายถึงเศรษฐกิจชีวภาพ (Bio Economy) เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และเศรษฐกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Economy) ซึ่งไทยนั้นมีศักยภาพทั้งด้านเกษตร อาหาร สุขภาพและการแพทย์ ไปจนถึงการท่องเที่ยวและบริการ อีกทั้ง “เศรษฐกิจ BCG ยังเป็นโอกาสของทุกระดับตั้งแต่ระดับบนจนถึงระดับเล็กๆ ที่อยู่ในแต่ละพื้นที่” ต่างจากบางอุตสาหกรรมที่ต้องใช้เทคโนโลยีหรือเงินทุนอย่างเข้มข้น

“BCG จะไปตอบโจทย์ความมั่นคงของมนุษย์ในระดับโลก อย่างน้อย 4 ความมั่นคงด้วยกัน 1.ความมั่นคงทางอาหาร 2.ความมั่นคงพลังงาน 3.ความมั่นคงในเรื่องของการแพทย์และสุขภาพ และ 4.ความมั่นคงในเรื่องของการมีงานทำ แต่เราไม่ได้สนใจแค่ระดับโลก ประเทศเรามีปัญหาเรื่องความเหลื่อมล้ำ การแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทุกคนบ่นแต่เรื่องของการต้องไปปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ

แต่อะไรคือรูปธรรมของการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ ถ้าไม่ใช่เป็นการที่สามารถทำให้ประชาชนโดยทั่วไปลืมตาอ้าปากได้ BCG เชิงพื้นที่จึงเป็นคำตอบที่สำคัญที่สุด เพราะ BCG อาศัยความหลากหลายในเชิงชีวภาพและวัฒนธรรมที่แตกต่างกันของทุกภาค เพราะฉะนั้นทุกภาคมีโอกาสที่จะเอา BCG มาสร้างความมั่งคั่งในระดับพื้นที่ ในระดับชุมชนของตัวเอง” อดีต รมว.อว. ระบุ

หนึ่งในตัวอย่างที่น่าสนใจคือ “ภาคเกษตร” ที่ปัจจุบันมองเห็นความเปลี่ยนแปลง จากเกษตรกรรมแบบดั้งเดิม ระยะหลังๆ เริ่มเห็นการใช้เทคโนโลยี (เช่น อินเตอร์เนต) เข้ามาช่วยจนกลายเป็นผู้ประกอบการในชนบท ความท้าทายต่อไปคือจะทำอย่างไรให้นโยบายด้าน BCG ของรัฐ ยกระดับคนกลุ่มนี้สู่การเป็นผู้ประกอบการ BCG อาทิ เกษตรอัจฉริยะ (Smart Farmer) พืชชุมชน เป็นต้น เพราะหากทำได้จะเป็นการสร้างเศรษฐกิจแบบทุนนิยมที่เน้นการพัฒนาชุมชน และสร้างประชาธิปไตยจากฐานราก

ส่วน Soft Power นั้น สามารถสรุปลักษณะของ “วิถีไทย (Thainess)” ได้ด้วยนิยาม “5F” ประกอบด้วย 1.Fun สนุกสนาน 2.Flexible ยืดหยุ่น 3.Flavouring ชีวิตมีรสชาติ 4.Friendly เป็นมิตร และ 5.Fullfeeling เติมเต็มความรู้สึก “เมื่อนำไปรวมกับความหลากหลายทั้งในแง่ชีวภาพและวัฒนธรรม จะกลายเป็นศักยภาพที่มหาศาล” ซึ่งนี่คือโอกาสทางเศรษฐกิจของไทย ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์สินค้าของชุมชน หรือการจัดการท่องเที่ยวของชุมชน สิ่งเหล่านี้ประเทศไทยมีอยู่แล้วแต่ไม่ค่อยถูกขับเคลื่อนอย่างจริงจัง

“ประเทศไทยเราติดอันดับ 6 ของประเทศที่มีระบบสุขภาพดีที่สุดในโลกหลังโควิด ทุกคนบอกเลยว่าระบบสุขภาพของไทยถือเป็นต้นๆ ของโลก เราเป็นอันดับ 1 ของอาเซียน อันดับ 2 ของเอเชีย อันดับ 7 ของโลก ในประเทศที่รุ่มรวยด้วยมรดกวัฒนธรรม ตรงนี้เรายังใช้ไม่หมดเลย ไปใช้ในเรื่องของการท่องเที่ยว ในเรื่องต่างๆ อีกเยอะแยะ หรือแม้กระทั่งการเป็นอันดับ 1 ของโลก ในการเป็นประเทศที่น่าลงทุนที่สุด ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอาหาร มัสมั่นเราอันดับ 1 ของโลก ตามมาด้วยต้มยำกุ้งเป็นอันดับที่ 8 ส้มตำอันดับที่ 46 อย่างนี้เป็นต้น” สุวิทย์ ยกตัวอย่าง

อดีต รมว.อว. ทิ้งท้ายว่า ความท้าทายที่สำคัญคือ“จะสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) ที่เอื้อต่อการดึงศักยภาพทั้งหมดซึ่งไทยมีอยู่แล้วออกมาได้อย่างไร” เพื่อให้โลกหลังโควิด ไทยเป็นประเทศที่คนอยากมากลงทุน (Place toInvest) อยากมาอยู่ (Place to Live) อยากมาเรียน (Place to Learn) อยากมาจับจ่าย (Place to Shopping) และอื่นๆ อีกมากมาย สิ่งเหล่านี้ไทยสามารถทำได้ และเอาจริงๆ ก็ทำกันอยู่แล้ว เพียงแต่ที่ผ่านมาทำกันอย่างสะเปะสะปะ แต่หลังจากนี้ต้องการการบริหารจัดการที่ชัดเจน

“ประเทศไทยทำดีๆ เรามีโอกาสทะยานในโลกหลังโควิด” สุวิทย์ กล่าวในตอนท้าย

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, รายงานพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘พุทโธ’เป็นมรรคของใจ โอวาทธรรม ‘หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ วัดดอยแม่ปั๋ง’

Posted on August 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/675532

'พุทโธ'เป็นมรรคของใจ โอวาทธรรม 'หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ วัดดอยแม่ปั๋ง'

‘พุทโธ’เป็นมรรคของใจ โอวาทธรรม ‘หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ วัดดอยแม่ปั๋ง’

วันพุธ ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 19.26 น.

ต้องภาวนากำหนดใจให้ได้ด้วยความพากเพียร จึงจะไม่หลง ภาวนา กำหนดใจ ถ้ากำหนดใจได้แล้ว มันจึงรู้พุทโธ เป็นมรรคของใจ ถ้าภาวนากำหนดจิตยังไม่ได้ มันก็แพ้กิเลส กิเลสมันอยู่ก่อน ต้องมีสติรักษาใจจึงจะดี ถ้าไม่มีสติ จิตก็จะไปเกาะเกี่ยวอันนั้นอันนี้ทั่วไป พาให้หลงไป เวลาหลงไป เช่น หลงอะไรก็ให้ยกอันนั้นขึ้นสู่การพิจารณา ตัวอย่างกาย ให้เพ่งแยกส่วนของกายออก แต่ละส่วนเต็มไปด้วยของไม่สะอาด ไหลเข้าไหลออกตลอดอยู่ทุกขณะ การที่พิจารณาแยกแยะจนเห็นเป็นของไม่งาม ไม่ใช่ของง่าย ในเมื่อจิตยังแส่ส่ายหาอารมณ์อยู่ ต้องอาศัยความพากเพียรอดทน เมื่อจิตมีกำลังมันจึงสงบ ถ้ามัวเกียจคร้านอยู่ จิตมันก็ไม่เป็นไป

ตัวขี้เกียจนี่แหละเป็นตัวทำให้เสีย เป็นตัวกิเลส เวลานั่ง ประเดี๋ยวหาว ประเดี๋ยวหาว พวกนี้เป็นกิเลสทั้งนั้นแหละ ถ้าพร้อมด้วยการกระทำจึงจะได้กำลัง ถ้าไม่พร้อมมันก็ไม่มีกำลัง

ร่างกายของเรานั้น ที่เราเห็นว่างาม ก็เพราะมีของไม่สะอาดเต็มท้องเต็มไส้อยู่ ถ้าในท้องในไส้ไม่มีอะไรเลย ลองดูสิมันจะงามไหม ถ้าของในท้องในไส้ไหลออกหมด มันก็เหี่ยวแห้งเหลือแต่หนังหุ้มกระดูกเท่านั้น ถ้าพูดกับความจริงแล้ว ทั้งร่างกายเต็มไปด้วยของเสียทั้งหมด ถึงอย่างนั้นก็ยังหลงไปว่าเป็นของสวยงาม แต่ใจมันไม่ว่าเต็มไปด้วยของไม่สะอาดหนา เราต้องภาวนาพิจารณากลับไปกลับมา ทบไปทวนมาอยู่นั้นแหละ เราไปหลงของไม่งาม จับอันนั้นต่ออันนี้เลยเห็นว่างาม จนติดจนหลง

การภาวนา ถ้านอนภาวนา มันเป็นภาวนอนไปเสีย การฉันอาหาร ถ้าฉันมากเกินไปเวลาภาวนาก็นั่งหลับไปเสีย มันหลายเรื่องหลายราว ถ้าอะไรมันมากไป จิตมันไม่สงบ ห้ามมันไม่ฟัง อาหารมันทับ ต้องพิจารณากามให้ดี ต้นเหตุเดียวที่เข้าไปอุดหู ตา ใจ จนทำให้เกิดความหลง

พวกเรานอนกันอยู่ในท้องของมารดาตั้ง ๙ เดือน ๑๐ เดือน จึงจะออกมาพ้น ร้องให้อุแว้ๆ ได้ ถ้าดีใจก็หัวเราะ เสียใจก็ร้องไห้

กามนี้เราเคยติดมาแล้วนับอเนกอนันต์ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์เร่งความเพียรจนรู้แจ้งเห็นจริง กามตัวเดียวที่ทำให้สัตว์ตาย กามตัณหา ภวตัณหา วิภวตัณหา เอาเข้ากลายเป็นกามตันหน้า ภวตันตา วิภวตันใจ เมื่อกามเหล่านี้เข้าไปอุดไปตันหน้า ตา ใจแล้ว ก็เกิดความหลง ความรัก ความชัง ความพอใจก็เพราะกาม ความไม่พอใจก็เพราะกาม มันเกิดขึ้นกับใจ

ตา เป็นเหตุ หู เป็นเหตุ จมูก เป็นเหตุ เป็นเหตุแห่งความรักความชัง ตา เป็นเหตุ เมื่อได้เห็นรูปสวย รูปงาม รูปอัปลักษณ์ น่าเกลียดน่าชัง หู เป็นเหตุ ได้ยินเสียงการประโคมขับร้องอันไพเราะ หรือเสียงน่ารำคาญ จมูกและใจก็เหมือนกัน ถ้าดีเป็นน่ารัก มันก็ติดก็หลง ถ้าตรงกันข้าม มันก็เกลียดก็ชัง จึงว่ามันเป็นเหตุ

การฆ่ากันก็เพราะกาม รักกันก็เพราะกาม ทั่วอากาศ ทั่วพื้นน้ำและบนบก เต็มไปด้วยกาม กามตัณหน้า ภวตัณหู วิภวตันใจ ถ้าจะขยายออกไป มันก็ไม่มีที่สิ้นสุดหรอกกาม เพราะความพอใจและไม่พอใจก็เกิดจากกามทั้งสิ้น พิจารณาให้ดีๆ เป็นอย่างไรมันจึงหลงไป จนกลายเป็นบ๋อยรับใช้ไป

คัดลอกจากโอวาทธรรมหลวงปู่แหวน : พระอริยะแห่งดอยแม่ปั๋ง จังหวัดเชียงใหม่, พระนาค อตฺถวโร วัดสัมพันธวงศ์ ผู้รวบรวมและเรียงเรียง (๒๕๒๕) ใน หนังสือจิตตภาวนา มรดกล้ำค่าทางพุทธศาสนา รวมพระธรรมเทศนาภาคปฏิบัติของพระสุปฏิปันโน รวบรวมโดย มูลนิธิหลวงปู่มั่นและชมรมคุณภาพชีวิต, พิมพ์ครั้งที่ ๑, ๕ ธันวาคม ๒๕๔๓ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลและเผยแพร่เป็นธรรมทาน (ขอบคุณลานธรรมจักร) – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อาชีวะอุบลฯเปิดโลกการเรียนรู้จับเข่าคุย ‘พี่กฤตภาส ศักดิษฐานนท์’ เล่าประสบการณ์สู่ความสำเร็จ

Posted on August 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/675513

อาชีวะอุบลฯเปิดโลกการเรียนรู้จับเข่าคุย 'พี่กฤตภาส ศักดิษฐานนท์' เล่าประสบการณ์สู่ความสำเร็จ

อาชีวะอุบลฯเปิดโลกการเรียนรู้จับเข่าคุย ‘พี่กฤตภาส ศักดิษฐานนท์’ เล่าประสบการณ์สู่ความสำเร็จ

วันพุธ ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 18.38 น.

อาชีวะอุบลฯเปิดโลกการเรียนรู้ จับเข่าคุย “พี่กฤตภาส ศักดิษฐานนท์” อาจารย์มหาวิทยาลัยฯ นักแสดงและพิธีกรชื่อดังเล่าประสบการณ์การทำงานสู่การเป็นนักอ่านที่ประสบความสำเร็จ ในโครงการ “สัปดาห์ห้องสมุด ประจำปี 2565”  

วันที่ 24 ส.ค.65 วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี นำโดย นางลฎาภา  แสวงทรัพย์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี พร้อมด้วยนางสาวเพ็ญใจ ชัยวงศ์ รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหารทรัพยากร  นางสมจิตร บุรุษพัฒน์ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ นายลือชัย ทาทอง รองผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนากิจการนักเรียน นักศึกษา นางณชิตา เถาว์โท หัวหน้างานวิทยบริการและห้องสมุด จัดโครงการ “สัปดาห์ห้องสมุด ประจำปี 2565” ภายใต้ชื่อกิจกรรม “อ่าน…อีกครั้ง” ณ ศูนย์วิทยบริการและห้องสมุดวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี อาคาร 9 ชั้น 2 และลานกิจกรรมอาคาร 10

โดยกิจกรรมประกอบด้วย การจัดนิทรรศการส่งเสริมการอ่านและการเรียนรู้ การมอบรางวัลให้กับผู้ที่ชนะการประกวดถ่ายภาพเกี่ยวกับการอ่าน ผู้ได้รับรางวัลจากกิจกรรมอวยนักอ่านและกิจกรรมครูผู้จุดประกายการเรียนรู้ ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมการแสดงบนเวที ร่วมเล่นเกมและตอบปัญหาของนักเรียน นักศึกษาภายในงาน 

ทั้งนี้กิจกรรมที่ได้รับความสนใจมากที่สุดและสร้างบรรยากาศในงาน ได้แก่ กิจกรรมการเสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อส่งเสริมการอ่านในหัวข้อ “อ่าน..อนาคต” โดยอาจารย์กฤตภาส ศักดิษฐานนท์  วิทยากรที่มีผลงานด้านวิชาการ เป็นอดีตอาจารย์พิเศษมหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี  ปัจจุบันอาจารย์สอนที่สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ และมีผลงานด้านบันเทิง เป็นนักแสดงและพิธีกรชื่อดัง สังกัดบริษัทโพลีพัสเอ็นเตอร์เทนเมนต์ นักแสดงภาพยนตร์ โฆษณา  พิธีกรรายการโทรทัศน์ (ตะลุยชุมชน ,Around Asean, ก้าวเกินพอ)  และผลงานอื่นๆอีกมากมาย

กิจกรรมในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมให้นักเรียน  นักศึกษา สนใจและรักในการอ่าน มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์  ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์  รู้จักเรียนรู้และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งตระหนักและเห็นความสำคัญของการอ่าน การค้นคว้าหาความรู้อยู่เสมอ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิดเส้นทาง’เกษตรพอเพียง’ของอดีตนักร้องวง’พีทูวอร์ชิพ’ผ่าน’ฮิพอินทรีย์ ฟาร์มวิลล์พอเพียง’

Posted on August 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/675498

เปิดเส้นทาง'เกษตรพอเพียง'ของอดีตนักร้องวง'พีทูวอร์ชิพ'ผ่าน'ฮิพอินทรีย์ ฟาร์มวิลล์พอเพียง'

เปิดเส้นทาง’เกษตรพอเพียง’ของอดีตนักร้องวง’พีทูวอร์ชิพ’ผ่าน’ฮิพอินทรีย์ ฟาร์มวิลล์พอเพียง’

วันพุธ ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 18.03 น.

หนึ่งใน “ศูนย์การเรียนรู้การปลูกผักในเมือง” ในกรุงเทพมหานครที่ได้รับการยอมรับทั้งจากชาวไทยและชาวต่างประเทศอย่างมาก นั่นก็คือ “ฮิพอินทรีย์ ฟาร์มวิลล์พอเพียง” ของนายธรรมศักดิ์ ลือภูวพิทักษ์กุล หรือ คุณโอ๋ หนึ่งในนักร้องนำวงพีทูวอร์ชิพ (P2WARSHIP) สังกัดค่ายแกรมมี่ ซึ่งเป็นที่รู้จักในอัลบั้มสากกะเบือยันเรือรบ เมื่อปี 2548 และ ต่อมาในปี 2552 กับซิงเกิ้ล “รถเมล์” กับอัลบั้ม “โปรดเอื้อเฟื้อแก่ เด็ก สตรี และ คนชรา”

ต่อมา ปี 2555 คุณโอ๋ผันตัวเองมาลงมือจับจอบ จับเสียม พรวนดิน โดยนำพื้นที่บ้านส่วนหนึ่งซึ่งเคยเปิดเป็นธุรกิจสนามฟุตบอลให้เช่า แต่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 จึงนำพื้นที่ส่วนนี้มาทำฟาร์มปลูกผัก โดยใช้ชื่อว่า “ฮิพอินทรีย์ ฟาร์มวิลล์พอเพียง” โดยได้รับแรงบันดาลใจจากคุณพ่อและคุณแม่ที่มีความสนใจการทำ “เกษตรพอเพียง” ตามแนวทางพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่9) 

“ปี 2554 ตอนนั้นน้ำท่วม พอปี 2555 เราก็มาคิดว่าจะทำอะไรดีก็มาได้รับแรงบันดาลใจจากคุณแม่ซึ่งท่านก็ปลูกผักมานาน และทำให้ผมเห็นว่าการปลูกผักตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงนั้นทำได้จริงและจังหวะคุณพ่อเกษียณจากงานประจำ ท่านก็มาทำเกษตรแนวเศรษฐกิจพอเพียงให้เห็นด้วย ผมก็เลยเริ่มหาข้อมูลทางด้านนี้ พร้อมกับปลูกผักไปด้วย ตอนนั้นก็เริ่มที่ปลูกชะอม เลี้ยงไก่ไข่ ต่อมาก็เริ่มปลูกผักสวนครัว เช่น คะน้า ผักบุ้ง พริก ซึ่งก็ใช้เวลาราวๆ 2 ปี หลังจากนั้นก็เริ่มนำโหระพา อิตาลี มาปลูก” คุณโอ๋เล่าให้ฟังอย่างเป็นกันเอง

การทำฮิพอินทรีย์ ฟาร์มวิลล์พอเพียง ของคุณโอ๋ ครบ 10 ปี เมื่อเดือนมกราคม พ.ศ.2565 นับว่าคุณโอ๋ได้ต่อสู้กับเรื่องราวการทำเกษตรมาอย่างโชกโชนกว่าจะประสบความสำเร็จเป็นศูนย์การเรียนรู้การปลูกผักในเมือง และเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่สำคัญในใจกลางเมือง โดยคุณโอ๋ใช้พื้นที่เพียง 1 ไร่ครึ่ง ในการเนรมิตให้เป็นสวนผักกลางเมือง ซึ่งตั้งอยู่ที่เลขที่ 11 ถนนนาคนิวาส 30 ซอยลาดพร้าว 71 เขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ 

“ตอนผมทำเกษตรครั้งแรก ผมเริ่มจากศูนย์ ไม่รู้เรื่องการปลูกผัก ก็เจออุปสรรคบ้าง ผมก็ไปเขียนว่าผมทำเกษตรในช่วง 2-3 เดือนแรก ผมเจออุปสรรคอะไรบ้าง ผมไปเขียนลงในเว็บไซต์เกษตรพอเพียงดอทคอม พอคนเห็น ก็มีสื่อมาสัมภาษณ์ผมตั้งแต่ผมเริ่มขุดดิน หมักปุ๋ย เพาะเมล็ด และ เพื่อนๆก็เห็นผมตั้งแรก ซึ่งตั้งแต่แรกจนถึงวันนี้ลูกค้าส่วนใหญ่ก็มาจากเพื่อนๆ” คุณโอ๋เล่าให้ฟังเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ในวันแรกๆของการเริ่มต้นลงมือทำเกษตรในเมือง และกว่าจะมีวันที่ประสบความสำเร็จได้มาเป็นศูนย์เรียนรู้เกษตรในเมืองที่ต้องผ่านความลำบากมาไม่น้อย 

“ฮิพอินทรีย์ ฟาร์มวิลล์พอเพียง” นอกจากจะมีแปลงปลูกผักให้เรียนรู้แล้ว ยังมีเมนูแปรรูปพืชผักทางการเกษตรจำหน่ายด้วย และจัดว่าเป็นพระเอกของฟาร์ม ได้แก่ เพสโต้ (Pesto) และ เนยถั่วเม็ดมะม่วงหิมพานต์ ซึ่งทั้ง 2 เมนูนี้คุณโอ๋คิดค้นขึ้นมาเองเป็นสูตรเฉพาะของฮิพ อินทรีย์ฯ 

“คนที่มารู้จักฮิพอินทรีย์ฯแล้วก็จะถามถึง 2 ตัวนี้ คือ เพสโต้ และเนยถั่วเม็ดมะม่วงหิมพานต์ รวมไปถึงโหระพา อิตาลี ซึ่งผมหยุดปลูกไปช่วงหนึ่ง ตอนนี้กลับมาปลูก ก็ยังต้องรอผลผลิตอีกนิดหนึ่ง” คุณโอ๋เล่าให้ฟัง 

การทำเกษตรด้วยการศึกษาหาข้อมูล โดยใช้พื้นฐานงานวิจัยก่อนนั้น คุณโอ๋บอกว่าเป็นสิ่งสำคัญมาก เพื่อให้การลงมือทำอะไรก็ตาม มีความแม่นยำ นอกจากนี้ คุณโอ๋ยังมีมีดีกรีจบวิทยาลัยเพาะช่าง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ และ จบด้านการบริหารและดีไซน์ค้าปลีก (Retail Design & Management) ที่ University of The Arts London ทำให้นำความรู้ด้านงานศิลปะมาใช้กับงานด้านเกษตรได้อย่างผสมผสานและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวนำมาสู่ความเป็น “ฮิพอินทรีย์ ฟาร์มวิลล์พอเพียง” ทั้งในการถ่ายภาพและการตกแต่งพื้นที่ฟาร์ม  

ที่ผ่านมา “ฮิพอินทรีย์ฯ” เปิดเป็นศูนย์เรียนรู้ให้เยาวชนตั้งแต่ระดับอนุบาลไปจนถึงระดับมหาวิทยาลัยเข้าศึกษาเรียนรู้ และ ลงมือปฏิบัติ เช่น โรงเรียน Kira Kira Kids International Kindergarten ซึ่งพาเด็กๆชาวญี่ปุ่น 34 คนมาเรียนรู้การทำเกษตรพอเพียง และนักศึกษามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นต้น รวมไปถึงให้ความรู้กับกลุ่มเด็กพิเศษ โดยจัดกิจกรรมกับโลกใบเล็ก (ศูนย์กระตุ้นพัฒนาการเด็กและบุคคลพิเศษ) และยังมีตลาดนัดในทุกวันอาทิตย์สุดท้ายของแต่ละเดือน โดยใช้ชื่อกิจกรรมว่า “ปันอยู่ปันกิน” 

คุณโอ๋ความแง่คิดให้คนรุ่นใหม่ที่สนใจทำเกษตรพอเพียงในเมืองว่า การทำเกษตรพอเพียงนั้นทำให้ได้อยู่กับตัวเอง และ ค้นพบตัวเอง ค้นพบศักยภาพของตัวเองว่าทำอะไรได้มากน้อยแค่ไหน รวมไปถึงการจบการศึกษาไม่ว่าจะด้านไหนก็ตาม ขอให้นำมาประยุกต์ใช้กับสิ่งต่างๆให้ได้ ก็จะเป็นประโยชน์กับสิ่งที่ทำ

“วันนี้แม้ตัวสินค้าแปรรูปจะขายดี แต่ก็ไม่คิดไปสร้างโรงงานผลิต เพราะต้องการความสุขที่ได้จากการทำเกษตรพอเพียง เพราะหากทำเป็นโรงงานก็ต้องมีเรื่องกำลังผลิต และ การจ้างแรงงานจำนวนมาก ซึ่งส่วนตัวก็มองว่า อาจจะเป็นอะไรที่เกินตัว และ อาจทำให้ความสุขหายไป อย่างที่ผ่านมาหลายๆคนพอมาเห็น ฮิพอินทรีย์ฯประสบความสำเร็จ ก็มองว่า ชีวิตดีมากๆ อยากเป็นอย่างนี้บ้าง แต่กว่าจะมีวันนี้ผมก็ใช้เวลา 10 ปี ผ่านเส้นทางยากลำบากมาประมาณหนึ่ง รวมไปถึงตอนที่มาลงมือทำเกษตร ผมไม่มีภาระ ไม่มีหนี้สิน ไม่มีสิ่งที่ต้องรับผิดชอบมาก ก็สามารถจะมาลุยความลำบากกับการทำเกษตรได้ในช่วงแรกๆ แต่หากยังมีภาระหนี้สินมีความรับผิดชอบในครอบครัว การทำงานประจำอยู่และค่อยๆเรียนรู้การทำเกษตรผมว่าเป็นสิ่งที่ดีกว่าจะทิ้งงานประจำมาทำเกษตร”

นี่คือแนวคิดดีๆที่คุณโอ๋ฝากถึงผู้อ่านทุกท่านที่สนใจทำเกษตรในเมือง ซึ่งเป็นวิถีชีวิตที่ดี แต่ควรอยู่บนศักยภาพของแต่ละคน รวมไปถึงการทำพื้นที่ศูนย์เรียนรู้เกษตรในเมืองนั้น จำเป็นต้องใช้ระยะเวลาในการสร้างตัวเองในระยะหนึ่ง ซึ่งคุณโอ๋นั้นก็ได้ศึกษาข้อมูลอย่างรอบด้านก่อนลงมือทำจริง – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

พิธีเข้มขลัง! ชาวโคกล่ามร่วมบวงสรวงเบิกเนตร ‘พระมหาจักรพรรดิ์เวสสุวรรณ’

Posted on August 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/675471

พิธีเข้มขลัง! ชาวโคกล่ามร่วมบวงสรวงเบิกเนตร 'พระมหาจักรพรรดิ์เวสสุวรรณ'

พิธีเข้มขลัง! ชาวโคกล่ามร่วมบวงสรวงเบิกเนตร ‘พระมหาจักรพรรดิ์เวสสุวรรณ’

วันพุธ ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 16.57 น.

“วิรัช พิมพะนิตย์” ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วย “สจ.เบ็นซ์” รองประธานสภา อบจ.กาฬสินธุ์ ร่วมประชาชนบ้านโคกล่าม ตำบลไผ่ อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ จัดกิจกรรมทำบุญตักบาตรถนนสายบุญ ร่วมพิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์และเบิกเนตรพระมหาจักรพรรดิ์ปู่เวสสุวรรณ

วันที่ 24 ส.ค.65 ที่วัดศรีวนาราม บ้านโคกล่าม ต.ไผ่ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ นายวิรัช พิมพะนิตย์ หรือ “หมู พูดแล้วทำ” ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยนายณัฐวัชต์ พิมพะนิตย์ หรือ “สจ.เบ็นซ์” รองประธานสภา อบจ.กาฬสินธุ์ และ ส.อบจ.อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ เขต 4 เดินทางไปร่วมงานกิจกรรมบุญใหญ่ ชาวบ้านโคกล่ามร่วมกันทำบุญตักบาตรถนนสายบุญ ร่วมพิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์และเบิกเนตรพระมหาจักรพรรดิ์ปู่เวสสุวรรณ โดยมีคณะสงฆ์ ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ประชาชนใน ต.ไผ่และใกล้เคียงร่วมงานจำนวนมาก

ทั้งนี้ ด้วยทางวัดศรีวนาราม บ้านโคกล่าม ต.ไผ่ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ มีเจ้าภาพ คือ นายไพรัตน์ คำหงษา ได้สร้างพระมหาจักรพรรดิหน้าตัก 41 นิ้ว ปู่เวสสุวรรณ 2 องค์ พญานาคราช 2 องค์ โดยอันเชิญประดิษฐานที่ลานบุญ ลานธรรมวัดศรีวนาราม ซึ่งในวันนี้มีการพิธีเบิกเนตรและพิธีบวงสรวงสมโภชขึ้น โดยตั้งแต่ช่วงเช้า06.30 น.มีพิธีทำบุญตักบาตรถนนสายบุญ ถวายภัตรหารเช้า ก่อนที่จะร่วมกันทำพิธีเบิกเนตร

นายวิรัช พิมพะนิตย์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า กิจกรรมดังกล่าวนอกจากจะเป็นการทำบุญเพื่อความเป็นสิริมงคลให้ตนเองและครอบครัวแล้ว ยังเป็นกิจกรรมที่เสริมสร้างความสมัครสมานสามัคคี สืบสานขนบธรรมเนียมและวัฒนธรรมของประชาชนในพื้นที่ให้อยู่สืบไป ตลอดจนเป็นการร่วมกันทะนุบำรุงพุทธศาสนา และเป็นการร่วมกันพัฒนาศาสนสถานจัดสร้างสิ่งศักดิ์ เพื่อให้ประชาชนและพุทธศาสนิกชนได้สักการะเคารพ บูชาและเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจอีกด้วย – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ชาวเทวราช’อำเภอไชโยรวมกลุ่มทำแคปหมูสร้างรายได้ภายใต้แบรนด์’แคปหมู บ้านลาว’

Posted on August 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/675462

'ชาวเทวราช'อำเภอไชโยรวมกลุ่มทำแคปหมูสร้างรายได้ภายใต้แบรนด์'แคปหมู บ้านลาว'

‘ชาวเทวราช’อำเภอไชโยรวมกลุ่มทำแคปหมูสร้างรายได้ภายใต้แบรนด์’แคปหมู บ้านลาว’

วันพุธ ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 16.36 น.

ที่บริเวณหมู่ 1 ตำบลเทวราช อำเภอไชโย จังหวัดอ่างทอง ชาวบ้านได้รวมกลุ่มกันทำแคปหมูขาย โดยแคบหมูที่นี่มีรสชาติอร่อย กลมกล่อม กลิ่นหอม กรอบพองทั้งชิ้น ชวนชิมได้แม้แต่ผู้สูงอายุฟันเหลือน้อยยังรับประทานได้ โดยทางชาวบ้านได้รวมกลุ่มกันทำขายสร้างรายได้หลังจากทาง กศน.เทวราช มาสอนการทำแคปหมูให้กับชาวบ้าน โดยมีชาวบ้านที่ผลิตขายอยู่แล้วมาช่วยสอน ทำให้ได้แคปหมูที่มีกลิ่นหอม กรอบอร่อย กินเพลิน ซึ่งหลังจากชาวบ้านได้ความรู้จาก กศน.แล้วจึงได้รวมกลุ่มกันทำจำหน่ายในนามแบรนด์ “แคป หมูบ้านลาว” ส่งขายในราคาถุงละ 50 บาท

นางอาภรณ์ มะกรูดทอง อายุ 65 ปีสมาชิกกลุ่มกันทำแคปหมูในนามแบรนด์ “แคป หมูบ้านลาว” เล่าให้ฟังว่า ตมีสูตรแคปหมูที่สืบทอดมาแต่โบราณ ครั้งนี้ทาง กศน.เทวราช ได้มาสอนชาวบ้านในการทำแคปหมูและตนก็ได้มาช่วยสอนการทำแคปหมูด้วย จากนั้นได้รวมตัวกับกลุ่มแม่บ้านทำการผลิตแคปหมูขาย บรรจุถุงละ 1 ขีดในนามชื่อแบรนด์ “แคปหมูบ้านลาว” ส่งขายในราคาถุงละ 50 บาท หรือกิโลกรัมละ 500 บาท กินอร่อย กินเพลิน กรอบ ติดมันนิดหน่อย กินกับอะไรก็อร่อย น้ำพริก เครื่องเคียง ส้มตำ ข้าวเหนียว ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถโทรสอบถามได้ที่ 085-4482976 และ 087-1161119

สำหรับ “แคบหมู” เป็นอาหารพื้นบ้านของคนไทยในภาคเหนือและภาคอีสาน เป็นผลิตภัณฑ์จากการนำหนังหมูมาทำเป็นอาหาร ผ่านกรรมวิธีการทอดจนได้ลักษณะกรอบ พอง มีกลิ่นหอม รสกลมกล่อม ถือเป็นอาหารที่เกิดจากภูมิปัญญาชาวบ้าน สืบทอดกันมาเป็นเวลาช้านาน การทำแคบหมูเป็นวิธีการแปรรูป ทอดครั้งที่ 1 นำหนังหมูมาต้มใส่กับน้ำมันโดยต้มไฟอ่อนๆ ต้มพอหนังหมูแตกพอประมาณแล้วนำมาทอดครั้งที่ 2 โดยทอดไฟแรงพอประมาณหนังหมูถึงจะพองเต็มที่ สำหรับการบรรจุหีบห่อจะใช้ถุงพลาสติกในการบรรจุ  ซึ่งหนังหมูสดๆ จำนวน 10 กิโลกรัม จะสามารถทำแคบหมูได้ 2 กิโลกรัม – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แปลกหาชมยาก! กล้วยป่าภูเขาออกปลีคล้ายดอกบัวบาน 3 ปีออกปลี 1 ครั้ง

Posted on August 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/675455

แปลกหาชมยาก! กล้วยป่าภูเขาออกปลีคล้ายดอกบัวบาน 3 ปีออกปลี 1 ครั้ง

แปลกหาชมยาก! กล้วยป่าภูเขาออกปลีคล้ายดอกบัวบาน 3 ปีออกปลี 1 ครั้ง

วันพุธ ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 16.07 น.

วันที่ 24 ส.ค.65 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่หน้าบ้านนายดี ฟูเชื้อ อายุ 90 ปี ชาวบ้านต๋ำบุญโยงเลขที่ 9 หมู่ 11 ต.แม่กา อ.เมือง จ.พะเยา ชึ่งปลูกกล้วยผาหรือกล้วยป่าถูเขาไว้หน้าบ้านที่กำลังแทงยอดออกดอก หรือปลี คล้ายดอกบัวบานอย่างสวยงาม และมีให้เห็นไม่ง่ายนักในพื้นที่และกว่าจะออกช่อแทงปลีเครือกล้วยต้องรอถึง 3 ปี

สำหรับต้นกล้วยผาหรือกล้วยภูเขาจะมีลักษณะของลำต้นที่ไม่เหมือนต้นกล้วยอื่นๆ ลักษณะคล้ายต้นปาล์มแชมเปญโคนต้นใหญ่ปลายต้นแหลม โคนต้นขนาด 1 คนโอบสูงประมาณ 2-3 เมตร แตกใบเป็นพุ่มและแทงช่อออกปลีตรงปลายยอดลำต้น โคนต้นที่ใหญ่กว่ากล้วยทั่วๆ ไป และออกปลีดอกบานคล้ายดอกบัว ซึ่งจะมีอายุการบาน 2-3 เดือนเท่านั้นและออกผลกล้วยเป็นเครือลูกขนาดเล็ก เรียงเป็นหวีลั่นกันลงมา ยาวประมาณ 50-80 เซนติเมตร ปลีกล้วยจะบานเพียงครั้งเดียวในระยะเวลา 3 ปี จะบานเพียง 1 ครั้งเท่านั้น ก่อนเหี่ยวเฉาเหมือนกับกล้วยทั่วไปและการเพาะพันธุ์ต้นกล้วยผาหรือกล้วยป่าภูเขาจะชยายพันธุ์ด้วยวิธีเอาผลของกล้วยที่สุกเอาเมล็ดในไปเพาะเท่านั้นเนื่องจากต้นกล้วยไม่สามารถออกหน่อได้เป็นต้นกล้วยลักษณะต้นเดี่ยว

นายดี ฟูเชื้อ เล่าว่า ตนได้นำกล้วยผาป่ามาปลูกที่หน้าบ้านจำนวน 2 ต้นหลังจากปลูกมา 3 ปี โดยต้นกล้วยผาได้ออกปลีหรือดอก สำหรับกล้วยผา มีลำต้นสีเขียว ใบสีเขียว กาบใบซ้อนกันโดยรอบ ลักษณะคล้ายลำต้นอ่อนของต้นปาล์ม สูง 2-3 เมตร ปลีหรือดอกตั้งตรง กาบปลีสีแดงอ่อน และเขียวอ่อน ผลมีขนาดเล็กสุดสามารถรับประทานได้ แต่มีเม็ดในขยายพันธุ์โดยเมล็ดและจะไม่ค่อยพบเห็นในพื้นที่จังหวัดพะเยา จึงได้ทำการเพาะพันธุ์ด้วยผลกล้วยด้วยเมล็ดได้หลายต้นแล้ว – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘วิกิพีเดีย’เปลี่ยนตำแหน่ง ‘ประวิตร’ เป็นรักษาการนายกรัฐมนตรีแทน ‘ประยุทธ์’ แล้ว

Posted on August 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/675430

‘วิกิพีเดีย’เปลี่ยนตำแหน่ง ‘ประวิตร’ เป็นรักษาการนายกรัฐมนตรีแทน ‘ประยุทธ์’ แล้ว

‘วิกิพีเดีย’เปลี่ยนตำแหน่ง ‘ประวิตร’ เป็นรักษาการนายกรัฐมนตรีแทน ‘ประยุทธ์’ แล้ว

วันพุธ ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 15.38 น.

วันที่ 24 สิงหาคม 2565 ภายหลังคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยคำร้องกรณีที่ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฏร ส่งคำร้องของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ของพรรคร่วมฝ่ายค้าน ที่เข้าชื่อตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 เพื่อขอส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยวาระการดำรงตำแหน่ง 8 ปี ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ว่าสิ้นสุดลงของตำแหน่งหรือไม่ รวมทั้งขอให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งนายกรัฐมนตรีหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมีคำสั่ง โดยศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ 9 ต่อ 0 รับคำร้องไว้วินิจฉัย ขณะเดียวกัน ตุลาการมีเสียงข้างมาก 5 ต่อ 4 เสียง ให้ พล.อ.ประยุทธ์ หยุดปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่วันนี้ จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยนั้น

โดยก่อนหน้านี้ นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ตอบคำถามสื่อมวลชนถึงกรณีวาระการดำรงตำแหน่ง 8 ปีของนายกรัฐมนตรี ว่า ตามข้อเท็จจริงแล้วเรื่องดังกล่าวทางประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ส่งคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 22 ส.ค.ที่ผ่านมา จากนี้ไปสิ่งที่ต้องพิจารณาคือศาลรัฐธรรมนูญ ถ้าไม่รับเรื่องก็สามารถดำเนินการในส่วนที่เป็นปัจจุบัน โดยที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ทั้งสิ้น ต่อเนื่องไปเป็นการทำงาน แต่ถ้ามีการรับเรื่องดังกล่าว สิ่งแรกที่ต้องดำเนินการคือรัฐบาลต้องมีการส่งคำชี้แจงไปยังศาลรัฐธรรมนูญ

ในส่วนที่สอง หากมีการพิจารณาและมีการให้นายกรัฐมนตรีต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งหมายความว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี จะทำหน้าที่รักษาการแทน และปฏิบัติหน้าที่ร่วมกับคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นปกติ โดยในคณะรัฐมนตรียังมี พล.อ.ประยุทธ์ ร่วมอยู่ใน ครม.ด้วย เนื่องจากยังดำรงตำแหน่ง รมว.กลาโหม แต่หากเป็นกรณีที่ไม่สั่งให้นายกรัฐมนตรีหยุดปฏิบัติหน้าที่ พล.อ.ประยุทธ์ และ ครม.ก็ดำเนินการตามหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีคำวินิจฉัย

โดยล่าสุดทางเว็บไซต์ วิกิพีเดีย ได้ทำการเปลี่ยนเปลี่ยงข้อมูลของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เปลี่ยนเป็น รักษาการนายกรัฐมนตรี ซึ่งอยู่ในวาระ เริ่มดำรงตำแหน่ง เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2565 (0 ปี 0 วัน) สำหรับนายกรัฐมนตรีก่อนหน้าได้แก่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

อ่านรายละเอียด : ‘บิ๊กป้อม’ผงาด! นั่งรักษาการนายกฯ หลังศาลรธน.สั่ง’บิ๊กตู่’หยุดปฏิบัติหน้าที่

ด่วนที่สุด! ศาลรัฐธรรมนูญสั่ง’บิ๊กตู่’หยุดปฏิบัติหน้าที่ จนกว่าจะมีคำวินิจฉัย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘อ.เฉลิมชัย’ปรี๊ดแตก! หลังโดนมือมืดอ้างชื่อโจมตีกลุ่ม-คนการเมือง ลั่นอย่าเอาตนไปเกี่ยวข้อง

Posted on August 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/675384

'อ.เฉลิมชัย'ปรี๊ดแตก! หลังโดนมือมืดอ้างชื่อโจมตีกลุ่ม-คนการเมือง ลั่นอย่าเอาตนไปเกี่ยวข้อง

‘อ.เฉลิมชัย’ปรี๊ดแตก! หลังโดนมือมืดอ้างชื่อโจมตีกลุ่ม-คนการเมือง ลั่นอย่าเอาตนไปเกี่ยวข้อง

วันพุธ ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 14.51 น.

วันที่ 24 สิงหาคม 2565 เฟซบุ๊กส่วนตัวชื่อ “นรินทร ทามาส” หรือ เอ็ม-เมืองพาน ซึ่งเป็นลูกศิษย์ที่ใกล้ชิดกับอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติชาวเชียงราย ผู้รังสรรค์ผลงานศิลปะที่วัดร่องขุ่นอ.เมือง จ.เชียงราย ได้เผยแพร่คลิปของอาจารยเฉลิมชัย พร้อมข้อความสั้นๆ ว่า 

“ตอนนี้มีคนเขียนบทความโจมตีรัฐบาลและฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลแล้วอ้างว่าเป็นบทความที่เขียนโดยท่านอ.เฉลิมชัย โปรดหยุดเถอะนะครับ [ ขอร้อง]” 

ส่วนในคลิปเป็นภาพของอาจารย์เฉลิมชัยสวมใส่เสื้อผ้าด้วยชุดพื้นเมืองสีน้ำเงินเข้มพูดชี้แจงอยู่ภายในห้องทำงานที่มีอุปกรณ์วาดภาพอยู่บนโต๊ะ

โดยมีเนื้อหาว่ามีผู้กล่าวหาว่าตนพูดเรื่องการเมือง ซึ่งตนขอปฏิเสธเพราะตนไม่มีความชำนาญเรื่องการเขียนหนังสือเลย

อาจารย์เฉลิมชัย กล่าวว่า เอาอีกแล้ว…มีคนกล่าวหาว่า อาจารย์เฉลิมชัยเขียนด่าได้เยี่ยมมากเยี่ยม..xxxน่ะสิ ตนไม่เคยไปเชียนด่าใครเลยเพราะตนเขียนไม่เป็น ตนไม่มีการเขียนด่าใครในเรื่องทางการเมือง และเห็นว่าหากมีเรื่องร้อนใดๆ เกิดขั้นมักจะนำตนเข้าไปเกี่ยวข้องทุกครั้ง และกล่าวหาว่าเป็นตนทุกครั้ง 

ตนจึงขอบอกกับพี่น้องประชาชนว่าอย่าได้เชื่อและอย่าไปสนใจหากว่ามีคนเอาชื่อของตนไปลงว่าตนไปด่าคนนั้นคนนี้หรือด่านักการเมืองกลุ่มนั้นกลุ่มนี้ เพราะไม่เป็นความจริงแต่อย่างใดและตนไม่เคยทำเช่นนั้น และชีวิตของตนขออยู่กับวัดวาโดยทำงานทางศิลปะเพื่อชาติบ้านเมือง แค่นี้ตนก็เพียงพอแล้ว แต่กลับมีคนชอบเอาตนเข้าไปยุ่งเกี่ยวทุกที

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,937,786 hits

Join 4,116 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

ศึกนี้ยังไม่จบ ปู มัณฑนา โพสต์ฟาดแรงถึง ลูกหมี รัศมี ลั่นเลิกเกาะชื่อเสียงขายของ หยุดมโนเรื่องแย่งสามี
เพิ่มทางเลือกการรักษา ยาต้านไวรัสตับอักเสบซี ‘ราวิดาสเวียร์ ขึ้นทะเบียนแล้วในไทย
กางโรดแมพ ‘EV–SAF’ ครบวงจร พลิกโครงสร้างพลังงาน ดับวิกฤต PM 2.5
คนไทยร่อแร่! ไอเอฟดีโพล เผย 88% ปากท้องตึง-หมดหวัง ขยันแค่ไหนชีวิตก็ไม่ดีขึ้น
ฉัตรมงคลรำลึก 4 พฤษภาคม 2569 ‘เราจะสืบสาน รักษา และต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป’
ก.เกษตรฯเตรียมชง ครม. ขยายเพดานโควต้านมโรงเรียน ถึง ม.3 แก้ปัญหานมค้างสต๊อก
พิพัฒน์ ลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นทุกด้าน 8 พ.ค.นี้ หลัง ปชช.จ่อยื่นคัดค้านแลนด์บริดจ์
OPEC ประกาศเพิ่มกำลังผลิตน้ำมันดิบ ไม่พูดถึงปม UAE ถอนตัว
อิหร่านประกาศพร้อมตอบโต้ หากกองทัพสหรัฐฯ เข้าควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ หลังทรัมป์สั่งช่วยเรือ
ณัฏฐ์ชนน วอน ป.ป.ช. เร่งตัดสินคดีค่ารักษาพยาบาล ยันบริสุทธิ์ใจ

Recent Posts

  • อิหร่านประกาศพร้อมตอบโต้ หากกองทัพสหรัฐฯ เข้าควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ หลังทรัมป์สั่งช่วยเรือ
  • นายกฯ ญี่ปุ่นเตือนวิกฤตน้ำมันกระทบหนักภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
  • ผู้นำไต้หวันเยือนประเทศเอสวาตินี ลงนามความร่วมมือ ท้าทายแรงกดดันจีน
  • ทหารสหรัฐฯ 2 นายสูญหาย ขณะร่วมซ้อมรบในโมร็อกโก
  • ทรัมป์ประกาศ เริ่ม “Project Freedom” พาเรือออกจากช่องแคบฮอร์มุซ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d