Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

‘รักษาจิตให้ดี ทำทุกวัน ทำให้มาก’โอวาทธรรม’หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ วัดดอยแม่ปั๋ง’

Posted on August 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/675257

'รักษาจิตให้ดี ทำทุกวัน ทำให้มาก'โอวาทธรรม'หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ วัดดอยแม่ปั๋ง'

‘รักษาจิตให้ดี ทำทุกวัน ทำให้มาก’โอวาทธรรม’หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ วัดดอยแม่ปั๋ง’

วันอังคาร ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 19.23 น.

‘รักษาจิตให้ดี’ วิสัชนาธรรมโดย ‘หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ’ วัดดอยแม่ปั๋ง อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่

ปุจฉา : หลวงปู่มีอะไรจะแนะนำในเรื่องการปฏิบัติทางจิตบ้างครับ

วิสัชนา : จะเอาทางจิตทางใจก็เอา แปดหมื่นสี่พันพระธรรมขันธ์นี้มีขึ้นที่ใจอย่างเดียว รักษาแต่ใจอย่างเดียวให้แน่นหนา รักษาแต่ใจอย่างเดียวตลอดชีวิต รักษาศีลห้าให้บริสุทธิ์ ตั้งอยู่ในกุศลกรรมบถสิบ รักษากายวาจาใจให้บริสุทธิ์ นี่เป็นเบื้องต้น เวลาอยู่ในคนหมู่มาก ได้พูดกับคนหมู่มาก บางทีจะลืมตัวไป จงมองเข้ามาดูใจนี่ ใจนี้เป็นใหญ่ คุมกายกรรม วจีกรรม ให้รู้เข้ามาในกาย ให้มองมาดูใจนี่แหละ เอาใจนี้เป็นผู้รู้ ใจนี้เองน่ะแหละเป็นผู้หลง ใจนี้แหละเป็นผู้ละ ปฏิบัติกายวาจาใจนี่ให้เรียบร้อย กายนี่ก็ออกไปจากใจนี่แหละ ให้พิจารณา กายนี่เขาก็ไม่เที่ยง ใจนี่เขาก็ไม่เที่ยง

แปดหมื่นสี่พันพระธรรมขันธ์ ก็ชี้เข้ามาที่ใจนี่แหละ ใจนี้เป็นเหตุ ให้ใจนี้ละ ให้ใจนี้วาง ให้ใจนี้ถอน ถอนทุกสิ่งทุกอย่างหมด มันจึงจะได้ ถอนทีแรกก็เอาใจนี่แหละถอน ถอนอยู่ที่ใจนี้ ละอยู่ที่ใจนี้ วางอยู่ที่ใจนี้ ให้ใจนี้รักษา ต้องรักษาตา รักษาหู รักษาจมูก รักษาลิ้น รักษากายวาจานี้แหละ รูปมาทางตานี่ ก็นึกที่ใจ พอใจก็ดี ไม่พอใจก็ดี ก็ที่ใจนี่แหละ เอาศีลนำออกมาให้หมดจากใจของตน ละออกจากใจนี่แหละ เอาใจนี่วาง เอาใจนี่ถอนมันให้หมด เวลาไปหาหมู่มาก พูดไปพูดมาแล้วก็หลง มันหลงใหลอยู่เท่านั้นแหละ ต้องน้อมเข้ามาที่ใจของตน สิ่งใดก็ตามเถอะ ให้น้อมเข้ามาสู่ใจ แปดหมื่นสี่พันพระธรรมขันธ์ก็ชี้เข้ามาที่กายที่ใจนี่แหละ

อุปัชฌายะสอน ก็สอนเข้ามาถึงกายนี้แหละ เกสา โลมา นขา ทันตา ตโจ ปัญจกกัมมัฏฐาน กายคตากัมมัฏฐาน ฐานที่ตั้งของกายนี้แหละ กายเขาไม่รู้แจ้ง จะรู้แจ้งก็รู้แจ้งที่ใจนี่แหละ เอาใจละสิ่งทั้งหลายที่มาทางตา ทางหู ทางจมูก ทางลิ้น ทางกาย ทางใจ มาทางตา ที่พอใจก็ดี ไม่พอใจก็ดี มาทางหู ที่พอใจก็ดี ไม่พอใจก็ดี มาทางจมูก ทางลิ้น ทางกาย ที่พอใจก็ดี ที่ไม่พอใจก็ดี เอาศีลนี่แหละนำออกเสียด้วยปัญญาของตน ออกไปจากใจนี้ ใจเป็นผู้รู้ ผู้ละ ผู้ถอน ผู้วาง รับเอาทุกเรื่องก็ไม่ไหวละ มันเป็นธรรมเมาเท่านั้นแหละ

เรื่องอดีตอนาคตก็ใช้ปัญญานำออกให้หมด ตัดอดีตอนาคตหมด อย่าให้มันเหลือ อดีตอนาคตมันมาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์ ตัดอดีตอนาคตออกแล้ว ให้จิตนิ่งอยู่กับปัจจุบัน เดินอยู่กับปัจจุบัน ว่างอยู่กับปัจจุบัน วางอยู่กับปัจจุบัน มันจึงเป็นพุทโธ มันจึงเป็นธรรมโม สังโฆ อยู่นี่แหละ มัวเอาที่อื่นอยู่ มันก็ไม่ไหวละ รักษาตา รักษาจมูก รักษาลิ้น รักษาหู รักษากาย ใจ ให้ตลอด เวลาพบคนมาก มันก็ต้องมีหลายสิ่งหลายประการ พูดอยู่ก็ต้องน้อมเข้ามาหาใจ มากำหนดให้รู้ใจของตน

อุปาทานทั้งห้ามันเกิดมาจากใจนี่แหละ อนิจจังทั้งห้ามันก็เกิดจากใจนี่แหละ เหตุมันก็มาจากใจนี่แหละ ทุกขังทั้งห้าก็ดี อนัตตาทั้งห้าก็ดี นิจจังทั้งห้าก็ดี มันเป็นนิจจัง มันอยู่คงที่ มันเที่ยงอยู่ อนัตตาทั้งห้ามันวางหมด แล้วทีนี้มันเป็นอัตตาตั้งอยู่ภายใน ยึดเรื่อยไปก็เป็นอัตตา แต่อาศัยอนัตตาอยู่ เพราะว่าไปพิจารณาอยู่ อุปัชฌาย์สอนก็ชี้ลงที่กายนี้เสียก่อน เกสา โลมา นขา ทันตา ตโจ นึกถึงปัญจกัมมัฏฐาน กายคตากัมมัฏฐาน

เวลาได้โอกาสก็ให้นั่งทำความสงบ ทุกข์มันจะเกิดขึ้น มันก็เกิดที่นี่ ที่ใจนี่แหละ เจ็บแข้ง เจ็บขา เจ็บหลัง เจ็บเอวก็เกิดขึ้น กำหนดทุกข์เข้าจนรู้เหตุรู้ผล รู้เหตุว่ามันนำทุกข์มาให้เสวย เหตุดับ ทุกข์ดับ ปัจจัยของเราก็ดับ อวิชชาความมืดก็ดับ นี่แหละให้หมั่นตั้งใจรักษา ศีลก็บัญญัติลงที่ใจนี่แหละ สมาธิก็ดี ปัญญาก็ดี บัญญัติลงในกายในใจนี่แหละ สองอย่างเท่านี้แหละ รู้ทางกายก็วางให้หมด รู้ทางกายก็ชวนเข้ามาที่ใจนี้แหละ แปดหมื่นสี่พันพระธรรมขันธ์รู้ที่ใจนี้แหละ ใจจึงเป็นเหตุ ก็เอาใจนี่แหละละ ก็เอาใจนี่แหละถอน เอาใจนี่แหละวาง วางอยู่ที่ใจ นี่แหละมันจึงจะใช้ได้ ถ้าไปเอาอันอื่นมาละ มันใช้ไม่ได้หรอก

ที่อุปัชฌาย์สอนก็สอนที่กายนี้ ดีสงบก็ที่กายนี้ ดีสงบก็ที่ใจนี้ คิดดีก็ใจนี้ คิดชั่วก็ใจนี้ ดูไปๆ มันก็ได้กำลังนะ เอาเข้าๆ มันก็ได้กำลัง เบิกยา รู้แจ้งเห็นจริง ผู้ปฏิบัติน้อมเข้ามาปฏิบัติกายวาจาใจ ธรรมะเกิดขึ้นในดวงใจนี้ เวทนาคือตัวกรรม ไม่ใช่มีกับเราเท่านั้น เวทนาคือตัวกรรมบุญ เวทนาคือตัวกรรมบาป น้อมเข้ามาที่นี่จนถึงอัพยากตธรรม ทางนี้ไม่มีกิเลสหนา อัพยากตธรรมเป็นฐาน น้อมเข้ามาที่นี่

พูดมากคุยมากมันก็มากไป จงหยุดน้อมเข้ามาในใจเสียก่อน เดี๋ยวจะลืมไป เอาแค่นี้ก็อยู่ได้ เอามามากมายก็จะทุกข์ ใจนี่มันคิด ใจนี่มันทุกข์ ตัดออกให้หมด ไม่คิดไม่นึก เมื่อไม่คิด จิตของเราก็ตั้งอยู่เป็นปกติ ไม่ได้ไปที่ไหน รูป เสียง กลิ่น รส ธรรมารมณ์ทั้งห้า นำเอาเข้ามาหมักหมมไว้ในใจ ให้เขาผ่านไป ไม่เก็บเข้ามา ใจก็เป็นปกติ ไม่ไปที่ไหน ตา หู จมูก ลิ้น กาย ก็เป็นปกติ รูป เสียง กลิ่น รสนี่เป็นธรรมดาโลกนะ ดีเขาก็ว่า ชั่วเขาก็ว่า ร้ายเขาก็ว่า ก็มีอยู่อย่างนี้แหละ รักษาจิตให้ดี ทำทุกวัน เวลาได้โอกาส พักผ่อนให้ทำไป ทำให้มาก มันก็ทำจิตให้เบิกบานผ่องใส

……………………

คัดมาจากหนังสือสุจิณโณรำลึก (๒๕๒๘), ถอดความจากเทปของมูลนิธิพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต, ม.ร.ว.ส่งศรี เกตุสิงห์ ผู้ถอดเทปในหนังสือจิตตภาวนา มรดกล้ำค่าทางพุทธศาสนา รวมพระธรรมเทศนาภาคปฏิบัติของพระสุปฏิปันโน รวบรวมโดยมูลนิธิหลวงปู่มั่นและชมรมคุณภาพชีวิต, พิมพ์ครั้งที่ ๑, ๕ ธันวาคม ๒๕๔๓ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลและเผยแพร่เป็นธรรมทาน (ขอบคุณลานธรรมจักร) – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ชัชชาติ’ชูคนเมืองทำเกษตร เตรียมออกแคทตาล๊อกเสิร์ฟ ‘พื้นที่ไหนทำเกษตรได้บ้าง’

Posted on August 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/675251

'ชัชชาติ'ชูคนเมืองทำเกษตร เตรียมออกแคทตาล๊อกเสิร์ฟ 'พื้นที่ไหนทำเกษตรได้บ้าง'

‘ชัชชาติ’ชูคนเมืองทำเกษตร เตรียมออกแคทตาล๊อกเสิร์ฟ ‘พื้นที่ไหนทำเกษตรได้บ้าง’

วันอังคาร ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 19.00 น.

โอกาสของคนตัวเล็กๆ ที่ได้เข้าไปฟัง “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หรือ อาจารย์ชัชชาติ บรรยายในหัวข้อ “HEALTH & WEALTH FORUM” สร้างสุขก่อนสูงวัย (อยู่ดี, กินดี, การเงินดี) ซึ่งเป็น Special Talk ที่จัดโดยสื่อในเครือเนชั่น ได้แก่ กรุงเทพธุรกิจ, ฐานเศรษฐกิจ และสปริงนิวส์ ณ โรงแรมแกรนด์ ไฮเอท เอราวัณ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 22 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งมีประชาชนทั่วไปเข้าร่วมฟังกันจำนวนมาก

เนื้อหาที่นายชัชชาติ บรรยายบนเวทีส่วนใหญ่เป็นเนื้อหาที่สร้างแรงบันดาลใจ และบอกเล่าเรื่องราวของแผนการพัฒนากรุงเทพมหานครในกลุ่มผู้สูงวัย โดยเฉพาะการเน้นไปที่ “เส้นเลือดฝอย” ซึ่งเน้นการให้ความสำคัญกับศูนย์สุขภาพชุมชนในพื้นที่ต่างๆ ของกรุงเทพมหานคร รวมไปถึงการสร้างแรงบันดาลใจด้วยการวิ่งในทุกๆเช้า โดยเป็นสิ่งเล็กๆ ที่นายชัชชาติ ทำมาตลอดจนเป็นสไตล์ นำมาสู่เอกลักษณ์ “ผู้ว่าฯที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก” รวมไปถึงการได้รับแรงบันดาลใจจากหนังสือ 2 เล่ม คือ The Power of Habit และ “Willpower” เขียนโดย Roy Baumeister

ภายหลังการบรรยายบนเวทีจบลง “แนวหน้า ออนไลน์” มีโอกาสสัมภาษณ์นายชัชชาติ ในประเด็น “เกษตรคนเมือง” โดยนายชัชชาติ ให้สัมภาษณ์อย่างเป็นกันเองว่า กำลังรวบรวมข้อมูลพื้นที่ว่างเปล่าในแต่ละเขตพื้นที่ของ กทม. เพื่อจัดทำเป็นแคทตาล็อก (catalog) ให้คนในพื้นที่แต่ละเขตทราบว่า มีพื้นที่ว่างเปล่าตรงไหนบ้างที่จะใช้ทำเกษตรคนเมืองได้ และเพื่อจะสามารถใช้เป็นพื้นที่เกษตรกรรมได้มากขึ้น 

“เมื่อวาน (21 ส.ค.65) ไปกรมพัฒนาชุมชน พื้นที่แถวหนองจอก ก็มีพื้นที่ที่ว่างอยู่ เราก็ไปปลูกผัก ปลูกอะไรกัน หรือไปหาที่ดินส่วนราชการ เช่น กรมธนารักษ์ เพื่อไปใช้ประโยชน์ ทาง กทม.จะเป็นศูนย์กลางให้ เหมือนกับทำแคทตอล๊อกให้ว่ามีที่ไหนบ้าง คือ ไม่ต้องใช้เงินและใช้วิธีขอยืมเขามาและให้เป็นแหล่งทำมาหากิน ซึ่งตอนนี้รวบรวมดาต้าเบสก่อน คือ แคตตาล๊อกพวกนี้จะมีข้อมูลบอกถึงจำนวนพื้นที่ที่ไม่ใหญ่มาก ขนาดแปลงอาจจะไม่เยอะมาก แต่ทำเป็นแคทตาล๊อก ทำแต่ละเขตๆว่ามีพื้นที่ไหนว่างบ้าง อย่างที่หนอกจอก ที่บดินทร์เดชา 4 มีพื้นที่ 40 ไร่ ปลูกผักบุ้งจีน และปลูกหลายอย่าง ตรงนี้ก็เป็นต้นแบบ เป็นโมเดลได้ เพราะต่อไปค่าขนส่งแพงขึ้น และพอคนเห็นเป็นผักปลอดสารพิษคนก็กล้าซื้อมากขึ้น ก็สอดคล้องกับการทำโครงการแยกขยะ ปุ๋ยหมักในเมือง แล้วก็มีพื้นที่ว่างเยอะ สวนผักในเมือง อาจจะหาพื้นที่ในชุมชนและลดการเก็บขยะ ลดปริมาณขยะลง เอาพื้นที่รอใช้ประโยชน์” อาจารย์ชัชชาติเล่าให้ฟัง 

สำหรับอนาคตการทำ “เกษตรคนเมือง” จะเป็นอย่างไร ในแนวทางการพัฒนาของกรุงเทพมหานคร ประเด็นนี้อาจารย์ชัชชาติตอบชัดเจนว่า อนาคตก็ส่งเสริม เพราะสุดท้ายก็มาลงที่มาร์เก็ต (market) ซึ่งถ้ามีความต้องการ หรือ ดีมานด์ (demand) ทางกรุงเทพมหานครก็จัดการทรัพยากรให้ หรือ รีซอร์ส (resource) ให้โดยสอดคล้องกับโครงการแยกขยะ การทำปุ๋ยหมักของ กทม.การมีปุ๋ยและใช้พืชลงดิน เป็นการใช้งบน้อยดีที่สุด เพราะอะไรก็ตามที่ใช้งบเยอะ โอกาสเกิดยาก 

“หลักการ คือ ทำแบบยูโด สเตติจี้ (Judo Strategy) ใช้น้ำหนักคนอื่นในการทุ่ม คือ คนที่มีที่ดินว่างเปล่า คนที่มีแรงงานว่างอยู่ ก็แจกเงินทุน แจกโนฮาว (Know-how) อันนี้ก็มากหน่อย ผู้สูงอายุก็มาทำตรงนี้ได้ มาขายได้ ก็ดี เป็นอีกโซลูชั่นหนึ่ง” นายชัชชาติ กล่าวทิ้งท้าย

ส่วนในมุม “เกษตรคนเมือง” เมื่อนำรูปแบบประเทศไทย เปรียบเทียบกับประเทศสหรัฐอเมริกานั้นทางอาจารย์ชัชชาติสะท้อนมุมมองให้ฟังว่า ที่สหรัฐอเมริกาไม่มีพื้นที่แบบประเทศไทย ก็อาจต้องทำ “เกษตคนเมือง” บนตึก และบนหลังคา ส่วนในประเทศไทยมีแรงงานมาก ตอนนี้สิ่งที่ต้องทำ คือ หาที่ดินก่อน และตามมาด้วยการหาเมล็ดพันธุ์และแยกปุ๋ยหมัก เพราะปัจจุบันจริงๆแล้วมีที่ดินที่ไม่ใช้ประโยชน์เยอะ และถ้าเกิดไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไร ยังไม่ได้ทำอะไร บางพื้นที่ก็รอพัฒนา ซึ่งบางพื้นที่บางส่วน ทาง กทม.ก็พัฒนาเป็นสวนสาธารณะ

เพราะฉะนั้น รูปแบบการพัฒนาเมืองกรุงเทพมหานคร ที่เชื่อมโยงกับการเป็นเมืองเกษตรกรรมของไทยนั้น ทางอาจารย์ชัชชาติซึ่งสวมหมวกผู้ว่าฯกทม.มาหมาดๆ ก็มีแนวคิดและแผนพัฒนาให้คนเมืองทำเกษตรกรรมโดยเน้นไปที่การปลูกผักปลอดสารพิษ ดังนั้นใครที่สนใจทำเกษตรในเมือง และ ยังติดขัดเรื่องพื้นที่การทำเกษตร ก็รออาจารย์ชัชชาติในการรวบรวมข้อมูลออกมาเป็นแคทตอล๊อกให้ได้ทราบกันว่า ในพื้นที่เขตของตนเองนั้น มีพื้นที่ไหนว่างเปล่าและได้รับการอนุญาติให้ทำ “เกษตรในเมือง” ได้บ้าง ก็เรียกว่า เป็นหนึ่งแนวคิดที่ตอบโจทย์ความเป็นเมืองเกษตรกรรมผ่านคนเมือง (Urban) ได้อย่างน่าติดตาม 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หลานชายเล่านาทีสยอง! ‘ต่อหัวเสือมรณะ’ รุมต่อยสาวพิการเสียชีวิต

Posted on August 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/675218

หลานชายเล่านาทีสยอง! 'ต่อหัวเสือมรณะ' รุมต่อยสาวพิการเสียชีวิต

หลานชายเล่านาทีสยอง! ‘ต่อหัวเสือมรณะ’ รุมต่อยสาวพิการเสียชีวิต

วันอังคาร ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 17.31 น.

วันที่ 23 ส.ค.65 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับกรณีเกิดเหตุต่อหัวเสือรุมต่อยนางสาวนันทิดา หรืออ้อย (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 33 ปี ชาวบ้านหมู่ 9 บ้านบุ่งเวียน ต.ท่าค้อ อ.เมือง จ.นครพนม จนเสียชีวิตโดยเหตุเกิดหลังบ้านญาติคือนางสิริลักษณ์ อายุ 58 ปี ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านผู้เสียชีวิตประมาณ 100 เมตร เหตุเกิดเมื่อวันที่ 21 ส.ค.65 ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ น.ส.อ้อย ผู้เสียชีวิตป่วยเป็นโรคโปลิโอขาลีบทั้งสองข้างและแขนขวาลีบตั้งแต่กำเนิด ก่อนเกิดเหตุสลดมีหลานชายชื่อน้องเก้า อายุ 12 ขวบ และน้องบุญรอด อายุ 10 ขวบ พาผู้เสียชีวิตขึ้นรถเข็นไปนั่งเล่นที่กระท่อมหลังบ้านนางสิริลักษณ์ ที่มีตัวต่อหัวเสือทำรังโคนต้นกล้วย และทางเจ้าของบ้านรู้มาก่อนว่ามีรังต่อที่เกิดจากธรรมชาติ แต่เก็บรักษาไว้กินเป็นอาหาร พอมีขนาดรังโตเต็มที่ แต่มาเกิดเหตุร้ายเสียก่อน

ขณะนั่งเล่นหลานชายทั้ง 2 คนคือน้องเก้า อายุ 12 ขวบ ได้โยนกิ่งไม้ไผ่ทิ้งไปในป่าต้นกล้วย ซึ่งห่างจากกระท่อมประมาณ 10 เมตร ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์และไปโดนรังต่อทำให้แตกรังยกทัพมารุมต่อย น.ส.อ้อย สาวพิการที่นั่งเล่นเกือบยกรัง ร้องครวญครางขอความช่วยเหลือ เพราะวิ่งหนีไม่ได้ เนื่องจากแขนขาพิการ

โดยน้องบุญรอด ตกใจวิ่งหนี แต่ขณะที่ทางด้านน้องเก้า ฮึดสู้กองทัพตัวต่อ ทั้งที่ตัวเองถูกรุมต่อยด้วย เข้าไปช่วยลากสาวพิการออกมาจากกระท่อมส่วนน้องบุญรอดวิ่งไปเจอชาวบ้านจึงบอกให้มาช่วย กระทั่งมีชาวบ้านมาช่วยนำน้ำฉีดหาทางช่วยเหลือ กว่าตัวต่อจะสลาย น.ส.อ้อยก็อยู่ในสภาพบอบช้ำถูกกองทัพต่อหัวเสือรุมต่อยทั้งตัว จึงช่วยกันนำส่งโรงพยาบาลนครพนม ทั้งสาวพิการรวมถึงน้องเก้าหลานชายที่ถูกตัวต่อต่อยกว่า 20 ตัว ระบมทั้งตัว

ต่อมาในวันเดียวกัน น.ส.อ้อยได้ออกจาก รพ.นครพนม เพื่อมาสังเกตอาการที่บ้าน กระทั่งกลางดึกของวันที่ 22 สิงหาคม 2565 น.ส.อ้อย มีอาการไม่ดี ญาติจึงนำส่ง รพ.นครพนมอีกครั้ง แต่สาวพิการเหยื่อต่อหัวเสือได้เสียชีวิตจากอาการแพ้พิษต่อรุนแรง ซึ่งญาตินำศพทำการฌาปนกิจศพในวันนี้ท่ามกลางความสลดของญาติพี่น้อง

ทั้งนี้ ต่อหัวเสือ ถือเป็นสัตว์ปีกมีพิษที่อันตราย ในช่วงเดือนเมษายนถึงเดือนตุลาคม เป็นฤดูกาลของต่อหัวเสือทำรัง และมีชาวบ้านบางส่วนนิยมนำมาเลี้ยง รวมถึงเกิดเองตามธรรมชาติ ถือว่าเสี่ยงอันตรายมาก ต้องระมัดระวัง เพราะหากพลาดถูกต่อยอันตรายถึงชีวิต ทั้งนี้เตือนเป็นอุทาหรณ์สำหรับอันตรายจากต่อหัวเสือ

ด้านน้องเก้า อายุ 12 ปี ผู้รอดชีวิตจากต่อหัวเสือ เล่านาทีชีวิตว่า ขณะนั่งเล่นในกระท่อมหลังบ้านป้าและมีรังต่อทำรังตรงโคนต้นกล้วย ซึ่งเห็นมานานแล้ว แต่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ว่าจะมารุมต่อยทำร้าย โดยนั่งเล่นกันทั้งหมด 3 คน มีผู้เสียชีวิตกับตนและน้องชาย คือ น้องบุญรอด จากนั้นตนได้โยนไม้ไผ่ที่นำมาเล่นทิ้งเข้าไปในป่ากล้วย บังเอิญไปถูกรังต่อ และแตกรังยกทัพมารุมต่อย ผู้ตายจนดำไปทั้งตัว แต่ตนตัดสินใจฮึดสู้ เพราะสงสารน้าสาวที่ถูกต่อย พยายามเข้าไปช่วยชีวิต ทั้งที่ตนถูกรุมต่อยด้วยไม่ต่ำกว่า 20 ตัว ซึ่งยังมีบาดแผลระบมไปทั้งร่าง โชคดีปลอดภัยไม่อันตรายถึงชีวิต เพราะมีชาวบ้านได้ยินเสียงตะโกนขอความช่วยเหลือ เข้ามาหาทางช่วยไว้ได้ทัน ส่วนน้องบุญรอดโดนต่อยแค่ 1 ตัว หลังเห็นท่าไม่ดีรีบวิ่งไปเรียกญาติ และชาวบ้านมาช่วย

ส่วนนายชะพร (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 55 ปี ญาติผู้ตาย เล่าช่วงนาทีชีวิตที่เข้าไปช่วยผู้ตายอีกคนว่า ตนเลี้ยงวัวอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุไม่ไกลมากนัก ได้ยินเสียง หลานชาย หลานสาว ตะโกนร้องไห้ และร้องขอความช่วยเหลือว่าถูกต่อต่อย จึงรีบวิ่งมาดู หาทางช่วย พบเห็นกองทัพต่อ ยกทัพออกมารุมต่อยหลานสาวที่เสียชีวิต รวมถึงหลานชาย คือ น้องเก้า ที่พยายามเข้าไปช่วย และนำสายยางน้ำประปามาฉีดไล่ตัวต่อช่วยชีวิตชุลมุน โดยไม่คิดชีวิต เพราะสงสารหลานสาวที่พิการ วิ่งไม่ได้ถูกรุมต่อย 

จนกระทั่งแม่ต่อสลายตัว บินกลับรัง จึงพยายามลากตัวออกมาจากกระท่อมจุดเกิดเหตุ เร่งประสานไปยังรถกู้ชีพ มาช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาลนครพนม สุดท้ายไม่รอดชีวิต เพราะถูกแม่ต่อรุมต่อยเกือบยกรัง ทำให้ทนพิษแม่ต่อไม่ไหว เชื่อว่าส่วนหนึ่งร่างกายไม่แข็งแรงแพ้พิษต่อ จนเสียชีวิตสลด นึกถึงสภาพยังน่ากลัวมาก – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ชาวโนนดินแดง​’เรียกร้องนำ’ทับหลังพระยมทรงกระบือ’ของจริงกลับปราสาทหนองหงส์​

Posted on August 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/675216

'ชาวโนนดินแดง​'เรียกร้องนำ'ทับหลังพระยมทรงกระบือ'ของจริงกลับปราสาทหนองหงส์​

‘ชาวโนนดินแดง​’เรียกร้องนำ’ทับหลังพระยมทรงกระบือ’ของจริงกลับปราสาทหนองหงส์​

วันอังคาร ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 16.56 น.

เทศบาลโนนดินแดง ร่วมกับ ปชช.ชาวโนนดินแดง จังหวัดบุรีรัมย์ ทำพิธีบวงสรวงปราสาทหนองหงส์บอกกล่าวสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามประเพณีความเชื่อ พร้อมเรียกร้องให้กรมศิลปากรส่ง “ทับหลังพระยมทรงกระบือ” ของจริงกลับมาไว้ที่องค์ปราสาทเหมือนในอดีตให้ชาวบ้านกราบไหว้สักการะเป็นสิริมงคลและดึงดูดให้คนมาเที่ยวสร้างรายได้ ปชช.ในพื้นที่

วันที่ 23 ส.ค.65 นายเอกวัฒน์ พวงประโคน นายอำเภอโนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ พร้อมนายภาคภูมิ อยู่พล หัวหน้าอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง, นายสมชัย กอชัยศิริกุล  นายกเทศมนตรีตำบลโนนดินแดง และประชาชนชาว อ.โนนดินแดง ได้ร่วมกันนำอาหารคาวหวานและเครื่องเซ่นไหว้ประกอบพิธีบวงสรวงปราสาทหนองหงส์เพื่อความเป็นสิริมงคล และบอกกล่าวสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามประเพณีความเชื่อที่จัดสืบทอดต่อกันมายาวนาน เนื่องจากปราสาทหนองหงส์ดังกล่าวเป็นโบราณสถานเก่าแก่ที่ชาวบ้านเคารพศรัทธา ทั้งนี้ ยังได้มีการรำถวายสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่บริเวณด้านหน้าปราสาทหนองหงส์ด้วย 

นอกจากนั้น​ภายในงานยังได้มีการจัดนิทรรศการให้ความรู้ เกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของปราสาทหนองหงส์ รวมถึงการร่วมแรงร่วมใจของหลายภาคส่วน ในการเคลื่อนไหวเรียกร้องทวงคืน “ทับหลังพระยมทรงกระบือ” ที่เคยถูกโจรกรรมไปแล้วพบถูกจัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์เอเชียนอาร์ต มิวเซียม เมืองซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา กลับคืนสู่ประเทศไทยได้สำเร็จและปัจจุบันทางกรมศิลปากร ได้ส่งมอบทับหลังพระยมทรงกระบือดังกล่าวมาเก็บรักษาและจัดแสดงไว้ที่ศูนย์บริการข้อมูลอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง จ.บุรีรัมย์แล้ว เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.65 ที่ผ่านมา

แต่ชาวอำเภอโนนดินแดง และผู้เฒ่าผู้แก่ในพื้นที่อยากเรียกร้องให้ทางกรมศิลปากร ได้ส่งทับหลังพระยมทรงกระบือของจริง มาประดิษฐานไว้ที่องค์ปราสาทหนองหงส์เหมือนในอดีตที่ผ่านมา เชื่อว่าหากมีการนำทับหลังพระยมทรงกระบือของจริงมาไว้ที่ปราสาทหนองหงส์ นอกจากสร้างความภาคภูมิใจให้กับคนในพื้นที่แล้ว ยังจะส่งผลดีด้านการท่องเที่ยว เพราะจะเป็นจุดดึงดูดให้นักท่องเที่ยวอยากที่จะมาเที่ยวและศึกษาประวัติความเป็นมามากขึ้น ก็จะทำให้ประชาชนในพื้นที่มีรายได้ตามไปด้วย 

นายบาง หาญศรี ตัวแทนชาวบ้านโนนดินแดง บอกว่า รู้สึกดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการแสดงพลังเรียกร้องทวงคืนทับหลังพระยมทรงกระบือ ที่ถูกโจรกรรมกลับคืนมาสู่ประเทศไทยมาอย่างยาวนานเกือบ 7 ปี แต่หากเป็นไปได้อยากให้กรมศิลปากรได้ส่งมอบทับหลังของจริง กลับมาประทับไว้ที่องค์ปราสาทหนองหงส์ เพื่อชาวโนนดินแดงได้กราบไหว้สักการะและเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ ไม่ใช่ตัวปราสาทตั้งอยู่ที่โนนดินแดง แต่ทับหลังกลับเก็บไว้ที่อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้งส่วนตัวมองว่ามีไม่สมบูรณ์แบบ  เพราะหากนักท่องเที่ยวจะมาเที่ยวก็ควรจะได้ชมทั้งตัวปราสาทและทับหลังไปพร้อมๆ กัน 

ด้าน​นาย​สมชัย​ กอชัยศิริกุล​ นายกเทศมนตรีตำบลโนนดินแดง กล่าวว่า ตนเองก็รู้สึกภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่ง ในการร่วมกับหลายภาคส่วน เคลื่อนไหวทวงคืนทับหลังปราสาทหนองหงส์มาตั้งแต่ปี 2559 จนประสบความสำเร็จได้ทับหลังกลับมาคืนแต่ปัจจุบันถูกเก็บรักษาไว้ที่อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง ซึ่งความเป็นจริงแล้วคนในพื้นที่ก็อยากจะได้ทับหลังพระยมทรงกระบือของจริงมาไว้ที่ปราสาทหนองหงส์ เหมือนกับที่นำทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์มาไว้ที่ปราสาทพนมรุ้ง ก็ทำให้ผู้คนหลั่งไหลมาชมจำนวนมาก

ดังนั้น ก็เชื่อว่าหากได้ทับหลังพระบรมทรงกระบือมาไว้ที่ปราสาทหนองหงส์ก็จะทำให้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมจำนวนมากเช่นกัน เพราะทับหลังพระยมทรงกระบือดังกล่าวมีเพียงชิ้นเดียวในโลก ซึ่งก็จะทำให้อ.โนนดินแดง มีสถานที่ท่องเที่ยวที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวได้อีกแห่งหนึ่ง ซึ่งหากได้มาไว้ในพื้นที่เชื่อว่าเทศบาลและคนในพื้นที่ก็มีความพร้อมที่จะร่วมกันดูแลรักษา ส่วนเทศบาลเองก็จะเสนอของบสร้างพิพิธภัณฑ์เพื่อเก็บรักษา เพราะไม่ใช่แค่ทับหลังเท่านั้น ปัจจุบันยังมีวัตถุโบราณอีกกว่า 200 ชิ้นที่ยังเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑ์พิมาย จึงอยากฝากให้ทางกรมศิลปากรได้พิจารณาด้วย – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

กุนซือซีพีอ่าน’จีน’คบไทยดั่งกัลยาณมิตรมองไทยเป็นพื้นที่’โอกาสทอง’แห่งการลงทุน

Posted on August 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/675205

กุนซือซีพีอ่าน'จีน'คบไทยดั่งกัลยาณมิตรมองไทยเป็นพื้นที่'โอกาสทอง'แห่งการลงทุน

กุนซือซีพีอ่าน’จีน’คบไทยดั่งกัลยาณมิตรมองไทยเป็นพื้นที่’โอกาสทอง’แห่งการลงทุน

วันอังคาร ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 16.33 น.

“ถ้าเราขายสินค้าให้จีนอย่างเดียว ไม่ได้ ไทยก็ต้องซื้อเขาบ้าง สินค้าไหนของจีนดี ก็ต้องซื้อมาขาย จะเอาอย่างเดียวไม่ได้” นี่คือหนึ่งในประโยคทิ้งท้ายของนายธนากร เสรีบุรี  ในฐานะนายกสมาคมส่งเสริมการลงทุนและการค้าไทย-จีน และรองประธานอาวุโสเครือเจริญโภคภัณฑ์ ซึ่งได้ให้สัมภาษณ์พิเศษกับ “แนวหน้า ออนไลน์” ภายหลังการปาฐกถาในหัวข้อ “อดีต ปัจจุบัน และอนาคตของจีน” จัดโดย “สมาคมส่งเสริมการลงทุนและการค้าไทย-จีน” ร่วมกับ “หอการค้าไทยในจีน” เมื่อวันที่ 20 สิงหาคมที่ผ่านมา ที่ร้านเอสแอนด์พี ซอยสุขุมวิท 26

นายกสมาคมส่งเสริมการลงทุนและการค้าไทย-จีนฯ ยังให้วิสัยทัศน์และมุมมองที่น่าสนใจ โดยกล่าวว่า เศรษฐกิจของจีนยังไปต่อได้อีก และ เตรียมจะบินโดยเฉพาะเรื่องโปรดักส์เทคโนโลยี แล้วจีนทำสองทาง คือ ทั้งรุกและรับ ตรงนี้จึงเป็นโอกาสของประเทศไทยที่จะต้องรุกมากขึ้น ไม่ใช่ตั้งรับอย่างเดียว 

“ตอนนี้การค้าระหว่างจีน ในกลุ่มประเทศอาเซียน ไทยอยู่ที่ 6 จริงๆผมว่า ต้องประเทศไทยต้องอยู่ที่หนึ่ง เพราะฉะนั้น เราต้องสร้างนักธุรกิจรุ่นใหม่ที่พูดจีนเป็น แล้วเข้าไปอยู่ที่นั่น อย่างผม ผมเข้าไปฝังตัวที่นั่น เพื่อให้เราเข้าใจ แล้วที่สำคัญจีนให้ความสำคัญในเรื่องของคอนเนคชั่น คือ ถ้าเป็นเพื่อนกันแล้วอะไรก็คุยได้ แต่เราต้องมีความซื่อสัตย์และจริงใจและเอาของที่ดีให้เขา และ ราคายุติธรรม ไปต้มเขาไม่ได้ ไปต้มเขาก็ได้ครั้งเดียว ต้มเขาอีกครั้งที่สองเขาก็ไม่เอา” นายกสมาคมฯเล่าให้ฟังอย่างเป็นกันเอง   

นายธนากร เคยนั่งเป็นผู้บริหารระดับสูงอยู่ในเครือเจริญโภคภัณฑ์ในจีนในตำแหน่งประธานคณะผู้บริหารกลุ่มธุรกิจยานยนต์และอุตสาหกรรม (จีน) เครือเจริญโภคภัณฑ์ และ โลดแล่นอยู่ในจีน 40 กว่าปี เรียกว่า จีนเป็นบ้านหลังที่ 2 ก็ว่าได้ จึงเข้าใจจีน และ มองจีนได้อย่างทะลุปรุโปร่ง ทำให้วันนี้ นายธนากร ยังเป็นหนึ่งในกุนซือคนสำคัญระดับแถวหน้าของไทยในด้านการค้าระหว่างประเทศไทยและจีน ภายใต้หมวกใบสำคัญในเครือเจริญโภคภัณฑ์ คือ ตำแหน่งรองประธานอาวุโสเครือเจริญโภคภัณฑ์มายาวนานกว่า 54 ปี 

“ผมว่าทางด้านเกษตร เรายังพัฒนาน้อยมา เราต้องพัฒนามากกว่านี้ เกษตรบ้านเราต้องเป็นเกษตรผืนใหญ่แล้วใช้เทคโนโลยี ต้องไปปรับปรุงเรื่องพันธุ์ ผลผลิตต่างๆ และ การแปรสภาพ จีนเขาก็ยังต้องซื้อ อยู่ที่ตัวเรา คือ มาร์เก็ตติ้งเราไม่เก่ง ส่วนใหญ่เราตั้งรับ อย่างกรณีครั้งที่แล้ว ผมเอาผู้ว่าราชการมณฑลเหอหนานมา ผมบอกว่า ลำไยเเราล้นตลาด เขาบอกว่า เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมส่งคนมาซื้อเลย แต่ที่ผ่านมาไม่มีคนไปคอนเนค (connect) กับเขา ลำไยเก็บได้ไม่นาน ต้องไปแปรสภาพ อย่างตอนนี้ผมเห็นทุเรียนผมดีใจด้วย บางคนไม่เข้าใจไปบอกว่า ล้งจีนไปรังแกเขา มันไม่ใช่ ถ้าเราส่งไปคุณภาพไม่ดี จีนเขาก็ขาดทุนร้อยเปอร์เซนต์ เขาก็เลยต้องส่งคนมาที่ประเทศไทย เพื่อมาซื้อทุเรียนกับเกษตรกร และ เหตุที่ทำให้จีนต้องส่งคนมา เพราะที่่ผ่านมา บางครั้งการขนส่งมีการส่งปอยัดไส้บ้าง หรือ ใส่หินบ้าง ตอนนั้นผมเองอยู่ที่จีน ก็ต้องส่งคนมาเลย เพราะถ้าเราส่งสินค้าไปขายที่จีนคุณภาพดี เรื่องอะไรทางจีนเขาจะส่งคนมา อย่างเกษตรของเรา พวกที่มีอำนาจ คุมคุณภาพให้ได้ ส่วนใหญ่เราไม่ค่อยได้คุม ลำไยลูกนิดเดียวขายแล้ว เกษตรกรอ่านแล้ว ต้องปรับตัว ต้องรักษาคุณภาพ ซื่อสัตย์ และเน้นขายสินค้าแพ็กเก็จจิ้งสวยงาม และ มีคนไปคอนเนคชั่นกับจีนก่อน ไม่ใช่รอ เพราะระหว่างรอ ทางมาเลเซียก็เอาไป กัมพูชาเอาไป เพราะฉะนั้นไทยต้องการทำการค้าเชิงรุกมากขึ้น” นายธนากรเล่าให้ฟัง

สำหรับสินค้าเกษตรที่กำลังเป็นที่ต้องการของประเทศจีน ได้แก่ น้ำตาล และ ยางพารา รวมไปถึงการค้าขายสินค้าเกษตรร่วมกัน ในอนาคตจีนอาจจะมองโอกาสการเข้ามาซื้ออสังหาริมทรัพย์ในไทย เพื่อขยายการลงทุนและทำการค้ากับไทยในระยะยาว เพราะปัจจัยราคาอสังหาริมทรัพย์ในไทยมีราคาไม่แพง เมื่อเทียบกับหัวเมืองใหญ่ๆในจีน อาทิ เซี่ยงไฮ้ 

“จีนพอเขารวยขึ้น เขาก็ปลูกไม่ไหวแล้ว เพราะที่ดินเขาแพงขึ้นด้วย อย่างคอนโดมีเนียมที่เซี่ยงไฮ้ แพงกว่าเมืองไทย ที่เซี่ยงไฮ้ ในทำเลที่ดีๆ ตารางเมตรละล้าน บ้านเราในทำเลที่ดีๆตารางเมตรละสองแสนบาท อนาคตคนจีนมาซื้อที่ดินเราก็มี เพราะฉะนั้นเมืองไทยเป็นโอกาสทองของจีน และคนจีนมองไทยเป็นเหมือนเพื่อน ในฐานะที่เราใกล้กับจีน เรามีความได้เปรียบ เพราะฉะนั้นเราต้องเอาตลาดจีนเป็นตลาดของเราให้ได้ ถ้าจีนเขาจะซื้อสินค้าเรา ประชากรจีนมีจำนวน 1,400 ล้านคน ความต้องการของคนจีน ถ้าเขาซื้อเรานิดเดียว ของเราก็หมดแล้ว ต้องสนใจเรื่องนี้ให้มาก” นายกสมาคมฯ วิเคราะห์อนาคตการทำการค้าระหว่างไทยกับจีน โดยเฉพาะสินค้าเกษตร ซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่และสำคัญ จนทำให้ในอนาคตชาวจีนมีโอกาสมองการซื้อขายที่ดินในไทย เพื่อมาลงทุนทำการค้าในระยะยาว 

ทั้งนี้ เวทีปาฐกถาดังกล่าวมีผู้ร่วมปาฐกถาซึ่งสะท้อนมุมมองเกี่ยวกับจีนได้อย่างตกผลึก ได้แก่ นายวิบูลย์ คูสกุล อดีตเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปักกิ่ง, นายประเสริฐศักดิ์ องค์วัฒนกุล ที่ปรึกษาอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ และนายชเล วุทธานันท์ กรรมการ บริษัทเท็กซ์ไทล์แกลลอรี่ จำกัด 

นอกจากนี้ ยังมีสมาชิกในสมาคมส่งเสริมการลงทุนและการค้าไทย-จีน เข้าร่วมฟัง ซึ่งอยู่ในหลากหลายธุรกิจ เช่น ธุรกิจเห็ดเข็มทอง ซึ่งมีสินค้าวางจำหน่ายในเซเว่น อีเลฟเว่น, ธุรกิจเครื่องสำอางซึ่งผลิตจากสมุนไพรไทย และธุรกิจซอฟท์แวร์เกม โดยผู้ประกอบการธุรกิจที่เกี่ยวกับซอฟท์แวร์ และเครื่องสำอางจากสมุนไพรไทยนั้นเป็นคนรุ่นใหม่ ยังไม่เคยไปฝังตัวอยู่ที่ประเทศจีน จึงมีความจำเป็นที่จะต้องขอคำแนะนำจากผู้ใหญ่ระดับกุนซือของไทย ทางด้านการทำตลาดสินค้าไทยในจีน และโอกาสการลงทุนในจีน เพราะปัจจุบันมีตัวแปรหลายปัจจัยที่ทำให้ไปจีนได้ลำบากขึ้น อาทิ การระบาดของโควิด-19 รวมไปถึง เทรด วอร์ และ เทค วอร์ เป็นต้น

ดังนั้น วันนี้และอนาคต “จีน” จึงมองไทยเป็น “พื้นที่แห่งโอกาสทอง” ของจีน ด้วยความสัมพันธ์ที่เป็นกัลยาณมิตรต่อกัน โดยจะส่งผลดีต่อการทำการค้าร่วมกันโดยเฉพาะสินค้าด้านเกษตร ซึ่งไทยมีความโดดเด่นมานาน ในการเป็นแหล่งต้นน้ำทางด้านการผลิตสินค้าเกษตร รวมไปถึงการเปิดโอกาสให้เกิดการเชื่อมต่อด้านการลงทุนในธุรกิจอื่นๆตามมาในแบบ 360 องศา ระหว่าง “ไทย” และ “จีน” 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

โวยถนนขึ้นวัดดอยเทพสมบูรณ์สร้างเสร็จ 3 เดือนผิวไม่เรียบไร้ป้ายแจ้งเตือนหวั่นเกิดอันตราย

Posted on August 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/675192

โวยถนนขึ้นวัดดอยเทพสมบูรณ์สร้างเสร็จ 3 เดือนผิวไม่เรียบไร้ป้ายแจ้งเตือนหวั่นเกิดอันตราย

โวยถนนขึ้นวัดดอยเทพสมบูรณ์สร้างเสร็จ 3 เดือนผิวไม่เรียบไร้ป้ายแจ้งเตือนหวั่นเกิดอันตราย

วันอังคาร ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 16.03 น.

ชาวบ้านโวยถนนคอนกรีตขึ้นวัดดอยเทพสมบูรณ์ บ้านภูพานทอง ตำบลหนองบัว อำเภอเมืองหนองบัวลำภู สร้างเสร็จ 3 เดือนเกือบ 5 ล้านบาทบางจุดมีรอยร้าว ผิวไม่เรียบ เป็นหลุ่ม ไม่มีป้ายสัญลักษณ์แจ้งเตือน หวั่นเกิดอันตรายกับนักท่องเที่ยวที่ขึ้นไปเที่ยวชมกราบไหว้สักการะพระพุทธชยันตี ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยว และศรัทธาของชาวหนองบัวลำภู

วันที่ 23 ส.ค.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้รับแจ้งมีผู้รับเหมาสร้างถนนคอนกรีตขึ้นไปวัดดอยเทพสมบูรณ์ บ้านภูพานทอง ตำบลหนองบัว อำเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลำภู บางจุดผิวคอนกรีตแตกร้าวเป็นทางยาวและผิวไม่เรียบร้อย ไฟฟ้าส่องสว่างก็ดับ แถมมีหลุมลึกอยู่กลางถนน เกรงว่าน่าจะเกิดอันตรายสำหรับนักท่องเที่ยวที่ขึ้นไปเที่ยวชม กราบไหว้สักการะพระพุทธชยันตี ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยว เป็นที่เคารพ และศรัทธาของชาวหนองบัวลำภู และเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2556 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ เสด็จทรงวางศิลาฤกษ์ การก่อสร้างพระพุทธชยันตีหนองบัวลำภู ณ วัดดอยเทพสมบูรณ์ ต.หนองบัว อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู 

หลังจากนั้นผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปตรวจสอบที่บริเวณวัดดอยเทพสมบูรณ์ บ้านภูพานทอง ตำบลหนองบัว อำเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลำภู ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการสร้างถนนคอนกรีต เป็นโครงการก่อสร้างปรับปรุงถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก พระพุทธชยันตี วัดดอยเทพสมบูรณ์ ลักษณะงานก่อสร้างโครงการซ่อมแซมผิวจราจรคอนกรีตเสริมเหล็ก สัญญาจ้างเลขที่ นภ. 0022-035 / 2565 เริ่มต้นก่อสร้างวันที่ 22 มกราคม 2565 สิ้นสุดวันที่ 21 พฤษภาคม 2565 ระยะเวลาก่อสร้าง 120 วัน ค่าก่อสร้าง 4,990,000 บาท (สี่ล้านเก้าแสนเก้าหมื่นบาทถ้วน) เจ้าของโครงการคือสำนักงานโยธาธิการ และผังเมืองจังหวัดหนองบัวลำภู กรมโยธาธิการและผังเมือง 

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวเพิ่งสร้างเสร็จได้ 3 เดือน ถนนบริเวณด้านหน้าเลี้ยวซ้ายเข้ามาผิวไม่เรียบ และเป็นหลุมลึก และไม่มีป้ายสัญลักษณ์แจ้งเตือน บริเวณทางขึ้นไฟฟ้าส่องสว่างก็ใช้ไม่ได้ พื้นผิวคอนกรีตบางจุดไม่เรียบและมีรอยแตกร้าว โดยผู้รับเหมาได้ใช้ยางมะตอยมาหยอดตรงที่บริเวณรอยแตก และด้านข้างซึ่งเป็นขอบของคอนกรีต น้ำยางมะตอยเปื้อนพื้นถนนไปหมด ส่วนพื้นคอนกรีตเดิมหลังจากที่ทุบออกแล้วก็ไม่ได้เคลื่อนย้ายไปทิ้งที่อื่น แต่นำมากองรวมกันไว้บริเวณด้านข้าง ซึ่งดูแล้วทำให้พื้นที่รกและไม่สวยงาม

ช่วงกลางๆ ของถนนทางขึ้นเป็นหลุมลึกประมาณ 3 เมตร กว้าง 2.5 เมตร และยาวประมาณ 5 เมตร เป็นร่องระบายน้ำ จุดดังกล่าวไม่มีไฟฟ้าส่องสว่าง หรือเครื่องหมายแสดงว่าเป็นร่องน้ำ เป็นทางโค้งถ้าผู้ไม่ชินทางขับมาตอนกลางคืนตกลงไปได้รับอันตราย บาดเจ็บหรือเสียชีวิตแน่นอน บางจุดของถนนคอนกรีตมีเม็ดหินโผล่ขึ้นมา มิหนำซ้ำระหว่างดำเนินการผู้รับเหมานำเครื่องจักรไปทำท่อน้ำประปาของชาวบ้านแตกเสียหายและไม่รับผิดชอบ ซึ่งมีชาวบ้านอยู่บริเวณด้านล่างของหมู่บ้านภูพานทองได้รับความเดือดร้อนหลายครอบครัว

โดยนายสุเทพ วุฒิธา อายุ 67 ปี ชาวบ้านหมู่ 2 บ้านภูพานทอง ตำบลหนองบัว อำเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลำภู พาผู้สื่อข่าวไปชี้จุดและให้สัมภาษณ์ว่า ตนอยู่ที่หมู่บ้านภูพานทอง มาเกือบ 20 ปีแล้วได้ออกเงินกับเพื่อนบ้านประมาณ 4-5 ครอบครัวเพื่อจะซื้อท่อน้ำความยาวเกือบ 2 กิโลเมตร ซึ่งด้านข้างของวัดดอยเทพสมบูรณ์ จะมีอ่างเก็บน้ำสาธารณประโยชน์ของหมู่บ้านที่ใช้ประโยชน์ร่วมกัน ตนจึงได้ต่อน้ำจากอ่างเก็บน้ำดังกล่าว พาดลงมาบริเวณด้านข้างของถนนซึ่งเป็นพื้นที่ป่าไม้ ไม่เกี่ยวกับการก่อสร้างถนนแต่อย่างใด 

แต่ระหว่างที่ผู้รับเหมาก่อสร้างอยู่นั้น ได้ไปทำท่อน้ำประปาของตนเอง และเพื่อนๆอีกประมาณ 4- 5 รายแตกขาดเสียหาย ก่อนที่งานจะแล้วเสร็จตนเองจะได้พูดคุยกับผู้รับเหมา ผู้รับเหมาก็ได้แจ้งว่าหลังจากเสร็จงานแล้วก็จะกลับมาซ่อมแซมให้กลับไปใช้งานได้เหมือนเดิม หลังจากนั้นมาได้โทรศัพท์ติดต่อ และประมาณ 10 วันให้หลัง ไม่สามารถติดต่อได้เลย และปิดเครื่องหนีไป

“ผมและเพื่อนบ้านได้รับความเดือดร้อนไม่ได้ใช้น้ำมา 3 – 4 เดือนแล้ว จึงได้รวมตัวกันไปแจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.เมืองหนองบัวลำภู โดยมี ร.ต.อ.ธราธิป ไชยรินทร์ เป็นร้อยเวรผู้รับแจ้ง” นายสุเทพ กล่าว

หลังจากนั้นผู้สื่อข่าวได้ตรวจสอบโดยรอบพบว่าเป็นถนนที่อันตรายจุดหนึ่ง เพราะทางขึ้นเป็นทางลาดชัน และถนนคอนกรีตก็สร้างไม่เรียบร้อย ร่องกลางถนนเป็นร่องลึกสำหรับระบายน้ำ แต่ไม่มีป้ายหรือสัญลักษณ์แจ้งเตือนใดๆและช่วงกลางคืนไฟฟ้าส่องสว่างบางหลอดก็ใช้ไม่ได้ และเมื่อประมาณเดือนมีนาคม 2564 ก็เกิดไฟไหม้บริเวณห้องโถงด้านล่าง มีองค์จำลองพระพุทธชยันตี ได้รับความเสียหาย ซึ่งมีผู้ที่มาสักการะได้จุดธูปจุดเทียนทำให้เกิดไฟลุกไหม้ขึ้น จากนั้นก็มีการซ่อมแซมปรับปรุงจนเป็นปกติ และจุดดังกล่าวนับเป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกจุดหนึ่งของจังหวัดหนองบัวลำภู มีองค์ พระพุทธชยันตี ตั้งอยู่บนเทือกเขาภูพานน้อย ภายในวัดดอยเทพสมบูรณ์ เป็นพระพุทธรูปปางประทานพรสีทอง ประดิษฐานโดดเด่นมองเห็นแต่ไกลจากในเมืองหนองบัวลำภู 

โดยองค์พระพุทธชยันตี เป็นพระพุทธรูปที่สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2556 เพื่อน้อมรำลึกถึงวาระครบรอบ 2,600 ปีพุทธกาล หรือก็คือ 2,600 ปี แห่งการตรัสรู้ขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า และเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2556 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ เสด็จทรงวางศิลาฤกษ์ การก่อสร้างพระพุทธชยันตีหนองบัวลำภู ณ วัดดอยเทพสมบูรณ์ ต.หนองบัว อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู ข่าวคืบหน้าผู้สื่อข่าวจะรายงานให้ทราบต่อไป – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เหมาะสมไหม? หลวงพี่กล้ามโต ถอดสบงแล้วโชว์ออกกำลังกาย

Posted on August 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/675163

เหมาะสมไหม? หลวงพี่กล้ามโต ถอดสบงแล้วโชว์ออกกำลังกาย

เหมาะสมไหม? หลวงพี่กล้ามโต ถอดสบงแล้วโชว์ออกกำลังกาย

วันอังคาร ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 15.15 น.

วันที่ 23 สิงหาคม 2565 ผู้ใช้ติ๊กต๊อกรายหนึ่ง ซึ่งเป็นคลิปไวรัล ถูกวิพากษณ์วิจารณ์สนั่นโซเชียล เมื่อหลวงพี่ท่านหนึ่งได้ลุกมาออกกำลังกาย ยกน้ำหนัก และถอดสบงโชว์กล้าม ภายหลังคลิปนี้ถูกเผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตหลายๆคนมีความเห็นว่า การกระทำแบบนี้ไม่เหมาะสมเท่าที่ควร

ขอบคุณคลิป : คลิก

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ลุงชาวเชียงรายวอนสื่อช่วยตามหาลูกสาว 2 คนอยู่สหรัฐฯติดต่อกันไม่ได้ 37 ปี

Posted on August 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/675156

ลุงชาวเชียงรายวอนสื่อช่วยตามหาลูกสาว 2 คนอยู่สหรัฐฯติดต่อกันไม่ได้ 37 ปี

ลุงชาวเชียงรายวอนสื่อช่วยตามหาลูกสาว 2 คนอยู่สหรัฐฯติดต่อกันไม่ได้ 37 ปี

วันอังคาร ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 15.02 น.

ลุงชัยวัย 70 ปีชาวเชียงรายคิดค้นวงจรชาร์จไฟแทนพลังงานแสงอาทิตย์จากอุปกรณ์ที่ถูกทิ้ง “วอนสื่อ”ช่วยตามหาลูกสาว 2 คนอยู่สหรัฐฯติดต่อกันไม่ได้ 37 ปี “ก่อนตาย” ขอเจอหน้าลูกสักครั้ง เพื่อมอบสิทธิบัตรที่กำลังยื่นขอให้เป็นสมบัติลูก

วันที่ 23 ส.ค.65 นางบังอร มะลิดิน รองนายเทศมนตรีนครเชียงราย แจ้งว่า ได้รับการประสานจากนายเศรษฐา เวียงนนท์ อายุ 70 ปีได้คิดค้นวงจรชาร์จไฟเข้าแบตเตอร์รี่โดยไม่ต้องใช้พลังงานจากแหล่งอื่น ซึ่งเหมาะสำหรับการใช้ในพื้นที่ไม่มีไฟฟ้าใช้และอยากให้ผู้ที่สนใจนำเครื่องและวงจรชาร์จไฟฟ้าเข้าแบตเตอร์รี่ไปทำการต่อยอดแนวความคิด เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ตามพื้นที่ห่างไกลและยังอยากมอบสิทธิบัตรเครื่องดังกล่าวที่อยู่ระหว่างการยื่นขอให้กับลูกสาว 2 คนแต่ไม่สามารถติดต่อลูกสาวได้มานาน 37 ปี แล้ว

ทางทีมข่าวจึงได้ลงพื้นที่ไปยังบ้านของนายเศรษฐา เวียงนนท์ อายุ 70 ปี หรือ “ลุงชัย” ซึ่งอาศัยอยู่ในบ้านหลังเล็กๆ แห่งหนึ่ง ภายในพื้นที่บ้านหัวดอย ตำบลท่าสาย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย เพื่อสอบถามในเรื่องดังกล่าว จนทราบว่า “ลุงชัย” สามารถคิดค้นเครื่องดังกล่าวได้มานานกว่า 1 ปีแล้วและพยามพัฒนาไปเรื่อยๆ พร้อมกับยื่นขอจดสิทธิบัตรซึ่ง “ลุงชัย” เล่าว่า ตนเองไม่รู้จักใครนอกจากนางบังอร มะลิดิน รองนายกเทศมนตรีนครเชียงราย จึงได้ประสานงานไปในเรื่องนี้ 

ผู้สื่อข่าวได้เมื่อสอบถามถึงเครื่องผลิตไฟฟ้าดังกล่าวทราบว่า เป็นการคิดค้นในเรื่องของการชาร์จไฟเข้าแบตเตอร์รี่ตลอดเวลา จากการนำอุปกรณ์ต่างๆ ที่หลายคนไม่ใช้แล้ว ทั้งไดนาโม ตัวชาร์จไฟเข้าแบตเตอร์รี่ ซึ่งแหล่งจ่ายไฟเป็นแบตเตอร์รี่รถยนต์ จ่ายไฟเข้าเครื่องแปลงไฟจาก 12 โวลต์ ดีซี เป็น 220 โวลต์ เอซี และต่อไฟ 12 โวลต์ ดีซี เข้าไปยังมอเตอร์ เพื่อปั่นไดนาโม เพื่อผลิตไฟ 13.8 โวลต์ ดีซี ขึ้นมาอีก และจ่ายเข้าตัวชาร์จไฟเพื่อจ่ายไปยังแบตเตอร์รี่เพื่อชาร์จให้แบตเตอร์รี่ มีไฟตลอดเวลา ซึ่งที่เคยพบเห็นมาก็จะอาศัยพลังงานแสงอาทิตย์เท่านั้นจึงได้คิดค้นเครื่องกล่าว ซึ่งเครื่องนี้เหมาะกับการใช้งานในพื้นที่ไม่มีไฟฟ้าใช้

อย่างไรก็ตาม “ลุงชัย” ยังมีอีกเรื่องราวที่อยากขอความช่วยเหลือ นั่นคือ อยากตามหาลูกสาว 2 คน ซึ่งตอนนี้น่าจะอายุประมาณ 45 ปีให้มารับสิทธิบัตรนี้ต่อ หากได้รับการอนุมัติและชีวิตที่เหลืออยู่ก็อยากจะเจอหน้าลูกสาวทั้ง 2 คน ก่อนตายเช่นกัน เพราะไม่ได้พบหน้าลูกมาแล้วกว่า 37 ปี เนื่องจากอดีตตนเองเคยรับราชการ และมีภรรยา 1 คน ลูกสาว 2 คน และในปี 2526-2534 ต้องประสบกับเรื่องราวที่ไม่คาดคิด ต้องเข้าไปรับโทษในเรือนจำ จึงทำให้ภรรยา ทำการฟ้องหย่าและขอรับลูกสาว 2 คนไปดูแลและมาทราบว่าลูกสาวไปเรียนต่อที่สหรัฐฯ หลังจากออกจากเรือนจำมาก็พยามติดต่อตามหาลูกสาว แต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้จนมาถึงทุกวันนี้ 

โดย “ลุงชัย” เล่าต่อว่า ทราบเพียงว่าลูกสาวอยู่ที่รัฐยูทาห์ สหรัฐอเมริกา จึงอยากให้ลูกสาวมาเจอหน้าพ่อสักครั้งก่อนที่พ่อจะเสียชีวิต เพื่อมอบสิ่งนี้ให้เป็นสมบัติชิ้นเดียวที่มีให้ ส่วนลูกสาวชื่อนางสาววรางคณา เวียงนนท์ และนางสาวชลดา เวียงนนท์ โดยหากสามารถติดต่อลูกสาวทั้ง 2 คนได้อยากให้โทรหาผู้เป็นพ่อสักครั้งที่หมายโทรศัพท์ 06-1891-4253

– 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘หมูย่าง’เมืองระยอง ย่างทั้งตัวกรอบนอกนุ่มใน น้ำจิ้มมะขามสูตรเด็ด

Posted on August 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/675119

'หมูย่าง'เมืองระยอง ย่างทั้งตัวกรอบนอกนุ่มใน น้ำจิ้มมะขามสูตรเด็ด

‘หมูย่าง’เมืองระยอง ย่างทั้งตัวกรอบนอกนุ่มใน น้ำจิ้มมะขามสูตรเด็ด

วันอังคาร ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 13.18 น.

23 สิงหาคม 2565 หมูย่างสุดอร่อยของ พิทักษ์หมูย่าง อยู่ที่ร้านชุมชนตำบลกระแสบน อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ริมถนนสาย 344 แกลง บ้านบึง โดยมีนายพิทักษ์ มะลิวัลย์ อายุ 61 ปี เป็นผู้ลงมือทำเองหลังไปทำธุรกิจแล้วไม่ประสบความสำเสร็จ กับมาอยู่ที่ร้านชุมชน โดยมีท่านกำนันบุญสืบ แกล้วกล้า กำนันตำบลกระแสบน เป็นผู้สนับสนุนให้เปิดย่างหมูขายที่หน้าร้านชุมชนตั้งแต่นั้นมา จากวันละ 1 ตัวกลายมาเป็นวันละ 10-12 ตัว 

โดยหมูที่นำมาย่างต้องเป็นหมูสดๆทำกันใหม่ๆ เมื่อทำเสร็จก็นำไปขึ้นแผง ชโลมด้วยน้ำหมักสูตรเฉพาะที่ไม่ลับ (สามารถโทรมาสอบถามได้) ทาให้ทั่วตัวหมูแล้วนำมาขึ้นเตาถ่านที่เตรียมไว้ย่างไปเรื่อยๆประมาณ 2 ชั่วโมง พลิกไปพลิกมาจนหนังหมูเริ่มเหลือง แต่ต้องใช้มีดปลายแหลมแทงลงไปที่เนื้อ ทิ่มแทงเพื่อไล่อากาศในชั้นเนื้อกับหนังไม่ให้มีฟองถ้ามีฟองจะไม่กรอบ เมื่อสุกตัดเป็นชิ้น นำมาชุบนำปรุงรสอีกรอบเพื่อไปย่างอีกครั้ง ให้เนื้อหมูด้านในสุก นำมาหั่นใส่จาน กรอบนอกนุ่มใน เปิดขายมานาน 5 ปีแล้ว

ส่วนที่เด็ดของหมูย่างคือน้ำจิ้ม ที่ทำสูตรขึ้นมาจนเป็นที่ถูกอกถูกใจของคนกิน เป็นสูตรใช้น้ำมะขามเปียกเป็นตัวชูโรง มีน้ำตาล พริก นำซอส งาขาว นำไปเคี่ยวจนได้ที่นำมาจิ้มกับหมูที่ย่างไว้แล้วสุดอร่อย 

ทั้งนี้ รายได้จากการขายหมูย่างจะแบ่งปันส่วนหนึ่งเข้าร้านชุมชน ผ่านมาผ่านไปสามารถแวะชิมได้ที่ร้านชุมชนกระแสบน หรือติดต่อสอบถามราคาได้ที่  0878264348 พิทักษ์ หมูย่าง หรือ 0892445157 กำนันตู่. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ยายพลั้งมือหมุนวาล์วแก๊สแรง ไฟลุกพรึบคลอกลำตัว ใจแข็งกลิ้งถังแก๊สออกนอกบ้าน

Posted on August 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/675072

ยายพลั้งมือหมุนวาล์วแก๊สแรง ไฟลุกพรึบคลอกลำตัว ใจแข็งกลิ้งถังแก๊สออกนอกบ้าน

ยายพลั้งมือหมุนวาล์วแก๊สแรง ไฟลุกพรึบคลอกลำตัว ใจแข็งกลิ้งถังแก๊สออกนอกบ้าน

วันอังคาร ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 11.39 น.

23 สิงหาคม 2565 เมื่อเวลา 07.30 น. งานป้องกันเทศบาลเมืองบ้านฉางรับแจ้งจากประชาชนเกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านพักเลขที่ 76/144 ม.3 (ซอยลูกนก) ท้องที่เทศบาลเมืองบ้านฉาง อำเภอบ้านฉาง ระยอง หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยรถกู้ภัย และรถดับเพลิงจำนวน 2 คัน รุดไปยังที่เกิดเหตุ 

ที่เกิดเหตุบริเวณข้างบ้านหลังดังกล่าว พบซากรถจักรยานยนต์ถูกไฟไหม้เสียหายทั้งคันไฟ ลามไปที่หน้าต่างซึ่งเป็นห้องพักนอกจากนี้พบผู้บาดเจ็บ 1 ราย ทราบชื่อนางทองคำ เขียวกอ อายุ 75 ปี เจ้าของบ้านหลังที่เกิดเหตุ ได้รับบาดเจ็บถูกไฟคลอกตามลำตัว เจ้าหน้าที่จึงช่วยกันปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนนำตัวส่งรักษาอาการบาดเจ็บที่โรงพยาบาลบ้านฉาง 

นางทองคำ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุอยู่บ้านคนเดียวลูกชายได้ออกไปขายหมูปิ้งหน้าปากซอย ส่วนตนอยู่บ้าน ก็เตรียมจะทำกับข้าวเหมือนทุกวัน ได้นำกระทะไปตั้งที่ถังแกส จุดไฟ แต่มือได้พลั้งเปิดวาล์วแก๊สแรงทำให้ไฟลุกพรึบ เห็นดังนั้นก็พยายามเอื้อมมือเข้าไปเพื่อปิดวาล์ว จนถูกไฟลวกตามลำตัว  เมื่อเห็นไฟยังลุกรุนแรงก็ได้วิ่งไปหยิบพลั่วพรวนดิน นำมาเขี่ยตัวถังแกสที่ยังมีเปลวไฟลุกอยู่ให้กลิ้งออกไปไหม้นอกบ้าน ซึ่งถังแกสได้กลิ้งออกไปบริเวณด้านนอกบ้าน แต่ก็ยังไม่พ้น เพราะกลิ้งไปถูกรถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่ข้างบ้าน ลุกลามติดตัวถังรถจักรยานยนต์ก่อนจะไหม้รถไปหมดทั้งคัน เพื่อนบ้านมาพบจึงโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่นำรถดับเพลิงมาช่วยดับไฟก่อนที่จะลุกลามไหม้บ้านทั้งหลัง 

จากการตรวจสอบพบว่า วาล์วถังแก๊สขนาด 4 กิโลกรัม ที่บริเวณมือหมุนถูกเปิดไว้จนสุด คาดว่าผู้บาดเจ็บน่าจะเปิดวาวส์ที่ถังแก๊สจนสุด จึงทำไฟพุ่งสูงก่อนที่จะคลอกตามตัวได้รับบาดเจ็บ. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,937,810 hits

Join 4,116 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

ศึกนี้ยังไม่จบ ปู มัณฑนา โพสต์ฟาดแรงถึง ลูกหมี รัศมี ลั่นเลิกเกาะชื่อเสียงขายของ หยุดมโนเรื่องแย่งสามี
เพิ่มทางเลือกการรักษา ยาต้านไวรัสตับอักเสบซี ‘ราวิดาสเวียร์ ขึ้นทะเบียนแล้วในไทย
กางโรดแมพ ‘EV–SAF’ ครบวงจร พลิกโครงสร้างพลังงาน ดับวิกฤต PM 2.5
คนไทยร่อแร่! ไอเอฟดีโพล เผย 88% ปากท้องตึง-หมดหวัง ขยันแค่ไหนชีวิตก็ไม่ดีขึ้น
ฉัตรมงคลรำลึก 4 พฤษภาคม 2569 ‘เราจะสืบสาน รักษา และต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป’
ก.เกษตรฯเตรียมชง ครม. ขยายเพดานโควต้านมโรงเรียน ถึง ม.3 แก้ปัญหานมค้างสต๊อก
พิพัฒน์ ลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นทุกด้าน 8 พ.ค.นี้ หลัง ปชช.จ่อยื่นคัดค้านแลนด์บริดจ์
OPEC ประกาศเพิ่มกำลังผลิตน้ำมันดิบ ไม่พูดถึงปม UAE ถอนตัว
อิหร่านประกาศพร้อมตอบโต้ หากกองทัพสหรัฐฯ เข้าควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ หลังทรัมป์สั่งช่วยเรือ
ณัฏฐ์ชนน วอน ป.ป.ช. เร่งตัดสินคดีค่ารักษาพยาบาล ยันบริสุทธิ์ใจ

Recent Posts

  • อิหร่านประกาศพร้อมตอบโต้ หากกองทัพสหรัฐฯ เข้าควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ หลังทรัมป์สั่งช่วยเรือ
  • นายกฯ ญี่ปุ่นเตือนวิกฤตน้ำมันกระทบหนักภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
  • ผู้นำไต้หวันเยือนประเทศเอสวาตินี ลงนามความร่วมมือ ท้าทายแรงกดดันจีน
  • ทหารสหรัฐฯ 2 นายสูญหาย ขณะร่วมซ้อมรบในโมร็อกโก
  • ทรัมป์ประกาศ เริ่ม “Project Freedom” พาเรือออกจากช่องแคบฮอร์มุซ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d