Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

พายุกระหน่ำ’ลาดหลุมแก้ว’ 30เรือนอ่วมปลิวว่อนระเนระนาด

Posted on August 16, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/673622

พายุกระหน่ำ'ลาดหลุมแก้ว' 30เรือนอ่วมปลิวว่อนระเนระนาด

พายุกระหน่ำ’ลาดหลุมแก้ว’ 30เรือนอ่วมปลิวว่อนระเนระนาด

วันอังคาร ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 10.48 น.

จ.ปทุมธานี พายุกระหน่ำหลังคาปลิวบ้านเรือนได้รับความเสียหายทั้งตำบล

16 ส.ค.65 นายสุริยะ  ภิรมย์พร้อม  นายกองค์การบริหารส่วนตำบลลาดหลุมแก้ว ได้รับแจ้งจากชาวบ้านตำบลลาดหลุมแก้วว่าเกิดลมพายุฝนฟ้าคะนองช่วง 17.00 น. วันที่ 15 ส.ค.2565 ทำให้มีบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายหลายหลังคาเรือนในพื้นที่หมู่ที่ 4-5-6 ตำบลลาดหลุมแก้ว อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี จึงประสานไปยังกำนันสำรวย เกาะแก้ว กำนันตำบลลาดหลุมแก้ว พร้อมสมาชิก อบต.ผู้ใหญ่บ้าน เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ได้รับความเสียหาย จำนวน 30 หลังคาเรือน

จากการสอบถามนายประกอบ บุญรอด อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 25/5 หมู่ 4 ตำบลลาดหลุมแก้ว อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี ช่วงเลิกงานมาจากที่ทำงานประมาณ ช่วงเย็นวันที่ 15 ที่ผ่านมา ตนเห็นว่าฝนกำลังจะตกเลยไปเก็บเสื้อผ้าที่ตากเอาไว้ สักพักมีลมแรงมาก็หันเห็นต้นคูนปลายต้นโยกลงมาถึงต้นกล้วยเลย ตนก็คิดในใจว่าฝนมาแรงแน่ๆ แปปเดียวต้นคูนหักลงมา แล้วกระเบื้องก็บินตามเลย ตอนนั้นลมแรงมาก เสียงลมดังซู่ๆมาเลย ที่บ้านได้รับความเสียหายเยอะมาก หลังคาหายหมด ฝาบ้านก็พัง

นายวิเชียร ผลพิบูลย์ 66 ปี อยู่บ้านเลขที่ 25/4 หมู่ 4 ตำบลลาดหลุมแก้ว กล่าวว่า เมื่อวานเย็นลมมาแรงมาก มีลูกเห็บตกด้วย ตอนนั้นตนคุยกับภรรยาอยู่จากนั้นก็มี เสียงฝนตกเล็กน้อยแล้วลมพายุก็มาเลย หอบหลังคาบ้านพังเลย ตนไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน บ้านเสียหายหนักมาก

ด้านนายสุริยะ ภิรมย์พร้อม นายกองค์การบริหารส่วนตำบลลาดหลุมแก้ว หลังจากตรวจบ้านเรือนประชาชนที่ได้รับความเสียหายจึงประสานไปยังเจ้าหน้าที่อบต. และสมาชิกอบต. ในแต่ละหมู่ กำนันผู้ใหญ่บ้าน ช่วยสำรวจว่ามีบ้านเรือนประชาชนเสียหายอย่างไรบ้าง และจะให้ทางกองช่างออกประเมินช่วยเหลือชาวบ้านต่อไป-009

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

บทความพิเศษ : จะหาคนดีที่เหมาะสม มาใช้อำนาจบริหาร (นรม.และครม.) แทนปวงชนชาวไทยได้อย่างไร

Posted on August 16, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/673582

วันอังคาร ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ยังไม่ทันพูดถึง ผู้ที่มาใช้อำนาจบริหาร (นายกรัฐมนตรีและครม.) แทนปวงชนชาวไทย ที่มาจากการปฏิวัติรัฐประหาร ครบตามที่เคยเรียนท่านผู้อ่านไว้ (ขาด จอมพล ป. พิบูลสงคราม, จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์,จอมพลถนอม กิตติขจร และพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา) ก็พอดีมีเรื่อง “ประชาธิปไตยแบบแจกกล้วย” (Banana Distribution Democracy หรือ Money Politics) เข้ามาแทรกเมื่อเดือนกรกฎาคม 2565 บทความนี้เลยตกกระไดพลอยโจน ไปจนถึงบทที่ว่า “ถึงเวลาแล้วต้องหา “ที่มา” ใหม่ของนายกรัฐมนตรี (หัวหน้าของผู้ใช้อำนาจบริหารแทนปวงชนชาวไทย)”

ในอดีต ผู้ที่เข้ามาเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร (นายกรัฐมนตรี) ที่มาจากพรรคการเมืองหรือ สส. ที่ดีๆ ก็มีมากอยู่ อาทิ คุณควง อภัยวงศ์,ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช, ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช, คุณชวน หลีกภัย แต่ละท่านก็มีภูมิหลัง ทั้งการศึกษาและประสบการณ์เพียบพร้อมพอที่จะกลั่นกรองเอามาให้เห็นได้เช่นเดียวกับนายกรัฐมนตรี ตุลาการทั้งสามท่าน ที่มาจากความจำเป็นของสถานการณ์ในขณะนั้น

แต่เมื่อเหตุการณ์ของประชาธิปไตยแบบแจกกล้วยเข้ามาแทรกกลางคัน จนบทความนี้ต้องเรียกร้องให้ปวงชนชาวไทย เจ้าของอำนาจอธิปไตยทั้งสาม (นิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ) ต้องช่วยกันคิดอ่านหา “ที่มา” ใหม่ ของนายกรัฐมนตรี เพื่อแก้ปัญหาธุรกิจการเมือง การเมืองระบบกางมุ้ง Money Politics หรือรวมกันเรียกได้ว่า “ระบอบประชาธิปไตยแบบแจกกล้วย (Banana Distribution Democracy)” ที่ยังผลให้เกิดปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น ศีลธรรมและจริยธรรมเสื่อมโทรม
ผู้ลงคะแนนเสียงทั้งประชาชนและ สส. จำนวนไม่น้อย กลายเป็นผู้ที่เห็นแก่เงินหรือผลประโยชน์มากกว่าอุดมการณ์

และนี่แหละคือวัฒนธรรมการเมืองของประเทศไทยที่เป็นเช่นนี้มาถึง 90 ปีแล้ว จะโชคดีบางระยะที่ได้ตุลาการที่ดี ทหารที่ดี (เช่น พันเอกพระยาพหลพลพยุหเสนา, พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ที่ไม่ยอมคด ไม่ยอมงอเพื่อปลูกกล้วย แจกกล้วยรักษาฐานอำนาจ เช่นในปัจจุบัน

ดังนั้น ข้อห้ามประการสำคัญของผู้ที่จะเข้ามาเป็น นรม.และรมต. ก็คือ จะต้องมิเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกวุฒิสภา และสมาชิกภาพสิ้นสุดแล้วยังไม่เกินหนึ่งปี

ซึ่งถ้ามีข้อห้ามเช่นนี้กำหนดไว้ การซื้อเสียงจากประชาชนผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง ก็จะหมดไป การซื้อเสียงจากผู้ที่เป็น สส. หรือ สว. อยู่แล้ว ก็จะหมดไป เพราะ สส. และ สว. ผู้ใช้อำนาจนิติบัญญัติอยู่แล้ว ไม่มีสิทธิ์จะเข้าไปใช้อำนาจบริหารอีกอำนาจหนึ่ง

ระบอบประชาธิปไตยแบบแจกกล้วย (Banana Distribution Democracy) ซึ่งอยู่ในประเทศไทยมา 90 ปี ก็จะได้หมดไปเสียที

ธุรกิจการเมือง (Money Politics) ก็จะได้ยุติลงเสียที เพราะผู้สมัครเข้ารับเลือกตั้งเป็น สส., สว. เพื่อใช้อำนาจนิติบัญญัติแทนปวงชนชาวไทย ก็ไม่จำต้องหาเงินไว้เลี้ยงลูกพรรค แต่ละพรรคก็จะมีแต่อุดมการณ์ที่ดีในการออกกฎหมายและการบังคับใช้กฎหมาย ให้บ้านเมืองไทยเป็นอารยประเทศได้เสียที

พรรคการเมืองจึงไม่ต้องถูกกติกาบังคับให้ต้องหาเงินมารักษาฐานเสียง เช่นในปัจจุบัน จะได้มีโอกาสทำหน้าที่ทางนิติบัญญัติและในการกำกับดูแลรัฐบาล ได้เต็มที่ขึ้น

คอร์รัปชั่นหรือการทุจริตประพฤติมิชอบ ก็จะค่อยๆ เบาบางลงอย่างรวดเร็ว เพราะนายกฯ และครม. ไม่ต้องมีหน่วยงานหากล้วย, หาเงิน เอาไว้แจก สส., สว. เวลาลงคะแนนเสียงไม่ไว้วางใจ หรือ ผ่าน พ.ร.บ. สำคัญ

ข้าราชการพลเรือน ตำรวจ ทหาร ก็จะทำงานรับใช้ประชาชนดีขึ้นเพราะไม่ต้องหาเงินส่งผู้บังคับบัญชาเพื่อเลื่อนชั้น เลื่อนตำแหน่ง หรือเพื่อส่งส่วยผู้บังคับบัญชา

ศีลธรรม (Moral), จริยธรรม (Ethics) จะกลับเข้ามาอยู่ในสายเลือดของคนไทยเช่นเดิม การเล่นพรรคเล่นพวก (Crony System) การวางตัวเพื่อหาเงินส่งกลไกทางการเมืองก็จะค่อยๆ เบาบางลงจนหมดไปในที่สุด

ประเทศไทยก็จะได้ก้าวเข้าสู่ความเป็นอารยะในระบอบประชาธิปไตย (Civilized Democracy) และคนไทยส่วนใหญ่ก็จะพ้นความยากจนได้เร็วขึ้น

_________________________________

เมื่อเราได้ข้อห้าม อันเป็นบ่อเกิดของ “ที่มา” ของ นรม. และ ครม.แล้ว ก็จะต้องมาวิเคราะห์ดูว่า จะหาคนมาเป็น นรม.และครม. วิธีใด จึงจะเป็นประชาธิปไตยที่สากลยอมรับได้ มาใช้ในประเทศเรา

คุณสมบัติของผู้ที่จะมาเป็น นรม.และ ครม. ควรจะเป็นเช่นใดจึงจะได้ คนดี มีภูมิหลังในด้านการศึกษาและประสบการณ์มากพอ มีความสามารถเป็นนักบริหารระดับประเทศได้

แล้วจึงจะพิจารณาว่า จะมีการเลือกตั้งผู้มีคุณสมบัติเหล่านี้อย่างไร จึงจะเป็นประชาธิปไตยที่สากลยอมรับได้

พูดถึงการกำหนดคุณสมบัติของผู้ที่ควรจะได้รับเลือกโดยตรงให้มาใช้อำนาจบริหารแทนปวงชนชาวไทย ก็ไม่น่าจะยากนัก ลองเอาคุณสมบัติของฝ่ายตุลาการที่เคยมาเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหารทั้งสามท่าน ลองเอาคุณสมบัติของหัวหน้าคณะปฏิวัติรัฐประหารที่ยกตัวอย่างมาแล้ว 1 ท่าน ลองเอาคุณสมบัติของอดีตนายกรัฐมนตรีที่มาจากพรรคการเมือง ที่เป็นตัวอย่างที่ดีได้ ก็มีหลายท่าน เช่น คุณควง อภัยวงศ์, ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช, ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช, คุณชวน หลีกภัย มาเรียงกันเข้า แล้วคัดเอาของดีของท่านออกมา

เราก็จะได้คุณสมบัติที่ดีมากมาย ที่น่าจะเข้าข่ายคุณสมบัติอย่างต่ำในการที่จะเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร (นรม. และ ครม.) ใช้อำนาจบริหารบ้านเมืองแทนปวงชนชาวไทยได้

เมื่อได้คนดีมามากมายแล้ว เราก็ต้องเลือกคนดีเหล่านี้หนึ่งท่านและหนึ่งกลุ่ม เข้ามาบริหารประเทศไทยเป็นระยะเวลา 1 เทอม (4 ปี) อย่างมากไม่เกิน 2 เทอม

เราก็จะได้รัฐบาลที่ประกอบด้วยคนดี มีความรู้ มีประสบการณ์ มาบริหารประเทศไทยอย่าง มีเสถียรภาพ 4 ปีเป็นอย่างน้อย ไม่ต้องพะวักพะวนอยู่กับการหากล้วย การแจกกล้วย การคอร์รัปชั่น การเล่นพวกเล่นพ้อง

ขอให้ท่านผู้อ่านลองไปคิดค้นดู ว่าวิธีหาคนดีมาบริหารบ้านเมืองตามแนวพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ที่เคยพระราชทานไว้จะทำให้ประเทศไทยดีขึ้นไหม

หากจะให้ผู้เขียนลองเรียบเรียงคุณสมบัติท่านอดีตตุลาการทั้ง 3 ท่าน อดีตหัวหน้าคณะราษฎร 1 ท่าน และอดีตนายกรัฐมนตรีจากพรรคการเมืองทั้ง 4 ท่าน ที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ก็น่าจะได้แก่

1.ภูมิหลัง ซึ่งแยกออกเป็นการศึกษาและประสบการณ์

1.1 การศึกษา ถึงแม้ทั้ง 7 ท่าน จะเป็นนักเรียนนอก เรียนจบกันมาดี ๆ แต่การศึกษาระดับมหาวิทยาลัยในเมืองไทยเท่านั้น น่าจะเป็นการเพียงพอ เพราะการศึกษาในประเทศแทบจะทุกแขนง เราก็ไม่แพ้ต่างประเทศ ดังนั้น การสำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า ไม่ว่าจากในประเทศหรือต่างประเทศ ก็น่าจะเพียงพอ

1.2 ประสบการณ์ โดยที่เราต้องการนักบริหารประเทศ (นรม.และครม.) ระดับมืออาชีพ ผู้ที่อาจจะมาเป็นผู้ได้รับการเลือกตั้งเป็น นรม. และคณะของท่าน (ครม.) ก็ควรจะเป็นนักบริหารที่ประสบความสำเร็จมาแล้วเป็นที่พิสูจน์ได้ ในแขนงงานอาชีพของตน (a proven professional success in the field) ซึ่งแขนงงานต่าง ๆ ในโลกแห่งการทำงาน ก็น่าจะมีเพียงธุรกิจ ประชากิจ และรัฐกิจ ซึ่งกฎหมายลูกเกี่ยวกับคุณสมบัติ ก็ขึ้นอยู่กับผู้เขียนและผู้อนุมัติกฎหมาย จะต้องการให้กว้างหรือแคบเพียงใด

หากต้องการให้กว้าง มีผู้มารับการคัดเลือกกว้างขวางจากนักบริหารธุรกิจ ประชากิจ และรัฐกิจมืออาชีพ ก็อาจจะได้คน 3-5 แสนคนถ้าจะเขียนให้แคบลงหน่อยก็อาจจะได้เพียง 1-2 แสนคน

และผู้ที่จะให้ความเห็นชอบในคุณสมบัติเรื่องประสบการณ์ก็น่าจะได้แก่ กกต. หรือคณะกรรมการระดับสูงกว่าที่มีบทบัญญัติของกฎหมายลูกกำหนดไว้

1.3 การเป็นคนดี

การจะกำหนดคุณสมบัติของการเป็นคนดีนั้น จะเห็นยาก จึงสันนิษฐานไว้ก่อนว่า ทุกคนเป็นคนดี

ผู้ที่ควรจะขาดคุณสมบัติในการเข้าเป็นผู้แข่งขันเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหารและคณะจึงไม่ควรเป็นหรือเคยเป็นคนไม่ดี อาทิ

เป็นผู้เคยต้องคดีล่วงละเมิดทางเพศ

เป็นผู้เคยต้องคดีทางอาญาที่มีโทษร้ายแรง

เป็นผู้เคยถูกกล่าวหาและถูกลงโทษทางวินัยหรือทางอาญาอย่างร้ายแรง

เป็นผู้ต้องคดียักยอก ฉ้อโกง

เป็นผู้เคยปฏิบัติผิดกฎขององค์กร (Code of Conduct) หรือจรรยาบรรณทางวิชาชีพอย่างร้ายแรงมาแล้ว

เป็นผู้กระทำการทุจริตประพฤติมิชอบ

และลักษณะต้องห้ามตาม ม.109 และ ม.206 แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยปี 2540

_________________________________

ส่วนวิธีการจะเอาบุคคลที่มีคุณสมบัติข้างต้นเหล่านี้ มาทำหน้าที่ใช้อำนาจบริหารแทนปวงชนชาวไทยนั้น เพื่อให้เป็นประชาธิปไตย ก็ควรต้องใช้การเลือกตั้งโดยผู้แทนของปวงชน (Executive Electoral Body) เป็นคนเลือก นรม.และคณะเข้ามา

_________________________________

ผู้ที่เลือก (Electoral Body)ผู้แทนของปวงชนเพื่อเข้ามาใช้อำนาจนิติบัญญัติ ก็คือ ประชาชนที่มีคุณสมบัติเลือกตั้งได้ ตามรัฐธรรมนูญปี 2540 มาตรา 105 ซึ่งต้องการให้ประชาชนที่ว่านี้ มีโอกาสเลือกผู้แทนของตนเข้ามาใช้อำนาจแทนตนได้อย่างกว้างขวาง (Universality) จึงกำหนดคุณสมบัติของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง (Electoral Body)ผู้เข้ามาใช้อำนาจนิติบัญญัติ (Legislative Electoral Body) ว่าได้แก่ “มีสัญชาติไทย อายุไม่ต่ำกว่าสิบแปดปี มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเขตเลือกตั้ง ไม่น้อยกว่า 90 วัน”

_________________________________

แต่คุณสมบัติของผู้มีสิทธิเลือกตั้งผู้เข้ามาใช้อำนาจตุลาการ(Judiciary Electoral Body) ก็มิได้ใช้หลัก Universality เพราะการจะใช้อำนาจตุลาการแทนปวงชนชาวไทยได้ ก็ต้องจำมีความรู้พิเศษมีประสบการณ์พิเศษ มีความเป็นคนดีเป็นพิเศษ จึงต้องให้ตุลาการเองเป็นผู้เลือกตั้ง (Legislative Electoral Body)

_________________________________

เมื่อมาถึงคุณสมบัติของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ผู้เข้ามาใช้อำนาจบริหารแทนปวงชนชาวไทย (Executive Electoral Body) ก็ต้องมิใช่บุคคลที่ “มีสัญชาติไทย อายุไม่ต่ำกว่าสิบแปดปี มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน” เท่านั้น และก็มิใช่ตุลาการเช่นกัน

แต่ก็ควรจะเป็น “นักบริหารมืออาชีพ ที่ประสบความสำเร็จมาแล้วเป็นที่พิสูจน์ได้ ในแขนงงานอาชีพของตน” ที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้แล้ว 1-5 แสนคน ที่ กกต. ว่ามีสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี และคณะได้

_________________________________

แบบสภาสนามม้า เคยทำกันมาเมื่อปี พ.ศ.2516 มีกรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์เป็นประธาน เลือกบุคคลที่เหมาะสมเข้ามา
ใช้อำนาจนิติบัญญัติแทนปวงชนชาวไทยในยุคที่มีสุญญากาศทางการเมือง ในขณะนั้น

ศิริภูมิ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, บทความพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

4สาเหตุควรรู้‘ภาวะวูบหมดสติ’ สัญญาณแฝงอันตรายไม่ควรมองข้าม

Posted on August 16, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/673596

4สาเหตุควรรู้‘ภาวะวูบหมดสติ’ สัญญาณแฝงอันตรายไม่ควรมองข้าม

4สาเหตุควรรู้‘ภาวะวูบหมดสติ’ สัญญาณแฝงอันตรายไม่ควรมองข้าม

วันจันทร์ ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 21.51 น.

กรมการแพทย์ โดยสถาบันประสาทวิทยา เผยเป็นอาการสูญเสียความรู้สึกตัว และการทรงตัวชั่วคราว โดยทั่วไปเกิดจากเลือดไปเลี้ยงสมองลดลง อาจจะส่งผลให้เกิดอันตรายได้

15 สิงหาคม 2565 นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า ภาวะวูบหมดสติ (Syncope) เป็นอาการสูญเสียความรู้สึกตัว และการทรงตัวชั่วคราว โดยทั่วไปเกิดจากเลือดไปเลี้ยงสมองลดลงชั่วขณะ ทำให้สมองขาดออกซิเจนชั่วคราวจะมีลักษณะอาการเฉพาะคือ หมดสติเฉียบพลัน เกิดขึ้นชั่วขณะในระยะเวลาอันสั้น และสามารถฟื้นคืนสติได้เอง จะแสดงออกทางอาการหลากหลาย เช่น เรียกไม่รู้สึกตัว ล้มลงกับพื้น ทรงตัวไม่อยู่ อาจมีอาการเกร็งที่มือ เท้า ตาค้างชั่วขณะ เหงื่อออกที่ใบหน้า ซึ่งผู้ป่วยจะจำเหตุการณ์ตอนหมดสติไม่ได้ โดยจะมีระยะเวลาการหมดสติ ตั้งแต่ 30 วินาที ถึง 5 นาที ขึ้นกับสุขภาพพื้นฐานเดิมของผู้ป่วย ในบางรายอาจจะมีอาการนำมาก่อนเกิดอาการวูบหมดสติ เช่น รู้สึกหวิวๆ มึนศีรษะ โคลงเคลง ตาพล่าหรือเห็นแสงแวบวาบ ปลายมือปลายเท้าเย็น คลื่นไส้ เป็นต้น อาการวูบไม่รู้ตัวเป็นเรื่องที่อันตรายมากโดยเฉพาะคนที่ต้องทำงานบนที่สูง หรือผู้ที่ต้องขับรถ หากมีอาการวูบบ่อยๆ ควรพบแพทย์ประเมินหาสาเหตุ

ด้านนายแพทย์ธนินทร์ เวชชาภินันท์ ผู้อำนวยการสถาบันประสาทวิทยา กล่าวเพิ่มเติมว่า สาเหตุของภาวะวูบหมดสติ เกิดขึ้นได้หลายสาเหตุ เช่น

1. สาเหตุจากหัวใจ เกิดจากหัวใจเต้นผิดจังหวะ เส้นเลือดหัวใจตีบ กล้ามเนื้อหัวใจหนาตัวผิดปกติ

2. เกิดจากระบบประสาทอัตโนมัติทำงานผิดปกติ ซึ่งมักพบตามหลังสถานการณ์เฉพาะบางอย่าง เช่น หลังไอ จาม เบ่ง ยืนนานๆในที่แออัด หรืออากาศร้อน กลัวการเจาะเลือด เป็นต้น

3. เกิดจากการเสียเลือดหรือขาดน้ำ เช่น ท้องเสียรุนแรง หรือมีเลือดออกในอวัยวะภายใน

4. เกิดจากยาบางชนิด โดยเฉพาะยาลดความดันโลหิตสูง ยารักษาต่อมลูกหมาก ยาต้านอาการซึมเศร้า หรือแม้แต่ยาเบาหวาน

สิ่งที่เป็นอันตรายที่ควรต้องระวัง คือ หลังจากผู้ป่วยตื่นขึ้นมาอาจมีอาการบาดเจ็บได้ การรักษาควรจะต้องรักษาที่สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการ แต่ถ้าหากวูบหมดสติตื่นขึ้นมาแล้วมีอาการ เช่น ปากเบี้ยว ลิ้นแข็ง พูดไม่ชัด ชาหรืออ่อนแรงร่างกายครึ่งซีก อาจเป็นสัญญาณเตือนความผิดปกติภาวะทางสมองอาการของหลอดเลือดสมองตีบ หรือหลอดเลือดสมองแตกได้ ผู้ป่วยหรือผู้ใกล้ชิดควรต้องสังเกตอาการวูบที่เกิดขึ้น และควรรีบมาพบแพทย์ทันทีอย่าปล่อยทิ้งไว้ 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิดเรื่องราว‘แท็กซี่’ใจหล่อ กับชีวิต2ผัวเมีย-ลูกน้อย บนเส้นทาง‘น้ำใจ’จากกทม.ถึงอุดร

Posted on August 16, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/673593

เปิดเรื่องราว‘แท็กซี่’ใจหล่อ กับชีวิต2ผัวเมีย-ลูกน้อย บนเส้นทาง‘น้ำใจ’จากกทม.ถึงอุดร

เปิดเรื่องราว‘แท็กซี่’ใจหล่อ กับชีวิต2ผัวเมีย-ลูกน้อย บนเส้นทาง‘น้ำใจ’จากกทม.ถึงอุดร

วันจันทร์ ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 21.35 น.

เปิดเรื่องราว‘แท็กซี่’ใจหล่อ กับชีวิต2ผัวเมีย-ลูกน้อย บนเส้นทาง‘น้ำใจ’จากกทม.ถึงอุดร

15 สิงหาคม 2565 หลังจากชาวโซเซียลแห่ชื่นชมหนุ่มแท็กซี่หัวใจหล่อขับรถไกลเกือบ 500 กม.ไปส่ง 2 สามีภรรยาถึง อ.ศรีธาตุ จ.อุดรธานี โดยในโลกออนไลน์มีการแชร์เรื่องราวจากผู้ใช้เฟซบุ๊กซึ่งเป็นโชเฟอร์แท็กซี่ใจดี เล่าเรื่องราวตอนที่ขับรถส่งผู้โดยสาร แล้วได้พบกับครอบครัว 3 ชีวิต ประกอบด้วย พ่อแม่ และลูกน้อย นั่งร้องไห้อยู่ที่สถานีรถไฟหลักสี่ จึงจอดรถเข้าไปสอบถามจนทราบว่าทั้งครอบครัวไม่มีเงินจ่ายค่าห้องเช่า จึงโดนไล่ออกจากห้องกลางดึก ไม่มีที่ไป จึงเตรียมกลับบ้านที่ จ.อุดรธานี แต่รถก็หมดแล้ว โชเฟอร์จึงอาสาขับรถไปส่งกลับบ้านฟรี เป็นระยะทางกว่า 446 กิโลเมตร ต่อมาโชเฟอร์ยังมาโพสต์เล่าเรื่องราวอีกว่าได้พาครอบครัวนี้ส่งถึงหน้าบ้านที่ อ.ศรีธาตุ จ.อุดรธานี โดยสวัสดิภาพ ใช้เวลาเดินทางกว่า 12 ชั่วโมง เนื่องจากสภาพการจราจรติดขัดช่วงวันหยุดยาว ซึ่งมีผู้ใจบุญร่วมบริจาคค่าแก๊ส เพื่อช่วยเหลือแท็กซี่หนุ่มใจดี ที่ได้ปิดรับบริจาคเงินแล้ว

โชเฟอร์แท็กซี่ใจดี เล่าเหตุการณ์วันนั้น ว่า ตนขับแท็กซี่ที่กรุงเทพฯ วันนั้นเป็นวันแม่ วันที่ 12 สิงหาคน ขับรถตระเวนรับผู้โดยสารแถวถนนวิภาวดี-รังสิต ขับมาที่สถานีรถไฟหลักสี่ ประมาณเที่ยงคืน ก็เจอพ่อแม่ลูกนั่งอยู่ริมทางหน้าสถานีรถไฟ คุณแม่อุ้มลูกนั่งร้องไห้อยู่  จึงเดินไปจอดเผื่อเขาจะให้ช่วยอะไร คุณพ่อก็เดินมาหาบอกว่าอยากกลับบ้าน

ตอนแรกเขาบอกว่าอยู่กุมภวาปี ตนถามว่ากุมภวาปีอยู่ไหน เขาบอกว่าอยู่ จ.อุดรธานี ตนก็ร้องโอ้โห จ.อุดรธานี เลยหรือ แล้วถามว่ามาคุยกันก่อนไหมเกิดอะไรขึ้น คุยกันไปมาเขาก็ร้องไห้หนักมาก เขาเล่าให้ฟัง ถ้าช่วยได้จะช่วย จนทราบเรื่องว่าทำงานรับจ้างรายวันที่ เจ้าของห้องไม่พอใจเลยออกจากห้องเห็นว่าไม่มีจ่ายค่าห้องด้วย ตนสงสาร รวมทั้งมีเด็กวัย 4 เดือน

“ผมจึงตัดสินใจว่าเดี๋ยวผมไปส่งให้เลย ตกลงบ้านอยู่ อ.ศรีธาตุ ตอนนั่งอยู่ในรถ คนที่เป็นแม่ก็ร้องไห้ตลอด ผมก็ให้กำลังใจ แต่ผมติดใจว่าทำไมไล่กลางดึก เขาบอกว่าเจ้าของห้องรำคาญเสียงเด็กร้องไห้ ไล่ไม่ให้อยู่ ออกจากกรุงเทพเที่ยงคืนวันที่ 12 ส.ค. มาถึงบ้านที่ อ.ศรีธาตุ ประมาณเที่ยงวันที่ 13 ส.ค.โดยผมไม่คิดค่าใช้จ่ายแม้แต่บาทเดียว แต่ก็มีเพื่อนๆ และน้ำใจชาวโซเซียลโอนค่าเชื้อเพลิงมาให้”

แท็กซี่รายนี้ เล่าอีกว่า เหตุที่ช่วยเพราะตนดูแล้วสงสารเด็กอายุแค่ 4 เดือน ตอนแรกมาไกลกว่า 446 กม. ตนห่วงเรื่องรถจะเสีย แต่โชคดีที่รถไม่เสีย ตนขับรถแท็กซี่มาแล้ว 7-8 ปี เคยช่วยคนลักษณะแบบนี้บ้าง พอไปถึงบ้านเรียบร้อยที่ อ.ศรีธาตุ ตนก็กลับทันทีและตั้งใจว่าอีกไม่นานจะไปเยี่ยมลูกน้อยของ 2 คนนี้ เพราะน้องน่ารักมาก และขออนุญาตตั้งชื่อเด็กว่า “น้องกาฟิว” เพราะหน้าตาน่ารักเหมือนแมว และครอบครัวนี้เหมือนแมว 9 ชีวิต

ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านพักในหมู่ 8 บ้านศรีสง่าเมือง เขตเทศบาล ต.ศรีธาตุ อ.ศรีธาตุ จ.อุดรธานี พบกับสองผัวเมียคู่นี้ที่มีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสที่ได้กลับมาถึงบ้านอย่างปลอดภัย ขณะที่เพื่อนบ้านที่ทราบข่าวต่างพากันแห่มาดีใจ มาเยี่ยมครอบครัว และชื่นชมแท็กซี่ใจดีคนนี้ โดยฝ่ายสามีชื่อว่า “ลุงกล้วย” อายุ 50 ปี ซึ่งไม่ค่อยกลับมาบ้าน ไปอยู่กรุงเทพฯ 20-30 ปีแล้ว ญาติบางคนคิดว่าตายไปแล้ว ส่วนภรรยา คือ “นุ้ย” อายุ 41 ปี เป็นชาว อ.หาดใหญ่  จ.สงขลา

“ลุงกล้วย” เปิดใจกับผู้สื่อข่าวว่า เรื่องราวที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องจริง ตน ภรรยา และลูกน้อย ไม่มีเงิน ถูกเจ้าของห้องไล่ออกจากห้องเพราะไม่มีเงินจ่ายค่าห้อง และเขารำคาญเสียงเด็กร้องไห้ตลอดเวลา ตนก็พาภรรยาอุ้มลูกน้อยมาที่สถานีรถไฟ เพื่อจะขึ้นรถไฟกลับบ้าน ช่วงนั้นไปถึงดึกต้องรออีกวัน จึงพาเมียและลูกมานั่งข้างถนน ก็เจอพี่แท็กซี่ขับมาถามก็เล่าให้ฟัง จากนั้นไม่คิดว่าพี่เขาจะมาส่งถึงบ้านจริงๆ ไม่คิดเงินค่าโดยสารสักบาทเลย

“ลุงกล้วย” บอกอีกว่า มีอาชีพรับจ้างเจาะปูน แล้วไม่มีค่าห้อง พอไม่มีเงิน โดนไล่ออกจากห้อง ก็เลยตัดสินใจพาครอบครัวกลับมาบ้านเกิด อีกอย่างไม่ได้กลับบ้านมา 20-30 ปีแล้ว แต่ก่อนครอบครัวก็มีฐานะ มีพี่น้อง 7 คน ตนเป็นคนสุดท้าย พอดีมีปัญหาครอบครัวก็หนีไปบวช จากนั้นก็ไปเรื่อยเปื่อย สึกจากพระก็ไปทำงานที่กรุงเทพฯ ส่วนภรรยาคนนี้แต่ก่อนเป็นเพื่อนทำงานด้วยกัน สุดท้ายก็อยู่ด้วยกันจนมีลูก ตั้งชื่อว่า “เคอร์ฟิว” แต่พี่แท็กซี่บอกว่าเปลี่ยนเป็น “กาฟิว” ดีกว่า ตนดีใจมากที่พี่แท็กซี่ใจดีมาส่งถึงบ้านโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย พี่แท็กซี่เขาบอกว่า เงิน 500 บาทเก็บไว้ซื้อนมให้ลูกแล้วกัน ขอขอบคุณพี่แท็กซี่มากๆ ไม่คิดว่าเมืองไทยจะมีคนดีแบบนี้เหลืออยู่ ขอบคุณจากใจจริงๆ

“ต่อไปการใช้ชีวิตยังไม่คิด ขออยู่บ้านไปก่อน แต่บ้านหลังนี้ก็ไม่ใช่บ้านตัวเองเป็นบ้านพี่สาว แต่พี่สาวประกาศขายแล้ว ก็คงอยู่สักระยะ ดูว่าจะทำอะไรต่อยังคิดไม่ออก แต่ตอนนี้นอนหาวิธีคิดที่จะหางานทำและวางแผนใช้ชีวิตที่บ้านเกิดต่อไปก่อนเพราะจะเอาอย่างไร แต่ผมก็จะหางานทำเพื่อหาเงินมาดูแลลูกและเมียให้เขามีชีวิตที่ดีขึ้นกว่านี้” ลุงกล้วย กล่าวอย่างมีความหวัง

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เพจดังเปิดสภาพตลาด’ท่าล้อ ท่าขี้เหล็ก’หลังน้ำลด เห็นแล้วสงสารเลย เสียหายหนักมาก

Posted on August 16, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/673584

เพจดังเปิดสภาพตลาด'ท่าล้อ ท่าขี้เหล็ก'หลังน้ำลด เห็นแล้วสงสารเลย เสียหายหนักมาก

เพจดังเปิดสภาพตลาด’ท่าล้อ ท่าขี้เหล็ก’หลังน้ำลด เห็นแล้วสงสารเลย เสียหายหนักมาก

วันจันทร์ ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 19.51 น.

จากกรณีเมื่อวันที่ 13 ส.ค.ที่ผ่านมา บนโลกโซเซียลมีการแชร์คลิปวิดีโอเหตุการณ์ระทึกน้ำทะลักเข้าท่วมหนัก”ท่าล้อ ท่าขี้เหล็ก” ใกล้ๆ ด่านแม่สายไทย โดยในคลิปเห็นภาพมวลน้ำสีแดงขุ่นไหลเข้าท่วมร้านรวงต่างๆ จนทำให้สินค้าลอยไปตามน้ำหมด สร้างความหายเป็นบริเวณกว้าง ซึ่งสาเหตุมาจากฝนตกหนักทั้งฝั่งไทย และฝั่งเมียนมา จนทำให้พนังเขื่อนดินในเมียนมาแตก ส่งผลทำให้น้ำไหลทะลักเข้าท่วมพื้นที่ อ.แม่สาย จ.เชียงรายนั้น (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง: คลิปนาทีระทึก!!! น้ำสีแดงขุ่นไหลทะลักท่วมตลาด’ท่าล้อท่าขี้เหล็ก’จมบาดาล)

ล่าสุดเฟซบุ๊ก “รักเชียงตุง” ได้โพสต์ภาพภายในตลาดท่าล้อ ท่าขี้เหล็ก ระบุว่า สภาพตลาดท่าล้อ ท่าขี้เหล็กวันนี้ หลังจากน้ำลด หลังจากเมื่อวานนี้น้ำท่วมตลาดท่าล้อหนักมาก น้ำท่วมเกือบมิดหลังคาร้านขายของ วันนี้มาดูสภาพหลังจากน้ำลด มีข้าวของเสียหายลอยน้ำไปเยอะมาก

ขอบคุณเฟซบุ๊ก รักเชียงตัง , Cr, SN MediaTachileik

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ภาวนารู้เท่าทันทุกข์’ พระธรรมเทศนา ‘หลวงปู่หลุย จนฺทสาโร’ วัดถ้ำผาบิ้ง

Posted on August 16, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/673581

'ภาวนารู้เท่าทันทุกข์' พระธรรมเทศนา 'หลวงปู่หลุย จนฺทสาโร' วัดถ้ำผาบิ้ง

‘ภาวนารู้เท่าทันทุกข์’ พระธรรมเทศนา ‘หลวงปู่หลุย จนฺทสาโร’ วัดถ้ำผาบิ้ง

วันจันทร์ ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 19.28 น.

การปฏิบัติธรรม ต้องเปลี่ยนอิริยาบถบ่อยๆ นั่ง นอน ยืน เดิน ต้องเปลี่ยนอิริยาบถนะ พระต้องนั่งภาวนา เดินภาวนา ยืนรำพึง พุทโธ แล้วก็นอน แต่ “นอน” นั้นอย่าหลับนะ นี่แหละแก้ไม่ได้ ชาติปิทุกขา พยาธิปิทุกขา มรณัมปิทุกขา ชราปิทุกขา เป็นโรคประจำตัวนำ แม้องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคก็มีโรคประจำตัวพระองค์ พระสารีบุตรก็ดุจเดียวกัน มีโรคโลหิตออกจากทวารหนัก พระสารีบุตรต้องตายด้วยวิธีนี้เทียวนะ โลหิตออกมา เอากระโถนรองไปเทนะ องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคก็เหมือนกัน โรคประจำชีวิตนี่

นี่แหละ คนหนึ่งๆ เป็นคลังของโรค เป็นเรือนของโรค เขาเรียกว่าอริยสัจ ๔ ของจริง แม้อุบาสกอุบาสิกานั่งภาวนารู้จักของจริง ต้องวางนะ มันเป็นเรื่องของจริงนะ ชาติทุกข์ ชราทุกข์ พยาธิทุกข์นะ การเจ็บการปวดน่ะมี มีอยู่เช่นนั้น เขาเรียกคลังของโรค เรือนของโรค เหตุนั้นพระอรหันต์ทั้งหลายท่านรู้เท่า ท่านไม่หวั่นไหว ไม่ถือขลังว่าเป็นตัวเป็นตน ท่านถือเป็นทุกขัง อนิจจัง อนัตตาของชีวิตนะ จะไปถึงไหนทราบไม่ได้นะชีวิต

แล้วอีกประการหนึ่ง เรื่องปาณาติบาตนั้น เรื่องอทินนาทานให้ผล เรื่องกาเมให้ผล เรื่องมุสาให้ผล เรื่องสุราให้ผล ศีลห้านี้ควรนักควรหนา ควรที่เราจะรักษา เป็นสมบัติอย่างยิ่งนะ ศีลห้านี้ ให้สําเร็จโสดาบัน อริยบุคคลนะ อํานาจศีลห้า อํานาจศีลแปดให้สําเร็จอนาคา น้องอรหันต์นะ

นี้แหละ คนหนึ่งๆ มีโรคประจําตัวนะ อย่างท่านอาจารย์มั่นก็มีอยู่ ท่านอาจารย์เสาร์ก็มีอยู่ อาตมาก็มีอยู่ นี่แหละ เป็นเรือนของโรค เป็นคลังของโรค ประเดี๋ยวก็เจ็บโน้นเจ็บนี่อยู่ ป่วยไข้อยู่ ไม่มีอะไรเป็นที่พึ่งแล้วในโลกนะ พึ่งไม่ได้ พึ่งได้แต่ศีล ๑ บําเพ็ญทาน ๑ ภาวนา ๑ อบรมดวงจิตนะ อันอื่นพึ่งไม่ได้หมดนะ คลังของโรคนี่เป็นคลังใหญ่ ต้องเปลี่ยนอิริยาบถเรื่อยๆ นะ นั่งนานก็ไม่ได้ นอนนานไม่ลุกสักทีก็ไม่ได้ ยืนให้เลือดลงขานะ เดินนะ ต้องเปลี่ยนอิริยาบถให้เสมอกัน พระโยคาวจรเจ้าองค์ไหนเสมอกัน อายุยืน อย่านั่งนานนะ เป็นโรคเหน็บชา อัมพาตนะ มันนั่งทับโลหิตนะ มันเดินไม่สะดวก ร่างกายเมื่อย แปล็บ เป็นโรคได้ นี่แหละ โรคนี้เป็นโรคประจําตัวของเรา ชาติทุกข์ ชราทุกข์ พยาธิทุกข์ มรณาทุกข์ นะ

ความเกิดเป็นทุกข์ใหญ่โต เรามาเกิดในท้องมารดานะ แหม ไอ้ทุกข์อันนี้ไม่ใช่เล่น ท่านพูดในพระไตรปิฎกนะ ท่านว่ามี ๓ ชนิด การที่เกิดของมนุษย์นะ หนึ่ง บิดามารดาเคล้าคลึงกันนะ สอง สัตว์เข้าสู่น้ำอสุจิประสมกันนะ ให้เมียเลี้ยง เลี้ยงเจ็ดวันแปรอย่างหนึ่งนะ เป็นห้าแห่ง เป็นตุ่มออกห้าแห่งนะ แขนสอง หัวหนึ่ง ขาสอง ความทุกข์ของมนุษย์ที่เกิดในท้องมารดานั้น ทุกข์มาก คล้ายๆ ลิงหนีฝนเข้าในโพรงไม้ หันหน้าเข้าทางหลังมารดา อาหารของเก่า ของใหม่โพกหัวเด็กนะ นี่แหละไม่ได้เหยียดขาเหยียดแข้ง คล้ายๆ กับสัตว์ในโลกันต์นรก ทุกข์มาก เป็นชาติทุกข์ ไม่ได้เปลี่ยนอิริยาบถ เดินก็ไม่ได้ ขยายตัวก็ไม่ได้ 

และอีกประการ องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคทรงตรัสว่า เด็กที่ออกในท้องมารดานั้น มันใหญ่ในท้องแล้วออกมา ไม่ใช่ใหญ่ข้างนอกแล้วคลานเข้าไป มันเหมือนกับว่านายช้างควาญช้างนะ ไสช้างนะออกจากเพดานในช่องแคบ มันป่วนปั่นเหลือเกิน มารดาก็สละชีวิต เด็กก็ต้องสละชีวิต เป็นตายอย่างไรทราบไม่ได้นะ อาศัยนางพยาบาลมากที่สุด นางผดุงครรภ์เป็นผู้เอาออก คนไหนเอาออกไม่ได้ทางทวาร มันติดนะ ต้องผ่าตัดออกเพราะเครื่องมือมี แต่ก่อนเครื่องมือไม่มีต้องตายทั้งแม่ทั้งลูกเจียวนะ นี่แหละ ชาติทุกข์ แล้วออกมาแล้วนะ นั่นเองแหละเป็นเรือนของโรค เป็นคลังของโรค เวลาเด็กป่วย บิดามารดาไม่ได้นอน รักลูกมากที่สุดนะ ! เดี๋ยวก็เจ็บนั่นเจ็บนี่ เป็นหวัด เป็นไอ อะไรทุกอย่าง

นี่แหละกว่าเราจะได้ชีวิตมาถึงขนาดนี้ เป็นพระเดชพระคุณอย่างยิ่งที่สุดนะ ให้ระลึกถึงธรรมะนะ มันไม่เที่ยงนะ มันประกอบด้วยทุกข์นะ สิ่งใดมีทุกข์ สิ่งใดมีไม่เที่ยง สิ่งนั้นเป็นอนัตตา ไม่ใช่ตนใช่ตัว เราอยู่ทุกวันไม่ว่าพระ ไม่ว่าคฤหัสถ์ต้องตาย ต้องเผา ต้องฝังกันนะ นี้แหละพระอริยเจ้าระลึกถึงตนได้มากที่สุด คณะอุบาสกอุบาสิกาคนไหน พระเณรคนไหนไม่มีธรรมะเป็นวิหารธรรมอยู่ในจิต เป็นทุกข์มาก ปัญจขันธาทุกขา ทุกข์มากที่สุด หากว่ามีเรือนอยู่ สําเร็จโสดาบัน มีเรือนอยู่

ภาวนา พุทโธ แล้วถ้าจําศีล บริจาคทาน เรือน ๓ ประการนี้เป็นเรือนใหญ่ อยู่ในดวงจิต หากว่าความทุกข์มาถึงแล้วเข้าไปหาเรือน มีที่พักนะ มีศีล มีกัลยาณธรรมนะ คนไหนไม่ภาวนาพุทโธ ไม่รักษาศีล ไม่บําเพ็ญทาน คนนั้นทุกข์ใหญ่ ไม่มีเรือนที่จะเข้าพึ่งพาอาศัย เหล่านี้ ราคะ โทสะมันร้อน คล้ายๆ แดดเดือนห้านะ ต้องเข้าพักในต้นไม้ใหญ่ ต้นไม้ในที่นี้เปรียบเทียบเหมือน พุทโธ เข้าไปใต้ต้นไม้ได้รับอากาศมาสี่ทิศ สําราญใจ เหตุนั้น ขอให้ตั้งอกตั้งใจให้กับ พุทโธ พุทโธ ไม่ใช่ของหนักนะ โอปนยิโก น้อมพุทโธเข้ามาในดวงใจนะ ภาวนาบริกรรม พุทโธ พุทโธ นะ จิตลงสู่ภวังค์ ความสงบอันนี้เกิดมาจากพุทโธ เกิดมาจากการภาวนานะ สุขุมมากที่สุด บางคนขนพองสยองเกล้า บางคนตัวใหญ่ ปีตินะ บางคนตัวเล็ก หาตัวไม่เห็นนะ นี้เรียกว่า ปีติ พุทโธ อํานาจพุทโธ ล้างหัวใจให้สะอาด

พยาธิทุกข์ เล่า นี้แหละอย่าไปรังเกียจ พยาธิ อย่าไปรังเกียจนะ ของดี ของพระอริยเจ้าเชียวนะ ไม่มีพยาธิทุกข์ ชาติทุกข์ ชราทุกข์ไม่มี พระนิพพานก็ไม่มีเสียแล้ว นี้แหละเป็นเครื่องปรับกัน ชาติทุกข์ ชราทุกข์ มรณาทุกข์ นี่เป็น “มรรค” นะ พิจารณาให้เห็นความตายของเราทุกคืน อย่ามัวเมาเรื่อง โลภะ โทสะ โมหะ ให้ระลึกถึงตัว มีวิหารธรรม เหมือนว่าฝากเงินไว้กับธนาคารนะ เมื่อเวลาอับจนจะได้เบิกเอามาใช้

อีกประการหนึ่ง รักษาศีล ศีลห้าจะได้เมียงาม จะได้ผัวงาม จะได้ลูกหลานงาม แม้ความฉลาด พุทโธ โอปนยิโก น้อมพุทโธเข้ามาในดวงจิต จับองค์ภาวนาพุทโธ พระพุทธเจ้าไม่ใช่คนโง่นะ คนฉลาด หากว่าพระองค์เข้ามาประทับในจิตใจของพวกเรา แม้เรามีหิริโอตตัปปะ เกรงกลัวในพระองค์ แล้วภาวนาเร่งพุทโธเข้าไป ความสงบมี เมื่อความสงบมี นั่นแหละเป็นความสุขใหญ่โต ไม่ร้อน มีวิหารธรรมเป็นเครื่องพักอยู่ในดวงจิต อุบาสกอุบาสิกานะ จิตสะอาดนะ จิตใจสูง นี่แหละขอให้ตั้งอกตั้งใจ อย่าประมาทนะ อย่า !

การเจ็บการป่วยนี่เป็นของดีของพระอริยเจ้าเชียวนะ จิตไม่เพลิดเพลิน พิจารณาเรื่องการตายเสมอๆ นะ การตายอันนี้น่ะเราตายมาเรื่อยๆ ทุกวันนี้นั่งอยู่ที่นี่ต้องตายนะ คือหมายความว่ามาสู่ท้องมารดามันใหญ่นะ มันก็ออกมา ออกจากท้อง ออกมาเป็นเด็กนะ ตายตอนเป็นเด็กนะ มาเป็นหนุ่มนะ ตายเมื่อตอนเป็นหนุ่ม มาแก่ชรา ผมหงอกฟันหลุด หนังเป็นเกลียว กำลังก็น้อยถอยลงไป ให้เห็นในตอนนี้นะ ให้ภาวนาสังขารในตอนนี้เสีย อวัยวะของเรานะ เกิดมานะ “อัคคังมนุสเสสุ” นะ มนุษย์เป็นเลิศที่สุดนะ เลิศกว่าพระอินทร์ พระพรหมนะ มนุษย์นี่นะ เลิศกว่าอบายภูมิทั้งสี่นะนั่น มนุษย์มีทั้งอกุศลและกุศล ภาวนาเข้าไปนะเลือกเอามนุษย์เป็นพระพุทธเจ้า ไม่เอาพระอินทร์เอาพรหม เพราะมนุษย์เป็นเลิศ เลือกเอาได้ มนุษย์เป็นพระปัจเจกได้ เป็นพระอรหันต์ได้นะนั่น ของดีอยู่ในมนุษย์นะ แต่ของชั่วร้ายก็อยู่ในมนุษย์เหมือนกัน มนุสนรโก มนุสเปโต มนุสเดรัจฉาโน นะนั่น ทําไม่ดีเป็นอกุศลนะนั่น ที่เป็นกุศลนะ มนุสพรหมา มนุสเทวา มนุสโลกุตตร

นี้แหละฉันใดก็ดี ไม่มีที่พึ่งแล้วในโลกนะ นอกจากพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ไปแล้วนี่ขอให้ตั้งใจนะ การเจ็บการป่วยนั้น เป็นเรื่องธรรมดา เร่งความเพียรนะ อย่าประมาทนะ นั่น ใส่บาตรใส่พกนะ นั่น รักษาศีลนะนั่น ศีลห้า แล้วก็ภาวนา “พุทโธ” นะ กิเลสของเรา เราหอบมาตั้งแต่อดีตชาติ มันประชุมกับปัจจุบัน ปัจจุบันเป็นอนุสัยนะนั่น มันดองกันนาน ดองกันนานนะนั่น มันคล้ายๆ กับน้ำทะเลดองกันนานนะ กลายเป็นรสเค็มนะ ใช้ไม่ได้ แม้กิเลสของเรานะ ดองกันนาน เกิดราคะฆ่ากันได้ เกิดโทสะฆ่ากันได้ เกิดโมหะก็ฆ่ากันได้นะ นั่น นี้แหละ ราคะ โทสะ เป็นของดีของพระอริยเจ้านะนั่น ไม่มีอันนี้ไม่ได้บวชนะ นั่น พระองค์ไม่เอาคนกระเทยบวช คนบวชมานะ คนมีกําลัง มีราคะ โทสะ โมหะ มีเหตุนะ นั่น มีเหตุนะ จึงใช้มรรคประหารเข้าไปประหารเข้าไปนะ

ปัญญาเห็นชอบ ดําริชอบ เห็นชอบ เห็นอวัยวะทุกส่วนมันแปรนี่นะ นี่เรียกว่าเห็นธรรมนะ เห็นชอบเข้าไปแล้วมันทํางานตึงตังๆ อยู่นะ เอามือคลําหัวใจเต้นตึ๊กๆ มันทํางานอยู่นะนั่น แล้วมันขยายออกนะนั่น อุจจาระปัสสาวะออกจากทั้งเก้าทวารนะนั่น พระอริยเจ้าท่านเห็นอยู่นี่นั่น ท่านไม่หวั่นไหว เรายังไม่เห็น เรายังหวั่นไหวกลัวตายอยู่นะนั่น มันเป็นธรรมดาของมนุษย์ที่เกิดมานะ อายุน้อยตาย คนนั้นทําปาณาติบาตมาแต่ก่อน มีเงินมีทองเขาลักเอาไปนะ นั้นเราลักของเขามาแล้วนั่น มีลูกมีเต้าหรือก็เป็นหญิงโสเภณีไป นั่นผู้หญิงนะ ผู้ชายโจรผู้ร้ายไปนะ เราทําไม่ดีมาแต่ก่อนแล้ว กาเมนะนั่น แล้วมุสานะ เขามาหลอกลวงเอาเงินเอาทองไปนะ ไม่ได้ใช้นะ แล้วก็สุราดื่มเข้าไปแล้ว เสียสตินะ กล้าหาญนะนั่น หนังสือพิมพ์มีอยู่นะ เขาออกข่าวมานะนั่น กินเหล้านะปีใหม่นะ ฆ่ากันหลายรายนะนี่ มีการตายอยู่เรื่อยๆ นะ นี่แหละเทวทูตมันเตือนอยู่เสมอเช่นนี้แหละ เราไม่ควรประมาทนะ ไม่ควรประมาทนะ ให้ระลึกถึงพุทโธ พุทโธ เป็นที่พึ่งนะ นั่น พึ่งคนอื่นไม่ได้ บิดามารดาพึ่งได้ชั่วคราวนะ พึ่งพระราชาก็พึ่งพระองค์ได้ชั่วคราวเมื่อยังมีชีวิตอยู่นะ

การเป็นการตายของเรานี่ฝากไว้ในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ นี้แหละเรือนของโรค คลังของโรคมนุษย์นะ ให้ระลึกเสมอ ให้ภาวนาเสมอนะนั่น นี้แหละอย่าส่งออกข้างนอกนะ ใจกล้าหาญ เอ้า ตายก็ตายนะ ตายเราไม่ต้องง้อนะ ศีลเรามีแล้วนะ ทานเรามีแล้ว เราตายขณะนี้เราไปเกิดสวรรค์นะ เปลี่ยนอัตภาพมนุษย์ไปเกิดสวรรค์นะนั่น เรามีบริบูรณ์ ใส่บาตรอยู่เรื่อยนี่ แล้วรักษาศีลเรื่อยนี่นั่นไปสู่สุคติโลกสวรรค์นะ คนไหนมัธยัสถ์ตระหนี่ เกิดมาในภพใดชาติใดเป็นคนกําพร้าอนาถา ขอทานเขากินนะนั่น มีลูกมีเมียก็ไม่ว่าง่ายสอนง่าย ว่ายากสอนยากนะ เป็นผู้ชายเป็นโจรผู้ร้ายนําความทุกข์มาถึงบิดามารดานะนั่น

นี้แหละ องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคท่านให้ภาวนาพุทโธ ฉลาดมาก พระองค์ไม่ใช่คนโง่นะ ฉลาดนะ พระองค์ประทับอยู่ในจิตของใคร จิตควาก ควากลงไป สงบนะ สิ่งไม่รู้ก็รู้ขึ้นมา สิ่งไม่เห็นก็เห็นขึ้นมา อํานาจพุทโธ นี้แหละเมื่อท่านทั้งหลายได้สดับตรับฟังแล้วนะ โอปนยิโก น้อมมาปฏิปัตติบูชา พุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา ก็จะเห็นอานิสงส์ในพระพุทธศาสนาโดยง่าย สมควรแก่เวลา ดังอาตมะอาตมาวิสัชนามา เอวังก็มีด้วยประการฉะนี้

……………………..

ภาวนารู้เท่าทันทุกข์ พระธรรมเทศนาโดย…หลวงปู่หลุย จนฺทสาโร วัดถ้ำผาบิ้ง ตำบลผาบิ้ง อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย เทศนาอบรมพระภิกษุ สามเณร วันเพ็ญขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๒ คัดมาจากหนังสือ จันทสาโรวาท หลวงปู่หลุย จันทสาโร วัดถ้ำผาบิ้ง ตำบลผาบิ้ง อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย (ขอบคุณลานธรรมจักร)

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘จิ้งโกร่ง’…โอกาสหลังน้ำลด 1 ปีมีครั้ง สร้างรายได้‘ชาวน่าน’

Posted on August 16, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/673577

‘จิ้งโกร่ง’...โอกาสหลังน้ำลด 1 ปีมีครั้ง สร้างรายได้‘ชาวน่าน’

‘จิ้งโกร่ง’…โอกาสหลังน้ำลด 1 ปีมีครั้ง สร้างรายได้‘ชาวน่าน’

วันจันทร์ ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 19.09 น.

‘จิ้งโกร่ง’…โอกาสหลังน้ำลด 1 ปีมีครั้ง สร้างรายได้‘ชาวน่าน’

15 สิงหาคม 2565 ที่จังหวัดน่าน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้น้ำในแม่น้ำน่านได้ไหลผ่านอำเภอเวียงสา ไปสู่อำเภอนาน้อย อำเภอนาหมื่น ลงเขื่อนสิริกิติ์ เป็นที่เรียบร้อย สร้างความเสียหายเล็กน้อยกับเกษตรกรสวนลำไย โดยที่เทศบาลเวียงสา เตรียมพร้อมรับมือจากมวลน้ำที่ไหลลงมาอย่างเต็มที่ เพื่อรับน้ำที่ไหลมาจากเทศบาลเมืองน่าน และน้ำว้าที่ไหลผ่านจากอำเภอแม่จริม แต่มวลน้ำทั้งสองลงมาถึงอำเภอเวียงสา คลาดกันคนละวันทำให้อำเภอเวียงสา มีผลกระทบเกิดความเสียหายเล็กน้อย

ส่วนที่บ้านไหล่น่าน หมู่ 1 ตำบลไหล่น่าน อำเภอเวียงสา มีสวนลำไยถูกน้ำท่วมเป็นบางส่วน และน่านปางช้างที่บ้านบุญเรือง อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน ซึ่งอยู่ริมน้ำน่าน ขณะนี้ยังถูกน้ำท่วมขัง เปิดให้บริการนักท่องเที่ยวไม่ได้

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้น ในอีกมุมหนึ่งได้สร้างโอกาสให้ชาวบ้านได้มีอาชีพใหม่ในการขุดหา “จิ้งโกร่ง” เพื่อนำมาประกอบเลี้ยงในครอบครัวและเหลือจากรับประทานก็นำไปขายสร้างรายได้ในการหาเลี้ยงชีพของตน โดยนำไปขายในราคาตัวละ 3 บาท มีรายได้ตกวันละ 200-300 บาทต่อวัน จากนั้นแม่ค้าตลาดก็นำไปทอดแล้วขายจานละ 100 บาท มี 25-27 ตัว เป็นอาหารที่หารับประทานยาก 1 ปีมีครั้งเดียว ในท้องตลาดจะไม่ค่อยมีวางขาย เป็นอาหารที่ราคาสูงเพราะชาวบ้านจะหามา ตำน้ำพริก รับประทานในครอบครัวเท่านั้น นอกจากจะจับได้มากจริงๆถึงจะได้นำไปขายให้แม่ค้า

-005

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เผยคลิปแรก ‘ครูบาบุญชุ่ม’ หายอาพาธจากโรคภัยไข้เจ็บ แสดงธรรมให้ทุกคน (คลิป)

Posted on August 16, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/673546

เผยคลิปแรก 'ครูบาบุญชุ่ม' หายอาพาธจากโรคภัยไข้เจ็บ แสดงธรรมให้ทุกคน (คลิป)

เผยคลิปแรก ‘ครูบาบุญชุ่ม’ หายอาพาธจากโรคภัยไข้เจ็บ แสดงธรรมให้ทุกคน (คลิป)

วันจันทร์ ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 18.08 น.

15 ส.ค.65 เพจเฟซบุ๊ก มูลนิธิดอยเวียงแก้ว พระครูบาบุญชุ่ม ญาณสังวโร อรัญวาสีภิกขุ โพสต์คลิปวีดีโอทั้งหมด 3 คลิป ขณะที่ครูบาบุญชุ่ม ญาณสังวโร อรัญวาสีภิกขุ กล่าวสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ในพระบาทสมเด็จสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับเป็นภิกษุอาพาธ ในพระบรมราชานุเคราะห์ กล่าวคำสนทนา และอำนวยพรแก่สาธุชน 4 ภาษา (ไทยกลาง ไทยใหญ่ ไทยลื้อ และไทยยอง)


คลิปที่ 1
พระครูบาบุญชุ่ม ล่าสุดท่านหายดีแล้ว หลังจากไปรักษาตัวที่กรุงเทพฯ ท่านก็ได้กล่าวสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จสมเด็จพะระเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับเป็นภิกษุอาพาธในพระบรมราชานุเคราะห์
และครูบาท่านได้กล่าวว่า ท่านได้หายจากโรคภัยไข้เจ็บ ทุกสิ่งทุกอย่างผ่านไปด้วยดี สาธุ สาธุ สาธุ

คลิปที่ 2
พระครูบาบุญชุ่ม (พูดภาษาไตลื้อ) ฝากถึงพี่น้องไตลื้อ ไตยอง ไตขืน หลังจากที่หายจากอาการอาพาธ

คลิปที่ 3
พระครูบาบุญชุ่ม ท่านหายดีแล้ว และฝากถึงพี่น้องชาวไตย ว่าอีก 3 วัน 7 วันท่านจะกลับเมียนมา และจะไปโปรดแสดงธรรมให้ทุกคนฟัง และพร้อมให้พรกับทุกๆคน

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ขยี้ตารัวๆ สาวถึงกับตะลึงซื้อขนมเยลลี่ เจอ‘กุญแจ’บ้านใครไม่รู้อยู่ในซอง

Posted on August 16, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/673502

ขยี้ตารัวๆ สาวถึงกับตะลึงซื้อขนมเยลลี่ เจอ‘กุญแจ’บ้านใครไม่รู้อยู่ในซอง

ขยี้ตารัวๆ สาวถึงกับตะลึงซื้อขนมเยลลี่ เจอ‘กุญแจ’บ้านใครไม่รู้อยู่ในซอง

วันจันทร์ ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 16.34 น.

วันที่ 15 สิงหาคม 2565 ผู้ใช้งานเฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์เรื่องราวของตนเองผ่านกลุ่มเฟซบุ๊ก พวกเราคือผู้บริโภค หลังจากที่เธอได้ซื้อขนมเยลลี่ยี่ห้อหนึ่ง จากร้านสะดวกซื้อย่านแปดริ้ว แต่พอเปิดถุงออกมาปรากฏว่า เจอกุญแจอยู่ในซอง

โดยระบุข้อความว่า ‘ซื้อจากร้านหนึ่งในปั๊มจังหวัดฉะเชิงเทราเมื่อวาน มีของแถมด้วย หลอนนะ กุญแจบ้านใครติดต่อรับคืนได้นะคะ สาบานด้วยชีวิต ว่าเจอในขนมจริง ๆ นะคะ ไม่กล้าเอามาทำเล่น ๆ แบบนี้แน่นอน เดี๋ยวโดนเขาฟ้องได้ เราไม่ทำแน่นอนค่ะ’

ภายหลังจากที่เรื่องราวดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไป ด้านชาวเน็ตต่างอดไม่ได้ที่จะเข้ามาแสดงความคิดเห็นในฐานะผู้บริโภค หลายคนต่างมีข้อสันนิษฐานแตกต่างกันไป

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ย้อนรอย ‘บิลลี่’ 8 ปี สูญลมหายใจ คืนความเป็นธรรมได้หรือไม่?

Posted on August 16, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/673488

ย้อนรอย 'บิลลี่' 8 ปี สูญลมหายใจ คืนความเป็นธรรมได้หรือไม่?

ย้อนรอย ‘บิลลี่’ 8 ปี สูญลมหายใจ คืนความเป็นธรรมได้หรือไม่?

วันจันทร์ ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 16.12 น.

ภายหลัง นายสิงห์ชัย ทนินซ้อน อัยการสูงสุด (อสส.) เปิดเผยยืนยันว่า ได้มีคำสั่งชี้ขาดสั่งฟ้อง นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานกับพวกรวม 4 คน ฐาน ร่วมกันฆ่า นายพอละจี รักจงเจริญ หรือ บิลลี่ อายุ 31 ปี แกนนำกะเหรี่ยงบ้านโป่งลึก บางกลอย อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี โดยไตร่ตรองไว้ก่อนเมื่อวันที่ 17 เมษายน พ.ศ.2557

ทั้งนี้ “ทีมข่าวแนวหน้าออนไลน์” จะพาไปย้อนรอย 8 ปี แห่งการสู้แห่งความยุติธรรม ของคดีการหายตัวไปของ บิลลี่ จากคดี “คนหาย” กลายไปเป็นคดี “ฆาตกรรม” ที่สังคมให้ความสนใจและจับตามองมาโดยตลอด 8 ปีที่ผ่านมา 

บิลลี่ เดิมเป็นชายหนุ่มกลุ่มชาติพันธุ์เชื้อสายกะเหรี่ยง เกิดที่บ้านบางกลอยบน จ.เพชรบุรี หลานชายของ ปู่คออี้ ผู้นำทางจิตวิญญาณของกลุ่มชาติพันธุ์บางกลอยบนแห่งผืนป่าแก่งกระจาน หรือที่รู้จักกันในนาม “ใจแผ่นดิน” บิลลี่ทำหน้าที่เป็นล่ามในการผลักดันการทำงานเพื่อสิทธิมนุษยชนในพื้นที่ เนื่องเป็นคนเรียนหนังสือ และสามารถสื่อสารภาษาไทยได้

ขณะนั้น บิลลี่กลายเป็นนักต่อสู้เพื่อสิ่งแวดล้อมและสิทธิมนุษยชน เขาหันมาผลิตสารคดีสั้นอย่างง่ายๆ เพื่อให้คนเข้าใจวิถีชีวิตของปกาเกอะญอกับป่ามากขึ้น โดยบิลลี่ทำงานเป็นสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยแม่เพรียง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ก่อนจะหายตัวไปอย่างลึกลับ

สำหรับ ชีวิตคู่ บิลลี่แต่งงานกับ น.ส.พิณนภา พฤกษาพรรณ หรือ มีนอ มีบุตรด้วยกัน 5 คน ส่วนภรรยามีอาชีพรับจ้างรายวันทั่วไป

หลังการหายตัวไปของ บิลลี่ นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน (ในขณะนั้น) ยอมรับว่า ควบคุมตัวบิลลี่เอาไว้จริง เพราะมีน้ำผึ้งป่าในครอบครอง แต่ได้ปล่อยตัวไปแล้ว แต่บิลลี่ก็ไม่กลับบ้าน มึนอซึ่งเชื่อว่าสามียังมีชีวิตอยู่ได้ทำทุกวิถีทาง ทั้งร้องเรียนจังหวัด ยื่นคำร้องต่อศาลให้ไต่สวนว่าการควบคุมตัวบิลลี่ขัดกับหลักกฎหมาย ยื่นหนังสือต่อสถานทูตต่างประเทศ แต่ก็ไม่มีอะไรคืบหน้า

กระทั้ง เดือนมิถุนายน 2561 กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI ได้รับคดีการหายตัวไปของบิลลี่เข้าเป็น “คดีพิเศษ” และนั่นกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของคดีนี้ทันที จากนั้น เดือนเมษายน 2562 DSI พบถังน้ำมันขนาด 200 ลิตร ถูกทิ้งน้ำในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ในถังมีชิ้นส่วนกระดูกมนุษย์ และกะโหลกศีรษะซึ่งมีรอยแตกและรอยไหม้ จึงนำส่งตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์อย่างละเอียด

และวันที่ 3 กันยายน 2562 DSI แถลงข่าวว่า กระดูกที่พบเป็นของบิลลี่ เชื่อว่าเขาถูกสังหารแล้วนำศพมายัดถังเพื่อเผาอำพรางคดี ก่อนถ่วงทิ้งน้ำ แต่ยังไม่ทราบว่าคนร้ายคือใคร ต้องสืบสวนสอบสวนกันต่อไป

ต่อมา วันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง อนุมัติหมายจับ นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร และพวกรวม 4 คน คดีฆาตกรรมนายพอละจี ขณะที่นายชัยวัฒน์ ให้สัมภาษณ์ว่าเตรียมมอบตัวกับดีเอสไอ

สุดท้ายวันนี้ 15 ส.ค.65  อัยการสูงสุดสั่งฟ้อง “ชัยวัฒน์” ในข้อหาร่วมกันฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน คดี “บิลลี่ พอละจี ” ชาวกะเหรี่ยงบางกลอย

อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ต้องติดตามว่า บทสรุปของคดีนี้จะจบลงอย่างไร? สุดท้ายแล้วจะสามารถคืนความยุติธรรมให้กับผู้ตายได้หรือไม่?

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,938,703 hits

Join 4,117 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

เผยโฉมหน้าเยาวชนต้นแบบเก่งและดี ‘TO BE NUMBER ONE IDOL’ รุ่น 16
ประสิทธิ์ชัย ชี้ แลนด์บริดจ์แค่บังหน้า เป้าหมายคือสร้าง รัฐอิสระต่างชาติ ผ่าน พ.ร.บ. SEC
สุนัขทรงเลี้ยง ‘ย่าเหล’ ‘มิตรแท้’ ในพระราชหฤทัย ร.6
ตาค้างทั้งโซเชียล แน๊ต เกศริน อวดหุ่นสุดสะบึ้มในชุดว่ายน้ำ พร้อมเผยที่มา ความอึ๋ม
Lisa ป่าน ณิชาภัทร ใส่ Robert Wun ดันชื่อเสียงไทยพุ่งไกลระดับโลกใน Met Gala 2026
บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ พระพุทธเจ้ากับความตาย
คุณแหน : 5 พฤษภาคม 2569
ศึกนี้ยังไม่จบ ปู มัณฑนา โพสต์ฟาดแรงถึง ลูกหมี รัศมี ลั่นเลิกเกาะชื่อเสียงขายของ หยุดมโนเรื่องแย่งสามี
ศรีสุวรรณ บุก ป.ป.ช. ร้องสอบอดีตอธิบดีกรมฝนหลวง ปมซื้อเครื่องบินแพงเกินไปหรือไม่
Rihanna สะกดทุกสายตาในลุค ชุดหอยมุก บนพรมแดง Met Gala 2026

Recent Posts

  • ระเบิดโรงงานดอกไม้ไฟจีน ดับ 21 ศพ บาดเจ็บ 61 ราย สั่งอพยพประชาชนในรัศมี 3 กม.
  • สั่งกักเรือสำราญดัตช์ลอยลำนอกชายฝั่งเคปเวิร์ด หลังไวรัสระบาดบนเรือผู้โดยสารดับ 3 ศพป่วยหนักหลายราย
  • พรรคของนายกฯ โมดี คว้าชัยเลือกตั้งรัฐเบงกอลตะวันตก โค่นฐานเสียงฝ่ายค้านสำเร็จเป็นครั้งแรก
  • บริทนีย์ สเปียร์ส รับผิดข้อหาขับรถประมาทในคดีเมาแล้วขับ
  • รัสเซีย-ยูเครน ประกาศหยุดยิง 2 วัน แต่คนละช่วงเวลา

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d