Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

‘ประทัดสุเทพ’ พืชถิ่นเดียวของไทย ระบุชนิดว่า ‘thailandica’ หมายถึง ‘ประเทศไทย’

Posted on August 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/673084

'ประทัดสุเทพ' พืชถิ่นเดียวของไทย ระบุชนิดว่า ‘thailandica’ หมายถึง 'ประเทศไทย'

‘ประทัดสุเทพ’ พืชถิ่นเดียวของไทย ระบุชนิดว่า ‘thailandica’ หมายถึง ‘ประเทศไทย’

วันเสาร์ ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 10.00 น.

ประทัดสุเทพ Agapetes thailandica Watthana (Ericaceae) ไม้พุ่มอิงอาศัยจากป่าดิบเขา เส้นทางลอยฟ้า เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง จังหวัดตาก ทุกส่วนของลำต้นเกลี้ยง ดอกออกตามกิ่ง กลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอด สีแดงสด คำระบุชนิด ‘thailandica’ หมายถึงประเทศไทย ตัวอย่างต้นแบบ S. Watthana, P. Suksathan & G. Argent 587 เก็บจากอำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่

ประทัดสุเทพเป็นพืชถิ่นเดียวของไทย (endemic) พบมีการการจายพันธุ์แถบเชียงใหม่และแม่ฮ่องสอน การพบที่อุ้มผางถือเป็นจุดต่ำสุดที่กระจายพันธุ์ลงมาถึง

.-008 



เอกสารอ้างอิง:Watthana, S. 2015. Ericaceae. In: T. Santisuk & H. Balslev (eds), Flora of Thailand 13(1): 111 – 112. The Forest Herbarium, Bangkok.
ที่มา : หอพรรณไม้ Forest Herbarium – BKF

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : ประชาสัมพันธ์ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปพิเศษ : ‘บังฝุ่นกว้าง-ไฟสว่างรอบคัน’ สิบล้อว่าเท่..เพื่อนร่วมทางเสี่ยง

Posted on August 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/673008

สกู๊ปพิเศษ : ‘บังฝุ่นกว้าง-ไฟสว่างรอบคัน’  สิบล้อว่าเท่..เพื่อนร่วมทางเสี่ยง

สกู๊ปพิเศษ : ‘บังฝุ่นกว้าง-ไฟสว่างรอบคัน’ สิบล้อว่าเท่..เพื่อนร่วมทางเสี่ยง

วันเสาร์ ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

“ท่านใดพบเห็นรถบรรทุกลักษณะนี้บนทางหลวง สามารถส่งรูปหรือคลิปแบบเห็นความผิดชัดเจน พร้อมป้ายทะเบียนรถ พิกัดแบบละเอียดมาได้ในอินบ็อกซ์ครับช่วยกันเป็นหูเป็นตาดูแลทางหลวง หน่วยบริการฯตำรวจทางหลวงอู่ทอง พบรถบรรทุกตกแต่งผิดกฎหมายได้ออกใบสั่งข้อหา ใช้รถที่ใช้ในการขนส่งโดยมีอุปกรณ์ส่วนควบไม่ถูกต้องตามที่กำหนดในกฎกระทรวง พ.ร.บ.ขนส่ง มาตรา 71 เจอ จับหมดครับ”

ข้อความบนเฟซบุ๊ค “ตำรวจทางหลวง” ซึ่งเป็นเพจทางการของ กองบังคับการตำรวจทางหลวง โพสต์ไว้เมื่อวันที่ 5 ส.ค. 2565 ขอความร่วมมือประชาชนให้ช่วยเป็นหูเป็นตา แจ้งเบาะแสรถบรรทุกแต่งประเภท “ติดไฟสว่างจ้ารอบคัน” แต่เมื่อไปดูความคิดเห็นบนโลกออนไลน์หลังเรื่องนี้ปรากฏเป็นข่าวก็มีทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยเพราะมองว่าการแต่งรถลักษณะนี้ก่อความเดือดร้อนรำคาญแก่ผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ กับฝ่ายที่ไม่พอใจเพราะมองว่า การที่รถบรรทุกติดไฟสว่างรอบคันนั้นดีอยู่แล้ว เนื่องจากเวลากลางคืนจะได้มองเห็นชัดจนจากระยะไกลซึ่งลดเสี่ยงอุบัติเหตุได้

นพ.ธนะพงศ์ จินวงษ์ ผู้จัดการศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.) อธิบายประเด็นความเสี่ยงบนท้องถนน กรณีรถบรรทุกติดไฟสว่างรอบคัน ว่า โดยปกติแล้วในเวลากลางคืนหรือในที่มืด รูม่านตาจะขยาย ดังนั้นเวลาเจอแสงสว่างจ้า เช่น มีรถเปิดไฟสูง หรือเปิดไฟหลายดวงใส่ใบหน้า จะส่งผลให้เกิดสภาวะที่ไม่สามารถมองภาพด้านหน้าได้ จึงเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ

ส่วนความเชื่อที่ว่ารถบรรทุกควรติดไฟส่องสว่างให้มากเข้าไว้เพื่อให้ผู้ขับขี่ยานพาหนะอื่นๆ ที่ใช้เส้นทางเดียวกันมองเห็นโดยเฉพาะในเวลากลางคืนบนถนนที่หลายเส้นทางไม่มีไฟส่องสว่าง จะได้ไม่เกิดอุบัติเหตุจากการพุ่งเข้ามาเฉี่ยวชนเพราะมองไม่เห็นนั้น ในความเป็นจริงสำหรับไฟหน้าและไฟท้ายที่ติดรถอยู่ หากหมั่นดูแลรักษาให้ใช้งานได้ ซึ่งรวมถึงการทำความสะอาดล้างคราบฝุ่นหรือโคลนที่เกาะอยู่ออกไป ก็เพียงพอให้รถคันอื่นๆ มองเห็นแล้ว หรือหากจะให้ปลอดภัยมากขึ้น ด้านท้ายรถควรติดสติ๊กเกอร์สะท้อนแสง ก็จะทำให้รถคันอื่นที่ขับตามมามองเห็นได้

“ถ้าจะติดเพิ่มก็ควรจะเพิ่มในตำแหน่งที่เป็นมุมที่จะกดลง ไม่ใช่มุมเสยขึ้น แล้วก็ไม่จำเป็นต้องติดเป็นแผง ติดเพิ่มในลักษณะที่ช่วยกระจายแสงให้เห็นเพิ่มขึ้นอีกสัก 1-2 ดวง สมมุติเขาขับสวนกับรถเก๋ง รถเก๋งก็จะสูงประมาณ 1-1.3 เมตร แล้วตัวรถบรรทุกตำแหน่งที่ติดจะอยู่ประมาณ 1-1.2 เมตร ขอบมันนะ ทีนี้ถ้าเกิดเขาวางองศาของไฟไม่ได้ก้มลงแต่สาดเข้ามา มันก็มีโอกาสให้รถที่สวน เช่น เราขับรถเก๋งสวนกับเขา มันจะแยงตา มันเหมือนเจอไฟสูง ซึ่งตรงนี้มันจะมีการประเมินหรือการทดสอบที่ขนส่ง เขาจะมีเกณฑ์วัดแสง” นพ.ธนะพงศ์ กล่าว

นพ.ธนะพงศ์ กล่าวต่อไปว่า อย่างไรก็ตาม การติดไฟส่องสว่างเพิ่มเติมของรถบรรทุก หากติดตั้งในตำแหน่งที่เหมาะสมก็จะเกิดประโยชน์ เช่น ติดที่ด้านข้างของตัวรถหรือส่วนพ่วง เพราะเมื่อเวลารถบรรทุกหรือรถพ่วงเลี้ยวหรือกลับรถ รถคันอื่นๆ ก็จะสามารถมองเห็นจากระยะไกลและเตรียมตัวชะลอหรือหลบได้แต่ก็ต้องระมัดระวังอย่าติดให้มีแสงสว่างจ้าจนเกินไปนอกจากนี้สำหรับการติดสติ๊กเกอร์สะท้อนแสงที่บริเวณท้ายรถควรเป็นข้อปฏิบัติภาคบังคับ เพราะในต่างประเทศเรื่องนี้ถือเป็นกฎหมาย

ขณะที่ ผศ.ดร.ศิรดล ศิริธร อาจารย์ประจำกลุ่มสาขาวิศวกรรมโลจิสติกส์และขนส่งทางราง คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่าการติดไฟแสงสว่างจ้าจนเกินไป นอกจากจะไม่จำเป็นแล้วยังก่อให้เกิดอันตรายด้วย ซึ่งนอกจากรถบรรทุกแล้วยังพบเห็นได้จากการเปิด “ไฟตัดหมอก” ในรถยนต์ทั่วๆ ไป เรียกว่าแสงไฟส่องเข้าตาผู้ขับขี่รถคันไหนก็ทำเอาแทบจะขับต่อไปไม่ได้ ทั้งนี้ การติดไฟส่องสว่างมีข้อกำหนดเรื่องความสูงของตำแหน่งที่จะติดด้วย หากติดไม่ถูกจุดก็จะถือว่าทำผิดกฎหมาย

“เรื่องพวกนี้มันอันตราย เวลาเราวิ่งไปแล้วมองไฟเขาเรียกว่า Glare Vision มันเป็นการคล้ายๆ กับเราตาบอดชั่วคราวสักประมาณ 3-4 วินาที แต่ 3-4 วินาที เป็นเรื่องใหญ่มากในการขับรถ เหมือนกับเรานั่งเล่นมือถือ คิดว่าแป๊บเดียวไม่เป็นไรหรอก มันก็ทำนองนั้น ภายใน 2-3 วินาทีมันจะทำให้เกิดอะไรขึ้นผมว่ามันอันตราย

แล้วสิ่งเหล่านี้มันป็นสิ่งที่เราไม่สมัครใจจะทำด้วยซ้ำ ถ้าเป็นการเล่นมือถือ ถ้าเป็นการชำเลืองมองของตก เรารู้ว่าเราจะระวังแล้วนะ แต่อันนี้จู่ๆ เราขับมาเจอสาด (ไฟ) เข้ามา ไม่ถึงกับอาการบอดมองอะไรไม่เห็น แต่เรามองไม่เห็นรายละเอียดของภาพตรงหน้าไปพอสมควร มันจะใช้เวลาประมาณ 2-3 วินาทีในการกลับมา หรือ Recovery ที่เราจะมองเห็นได้ชัดเจนอีกทีหนึ่ง บางทีมันก็อันตรายกับคนอื่นๆ” อาจารย์ศิรดล อธิบาย

เช่นเดียวกันกับ นพ.ธนะพงศ์ ในความเห็นของ อาจารย์ศิรดล ก็ย้ำว่า ลำพังการบำรุงรักษาไฟส่องสว่างปกติที่ติดมากับตัวรถตามที่กฎหมายกำหนดให้ใช้งานได้ ก็เพียงพอแล้วที่ทำให้รถคันอื่นๆ มองเห็นในยามค่ำคืน นอกจากนั้น การติดสติ๊กเกอร์สะท้อนแสงที่มีค่าความสะท้อนแสงเพียงพอ ก็ทำให้รถคันอื่นๆ มองเห็นได้ เหมือนกับเมื่อเวลาขับขี่แล้วมองเห็นป้ายจราจรซึ่งทำจากวัสดุสะท้อนแสง

ด้าน อภิชาติ ไพรรุ่งเรืองประธานสมาพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย ให้ความเห็นว่า ที่ผ่านมามีการแต่งรถกันแบบ “เลอะเทอะ” มากเกินไป ซึ่งนอกจากไฟส่องสว่างแล้วยังมีการติดบังฝุ่นหรือบังโคลนที่ล้ำออกไปด้านข้าง เป็นอันตรายต่อยานพาหนะอื่นๆ ที่ใช้เส้นทางร่วมกันด้วย เช่น บังโคลนดีดเศษหินไปโดนกระจกรถคันอื่นๆ หรือสุ่มเสี่ยงที่บังโคลนจะไปเกี่ยวจักรยานยนต์ที่ขี่มาด้านข้าง เป็นต้น

ซึ่งหากไปดูการแต่งรถบรรทุกในต่างประเทศ สหรัฐอเมริกาบ้าง ญี่ปุ่นบ้าง ที่อลังการมาก ก็ต้องย้ำว่าประเทศเหล่านั้นถึงมีการแต่งรถก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด จะติดตั้งอะไรก็ต้องขออนุญาตเพื่อให้รู้ว่าอะไรทำได้-ไม่ได้ เพราะการไปติดตั้งกันเองแล้วไปเปิดในยามค่ำคืนบนเส้นทางเปลี่ยวๆ ผู้ใช้รถคนอื่นๆ ในเส้นทางเดียวกันจะตกใจหรือเปล่า ส่วนแนวคิดที่ว่าติดแล้วเปิดตอนกลางคืนจะทำให้รถคันอื่นๆ มองเห็น ลดความเสี่ยงอุบัติเหตุจากการพุ่งเข้ามาเฉี่ยวชน ตนย้ำว่าติดได้ แต่ไม่ใช่ไปจัดเต็มมากมายขนาดนั้น และควรทำเรื่องขออนุญาตให้เรียบร้อย

“สิ่งที่เขาติดมันเป็นความสุขของเขา มันเป็นเงินของเขาเองนะ เพราะว่าทางเถ้าแก่รถไม่ได้รับผิดชอบตรงนี้ เรื่องบังฝุ่นกับเรื่องติดไฟ ติดได้ เพราะบางถนนมันไม่มีเส้นขาวและไม่มีไฟด้วย แต่มันติดกัน50-60 ดวง มันก็เกินไป แล้วคุณวิ่งสวนมาจะเห็นทางหรือ?” ปธ.สมาพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย กล่าว

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

นาทีล้มทั้งยืน! ‘ครูบาบุญชุ่ม’ ชักเกร็ง หลังออกงานยกฉัตรพระธาตุ (คลิป)

Posted on August 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/673010

นาทีล้มทั้งยืน! 'ครูบาบุญชุ่ม' ชักเกร็ง หลังออกงานยกฉัตรพระธาตุ (คลิป)

นาทีล้มทั้งยืน! ‘ครูบาบุญชุ่ม’ ชักเกร็ง หลังออกงานยกฉัตรพระธาตุ (คลิป)

วันศุกร์ ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 17.57 น.

หลังจากมีรายงานอาการอาพาธของ ครูบาบุญชุ่ม เข้ารักษาที่ประเทศไทย เมื่อวันที่ 10 ส.ค.ที่ผ่านมา ทางลูกศิษย์และแพทย์ได้สันนิษฐานว่า เกิดจากครูบาบุญชุ่มปฏิบัติธรรมอยู่ ในถ้ำมานานกว่า 3 ปี แล้วออกมาจากปฏิบัติธรรมก็ได้รับกิจนิมนต์อย่างต่อเนื่อง อาจทำให้ไม่ได้พักผ่อนร่างกายอ่อนแอ กระทั่งเริ่มมีอาการแปลกๆ เกี่ยวกับอาการทางสมอง จนหวั่นเกรงว่าจะเป็นมาลาเรียขึ้นสมองหรือไม่ 

ล่าสุด เฟซบุ๊ก รักเชียงตุง ได้ออกมาโพสต์คลิปวิดีโอของครุบาบุญชุ่ม งานยกฉัตรพระธาตุ ที่นากองมู ห้วยอ้อ เมืองโต๋น ซึ่งขณะทำพิธีปรากฏว่า ครูบาบุญชุ่มเดินอยู่ก็กลับล้มทั้งยืน เหมือนจะเป็นลม พร้อมมีอาการลักษณะคล้ายชักขณะที่ล้มลงไปด้วย

โดยระบุข้อความว่า “เห็นคลิปนี้แล้วตกใจมาก เขาบอกว่าเป็นพระครูบาบุญชุ่ม น่าจะเป็นคลิปเก่าหลายวันที่ผ่านมา ก่อนที่ท่านจะไปรักษาอาการอาพาธในไทย อยู่ๆ ท่านก็ล้มทั้งยืน เหมือนจะเป็นลม เพราะท่านออกงานมากไปไม่ได้พักหรือเปล่า ในคลิปน่าจะเป็นสถานที่ที่ท่านไปยกฉัตรพระธาตุ ที่นากองมู ห้วยอ้อ เมืองโต๋น”

ทั้งนี้ เพจดังกล่าวยังอัพเดทอาการอาพาลล่าสุดว่า “ได้ข่าวมาว่า อาการล่าสุดของครูบาบุญชุ่ม ที่ไปรักษาอาการอาพาธที่กรุงเทพฯ ตอนนี้ดีขึ้นแล้วครับ ทุกคนไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ อีกไม่นานท่านก็คงจะกลับมาโปรดเทศนาธรรมให้ทุกคนได้ฟังกันอีก”.-008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

รอชมปรากฏการณ์ ‘ดาวเสาร์ใกล้โลกที่สุดในรอบปี’ 15 ส.ค.นี้

Posted on August 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/672998

รอชมปรากฏการณ์ 'ดาวเสาร์ใกล้โลกที่สุดในรอบปี' 15 ส.ค.นี้

รอชมปรากฏการณ์ ‘ดาวเสาร์ใกล้โลกที่สุดในรอบปี’ 15 ส.ค.นี้

วันศุกร์ ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 17.29 น.

12 ส.ค.65 ทวิตเตอร์ National Astronomical Research Institute of Thailand (NARIT) l สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NARIT เปิดเผยว่า วันที่ 15 สิงหาคมนี้ #ดาวเสาร์ใกล้โลกที่สุดในรอบปี ปรากฏสุกสว่าง มองเห็นด้วยตาเปล่ายาวนานตลอดคืน หรือหากอยากจะส่องวงแหวนดาวเสาร์ ชวนมาชมผ่านกล้องโทรทรรศน์กับ NARIT ได้ที่ 4 จุดสังเกตการณ์หลัก เชียงใหม่ นครราชสีมา สงขลา และฉะเชิงเทรา ฟรี! ไม่มีค่าใช่จ่าย.-008 

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก :  NARIT 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ป้าแจ้งความเพื่อนบ้านนำขยะทิ้งหน้าบ้านวันละ 4-5 รอบ อีกฝ่ายอ้างเป็นบ้านร้าง

Posted on August 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/672973

ป้าแจ้งความเพื่อนบ้านนำขยะทิ้งหน้าบ้านวันละ 4-5 รอบ อีกฝ่ายอ้างเป็นบ้านร้าง

ป้าแจ้งความเพื่อนบ้านนำขยะทิ้งหน้าบ้านวันละ 4-5 รอบ อีกฝ่ายอ้างเป็นบ้านร้าง

วันศุกร์ ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 16.42 น.

ป้าแจ้งความเพื่อนบ้านนำขยะทิ้งหน้าบ้านวันละ 4-5 รอบ อีกฝ่ายอ้างเป็นบ้านร้าง  

12 สิงหาคม 2565 นางมาลัย อายุ 70 ปี เปิดเผยว่า ตนได้เข้าแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี เนื่องจากถูกเพื่อนบ้างฝั่งตรงข้ามนำขยะจำนวนหลายถุงมาทิ้งบริเวณหน้าบ้านวันละประมาณ 4-5 ครั้ง จึงได้รับความเดือดร้อนจากขยะที่ส่งกลิ่นเน่าเหม็น และมีขยะอันตราย

นางมาลัย เล่าว่า มาแจ้งความเนื่องจากบ้านฝั่งตรงข้ามนำขยะมาทิ้งบริเวณพื้นที่บ้านตน ขยะที่นำมาทิ้งจะเป็นขยะติดเชื้อ และส่งกลิ่นเน่าเหม็น ตนได้รับความเดือดร้อนเพราะมีคนป่วยอยู่ภายในบ้าน ซึ่งตนไม่อยากมีปัญหา แต่เขานำมาทิ้งทุกวัน ทางเจ้าหน้าที่ส่วนกลางได้ย้ายขยะที่เขานำมาทิ้งไปไว้ที่บ้านเขาแล้ว แต่เขาก็นำมาทิ้งเหมือนเดิม ซึ่งวันแรกเขานำถังขยะเข้ามาเทเหมือนเดิม ตนจึงให้ลูกสะใภ้นำขยะที่เขาเอามาทิ้ง ยกไปทิ้งบ้านเขาแทน และเรียกสาธารณสุขมาพูดคุย แต่ก็ไม่รู้เรื่อง เพราะเขายืนยันว่าจะมาทิ้งที่บ้านตนเหมือนเดิม เพราะสะดวกที่จะทิ้งตรงนี้ ซึ่งจุดที่เขานำขยะมาทิ้งตนปลูกต้นไม้ไว้เยอะมาก แต่ตอนนี้เต็มไปด้วยขยะ

“เขานำมาทิ้งวันละประมาณ4-5 ครั้ง วันแรกที่เขามาทิ้งเขายกถังขยะบ้านเขามาทิ้งเลย หลังจากที่เขามาทิ้งตนได้เข้าไปคุยแล้ว แต่เขาก็ไม่ยอม จะทิ้งที่บ้านตนเหมือนเดิม ตนได้ต่อว่าไปว่าไม่มีจิตสำนึก ค่าขยะบ้านตัวเองก็ไม่ได้เสีย อยากให้เขานึกถึงส่วนรวม สาเหตุที่เขามาทิ้งเพราะเขาสะดวก ซึ่งตนเคยทะเลาะกับบ้านนี้มาก่อน แต่ทะเลาะมานานหลายปีแล้ว ตนจึงเข้ามาแจ้งความไว้ เพราะอยากให้กฎหมายเป็นตัวช่วย ไม่อยากจะทะเลาะเบาะแว้งหรือเกิดการลงไม้ลงมือกัน” นางมาลัย กล่าว

นางมาลัย กล่าวอีกว่า วันที่ ส.ต.อ.กรกฎ ทะจีน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางบัวทอง เข้ามาคุยกับตนและคู่กรณี ทางเขาก็ยืนยันที่จะทิ้งเหมือนเดิม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงยกขยะที่เขามาทิ้งบริเวณบ้านตน ยกไปไว้ในถังขยะบ้านเขา ตนจึงอยากชื่นชมเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มาแก้ปัญหา และยอมยกขยะไปทิ้งให้

ต่อมาผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ พบว่า บ้านทั้ง 2 หลังตั้งอยู่ตรงข้ามกัน จุดที่เกิดเหตุที่ถูกนำขยะมาทิ้งเป็นบริเวณกำแพงข้างบ้านของผู้ร้องเรียน พบว่า ไม่มีกองขยะ พบเพียงคราบขยะเน่า 2 กอง อยู่ที่พื้นบริเวณดังกล่าว

ด้านนางอร (นามสมมติ) เจ้าของบ้านที่นำขยะมาทิ้ง กล่าวชี้แจงว่า บ้านหลังที่ตนนำขยะไปทิ้งเป็นบ้านร้าง มีขยะอยู่แล้ว ตนจึงนำไปกองทิ้งไว้ เพื่อที่จะถือไปทิ้งจุดที่เขาจัดให้ทิ้งขยะไว้ ตนไม่สะดวกที่จะดูวงจรปิด เนื่องจากวันนี้เป็นวันสารทจีน บ้านหลังอื่นก็มาทิ้งตรงนี้ ตนยอมรับว่าในกล้องวงจรปิดเป็นตน ปกติจะใส่ถังหน้าบ้าน แต่วันนั้นถังเต็มเลยวางพักไว้ก่อน ถ้าเราออกไปหน้าหมู่บ้าน เราจะถือไปเท่าที่ถือได้ ส่วนตัวตนคิดว่าวางพักทิ้งไว้ตรงนั้นได้เพราะมันเป็นบ้านร้างไม่มีคนอยู่

ขณะที่นิติบุคคลหมู่บ้าน กล่าวว่า ระหว่าง 2 ครอบครัวนี้มีปัญหากันมานานแล้ว บ้านที่เป็นคู่กรณีเอาขยะมาทิ้งใส่ถังบ้านคนที่ไปแจ้งความ แต่เขาก็ยอมความกันได้ หลังจากนั้นประมาณ 2 ปี มีงานแต่งงาน ซึ่งบ้านที่ร้องเรียนเขาขอใช้พื้นที่ส่วนกลางกางเต็นท์ จัดเลี้ยงพระ ฝั่งคู่กรณีหาว่าฉีดน้ำไล่ มีปัญหากันมา 3 ครั้ง ครั้งล่าสุดเป็นไปตามคลิป อำนาจของนิติบุคคลมีอำนาจสำหรับคนที่เป็นบุคคลภายนอกมีปัญหาเราถึงจะแจ้งความดำเนินคดีได้ แต่ถ้าขัดแย้งภายใน ตนมีหน้าที่ทำหนังสือตามลำดับขั้นตอน ให้ไปแจ้งกับทางเทศบาล ซึ่งทางเทศบาลได้ส่งเจ้าหน้าที่มาเจรจาแต่ไม่เป็นผล ก็ยังทิ้งขยะอยู่ ทางตนไม่ได้คุยกับผู้ที่ทิ้งขยะมานานแล้ว เขาค้างค่าทิ้งขยะส่วนกลางตั้งแต่ปี 2559 เดือนมิถุนายน แต่ว่าบ้านหลังนี้ไม่ได้เป็นชื่อของผู้ที่ทิ้งขยะ ตนคิดว่าส่งเรื่องไปอาจจะไปอยู่ที่แม่ เพราะเขาใช้ชื่อแม่ ทำให้ไม่มีสิทธิ์ได้รับบริการในการเก็บขยะ และใช้พื้นที่ส่วนกลางไม่ได้

ส่วนทางด้านนางมาลัย กล่าวว่า ทางคู่กรณีที่กล่าวอ้างว่าตนเป็นคนนำขยะไปทิ้งก่อนไม่เป็นความจริง ให้นำหน่วยงานหรือกรรมการนิติบุคคลมาพบได้ ตนจะพูดความจริงทั้งหมด เนื่องจากบ้านตนมีผู้ป่วยติดเตียงได้รับผลกระทบจากกลิ่นขยะที่เน่าเหม็น ก่อนหน้านี้ตนมีการพูดคุยส่วนตัวกันมาแล้ว แต่คุยไม่รู้เรื่อง จนกระทั่งมีปากเสียงด่าทอกันในเรื่องการนำขยะมาทิ้ง ซึ่งวันนี้ทางคู่กรณีก็ได้จ่ายค่าส่วนกลางไปแล้วตนก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมา ในส่วนของวันนี้หากกลับเนื้อกลับตัว ไม่นำขยะมาทิ้งอีกตนพร้อมจะให้อภัยและพร้อมจบ แต่ในส่วนเรื่องกฎหมายต้องรอดูอีกครั้งว่าจะดำเนินการฟ้องร้องต่อหรือไม่ เนื่องจากมีการพาดพิงถึงตน

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

จุดเช็คอินแห่งใหม่! เตรียมเปิด ‘สกายวอล์คสองแคว-แม่กลอง’ รับ นทท. 18-26 ส.ค.นี้

Posted on August 12, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/672945

จุดเช็คอินแห่งใหม่! เตรียมเปิด 'สกายวอล์คสองแคว-แม่กลอง' รับ นทท. 18-26 ส.ค.นี้

จุดเช็คอินแห่งใหม่! เตรียมเปิด ‘สกายวอล์คสองแคว-แม่กลอง’ รับ นทท. 18-26 ส.ค.นี้

วันศุกร์ ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 14.59 น.

จ.กาญจน์-และโยธาฯ เตรียมเปิดทดลองให้บริการ นทท. “สกายวอร์คสองแคว-แม่กลอง” เพื่อทดสอบความพร้อมในการให้บริการ ระหว่างวันที่ 18-26 ส.ค.นี้

12 ส.ค.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรีได้ประสานให้สื่อมวลชนที่ต้องการทำข่าวและบันทึกภาพเพื่อโปรโมทสกายวอร์ค สามารถไปติดต่อได้ที่เจ้าหน้าที่ของสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดกาญจนบุรี ได้ที่หน้างานได้เลย

สำหรับพิกัด บริเวณท่าน้ำหน้าเมืองกาญจนบุรี ตัวอำเภอเมืองกาญจนบุรี https://goo.gl/maps/6eFRfMwKtgNcqqaP9 โดยจังหวัดกาญจนบุรีและสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองกาญจนบุรี จะเปิดทดสอบความพร้อมการให้บริการ สกายวอร์ค ริมแม่น้ำแควใหญ่ ในระหว่างวันที่ 18-26 สิงหาคม 2565 โดยมีรอบการเข้าชมและกำหนดจำนวนผู้เข้าชม ดังนี้ 

วันจันทร์-วันศุกร์ คือ วันที่ 18-19 สิงหาคม 2565 และ วันที่ 22-26 สิงหาคม 2565 เปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา 15.30 น. ไปจนถึงเวลา 17.00 น. เปิดรับลงทะเบียนออนไลน์ จำนวน 100 คน เปิดรับ walk in จำนวน 50 คน

วันเสาร์-วันอาทิตย์ คือ วันที่ 20-21 สิงหาคม พ.ศ.2565 เปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา 14.00 น. ปิดเวลา 16.00 น.เปิดรับลงทะเบียนออนไลน์ จำนวน 200 คน เปิดรับ walk in จำนวน 200 คน โดยผู้ที่สนใจเข้าชมจะต้องลงทะเบียนผ่านทางออนไลน์ ผ่านทาง https://shorturl.asia/s4drw หรือสแกนคิวอาร์โค้ด

ผู้ที่เข้าไปใช้บริการจะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบการเข้าชมและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด หากไม่ปฏิบัติตามจนนำไปสู่การเกิดอุบัติเหตุหรือเหตุการณ์ไม่คาดคิด ทำให้มีการบาดเจ็บหรือเสียหายต่อร่างกายและทรัพย์สินของผู้เข้าชม ทางผู้จัดจะไม่รับผิดชอบทุกกรณี ติดต่อสอบถามได้ที่ เพจเฟชบุ๊ค สนง.โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดกาญจนบุรี โทร.034-564195

.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สำรวจ‘ความเป็นแม่’เฉดสีใหม่ คุณค่าของ‘ผู้หญิง’ที่ไปเกินกว่ากรอบ‘จารีต’เดิมๆ

Posted on August 12, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/672944

สำรวจ‘ความเป็นแม่’เฉดสีใหม่ คุณค่าของ‘ผู้หญิง’ที่ไปเกินกว่ากรอบ‘จารีต’เดิมๆ

สำรวจ‘ความเป็นแม่’เฉดสีใหม่ คุณค่าของ‘ผู้หญิง’ที่ไปเกินกว่ากรอบ‘จารีต’เดิมๆ

วันศุกร์ ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 14.37 น.

สำรวจ‘ความเป็นแม่’เฉดสีใหม่ คุณค่าของ‘ผู้หญิง’ที่ไปเกินกว่ากรอบ‘จารีต’เดิมๆ

ถ้าเล่นเกมถามปุ๊บตอบปั๊บ โดยมีคำถามว่า “บทบาทแม่ที่ดีในครอบครัวเป็นอย่างไร” หลายคนคงตอบว่า การดูแลลูก (รวมถึงสามี) การจัดการงานบ้านต่างๆ ไม่ให้ขาดตกบกพร่อง ฯลฯ

คำตอบเหล่านี้ไม่ได้ผิด แต่นั่นก็ไม่ใช่ความจริงทั้งหมด เพราะในยุคสมัยนี้บทบาท “ความเป็นแม่” ได้ถูกตีความใหม่อย่างกว้าง และไปไกลเกินกว่าภาพจำเดิมๆ หรือการเหมารวมเฉกเช่นในอดีต

ต้องยอมรับว่าความเป็นแม่ในอุดมคติที่สังคมไทยสร้างขึ้น ได้กดทับผู้หญิงให้ต้องแบกภาระตามที่สังคมคาดหวัง โดยเฉพาะในวันที่ผู้หญิงไม่สามารถปฏิเสธบทบาทหลักทางเศรษฐกิจได้ จำเป็นต้องหารายได้ช่วยประคองครอบครัว ทว่าเธอยังต้องสวมบทบาท “ความเป็นแม่” และ “ความเป็นภรรยาที่ดี” ควบคู่กันไปด้วย เรียกได้ว่าสาหัสสากรรจ์เลยทีเดียว

“สังคมคาดหวังว่าหน้าที่หลักในการดูแลลูกคือผู้หญิง แล้วก็ไปมองว่าเป็นเรื่องธรรมชาติ เพราะมองว่าผู้หญิงคลอดลูก เธอมีความเป็นแม่ เพราะฉะนั้นงานบ้านหรืองานดูแลลูกก็ควรจะเป็นงานของเธอ” ผศ.ดร.ปณิธี สุขสมบูรณ์ บราวน์ คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) อธิบาย

ความคาดหวังเหล่านี้กลายเป็นทางเลือกให้ผู้หญิงต้องตัดสินใจ มีผู้หญิงจำนวนมากที่ลาออกจากงานเพื่อมาดูแลลูกและทำงานบ้านอย่างเดียว ผู้หญิงในกลุ่มนี้เห็นคุณค่าและเชิดชูความเป็นแม่ โดยยอมทำทุกอย่าง ทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อดูแลลูกอย่างใกล้ชิด

กระนั้น แม้ผู้หญิงจะยอมเสียสละทิ้งชีวิตทางสังคมและชีวิตการทำงานในการหารายได้ให้กับครอบครัว เพื่อมารับบทบาทแม่บ้านอย่างเต็มตัว แต่สังคมไทยกลับยังมองว่าการดูแลลูกและทำงานบ้านเป็นงานที่ไม่ค่อยมีคุณค่า เพราะไม่ก่อให้เกิดรายได้ ซึ่งสะท้อนทัศนคติที่ไม่ตระหนักถึงการใช้แรงงานของผู้หญิงที่ต้องใช้เวลาไปกับการทำงานบ้านและเลี้ยงดูลูกโดยไม่มีรายได้ และยังสะท้อนให้เห็นถึงความไม่เท่าเทียมในมิติของความเป็นแม่ ผู้หญิงที่มีฐานะยากจน ต้องหาเช้ากินค่ำ คงไม่สามารถที่จะมารับบทบาทเป็นแม่บ้านได้อย่างเต็มตัว

นอกจากนี้ การเกิดขึ้นของคุณค่าดังกล่าว อาจมีส่วนที่ตกทอดมาจากวัฒนธรรม “ปิตาธิปไตย” (Patriarchy)  ดังในงานวิจัยจากวารสารการศึกษาและการพัฒนาสังคม เรื่องการสร้างตัวตนความเป็นแม่ในสังคมชายเป็นใหญ่ ที่ระบุว่า อำนาจ ความรู้ และอุดมการณ์ชายเป็นใหญ่ ได้ประกอบสร้างความเป็นแม่ในพื้นที่ครัวเรือน ซึ่งทำให้ผู้หญิงมีความสำนึกรู้ ตลอดจนความเข้าใจโดยปราศจากข้อสงสัยและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด รวมถึงทำให้ผู้หญิงจะต้องเป็นแม่ไปตลอดชีวิต

“ถ้าไปดูในอดีตผู้หญิงที่เป็นแม่บ้าน ไม่ได้มีรายได้ หรือไม่มีความรู้จะต้องอดทนอยู่กับสามี อดทนกับความเป็นแม่และความเป็นภรรยา เพราะถ้าเขาหย่าร้างไปแล้ว ทางเลือกของเขามีน้อย แต่เมื่อผู้หญิงมีการศึกษาและมีรายได้ของตัวเองทำให้ผู้หญิงมีทางเลือกมากขึ้น เพราะฉะนั้นถ้าชีวิตคู่อยู่แล้วไม่มีความสุข ผู้หญิงก็เลือกที่จะเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว เหมือนที่เราเห็นได้ตามสื่อ หรือแม้กระทั่งดาราเองก็ตาม” ผศ.ดร.ปณิธี ระบุ

สภาพการณ์เหล่านี้นำมาสู่การเกิดขึ้นของ “แม่เลี้ยงเดี่ยว” ที่เพิ่มมากขึ้น ตามรายงานสถานการณ์ประชากรไทย ปี 2558 โดยกองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติประจำประเทศไทย และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ระบุว่า ครอบครัวเลี้ยงเดี่ยวจากจำนวน 9.7 แสนครัวเรือนในปี 2530 เพิ่มขึ้นเป็น 1.4 ล้านครัวเรือนในปี 2556 หรือคิดเป็น 41% ซึ่งในจำนวนนี้กว่า 80% เป็นครอบครัวแม่เลี้ยงเดี่ยว

อย่างไรก็ดี ปัจจุบันการลาเพื่อเลี้ยงดูบุตร (Parental leave) หรือก็คือการให้พ่อลางานเพื่อมาเลี้ยงลูก เริ่มแพร่หลายมากขึ้นแล้วในประเทศไทย เช่นเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (8 ส.ค. 2565) เพจเฟซบุ๊ก Embassy of Sweden in Bangkok (สถานฑูตสวีเดน) ที่เผยถึงการให้พนักงานขับรถสามารถใช้สิทธิลางานเพื่อเลี้ยงดูบุตรสำหรับผู้เป็นพ่อได้เป็นเวลา 6 เดือน ซึ่งช่วยให้สังคมไม่คาดหวังให้เป็นหน้าที่ของผู้หญิงเพียงฝ่ายเดียว

ผศ.ดร.ปณิธี บอกว่า ด้วยปัจจัยหลายอย่างนี้จึงควรนำมาสู่การตั้งคำถามเรื่อง ‘รูปแบบความเป็นแม่’ ในอนาคตว่าจะมีความหลากหลายมากขึ้น หรือจะมีตัวเลือกให้คนกลุ่มนี้ได้อย่างไร เช่นในบางประเทศ เช่น เนเธอร์แลนด์ ที่มีกฎหมายเกี่ยวกับการรับบริจาคสเปิร์ม (Sperm Donation) เพื่อรองรับกรณีผู้หญิงอยากมีลูกแต่ไม่อยากมีสามี หรือเอื้อให้กับครอบครัวผู้มีเพศวิถีที่หลากหลายที่อยากจะมีลูก

“วันข้างหน้าเป็นไปได้ไหมที่ครอบครัวหญิงรักหญิง ชายรักชายจะสามารถแสดงถึงความเป็นแม่ ที่อาจจะไปรับบุตรบุญธรรมมาเลี้ยงหรือใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์เพื่อการมีบุตร แต่เขาสามารถทำหน้าที่ให้การดูแลลูกได้ดี เราไปยึดติดว่าคนจะเป็นแม่ได้จะต้องเป็นผู้ให้กำเนิด (Biological Mother) แต่ในแง่ของความเป็นแม่ (Mothering) และการให้การดูแล (Caring) ในชีวิตประจำวันมันจำเป็นไหมที่จะถูกผูกขาดด้วยผู้ที่เป็นแม่ เราควรมองไปอีกในระยะยาวถึงความหลากหลายของครอบครัวที่จะมีมากขึ้น” ผศ.ดร.ปณิธี ระบุ

รศ.เกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) กล่าวเสริมว่า การเคารพความแตกต่างและความเข้าใจในความหลากหลาย คือรากฐานสำคัญที่ มธ. ให้ความสำคัญและปลูกฝังให้กับนักศึกษามาโดยตลอด ซึ่งสิ่งนี้จะช่วยขยายมุมมองในทุกเรื่อง แม้กระทั่งเรื่องครอบครัวที่ไม่ได้นิยามความสมบูรณ์เฉพาะแค่การมีพ่อ แม่ ลูก แต่การเป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยว-แม่เลี้ยงเดี่ยว หรืออื่นๆ อีกหลายบทบาท ก็สามารถเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์แบบได้เช่นกัน

“การที่เรามีรูปแบบครอบครัวที่ไม่เหมือนกับความคาดหวังของสังคมไม่ใช่เรื่องที่ผิดปกติ” รศ.เกศินี ระบุ

รศ.เกศินี ระบุอีกว่า มธ. ยังมีการส่งเสริมให้นักศึกษามองเห็นถึง “คุณค่าความเป็นแม่” ของผู้หญิงที่ต้องแบกรับภาระทำงานบ้านและดูแลลูก การส่งเสริมและสร้างให้นักศึกษามีทัศนคติเรื่องความเท่าเทียมทางเพศยังตรงกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ในข้อที่ 5 เรื่องความเสมอภาคระหว่างเพศและให้อำนาจของผู้หญิงและเด็กหญิงทุกคนด้วย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ในหลวง’ทรงรับ’ครูบาบุญชุ่ม’ไว้เป็นภิกษุอาพาธในพระบรมราชานุเคราะห์

Posted on August 12, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/672942

'ในหลวง'ทรงรับ'ครูบาบุญชุ่ม'ไว้เป็นภิกษุอาพาธในพระบรมราชานุเคราะห์

‘ในหลวง’ทรงรับ’ครูบาบุญชุ่ม’ไว้เป็นภิกษุอาพาธในพระบรมราชานุเคราะห์

วันศุกร์ ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 14.22 น.

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระเมตตาคุณ ได้ทรงรับ”ครูบาบุญชุ่ม” เป็นภิกษุอาพาธในพระบรมราชานุเคราะห์

12 ส.ค. เฟซบุ๊ก “พระครูบาบุญชุ่ม ญาณสํวโร วัดพระธาตุดอยเวียงแก้ว” โพสต์ภาพพระครูบาบุญชุ่ม ญาณสํวโร อรญฺญวาสีภิกขุ พระเกจิดังแห่งล้านนา ขณะเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาล หลังออกจากถ้ำหลวงเมืองแก๊ด ที่ประเทศเมียนมา เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม ที่ผ่านมา และมีอาการอาพธ โดยระบุว่า

“พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ทรงมีพระราชศรัทธาอย่างยิ่งยวด ในพระพุทธศาสนา ทรงสืบสานพระราชปณิธาน “ธรรมราชินี” และ ทรงห่วงใยพระสงฆ์ที่ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ในการนี้ ทรงมีพระเมตตาคุณ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ทรงรับ ครูบาบุญชุ่ม ญาณสังวโร อรัญาสีภิกขุ วัดพระธาตุดอยเวียงแก้ว อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย ซึ่งกำลังอาพาธอยู่นั้น ไว้เป็นภิกษุอาพาธในพระบรมราชานุเคราะห์

ข้าพระพุทธเจ้า มูลนิธิดอยเวียงแก้ว ในนามของ ศิษยานุศิษย์ พุทธศาสนิกชน และประชาชนทุกหมู่เหล่า ขอน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระเมตตาคุณ อย่างหาที่สุดมิได้ และน้อมเกล้าน้อมกระหม่อม ถวายพระพรชัยมงคล ขอพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน

ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลก จงโปรดประทานพรให้ ครูบาบุญชุ่ม มีสุขภาพร่างกาย จิตใจ สมบูรณ์ แข็งแรง เป็นมิ่งขวัญของเหล่าพุทธศาสนิกชน และเป็นกำลังหลักของพระพุทธศาสนาตลอดไป จึงประกาศมาเพื่อทราบ”

ขอบคุณข้อมูลเฟซบุ๊ก พระครูบาบุญชุ่ม ญาณสํวโร วัดพระธาตุดอยเวียงแก้ว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

นายกฯปลื้มไทยติด 1 ใน 5 ประเทศยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจีน

Posted on August 12, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/672913

นายกฯปลื้มไทยติด 1 ใน 5 ประเทศยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจีน

นายกฯปลื้มไทยติด 1 ใน 5 ประเทศยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจีน

วันศุกร์ ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 10.15 น.

นายกฯ”ปลื้ม ไทยติด 1 ใน 5 ประเทศยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจีน จากรายงานของ Global Times พร้อมเผยภาพรวมผู้โดยสารเดินทางเข้าไทยเดือนกรกฎาคม 2565 สูงถึง 118% ผลจากรัฐบาลผ่อนคลายมาตรการสอดคล้องต่อเนื่อง

12 สิงหาคม 2565 นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ประเทศไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวจีน โดยจากรายงานของ Global Times ระบุว่า ประเทศไทยเป็น 1 ใน 5 ประเทศปลายทางที่นักท่องเที่ยวจีนเดินทางมามากที่สุด ภายหลังรัฐบาลจีนเริ่มผ่อนคลายให้ประชาชนในประเทศเดินทางออกนอกประเทศได้ ถือเป็นโอกาสสำคัญของภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวจีนถือเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีบทบาทสำคัญต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยอย่างมากในช่วงก่อนการแพร่ระบาดของโควิด-19

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า จากข้อมูลเที่ยวบินขาออกจากจีนไปยังประเทศอื่น ๆ ในเดือนสิงหาคม มีจำนวนเพิ่มขึ้นมากกว่า 200% เมื่อเทียบกับเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โดยประเทศปลายทางที่ชาวจีนเดินทางมามากที่สุด 5 อันดับ ได้แก่ เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา ไทย และฝรั่งเศส ตามลำดับ และมีการคาดการณ์ว่าในช่วงครึ่งปีหลังจำนวนเที่ยวบินขาออกจากจีนจะเพิ่มสูงขึ้นอีก จากความต้องการเที่ยวบินไปยังต่างประเทศของชาวจีน ทั้งนี้ ในช่วงก่อนการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในปี 2562 มีนักท่องเที่ยวจากจีนมาไทยมากถึง 10.99 ล้านคน หรือกว่า 1 ใน 4 ของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจที่สูงมากแก่ไทย

นายธนกร กล่าวถึงข้อมูลการเดินทางของผู้โดยสารในระบบขนส่งสาธารณะระหว่างประเทศ จากกระทรวงการคมนาคม โดยในช่วงเดือนกรกฎาคม 2565 ที่ผ่านมา มีปริมาณผู้โดยสารขาเข้าประเทศในทุกการขนส่งรวม 1,055,608 คน เพิ่มขึ้น 118.68% จากค่าเฉลี่ยเดือนมกราคม-มิถุนายน 2565 ซึ่งมีปริมาณผู้โดยสารขาเข้าเฉลี่ยเดือนละ 482,719 คน โดยสัดส่วนการเดินทางตามรูปแบบการเดินทางในเดือนกรกฎาคม 2565 พบว่า ทางอากาศ มีสัดส่วนการเดินทางสูงสุด คิดเป็น 99.13% รองลงมา คือ ทางถนน 0.77% ทางราง 0.05% และทางน้ำ 0.05% ทั้งนี้ เป็นผลดีที่สืบเนื่องมาจากนโยบายผ่อนคลายมาตรการเดินทางเข้าประเทศอย่างสอดคล้องกับสถานการณ์ระหว่างประเทศ และเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับมาตรการควบคุมการติดเชื้อ และมาตรการดูแลทางด้านสาธารณสุข ทำให้ไทยเป็นที่นิยม มีจำนวนการเดินทางของนักเที่ยวเพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

“นายกรัฐมนตรีชื่นชมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนที่บูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างเต็มที่ เพื่ออำนวยความสะดวกและผลักดันให้มีการเดินทางเข้าประเทศมากขึ้น ตอบรับการผ่อนคลายมาตรการการเดินทางเข้าประเทศของรัฐบาล จนเห็นผลลัพธ์เป็นรูปธรรม พร้อมสั่งการทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมในการดูแล อำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวในช่วงครึ่งปีหลัง ตลอดจนมาตรการที่สำคัญด้านการสาธารณสุข ซึ่งคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมายังประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งถือเป็นโอกาสในการพลิกฟื้นอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวให้กลับมาขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศได้อีกครั้ง” นายธนกร กล่าว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชมโอ่งมังกรโบราณศิลปะตำนานจีนจากอดีตจนถึงปัจจุบันที่มีประวัติการปั้นยาวนานนับร้อยปี

Posted on August 12, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/672892

ชมโอ่งมังกรโบราณศิลปะตำนานจีนจากอดีตจนถึงปัจจุบันที่มีประวัติการปั้นยาวนานนับร้อยปี

ชมโอ่งมังกรโบราณศิลปะตำนานจีนจากอดีตจนถึงปัจจุบันที่มีประวัติการปั้นยาวนานนับร้อยปี

วันพฤหัสบดี ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 22.54 น.

ผอ.โรงเรียนเทศบาล 1 (วัดสัตตนารถปริวัตร) เขตเทศบาลเมืองราชบุรี นำคณะครูเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์โอ่งมังกรรัตนโกสินทร์ เซรามิกค์ เมืองราชบุรี ศึกษาประวัติและการปั้นโอ่งที่มีประวัติการปั้นที่ยาวนานนับร้อยปี เพื่อประยุกต์การแสดงนาฏศิลป์สร้างสรรค์ โดยนำโอ่งมังกรศิลปะตำนานจีนมาเป็นสื่อร่วมสมัย 

วันนี้ (11 ส.ค.65) นางสาวมาณวิกา ทองเปลว ผู้อำนวยการโรงเรียนเทศบาล 1 (วัดสัตตนารถปริวัตร) เขตเทศบาลเมืองราชบุรี พร้อมด้วยคณะครูได้เดินทางไปพิพิธภัณฑ์โอ่งมังกร รัตนโกสินทร์ เซรามิกค์ 4 ต.ท่าราบ อ.เมืองราชบุรี เพื่อเยี่ยมชมการรวบรวมโอ่งมังกรโบราณจากอดีตจนถึงปัจจุบันและผลิตปั้นโอ่งมังกรที่มีประวัติการปั้นที่ยาวนานนับร้อยปี จากศิลปะตำนานของจีน ในการศึกษาประวัติความเป็นมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เพื่อเก็บข้อมูลนำไปประยุกต์การแสดงนาฏศิลป์สร้างสรรค์ร่วมสมัย การแสดงส่งเข้าแข่งขันกับโรงเรียนเทศบาลในกลุ่มจังหวัดภาคกลาง ในวันที่ 21 สิงหาคมที่ จ.สุพรรณบุรี โดยมีนายสุขชาติ โฆษะบดี เจ้าของกิจการโรงโอ่งรัตนโกสินทร์ เซรามิกค์ 4 พาเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์โอ่งมังกร ตั้งแต่ยุคเริ่มแรกมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งจะมีลวดลายการปั้นและเนื้อดิน รูปทรงที่มีความแตกต่างกันของแต่ละยุคสมัย  

นายสุขชาติ โฆษะบดี เจ้าของกิจการโรงโอ่งรัตนโกสินทร์ เซรามิกค์ 4 เปิดเผยถึงประวัติความเป็นมาของโอ่งมังกรตั้งแต่สมัยยุคแรกๆ เรื่อยมาถึงปัจจุบัน โดยตนได้คลุกคลีอยู่กับงานเซรามิกค์ และเครื่องปั้นดินเผามาตั้งแต่เด็กจากที่ได้ช่วยบิดา มารดา ทำโรงงานดินเผาโรงโอ่งราชบุรี หลังจากบิดาเสียชีวิตได้ขออนุญาตมารดาเปิดกิจการเป็นของตนเอง ใช้ชื่อว่าโรงงานรัตนโกสินทร์ เซรามิกค์ 4 เรื่อยมาถึงปัจจุบัน 

สมัยก่อนไทยยังผลิตโอ่งไม่ได้ คนจีนจึงนำมาขายในตลาด โดยการนำเข้ามาทางเรือ ใส่ของดองเข้ามา เช่น ผักกาด และผักต่าง ๆ เต้าเจี้ยว ซีอิ๊ว หลังสงครามโลก พ.ศ.2475 จีนปิดประเทศโอ่งนำเข้าไม่มีคนจีนที่ผลิตโอ่งในไทย จึงหาแหล่งดินมาผลิตโอ่งจนมาเจอดินที่ของแม่น้ำแม่กลองที่ตำบลหลุมดินคนแรก ชื่อว่า นายจื้อเหม็ง แซ่อึ๊ง โดยสัญลักษณ์ของโอ่งมังกรของ จ.ราชบุรี คือ โอ่งคู่กับมังกรจะมี 5 เล็บ ลิ้นยาว มีความหมายตรงกับฮวงจุ้ยเกี่ยวกับเรื่องการดึงดูดทรัพย์ ดูดบารมี อำนาจ เรื่องเงินทองเป็นความเชื่อมาแต่โบราณ ปัจจุบันได้รวบรวมโอ่งมังกรทั้งสมัยเก่าโบราณ และยุคปัจจุบันเก้บรักษาไว้ในพิพอธภัณฑ์ผู้ที่สนใจสามารถเข้าชมได้  

นางสาวมาณวิกา ทองเปลว ผู้อำนวยการโรงเรียนเทศบาล 1 (วัดสัตตนารถปริวัตร) กล่าวว่า ทางโรงเรียนจะร่วมประกวดความเป็นเลิศทางวิชาการในชื่อกิจกรรมว่า นาฏศิลป์สร้างสรรค์ ได้เป็นตัวแทนของโรงเรียนเขตเทศบาล ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 5 แห่ง โดยครูมีแนวคิดหาเรื่องราวที่จะนำไปแข่งขัน และมานึกถึงเมืองราชบุรี โอ่งมังกรน่าจะนำเรื่องนี้เข้าแข่งขัน เป็นการแข่งขันทางวิชาการระดับภาคกลางจากโรงเรียนเทศบาลที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดภาคกลาง ที่ จ.สุพรรณบุรี ใช้เวลาแสดงประมาณ 12 นาที  

เมื่อสรุปได้เรื่องโอ่งเมืองราชบุรีแล้ว จึงจะต้องไปสืบค้นประวัติการเกิดโอ่งที่ราชบุรี ซึ่งจะประกวดแบบนาฏศิลป์ไม่ใช่เชิงประวัติศาสตร์และจากการได้ไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์โอ่งมังกรที่โรงงานรัตนโกสินทร์ 4 รู้สึกประทับใจที่ได้รู้เรื่องราวประวัติเกี่ยวกับโอ่งมังกรแต่ละยุคสมัยมากมาย นอกจากนี้ยังไปเยี่ยมชมโรงโอ่ง เถ้า ฮง ไถ่ ซึ่งเจ้าของโรงโอ่งได้พาเยี่ยมชม พร้อมให้ช่างสาธิตการปั้นและการเขียนลายให้ชมด้วย

สำหรับการซ้อมการแสดงนาฏศิลป์สร้างสรรค์ ชุดเล่าขานตำนานโอ่งมังกร ณ ราชบุรี มี 3 ฉาก โดยฉากที่ 1 แสดงถึงการอพยพของชาวจีนตามเส้นทางลำน้ำแม่กลองมา  หลังจากเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่เดินทางโดยเรือสำเภามาขึ้นที่ จ.ราชบุรี และสามารถค้าขายได้ตามต้องการ ฉากที่ 2 เป็นการก่อตั้งและขั้นตอนการทำโอ่งมังกร แสดงถึงการตั้งโรงปั้นโอ่งและขั้นตอนวิธีการทำโอ่งมังกร โดยเริ่มตั้งแต่การขุดดิน นวดดิน ขึ้นรูป ลงลายโอ่งและการเผาโอ่งมังกร ฉากที่ 3 การนำโอ่งมังกรไปใช้แสดงถึงวิถีชีวิตของคนไทย แสดงถึงวิถีชีวิตของคนไทย ที่นิยมนำโอ่งมังกรไปใช้ประโยชน์ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ซึ่งทางโรงเรียนจะนำโอ่งมังกรไปประกอบกับท่าการแสดงนาฏศิลป์การแข่งขันใช้นักเรียน จำนวน 16 คน ซึ่งทางเจ้าของโรงโอ่งยังใจดีได้ให้ทางโรงเรียนยืมโอ่งไปร่วมกิจกรรมแข่งขันครั้งนี้ด้วย – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,938,826 hits

Join 4,117 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

เผยโฉมหน้าเยาวชนต้นแบบเก่งและดี ‘TO BE NUMBER ONE IDOL’ รุ่น 16
ประสิทธิ์ชัย ชี้ แลนด์บริดจ์แค่บังหน้า เป้าหมายคือสร้าง รัฐอิสระต่างชาติ ผ่าน พ.ร.บ. SEC
สุนัขทรงเลี้ยง ‘ย่าเหล’ ‘มิตรแท้’ ในพระราชหฤทัย ร.6
ตาค้างทั้งโซเชียล แน๊ต เกศริน อวดหุ่นสุดสะบึ้มในชุดว่ายน้ำ พร้อมเผยที่มา ความอึ๋ม
Lisa ป่าน ณิชาภัทร ใส่ Robert Wun ดันชื่อเสียงไทยพุ่งไกลระดับโลกใน Met Gala 2026
คุณแหน : 5 พฤษภาคม 2569
บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ พระพุทธเจ้ากับความตาย
ศรีสุวรรณ บุก ป.ป.ช. ร้องสอบอดีตอธิบดีกรมฝนหลวง ปมซื้อเครื่องบินแพงเกินไปหรือไม่
Rihanna สะกดทุกสายตาในลุค ชุดหอยมุก บนพรมแดง Met Gala 2026
เทพไท เฉลย ทำไมผลโพล 67% คนใต้เอาแลนด์บริดจ์ เหตุไม่รู้ข้อมูล จี้รัฐทำประชามติ 3 ระดับ

Recent Posts

  • ระเบิดโรงงานดอกไม้ไฟจีน ดับ 21 ศพ บาดเจ็บ 61 ราย สั่งอพยพประชาชนในรัศมี 3 กม.
  • สั่งกักเรือสำราญดัตช์ลอยลำนอกชายฝั่งเคปเวิร์ด หลังไวรัสระบาดบนเรือผู้โดยสารดับ 3 ศพป่วยหนักหลายราย
  • พรรคของนายกฯ โมดี คว้าชัยเลือกตั้งรัฐเบงกอลตะวันตก โค่นฐานเสียงฝ่ายค้านสำเร็จเป็นครั้งแรก
  • บริทนีย์ สเปียร์ส รับผิดข้อหาขับรถประมาทในคดีเมาแล้วขับ
  • รัสเซีย-ยูเครน ประกาศหยุดยิง 2 วัน แต่คนละช่วงเวลา

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d