Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

เชฟดังชวนชิมเมนูเด็ด’สุกี้โรลปลาเผาะน้ำโขง’ในงาน’ริมโขงว่าซั่นนน’ กระตุ้น ศก.ท่องเที่ยว

Posted on July 31, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/670153

เชฟดังชวนชิมเมนูเด็ด'สุกี้โรลปลาเผาะน้ำโขง'ในงาน'ริมโขงว่าซั่นนน' กระตุ้น ศก.ท่องเที่ยว

วันอาทิตย์ ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 13.58 น.

เชฟดังชวนชิมเมนูเด็ด “สุกี้โรลปลาเผาะน้ำโขง” ในงานริมโขงว่าซั่นนน วันมหัศจรรย์แห่งสายฝน กระตุ้นเศรษฐกิจ ท่องเที่ยว ยกระดับถนนสวรรค์ชายโขง เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเศรษฐกิจ

ที่ถนนสวรรค์ชายโขง เขตเทศบาลเมืองนครพนม เมื่อช่วงค่ำวันที่ 30 ก.ค.65 ที่ผ่านมา นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่สอง ส.ส.นครพนม เขต 1 พรรคภูมิใจไทย เป็นประธานเปิดงานโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยว ภายใต้ชื่อ “ริมโขงว่าซั่นนน นครพนม วันมหัศจรรย์แห่งสายฝน” เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว และประชาสัมพันธ์พื้นที่การท่องเที่ยวที่สำคัญของ จ.นครพนม รวมถึงพัฒนายกระดับถนนสวรรค์ชายโขง อันซีนนครพนมที่มีความสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของไทย อยู่เลียบแม่น้ำโขง สามารถชื่นชมความสวยงามทางธรรมชาติสองฝั่งโขงไทยลาวแบบใกล้ชิด เหมาะสำหรับเป็นสถานที่จัดกิจกรรมการท่องเที่ยว เดิน วิ่ง และปั่นจักรยานเพื่อสุขภาพ ระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร

โดยในครั้งนี้กำหนดจัดกิจกรรมขึ้น ระหว่างวันที่ 29 -31 กรกฎาคม 2565 ภายใต้การสนับสนุนของจังหวัดนครพนม ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย,อบจ.นครพนม รวมถึง หน่วยงานภาครัฐเอกชนที่เกี่ยวข้อง ส่วนในงานมีการจัดกิจกรรมเปิดร้านค้า ร้านอาหาร เวทีการแสดงศิลปะวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น การแสดงของศิลปินนักร้องชื่อดัง เชิญชวนนักท่องเที่ยวมาท่องเที่ยว ชมชิมช็อป กระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว ส่งผลดีต่อร้านค้า ร้านอาหาร โรงแรม ที่พัก ถูกจับจองเต็ม ในช่วงวันหยุดยาว

โดยพิธีเปิดงานมี นายชาญชัย คงทัน รอง ผวจ.นครพนม พร้อมด้วย นายจิรวัฒน์ เวียงด้าน รอง นายก อบจ.นครพนม นางสาวกนกวรรณ ดุงศรีแก้ว ผอ.ททท.สำนักงานนครพนม นำข้าราชการพี่น้องประชาชน นักท่องเที่ยวร่วมกิจกรรม

ทั้งนี้ภายหลังการเปิดงานได้มีการนำ เชฟบุ๊ค – บุญสมิทธิ์ พุกกะณะสุต เซฟมือหนึ่งมาปรุงเมนูเด็ด สุกี้โรลปลาเผาะน้ำโขง ซึ่งเป็นปลาเศรษฐกิจของ จ.นครพนม เป็นปลาน้ำโขงที่มีรสชาติอร่อยไม่คาว และสร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่ ปีละหลายล้านบาท จึงได้นำมาปรุงเป็นเมนูเด็ด เพื่อให้ประชาชน นักท่องเที่ยวได้ชิมรสชาติ เป็นการส่งเสริม สนับสนุนด้านการตลาด และยกระดับส่งเสริมการเลี้ยง เป็นปลาเศรษฐกิจของ จ.นครพนม ในอนาคต

  ในโอกาสนี้  นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่สอง/ส.ส.นครพนม เขต 1 พรรคภูมิใจไทย เป็นตัวแทนนำชิมเมนูเด็ด  สุกี้โรลปลาเผาะน้ำโขง ร่วมกับประชาชน นักท่องเที่ยว  ส่วนการจัดงานในวันสุดท้าย คือวันที่ 31 กรกฎาคม 2565 จะมีการจัดกิจกรรม วิ่งเพื่อสุขภาพท่ามกลางบรรยากาศสุดชิลริมแม่น้ำโขง ระยะฟันรัน 3 กิโลเมตร, ระยะ 5 กิโลเมตร และระยะ 10 กิโลเมตร  เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ส่วนช่วงเย็น ยังคงมีการจัดนิทรรศการร้านค้า ร้านอาหาร การแสดงเวที สร้างความสุขเช่นเคย

นายศุภชัย โพธิ์สุ กล่าวว่า งานนี้มีส่วนช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวในเมืองรอง สร้างรายได้ให้แก่ท้องถิ่น และยังกระตุ้นให้ทุกคนใส่ใจสุขภาพ ซึ่งถนนสวรรค์ชายโขงนั่นเ ป็นจุดแลนด์มาร์คอันซีนแห่งใหม่ของจังหวัดนครพนม ที่มีความโดดเด่นของภูมิทัศน์ ในบรรยากาศติดริมแม่น้ำโขง ด้วยระยะทางยาวกว่า 4 กิโลเมตร สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ฝั่งลาว รวมถึงเห็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติหาดทรายทองศรีโคตรบูรณที่สวยงาม และยังเป็นเส้นทางที่สามารถเดินเที่ยวชมและออกกำลังกาย ที่มีทัศนียภาพอันสวยงาม ให้นักท่องเที่ยวสามารถเรียนรู้และได้ประสบการณ์ผ่านทางสถาปัตยกรรม อาคารบ้านเรือน อาหาร และวิถีชีวิตของคนในท้องถิ่น สู่ความเป็นเมืองน่าอยู่ เมืองแห่งความสุข

ด้วยเหตุนี้จึงจำเป็นต้องมีการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวและส่งเสริมการท่องเที่ยว เพื่อตอกย้ำความมั่นใจในการท่องเที่ยว จึงกำหนดจัดงาน “ริมโขง ว่าซั่นนน นครพนม วันมหัศจรรย์แห่งสายฝน” นี้ขึ้น ได้รับการสนับสนุนจากการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.), จังหวัดนครพนม, องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครพนม, เทศบาลเมืองนครพนม, บริษัท ไทย เวียตเจ็ท แอร์ จอยท์ สต็อค จำกัด, เอเอส มีเดีย แพลน, ไคยะ ยากินิกุ, เยิ้ม และ Pomelo ซึ่งในการจัดกิจกรรมครั้งนี้ดำเนินงานและบริหารจัดการตามมาตรการสาธารณสุขและมาตรฐาน SHA  เชื่อว่าจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจการท่องเที่ยว ดึงดูดประชาชน นักท่องเที่ยวเข้ามาในพื้นที่มากขึ้น – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ปิดจ๊อบ!ชิ้นส่วนจรวดลองมาร์ช 5บี ตกถึงโลกลงทะเลซูลู ไม่กระทบไทย

Posted on July 31, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/670141

ปิดจ๊อบ!ชิ้นส่วนจรวดลองมาร์ช 5บี ตกถึงโลกลงทะเลซูลู ไม่กระทบไทย

วันอาทิตย์ ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 11.03 น.

ปิดจ๊อบ! GISTDA เผยเศษชิ้นส่วนจรวดลองมาร์ช 5 บี ตกในเขตทะเลซูลูของฟิลิปปินส์ ไม่กระทบไทย

31 กรกฎาคม 2565 GISTDA สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) โดยศูนย์วิจัยเทคโนโลยีอวกาศ หรือ S-TREC แจ้งว่า เศษชิ้นส่วนของจรวดลองมาร์ช 5 บี ได้เริ่มเผาไหม้ตั้งแต่อยู่เหนือน่านฟ้าของมหาสมุทรอินเดียตอนใต้ และได้ตกในบริเวณทะเลซูลูของประเทศฟิลิปปินส์แล้ว (จุดสีเหลือง) เมื่อเวลา 23.53 น. ของวันเสาร์ที่ 30 กรกฎาคม 2565 โดยเบื้องต้นยังไม่มีรายงานความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินแต่อย่างใด

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังจากจรวดลองมาร์ช 5 บี ได้เสร็จสิ้นภารกิจการนำเวิ่นเทียน (Wentian) ซึ่งเป็นโมดูลที่ 2 เชื่อมต่อกับสถานีอวกาศเทียนเหอ (Tianhe) เพื่อสนับสนุนให้นักบินอวกาศทำการทดลองวิจัยในอวกาศ ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 24 กรกฎาคม 2565 ซึ่ง GISTDA ได้ติดตามสถานการณ์และแจ้งเตือนชิ้นส่วนของจรวดดังกล่าว จะตกสู่พื้นโลกในวันอาทิตย์ที่ 31 กรกฎาคม 2565

สำหรับการแจ้งเตือนชิ้นส่วนจรวดตกสู่โลกในครั้งนี้ ศูนย์วิจัยเทคโนโลยีอวกาศของ GISTDA ได้ใช้ระบบการจัดการจราจรอวกาศ (Space Traffic Management System) หรือ ZIRCON ที่ทีมนักวิจัยของ GISTDA พัฒนาขึ้น ทำการวิเคราะห์และคาดการณ์ ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานสากล

ขอบคุณข้อมูลและภาพจากศูนย์วิจัยเทคโนโลยีอวกาศ หรือ S-TREC ของ GISTDA

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิดใจคุณแม่! ลูกสาว7ขวบเขียนไดอารี่ แม่กรี๊ดชายอื่น’แจ็คสัน หวัง’ นอกใจพ่อตกนรกแน่

Posted on July 31, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/670125

เปิดใจคุณแม่! ลูกสาว7ขวบเขียนไดอารี่ แม่กรี๊ดชายอื่น'แจ็คสัน หวัง' นอกใจพ่อตกนรกแน่

วันอาทิตย์ ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 07.24 น.

เปิดใจคุณแม่ หนูน้อยเขียนไดอารี่ “แม่นอกใจพ่อต้องตกนรกแน่ ไปแอบรักเขา” ขณะที่เพจ รายการร้องข้ามกำแพง เขียนจดหมายถึงน้อง “รับผิดเอง-ขอให้อภัยแม่” สร้างความน่ารักบนโลกโซเชียล

31 กรกฎาคม 2565 กลายเป็นเรื่องฮือฮาในโลกออนไลน์ที่ได้กล่าวถึงหนูน้อยวัย 7 ขวบเจ้าของไดอารี่ “บันทึกของวันใหม่” ของ ด.ญ.ศรัณรัชต์ คำทอน หรือ น้องวันใหม่ ชาวอำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ที่เคยโด่งดังจากที่ถูกพูดถึงเรื่องราวขำขันบนโลกโซเชียล หลังคุณแม่ หรือนางดวงใจ คำทอน อายุ 40 ปี ได้โพสต์เรื่องราวลงบนกลุ่มเฟซบุ๊กรวมพลคนเห่อลูก ที่เขียนข้อความด้วยลายมือเล่า “เป็นลูกคนเดียว แต่ไม่รู้พ่อมีแฟนกี่คน” ทำเอาชาวเน็ตต่างแสดงความคิดเห็น ทั้งชื่นชมและกล่าวถึงคุณพ่อในทำนองเจ้าชู้

จนคุณแม่ต้องออกมายืนยันว่าคุณพ่อเป็นคนรักครอบครัวหลังแต่งงานมา 17 ปี เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา มาครั้งนี้น้องวันใหม่ได้เขียนไดอารี่ถึงคุณแม่ที่เป็นหนึ่งในแฟนคลับที่กรี๊ดความเท่ ความน่ารักของแจ็คสัน หวัง ซุปตาร์ระดับโลก หนึ่งในสมาชิกวง GOT7 ที่ได้ทำเซอร์ไพรส์ปรากฏตัวเป็นนักร้องหลังกำแพงในรายการ The Wall Song ร้องข้ามกำแพง โดยร้องเพลงคู่กับนักร้องสาว มิลลิ ดนุภา ในเทปฉลองเข้าสู่ EP.100 จนทำให้แฮชแท็ก #ร้องข้ามกำแพง พุ่งขึ้นติดเทรนด์ทวิตเตอร์

โดยข้อคามในไดอารี่ หนูน้อยได้เขียนว่า “วันศุกร์ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2565 แม่เป็นอะไรก็ไม่รู้ ดูนักร้องข้ามกำแพงไป กรี๊ดไป เพราะแม่แอบชอบผู้ชายคนอื่นที่ไม่ใช่พ่อ แม่น่าจะเกรงใจพ่อบ้าง แม่ต้องตกนรกแน่ เพราะผิดศีลข้อที่ 3 รักเดียวใจเดียว แจ็คสันหวังไม่ผิดอะไร แต่แม่ผิดเอง เพราะแม่แอบรักเขา…จบ… ลงท้าย Wanmai (วันใหม่) ”

โดย คุณแม่ เฟซบุ๊กชื่อ “Alice Alice” คุณแม่ ของน้องวันใหม่ ได้ระบุข้อความว่า “แม่ผิดเองลูกที่แม่แอบรักเขา ลูกต้องเข้าใจแม่นะ ประถมศึกษาปีที่ 2 อายุ 7 ขวบ #บันทึกของวันใหม่” พร้อมกับเผยภาพบันทึกประจำวันที่เขียนด้วยลายมือของลูกสาว หลังเรื่องราวดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ออกไปได้มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นและแชร์ออกไปเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่จะรู้สึกเอ็นดูหนูน้อย

จากข้อความในสมุดที่น่ารักน่าเอ็นดูและใสซื่อทำเอาเรียกรอยยิ้ม และเรียกยอดไลก์ ยอดแชร์ไปทั่วโซเชียล กระทั่งต่อมาเพจรายการ “ร้องข้ามกำแพง” ก็ถึงกับเขียนถึงน้องวันใหม่ด้วยความเอ็นดู ระบุ “ถึง น้อง Wanmai จากที่ได้อ่านข้อความในกระดาษน้อยๆด้วยลายมือแสนน่ารัก ของน้อง Wanmai นั้น ทางทีมงานขอบอกน้อง Wanmai ว่า “คุณแม่ไม่ผิด พี่แจ็คไม่ผิด…ทางทีมงานขอน้อมรับผิดแต่เพียงผู้เดียว ให้อภัยคุณแม่เถอะนะคะ และฝากถึงคุณแม่และน้อง Wanmai และขออนุญาตไปยังคุณพ่อ ว่าสัปดาห์หน้าถึงไม่มีพี่แจ็คแล้ว ยังสามารถดูรายการร้องข้ามกำแพง ได้เหมือนเดิมนะคะ….”

ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านของน้องวันใหม่ เจ้าของไอดารี่ “บันทึกของวันใหม่” ที่อำเภอบ้านโป่ง ซึ่งเปิดเป็นร้านค้าขายของโชว์ห่วย อยู่ในหมู่ที่ 4 ต.เบิกไพร อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี พบกับคุณแม่ คือ นางดวงใจ คำทอน และ เด็กหญิง ศรัณรัชต์ คำทอน หรือ น้องวันใหม่ อายุ 7 ปี โดยมาครั้งนี้น้องวันใหม่ยังคงมีความน่ารัก สดใส ติดขี้อาย เหมือนเดิม และให้การต้อนรับผู้สื่อข่าวแบบเป็นกันเอง

ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับคุณแม่ของน้องวันใหม่พร้อมกับเปิดใจว่า หลังจากที่เรื่องราวดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป คาดคิดว่าจะมีผู้ชื่นชอบไดอารี่ของลูกสาวและมียอดแชร์จำนวนมาก รวมถึงมีสื่อต่างๆ ติดต่อเข้ามาขอสัมภาษณ์หลายสำนัก ตนและลูกสาวต้องขอบคุณเป็นอย่างมาก

สำหรับเรื่องราวก็ตามที่น้องวันใหม่เขียน ช่วงเย็นของวันที่ 28 ก.ค.65 ตนและน้องวันใหม่ได้ชมรายการ ร้องข้ามกำแพง จนถึงช่วงที่เฉลยรักร้องที่ออกมาจากประตู พบว่าเป็นแจ็คสัน หวัง ซุปตาร์ระดับโลก หนึ่งในสมาชิกวง GOT7 ด้วยความลืมตัวตนจึงส่งเสียงกรี๊ดออกมา เพราะด้วยความที่ตนเองเป็นแฟนคลับและชื่นชอบ เป็นศิลปินในดวงใจเลยก็ว่าได้ น้องวันใหม่ก็สอบถามด้วยความสงสัยว่า “เขาเป็นใครหรือทำไมแม่ต้องกรี๊ดด้วย แม่ชอบเขาหรือ” ตนก็อธิบายไป จนรายการจบน้องก็นั่งเล่นปกติ

พอถึงช่วงที่น้องวันใหม่จะเขียนไดอารี่ ตนก็ถามว่าวันนี้จะเขียนเรื่องอะไร น้องก็ตอบว่า จะเขียนเรื่องร้องข้ามกำแพงแต่ก็ไม่รู้ว่ารายละเอียดเนื้อหาจะเป็นอย่างไร จนน้องเขียนเสร็จก็นำมาให้อ่าน ตนก็แอบขำ และก็ถามน้องว่ารู้จักศีลด้วยหรือ น้องก็ตอบกลับว่า “คุณครูสอน ศีลมี 5 ข้อ ข้อ 3 รักเดียวใจเดียวนะ แม่ผิดศีลนะ” ตนก็มองว่าดีเพราะน้องได้รู้จักศีล 5 ข้อ และตนก็ได้อธิบายให้ลูกฟังด้วย ซึ่งทีแรกน้องวันใหม่ก็ไม่รู้จักว่า “แจ็คสัน” เป็นใคร พอบอกเขาไปว่าเป็นศิลปินเป็นนักร้องดังเกาหลีเหมือนพี่ “ลิซ่า” ที่หนูชอบเขาก็เข้าใจ

คุณแม่ของน้องวันใหม่ กล่าวขอบคุณทุกๆคนที่รักและเอ็นดูน้องวันใหม่ ทั้งเข้ามาแสดงความคิดเห็นและกดติดตามเพจ “บันทึกของน้องวันใหม่” ซึ่งน้องวันใหม่จะเขียนไดอารี่ลงให้อ่านทุกวัน และขอบคุณเพจรายการร้องข้ามกำแพง ช่องเวิร์คพอยท์ ที่เขียนถึงน้อง

หลังจากนั้นคุณแม่ได้นำข้อความของเพจร้องข้ามกำแพงให้น้องวันใหม่อ่าน น้องวันใหม่อ่านไปพร้อมรอยยิ้มและเขินอาย ไม่คิดว่าบันทึกประจำวันที่เขียนจะดังขนาดนี้.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปแนวหน้า : ‘เลนขวาสุดวิ่งเร็ว120’ ขับขี่ปรับตัวได้..จุดห่วงยังมี

Posted on July 31, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/670061

สกู๊ปแนวหน้า : ‘เลนขวาสุดวิ่งเร็ว120’  ขับขี่ปรับตัวได้..จุดห่วงยังมี

วันอาทิตย์ ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.31 น.

ย้อนไปช่วงปลายปี 2563 หากยังจำกันได้ เวลานั้นเริ่มมีข่าวว่า “จะเพิ่มความเร็วสูงสุดของรถยนต์ที่กฎหมายอนุญาตให้ใช้ จากเดิมที่ 90 กม./ชม. เป็น 120 กม./ชม.” ซึ่งมีข้อถกเถียงระหว่างฝ่ายที่เห็นด้วยเพราะเอาเข้าจริงๆในหลายพื้นที่ที่สภาพถนนและสภาพการจราจรอำนวย ผู้ขับขี่ส่วนใหญ่ก็ใช้ความเร็วมากกว่า90 กม./ชม. อยู่แล้ว กับฝ่ายที่คัดค้านเพราะกังวลว่าปัจจัยทั้งพฤติกรรมการขับขี่แบบไทยๆ บวกกับผังเมืองแบบไทยๆ จะยิ่งทำให้ความสูญเสียบนท้องถนนรุนแรงยิ่งขึ้น จากเดิมซึ่งก็ติด 1 ใน 10 อันดับประเทศที่ถนนอันตรายที่สุดในโลกอยู่แล้ว

อย่างไรก็ตาม ที่สุดแล้วแนวคิดขยับความเร็วดังกล่าวก็ออกมาเป็นกฎหมาย โดยย้ำว่า “อนุญาตให้ใช้ความเร็วสูงสุด 120 กม./ชม. เฉพาะเลนขวาสุดและในบางช่วงของบางเส้นทางเท่านั้น” โดยเริ่มอนุญาตตั้งแต่ปี 2564 เป็นต้นมา กระทั่งล่าสุดเมื่อช่วงต้นสัปดาห์นี้ ในเวทีเสวนา “เร็วให้ถูกเลน ประเมินเป็น เว้นระยะ = ลดความเสี่ยง”จัดโดย สำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ (สคอ.) ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้หยิบยกผลการศึกษาพฤติกรรมการใช้ความเร็วในเส้นทางที่อนุญาตมานำเสนอด้วย

ทรงฤทธิ์ ชยานันท์ วิศวกรโยธาเชี่ยวชาญ กรมทางหลวง บอกเล่าถึงผลการศึกษาเรื่อง“การจัดช่องจราจร-สิ่งแวดล้อมรองรับความเร็ว 120 กม./ชม. ประชาชนเข้าใจมากน้อยแค่ไหน?” โดยแบ่งการเก็บข้อมูลระหว่างรถยนต์ (เช่น รถเก๋ง รถกระบะ) กับรถบรรทุก และแบ่งช่องจราจรเป็น4 ช่อง เลนซ้ายสุดความเร็วไม่เกิน 80 กม./ชม. ถัดมาเลน 2 กับ 3 ความเร็วไม่เกิน 100 กม.ชม. และเลนขวาสุดความเร็วไม่ต่ำกว่า 100 กม./ชม. และไม่เกิน 120 กม./ชม.

ยกตัวอย่างจากบางเส้นทาง อาทิ “ทางหลวงหมายเลข 32 กม.23+500 ขาออก” เปรียบเทียบระหว่างวันที่ 1 ก.พ. กับวันที่ 3 พ.ค. 2564 พบว่า ในวันที่ 1 ก.พ. 2564 มีรถยนต์ส่วนหนึ่งใช้ความเร็วเฉลี่ยไม่เกิน 120 กม./ชม. วิ่งอยู่เลน 3 เนื่องจากมีผู้ขับขี่ใช้ความเร็ว 90-100 กม./ชม.ไปวิ่งอยู่เลนขวาสุด แต่ในวันที่ 3 พ.ค. 2564 แม้ยังมีรถยนต์ส่วนหนึ่งใช้ความเร็วเฉลี่ยไม่เกิน120 กม./ชม. วิ่งอยู่เลน 3 แต่ก็มีอีกไม่น้อยที่หันไปใช้ความเร็วดังกล่าวในเลนขวาสุด ตรงข้ามกับผู้ที่ใช้ความเร็ว 90-100 กม./ชม. ซึ่งก่อนหน้านี้เคยวิ่งในเลนขวาสุดก็เริ่มย้ายมาวิ่งในเลน 2 และ 3 แทน

หรือ “ทางหลวงหมายเลข 32 กม.38+750 ขาออก” เปรียบเทียบระหว่างวันที่ 1 ก.พ. กับ วันที่ 4 ต.ค. 2564 พบว่า ในวันที่ 4 ต.ค. 2564 มีรถยนต์ใช้ความเร็วเฉลี่ยไม่เกิน 120 กม./ชม.วิ่งอยู่เลนขวาสุดเพิ่มขึ้นจากวันที่ 1 ก.พ. 2564 อย่างมาก เมื่อเทียบกับความเร็วที่น้อยกว่านี้ในช่องจราจรอื่นๆ ที่ไม่เพิ่มขึ้นมากนักในช่วงเวลาเดียวกัน รวมถึงเส้นทาง “ทางหลวงหมายเลข 32 กม.37+175 ขาเข้า” เปรียบเทียบระหว่างวันที่ 1 ก.พ. กับวันที่ 4 ต.ค. 2564 ที่พบกลุ่มผู้ใช้ความเร็วสูง (ไม่เกิน 120 กม./ชม.) อยู่ในเลนขวาสุด และรองลงมา (90-100 กม./ชม.) อยู่ในเลน 3 เพิ่มขึ้น

เช่นเดียวกับ “การเว้นระยะห่างที่ปลอดภัยระหว่างรถที่วิ่งตามกัน” สำหรับเลนขวาสุดที่อนุญาตให้ใช้ความเร็วได้ภึง 120 กม./ชม. พบว่า ทางหลวงหมายเลข 32 กม.23+500 ขาออก การเว้นระยะห่างในวันที่ 3 พ.ค. 2564 เพิ่มขึ้นจากวันที่ 1 ก.พ. 2564 อย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงทางหลวงหมายเลข 32 กม.38+750 ขาออกและทางหลวงหมายเลข 32 กม.37+175 ขาเข้า ก็พบผู้ขับขี่เว้นระยะห่างระหว่างรถคันต่อคันมากขึ้น เป็นต้น ทั้งนี้ หลังอนุญาตให้ใช้ความเร็ว 120 กม./ชม. ไม่พบอุบัติเหตุเพิ่มขึ้น แต่มีปัญหาบ้างเรื่องความเคยชิน พ้นระยะที่อนุญาตไปแล้วแต่ยังไม่ลดความเร็วลง

“ถ้าถามว่า Perception (การรับรู้) เข้าช่องได้ถูกช่อง อาจจะเพราะติดใจด้วย ใช้ความเร็วที่เหมาะสมในแต่ละช่อง เขาใช้ความเร็วได้ เพราะรถช้าจะวิ่งช่อง 3 ช่อง 2 ได้มากขึ้น ไม่แช่ขวา อันนี้คือจุดสำคัญ เราพยายามเสริมความปลอดภัยไปเรื่อยๆ ณ ปัจจุบันต้องเรียนให้ทราบว่า เท่าที่ดูจากจำนวนอุบัติเหตุคือมันไม่ได้เพิ่มขึ้นเลย เฉพาะในพื้นที่นี้นะ น้อยกว่านิดหน่อย ลดลงด้วย

แต่อย่างสาเหตุที่กล่าวถึงความเร็ว ตอนนี้เราก็พยายามจะเพิ่มกระบวนการตรวจสอบการให้ข้อมูลสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุให้ดีขึ้น เพราะตอนนี้ต้องเรียนให้ทราบว่า ที่ผ่านมาในระบบของเราเอง ผู้กรอกอาจจะเลือกสาเหตุสันนิษฐานด้วยความเร็วเป็นหลัก เพราะว่ามันเกิน 90 กม./ชม. นะ พอเกิน 90 ก็ต้องเรื่องเร็วนี่ละ เกินกว่าที่กฎหมายกำหนดแน่นอน” ทรงฤทธิ์ กล่าว

ทรงฤทธิ์กล่าวต่อไปว่า ในเส้นทางที่อนุญาตให้ใช้ความเร็ว 120 กม./ชม. ในเลนขวาสุด ก็มีการดำเนินการเพื่อลดความเสี่ยงอุบัติเหตุ ไล่ตั้งแต่ 1.การคัดเลือกเส้นทางและช่วงที่วิ่งได้ โดยเกาะกลางต้องมีเครื่องกั้นแข็งแรง ไม่มีจุดตัด อาทิ จุดกลับรถ หรือหากมีก็จะต้องปิดจุดดังกล่าวให้เหลือน้อยที่สุด โดยเส้นทางช่วงใดที่มีจุดกลับรถจำนวนมากและยังปิดไม่ได้ก็จะไม่อนุญาตให้ใช้ความเร็วระดับนี้ ซึ่งสาเหตุที่ทำให้ไม่สามารถปิดจุดกลับรถทั้งหมด เพราะต้องเปิดบางจุดไว้ให้รถบรรทุกด้วย เนื่องจากมีข้อจำกัดด้านความสูงหากต้องไปกลับรถในจุดอื่น เช่น ใต้สะพาน

ดังนั้นแล้ว “แม้จะเป็นถนนสายเดียวกัน แต่ไม่ใช่จะวิ่งขวาสุด 120 กม./ชม. ได้ตลอดเส้นทาง” เช่น ทางหลวงหมายเลข 304 ซึ่งยาวตั้งแต่แจ้งวัฒนะ (นนทบุรี-กรุงเทพฯ) จนถึงปักธงชัย (นครราชสีมา) มีเพียงช่วงหนึ่งที่ระยะทาง 5.8 กิโลเมตร ที่อนุญาตให้วิ่งได้เพราะมีความพร้อม 2.มีการติดตั้งเครื่องหมายเตือน ตั้งแต่ใกล้ถึงระยะอนุญาตจนถึงจุดที่พ้นระยะอนุญาตทั้งที่เป็นป้ายริมทางและเครื่องหมายบนพื้นถนน ทั้งการระบุความเร็วแต่ละช่องจราจร รวมถึงแถบแสดงการเว้นระยะห่างระหว่างรถแต่ละคัน

อย่างไรก็ตาม ในอีกด้านหนึ่ง ศ.ดร.กัณวีร์ กนิษฐ์พงศ์ ผู้จัดการศูนย์วิจัยอุบัติเหตุแห่งประเทศไทย สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) ตั้งข้อสังเกตว่า “เมื่อกฎหมายอนุญาตให้มีพื้นที่ที่สามารถใช้ความเร็วสูงขึ้น ก็พบผู้ขับขี่ที่ใช้ความเร็วสูงเพิ่มขึ้นด้วย” โดยเปรียบเทียบในพื้นที่เดียวกัน หลังอนุญาตให้วิ่งขวาสุดด้วยความเร็วไม่เกิน 120 กม./ชม. พบผู้ใช้ความเร็วระดับดังกล่าว รวมถึงที่มากกว่า 120 กม./ชม. เพิ่มขึ้นจากช่วงก่อนกฎหมายอนุญาต

“คำถามคือมันจะส่งผลเสียอะไรต่อไปในอนาคตบ้าง อย่างเริ่มเห็นแล้ว อย่างพอพ้นเขตนี้ไปเขาก็ยังติดพฤติกรรมการใช้ 120 กม./ชม. ต่อไปอีกที่ไม่ใช่เป็นโซนที่ให้ใช้ 120 คราวนี้ปัญหามันจะเกิดแล้ว กลายเป็นว่านโยบายนี้มันเพิ่มหรือมันเปลี่ยนพฤติกรรมคน ทำให้ส่งเสริมให้คนขับรถเร็วมากขึ้นหรือเปล่า? แล้วเขาจะไม่ได้ขับในช่วงนี้แล้ว พอเลยออกจากโซนนี้เขาอาจจะขับเร็วขึ้นไปอีก คือใช้พฤติกรรมเหมือนเดิมเลย” ศ.ดร.กัณวีร์ กล่าว

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘กศน.’มอบโล่ประกาศเกียรติคุณ ชุมชน-โครงงานจิตอาสาดีเด่น-ต้นแบบ

Posted on July 31, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/670093

‘กศน.’มอบโล่ประกาศเกียรติคุณ  ชุมชน-โครงงานจิตอาสาดีเด่น-ต้นแบบ

วันอาทิตย์ ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ผ่านพ้นไปแล้วกับ “พิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณการประกวดกิจกรรมโครงการจิตอาสา สำนักงาน กศน. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565” ซึ่งจัดขึ้นเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ณ หอประชุมคุรุสภา เขตดุสิตกรุงเทพฯ โดยได้รับเกียรติจาก น.ส.ตรีนุชเทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช, นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมเป็นเกียรติในพิธีครั้งนี้

สำหรับ “ผลการพิจารณาคัดเลือก ชุมชนจิตอาสาดีเด่น ของ สำนักงาน กศน. ระดับประเทศ” ประกอบด้วย รางวัลชนะเลิศชุมชนบ้านป่าดำ ต.บ้านโฮ่ง อ.บ้านโฮ่ง จ.ลำพูน, รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 ชุมชนบ้านนากลาง ต.โคกกลอย อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา, รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 ชุมชนบ้านนาหว้า ต.ยางหล่อ อ.ศรีบุญเรือง จ.หนองบัวลำภู, รางวัลชมเชย 2 รางวัล ชุมชนบ้านคลองหมากนัด ต.บ้านแก้ง อ.เมือง จ.สระแก้ว และ ชุมชนบ้านไม้เฝ้า ต.เขาขลุง อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี

ส่วน “ผลการประกวดจัดทำโครงงานจิตอาสาต้นแบบของสำนักงาน กศน. ประจำปี พ.ศ. 2565 ระดับประเทศ” แบ่งเป็น2.1 ระดับประถมศึกษา รางวัลชนะเลิศ โครงงานแบ่งปันความรู้สู่ชุมชน กศน.อำเภอเมือง สำนักงาน กศน. จังหวัดจันทบุรี ภาคตะวันออก, รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 โครงงานการทำธนาคารน้ำใต้ดินในครัวเรือน กศน.อำเภอแวงน้อย สำนักงาน กศน. จังหวัดขอนแก่น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 โครงงานต้นกล้า
พอเพียง กศน.อำเภอควนขนุน สำนักงาน กศน. จังหวัดพัทลุง ภาคใต้,

รางวัลชมเชย 2 รางวัล โครงงานอ่างล้างมือแบบเท้าเหยียบวิถีชีวิตใหม่ด้วยใจอาสา กศน.อำเภอบึงนาราง สำนักงาน กศน. จังหวัดพิจิตร ภาคเหนือ และ โครงงานการทำกระดาษสาจากต้นกล้วย กศน.อำเภอท่ายาง สำนักงาน กศน. จังหวัดเพชรบุรี ภาคกลาง 2.2 ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น รางวัลชนะเลิศโครงงานพิทักษ์นทีเครื่องดักจับไขมัน กศน.อำเภอเมือง สำนักงาน กศน. จังหวัดระยอง ภาคตะวันออก,

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 โครงงานไม้เก็บขยะจิตอาสา กศน.อำเภอกาบัง สำนักงาน กศน. จังหวัดยะลา ภาคใต้, รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 โครงงานขยะออมทรัพย์เสริมสร้างพลังจิตอาสา กศน.อำเภอหนองมะโมงสำนักงาน กศน. จังหวัดชัยนาท ภาคกลาง, รางวัลชมเชย 2 รางวัล โครงงานหัตถกรรมอาสนะผักตบชวา กศน.อำเภอตาลสุม สำนักงาน กศน. จังหวัดอุบลราชธานีภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

และโครงงานสร้างนวัตกรรมกะลาเพื่อสุขภาพ กศน.อำเภอเถิน สำนักงาน กศน. จังหวัดลำปาง ภาคเหนือ 2.3 ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย รางวัลชนะเลิศ
โครงงาน นวัตกรรมสามล้อขอทำดีเพื่ออนุรักษ์ชายหาด กศน.อำเภอเมือง สำนักงาน กศน. จังหวัดระยอง ภาคตะวันออก, รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 โครงงานเครื่องกำจัดขยะพลาสติกและโฟมเพื่อชุมชน กศน.อำเภอแม่สอด สำนักงาน กศน. จังหวัดตาก ภาคเหนือ,

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 โครงงานลดขยะพลาสติกด้วยการประดิษฐ์ไม้กวาด กศน.อำเภอโคกโพธิ์ สำนักงาน กศน. จังหวัดปัตตานี ภาคใต้ รางวัลชมเชย 2 รางวัลโครงงานลดขยะพลาสติกในชุมชน กศน.อำเภอไชโย สำนักงาน กศน. จังหวัดอ่างทอง ภาคกลาง และ โครงงานวัยใส ใส่ใจผู้สูงอายุ กศน.อำเภอม่วงสามสิบ สำนักงาน กศน. จังหวัดอุบลราชธานี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

นายวัลลพ สงวนนาม เลขาธิการ สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) กล่าวว่า โครงการจิตอาสาของสำนักงาน กศน. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 นอกจากจะมีพิธีการมอบโล่ประกาศเกียรติคุณแก่ผู้ชนะเลิศในกิจกรรมต่างๆ แล้ว ยังมีการจัดนิทรรศการ “กิจกรรมชุมชนโครงงานจิตอาสาต้นแบบ” โดยมีผู้บริหาร ข้าราชการ พนักงานราชการ บุคลากร และผู้เรียนในสังกัดสำนักงาน กศน. จำนวน 400 คน เข้าร่วมงานในครั้งนี้

ทั้งนี้ เพื่อเปิดโอกาสให้บุคลากรและผู้เรียนได้พัฒนาทักษะและสร้างประสบการณ์ที่ได้รับมาใช้ในการปฏิบัติจริงในทางที่ถูกต้องเหมาะสม รวมถึงสนับสนุนให้บุคลากรและผู้เรียนได้แสดงความสามารถของตนเอง และเพื่อประชาสัมพันธ์ เผยแพร่กิจกรรม และผลงานของบุคลากรและผู้เรียนให้สาธารณชนได้รับทราบ รวมถึงสร้างจิตสํานึก สร้างระเบียบวินัย สามารถเป็นผู้นําสำคัญในการประสานความร่วมมือกับเครือข่ายในการจัดกิจกรรมจิตอาสาในพื้นที่ และรู้จักการเสียสละประโยชน์ส่วนตนเพื่อประโยชน์ส่วนรวม

เกิดการสร้างความสามัคคีในชุมชนที่ยั่งยืนต่อไป!!!

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปพิเศษ : ชีวิตยั่งยืนในผืนดินพระราชทาน ส.ป.ก.

Posted on July 31, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/670079

สกู๊ปพิเศษ : ชีวิตยั่งยืนในผืนดินพระราชทาน ส.ป.ก.

วันอาทิตย์ ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ.2520 ชาวบ้านกลุ่มหนึ่งจากตำบลบึงชำอ้อ อำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี เดินเท้าเป็นระยะทางกว่า 10 กิโลเมตร ไปที่ว่าการอำเภอหนองเสือ เพื่อมารอเฝ้าฯรับเสด็จ และรอญาติที่มาเข้ารับพระราชทานเอกสารสิทธิในที่ดินจาก พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ มหิศรภูมิพลราชวรางกูร กิติสิริสมบูรณอดุลยเดช สยามินทราธิเบศรราชวโรดม บรมนาถบพิตร พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งดำรงพระอิสริยยศ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร

หลังจากเฝ้ารออยู่ข้างนอกหลายชั่วโมง เกษตรกรกลุ่มหนึ่งเดินออกมาพร้อมกับแฟ้มเอกสารตราครุฑเล่มสีฟ้าข้างในมีเอกสารสิทธิสัญญาเช่าที่ดินของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) จำนวนที่ดินที่ระบุในสัญญาคือ 25 ไร่ แม้จะไม่ใช่จำนวนที่มากเมื่อเทียบกับยุคเฟื่องฟูของการเกษตรเชิงเดี่ยว แต่มันเป็นกรรมสิทธิ์ในที่ดินผืนแรกที่ทำให้ครอบครัวภูมิใจและดีใจมากพอที่จะเดินกลับบ้านได้อย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อย เอกสารนี้จึงเปรียบเสมือนสิ่งศักดิ์สิทธิ์อันล้ำค่าของครอบครัวที่วางอยู่บนหิ้งพระมาเป็นเวลากว่า 40 ปี

กล่าวกันว่า นี่เป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่เป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิรูปที่ดินในประเทศไทย  เพราะหลังจากประกาศใช้พระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518 รัฐบาลก็ยังไม่สามารถดำเนินการปฏิรูปที่ดินได้ทันที ดังนั้น พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร ได้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ พระราชทานที่นาของสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ทั้งหมดมีเนื้อที่ 51,967 ไร่ 95 ตารางวา ในพื้นที่ 8 จังหวัด คือ จังหวัดฉะเชิงเทรา นครนายก นครปฐม ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยาสุพรรณบุรี สระบุรี และจังหวัดเพชรบุรี พร้อมพระราชทานพระบรมราโชบาย 9 ข้อ ให้สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมใช้เป็นแนวทางดำเนินการในระยะเริ่มแรก

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ มหิศรภูมิพลราชวรางกูร กิติสิริสมบูรณอดุลยเดช สยามินทราธิเบศรราชวโรดม บรมนาถบพิตร พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งดำรงพระอิสริยยศ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ได้เสด็จฯ มาพระราชทานเอกสารสิทธิการเช่าที่ดินให้แก่เกษตรกร 2 ครั้ง คือ ครั้งแรก วันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ.2520 ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา และจังหวัดนครนายก และได้พระราชทานกระแสพระราชดำรัสแก่เกษตรกร

“ทรงพอพระราชหฤทัยที่ได้ทราบว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ได้ดำเนินงานต่างๆ สำเร็จมาโดยลำดับ จนกระทั่งสามารถจัดให้มีการมอบเอกสารสิทธิการเช่าที่ดินพระราชทานแก่เกษตรกรได้ในวาระนี้ ซึ่งทำให้ผู้ทรงเอกสารสิทธิมีสิทธิที่จะทำมาหากินในผืนดินเฉพาะแปลงที่กำหนดไว้ให้ ทั้งมีโอกาสที่จะได้รับการพัฒนาพื้นที่ที่ได้รับ ให้สามารถทำมาหากินสืบทอดกันต่อไปเป็นการถาวรในโครงการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมที่สมบูรณ์แบบ ผู้ได้รับมอบที่ดินสำหรับทำกิน พร้อมทั้งเอกสารแสดงสิทธิในที่ดินนั้นอย่างถูกต้องครบถ้วนแล้ว ควรจะถือว่าแต่ละคนมีภาระอย่างยิ่ง ที่จะดูแลรักษาและพัฒนาที่ดินของตนให้เกิดประโยชน์อย่างดีที่สุด ด้วยความตั้งใจจริง ขยันหมั่นเพียรและซื่อสัตย์สุจริต ทั้งต้องอยู่ร่วมกันด้วยความเมตตาปรองดองกันและยึดมั่นในสามัคคีให้มั่นคง โดยถือเอาประโยชน์ส่วนรวมเป็นจุดหมายสำคัญสูงสุดตามพระบรมราโชวาท เพื่อสามารถสร้างความสำเร็จให้แก่ตนเองและเพื่อสามารถรักษาแผ่นดินของเราไว้ให้มั่นคงตลอดไป”

และครั้งที่สอง วันที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ.2520 ได้เสด็จไปพระราชทานเอกสารสิทธิที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และจังหวัดปทุมธานี ต่อมาสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ได้ตรวจสอบสภาพพื้นที่และได้กันคืนพื้นที่บางส่วน คงเหลือพื้นที่ 44,369-0-39.70 ไร่ มอบให้ ส.ป.ก. ดำเนินการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

ดร.วิณะโรจน์  ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เปิดเผยว่า ปัจจุบันผืนดินพระราชทานในเขตปฏิรูปที่ดินมีอยู่ใน 5 จังหวัด คือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จำนวน 11,135-0-67 ไร่ จังหวัดปทุมธานี จำนวน 14,015-1-28.46 ไร่จังหวัดนครนายก จำนวน 3,542-49 ไร่ จังหวัดฉะเชิงเทราจำนวน 14,617-3-69 ไร่ และจังหวัดนครปฐม จำนวน 1,009-3-26 ไร่ รวมเป็นพื้นที่ทั้งหมด 44,332-1-90.46 ไร่ มีเกษตรกรได้รับสิทธิในที่ดิน จำนวน 3,423 ครอบครัว

ส.ป.ก. ได้สนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน พัฒนาเส้นทาง และพัฒนาระบบชลประทาน แต่ในช่วงแรกของการปฏิรูปที่ดิน เกษตรกรส่วนใหญ่ยังคุ้นเคยกับการทำเกษตรเชิงเดี่ยว มีการใช้ปุ๋ยเคมีเพื่อเพิ่มและเร่งผลผลิต ใช้สารปราบศัตรูพืช เกษตรกรจึงประสบผลสำเร็จและสร้างรายได้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว แต่ในระยะยาวกลับมีปัญหาเรื่องผลผลิตล้นตลาด สินค้าเกษตรราคาตกต่ำ ดินเสื่อมคุณภาพ สุขภาพของเกษตรกรทรุดโทรมเพราะได้รับสารเคมี ราคาปุ๋ย และสารเคมีปราบศัตรูพืชสูงขึ้น ในขณะที่รายได้ของเกษตรกรกลับลดลง

เพื่อให้เกษตรกรสามารถทำกินได้อย่างยั่งยืนในผืนดินพระราชทาน ส.ป.ก. จึงได้น้อมนำพระบรมราโชบาย 9 ข้อ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เกษตรทฤษฎีใหม่โคก หนอง นา โมเดล และหลักการทรงงาน มาพัฒนาด้านต่างๆ โดยเน้นการพึ่งพาตนเองให้มากที่สุดเพื่อลดรายจ่ายและเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่เกษตรกร จึงได้มีการจัดตั้งนิคมเศรษฐกิจพอเพียงในเขตปฏิรูปที่ดิน จัดตั้งศูนย์จัดการที่ดินพระราชทานขึ้น

นอกจากนี้ มีการสร้างเครือข่ายเกษตรกร สร้างเครือข่ายวิสาหกิจชุมชน สร้างเครือข่ายสหกรณ์ในผืนดินพระราชทานให้เข้มแข็งมากยิ่งขึ้น เพื่อการพัฒนาศักยภาพผืนดินทำกิน เพิ่มผลผลิต สร้างรายได้ ให้ความช่วยเหลือด้านองค์ความรู้ และเข้าถึงโอกาสทางเลือกในการเปลี่ยนอาชีพควบคู่กับการสนับสนุนการตลาด และปัจจัยพื้นฐาน ช่วยทำให้เกษตรกรในโครงการที่ดินพระราชทาน มีความรู้ ความสามารถเพียงพอที่จะพึ่งตนเองตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

ผลจากการพัฒนาเกษตรกรในรูปแบบต่างๆ ทั้งในรูปแบบการอบรมให้ความรู้  การพาไปดูงานในพื้นที่ประสบผลสำเร็จในการพัฒนาการเกษตร ส่งผลให้เกษตรกรสามารถพัฒนาทักษะการทำเกษตรที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ภายใต้หลักการของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ทำให้เกษตรกรมีคุณภาพชีวิต มีความมั่นคงในอาชีพมากขึ้น ในขณะที่เกษตรกรอีกส่วนหนึ่งพัฒนาและยกระดับตนเองขึ้นเป็นศูนย์เรียนรู้การเกษตรในโครงการที่ดินพระราชทาน

พร้อมกันนี้ ได้ขยายผลการพัฒนาไปสู่เกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินต่อไป เช่น ศูนย์ปราชญ์เกษตรช้างใหญ่ ตำบลช้างใหญ่ อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา, โครงการศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านผู้ใหญ่โทน (นายเดชา ศรีโกศักดิ์) ตำบลหนามแดง อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา ในแต่ละปีมีเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินแวะเวียนเข้ามาเรียนรู้ดูงานในศูนย์เรียนรู้ฯ เป็นจำนวนมาก ศูนย์เรียนรู้การเกษตรในโครงการที่ดินพระราชทานจึงมีบทบาทสำคัญร่วมกับสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดในการเผยแพร่ให้ความรู้แก่เกษตรกร รวมไปถึงการพัฒนาและสร้างเกษตรกรต้นแบบเพื่อขยายผลการพัฒนาในระดับพื้นที่ต่อไป  

ปัจจุบัน  ส.ป.ก. ได้พัฒนาเกษตรกรในโครงการที่ดินพระราชทานไปแล้ว จำนวน 2,150 ราย กลุ่มวิสาหกิจชุมชน จำนวน 14 แห่ง และสหกรณ์การเกษตรในเขตปฏิรูปที่ดินจำนวน 7 แห่ง ก่อนการฝึกอบรมเกษตรกรมีรายได้เฉลี่ย 208,516.85 บาท/ปี  หลังการฝึกอบรมเกษตรกรสามารถเพิ่มรายได้จากการทำเกษตรถึงร้อยละ 11.18 หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 23,303.72 บาท/ปี  คือมีรายได้เฉลี่ย 231,820.57 บาท/ปี นอกจากนี้ยังช่วยให้เกษตรกรลดรายจ่ายในครัวเรือนได้ถึง 3,330.28 บาท/ปี หรือลดลงเฉลี่ยร้อยละ 2.80

การดำเนินการในปัจจุบัน ส.ป.ก. มุ่งเน้นพัฒนาเกษตรกรให้ทำการเกษตรอย่างยั่งยืน เพื่อให้เกษตรกรมีความสุข อยู่ได้ อยู่ดี บนที่ดินพระราชทานตลอดไป

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘พุทโธ’ คาถาดับไฟนรก ความวุ่นวายเดือดร้อนด้วยประการต่างๆ หายหมด

Posted on July 31, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/670092

'พุทโธ' คาถาดับไฟนรก ความวุ่นวายเดือดร้อนด้วยประการต่างๆ หายหมด

วันเสาร์ ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 18.59 น.

“เอ้า…ใช้คาถาดับไฟนรก เสกคาถาดับเลย “เอาพุทโธ พุทโธ นี่แหละดับ” เราเสกคาถาพุทโธ บริกรรมเท่านั้นแหละ “ความวุ่นวายเดือดร้อนด้วยประการต่างๆ หายหมด” ตั้งสติคุมจิตใจให้แน่วแน่ “เอาเฉพาะ พุทโธอันเดียว” ส่งออกไปข้างหน้าข้างหลังก็ไม่มี ทั้งคิดนึกโน่นนี่ก็ไม่มี ให้ใจอยู่เป็นกลาง ไม่กระทบกระเทือนอะไรทั้งหมด

เราเกิดขึ้นมาในโลกมันต้องทำตัวเป็นกลาง “ถ้าไม่เป็นกลางไม่เหนือโลก ไม่พ้นจากโลกไปได้” ต้องมีทุกข์อยู่อย่างนั้นร่ำไป “ใจที่เป็นกลางๆ แล้วจะมีอะไรกระทบกระเทือนอีก ขอให้รักษาความเป็นกลางนั้นไว้ให้มั่นคงเถอะ ไฟนรกต้องดับลง ณ ที่นั่นแหละ” ลองคิดดู “โกรธ มันต้องเพ่งคนโน้น คนนี้ สิ่งโน้นสิ่งนี้” มันไม่เป็นกลาง เพ่งอดีตเพ่งอนาคต มันไม่เป็นกลาง “ความเป็นกลาง ไม่มีอะไร ถูกต้อง อยู่คงที่”

“พุทโธ” ตั้งมั่นในคำบริกรรมแล้ว “กิเลสเครื่องเศร้าหมองทั้งหลายดับไปหมด” ถึงหากไม่ดับสนิทตลอดเวลา “ก็ดับขณะนั้นก็เอาล่ะ” ให้ดับได้เสียก่อนขณะนั้น “ถ้าหากดับนานๆ หลายครั้งหลายหนเข้า หรือดับบ่อยๆ เข้า ก็อาจสามารถจะดับสนิทได้เลย” อย่าเพิ่งดับมันทีเดียวก่อนเลย…”

………………

คัดจากหนังสือธรรมเทศนา ๒๕๒๕ อายตนะหก (ดับไฟนรก) พระราชนิโรธรังสีคัมภีรปัญญาวิศิษฏ์ (หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี) วัดหินหมากเป้ง อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย วันที่ ๑๔ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๒๕ ขอบคุณลานธรรมจักร – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชี้อนาคต ‘กล้วยด่างไทย’ สดใสความต้องการจากต่างประเทศพุ่งสูง

Posted on July 31, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/670089

ชี้อนาคต 'กล้วยด่างไทย' สดใสความต้องการจากต่างประเทศพุ่งสูง

วันเสาร์ ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 18.43 น.

เกษตรกรไทยพัฒนาสายพันธุ์สร้าง “กล้วยแดงสยาม” กลายเป็นสุดยอด “กล้วยด่างแดง” ของโลก เป็นพืชเศรษฐกิจสร้างรายได้เข้าประเทศนับพันล้านบาท 

วันที่ 30 ก.ค.65 นายศุภกฤษ มานิ่ม ประธานชมรมกล้วยแดงสยามแห่งประเทศไทย เปิดเผยในงาน “รวมพลคนรักกล้วยแดงสยาม” ที่จัดขึ้นที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิตว่า กระแสความนิยมการเพาะพันธุ์กล้วยด่างแดง ยังคงพุ่งสูงสวนกระแสเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง หลังผู้เพาะเลี้ยงไทยได้พัฒนาสายพันธุ์จนเกิดสายพันธุ์ใหม่ที่มีชื่อว่า “กล้วยแดงสยาม” (Musa Siam ruby) มีสีสันและลวดลายที่สวยงามโดดเด่นมากกว่าพันธุ์พื้นเมืองดั้งเดิม ทำให้กล้วยด่างแดงสยาม กลายเป็นสายพันธุ์ที่หายาก เป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศเป็นอย่างมาก แม้กระทั่งในประเทศอินโดนีเซีย ต้นกำเนิดกล้วยด่างแดงได้กลายเป็นหนึ่งในตลาดหลักที่มีการนำเข้า “กล้วยแดงสยาม” จากไทยที่มีมูลค่ามากที่สุดรองจากญี่ปุ่น

ประธานชมรมกล้วยแดงสยามแห่งประเทศไทย บอกว่า ที่ผ่านมาสมาชิกของชมรมฯหลายฟาร์มที่กระจายอยู่ทั่วประเทศได้ร่วมมือและใช้พยายามอย่างหนักที่ยกระดับมาตราฐานกล้วยแดงสยาม โดยร่วมกันพัฒนาสายพันธุ์กล้ายด่างแดง จนได้ “กล้วยแดงสยาม” ที่มีความสวยงามจนมีชื่อเสียงในระดับโลก 

ส่วนลักษณะและความพิเศษของสายพันธุ์ของกล้วยแดงสยามที่แตกต่างจากกล้วยด่างแดงทั่วไป คือ กล้วยแดงสยามนั้นสามารถพัฒนาลวดลายที่สวยงามได้ตลอดเวลาจากแม่พันธุ์  กระตุ้นให้มีความต้องการในลวดลายที่แปลกใหม่อยู่เสมอ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้กระแสตอบรับกล้วยแดงสยามยังคงพุ่งแรงสดใส สวนสภาวะเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศนั้น 

นอกจากนี้ สีสันที่ปรากฏอยู่บนใบ ยังทำให้กล้วยแดงสยามเป็นไม้มงคล ที่เชื่อกันว่าจะช่วยเสริมบารมีและความมั่งคั่งให้กับผู้ที่ครอบครองอีกด้วย โดยสีแดงหมายถึงสีแห่งความสุข โชคลาภ และความสำเร็จ สีเขียวสื่อถึงความมั่งคั่งและเงินทอง และสีทองแทนสีแห่งจักรพรรดิและอำนาจ บารมี

ล่าสุดชมรมฯ อยู่ระหว่างการดำเนินขอจดทะเบียนพันธุ์พืชใหม่ กับกรมวิชการการเกษตร กระ ทรวงเกษตรและสหกรณ์ และจดทะเบียนทะเบียนพันธุ์พืชใหม่และความคุ้มครองในต่างประเทศ โดยคาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์ภายในปีนี้

นายศุภกฤษ บอกด้วยว่า จากการรวบรวมมูลค่าการซื้อขายกล้วยแดงสยามของสมาชิก ในแต่ละเดือนมีการซื้อ-ขายไม่น้อยกว่า 450 ล้านบาทและมีการส่งออกราว 100 ล้านบาท โดยมีตลาดใหญ่คือ ประเทศญี่ปุ่น อินโดนีเซีย จีน และเริ่มขยายไปยังอเมริกาและยุโรป 

ทั้งนี้ ยังมีคำสั่งซื้อที่รอการส่งมอบอีกจำนวนมาก เนื่องจากปริมาณกล้วยแดงสยามระดับคุณภาพดี ยังมีไม่เพียงพอกับความต้องการ ทางชมรมฯ จึงอยากสนับสนุนให้ผู้ที่รักกล้วยด่าง หมั่นดูแลเอาใส่ใจ คัดสายพันธุ์คุณภาพ เชื่อว่านอกจากความเพลินเพลินที่จะได้รับแล้ว ยังสามารถสร้างรายได้ บางรายกลายเป็นอาชีพหลักเลี้ยงดูครอบครัวได้ – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อบจ.พิษณุโลกเปิดงาน’จิบกาแฟแลวัง’ส่งเสริมการท่องเที่ยว สร้างรายได้ในจังหวัด

Posted on July 31, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/670085

อบจ.พิษณุโลกเปิดงาน'จิบกาแฟแลวัง'ส่งเสริมการท่องเที่ยว สร้างรายได้ในจังหวัด

วันเสาร์ ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 18.32 น.

องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลกร่วมกับองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยสำนักงานพื้นที่พิเศษ 4 จัดงาน “จิบกาแฟแลวัง” ส่งเสริมการสร้างรายได้ สร้างกลุ่มเครือข่ายด้านกาแฟและผลิตภัณฑ์กาแฟ รวมถึงประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวภายในจังหวัดพิษณุโลก

เมื่อเวลา 14.30 น.วันที่ 30 ก.ค.65 ที่พระราชวังจันทน์ อ.เมืองพิษณุโลก นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (นายก อบจ.) พิษณุโลก เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “จิบกาแฟแลวัง พุทธศักราช 2565” ขึ้นระหว่างวันที่ 30-31 ก.ค.65 ที่บริเวณสนามหญ้า หน้าอาคารขุนพิเรนทรเทพและอาคารพระสวัสดิราช โบราณสถานพระราชวังจันทน์ อำเภอเมืองพิษณุโลก จัดโดยองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) พิษณุโลก ร่วมกับองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยสำนักงานพื้นที่พิเศษ 4 (อพท.4) มีหัวหน้าส่วนราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก ร่วมเปิดงาน และนางศศิวัณย์ ศรีพรหม ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดพิษณุโลก และนายกสมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือจังหวัดพิษณุโลก ร่วมเป็นเกียรติในงาน

โดยในงานมีร้านกาแฟชื่อดังของจังหวัดพิษณุโลก คัดสรรเมล็ดกาแฟชั้นดีกว่า 10 ร้าน มาให้ประชาชนนักท่องเที่ยวได้ลิ้มลองพร้อมสัมผัสบรรยากาศเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของเมืองพิษณุโลก ผ่านสถานที่จริง อีกทั้งยังมีผลิตภัณฑ์ของชุมชนรวมไปถึงเมล็ดกาแฟที่ปลูกในจังหวัดพิษณุโลกมาให้รู้จักและได้ชิม รวมทั้งแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวทางชุมชนของจังหวัดพิษณุโลกอีกด้วย

นายมนต์ชัย วิวัฒนธนาฒน์ นายก อบจ.พิษณุโลก กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้เพื่อเป็นการสร้างการบูรณาการความร่วมมือทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัดพิษณุโลก ส่งเสริมการสร้างรายได้ สร้างกลุ่มเครือข่ายด้านกาแฟและผลิตภัณฑ์กาแฟ รวมถึงประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวภายในจังหวัดพิษณุโลก ภายในงานมีการออกร้านแสดงสินค้าของเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟ, ผู้ประกอบการร้านกาแฟ, ร้านจำหน่ายสินค้า และกิจกรรม Workshop จากชุมชนท่องเที่ยวในจังหวัดพิษณุโลก พร้อมทั้งมีการเสวนาเรื่องการท่องเที่ยวชุมชนอีกด้วย – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชาวบ้านตุงผวา! ตร.ปล่อยตัวหนุ่มหลอนยาบ้าบุกห้องฉุกเฉินแล้ว แม่เผยติดเอดส์ด้วย

Posted on July 31, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/670077

ชาวบ้านตุงผวา! ตร.ปล่อยตัวหนุ่มหลอนยาบ้าบุกห้องฉุกเฉินแล้ว แม่เผยติดเอดส์ด้วย

วันเสาร์ ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 18.13 น.

ชาวบ้านที่บ้านดุงผวาจนหัวหดตดหาย ตำรวจบ้านดุงปล่อยตัว”โกลาย”หนุ่มหลอนยาหนักบุกห้องฉุกเฉิน รพ.บ้านดุง ขู่แม้กระทั่งขวดน้ำแล้ว แม่เผยโกลายลูกชายตัวแสบนิสัยไม่เชื่อฟังใคร เข้า-ออกคุกเป็นว่าเล่น เสพยาบ้าหนัก และป่วยเป็นโรคเอดส์ อยากให้เอาตัวไปบำบัดให้หน่อยไม่งั้นจะสร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านไปทั่ว

ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีนายณรงค์กร (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 45 ปี ชาวบ้านโพนสูง อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี ที่มีอาการหลอนยาอย่างหนักบุกเข้าห้องฉุกเฉิน รพ.สมเด็จพระยุพราช อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี เหตุเกิดเมื่อเวลา 02.30 น.ที่ผ่าานมา โดยก่อนหน้าที่หนุ่มคลั่งรายนี้จะบุกเข้าไปในห้องฉุกเฉินได้เข้าไปจะทำร้าย น.ส.ดา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 23 ปี ชาวบ้านที่ขับรถผ่านหน้า รพ.บ้านดุง ต่อมานายวีระพล รักเสมอวงศ์ พลเมืองดีเข้าไปล็อกตัวเอาไว้ได้โดยหนุ่มคลั่งรายนี้สารภาพเสพยาบ้ามา 2-3 เม็ด จากนั้นตำรวจสายตรวจ สภ.บ้านดุงได้ควบคุมตัวไป

ต่อมาเวลา 14.00 น.วันนี้ (30 ก.ค.65) ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าในเรื่องนี้โดยเดินทางไปที่ สภ.บ้านดุง เพื่อสอบถามว่านายณรงค์กร เป็นอย่างไรบ้างและเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีในข้อหาอะไร แต่พอไปถึงพบกับสิบเวรประจำ สภ.บ้านดุง ได้ถามนักข่าวว่า “เป็นนักข่าวช่องไหน มาทำอะไร ขอดูบัตรหน่อย มาตั้งกล้องถ่ายใครอนุญาต” และบอกว่า “ถ้ามาวางระเบิดในโรงพักจะว่าไง” สร้างความงุนงงให้กับนักข่าวเป็นอย่างมาก และทราบต่อมาว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปล่อยตัวหนุ่มคลั่งรายนี้ออกจาก สภ.บ้านดุงแล้ว

นายวีระพล รักเสมอวงศ์ รองประธานสภาเทศบาลเมืองบ้านดุงและแอดมินเพจบ้านดุงอัพเดท เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 22.00 น.คืนวันที่ 29 ก.ค.65 ตนได้รับแจ้งจากแฟนเพจว่ามีชายใส่เสื้อดำเดินแถวธนาคารออมสิน พยายามเปิดประตูรถชาวบ้านจึงไปตรวจสอบไม่เจอ ต่อมาเวลา 02.30 น.ได้รับแจ้ง น.ส.ดาว่า ถูกชายคลุ้มคลั่งและหลอนจะทำร้ายร่างกายที่บริเวณหน้า รพ.สมเด็จพระยุพราช อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี แต่หลบหนีหนุ่มคลั่งจะทำร้ายได้ก่อน และหนุ่มคลั่งคนนี้จะวิ่งตัดหน้ารถให้รถเหยียบ เมื่อตนไปถึงเห็นหนุ่มคลั่งได้วิ่งเข้าไปยังห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาล เปิดประตูเข้าไปตนจึงวิ่งเข้าไปล็อกตัวเอาไว้ได้ แต่ยังขัดขืนบอกว่าไม่ได้บ้า ท่ามกลางความตกใจของพยาบาลและเจ้าหน้าที่ที่เข้าเวรในห้องฉุกเฉิน หนุ่มรายนี้สารภาพเสพยาบ้ามาก่อน 2-3 เม็ด หลอนมากจนถึงขนาดบอกขวดน้ำว่า “ระวังตัวด้วยนะ”

ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบกับนางเสาร์ (ขอสงวนนามสกุล) อา 67 ปีแม่ของนายณรงค์กร ที่บ้านโพนสูง ต.โพนสูง อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี โดยนางเสาร์ เปิดเผยว่า นายณรงค์กร เป้นลูกชายคนที่ 3 ชื่อเล่น “โกลาย” สาเหตุที่ชื่อนี้เพราะเข้าออกคุกเป็นว่าเล่น ติดยาเสพติดหนัก สักลายเต็มตัว ไม่สักเฉพาะอวัยวะเพศ นิสัยชั่วทราม ไม่เชื่อฟังใคร เมื่อคืนชาวบ้านบอกว่า โกลาย โดนจับ ตนเสียใจมาก เพราะโกลาย ไม่สามารถมีลูกได้ เพราะโกลาย ป่วยเป็นโรคเอดส์ด้วย 

“เมียก็สูบยาหนัก ทำไมตำรวจไม่จับเอาไป ฉันอยากให้ตำรวจเอาลูกชายไปบำบัดให้ด้วย ปล่อยตัวมาแล้วฉันนอนไม่หลับแน่ เมื่อเช้าฉันไปไม่ทัน ถ้าฉันไปทันฉันไม่ปล่อยให้ออกมาแน่ เพราะตอนเช้าตำรวจบอกว่า ไม่ปล่อยไม่ได้ มันจะผูกคอตายในห้องขัง ข้าวก็เอาให้กิน ฉันยืนยันพูดจริง ตำรวจพูดอย่างนี้จริงๆ ฉันอยากให้เอาไปบำบัดให้หน่อย ไม่งั้นจะไปสร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านไปทั่ว” นางเสาร์ร่ำไห้ กล่าวถึงลูกชาย – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,939,779 hits

Join 4,116 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

เผยโฉมหน้าเยาวชนต้นแบบเก่งและดี ‘TO BE NUMBER ONE IDOL’ รุ่น 16
คุณแหน : 5 พฤษภาคม 2569
ประสิทธิ์ชัย ชี้ แลนด์บริดจ์แค่บังหน้า เป้าหมายคือสร้าง รัฐอิสระต่างชาติ ผ่าน พ.ร.บ. SEC
สุนัขทรงเลี้ยง ‘ย่าเหล’ ‘มิตรแท้’ ในพระราชหฤทัย ร.6
ตาค้างทั้งโซเชียล แน๊ต เกศริน อวดหุ่นสุดสะบึ้มในชุดว่ายน้ำ พร้อมเผยที่มา ความอึ๋ม
Lisa ป่าน ณิชาภัทร ใส่ Robert Wun ดันชื่อเสียงไทยพุ่งไกลระดับโลกใน Met Gala 2026
ครม.ฉีกMOU44 ลั่นไทยแลนด์เฟิร์ส กัมพูชาแถลงเสียใจ
บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ พระพุทธเจ้ากับความตาย
อดีตผู้พิพากษา ชี้ การอ้างศักดิ์ศรีมนุษย์เลี่ยงติดกำไล EM ระวังทำลายระบบยุติธรรมทั้งประเทศ
ครม. มีมติแต่งตั้ง วีระพงษ์ นั่งที่ปรึกษานายกฯ เพื่อทำหน้าที่ผู้แทนการค้าไทย

Recent Posts

  • เกาหลีเหนือแก้รธน. ตัดทิ้ง “การรวมชาติ” ตอกย้ำสถานะแยกเกาหลีใต้
  • ไฟไหม้ศูนย์การค้าใกล้กรุงเตหะราน ดับ 8 ชีวิต เจ็บ 36 ราย เร่งสอบสาเหตุ
  • ลูกชาย “ออง ซาน ซู จี” เรียกร้องทางการเมียนมาพิสูจน์ว่าแม่ยังมีชีวิต วอนฝรั่งเศสช่วยกดดัน
  • ญาติ “ฮุน มาเนต” ออกแถลงการณ์ยอมรับถือหุ้น 30% ในกลุ่มบริษัท “ฮวยวัน” เชื่อมโยงเครือข่ายสแกมเมอร์
  • อิหร่านปาดหน้า พบหารือรัฐมนตรีจีน ถกประเด็นสงคราม-ช่องแคบฮอร์มุซ ก่อนการเยือนของทรัมป์

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d