Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

สกู๊ปแนวหน้า : ย้อนมองเลือกผู้ว่าฯกทม.ปี’65 ผลคะแนนสะเทือนระดับชาติ?

Posted on July 17, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/667024

สกู๊ปแนวหน้า : ย้อนมองเลือกผู้ว่าฯกทม.ปี’65  ผลคะแนนสะเทือนระดับชาติ?

วันเสาร์ ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

“แลนด์สไลด์ (Landslide)” แปลตรงตัวหมายถึง“ดินถล่ม” เป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติอย่างหนึ่งที่พบได้ในพื้นที่ลาดชันยามเกิดฝนตกหนัก อย่างไรก็ตาม คำคำนี้ยังถูกนำไปใช้เป็น “แสลง (Slang)” ทางการเมือง หมายถึง“ชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย” ได้คะแนนเสียงทิ้งห่างผู้สมัครหรือพรรคการเมืองคู่แข่งอย่างไม่เห็นฝุ่น สำหรับประเทศไทย คำว่าแลนด์สไลด์ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางอีกครั้งในช่วงนี้ เนื่องจากในปีหน้าหรือปี 2566 ก็จะมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) อีกครั้ง เนื่องจากจะครบวาระ 4 ปีของ สส. และรัฐบาลชุดปัจจุบัน

หรือยังไม่ต้องรอไปถึงปีหน้า ในปีนี้หรือปี 2565 ปรากฏการณ์ “ชัชชาติฟีเวอร์” ในการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2565 ชัชชาติสิทธิพันธุ์ ผู้สมัครอิสระ ชนะแบบแลนด์สไลด์ ได้คะแนนเสียงทิ้งห่างคู่แข่งชนิดที่แม้จะนำคะแนนของผู้ได้อันดับ 2-5 มารวมกันก็ยังน้อยกว่า ซึ่งในงานเสวนา “Direk Talk : สายลมแห่งรัฐ (ศาสตร์) : การศึกษารัฐศาสตร์ในโลกยุคใหม่” จัดโดย ศูนย์วิจัย ดิเรก ชัยนาม คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เมื่อช่วงปลายเดือนมิถุนายน 2565 มีการหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาเป็นกรณีศึกษา

รศ.ดร.อรรถสิทธิ์ พานแก้ว อาจารย์สาขาวิชาการเมืองการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ มธ. บรรยายหัวข้อ “เลือกเพราะอิสระ ทุกคนรู้ คนเลือกรู้ : บทวิเคราะห์เบื้องต้นพฤติกรรมการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 65” เล่าเรื่องผลการศึกษาที่ทำร่วมกับ สติธร ธนานิธิโชติ ผู้อำนวยการสำนักนวัตกรรมเพื่อประชาธิปไตย สถาบันพระปกเกล้า สำรวจกลุ่มตัวอย่างผู้มีสิทธิเลือกตั้งใน กทม. อายุ 18-86 ปี จำนวน 807 คน แบ่งเป็นชายร้อยละ 52 หญิงร้อยละ 48รายได้มีตั้งแต่ผู้ไม่มีรายได้เลย ไปจนถึงสูงสุดคือมีรายได้ 1 ล้านบาทต่อเดือน โดยค่าเฉลี่ยรายได้ของกลุ่มตัวอย่างคือ 52,150 บาท

ระดับการศึกษาของกลุ่มตัวอย่าง 3 อันดับแรก คือ อันดับ 1 ร้อยละ 50 จบปริญญาตรี รองลงมา ร้อยละ 17 จบ ม.ปลาย (หรือ ปวช.) และอันดับ 3 จบ ม.ต้น
ร้อยละ 11 พบว่า 1.ชาว กทม. สนใจการเลือกตั้งผู้ว่าฯ ในปี 2565 นี้มาก หากแบ่งระดับความสนใจจาก 0 คือไม่สนใจเลย ไปจนถึง 10 คือสนใจมากที่สุด คะแนนเฉลี่ยของกลุ่มตัวอย่างในการศึกษาครั้งนี้อยู่ที่ 7.1 ซึ่งสอดคล้องกับระดับความสนใจ 3 อันดับแรกที่กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ตอบ คือ อันดับ 1 ร้อยละ 23.74 ระดับ 10 รองลงมา ร้อยละ15.16 ระดับ 9 และอันดับ 3 ร้อยละ 13.42 ระดับ 8

2.สื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) มีผลต่อการรับรู้ข่าวสารการเลือกตั้งผู้ว่าฯ ของชาว กทม. โดย 3 อันดับแรกของการรับรู้ข้อมูลข่าวสารการเลือกตั้งครั้งนี้อันดับ 1 อินเตอร์เนตหรือสื่อสังคมออนไลน์ (เช่น Facebook, Twitter, Line) ร้อยละ 43.91 รองลงมา กิจกรรมหาเสียง (เช่น รถหาเสียง, เวทีปราศรัย, ป้ายหาเสียง) และอันดับ 3 โทรทัศน์ ร้อยละ 19.35 อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้ตั้งข้อสังเกตว่า การที่สื่อสังคมออนไลน์เป็นช่องทางหลักอาจเป็นเพราะ กทม. เป็นเขตเมือง

3.จำนวนผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ครั้งนี้ที่กลุ่มตัวอย่างจำได้มากที่สุดคือ 8 คน (จากทั้งหมด31 คน) โดยจำนวนของผู้สมัคร 3 อันดับแรกที่กลุ่มตัวอย่างจำได้ อันดับ 1 ร้อยละ 28.54 จำได้ 8 คน รองลงมา ร้อยละ 17.17 จำได้ 3 คน ขณะที่อันดับ 3 และอันดับ 4(ซึ่งใกล้เคียงกันมากจนอาจจัดเป็นอันดับ 3 ร่วมกันได้) คือร้อยละ 12.33 จำได้ 2 คน และร้อยละ 12.3 จำได้ 6 คนโดยค่าเฉลี่ยรวมของผู้สมัครที่คำนวณจากคำตอบของกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด อยู่ที่ 5.1 คน ชี้ว่า แม้จะมีผู้สมัครที่ได้รับความสนใจสูงอยู่กลุ่มหนึ่ง แต่ผู้สมัครที่เหลือก็ยังมีบางคนถูกจดจำได้เช่นกัน

4.นโยบายคือปัจจัยหลักที่ทำให้ชาว กทม. ตัดสินใจเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ เห็นได้จากกลุ่มตัวอย่างมากกว่าครึ่ง คือร้อยละ 53.45 ตอบว่าเลือกเพราะนโยบาย ทิ้งห่างอันดับที่เหลือ เช่น อันดับ 2 เหตุผลอื่นๆ (เลือกตามคำขอของผู้มีพระคุณ, ใครก็ได้ตามเสียงส่วนใหญ่, อยากออกไปใช้สิทธิ์ ฯลฯ) อันดับ 3 ชื่อเสียงส่วนตัว ร้อยละ12.17 อันดับ 4 ความเป็นอิสระจากพรรค ร้อยละ 7.46 และอันดับ 5 พรรคการเมืองที่สังกัด ร้อยละ 5.46

5.ชัชชาติแลนด์สไลด์ไม่พลิกโผ แต่ผู้สมัครคนอื่นๆแตกต่างออกไป ผลการสำรวจครั้งนี้ทำก่อนวันเลือกตั้งจริง (22 พ.ค. 2565) ประมาณ 1 สัปดาห์ พบว่า 5 อันดับแรกหากตัดกลุ่มที่ยังไม่ตัดสินใจ ณ เวลานั้น (ร้อยละ 25.94) ออกไป ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ (อิสระ) มาเป็นอันดับ 1 ร้อยละ41.44 ตามด้วย วิโรจน์ ลักขณาอดิศร (พรรคก้าวไกล) ร้อยละ 9.95 อันดับ 3 พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง (อิสระ) ร้อยละ 8.69

อันดับ 4 ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ (พรรคประชาธิปัตย์) และอันดับ 5 น.ต.ศิธา ทิวารี (พรรคไทยสร้างไทย) ร้อยละ 2.02 อย่างไรก็ตาม เมื่อผลการเลือกตั้ง
จริงออกมา มีเพียง ชัชชาติ ผู้ชนะการเลือกตั้งเท่านั้นที่ตรงตามผลสำรวจ โดยได้ไปถึง 1,386,215 คะแนน ส่วนอันดับที่เหลือ พบว่า อันดับ 2 ศ.ดร.สุชัชวีร์ 254,647 คะแนน ตามด้วยอันดับ 3 วิโรจน์ 253,851 คะแนน (ซึ่งหากยังจำได้ในช่วงนับคะแนนต้องบอกว่า ศ.ดร.สุชัชวีร์ และ วิโรจน์ คะแนนสูสีมาก ผลัดกันนำ-ผลัดกันตามเป็นระยะๆ ก่อนที่ศ.ดร.สุชัชวีร์ จะคว้าอันดับ 2 ไปได้แบบหืดขึ้นคอ)

โดยเฉพาะอันดับ 4 ต้องบอกว่าเป็น “ม้ามืด” เมื่อ สกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าฯ กทม. ในยุคที่ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง เป็นผู้ว่าฯ กทม. ซึ่งทั้งคู่ลาออกมาลงสมัคร
รับเลือกตั้งครั้งนี้พร้อมกัน และในฐานะผู้สมัครอิสระไม่สังกัดพรรคเหมือนกัน ในผลการสำรวจข้างต้น พล.ต.อ.อัศวิน อยู่อันดับ 3 ขณะที่ สกลธี อยู่อันดับ 7 ร้อยละ 1.64 แต่ผลการเลือกตั้งจริง สกลธี อยู่อันดับ 4 ได้ไป 230,455 คะแนนแซงหน้า พล.ต.อ.อัศวิน ที่ได้ไป 214,692 คะแนน อยู่อันดับ 5ในขณะที่ น.ต.ศิธา การสำรวจข้างต้นอยู่ในอันดับ 5 แต่เลือกตั้งจริงหล่นไปอยู่อันดับ 7 ได้ 73,720 คะแนน

จากผลการสำรวจดังกล่าว รศ.ดร.อรรถสิทธิ์ นำมาวิเคราะห์ใน 2 โจทย์ คือ 1.ความสัมพันธ์ระหว่างการสังกัด (หรือไม่ได้สังกัด) พรรคการเมืองในระดับชาติของผู้สมัคร กับ 2.บริบททางการเมืองระดับชาติที่ส่งผลต่อบรรยากาศทางการเมืองและความคิดของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง(เช่น ความพอใจในรัฐบาลกลาง สภาพเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงกันระหว่างประเทศกับท้องถิ่น)อย่างไรก็ตาม การวิเคราะห์ครั้งนี้ยังอิงกับแนวคิดเรื่องสภาพเศรษฐกิจและสังคมของผู้มีสิทธิเลือกตั้งมีผลต่อพฤติกรรมการออกเสียง พบว่า

1.ความพอใจ (หรือไม่พอใจ) การทำงานของรัฐบาลกลางในปัจจุบัน (ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา) มีผลต่อการตัดสินใจเลือกผู้สมัครในการตั้งผู้ว่าฯ กทม. ครั้งนี้ (ปี2565) มากกว่าการสังกัด (หรือไม่สังกัด) พรรคการเมือง กล่าวคือหากเป็นผู้ที่ไม่พอใจรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ มีแนวโน้มจะเลือกผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. อย่าง ชัชชาติ ตรงข้ามกับผู้ที่พอใจรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ มีแนวโน้มจะเลือก ศ.ดร.สุชัชวีร์โดยประเด็นหลังนี้ เป็นไปได้ว่า อาจเป็นเพราะ พรรคพลังประชารัฐ ที่เสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ ไม่ได้ส่งผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.

2.เลือกคนเลือกชัชชาติ..เลือกพรรคเลือกก้าวไกล คนที่เลือกชัชชาติมีแนวโน้มไม่ได้สนใจว่า ชัชชาติ จะลงสมัครในนามพรรคการเมืองหรือลงสมัครในนามอิสระ ในขณะที่คนที่ให้ความสำคัญกับพรรคการเมืองจะเลือกผู้สมัครจากพรรคก้าวไกล โดยคนที่เลือก วิโรจน์ มีแนวโน้มจะเลือกเพราะอยู่สังกัดพรรคก้าวไกล 3..คนรุ่นใหม่มีแนวโน้มเลือกพรรคก้าวไกล โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่เป็นเพศหญิงจะเห็นได้ชัดกว่าเพศชาย

“หากถามว่าคนกรุงเทพฯ วันนี้เลือกเพราะอะไร ผมก็จะตอบว่า การที่คุณชัชชาติออกมาชนะแลนด์สไลด์ นี่คือการเลือกแบบส่งสัญญาณตามสไตล์ของคนกรุงเทพฯ คนกรุงเทพฯ มักจะเป็นคนส่งสัญญาณก่อน แล้วทุกคนก็กลัวมากว่ากรุงเทพฯ บอกแบบนี้ แล้วมันจะไหลไปนอกต่างจังหวัดไหม? มันจะเกิดสิ่งที่เรียกว่าผลล้นออก ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในกรุงเทพฯ ต่อมาคนก็จะเลือกเพราะว่าชอบนโยบายเปล่า เลือกอะไรหรือเปล่า

ในที่สุดแล้วผมใช้ว่าเลือกเพราะชอบแต่จริงๆ แล้วมันออกมาว่าเลือกเพราะไม่ชอบ … หรือเปล่า ขอให้ทุกท่านไปเติมคำในช่องว่างเอาเอง เขาเลือกชัชชาติเพราะเขาไม่ชอบอันนี้ใช่ไหม ซึ่งจริงๆ คนยังไงก็เลือกชัชชาติแล้ว แต่มันเป็นการส่งสัญญาณหรือเปล่า” รศ.ดร.อรรถสิทธิ์ กล่าว

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘น้องอั้ม’สาวอุดรฯงอนแฟน หนีมานอนกางเต็นท์ รออีก 2 วันไม่มาง้อจะหาแฟนใหม่

Posted on July 17, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/667083

'น้องอั้ม'สาวอุดรฯงอนแฟน หนีมานอนกางเต็นท์ รออีก 2 วันไม่มาง้อจะหาแฟนใหม่

วันศุกร์ ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 23.16 น.

แบบนี้ก็มีด้วย เรื่องราวของผัวๆ เมียๆ ไม่มาง้อไม่กลับ “น้องอั้ม”สาวอุดรฯงอนแฟน อ้างถูกสามีขี้หึงเมาแล้วทุบตี เลยหอบกระเป๋ามานอนกางเต็นท์ที่สนามทุ่งศรีเมืองแล้ว 3 วัน บอกยังรักพี่เหมือนเดิมแค่อยากลองใจให้มาง้อ ขออีก 2 วัน ถ้าไม่มาจะไปหาแฟนใหม่

วันนี้ (15 ก.ค.65) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณลานทุ่งศรีเมือง อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี มีหญิงสาวรายหนึ่งกางเต็นท์นอนข้างๆ ศาลปู่ศรีสุทโธและย่าประทุมมา ซึ่งเป็นศาลสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำอำเภอฯ หวั่นจะเป็นอันตรายเพราะเป็นผู้หญิง ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เข้าไปสอบถามทราบชื่อคือน้องอั้ม อายุ 30 ปี ชาวอ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี แต่ได้สามีอยู่บ้านทวน ต.ศรีสุทโธ อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี โดยน้องอั้มได้เอากระเป๋าเสื้อผ้ามานอนที่นี่ และมีคนใจดีซื้อเต็นท์มาให้นอนด้วย

น้องอั้ม เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ตนเองมานอนที่นี่ได้ 3 วันแล้ว สาเหตุที่มานอนที่นี่เพราะสามีคือนายนพ อายุ 34 ปี เมาแล้วทุบทำร้ายร่างกายหนูตลอด สาเหตุเพราะเขาหึงหวงอย่างมาก กลัวอั้มไปหนีไปหาผู้ชายคนอื่น เขาเคยทำร้ายหลายครั้งและหนูเคยหนีจากเขาให้ทางแอดมินเพจบ้านดุงอัพเคยไปส่งที่ อ.กุมภวาปีแล้วครั้งหนึ่ง แต่ครั้งนั้นสามีรีบไปง้อตนเองกลับมาอยู่ด้วยเหมือนเดิม  แต่พอตนเองมาอยู่ด้วยพอเมาแล้วก็ทำร้ายร่างกายเหมือนเดิม จนทนไม่ได้ ครั้งนี้จึงอยากลองใจเขาด้วยว่าเขารักจริงหรือเปล่า จึงถือกระเป๋าใส่เสื้อผ้าเดินทางหนีออกจากบ้านสามีมานอนที่นี่

“หนูเจอสามีคนนี้เมื่อ 3 ปีแล้วขณะไปทำงานที่โคราช แล้วอั้มก็รักพี่นพมาก แต่พอมาอยู่ด้วยเขาหวงหนูอย่างมาก การบ้านก็ทำตลอด หนูจะอยู่ตรงนี้ 5 วัน หากเขาไม่มาง้อหนูก็จะไปอยู่ที่อื่น มีหนุ่มๆ มาชอบหนูเยอะ ฝากบอกพี่นพด้วยว่าอั้มอยู่ตรงนี้ 5 วันไม่มาไม่ได้เจอกันอีก”น้องอั้ม กล่าวตอนท้าย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ภาพถ่ายดาวเทียม! อัพเดทการบูรณะ’พระที่นั่งวิมานเมฆ’ นทท.รอเข้าชม

Posted on July 17, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/667079

ภาพถ่ายดาวเทียม! อัพเดทการบูรณะ'พระที่นั่งวิมานเมฆ' นทท.รอเข้าชม

วันศุกร์ ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 21.30 น.

วันที่ 15 กรกฎาคม 2565 เพจเฟซบุ๊ก “โบราณนานมา” เผยความคืบหน้า การบูรณะ “พระที่นั่งวิมานเมฆ” ในปี พ.ศ. 2565 ด้วยภาพถ่ายดาวเทียม เห็นหลังคาพระที่นั่งปรากฏชัดเจน

โดยระบุว่า “พระที่นั่งวิมานเมฆ” มีลักษณะทางสถาปัตยกรรมที่งดงามประณีตและได้รับอิทธิพลการก่อสร้างแบบตะวันตก สร้างด้วยไม้สักทองทั้งหลัง ออกแบบโดยสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าฯ กรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ด้วยรูปแบบตะวันตกผสมผสานรูปแบบไทย ที่เรียกว่า “วิกตอเรีย”

แรกเริ่มพระที่นั่งองค์นี้นามว่า “พระที่นั่งมันธาตุรัตนโรจน์” สร้างขึ้นรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ณ เกาะสีชัง เมื่อปี ๒๔๓๕ ปัจจุบันที่เกาะสีชังยังคงเหลือฐานของพระที่นั่งเดิมเอาไว้ ใครไปเที่ยวแวะไปชมได้

พอเกิดวิกฤตการณ์ ร.ศ. ๑๑๒ รัชกาลที่ ๕ โปรดให้รื้อถอน “พระที่นั่งมันธาตุรัตนโรจน์” และ “ตำหนัก” บางส่วน ไปสร้างไว้ในพระราชวังดุสิต เมื่อปี ๒๔๔๓ และสร้างเสร็จปี ๒๔๔๕ พระราชทานนามใหม่ว่า “พระที่นั่งวิมานเมฆ”

จนมาถึงปี ๒๕๒๕ ผ่านไป ๘๐ ปี “พระที่นั่งวิมานเมฆ” ได้รับการปรับปรุงครั้งใหญ่ อันเป็นปีสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ครบ ๒๐๐ ปี และได้เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้ารับชมเมื่อ ๒๕๒๘

จนกระทั่งในปี ๒๕๕๙ “พระที่นั่งวิมานเมฆ” นั้นมีอายุการใช้งานเป็นเวลานาน ๑๒๐ กว่าปี เกิดการทรุดตัวของอาคารทำให้ได้รับความเสียหาย จากนั้นในปี ๒๕๖๐ เกิดโครงการการปรับปรุงโครงสร้างชั้นใต้ดินของ “พระที่นั่งวิมานเมฆ” ขึ้น เป็นโครงการก่อสร้างกิจกรรมพิเศษในพระบรมวงศานุวงศ์ กรมโยธาธิการและผังเมือง

งานปรับปรุง “พระที่นั่งวิมานเมฆ” เฉพาะส่วนงานโครงสร้างชั้นใต้ดิน ได้แก่ งานรื้อถอนพื้นพร้อมโครงสร้างพื้น ผนังก่ออิฐเดิม คาน-เสาคอนกรีต เสริมเหล็ก เสาเข็มไม้และงานระบบไฟฟ้า งานระบบสุขาภิบาล งานระบบปรับอากาศและระบายอากาศ

ซึ่งการปรับปรุงจะต้องดําเนินการ ไปพร้อม ๆ กับงานรื้อถอน โดยใช้เหล็กเพื่อเสริมค้ำยันโครงสร้างเดิมไปพร้อมๆกัน เพื่อรับน้ําหนักตัวอาคารเดิมระหว่างจัดทําโครงสร้างใหม่ ตอกเข็ม STEEL MICRO PILE ขนาด ๑๖๕.๒ มม. รับน้ําหนักปลอดภัย ๑๖ ตัน/ต้น ตอกแบบใช้อุปกรณ์เครื่องมือป้องกันการสั่นสะเทือน ดําเนินการดีดอาคาร ๘ เหลี่ยม ขึ้น ๓๐ เซนติเมตร พร้อมรื้อถอนโครงสร้างเดิมและจัดทําโครงสร้างใหม่

ทั้งนี้มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมากว่า สวยงามและเฝ้ารอเข้าไปเที่ยวชมพระที่นั่งวิมานเมฆหลังการบูรณะเสร็จสิ้น

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

นักวิชาการชี้ ‘เปลี่ยนเลขสายรถเมล์’ เกินความจำเป็น-ปชช.ไม่ต้องการรู้ข้อมูลขนาดนั้น

Posted on July 17, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/667072

นักวิชาการชี้ ‘เปลี่ยนเลขสายรถเมล์’ เกินความจำเป็น-ปชช.ไม่ต้องการรู้ข้อมูลขนาดนั้น

วันศุกร์ ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 20.18 น.

นักวิชาการชี้ ‘เปลี่ยนเลขสายรถเมล์แบบใหม่’ เกินความจำเป็น-ปชช.ไม่ต้องการรู้ข้อมูลขนาดนั้น

15 ก.ค. 2565 ผศ.ดร.ศิรดล ศิริธร อาจารย์คณะวิศวกรรมศาสตร์  มหาวิทยาลัยมหิดล ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวเกี่ยวกับปัญหาการให้บริการรถประจำทางในเขตกรุงเทพฯ-ปริมณฑล โดยในตอนหนึ่งกล่าวถึงเสียงคัดค้านจากประชาชนเรื่องการเปลี่ยนเลขสายรถเมล์เนื่องจากสร้างความสับสน ว่า อาจเป็นการให้ข้อมูลที่ผู้ใช้บริการไม่อยากได้ หรือเป็นข้อมูลสำหรับใช้ในองค์กร เช่น รถเมล์คันนี้เดินรถจากเขตนั้น-อยู่โซนนี้ แต่ตนก็ไม่มั่นใจ เพราะหากใช้ไปจริงๆ อาจจะคุ้นเคยก็ได้ เหมือนสมัยก่อนที่มีสาย ปอ.1 ปอ.2 แล้วต่อมาเปลี่ยนเป็นสาย 501 502

ซึ่งแม้จะไม่มีคำว่า ปอ. แล้ว แต่เห็นเลข 5 ผู้โดยสารก็รู้ได้ว่าเป็น ปอ. ดังนั้นโดนส่วนตัวเรื่องนี้ตนไม่ค่อยมีความเห็น เพราะมันอาจออกหัวหรือก้อยก็ได้ เพียงแต่ในปัจจุบัน คนที่เดินทางเขาคุ้นชินกับเลขสายแบบเดิมอยู่ ส่วนเหตุผลที่บอกว่าคนอื่นๆ ที่ไม่เคยรู้มาก่อน พอมานั่งรถสายนี้ก็จะรู้ว่าไปจบฝั่งนั้น ต้องบอกว่า เขาไมได้อยากได้ข้อมูลเพียงเขตกว้างๆ การรู้ว่าไปจบใน 4 เขต ก็ไม่รู้ว่าจะรู้ไปเพื่ออะไร ส่วนคนที่ต้องการรู้เขาก็เปิดแอปพลิเคชั่นดู เพราะถ้าแอปฯ ทำออกมาดี จะใช้ชื่อสายแบบใดก็ไม่เป็นปัญหา ดังนั้นชื่อเรียกไม่สำคัญเท่ากับการสื่อสารกับผู้ใช้บริการ

“อย่างฮ่องกง เขามีสาย 1 2 3 4 5 รันไปเรื่อยๆ แต่ก็จะมีสายที่เป็น 100 พอสาย 100 คนก็จะรู้ว่าสาย 100 มันจะวิ่งข้ามระหว่างฮ่องกง-เกาลูน เหตุผลที่ต้องตั้งชื่ออย่างนี้เพราะคนเห็นปุ๊บเขารู้ว่าเขาจะต้องเตรียมจ่ายสตางค์เพิ่ม เพราะตรงนั้นมันข้ามอ่าวหรือช่องทะเล เขามีเหตุผลของเขาว่าทำไมต้องกำหนดแบบนี้ คือเขากำหนดชื่อสายเขาคิดถึงคนเดินทางเป็นหลัก คนเดินทางมองเห็นปุ๊บเขาต้องการรู้อะไร พอมีตัว X คนเดินทางเข้าใจแล้วขึ้นไปเขาต้องจ่ายสตางค์เพิ่ม หรือตัวนี้เป็น N คือมันวิ่งไปถึงตอนกลางคืน” ผศ.ดร.ศิรดล กล่าว

ผศ.ดร.ศิรดล กล่าวต่อไปว่า หากเป็นการใส่เครื่องหมายพิเศษแบบเดิม เช่น สายรถเมล์ที่มีตัวอักษา “ก” ต่อท้าย หรือป้ายรถเสริมที่ระบุเส้นทางที่ตัดระยะหรือขึ้นทางด่วน แบบนั้นเป็นการมองเห็นที่ชัดเจนว่ารถเมล์จะวิ่งไปจบที่ใด ส่วนสายรถเมล์แบบใหม่ที่มีเลขตามด้วยขีดขวางและเลขอีกชุดหนึ่ง แม้จะไม่มีปัญหาอะไรแต่ก็มองไม่เห็นความจำเป็นว่าจะทำไปเพื่ออะไร เช่น รถเมล์วิ่งเส้นทางหนึ่งใช้สาย 8 ต่อมาจะเปลี่ยนเลขสายก็อาจเปลี่ยนเป็น 46 เท่านั้น ไม่จำเป็นต้องบอกว่าสาย 46 ไปจบที่ 2 

“ผมว่ามันไม่ได้เป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์เท่าไร จริงๆ มันเป็นแค่ 4 เขต เราเห็นมันเป็น 4 เขต ถามว่าผมเห็นแล้วเป็นเขต 1 ผมก็จะจบอยู่ที่ไหนสักที่หนึ่งตั้งแต่รังสิตไปยันพญาไท แล้วตกลงผมจบที่ไหน ไม่รู้เหมือนกัน มันอาจจะไม่ได้ช่วยอะไรผมเท่าไร อาจจะมีบางกรณีที่มันช่วยแตผมยังนึกไม่ออก ถ้า 4 เท่ากับผมจบที่ไหนก็ได้ในฝั่งธน ก็คือหน้าตาแบบนี้มันเป็นรถเมล์ฝั่งธน แต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรผมเยอะเท่าไร” ผศ.ดร.ศิรดล กล่าวย้ำ 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ไทยจีนใช่อื่นไกลพี่น้องกัน’ เร่งส่งสินค้าเกษตรไทยให้คนเมืองในจีน

Posted on July 17, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/667052

'ไทยจีนใช่อื่นไกลพี่น้องกัน' เร่งส่งสินค้าเกษตรไทยให้คนเมืองในจีน

วันศุกร์ ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 18.55 น.

งานเสวนาในหัวข้อ “47 ปี ความสัมพันธ์ไทย-จีน กับระเบียบโลกใหม่” ที่มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์  จัดขึ้นอย่างเป็นกันเอง เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยในงานมีระดับกุนซือด้านการค้า , ความมั่นคง ระหว่างไทยและจีน เข้าร่วมเสวนา เริ่มตั้งแต่ ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร รองประธานและเลขาธิการหอการค้าไทยในจีน , ดร.ภูมิพัฒน์ พงศ์พฤฒิกุล ผู้ช่วยพิเศษ ด้านสายงานวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ , ดร.ธารากร วุฒิสถิรกุล รองผู้อำนวยการ ศูนย์วิจัยหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางไทย-จีน และ ดำเนินรายการโดย นายชัยวัฒน์ วนิชวัฒนะ บรรณาธิการ The Leader Asia

ความสัมพันธ์ไทย-จีน อันแน่นแฟ้น โดยสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี เสด็จเยือนกรุงปักกิ่ง  สาธารณรัฐประชาชนจีน และทรงพบกับเติ้งเสี่ยวผิง ในวันที่ 14 พฤษภาคม ค.ศ.1981 ซึ่งตอนนั้นสมเด็จพระกนิษฐาฯมีพระชนมายุ 20 พรรษา และสำนักข่าวซินหัวระบุว่า เป็นช่วงเริ่มต้นสถาปนาความสัมพันธ์ทางการ  ฑูตระหว่างไทยและจีน ซึ่งหลังจากนั้นเพียง 5 ปี สมเด็จพระกนิษฐาฯทรงเริ่มศึกษาภาษาจีนกลางซึ่งได้รับพระราชานุเคราะห์โดยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 

ในพระราชนิพนธ์ “หยกใสรายคำ” (Verses of Clear Jade) ฉบับแปลไทย ทรงแปลจากฉบับกวีนิพนธ์จีนโบราณ ทรงแปลบทประพันธ์บทหนึ่งไว้ว่า “จะเป็นจีนเป็นไทยใช่ใครอื่น จงชมชื่นผูกจิตสนิทมั่น เด็ดผกาแทนใจผูกพัน แบ่งปันประดับเรือนเตือนตาเอย” 

ดังนั้นประโยค “ไทยจีนใช่อื่นไกลพี่น้องกัน” จึงเป็นหนึ่งในหัวใจของเวทีเสวนานี้ โดย ดร.ไพจิตร เปิดประเด็นในอดีตไทยประสบเหตุปัญหากับประเทศเวียดนาม ในเวลานั้นได้จีนเข้ามาเป็น “กัลยาณมิตร”

ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร รองประธานและเลขาธิการหอการค้าไทยในจีนมองว่า ในช่วงที่ยูเครนและรัสเซียกำลังมีปัญหากันนั้น ระหว่างนี้ไทยควรหาโอกาสในการส่งสินค้าด้านการเกษตรไปยังประเทศจีนมากขึ้น เพื่อเดินหน้าครัวไทยสู่ครัวโลก เพราะในส่วนของรัสเซียและยูเครนนั้น เรียกได้ว่า เป็นสำรับอาหารสำหรับชาวยุโรป โดยทั้ง 2 ประเทศ มีการส่งออกน้ำมันไปทั่วโลกราว 60% , ตามมาด้วยข้าวสาลี 20% , ข้าวโพด 20% , และ เป็นผู้ส่งออกปุ๋ยยูเรียรายใหญ่ถึง 15% ของตลาดโลก ซึ่งวัตถุดิบเหล่านี้มีผลทำให้ราคาอาหารสัตว์และไข่ไก่แพงขึ้น

“เพราะฉะนั้นหากสินค้าเกษตรไทยจะเห็นโอกาสในช่วงนี้ควรเร่งสร้าวแบรนด์ให้กับสินค้าเกษตร เช่น ผลไม้ไทย ปัจจุบันผลไม้ไทยที่ส่งออกไปจีน แทบไม่มีการสร้างแบรนด์ มีเพียงแบรนด์เดียว คือ ทุเรียน ยี่ห้อ มูซานคิงส์ ส่วนรายละเอียดปลีกย่อย เช่น การให้ความรู้ (educate) นั้นเป็นเรื่องรองลงมา เพราะตอนนี้ก็ยังพบว่า ชาวจีน ไม่ทราบว่าทุเรียนกับขนุนนั้นแตกต่างกันอย่างไร และชาวจีนเรียกขนุนว่า ทุเรียนหนามสั้น หรือ ยกตัวอย่างน้ำมะพร้าว คน   จีนยังเข้าใจว่าเป็นหางกะทิในจีน ซึ่งในเรื่องนี้หากมีเรื่องแบรนด์เข้ามา ก็จะทำให้ผู้บริโภคจดจำได้ง่ายขึ้นว่าผลไม้ไทยแตกต่างกันอย่างไร โดยใช้แบรนด์เป็นสิ่งที่ขับเคลื่อน”  ดร.ไพจิตรกล่าว

ดร.ไพจิตรเล่าอีกว่า ปัจจุบันคนจีนขยับเข้ามาอยู่ในเมือง 60%  (Urbanization) และเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง ไม่ได้มีฐานะยากจนเหมือนในอดีต โดยสินค้าเกษตรของไทยที่จะส่งไปขายที่จีน ยังต้องคำนึงถึง 4 มาตรฐานหลัก ได้แก่ สุขภาพ , ธรรมชาติ, ความปลอดภัย และ ความสะดวก ซึ่งในส่วนนี้อาหารแช่แข็งพบว่า มียอดขายที่เพิ่มขึ้นและกำลังได้รับความนิยมของจีนที่อาศัยอยู่ในเมือง

ส่วน ดร.ธารากร วุฒิสถิรกุล รองผู้อำนวยการศูนย์วิจัยหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางไทย-จีน กล่าวว่า ในการส่งเสริมสินค้าเกษตรไทยไปจีน รัฐควรส่งเสริมการแปรรูปสินค้าเกษตร เพราะปัจจุบันสินค้าเกษตรยังเป็นต้นน้ำอยู่มาก 

ขณะที่ ดร.ภูมิพัฒน์ พงศ์พฤฒิกุล ผู้ช่วยพิเศษ ด้านสายงานวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าวว่า สินค้าเกษตรไทยยังติดปัญหาเรื่องระบบขนส่ง (Logistic) โดยเฉพาะการส่งสินค้าไปยังจีน , อินเดีย และ บังคลาเทศ โดยปัจจุบันมีเพียงสายการบินเดียวที่รับขนส่งผลไม้ทุเรียนไปยังอินเดีย คือ สายการบินไทย 

ในเวทีเสวนานี้ ดร.ไพจิตรเสนอแนวคิดได้อย่างน่าสนใจไปถึงเนื้อหาการประชุมเอเปค  (ความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเซีย-แปซิฟิค : Asia-Pacific Economic Cooperation : APEC) ที่จะจัดขึ้นที่ไทยในช่วงปลายปี 2565 ว่า ไม่ควรนำประเด็นความมั่นคงและความขัดแย้งของยูเครนและรัสเซียมาพูดคุยในเวทีดังกล่าว และมองว่า ควรคุยในประเด็นใหม่ๆ เช่น การทำบลู โอเชี่ยน หรือ โครงการพัฒนาด้านน้ำอย่างรอบด้านครบทุกมิติ เพื่อให้เกิดมิติเชิงบวก เช่น ความมั่นคงด้านอาหาร(สินค้าเกษตร) ในพื้นที่บลู โอเชี่ยน, การพัฒนาพลังงานน้ำ , การค้าและเศรษฐกิจในพื้นที่บลู โอเชี่ยน และ แนวทางการรับมือภัยพิบัติ

“เราไม่อยากให้หยิบยกเรื่องความมั่นคงมาคุย เพราะจะทำให้เวทีไม่มั่นคง” 

ขอบคุณข้อมูลและภาพ : เว็บไซต์สำนักข่าวซินหัว (https://xinhuathai.com /high/38007_20190925 และ https://today.line.me/th/v2/article/9Re9ox)

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ทาน-ศีล-ภาวนาจะรวมเข้าเป็นจุดอันเดียวได้หรือไม่? วิสัชนาธรรมโดย หลวงปู่เทสก์ เทสฺรํสี

Posted on July 17, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/667040

ทาน-ศีล-ภาวนาจะรวมเข้าเป็นจุดอันเดียวได้หรือไม่? วิสัชนาธรรมโดย หลวงปู่เทสก์ เทสฺรํสี

วันศุกร์ ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 18.33 น.

ปุจฉา : ทาน-ศีล-ภาวนา ทั้งสามข้อนี้ ถ้าหากว่าผู้มาพิจารณาเห็นด้วยปัญญาแล้ว จะรวมเข้าเป็นจุดอันเดียวได้หรือไม่ครับ

วิสัชนา : ทาน-ศีล-ภาวนา ที่ท่านบัญญัติไว้ตามลำดับ ท่านพูดถึงเรื่องทาน เรื่องศีล เรื่องภาวนา เป็นคนละอันคนละอย่างกันไว้ ถ้าหากผู้มาภาวนาพูดถึงเรื่องใจ ไม่ได้พูดถึงเรื่องภายนอก พูดถึงเรื่องใจทำให้สงบ จึงค่อยคิดค้นภาวนา ดังอธิบายมาแล้วถึงเรื่องธรรมทั้งหลาย ไม่ว่าของหยาบหรือของละเอียด เมื่อใจสงบแล้วจะมองเห็น

ทานภายนอก ซึ่งเรียกว่าวัตถุทานนั้นเป็นส่วนหนึ่ง คือความสละ จาคะ ความมัจฉริยะ ความตระหนี่เหนียวแน่น ส่วนศีล คือการรักษากาย วาจา ใจให้สงบ คือให้เว้นเสียจากบาป ส่วนการภาวนา คือการอบรมทำความสงบของใจ เห็นเหมือนกัน เห็นในทำนองนั้นก็ชัดเหมือนกัน แต่มันไม่ชัดเท่าที่มันเห็นด้วยใจของตนเอง

ที่ตนเห็นด้วยใจของตนนั้น ทาน คือการเสียสละ เวลาเราภาวนาเราสละอารมณ์ มีเรื่องต่างๆ ที่มาข้องที่ใจของเรา เรียกว่าจาคะคือการสละทำทานนั่นเอง เข้ากับคำว่าจาโคปฏินิสสัคโค ศีล ในเวลาที่เรานั่งภาวนา เราไม่ได้ทำอะไร กาย วาจาของเราก็สงบเรียบร้อยเป็นศีลในที่นี้แล้ว จึงเรียกว่าศีล การที่ทำเช่นนั้นมันเกิดจากภาวนาเหมือนกัน ภาวนาสงบแล้ว จึงค่อยเห็นชัดในที่เดียว คือเวลาที่นั่งทำความสงบนั้น ทานเราก็ได้ทานอยู่แล้ว ศีลเราก็มีอยู่แล้ว นี่แหละทาน ศีล ภาวนา เลยเป็นอันเดียวกัน

นักภาวนาทั้งหลายจึงเห็นชัดลงอย่างนี้ แต่ก็ไม่ได้ลบหลู่หรือดูถูก ทาน ศีล ภาวนา ที่ว่ามาในเบื้องต้นนั้น อันนั้นก็เป็นส่วนหนึ่งต่างหาก อันนั้นท่านบัญญัติไว้เพื่อเป็นสาธารณะทั่วไป ที่พูดว่ารวมเป็นอันเดียวอยู่ ณ ที่เดียวนั้นพูดเฉพาะเรื่องการภาวนาต่างหาก

วิสัชนาธรรมโดย พระราชนิโรธรังสีคัมภีรปัญญาวิศิษฏ์ (หลวงปู่เทสก์ เทสฺรํสี) วัดหินหมากเป้ง อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย คัดมาจากหนังสือ ธรรมะปฏิบัติ สนทนาธรรมระหว่างอาจารย์และศิษย์ (ขอบคุณลานธรรมจักร) – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ไวยาวัจกร’โบ้ย’พ่อค้า-เขต’จัดงานวัดธาตุทอง ชาวบ้านจี้ถามต่อ’น้ำ-ไฟ’ใช้จากไหน?

Posted on July 17, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/667014

'ไวยาวัจกร'โบ้ย'พ่อค้า-เขต'จัดงานวัดธาตุทอง ชาวบ้านจี้ถามต่อ'น้ำ-ไฟ'ใช้จากไหน?

วันศุกร์ ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 17.28 น.

ไวยาวัจกรวัดธาตุทองโบ้ยการจัดงานบริเวณลานจอดรถเป็นเรื่องระหว่างเขตวัฒนากับผู้ค้ายันไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวและไม่ทราบเรื่องที่สำนักงานเขตมีหนังสือแจ้งขอยกเลิกการจัดงาน ขณะที่เจ้าหน้าที่ประชาชนชี้มีพิรุธน้ำ-ไฟใช้จากไหน เป็นไปไม่ได้ที่ทางผู้ค้ากับเขตจะจัดกันเองถ้าไม่ได้รับไฟเขียวเรื่องสถานที่ จี้ชี้แจงข้อเท็จจริงก่อนบานปลาย

ความคืบหน้ากรณีประชาชนร้องเรียนไปยังสำนักงานเขตวัฒนาขอให้ยกเลิกการจัดงานในวันอาสาฬหบูชาและเข้าพรรษาช่วงวันที่ 13 -21 ก.ค.65 ภายในบริเวณลานจอดรถวัดธาตุทอง เขตวัฒนา กทม. เนื่องจากเป็นช่วงสถานการณ์เชื้อไวรัสโควิดกลับมาระบาดรอบใหม่จึงไม่เหมาะที่จะรวมกลุ่มทำกิจกรรมใดๆ ที่เป็นการสุ่มเสี่ยงให้เกิดคลัสเตอร์ใหม่ โดยเฉพาะภายในบริเวณวัดธาตุทอง เนื่องจากเกรงจะส่งผลกระทบกับโรงเรียนอนุบาลวัดธาตุทอง, โรงเรียนวัดธาตุทอง, โรงเรียนมัธยมวัดธาตุทอง สร้างความเดือดร้อนต่อส่วนรวมมากกว่าเกิดประโยชน์ ซึ่งทางผู้อำนวยการเขตวัฒนาได้มีหนังสือแจ้งขอยกเลิกการจัดงานไปแล้วตั้งแต่วันที่ 8 ก.ค.65 ที่ผ่านมา และพระราชวรญาณโสภณ เจ้าอาวาสวัดธาตุทอง ก็ไม่ได้เซ็นอนุญาต ตามที่ข่าวได้เสนอไปแล้วนั้น

ล่าสุดวันที่ 15 ก.ค.65 ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยังนายธนศักดิ์ ชูศรี หนึ่งในไวยาวัจกรวัดธาตุทอง พระอารามหลวง ถึงกรณีดังกล่าวโดยได้รับคำชี้แจงว่า ตนไม่ทราบเรื่องที่เป็นข่าวมาก่อน เพิ่งมาทราบจากผู้สื่อข่าวนี้เป็นครั้งแรก ส่วนเรื่องการจัดงานนั้นเป็นเรื่องระหว่างทางเขตวัฒนากับผู้ค้า ตนไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวอะไร ส่วนเรื่องที่ทางสำนักงานเขตวัฒนาได้ประกาศและมีหนังสือขอยกเลิกการจัดงานที่วัดนั้นเรื่องนี้ตนก็ไม่ทราบ

ขณะที่นายชุมพล พรประภา ไวยาวัจกรวัดธาตุทองอีกคนหนึ่ง กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า ได้รับทราบเพียงข่าวที่ปรากฏเท่านั้น แต่เรื่องอื่นไม่รู้และตนไม่เกี่ยวข้องใดๆ กับการจัดงานครั้งนี้ด้วย

ด้านเจ้าหน้าที่วัดธาตุทองรายหนึ่งเปิดเผยกับ “แนวหน้าออนไลน์”ว่า เรื่องนี้มีการพูดไม่ตรงกับความเป็นจริง เนื่องจากเมื่อเวลาประมาณ 16.00 น.วันที่ 12 ก.ค.65 ที่ผ่านมาทางกรรมการมูลนิธิวัดธาตุทองได้เข้ากราบพระราชวรญาณโสภณ เจ้าอาวาสวัดธาตุทอง เพื่อหารือเกี่ยวกับกรณีการจัดงานภายในบริเวณลานจอดรถของวัดธาตุทอง โดยมีเจ้าหน้าที่สำนักพุทธและไวยาวัจกรวัดนั่งร่วมหารืออยู่ด้วยจำนวนหนึ่ง โดยมีนายธนศักดิ์ด้วย ซึ่งทางไวยาวัจกรวัดได้มีการแจ้งต่อหน้าพระราชวรญาณโสภณว่า ได้บอกให้ทางผู้จัดงานเลิกจัดแล้ว และทางพระราชวรญาณโสภณ ก็ไม่ได้เซ็นอนุมัติแต่ให้ทางผู้จัดไปคุยกับทางสำนักงานเขตเอาเองและก็มีการจัดขึ้นจนได้ ซึ่งการที่นายธนศักดิ์บอกว่าไม่ทราบที่ทางเขตมีหนังสือขอยกเลิกการจัดงานนั้นไม่น่าจะใช่

ในเมื่อทางวัดปฎิเสธว่าไม่ทราบเรื่อง แล้วมาบอกว่าการจัดงานเป็นเรื่องระหว่างเขตกับผู้ค้านั้นไม่น่าจะใช่ เพราะในเมื่อทางเขตได้มีหนังสือขอแจ้งยกเลิกการจัดงานยืนยันมายังวัดธาตุทองมาแล้วตั้งแต่วันที่ 8 ก.ค.ที่ผ่านมา แต่กลับมีการจัดงานขึ้นตามปกติภายในบริเวณลานจอดรถซึ่งเป็นพื้นที่ของวัดได้อย่างไร การที่พ่อค้าแม่ค้าจะมาจัดงานกันเองโดยที่ไม่มีผู้จัดและไม่มีผู้อนุมัติให้ใช้สถานที่จัดงานคงเป็นไปไม่ได้ ถ้าทางวัดไม่มีการอนุมัติเปิดไฟเขียวให้ แม้กระทั่งการจะใช้พื้นที่จัดกิจกรรมใดๆ ภายในพื้นที่ของวัดในช่วงที่ผ่านมาทางเขตก็ยังต้องมีหนังสืออนุญาตกับทางวัดเลย ถ้าทางวัดไม่อนุมัติก็จะไม่สามารถจัดได้ 

“เรื่องนี้ทางคณะกรรมการวัดหรือไวยาวัจกรวัดจะต้องชี้แจงให้สังคมได้รับทราบ รวมทั้งต้องชี้แจงถึงรายได้จากการจัดงานนี้ให้ชัดเจนด้วยว่าใครมีส่วนได้ส่วนเสียบ้าง และเงินค่าเช่าพื้นที่ในการจัดงานครั้งนี้ไปอยู่ที่ไหนบ้าง โดยเฉพาะเรื่องน้ำไฟทางผู้จัดงานใช้น้ำไฟจากวัดหรือจากส่วนไหน เรื่องนี้ทางวัดและไวยาวัจกรจะต้องทราบและต้องแถลงชี้แจงให้เกิดความชัดเจน ก่อนที่จะเกิดปัญหาบานปลายไปมากกว่านี้ เนื่องจากตอนนี้มีประชาชนเริ่มตั้งข้อสงสัยและสอบถามกันเข้ามาพอสมควรแล้ว” เจ้าหน้าที่รายนี้กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศภายในบริเวณวัดธาตุทองเมื่อช่วงค่ำวันที่ 15 ก.ค.65 ว่า วันนี้ภายในวัดมีงานบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมศพ 5 ศพทำให้ผู้เดินทางมาร่วมงานได้รับผลกระทบจากการเดินทางเข้ามาร่วมงานโดยเฉพาะการจราจรติดขัดมาก และเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดโควิดระลอกใหม่ – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แห่ส่องเลขเด็ด’ฮ.’ทหารตกที่สงขลา โฟกัสหมายเลขรุ่นแบล็กฮอว์ก ลุ้นงวด 16 ก.ค.นี้

Posted on July 17, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/666989

แห่ส่องเลขเด็ด'ฮ.'ทหารตกที่สงขลา โฟกัสหมายเลขรุ่นแบล็กฮอว์ก ลุ้นงวด 16 ก.ค.นี้

วันศุกร์ ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 16.03 น.

วันที่ 15 กรกฎาคม 2565 จากกรณีเฮลิคอปเตอร์กองทัพบกมีความผิดปกติ และนักบินพยายามจะประคองเครื่องลงในลักษณะลงจอดฉุกเฉิน แต่เครื่องเกิดกระแทกกับพื้น ในพื้นที่อ.เทพา จ.สงขลา ในระหว่างการบินมาที่ค่ายสิรินธร ส่งผลให้พล.ท.เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4 พร้อมผู้โดยสารรวม 7 คนบาดเจ็บ

ขณะที่ พล.อ.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ เสนาธิการทหารบก ในฐานะโฆษกกองทัพบก (โฆษก ทบ.) เปิดเผยถึงกรณีเหตุเฮลิคอปเตอร์ (ฮ.ท.60) ตก ว่า เฮลิคอปเตอร์ลำดังกล่าวเป็นเครื่องบินเฮลิคอปเตอร์ทั่วไป แบบ ฮ.ท.60 (Blackhawk)  เกิดเหตุขัดข้องขณะทำการบินผ่านพื้นที่ ต.วังใหญ่ อ.เทพา จ.สงขลา โดยนักบินพยายามบังคับอากาศยานลงจอดฉุกเฉิน ทั้งนี้ ทั้ง 7 นาย อยู่ระหว่างเดินทางปฏิบัติราชการในพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเดินทางจากมณฑลทหารบกที่ 42 (มทบ.42) ค่ายเสนาณรงค์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ภารกิจปลายทางที่ค่ายสิรินธร อ.ยะรัง และค่ายอิงคยุทธบริหาร อ.หนองจิก จ.ปัตตานี จากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ แต่ไม่มีผู้เสียชีวิต ขณะนี้ได้ส่งตัวผู้ได้รับบาดเจ็บเข้าสู่กระบวนการรักษาเรียบร้อยแล้ว สำหรับสาเหตุของอุบัติเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของคณะกรรมการสอบสวนสาเหตุของกองทัพบกต่อไป

สำหรับเฮลิคอปเตอร์แบล็กฮอว์กของกองทัพภาคที่ 4 ที่ลงจอดฉุกเฉินกลางสวนยางพาราของชาวบ้านหมู่ที่1 บ้านคลองยน ต.วังใหญ่ อ.เทพา จ.สงขลา เป็นเฮลิคอปเตอร์แบบใช้งานทั่วไป (ฮ.ท.60) รุ่นลิม่า แอล โดยลำแรกเข้าประจำการครั้งแรกในปี 2545 ขณะที่เฮลิคอปเตอร์หมายเลข 7003 เครื่องที่เกิดเหตุซื้อมาในปี 2548 ใช้งานมาแล้วประมาณ 17 ปี ราคา 500 ล้านบาทต่อลำ มีกล้องบินกลางคืน ผู้ผลิตคือบริษัท Sikorsky Aircraft

เครื่องยนต์ระบบแก๊สเทอร์ใบน์ GE-T700-701C จำนวน 2 เครื่องยนต์ 1,940 แรงม้า น้ำหนักวิ่งขึ้นสูงสุด 22,000 ปอนด์ หรือ10,659 กิโลกรัม มีจำนวนที่นั่ง 11 ที่นั่ง ไม่รวมนักบินและช่างอากาศยาน ความเร็วเดินทาง 150 ไมล์ทะเลต่อชั่วโมง หรือ 277 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พิสัยบิน 320 ไมล์ทะเล หรือ592 กิโลเมตร เพดานบิน 17,760 ฟิต หรือ 5,413 เมตร บินได้นาน 2 ชั่วโมง 20 นาที เชื้อเพลิง เจ.พี.8 และ Jet A1  ความจุถังเชื้อเพลิง 1,363 ลิตร อัตราสิ้นเปลือง 600 ลิตรต่อชั่วโมง

อย่างไรก็ตามอีกมุมหนึ่ง ในช่วงใกล้ถึงวันหวยออก ชาวบ้านและเซียนหวยต่างส่องเหตุการณ์จากอุบัติเหตุในครั้งนี้ โดยเฉพาะเลขเฮลิคอปเตอร์ลำที่ตก เมื่อตรวจสอบพบว่า หมายเลข 7003 ซื้อมาในปี 2548 เครื่องยนต์ 1,940 แรงม้า

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : เปิดสเปค‘ฮ.แบล็กฮอว์ก’แม่ทัพภาค 4 ตก ใช้งานนาน 17 ปี ราคาลำละ 500 ล้าน

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิดประสบการณ์ต่างแดน 3 เรื่องเล่า แม้เมืองไทยไม่ได้ดีพร้อม แต่’ที่นี่คือสวรรค์’

Posted on July 17, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/666975

เปิดประสบการณ์ต่างแดน 3 เรื่องเล่า แม้เมืองไทยไม่ได้ดีพร้อม แต่'ที่นี่คือสวรรค์'

วันศุกร์ ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 15.45 น.

15 ก.ค.65 นายพงศ์พรหม ยามะรัต รองหัวหน้าพรรคกล้า โพสต์ข้อความผ่านเฟชบุ๊กส่วนตัว Pongprom Yamarat ได้โพสต์ประสบการณ์ต่างแดนจากเพื่อนๆที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ โดยระบุว่า… 1 เดือนที่ผ่านมา มีประสบการณ์เรื่องต่างประเทศ 3 เรื่อง เพื่อนสนิทกลับมาจากอเมริกามาเที่ยวไทย ภรรยาไปทำงานที่อเมริกา 3 อาทิตย์ น้องสนิทกลับไปเที่ยวอังกฤษ ประเทศที่เคยไปเรียนตั้งแต่ ป.ตรี ส่วนใหญ่พูดตรงกันว่า แม้เมืองไทยไม่ได้ดีพร้อม แต่ในสถานการณ์วิกฤติการเมือง-เศรษฐกิจโลกวันนี้ เมืองไทยนี่สวรรค์แล้ว

กลับมาถึงไทยวันแรก ภรรยาผมบอกว่า “พี่โจ San Francisco กับ New York ไม่เหมือนเดิมแล้ว มันพังเหมือนที่เราอ่านในข่าวจริงๆ”Homeless เกลื่อน ถนนสกปรก เละ ตั้งแต่ต้นปี มีเพื่อนมาเที่ยว 4-5 ครอบครัว ทุกคนโดนทุบรถขโมยของ

ผมตอบว่าเพื่อนผมทุกครอบครัวที่ไปเที่ยวอเมริกา โดนทุบรถทุกคันจริงๆ น้องสนิทผมที่ปกติด่าประเทศ (รักชาตินะ แต่เกลียดความห่วยของนักการเมือง-ข้าราชการไทย) กลับมาจาก London วันแรก “พี่โจ ผมกลับไทยวันแรก ที่นี่คือสวรรค์” ผมว่ากรุงเทพกลายเป็นสะอาด น่าอยู่กว่าลอนดอนไปแล้ว อาหารอร่อยหาง่าย ราคาไม่แพง เพื่อนผมคนเคนย่า คนอเมริกัน คนไทย จะย้ายกลับเยอะมาก เป็นหวัดโง่ๆนี่ รอคิวหมอ 4 ชั่วโมงนะครับ แถมของทุกอย่างแม่งแพงสัส เทียบว่าทุกอย่างแพงกว่าไทย 200-300% แต่คุณภาพชีวิตดีกว่าไม่เกิน 30% มันไม่คุ้ม

ผมถามเพื่อนว่าทำไมคนหนีออกจาก California เยอะ ข้อแรก ภาษีแพง ข้อสอง คุณภาพชีวิตแย่ Homeless เต็มเมืองเลย ส่วนขยะนี่เพียบ ข้อสาม แก๊งค์เต็มไปหมด ว่ากันว่าตอนนี้แก๊งค์มี 3,000 กว่าแก๊งค์ เวลามันทะเลาะ หรือปล้น ไม่ใช่ชกต่อย หรือเอา 9 มม.ยิงแบบในไทยนะ มันเอาปืนกลถล่มกัน ก็เพราะเปิดเสรีปืนโง่ๆของรัฐบาลอเมริกันนี่แหละ ข้อสี่ คนตกงานเพียบ เพราะเศรษฐกิจพัง หมดตัวกันเป็นแถบ

ผมเองไม่ได้ออกนอกประเทศมาร่วมๆ 3 ปี เห็นปัญหาพวกนี้แต่ในข่าว แต่พอมาฟังคนรอบๆตัวก็รู้สึกได้ถึงปัญหา

ที่โพสต์นี่ไม่ได้บอกว่าเมืองไทยดีเลิศนะครับ แต่อยากจะให้เห็นความจริง ไม่ใช่ไทยดีเลิศเกินจริง หรือไทยนี่มันเลวซะที่สุดในโลก เมืองไทยนี่ผมว่าดีมากๆ แต่ตรงไหนต้องแก้ ก็ต้องเร่งแก้ แล้วสู้กับมัน เช่นการคอร์รัปชั่น ทุนผูกขาด ผังเมืองห่วย เขื่อนกันคลื่นโง่ๆเพื่อเผางบ เศรษฐกิจปากท้องที่ยังเป็นปัญหาก็ต้องช่วยกันแก้

ขอบคุณข้อมูลเฟซบุ๊กPongprom Yamarat

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

จัดระเบียบแผงลอย’วัดพระธาตุพนม’ รอเป็นมรดกโลก ร้านค้าบางส่วนโวยไม่ให้ความร่วมมือ

Posted on July 17, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/666953

จัดระเบียบแผงลอย'วัดพระธาตุพนม' รอเป็นมรดกโลก ร้านค้าบางส่วนโวยไม่ให้ความร่วมมือ

วันศุกร์ ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 14.45 น.

พระธาตุพนม รอขึ้นเป็นมรดกโลก จัดระเบียบแผงลอย สร้างอาคารให้พ่อค้าเปิดขายสินค้า ร้านค้าบางส่วนโวยไม่ให้ความร่วมมือ

15 กรกฎาคม 2565 เมื่อเวลา 09.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พระเทพวรมุนี เจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร/ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 10 ได้เปิดป้ายร้านค้าหมู่บ้านศีล 5 บริเวณข้างลานธรรมด้านทิศใต้ หน้าวัดพระธาตุพนม เพื่อเป็นการจัดระเบียบหาบเร่และแผงลอยที่มาตั้งในพื้นที่ธรณีสงฆ์ ให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ตามคำแนะนำของคณะกรรมการมรดกโลก และสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ โดยมีนายสมชาย นันทิเกียรติกุล รองนายกเทศบาลตำบลธาตุพนม พร้อมสมาชิก นายสุพจน์ ผิวดำ ปลัดอาวุโสอำเภอธาตุพนม พ.ต.อ.ถวิล คำเกษ ผกก.สภ.ธาตุพนม ตลอดจนพ่อค้าที่เปิดร้านจำหน่ายสินค้าในอาคารดังกล่าวร่วมพิธี

โดยก่อนหน้านี้ พระเทพวรมุนี ได้แต่งตั้งนายคงสกล จึงพัฒนา เป็นประธานคณะกรรมการวัด ในการดำเนินการก่อสร้างร้านค้าจำหน่ายสินค้า เพื่อให้พ่อค้าแม่ขายหาบเร่แผงลอย ที่อยู่กันกระจัดกระจาย ไม่มีความสวยงาม เข้ามาตั้งร้านขายเป็นสัดเป็นส่วน ซึ่งในเบื้องต้นได้ก่อสร้างก่อน จำนวน 28 ห้อง/ล็อก โดยคิดค่าเช่าเดือนละ 1,000 บาท มีเงื่อนไขว่าถ้าผู้เช่านำห้องหรือล็อกไปให้ผู้อื่นเช่าต่อ เพื่อเป็นการหากำไร คณะกรรมการทราบจะยกเลิกสัญญาทันที ที่สำคัญร้านค้าทั้งหมดนี้จะต้องปลอดอบายมุข จึงตั้งชื่อว่าร้านค้าหมู่บ้านศีล 5

นายคงสกล จึงพัฒนา ประธานคณะกรรมการวัดพระธาตุพนมฯ เปิดเผยว่า ทางวัดได้รับคำตำหนิจากกรรมการมรดกโลก ในความที่ไม่เป็นระเบียบเรียบร้อยของผู้ค้าขายบริเวณวัด ทางสำนักงานพระพุทธศาสนาฯก็เข้ามาตรวจสอบพบว่าเป็นเรื่องจริง จึงมีข้อแนะนำให้ดำเนินการจัดระเบียบให้เรียบร้อย โดยบริเวณหน้าวัดพระธาตุพนมฯ มีพื้นที่ที่เป็นธรณีสงฆ์ 20 กว่าไร่ มีพ่อค้าแม่ขายวางแผงลอยและหาบเร่ระเกะระกะมานมนาน เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าไปจัดการแก้ไขมักจะโวยวายว่ากลั่นแกล้งคนจนที่ทำมาหากิน ถ้าทุกคนมีวินัยไม่สร้างความเดือดร้อนแก่นักท่องเที่ยว คงไม่มีใครมาจัดระเบียบกฎเกณฑ์แบบนี้

ด้าน พระเทพวรมุนี เจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนม/ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 10 กล่าวต่อคณะกรรมการและญาติโยม ว่าองค์พระธาตุพนมนั้นเป็นหนึ่งเดียวในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นพระรามหลวงชั้นเอก ถ้าเราไม่จัดระบบระเบียบให้สวยงาม ถึงองค์พระธาตุฯจะสวยงามหรือศักดิ์สิทธิ์ขนาดไหน แต่ถ้าองค์ประกอบบุคคลชาวธาตุพนม หรือร้านค้าต่าง ๆยังไม่เรียบร้อย ก็จะได้รับคำติติงจากประชาชนที่มาจากทางไกล ทางวัดก็ต้องดำเนินการตามคำแนะนำของมหาเถรสมาคม และมีสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และสำนักพระพุทธศาสนาจังหวัดนครพนมเข้ามาดูแลอย่างใกล้ในที่ธรณีสงฆ์ จึงสร้างอาคารหมู่บ้านศีล 5 ขึ้น เพื่อให้เป็นระเบียบ ไม่เฉพาะแต่ตรงนี้เท่านั้น ต่อไปก็ขายไปฝั่งตรงข้ามอีก จึงไม่ขัดต่องานเทศกาลนมัสการพระธาตุ และโครงการมรดกโลกฯลฯ

ทั้งนี้ แผงลอยหาบเร่บริเวณวัดพระธาตุพนมฯ สร้างปัญหาแก่ประชาชน นักท่องเที่ยว จนเป็นข่าวในทางลบเนืองๆ การจัดระเบียบครั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับการเป็นมรดกโลก โดยมีพ่อค้าส่วนหนึ่งพร้อมให้ความร่วมมือ ขณะที่อีกส่วนหนึ่งต่อต้าน อ้างทำมาหากินมาแต่ไหนแต่ใด

ทางจังหวัดนครพนมและภาคประชาชน ได้เสนอแนวทางในการสนับสนุนพระธาตุพนมสู่มรดกโลกทางวัฒนธรรม โดยได้รับการประกาศขึ้นบัญชีรายชื่อเบื้องต้น (Tentative List) เมื่อวันที่ 2 เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2560 ภายใต้ชื่อ “Phra That Phanom, its related historic buildings and associated landscape” โดยใช้หลักเกณฑ์ทางวัฒนธรรม (Cultural Criteria) ประกอบด้วย 3 หลักเกณฑ์ ในการนำเสนอคือ หลักเกณฑ์ที่ 1 เป็นตัวแทนในการแสดงผลงานชิ้นเอกที่จัดทำขึ้นด้วยการสร้างสรรค์อันชาญฉลาดของมนุษย์ หลักเกณฑ์ที่ 2 เป็นสิ่งที่มีอิทธิพลยิ่ง ผลักดันให้เกิดการพัฒนาสืบต่อมาในด้านการออกแบบทางสถาปัตยกรรม อนุสรณ์สถาน ประติมากรรม สวน และภูมิทัศน์ ตลอดจนการพัฒนาศิลปกรรมที่เกี่ยวข้อง หรือการพัฒนาการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ ซึ่งได้เกิดขึ้นในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งหรือบนพื้นที่ใดๆ ของโลกที่ทรงไว้ซึ่งวัฒนธรรม และหลักเกณฑ์ที่ 6 มีความคิดหรือความเชื่อที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับเหตุการณ์ หรือมีความโดดเด่นยิ่งในประวัติศาสตร์. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,943,226 hits

Join 4,116 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

สีหศักดิ์ ร่วมถก รมต.ต่างประเทศ เตรียมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 48
สส.ส้มโยง'หลานทักษิณ' พันบริษัทฉาวที่ถูกสื่อนอกแฉ เป็นทางผ่านขายชิปให้จีน หลบเลี่ยงการแบนของสหรัฐ
ระวังไทยประสบวินาศกรรม อดีตบิ๊กข่าวกรอง เตือน รัฐบาล ฟรีวีซ่า ทำเหตุ ปล่อยจีนซุกคลังแสง
พบแพทย์ปีละครั้งทำบ้านเกือบแตก เป๊ก สัณชัย ทำชาวเน็ตตาค้างทั้งโซเชียล..
เตรียมถุงผ้าให้พร้อม รัฐบาลเดินหน้า ไทยช่วยไทย ลดค่าครองชีพ เริ่มศุกร์นี้ทั่วประเทศ
โฆษกรัฐบาลเตือนข่าวปลอม ใส่ร้าย'อนุทิน-ภูมิใจไทย' เสนอตั้งคาสิโนในเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้
กรมการข้าว เดินหน้า ปุ๋ย 70:30 นำร่อง 22 จังหวัด สู่เป้าหมาย นาข้าวคาร์บอนต่ำ 1 ล้านไร่
เหมือนหลุดจากซีรีส์! นุ่น วรนุช แปลงโฉมเป็นสาวเกาหลีในชุดฮันบก
เปิดตัว16พ.ค. ปชป.สู้ศึกผู้ว่าฯกทม. ‘กรกสิวัฒน์’ลงอิสระ
นายกฯ ไม่ขอยุ่งปม บิ๊ก มท. ซัดนัว หลัง ฟ้อง 'ปลัด มท.' โยกย้ายไม่ชอบด้วยกฎหมาย

Recent Posts

  • เกาหลีเหนือเตรียมติดตั้งปืนใหญ่อัตตาจรใหม่ใกล้ชายแดน กรุงโซลเสี่ยงอยู่ในรัศมีโจมตี
  • ศรีลังกากวาดล้างแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จับต่างชาติกว่า 260 คน ส่วนใหญ่เป็นจีนและเวียดนาม
  • “เคียร์ สตาร์เมอร์” เจอแรงกดดันหนัก หลังพรรคแรงงานพ่ายเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งใหญ่ทั่วสหราชอาณาจักร
  • WHO ยืนยันพบผู้ติดเชื้อ “ไวรัสฮันตา” แล้ว 6 ราย เสียชีวิต 3 ศพบนเรือสำราญ
  • ชาวเกาะเตเนริเฟไม่พอใจ เรือสำราญฮันตาไวรัสเตรียมเทียบท่าสเปน หวั่นเชื้อระบาด

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d