Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

เปิด ‘สวนเงาะ-ทุเรียน’ กาฬสินธุ์พร้อมออกสู่ตลาดกว่า 20 ตัน-รับนักท่องเที่ยว

Posted on June 26, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/662675

เปิด 'สวนเงาะ-ทุเรียน' กาฬสินธุ์พร้อมออกสู่ตลาดกว่า 20 ตัน-รับนักท่องเที่ยว

วันเสาร์ ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 12.11 น.

เกษตรจังหวัดกาฬสินธุ์ เปิดสวนผลไม้สุดารัตน์ ชูช้าง บ้านหนองฟ้าเลื่อน ตำบลแจนแลน อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ เกษตรกรดีเด่นสาขาอาชีพปลูกไม้ผลปี 2565 จากที่นาน้ำท่วมเป็นสวนผสมผสานอุดมสมบูรณ์ผลไม้นานาชนิด กล้วย ทุเรียน มะละกอ และเงาะ นำน้ำจากลำพะยังหล่อเลี้ยงไม้สวนกว่า 23 ไร่ ตลอดปี พร้อมวางตลาดและต้อนรับนักท่องเที่ยว

วันที่ 25 มิ.ย.65 ที่บ้านเลขที่ 166 หมู่ 9 บ้านหนองฟ้าเลื่อน ตำบลแจนแลน อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ นายพงษ์ศักดิ์ ชินคีรี เกษตรจังหวัดกาฬสินธุ์ มอบหมายให้นางสาวอรนุช เกษสัญชัย หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศ และนายพนมกร เวชกามา นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ ออกเยี่ยมเกษตรกรดีเด่น สาชาอาชีพปลูกไม้ผล ปี 2565 รายเกษตรกรนางสุดารัตน์ ชูช้าง ซึ่งเป็นเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จในการปลูกไม้สวนผสมผสานหลากหลายชนิด และในปีนี้มีผลผลิตคุณภาพพร้อมออกสู่ตลาด โดยเฉพาะเงาะ พันธุ์นาสานหรือสีทองใต้ และเงาะโรงเรียนกว่า 20 ตัน โดยมีนางสาววิรัตน์ จิตจักร เกษตรอำเภอกุฉินารายณ์ นำคณะเยี่ยมชมสวนชิมเงาะสด ๆ จากต้นซึ่งมีรสชาดอร่อยอมหวานกรอบ เนื้อร่อน ที่สำคัญผ่านการรับรองมาตรฐาน GAP เรียบร้อย

นางสุดารัตน์ ชูช้าง เกษตรกรสวนผลไม้ กล่าวว่า ไปใช้ชีวิตมีครอบครัว ที่จ.จันทบุรี นานกว่า 10 ปี เรียนรู้การปลูกไม้ผลประเภทต่าง ๆ จนพ่อได้นำเอาต้นเงาะมาปลูกไว้ที่ปลายนา ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากกระทั่งเงาะออกดอกออกผล ได้กินในครัวเรือนจึงคิดว่ากาฬสินธุ์บ้านเราน่าจะปลูกผลไม้เหมือนทางจันทบุรี ได้ จึงเริ่มต้นวางแผนปรับเปลี่ยนจากเดิมที่เป็นนาข้าวเนื้อที่ 23 ไร่ ตามสภาพเดินของการทำนา ถ้าปีไหนน้ำไม่ท่วมก็แล้งข้าวตาย จุดนี้เป็นน้ำท่วมนาข้าวทุกปีเพราะติดกับคลองส่งน้ำลำพะยัง ขายข้าวก็ไม่ได้กำไรขาดทุนทุกปี แม้ว่าจะปลูกไม้สวนก็ยังเจอปัญหาน้ำท่วมต้นไม้เน่าเสียหาย แต่ยังหาวิธีแก้ปัญหาได้ จึงคิดว่าปลูกไม้สวนมีความมั่นคงกว่า จึงได้เริ่มลงมือปลูกอย่างไม่ลังเล

“พื้นที่ 23 ไร่ได้แบ่งเป็นที่นา 1 ไร่ 1 งานปลูกเงาะ 11 ไร่ ปลูกทุเรียน 10 ไร่ในส่วนทุเรียนจะมีทั้งกล้วยหอมทอง และมะละกอพันธุ์ฮอลแลนด์ อยู่ในแปลง โรงเพาะชำ 1 ไร่และบริเวณบ้านประมาณ 4 ไร่เศษ สำหรับการวางระบบในส่วนไม้ผลลองผิดลองถูกมาหลายรูปแบบ ต้องเอาชนะปัญหาภัยธรรมชาติ น้ำลาก น้ำแล้ง มาโดยตลาด เพื่อให้ต้นไม้ในสวนไม่เน่าตาย ได้วางระบบและออกแบบการปลูกต้นไม้ในสวนด้วยการทำกองดินเป็นเนินสูง 2 เมตรในกองดินจะมีสูตรผสมดินเพื่อบำรุงต้นในระยะแรก ปุ๋ยหมักทำเอง วางระบบน้ำเพื่อให้น้ำสม่ำเสมอ ในสวนเริ่มจากปลูกเงาะโรงเรียนในสวนที่พ่อเริ่มปลูกจาก 50 ต้น เป็น 300 ต้น เงาะนาสาน หรือสีทองใต้อีก 300 ต้น ซึ่งปีนี้เงาะให้ผลผลิตเต็มที่คาดว่าน่าจะประมาณ 20 ตัน ขายราคาหน้าสวน กก.ละ 35 บาท ยังมีกล้วยหอมทอง และมะละกอ สร้างรายได้ให้กับสวนทุกวัน” นางสุดารัตน์ กล่าว  

นาวสาววิรัตน์ จิตจักร เกษตรอำเภอกุฉินารายณ์ กล่าวว่า จากสภาพพื้นที่ปัญหาทั้งแล้งและน้ำท่วม นาข้าวได้ถูกปรับให้เป็นสวนเป็นการเอาชนะปัญหาสภาพพื้นที่ที่ประสบความสำเร็จของเกษตรกร รายนางสุดารัตน์ ชูช้าง ยังถือเป็นบุคคลต้นแบบด้านการเกษตรครบวงจร ซึ่งนอกจากสวนผลไม้แห่งนี้จะเป็นแหล่งผลิตผลไม้นานาชนิดแล้ว ยังเป็นศูนย์เรียนรู้ให้กับเกษตรกรที่สนใจปลูกไม้ผลต่าง ๆ โดยเฉพาะ เงาะ มังคุด ทุเรียน และการทำปุ๋ยหมักด้วยตนเอง มีประชาชนหรือเกษตรกรเดินทางมาศึกษาดูงานตลอดปี รวมถึงเป็นสวนเกษตรท่องเที่ยว ในช่วงเปิดสวนเมื่อผลผลิตพร้อมออกสู่ตลาด โดยช่วงนี้จะเป็นสวนเงาะที่ให้ผลผลิตเต็มที่ หากท่านเดินทางมาสวนสุดารัตน์ฯ ตอนนี้ก็จะได้ชิมเงาะสดๆ จากต้น  

ส่วนสวนทุเรียนปีนี้อยู่ในระยะทดลองให้ลูก ถือว่ามีคุณภาพมาก ทุเรียนเนื้อละเอียดเปลือกบาง หวาน กรอบ อร่อย เป็นเงาะ ทุเรียนกาฬสินธุ์ ที่มีคุณภาพมาก ๆ อย่างไรก็ตามอยากจะเชิญชวนให้แวะมาเที่ยว มาอุดหนุน เงาะกาฬสินธุ์ ที่สวนสุดารัตน์ บ้านหนองฟ้าเลื่อน ตำบลแจนแลน  หรือจะสอบถามได้ที่โทร. 085-6495172

– 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เจอถล่ม! ‘กระต่าย-ครูไพบูลย์’กินแลนโชว์ ชี้เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง

Posted on June 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/662662

เจอถล่ม! 'กระต่าย-ครูไพบูลย์'กินแลนโชว์ ชี้เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง

วันเสาร์ ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 09.32 น.

เจอถล่ม! ‘กระต่าย-ครูไพบูลย์’กินผัดเผ็ดแลนโชว์ ชาวเน็ตชี้เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ไม่ผิดกฎหมายหรือ !?

25 มิถุนายน 2565 เป็นคู่รักที่มีผู้ติดตามจำนวนมาก สำหรับ กระต่าย พรรณนิภา นักร้องลูกทุ่ง และ ครูไพบูลย์ แสงเดือน ครูเพลงชื่อดัง ล่าสุดได้ปล่อยคลิปบนเพจ กระต่าย พรรณนิภา Fanpage  ขณะทำผัดเผ็ดแลนรับประทาน จนกลายเป็นประเด็นดราม่าระบุว่าผิดกฎหมายหรือไม่ เพราะแลนเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ซึ่ง กระต่าย ได้ระบุแคปชั่นในคลิปว่า “#กระต่ายกินผัดเผ็ดแลนครั้งแรก แซ่บมากกก”

ต่อมา เพจเฟซบุ๊ก Red Skull Beauty Clinic. ได้นำภาพจากคลิปดังกล่าว พร้อมระบุว่า แลน หรือตะกวด เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองลำดับที่ 40 ตาม พ.ร.บ.สงวนคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 มาตรา 17 ห้ามมิให้ผู้ใดครอบครองสัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครองไว้ในครอบครองโดยมิได้รับอนุญาต ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 5 แสนบาท หรือทั้งจำและปรับ

ล่าสุด จากการตรวจสอบพบว่า กระต่าย พรรณนิภา ได้ลบคลิปดังกล่าวออกจากเฟซบุ๊กแล้ว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แขวงทางหลวงชนบทเมืองคอนสั่งกำชับผู้รับเหมาเร่งสร้างถนนชาวบ้านเดือดร้อน

Posted on June 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/662661

แขวงทางหลวงชนบทเมืองคอนสั่งกำชับผู้รับเหมาเร่งสร้างถนนชาวบ้านเดือดร้อน

วันเสาร์ ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 09.26 น.

แขวงทางหลวงชนบทเมืองคอนแจงก่อสร้างตามหลักเจออุปสรรค ฝนกระหน่ำ น้ำท่วม ทำงานล่าช้า สั่งกำชับผู้รับเหมาเร่งแก้ปัญหาให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน 

กรณีนางวันเพ็ญ สุขทอง อายุ 57 ปี อยู่บ้านเลขที่ 21 หมู่ 2 บ้านบางกรูด ต.บางพระ อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ร้องผู้สื่อข่าวหลังจากผู้รับเหมาปรับปรุงก่อสร้างถนนสายบางหญ้า-บางนาง หมู่ 2 ต.บางพระ รวมระยะทาง 1.5 กม.มีสภาพเป็นหลุมบ่อ โคลนตม ชาวบ้านสัญจรด้วยความยากลำบาก ช่วงไม่มีฝนตก มีฝุ่นฟุ้งกระจายเข้าบ้านขนข้าวของเครื่องใช้ในบ้านได้รับความเสียหาย 

ส่วนช่วงฝนตกถนนจะมีสภาพเป็นโคลนตม เป็นหลุมบ่อ ที่ผ่านมาชาวบ้านที่ขับขี่รถสัญจรผ่านได้รับความเดือนร้อน เคยเกิดอุบัติเหตุเหตุรถจักยานยนต์ล้มเสียหาย ได้รับบาดเจ็บแล้วหลายราย โดยเฉพาะนักเรียน ที่เดินทางไปกลับโรงเรียนได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก หากวันใดฝนตกหนัก สภาพถนนจะเป็นบ่อน้ำ ไม่สามารถสัญจรผ่านได้ ซึ่งเป็นอย่างนี้มานานกว่า 2 เดือนแล้ว เท่าที่ทราบระยะเวลาก่อสร้างปรับปรุงสิ้นสุดสัญญาเมื่อวันที่ 7 พ.ค.65 ที่ผ่านมา แต่สภาพถนนยังไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ  จึงวอนหน่วยงานที่รับผิดชอบเร่งรัดการก่อสร้างให้แล้วเสร็จ โดยเมื่อช่วงใกล้ค่ำวานนี้ (24 มิ.ย.65) เกิดเหตุรถบรรทุกขนย้ายรถแบคโฮ ขับผ่านถนนที่มีน้ำท่วมขังจนมองไม่เห็นผิวถนน จนตกหล่มขนาดใหญ่ทำให้รถแบคโฮตกลงได้รับความเสียหาย

ล่าสุดวันนี้ (25 มิ.ย.65) นายรักชาติ บุหงาชาติ ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงชนบทนครศรีธรรมราช มอบหมายให้นายสมโชค บุญยก ผู้อำนวยการส่วนงานปฏิบัติการ แขวงทางหลวงชนบทนครศรีธรรมราช เป็นผู้รับผิดชอบโครงการดังกล่าว ชี้แจงกับผู้สื่อข่าวว่า ในส่วนของเส้นทางสาย 4045 หรือ ถนนสายบางหญ้า – บางนาง หมู่ 2 ต.บางพระ อ.ปากพนัง เป็นโครงการปรับปรุงถนนดินอ่อน ซึ่งขั้นตอนการดำเนินงาน จำเป็นต้องขุดตักหน้าดินถนนส่วนบนออกก่อน หลังจากนั้นใช้วิธีการถมทราย เพื่อยกระดับขึ้นใหม่ เพื่อการก่อสร้างที่มีความแข็งแรงมากขึ้น สามารถรับน้ำหนักได้มากขึ้น เนื่องจากโครงสร้างถนนในพื้นที่อำเภอปากพนัง ส่วนใหญ่เป็นดินอ่อน ซึ่งการก่อสร้างปรับปรุงผิวถนนสายดังกล่าวที่ผ่านมา เจออุปสรรค ทั้งฝนตก และน้ำท่วมขัง ซึ่งผิวถนนเส้นดังกล่าวมีลักษณะเป็นแอ่งอีกด้วย

นายสมโชค ชี้แจงอีกว่า ส่วนการแก้ปัญหานั้น ได้สั่งกำชับผู้รับจ้าง ให้เร่งดำเนินการแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชน และผู้ใช้รถใช้ถนนผ่านถนนเส้นดังกล่าว เบื้องต้นกำชับให้ผู้รับจ้างเกลี่ยน้ำที่ท่วมขังในแอ่งบนถนนให้หมดแล้วถมทราย ยกระดับ ป้องกันน้ำท่วมขังผิวถนน ให้สัญจรผ่านสะดวกขึ้น อย่างไรก็ตามการกรณีที่มีการก่อสร้างปรับปรุงผิวถนนทั้ง 2 ช่องจราจร เนื่องจากถนนสายดังกล่าวค่อนข้างแคบกว่าปกติ หากปรับปรุงครั้งละช่องจราจร และให้ใช้อีกช่องช่องจราจรนั้นรถที่สัญจรผ่านในลักษณะสวนทางกันเลนเดียวนั้นค่อนข้างลำบาก เพราะช่องจราจรจะแคบ และเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย 

จึงจำเป็นต้องก่อสร้างปรับปรุงทั้ง 2 ช่องจราจรพร้อมกัน อย่างไรก็ตามทราบว่าฝนเริ่มทิ้งช่วงแล้ว ได้สั่งกำชับให้ผู้รับจ้างเร่งการก่อสร้างให้เร็วขึ้น และยังมีการกำชับให้ผู้รับจ้าง ดำเนินการติดตั้งป้ายเส้นทางเลี่ยง เพื่อเป็นทางเลือกให้ผู้ใช้รถใช้ถนนอีกด้วย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทางแขวงทางหลวงชนบทนครศรีธรรมราช ต้องกราบขออภัยพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนครั้งนี้ด้วย – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เงินสะพัด! นทท.ไทย-มาเลย์ทะเลักแห่เที่ยวงาน ‘ของดีเมืองเบตง’ คึกคักหลังโควิดคลี่คลาย

Posted on June 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/662659

เงินสะพัด! นทท.ไทย-มาเลย์ทะเลักแห่เที่ยวงาน 'ของดีเมืองเบตง' คึกคักหลังโควิดคลี่คลาย

วันเสาร์ ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 08.52 น.

งานนี้เงินสะพัด! นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวมาเลเซียร่วมงานของดีเมืองเบตงและงานกิ่งกาชาดอำเภอเบตง ปี’ 65 กันคึกคัก หลังสถานการณ์โควิดคลี่คลาย ที่บริเวณสวนน้ำและบริเวณอุโมงค์เบตงมงคลฤทธิ์ (ฝั่งรูปปั้นไก่) เทศบาลเมืองเบตง 

เมื่อค่ำวันที่ 24 มิ.ย.65 ที่ลานวัฒนธรรมสัมพันธ์ อำเภอเบตง จังหวัดยะลา นายภิรมย์ นิลทยา ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เป็นประธานเปิดงานของดีเมืองเบตงและงานกิ่งกาชาดอำเภอเบตง ประจำปี 2565 ระหว่างวันที่ 24 มิถุนายน – 3 กรกฎาคม 2565 10 วัน 10 คืน ณ บริเวณสวนน้ำและบริเวณอุโมงค์เบตงมงคลฤทธิ์ (ฝั่งรูปปั้นไก่) เทศบาลเมืองเบตง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา

โดยมี ผศ.ดร.ทิพยวรรณ นิลทยา นายกเหล่ากาชาดจังหวัดยะลานายเอก ยังอภัย ณ สงขลา นายอำเภอเบตง นางมุกดา ยังอภัย ณ สงขลา นายกกิ่งกาชาดอำเภอเบตง สมาชิกกิ่งกาชาดอำเภอเบตง หัวหน้าส่วนราชการ ตลอดจนพี่น้องประชาชนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวมาเลเซียเข้าร่วมงานกันอย่างคึกคักหลังจากสถานการณ์โควิด – 19 คลี่คลาย ห่างหายจากการจัดกิจกรรมดังกล่าวมากกว่า 2 ปีโดยมีเจ้าหน้าที่หน่วยความมั่นคงในพื้นที่เพิ่มความเข้มมาตรการรักษาความปลอดภัยตลอดทั้งงาน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว

นางมุกดา ยังอภัย ณ สงขลา นายกกิ่งกาชาดอำเภอเบตง กล่าวว่า กิ่งกาชาดอำเภอเบตงจึงได้ร่วมกับอำเภอเบตง กำหนดงานของดีเมืองเบตงและงานกิ่งกาชาดอำเภอเบตง ประจำปี 2565 ขึ้น เพื่อสมทบทุนหารายได้ในการดำเนินกิจกรรมของกิ่งกาชาดอำเภอเบตง ใช้ในกิจการสาธารณประโยชน์ ตามคำขวัญที่ว่า “เราช่วยกาชาด กาชาดช่วยเรา” และกระตุ้นส่งเสริมการท่องเที่ยวอำเภอเบตง หลังได้รับผลกระทบจากโควิด ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา

ซึ่งงานของดีเมืองเบตงและงานกิ่งกาชาดอำเภอเบตง ประจำปี 2565 นับเป็นสัญลักษณ์แห่งความร่วมแรงร่วมใจของทุกภาคส่วน เป็นงานรื่นเริงการกุศลคู่คนไทยที่ถ่ายทอดประสบการณ์ความสนุก แบ่งปันความสุขของผู้ให้และผู้รับจากรุ่นสู่รุ่น พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้มีเมตตาจิตได้ร่วมกิจกรรมการกุศลกับกิ่งกาชาดอำเภอเบตง ด้วยการซื้อบัตรนาวากาชาดใบละ 20 บาทเพื่อลุ้นรับรางวัลใหญ่ อาทิ รถจักรยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องใช้ในครัวเรือน และรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย โดยรายได้จากการจัดงานในครั้งนี้ กิ่งกาชาดอำเภอเบตง จะนำไปใช้ในกิจกรรมสาธารณกุศล ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม และพี่น้องประชาชนในพื้นที่ต่อไป

นายกกิ่งกาชาดอำเภอเบตง กล่าวอีกว่า นอกจากจะมีการออกร้านนาวากาชาดแล้ว  ยังมีการการจัดนิทรรศการการแสดงผลงานของส่วนราชการ อาทิ เกษตร ปศุสัตว์ ประมงและด้านการศึกษา การจำหน่ายสินค้าโอทอป ของฝาก-ของที่ระลึกจากในพื้นที่และประเทศมาเลเซีย ขบวนแห่ของดีอำเภอเบตง การแข่งขันประกอบอาหาร การประกวดส้มโชกุนเบตงและทุเรียนมูซานคิง การประกวดธิดาเบตง การประกวดธิดาชรารักษ์ การประกวดยุวบุตร-ยุวธิดา

การประกวดร้องเพลงลูกทุ่งและกิจกรรมบันเทิงจากเวทีกลางหลากหลายวัฒนธรรมทุกค่ำคืน และพบกับ ศิลปิน-นักร้องชื่อดัง อาทิ บูม กิตตน์ก้อง, อ้อม อังคณา, แก้วใส คริสตัล, โดนัท ภัทรพลฒ์, อ๊อฟ ดอกฟ้า, วงเหล็กโคน, วงแอมป์ ซีทู, บ.เบิ้ล สามร้อย, วงแทมมะริน , วงพัทลุง , รำวงเวียนครก และมโนราห์วิเชียร ศรชัย ไข่เหลี้ยม 

นอกจากนี้ ยังมีการออกบูธจำหน่ายสินค้า ทั้งไทยและมาเลเซีย ร่วมชม ชิม ช้อป สินค้าเด็ด อาหารดัง สินค้า โอทอป ของดีเบตง เพลิดเพลินกับกิจกรรมหลากหลาย อาทิ แฟชั่น โชว์ชุดผ้าไทย ประกวดสาวงามธิดาเบตง ประกวดธิดาชรารักษ์ ประกวดร้องเพลงลูกทุ่งประกอบหางเครื่องและกิจกรรมอื่นๆอีกมาก และขอเชิญทุกท่านร่วมกันลดขยะ รักษ์สิ่งแวดล้อม ด้วยการพกถุงผ้าหรือแก้วน้ำมาใช้ภายในงานลุ้นรับของที่ระลึกจากนักท่องเที่ยวและอยากขอเชิญชวนพี่น้อง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้พื้นที่ใกล้เคียง

รวมทั้งนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย มาเที่ยวงานเพื่อกระตุ้นส่งเสริมการท่องเที่ยวอำเภอเบตง หลังได้รับผลกระทบจากโควิด ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาโดยทางสาธารณสุขอำเภอเบตง จะนำเจ้าหน้าที่ออกหน่วยเคลื่อนที่ให้บริการฉีดวัคซีนโควิด ตลอดของการจัดงาน และผู้ที่มาเที่ยวงานควรสวมหน้ากากอนามัย เพื่อลดการติดเชื้อหรือแพร่กระจายเชื้อของโรคโควิด – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปแนวหน้า : ‘โควิดซา-ท่องเที่ยวฟื้น’ โอกาส‘ไทย’อะไรต้องปรับ?

Posted on June 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/662608

สกู๊ปแนวหน้า : ‘โควิดซา-ท่องเที่ยวฟื้น’  โอกาส‘ไทย’อะไรต้องปรับ?

วันเสาร์ ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ประเทศไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญของนักท่องเที่ยวทั่วโลกเสมอ โดยข้อมูลจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ระบุว่า เพียง 5 เดือนแรกของปี 2565 มีชาวต่างชาติเดินทางมาเยือนไทยแล้วกว่า 1.3 ล้านคน มากกว่าตลอดทั้งปี 2564 ที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเพียง 4 แสนกว่าคน โดยจุดเปลี่ยนสำคัญอยู่ที่การทยอยผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ซึ่งรวมถึงการเดินทางเข้าประเทศไทยสามารถทำได้สะดวกขึ้นกว่าช่วงก่อนหน้า ภาพบรรยากาศผู้คนหลากหลายเชื้อชาติเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทยที่ชินตาในช่วงก่อนโควิด-19 ระบาด จึงกลับมาอีกครั้ง

รศ.ดร.สุวิทย์ เลาหศิริวงศ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวในเวทีเสวนา (จัดโดย) หัวข้อ “มิติใหม่ของการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมบริการภายใต้ความปกติใหม่” จัดโดย วิทยาลัยการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมบริการ มหาวิทยาลัยนครพนม เมื่อเร็วๆ นี้ โดยหยิบยกรายงาน “Revitalising Thailand’s tourism sector” ของ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่เผยแพร่ในปี 2564 มาบอกเล่า เนื้อหาในรายงานเป็นการเปรียบเทียบไทยกับประเทศอื่นๆในหลายด้านที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยว

ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบไทยกับ 140 ประเทศทั่วโลก พบว่าเรื่องของ “Tourist service infrastructure” หรือ “โครงสร้างพื้นฐานบริการนักท่องเที่ยว” ไทยอยู่ในอันดับ 14 จาก 140 ประเทศทั่วโลก ได้คะแนนสูงถึง 5.9 คะแนน แสดงว่าโครงสร้างเรื่องของการท่องเที่ยวดีอยู่แล้ว แต่เรื่องของ “Safety & security” หรือ “ความปลอดภัยและการรักษาความปลอดภัย” ไทยอยู่อันดับที่ 111 จาก 140 ประเทศทั่วโลก ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของไทยที่จะต้องปรับปรุง

“รายได้ของไทยมากกว่า 2 ใน 3 ของรายได้ มาจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยร้อยละ 75 มาท่องเที่ยวระยะสั้น และอีกร้อยละ 28 มาจากนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งปัจจุบันประเทศจีนห้ามประชากรออกนอกประเทศ และนักท่องเที่ยวต่างชาติร้อยละ 28 เลือกท่องเที่ยวช่วง High season โดยนักท่องเที่ยวมากกว่าร้อยละ 80 ไปท่องเที่ยวแค่ 5 จังหวัดของไทย และนักท่องเที่ยวมาภาคอีสานเพียงแค่ร้อยละ 1 เท่านั้น

จะเห็นได้ว่ารายได้จากการท่องเที่ยวไปอยู่แค่ 5 จังหวัดหลักๆ เท่านั้น จึงต้องให้สถาบันการศึกษาในท้องถิ่นจะต้องช่วยกันที่จะทำอย่างไรให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ มาเที่ยวบ้านเราบ้าง ในอดีตจะมุ่งเน้นที่นักท่องเที่ยวที่เพิ่มมากขึ้น เพื่อให้มีรายได้มากขึ้น แต่หลังจากนี้จะต้องเปลี่ยนแนวคิดใหม่” รศ.ดร.สุวิทย์กล่าว

สุรัชสานุ์ ทองมี ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าวถึงอุตสาหกรรม “ไมซ์ (MICE)” หรือการท่องเที่ยวที่มีลักษณะเป็นการจัดประชุมหรือจัดนิทรรศการงานแสดงสินค้าต่างๆ ว่า ในส่วนของภาครัฐมีการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ โดยการใช้ MICE เสริมสร้างความแข็งแกร่งระดับชาติ และในปัจจุบันมีการยกระดับความพร้อม 10 เมือง MICE City

ซึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจังหวัดขอนแก่น นครราชสีมา และอุดรธานี นอกจากนี้ยังพร้อมที่จะขยายความร่วมมือกับทุกภาคีเครือข่าย ทั้งภาครัฐและเอกชนในพื้นที่ ด้วยการสร้างแพลตฟอร์มสนับสนุน โดยใช้กลไกของไมซ์เข้ามาจับภาคอุตสาหกรรมที่เป็นเป้าหมายที่แข็งแรงในเชิงของพื้นที่จังหวัดนั้นๆ เพื่อที่จะจัดส่งเสริมในเรื่องของการประชุมและสร้างองค์ความรู้

โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะต้องมีความแข็งแกร่งด้วยการเชื่อมโยงกับพื้นที่และประเทศใกล้เคียง ฉะนั้นการส่งเสริมการจัดไมซ์ทุกภูมิภาค เพื่อใช้กระตุ้นเศรษฐกิจและกระจายรายได้สู่ชุมชน เป็น “กลยุทธ์อันดับที่ 1” คือ “การสร้างความแข็งแกร่งระดับชาติ” และมุ่งเป้าผลสัมฤทธิ์ในปี 2565 คาดการณ์ว่าจะเกิดเงินหมุนเวียนในระบบมากกว่า 3.2 หมื่นล้านบาท และจัดเก็บภาษีได้มากกว่า 2 พันล้านบาท และเกิดการจ้างงานและสร้างรายได้ในประเทศไทยมากกว่า 5 หมื่นอัตรา

“กลยุทธ์อันดับที่ 2” คือ “การช่วงชิงโอกาสระดับสากล” หมายถึงจะต้องถ่ายทอดศักยภาพที่แข็งแกร่งของพื้นที่ และใช้ผลลัพธ์ดังกล่าวในการเสริมสร้างลักษณ์ สร้างการรับรู้แข่งขันกันเพื่อเป็นเจ้าภาพการจัดไมซ์ในระดับโลกและระดับนานาชาติ และที่สำคัญจุดแข็งที่ทั่วโลกยอมรับ คือ การชูจุดแข็งด้านสุขอนามัยควบคู่กับนวัตกรรม ดังนั้นผลสัมฤทธิ์ในปี พ.ศ.2565 จะได้งานไมซ์ระดับนานาชาติมากกว่า 30 งาน และจะเป็นงานที่สร้างความยั่งยืนและไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม

“สุดท้ายที่กำลังดำเนินการ เพื่อที่จะทำให้ยุค New Normal ของการท่องเที่ยวและบริการของไมซ์เปลี่ยนแปลงไป คือการยกระดับศักยภาพอุตสาหกรรมไมซ์ไทย ผ่านนวัตกรรมและดิจิทัลเซอร์วิสต่างๆ เพื่อสร้างมูลค่าและต่อยอด ซึ่งการประชุมแบบเดิมๆ จะเปลี่ยนแปลงแล้ว ดังนั้น การพูดคุยและถ่ายทอดองค์ความรู้ทำได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มศักยภาพบุคลากรในองค์กรต่างๆ รวมทั้งระดับมหาวิทยาลัยและระดับอาชีวศึกษาที่จะยกระดับให้องค์ความรู้และผลิตบุคลากรที่ดี ออกมาให้บริการตลอดห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมไมซ์” สุรัชสานุ์ระบุ

มุมมองภาคเอกชน ศึกษิต สุวรรณดิษฐกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Deewana Hotel & Resort และอุปนายกสมาคมโรงแรมไทย (ภาคใต้) เปิดเผยว่า จังหวัดภูเก็ตในช่วงโควิด-19 ระบาด โรมแรมมากกว่าร้อยละ 80 ปิดให้บริการแม้จะเป็นช่วง High Season ก็ตาม โดยเริ่มเกิดผลกระทบในเดือนก.พ. 2563 นักท่องเที่ยวเริ่มลดลง โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีน และในช่วงเดือน มี.ค. 2563 นักท่องเที่ยวรัสเซียเริ่มลดลงเช่นกัน

ซึ่งจะเห็นได้จากในปี 2562 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 40 ล้านคน พอเข้าสู่การแพร่กระจายของโควิด-19 ช่วงแรกเหลือเพียง 5-6 ล้านคน กระทั่งในปัจจุบันโรมแรมเปิดกิจการใน “ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์” โดยเริ่มในช่วงเดือนก.ค. 2564 ก็สามารถบรรเทาผลกระทบได้ โดยภูเก็ตมีมาตรการคือ “ระดมฉีดวัคซีนให้กับคนในชุมชน” ซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการให้คนในท้องถิ่นมีความร่วมมือกัน โดยประชากรในพื้นที่จะต้องฉีดวัคซีนมากกว่าร้อยละ 70 เพื่อให้สามารถเปิดภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ได้

ทั้งนี้ ช่วงแรกที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาใน จ.ภูเก็ต นักท่องเที่ยวจะต้องตรวจคัดกรองโควิด-19 ด้วยวิธี RT-PCR หลายรอบ ซึ่งค่าใช้จ่ายในการตรวจเกือบ 1 หมื่นบาท จึงทำให้ค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวสูงมาก และถึงแม้จะเปิดโรงแรมมากขึ้นถึงร้อยละ 70 จากภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์แต่อัตราการเข้าพักของโรมแรมยังน้อยมาก โดยมีนักท่องเที่ยวประมาณ 1 หมื่นคน จากปกติภูเก็ตรับนักท่องเที่ยวประมาณ 6-7 แสนคน หรือประมาณปีละ 9 ล้านคน

แต่หลังจากวันที่ 1 พ.ย. 2564 เป็นต้นมา ที่เริ่มระบบ Test & Go นักท่องเที่ยวที่เข้ามาไม่ต้องกักตัวมากแล้ว ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ตเพิ่มขึ้น จากนักท่องเที่ยวประมาณ 1 หมื่นคน ในช่วงภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ เพิ่มเป็น3 หมื่นคน หลังเปิดระบบ Test & Go ต่อมาในเดือนธ.ค. 2564 เพิ่มขึ้นเป็น 8 หมื่นคน และหลังจากนั้นเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 8 หมื่นคนทุกเดือน ถึงกระนั้นก็ยังทำรายไม่ถึงร้อยละ 30 ของสถานการณ์ปกติ

“ถึงแม้สถานการณ์ยังไม่ปกติจากโควิด แต่โรงแรมมีวิธีการแก้ปัญหา คือ แต่ละโรงแรมจ้างพนักงานประจำประมาณร้อยละ50-60 และที่เหลือก็จ้างพนักงานรายวัน นอกจากนี้อาจจะมีพนักงานฝึกงาน แต่โรงแรมอาจจะรับไม่เยอะ เพราะว่าโรงแรมยังมีพนักงานประจำค่อนข้างมาก นอกจากนี้ในปัจจุบันนักท่องเที่ยวในภูเก็ตส่วนใหญ่เป็นชาวอินเดีย ลองลงมาเป็นออสเตรเลีย อังกฤษ สิงคโปร์ และรัสเซีย จะเห็นได้ว่าปัจจุบันนักท่องเที่ยวอันดับ 1 คือชาวอินเดีย ตอนนี้จังหวัดภูเก็ตจึงเน้นที่ตลาดนักท่องเที่ยวอินเดีย และมีงานไมซ์เนื่องจากนักท่องเที่ยวอินเดียเป็นตลาดไมซ์ที่ดี หลายๆ โรงแรมที่รับไมซ์ต่างๆ จากชาวอินเดียจะได้รับรายได้เป็นจำนวนมาก” ศึกษิต กล่าว

ขวัญดาว เขตร์สมุทร Project Manager Thailand Lifelong Learning & Education Expo แผนก Exhibition Project บริษัท IMPACT Exhibition Management Co., Ltd กล่าวว่า ในช่วงแรกๆ ของสถานการณ์โควิด-19 ทาง IMPACT ได้รับผลกระทบเช่นกัน เนื่องจากลูกค้าค่อนข้างจะเน้นเรื่องความปลอดภัยในการเดินทาง การมาออกงาน และลูกค้าหลายคนไม่สามารถเดินทางออกนอกประเทศได้

“ด้วยธุรกิจของ IMPACT จะไม่เน้นที่ลูกค้าภายในประเทศเท่านั้น แต่เน้นลูกค้าต่างชาติมากถึงร้อยละ 50 จึงต้องพยายามสร้างแพลตฟอร์มทำงานในรูปแบบใหม่ โดยการทำงานเป็นรูปแบบออนไลน์ และจะต้องทำให้ลูกค้าสามารถเชื่อถือได้ และสามารถเกิดธุรกิจได้เหมือนรูปแบบเดิม นอกจากนี้มีการทำเป็น Business Matching คือการประชุมเป็นแบบออนไลน์ในรูปแบบธุรกิจ และจะต้องจูงใจลูกค้าด้วยการประชาสัมพันธ์ การขยายฐานข้อมูลลูกค้าค่อนข้างมาก จึงทำให้ยอดผู้เข้าชมเพิ่มขึ้นเช่นกัน ซึ่งลูกค้าหลายคนก็ปรับตัวได้เร็วมาก แต่ช่วงแรกลูกค้าก็ต่อต้าน แต่พอทำได้ลูกค้าก็มีความเชื่อใจต่อองค์กร” ขวัญดาว กล่าว

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘เทศบาลอยุธยา’เปิดเวทีเคลียร์ ชาวบ้านร้องทบทวนรูปแบบเขื่อน ขัดวิถีชีวิตบ้านริมน้ำ

Posted on June 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/662640

‘เทศบาลอยุธยา’เปิดเวทีเคลียร์ ชาวบ้านร้องทบทวนรูปแบบเขื่อน ขัดวิถีชีวิตบ้านริมน้ำ

วันศุกร์ ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 22.07 น.

‘เทศบาลอยุธยา’เปิดเวทีเคลียร์ ชาวบ้านร้องทบทวนรูปแบบเขื่อน ขัดวิถีชีวิตบ้านริมน้ำ

24 มิถุนายน 2565 ว่าที่ร้อยตรีสมทรง สรรพโกศลกุล นายกเทศมนตรีนครพระนครศรีอยุธยา , ด.ต.สุรินทร์ ผดุงเพียร รองนายเทศมนตรีนครพระนครศรีอยุธยา , พ.อ.อ.สุวัฒน์ สรรพโกศลกุล รองนายกเทศมนตรีนครพระนครศรีอยุธยา , นายกฤษณ์ เถี่ยนมิตรภาพ รองนายกเทศมนตรีนครพระนครศรีอยุธยา , นายปรเมธี เดชปะตังเวสา วิศกรโยธาปฏิบัติการกองวิศวกรรม กรมเจ้าท่า พร้อม​ เลขานุการ​นายกเทศมนตรีนครพระนครศรี​อยุธยา​ สมาชิกสภา​เทศบาลนคร​พระนครศรี​อยุธยา​ ผู้นำชุมชน ตัวแทนกลุ่มชาวบ้าน ร่วมกันประชุมรับฟังความคิดเห็น ในการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทางเรือเดินในแม่น้ำป่าสัก งบประมาณ 500 กว่าล้านบาท ดำเนินการก่อสร้างโดยกรมเจ้าท่า และกระทรวงคมนาคม ที่วัดป่าโค อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา

ว่าที่ร้อยตรีสมทรง สรรพโกศลกุล นายกเทศมนตรีนครพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า ที่ผ่านมาชาวบ้านคัดค้านไม่เห็นด้วยกับรูปแบบการก่อสร้างของเขื่อน โดยใช้แผ่นชีทไพล์ (Sheet Pile Wall) ตอกกดลงไปตามแนวริมตลิ่งและมีการก่อสร้างแนวสันเขื่อน น้ำสูงจากพื้นดินปัจจุบันประมาณ 3 เมตร ซึ่งรูปของการก่อสร้างแนวเขื่อนดังกล่าวส่งผลกระทบกับวิถีชีวิตชาวบ้านและบดบังทัศนียภาพริมแม่น้ำป่าสัก อีกทั้งทางขึ้นลงตลิ่งมีน้อยทำให้ชาวบ้านที่ใช้เรือในการสัญจรผ่านแม่น้ำและจอดเรือหน้าบ้านหรือลงไปใช้น้ำในการอุปโภคบริโภคและจับสัตว์น้ำ ไม่สะดวกสบาย และขึ้นลงด้วยความยากลำบากเป็นอย่างมาก

ทั้งนี้ ชาวบ้านในพื้นที่มีความเห็นว่าการสร้างเขื่อนดังกล่าวจะเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับการเดินเรือบรรทุกสินค้ามากกว่าการสร้างเขื่อนเพื่อป้องกันตลิ่งพัง โดยชาวบ้านอยากให้เขื่อนออกมาเป็นรูปแบบของการตอกเข็มด้วยปูนหรือเป็นแนวทางลาดปูน ให้ชาวบ้านได้ใช้วิถีชีวิตแบบดังเดิมได้

ว่าที่ร้อยตรีสมทรง กล่าวอีกว่า การดำเนินการก่อสร้างเขื่อนของกรมเจ้าท่า และกระทรวงคมนาคม  ซึ่งที่ผ่านการออกแบบไม่ได้ทำความเข้าใจกับชาวบ้านในพื้นที่ก่อน บางส่วนได้มีการก่อสร้างไปแล้ว และไม่ได้แจ้งให้ทางเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยาทราบเรื่อง และรูปแบบของแนวเขื่อน หลังจากชาวบ้านเห็นรูปแบบการก่อสร้างกลับส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตประจำวันของชาวบ้านที่ยังต้องใช้อาศัยแม่น้ำป่าสัก ตนจึงได้ให้มีการมาทำความเข้าใจรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้าน ซึ่งชาวบ้านดีใจและยินดีเป็นอย่างมากที่จะได้มีเขื่อนป้องกันตลิ่งทรุดตัว และป้องกันน้ำท่วม แต่จากรูปแบบของเขื่อนที่ใช้ แผ่นชีทไพล์ ซึ่งเป็นแผ่นเหล็กตอกลงไปตลอดแนวของตลิ่งที่ทำเป็นเขื่อนชาวบ้านส่วนใหญ่เกรงว่าในอนาคตจะเป็นสนิมไม่มีความมั่นคง บดบังทัศนียภาพริมฝั่งแม่น้ำและการขึ้นลงจากบ้านของชาวบ้านริมฝั่งแม่น้ำที่บ้างส่วนยังคงประกอบอาชีพประมงและต้องใช้น้ำในแม่น้ำดังกล่าวในการอุปโภค

ทั้งนี้ หลังการประชุมทำความเข้าใจ รับฟังปัญหาของชาวบ้าน โดยชาวบ้านยืนยันคัดการก่อสร้างเขื่อนตามที่มีการออกแบบ ขอปรับเปลี่ยนรูปแบของเขื่อนทั้งหมด ซึ่งทางด้านนายปรเมธี เดชปะตังเวสา วิศวกรโยธาปฏิบัติการกองวิศวกรรม ได้รับฟังปัญหาและนำข้อเรียกร้องของชาวบ้านในพื้นที่นำกลับไปเสนอกับทางกรมเจ้าท่าพิจารณาแก้ไขปรับปรุงเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนในพื้นที่ต่อไป

-005

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แซ่บ…ไม่ง้อ‘กัญชา’!เปิดเคล็ดลับความอร่อย50ปี ‘ก๋วยเตี๋ยวเนื้อรสเด็ด’อุดรฯ

Posted on June 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/662638

แซ่บ...ไม่ง้อ‘กัญชา’!เปิดเคล็ดลับความอร่อย50ปี ‘ก๋วยเตี๋ยวเนื้อรสเด็ด’อุดรฯ

วันศุกร์ ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 21.02 น.

แซ่บ…ไม่ง้อ‘กัญชา’!เปิดเคล็ดลับความอร่อย50ปี ‘ก๋วยเตี๋ยวเนื้อรสเด็ด’อุดรฯ

ท่ามกลางกระแส “กัญชาฟีเวอร์” สิ่งหนึ่งที่ถูกพูดถึงคือการนำ “กัญชา” มาปรุงอาหาร ซึ่งหลายเมนูช่วยเพิ่มความ “โอชะ” ขึ้นมาก หนึ่งในนั้นคือ “ก๋วยเตี๋ยว” ที่ว่ากันว่าถ้ามี “กัญชา” ผสม จะกลมกล่อม หอมฉุย ขึ้นอีกเป็นกอง…

แต่ไม่ใช่กับ “ร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อรสเด็ด” เมืองอุดรธานี

ที่นี่…คงความอร่อยมากว่า 50 ปี

แบบไม่ต้องพึ่ง “กัญชา”

งานนี้ผู้สื่อข่าวอุดรธานี “ต้องพิสูจน์”…

สำหรับร้านดังกล่าวตั้งอยู่บริเวณถนนพรานพร้าว เขตเทศบาลนครอุดรธานี ถือเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวขึ้นชื่อของจังหวัดที่ใครผ่านมาต้องแวะลิ้มลอง โดยร้านนี้เปิดมานานกว่า 50 ปี ปัจจุบันเป็น “รุ่นที่ 2” ที่เข้ามาดูแลกิจการ โดยลูกค้าการันตีได้ตั้งแต่เด็กไปจนถึงวันเก๋าว่ารสชาติ “เข้มข้น กลมกล่อม” จึงทำให้เจ้าของร้านต้องติดป้ายบอกลูกค้าว่าไม่ได้ใส่ “กัญชา” มาเป็นเวลากว่า 31 ปีแล้ว

นางภัชดา กาสกุล อายุ 58 ปี เจ้าของร้าน บอกว่า ขายก๋วยเตี๋ยวมาเป็นเวลากว่า 50 ปี ตั้งแต่รุ่นพ่อ ตอนแรกขายแถวห้าแยก จากนั้นย้ายมาอยู่ที่ถนนพรานพร้าว นานเกือบ 31 ปีแล้ว ปัจจุบันมี 3 สาขาที่ จ.อุดรธานี ขอนแก่น และร้อยเอ็ด ซึ่งทุกร้านปิดป้ายบอกลูกค้าว่าไม่มี “กัญชา” เป็นส่วนผสม เนื่องจากลูกค้าได้ถามบ่อยมากว่าใส่กัญชาหรือเปล่า ทำไมอร่อย

“อาจจะเป็นเพราะด้วยรสชาติที่เข้มข้นและกลมกล่อม ลูกค้าหลายคนบอกว่ารสชาติแบบนี้ต้องใส่กัญชาแน่ๆ และมีลูกค้าบางคนไม่เชื่อ เคยเอากระบวยมาค้นหากัญชาในหม้อน้ำซุปก็มี ก๋วยเตี๋ยวจะอร่อยไม่จำเป็นต้องใส่กัญชา มันอยู่ที่ความใส่ใจของขั้นตอนการปรุง โดยวัตถุดิบต้องมีคุณภาพ ส่วนใหญ่ลูกค้าที่มากินก็จะเป็นลูกค้าประจำ จะรู้และเข้าใจอยู่แล้วว่าร้านไม่ได้มีส่วนผสมของกัญชา” เจ้าของร้านรุ่น 2 กล่าว

พร้อมกับระบุว่าแม้จะมีการปลดล็อกแล้ว “กัญชา” ทำอาหารได้ไม่ผิด แต่ทางร้านไม่ได้สนกระแสใส่ “กัญชา” ในอาหาร อีกทั้งตนมองว่ากัญชาไม่ได้ปลอดภัยกับทุกคน โดยเฉพาะเด็ก หญิงตั้งครรภ์ คนชรา ผู้มีโรคประจำตัว อาจมีการแพ้สารในกัญชา ตนจึงไม่เอากัญชามาเป็นจุดขาย และไม่ได้กลัวว่ายอดขายจะลดลงด้วย

หากจะ “อร่อย” เพราะ “วัตถุดิบ” ที่มีคุณภาพ

การใส่ใจในการ “ปรุง” ในการทำอาหารมากกว่า

-005

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

พระพุทธเจ้าทรงสอนให้เรารู้กัน ‘ไม่ให้หลง ไม่ให้ยึด ไม่ให้ติด ไม่ต้องเสียดาย’

Posted on June 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/662605

พระพุทธเจ้าทรงสอนให้เรารู้กัน 'ไม่ให้หลง ไม่ให้ยึด ไม่ให้ติด ไม่ต้องเสียดาย'

วันศุกร์ ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 19.20 น.

พระพุทธเจ้าทรงสอนว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่เรามีอยู่ ที่เราคิดว่าเป็นของเรานั้น ไม่ใช่เป็นของเราอย่างแท้จริง เป็นเพียงชั่วระยะเวลาหนึ่งเท่านั้นเอง ร่างกายของเราก็เป็นของเราเพียงระยะหนึ่ง พออายุ ๘๐ ปี  ๙๐ ปี ก็ต้องคืนเขาไป อาจจะต้องคืนไปก่อนนั้นก็ได้ บางคนอายุเพียงหนึ่งวันก็ตายไปก็มี  หนึ่งเดือนตายไปก็มี หนึ่งปีตายไปก็มี ยี่สิบปี สามสิบปี สี่สิบปีตายไปก็มี ไม่แน่นอน เรื่องอายุขัยของคนเรา แต่เรื่องที่แน่นอนก็คือ ต้องคืนเขาไปทุกคน พวกเราทุกคนที่อยู่ในศาลานี้ สักวันหนึ่งก็ต้องคืนร่างกายนี้ไปสู่ดินน้ำลมไฟ ที่เป็นเจ้าของเดิม แต่ใจของเราไม่ได้ไปกับร่างกาย จะไปตามบุญตามกรรมต่อไป 

ถ้าเชื่อพระพุทธเจ้า แล้วทำแต่สิ่งที่ดีที่งาม ละเว้นจากการทำบาปทำกรรม เวลาร่างกายแตกดับไป ก็จะไปสู่ที่ดี สู่สุคติ เป็นความจริงที่พระพุทธเจ้าได้ตรัสรู้ แล้วนำมาสั่งสอนพวกเรา ผู้ที่ได้ยินได้ฟังแล้วนำไปปฏิบัติตาม ก็จะได้รับผลประโยชน์ที่ดีเช่นเดียวกับพระอรหันตสาวกทั้งหลาย ที่เชื่อในสิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอนว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่เรามีอยู่นี้ ไม่ใช่ของเรา ไม่ใช่ตัวเรา ก็พยายามตัดความยึดติดในร่างกาย ในสมบัติต่างๆ มีทรัพย์สมบัติข้าวของเงินทองมากน้อยเพียงไร ก็สละให้ผู้อื่นหมด แล้วก็ออกบวช อยู่แบบนักบวช มีเพียงแต่ปัจจัยสี่ไว้คอยดูแลรักษาร่างกายเท่านั้น 

ส่วนจิตใจก็มีธรรมะที่เกิดจากการปฏิบัติธรรม นั่งสมาธิเจริญปัญญา ทำจิตใจให้สงบ เพื่อกำจัดความโลภ ความโกรธ ความหลง ที่คอยฉุดลากให้ไปทำบุญ ให้ไปทำบาป ให้ไปเวียนว่ายตายเกิด ในภพน้อยในภพใหญ่ให้หมดสิ้นไป จนใจสะอาดบริสุทธิ์ กลายเป็นพระอรหันต์ เป็นนิพพานขึ้นมาแล้ว ใจก็ไม่ต้องไปเกิดอีกต่อไป ไม่ต้องไปทุกข์ ไม่ต้องไปทุกข์กับการแก่ การเจ็บ การตาย การพลัดพรากจากกัน เหมือนที่พวกเรากำลังทุกข์กันอยู่

เวลาที่เราสูญเสียญาติพี่น้อง คนที่เรารักไป เราก็ร้องห่มร้องไห้ กินไม่ได้นอนไม่หลับกัน เพราะหลงยึดติดร่างกายของคนนั้นคนนี้ว่าเป็นพี่น้องของเรา เป็นญาติของเรา แต่ความจริงแล้วเขาเป็นเหมือนต้นไม้ต้นหนึ่งเท่านั้นเอง ไม่มีอะไรแตกต่างกันเลย ต่างกันตรงที่ร่างกายมีใจมาครอบครอง จึงทำให้ร่างกายนี้พูดได้ ทำได้ มีความรู้สึก แต่ผู้ที่พูด ผู้ที่ฟัง ผู้ที่มีความรู้สึกนี้ไม่ใช่ร่างกาย เป็นใจต่างหาก ถ้าร่างกายไม่มีใจเมื่อไหร่แล้ว ก็จะไม่รู้สึกอะไร จะฟังอะไรไม่ได้ยิน จะไม่รู้เรื่องอะไรทั้งสิ้น ลองไปพูดกับคนตายดู ลองไปสะกิดร่างกายของคนตายดู เอาเข็มไปทิ่มร่างกายของคนตายดู จะสะดุ้งขึ้นมาหรือไม่ จะไม่มีปฏิกิริยาตอบโต้เลย 

เหมือนต้นไม้ เอามีดไปฟันก็จะไม่มีอาการสะดุ้ง เพราะไม่มีการรับรู้นั่นเอง เพราะไม่มีผู้รับรู้ในต้นไม้ ร่างของคนตายก็เหมือนต้นไม้ เพราะไม่มีใจผู้รับรู้อยู่กับร่างกายแล้ว จะเอาไปทำอะไรก็ไม่เดือดร้อน จะเอาไปฝังก็ไม่เดือดร้อน จะเอาไปเผาก็ไม่เดือดร้อน เพราะใจผู้เป็นเจ้าของผู้ครอบครอง ไม่ได้อยู่ในร่างนั้นแล้ว ได้ออกเดินทางไปสู่ร่างใหม่แล้ว จะได้ร่างอะไรก็ขึ้นอยู่กับบุญกับกรรมที่ทำไว้ 

นี่คือความจริงที่พระพุทธเจ้าทรงสอนให้เรารู้กัน ไม่ให้หลง ไม่ให้ยึด ไม่ให้ติด ไม่ต้องกลัวว่าร่างกายจะเป็นอะไรไป ไม่ต้องเสียดาย ถึงเวลาจะเป็นอะไรก็ให้เป็นไป แต่ขณะที่ยังอยู่ก็ดูแลรักษากันไป เพราะยังต้องอาศัยร่างกายมาช่วยทำใจให้หลุดพ้นจากความหลง จากความทุกข์ จากการเวียนว่ายตายเกิด ถ้าไม่มีร่างกายก็จะไม่สามารถมาฟังเทศน์ฟังธรรม ทำบุญทำทาน รักษาศีล นั่งสมาธิ ปฏิบัติธรรมได้ เราจึงต้องดูแลรักษาร่างกายนี้ให้ดี เพื่อจะได้เอามาช่วยเหลือจิตใจให้ได้ปฏิบัติธรรม เพื่อจะได้หลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิด

อย่าเอาร่างกายไปทำในสิ่งที่ไร้สาระ ไร้คุณไร้ประโยชน์ ไปสะสมลาภยศสรรเสริญสุขต่างๆ ที่ไม่ได้เป็นที่พึ่งของเรา แต่จะทำให้เราหลง ทำให้มีความทุกข์มากยิ่งขึ้นไป

……………………………….

โอวาทธรรมพระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี ๒๗ มกราคม ๒๕๕๐ (เพจ พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต)

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ฤาเป็นเพียงกระแส ‘เกษตรอินทรีย์’ ของคนเมืองยังต้องฝ่าวงล้อมเรื่องการถือครองที่ดิน

Posted on June 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/662602

ฤาเป็นเพียงกระแส 'เกษตรอินทรีย์' ของคนเมืองยังต้องฝ่าวงล้อมเรื่องการถือครองที่ดิน

วันศุกร์ ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 19.10 น.

เนื้อหาในเว็บไซต์ไทยซิตี้ฟาร์มดอทคอม (https://thaicityfarm.com) ที่นำเนื้อหาในปาฐกถา เรื่อง “เกษตรในเมือง ความสำคัญ ความท้าทาย สู่เป้าหมายเมืองยั่งยืน” ในงานสัมมนาวิชาการเกษตรในเมืองครั้งที่ 1 โดย ผศ.ดร.ปิยะพงษ์  บุษบงก์ มาให้ผู้อ่านยุคดิจิตอลได้มองเห็นอนาคตและวางแผนตัวเองถูกว่าจะต้องดำเนินชีวิตอย่างไรท่ามกลางปัจจัยภายนอกที่เข้ามากระทบ 

โดยเว็บไซต์นี้เขียนไว้อย่างน่าสนใจว่า เราจึงต้องมี “แหล่งอาหาร” ของเมืองและต้องมีพื้นที่เกษตรในเมือง (urban agriculture) ที่ประเทศไทยไม่ควรถูกมองข้ามอีกต่อไป เพราะเกษตรในเมืองขยายตัวอย่างรวดเร็วทั้งในเชิงแนวคิดและแนวปฏิบัติไปทั่วโลก ทั้งเมืองขนาดเล็กหรือขนาดกลางหรือขนาดใหญ่ก็ต่างหันมาให้ความสำคัญทั้งสิ้น เพื่อการปรับตัวของเมืองและคนเมืองต่อการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตและเพื่อประโยชน์อื่นๆ โดยไปโยงอยู่กับการเกิดขึ้นของกลุ่มเคลื่อนไหวทั่วทุกมุมโลกในเรื่องระบบอาหารใกล้บ้าน ระบบอาหารทางเลือก ความมั่นคงทางอาหารในระดับท้องถิ่น การลดการเดินทางของอาหาร ห่วงโซ่อาหารที่เป็นธรรม ความเกื้อกูลและรับผิดชอบต่อกันระหว่างผู้ผลิตกับผู้บริโภค และแนวคิดอื่นๆ อีกหลายอย่าง ซึ่งเกี่ยวโยงและเชื่อมร้อยกันทั้งสิ้น

รวมไปถึงเว็บไซต์ไทยซิตี้ฟาร์มยังนำเนื้อหาบทความ “สังเขปบทเรียนเกษตรในเมืองในต่างประเทศ: ตอนที่ 1 – ฮาวาน่า (คิวบา)” โดย ผศ.ดร.ปิยะพงษ์ บุษบงก์ มาเรียบเรียงใหม่ ซึ่งจับประเด็นการใช้ที่ดินของฮาวาน่า ดังนี้ 

ประเด็นเรื่องการใช้ที่ดินนี่น่าสนใจมาก ตั้งแต่เรื่องการวางแผนการใช้ที่ดินที่สำคัญมากๆ คือ การกำหนดเขตการใช้ที่ดินประเภทต่างๆ ในเมืองฮาวาน่า ซึ่งเขาเข้มงวดมากไปจนถึงเทคนิคการใช้ที่ดินที่ไม่เหมาะสมในการทำเกษตรให้สามารถทำเกษตรได้ โดยเขามีการสนับสนุนการวิจัย โดยเฉพาะการพัฒนาด้านเทคโนโลยีเพื่อนำไปใช้ได้จริงเป็นจำนวนมาก มีโครงการอบรมแบบไม่เสียค่าใช้จ่ายเพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีต่างๆ 

เอาเป็นว่าที่ดินทุกประเภท ฮาวาน่าเอามาสร้างอาหารได้หมด ทั้งนี้ หากจะถามว่าของที่ฮาวาน่าใช้เคมีหรือไม่ คำตอบคือ ไม่มากจากที่เคมีไม่ถูกอนุญาตให้นำมาขายในตลาดที่ถูกกฎหมาย ยกเว้นสำหรับพืชบางชนิด เช่น หอม กระเทียม เป็นต้น และฮาวาน่าสามารถทำให้ราคาสินค้าอินทรีย์ถูกกว่าเคมีได้ด้วย สิ่งที่เราน่าจะเรียนรู้จากฮาวาน่าได้มากคือ

1.รัฐบาลและท้องถิ่นของฮาวาน่าสนับสนุนเต็มที่ ในผังเมืองของฮาวาน่าเน้นแปลงผักเป็นพื้นที่สีเขียว มากกว่าจะเน้นเรื่องการปลูกไม้ที่กินไม่ได้ 

2.ฮาวาน่าทำให้การซื้อหาสารเคมีเพื่อการเกษตรเป็นเรื่องยากและไม่ถูกกฎหมาย รวมถึงอาหารอินทรีย์กลายเป็นอาหารที่ถูก 

3.สำนักงาน ส่วนราชการของฮาวาน่าเป็นตัวอย่างกันพร้อมหน้า 

4.ฮาวาน่าเด่นมากในการเอาของเสียในเมืองมาใช้ในการทำเกษตร คือมีการเชื่อมโยงการจัดการของเสียเข้ากับเรื่อง “เกษตรกรรมในเมือง”

เมื่อนำความรู้โดยเฉพาะสิ่งที่ “ฮาวาน่า” ใช้กับคนเมืองหลวงในการแก้ปัญหาวิกฤตอาหารในเมือง เพื่อให้คนเมืองเข้าถึงอาหารที่มีการปลูกด้วยวิธีเกษตรอินทรีย์และปลอดสารพิษ ก็จะพบว่า ถ้าเป็นกรุงเทพมหานคร ชาวเมืองหลวงยังต้องบริโภคอาหารเกษตรอินทรีย์ในราคาที่แพงกว่าอาหารที่มาจากพืชผักที่ใช้สารเคมี ทำให้คนเมืองหลวงไม่มีทางเลือก เพราะด้วยค่าครองชีพที่ได้ผลกระทบจากเงินเฟ้อเพิ่มเข้ามาอีกปัจจัยหนึ่ง ยิ่งทำให้ต้องซื้อพืชผักที่มาจากสารเคมีอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ 

เพราะฉะนั้นจะเห็นว่าที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันคนไทยยังต้องบริโภคพืชผักที่ปลูกด้วยสารเคมีสูงและส่งผลให้ป่วยเป็นโรคมะเร็งตามมา เพราะการเข้าถึงพืชผักเกษตรอินทรีย์นั้นยังอยู่ในสัดส่วนที่ไม่มากนักและการปลูกผักเกษตรอินทรีย์เพื่อทานเองในเมืองหลวงนั้น ก็ยังต้องอาศัยองค์ประกอบที่คล้ายคลึงกับ “ฮาวาน่า” คือเรื่องของพื้นที่ของที่ดิน ซึ่งจำเป็นจะต้องใช้นั้น โอกาสคนเมืองหลวงจะมีพื้นที่ทำกินก็เป็นเรื่องที่ยากอีกปัจจัยหนึ่ง และการปลูกผักบนคอนโดมิเนียม รวมทั้งในพื้นที่ทาวน์เฮ้าส์ ก็จะทำได้เพียงแก้ขัด หรือ เปิดโอกาสเข้าสู่เส้นทางเกษตรอินทรีย์เท่านั้น  

แต่หากต้องการทำเพื่อเป็นอาชีพ หรือเพื่อให้คนเมืองหลวงเข้าถึงพืชผักเกษตรอินทรีย์อย่างแท้จริง จะต้องขับเคลื่อนทั้งองคาพยพในหน่วยงานราชการ และเอกชนระดมสรรพกำลังเข้ามา รวมไปถึงการทำให้กฎหมายต่างๆ ให้ประโยชน์แก่ผู้ไม่มีโอกาส ได้มีโอกาสในพื้นที่ทำกินในเมืองหลวงได้อย่างถูกกฎหมายและเป็นธรรมมากขึ้น

อย่างเช่น ถ้าใครครอบครองสิทธิ์ในพื้นที่แผ่นดินในกรุงเทพมหานครมากจนเกินไป ต้องเกิดกระบวนการทางกฎหมายเกลี่ยพื้นที่ไปสู่มือคนที่ไม่มีที่ดิน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมเรื่องการอยู่อาศัย ซึ่งไม่ได้หมายถึงให้เช่าหรือให้มาทดลองทำเกษตรอินทรีย์ฟรี แต่ต้องเกิดกฎหมายที่บังคับว่าตระกูลหนึ่งตระกูลจะมีสิทธิ์ถือดครองที่ดินและทรัพย์สินด้านอสังหาริมทรัพย์ได้ไม่เกิดกี่ตารางวาหรือกี่ไร่ 

กฎหมายเหล่านี้หากเกิดขึ้นจริงจึงจะเอื้อต่อการนำไปสู่การทำเกษตรในเมือง และนำแผ่นดินของไทยกลับคืนสู่อ้อมอกแผ่นดินของประเทศชาติบ้านเมืองอย่างแท้จริง เพราะปัจจุบันการไม่มีกฎหมายควบคุมการถือครองที่ดินและอสังหาริมทรัยพ์ ทำให้เกิดการเบียดเบียนกันสูงมาก เกิดกรณี “ปลาใหญ่กินปลาเล็ก” เกิดความไม่เท่าเทียมทางสังคมในด้านของการมีปัจจัยสี่ ซึ่งปัจจัยสี่ควรจะมีอย่างเท่าเทียมกัน เพราะเป็นพื้นฐานการดำรงชีวิต

ปัจจุบันพอไม่มีกฎหมายควบคุมการถือครองที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ในเรื่องของจำนวนการครอบครองต่อหนึ่งตระกูล ทำให้เกิด “นอมินี” ขึ้นจำนวนมากและไปไม่ถึง

เรื่องการทำเกษตรในเมือง ทำได้แค่เพียงกระแส เกิดขึ้นชั่ววูบชั่ววาบเท่านั้น รวมไปถึงยังน่าเสียดายที่บรรพบุรุษของไทย อันได้แก่ บูรพมหากษัตริย์ไทยได้เสียสละชีพกู้ชาติกู้แผ่นดินมา นับตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช, สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชและบูรพมหากษัตริย์ไทยแห่งราชวงศ์จักรีเพื่อให้ประชาชนคนไทยได้มีแผ่นดินอยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข แต่เมื่อถึงปัจจุบันผู้ที่ถือครองที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ในจำนวนที่มากเกินความจำเป็นได้เข้าเบียดเบียนผู้คนอย่างมากด้วยการฮั้วกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนส่วนหนึ่ง

แม้ว่าจะมีเรื่องภาษีถือครองที่ดิน แต่ก็ไม่สามารถควบคุมอำนาจความโลภของคนที่ถือครองที่ดินจำนวนมากได้จึงทำให้การทำเกษตรในเมือง และการเข้าถึงอาหารเกษตรอินทรีย์ของคนเมืองหลวง ยังเป็นเพียงแค่กระแส ไม่ได้เข้าถึงคนเมืองหลวงอย่างจริงจังและยั่งยืน 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชาวบ้านผวา! เจ้าจ๋อเหิมยึด วัด-รร.ปีนสายไฟ จนท.ปศุสัตว์ประสานอุทยานฯ เตรียมจับปล่อย

Posted on June 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/662599

ชาวบ้านผวา! เจ้าจ๋อเหิมยึด วัด-รร.ปีนสายไฟ จนท.ปศุสัตว์ประสานอุทยานฯ เตรียมจับปล่อย

วันศุกร์ ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 19.08 น.

เจ้าจ๋อโผล่กลางเมืองระยองปีนสายไฟ ชาวบ้านผวาปิดบ้านหนี ไม่หนำใจเข้ามาอาศัยในวัด-โรงเรียน เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ประสานอุทยานฯ เตรียมจับปล่อย 

เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 24 มิ.ย.2565 เจ้าหน้ากู้ภัยสว่างพรกุศล ระยอง ได้รับแจ้งว่า มีลิงแสมขนาดใหญ่ ที่เคยออกมาอาละวาด รื้อถังขยะหาอาหารกิน ปีนสายไฟ วิ่งเข้าออกตามบ้านเรือนร้านค้า ใจกลางเมืองระยอง สร้างความโกลาหล และ ความหวาดกลัว ให้กับชาวบ้าน โดยเฉพาะร้านค้าต่างก็ปิดร้าน ปิดหน้าต่าง กลัวลิงจะบุกเข้าไปในบ้าน ซึ่งจุดที่ลิงวิ่งไปมานั้น อยู่ใจกลางเมืองระยอง ถ.จันทอุดม ต.ท่าประดู่ อ.เมือง จ.ระยอง และในวันนี้ ลิงตัวเดิม ก็เข้ามาอยู่ภายในบริเวณวัดป่าประดู่(พระอารามหลวง)ซึ่งมีประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางมากราบไหว้พระนอน เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงเตรียมกล้วยมาล่อหวังให้ลิงเข้ามากินจะได้จับไปปล่อยแต่ก็พบว่าลิงฉลาดมากไม่ยอมให้เข้าใกล้และยังได้ปีนสายไฟข้ามถนนไปยังโรงเรียนวัดป่าประดู่ซึ่งมีนักเรียนเป็นจำนวนมาก 

ต่อมา นายสัตวบาลวุฒิพงษ์ วงธานี เจ้าพนักงานสัตวบาลปฏิบัติงานสำนักงานปศุสัตว์อำเภอเมืองระยอง เดินทางมาถึงที่วัดป่าประดู่เพื่อประเมินสถานการณ์ พบว่าลิงตัวดังกล่าว มีความฉลาด ยากที่จะจับได้ง่ายๆ แต่หากปล่อยไว้ก็จะสร้างความเดือดร้อนให้ประประชาชน เนื่องจากเป็นบริเวณวัดและชุมชนจึงประสานไปยังหน่วยงานรับผิดชอบคือ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์พืช เพื่อให้เข้ามาจับลิงไปปล่อยในพื้นที่อุทยานฯ ซึ่งคาดว่าเจ้าหน้าที่ของกรมอุทยานฯ จะมาดำเนินการได้ในไม่ช้า 

โดยในช่วงเย็นที่ผ่านมา พระครูโสภิตปัญญากรเจ้าอาวาสวัดป่าประดู่(พระอารามหลวง)เจ้าคณะอำเภอเมืองระยอง ได้ให้พระลูกวัดทำการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อภายในบริเวณวัดทั้งหมดเพื่อให้ญาติโยม และนักท่องเที่ยวที่เดินทางมากราบพระนอน และชมโบราณสถานภายในวัด เกิดความมั่นใจในความปลอดภัยเรื่องเชื้อโรค.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,946,991 hits

Join 4,115 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

ครบรอบ 10 ปี ‘คณะแพทยศาสตร์ สจล.’ ยกระดับการศึกษาแพทย์ไทยสู่ระดับนานาชาติ
มมส ยกระดับมาตรฐานสากล ติดทำเนียบ THE Asia University Rankings 2026
อภิสิทธิ์ ซัดกู้ 4 แสนล้าน เพิ่มความเสี่ยงเศรษฐกิจ แซะ อนุทิน แก้ตรงจุด จะได้ไม่ต้องขับ รถพุ่มพวง
นายกฯ อังกฤษระส่ำ รัฐมนตรีช่วยลาออกแล้ว 4 คน บีบให้ลงจากตำแหน่ง
เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ร่วมเป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลอุทิศถวาย พระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
สรุปมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ประจำวันที่ 12 พฤษภาคม 2569
ไทยเป็นเจ้าภาพ การประชุม 'ACI APAC & MID RACE 2026' ดันไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการบินภูมิภาค
บุกทำเนียบไล่บี้อนุทิน ทวงภาษีแม้ว คดีชินคอร์ป1.7หมื่นล.
ใบเตย อาร์สยาม ปล่อยช็อตเด็ดริมทะเล ทำไอจีแทบแตก
‘housewarming’ นิทรรศการผลงานมาสเตอร์พีชและการประมูลครั้งสำคัญ

Recent Posts

  • อัปเดตราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 14 พฤษภาคม 2569 น้ำมันเบนซิน ดีเซล แต่ละปั๊มลิตรละเท่าไร
  • ผอ.เอฟบีไอ โต้เดือดกลางที่ประชุมวุฒิสภา หลังถูกกล่าวหาว่าดื่มหนักระหว่างปฏิบัติหน้าที่
  • “นาอูรู” เตรียมลงประชามติ เปลี่ยนชื่อประเทศเป็น “นาโอเอโร” เพื่อรื้อฟื้นอัตลักษณ์ดั้งเดิม
  • ทรัมป์โพสต์ภาพเวเนซุเอลา เป็นรัฐที่ 51 ของสหรัฐฯ จุดกระแสวิจารณ์ทั่วโลก
  • จีนเรียกร้องปากีสถานเพิ่มบทบาทไกล่เกลี่ยระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d