Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

เอาอีกแล้ว! ‘ทวี ไกรคุปต์’พ่อ’เอ๋ ปารีณา’ชนแล้วหนี ทำลูกสาวทุกข์ใจหนัก

Posted on June 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/662197

เอาอีกแล้ว! 'ทวี ไกรคุปต์'พ่อ'เอ๋ ปารีณา'ชนแล้วหนี ทำลูกสาวทุกข์ใจหนัก

วันพฤหัสบดี ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 12.02 น.

เอาอีกแล้ว! ‘ทวี ไกรคุปต์’ พ่อ’เอ๋ ปารีณา’ชนแล้วหนี ลูกสาวเผยทุกข์ใจ ห้ามแล้วไม่ฟัง

23 มิถุนายน 2565 มีรายงานอุบัติเหตุโดยกล้องหน้ารถบันทึกนาทีรถเก๋งสีขาว ยี่ห้อ นิสันเทียน่า ซึ่งมี นายทวี ไกรคุปต์ พ่อของ นางสาวปารีณา ไกรคุปต์ หรือ เอ๋ อดีต ส.ส.ราชบุรี เป็นผู้ขับขี่ โดยขับรถเบียดกระบะคู่กรณีและขับหลบหนี จนคู่กรณีต้องขับไล่ตามจนเกิดการเบียดกันอีกครั้ง เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นบนถนน เพชรเกษมฝั่งขาเข้ากรุงเทพฯ จ.นครปฐม จนในที่สุดทั้งคู่ต้องไปเคลียร์กันที่ สภ.นครชัยศรี จังหวัดนครปฐม

ขอบคุณภาพ : รายการเที่ยงวันทันเหตุการณ์

ขอบคุณภาพ : รายการเที่ยงวันทันเหตุการณ์

ขอบคุณภาพ : รายการเที่ยงวันทันเหตุการณ์

จากการสอบสวนทราบว่า นายอิสรา เลิศผล เจ้าของรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ สีบอร์นเงิน เลขทะเบียน ฒร 5998 กทม. ขับรถมาจากกำแพงแสนเพื่อจะเดินทางกลับบ้านที่หนองแขม กทม. ช่วงนั้นรถขาเข้ากทม.ไม่ค่อยเยอะมากจึงขับไม่เร็วตนขับอยู่เลนขวาสุด สักพักก่อนถึงจุดเกิดเหตุได้มีรถยนต์เก๋งสีขาวยี่ห้อนิสสันเทียร์น่า เลขทะเบียน กง 8906 ปัตตานี ขับมาเลนสามเข้ามาเบียดบริเวณหน้ารถของตนด้านขวา เกือบจะขึ้นเกาะกลางถนน หลังจากนั้นรถเก๋งคันดังกล่าวก็ขับหนีไป

นายอิสรา กล่าวว่า หลังจากนั้นตนได้ขับตามรถเก๋งไป  จนรถเก๋งคันดังกล่าวขับมาเบียดรถของตนอีกครั้งจนต้องบีบแตรหลายรอบ ให้จอด และตนขับรถแซงมาได้จนสามารถทำให้รถเก๋งสีขาวจอดจากนั้นเพื่อนของตนได้ลงไปสอบถามคนขับรถเก๋งคู่กรณีจนเห็นหน้าเลยจำได้ว่าเป็นพ่อของอดีต ส.ส.หญิงที่ราชบุรี ทราบชื่อนายทวี ไกรคุปต์ อดีตรัฐมนตรี และอดีต ส.ส.ราชบุรี เจ้าของรถเก๋งสีขาว และต่างคนต่างแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาที่เกิดเหตุและทำการแยกรถไปริมถนน คู่กรณีตกลงกันไม่ได้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแนะนำให้ไปที่ สภ.นครชัยศรี ทางตนจึงได้นำหลักฐานจากกล้องหน้ารถให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้ในสำนวน

จากนั้น ทางพนักงานสอบสวนได้ทำการสอบสวนทางนายทวี แต่ทางนายทวีไม่ยอมรับว่า เป็นฝ่ายผิด จะเรียกร้องค่าเสียหายจากคู่กรณี และช่วงระหว่างการลงบันทึกประจำวันนายทวีฯได้ร้องขอพิสูจน์หลักฐาน 7 มาตรวจสอบ ที่รถและจะเอาผิดเรื่องเจ้าของรถกระบะให้ถึงที่สุด ทางพนักงานสอบสวนได้ทำการสอบสวนเพื่อดำเนินคดีต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้นายทวี ได้เคยเกิดเรื่องขับรถเบนซ์เฉี่ยวชนมาแล้วเมื่อปี 63

ล่าสุด เอ๋ ปารีณา ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบายว่า กำลังเกิดความทุกข์ใจอย่างมาก เพราะทุกคนห้ามคุณพ่อแล้ว เรื่องขับรถ แต่ท่านไม่ฟังใคร 

” อยากจะเรียนถามนักกฏหมายเก่งๆว่า ถ้ากรณีอย่างนี้ จะทำอย่างไรให้คุณพ่อเลิกขับรถได้บ้างคะ ในเมื่อรถยนต์ก็ไม่ใช่ของเราและคุณพ่อไม่ยินยอม ไม่ฟังคนในครอบครัว ไม่ฟังใครเลย ทุกข์ใจค่ะ

ข่าวนี้ขายได้ แต่ต้องขอบคุณสื่อที่วันนี้ไม่บูลลี่คุณพ่อทวี เพราะคนที่มีพ่ออายุมาก..จะเข้าใจปารีณา “

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ครบ4ปีเหตุการณ์ระทึกช่วยชีวิต13หมูป่าติดถ้ำหลวง เร่งปรับปรุงรับนทท.ช่วงฤดูหนาว

Posted on June 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/662180

ครบ4ปีเหตุการณ์ระทึกช่วยชีวิต13หมูป่าติดถ้ำหลวง เร่งปรับปรุงรับนทท.ช่วงฤดูหนาว

วันพฤหัสบดี ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 11.20 น.

ครบ 4 ปีเหตุการณ์ช่วยชีวิต 13 หมูป่าติดถ้ำหลวง อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ปีนี้จัดเรียบง่ายเร่งปรับปรุงรับนักท่องเที่ยวเข้าฤดูหนาว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (23 มิ.ย.65) ตรงการเกิดเหตุการณ์วันแรกกรณีเยาวชนจากทีมฟุตบอลหมูป่า อะคาเดมี จำนวน 13 คนได้หลงเติดอยู่ในถ้ำหลวง อุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน (เตรียมการ) ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.2561 โดยปีนี้ถือเป็นการครบรอบการเกิดเหตุการณ์เป็นปีที่ 4 ซึ่งในปีนี้ ทางอุทยานฯไม่ได้มีการเปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าไปไว้อาลัยหรือชมสถานที่เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ต่างๆ แต่อย่างใด เนื่องจากทางกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้มีโครงการปรับปรุงพื้นที่อุทยานฯ 

โดยมีการปรับภูมิทัศน์บริเวณหน้าหรือปากทางถ้ำหลวง อนุสาวรีย์นาวาตรีสมาน กุนัน หรือ “จ่าแซม” ผู้เสียสละชีวิตในเหตุการณ์ช่วยเหลือทั้ง 13 คน รวมทั้งมีการพัฒนาถนนเชื่อมจากถ้ำหลวงไปยังขุนน้ำนางนอน หรือ สระน้ำมรกต ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร เพื่อให้ประชาชนสามารถเดินทางได้โดยสะดวกกว่าเดิมอีกด้วย ฯลฯ โดยคาดว่าจะสามารถเปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าชมถ้ำหลวงในวันที่ 1 ต.ค.2565 นี้

กระนั้นเมื่อวันที่ 22 มิ.ย.ที่ผ่านมาได้มีการจัดพิธีเพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ด้วยเช่นกัน โดย ดร.ฉวีวรรณ คำพา นายกสมาคมส่งเสริมการเลี้ยงไก่แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นประธานในพิธีทำบุญบริเวณหน้าถ้ำหลวงโดยมีผู้บริหารอุทยานฯ เยาวชนหมูป่าทั้ง 13 คน  เดินทางไปร่วมงาน พิธีมีการบวงสรวงเจ้าแม่นางนอนและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 39 รูป และพิธีทำบุญสืบชะตาโดยเป็นการจัดพิธีอย่างเรียบง่ายและเป็นไปด้วยความเรียบร้อยก่อนที่ทางอุทยานฯ จะปิดสถานที่เพื่อทำการปรับปรุงตามแผนงานต่อไป – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

พ่อค้าถ่านนำเข้าจากพม่าปรับขึ้นราคากระสอบละ 10 บาทตามน้ำมันแพง ลูกค้าเผยยังรับได้

Posted on June 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/662178

พ่อค้าถ่านนำเข้าจากพม่าปรับขึ้นราคากระสอบละ 10 บาทตามน้ำมันแพง ลูกค้าเผยยังรับได้

วันพฤหัสบดี ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 10.49 น.

ร้านขายถ่านที่นำเข้าจากพม่าปรับราคาขึ้นกระสอบละ 10 บาทจากกระสอบ 15 กิโลกรัม 200 บาทขึ้นเป็น 210 บาท หลังน้ำมันดีเซลราคาแพงขึ้นและก๊าซหุงต้มกำลังจะปรับราคาขึ้นในวันที่ 1 ก.ค.นี้ ขนาด 15 กิโลกรัมอยู่ที่ถังละ 408 บาททำให้ประชาชนหันมาใช้เตาถ่านมากขึ้น เผยทางร้านไม่กล้าปรับราคาถ่านขึ้นมากเนื่องจากสงสารลูกค้าคนซื้อ ส่วนลูกค้าพอใจถือว่าไม่แพง ยังรับได้

วันนี้ (23 มิ.ย.65) ที่ร้านขายถ่านของนางสายเพชร แซ่ลิ่ม อายุ 64 ปี บ้านเลขที่ 222/1-3 ถนนไทรบุรี เขตเทศบาลนครสงขลา อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นห้องแถว 3 ห้อง เปิดเป็นร้านขายถ่านมาเป็นเวลานานกว่า 70 ปีโดยรับช่วงเป็นรุ่นที่ 2 จากคุณพ่อและขายถ่านเรื่อยมาจนถึงปัจจุบันนี้ ลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นลูกค้าขาประจำและขาจรที่ยังคงมาซื้อถ่านที่ร้านอย่างต่อเนื่อง ส่วนใหญ่จะเป็นลูกค้าประเภทขายของปิ้งย่าง ที่ต้องใช้เตาถ่านในการปิ้งย่างรวมทั้งร้านขนมไข่เตาถ่าน 2-3 ร้านที่จำเป็นต้องใช้ถ่าน เนื่องจากถ่านที่ร้านเป็นถ่านที่มีคุณภาพ เป็นถ่านอัดเเท่ง ถ่านไม้ทุกชนิด นำเข้ามาจากประเทศพม่า ตัวถ่านทำมาจากไม้ชั้นดี จุดไฟติดง่าย ไม่มอดดับเร็ว อึด ทน อยู่ได้นาน มีคุณภาพอย่างมาก ไร้กลิ่น ไร้ควัน

โดยทางร้านมีรถบรรทุก 10 ล้อขึ้นไปรับถ่านนำเข้าจากประเทศพม่าที่จังหวัดระนองเองทุกๆ 10 วันในแต่ละเที่ยวจะนำถ่านกระสอบละ 15 กิโลกรัม เข้ามาประมาณ 1,000 กระสอบ โดยไม่ต้องว่าจ้างคนอื่นให้บรรทุกมา ซึ่งจะต้องเสียค่าใช้จ่ายมากขึ้น เนื่องจากในช่วงนี้ราคาน้ำมันดีเซลแพงขึ้นในการนำรถบรรทุกไปรับถ่านนำเข้าจากประเทศพม่าที่จังหวัดระนอง แต่ละเที่ยวจะเสียค่าใช้จ่ายค่าน้ำมันเชื้อเพลิงซึ่งเป็นน้ำมันดีเซล เพิ่มขึ้นอีก 1,000 บาททั้งไปและกลับทำให้ทางร้านสามารถปรับราคาขึ้นเป็นค่าขนส่งเพียงกระสอบละ 10 บาทเท่านั้น ซึ่งตรงนี้ลูกค้าที่มาซื้อถ่านทุกคนพอใจเนื่องจากราคาไม่แพงเกินไปสามารถรับได้

ในขณะเดียวกันเนื่องจากจะมีการปรับราคาขายปลีกก๊าซหุงต้ม (LPG) ที่ 408 บาทต่อถัง ขนาด 15 กิโลกรัม เป็นเวลา 3 เดือนตั้งแต่เดือน ก.ค.-ก.ย.65 ส่งผลทำให้ประชาชนหันกลับมาใช้เตาถ่านมากขึ้นเพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายและอาจทำให้มีการปรับราคาถ่านจากต้นทางจังหวัดระนองที่นำเข้าถ่านจากประเทศพม่าอีกครั้งหนึ่ง ก็คงจะต้องรอดูว่าต้นทางที่ส่งถ่านข้ามประเทศมาจากประเทศพม่าจะมีการปรับราคาขึ้นอีกหรือไม่

นางสายเพชร แซ่ลิ่ม เจ้าของร้านขายถ่านในพื้นที่เมืองสงขลากล่าวว่า ถ่านที่ร้านนำมาจากจังหวัดระนองซึ่งเป็นถ่านนำเข้าจากประเทศพม่าในช่วงนี้ราคาถ่านปรับขึ้นนิดหน่อยเพราะไม่กล้าขึ้นเยอะสงสารคนซื้อก็จากกระสอบ 15 กิโลกรัม 200 บาทขึ้นเป็น 210 บาทลูกค้าก็ไม่ว่าอะไรพอใจราคาไม่แพงเกินรับได้

ส่วนในกรณีที่จะมีการปรับราคาแก๊สขึ้นและประชาชนหันมาใช้ถ่านมากขึ้นอันนี้แน่นอน ส่วนจะมีการปรับราคาถ่านขึ้นอีกหรือไม่นั้นก็ขึ้นอยู่กับทางจังหวัดระนองซึ่งเป็นต้นทาง หากทางจังหวัดระนองขึ้นราคามา ทางเราจำเป็นก็ต้องขึ้นราคาเช่นเดียวกัน แต่หากไม่มีการขึ้นราคาทางเราก็ไม่กล้าขึ้น

ในส่วนเรื่องน้ำมันดีเซลที่มีราคาแพงขึ้น แต่เนื่องจากทางเราใช้รถเราไปบรรทุกถ่านเอง เราก็เลยไม่กระทบมาก แต่ถ้าเราจ้างเขาบรรทุกถ่านมามันก็แพงอยู่แล้วเพราะเขาต้องบวกค่าใช้จ่ายหลายอย่าง แต่นี่เราไปเอาเองก็ขึ้นนิดหน่อยสงสารคนซื้อ

“ในแต่ละครั้งทางร้านไปบรรทุกมาประมาณ 1,000 กระสอบๆละ 15 กิโลกรัมขายหมดประมาณ 10 วันก็ไปเอาถ่านมาใหม่ โดยทางเราจะไปเอาถ่านทุก 10 วัน ในส่วนค่าใช้จ่ายที่เรานำรถไปบรรทุกถ่านเองค่าน้ำมันเพิ่มขึ้นไปอีกประมาณ 1,000 บาทในแต่ละเที่ยวทั้งไปและกลับ” นางสายเพชร กล่าว 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘มนัญญา’สั่ง’กวก.’คุมเข้มลักลอบนำเข้าเมล็ดพันธุ์กัญชาชายแดนกำชับใช้ กม.ลงโทษหนักสุด

Posted on June 23, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/662176

'มนัญญา'สั่ง'กวก.'คุมเข้มลักลอบนำเข้าเมล็ดพันธุ์กัญชาชายแดนกำชับใช้ กม.ลงโทษหนักสุด

วันพฤหัสบดี ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 10.18 น.

“มนัญญา ไทยเศรษฐ์” สั่งกรมวิชาการเกษตร เข้มงวดตรวจสอบนำเข้าเมล็ดพันธุ์ต้นกล้ากัญชาเข้มงวด หลังได้รับรายงานจังหวัดชายแดนมีการลักลอบนำเข้าเมล็ดพันธุ์และต้นกล้ากัญชาจำนวนมาก พร้อมสั่งลงโทษตามกฎหมายสูงสุด อธิบดีกรมวิชาการเกษตรเร่งประสานทุกหน่วยงานในพื้นที่บูรณาการจัดการลักลอบนำเข้า ผู้ที่ทราบเบาะแสแจ้งได้ที่สายด่วน 1174

นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า ตอนนี้ทราบว่าจังหวัดชายแดนมีการลักลอบนำเข้าเมล็ดพันธุ์กัญชา และต้นกล้ากัญชาเป็นจำนวนมาก และขายทั้งเมล็ดพันธุ์และต้นกล้าอย่างแพร่หลาย ทั้งที่กรมวิชาการเกษตรได้ออกประกาศควบคุมนำเข้าเมล็ดพันธุ์กัญชาและควบคุมป้องกันโรคและแมลงศัตรูพืชที่ติดมากับเมล็ดพันธุ์อย่างเข้มงวด ซึ่งได้รายงานให้นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับทราบเรื่องดังกล่าวแล้วและได้สั่งการให้กรมวิชาการเกษตร เร่งดำเนินการอย่างเร่งด่วนเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของเกษตรกรและป้องกันไม่ให้มีแมลงศัตรูพืชต่างถิ่นติดเข้ามาแพร่ระบาดภายในประเทศ ซึ่งกรมวิชาการเกษตรได้ดำเนินการตามข้อสั่งการ ดังนี้

(1) ด่านตรวจพืชทุกด่านตรวจการนำเข้าเมล็ดพันธุ์และต้นกล้ากัญชาอย่างเข้มงวด และให้อธิบดีสนับสนุนอัตรากำลัง เครื่องมือ และอุปกรณ์เพื่อการป้องกันการลักลอบนำเข้าเมล็ดพันธุ์และต้นกล้ากัญชาจากประเทศเพื่อนบ้าน “เป็นการเฉพาะกิจ”

(2) ให้บังคับใช้กฎหมายกับกลุ่มคนที่ลักลอบนำเข้าเมล็ดพันธุ์และต้นกล้ากัญชาอย่างรุนแรงและทันที ตามโทษสูงสุดที่กฎหมายทุกฉบับที่บังคับใช้อย่างจริงจัง

(3) ให้ประสานงานทุกหน่วยราชการสังกัดกระทรวงเกษตรในพื้นที่ให้ช่วยบูรณาการจัดการการลักลอบนำเข้าเมล็ดพันธุ์และต้นกล้ากัญชา และอำนวยความสะดวกกับทุกหน่วยงานที่สนับสนุน

(4) ให้ขอความร่วมมือ สนับสนุนและปฏิบัติการร่วมกันกับเจ้าหน้าที่ สตช. เจ้าหน้าที่กรมศุลกากร และเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเพื่อป้องกันการลักลอบ และการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายนี้เป็นงานสำคัญเร่งด่วน

(5) ให้รายงานผลการปฏิบัติงานให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทราบทุกระยะ พรัอมกับขอให้พี่น้องสื่อมวลชนทุกแขนงเพื่อเป็นหูเป็นตาให้ทางราชการด้วย

(6) ประชาชนสามารถรายงานตรงเจ้าหน้าที่กรมวิชาการเกษตร ได้ที่สายด่วน 1174 หรือเจ้าหน้าที่กรมวิชาการเกษตร และเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นทุกจังหวัด

“การนำเข้าเมล็ดพันธุ์ควบคุมโดยไม่ได้รับอนุญาตมีความผิดตามพระราชบัญญัติพันธุ์พืชมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 4,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับส่วนการนำเข้าที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายกักพืช  นำเข้า/นำผ่านโดยไม่มีใบอนุญาตนำเข้า ไม่นำเข้า/นำผ่านทางด่านตรวจพืช มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ” อธิบดีกรมวิชาการเกษตร  กล่าว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หนุ่มกระบี่เดือดถือมีดพร้า-ขวานไล่ ตร.นอกเครื่องแบบหลังบุกบ้านหวังจับดื่มน้ำกระท่อม

Posted on June 23, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/662174

หนุ่มกระบี่เดือดถือมีดพร้า-ขวานไล่ ตร.นอกเครื่องแบบหลังบุกบ้านหวังจับดื่มน้ำกระท่อม

วันพฤหัสบดี ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 09.54 น.

เมื่อวันที่ 22 มิ.ย.65 ที่ผ่านมาจากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้โพสต์คลิปวิดีโอเผยให้เห็นตำรวจนอกเครื่องแบบจำนวนหลายนายขับรถยนต์ของ สภ.ปลายพระยา อ.ปลายพระยา จ.กระบี่ เข้ามาจอดในเขตบ้านและได้พยามที่จะจับตัวชายคนหนึ่ง ซึ่งชายคนดังกล่าวแจ้งว่าตนไม่ได้ทำอะไรผิด มีเอกสารอะไรหรือไม่ที่มาจับก่อนที่จะถือมีดพร้าและขวานออกมาไล่ให้ตำรวจออกไปจากเขตบ้าน ก่อนที่ตำรวจจะยอมถอยรถออกไปจอดอยู่ริมถนน

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้สอบถามเจ้าของคลิปซึ่งเป็นชายในภาพ เล่าว่า ตนเพิ่งกลับจากกรุงเทพฯ หลังจากที่ว่างงานและกำลังส่งใบสมัครงานโดยในวันเกิดเหตุยอมรับว่ากำลังดื่มน้ำกระท่อม แต่ในเมื่อกระท่อมถูกกฎหมายทางตำรวจก็ไม่สามารถจับได้และตนก็ไม่ได้ผสมอะไรที่นอกเหนือจากน้ำอัดลม

ในวันเกิดเหตุได้มีตำรวจกลุ่มดังกล่าวซึ่งไม่ทราบว่าเป็นตำรวจจริงหรือไม่ขับรถเข้ามาจอดข้างบ้านพยามจับตน แม่ของตนก็เข้าไปถามว่าตนผิดอะไร ก็ไม่มีใครบอก ตนก็เลยเข้าไปในบ้านแม่ เอามีดพร้าออกมา พร้อมทั้งพูดถามว่า “ผมผิดอะไร มีเอกสารหมายจับหมายค้นหรือไม่” แต่ก็ไม่มีใครบอกก็เลยบอกไปว่าให้ออกไปและตนก็ยังถามว่าจะจับอะไร ทำไมไม่ไปจับคนขายยาบ้า จากนั้นทางตำรวจก็ขับรถออกไปจอดริมถนน ก่อนที่จะขับรถกลับไปตามในคลิป ซึ่งตนมองว่า ตนไม่ได้ทำอะไรผิดเลย กระท่อมก็ถูกกฎหมายแล้วด้วย – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ปิดตำนาน 30 ปี ร้านน้ำโหลแก้วโรงเรียนดัง ไปต่อไม่ไหว อึ้ง!ค่าต่อสัญญาขั้นตํ่า 3 ปี 3 ล้าน

Posted on June 23, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/662169

ปิดตำนาน 30 ปี ร้านน้ำโหลแก้วโรงเรียนดัง ไปต่อไม่ไหว อึ้ง!ค่าต่อสัญญาขั้นตํ่า 3 ปี 3 ล้าน

วันพฤหัสบดี ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 09.10 น.

วันที่ 23 มิถุนายน 2565 เฟซบุ๊กแฟนเพจ Tea Lek ร้านน้ำโหลแก้วในตำนาน ซึ่งขายที่โรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่งย่านบางเขน ได้โพสต์ข้อความเมื่อวันที่ 20 มิ.ย.65 ระบุว่า “นับถอยหลัง 8 วัน ร้านน้ำโหลแก้วในตำนาน โรงเรียนแห่งหนึ่งกำลังจะปิดตัวลง ใครคิดถึงหรืออยากกินยังเข้าหาที่โรงเรียนได้ ตั้งแต่ พรุ่งนี้ จนถึง วันที่ 28 มิถุนายน 2565 แต่หลังจากนั้นทางร้านจะเปิดขายแบบออนไลน์ ใครสนใจ สามารถติดตามในช่องทางเพจของร้านนะ”

ต่อมาเมื่อวันที่ 22 มิ.ย. ได้โพสต์อีกครั้ง ระบุว่า “เนื่องจาก เหลือเวลา อีกแค่ 4 วัน (วันทำการ) ที่จะได้ขายที่โรงเรียน ทางร้าน อยากขอบคุณนักเรียนศิษย์เก่า ในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา ที่อุดหนุน ทางร้านมาโดยตลอด

ในวันที่ 28 มิถุนายน 2565 นี้ จะเป็นวันสุดท้ายของการขายใน โรงเรียน ศิษย์เก่า ท่านไหน อยากเข้ามาหา สามารถเข้ามาได้นะครับ ทางร้าน ขออนุญาต แจกน้ำฟรี ให้กับ ศิษย์เก่าที่เข้ามานะครับ ช่วงเวลาตั้งแต่ 14.00 เป็นต้นไป (แต่ท่านใดสะดวกช่วงเช้า หรือสาย ก็สามารถเข้ามาได้นะครับ แต่อาจจะคนเยอะ เนื่องจากเป็นเวลาพักของ เด็กนักเรียนในรุ่นปัจจุบัน) ขอบคุณอย่างสูง”

ทั้งนี้ โพสต์ดังกล่าวมีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นมากมาย ทั้งพูดถึงเมนูน้ำที่ตนเองชื่นชอบ และพูดถึงความทรงจำที่มีต่อร้าน โดยทางร้านระบุเหตุผลที่ไม่ได้ขายต่อที่โรงเรียน เนื่องมาจากสัญญาค่าเช่าที่พุ่งสูง โดยขั้นต่ำที่ รร.ตั้งไว้ คือ 3 ล้านต่อสัญญา 3 ปี 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปแนวหน้า : เหลียวมอง‘ศรีลังกา’ในวิกฤต ‘นโยบายเกษตร’อีกปัจจัย..มีผล!

Posted on June 23, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/662031

สกู๊ปแนวหน้า : เหลียวมอง‘ศรีลังกา’ในวิกฤต ‘นโยบายเกษตร’อีกปัจจัย..มีผล!

วันพฤหัสบดี ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

“เรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร” เชื่อได้ว่าปัจจุบันน่าจะเป็นคำถามที่อยู่ในใจของชาว “ศรีลังกา” จำนวนมาก เมื่อสถานการณ์ภายในประเทศเข้าขั้นวิกฤต โดยรายงานข่าวเมื่อวันที่ 21 มิ.ย. 2565 ระบุว่า ถึงขนาดต้อง “ชัตดาวน์” ปิดโรงเรียนและบริการของรัฐบาลที่ไม่จำเป็นทั้งหมดเป็นเวลา 2 สัปดาห์ ท่ามกลางความขาดแคลนทั้งพลังงานเชื้อเพลิงและอาหาร ซึ่งศรีลังกากำลังเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจครั้งร้ายแรงที่สุดในรอบ 70 ปี โดยมีความหวังอยู่ที่การขอกู้เงินจาก กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) มาใช้บรรเทาผลกระทบและฟื้นฟูประเทศ

ที่ผ่านมา มีการวิเคราะห์สาเหตุของวิกฤตที่เกิดในศรีลังกา ซึ่งมีอยู่หลายปัจจัย หนึ่งในนั้นคือ “การเปลี่ยนนโยบายด้านเกษตรกรรมกลับทิศแบบก้าวกระโดด”โดยในงานเสวนา “เคมี พระเอกหรือผู้ร้าย ครั้งที่ 3” หัวข้อ“อินทรีย์-เคมี โอกาสของไทย ภายใต้วิกฤตอาหารโลก”จัดโดย กลุ่มอุตสาหกรรมเคมี สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ร่วมกับสมาคมวิทยาการวัชพืชแห่งประเทศไทยและสมาคมการค้าปุ๋ยและธุรกิจการเกษตร เมื่อวันที่ 21 มิ.ย. 2565 ก็มีการหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดถึงเป็นอุทาหรณ์

จรรยา มณีโชติ นายกสมาคมวิทยาการวัชพืชแห่งประเทศไทย และอดีตผู้เชี่ยวชาญด้านวัชพืช สำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช กรมวิชาการเกษตร กล่าวว่าที่ประเทศศรีลังกา มีความพยายามไปสู่ความเป็น “ประเทศปลอดเกษตรเคมี 100%” โดย โกตาบายา ราชปักษา (Gotabaya Rajapaksa) ประธานาธิบดีคนปัจจุบัน เคยหาเสียงไว้ว่าหากตนเองมีอำนาจจะผลักดันเรื่องดังกล่าวให้ได้ ซึ่งเมื่อชนะเลือกตั้งได้เป็นผู้นำประเทศก็เริ่มดำเนินการทันที โดยมีแรงกดดันมาจากปัญหาค่าเงิน ทำให้ศรีลังกาต้องนำเข้าปุ๋ยเคมีและสารเคมีกำจัดศัตรูพืชในราคาแพงขึ้น

“ปกติศรีลังกาต้องซื้อปุ๋ย ซื้อสารเคมีกำจัดศัตรูพืชเข้าประเทศ คิดแล้วประมาณ 400 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 1.2 หมื่นล้านบาท) เขาก็มองว่าเงินก็ช็อตแล้วนะ แล้วเราก็มีนโยบายเกษตรอินทรีย์ เรียกว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกถึง 2 ตัวก็สั่งห้ามนำเข้าปุ๋ยเคมี ห้ามนำเข้าสารเคมี ประหยัดสตางค์ดีนะ ประหยัดไปได้ 400 ล้านเหรียญสหรัฐ ปรากฏว่าพอแบนไปได้ 6 เดือน เกิดอะไรขึ้น? ผลผลิตข้าวฤดูที่เขาทำ ลดลงไปเลย 33% ปรากฏว่าเกิดการขาดแคลน ก็ต้องสั่งนำเข้าข้าวจากจีนกับอินเดีย เข้าไปอีกตั้ง 6 แสนกว่าตัน เอาไปให้คนของเขากิน” จรรยา กล่าว

นอกจากเกิดภาวะขาดแคลนอาหารแล้ว รัฐบาลศรีลังกายังต้องใช้งบประมาณ 349 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 1 หมื่นล้านบาท เพื่อจ่ายเงินเยียวยาให้กับชาวนา เนื่องจากพบว่าการเปลี่ยนจากเกษตรเคมีเป็นเกษตรอินทรีย์ไม่ได้ปริมาณผลผลิตข้าวตามที่คาดหวังไว้ ซึ่งนอกจากข้าวแล้ว ชาซึ่งถือเป็นพืชเศรษฐกิจอีกชนิดของศรีลังกา นโยบายดังกล่าวได้ทำให้ปริมาณผลผลิตลดลงร้อยละ 35 คิดเป็นมูลค่าความเสียหาย 425 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 1.2 หมื่นล้านบาทภายในเวลาเพียง 6 เดือนหลังเดินหน้านโยบายเกษตรปลอดสารเคมี 100%

การปรับนโยบายดังกล่าวยังส่งผลให้ราคาอาหารในประเทศเพิ่มขึ้นจากเดิมถึง 5 เท่า มีคนยากจนเพิ่มขึ้นถึง5 แสนคนภายในเวลาเพียง 1 ปี กลายเป็นปัญหาคู่กับระหว่างวิกฤตเศรษฐกิจ (Economics Crisis) กับวิกฤตอาหาร (Food Crisis) โดยการแบนปุ๋ยเคมีและสารเคมีกำจัดศัตรูพืชในศรีลังกานั้นเริ่มต้นในช่วงฤดูฝนอันเป็นฤดูเพาะปลูก เมื่อไม่มีตัวช่วยบำรุงดูแล ผลผลิตที่ได้ก็น้อยลงทันที

“เขามีการสรุปของเขา มันล้มเหลวเพราะว่าการทำเกษตรอินทรีย์ชั่วข้ามคืนของเขาคือตัดสินใจเร็วมาก มันสั้นเกินไป เกษตรกรปรับตัวไม่ทัน แล้วรัฐบาลเองก็ไม่สามารถ Supply (จัดหา) เรื่องของปุ๋ยอินทรีย์ให้ได้ สั่งปุ๋ยอินทรีย์มาจากจีน ลงเรือมา ปรากฏว่าพอมาถึงประเทศเขา สุ่มปุ๊บเจอเออร์วิเนีย (Erwinia) คือแบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรคเน่าในผัก ก็ต้อง Reject (ปฏิเสธ) กลับไป แล้วมันก็วุ่นวายไปหมดเพราะว่ามันไม่ได้เป็นอย่างที่คิด แล้วรัฐบาลก็ไม่สามารถ Support (สนับสนุน) ปุ๋ยอินทรีย์ให้พื้นที่ทั้งศรีลังกาได้

แล้วการตัดสินใจเรื่องพวกนี้ จริงๆ ไม่ใช่นักวิชาการเขาไม่เตือน ก็มีคนออกมาเตือนเยอะแยะ 30 กว่าหน่วยงาน ก็ไม่ฟัง อันนี้ก็เลยเป็นที่มาของความล้มเหลวของเขา คือเขาประกาศแบนสารเคมีทั้งประเทศเดือน เม.ย. 2564 พอเดือน พ.ย. 2564 กลับมาอนุญาตให้ใช้ปุ๋ยเคมีได้ แต่ยังห้ามใช้สารกำจัดศัตรูพืชไม่ว่าจะเป็นโรคหรือแมลง วัชพืช ยังห้ามใช้อยู่” จรรยา ระบุ

นายกสมาคมวิทยาการวัชพืชแห่งประเทศไทย ชี้ว่าศรีลังกาเคยมีบทเรียนเรื่องความพยายามเลิกใช้สารเคมีในภาคเกษตรมาแล้วหลายครั้ง เช่น ในปี 2547 มีการห้ามใช้สารพาราควอต (Paraquat) หลังเกิดกรณีคนนำไปดื่มเพื่อฆ่าตัวตาย ในเวลานั้นเกษตรกรไม่ได้ต่อต้านอะไรเพราะยังมีสารไกลโฟเซต (Glyphosate) ให้ใช้ ต่อมาในปี 2558 มีการอ้างงานวิจัยว่าไกลโฟเซตอาจทำให้เกิดโรคมะเร็งและโรคไตเรื้อรัง จึงสั่งแบนไกลโฟเซตเป็นสารตัวที่ 2 ส่งผลให้ธุรกิจใบชาได้รับความเสียหายอย่างมาก อีกทั้งยังพบการลักลอบนำเข้าไกลโฟเซตจากประเทศเพื่อนบ้านมาใช้

ทำให้ในปี 2561 รัฐบาลศรีลังกาในขณะนั้น ตัดสินใจยกเลิกประกาศห้ามใช้ไกลโฟเซต เปลี่ยนเป็นการจำกัดให้ใช้ได้เฉพาะในพืชบางชนิด เช่นชา ยางพารา กระทั่งในปี 2564 เมื่อมีการเดินหน้านโยบายปลอดเกษตรเคมี 100% ไกลโฟเซตจึงถูกแบนอีกครั้ง ทั้งนี้ ประกาศห้ามใช้ไกลโฟเซตที่ออกมาครั้งแรกเมื่อปี 2558 ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงหลายประการ อาทิ ผลผลิตใบชาลดลงถึง 40 ล้านกิโลกรัม ภายในเวลาเพียง 1 ปี

“ปัญหาสำคัญคือ Quality (คุณภาพ) ของใบชาเขาเสียหายมาก เพราะว่ามีวัชพืชปนไปกับใบชา ทำให้รสชาติใบชาเขาเสีย แล้วเกษตรกรเขาโดนงูกัดตายเยอะมาก เพราะวัชพืชมันรกมาก เกษตรกรทำไม่ทัน แล้วก็ปัญหาอีกอันคือส่วนใหญ่ศรีลังกาจะปลูกชาในที่สูงเป็น Slope (ทางลาด) ฉะนั้นพอเขาไปใช้การดายหญ้า แรงงานคนไปดายหญ้า มันก็เกิด Erosion (การพังทลาย) เยอะ นึกออกไหม? พอฝนตกดินมันก็ไหล ปกติถ้าเขาใช้ไกลโฟเซต รากข้างล่างมันไม่เป็นอะไรและไม่กระเทือนหน้าดิน เวลาฝนตกมันก็ไม่ชะไปมาก

แต่พอใช้แรงงานไปดายหญ้ามันเกิดปัญหา Erosion เยอะมาก แล้วพื้นที่ปลูกใบชาเกษตรกรก็ทำไม่ไหว ก็ลดลงไป 10% ก็เยอะมากเป็นแสนไร่ อันนี้เป็นสาเหตุที่ทำไมเขาถึงกลับมาให้ใช้อีก เพราะข้ออ้างที่รัฐบาลศรีลังกาบอกว่ามันอาจเป็นสาเหตุโรคไตเรื้อรังไหม? หรือเป็นสารก่อมะเร็งไหม? มันไม่มีการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ ฉะนั้นก็เลยต้องกลับมา ก็เลยมองว่าตอนนี้นโยบาย No Pesticide (ห้ามใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช) ของเขา คือปุ๋ยเคมีโอเคแล้ว แต่ยัง No Pesticideศรีลังกาจะรอดจาก Food Crisis ไหม? อันนี้ก็คิดเป็นโจทย์ไว้”จรรยา กล่าวทิ้งท้าย

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

การทำบุญ ไม่จำเป็นต้องมีเงินทองข้าวของตั้งแสนตั้งล้านมาทำ เราทำด้วยน้ำใจ

Posted on June 23, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/662118

การทำบุญ ไม่จำเป็นต้องมีเงินทองข้าวของตั้งแสนตั้งล้านมาทำ เราทำด้วยน้ำใจ

วันพุธ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 19.37 น.

การทำบุญ ไม่จำเป็นต้องมีเงินทองข้าวของตั้งแสนตั้งล้านมาทำ เราทำด้วยน้ำใจ เรามีมากน้อยทำตามกำลังศรัทธาความสามารถของเรา เช่น ให้ทาน เรามีอะไรเราก็ทาน น้ำใจเป็นสำคัญมาก วัตถุเป็นเครื่องประกอบ ถ้าวัตถุของเราไม่ดีไม่เยี่ยมสมใจที่อยากมี เอ๊า เรามีอะไรก็ทานอันนั้น ด้วยน้ำใจที่รักบุญรักทาน ก็ได้บุญมากเช่นเดียวกัน ข้อสำคัญอยู่ที่น้ำใจ เอ้า วัตถุดีด้วย น้ำใจดีด้วย ก็ยิ่งเพิ่มขึ้นไปอีกและภาวนาพุทฺโธ ธมฺโม สงฺโฆ อย่าละอย่าวาง อยู่ที่ไหนก็นึกพุทโธ ถึงองค์ศาสดาได้ ผลที่ปรากฏขึ้นมาก็คือความรู้ได้แก่ใจของเรานี้เด่นดวง

เราระลึกถึงพระพุทธเจ้าไม่ได้หมายจะเอาความสุขความสบาย ผลประโยชน์อันใดน้อมถวายพระพุทธเจ้า เราระลึกถึงพระพุทธเจ้าคือพุทธะ ก็หมายถึงความระลึกรู้จิตตัวเอง ที่มีอยู่กับตัวเรานี้แลให้เป็นความรู้ที่เด่นดวงขึ้นมา แต่อาศัยพระนามของพระพุทธเจ้า ชื่อของพระพุทธเจ้า เข้ามาบริกรรมภายในจิตใจ ว่าพุทโธๆ เพื่อส่งเสริมจิตของเราต่างหาก เมื่อพุทโธ กับความรู้ของเรากลมกลืนกันอย่างสนิทแล้ว คำว่าพุทโธอันแท้จริง ก็คือความรู้ของเราที่เด่นดวงอยู่ในเวลานั้นนั่นแล อันเป็นผลมาจากการภาวนาพุทโธ นี่ก็เป็นบุญอันหนึ่ง เป็นความผาสุกเย็นใจไม่มีสิ้นสุด ตามแต่ผู้ภาวนาได้มากน้อย ให้พากันบำเพ็ญคุณงามความดีดังที่กล่าวมา ใจจะมีที่ยึดที่เกาะ ใจจะไม่ว้าเหว่เคว้งคว้าง ใจจะมีความสุข ความอบอุ่นประจำตนในที่ทุกสถานตลอดกาลทุกเมื่อ

อย่าตำหนิติเตียนตนเองว่าบุญน้อยวาสนาน้อย ว่าทุกข์ว่าจน คนเราถ้าพูดถึงเรื่องทุกข์แล้ว ทุกข์ด้วยกันทุกคน ทุกๆ คนทั้งคนมีคนจน คนโง่ คนฉลาด เกิดมาทีแรกผ้าผืนหนึ่งก็ไม่ได้ติดตัวมา มีแต่ร่างเปล่าๆ เท่านั้น สิ่งเหล่านี้มีอยู่กับโลก ร่างกายนี้ก็คือธาตุสี่ ดิน น้ำ ลม ไฟ ผสมกันเข้า มีจิตเข้าไปเป็นตัวการยึดครองเป็นเจ้าของ ก็แปรรูปมาเป็นหญิงเป็นชายเป็นสัตว์เป็นบุคคลดังที่เห็นกันอยู่นี่แล เวลาจะตายก็ต้องสละสิ่งเหล่านี้ไว้ตามโลกเดิมธาตุเดิมของเดิมของเขา

สมบัติเงินทองข้าวของมีมากน้อย เสื้อผ้าที่อยู่ที่อาศัยปัจจัยต่างๆ ตลอดร่างกายของเรา ก็ต้องมอบไว้เป็นสมบัติเดิมของโลกไป ใครจะยึดจะถือจะหอบจะแบกจะหามไปด้วยไม่ได้ นอกจากคุณงามความดีที่เราอาศัยสิ่งสมมุติเหล่านี้เป็นเครื่องมือทำไว้ในเวลามีชีวิตอยู่เท่านั้น เช่นอาศัยวัตถุเหล่านี้เป็นทาน อาศัยร่างกายอันนี้บำเพ็ญกุศล ผลที่เกิดขึ้นจากการกระทำด้วยวัตถุใดก็เป็นความดี เป็นบุญหลั่งไหลเข้าไปเป็นสมบัติของใจ สิ่งนี้แลที่จะติดสอยห้อยตามเราจริงๆ คือบุญนี้แล นี้เป็นของแท้ เป็นสมบัติแน่ใจ เป็นสมบัติที่ฝากเป็นฝากตายฝากผีฝากไข้ได้ไม่สงสัย ฉะนั้นจงอย่าได้นอนใจ อย่าได้ตำหนิติเตียนตนว่าเป็นคนทุกข์คนจนแล้วไม่สร้างบุญ จะขาดทุนร่ำไป คนจนนั่นแลสร้างบุญ คนมีนั่นแลสร้างบุญ เพราะต้องการความสุขความเจริญด้วยกัน

พูดถึงเรื่องมี มีด้วยกัน จนด้วยกัน ใครไม่ได้เป็นเศรษฐีมาตั้งแต่อยู่ในท้อง เกิดมาค่อยเป็นเศรษฐี เมื่อมีสมบัติมาก สกุลร่ำรวย วาสนาอำนวย ผู้เป็นคนจนก็ไม่ควรเสียใจ เพราะนั่นเป็นกรรมนิยมต่างๆ กัน สมบัติเกิดมีมากน้อยนั้นแล้วแต่บุญแต่กรรมที่เราเคยสร้างไว้แต่กาลก่อน ไม่ต้องไปตำหนิ ถ้าตำหนิก็ตำหนิเรานี่แหละ การตำหนิเราไม่ใช่ตำหนิเพื่อให้ท้อถอย เช่นสมมุติว่าชาตินี้เรามีวาสนาน้อย เอ้า เราสร้างความดี ไม่มีวัตถุเป็นเครื่องมือที่จะสร้าง ก็ให้สร้างด้วยจิตตภาวนา คือ พุทฺโธ ธมฺโม สงฺโฆ ให้เป็นเครื่องอบอุ่นภายในจิตใจ ก็เรียกว่าคนมีบุญเหมือนกัน เป็นบุญเหมือนกัน เพราะบุญวาสนานั้นเกิดได้หลายทางจากผู้ขวนขวาย เกิดจากการให้ทาน เกิดจากรักษาศีล เกิดจากภาวนา รวมแล้วก็เป็นกองมหากุศลเช่นเดียวกัน จึงสำคัญอยู่ที่การขวนขวาย
………………………………..

หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด เมื่อวันที่ ๒๒ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๑๙ 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘อภัยภูเบศร’จัดใหญ่ 81 ปีสถาปนารพ. ชวนแต่งย้อนยุค ชมตลาดโบราณ 24-26 มิ.ย.

Posted on June 23, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/662114

‘อภัยภูเบศร’จัดใหญ่  81 ปีสถาปนารพ. ชวนแต่งย้อนยุค ชมตลาดโบราณ 24-26 มิ.ย.

วันพุธ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 19.28 น.

อภัยภูเบศรจัดใหญ่ “81 ปี สถาปนาโรงพยาบาล” ชวนประชาชนแต่งย้อนยุค ชมตลาดโบราณกว่า 100 ปี สาธิตเมนู ผักพื้นบ้านอาหารฟิวชั่น พร้อมเปิดโครงการ “ภัทร-ธรรมรักษ์นิเวศน์” โคกหนองนาโมเดลรับมือวิกฤติอาหาร ร่วมด้วยกิจกรรมที่น่าสนใจอีกมากมาย พลาดไม่ได้ 24-26 มิถุนายน นี้  

22 มิถุนายน 2565 พญ.โศรยา ธรรมรักษ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวว่า โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จะจัดกิจกรรมครบรอบ 81 ปี สถาปนาโรงพยาบาลฯ ระหว่างวันที่ 24-26 มิถุนายน 2565 ภายใต้หัวข้อ “อภัยภูเบศรสร้างสรรค์ เพื่อทุกวันที่ยั่งยืน” โดยมีการจัดกิจกรรมต่าง ๆ มากมาย เพื่อแสดงให้เห็นถึงความพร้อมของการก้าวสู่การเป็นโรงพยาบาลเพื่อความยั่งยืนในทุกมิติ

ในช่วงเช้าของวันที่ 24 มิถุนายน มีการทำบุญตักบาตรสักการะ “เจ้าพระยาอภัยภูเบศร” จากนั้นจะเปิดโครงการ “ภัทร-ธรรมรักษ์นิเวศน์” โคกหนองนาโมเดล เป็นการน้อมนำเอาพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาปฏิบัติในโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับวิกฤติด้านอาหารที่มีแนวโน้มจะรุนแรงยิ่งขึ้นในอนาคต โดยรวบรวมองค์ความรู้ การขยายพันธุ์พืชผักสมุนไพรกินได้ กว่า 500 ชนิด จาก 4 ภาค มาปลูกไว้ และได้จัดทำสวนที่ให้ทั้งความรื่นรมย์และเป็นคลังอนุรักษ์พันธุกรรมของผักพื้นบ้าน ผักเป็นยา จากระบบนิเวศต่างๆ

ทั้งนี้ มุ่งหวังที่จะเผยแพร่ความรู้แก่ประชาชนทั่วไป เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการสร้างความมั่นคงทางอาหารและยา อันจะเป็นภูมิคุ้มกันอย่างดีให้แก่ตนเองและครอบครัวในยามวิกฤต ในส่วนของด้านวิชาการก็จะมีการสัมมนาในเรื่อง การพัฒนาสาธารณสุขที่ยั่งยืน การพัฒนาโรงพยาบาลด้วยนวัตกรรมใหม่ๆ และชีวิตวิถีใหม่หลังการระบาดของโรคโควิด-19

ส่วนกิจกรรมภายในงาน ผอ.รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวว่า จะมีการจัดกิจกรรมย้อนยุค หน้าตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ที่มีอายุ 113 ปี ตื่นตาตื่นใจไปกับนิทรรศการ กองเกวียนอพยพ เกวียนเขมร เพื่อย้อนรำลึกถึงวันอพยพกลับสู่มาตุภูมิ จากพระตะบอง สู่ อภัยภูเบศร จ.ปราจีนบุรี ร่วมชิมอาหารพื้นบ้านตำรับเจ้าพระยาเช่น แกงส้มก้านทูน, ขนมจีนน้ำยาปลาช่อนป่นแห้ง, ส้มตำมะระขี้นก, ปลาปลาม, แกงหวาย, แตงกวาดองแห้ง, ข้าวเจ้า,ข้าวเหนียว เมนูอาหารหวานหากินยากอย่าง ขนมสายบัว  นอกจากนี้ยังมีการสาธิตการทำอาหารฟิวชั่นจากพืชผักสมุนไพรหลากชนิด และเมนูรับมือวิกฤติอาหารอย่าง ผักดอง กิมจิผักรวม กิมจิดอกไม้ น้ำพริกสูตรโบราณ รวมทั้งเครื่องดื่มแบบ โบราณร่วมสมัย อย่าง คราฟโซดา  รสโทนิคจากดอกกระดุมทอง และหลากหลายเมนูชวนชิม ซึ่งอยากให้ประชาชนชาว จ.ปราจีนบุรี และจังหวัดใกล้เคียง ตลอดจนผู้สนใจเข้าร่วมงาน เพื่อร่วมเรียนรู้ไปด้วยกัน และร่วมสีสันด้วยการแต่งกายย้อนยุค 100 ปี เพื่อรำลึกถึงบรรยากาศและวิถีชีวิตของประชาชนในห้วงเวลาดังกล่าว

-005

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชาวเน็ตแห่เอ็นดู’น้องมะกอ’งูหลามยักษ์ แต่ที่โดนแซวหนักๆก็คือ’คนนี้’ยังโอเคอยู่มั้ย?

Posted on June 23, 2022 by SoClaimon
1

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/662095

ชาวเน็ตแห่เอ็นดู'น้องมะกอ'งูหลามยักษ์ แต่ที่โดนแซวหนักๆก็คือ'คนนี้'ยังโอเคอยู่มั้ย?

วันพุธ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 19.04 น.

22 มิ.ย.65 เพจ สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาสน จังหวัดราชบุรี ได้โพสต์ภาพความใหญ่ยักษ์ของงูหลาม ที่เจ้าหน้าที่นำมาดูแลต่อจากเจ้าของเดิม  โดยงูหลามตัวดังกล่าวชื่อว่า น้องชื่อมะกอ อายุ 6 ปี น้ำหนักประเมินแล้ว 150 กิโลฯ ซึ่งต้องย้ายบ้านเนื่องจากเจ้าของเดิมไม่สามารถกลับมาดูแลได้อีกแล้ว

นอกจากนี้ยังโพสต์คลิป”น้องมะกอ”ขณะได้เข้ามาใช้ชีวิตยังสถานที่ดูแลใหม่ แต่ที่น่าสนใจก็คือ เจ้าหน้าที่เข้าไปถ่ายภาพขณะอยู่ในกรงเดียวกับน้องมะกอเพื่อเทียบขนาดให้เห็นว่างูหลามยักษ์ตัวนี้ใหญ่ขนาดไหน โดยเทียบกับท่อนแขนของเจ้าหน้าที่ พร้อมระบุข้อความแบบขำๆว่า
… เมื่อวานถ่ายภาพน้องมะกอไม่ได้ตามขนาดที่เห็นสักที
… วันนี้ลองใหม่ครับ
….และพรุ่งนี้ร่วมเชิญเป็นเจ้าภาพงานให้น้องจนท.ด้วยครับ

ปรากฏว่าได้มีคนเข้าไปคอมเมนต์แซวอย่างสนุกสนานชอบใจในความใจถึงขี้เล่นของเจ้าหน้าที่รายนี้  เช่น จนท.สู้ชีวิตมากเลยค่ะ,ถ้าแอดหายตัวไป…ใช่ค่ะน้องมะละกอ,พี่เลี้ยงเดือนละคน, แน่ใจนะ!ว่าอยู่ใกล้อนาคอนด้าแล้วไม่เป็นอะไร…ขอให้พระเจ้าคุ้มครอง…Amen! ,น้องมะละกอ อวบๆ น่ารัก , น้องผิวสวยมาก,ที่เป็นแบบนี้เพราะมี จนท อยู่ในนั้นแล้ว1 ใช่มั๊ยคะ,ตอนนี้ แอดยังโอเค ใช่มั๊ย,

บางรายได้ฝาก จนท. ดูแลน่อมมะกอด้วย น้องอยู่แต่ในกรงตั้งแต่เล็ก หากินเองไม่เป็น ถ้าปล่อยไปก็ตายแน่ๆ จะคอยตามข่าวน้องมะกอจาก จนท.นะคะ  โดยทางแอดมินได้เข้ามาตอบคอมเมนต์ว่า รับดูแลให้ครับ น้องมะกอน่ารักดีครับ ขณะที่เจ้าของคอมเม้นต์รายนี้ ตอบกลับมาว่า เป็นห่วงกลัวจะไม่มีคนดูตอนนี้สบายใจแล้ว เจ้าของคงมองจากสวรรค์แล้วยิ้มอย่างสบายใจแล้ว ขอบคุณมากนะคะ…

-001

ขอบคุณข้อมูลเฟซบุ๊ก สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาสน จังหวัดราชบุรี

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | 1 Reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,948,668 hits

Join 4,113 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

สสส.หนุน Dental Mind Connect 360° ใน’19 โรงเรียนทันตแพทย์’ รับมือวิกฤตเยาวชนเครียด-ซึมเศร้า
"ปูติน" เลี้ยงอาหารค่ำครูสมัยมัธยม โต้ข่าวลือหลบภัยในบังเกอร์ใต้ดิน
ฉลอง 170 ปี ความสัมพันธ์ไทย-ฝรั่งเศส เดินหน้าความร่วมมือ 3 เสาหลัก อุดมศึกษา-วิจัย-นวัตกรรม
เปิดสถิติ 4 เดือน! ปราบอาชญากรรมออนไลน์ 121,921 คดี เสียหายรวม 7.48 พันล้านบาท
ประชาชนได้ประโยชน์อะไร! หมอวรงค์ข้องใจรัฐ กู้เงิน 2 แสนล้าน เปลี่ยนผ่านพลังงาน
เปิด 34 รายชื่อ เอกชนยักษ์​ใหญ่เตรียมหารือรัฐบาลเย็นนี้
ไอซ์ รักชนก นั่ง ปธ.กมธ.ติดตามงบฯ ขอแสดงวิสัยทัศน์-แผนงานในโอกาสหน้า
ภราดร แย้ม ภท.เตรียมถกร่างแก้รัฐธรรมนูญ 19 พ.ค. แจงครม.ไม่ยืนยันร่างเดิม หวั่นตกวาระ 3 ซ้ำรอยเสียเวลา
ปธ.องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน เตือนปัญหาสินบนเข้าขั้นวิกฤติ ทำฉุดศักยภาพแข่งขัน-ภาพลักษณ์ประเทศ
ทิพยประกันภัย ปั้นคนรุ่นใหม่ ใจเปลี่ยนโลก ด้วยศาสตร์พระราชา

Recent Posts

  • คกก.ศึกษาแลนด์บริดจ์ ถกนัดแรก มีมติตั้งอนุฯ 3 ชุด ยันจะเร่งให้ทันกรอบ 90 วัน
  • ชัชชาติ ชี้แจงด่วน! ยันยังไม่ส่งหนังสือลาออก แค่เตรียมเอกสารไว้ คาดส่ง 18-19 พ.ค.นี้
  • รัฐสภา 611เสียง! ไฟเขียวยืนยัน 34 ร่างกฎหมาย ด้าน อภิสิทธิ์ สอนมวย รัฐบาล ทิ้งท้าย
  • ‘จาตุรนต์’ แนะ ‘รัฐบาล’ แสดงความจริงใจหนุนแก้ รธน. ลดครหาเงื่อนไขแค่จัดตั้งรัฐบาล
  • แสวง เผย กกต.เริ่มพิจารณาคดีฮั้ว สว.สำนวนใหญ่แล้ว ยันคดีไม่ขาดอายุความ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d