Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

‘หมอปลา’เจออีกดอก! ‘วัดพระธาตุพนม’ เตรียมแถลงจ่อดำเนินคดีแพ่ง-อาญา พรุ่งนี้

Posted on June 23, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/662097

'หมอปลา'เจออีกดอก! 'วัดพระธาตุพนม' เตรียมแถลงจ่อดำเนินคดีแพ่ง-อาญา พรุ่งนี้

วันพุธ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 18.58 น.

หมอปลางานเข้า!! ทนายกระดูกเหล็กเตรียมแถลงร่วมวัดพระธาตุพนม พร้อมดำเนินคดีแพ่ง+อาญา เชื่อบทสุดท้ายไม่ต่างเคสหลวงปู่แสง ญาณวโร

วันที่ 22 มิ.ย.65 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากเลขานุการ ”ทนายกระดูกเหล็ก” นายอนันต์ชัย ไชยเดช ในฐานะทนายกองทัพธรรมว่าวันที่ 23 มิ.ย.65 นี้ เวลาประมาณ 10.00 น.ทนายความชื่อดังจะเดินทางไปยังวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อ.ธาตุพนม จ.นครพนม เพื่อร่วมกับวัดพระธาตุพนมฯและวัดมรุกขนคร ต.ดอนนางหงส์ อ.ธาตุพนม แถลงข่าวข้อเท็จจริงและดำเนินคดีแพ่งและอาญากรณีที่นายจีรพันธ์ เพชรขาว หรือ หมอปลา ทนายไพศาล เรืองฤทธิ์ กับพวกที่ได้แถลงข่าวและได้ยื่นหนังสือร้องเรียนถึงนายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีในฐานะกำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) โดยกล่าวหาว่าพระเทพวรมุนี เจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนมฯ/ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 10 และพระครูวิสาลสรกิจ โกงค่าก่อสร้างวัดมรุกขนคร ประมาณ 1 ล้านบาทเศษซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายเป็นอย่างมากต่อวัดพระธาตุพนมฯ วัดมรุกขนคร รวมถึงพระเทพวรมุณี และครูวิสาลสรกิจและพระพุทธศาสนาโดยส่วนรวม

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2565 ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์รัฐบาล นายจิระพันธ์ เพชรขาว หรือหมอปลา ได้นำผู้เสียหาย 2 รายยื่นหนังสือผ่านฝ่ายเกี่ยวข้องเพื่อส่งไปถึงนายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่กำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนา เพื่อขอความเป็นธรรมและขอให้ตรวจสอบพฤติกรรมของพระสงฆ์ 2 รูป

โดยผู้เสียหายอ้างว่าชื่อ น.ส.สา (ขอสงวนชื่อ-นามสกุลจริง) ร้องเรียนขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับพระเทพวรมุนี และครูวิสาลสรกิจ เป็นผู้ว่าจ้างคุณตาของตนให้ทำการก่อสร้างถาวรวัตถุภายในวัดมรุกขนคร เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2539 ระหว่างการดำเนินการก่อสร้างได้บอกเลิกสัญญา กระทั่งคุณตาเสียชีวิต ยังไม่มีการจ่ายค่าก่อสร้างให้ตนในฐานะหลานสาว จึงขอเรียกร้องให้เร่งดำเนินการจ่ายค่าจ้างกว่า 1 ล้านบาท

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดนครพนมได้โทรศัพท์สอบถามรายละเอียดไปยังผู้ร้องเรียนได้รับคำตอบว่าเคยร้องเรียนไปหลายที่แต่ก็ไม่มีอะไรคืบหน้า โดยผู้ร้องเรียนแ้างว่าคุณตาระบุไว้เป็นพินัยกรรม แต่มีผู้ตั้งข้อสงสัยว่าทำไมปล่อยให้เรื่องยืดเยื้อมานานกว่า 20 ปี อีกทั้งพระเทพวรมุนีท่านบริจาคเงินคราวละหลายล้านบาทแก่สาธารณประโยชน์มากมาย ที่สำคัญการก่อสร้างส่วนใหญ่จะผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการการจ่ายเงินก็ไม่ใช่หน้าที่ของสมณเพศ เชื่อว่าบทสรุปสุดท้ายไม่ต่างจากกรณีหลวงปู่แสง แน่นอน.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สมาคมป้องกันทารุณสัตว์ฯร้องแก้‘ปล่อยสัตว์’วัด-ที่สาธารณะ ชี้เงินสะพัด 100 ล้าน

Posted on June 23, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/662096

สมาคมป้องกันทารุณสัตว์ฯร้องแก้‘ปล่อยสัตว์’วัด-ที่สาธารณะ ชี้เงินสะพัด 100 ล้าน

วันพุธ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 18.57 น.

สมาคมป้องกันทารุณกรรมสัตว์ร้องกมธ.สภาแก้ปัญหาปล่อยสัตว์วัด-ที่สาธารณะ ชี้ธุรกิจปล่อยสัตว์หวังได้บุญมีเงินหมุนเวียนนับ 100 ล้านบาท 

22 มิถุนายน 2565 นายนิติพล ผิวเหมาะ โฆษกคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมคณะ รับยื่นหนังสือจาก นายสาธิต  ปรัชญาอริยะกุล เลขาธิการและผอ.สมาคมป้องกันการทารุณสัตว์แห่งประเทศไทย (TSPCA)  เรื่อง ขอความอนุเคราะห์พิจารณาศึกษา วิเคราะห์จัดทำแนวทางและข้อเสนอแนะในการแก้ปัญหาเกี่ยวกับการปล่อยสัตว์ในวัดและที่สาธารณะและการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งกรณีศึกษาวัดชลประทานรังสฤษดิ์ จ.นนทบุรี 

นายสาธิต กล่าวว่า  เนื่องจากในพื้นที่เขตวัด ได้กำหนดเป็นเขตอภัยทาน ตามคำสั่งมหาเถรสมาคม เรื่อง กำหนดเขตอภัยทานในพื้นที่วัด พ.ศ. 2538  โดยกำหนดความมุ่งหมายเพื่อให้เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์บก สัตว์น้ำ โดยได้อาศัยด้วยความร่มเย็นเป็นสุขปราศจากการถูกเบียดเบียนรบกวนด้วยประการใด ๆ  แต่ในปัจจุบันพบว่าพื้นที่วัดและที่สาธารณะ ส่วนใหญ่ได้มีผู้นำสัตว์ มาปล่อยละทิ้งเป็นจำนวนมาก เช่น ปลา นก เต่า เป็นต้น โดยจากการศึกษาและจัดทำข้อมูลของสมาคมป้องกันการทารุณสัตว์แห่งประเทศไทย พบว่าเฉพาะวงจรการค้าหรือการทำธุรกิจเกี่ยวกับการจับสัตว์มาปล่อยตามความเชื่อ (ปล่อยเพื่อให้ได้บุญ) นั้น ปีหนึ่งๆ จะมีมูลค่าวงจรทางธุรกิจหลาย100 ล้านบาท ซึ่งธุรกิจดังกล่าวจะแพร่กระจายไปตามวัดที่มีชื่อเสียงและสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนา ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมเพราะส่วนใหญ่จะเป็นการทำลายวงจรชีวิตสัตว์ตามธรรมชาติและเป็นการทารุณสัตว์อันไม่สมควร เช่น การปล่อยเต่า ในน้ำเชี่ยวที่ไม่มีตลิ่งให้เกาะเต่าก็จะตาย 

นายสาธิต กล่าวว่า  ส่วนกรณี ที่มีการร้องเรียนเกี่ยวกับการดูแลสัตว์ภายในวัดชลประทานรังสฤษดิ์ ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด ซึ่งสมาคมป้องกันการทารุณสัตว์แห่งประเทศไทย สมาคมสงเคราะห์สัตว์ ในพระบรมราชูปถัมภ์และองค์กรสิทธิสัตว์แห่งประเทศไทย และองค์กรเครือข่าย ได้ลงพื้นที่ติดตามเรื่องดังกล่าวอย่างใกล้ชิด พบว่าการดำเนินการนั้นอาจจะเข้าข่ายการกระทำที่อาจจะไม่เหมาะสมและอาจเข้าข่ายการละเมิดกฎหมาย ดังนั้น สมาคมฯ จึงขอความอนุเคราะห์ให้คณะกมธ.ดำเนินการ ดังนี้  1. ศึกษาวิเคราะห์ พร้อมจัดทำแนวทางและข้อเสนอแนะในการแก้ปัญหาเกี่ยวกับการปล่อยสัตว์ในวัดและที่สาธารณะของประเทศไทย 2. ศึกษาปัญหาเกี่ยวกับการจัดการสัตว์ภายในวัด กรณีวัดชลประทานรังสฤษติ์ 3. การบังคับใช้กฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

ด้านนายนิติพล   กล่าวว่า ตนได้รับมอบหมายจากนายอภิชาติ   ศิริสุนทร ประธานคณะ กมธ. การที่ดิน ฯ ให้มารับหนังสือร้องเรียน เกี่ยวกับการปล่อยสัตว์ในวัดหรือในพื้นที่สาธารณะ ซึ่งกมธ.มีบทบาทหน้าที่เกี่ยวกับเรื่องสวัสดิภาพสัตว์ อย่างไรก็ตาม ความตั้งใจในการทำบุญอาจจะกลายเป็นบาปก็เป็นไปได้ ซึ่ง กมธ.จะรับเรื่องดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณา และจะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลต่อไป

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สุดปัง! สาวเมืองน้ำดำเพาะพันธุ์ไม้ด่างสายพันธุ์แปลกส่งขายออนไลน์ออเดอร์เข้ามารัวๆ

Posted on June 23, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/662086

สุดปัง! สาวเมืองน้ำดำเพาะพันธุ์ไม้ด่างสายพันธุ์แปลกส่งขายออนไลน์ออเดอร์เข้ามารัวๆ

วันพุธ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 18.32 น.

พบสาวชาวเมืองน้ำดำวัย 39 ปีโหนกระแส “ไม้ด่าง” ฟีเวอร์ผุด “สวนเป็นสุข” เป็นแหล่งรวมพันธุ์ไม้ด่างสายพันธุ์แปลก สร้างความแตกต่างสุดปัง ไม่ซ้ำใคร เอาใจคนรักพันธุ์ไม้ในราคาจับต้องได้ แม้ในยุคเศรษฐกิจตกต่ำ ค่าครองชีพสูง ออเดอร์เข้ามารัวๆ เปิดขายออนไลน์ มีให้เลือกหลากหลายสายพันธุ์

วันที่ 22 มิ.ย.65 จากการติดตามบรรยากาศการประกอบอาชีพของประชาชนชาว จ.กาฬสินธุ์ ในช่วงผ่อนคลายจากสถานการณ์โควิด-19 พบว่าได้เกิดอาชีพเพาะพันธุ์ “ไม้ด่าง” จำหน่าย สร้างรายได้กับผู้ประกอบการเป็นอย่างดี โดยเฉพาะที่ “สวนเป็นสุข” ต.ไผ่ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์โดยมี น.ส.ณธิณิฐ ล่ำสัน อายุ 39 ปี เป็นเจ้าของสวน ถึงกับต้องขยายพื้นที่สวนข้างบ้านเพิ่มอีกเกือบ 1 ไร่ เพื่อรองรับกลุ่มผู้ที่สนใจพันธุ์ไม้ด่าง ที่มาแวะชม เลือกซื้อ สร้างรายได้อย่างงาม สวนกระแสเศรษฐกิจตกต่ำ ค่าครองชีพสูงอย่างน่าทึ่ง ทั้งนี้ได้เปิดเพจเป็นช่องทางจำหน่ายทางออนไลน์ ทำให้เจาะถึงกลุ่มเป้าหมายที่ชื่นชอบ “ไม้ด่าง” ทั้งลูกค้าชาวไทยและต่างประเทศ

ผู้สื่อข่าวจึงได้ลงพื้นที่ พบ น.ส.ณธิณิฐ เจ้าของสวน ซึ่งกำลังคัดเลือกและบรรจุ “ไม้ด่าง” หลายสายพันธุ์ เพื่อบรรจุภัณฑ์ส่งลูกค้าตามออร์เดอร์ ที่อินบ๊อกเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย

น.ส.ณธิณิฐกล่าวว่า กระแสความนิยมไม้ด่าง ซึ่งเป็นพันธุ์ไม้ประดับ ได้กลับมาฟีเวอร์อีกครั้ง หลังเกิดสถานการณ์แพร่บาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ประมาณปี 2563 สำหรับตนนั้น เคยเป็นนักการเมืองท้องถิ่นมาก่อน เคยเลี้ยงและสะสมไม้ด่างด้วยความชอบและเก็บสะสมมาเรื่อย โดยมีสวนหลักอยู่ที่แฟมมิลี่ ฟาร์ม จ.เชียงใหม่ ซึ่งน้องชายเป็นผู้ดูแล ในส่วนของ “สวนเป็นสุข” ที่นี่ เดิมเป็นสวนเล็กๆข้างบ้าน เอาไว้เดินชมเวลาว่างจากงานประจำ จะทำให้รู้สึกผ่อนคลาย หายเหนื่อย และเพิ่มกำลังใจ จึงนำต้นไม้ที่แปลก หายาก มาปลูกเพื่อสร้างความแตกต่าง ไม่ซ้ำใคร

น.ส.ณธิณิฐกล่าวอีกว่า ต่อมาไม้ประดับประเภทไม้ด่าง สายพันธุ์ต่างๆ ได้รับความนิยม และมีผู้คนสนใจเข้ามาขอซื้อขอแบ่งปัน จึงได้ขยายพันธุ์ ทั้งเอาไว้แบ่งปันและจำหน่ายให้กับผู้คนที่สนใจ  ทำให้เกิดรายได้เข้ามา และพัฒนาต่อยอดเป็นอีกอาชีพ ต่อมาจึงขยายสวนจากข้างบ้าน เป็นสวนที่มีขนาดใหญ่ขึ้น เพื่อรองรับกลุ่มคนที่สนใจนำไม้ด่างไปปลูกสะสม หรือปลูกเพื่อการค้า พร้อมทั้งให้คำแนะนำ ทั้งการขยายพันธุ์ การดูแล ตลอดจนการขายเพื่อสร้างรายได้ให้กับลูกค้าด้วย

“ทั้งนี้ ไม้ด่าง ไม้แปลกๆ ถือว่าเป็นไม้กระแส  คนหันมาเลี้ยงกันมากขึ้น จึงเป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ  ทำให้ไม้ด่าง ค่อนข้างมีราคาสูง จึงได้นำไปเสนอราคาลงในกลุ่มที่มีผู้สนใจ ลงขายตามเพจต่างๆ ทำให้เกิดรายได้ ต่อมาทำให้มีผู้สนใจหันมาเลี้ยง มาศึกษาเป็นจำนวนมาก โดยที่สวนเป็นสุขมีไม้ด่างตระกูล  Monstera, Philodendron, Colocasia, Alocasia ไม้แปลกๆไม้กระแสนิยม Monstera Borsigiana Albo Variegated มอนสเตอร่าอัลโบ้, Monstera thai constellation มอนเตอร่าไทยคอน, Monstera Borsigiana Mint Variegated มอนสเตอร่ามิ้นท์, Monstera aurea  มอนสเตอร่าออเรีย, กล้วยฟลอริด้า แดงอินโด เป็นต้น” น.ส.ณธิณิฐกล่าว

อย่างไรก็ตามในส่วนของการจัดส่งนั้นจัดตามออร์เดอร์ทั้งในรูปแบบแพ็คตะกร้า บรรจุภัณฑ์ ส่งทางไปรษณีย์ หรือส่งแบบรับหน้าสวน ตามความสะดวก หากสนใจเชิญแวะเยี่ยมได้ ไม่ใกล้ ไม่ไกล ราคาอยู่ที่ความพอใจของผู้ซื้อและผู้ขาย ไม่มีคำว่าแพง ถ้าชอบและใจรักไม้ด่าง ติดต่อที่สวนเป็นสุข  PENSUK GARDEN by Family Farm เลขที่ 23 หมู่ 2 ต.ไผ่ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์, เพจ สวนเป็นสุขกาฬสินธุ์, เฟซบุ๊ค nattinit lumsan, spark Lm ติดต่อ 086-8950964

– 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ออเดอร์พุ่งรัวๆ! โรงงานพิษณุโลก เร่งทำ ‘เตามหาเศรษฐี’ คิวสั่งจองยาวกว่า 1 พันลูก

Posted on June 23, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/662063

ออเดอร์พุ่งรัวๆ! โรงงานพิษณุโลก เร่งทำ 'เตามหาเศรษฐี' คิวสั่งจองยาวกว่า 1 พันลูก

วันพุธ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 17.52 น.

ออเดอร์พุ่งรัวๆ! โรงงานพิษณุโลก เร่งทำ ‘เตามหาเศรษฐี’ คิวสั่งจองยาวกว่า 1 พันลูก กระแสดีคนหันกลับมาใช้มาขึ้น 

22 มิ.ย.65 ที่ศูนย์บริการวิชาการที่ 8 กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน ต.มะขามสูง อ.เมือง จ.พิษณุโลก นายสุนันต์  บัวเนี่ยว หัวหน้าศูนย์บริการวิชาการที่ 8 กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน  ได้ทดลองนำเตามหาเศรษฐี และเตาอั้งโล่ตามท้องตลาดทั่วไป มาทดสอบ  ต้มน้ำในปริมาณเท่ากัน ในหม้อที่มีขนาดเท่ากัน พบว่า เตามหาเศรษฐีให้ความร้อนเร็วกว่าทำให้น้ำในหม้อเดือดก่อน แต่ปริมาณถ่านที่ใช้ลดลงเพียงเล็กน้อย  เป็นข้อพิสูจน์ถึงประสิทธิภาพของเตามหาเศรษฐีที่ได้ผ่านการคิดค้นมานาน และบางบ้านใช้มากว่า 40 ปีแล้ว

ข้อดี ของมหาเศรษฐี หรือเดิมที่เรียกกันว่าเตาอั้งโล่ประสิทธิภาพสูง หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า เตาซุปเปอร์อั้งโล่ ว่า เป็นเตาที่ถูกคิดค้นวิจัยโดยมีวัตถุประสงค์หลัก เพื่อให้ประหยัดการใช้เชื้อเพลิงคือถ่าน และให้ความร้อนสูง   ประสิทธิภาพของมันจึงต่างกับเตาเศรษฐกิจทั่วไป คือ หากเทียบปริมาณการใช้ถ่ายเตามหาเศรษฐี ใช้ถ่าน 6 ขีด เตาทั่วไปใช้ถ่าน 1 กิโลกรัม ค่าเฉลี่ยความร้อนของเตามหาเศรษฐีอยู่ที่ 1,000-1,200 องศาเซลเซียส ในขณะที่ เตาทั่วไปค่าความร้อยอยู่ที่  600 ไม่เกิน 800 องศาเซลเซียส ซึ่งก็ส่งผลให้ประหยัดเลา การปรุงอาหารสุกเร็วกว่า  ร้อนเร็วกว่า  ประหยัดได้กว่าร้อยละ 40  

นอกจากนี้ยังแนะนำวิธีการเลือกซื้อเตามหาเศรษฐีซึ่งมีข้อแตกต่างทั้งรูปทรง และประสิทธิภาพการใช้งาน โดยเตามหาเศรษฐีมีขนาดเดียว  ขอบเตาไม่เว้าเพื่อให้เก็บความร้อนได้ดี ลิ้นเตามีความหนาประมาณ 4 เซนติเมตร รูลิ้นเตาถี่ และด้านบนเล็ก ด้านล่างใหญ่ลักษณะทรงกรวยเป็นการรีดอากาศหรือความร้อนด้านล่างขึ้นสู่เตา ใช้ได้กับหม้อถึง 9 ขนาด ตั้งแต่หม้อเบอร์ 16-32  ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ใบละ 240-280  ใช้ได้นานกว่า 2 ปี

ด้านลุงสนิม  อุทา  วัย 64 ปี  ชาวบ้านวังแร่ ต.มะขามสูง อ.เมืองพิษณุโลก เล่าว่า ตนใช้เตามหาเศรษฐีมานานแล้ว จึงไม่รู้สึกยุ่งยากแต่ก็มีเตาแก๊สไว้ใช้สำหรับทำอาหารง่าย ๆ ประเภททอด ผัด แบบเร่งด่วน นาน ๆ จะเติมแก๊สสักครั้ง จึงไม่ค่อยได้รับผลกระทบมากนักหากราคาแก๊สต้องปรับขึ้นราคา   เช่นเดียวกับนางนิภา  เมืองแดง ชาวบ้านหมู่ 3 ต.มะขามสูง บอกว่า แถวบ้านเป็นชุมชนชนบท ส่วนใหญ่ก็จะมีเตามหาเศรษฐี กันทุกครัวเรือน สำหรับตนเอง จะมีไว้ใช้ควบคู่กัน หากวันไหนต้องการทำอาหารประเภทที่ต้องใช้เวลาต้ม เคี่ยว ตุ๋น นานๆ  ก็จะใช้เตามหาเศรษฐี เพราะประหยัดกว่าใช้เตาแก๊ส

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่โรงเตาสุขประเสริฐ ซึ่งเป็นโรงเตาขนาดใหญ่ของ จ.พิษณุโลก ผลิตเตามาตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ส่งต่อมาถึงรุ่นลูก กว่า 40 ปี ตั้งอยู่เลขที่ 108 ถ.บรมไตรโลกนารถ2 ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก บรรยากาศวันนี้คนงานยังคงเร่งมือการผลิตเตาตามออเดอร์ที่มีสั่งเข้ามาตลอด โดยเฉพาะช่วง 2-3 วันมานี้ กระแสเตาถ่าน เตาฟืน พีคมาก โดยเฉพาะเตาเศรษฐกิจ หรือ เตามหาเศรษฐีมีออเดอร์เข้ามาเป็นจำนวนมาก ทางโรงเตาต้องเร่งมือผลิตตลอดทั้งวัน

นางสาวสุพรรษา อินบัว อายุ 40 ปี เจ้าของโรงเตาสุขประเสริฐ ได้บอกว่า โรงเตานี้เป็นโรงเตาใหญ่และสืบสานมาอย่างยาวนานตั้งแต่รุ่นพ่อ รุ่นแม่กว่า 40 ปีแล้ว ก็ผลิตเตาหลายหลายประเภท อาทิ เตาขาว เตาดำ เตาฟืน เตาเศรษฐี หรือเรียกว่าเตาเศรษฐกิจ ที่กำลังมาแรงอยู่ในขณะนี้ โดยเตาเศรษฐกิจของโรงเตาสุขประเสริฐ จะมี 2 แบบ แบบแรกคือทรงสอบ หรือทรงแหลมตามท้องตลาดทั่วไป ราคาขายจะอยู่ที่ลูกละ 250 บาท และแบบที่ 2 คือทรงกลมคือแบบแข็งแรงพิเศษ ราคาลูกละ 350 บาท ซึ่งตอนนี้ทั้ง 2 แบบคิวสั่งจองยาวมากเกือบ 1 พันลูก ทางเราก็เร่งมือผลิตให้ทันตามออเดอร์ลูกค้าที่เข้ามา ลูกค้าส่วนใหญ่มีทั้งขาจรและขาประจำ ทั้งในจังหวัด ต่างจังหวัด รวมถึงต่างประเทศเพื่อนบ้านด้วย

ข้อดี ของเตาเศรษฐกิจจากโรงเตาของเรา คือจะมั่นคง แข็งแรง ทนทาน เพราะตัวเตาของเราจะอัดดิน อัดแกลบ และปูนจนเต็มแน่นทั้งลูก ไม่มีกลวงจกตาเหมือนที่อื่น ส่วนถังครอบตัวเตาเราก็เลือกสังกะสีเกรด A อย่างหนา เพื่อยืดอายุการใช้งานของเตา ลิ้นเตาของเราจะเป็นมาตรฐานคือ 61 รู จะดูดไฟขึ้นดี และความร้อนจะระอุอยู่ภายในเตาแต่ไม่เปลืองถ่านมาก จริงๆคือเตาเศรษฐกิจ หรือเตาเศรษฐี ก็ขายดีมาสักพักแล้วนะ เพราะคนใช้งานเขารู้ แต่พอมามีกระแสจากกระทรวงพลังงาน จึงทำให้คนรู้จักเตาเศรษฐกิจ มากขึ้น ก็ขายดีไปอีก.-008 

ส่วนเรื่องของต้นทุนต่างๆ ทางโรงเตาก็กระทบเยอะมาก เพราะต้นทุนปรับขึ้นทุกอย่าง ตั้งแต่ดินเหนียวปรับขึ้น รถละ 1-200 บาท บาท ปูนตราเสือ กระถังสังกระสี ก็ปรับขึ้นลูกละ 20 บาท หนักสุดจะเป็นแกลบดำ จากเดิมรถละ 1000 บาท ตอนนี้เป็นรถละ 3000 และแกลบดำเป็นวัตถุดิบที่จำเป็น ทั้งตอนปั้นเตา และตอนเผาเตา ซึ่งเมื่อก่อนเราจะใช้แกลบเป็นหลักในการเผาเตา แต่ปัจจุบันจะใช้แกลบผสมตอนปั้นเตาเพียงอย่างเดียว เพราะนอกจากแกลบจะราคาแพงแล้วยังหายากด้วย ส่วนตอนเผาเตาก็หันมาใช้ฟืนแทน โดยฟืนเราก็จะหาจากตามโรงไม้ ที่เป็นเศษไม้ เปลือกไม้ ก็ไปขอซื้อเขามาก็ช่วยลดต้นทุนได้ ส่วนราคาเตาทางโรงเตาของเรายังขายราคาเดิม ส่วนอัตราการผลิตเตาต่อวันเฉลี่ยได้ประมาณ 1000 ลูก ก็ยังไม่ทันตามยอดออเดอร์แต่ส่วนใหญ่ลูกค้าเจ้าประจำจะรอได้ ก็ยืดเวลาออกไปเล็กน้อย

สำหรับใครที่สนใจจะสั่งซื้อเตา ปลีกส่ง สามารถติดต่อได้ทางเพจ โรงงานทำเตาสุขประเสริฐ หรือโทร 0910266905 หรือเข้าไปซื้อที่โรงเตาได้เลย เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 07.00-16.00 น. .-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

นิมนต์ไปสึก! หลวงพี่บวชมา 3 พรรษาขับเก๋งมาหามารดาที่สัตหีบแอบซดเหล้าขาวจนเมา

Posted on June 23, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/662057

นิมนต์ไปสึก! หลวงพี่บวชมา 3 พรรษาขับเก๋งมาหามารดาที่สัตหีบแอบซดเหล้าขาวจนเมา

วันพุธ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 17.45 น.

เมื่อเวลา 12.00 น.วันนี้ (22 มิ.ย.65) ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่า มีประชาชนร้องเรียนไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สัตหีบ จ.ชลบุรีว่า มีพระภิกษุสงฆ์มีอาการมึนเมาเสียกิริยาภายใน เพิงพักไม่มีเลขที่ ม.8 ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี จึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบพระอารักษ์ อายุ 44 ปี พระลูกวัดแห่งหนึ่งในจังหวัดสระแก้ว หลังได้ดื่มสุราจนมีอาการมึนเมาเสียกิริยา พร้อมของกลางขวดเหล้าขาว จึงได้นิมนต์พระอารักษ์ ส่งมอบให้กับพระครูปิยะกิจวิบูล หรืออาจารย์แก้ว เจ้าคณะตำบลนาจอมเทียนและเจ้าอาวาสวัดอัมพารามทำการสึกพ้นจากความเป็นสงฆ์ เนื่องจากประพฤติตนผิดศีลข้อห้ามและไม่เหมาะสมกับสมณะสร้างความเสื่อมเสียต่อพระพุทธศาสนาและไม่เป็นที่ยอมรับแก่คนทั่วไป

พระอารักษ์ กล่าวว่า ตนพึงบวชได้ 3 พรรษาที่จังหวัดสระแก้วก่อนจะขับรถเก๋งมาหามารดาและญาติๆ ที่ อ.สัตหีบ ก่อนจะแอบไปซื้อสุราเหล้าขาว มาดื่มจนมีอาการมึนเมาเสียกิริยา จนมีประชาชนมาพบเห็นก่อนจะแจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบและจับสึกดังกล่าว 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ทึ่ง! หมู่บ้านสุดแปลกหา ‘ปลิงควาย’ ส่งขายจีน เชื่อเป็นยาชูกำลังปึ๋งปั๋ง

Posted on June 23, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/662049

ทึ่ง! หมู่บ้านสุดแปลกหา 'ปลิงควาย' ส่งขายจีน เชื่อเป็นยาชูกำลังปึ๋งปั๋ง

วันพุธ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 17.24 น.

ทึ่ง! หมู่บ้านสุดแปลกหา ‘ปลิงควาย’ ส่งขายจีน เชื่อเป็นยาชูกำลังปึ๋งปั๋ง เงินหมุนเวียนปีละหลายล้านบาท

22 มิ.ย.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังฝนตกชุกต่อเนื่องในพื้นที่ จ.นครพนม กลายเป็นฤดูกาลสำคัญของชาวบ้านดอนแดง หมู่ 5 ต.บ้านเสียว อ.นาหว้า จ.นครพนม จำนวนกว่า 200 ครัวเรือน ที่ยึดอาชีพสร้างรายได้จากการล่าปลิงควายมาแปรรูปส่งนายทุน และส่งออกไปยังประเทศจีน โดยทำกันมานานกว่า 20 ปี ถือเป็นหมู่บ้านที่มีอาชีพแปลกอีกแห่ง นอกเหนือจากแปรรูปตุ๊กแกอบแห้งและไส้เดือนตากแห้งบ้านตาล ต.นาหว้า โดยทั้งสองหมู่บ้านนี้มีพื้นที่ติดกัน

โดยในช่วงฤดูฝนถือเป็นโอกาสทอง กลุ่มชาวบ้านจะออกไปล่าปลิงควายตามแหล่งน้ำ อาทิ ห้วย หนอง คลองบึง ที่เป็นน้ำนิ่งถึงจะมีปลิงชุกชุม นำมาแปรรูปปลิงตากแห้งส่งขาย ขณะที่ชาวบ้านบางส่วนจะผันตัวเป็นพ่อค้าคนกลางรับซื้อส่งขายให้นายทุน มีทั้งปลิงสดและปลิงแปรรูป จึงนักล่าปลิงจากหมู่บ้านดอนแดง ออกไปล่าปลิงทั่วภาคอีสานมาส่งขายสร้างรายได้สู้ภัยโควิด ส่วนราคาปลิงสดจะรับซื้อในราคากิโลกรัมละ 500-600 บาท แต่ปลิงแปรรูปตากแห้ง จะส่งขายในราคา ประมาณกิโลกรัมละ 1,000-1,200 บาท โดยจะมีนายทุนพ่อค้าชาวจีนรับซื้อไม่อั้น สร้างรายได้หมุนเวียนทั้งหมู่บ้าน ช่วงนี้เงินสะพัดวันละนับแสนบาท และมีเงินหมุนเวียนปีละหลาย 10 ล้านบาท

นายไพฑูรย์ ท้าวนาง อายุ 45 ปี นักล่าปลิงตัวยงรวมถึงพ่อค้ารับซื้อปลิงควายบ้านดอนแดง ต.บ้านเสียว เปิดเผยว่าอาชีพล่าปลิงควายเป็นอาชีพที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษในหมู่บ้านมานานกว่า 20 ปี เนื่องจากมีชาวบ้านไปรู้จักกับนายทุนรับซื้อปลิงส่งออกไปขายประเทศจีน จึงมาแนะนำชาวบ้านให้ทดลองทำดู ด้วยการออกไปล่าปลิงตามแหล่งน้ำมาขาย ทั้งตัวสดและแปรรูปปลิงตากแห้งแล้วแต่ความถนัด จนสามารถสร้างรายได้จริง จึงสืบทอดเป็นอาชีพมาถึงปัจจุบัน โดยมีการรับซื้อตลอดปี แต่ฤดูกาลที่มีปลิงมากที่สุดคือช่วงหน้าฝน เป็นโอกาสทองออกล่าปลิง สำหรับหนองน้ำที่มีปลิงชุม จะเป็นหนองน้ำนิ่ง เช่น หนองหาร หนองบึง ที่มีผักตบหรือมีควายลงไปเล่นน้ำเพราะปลิงจะหาเกาะดูดเลือดควายเป็นหลัก

ส่วนการหาจะใช้วิธีการนำสวิงลงไปควานหาตักตามหนองน้ำที่คาดว่ามีปลิงชุกชุม ทุกวันนี้ไม่ได้รับซื้อเฉพาะในพื้นที่ จ.นครพนม แต่รับซื้อทั่วอีสาน มีลูกค้านำมาส่งขาย โดยจะแยกการขายออกเป็นสองแบบ คือ ขายตัวสด ห่อบรรจุกล่องโฟมส่งให้นายทุนทางขนส่งเอกชน ราคากิโลกรัมละประมาณ 500 -600 บาท หากแปรรูปตากแห้งจะขายได้ราคาแพงเท่าตัวประมาณกิโลกรัมละ 1,000–1,200 บาท แต่จะต้องเพิ่มขั้นตอนมากขึ้น คือต้องนำปลิงไปน็อกด้วยยาเส้น เพื่อให้ปลิงตาย ก่อนนำไปต้มน้ำร้อนพอประมาณ และนำไปตากแดดให้แห้งประมาณ 1 วัน หรือรมควันก่อนส่งขาย  ในช่วงนี้ฝนตกชุกถือว่ารายได้ดี ยิ่งปีนี้ถือว่าปริมาณปลิงมากกว่าปีที่ผ่านมา บางครอบครัวขยันสร้างรายได้ วันละไม่ต่ำกว่า 10,000 บาท มีเงินหมุนเวียนสะพัดในหมู่บ้านวันละนับแสน ซึ่งในแต่ละปีอาชีพค้าปลิงมีเงินหมุนเวียนปีละหลายล้านบาท ยิ่งช่วงวิกฤตโควิดมีคนตกงานเยอะ จึงหันมาจับปลิงขายกัน ถือว่าสร้างรายได้ให้ดีพอสมควร โดยปลายทางส่งออกไปประเทศจีน ซึ่งผู้บริโภคเชื่อว่านำไปปรุงเป็นยาสมุนไพรชูกำลังปึ๋งปั๋งตลอดเวลา สำคัญมีออเดอร์รับไม่อั้น สำหรับครอบครัวตนจะมีรายได้ไม่ต่ำกว่าวันละ 5,000-10,000 บาท.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ระทึก! พายุงวงช้างก่อตัวกลางทะเล ชาวประมงหลบเอาชีวิตรอด

Posted on June 23, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/662044

ระทึก! พายุงวงช้างก่อตัวกลางทะเล ชาวประมงหลบเอาชีวิตรอด

วันพุธ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 17.16 น.

อะไรไม่เคยเห็นก็ได้เห็น!! ชาวประมงบันทึกนาที พายุงวงช้างกลางทะเล ขณะที่ตัวเองกำลังหลบพายุอยู่บนขนำ สักพักพายุเข้าใกล้ตัวจนเกิดนาทีระทึก คลิปนี้มีผู้เข้าชมกว่า 1.5 ล้านครั้ง

กลายเป็นคลิปสุดระทึก เมื่อผู้ใช้ติ๊กต๊อกชื่อ seksun111 เผยแพร่คลิปขณะที่ชาวประมงบันทึกภาพพายุงวงช้างกลางทะเลระหว่างที่เจ้าตัวหลบอยู่บนขนำ ท่ามกลางบรรยากาศลมพัดรุนแรง โดยชาวประมงรายนี้ ยังระบุแคปชั่นด้วยว่า ” ขอให้พ่อตาเกาะปราปและสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองพี่น้องชาวเลชาวบ้านทุกคนอย่าให้มีอันตรายใดๆเลย ” โดยคลิปนี้มีผู้เข้าชมกว่า 1.5 ล้านครั้งและแสดงความเป็นห่วงชาวประมง จนล่าสุดเจ้าตัวเข้ามาอัพเดทว่าปลอดภัยดี

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เจ้าอาวาสวัดดังในอ่างทองแจ้งกู้ภัยช่วยจับงูเหลือมยาว 4 เมตรเขมือบน้องแมวเกือบหมดวัด

Posted on June 23, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/662026

เจ้าอาวาสวัดดังในอ่างทองแจ้งกู้ภัยช่วยจับงูเหลือมยาว 4 เมตรเขมือบน้องแมวเกือบหมดวัด

วันพุธ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 16.41 น.

วันที่ 22 มิ.ย.65 นางสาวรฐา ตะเพียนทอง ทีมอสรพิษวิทยา/กู้ภัยอ่างทอง ได้รับแจ้งขอความช่วยเหลือให้ไปช่วยจับงูเหลือมกินแมวอยู่ภายในวัดอ่างแก้ว ตำบลอ่างแก้ว อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง เมื่อเดินทางไปถึงพบพระอาจารย์สุชาติ เจ้าอาวาสวัดอ่างแก้ว เล่าให้ฟังว่าได้เดินมาพบงูเหลือมตัวใหญ่เข้ามากินแมววัดอยู่บริเวณโคนต้นเฟื่องฟ้า โดยพบงูกำลังกลืนแมวเข้าไปในท้องเหลือเพียงส่วนขาที่ยื่นออกมาจากปากงูเหลือม จึงโทรตามนายเล็ก สมาชิก อบต.อ่างทองให้มาช่วยแมวที่กำลังโดนงูเหลือมเขมือบเข้าท้อง สุดท้ายเจ้างูเหลือมยอมคายแมวออกมา พบว่าแมวตายแล้ว

ส่วนงูเหลือมได้เลื้อยหนีขึ้นต้นเฟื่องฟ้าไปแอบซุกตัวบนหลังคาที่เป็นโครงเหล็กและคลุมแสลม ทางนายเล็ก จึงโทรตามกู้ภัยและชาวบ้านเพื่อมาจับเจ้างูเหลือมออกไปจากวัด เนื่องจากพบว่างูเหลือมเข้ามากินแมวจนเกือบหมดทั้งวัดแล้วหนีรอดออกไปทุกที ครั้งนี้จึงได้ตามคนมาช่วยเพื่อจับงูเหลือมออกไปปล่อยนอกเพื่อที่เพื่อความปลอดภัยของแมวและสุนัขวัด

ขณะที่ชาวบ้านอาวุธครบมือพร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้มาช่วยกันจับงู โดยเจ้าอาวาสได้ใช้บันไดไม้ไผ่พาดที่บริเวณหลังคาโครงเหล็กแล้วปีนขึ้นหลังคาโครงเหล็กที่สูงประมาณ 4 เมตรเพื่อค้นหาเจ้างูเหลือมด้วยตนเอง พร้อมกับทางเจ้าหน้าที่กู้ภัย ส่วนคนที่อยู่ด้านล่างได้ใช้มีดตัดผ้าแสลมออกแล้วดึงลงจากหลังคาโครงเหล็กเพื่อค้นหางูเหลือม ใช้เวลาค้นหาประมาณ 1 ชั่วโมง จึงพบงูเหลือมเลื้อยลงจากหลังคามายังพื้นด้านล่าง

เจ้าอาวาสจึงรีบนำคลาดไปทำการกดหัวงูเหลือมไว้ ขณะที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้รีบลงจากหลังคาเข้ามาจับงูเหลือมไว้ได้พบเป็นตัวใหญ่ยาวประมาณ 4 เมตรและที่บริเวณหางงูเหลือมมีบาดแผลจากการโดนมีดฟันได้รับบาดเจ็บ ทางนางสาวรฐา จึงได้นำงูใส่ถุงผ้าที่เตรียมมาและบอกกับทางเจ้าอาวาสว่าจะนำงูเหลือมได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุในการค้นหามีบาดแผลโดนมีดที่บริเวณหางมีเลือดไหล โดยจะนำงูเหลือมไปทำการรักษาบาดแผลด้วยการทายาม่วงหากแผลหายดีก็จะนำงูเหลือมปล่อยคืนสู่ธรรมชาติต่อไป – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

บุกโรงงานผลิตเตาอั้งโล่ ออเดอร์รัวๆ ยันประหยัดพลังงานจริง

Posted on June 23, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/662015

บุกโรงงานผลิตเตาอั้งโล่ ออเดอร์รัวๆ ยันประหยัดพลังงานจริง

วันพุธ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 16.12 น.

โรงงานผลิตเตาอั้งโล่ที่ราชบุรี เผย “เตามหาเศรษฐี หรือ เตาประหยัดพลังงาน” ยังเป็นที่นิยมของประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะตามชนบท เนื่องจากเป็นเตาที่ประหยัดถ่าน แถมขณะหุงต้มไม่มีควันและก๊าซพิษเกิดขึ้น และเป็นการประหยัดพลังงานในยุคน้ำมัน-ก๊าซแพง ซื้อครั้งเดียวใช้ได้ยาวนานกว่า 2 ปี

จากกรณีที่เพจเฟซบุ๊กของกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน ได้ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนหันมาใช้เตามหาเศรษฐี หรือ เตาซูเปอร์อั้งโล่ แทนเตาอั้งโล่ธรรมดา ด้วยคุณสมบัติที่ให้ความร้อนสูงกว่า ใช้ถ่านน้อยกว่าและมีการเผาไหม้ที่สมบูรณ์กว่า ซึ่งจะทำให้ช่วยประหยัดพลังงานและเงินที่ใช้ซื้อถ่านหุงต้ม ซึ่งเริ่มมีราคาแพงขึ้นมาตามเชื้อเพลิงประเภทอื่นๆ อย่างน้ำมันและก๊าซหุงต้ม โดยโพสต์ดังกล่าวก่อให้เกิดเสียงวิจารณ์จำนวนมาก

ทีมข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังโรงงานที่ผลิตเตาอั้งโล่รายใหญ่ในจังหวัดราชบุรี เป็นโรงงานที่ผลิตเตาถ่าน หรือ เตาอั้งโล่มายาวนานของเมืองราชบุรี ชื่อโรงงาน “เตาอั้งโล่ราชบุรี – ตั้งเตา” หรือ ที่รู้จักกัน “เจดีย์ทอง” ตั้งอยู่หมู่ที่ 3 ต.เจดีย์หัก อ.เมือง จ.ราชบุรี พบกับ น.ส.พิชญดา พุ่มเลิศ อายุ 30 ปี เจ้าของโรงงาน ซึ่งได้พาไปชมการผลิตเตาประหยัดพลังงาน หรือ เตามหาเศรษฐี ซึ่งเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่น ที่อยู่คู่คนไทยมาอย่างช้านานและได้ถูกถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น ที่ปัจจุบันตนเองก็มาช่วยงานคุณพ่อ คุณแม่ ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งโรงงานและเป็นของขึ้นชื่ออีกอย่างหนึ่งนอกจากโอ่งมังกรราชบุรี ยังมีเตาอั้งโล่ราชบุรี เนื่องจากที่จังหวัดราชบุรีมีดินเหนียวคุณภาพดีที่ใช้สำหรับใช้ปั้นโอ่งและปั้นเตาอั้งโล่ หรือ เตาถ่านที่ใช้กันมายาวนาน

คุณพิชญดา เจ้าของโรงงาน เล่าว่า ที่โรงงานมีการผลิตเตาถ่าน หลายประเภท อาทิ เตาประหยัดพลังงาน มีทั้ง ทรงแหลม และ ทรงตรง, เตาอั้งโล่ หรือ เตาดำ, เตาปิ้งย่าง, เตาหมูกระทะ, เตาขนมครก มีหลายขนาด ตั้งแต่ขนาดเล็ก ไปจนถึงขนาดใหญ่ โดยเปิดจำหน่ายทั้งปลีก-ส่ง และ ยังส่งไปขายทั่วประเทศ ราคาจำหน่ายออกจากโรงงานจะเริ่มต้นที่ 80–270 บาท

สำหรับประเด็นที่กำลังได้รับความสนใจจากโลกออนไลน์ ที่เพจเฟซบุ๊กของกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน ได้ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนหันมาใช้เตามหาเศรษฐีหรือเตาซูเปอร์อั้งโล่ แทนเตาอั้งโล่ธรรมดานั้น ตนมองว่า ปกติที่โรงงานจะผลิตเตาประหยัดพลังงานอยู่แล้ว มีทั้งรูปแบบ เตารูปทรงตัววี และ ทรงตั้งตรง ซึ่งจะมีความแตกต่างกันตรงที่การเก็บความร้อน ในขณะเผาไหม้ของถ่าน และ การรับน้ำหนักของหม้อต้ม

เตาประหยัดพลังงานเป็นภูมิปัญญาในอดีตของคนไทยมาประยุกต์สร้างเตาถ่านให้พลังงานสูงและใช้เชื้อเพลิงน้อย การปั้นรูปตรงของเตาและวัสดุที่นำมาปั้นเตาที่มีความทนทานและสามารถเก็บความร้อนได้ดี การปั้นจะเน้นปากของเตาที่จะค่อนข้างกว้าง และรังผึ้งจะหน้ากว่าเตาทั่วไป และรูระบายอากาศเป็นรูปกรวย ช่วยไม่ให้ถ่านชิ้นเล็กหลุดร่วงลงบนขี้เถ้าและช่วยเรื่องการดูดอากาศ ทำให้ทำความร้อนได้สูงกว่า เวลาใส่ถ่านไปจะเผาได้ช้ากว่า ประหยัดถ่านกว่าเตาอั้งโล่ท้องตลาด 30-40% ให้ความร้อนสูงกว่าเตาทั่วไป อุณหภูมิกลางเตาประมาณ 1,000 – 1,200 องศาเซลเซียส มีลักษณะเพรียวและน้ำหนักเบา วางภาชนะหุงต้ม (หม้อ) ได้ 9 ขนาด ตั้งแต่เบอร์ 16-32 ขณะหุงต้มไม่มีควันและก๊าซพิษเกิดขึ้น และ อายุการใช้งานเฉลี่ยมากกว่า 2 ปี อีกทั้งยังมีความแข็งแรงกว่าเตาทั่วไป สำหรับราคาขายที่โรงงานจะอยู่ที่ 260-270 บาท ส่วนตามร้านค้าปลีกทั่วๆไปที่รับไปขายก็จะค่อนข้างสูงอยู่ที่ 290-300 บาท

สำหรับกระแสที่ให้มีการหันมาใช้เตาประหยัดพลังงาน ตนมองว่า ถือว่าเป็นการดีเพราะเตาประหยัดพลังงาน ใช้ถ่านในปริมาณที่น้อยต่อครั้งในการประกอบอาหาร ไม่สิ้นเปลืองถ่าน และยังถูกกว่าการใช้แก๊สหุงต้ม แต่อาจจะเสียเวลาในขณะที่ติดเตาถ่าน แต่เมื่อเตาได้ความร้อนที่พร้อม จะสามารถประกอบอาหารได้หลากหลาย ทั้งผัดในกระทะ หรือ ประเภทต้มโดยใช้หม้อ ส่วนหลังจากนี้หากมีกระแสหันมาใช้เตาทางโรงงานก็ยืนยันว่าไม่ขึ้นราคา ยังคงผลิตและจำหน่ายในราคาเดิม แต่ทั้งนี้หากวัสดุไม่ปรับราคาสูงจนเกินไป ก็ไม่ขึ้นราคาแน่นอน เพราะไม่อยากซ้ำเติมประชาชนในยุคที่ข้าวของกำลังแพง

นายประเชิญ นันยา อายุ 49 ปี แผนกจัดส่งในโรงงาน กล่าวว่า เตาอั้งโล่ เตาถ่าน หรือ เตาประหยัดพลังงานยังคงได้รับความนิยมสูง โดยตามร้านอาหาร ร้านหมูกระทะ หรือ ตามบ้านเรือนแถวชนบท โดยเฉพาะยุคที่เชื้อเพลิงมีราคาสูงคนหันมาใช้เตากันมากขึ้น อย่างวันนี้ตนนำเตาขึ้นรถยนต์กระบะเพื่อนำไปส่งให้กับร้านค้าและลูกค้าที่สั่งในจังหวัดพิษณุโลกและจังหวัดพิจิต มีทั้งเตาหุงต้มทั่วไป เตาถ่านขนาดใหญ่ และ เตาประหยัดพลังงาน แต่โดยปกติก็จะวิ่งส่งไปยังทั่วประเทศ ทั้งภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคใต้ และ ภาคกลาง โดยเฉลี่ยเดือนหนึ่งจะส่งประมาณ 5-6 เที่ยว อนาคตตนมองว่าคนจะหันมาใช้เตาถ่านกันเพิ่มมากขึ้นโดยเพราะตามร้านค้าที่ต้องมีการปรุงอาหาร เพราะแบกรับค่าใช้จ่ายของแก๊สหุงต้มไม่ไหว ส่วนเตาเราซื้อครั้งเดียวสามารถอยู่ได้ยาวนานกว่า 1 – 2 ปี ส่วนเชื้อเพลิงได้ทั้งถ่านสำเร็จ หรือ กิ่งไม้ทั่วไปสามารถนำมาเป็นเชื้อเพลิงได้

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘กรมศิลปากร’ ขุดค้นพบวัดร้างโบราณ สมัยเป็นเมืองมรุกขนคร คาดใหญ่สุดในจังหวัด

Posted on June 23, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/662005

'กรมศิลปากร' ขุดค้นพบวัดร้างโบราณ สมัยเป็นเมืองมรุกขนคร คาดใหญ่สุดในจังหวัด

วันพุธ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 15.56 น.

กรมศิลปากรขุดค้นวัดร้างโบราณบ้านหนองจันทร์ สมัยเป็นเมืองมรุกขนคร พบร่องรอยความยิ่งใหญ่ทางพระพุทธศาสนา มีศาสนสถานคาดใหญ่สุดในจังหวัด

สืบเนื่องจากสํานักศิลปากรที่ 10 ร้อยเอ็ด ได้สํารวจทางโบราณคดีในพื้นที่อําเภอเมืองนครพนมในปี พ.ศ.2552 และปี พ.ศ.2560 ได้พบโบราณสถานรวมทั้งสิ้น จํานวน 30 แห่งซึ่งส่วนใหญ่เป็นซากวัดร้าง จึงทําให้เกิดข้อสันนิษฐานว่า กลุ่มโบราณสถานดังกล่าวน่าจะส่วนหนึ่งของหลักฐานทางโบราณคดีที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นเมืองมรุกขนครในอดีต

ต่อมาต้นปี 2565 สำนักศิลปากรที่ 9 อุบลราชธานี โดยนายสมเดช ลีลามโนธรรม ผู้อำนวยการกลุ่มโบราณคดี พร้อมด้วย นางสาวเมริกา สงวนวงษ์ นักโบราณคดีปฏิบัติการ และนางสาวณิชกุล วัฒนกุล ผู้ปฏิบัติงานด้านบันทึกข้อมูลทางโบราณคดี ได้ดำเนินการติดตามผลการดำเนินงานโครงการอนุรักษ์และพัฒนาแหล่งโบราณสถานมรุกขนคร ได้แก่ วัดร้างศรีจันทร์,วัดธาตุเมืองเก่า (วัดแต้มร้าง),วัดร้างนาป่ง (วัดก้อนเส้า) ต.ท่าค้อ อ.เมือง จ.นครพนม ซึ่งเป็นหนึ่งในสามวัดของโครงการขุดค้นและขุดแต่งเมืองเก่ามรุกขนคร โดยเคยเป็นพื้นที่ตั้งของเมืองนครพนมเดิม

โดยวัดร้างศรีจันทร์ตั้งอยู่บ้านหนองจันทร์ หมู่ 1 ต.ท่าค้อ อยู่ติดฝั่งแม่น้ำโขง ก่อนหนาที่จะมีการขุดค้นมีเพียงเจดีย์อยู่เพียงองค์เดียวเท่านั้น ใกล้กับองค์เจดีย์มีพระพุทธรูป 2 องค์ประดิษฐานอยู่ในศาลาที่ชาวบ้านร่วมใจกันสร้างขึ้นอย่างง่ายๆ เมื่อกลุ่มโบราณคดีเข้ามาแผ้วถางป่าที่รกครึ้มบริเวณนั้น ก็พบเนินดินไม่น้อยกว่า 4 แห่ง เชื่อว่าใต้พื้นดินแห่งนี้จะมีซากปรักหักพังให้สืบค้นร่องรอยประวัติศาสตร์ของเมืองมรุกขนคร

ผลการขุดสำรวจพบร่องรอยของแนวอิฐของเจดีย์โดยเรียงตัวยาวในแนวระนาบเหนือ-ใต้ เบื้องต้นพบร่องรอยที่น่าสนใจหลายอย่าง เช่น ตัวเจดีย์ที่มีองค์ประกอบของฐานเขียงผังสี่เหลี่ยมซ้อนกันสองชั้นเพื่อรองรับฐานปัทม์ผังแปดเหลี่ยมที่ซ้อนกันลดหลั่นขึ้นไปสามชั้น โดยมีองค์ระฆังตั้งอยู่ด้านบนและส่วนปลายยอดพัง ทั้งนี้บริเวณตรงกลางฐานเจดีย์ถูกขโมยเจาะเป็นโพรงเพื่อหาสมบัติ

นอกจากนี้ยังพบเศียรพระพุทธรูปขนาดเล็กทำด้วยหินทรายปรากฏอยู่ในหอพระ เศษกระเบื้องหลังคาดินเผา/ดินขอจำนวนมาก ทั้งยังพบแผ่นกระเบื้องหลังคาดินเผาที่มีสภาพสมบูรณ์ และโลหะสำหรับยึดกระเบื้องหลังคา ที่น่าสนใจคือพบโลหะลักษณะคล้ายดาบสองชิ้น ฝังอยู่บริเวณใกล้กับองค์เจดีย์ ซึ่งอาจเป็นส่วนหนึ่งของอุปกรณ์ในการประกอบพิธีกรรมบางอย่าง มีผู้รู้เสนอว่าน่าจะเป็นตุง(ทุง)/ธงกระด้าง ซึ่งเป็นวัฒนธรรมที่ล้านนารับมาจากพม่า และดินแดนล้านช้างอาจรับมาอย่างแพร่หลายในสมัยพระเจ้าไชยเชษฐาฯ สำหรับถวายบูชาแด่พระรัตนตรัย โดยส่วนปลายทั้งสองด้านมักจะทำให้แหลมใช้แขวนติดกับเสา นิยมถวายเป็นคู่ไว้หน้าพระประธานหรือหน้าอุโบสถ วิหาร บางแห่งทำไว้กลางลานวัดหรือใกล้พระเจดีย์

ทั้งนี้ บริเวณฝั่งตรงข้ามของเจดีย์ ซึ่งปัจจุบันสร้างเป็นถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก พบฐานของวิหารขนาดใหญ่ นอกจากนี้ยังมีวิหารเล็กอยู่เหนือขึ้นมาทางทิศตะวันออก ส่วนเนินดินที่อยู่อีก 2 จุดที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงกัน ยังไม่ได้ลงมือขุดประกอบกับเข้าสู่ฤดูฝนจึงชะลอการค้นหาก่อน คาดว่าวัดร้างศรีจันทร์แห่งนี้ในอดีตเป็นวัดขนาดใหญ่ และสมบูรณ์ที่สุดในนครพนมเท่าที่ขุดค้นมา

ล่าสุด วันที่ 22 มิ.ย.65 นายพิชญา โพชราษฎร นายก อบต.ท่าค้อ ได้รับการเปิดเผยว่าทาง อบต.ฯหากได้รับการมอบพื้นที่จากกรมศิลปากรก็จะเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ให้เยาวชนศึกษา แต่ทุกวันพุธก็นำเจ้าหน้าที่เข้าไปทำความสะอาดอยู่ประจำ

ด้าน นายวิทนะ กรุงเกตุ นักพัฒนาการท่องเที่ยว อบต.ท่าค้อ เผยว่าการขุดค้นร่องรอยยังไม่จบ วัดร้างศรีจันทร์มีเนื้อที่กว้างประมาณ 5 ไร่กรมศิลปากรต้องเดินหน้าขุดค้นต่อไป เท่าที่ทราบขณะนี้กรมศิลปากรส่งตัวอย่างอิฐให้ต่างประเทศพิสูจน์ว่าวัดแห่งนี้มีอายุกี่ปี

ส่วน น.ส.ญาณณ์ณิศา พรหมวิศาสตร์ ผอ.กองการศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม อบต.ท่าค้อ กล่าวว่ารู้สึกตื่นเต้นจากการขุดค้นประวัติศาสตร์ของเมืองมรุกขนคร ถือว่าเป็นสิ่งอัศจรรย์มากที่ค้นพบร่องรอยศาสนสถานที่ยิ่งใหญ่ เหนือความคาดหมายของคนในพื้นที่มาก ขณะที่วัดโบราณอีกสองแห่งก็ค้นพบวัตถุโบราณ รวมข้าวของเครื่องใช้ของบรรพบุรุษจำนวนมาก แต่ผู้ที่จะเล่าถึงประวัติได้ดีที่สุดต้องให้กรมศิลปากรเป็นผู้นำเสนอ เพราะเขามีความเชี่ยวชาญด้านนี้โดยเฉพาะ

ชื่อเมืองมรุกขนครมีชื่อปรากฏตามอุรังคนิทานหรือตำนานพระธาตุพนม (พิสดาร) ของพระธรรมราชานุวัตร อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหารได้เรียบเรียงไว้ตอนหนึ่งว่า สมัยพุทธกาลพระพุทธเจ้าได้เสด็จมาโปรดสัตว์ที่แคว้นศรีโคตรบูรณ์ มีพุทธทำนายว่าเมื่อพระองค์ปรินิพพานไปแล้วเมืองศรีโคตรบูรณ์จักย้ายไปตั้งที่ป่าไม้รวก มีนามว่าเมืองมรุกขนคร ซึ่งสันนิษฐานกันว่าหมายถึงเมืองที่อยู่ในดงไม้รวก ตามสภาพภูมิประเทศที่สร้างบ้านแปงเมืองนั้นเอง

ประมาณ พ.ศ.500 สมัยพญาสุมิตรธรรม ผู้ครองเมืองมรุกขนคร เป็นกษัตริย์ผู้มีจิตศัรทธาต่อพระพุทธศาสนาอย่างแรงกล้า มีการบูรณะพระธาตุพนมขึ้นเป็นครั้งแรก โดยก่อพระลานอูบมุงชั้นที่ 1 และชั้นที่ 2 แล้วสร้างกำแพงล้อมรอบมีงานฉลองสมโภชอย่างมโหฬาร ซึ่งพระอุรังคธาตุได้แสดงปาฏิหาริย์อัศจรรย์ยิ่ง ทำให้พญาสุมิตรธรรมบังเกิดความปิติโสมนัสมาก นอกจากถวายทรัพย์สินมีค่ามากมายเป็นพุทธบูชาแล้ว ยังมอบหมายให้หมู่บ้านทั้ง 7 แห่งในเขตแดนนั้นเป็นผู้ดูแลรักษาองค์พระธาตุ

หลังจากสิ้นพญาสุมิตรธรรม ได้มีผู้ครองนครต่อมาอีก 2 พระองค์ ก็เกิดเหตุอาเพศแก่อาณาจักรศรีโคตรบูรณ์จนกลายเป็นเมืองร้าง กระทั่งถึง พ.ศ.1800 เจ้าศรีโคตรบูรณ์ได้สร้างเมืองมรุกขนครขึ้นใหม่ใต้เมืองท่าแขกบนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง ใน พ.ศ. 2057 สมัยพระเจ้านครหลวงพิชิตทศพิศราชธานีศรีโคตรบูรณ์ได้เปลี่ยนชื่อเมืองใหม่กลายเป็นเมืองศรีโคตรบูรณ์ตรงตามชื่ออาณาจักรเดิม ในสมัยนี้ยังมีการบูรณปฎิสังขรณ์พระธาตุพนมเรื่อยมาจนถึง พ.ศ.2280 พระธรรมราชาเจ้าเมืองศรีโคตรบูรณ์องค์สุดท้าย ได้ย้ายเมืองมาตั้งบนฝั่งขวา (ฝั่งไทย) เยื้องเมืองเก่าไปทางเหนือแล้วขนานนามเมืองใหม่ว่า เมืองนคร จากนั้นมีการโยกย้ายชุมชนเมืองอีกหลายครั้ง

พ.ศ.2321 ในรัชกาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ได้มีการย้ายเมืองมาตั้งที่บ้านหนองจันทร์ ห่างขึ้นไปทางเหนือ 52 กิโลเมตร และในปี พ.ศ. 2333 รัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เมืองนครก็ได้ขอขึ้นตรงต่อกรุงเทพมหานคร โดยพระองค์ทรงพระราชทานนามใหม่ขึ้นว่านครพนม ส่วนชื่อนครพนมนั้นมีข้อสันนิษฐานประการหนึ่งว่า เมืองนครเคยเป็นเมืองลูกหลวงมาก่อน และมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ จึงได้ใช้ชื่อว่า นคร ส่วนคำว่า พนม ก็มาจากพระธาตุพนม ปูชนียสถานที่อยู่คู่บ้านคู่เมืองมาช้านาน หรืออีกนัยหนึ่งคือ เดิมเมืองมรุกขนครตั้งอยู่ทางฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงในบริเวณที่มีภูเขาสลับซับซ้อน จึงนำคำว่า พนม ซึ่งแปลว่าภูเขามาใช้ นครพนม จึงหมายความถึง เมืองแห่งภูเขา.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,948,703 hits

Join 4,113 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

สสส.หนุน Dental Mind Connect 360° ใน’19 โรงเรียนทันตแพทย์’ รับมือวิกฤตเยาวชนเครียด-ซึมเศร้า
"ปูติน" เลี้ยงอาหารค่ำครูสมัยมัธยม โต้ข่าวลือหลบภัยในบังเกอร์ใต้ดิน
ฉลอง 170 ปี ความสัมพันธ์ไทย-ฝรั่งเศส เดินหน้าความร่วมมือ 3 เสาหลัก อุดมศึกษา-วิจัย-นวัตกรรม
เปิด 34 รายชื่อ เอกชนยักษ์​ใหญ่เตรียมหารือรัฐบาลเย็นนี้
เปิดสถิติ 4 เดือน! ปราบอาชญากรรมออนไลน์ 121,921 คดี เสียหายรวม 7.48 พันล้านบาท
ประชาชนได้ประโยชน์อะไร! หมอวรงค์ข้องใจรัฐ กู้เงิน 2 แสนล้าน เปลี่ยนผ่านพลังงาน
ไอซ์ รักชนก นั่ง ปธ.กมธ.ติดตามงบฯ ขอแสดงวิสัยทัศน์-แผนงานในโอกาสหน้า
ภราดร แย้ม ภท.เตรียมถกร่างแก้รัฐธรรมนูญ 19 พ.ค. แจงครม.ไม่ยืนยันร่างเดิม หวั่นตกวาระ 3 ซ้ำรอยเสียเวลา
ปธ.องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน เตือนปัญหาสินบนเข้าขั้นวิกฤติ ทำฉุดศักยภาพแข่งขัน-ภาพลักษณ์ประเทศ
ทิพยประกันภัย ปั้นคนรุ่นใหม่ ใจเปลี่ยนโลก ด้วยศาสตร์พระราชา

Recent Posts

  • ภาครัฐอินเดียให้ WFH 2 วันต่อสัปดาห์ รับวิกฤตน้ำมัน ขณะที่เดลีขอประชาชนงดใช้รถสัปดาห์ละ 1 วัน
  • เมียนมาใช้ไม้แข็ง จ่อใช้โทษประหาร ปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์-หลอกลงทุนคริปโต
  • ผู้ประท้วงต้าน AI ชุมนุมหน้าศาลสหรัฐฯ ก่อนคณะลูกขุนเริ่มพิจารณาคดี “อีลอน มัสก์” ฟ้อง OpenAI
  • เครื่องบินแพทย์ตกกลางหุบเขานิวเม็กซิโก ดับยกลำ 4 ศพ จุดไฟป่าลุกลาม
  • “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” หารือต่อวันที่สองและเป็นวันสุดท้าย จับตาประเด็นไต้หวัน-สงครามอิหร่าน

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d