Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

โพลชี้ปชช.ค้านรัฐนำระบบวิน จยย.ให้บริการผ่านแอฟ เชื่อสร้างปัญหาบานปลายไม่จบสิ้น

Posted on June 23, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/661999

โพลชี้ปชช.ค้านรัฐนำระบบวิน จยย.ให้บริการผ่านแอฟ เชื่อสร้างปัญหาบานปลายไม่จบสิ้น

วันพุธ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 15.40 น.

ปชช.พร้อมหนุน เรียกวินจยย.ผ่านแอพ เชื่อ โปร่งใส-สะดวก ค้านรัฐดึงระบบ ให้บริการเอง ชี้ข้อจำกัดห้ามข้ามเขต ไม่ตอบโจทย์ชาวกรุง หวั่นจัดระเบียบสร้างปัญหาบานปลาย มาเฟียวินโผล่โก่งราคา โผลระบุ ปชช 94% ผวาหน่วยงานรัฐ เล็งสั่งปิดแอพพริเคชั่น โวยปิดทางทำกิน

เมื่อวันที่ 22 มิ.ย.65 ผศ.ดร.สุทธิกร กิ่งเเก้ว ผู้บริหารโครงการวิจัย สถาบันวิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เปิดเผยถึงผลการสำรวจวิจัยการบริการเรียกรถมอเตอร์ไซค์ผ่านแอปพลิเคชัน ผ่านผู้ใช้บริการในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลที่มีต่อประเด็นประโยชน์ของบริการ ผลกระทบ ตลอดจนนโยบายของภาครัฐในการกำกับดูแลบริการดังกล่าว ผ่านการทำแบบสอบถามออนไลน์จากกลุ่มตัวอย่าง 411 คน รวมถึงการจัดสนทนากลุ่มย่อยกับกลุ่มผู้ให้บริการรถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ทั้งวินมอเตอร์ไซค์ (ป้ายเหลือง) และบุคคลทั่วไปที่ให้บริการผ่านแอปพลิเคชัน (ป้ายดำ) พร้อมนำเสนอแนวทางที่ภาครัฐควรนำมาพิจารณา ในการกำกับดูแลบริการดังกล่าว โดยมุ่งเน้นการสร้างประโยชน์สูงสุดให้เกิดกับทุกภาคส่วน

ทั้งนี้ ผลการสำรวจดังกล่าวระบุว่า 60.83% ของกลุ่มตัวอย่าง เคยใช้บริการเรียกรถมอเตอร์ไซค์ผ่านแอปพลิเคชัน โดยให้เหตุผลว่า บริการดังกล่าวมีประโยชน์ในหลายด้าน อาทิ  94.4% เห็นว่าบริการดังกล่าวช่วยสร้างความสะดวกสบายในการเดินทาง เพราะสามารถเรียกจากที่ไหนหรือเวลาไหนก็ได้ 84.8 % ระบุว่าแอปเรียกรถมีความโปร่งใสในด้านราคา เพราะทราบค่าบริการล่วงหน้า ก่อนเรียกใช้บริการ, 73.2% บอกว่าบริการนี้สะดวกในแง่ระบบการชำระค่าบริการ เพราะสามารถจ่ายแบบ ออนไลน์ ไม่ต้องใช้เงินสด, 67.6%คิดว่าเป็นบริการที่ปลอดภัย เพราะแอปเรียกมีการคัดกรองที่เข้มงวด มีฐานข้อมูล คนขับ-ทะเบียนรถ สามารถตรวจสอบได้ และมีเทคโนโลยีติดตามการเดินทาง, 62% เห็นว่าสามารถเดินทางข้ามเขตหรือพื้นที่ได้ ไม่มีข้อจำกัดเรื่องจุดรับเหมือนกับวิน ที่ต้องอยู่ในพื้นที่ที่กำหนด 54.8% มองว่าบริการนี้ช่วยสร้างอาชีพเสริมให้กับบุคคลทั่วไปที่มีรถมอเตอร์ไซค์, 46.4% เห็นว่าบริการนี้ช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่าย เพราะมีส่วนลดจากโปรโมชัน และรีวอร์ดให้กับผู้ใช้

เมื่อถามถึงกรณีหน่วยงานรัฐจะนำระบบวินมอเตอร์ไซค์มาใช้ในการกำกับดูแลบริการเรียกรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างผ่านแอป เช่น ให้รับ-ส่งได้เฉพาะในพื้นที่เท่านั้น คนขับมีใบขับขี่สาธารณะ หรือใช้ป้ายเหลืองเท่านั้น และมีระบบโควต้าจำกัดจำนวนผู้ให้บริการ พบว่า 69% ของผู้ที่เคย ใช้บริการไม่เห็นด้วยกับแนวคิดดังกล่าว  โดย 75% มองว่า ระบบวินมอเตอร์ไซค์มีข้อจำกัดในการให้บริการ ทั้งในเรื่องจุดรับ-ส่ง การไม่สามารถให้บริการข้ามเขตได้ ซึ่งไม่สะดวกและไม่ตอบโจทย์การเดินทางของคนกรุงเทพฯ

ขณะที่ 72% ระบุว่า การใช้ระบบโควต้าส่งผลให้มีการจำกัดจำนวนคนขับหรือรถ อาจทำให้มีรถมอเตอร์ไซค์ที่ให้บริการไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค โดยเฉพาะใน ช่วงเวลาเร่งด่วน นอกจากนี้ 88% ยังบอกว่าการใช้ระบบโควต้าอาจนำพาไปสู่ปัญหาอื่นๆ ตามมา เช่น มาเฟียเสื้อวิน การโก่งราคา หรือการปิดกั้นโอกาสคนขับทั่วไปที่ต้องการจะเข้าสู่ระบบ ทำให้เกิดความไม่เท่าเทียม เป็นต้น ส่วนผู้ที่เห็นด้วยกับแนวคิดดังกล่าวมีเพียงหนึ่งในสามเท่านั้น โดย 91% ของคนกลุ่มนี้ เชื่อว่าระบบวินมีความปลอดภัยมากกว่าเพราะภาครัฐมีฐานข้อมูลของคนขับทุกคน ขณะที่ 75% คิดว่าระบบวินช่วยสร้างความมั่นใจเพราะเป็นระบบที่ถูกกฎหมาย

ส่วนกรณีที่มีการนำเสนอข่าวว่าหน่วยงานรัฐจะมีคำสั่งปิดแอปพลิเคชั่นเรียกรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างที่ให้บริการโดยบุคคลทั่วไปนั้น 94% ไม่เห็นด้วยกับการกระทำดังกล่าว โดย 90% มองว่าเป็นการจำกัดทางเลือกของผู้ใช้บริการ ขณะที่ 81% เห็นว่าการดำเนิน การเช่นนั้นสะท้อนถึงความล้าหลังของกฎหมายไทยที่ไม่สอดรับกับพฤติกรรมของ  ผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน และ 74% เชื่อว่าเป็นการปิดกั้นโอกาสทำกินและขัดต่อการ ส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลของรัฐบาล

ทั้งนี้ นอกจากประชาชนผู้ใช้บริการแล้ว สถาบันวิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ยังได้ สำรวจความคิดเห็นเพิ่มเติมกับกลุ่มผู้ให้บริการรถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ซึ่งแบ่งเป็นกลุ่มวินมอเตอร์ไซค์ (ป้ายเหลือง) และบุคคลทั่วไปที่ให้บริการผ่านแอปพลิเคชัน (ป้ายดำ) ผ่านการทำสนทนากลุ่มย่อย (โฟกัสกรุ๊ป) โดยสรุปดังนี้ กลุ่มผู้ให้บริการวินรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างระบุว่า การมีทั้งระบบวินและระบบเเอปเป็นการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ตอนนี้คนขับวินในหลายพื้นที่เริ่มยอมรับรถป้ายดำที่วิ่งรับ-ส่งผู้โดยสารมากขึ้น เพียงแต่ต้อง ไม่มาทับพื้นที่กัน ขณะที่กลุ่มบุคคลทั่วไปที่ให้บริการผ่านแอปให้ความเห็นว่า การมีระบบเเอปเรียกมอเตอร์ไซค์ รับจ้างช่วยสร้างรายได้ให้กับตัวเองเเละครอบครัว และสร้างความสะดวกอย่างมากให้กับ ผู้โดยสารและตอบโจทย์คนยุคนี้ ทำให้มีจำนวนผู้เรียกใช้บริการเพิ่มขึ้นอย่างมาก ซึ่งส่งผลให้มี คนขับเข้ามาในระบบเรียกรถผ่านเเอปมากขึ้นเช่นกัน ทั้งนี้ อยากให้ภาครัฐให้ความสำคัญ กับคนทุกกลุ่ม ไม่เฉพาะกลุ่มวิน โดยมองไปที่ประโยชน์ในภาพรวม หากจะมีการบังคับใช้ กฎระเบียบใดๆ เพื่อควบคุมบริการ อยากให้คำนึงถึงผลกระทบและให้มีเวลาได้ปรับตัว เพราะไม่อยากสูญเสียรายได้ โดยเฉพาะในสภาวะเศรษฐกิจที่ข้าวยากหมากแพงแบบนี้ หากมีการสั่งปิดแอปอย่างที่มีการรายงานข่าวจริง ย่อมส่งผลกระทบและสร้างความลำบาก ให้กับคนจำนวนมาก

“ในกรณีของการบริการเรียกรถมอเตอร์ไซค์ผ่านแอปพลิเคชันนั้น ส่วนตัวมองว่าภาครัฐไม่ควรที่จะเดินถอยหลังเข้าไปเปลี่ยนเเปลงในสิ่งที่ดีอยู่เเล้ว โดยนำกฎหมายที่ถูกร่างขึ้นในยุคสมัยเดิมบังคับใช้กับเรื่องในปัจจุบัน โดยไม่ได้พิจารณาถึงสภาพเเวดล้อมทางเศรษฐกิจเเละสังคมที่เปลี่ยนเเปลงไป เช่น ภาครัฐไม่ควรเข้าไปกำหนดหรือบังคับห้ามไม่ให้คนขับป้ายดำต้องหยุดการให้บริการ ในทางกลับกัน ภาครัฐควรที่จะช่วยให้คนขับเหล่านี้สามารถให้บริการได้อย่างถูกกฎหมาย โดยมีแผนหรือกระบวนการ ต่างๆ รองรับ ซึ่งอาจจะทำในรูปแบบที่ค่อยเป็นค่อยไป โดยทยอยปรับกฎระเบียบให้เป็นที่ยอมรับ ของทุกฝ่าย และอนุโลมให้รถป้ายดำสามารถวิ่งรับ-ส่งในระบบเเอปได้ไปก่อนจนกว่าทุกฝ่ายจะตกลง หาทางออกกันได้อย่างชัดเจน ขณะเดียวกัน ก็ควรหาทางส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพให้กลุ่มคนขับวิน โดยเฉพาะผู้สูงอายุหรือกลุ่มที่ตามไม่ทันเทคโนโลยี สามารถปรับตัวเพื่อใช้ประโยชน์จากแอปพลิเคชัน เหล่านี้ได้ จะได้มีรายได้เสริมและก้าวทันเศรษฐกิจดิจิทัล”ผศ.ดร.สุทธิกร กล่าว

-001

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

จับโป๊ะคาไลฟ์ตักละ500 ทีมงาน’พิมรี่พาย’ใช้มือปัดไอโฟนออก

Posted on June 23, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/661982

จับโป๊ะคาไลฟ์ตักละ500 ทีมงาน'พิมรี่พาย'ใช้มือปัดไอโฟนออก

วันพุธ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 14.31 น.

จับโป๊ะทีมงานพิมรี่พายใช้มือปัดไอโฟนออกจากกล่องสุ่มตัก 500 บาท ทัวร์ลงหนักมาก โร่ชี้แจงอยากให้ลูกค้าได้ของเท่าๆกัน

22 มิถุนายน 2565 กลายเป็นดราม่าอีกแล้ว สำหรับแม่ค้าคนดัง พิมรี่พาย ที่ล่าสุดกับประเด็นที่ถูกชาวเน็ตฉะทีมงานของเธอ ที่หยิบมือถือไอโฟนออกจากกล่องสุ่ม

ซึ่ง’สุ่มตัก’กลับมาเป็นไวรัลที่ร้านออนไลน์ต่างๆใช้เป็นจุดขาย และพิมรี่พาย ก็จัดสินค้า อาทิ แหวนทอง , โทรศัพท์ไอโฟน , ลำโพง Marshall,ของใช้ต่างๆ มาจัดให้ลูกค้า CF ในราคา 500 บาท ส่งฟรี!!!

แต่ล่าสุด ระหว่างที่ พิมรี่พาย และทีมงาน กำลังไลฟ์ตักสิ่งของในอ่างโฟมอยู่นั้น ก็เกิดดราม่าจับโป๊ะทีมงานใช้มือปัดโทรศัพท์ไอโฟนออกจากกล่อง จึงทำให้ลูกค้าผู้โชคดีรายหนึ่งอดได้รางวัลใหญ่ จนเรื่องนี้กลายเป็นกระแสจนถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างรวดเร็ว 

พิมรี่พาย ได้พาทีมงานคนดังกล่าวออกมาชี้แจงทันที ก็ยอมรับว่ากระทำการเช่นนั้นจริง พร้อมให้เหตุผลว่า “ที่ทำไปเพราะผมอยากให้เฉลี่ย ๆ กันครับ ให้ได้ของรางวัลเท่า ๆ กัน ถ้าได้ทุกอันเลย แล้วลูกค้าบางคนแกะแล้วไม่ได้อ่ะ ผมกลัวโดนดราม่าครับ” โดยเป็นการกระทำเองโดยพลการที่พิมรี่พายไม่รู้เห็นด้วย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘รากต้นพญารากหอม’ สมุนไพรหายาก สรรพคุณเพิ่มพลังฟิตปั๋งให้คุณผู้ชาย

Posted on June 23, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/661975

'รากต้นพญารากหอม' สมุนไพรหายาก สรรพคุณเพิ่มพลังฟิตปั๋งให้คุณผู้ชาย

วันพุธ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 14.04 น.

22 มิ.ย.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณหน้าบ้านของ นายบุญธรรม หาลือ อายุ 70 ปี ชาวบ้านบ้านจำบอน หมู่ 11 ต.ท่าวังทอง อ.เมือง จ.พะเยา ได้มีกลุ่มชาวบ้านพากันมาขุดหาต้นพญารากหอม ที่ออกไปทั่วลานดินหน้าบ้าน ซึ่งต้นพญารากหอม หรือ(อบเชยเถา) เป็นสมุนไพรที่หายาก และมีราคาแพงกว่าโสมเกาหลี โดยกลุ่มชาวบ้านพากันมาขุดเพิ่อรากต้นของพญารากหอมนำไป กินสด ต้ม หรือดองเป็นยาใช้บำรุงร่างกาย (ยาโดปสำหรับผู้ชาย) และยังเป็นสมุนไพรที่หายาก เป็นที่ต้องการของผู้คนทั่วไปโดยเฉพาะผู้ชาย 

สำหรับ ต้นพญารากหอม จะเป็นไม้เถาวัลย์ขนาดเล็ก ออกตามพื้นดินมีความยาว 5-10 เมตร มีลำต้น หรือเถาวัลย์ออกชูไหลไปทั่วพื้นที่ดินมีขนสั้น และมีน้ำยางสีขาว เปลือกมีรูระบาย ใบสีเขียวมีลายขาวเรียวยาว เถามีลักษณะกลมเรียวสีน้ำตาลเทา อมม่วง ขนาดเถากว้างประมาณ 1.3-2 มม. ยาว 10-30 นิ้ว และรากมีความกลิ่นหอมเหมือนอบเชยหรือโสมเกาหลี มีรสชาด หวานอมขม มีสรรพคุณช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางเพศและบำรุงร่างกาย

นายพิพัฒน์ คูชลธารา เล่าให้ฟังว่า หลังจากที่ขุดนำมาล้างแล้วต้ม น้ำจะมีกลิ่นหอมเหมือนโสมเกาหลีหรือกระชาย ซึ่งสรรพคุณมีหลายอย่างเช่นเสริมสร้างพลังเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ พญารากหอมสมุนไพร หายาก กำลังมาแรงและราคาแพงที่สุด สรรพคุณยิ่งกว่าโสมเกาหลีหายากจะขึ้นตามธรรมชาติ และจะมีเป็นบางพื้นที่ราคาซื้อขายกิโลกรัมละ 10,000-100,000 บาท ซึ่งเมื่อขุดขึ้นมารากจะมีกลิ่นหอมเหมือนอบเชยหรือโสม หากนำไปต้มน้ำแล้วน้ำต้มจะหอม หวาน อร่อย.-008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สั่งปิดจุดชมวิว ‘โอเวอร์แลปสโตน’ บนเกาะสมุยจนกว่าจะได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนําเที่ยว

Posted on June 23, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/661967

สั่งปิดจุดชมวิว 'โอเวอร์แลปสโตน' บนเกาะสมุยจนกว่าจะได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนําเที่ยว

วันพุธ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 13.08 น.

วันที่ 22 มิ.ย.65 ร.อ.อดุลย์ พรหมบุตร หัวหน้าชุดปฏิบัติการ กอ.รมน.ภาค 4 พื้นที่เกาะสมุย นำกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ่อผุด และเจ้าหน้าที่เทศบาลนครเกาะสมุย เข้าตรวจสอบเรื่องร้องเรียนสถานที่ท่องเที่ยวจุดชมวิว “โอเวอร์แลปสโตน” ของเอกชนรายหนึ่งอยู่ในพื้นที่บนเขาละไม ต.มะเร็ต อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี

สำหรับสถานที่ดังกล่าวเปิดให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวให้นักท่องเที่ยวเข้ามาชมหินก้อนใหญ่ที่ตั้งโดดเด่นอยู่บนหน้าผาวิวสวยงามจะเก็บเงินค่าเข้าชมคนละ 50 บาท แต่ละวันจะมีนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและชาวต่างชาติเข้ามาแวะชมกันตลอด ซึ่งทางผู้ประกอบการได้ทำสะพานทางเดินข้ามไปยังก้อนหินเพื่อให้นักท่องเที่ยวเดินเข้าไปสัมผัสกับก้อนหินและถ่ายรูปคู่กับก้อนหินดังกล่าว

เจ้าหน้าที่ชุดตรวจสอบพบว่าสถานที่ดังกล่าวไม่มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจนําเที่ยวและไม่มีใบอนุญาตการก่อสร้างสะพานจากเทศบาลนครเกาะสมุย อีกทั้งตัวสะพานอยู่ในสภาพที่ไม่ปลอดภัย ไม่มีความมั่นคงแข็งแรงและไม่มีมาตรการในการดูแลนักท่องเที่ยวหากเกิดอุบัติเหตุ จึงได้สั่งให้ปิดสถานที่ดังกล่าวจนกว่าจะได้รับใบอนุญาตจากเทศบาลนครสมุย

สำหรับสถานที่ดังกล่าวก่อนหน้านี้เมื่อต้นปี 2565 เคยตกเป็นข่าวใหญ่ที่มีเหตุการณ์ที่นักท่องเที่ยวสาวรัสเซียแจ้งความถูกคนดูแลสถานที่ทำร้ายร่างกายบาดเจ็บจากปมเรียกเก็บเงินค่าเข้าชม 50 บาท – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ศูนย์วิจัยเหลื่อมล้ำ มธ.’ชวนย้อนมอง2ปีโควิดระบาด ‘คนรายได้น้อย’เจ็บหนัก‘เงินออมลด-หนี้พุ่ง’

Posted on June 23, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/661963

‘ศูนย์วิจัยเหลื่อมล้ำ มธ.’ชวนย้อนมอง2ปีโควิดระบาด ‘คนรายได้น้อย’เจ็บหนัก‘เงินออมลด-หนี้พุ่ง’

วันพุธ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 12.39 น.

‘ศูนย์วิจัยเหลื่อมล้ำ มธ.’ชวนย้อนมอง2ปีโควิดระบาด ‘คนรายได้น้อย’เจ็บหนัก‘เงินออมลด-หนี้พุ่ง’

22 มิ.ย. 2565 เฟซบุ๊กแฟนเพจ “Center for Research on Inequality and Social Policy – CRISP” ของศูนย์วิจัยความเหลื่อมล้ำและนโยบายสังคม คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เผยแพร่รายงานการสำรวจผลกระทบของโควิด-19 ต่อกลุ่มที่มีรายได้น้อยในประเทศไทยด้านเศรษฐกิจ เนื้อหาดังนี้

สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมานี้ได้สร้างผลกระทบต่อผู้คนในสังคมเป็นอย่างมาก ซึ่งจะเห็นได้ชัดคือสถานการณ์สุขภาพของคนไทยที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก แต่ยิ่งไปกว่านั้น ยังส่งผลกระทบทางลบต่อเศรษฐกิจเป็นวงกว้างอีกด้วย  

ศูนย์วิจัยความเหลื่อมล้ำ ฯ จึงได้สำรวจผลกระทบด้านเศรษฐกิจของโควิด-19 ต่อกลุ่มคนรายได้น้อยซึ่งเป็นสัดส่วนประชากรหลักของประเทศ ภายใต้โครงการ “Social Monitoring สถานการณ์ความเหลื่อมล้ำในประเทศไทย” ซึ่งจะทำให้เราได้รับรู้ข้อมูลผลกระทบทั้งในระยะสั้นและในระยะยาว (ระยะก่อนและหลังการปรับตัวของกลุ่มตัวอย่าง) ที่เกิดขึ้นจริงต่อกลุ่มคนรายได้น้อย(รายได้ต่ำกว่า 15,001 บาท/เดือน) มีข้อค้นพบที่น่าสนใจมากมายมาเล่าให้ฟังแบบเข้าใจง่าย ๆ เพื่อสำรวจการเปลี่ยนแปลงทางรายได้และรูปแบบการทำงาน โดยตอนนี้จะพูดถึงผลกระทบต่อมิติทางเศรษฐกิจ ประกอบด้วยรายได้ ค่าใช้จ่าย หนี้สิน และเงินออม

ที่มา: ศุภชัย สมผล, 2565, การสำรวจผลกระทบของโควิด-19 ต่อกลุ่มผู้มีรายได้น้อยในประเทศไทย, ในโครงการ Social Monitoring สถานการณ์ความเหลื่อมล้ำในประเทศไทย, สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาตร์ วิจัย และนวัตกรรม (สกสว.) 

จัดทำโดย : ภัคชัย อนันธนานฤภร ศูนย์วิจัยความเหลื่อมล้ำและนโยบายสังคม คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

เราสามารถสำรวจข้อมูลจากกลุ่มรายได้น้อยโดยอาศัยหลักเกณฑ์การคัดเลือกผู้ตอบแบบสำรวจจากระดับรายได้เฉลี่ยที่ต่ำกว่า 15,001 บาท/เดือน ซึ่งก่อนมีการแพร่ระบาดโควิด-19 กลุ่มคนรายได้น้อยจะมีรายได้เฉลี่ยที่ 10,290 บาท/เดือน แต่หลังจากมีการแพร่ระบาด รายได้ของคนกลุ่มนี้ลดลงถึง 23.66% เหลือ 7,855 บาท/เดือน ในปี 2563 และลดลง 28.11% เหลือ 7,397 บาท/เดือน ในปี 2564 เมื่อเทียบกับรายได้ช่วงก่อนการแพร่ระบาด ในขณะที่กลุ่มคนรายได้น้อยยังมีรายจ่ายที่ลดลงเช่นกัน ซึ่งก่อนมีการแพร่ระบาดโควิด-19 คนกลุ่มนี้มีรายจ่ายเฉลี่ยที่ 8,438 บาท/เดือน แต่หลังจากมีการแพร่ระบาดทำให้รายจ่ายลดลงถึง 3.85% เหลือ 8,113 บาท/เดือน ในปี 2563 และลดลง 3.58% เหลือ 8,136 บาท/เดือน ในปี 2564 เมื่อเทียบกับรายจ่ายช่วงก่อนการแพร่ระบาด

เมื่อพิจารณาการเปลี่ยนแปลงทางรายได้ในแต่ละอาชีพจะพบว่า หลังการแพร่ระบาดโควิด-19 อาชีพที่รายได้ลดลงมากที่สุด คือ รับจ้าง ลดลง 37.9% รองลงมาคือ อาชีพค้าขาย ลดลง 36.8% และอาชีพก่อสร้าง ลดลง 30.1% ซึ่งสอดคล้องกับอาชีพที่มีรายจ่ายลดลงมากที่สุดคือ รับจ้าง ลดลง 7.3% รองลงมาคือ อาชีพค้าขาย ลดลง 6.8% และอาชีพก่อสร้าง ลดลง 4.4%

เมื่อสำรวจสาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้รายได้ลดลงแล้วนั้น พบว่าผู้ที่ได้รับผลกระทบสามารถจำแนกได้ตามอาชีพประกอบด้วยอาชีพค้าขาย รับจ้าง และเกษตรกร เกิดจากความต้องการของลูกค้าลดลง (25.22%) และอาชีพลูกจ้างในภาคบริการและอุตสาหกรรม และก่อสร้าง เกิดจากชั่วโมงการทำงานลดลง (22.75%)

ส่วนสาเหตุที่ค่าใช้จ่ายลดลงน้อย/ไม่ลดลงเลย เพราะเกิดจากไม่สามารถปรับลดค่าใช้จ่ายได้ (76.7%) มาตรการกักตัวอยู่บ้านทำให้ไม่สามารถเดินทาง (1.92%) ความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจลดลง (3.36%) และได้รับการช่วยเหลือค่าครองชีพจากรัฐ (3.50%) ซึ่งสาเหตุเหล่านี้ส่งผลให้กลุ่มอาชีพลูกจ้างในภาคบริการและอุตสาหกรรม มีค่าใช้จ่ายที่ลดลงน้อยที่สุด/ไม่ลดลงเลย (ลดลงไม่ถึง 1% ในปี 2564) เป็นภาระค่าใช้จ่ายที่สวนทางกับรายได้ที่ลดลงมากขึ้น แต่ค่าใช้จ่ายกลับไม่ลดลงตามไปด้วย เป็นสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงสำหรับกลุ่มอาชีพนี้

ในเรื่องของหนี้สินและเงินออมก็มีการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจเช่นกัน โดยช่วงก่อนการแพร่ระบาดกลุ่มคนรายได้น้อยมีหนี้สินเฉลี่ยที่ 33,655 บาทและมีเงินออมเฉลี่ยที่ 3,735 บาท แต่หลังจากมีการแพร่ระบาดพบว่าหนี้สินในปี 2563 เพิ่มขึ้น 4.03% เป็น 34,197 บาท และในปี 2564 เพิ่มขึ้น 5.32% เป็น 34,304 บาท ในขณะที่เงินออมในปี 2563 ลดลง 0.64% เป็น 3,711 บาทและในปี 2564 ลดลง 0.67% เป็น 3,710 บาท เมื่อเทียบกับปีก่อนมีการแพร่ระบาด

นั่นทำให้ทรัพย์สินที่ถือครองอยู่ได้รับผลกระทบตามไปด้วยแต่ยังเป็นระดับที่ต่ำอยู่ โดยผลการสำรวจข้อมูลพบว่ามีการจำนำหรือขายทรัพย์สินสองอันดับแรกมากที่สุดได้แก่ รถยนต์/รถจักรยานยนต์ มากที่สุด และรองลงมาคือ ของใช้ในบ้าน เพื่อให้มีสภาพคล่องในครัวเรือนเพิ่มขึ้นในสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19

ขอบคุณเรื่องจาก
https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=pfbid0MPPHoa8uwMRE8oCtyXTbPBhqGnownZduhPBZDkPbWSjXzVvEUxajiqsi4cPVLbshl&id=546169232523319

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

รถพุ่มพวงโอดได้รับผลกระทบน้ำมัน-ก๊าซหุงต้มแพง แต่ชาวบ้านชอบลดค่าใช้จ่ายขับรถไปตลาด

Posted on June 23, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/661961

รถพุ่มพวงโอดได้รับผลกระทบน้ำมัน-ก๊าซหุงต้มแพง แต่ชาวบ้านชอบลดค่าใช้จ่ายขับรถไปตลาด

วันพุธ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 12.31 น.

น้ำมันแพง-ก๊าซหุงต้มแพงส่งผลกระทบรถพุ่มพวง แม่ค้าเผยขายของมากว่า 20 ปีไม่เคยเจอวิกฤติของแพงขนาดนี้ ขณะที่ชาวบ้านเผยรถพุ่มพวงผ่านหน้าบ้านถือว่าดี เพราะไม่ต้องเปลืองน้ำมันเข้าไปซื้อที่ตลาด

วันนี้ (22 มิ.ย.65) ที่บ้านโพนละออม ม.6 ต.หนองกุง อ.แกดำ จ.มหาสารคาม นางบัวเรือน ภูแช่มโชติ อายุ 62 ปี แม่ค้ารถพุ่มพวง บ้านหนองบัวหมู่ 4 ต.หนองกุง อ.แกดำ เปิดเผยว่า ตนและสามีออกรถพุ่มพวงขายอาหารสด อาหารแห้งมาตั้งแต่ปี 2542 รวมระยะเวลากว่า 20 ปี โดยจะวิ่งรถขายใน 2 ตำบล คือ ตำบลหนองกุง และตำบลโนนภิบาล วิ่งตามหมู่บ้านต่างๆ ทุกวันนี้ทั้งราคาน้ำมันที่สูงขึ้น สินค้าแพงขึ้น ทำให้ขายของได้ยากขึ้น ลูกค้าจะซื้อของสด ของแห้งเฉพาะที่จำเป็นเท่านั้น ไม่ซื้อเผื่อเหมือนแต่ก่อนเพราะคนซื้อก็มีกำลังน้อยเช่นเดียวกัน ตั้งแต่ขายของมาไม่เคยเจอของแพงขนาดนี้ 

โดยในรถมีวัตถุดิบหลายอย่าง เช่น เนื้อไก่ เนื้อหมู ไข่ไก่ ชิ้นส่วนไก่ และผักชนิดต่างๆ เมื่อรถพุ่งพวงเข้ามาในหมู่บ้านก็จะส่งสัญญาณด้วยการบีบแตรแจ้งให้ลูกค้าได้ทราบ  ลูกค้าก็จะออกจากบ้านมาจับจ่าย แต่ก็ขายของได้ยากขึ้น ของบางอย่างปรับขึ้นราคาตั้งแต่ต้นทางก็ทำให้ต้องขายแพงขึ้น ลงทุนวันเป็นกว่าหนึ่งหมื่นบาท แต่กำไรลดลง ไหนจะค่าน้ำมันที่ต้องเติมมากขึ้นจากเดิมเติม 2 วัน 300 บาท เดี๋ยวนี้ต้องเติมขั้นต่ำวันละ 500 บาท 

ส่วนผักตอนนี้ที่มีราคาสูงขึ้น เช่น ต้นหอม แต่ก่อนโลละ 50 บาท วันนี้ซื้อมาโลละ 120 บาท เนื้อไก่แต่ก่อน 80 บาท เดี๋ยวนี้ราคาขึ้นโลละ 120 บาท พริก แต่ก่อนโลละ 50-60 บาท ขึ้นมาเป็น 120 บาทแล้วเช่นกัน แล้วแต่ต้นทางจะขึ้นราคามา ขึ้นเท่าไหร่ก็ต้องซื้อ เพราะเป็นของต้องกินต้องใช้ทุกวัน หากแต่ละวันขายของไม่หมดก็ต้องรีบกลับบ้าน  เอาของที่เหลือจากการขายมาทำกับข้าวถุงขาย ถุงละ 10 บาทเพื่อให้พอเป็นรายได้อีกทางหนึ่งและไม่ให้ของเน่าเสีย 

ด้านลูกค้าที่มาซื้ออาหารรถพุ่มพวงก็บอกว่า ตอนนี้ของทุกอย่างแพงหมด ทั้งน้ำมันแพง ก๊าซหุงต้มปรับราคาขึ้นสูงทุกอย่าง ตนก็ไม่ได้ออกไปไหน รอซื้อจากรถพุ่มพวง ที่มาขายให้ถึงหน้าบ้าน ซึ่งทำให้ตนสะดวกในการจับจ่ายได้เหมือนในตลาดโดยไม่ต้องขับรถไปตลาดเป็นการประหยัดค่าน้ำมันได้อีกทาง ถึงแม้ว่าจะต้องจ่ายมากขึ้นนิดหน่อย แต่ก็คุ้มค่ากว่าเสียค่าน้ำมันรถไปตลาดที่ต้องเดินทางไปไกลกว่า 10 กิโล หากจะเปรียบเทียบค่าครองชีพตอนนี้ คาดว่าจะค่าครองชีพน่าจะพอๆ กับกรุงเทพฯ เลยทีเดียว – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เจอ’ครูอ้อย’ที่หายตัวลึกลับแล้ว! ผกก.น้ำเกลี้ยงเผยไปรับจ้างเก็บทุเรียนอยู่กับคนรักใหม่ที่ชุมพร

Posted on June 23, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/661957

เจอ'ครูอ้อย'ที่หายตัวลึกลับแล้ว! ผกก.น้ำเกลี้ยงเผยไปรับจ้างเก็บทุเรียนอยู่กับคนรักใหม่ที่ชุมพร

วันพุธ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 11.51 น.

ความคืบหน้ากรณีนายรินทร์ณรงค์ คำศรีเมือง ชาวบ้านหนองสิม ต.เขิน อ.น้ำเกลี้ยง จ.ศรีสะเกษ เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.น้ำเกลี้ยงว่า นางวิไลลักษณ์ คำศรีเมือง หรือ ครูอ้อย อายุ 47 ปี ภรรยาหายตัวไปจากที่ทำงานคือศูนย์พัฒนาเด็กเล็กวัดบ้านโนนหนองสิม ต.เขิน อ.น้ำเกลี้ยง ตั้งแต่วันที่ 2 มิ.ย.65 โดยมีรถแท็กซี่มารับตัวไปนั้น

ล่าสุดวันนี้ (22 มิ.ย.65) พ.ต.อ.นพดล ช่วยบุญ ผกก.สภ.น้ำเกลี้ยง จ.ศรีสะเกษ เปิดเผยว่า จากที่นายรินทร์ณรงค์ ได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนว่านางวิไลลักษณ์ หรือครูอ้อย ผู้เป็นภรรยาหายตัวไปซึ่งหลังจากที่ได้รับรายงานแล้วตนพร้อมด้วยพนักงานสอบสวน ตำรวจชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่สอบถามผู้แจ้งหารายละเอียดและขอเบอร์ของนางวิไลลักษณ์ หรือครูอ้อย และตนได้พยายามโทรหาหลายครั้งติดต่อไม่ได้ บางครั้งโทรติดแต่ปลายทางไม่รับสาย

จนกระทั่งวันนี้ เมื่อเวลาประมาณ 09.00 น. ครูอ้อย ได้โทรติดต่อเข้ามาที่เบอร์ของ สภ.น้ำเกลี้ยง หลังจากที่รู้ว่าสามีได้มาแจ้งความคนหายไว้ เธอจึงโทรติดต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจที่รับสายจึงให้เบอร์ของตนไป ครูอ้อยก็โทรกลับมาเบอร์มือถือตน ก็ได้คุยกันนานอยู่พอสมควร โดยครูอ้อย บอกว่าเธออยู่สบายดี ไม่ถูกบังคับกักขัง หรือทำร้ายแต่อย่างใด ซึ่งเธอรับว่าเธอสมัครใจมากับเขาเองตอนนี้รับจ้างเก็บทุเรียนอยู่ที่จังหวัดชุมพร แต่ไม่ได้บอกพิกัดที่ชัดเจน

“เมื่อทราบดังนั้น ผมจึงพยายามพูดโน้มน้าวให้ครูอ้อยกลับมาบ้านก่อน ถ้าจะเลือกที่จะอยู่กับผู้ชายคนใหม่ก็ขอให้กลับมาพูดคุยกับสามีเก่าไปจัดการเอกสารต่างๆ คือจดทะเบียนหย่ากันให้เรียนร้อย จะได้ไม่มีปัญหาภายหลัง ซึ่งครูอ้อยก็บอกว่าได้คุยกับน้องสาวและให้บอกกับนายรินทร์ณรงค์ สามีแล้วว่าจะอยู่กับคนใหม่ ซึ่งผมก็ขอให้กลับมาคุยกันให้เรียบร้อยก่อนถ้าไม่อยากไปคุยที่บ้านก็มาคุยกันที่โรงพักได้ ผมจะเป็นคนกลางเจรจาให้จะมาคนเดียวหรือพาแฟนใหม่มาด้วยก็ได้ เพื่อให้แน่ใจว่าเธอปลอดภัยดี” พ.ต.อ.นพดล กล่าว – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ผอ.ตามไปดูสภาพ5ชีวิตซุกกระต๊อบ ครูวอนช่วยครอบครัวเด็กเรียนดี

Posted on June 23, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/661950

ผอ.ตามไปดูสภาพ5ชีวิตซุกกระต๊อบ ครูวอนช่วยครอบครัวเด็กเรียนดี

วันพุธ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 11.15 น.

ครูอุดรฯ เห็นสภาพแล้วหดหู่ 5 ชีวิต หลังลงไปเยี่ยมบ้านนักเรียน พบครอบครัวยากจน นอนอยู่ในกระต๊อบแทบไม่ใช่บ้าน มีเพียงสังกะสีเก่า ห้องน้ำแทบไม่ใช่ เอาแค่กระเบื้องบังไว้ อาศัยอยู่ในป่าสักของชาวบ้าน ครูวอนช่วยเหลือ แม่เผยอยากมีบ้านหลังเล็กๆ และช่วยเหลือลูกๆ หากพ่อและแม่เป็นอะไรไป

22 มิถุนายน 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในเฟซบุ๊กของครูท่านหนึ่งที่ จ.อุดรธานี ใช้ชื่อว่า Chatchawan pimpa ได้โพสต์เรื่องราวของครอบครัว 5 ชีวิตที่ไร้บ้าน โดยบอกว่า จากที่ได้ไปสำรวจออกเยี่ยมบ้านนักเรียน เจอสภาพความเป็นอยู่น้องแล้ว สงสารมาก ไม่มีน้ำ ไม่มีไฟ เครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิด ที่อยู่ก็มีคนให้มาอยู่ฟรี สร้างกระต๊อบเล็กๆอยู่ แม่น้องทำงานคนเดียว

จากการสอบถามทราบว่า พ่อเป็นโรคลมชัก จึงทำงานหนักไม่ได้ ไม่มียานพาหนะ อยู่ในป่ายุงเยอะมาก น้องเป็นเด็กเรียนดี ขยัน เชื่อฟังครูอาจารย์ กลับมาเลยได้พูดคุยกันในกลุ่มเพื่อนมีผู้มีจิตศรัทธาช่วย บริจาคข้าวสารและเสื้อผ้าให้น้อง A Wisukda Nahouse ต้องขอขอบพระคุณเพื่อนเอ ด้วยนะครับ วันนี้ได้นำไปมอบให้น้องช่วยเหลือเบื้องต้นแล้ว

ต่อมา ผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบครอบครัวดังกล่าว พร้อมด้วย นายฉัตรชัย ทองเจริญ ผอ.โรงเรียนบ้านปากดงส่งเสริมธรรมและนายชัชวาล พิมพา ครูประจำชั้นน้องแพรวา พบว่า ทั้ง 5 ชีวิตอยู่ในกระต็อบแทบไม่ใช่บ้าน อาศัยอยู่ในป่าสักของชาวบ้านที่ใจดีให้อยู่ฟรี อาศัยอยู่ด้วยกัน 5 คน คือ พ่อ ,แม่ และลูกอีก 3 คน ประกอบด้วย นางอุดม พิมโพกลาง อายุ  41 ปี นายอนุสรณ์ ไชยพิเดช อายุ 45 ปี , ด.ญ.แพรวา อายุ 12 ขวบ,ด.ช.พรเทพ อายุ 4 ขวบและ ด.ช.พรชัย อายุ 2 ขวบ ส่วนสภาพบ้านสร้างเป็นกระต๊อบมุงด้วยสังกะสีเก่า แทบไม่ใช่บ้าน ห้องน้ำก็ใช้กระเบื้องล้อมเอาไว้ ไม่มีโถส้วม ไฟฟ้าก็ไม่มีและน้ำต้องใช้ถังน้ำไปขอน้ำใช้จากชาวบ้าน ส่วนชีวิตความเป็นอยู่ครอบครัวนี้ คนเป็นแม่ต้องทำงานคนเดียว ส่วนสามีเลี้ยงลูกและป่วยเป็นโรคลมชัก

นางอุดม เปิดเผยว่า สภาพความเป็นอยู่ของครอบครัวตนเองตอนนี้ถือว่าลำบากทุกอย่าง ตนเองมีลูก 5 คน ลูก 2 คน ให้อาช่วยเลี้ยงดูที่จังหวัดชัยภูมิ ส่วนอีก 3 คน ตนเองและสามีเป็นคนเลี้ยงดู โดยลูกคนที่ 1 เป็นทหารเกรณฑ์ คนที่ 2 เรียนที่ จ.ชัยภูมิ คนที่ 3,4 โรงเรียนบ้านปากดงส่งเสริมธรรม อ.เมือง จ.อุดรธานี  และคนที่ 5 ยังเล็กมีพ่อคอยดูแล เมื่อเห็นลูกคนอื่นมีความรู้พัฒนาก็อยากให้ลูกตัวเองมีความรู้พัฒนาเหมือนลูกคนอื่น “หากเป็นไปได้อยากให้มีคนใจบุญเข้ามาช่วยเหลือในเรื่องการศึกษาของลูกๆ อยากให้ลูกมีการศึกษาที่ดีถ้าเป็นไปได้ก็อยากมีที่เป็นของตัวเอง เพราะหากตนเองและสามีเป็นอะไรไป ไม่รู้ลูกจะอยู่อย่างไร

เดิมทีแล้ว ตนเองเป็นคนอำเภอวังสามหมอ จังหวัดอุดรธานี มาทำงานในอำเภอเมือง มีสามีแล้วก็ย้ายมาอยู่ด้วยกันกับสามีที่แห่งนี้ ช่วยสามีเฝ้าสวน หลังพ่อเสียชีวิต พี่สาวก็ขายบ้าน ขายที่ดิน จึงไม่ได้กลับไปที่วังสามหมออีก การเลี้ยงดูลูก วันเรียนเช้าก็เดินไปส่ง เย็นก็เดินไปรับ หลังโรงเรียนรู้ว่าเดินไปส่ง โรงเรียนก็ส่งรถมารับ เมื่อลูกเลิกเรียนมาจากโรงเรียนก็ให้ลูกรีบทำการบ้าน เนื่องจากไม่มีไฟฟ้าและที่นี่ยุงเยอะ 

สำหรับอาหารการกิน ก็อยู่กันแบบขัดสน บางวันก็ไม่ได้กินอาหารครบ 3 มื้อ บางวันลูกก็จะกินข้าวกับน้ำตาลและกะปิ เวลาเจ็บไข้ได้ป่วยไม่สบายก็เดินไปอนามัยซึ่งอยู่ไม่ห่างกัน ตัวเองมีอาชีพเป็นแม่บ้านที่คาเฟ่แห่งหนึ่ง ซึ่งเจ้าของคาเฟ่ก็เป็นเจ้าของที่ดินที่ให้อยู่อาศัย ได้เงินเดือน 8,000 บาท ส่วนสามีนั้นไม่สามารถทำงานได้ เนื่องจากป่วยเป็นโรคลมชัก ทำได้เพียงหาหน่อไม้ในสวนที่เฝ้าไปขาย

นายชัชวาลย์ ทองเจริญ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านปากดงส่งเสริมธรรม อ.เมือง จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากข้อมูลเบื้องต้นจากครูประจำชั้นหลังได้ออกมาเยี่ยมบ้านนักเรียนในปีการศึกษานี้ว่า ครอบครัวของนักเรียนชั้น ป.2 และ ชั้นอนุบาล 3 มีความลำบาก เบื้องต้นก็ได้มีการแจ้งไปยังกลุ่มเพื่อนๆ เพื่อขอรับการสนับสนุนในกลุ่มก่อนและมีการช่วยเหลือไปก่อนหน้านี้แล้ว สำหรับสภาพครอบครัวนี้มีอยู่ด้วยกัน 5 คน มีเด็กอยู่ในวัยเรียน 3 คน เข้ารับบริการการศึกษาทางโรงเรียนบ้านปากดงส่งเสริมธรรม บ้านปากดง 2 คน อีก 1 คน อายุยังไม่ครบเกรณฑ์ สภาพการเป็นอยู่ของครอบครัวนี้ไม่มีไฟฟ้า เนื่องจากอาศัยพื้นที่ของเอกชนอยู่ ไม่มีห้องน้ำ การประกอบอาหารก็ยังใช้ฟืนใช้ถ่าน เครื่องอำนวยความสะดวกส่งเสริมการเรียนต่างๆก็ไม่มีรองรับ ส่วนของการช่วยเหลือทางโรงเรียนได้นำข้อมูลนี้นำเสนอขอทุนการศึกษาพิเศษแล้ว สำหรับผู้ที่ต้องการช่วยเหลือครอบครัวนี้สามารถประสานมาทางโรงเรียนได้โดยติดต่อมายังเบอร์ผู้อำนวยการโรงเรียน 080-763-5991

ด้าน นายชัชวาลย์ พิมพา ครูประจำชั้นนักเรียน บอกว่า สำหรับน้องแพรวา นักเรียนที่ตนเป็นครูประจำชั้นเป็นคนตั้งใจเรียน นิสัยดี เชื่อฟังครู ส่วนการเรียนนั้นยังถือว่าเรียนไม่เก่ง แต่ยังเป็นคนขยันพัฒนาตัวเอง ซึ่งสังเกตได้จากเวลาสั่งการบ้านจะทำงานเป็นระเบียบ ตอนที่ออกมาเยี่ยมบ้านนักเรียนครั้งแรกเห็นสภาพแล้วสภาพครอบครัวน่าจะดีกว่านี้เพราะที่อยู่อาศัยไม่เหมาะสมสำหรับเด็กกำลังพัฒนา เท่าที่สอบถามกับครอบครัวนี้รู้ว่าพื้นที่ที่ครอบครัวนี้อาศัยอยู่นั้นเป็นพื้นที่ของเอกชนซึ่งเป็นนายจ้างของแม่น้องแพรวา ให้มาอยู่ฟรีโดยให้ช่วยเฝ้าสวน

009

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หนุ่มใหญ่ปทุมฯโวยสายเคเบิ้ลหล่นลงบนถนนขี่ จยย.ถูกเกี่ยวรถล้มกระดูกเข่าแตกเอ็นขาด

Posted on June 23, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/661947

หนุ่มใหญ่ปทุมฯโวยสายเคเบิ้ลหล่นลงบนถนนขี่ จยย.ถูกเกี่ยวรถล้มกระดูกเข่าแตกเอ็นขาด

วันพุธ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 10.51 น.

เมื่อเวลา 08.30 น.วันที่ 22 มิ.ย.65 นายวราภัทร วินัยกิจ อายุ 47 ปีพักอาศัยอยู่บ้านเลขที่ 1/7 ม.1 ต.บึงทองหลาง อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี พนักงานขับรถรับพนักโรงงานแห่งหนึ่งย่านลำลูกกาได้ร้องเรียนต่อผู้สื่อข่าวพร้อมพาดูจุดเกิดเหตุบนถนนทางหลวงชนบท ต.บึงทองหลาง อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ที่สายเคเบิ้ลรับส่งสัญญาณสื่อสารได้ตกลงมาพาดผ่านถนนและได้เกี่ยวรถจักรยานยนต์ล้มลงเป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บกระดูกหัวเข่าแตกเอ็นขาด

นายวราภัทร วินัยกิจ กล่าวว่า ตนได้ทำงานขับรถในบริษัทแห่งหนึ่งย่าน อ.ลำลูกกา สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 20 มิ.ย.65 เวลาประมาณ 19.45 น.ตนขับรถจักรยายนต์บนถนนสายดังกล่าวมุ่งหน้าไปทาง อ.ธัญบุรี เพื่อซื้อน้ำดื่ม ซึ่งในเวลานั้นได้เกิดพายุฝนและลมแรงมากตนไม่ทราบว่ามีสายเคเบิ้ลจากเสาไฟฟ้าหล่นมาขวางบนถนน จากนั้นสายเคเบิ้ลก็มาเกี่ยวที่แขนซ้ายจึงทำให้รถจักรยานยนต์เสียหลักและล้มลง ทำให้แขนด้านขวาไถลไปกับพื้นถนนจึงทำให้เกิดแผลทลอกที่แขนขวาและกระดูกหัวเข่าขวาแตกจนทำให้เส้นเอ็นขาฉีกขาด ซึ่งตนก็ไม่ทราบว่าแพทย์จะให้พักฟื้นกี่วันเพราะต้องรอแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเรื่องกระดูกนัดตรวจอีกครั้ง  

จากเหตุการณ์ดังกล่าวนี้ตนได้ไปแจ้งความและลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.ลำลูกกา เพื่อให้ติดตามเจ้าของบริษัทฯสายเคเบิ้ลดังกว่ามารับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตน  ประกอบกับตนเป็นหัวหน้าครอบครัวต้องรับผิดชอบเลี้ยงดูลูกและภรรยา เมื่อยังไม่สามารถทำงานได้ความเดือดร้อนก็ต้องตามมาอย่างแน่นอนก็ฝากไปถึงท่านผู้กำกับ สภ.ลำลูกกา ช่วยเร่งติดตามผู้รับผิดชอบต่อสายเคเบิ้ลดังกล่าวบริษัทเจ้าของสายเคเบิ้ลคู่กรณีมาแสดงความรับผิดชอบด้วย – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เห็นประปาหัวแดงแล้วอึ้ง! หลังไฟไหม้ชุมชนบ่อนไก่ ใช้งานไม่ได้ เพราะความมักง่ายของคน

Posted on June 23, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/661940

เห็นประปาหัวแดงแล้วอึ้ง! หลังไฟไหม้ชุมชนบ่อนไก่ ใช้งานไม่ได้ เพราะความมักง่ายของคน

วันพุธ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 10.08 น.

วันที่ 22 มิถุนายน 2565 จากกรณีเกิดเหตุไฟไหม้ภายในชุมชนบ่อนไก่ ซอยปลูกจิต ถนนพระราม4 แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กทม. แต่เกิดปัญหาเนื่องจากเป็นชุมชนแออัด รวมทั้งการลำเลียงน้ำเข้าไปดับเพลิงค่อนข้างลำบาก โดยใช้เวลาควบคุมเพลิงเกือบ 2 ชั่วโมง ส่งผลให้บ้านถูกไฟไหม้เสียหายหลายครัวเรือน

ล่าสุดผู้ใช้เฟซบุ๊ก “ปิยพัทธ์ จุฬารัตน์” ได้โพสต์รูปประปาหัวแดง ซึ่งตั้งอยู่ภายในชุมชนดังกล่าว แต่กลับไม่สามารถใช้งานได้ และยังถูกเจ้าของบ้านโบกปูนทับเพื่อใช้พื้นที่ดังกล่าวเป็นชานทางขึ้นบ้าน 

โดยระบุข้อความว่า ไฟไหม้ชุมชนบ่อนไก่ ปัญหาแหล่งน้ำ มีหัวแดงแต่ใช้ไม่ได้ เพราะความมักง่ายของคน แต่ถ้าหัวนี้ยกเลิกไปแล้วควรยกออกไปนะครับ ไม่ควรไว้อย่างนี้ ยังไงฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยตรวจดูความพร้อมของประปาหัวแดง เพื่อให้เจ้าหน้าที่และอาสาสมัครใช้งานได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุขึ้นมา

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,948,790 hits

Join 4,113 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

สสส.หนุน Dental Mind Connect 360° ใน’19 โรงเรียนทันตแพทย์’ รับมือวิกฤตเยาวชนเครียด-ซึมเศร้า
"ปูติน" เลี้ยงอาหารค่ำครูสมัยมัธยม โต้ข่าวลือหลบภัยในบังเกอร์ใต้ดิน
ฉลอง 170 ปี ความสัมพันธ์ไทย-ฝรั่งเศส เดินหน้าความร่วมมือ 3 เสาหลัก อุดมศึกษา-วิจัย-นวัตกรรม
เปิด 34 รายชื่อ เอกชนยักษ์​ใหญ่เตรียมหารือรัฐบาลเย็นนี้
ประชาชนได้ประโยชน์อะไร! หมอวรงค์ข้องใจรัฐ กู้เงิน 2 แสนล้าน เปลี่ยนผ่านพลังงาน
เปิดสถิติ 4 เดือน! ปราบอาชญากรรมออนไลน์ 121,921 คดี เสียหายรวม 7.48 พันล้านบาท
ไอซ์ รักชนก นั่ง ปธ.กมธ.ติดตามงบฯ ขอแสดงวิสัยทัศน์-แผนงานในโอกาสหน้า
ภราดร แย้ม ภท.เตรียมถกร่างแก้รัฐธรรมนูญ 19 พ.ค. แจงครม.ไม่ยืนยันร่างเดิม หวั่นตกวาระ 3 ซ้ำรอยเสียเวลา
ปธ.องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน เตือนปัญหาสินบนเข้าขั้นวิกฤติ ทำฉุดศักยภาพแข่งขัน-ภาพลักษณ์ประเทศ
ทิพยประกันภัย ปั้นคนรุ่นใหม่ ใจเปลี่ยนโลก ด้วยศาสตร์พระราชา

Recent Posts

  • “ทรัมป์” ปิดฉากเยือนจีน ชี้เป็น “การเยือนครั้งประวัติศาสตร์” ชื่นมื่นแต่ไร้ผลลัพธ์เป็นรูปธรรม
  • ยืนยันพบ “อีโบลา” ระบาดใหม่ในดีอาร์คองโก ตายแล้ว 65 ศพ จับตาสายพันธุ์ใหม่ลามเข้าเขตเมือง
  • ตั๋วเกลี้ยงใน 12 ชม. ศึกฟุตบอลหญิงประวัติศาสตร์ “เกาหลีใต้-เกาหลีเหนือ” ครั้งแรกในรอบ 7 ปี
  • รัสเซียกระหน่ำโดรน-ขีปนาวุธถล่มยูเครนหนักสุดในรอบ 4 ปี – 2 วัน ตายพุ่ง 27 ศพ
  • ผอ. ซีไอเอ เยือนคิวบารอบ 67 ปี ถกวิกฤตพลังงาน หลังสหรัฐฯ ยื่นข้อเสนอช่วย 100 ล้านดอลลาร์

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d