Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

‘ตลาดสตรีทฟู้ด’ริมหาดนาจอมเทียน ดึงนักท่องเที่ยว สร้างรายได้หลังโควิดซา

Posted on June 22, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/661919

‘ตลาดสตรีทฟู้ด’ริมหาดนาจอมเทียน ดึงนักท่องเที่ยว สร้างรายได้หลังโควิดซา

วันอังคาร ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 22.02 น.

‘ตลาดสตรีทฟู้ด’ริมหาดนาจอมเทียน ดึงนักท่องเที่ยว สร้างรายได้หลังโควิดซา

เมื่อเวลา 19.00 น.วันที่ 21 มิ.ย.65 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการท่องเที่ยวของ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ว่า มีนักท่องเที่ยวมาจับจ่ายที่สตรีทฟู้ดริมหาดนาจอมเทียนอย่างคึกคัก ในด้านการท่องเที่ยวบริเวณหาดนาจอมเทียน ซึ่งเป็นที่นิยมอยู่ในขณะนี้ พบว่า มีผู้คนเดินทางมาท่องเที่ยวพักผ่อนกันเป็นจำนวนมาก บริเวณชายหาดมีประชาชน ชาวบ้าน และนักท่องเที่ยว มาจับจองพื้นที่พักผ่อนกันเต็มบริเวณหาด มีทั้งนำเสื่อมาปูนั่งกับแบบสบายๆ หรือใช้บริการร่มเตียงของผู้ประกอบการ ทำให้บรรยากาศดูคึกคักกว่าทุกๆวัน ส่งผลให้บรรดาผู้ประกอบการ มีรายได้มากขึ้นหลายเท่าตัว 

จากการสอบถามผู้ประกอบการ เล่าว่า รู้สึกดีที่ทางเทศบาลได้ผ่อนปรนให้ประชาชนในพื้นที่สร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวหลังจากเจอพิษโควิด เพิ่งจะลืมตาอ้าปากได้ สุดท้ายอยากให้เทศบาลจัดระเบียบเพื่อให้ถูกต้องเพราะที่ตรงนี้สามารถสร้างรายได้แก่ประชาชนในพื้นที่ และสามารถดึงนักท่องเที่ยวเข้ามาในพื้นที่จำนวนมาก

สำหรับพื้นที่ชายหาดนาจอมเทียน เจ้าหน้าที่อนุญาตให้ขายได้ในช่วงเวลาตั้งแต่ 18.00 น. จนถึง 24.00 น. เป็นการผ่อนผันให้มีการจำหน่ายค้าขายสินค้า อาหาร และเครื่องดื่มได้ ไปจนกว่าที่จะมีการหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมเจ้าท่า เทศบาลนาจอมเทียน ในการกำหนดพื้นที่ให้พ่อค้าแม่ค้าต่อไป

-005

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘อบต.ชุมแสง’แจงแล้วสาเหตุถนนลาดยางสร้างเสร็จไม่ถึงปี ทรุดพังเกือบทั้งสาย

Posted on June 22, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/661918

‘อบต.ชุมแสง’แจงแล้วสาเหตุถนนลาดยางสร้างเสร็จไม่ถึงปี ทรุดพังเกือบทั้งสาย

วันอังคาร ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 21.50 น.

‘อบต.ชุมแสง’แจงแล้วสาเหตุถนนลาดยางสร้างเสร็จไม่ถึงปี ทรุดพังเกือบทั้งสาย

ความคืบหน้ากรณีเพจปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน โพสต์ร้องเรียนถนนสายหนึ่งที่เพิ่งก่อสร้างเสร็จได้ไม่นาน แต่มีสภาพชำรุดพื้นผิวถนนแตกเสียหายเกือบทั้งสาย มีภาพสภาพถนนที่ชำรุด ล่าสุดวันนี้ (21 มิ.ย.65)  ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยังถนนสายบ้านจาน-หัวช้าง ต.ชุมแสง อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ ตามที่มีการโพสต์ร้องเรียน พบว่า ถนนสายดังกล่าวมีสภาพชำรุดเสียหายจริง ในลักษณะพื้นผิวถนนแตกหลุดร่อนและยุบตัวเกือบตลอดทั้งสาย ซึ่งโครงการดังกล่าวอยู่ในความรับผิดชอบของ อบต.ชุมแสง

นายพิมล เอื้ออวยชัย ปลัด อบต.ชุมแสง ในฐานะประธานกรรมการตรวจรับพัสดุโครงการก่อสร้างถนนแอสฟัสติกคอนกรีต ชี้แจงว่า เดิมถนนสายดังกล่าวเป็นถนนดิน ที่ผ่านมาจะประสบปัญหาน้ำท่วมขังเป็นประจำเกือบทุกปี ทำให้ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนผ่านเส้นทางดังกล่าวสัญจรด้วยความลำบาก ทาง อบต.จึงได้เสนอของบประมาณจากกรมส่งเสริมปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อทำการก่อสร้างถนนลาดยางให้ประชาชนสัญจรด้วยความสะดวกสบายมากขึ้น ซึ่งได้รับงบอุดหนุนเฉพาะกิจมาดำเนินการก่อสร้างถนนลาดยางสายดังกล่าว 7,255,200 บาท  

ส่วนสาเหตุที่สภาพถนนชำรุดเสียหายหลายจุดนั้น เนื่องจากหลังสร้างเสร็จได้ไม่กี่เดือนมีรถบรรทุกสินค้าน้ำหนักเกินสัญจรผ่านถนนสายดังกล่าว ประกอบกับพื้นที่โดยรอบมีลำคลองไหลผ่าน ส่งผลให้ถนนที่เพิ่งก่อสร้างเสร็จได้ไม่กี่เดือนมีสภาพชำรุดเสียหาย แต่ทาง อบต.ไม่ได้นิ่งนอนใจโดยถนนสายนี้ยังอยู่ในระยะประกันสัญญา จึงได้ประสานไปยังผู้รับจ้างมาดำเนินการปรับปรุงซ่อมแซมอย่างเร่งด่วนแล้ว คาดว่าจะเริ่มทำการซ่อมแซมได้ในวันที่ 22 มิ.ย.65 จะแล้วเสร็จภายใน 15 วัน ยืนยันว่าขณะผู้รับจ้างทำการก่อสร้างทาง อบต.ได้กำชับดูแลการก่อสร้างให้ได้ตามมาตรฐาน

ขณะที่ ป.ป.ช.ประจำจังหวัดบุรีรัมย์ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพถนนและสอบถามรายละเอียดสาเหตุจากทาง อบต.แล้ว ชี้แจงเกิดจากรถน้ำหนักเกินวิ่งผ่าน แต่ยังอยู่ในระยะประกันสัญญา จึงได้กำชับให้เร่งดำเนินการซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพที่สามารถใช้สัญจรได้ตามปกติโดยเร็ว แล้วรายงานให้ทาง ป.ป.ช.รับทราบด้วย

-005

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘วังรี รีสอร์ท’คึกคักเปิดให้กินฟรีงานฉลอง’มรดกมังสวิรัติ&ทุเรียนอินทรีย์วังรี’

Posted on June 22, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/661913

'วังรี รีสอร์ท'คึกคักเปิดให้กินฟรีงานฉลอง'มรดกมังสวิรัติ&ทุเรียนอินทรีย์วังรี'

วันอังคาร ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 21.33 น.

คึกคักสุดๆ!! ที่วังรี รีสอร์ท นครนายก ในงาน”เฉลิมฉลองมรดกมังสวิรัติ&ทุเรียนอินทรีย์วังรี” เปิดให้กิน”ฟรี!!” ทั้งทุเรียนและบุฟเฟ่ต์มังสวิรัตินานาชาติต้นตำรับ

เมื่อวันเสาร์ที่ 18 มิ.ย.ที่ผ่านมา ที่วังรีรีสอร์ท หมู่ 12 ต.เขาพระ อ.เมือง จ.นครนายก นางกมลทิพ พยัฆวิเชียร กรรมการผู้จัดการวังรี รีสอร์ท เป็นประธานเปิดงาน “เฉลิมฉลองมรดกมังสวิรัติ&ทุเรียนอินทรีย์วังรี” ประจำปี 2565 ซึ่งจัดให้รับประทาน…ฟรี!!!!! ทั้งทุเรียนอินทรีย์และอาหารบุฟเฟ่ต์มังสวิรัตินานาชาติต้นตำรับ… โดยมี นายสุชน ชาลีเครือ อดีตประธานรัฐสภา ดร.พีรพล ตริยะเกษม พล.อ.ท.วัชระ ฤคธานี นายไพโรจน์ สังวริบุตร ตัวแทนจังหวัดนครนายก แขกผู้มีเกียรติ ประชาชนทั้งในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร อ่างทอง นนทบุรีและประชาชนทั่วไปเข้าร่วมงานอย่างคึกคัก สนุกสนาน อบอุ่นและอิ่มอร่อยกันถ้วนหน้า

นางกมลทิพ กล่าวถึงวัตถุประสงค์ในการจัดงานนี้ว่า เพื่อบอกกล่าวให้ทุกคนรับทราบว่า “นครนายกก็มีทุเรียน” โดยเฉพาะ”ทุเรียนอินทรีย์ในพื้นที่วังรี” ที่พวกเราปลูกมาหลายปีและวันนี้เริ่มมีผลผลิตออกสู่ตลาด โดยที่สวนของวังรี รีสอร์ท ก็มีทุเรียนอินทรีย์ทั้งพันธุ์หมอนทองและพวงมณี ซึ่งนอกจากทุเรียนอินทรีย์แล้วเรายังมีผัก ผลไม้อินทรีย์อีกหลากหลายชนิด ทั้ง เงาะ มังคุด ลองกอง กระท้อน น้อยหน่า ส้มโอ กล้วย เมล่อน มะม่วงนาๆพันธุ์ รวมถึงพืช ผักอินทรีย์ชนิดอื่นๆกว่า20 ชนิด รวมถึงผักเมืองหนาวที่เราปลูกในเรือนเพาะชำ PlantFac. หรือโรงเรือนปลูกผักอัจฉริยะ​ ที่ลดการพึ่งพาแสงแดด​ สายลมตามธรรมชาติและใช้น้ำน้อย เราควบคุมทุกเงื่อนไขที่เป็นอุปสรรคปัญหา จนทำให้พืชผักอินทรีย์ของเราโตและอุดมไปด้วยคุณค่าทางอาหาร และสามารถออกผลผลิตตลอดปี​ ซึ่งผักที่เราปลูกจะมีจุดเด่นไม่เหมือนใคร คือ ปลูกผักรักษาผู้ป่วยหรือผักที่มีวิตามินสูงด้วย

นางกมลทิพ กล่าวอีกว่า นอกเหนือจากปลูกผัก ผลไม้อินทรีย์ออกสู่ตลาดด้วยตัวเอง เรายังไปส่งเสริม สนับสนุน ถ่ายทอดความรู้ในการเพาะปลูก วางแผนและพัฒนาพื้นที่เพาะปลูกให้มีสัดส่วนที่เหมาะสมกับพืช ผัก ผลไม้ หาช่องทางการจัดจำหน่าย รวมถึงการช่วยแก้ปัญหาผลผลิตที่ล้นตลาดด้วยการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า การให้ความรู้ในการขนส่งเพื่อรักษาและคงความสดใหม่ของพืชผล ทั้งหมดนี้เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรให้มีกินมีใช้ ซึ่งเราทำมาหลายปีแล้ว โดยมีเกษตรกรหลายจังหวัดทั้งในพื้นที่นครนายก ภาคอีสาน และภาคเหนือ ที่หันมาปลูกพืช ผัก ผลไม้อินทรีย์กับเรา 

ุนางกมลทิพ เปิดเผยต่อว่า เราเริ่มทำตั้งแต่เดือน พ.ย.2559 เมื่อในหลวง ร 9. ท่านเสด็จสวรรคต​ เราจึงอยากช่วยชาวเขาซึ่งทำเกษตรในแหล่งต้นน้ำลำธาร ที่เราเรียวว่าเกษตรที่ราบสูงเปลี่ยนจากเกษตรเคมีเป็นเกษตรอินทรีย์​ ตามรอยพระยุคลบาท​ ซึ่งที่ในช่วงปี 2510 พระบาทสมเด็จฯในหลวง ร.9 ได้เปลี่ยนให้ชาวเขาเลิกปลูกฝิ่น​ มาปลูกกาแฟ​ และดอกไม้เมืองหนาว และเมื่อไม่มีพระองค์ท่าน​ เราจึงคิดทำเพื่อท่านโดยมีเป้าหมายเปลี่ยนจากเกษตรเคมี​ เป็นอินทรีย์ โดยทำโครงการแบบครบวงจร เริ่มจากปลูก​ ขายสด​ แปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิต ลดค่าใช้จ่ายการขนส่ง และเราเป็นผู้จำหน่ายผลผลิตของเกษตรกร สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ การพัฒนาตัวเกษตรกรให้เป็นเกษตรกร 4.0 ให้ทุกคนมีรายได้​ เป็นเงินสดไว้ใช้จ่าย โดยเราจะเปิดช่องทางในการให้ความรู้เพิ่มเติมอีก 1 ช่องทาง การให้ความรู้ออนไลน์ ผ่าน http://www.โรงเรียนเกษตรพาณิชย์ครูแอ๋ว โดยจะเริ่มเปิดให้บริการในปลายปีนี้

“ที่แม่ฮ่องสอนและเชียงใหม่ เราทำจนมีชนเผ่าหลายกลุ่มยอมรับ และเลิกทำเกษตรแบบเคมี แล้วมาทำการเกษตรอินทรีย์กับเรา ยกตัวอย่างที่แม่เกี๊ยะ เชียงใหม่ ปีแรกๆเราไปชักชวนเกษตรกรที่ปลูกกะหล่ำปลีให้มาปลูกแบบอินทรีย์กับเราแต่เขาไม่สนใจมองว่า ผลผลิตออกมาน้อยได้ไม่คุ้มทุน เราจึงไปการันตีราคาและรับซื้อผลผลิตทั้งหมดกับเกษตรกรที่มาปลูกแบบอินทรีย์ โดยช่วงที่เราไปส่งเสริมปลูกกล่ำปลีกำละ 10 บาท เราต้องการจูงใจให้เขาเปลี่ยนแบบอินทรีย์จึงการันตีไว้กิโลกรัมละ20บาท แต่เมื่ผลผลิตออกมาราคากะหล่ำปลีทั่วไปกิโลกรัมละ 3 บาท ก็ต้องจ่ายกิโลกรัมละ 20 บาทตามสัญญา แต่ผู้บริโภคไม่ยอมซื้อกระหล่ำปลีของเราเลยเพราะราคามันต่างจากผักทั่วไปมาก ทำให้เรามีผักที่ไม่ได้เน่าเหม็นฟุ้งอยู่ในบ้านถึง 2 ตัน เราสู้มาแบบนี้รวมไปแล้วเราขาดทุนไปเกือบ 2 ล้านบาท แต่เราก็สู้มาจนกลุ่มชนเผ่าเหล่านั้นหันมาทำเกษตรอินทรีย์กับเรามากขึ้นเรื่อยๆ โดยเรามีศูนย์บรรจุหีบห่อและกระจายสินค้าอยู่ที่นั่น แล้วลำเลียงมาขายที่กรุงเทพฯ” นางกมลทิพ กล่าว

กรรมการผู้จัดการวังรี รีสอร์ท กล่าวอีกว่า สำหรับงานนี้นอกจากแนะนำให้ทุกคนรู้จักทุเรียนอินทรีย์ของวังรีแล้ว งานนี้ยังส่งเสริมให้เราๆหันมาใส่ใจสุขภาพรับประทานพืช ผัก ผลไม้อินทรีย์ที่ปลอดสาร โดยเราจัดให้รับประทานอาหารแบบบุฟเฟ่ต์มังสวิรัตินานาชาติ..ฟรี!!! ซึ่งเราได้ร่วมมือกับ 2 ปรมาจารย์ด้านอาหารมังสวิรัติ คือ อาจารย์ใจฟ้า และป้ายุพาพรรณ ที่มาลงมือปรุงอาหารมังสวิรัติหลากหลายเมนูด้วยตัวเอง พร้อมสาธิตการทำอาหารหลายเมนูให้ชมและทานกันสดๆ เพื่อให้ทุกคนได้อิ่มอร่อยกับทุเรียนอินทรีย์ของวังรี และอิ่มอร่อยแบบอิ่มบุญกับอาหารมังสวิรัติ

“ที่ใช้ชื่องานว่า “เฉลิมฉลองมรดกมังสวิรัติ” เพราะพี่ได้รับโอกาสที่ไม่เคยคิดมาก่อน คือ การได้รับมรดกมังสวิรัติจากอาจารย์ใจฟ้า​​ และป้ายุพาพรรณ​ เจ้าของร้านหัวใจมังสวิรัติ ปรมาจารย์ผู้สอนอาหารมังสวิรัติที่มีชื่อเสียง​ของประเทศให้เป็นผู้ดำเนินการสืบทอดการสอนของสถาบันอาหารมังสวิรัติ และยังมอบร้านหัวใจมังสวิรัติให้สืบทอดการจำหน่าย​อาหารมังสวิรัติ​ เครื่องปรุง​ และวัตถุดิบทั้งหมด​เพื่อให้อาหารมังสวิรัติตาม​เมนูอาหารไทยที่แสนอร่อยอยู่คู่ประเทศไทยและคู่โลกของชาวมังสวิรัติตลอดไป” นางกมลทิพ กล่าว

นางกมลทิพ บอกอีกว่า การยกมรดกและเคล็ดลับในการปรุงอาหารให้กับคนที่ไม่ใช่ลูกหลานครั้งนี้​ นับเป็นปรากฎการณ์ในยุค New​ Normal​ ที่เจ้าของสูตรจะทิ้งวิชาความรู้ให้เติบโตไปในโลกกว้างเพื่อมวลมนุษยชาติจะมีสุขภาพที่ดีคู่กับความอร่อยจากประเทศไทย

สำหรับแนวทางการตลาดสำหรับผัก ผลไม้อินทรีย์จากสวนวังรี รีสอร์ทและเครือข่ายนั้นนางกมลทิพ ยังเปิดเผยว่า จัดจำหน่ายทั้งออนไลน์และออฟไลน์ โดยออนไลน์ขายผ่าน Facebook: Wangree Clean และหัวใจมังสวิรัติ ส่วนออฟไลน์มีหน้าร้านอยู่ที่ “ร้านหัวใจมังสวิรัติ” ศูนย์รวมวัตถุดิบปรุงอาหารมังสวิรัติจากทั่วประเทศและอาหารมังสวิรัติปรุงสำเร็จ ซึ่งตั้งอยู่บนถนนนวมินทร์ปากซอยนวมินทร์ 50 แขวงบึงกุ่ม เขตนวมินทร์ กรุงเทพฯ

กรรมการผู้จัดการวังรี รีสอร์ท กล่าวอีกว่า นอกเหนือวัตถุประสงค์กล่าวมาแล้ว งานนี้ยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวซึ่งหลังจากที่ทุกคนเจอกับวิกฤตโควิด 19 มากว่า 2 ปี เราจึงถือโอกาสชักชวนทุกท่านให้ขับรถออกจากบ้านมาสูดอากาศบริสุทธิ์ และทานอาหารมังสวิรัตที่อร่อยและปลอดภัย 

สำหรับบรรยากาศในงาน”เฉลิมฉลองมรดกมังสวิรัติ&ทุเรียนอินทรีย์วังรี” ประจำปี 2565 ไปอย่างคึกคักตั้งแต่ 09.00 น. โดยมีผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 300 คน ซึ่งทุกคนได้มีโอกาสลิ้มลองความอร่อยของทุเรียนอินทรีย์จากสวนวังรี รีสอร์ทและทานอาหารมังสวิรัตินานาชาติ กว่า 30 เมนู และในภาคบ่ายทางวังรี รีสอร์ทได้เปิดให้เข้าชมสวนผลไม้และสวนผักด้วย โดยเปิดโอกาสให้ทุกคนได้สัมผัสกับบรรยากาศการเก็บผลไม้สดๆจากต้นมารับประทานเองแบบ เดินไป กินไป ทั้ง เเงาะโรงเรียนอินทรีย์ที่มีรสหวาน​ กรอบเนื้อแห้งและกำลังสุกเต็มต้น​ รวมทั้งลองกองรสหวานฉ่ำมีรสเปรี้ยวแทรกนิดๆเป็นที่พออกพอใจของทุกคน 

และก่อนจบงานโบกมือลาในวันนั้น นางกมลทิพ บอกกับทุกคนว่า “ขอแจ้งให้ทุกท่านใส่ปฏิทินกันลืมล่วงหน้าว่า ต้นเดือนมิถุนายนในปีหน้า 2566 เราจะมาทานทุเรียนฟรี!!!กันที่วังรี รีสอร์ทเหมือนเดิม”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หนุ่มชาวสวนรดน้ำต้นทุเรียนผงะ! เจองูเหลือมยักษ์กกไข่พร้อมฟักนับสิบฟองในโพรงดิน

Posted on June 22, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/661835

หนุ่มชาวสวนรดน้ำต้นทุเรียนผงะ! เจองูเหลือมยักษ์กกไข่พร้อมฟักนับสิบฟองในโพรงดิน

วันอังคาร ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 17.56 น.

เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 21 มิ.ย.65 เจ้าหน้าที่มูลนิธิใต้เต็กตึ๊งสิชล จ.นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งขอความช่วยเหลือจากนายสันติศักดิ์ ศรีสว่าง อายุ  45 ปีว่าพบงูเหลือมตัวใหญ่ทำรังโพรงดินภายในสวนทุเรียนหมู่ 15 ต.ทุ่งปรัง อ.สิชล จึงเดินทางไปตรวจสอบช่วยเหลือพร้อมบ่วงอุปกรณ์จับงู เมื่อถึงที่เกิดเหตุเป็นสวนทุเรียนหลายสิบไร่ พบงูเหลือมยาว 3.5 เมตร อยู่บริเวณโพรงดินใกล้ต้นทุเรียนปลูกใหม่ จึงใช้บ่วงอุปกรณ์คล้องจับโดยง่าย 

อย่างไรก็ตาม ผู้แจ้ง ได้ให้ข้อมูลอีกว่า ในโพรงดินดังกล่าวน่าจะเป็นรังของงูเหลือม เนื่องจากพบงูเหลือมตัวดังกล่าวเลื้อยออกมาจากช่องโหว่บริเวณโพรงดิน ซึ่งช่องโหว่มีขนาดเท่าลูกตะกร้อ เจ้าหน้าที่จึงใช้เครื่องมือขุดเปิดปากโพรงจนพบไข่งูเหลือมพร้อมฟัก มีลักษณะเป็นก้อนนับรวม 15 ฟอง จึงนำออกจากโพรง ใส่กระสอบไปปล่อยป่าพร้อมกับงูเหลือม 

นายสันติศักดิ์ ผู้แจ้ง เล่าว่า ขณะกำลังเดินรถน้ำต้นทุเรียนในสวน เมื่อถึงต้นทุเรียนปลุกใหม่ พบว่ามีงูเหลือมตัวดังกล่าวเลื้อยออกจากโพรง จึงแจ้งขอความช่วยเหลือเจ้าหน้าที่จับไปปล่อยป่า อย่างไรก็ตามหลังชาวบ้านทราบข่าว มีงูเหลือมขนาดใหญ่ทำรังฟักไข่ในสวนทุเรียน ไม่พลาดที่จะตีเลขเด็ดจากความยาวและจำนวนไข่ – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘รพ.ราชวิถี’แนะวิธีรับมือ’การสำลัก’อย่างถูกต้อง

Posted on June 22, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/661908

'รพ.ราชวิถี'แนะวิธีรับมือ'การสำลัก'อย่างถูกต้อง

วันอังคาร ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 21.12 น.

โรงพยาบาลราชวิถี กรมการแพทย์ แนะนำแนวทางการช่วยเหลือเบื้องต้นสำหรับผู้ที่มีอาการสำลัก หรือมีภาวะทางเดินหายใจอุดกั้น เพื่อประคับประคองไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่มากขึ้น ซึ่งอาจเสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้

นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า การสำลัก คืออาการที่เกิดขึ้นเมื่อมีสิ่งแปลกปลอมเข้าไปในช่องคอหรือหลอดลม และกีดขวางช่องทางการหายใจ ทำให้ไม่สามารถหายใจได้ตามปกติ ซึ่งปัญหาการสำลักหรือการที่สิ่งแปลกปลอมเข้าไปในทางเดินหายใจเป็นปัญหาที่มีความสำคัญและอาจมีอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ โดยมักพบในเด็กเล็กอายุน้อยกว่า 3 ปี ซึ่งเป็นวัยที่มีความอยากรู้อยากเห็น ชอบค้นคว้า ทดลองด้วยตนเอง จึงมักเอาสิ่งแปลกปลอมใส่ไปในช่องต่างๆ ของร่างกาย โดยเฉพาะช่องทางเดินหายใจ ได้แก่ รูจมูกและปาก ประกอบกับฟันกรามที่ยังขึ้นไม่ครบสมบูรณ์ทำให้ไม่สามารถบดเคี้ยวอาหารชิ้นใหญ่ให้ละเอียดเพียงพอ จึงอาจเกิดการสำลักในระหว่างรับประทานอาหารและวิ่งเล่นไปด้วย ส่วนสาเหตุของการสำลักในวัยผู้ใหญ่นั้นมักเกิดจากเศษอาหาร การดื่มน้ำเร็วเกินไป หรือการทำกิจกรรมหลายๆ อย่างในขณะรับประทานอาหาร เช่น พูด หัวเราะ เป็นต้น บางครั้งฟันปลอมที่ยึดติดไม่แน่นพอ อาจเลื่อนหลุดเข้าไปในช่องคอหรือหลอดลม และกีดขวางช่องทางการหายใจ หรือทางเดินอาหารโดยไม่ได้ตั้งใจ ทั้งนี้ การป้องกันการเกิดภาวะฉุกเฉินทางเดินหายใจอุดกั้นในเด็กเล็กและผู้สูงอายุอาจทำได้ค่อนข้างยาก เนื่องจากอาการที่เกิดขึ้นจะสังเกตได้ยากและไม่ชัดเจน

นายแพทย์จินดา โรจนเมธินทร์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชวิถี กล่าวว่า สำหรับอาการของคนสำลักที่สังเกตเห็นได้โดยทั่วไปนั้น มักจะใช้มือจับที่คอของตนเอง แต่หากผู้ที่สำลักไม่ได้ส่งสัญญาณดังกล่าว ให้สังเกตอาการดังต่อไปนี้ เช่น หายใจไม่สะดวก หรือมีอาการหายใจแรงและเสียงดังผิดปกติ , ไม่สามารถกลืนได้หรือใช้เวลานานกว่าปกติ , พูดคุยตอบสนองไม่ได้ , ไอแรงๆ ไม่ได้ , ผิวหนัง ริมฝีปาก และเล็บเริ่มเปลี่ยนเป็นสีคล้ำ เนื่องจากขาดออกซิเจน และขาดสติ ไม่รู้สึกตัว โดยผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการสำลัก ได้แก่ เด็กเล็ก , ผู้สูงอายุ , ผู้ที่มีประวัติผ่าตัดบริเวณคอหอย เช่น ผ่าตัดโคนลิ้น ผ่าตัดมะเร็งคอหอย ผ่าตัดมะเร็งกล่องเสียง , ผู้ที่มีความผิดปกติระบบประสาทและกล้ามเนื้อ เช่น ภาวะกลืนลำบาก , ผู้ที่ได้รับการผ่าตัดบริเวณใบหน้าและลำคอ ผู้ป่วยที่ได้รับการฉายแสง ผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ , ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง โรคอัลไซเมอร์ พาร์กินสัน ปลอกประสาทอักเสบ บาดเจ็บไขสันหลัง ผู้ป่วยที่ได้รับยาระงับความรู้สึก และผู้ที่มีความรู้สึกตัวเปลี่ยนแปลงจากการดื่มแอลกอฮอล์หรือการได้รับยาคลายเครียด เป็นต้น ทั้งนี้ เราสามารถป้องกันเด็กจากการสำลักได้ด้วยการเลือกชนิดและขนาดของของเล่นให้เหมาะสมแก่เด็กในวัยต่างๆ หั่นอาหารให้มีขนาดเล็กลงเพื่อให้ง่ายต่อการกลืน และไม่ควรป้อนอาหารเด็กในขณะที่กำลังวิ่งเล่นอยู่ สำหรับผู้สูงอายุควรดูแลสุขภาพเหงือกและฟันให้ดี หลีกเลี่ยงอาหารที่อาจทำให้สำลักง่าย ผู้สูงอายุที่มีปัญหาการกลืนควรปรึกษาแพทย์เพื่อฝึกการกลืน และรีบรักษาเมื่อมีปัญหาเรื่องไอหรือเสมหะ นอกจากนี้ เรายังสามารถป้องกันตัวเราเองจากการสำลักได้ด้วยการเคี้ยวอาหารให้ละเอียด และหลีกเลี่ยงการคุยหรือหัวเราะขณะรับประทานอาหาร

แพทย์หญิงสมจินต์ จินดาวิจักษณ์ หัวหน้ากลุ่มศูนย์การแพทย์เฉพาะทางด้าน โสต ศอ นาสิก โรงพยาบาลราชวิถี กล่าวเพิ่มเติมว่า วิธีการช่วยเหลือเบื้องต้นสำหรับเด็กเล็ก หากสังเกตเห็นว่าเด็กมีอาการแปลกไป คือ ดูเจ็บปวดและหายใจเสียงดัง ร้องไห้หรือไอไม่ได้ บางครั้งไม่สามารถส่งเสียงร้องหรือหายใจได้ อาจหมายความว่าเด็กกำลังมีอาการสำลัก สิ่งที่ต้องทำเมื่อเด็กสำลัก คือ 1.เด็กทุกกลุ่มอายุที่มีการอุดกั้นทางเดินหายใจไม่เต็มที่ ยังหายใจได้เอง พูดได้ แนะนำให้ไอแรงๆ เพื่อให้วัตถุแปลกปลอมหลุดออกมา 2.ในเด็กอายุน้อยกว่า 1 ปี ให้จับเด็กนอนคว่ำหน้าขนานกับต้นขาและประคองหัวเด็กไว้ จากนั้นใช้สันมือตบเข้าไปแรงๆ 5 ครั้ง ระหว่างสะบักทั้ง 2 ข้าง 3.ตรวจดูในปากว่ามีอะไรอยู่หรือไม่ ถ้ามีให้รีบใช้ปลายนิ้วหยิบออก ไม่แนะนำให้ใช้นิ้วมือกวาดไปในลำคอเด็ก เนื่องจากอาจทำให้สิ่งแปลกปลอมเคลื่อนตัวไปสู่ตำแหน่งที่มีการอุดกั้นมากขึ้น

4.หากการช่วยเหลือด้วยการตบหลังยังไม่สามารถนำเอาสิ่งแปลกปลอมที่ขวางทางเดินหายใจออกได้ ให้ใช้วิธีกดที่หน้าอกของเด็ก ด้วยการจับให้เด็กนอนหงายหน้าขึ้นขนานกับต้นขา จากนั้นใช้นิ้ว 2 นิ้วกดลงไปตรงกลางใต้ราวนมของเด็ก 5 ครั้ง ตรวจดูภายในปากว่ามีอะไรหลุดออกมาหรือไม่ แล้วหยิบออกอย่างระมัดระวัง 5.หากช่วยเหลือด้วยวิธีข้างต้นแล้วยังไม่ได้ผล ให้รีบโทรเรียกรถพยาบาล โดยระหว่างที่รอรถพยาบาลมาถึงนั้นให้ช่วยเหลือด้วยการตบหลังและกดหน้าอกสลับกัน จนกว่าสิ่งที่เข้าไปอุดตันทางเดินหายใจจะหลุดออกมาหรือรถพยาบาลมาถึง หากเด็กไม่หายใจให้เริ่มทำการกดหน้าอกหรือปั๊มหัวใจด้วยวิธีสำหรับเด็ก ซึ่งอาจทำให้สิ่งแปลกปลอมที่ติดอยู่ในคอหลุดออกมาได้

สำหรับวิธีการช่วยเหลือเบื้องต้นในเด็กโตที่มีอายุมากกว่า 1 ปี และผู้ใหญ่ เมื่อสังเกตเห็นคนที่มีอาการสำลักให้พยายามกระตุ้นให้ผู้สำลักไอเพื่อให้สิ่งที่เข้าไปอุดตันทางเดินหายใจหลุดออกมาด้วยตัวเอง หากผู้สำลักไม่สามารถพูดคุย ร้อง หรือไอด้วยตัวเองได้ สามารถให้ความช่วยเหลือด้วยวิธีการดังนี้ 1.แจ้งให้ผู้สำลักทราบว่าจะทำการช่วยเหลือ 2.ยืนซ้อนด้านหลังผู้สำลัก ประคองโน้มตัวไปด้านหน้า แล้วกดกระแทกที่ท้อง 5 ครั้ง โดยใช้แขนทั้ง 2 ข้าง โอบแนบกับผู้ที่สำลักเหนือสะดือ แต่ให้ต่ำกว่าระดับหน้าอก แล้วกำมือเป็นกำปั้น จากนั้นให้ดึงกระแทกกำปั้นเข้าหาตัวและขึ้นทางด้านบนอย่างเร็วและแรง ห้ามใช้วิธีการกระแทกที่ท้องกับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 1 ปี และหญิงที่กำลังตั้งครรภ์ 3.หากยังมีอาการสำลักอยู่ให้รีบโทรเรียกรถพยาบาล ระหว่างที่รอรถพยาบาลให้กระแทกที่ท้องซ้ำจนกว่าสิ่งที่แปลกปลอมที่ติดอยู่จะหลุดออกมา หรือจนกว่ารถพยาบาลจะมาถึง กรณีที่ผู้ที่สำลักหมดสติไป ให้ตรวจดูว่ายังหายใจอยู่หรือไม่ หากไม่หายใจ ให้ประคองผู้ป่วยนอนหงายบนพื้นราบและเริ่มทำการกดหน้าอกหรือปั๊มหัวใจ ซึ่งการปั๊มหัวใจนั้นอาจทำให้สิ่งแปลกปลอมที่ติดอยู่ในคอหลุดออกมาได้เช่นกัน ทั้งนี้ การสำลักอาจก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้ เช่น กรณีที่สำลักเพียงเล็กน้อยอาจเกิดการบาดเจ็บที่คอ หรืออาการระคายเคือง แต่หากสำลักวัตถุขนาดใหญ่ และเกิดการอุดกั้นหลอดลม อาจเสียชีวิตจากการขาดอากาศหายใจได้

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘สมเด็จพระญาณวชิโรดม’ (วิริยังค์ สิรินฺธโร) สถิตในดวงใจชาวพุทธทั่วโลกตราบนิรันดร์ 

Posted on June 22, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/661883

'สมเด็จพระญาณวชิโรดม' (วิริยังค์ สิรินฺธโร) สถิตในดวงใจชาวพุทธทั่วโลกตราบนิรันดร์ 

วันอังคาร ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 19.30 น.

“22 ธันวาคม พ.ศ.2564” ท่านเจ้าประคุณ สมเด็จพระญาณวชิโรดม (พระอาจารย์หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร) อดีตเจ้าอาวาส “วัดธรรมมงคลเถาบุญญนนท์วิหาร”, ประธานกรรมการคณะสงฆ์ธรรมยุตในประเทศแคนาดา และผู้ก่อตั้งสถาบันพลังจิตตานุภาพ (Willpower Institute) กรุงเทพมหานคร ได้ละสังขารอย่างสงบที่โรงพยาบาลกรุงเทพ 

องค์ท่านละสังขารหลังจากได้รับเลื่อนสมณศักดิ์เพียง 1 ปี กับอีก 50 วัน โดยเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ.2563 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯสถาปนาสมณศักดิ์ พระพรหมมงคลญาณ (วิริยังค์ สิรินฺธโร) ขึ้นเป็นสมเด็จพระราชาคณะ มีพระราชทินนามที่จารึกในสุพรรณบัฏว่า สมเด็จพระญาณวชิโรดม พุทธาคมวิศิษฐ์ จิตตานุภาพ พัฒนดิลก สาธกธรรมวิจิตร วิเทศศาสนกิจไพศาล วิปัสสนาญาณธุราทร ธรรมยุตติกคณิสสรบวรสังฆาราม คามวาสี อรัญวาสี สถิต ณ วัดธรรมมงคลเถาบุญญนนท์วิหาร กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ.2563 

ท่านเจ้าประคุณ สมเด็จพระญาณวชิโรดม หรือที่ศิษยานุศิษย์เรียกกันว่า พระอาจารย์หลวงพ่อวิริยังค์ฯนั้น ในวัยเด็กช่วงอายุ 13 ปีได้ประสบกับจุดวิกฤตของชีวิตคือ ล้มป่วยเป็นอัมพาตและในระหว่างที่นอนป่วยนั้นได้ตั้งจิตอธิษฐานว่า หากใครก็ตามสามารถดลบันดาลให้หายป่วยได้จะอุทิศตนเพื่อพระพุทธศาสนาตลอดชีวิต เมื่ออธิษฐานเสร็จ ทันใดนั้นเด็กชาย

วิริยังค์ บุญฑีย์กุล ได้พบกับ “ชีปะขาว” ท่านได้มาถามเด็กชายวิริยังค์ว่า หนูๆ อยากหายป่วยจริงๆเหรอ เด็กชายวิริยังค์ฯก็ตอบว่า จริง ทาง “ชีปะขาว” ก็ถามอีกว่าแล้วเมื่อหายป่วยจะอุทิศตัวเพื่อพระพุทธศาสนาจริงๆน่ะ เด็กชายวิริยังค์ฯก็ตอบว่า จริง

หลังจากนั้น เด็กชายวิริยังค์ฯก็หายป่วยจากโรคอัมพาต และ เข้าบรรพชาเป็นสามเณรวิริยังค์ และต่อมาเมื่อถึงอายุได้อุปสมบทเป็นพระวิริยังค์ และอยู่อุปัฎฐากหลวงปู่กงมา จิรปุญฺโญ รวมเวลาที่ได้อุปฐากหลวงปู่กงมาทั้งหมด 8 ปี ต่อมาหลวงปู่กงมาได้ออกเดินทางไปพบหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต พระอาจารย์ใหญ่ฝ่ายวิปัสสนาธุระ ที่จังหวัดสกลนคร โดยมีพระวิริยังค์ติดตามไปด้วย และเมื่อถึงหน้ากุฎิของหลวงปู่มั่น ทางหลวงปู่มั่นได้ออกมายืนรอหน้ากุฎิ โดยท่านเมตตาบอกว่า เราทราบอยู่แล้วว่าเธอทั้งสองคนจะมา 

ในช่วงเวลานั้น พระวิริยังค์ หรือ ต่อมาคือ พระอาจารย์หลวงพ่อวิริยังค์ฯ ได้อยู่อุปัฎฐากหลวงปู่มั่นเป็นเวลา 4 ปี จนได้ตำแหน่ง ทส.หลวงปู่มั่น หรือทหารคนสนิทผู้ติดตามหลวงปู่มั่นนั่นเอง และ ช่วงเวลา 4 ปีนี้ พระอาจารย์หลวงพ่อวิริยังค์ฯได้แอบบันทึกเนื้อหาหลักธรรมคำสอนของหลวงปู่มั่นอย่างละเอียด โดยตั้งชื่อว่า “มุตโตทัย” และนำสิ่งที่บันทึกมาให้หลวงปู่มั่นอ่านก่อน และหลวงปู่มั่นก็บอกว่า ใช้ได้

เพจธรรมะเผยแพร่ว่า ท่านเจ้าคุณ พระราชปัญญาวชิโรดม เจ้าอาวาส วัดเทพเจติยาจารย์ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ (ท่านเจ้าคุณพระอาจารย์ ดร.สุพล ขนฺติพโล) เมตตาบรรยายธรรมในรายการ “ธรรมะบรรยาย” ณ วัดเทพเจติยาจารย์ เมื่อคืนวันที่ 27 เมษายน พ.ศ.2565 ว่า “ครั้งหนึ่ง หลวงปู่มั่นเคยพูดว่า หลวงพ่อวิริยังค์ฯนี่เป็นไก่ป่า ไก่ป่าถ้าไปอยู่ในบ้าน ไก่ป่ามาอยู่บ้านก็จะขันจ้านไปทั่วเมือง ไก่ป่าปกติจะมีหัวหน้าขัน ส่วนลูกน้องไม่ได้ขัน มีแต่หัวหน้าขัน หลวงปู่มั่นก็บอกว่า วิริยังค์ถ้าไปอยู่ในเมืองหรือในบ้านก็จะขันจ้านทั่วเมือง ทำเมืองเท่าจักรวาลทั้ง 4 หมายความว่า ท่านจะเผยแพร่การทำสมาธิ หรือ คำสอนของพระพุทธเจ้าให้ขจรขจายไปทั่วทิศทั้ง 4 นั่นคือความหมายของ ขันจ้านไปทั่วเมือง มาบัดนี้ก็เป็นจริงแล้ว ท่านไปเปิดสาขาพลังจิตตานุภาพทั่วทุกจังหวัดในประเทศไทย นี่คือ ขันจ้านไปทั่วเมือง จังหวัดไหนไม่มีสถาบันพลังจิตตานุภาพจะถือว่าเชยมากๆ บัดนี้มีทุกจังหวัด ท่านได้ขยายไปที่ประเทศแคนาดา, อเมริกา, ออสเตรเลีย และ ก็จะไปยังประเทศจีน ประเทศออสเตรีย ประเทศอิตาลี ประเทศฝรั่งเศส เพราะว่าท่านได้ให้คนแปลแต่ละภาษา ภาษาสเปนก็มี ภาษาอิตาลีก็มี ภาษาญี่ปุ่นก็มี ภาษาอินโดนีเซียก็มี ภาษาเยอรมันก็มี เรียกว่า เตรียมพร้อมที่จะไปเปิดสถาบันพลังจิตตานุภาพให้กระจายไปทั่วโลก” พระราชปัญญาวชิโรดมเมตตาเล่าให้สาธุชนฟัง 

พระราชปัญญาวชิโรดมเคยปฏิบัติหน้าที่เป็นพระอุปัฎฐากสมเด็จพระญาณวชิโรดม และใกล้ชิดกับองค์ท่านตั้งแต่เมื่อครั้งยังเป็นสามเณร เรียกว่า สมเด็จพระญาณวชิโรดมท่านเปรียบเสมือนพ่อและแม่ เลี้ยงดูพระราชปัญญาวชิโรดมมาในวัยเป็นสามเณรจนกระทั่งเป็นพระอาจารย์ ดร. และได้รับการเลื่อนสมณศักดิ์เป็นท่านพระครูปลัดมงคลวัฒน์ จนกระทั่งได้รับสมณศักดิ์เป็นพระราชปัญญาวชิโรดม รวมไปถึงพระราชปัญญาวชิโรดมยังร่วมถวายงานด้านหนังสือวิชาการครูสมาธิให้ออกมาเป็นหนังสือ 3 เล่มในมาตรฐานหลักสูตรครูสมาธิของสถาบันพลังจิตตานุภาพ 

ท่านเจ้าประคุณ สมเด็จพระญาณวชิโรดม ยังมีโยมอุปัฎฐากที่สำคัญหลายท่าน หนึ่งในโยมอุปัฎฐากที่รู้ใจองค์ท่าน คือ ดร.ศิริธัช โรจนพฤกษ์ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการอุปัฎฐากเป็นการส่วนตัว และการขยายงานด้าน “สมาธิ” ของ “สถาบันพลังจิตตานุภาพ” ให้เกิดขึ้นทั่วโลก จนปัจจุบันมีสถาบันพลังจิตตานุภาพทั่วโลกร่วม 310 สาขา 

เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ.2565 มีพิธีเก็บอัฐิธาตุ ณ เมรุหลวง หน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ (ในพระบรมราชานุเคราะห์) โดยสมเด็จพระธีรญาณมุนี (สมชาย วรชาโย) เจ้าอาวาส วัดเทพศิรินทราวาส ราชวรวิหาร, ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 1-2-3 และภาค 12-13 (ธรรมยุต) กรรมการมหาเถรสมาคม ประกอบพิธีพระราชทานผ้าไตร และภัตตาหารสามหาบในการเก็บอัฐิ และ มีการเชิญอัฐิของท่านเจ้าประคุณ สมเด็จพระญาณวชิโรดม มายังวัดธรรมมงคลฯ เพื่อเปิดโอกาสให้สาธุชนเข้ากราบสักการะอัฐิธาตุขององค์ท่าน ระหว่างวันที่ 21-30 มิถุนายน 2565 เวลา 07.00-20.00 น. ณ อาคารบุญญาวาส วัดธรรมมงคลฯ กรุงเทพมหานคร

(ขอบคุณ :- ภาพและข้อมูลโดยเฟสบุ๊คของ ผศ.นพ.พรหมพิศิษฐ์ โจทย์กิ่ง ผู้ดูแลสถาบันพลังจิตตานุภาพ สาขา 78 คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น , เพจ วัดป่าร้อยปีหลวงพ่อวิริยังค์ จังหวัดราชบุรี และเพจ ธรรมะ)

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘แม่จ๋า’ เศรษฐีนีใจบุญเมืองคอน ช่วยเหลือยายวัย 72 ปี ป่วยอัมพฤกษ์ติดเตียง

Posted on June 22, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/661852

'แม่จ๋า' เศรษฐีนีใจบุญเมืองคอน ช่วยเหลือยายวัย 72 ปี ป่วยอัมพฤกษ์ติดเตียง

วันอังคาร ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 18.21 น.

เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 21 มิ.ย.65 นางอัมภาพันธ์ นิลประภา หรือ “แม่จ๋า” อายุ 68 ปี  เศรษฐินีใจบุญ เจ้าของกิจการห้างผ้าโชคดี อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช นำคณะแพทย์แผนไทยประยุกต์  “คลินิก 3033” พร้อมเครื่องอุปโภคบริโภค เดินทางไปช่วยเหลือครอบครัวของนางโชติ  โกมล อายุ 72 ปี ซึ่งเป็นผู้ป่วยติดเตียง ฐานะยากจน อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 136/14 หมู่ 6 บ้านคลองขุดตำบล ซอยรวมใจพัฒนา 7 ต.ปากนคร อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช โดยมีนายสุนทร บรรจุสุวรรณ ผู้ใหญ่บ้านหมู่  6 พร้อมพนักงานเจ้าหน้าที่ รพ.สต. และ อสม.ในพื้นที่ให้การต้อนรับ

 โดยบ้านที่นางโชติ โกมล อาศัยเป็นไม้เก่า หลังคามุงกระเบื้อง พื้นบ้านปูด้วยแผ่นกระดานที่เก่า และชำรุดทรุดโทรม มีช่องโหว่เต็มไปหมด นางอัมภาพันธ์ หรือ “ แม่จ๋า ” พร้อมกับคณะแพทย์แผนไทยประยุกต์  “คลินิก 3033” เจ้าหน้าที่ รพ.สต.และ อสม.ขึ้นบนบ้าน พบว่า นางโชติ นอนบนเสื่อที่มุมบ้าน มีนายณรงค์ พรหมแก้ว อายุ 52 ปี บุตรชาย และ น.ส.สายสมร พรหมแก้ว หลานสาว คอยดูแลอย่างใกล้ชิด โดยนางโชติ ป่วยเป็นอัมพฤกษ์ซีกด้านขวา และเป็นโรคเบาหวาน ไม่สามารถเดินเหินหรือช่วยเหลือตัวเองได้ ปัจจุบันครอบครัวของนางโชติ อาศัยรวม 5 คน ประกอบด้วย ลูก 2 คน หลานสาว 1 คน หลานเขย 1 คน และเหลนอีก 1 คน  ส่วนสาเหตุก่อนหน้านี้ตนเดินเสียหลักล้มบาดเจ็บ ต้องนำส่งโรงพยาบาลมหาราช จนกลายเป็นผุ้ป่วยอัมพฤกษ์ ร่างกายซีกซ้ายขยับเขยื้อนไม่ได้ เป็นแผลกดทับ

โดยนางอัมภาพันธ์ หรือ “ แม่จ๋า ” มอบเครื่องอุปโภคบริโภคช่วยเหลือเบื้องต้น ขณะที่แพทย์คณะแพทย์แผนไทยประยุกต์ “คลินิก 3033 ” ให้คำแนะนำให้ช่วยเหลือในการทำกายภาพบำบัด และดูแลเรื่องแผลกดทับ ก่อนมอบยาฆ่าเชื้อ และยาบำรุงร่างกาย หลังจากนี้นางอัมภาพันธ์ และคณะแพทย์แผนไทยประยุกต์ “ คลินิก 3033 “ จะประสานกับ รพ.สต. อสม.เพื่อติดตามอาการ และให้การช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง คาดว่าหากได้รับการปรนนิบัติดูแล ทำกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่อง นางโชติ จะหายเป็นปกติได้. -008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ก๋วยเตี๋ยวเรือชามยักษ์’ น้ำหนักกว่า 5กิโล อิ่มอร่อยโคตรคุ้ม

Posted on June 22, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/661844

'ก๋วยเตี๋ยวเรือชามยักษ์' น้ำหนักกว่า 5กิโล อิ่มอร่อยโคตรคุ้ม

วันอังคาร ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 18.05 น.

“เตี๋ยวเรือชามยักษ์” ของร้านเรือทอง ตั้งอยู่ริมถนนราษฎร์บำรุง ซอย 5 ตำบลเนินพระ อำเภอเมือง จังหวัดระยอง ราคาเริ่มต้นที่ ชามละ 25 บาท ไปจนถึง 199 และ 259 บาท มีทั้งหมูและเนื้อ

ร้านเรือทองก๋วยเตี๋ยวเรืออยุธยา ของนางผกามาศ ไชยมงคล อายุ 40 ปี เล่าให้ฟังว่า เปิดขายก๋วยเตี๋ยวเรือชามยักษ์มา 4 ปี แล้ว เปิดได้ไม่นานก็เจอพิษโควิด รอบแรกปิดร้านไป 7 เดือน พอโควิดมารอบ 2 ต้องปิดร้านไป 1 ปี เพิ่งจะมาเปิดได้เมื่อต้นปีนี้

ก๋วยเตี๋ยวของที่ร้านขายทั้งหมู และเนื้อ มีราคาให้เลือกตั้งแต่ราคาปกติชามละ 25 บาท 50 บาท 60 บาท ชามสีเขียวจะราคาชามละ 90 บาทกินได้ 2 คน ชามสีขาวราคา 139 บาท กินได้ 2-3 คน ส่วนชามยักษ์ก๋วยเตี๋ยวหมูราคา 199 บาท ถ้าเป็นเนื้อจะราคา 259 บาท กินได้ 5-6 คน  

ชามยักษ์จะใส่เส้น 2 เส้นให้เลือกเอา มีเส้นบะหมี่ เส้นหมี่ขาว เส้นเล็กมาม่า  และ วุ้นเส้น ที่ร้านไม่มีก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ เพราะไม่ค่อยมีคนสั่งกิน  ส่วนน้ำซุปก๋วยเตี๋ยวของที่ร้านเป็นสูตรจากอยุธยาแท้ ๆ เพราะบ้านเดิมอยู่ที่อยุธยา พริกก็คั่วเอง ถ้าไม่ชอบรสจัดต้องแจ้งทางร้านก่อนจะได้ไม่ใส่น้ำปรุงเพราะรสชาดจัดจ้านมาก

ก๋วยเตี๋ยวหมู เราจะใส่เนื้อหมูสด ตับ หมูตุ๋น ลูกชื้นหมู ลูกชิ้นเอ็น ส่วนคนชอบทานเนื้อ ก็มีเนื้อสด ตับ ลูกชิ้นเนื้อ ลูกชิ้นเอ็น และเนื้อตุ๋น เนื้อตุ๋นเราไม่ใช้เศษเนื้อ จะใช้เนื้อบริเวณแก้มของวัวเพราะมีมันแทรกอยู่ในเนื้อ ใช้เวลาตุ๋นประมาณ 4 ชั่วโมง  ถ้าลูกค้าที่มาทานแล้วเช็คอินที่ร้านจะมีเกี๊ยวทอดแถมให้ฟรี

ชามยักษ์ของเราตัวชามจะหนักประมาณ 5 กิโลกรัม เส้นผ่าศูนย์กลาง 45 ซ.ม.ที่เปิดขายก๋วยเตี๋ยวเรือชามยักษ์เพราะจะมีลูกค้าพาครอบครัวมากินกัน จึงคิดว่าถ้าสั่งคนละชามจะได้น้อยกว่าชามยักษ์ เพราะเราใส่ให้เยอะ กินได้ 5-6 คน จะคุ้มกว่า ช่วงวันเสาร์อาทิตย์จะมีลูกค้าพาครอบครัวมากินชามยักษ์กันมาก ลูกค้าบอกว่าคุ้มกว่า

มีลูกค้าบางรายจะมาลองกินชามยักษ์ ว่ามันใหญ่แค่ไหน พอมาลองกินแล้วบอกว่าใหญ่จริง รสชาติก็อร่อย เนื้อนุ่ม แต่มา 2 คนกินไม่หมดแน่ ที่ร้านจะใช้เส้นเล็กวันละ 10 กก.เส้นหมี่ 10 ถุง คะน้า 10 กก.เปิดขายตั้งแต่ 09.00-17.00 น. หยุดทุกวันพุธ  ถ้าลูกค้าจะสั่งล่วงหน้ามาก่อนก็ได้ ที่เบอร์ 096-8017399

.-008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เห็นแล้วจุกอก! ลุงยืนกราบศาลพระภูมิ ขอของไหว้มากินเพราะความหิว

Posted on June 22, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/661795

เห็นแล้วจุกอก! ลุงยืนกราบศาลพระภูมิ ขอของไหว้มากินเพราะความหิว

วันอังคาร ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 16.52 น.

มาถึงจุดนี้ได้ยังไง! สาวแอบบันทึกภาพนาทีสะเทือนใจ คุณลุงคนหนึ่งยืนยกมือกราบไหว้ศาลพระภูมิ เพื่อนำอาหารไหว้มากินเพราะความหิว

เป็นคลิปบีบหัวใจของใครหลายๆคน เมื่อผู้ใช้ติ๊กต๊อก ton..789 เล่าว่า เห็นคุณลุงท่านนี้กำลังยืนก้มกราบศาลพระภูมิซ้ำๆ แล้วหยิบน้ำ หยิบขนมที่ไหว้ศาลพระภูมิมากิน แล้วก็ก้มกราบซ้ำๆ หลังจากที่เธอเห็นภาพนี้ต่อหน้า เธอจึงรีบเรียกคุณลุงคนนี้พร้อมยื่นเงินจำนวนหนึ่งให้เพื่อให้คุณลุงไปซื้ออาหารประทังชีวิต 

คลิปนี้มีผู้เข้าไปแสดงความเห็นใจคุณลุงจำนวนมาก ทั้งยังชื่นชมเข้าของคลิป “คุณคือคนที่ทำให้ 1 ชีวิตมีความหวังและรอยยิ้ม” , “คนถ่ายก็ช่างสังเกต แสดงว่าเป็นคนมีจิตใจดีมีเมตตา ขอบคุณแทนคุณลุงขอให้ได้พบเจอแต่สิ่งดีๆนะคะ” , “ศาลเจ้าไม่ลงโทษลุงแน่นอน และเชื่อว่าท่านเมตตาอย่างมาก” , เราจุกอกเลย เราขอยกบุญที่เราสั่งสมมาให้ลุงมีความสุขปราศจากทุกข์ มีกินมีใช้ทุกวัน มีสุขภาพแข็งแรง เป็นคนดี สาธุ

009

https://www.tiktok.com/embed/v2/7111311086061767962?lang=th-TH&referrer=https%3A%2F%2Fwww.naewna.com%2Flikesara%2F661795

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เบรกตัวโก่ง! รถไหลวิ่งลงกลางถนน โชคดีไม่เกิดอุบัติเหตุ

Posted on June 22, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/661775

เบรกตัวโก่ง! รถไหลวิ่งลงกลางถนน โชคดีไม่เกิดอุบัติเหตุ

วันอังคาร ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 16.00 น.

21 มิ.ย.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บนถนนสาย 201 เลย-เชียงคาน ทางไป มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย หน้าปั๊มน้ำมัน ปตท บ้านกำเนิดเพชร จู่จู่ก็มีรถคันสีขาวเป็นรถกระบะ ขับออกมาจากหน้าปั๊มผ่านเลนซ้ายเข้ามาเลนขวา อย่างช้าๆ ทำให้ผู้ที่สัญจรบนถนนต้องเบรกกระทันหัน เพราะรถวิ่งข้ามเลนมาเลนขวา และรถคันดังกล่าวหยุดชะงัก เมื่อมองไปที่พวงมาลัยก็ไม่พบคนขับ ทำเอาคนขับตามหลังตกใจอย่างมาก 

จากนั้นมีคนใส่เสื้อสีลายวิ่งลงมาจากด้านซ้ายมือมาหาที่รถ ทำการเปิดประตูแล้วเข้าไปขับรถ เพื่อสตาร์ทรถออกไป ทำให้งงมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แสดงว่ารถนั้น ไหลออกมาโดยไม่มีคนขับ ถือว่าเป็นอุทาหรณ์อย่างดีในเรื่องของการใช้รถ หากมีการจอดรถคนขับก็ให้ดึงเบรคมือไว้ไม่งั้นรถจะไหลไปชนใครได้ และอาจจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ และไม่มีการชนหรือเกิดอะไรเกิดขึ้นกับตัวผู้ขับรถมาเองหรือไปชนกับรถคันอื่นๆ ที่อาจจะเกิดความเสียหายขึ้นมากกว่านี้ ให้ควรและมัดระวังในการใช้รถ. -008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,948,810 hits

Join 4,113 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

สสส.หนุน Dental Mind Connect 360° ใน’19 โรงเรียนทันตแพทย์’ รับมือวิกฤตเยาวชนเครียด-ซึมเศร้า
เปิด 34 รายชื่อ เอกชนยักษ์​ใหญ่เตรียมหารือรัฐบาลเย็นนี้
"ปูติน" เลี้ยงอาหารค่ำครูสมัยมัธยม โต้ข่าวลือหลบภัยในบังเกอร์ใต้ดิน
ฉลอง 170 ปี ความสัมพันธ์ไทย-ฝรั่งเศส เดินหน้าความร่วมมือ 3 เสาหลัก อุดมศึกษา-วิจัย-นวัตกรรม
เปิดสถิติ 4 เดือน! ปราบอาชญากรรมออนไลน์ 121,921 คดี เสียหายรวม 7.48 พันล้านบาท
ประชาชนได้ประโยชน์อะไร! หมอวรงค์ข้องใจรัฐ กู้เงิน 2 แสนล้าน เปลี่ยนผ่านพลังงาน
ศรีสุวรรณ ร้อง ป.ป.ช. นำข้อมูล กกร.เอาผิด 10 หน่วยงานรัฐ ปมจ่ายใต้โต๊ะ
ไอซ์ รักชนก นั่ง ปธ.กมธ.ติดตามงบฯ ขอแสดงวิสัยทัศน์-แผนงานในโอกาสหน้า
ภราดร แย้ม ภท.เตรียมถกร่างแก้รัฐธรรมนูญ 19 พ.ค. แจงครม.ไม่ยืนยันร่างเดิม หวั่นตกวาระ 3 ซ้ำรอยเสียเวลา
ปธ.องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน เตือนปัญหาสินบนเข้าขั้นวิกฤติ ทำฉุดศักยภาพแข่งขัน-ภาพลักษณ์ประเทศ

Recent Posts

  • “ทรัมป์” ปิดฉากเยือนจีน ชี้เป็น “การเยือนครั้งประวัติศาสตร์” ชื่นมื่นแต่ไร้ผลลัพธ์เป็นรูปธรรม
  • ยืนยันพบ “อีโบลา” ระบาดใหม่ในดีอาร์คองโก ตายแล้ว 65 ศพ จับตาสายพันธุ์ใหม่ลามเข้าเขตเมือง
  • ตั๋วเกลี้ยงใน 12 ชม. ศึกฟุตบอลหญิงประวัติศาสตร์ “เกาหลีใต้-เกาหลีเหนือ” ครั้งแรกในรอบ 7 ปี
  • รัสเซียกระหน่ำโดรน-ขีปนาวุธถล่มยูเครนหนักสุดในรอบ 4 ปี – 2 วัน ตายพุ่ง 27 ศพ
  • ผอ. ซีไอเอ เยือนคิวบารอบ 67 ปี ถกวิกฤตพลังงาน หลังสหรัฐฯ ยื่นข้อเสนอช่วย 100 ล้านดอลลาร์

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d