Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

อิ่มบุญถ้วนหน้า! บวชนาคหมู่18รูป เจ้าภาพโปรยทานเหรียญนับแสนบาท

Posted on March 14, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/641090

อิ่มบุญถ้วนหน้า! บวชนาคหมู่18รูป เจ้าภาพโปรยทานเหรียญนับแสนบาท

วันอาทิตย์ ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2565, 14.31 น.

13 มีนาคม 2565 เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ที่วัดบ้านฉาง อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง ได้จัดให้มีพิธีบวชนาคหมู่ จำนวน 18 รูป ซึ่งจัดขึ้นโดยนายจักรกฤษ์ แต่งตั้ง ประธานสมาคมส่งผู้เสียชีวิตฟรีทั่วประเทศ เพื่อทดแทนบุญคุณบิดาและมารดา และสืบทอดพระพุทธศาสนา โดยมีนายเรืองฤทธิ์ ประกอบธรรม นายอำเภอบ้านฉาง เป็นประธาน 

บรรยากาศเป็นไปด้วยความครื้นเครงสนุกสนาน หลังประชาชนเดินทางมาร่วมกิจกรรมด้วยพลังศรัทธา เนื่องจากมีการนำเหรียญมาโปรยทานเป็นการทำบุญ ซึ่งรวมจำนวนเหรียญแล้วกว่าหนึ่งแสนบาท 

โดยขบวนแห่นาคเริ่มต้นจากบริเวณหน้าวัดบ้านฉาง ซึ่งมีการเปิดเครื่องเสียงจากรถแห่ตลอดเส้นทางจะมีผู้เข้าร่วมเต้น และยืนชมขบวนนาคผ่าน ซึ่งจะเห็นว่าในขบวนแห่นาคได้มีการแต่งชุดไทย เวียนรอบอุโบสถ วน 3 รอบตามประเพณี 

เมื่อถึงเวลาโปรยทานทางวัดได้จัดแบ่งการโปรยทาน เป็นสองฝั่งหน้าและหลังอุโปสถ ประชาชนต่างพากันแย่งเงินโปรยทานกันอย่างสนุกสนาน กว่านาคทั้ง18 จะโปรยทานเสร็จก็ใช้เวลานานพอสมควร ขณะที่ชาวบ้านต่างมีสีหน้ายิ้มแย้ม หลังคว้าเงินโปรยทานไปคนละหลายร้อยบาท  

สำหรับการจัดบวชนาคหมู่ถือเป็นครั้งแรกของวัดบ้านฉาง รวมทั้งโปรยทานในงานบวชนาคงานนี้ถือได้ว่ายิ่งใหญ่ที่สุดใน อ.บ้านฉาง แต่ด้วยสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ต้องจำกัดจำนวนประชาชนที่เข้ามารับการโปรยทาน. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ไปดูนาทีทัวร์มรณะซิ่งอัดตอม่อ’สระบุรี’ สังเวย7ศพเจ็บระนาว30ราย

Posted on March 14, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/641088

ไปดูนาทีทัวร์มรณะซิ่งอัดตอม่อ'สระบุรี' สังเวย7ศพเจ็บระนาว30ราย

วันอาทิตย์ ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2565, 14.28 น.

วินาทีรถทัวร์ชนตอม่อสะพาน หน้าห้างโรบินสันสระบุรี

13 มี.ค.65 จากกรณีอุบัติเหตุรถโดยสารของสหพันธ์ร้อยเอ็ดทัวร์เสียหลักพลิกตะแคงชนเสาตอม่อ บริเวณถนนมิตรภาพ ขาเข้า กรุงเทพฯ หน้าโรบินสัน สระบุรี เบื้องต้นมีผู้เสียชีวิตทันที 5 ราย บาดเจ็บอีกจำนวนมาก ตรวจสอบรายชื่อได้ที่ : https://www.naewna.com/local/641040

ล่าสุดเพจเฟซบุ๊ก กู้ภัย สว่างรัตนฯ จุดเมืองสระบุรี เผยคลิปนาทีเกิดเหตุ วินาทีรถทัวร์ชนตอม่อสะพาน หน้าห้างโรบินสันสระบุรี โดยพบว่ารถทัวร์มาด้วยความเร็ว แฉลบชนที่เกาะกลางแล้วพุ่งชนที่ตอม่อ ส่งผลให้ผู้โดยสารกระเด็นออกมาเสียชีวิตนอกรถหลายราย 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ต้อนรับสมาชิกใหม่! ‘สวนสัตว์เขาเขียว’ เปิดนาทีช้างตกลูก ต้อนรับ ‘วันช้างไทย’

Posted on March 14, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/641085

ต้อนรับสมาชิกใหม่! 'สวนสัตว์เขาเขียว' เปิดนาทีช้างตกลูก ต้อนรับ 'วันช้างไทย'

วันอาทิตย์ ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2565, 14.17 น.

 13 มีค. นายเทวินทร์ รัตนะวงศะวัต ผู้อำนวยการสวนสัตว์เปิดเขาเขียว เป็นประธานเปิดงานวันช้างไทย ซึ่งตรงกับวันที่ 13 มีนาคม ของทุกปี สวนสัตว์เปิดเขาเขียว ได้จัดพิธีคล้องพวงมาลัยรับขวัญลูกช้างสมาชิกใหม่ล่าสุด ที่เกิดจากแม่ช้าง “พังแสนดาว” อายุ 12 ปี และพ่อช้าง “พลายบิลลี่” อายุ 24 ปี และยังเป็นลูกช้างตัวแรกของแม่แสนดาวอีกด้วย ขณะนี้ได้ตั้งชื่อลูกช้างพัง (เพศเมีย) เชือกดังกล่าวว่า “พังแสนสวย” ซึ่งแม่ช้างพังแสนดาว ได้ตกลูกเมื่อวันที่ 16 กพ. 2564 ที่ผ่านมา  ปัจจุบัน พังแสนสวย อายุได้ 1 ปีแล้ว มีสุขภาพร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง น่ารัก ซุกซนตามวัย ชอบทำตาโต ตาเหลือก เมื่อมีอาการตื่นเต้นหรือได้เห็นของเล่นใหม่ๆ ขี้เล่นและติดควาญเลี้ยงมาก แต่เนื่องจากสถานการณ์ของโรคระบาดไวรัสวิด 19 ที่ผ่านมาทำให้สวนสัตว์ฯ ยังไม่ได้เปิดตัวลูกช้างพังแสนสวยให้นักท่องเที่ยวได้รับชม ก่อนนำพังแสนสวยมาอวดโฉมให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสความน่ารักน่าเอ็นดูอย่างใกล้ชิดในวันนี้  และขอเชิญชวนร่วมเป็นพ่อแม่บุญธรรมลูกช้างน้อย สนับสนุนค่าอาหาร เวชภัณฑ์ในการรักษาและส่งเสริมคุณภาพชีวิตสัตว์ สามารถร่วมบริจาคสมทบทุนได้ที่หมายเลขบัญชี ธนาคารกรุงไทย 208-0-74959-5 ชื่อบัญชีกองทุนเลี้ยงสัตว์ องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย (สวนสัตว์เปิดเขาเขียว)

นายเทวินทร์ กล่าวว่า วันนี้เป็นวันดี วันที่ 13 มีนาคม ซึ่งตรงกับวันช้างไทย ทางสวนสัตว์เปิดเขาเขียวจึงประกอบพิธีรับขวัญพังแสนสวย สมาชิกตัวใหม่ล่าสุดของส่วนแสดงช้างเอเชีย สวนสัตว์เปิดเขาเขียว ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีเป็นอย่างมาก ที่สวนสัตว์ได้สมาชิกใหม่ เป็นลูกช้างเอเชีย 1 เชือก พร้อมทั้งจัดเลี้ยงขันโตกผลไม้นานาชนิดทั้งกล้วย อ้อย ข้าวโพด แตงโม ฝรั่งแก้วมังกร แครอท ฟักทอง ให้กับช้างทั้ง   9 เชือกของสวนสัตว์เปิดเขาเขียว สำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ถือเป็นการเผยแพร่ให้วันช้างไทย เป็นที่รู้จักแพร่หลาย เพื่อให้ประชาชน เยาวชน รำลึกถึงความสำคัญ  ของช้างไทย

นอกจากนี้ภายในงานยังมีการจัดนิทรรศการวันช้างไทย สาธิตการทำกระถางต้นไม้จากมูลช้างและกิจกรรมให้กับเด็กๆ ที่เข้ามาเที่ยวสวนสัตว์เปิดเขาเขียวได้ร่วมสนุก ในวันนี้ด้วย.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

13มีนาคม! ปลุกจิตสำนึก ‘วันช้างไทย’ สำคัญอย่างไร?

Posted on March 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/641080

13มีนาคม! ปลุกจิตสำนึก ‘วันช้างไทย’ สำคัญอย่างไร?

วันอาทิตย์ ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2565, 13.14 น.

“วันช้างไทย” ตรงกับวันที่ 13 มีนาคมของทุกปี เพื่อตระหนักและหันมาสนใจช้าง รักช้าง หวงแหนช้าง ตลอดจนให้ความสำคัญต่อการให้ความช่วยเหลืออนุรักษ์ช้างมากขึ้น คณะอนุกรรมการฯ จึงได้พิจารณาหาวันที่เหมาะสม ซึ่งครั้งแรกได้พิจารณาเอาวันที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทำยุทธหัตถี มีชัยชนะเหนือพระมหาอุปราชา แต่วันดังกล่าวถูกใช้เป็นวันกองทัพไทยไปแล้ว จึงได้พิจารณาวันอื่น และเห็นว่าวันที่ 13 มีนาคม ซึ่งเป็นวันที่คณะกรรมการคัดเลือกสัตว์ประจำชาติ มีมติให้ช้างเผือกเป็นสัญลักษณ์ของประเทศไทยนั้นมีความเหมาะสม

จึงได้นำเสนอมติตามลำดับขั้นเข้าสู่คณะรัฐมนตรี โดยได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อีกทางหนึ่ง ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2541 เห็นชอบให้ วันที่ 13 มีนาคม ของทุกปี เป็น วันช้างไทย และได้ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีเมื่อ 29 พฤษภาคม 2541ลงในราชกิจจานุเบกษา เมื่อ 18 มิถุนายน 2541

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

มาได้ไง! ‘ลูกจระเข้’โผล่ท่อระบายน้ำ ร้านหมูกระทะกลางเมืองอุดรฯ

Posted on March 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/641049

มาได้ไง! 'ลูกจระเข้'โผล่ท่อระบายน้ำ ร้านหมูกระทะกลางเมืองอุดรฯ

วันอาทิตย์ ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2565, 08.06 น.

13 มีนาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา(12มี.ค.) เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลส่งเสริมธรรมอุดรธานี ได้รับแจ้งจากเจ้าของร้านหมูกระทะแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่เลขที่ 86/3 ถ.โพธิ์ศรี ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี ว่าพบลูกจระเข้อยู่ภายในท่อระบายน้ำด้านหลังของร้าน จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ไปให้การช่วยเหลือด้วย เมื่อเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยฯ เข้าตรวจสอบบริเวณท่อระบายน้ำพบว่าเป็นลูกจระเข้จริง ซ่อนตัวอยู่ในท่อ ความยาวประมาณ 1 ฟุต จึงนำตัวจระเข้น้อยมาขังไว้เพื่อนำไปมอบให้กับกรมปศุสัตว์ต่อไป

น.ส.นิลยา จันทรา อายุ 33 ปี เจ้าของร้านหมูกระทะดังกล่าว เล่าว่า ตนเปิดร้านของหมูกระทะอยู่ตรงนี้มาได้ปีกว่าแล้ว ทุกๆวันช่วงบ่าย 4 โมงเย็นจะเข้ามาเปิดร้าน แต่วานนี้(12มี.ค) เวลา 1 ทุ่มตนสังเกตได้ยินเสียงคล้ายกบร้องอยู่หลายครั้ง และร้องมาหลายวันแล้วในท่อระบายน้ำ ตอนแรกก็ไม่ได้สนใจ แต่เห็นร้องบ่อยๆจึงเดินเข้าไปดูส่องดูในท่อระบายน้ำ เห็นเป็นลูกจระเข้

ตนแทบช็อคมาอยู่ที่นี่ได้ไง จึงรีบแจ้งหน่วยกู้ภัยมาดูทันที สงสัยจะร้องหาแม่จระเข้หรือเปล่า แต่เชื่อว่าอาจจะมีลูกจระเข้หลายตัวหรืออาจจะมีแม่จระเข้ด้วยก็ได้ที่อยู่ในท่อระบายน้ำ ที่ต่อทอดยาวไปทั่วเมืองอุดรธานี อยากให้เจ้าหน้าที่มาตรวจสอบตามท่อระบายน้ำ เผื่อมีอีกเพราะถ้าโตแล้วอาจจะเป็นอันตรายได้. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

บทความพิเศษ : รัฐบาลควรทำสิ่งที่จำเป็น

Posted on March 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/641026

บทความพิเศษ : รัฐบาลควรทำสิ่งที่จำเป็น

วันอาทิตย์ ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2565 ข้าพเจ้าชมการสัมภาษณ์ของ นายฉัตรชัย วิริยเวชกุล อธิบดีกรมการกงสุล ทางโทรทัศน์ เรื่องการอพยพคนไทยจากยูเครน 13 คน ส่วนหนึ่งและส่วนสุดท้ายของคนไทยจำนวนกว่า 250 คนในยูเครน ข้าพเจ้าพึงพอใจว่า การปฏิบัติงานช่วยเหลือคนไทยน่าจะเสร็จสิ้นลงหลังจากรัสเซียเริ่มต้นบุกยูเครน เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2565

ทันใดนั้น ข้าพเจ้าได้ยินอีกข่าวว่า ในวันที่ 8 มีนาคม เดียวกันนี้ รัฐบาลมีกำหนดประชุมคณะรัฐมนตรี เรื่องหนึ่งที่กระทรวงการท่องเที่ยวฯ กำหนดเสนอหารือ คือ เรื่องการเยียวยาแก่นักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย และชาวยูเครนที่ตกค้างในประเทศไทย สืบเนื่องจากการรุกรานยูเครนของรัสเซีย หะแรกนึกว่าหูแว่ว เพราะไม่เคยได้ยินข่าวใดมาก่อนว่า ประเทศใดเยียวยาคนชาติของอีกประเทศหนึ่งสืบเนื่องจากสงครามเชียวหรือ

เมื่อเร็วๆ มานี้ สมัชชาทั่วไปสหประชาชาติมีมติในการประชุมประณามการเข้ารุกรานยูเครนของรัสเซีย ซึ่งไทยเป็น 1 ใน 142 ประเทศสมาชิกที่ลงคะแนนเสียงประณาม ที่ผ่านไปคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ มีมติซึ่งไม่ผ่านความเห็นชอบรัสเซียโหวตยับยั้งร่างข้อมติ สาธารณรัฐประชาชนจีนโหวตไม่ออกเสียง ร่างข้อมติไม่ผ่าน แม้ว่ารัฐบาลไทยไม่มีข้อผูกพันจากสหประชาชาติให้แซงก์ชั่นในมาตรการต่างๆ เพราะไม่มี แต่รัฐบาลไม่มีเงื่อนไขให้ต้องเยียวยาอะไรต่อนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียและชาวยูเครนสืบเนื่องจากมาตรการลงโทษทางเศรษฐกิจ ซึ่งรวมถึงการระงับการใช้บัตรเครดิตแก่นักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย ซึ่งก็น่าเห็นใจ

อย่างไรก็ดี ข้าพเจ้าตรวจดูมติคณะรัฐมนตรีในค่ำวันนั้น ไม่พบว่ามี ก็ถือว่าโชคดีไป

วันที่ 8 มีนาคม (ซึ่งเป็นวันสตรีสากลด้วย) ดูเหมือนจะมีหลายข่าว คือ ความไม่สามารถของระบบในการสะสางคดีดาราสาว คุณแตงโม การต่อสู้ในยูเครน ข่าวผู้นำรัสเซียไม่นับไทยใน 25 ประเทศศัตรู ปัญหาความยากลำบากและผลกระทบต่อประเทศไทยและประชาชนไทยสืบเนื่องจากค่าครองชีพสูงอันเป็นผลจากการรบพุ่งในยูเครน ซึ่งไม่ทราบว่าจะสิ้นสุดเมื่อไร

ข้าพเจ้ารู้สึกภูมิใจในกระทรวงการต่างประเทศที่ดำเนินนโยบายร่วมกับส่วนราชการต่างๆ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอร์ซอ กรุงบูคาเรสต์ เป็นต้น ในการส่งกลับชาวไทยตกทุกข์ได้ยากในยูเครน กรณีเดินทางกลับซึ่งแล้วเสร็จ ไม่มีผู้ตกค้างยกเว้นผู้สมัครใจอยู่กับครอบครัว

ผู้สมควรได้รับการเยียวยาคือ บุคคลสัญชาติไทยในประเทศไทยที่กำลังรับผลกระทบจากปัญหาโควิด-19 ปัญหาเศรษฐกิจการดำรงชีพ ผลกระทบจากการต่อสู้ในยูเครน การจะเยียวยาคนต่างชาติใดๆ เป็นเรื่องรอง เป็นการหลงผิด โดยเข้าใจว่าการกระทำเช่นนี้จะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยว ข้าพเจ้ามิได้ยินว่ามีประเทศอื่นมีดำริเช่นนี้ และก็ไม่คิดว่า มาตรการเช่นนี้จะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวใดๆ อย่างมากเป็นการช่วยเหลือธุรกิจการท่องเที่ยวจำนวนหนึ่งเท่านั้น

พวกเขาเหล่านี้เข้าราชอาณาจักรโดยไม่มีการตรวจลงตราใดๆ เพราะได้รับการยกเว้นวีซ่าหนังสือเดินทางเนื่องจากความตกลงระหว่างกัน มิใช่นักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพหรือเป็นมาตรฐานมีอำนาจการซื้อที่รัฐต้องเข้าไปดูแลค่าธรรมเนียมการอยู่ต่อเช่นไร โลกระหว่างประเทศทำงานอย่างกระฉับกระเฉงแสดงให้เห็นว่า สิ่งใดควรสิ่งใดไม่ควร สิ่งใดเสียเวลาเปล่าไม่จำเป็น

ผู้นำฉลาดย่อมพิจารณาวางแผนว่า ควรทำอะไรมากที่สุดในขณะนี้ ทำอะไรก่อนอะไรหลัง

ความเคลื่อนไหวของนายโวโลดิเมียร์ เซเลนสกีประธานาธิบดียูเครนในวันนี้ แสดงถึงความอ่อนด้อยในประสบการณ์ การปรับตัวภายหลังเข้าใจผิดไปว่าสหรัฐฯ นาโต สหภาพยุโรป โลกตะวันตกจะเอาด้วยกับตน ตนเองจึงได้ไปท้าทายประเทศเพื่อนบ้านที่ใหญ่กว่า

การรุกรานประเทศเพื่อนบ้านที่เล็กกว่าย่อมไม่เหมาะไม่ควร สมควรต้องประณาม สถานะของประเทศยูเครนควรเป็นประเทศที่มีความเป็นกลางเป็นที่สุด เพื่อให้ผู้ที่อยู่ใกล้ไม่รู้สึกระแวงไม่เป็นมิตรนั่นอาจเป็นทางออกในลำดับต่อไป เป็นสิ่งที่รัฐบาลที่เกี่ยวข้องต้องทำ หาทางออกให้แก่ปัญหายูเครนที่ควรมีความเป็นกลาง นอกจากนี้ ควรหาทางบรรเทาทุกข์คนในชาติจากปัญหาปากท้องท่ามกลางสถานการณ์ค่าครองชีพสูงมากในปัจจุบันซึ่งเป็นเรื่องเร่งด่วน

คมกริช วรคามิน

อดีตเอกอัครราชทูต ณ กรุงบูคาเรสต์ โรมาเนีย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, บทความพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘กสม.’หารือ‘กรมการปกครอง’ แก้ปัญหาขึ้นทะเบียน‘ไทยพลัดถิ่น’

Posted on March 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/641016

‘กสม.’หารือ‘กรมการปกครอง’ แก้ปัญหาขึ้นทะเบียน‘ไทยพลัดถิ่น’

วันอาทิตย์ ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ตามที่ สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์กรณีปัญหาสถานะบุคคลของกลุ่มคนไทยพลัดถิ่นร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ณ จ.ประจวบคีรีขันธ์ และ จ.ระนอง เมื่อเดือน ม.ค. 2565 และได้รับเรื่องร้องเรียนกรณีขอให้คุ้มครองสิทธิมนุษยชนและแก้ปัญหาของผู้หนีภัยการสู้รบชาวเมียนมาในพื้นที่พักพิงชั่วคราวบ้านแม่หละ จ.ตาก และพื้นที่อื่นๆ ในประเทศไทย เมื่อเดือน ธ.ค.2564 นั้น

เพื่อให้การแก้ไขปัญหาดำเนินไปอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ เมื่อวันที่4 มี.ค. 2565 กสม. โดย นางปรีดา คงแป้นและ น.ส.ปิติกาญจน์ สิทธิเดช กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้เข้าหารือร่วมกับกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย นำโดยนายธนาคม จงจิระ อธิบดีกรมการปกครอง และนายสมยศ พุ่มน้อย รองอธิบดีกรมการปกครอง ถึงปัญหา อุปสรรค และแนวทางในการทำงานร่วมกันระหว่าง กสม. และ กรมการปกครอง ณ สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย โดยในการประชุมหารือดังกล่าวมีข้อสรุปร่วมกัน ดังนี้

1.การเร่งรัดกระบวนการพิสูจน์สิทธิและรับรองความเป็นคนไทยพลัดถิ่น (คนเชื้อสายไทย) ซึ่งได้ขึ้นทะเบียนไว้ราว18,000 คน และได้รับการรับรองไปแล้ว ราว 10,000 คน นั้น ในโอกาสครบ 10 ปีของการออกกฎหมายสัญชาติฉบับที่ 5และเพื่อเป็นการเร่งรัดกระบวนการนี้ให้เร็วขึ้นกรมการปกครองอาจเพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่ทะเบียนแต่ละอำเภอ หรือ จัดทีมจากส่วนกลางไปร่วมรับคำขอพิสูจน์ความเป็นคนไทยพลัดถิ่น รวมทั้งข้อมูลที่เครือข่ายแก้ไขปัญหาคืนสัญชาติคนไทยได้เสนอว่ามีคนไทยพลัดถิ่นตกสำรวจอีกราว 1,300 คนโดยสำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง ยินดีรับไปดำเนินการเพื่อเร่งแก้ไขปัญหาและประสานความร่วมมือกับ กสม. ต่อไป

2.กรณีที่มีเรื่องร้องเรียนมายัง กสม. เพื่อขอให้แก้ไขปัญหาสิทธิสถานะกลุ่มอื่นๆ นั้น ระยะที่ผ่านมา กสม.ได้รับเรื่องร้องเรียน 24 เรื่อง โดยรวมเป็นกรณีการพิจารณาคำขอลงรายการสัญชาติล่าช้า กรณีเจ้าหน้าที่ไม่รับจดทะเบียน หรือไม่ออกเอกสารรับคำขอให้แก่ผู้ยื่นคำขอ เป็นต้นที่ประชุมหารือแก้ไขปัญหาโดยให้ กสม. ส่งเอกสารร้องเรียน ไปยังสำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง อีกทางหนึ่งด้วย เพื่อให้เกิดการประสานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ลดขั้นตอนในกระบวนการตรวจสอบและทำให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น

3.สำหรับค่ายพักพิงชั่วคราว กรมการปกครองให้ข้อมูล ณ เดือน ม.ค. 2565ว่า มีผู้หนีภัยการสู้รบชาวเมียนมาที่อาศัยอยู่ในพื้นที่พักพิงชั่วคราว 9 แห่ง ใน 4 จังหวัดของประเทศไทย ได้แก่ แม่ฮ่องสอน ตาก กาญจนบุรีและราชบุรี จำนวน 77,384 คน ส่วนใหญ่เป็นชนกลุ่มน้อยชาวกะเหรี่ยงและกะเหรี่ยงแดง (กะยาห์) ซึ่งประเทศไทยโดยความร่วมมือขององค์กรพัฒนาเอกชนและองค์กรให้ความช่วยเหลือต่างๆ ได้ให้การดูแลผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมาในพื้นที่พักพิงชั่วคราวมาเป็นเวลา 37 ปี

ในส่วนของกรมการปกครองได้ดำเนินการดูแลรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยในพื้นที่พักพิงชั่วคราว การจัดทำทะเบียนผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมา บริหารจัดการภายในพื้นที่พักพิงชั่วคราว เช่น การออกหนังสือรับรองการเกิด มรณบัตร ทะเบียนประวัติครอบครัวตาม พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2534และการจัดทำแผนและมาตรการเพื่อป้องกันภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นภายในพื้นที่พักพิง เป็นต้น ซึ่งกรมการปกครองพร้อมขับเคลื่อนนโยบายในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของผู้หนีภัยฯ ร่วมกับ กสม.ต่อไป

นางปรีดากล่าวหลังจากการร่วมหารือครั้งนี้ว่า เป็นที่ทราบกันว่าทั้งปัญหาสถานะบุคคล และปัญหาผู้หนีภัยจากการสู้รบในค่ายพักพิงชั่วคราว เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ไม่อาจแก้ไขให้แล้วเสร็จได้โดยหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเท่านั้น ต้องใช้ความร่วมมือหลายฝ่าย อย่างไรก็ดี กสม.เห็นว่าความล่าช้าคือความไม่ยุติธรรม ที่ทำให้กลุ่มคนไทยพลัดถิ่น คนไร้รัฐไร้สัญชาติทุกกลุ่ม รวมทั้งผู้หนีภัยจากการสู้รบในเมียนมาที่อยู่มายาวนาน เข้าไม่ถึงสิทธิขั้นพื้นฐานที่มนุษย์ทุกคนสมควรได้รับ กสม. จึงขอขอบคุณกรมการปกครองกระทรวงมหาดไทย ที่ยินดีรับปัญหาเหล่านี้ไปเร่งดำเนินการแก้ไข โดย กสม. พร้อมให้การสนับสนุนในทุกขั้นตอน

สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปพิเศษ : ‘พิพิธภัณฑ์มีชีวิตขุนยวมสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน’ ยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของชุมชน

Posted on March 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/641008

สกู๊ปพิเศษ : ‘พิพิธภัณฑ์มีชีวิตขุนยวมสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน’  ยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของชุมชน

วันอาทิตย์ ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

“ขุนยวม” เป็นอำเภอหนึ่งในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งของภาคเหนือ มีสถานท่องเที่ยวที่สวยงามและน่าประทับใจอยู่มากมาย อาทิ น้ำตกแม่สุรินทร์, น้ำตกแม่ยวมหลวง, ทุ่งดอกบัวตอง ดอยแม่อูคอ, อ่างเก็บน้ำห้วยสอตือ, ภูชี้เพ้อ, บ้านเมืองปอน, อนุสรณ์สถานมิตรภาพไทย-ญี่ปุ่น, วัดต่อแพ, วัดม่วยต่อ, วัดพระธาตุดอยโมหญ่า เป็นต้น

อำเภอขุนยวม ตั้งอยู่บนพื้นที่ราบกว้างใหญ่ ท่ามกลางขุนเขาและสายน้ำ ทิศเหนือติดต่อกับรัฐกะยา ประเทศเมียนมา และตำบลห้วยโป่ง อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน ทิศตะวันออกติดต่อกับตำบลแม่ศึก อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ทิศใต้ติดต่อกับตำบลแม่โถและตำบลแม่ลาหลวง อำเภอแม่ลาน้อย ทิศตะวันตกติดต่อกับรัฐกะยา สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาโดยประชากรของอำเภอขุนยวมมีเชื้อสายทั้งชาวเขา ไทใหญ่ จีน และเมียนมา

อำเภอขุนยวม มีคุณลักษณะในประการต่างๆ ที่เหมาะสมแก่การพิทักษ์รักษามรดกทางวัฒนธรรมเป็นอย่างยิ่ง

เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2565 ที่ผ่านมา ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) เป็นประธานเปิดศูนย์ประสานงาน “พิพิธภัณฑ์มีชีวิตขุนยวมสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน” พร้อมด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ วช. รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ผู้นำชุมชนท้องถิ่นในอำเภอขุนยวม เครือข่ายนักวิจัยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง ให้เกียรติเข้าร่วมในพิธีเปิดศูนย์ฯ ณ วัดคำใน อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อนำองค์ความรู้จากการวิจัยมาบูรณาการกิจกรรมของพิพิธภัณฑ์มีชีวิตขุนยวม พร้อมส่งมอบบัญชีศิลปวัตถุแก่วัดม่วยต่อ และวัดคำใน เพื่อการอนุรักษ์เก็บรักษามรดกทางวัฒนธรรมของชาติต่อไป

ดร.วิภารัตน์ กล่าวภายหลังการเยี่ยมชมศิลปวัฒนธรรมที่เป็นอัตลักษณ์ของอำเภอขุนยวม ว่าพิพิธภัณฑ์มีชีวิตขุนยวมสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน เป็นโครงการที่ วช. ให้การสนับสนุนนักวิจัยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง ดำเนินการ เป็นโครงการที่สร้างกลไกความยั่งยืนในการนำองค์ความรู้จากงานวิจัยและนวัตกรรม มายกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของชุมชนในท้องถิ่นที่จะตอบโจทย์การพัฒนาด้วยการวิจัยและนวัตกรรม ในการหมุนเวียนนำผลิตภัณฑ์ในชุมชนมาช่วยเสริมและสร้างรายได้ให้กับประชาชน รวมถึงการที่ชุมชนมีสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ดีบนพื้นฐานของการพัฒนาเศรษฐกิจ ลดความเหลื่อมล้ำในสังคม ผ่านการบูรณาการความร่วมมือกับท้องถิ่น เพื่อให้คณะผู้วิจัย และชุมชนได้เข้าถึงงานวิจัยและนวัตกรรม และสามารถนำไปใช้ได้จริง เชื่อมโยงพัฒนาการประกอบอาชีพ และวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีขึ้น

“อำเภอขุนยวม อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ มีการพัฒนาประวัติศาสตร์ ภูมิทัศน์ทางวัฒนธรรมและศิลปะพื้นบ้านที่มีอัตลักษณ์บนความหลากหลายทางวัฒนธรรม เป็นพื้นที่ที่เหมาะสมแก่การพิทักษ์รักษามรดกทางวัฒนธรรม สามารถพัฒนาสู่การเรียนรู้และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ที่จะช่วยเสริมให้จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นดินแดนตะวันตกสู่เขตภาคเหนือและอาณาบริเวณใกล้เคียง ด้วยความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษา วัด โรงเรียน และชุมชน ในการส่งเสริมการอนุรักษ์วัฒนธรรม การดำเนินชีวิตและเศรษฐกิจชุมชนที่เกิดจากกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนและภาคประชาสังคมจะนำไปสู่กระบวนการบริหารจัดการพิพิธภัณฑ์มีชีวิตขุนยวมได้อย่างยั่งยืนตลอดไป” ดร.วิภารัตน์ กล่าว

นายสืบพงษ์ นิ่มพูลสวัสดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า ในฐานะตัวแทนพี่น้องประชาชนจังหวัดแม่ฮ่องสอน มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสมาร่วมพิธีเปิดศูนย์ประสาน งานพิพิธภัณฑ์เพื่อชีวิตขุนยวมในครั้งนี้ จังหวัดแม่ฮ่องสอนมีพัฒนาการทางประวัติศาสตร์มาหลายยุคหลายสมัย มีแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมประเพณีและวิถีชีวิตของพี่น้องชาวไทใหญ่ กะเหรี่ยง ม้ง และกลุ่มชาติพันธุ์อื่นๆ ที่เป็นอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม

อำเภอขุนยวมเป็นหนึ่งในพื้นที่ทางวัฒนธรรมและความหลากหลายของผู้คนอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งได้รับการสนับสนุนองค์ความรู้การวิจัยและความร่วมมือจากทางมหาวิทยาลัยทั้ง 3 สถาบัน โดยการสนับสนุนจาก สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เพื่อให้เกิดการพัฒนาท้องถิ่นจากกระบวนการเรียนรู้การลงมือปฏิบัติร่วมกันระหว่างคณะนักวิจัย วัด สถานการศึกษาเทศบาล และชุมชน สร้างความรัก ความหวงแหนในประเพณีและวิถีชีวิตของคนแม่ฮ่องสอนให้เกิดความยั่งยืนสืบต่อไป ซึ่งศูนย์ประสานงานแห่งนี้จะเป็นจุดของการประสานเครือข่ายความร่วมมือแห่งการพัฒนาหลากหลายมิติทั้งในอำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน กับภายนอก

“ขอแสดงความยินดีกับพี่น้องอำเภอขุนยวม ที่มีสถาบันการศึกษาในภาคเหนือและสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ร่วมอยู่เคียงข้างชุมชนและถือเป็นโอกาสอันดีในการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม พัฒนาการศึกษา การท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของชุมชน จากความร่วมมือในโครงการบริหารจัดการพิพิธภัณฑ์มีชีวิตขุนยวมสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน” รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าว

ดร.สราวุธ รูปิน อาจารย์ประจำภาควิชาศิลปะไทย คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หัวหน้าโครงการฯ กล่าวว่า การทำวิจัยเรื่องขุนยวมพิพิธภัณฑ์มีชีวิต ครอบคลุมทั้งประวัติชุมชน ภูมิทัศน์วัฒนธรรม สถาปัตยกรรม ศิลปกรรม หัตถกรรม ศิลปะพื้นบ้าน ประเพณี พีธีกรรม และการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมของชาวไทใหญ่ ได้นำมาสู่โครงการวิจัย“การบริหารจัดการพิพิธภัณฑ์มีชีวิตขุนยวมสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน” ในปีที่ 2 ที่ได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เพื่อจัดทำแนวทางส่งเสริมและอนุรักษ์วัฒนธรรม วิถีการดำเนินชีวิต และเศรษฐกิจชุมชน บนฐานแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) ของประเทศไทย

โดยบูรณาการองค์ความรู้จากงานวิจัยไปดำเนินการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ โดยการมีส่วนร่วมของสถาบันการอุดมศึกษา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ตั้งเป้าหมายให้เกิดเป็นข้อเสนอแนะ และการจัดทำแผนขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในการเสริมสร้างการอนุรักษ์ พัฒนากายภาพ เศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมอย่างเหมาะสมกับบริบทของชุมชนอำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ส่วนการดำเนินการได้จัดกิจกรรมปลูกจิตสำนึกการอนุรักษ์ที่ยั่งยืน โดยการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการให้คณะครู และนักเรียนจากโรงเรียนต่างๆ ในพื้นที่ เพื่อจัดทำหลักสูตรท้องถิ่นด้านประวัติศาสตร์ชุมชน จำนวน 75 คน ร่วมกับ อปท. และกำนันผู้ใหญ่บ้าน อีกจำนวนหนึ่ง นอกจากนี้ยังสร้างความรู้ความเข้าใจการจัดทำบัญชีรายการศิลปวัตถุ โบราณวัตถุและสถาปัตยกรรม กระตุ้นให้พระภิกษุสงฆ์ และชุมชนเห็นสำคัญของมรดกทางวัฒนธรรม โดยเฉพาะงานศิลปกรรมทางพระพุทธศาสนาอันล้ำค่าที่มีอยู่ของวัดม่วยต่อ และวัดคำใน พร้อมขยายเครือข่ายโครงการวิจัย และช่องทางการประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างการรับรู้ที่ดี อันเป็นส่วนหนึ่งของแรงสนับสนุน

สำหรับพิพิธภัณฑ์มีชีวิตขุนยวม ตั้งอยู่ที่ตำบลขุนยวม อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดให้ชุมชนและประชาคมสังคมได้เข้ามาเรียนรู้มรดกทางวัฒนธรรม เก็บเกี่ยวอัตลักษณ์ท้องถิ่น และใช้ประโยชน์จากงานวิจัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ งานวิจัยได้เดินหน้าส่งเสริมให้ อปท. ขับเคลื่อนการบริหารจัดการพิพิธภัณฑ์ฯ ในระยะ 4 ปี ตั้งแต่พ.ศ.2565-2568 ร่วมกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์หัตถกรรม และศิลปะพื้นบ้านของกลุ่มชาติพันธุ์ จัดฝึกอบรมพัฒนาการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม และสร้างมัคคุเทศก์ท้องถิ่น รวมทั้ง ผลักดันให้เกิดหลักสูตรต่างๆ ในโรงเรียน กว่า 4 หลักสูตร เพื่อเพิ่มจำนวนผู้สืบสานภูมิปัญญาและอนุรักษ์ สร้างนิทรรศการหมุนเวียน และบริหารจัดการพิพิธภัณฑ์ขุนยวมให้มีชีวิตอย่างยั่งยืน ส่งต่อเป็นคุณภาพชีวิตที่ดีแก่ชุมชนสืบไป

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘แม่แตงโม’ให้อภัยทนายตั้ม100%บอกสู้ไปด้วยกัน พร้อมเลื่อนงานฌาปนกิจไม่มีกำหนด

Posted on March 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/641028

'แม่แตงโม'ให้อภัยทนายตั้ม100%บอกสู้ไปด้วยกัน พร้อมเลื่อนงานฌาปนกิจไม่มีกำหนด

วันเสาร์ ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2565, 20.25 น.

วันที่ 12 มีนาคม 2565 ทนายตั้ม ษิทรา เบี้ยบังเกิด โพสต์เฟซบุ๊ก หลังเดินทางไปร่วมงานพิธีไว้อาลัยแตงโม แล้วได้เจอกับคุณแม่ ภนิดา ซึ่งเป็นภาพถ่ายระหว่างที่ ทนายตั้ม เดินเข้าไปพูดคุยกับคุณแม่ จับมือคุณแม่ให้กำลังใจ พร้อมระบุว่า คุณแม่ให้อภัยผม100% บอกกับผมว่าเราจะสู้ไปด้วยกัน พร้อมประกาศเลื่อนงานฌาปนกิจอย่างไม่มีกำหนด  ขอบคุณคุณแม่มากนะครับ

ขอบคุณพี่เอศุภชัย ที่เป็นกาวใจ พาผมไปหาคุณแม่ ผมได้ขอโทษที่เคยล่วงเกิน และขอบคุณคุณแม่ที่ให้ผมช่วยกันตามหาความจริงด้วยกันครับ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

การนั่งสมาธิภาคปฏิบัติ ‘ตามรู้จิต ตามรู้ความคิด’ : หลวงพ่อพุธ ฐานิโย

Posted on March 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/641018

การนั่งสมาธิภาคปฏิบัติ 'ตามรู้จิต ตามรู้ความคิด' : หลวงพ่อพุธ ฐานิโย

วันเสาร์ ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2565, 19.36 น.

ท่านทั้งหลายได้ปฏิญาณตนถึงพระไตรสรณคมน์แล้ว และได้สมาทานศีล ๕ ศีล ๘ ก็เป็นการชำระกายวาจาของตนเองให้บริสุทธิ์เป็นการปรับพื้นฐานของความเป็นมนุษย์ให้สมบูรณ์

ความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ที่สุดอยู่ตรงที่มีศีล ๕ ข้อ เมื่อทุกท่านได้สมาทานศีล ๕ ข้อแล้ว และไม่ได้ละเมิดล่วงเกินข้อใดข้อหนึ่ง ท่านก็เป็นผู้มีศีลบริสุทธิ์และเป็นมนุษย์โดยสมบูรณ์ จึงขอให้เตรียมตัวให้พร้อมที่จะนั่งสมาธิภาวนา ท่านจะนั่งท่าไหน อย่างไร ก็สุดแต่ที่ท่านถนัดที่สุด นั่งในท่าที่สบาย อย่าเกร็งร่างกายหรือกล้ามเนื้อส่วนใดส่วนหนึ่ง นั่งให้สบาย หายใจให้สบาย

บัดนี้ท่านทั้งหลายได้เตรียมพร้อมแล้ว ขอได้โปรดประนมมือขึ้นน้อมนึกในใจว่า บัดนี้ข้าพเจ้าจะนั่งสมาธิเพื่อปฏิบัติบูชาพระพุทธ พระธรรม และพระอริยสงฆ์ ให้จิตของข้าพเจ้าแน่วแน่เป็นสมาธิ มีสติปัญญารู้แจ้งแทงตลอดในสภาวธรรมตามความเป็นจริง นึกในใจ พุทโธ ธัมโม สังโฆ พุทโธ ธัมโม สังโฆ พุทโธ ธัมโม สังโฆ น้อมจิตน้อมใจเชื่อมั่นลงไปว่าพระพุทธเจ้าอยู่ที่ใจ พระธรรมอยู่ที่ใจ พระอริยสงฆ์อยู่ที่ใจอาการที่พระพุทธเจ้ามีอยู่ที่ใจ คือ ใจรู้สึกสำนึกผิดชอบชั่วดีอาการที่มีธรรมอยู่ในใจ คือ การทรงไว้ซึ่งความรู้สึกเช่นนั้นตลอดเวลาอาการที่พระสงฆ์อยู่ในใจ คือความมีสติกำหนดจิตนึกบริกรรมภาวนาพุทโธไว้ตลอดเวลาไม่ให้พรากจากกัน

แล้วเอามือวางลงบนตัก กำหนดรู้ลงที่จิต นึก พุท พร้อมลมเข้า โธ พร้อมลมออกก็ได้ถ้านึกพุทโธพร้อมลมเข้าลมออก ช่วงหายใจยังห่าง จิตสามารถส่งกระแสออกไปทางอื่นได้ให้ปล่อยความรู้ลมหายใจเสีย นึกพุทโธเร็วๆ เข้า โดยนึกพุทโธด้วยความเบาใจ

อย่าไปข่มความรู้สึก อย่าไปบังคับจิตให้สงบ นึกพุทโธๆๆ เอาไว้อย่าไปนึกว่าเมื่อใดจิตจะสงบ เมื่อใดจิตจะรู้เมื่อใดจิตจะสว่าง ให้กำหนดรู้ลงที่จิตอย่างเดียว

นึกพุทโธๆๆ พุทโธก็อยู่กับจิต จิตก็อยู่กับพุทโธ เมื่อมีการตั้งใจนึกพุทโธ สติสัมปชัญญะจะมาเองหน้าที่เพียงนึกพุทโธๆๆ ไว้จนกว่าจะถึงเวลาอันสมควรจิตจะสงบหรือไม่สงบไม่สำคัญ ให้เรานึกพุทโธไว้โดยไม่ขาดระยะเป็นเวลานานๆ จนกระทั่งจิตมันคล่องตัวต่อการนึกพุทโธ ในที่สุดจิตจะนึกพุทโธๆๆ เองโดยไม่ได้ตั้งใจเมื่อจิตนึกพุทโธเองโดยไม่ได้ตั้งใจ แสดงว่าการภาวนาของเรากำลังจะได้ผลแล้ว

ในเมื่อจิตนึกอยู่ที่พุทโธๆๆพุทโธก็เป็นเครื่องรู้ของจิต เครื่องระลึกของสติเมื่อจิตมีเครื่องรู้ สติมีเครื่องระลึก ผู้ปฏิบัติตั้งใจปฏิบัติให้มากๆ กระทำให้มากๆในที่สุดจิตจะเกิดความสงบ มีอาการหลายๆอย่างที่จะพึงเกิดขึ้น

ในบางครั้งจะรู้สึกว่าง่วงนอน มีอาการเคลิ้มๆเหมือนจะหลับในตอนนี้ผู้ภาวนาเกิดกลัวว่าจะนอนหลับ จึงไปฝืนความรู้สึกเช่นนั้นเมื่อฝืนแล้วความรู้สึกก็คืนมาสู่สภาวะธรรมดา แล้วเราก็บริกรรมภาวนากันใหม่

ถ้าหากผู้ใดภาวนาแล้วมีอาการเคลิ้มๆ ลงไปเหมือนกับจะง่วงนอนขอให้ปล่อยให้เป็นไปอย่างนั้น อย่าไปฝืน

ถ้าจะเกิดความหลับขึ้นมา ก็ปล่อยให้หลับอยู่ในขณะที่นั่งอยู่นั่นแหละเพราะจิตที่จะก้าวลงสู่สมาธิในเบื้องต้นมีอาการคล้ายกับจะหลับสำหรับผู้หัดภาวนาใหม่ๆ เมื่อภาวนามากเข้า จิตจะมีอาการเคลิ้มๆ ลงไปถ้าเราปล่อยลงไปประคองให้มันเป็นไปตามเรื่องตามราวของมันในที่สุดจิตของเราจะเกิดอาการหลับ บางทีมีอาการวูบลงไปบางทีก็ค่อยเคลิ้มๆ ไป เกิดอาการหลับลงไปจริงๆ

เมื่อมีอาการอย่างนั้นเกิดขึ้นแล้ว หลังจากนั้นจิตจะเกิดความสว่างขึ้นพอจิตเกิดความสว่าง จิตจะเริ่มบรรลุถึงความเป็น พุทธะ ผู้รู้ พุทธะ ผู้ตื่น พุทธะ ผู้เบิกบานในตอนนี้คำบริกรรมภาวนาจะหายไป ยังเหลือแต่จิตผู้รู้ปรากฏสว่างอยู่เท่านั้น

ในระยะแรกๆ เราจะรู้สึกว่าความสว่างพุ่งออกมาทางสายตาเมื่อกระแสจิตส่งออกไปข้างนอกตามแสงสว่าง จะเกิดภาพนิมิตต่างๆ ขึ้นมา

เมื่อเกิดภาพนิมิตต่างๆขึ้นให้ผู้ภาวนากำหนดรู้อยู่ที่จิตเพียงอย่างเดียวอย่าไปเอะใจหรือตื่นใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นนั้น

ให้กำหนดว่านิมิตนี้เป็นเพียงเครื่องรู้ของจิต เครื่องระลึกของสติและนิมิตนี้เกิดขึ้นตอนที่จิตสงบเป็นสมาธิแล้วประคองจิตให้อยู่ในสภาพที่สงบ นิ่ง สว่างอยู่ตามเดิม

ในตอนนี้สำหรับผู้ภาวนาใหม่ สติสัมปชัญญะยังตามเหตุการณ์ไม่ทันในเมื่อเกิดนิมิตขึ้นมาแล้วมักจะหลง หลงติด บางทีก็เกิดความดีใจบางทีก็เกิดความกลัว และเกิดความเอะใจขึ้นมา สมาธิถอน นิมิตนั้นหายไป

แต่ถ้าสมาธิไม่ถอน จิตไปอยู่ที่นิมิตนั้น ถ้านิมิตนั้นแสดงความเคลื่อนไหวเช่น เดินไปวิ่งไป จิตของผู้ภาวนาจะละฐานที่ตั้งเดิม ละแม้กระทั่งตัวเองจิตจะตามนิมิตนั้นไป คิดว่ามีตัวมีตน เดินตามเขาไปเขาพาไปขึ้นเขาลงห้วยหรือไปที่ไหนก็ตามเขาไปเรื่อยๆ

ถ้าหากว่าผู้โชคดีก็ไปเห็นเทวดา เทวดาก็พาไปเที่ยวสวรรค์ถ้าหากว่าผู้โชคไม่ดีจะไปเห็นสัตว์นรก สัตว์นรกก็พาไปเที่ยวนรก

อันนี้เพราะผู้ภาวนามีสติยังอ่อน ยังควบคุมจิตของตนเองให้รู้อยู่ภายในไม่ได้ในเมื่อเห็นนิมิตต่างๆ อย่างนั้น อย่าไปสำคัญว่าสิ่งที่เราเห็นนั้นเป็นของดีวิเศษแท้ที่จริงเป็นแต่เพียงเครื่องรู้ของจิต เครื่องระลึกของสติเท่านั้น

นักภาวนาที่ฉลาดจะกำหนดรู้อยู่ที่จิต ถึงความรู้สึกว่านิมิตสักแต่ว่านิมิตไม่ใช่สัตว์ บุคคล ตัวตน เราเขา แล้วก็ประคองจิตให้อยู่ในสภาวะเดิมไม่เปลี่ยนแปลงสมาธิจิตจะสงบนิ่งอยู่ นิมิตเหล่านั้นจะทรงตัวอยู่ให้เราได้พิจารณาได้นาน

บางทีนิมิตนั้นอาจจะเกิดประโยชน์แก่ผู้ปฏิบัติทำให้เป็นผู้มีสติสัมปชัญญะรู้เท่าทันเหตุการณ์ภายในแต่แท้ที่จริงนิมิตนั้นแม้จะเป็นสิ่งที่เห็นในสมาธิก็ตามเป็นเพียงเครื่องรู้ของจิต เครื่องระลึกของสติ

เหมือนมองเห็นรูปด้วยตาภายนอกเมื่อเรายังไม่ได้กำหนดจิตทำสมาธิจะมีค่าเหนือกว่ากันหน่อยก็ตรงที่อันหนึ่งเห็นด้วยตาธรรมดาแต่อีกอันหนึ่งเห็นด้วยอำนาจสมาธิ

แต่ถ้าไปหลงติดนิมิตนั้นก็เป็นผลเสียสำหรับผู้ปฏิบัติบางครั้งไปเข้าใจว่านิมิตนั้นเป็นวิญญาณมาจากโลกอื่น เข้ามาเพื่อจะขอแบ่งส่วนบุญและเมื่อเห็นเหตุการณ์เช่นนั้น เราก็ตั้งใจแผ่ส่วนบุญส่วนกุศลในเมื่อคิดแผ่ส่วนบุญส่วนกุศล ความคิดทำให้สมาธิถอน ในเมื่อสมาธิถอนขึ้นมาแล้ว นิมิตนั้นก็หายไปหมด วิญญาณเหล่านั้นเลยไม่ได้รับบุญกุศลที่เราให้

ขอทำความเข้าใจกันอีกครั้งว่า นิมิตที่เกิดขึ้นภายในสมาธินั้นให้ทำความเข้าใจเพียงแต่ว่าเป็นมโนภาพเอาไว้ก่อนอย่ารีบไปตัดสินว่าเป็นของจริงของแท้ให้นึกว่าเป็นมโนภาพที่เราปรุงแต่งขึ้นมาเอง ให้ทำความรู้สึกไว้อย่างนี้ท่านจะเกิดความเฉลียวฉลาด

สมมติว่าเมื่อภาวนาแล้วจิตมีวิตก วิจาร ปีติ มีความสุขและมีความละเอียดสงบนิ่งลงไปถึงขั้นอัปปนาสมาธิและผู้ภาวนาสามารถที่จะฝึกฝนอบรมกายทำวิตก วิจาร ปีติ สุข เอกัคคตาให้คล่องแคล่ว ชำนิชำนาญ ฝึกฝนจนมีความคล่องตัว

นึกอยากจะเข้าฌานเมื่อใดก็เข้าได้ เมื่อเข้าฌานไปแล้วจิตจะรู้อยู่ในสิ่งๆ เดียวหรือในจุดๆ เดียว ความรู้อะไรต่างๆ ไม่เกิดขึ้นในขณะนั้น ถึงแม้ว่าความรู้อะไรไม่เกิดขึ้นผู้ภาวนาก็ไม่ควรเสียอกเสียใจและไม่ควรกลัวว่าจิตของตนจะไปติดสมถะ

ความจริง เมื่อจิตนิ่งสงบลงไปสู่ความเป็นสมถะในขั้นอัปปนาสมาธิ อยู่ในขั้นฌานที่ ๔ โดยธรรมชาติของจิตที่อยู่ในฌานขั้นนี้ จะไม่มีความรู้ความเห็นอันใดปรากฏขึ้นนอกจากจิตจะไปรู้อยู่ในสิ่งๆ เดียว คือรู้เฉพาะในจิตอันเดียวเท่านั้นประกอบพร้อมด้วยความเบิกบานแจ่มใส สว่างไสวอยู่ภายในจิต จิตจะไม่มีความรู้เกิดขึ้น

ถึงกระนั้นก็ตาม ถ้าผู้ภาวนาสามารถทำจิตให้เป็นไปดังเช่นที่กล่าวนี้บ่อยๆ ครั้งเข้าถ้าต้องการให้จิตของท่านก้าวขึ้นสู่ภูมิแห่งวิปัสสนาโดยไม่ต้องไปหยิบยกเอาอะไรมาเป็นเครื่องพิจารณาเมื่อจิตถอนออกจากสมาธิขั้นฌานแล้วจะมีความรู้สึกสัมผัสรู้ว่ามีกายในเมื่อกายมีปรากฏขึ้น จิตจะมีความคิดเมื่อเกิดความคิดขึ้น ผู้ภาวนารีบกำหนดรู้ ตามความคิดนั้นไปในตอนนี้จิตของเราจะคิดเรื่องบุญ เรื่องบาปเรื่องดี เรื่องชั่ว เรื่องกุศล เรื่องอกุศล เรื่องโลก เรื่องธรรมปล่อยให้เขาคิดไปตามลำพังของเขา อย่าไปห้าม

หน้าที่ของเราเพียงทำสติตามรู้ไปโดยถือเอาความคิดเป็นเครื่องรู้ของจิตเครื่องระลึกของสติอีกครั้งหนึ่งในเมื่อเราหมั่นอบรมทำสติตามรู้ความคิดหลังถอนจากสมาธิแล้วทำจนคล่องแคล่ว ทำจนชำนิชำนาญ จนสามารถทำสติตามทันความคิดเมื่อสติตามทันความคิดขึ้นมาเมื่อใด จิตก็จะสงบเป็นสมาธิมีปีติ มีความสุข แล้วก็จะสงบละเอียดลงไปเป็นเอกัคคตาเช่นเดียวกับการภาวนาในเบื้องต้น

ข้อที่ควรสังเกตมีอยู่อย่างหนึ่ง เมื่อจิตถอนออกจากอัปปนาสมาธิพอสัมผัสรู้ว่ามีกาย จิตจะมีความรู้ขึ้นมา เมื่อเราทำสติตามรู้ความคิดนั้นไปสติจะตามความคิดและตามจ้องดูกันไปตลอดเวลา จิตเมื่อยิ่งคิดมากก็ยิ่งมีความสบายเพราะจิตคิดด้วยพลังสมาธิที่ผ่านมาแล้ว แล้วเมื่อเราทำสติตามรู้ ตามทันความคิดนั้นความคิดกลายเป็นตัวปัญญา ปัญญาคือความรู้ที่เกิดขึ้นธรรมชาติของความรู้สึกนึกคิดย่อมมีเกิด มีดับ เมื่อผู้ภาวนาทำสติตามรู้ความคิดอยู่อย่างนั้น หนักๆ เข้าจิตก็จะรู้ความเกิด ความดับ

อะไรเกิด อะไรดับ ก็คือความคิดนั่นเอง จิตเป็นผู้เกิด จิตเป็นผู้ดับในเมื่อสติตามรู้ทันความเกิดดับของจิต จิตก็จะเกิดปัญญาขึ้นมา มีความรู้มีความสำคัญมั่นหมายในสภาวะที่เกิดดับ-เกิดดับนั้นด้วยอนิจสัญญาคำว่าอนิจสัญญาคือความสำคัญมั่นหมายว่าไม่เที่ยงในเมื่อจิตรู้สภาวะความไม่เที่ยงที่เกิดดับ จิตก็ก้าวขึ้นสู่ภูมิแห่งวิปัสสนา

ดังนั้น ในเมื่อผู้ภาวนาทำจิตให้สงบนิ่งเป็นสมาธิบ่อยๆ จิตก็ได้รับผลจากสมาธิได้รับความสุขจากสมาธิ หากพอจิตออกจากสมาธิก็รีบลุกออกจากที่นั่งถ้าทำอย่างนี้แล้วจิตก็ไปติดอยู่แค่ขั้นสมถะจากที่เคยทดสอบและทดลองมาแล้วควรจะได้ใช้สติกำหนดตามความคิดที่เกิดขึ้นหลังจากที่จิตถอนออกมาจากสมาธิแล้ว ดังที่กล่าวแล้ว

การทำสติกำหนดตามรู้ความคิด ผู้ภาวนาจะต้องมีความตั้งใจจดจ้องเป็นการพิจารณาสภาวธรรมในแง่วิปัสสนากัมมัฏฐานขอให้ท่านนักปฏิบัติทั้งหลายพึงทำความเข้าใจอย่างนี้

เมื่อทำจิตให้เป็นสมาธิ มีปีติ มีความสุข มีเอกัคคตา มีความสงบ จิตไปนิ่ง ว่างวางเฉยอยู่อย่าไปภูมิอกภูมิใจความเป็นเพียงแค่นั้น เดี๋ยวจิตก็ติดสมถะ ไม่ก้าวขึ้นสู่วิปัสสนาเมื่อเป็นเช่นนั้นจะทำอย่างไร ก็ทำอย่างที่ได้อธิบายมาแล้วคือเมื่อจิตถอนออกจากฌานมาสัมผัสรู้ว่ามีกาย ก็รีบทำสติตามรู้ความคิดนี้ทันทีความคิดจะเรื่องโลกเรื่องบาป เรื่องบุญอะไร ปล่อยให้เขาคิดไป อย่าไปห้ามตามรู้ไปจนกว่าสติจะตามทันความคิด แม้ว่ามันจะคิดไม่หยุด ไม่เกิดความสงบอีกก็ตามแต่ถ้าหากว่าสติตามทันกันไปเรื่อยๆ เป็นอันใช้ได้

ถ้าความคิดที่เป็นจิตฟุ้งซ่าน คือจิตธรรมดาที่เราไม่มีสติ ยิ่งคิดไปยิ่งยุ่งในสมองคิดไปเท่าไรยิ่งหนักอก คิดไปมากเท่าใดยิ่งวุ่นวาย

แต่ถ้าคิดด้วยความมีสติสัมปชัญญะ โดยอาศัยพลังของสมาธิ ยิ่งคิดก็ยิ่งปลอดโปร่งยิ่งคิดก็ยิ่งมีความเพลิดเพลิน คิดไปเสวยปีติและความสุขไปอีกอันนี้เป็นลักษณะของจิตที่เดินวิปัสสนากัมมัฏฐาน

และมีปัญหาที่จะพึงทำความเข้าใจอีกอย่างหนึ่ง นักภาวนาทั้งหลายในการเริ่มภาวนาในตอนต้นๆนี้ เช่น การบริกรรมภาวนา “พุทโธ” เป็นต้นทำไปแล้วจิตมีวิตก วิจาร ปีติ สุข เอกัคคตา จิตสงบลงเป็นสมาธิ มีความสุขสบายเหลือล้น

พอทำจิตไปเรื่อยๆ แล้วภายหลังจิตไม่เป็นเช่นนั้น พอกำหนดลงไปนิดหน่อยมันมีแต่ความคิดบางท่านก็เข้าใจว่าภูมิจิตภูมิใจของตัวเองเสื่อมแล้ว เมื่อก่อนนี้ภาวนาจิตสงบแต่ขณะนี้จิตไม่สงบ จิตฟุ้งซ่าน

แต่ขอให้สังเกตให้ดี ศีลอบรมสมาธิ สมาธิอบรมปัญญาในเมื่อศีลดี สมาธิเกิดขึ้นแล้วสมาธิก็พลอยดีไปด้วย เรียกว่า สัมมาสมาธิในเมื่อสมาธิเป็นสัมมาสมาธิ เป็นอุบายให้เกิดปัญญาดังนั้น ผู้ภาวนาซึ่งเมื่อก่อนมีจิตสงบนิ่ง ภายหลังมาทำสมาธิมากๆ แล้วไม่เกิดเพียงเป็นสมาธิเพียงนิดหน่อย สงบนิดเดียวเท่านั้นแล้วก็มีแต่ความคิดเกิดขึ้นๆไม่หยุดหย่อนก็ไปเข้าใจว่าการทำสมาธิของตนเองนั้นเสื่อมแล้ว

บางท่านก็พยายามบังคับจิตให้หยุดคิด เมื่อเกิดมีการบังคับขึ้นก็เกิดอาการปวดศีรษะเพราะเป็นการฝืนกฎธรรมชาติที่มันจะเป็นไป เพราะฉะนั้น ขอให้ท่านพึงสังเกตให้ดีเมื่อทำจิตเป็นสมาธิเมื่อใดก็มีแต่จิตสงบนิ่งเป็นสมถะมันก็ไม่มีความก้าวหน้า กำหนดจิตพิจารณาลงไปนิดหน่อยจิตสงบ เมื่อสงบแล้วมีความคิด อาการเช่นนี้แสดงว่าจิตกำลังก้าวหน้ากำลังอยากค้นคว้าหาความจริงในความเป็นไปของสภาวธรรม

สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากจิตฟุ้งซ่าน เป็นเรื่องของปัญญาที่เกิดมาจากสมาธิเพราะเราไม่เห็นว่าจิตของเรานี้ฝึกไปได้สารพัดอย่าง ไม่มีขอบเขตเพราะจิตของเราไม่ได้คิดเรื่องรูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา เราจึงสำคัญว่าจิตของเราฟุ้งซ่านแต่แท้ที่จริงการพิจารณาธรรม รู้ธรรม เห็นธรรมนี้ก็หมายถึงเห็นความคิด รู้ความคิดของตนนั่นเอง คือความมีสติสัมปชัญญะ

เมื่อกำหนดจิตลงไปแล้ว เกิดความคิดขึ้นมา คิดไม่หยุดเราก็ทำสติตามรู้ความคิดดังที่กล่าวแล้ว นี่แสดงว่าจิตต้องการก้าวหน้า ต้องการเดินหน้าต้องการพิจารณาค้นคว้า ผู้ที่ปฏิบัติรู้เท่าไม่ถึงการณ์คิดว่าจิตของตัวเองฟุ้งซ่านก็พยายามบังคับจิตของตนเองอยู่อย่างนั้นแหละ บังคับให้มันหยุดคิดในเมื่อบังคับแล้วมันจะไม่คิด ไม่คิดก็กลายเป็นจิตที่โง่ คำว่าสมาธิอบรมปัญญาก็ไม่เกิด

เพราะฉะนั้น อย่าพยายามไปบังคับจิตให้หยุดคิดหน้าที่ของเราคือทำสติตามรู้ความคิดไปทำสติตามรู้ไป

ความคิดนั่นแหละคือเครื่องรู้ของจิต เครื่องระลึกของสติความคิดเป็นฐานที่ตั้งอันมั่นคงของสติ ตราบใดที่จิตยังมีความคิด สติยังมีความระลึกสิ่งที่เราจะพึงได้จากการภาวนาคือความที่สติมีพลังแก่กล้าขึ้นจนเป็นมหาสติเป็นสติที่มีฐานที่ตั้งอย่างมั่นคง แล้วกลายเป็นสติพละ เป็นสติที่มีพละกำลังอันเข้มแข็งกลายเป็นสตินทรีย์ สติเป็นใหญ่ในธรรมทั้งปวง เมื่อเป็นสติพละ เป็นสตินทรีย์เมื่อสติตัวนี้เพิ่งพลังแก่กล้าขึ้น จึงกลายเป็นสติวินโย จิตของเราจะมีสติเป็นผู้นำ

แม้จะตั้งใจก็ตาม ไม่ตั้งใจก็ตามจิตจะมีความสำนึกรู้ผิดชอบชั่วดีอยู่ตลอดเวลาในเมื่อจิตกระทบอารมณ์อันใดขึ้นมาสติตัวนี้จะออกไปรับและพิจารณาให้เกิดรู้เหตุรู้ผลขึ้นมาเมื่อรู้เหตุรู้ผลแล้วจิตมันก็จะปล่อยวางไปเอง – 003

พระราชสังวรญาณ (หลวงพ่อพุธ ฐานิโย) วัดป่าสาลวัน อ.เมือง จ.นครราชสีมา คัดลอกมาจาก http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=2&t=21460

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,275,156 hits

Join 4,135 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ ประทานรางวัลสุดยอดหมู่บ้านท่องเที่ยวชนบท #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย
‘ไปด์-มาก่อน’กามิกาเซ่ เฮลั่น!! คว้ารางวัลศิลปินหน้าใหม่ยอดนิยม
‘ใบเตย’รับห่วงสุขภาพ‘แมน’ ลุยงาน‘มวยไทย Battle ศึกค่ายชนค่าย’
จากละครและภาพยนตร์สุดโด่งดังในอดีต! สู่ละครเวที ‘มนต์รักลูกทุ่ง ทองกวาว เดอะ มิวสิคัล’
อานิสงส์จีนอหิวาต์หมูระบาดไทยส่งออกเพิ่ม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย
Bid to protect smaller parties in proposed primary voting system
Philippine police kill 32 in 'shock and awe' drug raids
Govt opens ‘order’ centres
Huawei predicts rapid 5G rollout, home robot adoption, “super sight”, increasing augmented creativit
First police conviction in Philippine drug war killing

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,689 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d