Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

ขายดิบขายดี! แห่สั่งจอง’ปลาอบโอ่ง’ ไหว้เจ้าเทศกาลตรุษจีน แทนเนื้อหมูราคาแพง

Posted on February 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/632077

ขายดิบขายดี! แห่สั่งจอง'ปลาอบโอ่ง' ไหว้เจ้าเทศกาลตรุษจีน แทนเนื้อหมูราคาแพง

วันอาทิตย์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2565, 14.23 น.

30 มกราคม 2565 ที่ จ.อุทัยธานี นายมนตรี พลบุตรอายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 475/3 ม.1 ต.ทัพทัน อ.ทัพทัน จ.อุทัยธานี เจ้าของร้านซ่อมคอมพิวเตอร์และบริการอินเตอร์เน็ตคาเฟ่ ในเขตเทศบาล ต.ทัพทัน ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้ต้องปิดกิจการลงชั่วคราว ได้เปิดเผยว่า ตนเองพร้อมกับเพื่อนๆ ที่เป็นนายธนาคาร และเป็นพยาบาล ที่เรียนมาด้วยกัน ได้มานั่งพูดคุยกัน ว่าช่วงนี้จะหางานอะไรมาทำกันดีเพื่อหารายได้ช่วยเหลือครอบครัวทีมีผลกระทบ ตนเองจึงเสนอปลาอบโอ่งและเป็นเจ้าแรกของอำเภอทัพทัน ทุกคนจึงตกลงทำปลาอบโอ่ง โดยได้ลงทุน 3 หุ้น

โดยได้หันมาเปิดขายปลาอบโอ่ง ที่บริเวณหน้าร้านแทน บริเวณหลัก กม.ที่1-2 ถนนสายทัพทัน-หนองฉาง เยื้องทางเข้า รพ.ทัพทัน ในเขตเทศบาล ต.ทัพทัน โดยถือเป็นปลาอบโอ่งเจ้าแรกของ อ.ทัพทัน ซึ่งเปิดขายมาตั้งแต่ช่วงเทศกาลปีใหม่เป็นต้นมา ในทุกวันศุกร์-วันอาทิตย์ของสัปดาห์ ทั้งนี้ตั้งแต่เวลา 12.00 -20.00 น. เพื่อหารายได้มาจุนเจอครอบครัว นายมนตรี กล่าวและว่า

สำหรับปลาที่นำมาทำปลาอบโอ่งนั้น มีทั้งปลาทับทิมและปลานิล ซึ่งเป็นปลากระชังที่เลี้ยงในลุ่มน้ำเจ้าพระยา แถบ ต.เกาะเทโพ อ.เมืองอุทัยธานี มีขนาดตัวตั้งแต่ 0.9 กก-1.2 กก. เป็นปลาสดๆ จึงทำให้มีรสชาติที่หวานและอ่อนนุ่ม เป็นที่ถูกปากของลูกค้าเป็นอย่างยิ่ง


  
โดยจะนำปลาที่ได้มา ล้างทำความสะอาดผ่าท้องนำเครื่องในออกใส่พืชสมุนไพร มีทั้งตะไคร้และใบมะกรูด ยัดเข้าที่ท้องของปลา เพื่อดับกลิ่นคาวและทำให้มีกลิ่นหอมของพืชสมุนไพรและทาด้วยเกลือป่นผสมแป้งข้าวโพด บนตัวปลา เพื่อให้ปลาเนื้อกรอบ

จากนั้น นำไปอบในโอ่ง ที่มีเตาถ่านอยู่ภายใน พร้อมกับปิดฝา เพื่อให้ความร้อนกระจายอย่างทั่วถึง โดยใช้ความร้อนที่พอดี ไม่ร้อนจนเกินไป และแต่ละครั้งจะอบปลาได้ 8 ตัวด้วยกัน ใช้เวลาอบนาน  45 นาที จึงจอสุกกำลังรับประทาน จึงนำขึ้นมาเอาเกลือที่ติดกับปลาออก ใช้กรรไกรตัดเปิดหนังปลาออก เพื่อให้สะดวกต่อการรับประทาน โดยจะมีพืชผัก อาทิ ผักกาดหอม ผักกาดขาว ผักชี ผักชีฝรั่ง และหมี่ลวก เป็นเครื่องเคียง รับประทานพร้อมกับปลาอบโอ่ง ทำให้ได้รสชาติที่ดี ส่วนน้ำจิ้มจะปรุงด้วยสูตรของตนเอง มีทั้งน้ำจิ้มซีฟู้ดและและน้ำจิ้มถั่วตัด แต่ละสูตรล้วนแล้วแต่มีรสชาติจัดจ้าน อร่อยถูกปาก

ส่วนการจำหน่ายจะจำหน่ายเป็นชุดประกอบด้วยปลาอบโอ่ง 1 ตัว เครื่องเคียงพร้อมน้ำจิ้มสูตรเด็ด มีราคาขายตั้งแต่ชุดละ 130-170 บาท หากในช่วงเทศกาลจะขายดีเป็นพิเศษ โดยในห้วงปีใหม่ที่ผ่านมาสามารถขายได้วันละ 60-70 ตัวเลยทีเดียว ส่วนวันปกติปริมาณการขายจะลดลงเหลือวันละ 20-30 ตัว เท่านั้น แต่ก็มีความพึงพอใจ ทำให้มีรายได้มาจุนเจือครอบครัว

“คุยกันเล่นๆกับเพื่อนๆ ว่าเราจะหารายได้อย่างไรดี หลังจากปิดร้านซ่อมคอมพิวเตอร์ ทำให้ขาดรายได้ จึงเริ่มต้นศึกษาเรียนรู้ในยูทูป สุดท้ายคิดได้ว่า ทำปลาอบโอ่ง น่าจะดีที่สุด เพราะในพื้นที่ อ.ทัพทัน ยังไม่มีใครทำขาย น่าจะเป็นเจ้าแรกด้วย ด้วยซ้ำไป ประกอบกับที่ผ่านมาได้ยินแต่ ไก่อบโอ่งหรือหมูอบโอ่ง เท่านั้น จึงตัดสินใจขายปลาอบโอ่ง ร่วมกับเพื่อนๆ 3 คน ด้วยกัน ผลตอบรับดีมาก สุดปัง” 

สำหรับในช่วงเทศกาลตรุษจีนที่จะมาถึงนี้ ปรากฏว่ามีชาวบ้านร้านตลาด ในเขตเทศบาล ต.ทัพทัน มาสั่งจองปลาอบโอ่ง ล่วงหน้าแล้วหลายสิบราย เพื่อนำไปไหว้เจ้าในช่วงเทศกาลตราจีน แทนเนื้อสุกร ที่มาราคาแพง 

ด้าน น.ส.รัตนาภรณ์ หาญวิไล อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 99/1 ม.1 ต.ทัพทัน อ.ทัพทัน จ.อุทัยธานี เปิดเผยว่า เนื้อหมูที่แพง ทำให้ต้องหันมาสั่งจองปลาอบโอ่ง ที่ร้านแห่งนี้ จำนวน 2 ตัว เพื่อนำไปไหว้เจ้าในเทศกาลตรุษจีน แทนเนื้อสุกรที่มีราคาแพง. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เสริมมงคล! ขนมตรุษจีนที่ชาวไทยเชื้อสายจีนทำเตรียมไว้ ‘เซ่นไหว้เจ้า-บรรพบุรุษ’

Posted on February 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/632075

เสริมมงคล! ขนมตรุษจีนที่ชาวไทยเชื้อสายจีนทำเตรียมไว้ 'เซ่นไหว้เจ้า-บรรพบุรุษ'

วันอาทิตย์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2565, 13.53 น.

30 ม.ค.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าได้มีชาวไทยเชื้อสายจีน ในพื้นที่ จ.พะเยา ได้ทำขนมเข่งเตรียมเซ่นไหว้เจ้า และบรรพบุรุษเนื่องในเทศกาลตรุษจีน วันพรุ่งนี้ (31 ม.ค.65) กันอย่างคึกคัก ซึ่งเป็นประเพณีของชาวไทยเชื้อสายจีน  หรือชาวจีน ที่อยู่ในประเทศไทย เนื่องในเทศกาลตรุษจีน ก็จะมีพิธีเซ่นไหว้ด้วยขนมเข่ง จึงพากันทำ ขนมเข่งเซ่นไหว้ตามประเพณีที่สืบทอดกันมาตั้งแต่โบราณกาลจนถึงปัจจุบัน

นางวรรณา (เจ้ณา) บุญแสนไชย , นางปราณี ยินดี ซึ่งเป็นลูกหลานชาวไทยเชื้อสายชาวจีนในเขตพื้นที่บ้านแม่ต๋ำ เมืองชุมตำบลแม่ต๋ำอำเภอเมืองจังหวัดพะเยาพร้อมด้วยเพื่อนญาติสนิท มิตรสหายชาวไทยเชื้อสายจีนได้ร่วมกันทำขนมเข่ง เพื่อเตรียมเซ่นไหว้เจ้าบรรพบุรุษ เนื่องในเทศกาลตรุษจีนวันพรุ่งนี้ (31 ม.ค.65) ซึ่งในขณะเดียวกันก็ได้มีการ แม่บ้านชาวไทยได้ทำ ขนมไทยหรือขนมเทียน  เตรียมไว้ขายด้วยเพื่อนำไปเซ่นไหว้ร่วมกับเทศกาลตรุษจีนนี้ สำหรับบรรยากาศการทำขนมเข่งของชาวไทยเชื้อสายจีนของบ้านแต่ละหลังคาเรือนก็จะทำขนมเข่งกันในวันนี้เพื่อเตรียมไว้ไหว้เจ้า และบรรพบุรุษในวันพรุ่งนี้ (31 ม.ค.65) กันทุกครอบครัว. -008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

บรรยากาศทั่วไทย! วันจ่ายซื้อของตรุษจีน เตรียมเซ่นไหว้บรรพบุรุษพรุ่งนี้

Posted on February 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/632074

บรรยากาศทั่วไทย! วันจ่ายซื้อของตรุษจีน เตรียมเซ่นไหว้บรรพบุรุษพรุ่งนี้

วันอาทิตย์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2565, 13.53 น.

วันจ่ายตรุษจีนคึกคัก ชาวไทยเชื้อสายจีนในจังหวัดสงขลาออกมาจับจ่ายซื้อของเซ่นไหว้พระและบรรพบุรุษ  เพื่อเตรียมไหว้ในวันพรุ่งนี้ โดยจะซื้อเฉพาะสิ่งของที่จำเป็นสำหรับนำไปเซ่นไหว้เท่านั้น เนื่องจากเจอสภาพเศรษฐกิจ สำหรับราคาเครื่องเซ่นไหว้ในวันนี้ มีการปรับราคาขึ้นบางชนิด  

เมื่อช่วงเช้าวันนี้ 30 มกราคม 2565 ซึ่งเป็นวันจ่ายของเทศกาลตรุษจีนปี 2565 ที่ตลาดทรัพย์สินพลาซ่าสงขลา อ.เมือง จ.สงขลา ชาวไทยเชื้อสายจีนออกมาจับจ่ายซื้อของเซ่นไหว้เพื่อเตรียมไหว้พระและบรรพบุรุษในช่วงเทศกาลตรุษจีนในวันพรุ่งนี้กันอย่างคึกคัก โดยในการจับจ่ายซื้อของเซ่นไหว้ในปีนี้ชาวไทยเชื้อสายจีนจะซื้อเฉพาะสิ่งของที่จำเป็นสำหรับนำไปเซ่นไหว้เท่านั้น เนื่องจากเจอสภาพเศรษฐกิจและราคาสิ่งของเซ่นไหว้มีการปรับราคาขึ้น บางชนิด โดยราคาไก่ ซึ่งเป็นตัวหลักในการไหว้พระและบรรพบุรุษ ยังคงขายดีปีนี้ราคาไก่ปรับสูงขึ้น ไก่พื้นเมืองไหว้เจ้า กก.ละ  170  บาท ไก่เนื้อไหว้เจ้า กก.ละ  85 บาท ส่วนหมูสามชั้นปรับขึ้นเป็น กก.ละ 220 บาท เนื้อแดง กก.ละ 170 บาท หัวหมูไหว้เจ้าที่ต้มสุกแล้วจะบวกค่าต้ม 50 บาท ราคาหัวแต่ละหัวขึ้นอยู่กับน้ำหนักเฉลี่ยอยู่ที่หัวละ 650 บาท  

ในส่วนของผักที่ใช้ในการทำอาหารประเภทผัดและใช้มาก ได้แก่ หัวไชเท้า กิโลกรัมละ 25 บาทผักกาดขาวกิโลกรัมละ 50 บาท ผักกึ้นฉ่าย กิโลกรัมละ 80 บาท ต้นหอมผักชี กิโลกรัมละ 100 บาทและผักกวางตุ้งกิโลกรัมละ 25 บาท ขณะนี้มีหน่อไม้จีน กก.ละ 220 บาทขีดละ 25 บาท ส่วนผักอื่นยังราคาปกติ  

สำหรับผลไม้ที่จำเป็นต้องใช้ในการไหว้พระในช่วงตรุษจีน ปรับราคาสูงขึ้นบางชนิด ส้มโชกุน ซึ่งในวันนี้ราคา กก.ละ  บาท กล้วยหอม ก.ก.ละ 35 บาท องุ่นไม่มีเมล็ด กก.ละ 200 บาท แอปเปิ้ลลูกใหญ่ ใบละ 35 บาท 

นอกจากนี้ยังมีขนมเข่ง ขนมเทียน ซึ่งเป็นขนมที่ใช้ไหว้เจ้าช่วงตรุษจีนก็อยู่ในราคาปรกติ โดยขนมเข่งราคา กก.ละ 100 บาท ขนมเทียนลูกละ 5 บาท ราคาเท่ากับปีที่ผ่านมา

ชาวไทยเชื้อสายจีนออกมาหาซื้อเครื่องประดับบ้าน และสิ่งของประกอบการไหว้เจ้าในวันตรุษจีนกันอย่างคึกคัก ด้าน “ร้านบุญมาพานิช” เผยปีนี้เศรษฐกิจไม่ดีประชาชนซื้อสิ่งของแบบประหยัดเท่าที่จำเป็นเท่านั้น ทางร้านไม่มีการปรับราคาขึ้นแต่อย่างใด  

บรรยากาศก่อนถึงช่วงเทศกาลตรุษจีน ที่ จ.สงขลา ชาวไทยเชื้อสายจีนออกมาหาซื้อเครื่องประดับบ้าน และสิ่งของประกอบการไหว้เจ้าในวันตรุษจีนกันอย่างคึกคัก เช่น ที่ร้านบุญมาพานิช ในเขตเทศบาลนครสงขลา ซึ่งเป็นร้านจำหน่ายเครื่องประดับ และสิ่งของประกอบการไหว้เจ้าในช่วงเทศกาลตรุษจีน ชาวไทยเชื้อสายจีนได้ออกมาเลือกซื้อสิ่งของประกอบการไหว้เจ้า และเครื่องประดับบ้าน เพื่อเตรียมนำมาประดับตกแต่งบ้าน และไหว้พระกับบรรพบุรุษในช่วงเทศกาลตรุษจีนที่กำลังจะมาถึง

ในขณะเดียวกัน ทางร้านได้ทำการตกแต่งร้านเพื่อเตรียมรับเทศกาลตรุษจีนอย่างสวยงาม เพื่อต้อนรับเทศกาลตรุษจีน และดึงดูดลูกค้า พร้อมกับสินค้ามงคลในวันตรุษจีนหลากหลายรูปแบบ ทั้งโคมไฟ โคมประทัด โคมรูปปลา และเทพเจ้าแห่งโชคลาภที่ชาวไทยเชื้อสายจีนนับถือไว้บริการลูกค้าที่ซื้อไปประดับไว้ที่บ้านเพื่อความเป็นสิริมงคลให้แก่ตนเอง และครอบครัวจะได้มีโชคมีลาภในวันขึ้นปีใหม่ของชาวจีน

นายธนพงศ์ ชัยหิรัญวงศ์ เจ้าของร้านบุญมาพานิช กล่าวว่า ตรุษจีนปีนี้ได้สั่งเครื่องประดับบ้านที่เป็นของมงคลเข้ามาเพิ่มขึ้น ทั้งพวกปลา โคมไฟ โดยสั่งของมาจากกรุงเทพฯ ไม่ได้สั่งมาจากเมืองจีน เพราะถูกกว่า แต่ช่วงตรุษจีนปีนี้ลูกค้าน้อยลง และยอดขายตกกว่าปีที่ผ่านมาจากภาวะเศรษฐกิจที่ไม่ดี ส่วนราคาสินค้ายังคงเดิม ทั้งนี้ ชาวไทยเชื้อสายจีนใน จ.สงขลา ยังคงสืบทอดประเพณีจากบรรพบุรุษในช่วงเทศกาลตรุษจีน 

บรรยากาศวันจ่ายตามตลาดสดในตัวเมืองพิษณุโลกคึกคัก ประชาชนออกมาซื้อของสด ขนม เครื่องเซ่นไหว้จำนวนมาก แม้สินค้าบางชนิดโดยเฉพาะหมูจะปรับตัวสูงขึ้น

30 มกราคม 2565 บรรยากาศตามตลาดสดในเขตเทศบาลนครพิษณุโลกวันนี้คึกคักหนาแน่นไปด้วยประชาชนมาจับจ่ายซื้อของหนาตาตั้งแต่เช้า วันนี้เป็นวันจ่าย ตรุษจีนปี 2565 ที่ตลาดสดเทศบาล 1 หรือ ตลาดใต้ อ.เมือง จ.พิษณุโลก วันนี้หนาแน่นเป็นพิเศษ ทั้งพ่อค้าแม่ค้าที่นำสินค้าอาหารสด ผลไม้ ขนมเทียน ขนมเข่ง ขนมปุยฝ้าย ไก่ต้ม เป็ดพะโล้ มาขายจำนวนมาก และชาวไทยเชื้อสายจีนก็นิยมมาเลือกซื้อสินค้าในวันนี้ แม้ว่าปีนี้ สินค้าหลายชนิดต้นทุนปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะหมู แต่การซื้อขายก็ยังดีกว่าวันปกติมาก 

ที่ตลาดสดเทศบาล 4 หรือ ตลาดโคกมะตูม ร้านโตบริการ ร้านจำหน่ายหัวหมู ไก่ต้ม เป็ดพะโล้ รายใหญ่ของจังหวัดพิษณุโลก ก็ได้เตรียมสินค้าจำหน่ายให้ลูกค้าใกล้เคียงกับตรุษจีนปีที่แล้ว ปีนี้ได้รับผลกระทบจากราคาหมูที่ปรับตัวสูงขึ้นมาก ทางร้านก็ได้ปรับราคาขึ้นบ้างเล็กน้อย แต่ก็ยังวได้รับความนิยมจากชาวพิษณุโลกมาสั่งซื้อหนาแน่นเช่นเคย โดยทางร้านเปิดสั่งจองล่วงหน้า และเตรียมบัตรคิวไว้ให้ลูกค้า ลูกค้าจะหนาตามาก ๆ ในช่วงบ่ายและเย็นวันนี้ ต่อเนื่องถึงเช่าวันตรุษจีน

ขณะที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดพิษณุโลก ลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์การจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค เนื้อสุกร เนื้อไก่ ไข่ไก่ ตลอดจนสินค้าที่เกี่ยวข้องกับเทศกาลตรุษจีน ห้างสรรพสินค้า ตลาดสดในพื้นที่อำเภอเมืองพิษณุโลก เพื่อติดตามสถานการณ์การจำหน่าย ราคาสินค้า และป้องปรามการฉวยโอกาสขึ้นราคาหรือกักตุนสินค้าช่วงเทศกาลตรุษจีน เป็นการเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค พบว่า สถานการณ์การจับจ่ายซื้อสินค้าเตรียมสำหรับเทศกาลตรุษจีน หมู เป็ด ไก่ ผลไม้  กระดาษเงินกระดาษทอง ชุดเซ่นไหว้ เริ่มมีผู้บริโภคชาวไทยเชื้อสายจีนเริ่มทยอยจับจ่ายซื้อสินค้าเพื่อนำไปเซ่นไหว้บรรพบุรุษและเทพเจ้าตามความเชื่ออย่างต่อเนื่อง บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก

โดยมีราคาจำหน่ายดังนี้ หมูสามชั้นช่วงสำหรับไหว้ ราคากก.ละ 232 บาท ไก่สดตัวไม่รวมเครื่องในราคากก.ละ 65  บาท ไข่ไก่ #0 ราคาฟองละ 4.2 แผงละ 126 บาท ไข่ไก่ #1  ราคาฟองละ  4.0 แผงละ 120 บาท ไข่ไก่ #2 ราคาฟองละ 3.5  แผงละ 105 บาท ไข่ไก่ #3  ราคาฟองละ 3.0 แผงละ 90 บาท ไข่ไก่ #4  ราคาฟองละ 2.8  แผงละ 84 บาท ชุดเซ่นไหว้ ซาแซ หมู เป็ด ไก่ ราคาชุดดละ 799 บาท  ชุดเซ่นไหว้กระดาษเงิน กระดาษทอง ราคา 199-299 บาท ผู้ประกอบการห้างสรรพสินค้าให้ความร่วมมือจัดส่งเสริมการขายช่วงเทศกาลตรุษจีนโดยจำหน่ายหมู” ตรึงราคา เพื่อประชาชนราคา ตามที่กระทรวงพาณิชย์ขอความร่วมมือ ดังนี้ หัวไหล่หมู กก. ละ 174 บ. สะโพกหมู กก. ละ 175 บ. อกไก่ กก. ละ 75 บาท สะโพกไก่ กก.ละ 64 บ.   

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการมีการปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายสินค้าครบถ้วน ชัดเจน ตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ฉบับที่ 61 พ.ศ. 2564 เรื่อง การแสดงราคาจำหน่ายสินค้าและค่าบริการ ราคาสินค้าอุปโภคบริโภค เนื้อหมู ไก่ ไข่ไก่ และผักสด ราคาทรงตัวเมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า ปริมาณมีพียงพอต่อความต้องการของประชาชน

บรรยากาศวันจ่าย ในเทศกาลตรุษจีนชายแดนใต้ ที่อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ชาวไทยเชื้อสายจีนต่างออกอมาจับจ่ายซื้ออาหารสด และผลไม้มงคล เครื่องเซ่นไหว้กันอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่คึกคักมากนัก ทำให้ยอดขายในปีนี้ไม่ดีเท่าช่วงเทศกาลตรุษจีนปีที่ผ่านๆ มา

เมื่อวันที่ 30 ม.ค.65 บรรยากาศวันจ่าย ในช่วงก่อนเทศกาลตรุษจีน ที่อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ชาวไทยเชื้อสายจีนต่างออกมาจับจ่ายซื้ออาหารสด และผลไม้มงคล เครื่องเซ่นไหว้กันอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่คึกคัก ทำให้ยอดขายในปีนี้ไม่ดี เท่าช่วงเทศกาลตรุษจีนปีที่ผ่านมาโดยวันนี้ที่ตลาดสดเทศบาลเมืองเบตง ตามแผงผัก ผลไม้ และร้านขนมมงคล  เครื่องเซ่นไหว้บูชา ซึ่งในวันนี้เป็นวันจ่ายในเทศกาลตรุษจีนพบว่าบรรยากาศการจับจ่ายซื้อขายเครื่องเซ่น ไหว้ต่าง ๆ เช่น เครื่องเซ่นไหว้กงเต๊ก  กระดาษเงิน กระดาษทอง เงิน ทอง อาหารแห้ง หมู ไก่ ผัก ผลไม้ ที่จะนำไปเซ่นไหว้ให้กับบรรพบุรุษ ในช่วงเทศกาลตรุษจีนที่จะถึงนี้เป็นไปด้วยความเงียบเหงามีลูกค้าบางตากว่าปีที่ผ่านมา

เจ้าของ ร้านขายขนมมงคล ในเขตเทศบาลเมืองเบตง บอกว่า ก่อนวันตรุษจีนปีนี้ ได้สั่งซื้อสินค้าขนมมงคลที่สำหรับการเซ่นไหว้ในช่วงเทศกาลตรุษจีนจีนมาจำหน่ายลดลง สาเหตุมาจากความไม่มั่นใจกับสถานการณ์การแพร่ระบาด ประกอบกับประชาชนได้รับผลกระทบจาก การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 มากว่า 2 ปีทำให้ ขาดสภาพคล่อง ส่วนทางด้านเศรษฐกิจ รายได้ก็ลดลง  ส่งผลให้การจำหน่ายซื้อของเครื่องเซ่นไหว้ของแต่ละครอบครัวลดลง โดยจะเลือกซื้อสิ่งของที่จำเป็นและที่ใช้สำหรับพิธีไหว้เจ้า และบรรพบุรุษเท่านั้น ทั้งนี้เพื่อเป็นการประหยัดค่าใช้จ่าย โดยพบว่าสินค้าบางประเภท ราคาปรับเพิ่มขึ้น เช่นเทียน กระดาษเงินกระดาษทอง ปรับขึ้น 5 บาท ส่วนสิ้นค้าอื่นๆ ราคาคงเดิม

ขณะที่พ่อค้าผลไม้ บอกว่า ตนเองไม่ค่อยได้รับผลกระทบเท่าไหร่นัก เนื่องจากผลไม้ที่นำมาขายเป็นพวกส้ม องุ่น แก้วมังกร  ซึ่งช่วงนี้พอขายได้และขายราคาไม่แพงเพราะเข้าใจถึงเศรษฐกิจในช่วงนี้ดี เลยไม่ปรับขึ้น ยังคงขายราคาเดิมเพื่อที่จะให้ประชาชนได้เซ่นไหว้บรรพบุรุษในวันตรุษจีน ส่วนราคาผลไม้มงคลที่ใช้สำหรับการไหว้ในวันตรุษจีนโดยเฉพาะผลไม้มงคล 5 อย่างที่ขาดไม่ได้ เช่น กล้วยหอมหวีละ 80 บาท ส้มโชกุนเบตง กิโลกรัมละ 60 บาท ส้มสายน้ำผึ้งกิโลกรัมละ 60 บาท ส้มแมนดาริน กิโลกรัมละ 120 – 130 บาท แอปเปิ้ล ลูกละ 10 – 35 บาท สาลี่กิโลกรัม 70 – 80  บาท องุ่นกิโลกรัมละ 180 – 200 บาท ซึ่งปรับราคามาแล้วเฉลี่ยกิโลกรัมละ 10 – 20 บาท

บรรยากาศทั่วไปพบว่าประชาชนที่มาจับจ่ายในตลาดสดเทศบาลเมืองเบตงปีนี้ไม่คึกคักเท่าที่ควร ถือว่าการจับจ่ายซื้อของเครื่องเซ่นไหว้ในช่วงเทศกาลตรุษจีนลดน้อยลง  สาเหตุมาจากปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้อง  รวมถึงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในระลอกใหม่นี้ด้วย เลยทำให้ประชาชนวิตกกังวลในเรื่องปัญหาเศรษฐกิจเลยทำให้การจับจ่ายลดลงเพื่อเป็นการประหยัดหากเกิดการแพร่ระบาดของไวรัศโควิด-19 หลังเทศกาลตรุษจีน เนื่องจากมีการเดินทางและการพบปะคนในครอบครัวรวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อนหากไม่มีการป้องกันที่ดี อาจเกิดการระบาดและเกิดการจำกัดพื้นที่                               

ลพบุรีบรรยากาศตามร้านขายผลไม้ในเขตอำเภอเมืองลพบุรีแม่ค้าแจงราคาต้นทุนผลไม้แพงขึ้นเท่าตัว

ผู้สื่อข่าวได้ออกสำรวจตามร้านขายผลไม้ในช่วงวันจ่ายของเทศกาลตรุษจีนปีนี้พบว่าไม่คึกคักเท่ากับปีที่ผ่านมาเนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19และผลจากเศรฐกิจของประเทศในช่วงนี้จึงทำให้บรรยากาศค่อนข้างจะเงียบเหงาแต่ถึงอย่างไรก็ยังมีประชาชนเชื้อสายจีนที่ยังคงต้องออกมาเลือกซื้อหาผลไม้มงคลเพื่อนำไปเซ่นไหว้บรรพบุรุษตามประเพณีของคนจีน

ทางด้าน นางสาว ธัญรัตน์ เนียมดี อายุ25ปี แม่ค้าผลไม้บอกว่าปีนี้ผลไม้ที่วิ่งไปซื้อมามีราคาสูงขึ้นเท่าตัวแต่ถึงอย่างไรก็ต้องรับมาขายและก็มีการขยับราคาขึ้นตามเป็นบางชนิดโดยผลไม้ที่ลูกค้ามาเลือกซื้อหากันเป็นจำนวนมากในช่วงเทศกาลตรุษจีนได้แก่ส้ม .แก้วมังกร,มะพร้าว,สาลี่,แอปเปิ้ล ผลไม้ที่ขายดีที่สุดในช่วงนี้ได้แก่ส้ม ที่ขายในราคาเริ่มต้นที่กิโลกรัมละ30-60บาท

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แฟนคลับร่วมเปิด! พิพิธภัณฑ์’มิตร ชัยบัญชา’ บรรยากาศย้อนยุคที่พิษณุโลก

Posted on February 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/632070

แฟนคลับร่วมเปิด! พิพิธภัณฑ์'มิตร ชัยบัญชา' บรรยากาศย้อนยุคที่พิษณุโลก

วันอาทิตย์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2565, 13.25 น.

ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก พร้อมด้วยนายยุทธนา พุ่มเหม ลูกชายเพียงคนเดียวของ มิตร ชัยบัญชา ร่วมเปิดพิพิธภัณฑ์มิตร ชัยบัญชา แลนด์มาร์คแห่งใหม่ของจังหวัดพิษณุโลก  เพื่อให้แฟนคลับของมิตร ชัยบัญชา มาร่วมเที่ยวชมและสัมผัสกับบรรยากาศย้อนยุคอีกแห่งหนึ่ง

เมื่อเวลา  10.00 น. ของวันที่  30 ม.ค.  นายรณชัย จิตรวิเศษ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก พร้อมด้วย นายมนต์ชัย วิวัฒธนาฒน์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก นางเปรมฤดี ชามพูนท นายกเทศมนตรีนครพิษณุโลก  นางศศิวัณย์ ศรีพรหม ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดพิษณุโลก และสมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือจังหวัดพิษณุโลก และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมพิธีเปิด พิพิธภัณฑ์มิตร ชัยบัญชา แลนด์มาร์ค แหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดพิษณุโลก โดยในวันนี้รับเกียรติจาก นายยุทธนา พุ่มเหม ลูกชายเพียงคนเดียวของ มิตร ชัยบัญชา  เป็นตัวแทนส่งมอบกระดูกอัฐิ ของมิตร ชัยบัญชา  ให้แก่นายบัญชา วาจาสุวรรณ เจ้าของพิพิธภัณฑ์มิตร ชัยบัญชา นำมาไว้ที่พิพิธภัณฑ์เพื่อเป็นศิริมงคล

ทั้งนี้พิพิธภัณฑ์มิตร ชัยบัญชา จัดตั้งโดยนายบัญชา วาจาสุวรรณ เนื่องจากนายบัญชา เป็นคนที่ชื่นชอบพระเอก มิตร ชัยบัญชา มาก จึงได้สะสมของเก่าหลากหลายชนิด ทั้งที่เกี่ยวกับภาพยนตร์และของสะสมอื่นๆมากมาย และได้นำมาจัดแสดงไว้ในบ้านของตนเอง และเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์บัญชาให้ผู้สนใจได้มาศึกษา ภายในจัดแสดง ประวัติ ภาพถ่าย โปสเตอร์ภาพยนตร์ ปฏิทิน หนังสือพิมพ์ สมุด กล้องถ่ายรูป แผ่นเสียง ม้วนฟิล์มและเครื่องฉายภาพยนตร์ในสมัยเก่า เป็นต้น

นอกจากนี้ในส่วนของโรงรถยังจัดแสดงเป็นบรรยากาศของร้านค้า ร้านตัดผม และรถประจำทางที่เคยวิ่งให้บริการในพิษณุโลกในสมัยอดีตอีกด้วย โดยผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ได้ร่วมถ่ายภาพตามจุดต่างๆ ของพิพิธภัณฑ์ ได้อย่างเพลิดเพลินอีกด้วย อีกทั้งผู้ที่มาร่วมงาน ได้แต่งกายย้อนยุค มาร่วมถ่ายกันอย่างสวยงาม

ขณะที่ในช่วงกลางคืน ได้มีการจัดฉายหนังของมิตร ชัยบัญชา ให้กับผู้ที่ชื่นชอบให้ชมกันอีกดัวย.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อุดรฯเอฟซีเดือด! ‘มาดามวิ’ไลฟ์สดแจง อดีตนักเตะบุกสนาม ถือป้ายทวงเงินเดือน

Posted on February 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/632059

อุดรฯเอฟซีเดือด! 'มาดามวิ'ไลฟ์สดแจง อดีตนักเตะบุกสนาม ถือป้ายทวงเงินเดือน

วันอาทิตย์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2565, 11.11 น.

30 มกราคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อค่ำวานที่ผ่านมา(29ม.ค.) ที่สนามการกีฬาแห่งประเทศไทยอุดรธานี มีการแข่งขันฟุตบอลไทยลีก 2 ระหว่างทีมอุดรธานีเอฟซี ทีมอันดับ 5 เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของนครปฐม UTD อันดับ 14 ปรากฏว่าผลการแข่งขันอุดรธานีเอฟซีแพ้ราบคาบแก่ทีมนครปฐม 0 ประตูต่อ 4 

ขณะที่ในระหว่างแข่งขันปรากฏว่ามีเรื่องวุ่นๆ เกิดขึ้นเมื่อ ธนาธิป แพงวงศ์ อดีตนักเตะอุดรธานีเอฟซี ได้แขวนป้ายที่อัฒจรรย์ที่นั่งคนชม มีข้อความว่า “เงินเดือน 6 เดือนทำไมไม่จ่าย” และมีแฟนบอลบางคนไม่พอใจเดินเข้าไปดึงป้ายผ้าออกและโต้เถียงกันวุ่นอยู่พักหนึ่ง จากนั้นธนาธิปก็เดินออกจากสนามไป โดยธนาธิปได้ยื่นฟ้องศาลแรงงานภาค 4 เพื่อทวงเงินเดือน 6 เดือนไปแล้ว

ทั้งนี้ทีมอุดรธานีเอฟซีเกิดเรื่องวุ่นๆ มาสักระยะแล้ว โดยแฟนบอลเรียกร้องให้ผู้บริหารของทีมอุดรธานีเอฟซีออกมาชี้แจงด่วน ทั้งมีข่าวค้างค่าจ่ายนักเตะ และทีมงานสต๊าฟโค้ชได้พากันลาออกไปและมีข่าวว่า มาดามวิ ติดโควิดด้วย

ล่าสุดมาดามวิ อริสรา ชะมูล ประธานสโมสรอุดรธานีเอฟซี ได้ออกมาไลฟ์สดออกมาคุยทุกเรื่องจะอยู่หรือจะไป โดยมาดามวิ แจ้งว่า ตนเองเริ่มเข้ามาเป็นผู้บริหารทีมอุดรธานีเอฟซี เริ่มต้นจากเป็นเอเย่นต์ซื้อนักเตะไปทั่วโลกและได้รู้จักกับผู้บริหารเก่า จึงชวนเข้ามาทำทีมดู และตนเองก็เป็นคนอุดรธานีอยู่แล้วจึงตัดสินใจเข้ามาบริหารดู

จากนั้นก็เซ็นสัญญาเมื่อวันที่ 23 ธ.ค.63 รวมระยะเวลาที่เข้ามาบริหารอุดรธานี 13 เดือนหรือ 1 ปีกับอีก 1 เดือน ช่วงที่เข้ามาตนก็ต้องมาจ่ายเงินเดือนนักเตะเลยถือเป็นค่าใช้จ่ายที่เยอะมากเดือนละ 2 ล้านกว่า บริหารอาจจะมีปัญหายืนยันไม่ได้หนีปัญหา แต่หนีไปตั้งหลัก แก้ไขปัญหาแต่ละจุด ยอมเงียบเพื่อแก้ปัญหาทำด้วยใจรัก ขายทุกอย่าง 13 เดือนมาทำตรงนี้ ยอมรับเลยว่าขาดสภาพคล่องจริงไม่มีสปอนเซอร์

แฟนบอลถามมาดามวิ ว่าถ้าทำไม่ได้แล้วให้ออกไป มาดามวิบอกว่า ในเวลา 13 เดือนที่เข้ามาบริหารฉันทำให้ทุกท่านเห็นแล้ว

‘เราทำได้หรือเปล่า แฟนคลับก็น่าเข้าใจ เราไม่มีสปอนเซอร์ เอาเงินส่วนตัวมาทำทีมเองหมดเลย ดิฉันซื้อหุ้นมาอย่างถูกกฎหมาย ดิฉันจะไม่หนีปัญหา จะค่อยๆ แก้ปัญหาไปทีละอย่างตอนนี้แก้ใกล้หมดแล้ว’

ส่วนเรื่องปัญหาค้างเงินเดือนนักเตะตอนนี้เราจ่ายให้ครบหมดแล้ว ยกเว้นอดีตนักเตะของทีม 2 3 เคส คือประกิต ดีพร้อม และธนาธิป แพงวงศ์ เท่านั้นซึ่งอยู่ระหว่างขั้นตอนของกฎหมายหลังจากเขาไปฟ้องศาลแรงงานภาค4. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ย้อนอดีตเมื่อ40ปีที่แล้ว! ‘คณะละครชราชาตรี’อ่างทอง กลับมาแสดงอีกครั้ง

Posted on February 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/632040

ย้อนอดีตเมื่อ40ปีที่แล้ว! 'คณะละครชราชาตรี'อ่างทอง กลับมาแสดงอีกครั้ง

วันอาทิตย์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2565, 08.19 น.

สีสันการแสดงคณะละคร “คณะละครชราชาตรี” ผู้แสดงละคร มีอายุตั้งแต่ 60-85 ปี กลับมาทำการแสดงกันอีกครั้งหนึ่ง

30 มกราคม 2565 ที่บริเวณงานเกษตรและของดีเมืองอ่างทอง ประจำปี 2565 วัดขุนอินทประมูล อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง ได้พบสีสันการแสดงละครชาตรี ที่ผู้แสดงละคร มีอายุตั้งแต่ 60-85 ปี ซึ่งนางประทุม แพรสุมานี อายุ 82 ปี นางมณี ยานโกมุท อายุ 78 ปี นางทองอาบ โตสวัสดิ์ อายุ 85 ปี เป็นนักแสดงคณะละครชราชาตรี หลังจากลูกหลาน ได้นำเหล่าอดีตมารวมตัวนักแสดงละครชาตรี เมื่อ 30 – 40 ปีที่แล้ว  กลับมาทำการแสดงกันอีกครั้งหนึ่ง เป็นที่ชื่นชมชื่นชอบของของประชาชนทั้งในจังหวัดอ่างทองและใกล้เคียง

โดย นายสวชา เสนามนตรี (ครูพุฒิ) เล่าให้ฟังว่า คุณยายที่ทำการแสดงละครคณะชราชาตรี อยู่ ที่ตำบลท่าช้าง อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง ซึ่งเป็นนักแสดงละครชาตรีเมื่อ 30-40ปีที่ผ่านมา ตนเองเป็นลูกหลาน ที่ต้องการอยากจะคุณยายได้มีกิจกรรมในยามชรา และสืบสานการแสดงละครชาตรี จึงได้ร่วมกันกลับมาแสดงละครชาตรีอีกครั้งในวัยชรา ความสุขของยายคือทำให้คนที่มาดูเรามีความสุข  และขอฝากละครคณะชราชาตรี ไว้ในอ้อมกอดของทุกท่าน หากต้องการจ้างงานแสดงของคุณยายทุกท่านก็สามารถติดต่อไปทำการแสดง   ได้ทุกโอกาส ได้ที่เบอร์โทร 081-702-9448  

.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปแนวหน้า : ‘ไทยพลัดถิ่น’ตกค้างต่างแดน ‘สถานะบุคคล’สิทธิที่ยังต้องรอ

Posted on February 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/632002

สกู๊ปแนวหน้า : ‘ไทยพลัดถิ่น’ตกค้างต่างแดน  ‘สถานะบุคคล’สิทธิที่ยังต้องรอ

วันอาทิตย์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2565, 07.15 น.

“คนไทยพลัดถิ่น หมายความว่า ผู้ซึ่งมีเชื้อสายไทยที่ต้องกลายเป็นคนในบังคับของประเทศอื่น โดยเหตุอันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงอาณาเขตของราชอาณาจักรไทยในอดีตซึ่งปัจจุบันผู้นั้นมิได้ถือสัญชาติของประเทศอื่น และได้อพยพเข้ามาอยู่อาศัยในประเทศไทยเป็นระยะเวลาหนึ่งและมีวิถีชีวิตเป็นคนไทย โดยได้รับการสํารวจจัดทําทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎรภายใต้หลักเกณฑ์และเงื่อนไข ที่คณะรัฐมนตรีกําหนด หรือเป็นผู้ซึ่งมีลักษณะอื่นทํานองเดียวกันตามที่กําหนดในกฎกระทรวง”

คำนิยามของ “คนไทยพลัดถิ่น”ตามกฎหมาย พ.ร.บ.สัญชาติ (ฉบับที่ 5)พ.ศ.2555 ซึ่งออกมาเพื่อแก้ปัญหาคนเชื้อสายไทยที่ตกค้างอยู่ในประเทศอื่นอันเนื่องมาจากเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ยุคอาณานิคมที่ไทยหรือสยามจำเป็นต้องสละดินแดนบางส่วนให้กับมหาอำนาจชาติตะวันตกในขณะนั้นเพื่อรักษาแผ่นดินส่วนใหญ่ไว้ และแม้จะผ่านพ้นยุคอาณานิคมไปแล้ว ประเทศที่สืบสิทธิในการปกครองดินแดนเหล่านั้น ก็มิได้ยอมรับและให้สิทธิต่างๆ เต็มขั้นอย่างที่คนเป็นพลเมืองควรได้รับ ทำให้คนเหล่านี้ต้องการย้ายถิ่นกลับสู่แผ่นดินไทยในฐานะพลเมืองไทย

ในการแถลงข่าวของสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เมื่อวันที่ 27 ม.ค. 2565 ปิติกาญจน์ สิทธิเดช กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เล่าถึงการลงพื้นที่จ.ประจวบคีรีขันธ์ และจ.ระนอง ระหว่างวันที่ 19-21 ม.ค. 2565 เพื่อรับฟังสถานการณ์และหารือถึงการแก้ไขปัญหาสถานะบุคคลของกลุ่มคนไทยพลัดถิ่น ว่า คนไทยพลัดถิ่นในพื้นที่ดังกล่าว อยู่ใน 3 เมือง คือมะริด ทวาย และตะนาวศรี ซึ่งไทยเสียให้กับอังกฤษในช่วงที่อังกฤษยึดเมียนมาหรือพม่าเป็นอาณานิคม

จากนั้นเมื่อเกิดเหตุความรุนแรงในเมียนมาช่วงปี 2540 ที่ทำให้กลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก จึงเป็นแรงกดดันให้คนไทยเหล่านี้ต้องย้ายมายังแผ่นดินไทย แต่เมื่อมาแล้วก็ไม่มีสถานะบุคคล จึงไม่ได้รับสิทธิต่างๆ และเป็นที่มาของการออกกฎหมาย พ.ร.บ.สัญชาติ (ฉบับที่ 5)พ.ศ.2555 เพื่อพิสูจน์และรับรองคนไทยพลัดถิ่น แต่แม้จะผ่านมาร่วม 10 ปี นับจากวันที่กฎหมายประกาศใช้ คือวันที่ 14 มี.ค. 2555 การแก้ปัญหายังไม่คืบหน้าเท่าที่ควร

“กสม. 3 คน คือคุณปรีดา (ปรีดา คงแป้น) อาจารย์สุชาติ (ผศ.สุชาติ เศรษฐมาลินี) และดิฉัน ได้ลงไปติดตามสถานะบุคคลของคนไทยพลัดถิ่นว่าเขามีปัญหาอุปสรรคอะไร ทำไมถึงไม่สามารถเข้าถึง ถึงแม้จะมีกฎหมายรองรับแล้วเขาก็ยังไม่สามารถได้รับการรับรองสถานะบุคคล ทำให้เขาไม่สามารถเข้าถึงสิทธิพื้นฐานอะไรต่างๆ ได้ทั้งๆ ที่เขาเป็นคนไทย” ปิติกาญจน์ ระบุ

สำหรับคนไทยพลัดถิ่นบนแผ่นดินเมียนมา นอกจากจ.ประจวบคีรีขันธ์ และจ.ระนอง ที่ กสม. ได้ลงพื้นที่แล้วยังมีในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี และ จ.ชุมพร อีกทั้งยังมีคนไทยพลัดถิ่นในพื้นที่ จ.เกาะกง ประเทศกัมพูชา ซึ่งมีอาณาเขตติดกับ จ.ตราด ของไทย โดย ปิติกาญจน์กล่าวว่า การรับรองสถานะบุคคลของคนไทยพลัดถิ่น ผู้ดำเนินการคือ กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย แต่ในความเป็นจริงพบปัญหาขาดแคลนบุคลากร เพราะปลัดอำเภอซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงมีภารกิจหลายด้าน ทำให้เกิดความล่าช้า โดยภายใน 1 วัน อาจดำเนินการได้เพียง 1 คนเท่านั้น

เช่น ที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีผู้ยื่นเรื่องแล้วจำนวน 1,320 คน อยู่ระหว่างขอยื่นเรื่องอีก 1,700 คน เพื่อขอพิสูจน์สัญชาติและความเป็นคนไทยพลัดถิ่น ส่วนที่ จ.ระนอง มีผู้ยื่นเรื่องแล้วจำนวน 2,900 คน และยังไม่ได้ยื่นอีก 1,400 คน โดยตัวเลขทั้งหมดนี้เป็นข้อมูลจาก กระทรวงมหาดไทย แต่ในความเป็นจริง เชื่อว่ายังมีผู้ตกสำรวจอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่ง กสม. ห่วงใยเรื่องนี้ โดยหลังจากการหารือร่วมกับทางจังหวัดและเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ได้มีการตั้งเป้าหมายร่วมกันว่า ภายใน 2 ปีข้างหน้า ควรจะสามารถดำเนินเรื่องให้แล้วเสร็จอย่างน้อยร้อยละ 50 ของจำนวนข้างต้น

“มีคุณป้าท่านหนึ่งเขาอยู่ที่บางสะพาน อันนี้ยื่นเรื่องมาเป็นสิบปีแล้ว มีลูก 5 คน ลูกจะต้องได้สถานะบุคคลตามพ่อแม่ คุณป้านี่เป็นคนไทยพลัดถิ่นแน่นอน เพราะมีคุณอาอีกคนหนึ่งอายุ 88 ปี ที่เหลืออีกคนเดียว นอกนั้นเขาจะไม่มีหลักฐานอะไรใดๆ มายืนยันว่าเขาเป็นคนไทยพลัดถิ่น เพราะว่ามีญาติพี่น้องอยู่ในพื้นที่ประจวบฯ อันนี้ทางจังหวัด โดยเฉพาะทางอำเภอบางสะพานน้อย กรุณามาก

พอหลังจากที่เราลงพื้นที่คุณป้าก็มีโอกาสได้ไปทำ Family Tree (ผังวงศ์ตระกูล) ทำรายละเอียดต่างๆ เพื่อจะรอพิสูจน์เรื่องของสถานะบุคคล แล้วก็ได้สิทธิ์ นอกจากนั้นเราก็ยังพบว่า การที่คนไทยพลัดถิ่นเขาไม่มีสถานะบุคคล เข้าไม่ถึงสิทธิ์อะไรต่างๆ ด้วย รวมถึงเรื่องของวัคซีน แต่เราก็ไปช่วยประสานการคุ้มครองให้เขาได้รับเรื่องของวัคซีนด้วย อย่างนี้เป็นต้น” ปิติกาญจน์ กล่าว

ในช่วงท้าย ปิติกาญจน์ ยังตอบข้อสงสัยจากสื่อมวลชน ว่าเมื่อเมียนมาได้รับเอกราชจากอังกฤษ และได้สืบสิทธิการปกครองเมืองมะริด ทวาย และตะนาวศรี สถานะบุคคลของคนไทยพลัดถิ่นที่อยู่ใน 3 เมืองนั้นเป็นอย่างไร ว่า รัฐบาลเมียนมาระบุให้คนเหล่านั้นเป็นคนสัญชาติไทย แต่เมื่อต้องลี้ภัยความรุนแรงเข้ามาอยู่บนแผ่นดินไทยกลับไม่มีสถานะบุคคล จึงเกิดการรณรงค์สร้างความเข้าใจในสังคมไทย ว่าคนไทยพลัดถิ่นก็เป็นคนไทยเช่นกัน “คนไทยพลัดถิ่นมองประเทศไทยเป็นแผ่นดินแม่”จนนำมาสู่การออกกฎหมายเปิดช่องให้พิสูจน์และรับรองสถานะบุคคลดังกล่าว

นอกจากการทำงานในระดับพื้นที่แล้ว หลังจากนี้กสม. จะมีการหารือร่วมกับอธิบดีกรมการปกครอง รวมถึงทำการศึกษาในภาพรวมว่ายังมีคนไทยพลัดถิ่นตกค้างอีกจำนวนเท่าใด เพื่อจะนำไปสู่ข้อเสนอแนะทั้งเชิงนโยบาย มาตรการ และข้อกฎหมายต่อไป!!!

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

บทความพิเศษ : ‘สัมฤทธิศาสตร์’ทางออก แก้อุบัติเหตุถึงปฏิรูปประเทศ

Posted on February 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/631994

บทความพิเศษ : ‘สัมฤทธิศาสตร์’ทางออก แก้อุบัติเหตุถึงปฏิรูปประเทศ

วันอาทิตย์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2565, 06.30 น.

“หมอกระต่าย” ไม่ใช่คนเดียวที่ตายจากอุบัติเหตุบนถนน แต่คนไทยต้องตายเพราะเหตุนี้ถึงปีละ 20,000 คน 10 ปี ก็ 200,000 คนมากกว่าที่ตายเพราะโควิด หรือตายในสงคราม ที่บาดเจ็บอีกปีละหลายแสนคน สะสมคนพิการให้เพิ่มขึ้นๆ ทุกปี เป็นการสูญเสียมหาศาลที่ต้องแก้ไขให้ได้ ทั้งนี้ แม้จะมีความพยายามหลายอย่างในอดีตที่ผ่านมา แต่ไม่ได้ผลจริงจังอันใด ที่ไม่ได้ผลเพราะขาดการขับเคลื่อนระบบนโยบายครบวงจร ทำเป็นบางส่วนหรือเป็นส่วนๆ ก็เหมือนวงจรไฟฟ้า ถ้าไม่ครบวงจรไฟก็เดินไม่ได้

การขับเคลื่อนระบบนโยบายครบวงจรมีทั้งหมด 12 ขั้นตอน ถ้าทำครบก็สำเร็จทุกเรื่อง ไม่ว่ายากอย่างไรก็สำเร็จ จึงเรียกวิธีการนี้ว่า “สัมฤทธิศาสตร์” หรือศาสตร์แห่งความสำเร็จ (Delivery Science) ซึ่งที่ผ่านมา หน่วยงานต่างๆ ต่างทำงานเฉพาะส่วนของตนๆ ไม่ถนัดหรือมีทักษะในการขับเคลื่อนนโยบาย เรื่องดีๆ ที่มีมติคณะรัฐมนตรีเมื่อไปสู่หน่วยงานต่างๆ ที่ทำงานแบบแยกส่วน เรื่องดีๆ นั้นก็ไม่นำไปสู่ความสำเร็จ จึงต้องมีบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่ถนัดและมีทักษะในการขับเคลื่อน

“คำกุญแจคือขับเคลื่อน เมื่อมีการขับเคลื่อนเรื่องต่างๆ ที่อยู่แยกๆ กัน จึงจะเคลื่อนเข้ามาเชื่อมโยงกันครบวงจรได้ ถ้าไม่มีการขับเคลื่อน แม้มีนโยบาย แม้มีแผน ก็เป็นแผนนิ่ง คือ หน่วยงานต่างๆ ยังนิ่งอยู่กับที่แยกๆ กันเหมือนเดิม เรื่องนั้นๆ ก็ไม่สำเร็จ อย่างเรื่องนโยบายหลักประกันสุขภาพหรือบัตรทอง ที่สำเร็จเพราะมี หมอสงวนนิตยารัมภ์พงศ์ และคณะ เป็นผู้ขับเคลื่อน

นโยบายควบคุมการบริโภคยาสูบที่สำเร็จ เพราะมีคุณหมอหทัย คุณหมอประกิต และคุณบังอร เป็นผู้ขับเคลื่อน ฉะนั้น ทุกฝ่ายที่สนใจเรื่องการควบคุมการตายจากอุบัติเหตุบนถนน ควรทำความเข้าใจเรื่องกลุ่มขับเคลื่อนนโยบายให้ดีๆ ไม่ใช่สักแต่จะตั้งใครแล้วจะทำได้ คนอยากได้รับการแต่งตั้งมีมากแต่คนที่ทำงานเป็นมีน้อย แต่งตั้งผิดคนก็ไม่สำเร็จ”

ต้องเข้าใจหลักการคณะกรรมการอิสระ ที่ตั้งๆ กัน ในชื่อนี้มักไม่ใช่หลักการของคณะกรรมการอิสระ คือต้องหาตัวประธานที่มีปัญญาและบารมีให้ได้ แล้วให้ประธานเฟ้นหาตัวกรรมการที่เหมาะสมเอง โดยรัฐบาลไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวในเรื่องการสรรหาตัวกรรมการและวิธีทำงานของคณะกรรมการ ให้อิสระเต็มที่โดยรัฐบาลให้ความสนับสนุนและความสะดวกในการทำงานทุกอย่าง คอยรับข้อเสนอแนะไปปฏิบัติ ควรออกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นเครื่องมือสนับสนุนการทำงานของคณะกรรมการอิสระ

“คณะกรรมการอิสระขับเคลื่อนนโยบายควบคุมอุบัติเหตุบนถนน ที่มีสมรรถนะสูงจะเชื่อมโยงการกระทำ 12 ขั้นตอน เมื่อครบวงจร ไฟหรือผลสัมฤทธิ์ก็เกิดได้ ซึ่งในที่สุดจะลดการตายจากอุบัติเหตุบนท้องถนน จากปีละ 20,000 คน ลงมาใกล้ศูนย์ คณะกรรมการอิสระขับเคลื่อนนโยบายนี่แหละคือหน่วยสัมฤทธิศาสตร์ (Delivery Unit) ถ้ามีหน่วยสัมฤทธิศาสตร์ขับเคลื่อนนโยบายควบคุมอุบัติเหตุจราจรสำเร็จดังกล่าว คนทั้งปวงจะติดใจ อยากให้ขับเคลื่อนนโยบายอื่นๆไปสู่ความสำเร็จอีก

ประเทศไทยอาจมีประเด็นใหญ่ (Thailand Big Issues) ประมาณ 20-25 ประเด็น ถ้าปรึกษาหารือกัน ก็ไม่เป็นการยากที่จะร่วมกันกำหนดประเด็นใหญ่เหล่านั้น ประเด็นใหญ่ 20-25 ประเด็นนั่นแหละ คือนโยบายสาธารณะ อย่างเช่น การขจัดความยากจนลดความเหลื่อมล้ำ เป็นประเด็นใหญ่อย่างหนึ่งแน่นอน หรือการปฏิรูประบบความยุติธรรม และการปฏิรูประบบพลังงาน ฯลฯ เป็นตัวอย่าง”

สมมุติว่าได้ประเด็นนโยบาย 25 ประเด็น ก็สื่อสารให้รู้ทั่วกันเพื่อให้เกิดความมุ่งมั่นร่วมกัน แล้วจัดตั้งกลุ่มสัมฤทธิศาสตร์ขึ้น 25 กลุ่ม ทำการขับเคลื่อนนโยบายแต่ละอย่าง ไปสู่ความสำเร็จทั้ง 25 นโยบาย ประเทศไทยหลุดจากสภาวะวิกฤตเรื้อรัง เกิดความเจริญรุ่งเรือง และคนไทยรักกันมาก จากการมีส่วนร่วมในความสำเร็จ นโยบายเป็นเรื่องที่มีผลใหญ่ อย่างนโยบายบัตรทองทำให้คนจนทั้งประเทศได้รับประโยชน์อย่างใหญ่หลวง คุณทักษิณและพรรคไทยรักไทยจึงได้รับความนิยมจากคนยากคนจนสืบมาช้านานจนกระทั่งบัดนี้

พรรคการเมืองจึงควรเลือกขับเคลื่อนนโยบายดีๆ ให้สำเร็จเกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติอย่างใหญ่หลวง ได้รับความนิยมจากประชาชนอย่างต่อเนื่องยาวนาน ทำให้มีรัฐบาลที่มีสมรรถนะสูงอย่างรัฐบาลจีน แต่เป็นในระบอบประชาธิปไตย พรรคการเมืองจะเป็นสถาบันพัฒนานโยบาย นักการเมืองจะกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญในการขับเคลื่อนนโยบาย การเมืองจะลงตัว ไม่มีใครอยากทำปฏิวัติรัฐประหารอีกต่อไป

บ้านเมืองลงตัวบนเส้นทาง “สันติปัญญาประชาธรรม”!!!

ศ.(เกียรติคุณ) นพ.ประเวศ วะสี

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, บทความพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปพิเศษ : ถอดบทเรียน‘ปีศาจสุรา’ พลิกโฉมสู่ความเป็น‘คนใหม่’

Posted on February 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/632007

สกู๊ปพิเศษ : ถอดบทเรียน‘ปีศาจสุรา’  พลิกโฉมสู่ความเป็น‘คนใหม่’

วันอาทิตย์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

อันว่า “การลด ละ เลิก เครื่องดื่มแอลกอฮอล์” ยิ่งทำได้เร็วเท่าไหร่ ชีวิตตัวเอง และคนรอบข้างก็มีแต่ดีขึ้น เจริญขึ้นเร็วเท่านั้น ซึ่งจะเห็นได้จากหลายกรณีตัวอย่างที่ออกมาถ่ายทอดประสบการณ์ให้ฟัง ล่าสุดมี 3 ท่านที่เข้ามาร่วมเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ จัดโดยมูลนิธิเด็กเยาวชนและครอบครัวเครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพเยาวชนภาคเหนือ เครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง เครือข่ายพัฒนาคุณภาพชีวิต สนับสนุนโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ระหว่างวันที่ 18-21มกราคม ที่ผ่านมา เมื่อฟังแล้วก็อยากจะนำมาเล่าสู่กันฟังในวงกว้างถึงการเปลี่ยนแปลงตัวเองจาก “ปีศาจสุรา” ขึ้นมาเป็น “คนใหม่”

เริ่มกันที่ “ลุงศรี” หรือ นายบุญศรี ใจมะโน อายุ 64 ปีชายผู้มีอาชีพคนขับรถสองแถวแดงเชียงใหม่ เล่าให้ฟังว่าตัวเองเป็นชาวอำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ เริ่มดื่มสุราตั้งแต่อายุ 13 ปี เรียกว่านมยังไม่แตกพานก็ซดเหล้าเป็นแล้ว เริ่มจากเหล้าต้ม สาโท มีอะไรก็ผสมกันลงไป เสียงพลุดังเมื่อไหร่นั่นก็เป็นสัญญาณการต้มเหล้า จากนั้นมาก็ดื่มเหล้าหัวราน้ำทุกวัน ทุกเทศกาล ต้องเมาหยำเป ยิ่งจังหวัดเชียงใหม่เป็นเมืองที่มีเทศกาลเยอะ อากาศเย็นสบายก็ยิ่งกระตุ้นให้อยากดื่มดื่มทุกวัน วันละ 2 ขวดครึ่ง เมาได้ที่แล้วทะเลาวิวาท อวดว่าตัวเองเก่งฉลาด

ยิ่งในสมัยนั้นในพื้นที่มีการประกวดดื่มเหล้า แล้วตัวเองติด 5 อันดับแรกที่ดื่มเหล้าเก่ง ยิ่งทำให้รู้สึกฮึกเหิม ดื่มหนักขึ้นเรื่อยๆ เรียนจบแค่ชั้น ม.3 พออายุได้ 22 ปี ก็เริ่มขับรถสามล้อรับจ้าง พอได้เงินมาก็หมดไปกับการดื่มเหล้า จนคนรอบข้างเมินหน้าหนี แต่ยังไม่สำนึก ยังกินเหล้าแล้วมาขับรถรับจ้างทั้งๆ ที่อยู่ในอาการมึนเมาทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง เงินเก็บก็ไม่มี จนเปลี่ยนมาเช่าขับรถโดยสารประจำทาง 4 ล้อ จากนั้นจึงมีภรรยา และมีลูกด้วยกัน

ทั้งนี้ ระหว่างที่อยู่ด้วยกัน ตนก็ยังดื่มเหล้าตามปกติ แถมยังเข้าสู่วงจรการพนันทุกรูปแบบ ทั้งการพนัน มวย ไพ่ ไฮโล ตบตีทำร้ายร่างกายภรรยาเป็นประจำ จนภรรยาต้องจำใจยกลูกให้พี่สาวไปเลี้ยงเพราะกลัวว่าเราจะเลี้ยงลูกไม่รอด

“ชีวิตตอนนั้นไม่สนใจอะไรเลย เอาทุกอย่าง เหล้า การพนัน มวย ไพ่ ไฮโล ได้เงินมาเอาไปกินเหล้า ภรรยาขัดใจ ทำร้ายร่างกาย ตบตีกันประจำ มีครั้งหนึ่งที่เคยจับลูกเป็นตัวประกัน เอาสายไฟรัดคอลูกกับตัวเองเพราะทะเลาะกับภรรยา และอีกเหตุการณ์ คือ เมาแล้วอุ้มลูกเข้าห้องน้ำลื่นล้มฟาดพื้น ดีที่ลูกไม่เป็นอะไรมาก” ลุงศรี กล่าว

กระทั่งผ่านมาเกือบปีได้มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมกับมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล ได้เข้าค่ายอบรมโครงการลด ละ เลิกเหล้าลดความรุนแรง ทำให้เริ่มมองเห็นข้อเสียของการดื่มเหล้า จึงค่อยๆ ลดการดื่มลง โดยปลีกตัวออกห่างจากเพื่อนที่ดื่มเหล้าแล้วเริ่มหันหน้ามาคุยกับลูกเมียมากขึ้นในยามที่เราครองสติได้แบบคนทั่วไป จนถึงตอนนี้สามารถเลิกเหล้าได้อย่างเด็ดขาดต่อเนื่องกันมานานกว่า 19 ปีแล้ว มุ่งแต่ทำงาน เปลี่ยนค่าเหล้าเป็นเงินเก็บ วันละ 60 บาท ตอนนี้สะสมได้ 4 แสนกว่าบาท สามารถซื้อรถยนต์ได้ 1 คัน กู้ซื้อบ้าน 1 หลัง มีที่ดินเป็นของตัวเอง และสามารถส่งลูกจนเรียนจนจบปริญญาตรี มีธุรกิจซื้อขายมอเตอร์ไซค์ และซื้อรถให้ลูกสาว 1 คัน ที่สำคัญคือสุขภาพดีขึ้นแน่นอน

“ถ้าเรายังดื่มเหล้าใช้ชีวิตแบบเดิมๆ คงไม่มีวันนี้ และสิ่งที่ทำให้ผมสามารถเลิกเหล้าได้ สิ่งสำคัญเลยคือครอบครัวญาติ คนรอบข้าง ผมต้องขอขอบพระคุณที่เตือนสติให้เลิกเหล้าจนสิ่งดีๆ เข้ามาหาเรา ครอบครัว ลูก ภรรยาหันหน้าเข้าหากันใส่ใจกันมากขึ้น ถ้อยทีถ้อยอาศัย นี่คือกำลังใจที่สำคัญโดยเฉพาะกำลังใจจากลูก” ลุงศรี กล่าว

นอกจากนี้ ลุงศรี ยังบอกอีกว่า หลังจากชีวิตตนดีขึ้นได้เพียงแค่เลิกเหล้า จึงอยากเป็นหนึ่งในกระบอกเสียงที่จะชักชวนคนที่ยังดื่มเหล้าอยู่ให้ลด ละ เลิก คืนชีวิตที่มีคุณภาพให้กับตัวเองเป็นอันดับแรก เพื่อจะได้มีพละกำลังในการสร้างครอบครัวที่ดี และเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาสังคม ประเทศชาติต่อไป ยึดคติ “เหล้าคือศัตรู” ฉะนั้นอย่ายอมแพ้ให้ศัตรู

ในโอกาสเดียวกันนี้ ซึ่งเป็นช่วงที่มีการระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบกับอาชีพรถแดงมาก เพราะไม่มีผู้โดยสาร ไม่มีนักท่องเที่ยว แม้ระยะหลังสถานการณ์เริ่มดีขึ้นเริ่มมีนักท่องเที่ยวเข้ามาแล้ว แต่ลุงศรียังขอใช้เวทีนี้เพื่อส่งผ่านข้อเรียกร้องไปถึงรัฐบาลให้ช่วยดูแลเยียวยาคนที่ประกอบอาชีพรถรับจ้างด้วย เพราะทุกอาชีพก็กระทบไม่ต่างกัน

ด้าน นายเพชร ยอมธง อายุ 59 ปี อาชีพขับรถแดงในเมืองเชียงใหม่ ผู้เป็นทั้งเพื่อนร่วมอาชีพ และพี่น้องที่รู้จักกันมานาน ออกปากยอมรับนับถือในน้ำใจลุงศรีคนนี้ เพราะนับตั้งแต่ที่ชักชวนให้ตัวเองให้เข้าสู่การเลิกเหล้า ลุงศรีก็คอยช่วยเหลือ ให้กำลังใจในการใช้ชีวิต คอยอยู่เคียงข้าง ในช่วงวิกฤตของการปรับตัว จนตนสามารถปรับพฤติกรรมได้ดื่มเหล้าน้อยลง ปัญหาต่างๆ ที่เคยเกิดจากความเมามายก็ลดลงตามไปด้วย ชีวิตตอนนี้เป็นไปในทางที่ดีขึ้น ดังนั้นจึงตั้งใจว่าจากนี้เป็นต้นไป จะไม่ประมาท จะมีสติ ดื่มน้อยลง และหันมามองคนรอบข้าง อยู่ดูแลใส่ใจให้เวลากับครอบครัวให้มากขึ้น

ขณะที่ พระสุราษฎร์ เตชะวโร ก็ได้บอกเล่าประสบการณ์ชีวิตโชกโชนก่อนบวชเรียนมาให้ฟังเพื่อเป็นวิทยาทานสำหรับประชาชนจะได้ไม่หลงผิด โดยเล่าว่าเป็นคนใต้ใช้ชีวิตช่วงวัยรุ่นมาอย่างโชกโชน ทั้งดื่มเหล้า สูบบุหรี่ เล่นการพนัน ทำตัวเสเพล อยู่ในวงจรสีเทา ก่อนจะทำงานและย้ายถิ่นฐานมาปักหลักที่จังหวัดเชียงราย แต่ก็ยังคงใช้ชีวิตเสเพลเช่นเดิม มีเงิน มีอำนาจ ก็หาความสุขให้ตัวเอง กิน ดื่ม เที่ยวทุกวัน จนเกิดอุบัติเหตุหลายครั้งแต่ก็ยังไม่เข็ดหลาบ

แต่ครั้งที่ทำให้ชีวิตเปลี่ยนไปคือ วันหนึ่งได้ดื่มเหล้าแล้วขับรถชนนักศึกษาเสียชีวิต 2 ราย ตอนแรกๆ ยังคิดที่จะสู้คดี ประกอบกับมีคนมากมายที่ให้คำแนะนำว่า “สู้ได้” แต่เมื่อได้ทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างมีสติแล้วคิดว่าการที่เราดื่มแล้วขับรถเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง จึงตัดสินใจเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย โดยยอมรับผลตัดสินทุกอย่างเพราะการยอมรับผิดจะเป็นสิ่งที่จะช่วยเยียวยาให้กับครอบครัวผู้สูญเสียได้ แม้จะเทียบไม่ได้กับชีวิตที่ต้องเสียไปก่อนวัยอันควร

ถึงกระนั้น ก็ยังรู้สึกทุกข์ใจ และรู้สึกผิดกับสิ่งที่เกิดขึ้นมาตลอด จึงตัดสินใจบวชเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับเยาวชนทั้งสอง และขอใช้โอกาสนี้ผันตัวในช่วงชีวิตที่เหลืออยู่ เพื่อใช้ในการเผยแพร่เรื่องราวดังกล่าวให้เป็นอุทาหรณ์สอนใจคนในสังคม

“อยากฝากเตือนสติกับคนที่ยังดื่มแล้วขับว่า ขอให้หยุดพฤติกรรมแบบนี้ เพราะมันไม่ได้เดือดร้อนแค่เราคนเดียวแต่มันสร้างความสูญเสียกับคนที่เขาไม่ได้รู้เรื่องและครอบครัวเขาก็ต้องมาเดือดร้อนด้วย ขอให้เรื่องของอาตมาได้เป็นอุทาหรณ์สอนใจ อย่าเดินซ้ำเส้นทางนี้” พระสุราษฎร์ กล่าว

ขณะที่ นายชูวิทย์ จันทรส เลขาธิการมูลนิธิเด็กเยาวชนและครอบครัวกล่าวว่า การจัดกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้แบบนี้ เป็นการจัดการศึกษาที่ไม่จำเป็นต้องมีหมอ อาจารย์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง หรือผู้รู้ใดๆ มาชี้แนะ เป็นการนำประสบการณ์จริงของคนที่ผ่านพ้นเรื่องราวเหล่านี้มาแล้ว ให้มาร่วมแลกเปลี่ยนกับคนที่เข้าร่วมแบบตัวเป็นๆ มีการซักถามกันเต็มที่ทำให้ได้รับรู้ถึงปัญหาที่ตามมาของแต่ละคน ซึ่งเขาเหล่านั้นได้แลกมันมาแล้ว นี่จึงเป็นอีกหนึ่งในหลายๆกระบวนการที่ทำงานกับคนให้ลดละเลิก ซึ่งเราจะพบว่าในเบื้องแรกทุกคนจะตั้งกำแพงไว้ก่อน โดยเฉพาะผู้เข้าร่วมที่กินดื่ม แต่เมื่อได้ผ่านกระบวนการไปสักระยะ ทุกอย่างจะค่อยๆซึมซับ แต่ก็ต้องทำงานอย่างต่อเนื่องไม่ใช่จัดเวทีแล้วจบ

สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนจากประสบการณ์ของแต่ละท่านที่นำมาถ่ายทอดในครั้งนี้ก็คือ การลด ละ เลิก เครื่องดื่มแอลกอลฮอล์ ถือเป็นสิ่งที่ดี ทำให้เกิดความสุขความเจริญ ไม่เฉพาะแต่ตัวของผู้ปฏิบัติเท่านั้น แต่ยังแผ่ขยายไปถึงครอบครัวและคนรอบข้างอีกด้วย

พระสุราษฎร์ เตชะวโร

พระสุราษฎร์ เตชะวโร

เพชร ยอมธง

เพชร ยอมธง

ชูวิทย์ จันทรส

ชูวิทย์ จันทรส

บุญศรี ใจมะโน

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เริ่มแล้วงานตรุษจีนปีขาล เบิกบานสำราญใจ ริมแม่น้ำแม่กลอง เมืองโอ่ง

Posted on February 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/632030

เริ่มแล้วงานตรุษจีนปีขาล เบิกบานสำราญใจ ริมแม่น้ำแม่กลอง เมืองโอ่ง

วันเสาร์ ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2565, 23.04 น.

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมกับจังหวัดราชบุรี จัดงาน “ตรุษจีนปีขาล เบิกบานสำราญใจ” ริมแม่น้ำแม่กลอง ระหว่าง 29 มกราคม – 2 กุมภาพันธ์ ส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจ

เวลา 19.00 น. วันนี้ (29 ม.ค.65) ท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้ร่วมมือกับ จังหวัดราชบุรี โดยเทศบาลเมืองราชบุรี จัดงานชวนเที่ยว “ตรุษจีนปีขาล เบิกบานสำราญใจ” บริเวณเขื่อนรัฐประชาพัฒนา ริมแม่น้ำแม่กลอง เขตเทศบาลเมือง จ.ราชบุรี ระหว่าง 29 ม.ค.- 2 ก.พ.65 เพื่อเป็นการส่งเสริมและสืบสานประเพณีและวัฒนธรรมของคนไทยเชื้อสายจีน ที่สืบทอดมาอย่างต่อเนื่อง การกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดราชบุรี และเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ครบรอบ 47 ปีทางการทูตระหว่าง 2 ประเทศไทย-จีน ในเป็นรูปแบบการดำเนินงาน และการบริหารจัดการเรื่องความปลอดภัยตามมาตรการสาธารณสุขและมาตรฐาน SHA+ ครั้งนี้มุ่งหวังความประทับใจ ช่วงเทศกาลตรุษจีน รวมถึงเป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบการในพื้นที่ราชบุรี จากสถานการณ์การ แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 

กิจกรรมมีหลากหลาย ประกอบด้วย อุโมงค์หัวมังกร ที่เชื่อว่าจะเสริมสร้างความเป็นสิริมงคลให้โชคลาภ  การรับพลังบวก เช็คอินกับจุดถ่ายภาพ (Installation Art) ประติมากรรมศิลปะ จำลองเมืองจีน กำแพงเมืองจีนที่สวยงามอลังการ พิเศษไปกับ Landmark ของงาน กับจุดถ่ายภาพ 12 นักกษัตร กิจกรรมสาธิตทำอาหารมงคล  กิจกรรมเปิดบูธ DIY เขียนพู่กันคำอวยพรจีน ประดิษฐ์ โคมจีน และเพ็นท์หน้ากากจีน กิจกรรมออกบูธ จำหน่ายสินค้าและอาหาร กว่า 30 ร้านค้า 

การแสดงทางวัฒนธรรม การแสดงร่วมสมัยวัฒนธรรมไทยจีน สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เสริมดวงด้วยโหราศาสตร์จีน เคล็ดลับเสริมมงคล ไหว้ขอพรรับพลังบวก เสริมโชคลาก เงินทอง จาก อาจารย์ คฑา ชินบัญชร และ จัดการแสดงม่านน้ำบอกเล่าเรื่องราวเมืองมังกรของจังหวัดราชบุรีกว่า 100 เมตรประกอบแสง สี เสียงและพลุไฟ อย่างอลังการและรับชม คอนเสิร์ตจากศิลปินที่มีชื่อเสียง เช่น Seasin Five, ปราโมทย์ วิเลปะนะ, ActArt และ Morvasu  

ทั้งนี้ ก่อนเข้างานต้องลงทะเบียนผ่านระบบออนไลน์ทางแอพพลิเคชั่น app QueQ เท่านั้น จำกัดสิทธิ์การเข้างาน 450 คนต่อวัน ยึดมาตรฐานความปลอดภัยตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-1 9 งานเริ่มตั้งแต่เวลา เวลา16.00 – 21.00 น. 

สำหรับกิจกรรมงานคืนแรกมีการแสดงงิ้วร่วมสมัย การแสดงโขน “ยกรบ”  การแสดงม่านน้ำ ประกอบแสงสีเสียง “เรื่องเล่าเมืองมังกร” กิจกรรมแก้ปีชง เสริมพลังบวก จาก ดร.คฑา ชินบัญชร  ณ ศาลจำลอง ทอล์คโชว์ เคล็ดลับมงคลเสริมพลังบวก 12 นักษัตร โดย ดร.คฑา ชินบันชร  หัวข้อ เคล็ดมงคล 12 นักกษัตร ภายในงานยังประดับตกแต่งด้วยโคมไฟสีแดง ดวงไฟดวงเล็กๆเป็นอุโมงค์ทอดยาวอย่างสวยงาม ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวพาครอบครัวมาเก็บภาพแห่งความประทับใจไว้เป็นที่ระลึก  โดยจะมีพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการในวันที่ 30 ม.ค.65 – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,280,417 hits

Join 4,077 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

"ผู้นำชาติ" ต้องมองแบบเหยี่ยว
หวานเว่อร์!!'รัศมีแข'หมั้นแล้วแฟนหนุ่มชาวสวีเดน
Indonesia's Joko Widodo on track to win presidency: pollsters
Thai quarantine cut for recipients of 8 vaccine brands #SootinClaimon.Com
บุคคลในข่าว
บี มาย เกสท์ : ‘แม่เก๋-เปรมฤดี พันธุ์รัตน์’สร้าง‘สปาร์คเซ็นเตอร์’ เปิดโลกของเด็กที่มีความต้องการพิเศษให้สังคมเข้าใจ
๙ ศาสตรา” ท้าพิสูจน์ฝีมือคนไทย ถ้าไม่มัน “คืนเงิน”ทันที!!!
'มิ้งค์' ยอมเป็นมือที่ 3 ของ 'เทน – น้ำทิพย์' เพื่อหนีความลำบากใน'ฟ้ามีตา'
Trump says that as soon as Election Day ends, 'we're going in with our lawyers' #SootinClaimon.Com
"บิ๊กตู่"นั่งหัวโต๊ะถก ศบศ.วอนเอกชน-ภาคธนาคาร เสียสละช่วยเหลือภาระหนี้สินปชช. #SootinClaimon.Com

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,631 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d