Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

‘ภูกระดึง’นักท่องเที่ยวล้น! น้ำดื่มสะอาดขาดแคลน ต้องดื่มน้ำฝนแก้กระหาย

Posted on December 14, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/621581

'ภูกระดึง'นักท่องเที่ยวล้น! น้ำดื่มสะอาดขาดแคลน ต้องดื่มน้ำฝนแก้กระหาย

วันอาทิตย์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 08.42 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น้ำดื่มบนอุทยานแห่งชาติภูกระดึงขาดแคลน นักท่องเที่ยวร่วม 2,000 คน ต้องดื่มน้ำฝนแก้กระหาย ร้านค้าหมดสต็อก ไม่ได้สำรองสินค้าไว้

นายสำเร็จ ภูแสนศรีหัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูกระดึง กล่าวว่า พ่อค้าแม่ค้าร้านค้าบนอุทยาน ไม่สามารถที่จะรับความเสี่ยงเรื่องการนำสินค้าต่างๆมาสต๊อกไว้ เนื่องจากคาดว่าหากมีเหตุจำเป็นในเรื่องโควิดจะทำให้มีการล็อคดาวน์ แล้วจะเกิดปัญหาเรื่องการนำสต๊อกมาเก็บไว้ จึงทำให้การนำสินค้าต่างๆ เช่น น้ำสะอาด นำขึ้นมาขายบนภูกระดึงในจำนวนจำกัด เพียงระยะแค่วันสองวันและมีการปรับเปลี่ยนไปตามจำนวนของนักท่องเที่ยวแต่ละวันเท่านั้น

ขณะนี้ทางอุทยาน ได้นำน้ำฝนที่สะอาดนำมากรอกจำหน่ายเป็นขวดขวด แล้วน้ำกรองตู้เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ดื่มแก้กระหายไปก่อนในในช่วงนี้ และจะเร่งนำน้ำและประสานร้านค้าเร่งนำน้ำขึ้นมาเพื่อเตรียมให้นักท่องเที่ยวให้เพียงพอ. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

คนไทย‘เที่ยว-ไม่เที่ยว’ฉลองปีใหม่ กาง 5 จังหวัดอยากไปมากที่สุด

Posted on December 14, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/621577

คนไทย‘เที่ยว-ไม่เที่ยว’ฉลองปีใหม่ กาง 5 จังหวัดอยากไปมากที่สุด

วันอาทิตย์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 08.08 น.

‘สวนดุสิตโพล’เปิดมุมมองคนไทย‘เที่ยว-ไม่เที่ยว’ฉลองปีใหม่ กาง 5 จังหวัดอยากไปมากที่สุด

12 ธันวาคม 2564 “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยสำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,304 คน (สำรวจทางออนไลน์) ระหว่างวันที่ 6-9 ธันวาคม 2564 หัวข้อ “คนไทยกับการท่องเที่ยวส่งท้าย ปี 2021” เพื่อสะท้อนความคิดเห็นกรณีหลังจากที่คนไทยต้องเผชิญกับสถานการณ์ต่างๆมาตลอดทั้งปี ในช่วงปีใหม่จึงเป็นเทศกาลที่หลายคนต่างรอคอย เดินทางกลับภูมิลำเนา ท่องเที่ยว พักผ่อน และเฉลิมฉลองปีใหม่ สรุปผล ได้ดังนี้

1. ประชาชนจะเดินทางท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดยาวและปีใหม่ที่จะถึงนี้ หรือไม่

อันดับ 1 ไม่ไป 40.57%

เพราะ กังวลโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่โอไมครอน 80.58% , ปัญหาเศรษฐกิจ/เงินไม่พร้อม 46.92% , สภาพการจราจร รถเยอะ 38.85%

อันดับ 2 ไป 34.35%

เพราะ ฉีดวัคซีนแล้ว/มั่นใจว่าดูแลตัวเองได้ 84.78% , ต้องการพักผ่อน/คลายเครียด 63.77% , วางแผนไว้แล้ว 48.03%     

อันดับ 3 ไม่แน่ใจ 25.08%

2. “5 จังหวัด” ที่ประชาชนอยากไปเที่ยวในช่วงวันหยุดยาวและปีใหม่นี้มากที่สุด

อันดับ 1 เชียงใหม่ 41.22%

อันดับ 2 เชียงราย 25.68%

อันดับ 3 ประจวบคีรีขันธ์ 25.00%

อันดับ 4 น่าน 23.65%

อันดับ 5 ชลบุรี 20.27%

3. คาดการณ์ค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวช่วงวันหยุดยาวและปีใหม่นี้ เฉลี่ยประมาณ 12,857.68 บาท

4. การเดินทางท่องเที่ยวของประชาชนในช่วงวันหยุดยาวและปีใหม่นี้จะเป็นอย่างไร

อันดับ 1 เดินทางด้วยรถส่วนตัว 85.79%

อันดับ 2 เลือกสถานที่ท่องเที่ยวที่อากาศดี ถ่ายเทสะดวก ไม่คับแคบ 57.36%

อันดับ 3 เดินทางท่องเที่ยวแบบป้องกันตัวเองจากโควิด-19 อย่างเต็มที่ 52.38%

อันดับ 4 วางแผนค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวมากขึ้น 42.63%

อันดับ 5 ระมัดระวังเรื่องอาหารการกินมากขึ้น 38.68%

5. สิ่งที่อยากให้รัฐบาลดำเนินการเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดยาวและปีใหม่นี้

อันดับ 1 กำหนดมาตรฐานสุขภาพให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยว มีการรับรองจากกระทรวงสาธารณสุข 64.42%

อันดับ 2 เร่งสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยจากโควิด-19 ในสถานที่ท่องเที่ยว 63.57%

อันดับ 3 มีมาตรการส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยว เช่น เราเที่ยวด้วยกัน คนละครึ่ง 46.51%

อันดับ 4 ผู้ประกอบการจัดโปรโมชั่น มีส่วนลด แพ็คเกจพิเศษ 46.05%

อันดับ 5 ช่วยค่าใช้จ่ายในการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค 45.81%

นางสาวพรพรรณ บัวทอง นักวิจัย สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยว่า จากผลการสำรวจของสวนดุสิตโพล พบว่า จังหวัดเชียงใหม่ ยังคงเป็นจุดหมายปลายทางยอดฮิตของคนไทย โดยอยู่ในอันดับ 1 ถึง 2 ปีติดต่อกัน เพราะเป็นจังหวัดที่ตอบโจทย์ความต้องการของนักเดินทางได้ครบทุกสไตล์ ภาครัฐจึงควรสนับสนุนการท่องเที่ยววิถีใหม่ปลอดภัยจากโควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดต่าง ๆ ชูจุดเด่นการเป็นทั้งที่เที่ยวและที่ทำงาน (Workation) ให้สอดรับกับนโยบายการทำงานที่บ้าน กระตุ้นกำลังการท่องเที่ยวในประเทศเพื่อชดเชยการชะลอตัวจากตลาดต่างประเทศ สร้างความมั่นใจให้นักเดินทางกล้าที่จะเดินทางท่องเที่ยวและกล้าที่จะใช้จ่ายเงินในกระเป๋า เพื่อให้ภาพการท่องเที่ยวในประเทศมีความสดใสและปลอดภัยจากโควิด-19 ไปพร้อม ๆ กัน        

ด้านอาจารย์ดุจตะวัน กันไทยราษฎร์ อาจารย์ประจำโรงเรียนการท่องเที่ยวและการบริการ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยว่า สำหรับการท่องเที่ยวในยุคโควิด-19 มีแนวโน้มว่าคนส่วนใหญ่อาจจะยังไม่พร้อมเดินทางมากนัก เพราะยังลังเลกับสถานการณ์โควิด-19 และไวรัสสายพันธุ์ใหม่ Omicron ที่ยังน่าเป็นห่วง รวมถึงมีความกังวลเรื่องเศรษฐกิจทั้งส่วนตัวและส่วนรวม แต่โดยธรรมชาติของมนุษย์ที่ต้องการเปลี่ยนสถานที่หลีกหนีจากความจำเจในชีวิตประจำวัน ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดในการท่องเที่ยว จึงเชื่อว่ากระแสการออกเดินทางน่าจะยังคึกคักขึ้นกว่าเมื่อ 2-3 เดือนที่แล้ว

นอกจากนี้ ด้วยปัจจัยหลายอย่าง อาทิ การคลายล็อคในหลายธุรกิจและจำนวนผู้ฉีดวัคซีนที่เพิ่มมากขึ้น อีกทั้งการท่องเที่ยวยังช่วยผ่อนคลาย ช่วยเติมพลังเติมกำลังใจซึ่งเป็นสิ่งที่ประชาชนต้องการมากที่สุดในช่วงเวลาที่ยากลำบากเช่นนี้ จะทำให้ผู้คนเริ่มวางแผนสำหรับปีใหม่โดยเลือกวิธีและการใช้จ่ายที่เหมาะกับตัวเอง โดยเทรนด์สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมจะเป็นที่ที่ใกล้ชิดกับธรรมชาติ เน้นความเรียบง่าย ไม่แออัดรวมถึงใส่ใจในความปลอดภัยห่างไกลโควิด-19 เป็นสำคัญ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หยุดยาวหลายวัน ‘คำชะโนด’มืดฟ้ามัวดิน หลั่งไหลเข้ากราบปู่ศรีสุทโธ-ย่าประทุมมา

Posted on December 14, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/621573

หยุดยาวหลายวัน 'คำชะโนด'มืดฟ้ามัวดิน หลั่งไหลเข้ากราบปู่ศรีสุทโธ-ย่าประทุมมา

วันอาทิตย์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 07.31 น.

12 ธันวาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่เกาะคำชะโนดวังนาคินทร์ดินแดนพญานาคราชพ่อปู่ศรีสุทโธและแม่ย่าศรีปทุมมา บ้านโนนเมือง หมู่ที่ 11 ต.บ้านม่วง อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี ที่เกาะคำชะโนดนั้นจะแน่นไปด้วยนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาตั้งแต่เช้าเพื่อเข้าจุดคัดกรอง แล้วมารอรับบัตรคิวกันอย่างเนืองแน่นจนมืดฟ้ามัวดิน จนนักท่องเที่ยวต้องนั่งรอคิวให้เจ้าหน้าที่เรียกลำดับคิวเพื่อจะเข้าวัดอุณหภูมิร่างกาย หากอุณหภูมิปกติก็จะได้บัตรคิวอีกรอบจึงจะผ่านเข้าประตูวังคำชะโนด ไปไหว้ขอพรพ่อปู่แม่ย่าภายในเกาะคำชะโนด

ขณะเดียวกัน พล.ต.ต. พิษณุ อุณหะเสรี ผบก.ภจ.ว.อุดรธานี ลงพื้นที่สำรวจความสงบเรียบร้อยและกำชับให้ เจ้าหน้าตำรวจสภ.ดงเย็น ตรวจเข้มอาชญกรมที่คำชะโนดในช่วงนี้และยังได้เดินสอบถามพ่อค้าแม่ค้าที่จำหน่ายลอตเตอรี่

ส่วนที่ลานบวงสรวงช่วงนี้แน่นตลอดวัน มีคนมาแก้บนเปิดทรัพย์รับโชคเยอะมาก มีตั้งแต่โต๊ะราคาเป็นแสนถึงพัน ตามความเชื่อศรัทธาที่บนไว้มีโต๊ะหนึ่งหน้าสนใจมากพอพ่อจ้ำพาทำพิธีเสร็จแล้วถวายนางรำคำชะโนดแล้ว คนชอบเสี่ยงโชคเห็นน้ำตาเทียนเป็น 207 ตามสายของคนชอบเสี่ยงโชค. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

บทความพิเศษ : ‘นิคมอุตสาหกรรมจะนะ’ คำตอบอยู่ที่กระบวนการประชาพิจารณ์ ตามระบอบประชาธิปไตย

Posted on December 14, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/621550

บทความพิเศษ : ‘นิคมอุตสาหกรรมจะนะ’  คำตอบอยู่ที่กระบวนการประชาพิจารณ์ ตามระบอบประชาธิปไตย

วันอาทิตย์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 07.20 น.

ขออธิบายเหตุการณ์ “การคัดค้านการจัดตั้งสวนอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่จะนะสงขลาของกลุ่มเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่นที่อ้างตัวเป็นคนจะนะ เจ้าทะเลจะนะ รักทะเลจะนะ” ที่มาตั้งแคมป์อยู่หน้าทำเนียบและหน้ายูเอ็นให้สื่อมวลชนและประชาชนผู้รักความเป็นธรรมทุกฝ่ายที่รักประชาธิปไตย ได้ทราบความจริง ขอเริ่มต้นจาก “เกาะกงสงขลา” ซึ่งเป็นที่ชายหาดสวยงามติดทะเล ซึ่งรัฐบาลจัดให้ประชาชนเข้าไปใช้เป็นแหล่งสันทนาการสำหรับเป็นแหล่งท่องเที่ยวพักผ่อนตากอากาศเล่นน้ำทะเลกัน

“แต่ว่ามีกลุ่มนักเลงหัวไม้ อ้างตัวเป็นเจ้าพ่อทะเลเข้าไปยึดทำการสร้างบ้านเรือนเป็นหมู่บ้านที่อยู่อาศัย อย่างผิดกฎหมายโดยที่รัฐบาลไม่ได้สนใจที่จะยึดที่คืน” ซึ่งเราก็เห็นใจเขาเพราะเขาไม่มีรายได้ที่แน่นอนบางวันก็จับปลามาได้หลายร้อยบาทต่อวันบางวันก็ไม่ได้ปลา เพราะฉะนั้นใครที่เขารู้จักจะจ้างคนพวกนี้ให้ทำอะไรก็ได้ “พวกเขาถือว่ามีสิทธิ์อยู่เหนือประชาชนพลเมืองกลุ่มอื่น” ชาวบ้านทั่วไปไม่มีสิทธิ์ที่จะเข้าไปใช้สถานที่นี้นอกจากได้รับอนุญาตจากพวกเขาก่อนเท่านั้น ทำให้เขาเลยเข้าใจว่าเขามีอภิสิทธิ์เหนือคนทั้งประเทศ อย่างน้อยก็ชาวจะนะคนอื่นหมดทุกคน

คิดอยากจะให้คนอื่นทำอะไรก็ได้หรือคิดห้ามไม่ให้คนอื่นทำอะไรในที่ของคนอื่นซึ่งมีสิทธิ์ในที่ของตนเอง 100% ก็ได้ โดยไม่เคารพสิทธิ์ของคนอื่นเลยแม้แต่นิดเดียว แล้วก็อ้างประชาธิปไตยตลอดเวลา ทั้งๆที่ขณะนี้ “ในวันที่ 13 ธันวาคม จะมีการทำประชาพิจารณ์ฟังความเห็นของประชาชนชาวจะนะตามวิถีทางของประชาธิปไตย” ว่าประชาชนชาวจะนะส่วนใหญ่จะเห็นด้วยกับการจัดตั้งสวนอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคตและท่าเรือน้ำลึกที่จะนะในพื้นที่ที่ดินของเจ้าของโครงการ โดยไม่ได้ไปยึดเอาสวนกงมาเป็นท่าเรือน้ำลึกอย่างที่กลุ่มนี้กล่าวหา

“แต่เขาก็เลือกที่จะไม่ไปทำประชาพิจารณ์ แต่เลือกที่จะมารวมกลุ่มตั้งแคมป์ที่หน้าทำเนียบและที่หน้า UN” โดยยึดพื้นที่สาธารณะเป็นที่อยู่อาศัยโดยไม่เคารพตัวบทกฎหมายและสิทธิของคนอื่น คัดค้านการทำสวนอุตสาหกรรมในที่ดินของเจ้าของโครงการเพราะเขาถือว่าเขาเป็นอภิสิทธิ์ชนแล้วจะให้คนอื่นต้องเคารพคำสั่งของเขาเท่านั้น แม้แต่รัฐบาลซึ่งได้รับเลือกตั้งมาโดยเสียงข้างมากของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ

ให้รับฟังคำสั่งคัดค้านการจัดตั้งสวนอุตสาหกรรมในที่ส่วนตัวเพื่อสร้างงานและนำความเจริญมาสู่ดินแดน 4 จังหวัดภาคใต้เพื่อความมั่นคงของด้ามขวานทองอันเป็นที่รักของเรา “การกระทำของกลุ่มนี้ไม่ใช่วิถีของประชาธิปไตยแต่เป็นเรื่องของอนาธิปไตยหรืออันธพาลธิปไตย” ทั้งยังมีเจตนาบ่อนทำลายความสงบสุขของชาวบ้านและความมั่นคงของประเทศอันเป็นที่รักของพวกเรา

ถ้าเขายังอ้างประชาธิปไตยประชาชนเป็นใหญ่ในแผ่นดิน ก็ต้องขอให้เขากลับไปจะนะใช้สิทธิของเขาในกระบวนการประชาพิจารณ์ที่มีตามระบอบประชาธิปไตย ไม่ใช่มาทำตัวเป็นพวกกฎหมู่เหนือกฎหมาย!!!

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, บทความพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

รายงานพิเศษ : ‘ชุมชน-ท้องถิ่น’ฐานรากสำคัญ ขยายแนวร่วมรู้ทัน‘ข่าวปลอม’

Posted on December 14, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/621548

รายงานพิเศษ : ‘ชุมชน-ท้องถิ่น’ฐานรากสำคัญ  ขยายแนวร่วมรู้ทัน‘ข่าวปลอม’

วันอาทิตย์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.50 น.

ข่าวปลอม (Fake News) ข้อมูลบิดเบือน (Disinformation) ข้อมูลคลาดเคลื่อน (Misinformation) แม้ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับสังคมมนุษย์ แต่กลายเป็นปัญหารุนแรงในยุคดิจิทัลเนื่องด้วยทุกคนสามารถส่งต่อข้อมูลข่าวสารได้อย่างรวดเร็ว “รู้เท่าทันสื่อ” (Media Literacy) จึงเป็นทักษะจำเป็น ซึ่งที่ผ่านมาก็มีความพยายามจากหลายภาคส่วนในการร่วมตรวจสอบ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลข่าวสารที่ผิดไปจากข้อเท็จจริงไม่ได้มีแต่เฉพาะประเด็นใหญ่ๆ ระดับประเทศหรือโลกเท่านั้น แต่ยังมีอยู่ในระดับท้องถิ่นหรือชุมชน ที่หลุดไปจากกลไกตรวจสอบซึ่งเน้นอยู่ที่ส่วนกลาง

จึงเป็นที่มาของการเปิดตัว “เครือข่ายตรวจสอบความจริงระดับภาค” ซึ่งเป็นการทำงานระหว่างนักวิชาการ สื่อมวลชนและภาคประชาชนในท้องถิ่น ร่วมกับ ภาคีโคแฟค (ประเทศไทย) ไปเมื่อช่วงต้นเดือน ธ.ค. 2564 โดยมีเรื่องเล่าจากหลากหลายจังหวัด อาทิ สุชัย เจริญมุขยนันท ผู้ก่อตั้ง Ubon Connectสื่อท้องถิ่น จ.อุบลราชธานี กล่าวว่า ชาวบ้านมีบทบาทสำคัญในการแจ้งข้อมูลข่าวสารที่น่าสงสัยเข้ามา ซึ่งเมื่อได้รับแล้วตรวจสอบก็จะแจ้งกลับไปยังชาวบ้านอีกครั้งว่าข้อเท็จจริงของเรื่องนั้นเป็นอย่างไร

จากแพลตฟอร์มโอเพนแชท (Open Chat) ให้ผู้คนในพื้นที่ จ.อุบลราชธานีได้เข้ามาสื่อสารพูดคุยกันเรื่องภัยพิบัติ โดยเครือข่ายนี้ได้ก่อตั้งขึ้นหลังเหตุอุทกภัยครั้งใหญ่ของจังหวัดเมื่อปี 2562 จากนั้นจึงขยายสู่การตรวจสอบข้อเท็จจริงของข้อมูลข่าวสารที่แชร์กันในโลกออนไลน์ โดยเฉพาะในสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ซึ่งข้อมูลที่สรุปเป็นข้อเท็จจริงแล้ว จะถูกนำไปเผยแพร่ผ่านเพจเฟซบุ๊ค และช่องทางอื่นๆ ต่อไป

“สอบถามว่าจริงไหม? ตลาดหนองบัวปิด 3 วัน นี่เป็นเรื่องในท้องถิ่นที่ส่วนกลางไม่สนใจ เรื่องตลาดหนองบัว แต่ว่าเราสนใจ เราก็มีการตรวจสอบไปว่าปิด-ไม่ปิดจริง แล้วก็มีการสรุป หลังจากที่ได้ตรวจสอบแล้วก็มาสรุปว่า อ้อ!..เขาทำความสะอาดฆ่าเชื้อ 3 วันนะ 29-31 (ตุลาคม 2564) ก็เป็นการตรวจสอบข่าวลวง-ข่าวจริงที่เกิดขึ้น” สุชัย ยกตัวอย่าง

สุชัย ยังยกตัวอย่างอื่นๆ ของการสื่อสารที่คลาดเคลื่อนในพื้นที่ เช่น ประกาศเตือนพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในงานกฐินซึ่งเป็นงานใหญ่มีผู้มาร่วมงานจำนวนมาก ทุกคนก็จะเป็นกลุ่มเสี่ยงทั้งหมด แต่ต่อมาได้แก้ไขให้ถูกต้อง ว่ากลุ่มเสี่ยงที่อาจสัมผัสผู้ติดเชื้อคือกลุ่มที่ไปร่วมงานบวงสรวงพญานาคซึ่งใช้สถานที่เดียวกับงานกฐินเท่านั้น หรือข่าวโรงเรียนแห่งหนึ่งตรวจโควิด-19ด้วยวิธี ATK และพบผลเป็นบวก 2 คน แต่ข้อเท็จจริงคือ คนในโรงเรียนนั้นทุกคนเป็นผลลบทั้งหมด ส่วนผลบวก2 คนนั้นเป็นบุคคลภายนอกที่มาตรวจ เนื่องจากจุดตรวจตั้งอยู่ในโรงเรียน เป็นต้น

ที่ภาคเหนือ ผศ.ดร.ณภัทร เรืองนภากุล อาจารย์คณะสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จ.เชียงใหม่ เล่าถึงการส่งเสริมบทบาทนักเรียน-นักศึกษาซึ่งเป็น “คนรุ่นใหม่”มีการอบรมสร้างทักษะในการตรวจสอบข้อมูล (Fact Checker) โดยทำงานร่วมกับสื่อท้องถิ่น หลังจากนั้นจะได้ลงพื้นที่ไปทำงานกับชุมชน ทั้งอาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน (อสม.) และประชาชนฐานราก เพื่อช่วยให้รู้เท่าทันข้อมูลบิดเบือนมากขึ้น มีการวัดผลทั้งก่อนและหลังทำโครงการทั้งนักศึกษาและประชาชน ภายใต้เป้าหมายการทำงานข้ามช่วงวัย ความคิดและศาสตร์วิชา

“สิ่งที่เราได้เริ่มทำแล้ว เยาวชนหรือนักศึกษาได้เริ่มตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อมูลบิดเบือนในพื้นที่ และสร้างเป็นสื่อเพื่อเผยแพร่ทางช่องทางของ Cofact Youth Network (เครือข่ายเยาวชนโคแฟค) ซึ่งเป็นเพจเฟซบุ๊ค ก็เป็นข่าวในพื้นที่ เช่น มีโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.เชียงใหม่ พบนักเรียนติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งน้องๆ
ก็ไปตรวจสอบ ซึ่งจริงๆ เป็นแค่ข่าวลวง ที่โรงเรียนทำประกาศอยู่นั้นเป็นแค่ประกาศการเรียนออนไลน์” ผศ.ดร.ณภัทร กล่าว

ภาคตะวันออก จักรกฤชณ์ แววคล้ายหงษ์ นายกสมาคมสื่อสารมวลชน จ.ตราด เน้นย้ำถึงความสำคัญของสื่อมวลชนในฐานะผู้ตรวจสอบและรายงานข่าวสารที่เป็นข้อเท็จจริง โดยสื่อที่มีความน่าเชื่อถือ ประชาชนก็จะเข้าไปสอบถามเมื่อได้รับข้อมูลข่าวสารที่ยังไม่แน่ใจว่าจริงหรือไม่ เช่นกรณีของ “ตราดทีวี” กลายเป็นแหล่งข้อมูลของผู้ที่จะเดินทางเข้ามาในพื้นที่ จ.ตราด ในสถานการณ์โควิด-19 เช่น จะเข้าจังหวัดได้หรือไม่ ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง

“เรื่องของสุขภาพ มันมีข่าวอันหนึ่งที่เราทำมา 10 กว่าปีแล้ว เรื่องเกี่ยวกับหาดทรายดำที่ จ.ตราด ปรากฏมีความเชื่ออันหนึ่งว่าไปหมกทรายแล้วเขาจะรักษาโรคได้ ซึ่งตรงนี้มันไม่ใช่เป็นความจริงแต่ว่าเป็นความเชื่อ ซึ่งตอนนี้เราก็ไปตรวจสอบมาแล้วว่าเป็น-ไม่เป็นความจริง” จักรกฤชณ์ กล่าว

ภาคใต้ ภญ.ชโลม เกตุจินดา กรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครอง ผู้บริโภคภาคใต้ จ.สงขลา กล่าวว่า ทำงานด้านเฝ้าระวังการโฆษณาเกินจริงหรือสินค้าหลอกลวง มาตั้งแต่ยุคที่วิทยุและเคเบิลทีวีเฟื่องฟู แต่เมื่อช่องทางการสื่อสารที่ได้รับความนิยมเปลี่ยนไป วิทยุและโทรทัศน์ลดบทบาทลงแต่สื่อออนไลน์มาแรง เครือข่ายเฝ้าระวังจึงต้องได้รับการถ่ายทอดทักษะการใช้สื่อใหม่ด้วย

“สิ่งที่เราทำได้ก็คือกระบวนการสร้างทีมระดับจังหวัด จะมีกระบวนการอบรม มีหลักสูตรซึ่งต้องทำตั้งแต่พื้นฐานการใช้มือถือ แคป (Capture-จับภาพ) หน้าจอ คือกลุ่มที่เราทำงานด้วยอาสาสมัครที่เขาเรียกว่า Digital Immigrant (ผู้อพยพเข้ามาในยุคดิจิทัล) ก็คือไม่คุ้นมือถือ จะแคปหน้าจอ จะเก็บหลักฐานว่ามีการส่งข้อความแบบนี้ จะเก็บเข้าไลน์กลุ่มอย่างไร จะเก็บใส่ถังข้อมูลในไลน์กลุ่มอย่างไร จะกลับไปค้นดูข้อมูลเก่าอย่างไร เราก็ต้องมาฝึกอบรมเรื่องพวกนี้ว่าใช้ไลน์กลุ่มอย่างไร

ขณะเดียวกัน เราจะได้ข้อมูลชุดหนึ่ง อาสาสมัครแกนนำพวกเรา ไม่ว่าจะเป็น อสม. (อาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน) อพม.(อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์หมู่บ้าน) แกนนำผู้ใหญ่บ้าน แกนนำในกลุ่มชุมชนต่างๆ ซึ่งเป็นกรรมการระดับผู้ใหญ่ 50-60 ปีขึ้นไป จะขาดศักยภาพเรื่องนี้มาก ขาดการวิเคราะห์ข้อมูลเพราะเชื่อว่าคนดูให้แล้วถึงได้แชร์มาก็เลยแชร์ต่อ” ภญ.ชโลม ระบุ

การเพิ่มทักษะการใช้เทคโนโลยีและวิคราะห์ข้อมูลให้แกนนำเครือข่ายเหล่านี้ ซึ่งแต่ละคนก็จะมีกลุ่มไลน์หลายกลุ่มเพราะต้องทำงานกับหลายภาคส่วน ภญ.ชโลม กล่าวว่า เท่ากับเป็นการแทรกซึมเข้าไปเพื่อให้ช่วยจัดการปัญหาตั้งแต่ต้นทาง ทั้งข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งในพื้นที่ ไปจนถึงสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ซึ่งช่วงหนึ่งจะมีประเด็นการนำสมุนไพรมาทำเป็นยา เป็นทางเลือกในการรักษาอาการป่วยจากไวรัสโควิด-19 จึงต้องรักษาสมดุลทั้งด้านข้อเท็จจริงและด้านการแสวงหาของประชาชนในการดูแลตนเอง

โดยเชื่อมั่นว่าคนกลุ่มนี้จะรู้เท่าทันทั้งเทคโนโลยีดิจิทัลและประเด็นสุขภาพ!!!

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, รายงานพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แปรรูปวัสดุเหลือทิ้งจากมะม่วง สู่แผ่นผักลดระดับน้ำตาลในเลือด

Posted on December 14, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/621527

แปรรูปวัสดุเหลือทิ้งจากมะม่วง สู่แผ่นผักลดระดับน้ำตาลในเลือด

วันอาทิตย์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

สิวลี รัตนปัญญา อาจารย์ภาควิชาสาธารณสุขศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ กล่าวถึงงานวิจัยการใช้ประโยชน์จากวัสดุเหลือทิ้งจากมะม่วง เพื่อเป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพในการลดระดับน้ำตาล โดยการสนับสนุนจาก กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (กองทุนส่งเสริม ววน.) ว่า จากการประชุมกลุ่มย่อยร่วมกับประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนพัฒนาผลิตภัณฑ์ พืชผัก และผลไม้ ต.บ้านโฮ่ง จ.ลำพูน และเครือข่ายเพื่อการขยายผลการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ เพื่อการเรียนรู้ร่วมกับคณะนักวิจัย

มีความต้องการใช้วัสดุทางการเกษตรที่เหลือทิ้งกลับมาใช้ประโยชน์ต่อกลุ่มวิสาหกิจและชุมชน รวมถึงลดขยะ ซึ่งหนึ่งในผลไม้ที่กลุ่มใช้แปรรูปเป็นจำนวนมากคือ มะม่วง ซึ่งในกระบวนการแปรรูปมะม่วงจะมีเปลือก และเมล็ด เป็นส่วนที่เหลือทิ้ง โดยไม่ได้ใช้ประโยชน์อย่างน้อย 100 ตันต่อเดือน โดยคณะนักวิจัยพบว่า ในเมล็ดและเปลือกมะม่วงอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ มีฤทธิชะลอการการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดซันในเซลล์ได้ นอกจากนี้ยังมีฤทธิ์ต้านมะเร็ง ลดน้ำตาลในเลือด ลดระดับไขมันในเลือด ต้านการอักเสบ และรักษาแผลในระบบทางเดินอาหาร

สำหรับการศึกษาครั้งนี้เป็นศึกษาวิจัยเชิงทดลอง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาสารสกัดของเมล็ดและเปลือกมะม่วง เพื่อการลดระดับน้ำตาลในเลือด และพิษวิทยาระดับเฉียบพลันของสารสกัดหยาบของเมล็ดและเปลือกมะม่วงในจานทดลองและในสัตว์ทดลอง โดยดำเนินการวัดปริมาณสาระสำคัญเบื้องต้น ได้แก่ Gallic acid และ Mangiferin ด้วยเครื่อง U/HPLC และ การตรวจสอบสารพฤกษเคมีเบื้องต้น 5 ชนิด

ได้แก่ เทอร์ปีนอยด์ ฟลาโวนอยด์ ซาโปนิน แอลคาลอยด์ และ แทนนินวิเคราะห์ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระด้วยวิธี DPPH assay และวิธี FRAP assay ศึกษาฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาในการยับยั้งเอนไซม์ alpha-glucosidase และ เอนไซม์ alpha-amylase ในจานทดลอง การศึกษาฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของสารสกัดของเมล็ดและเปลือกมะม่วง เพื่อการลดระดับน้ำตาลในเลือดในหนูเบาหวาน

การศึกษาสารสำคัญในการลดระดับน้ำตาลในเลือดของสารสกัดหยาบเปลือกและเมล็ดในของมะม่วงในจานทดลอง พบว่า สารสกัดเปลือกมะม่วงและเมล็ดในมะม่วงมีฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ alpha-glucosidase ซึ่งมีความแรงคิดเป็นร้อยละ 43.92 และร้อยละ 19.69 เท่า ของสารมาตรฐาน acarbose นอกจากนี้ สารสกัดเปลือกมะม่วงและเมล็ดในมะม่วงยังมีฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ alpha-amylase ซึ่งมีความแรงคิดเป็นร้อยละ 0.017 และ ร้อยละ 0.003 เท่า ของสารมาตรฐาน acarbose โดยไม่ก่อให้เกิดพิษต่อเซลล์ปกติ

“จากผลการศึกษาสารสกัดหยาบจากเมล็ดเนื้อในมะม่วงกับสัตว์ทดลอง พบว่าสารสกัดมีฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลในเลือด โดยหนูกลุ่มเบาหวานที่ได้รับสารสกัดจากเมล็ดเนื้อในมะม่วงขนาด 1,000 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม สามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดของหนูเบาหวานได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยการปกป้องความเสียหายของเซลล์ไอซ์เลตในหนูเบาหวาน

ในส่วนของความทนทานต่อน้ำตาลในหนูเบาหวาน พบว่าหนูกลุ่มเบาหวานที่ได้รับสารสกัดจากเมล็ดเนื้อในมะม่วงขนาด 1,000 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม เป็นเวลา 30 วันสามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดภายใน120 นาที อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ และยังอาจส่งผลเพิ่มการทำงานของเบต้าเซลล์ในตับอ่อนให้มีการหลั่งของอินซูลินเพิ่มขึ้น โดยไม่ก่อให้เกิดความเป็นพิษต่อตับและไตในหนูเบาหวา” สิวลี ระบุ

สิวลีกล่าวต่อไปว่า ส่วนการทดลองในคน ขณะนี้อยู่ระหว่างวางแผนขอทุนสนับสนุนงานวิจัย เพื่อให้ผลงานวิจัยนี้สามารถนำมาเป็นผลิตภัณฑ์ที่นำมาจำหน่าย สร้างรายได้ให้กับชุมชน และในอนาคตจะพัฒนาผลิตภัณฑ์ในรูปแบบอื่นๆ เพื่อมาตอบโจทย์สำหรับกลุ่มคนที่รักสุขภาพ โดยสำหรับสารสกัดหยาบจากเมล็ดเนื้อในมะม่วง ถูกพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ “แผ่นผัก” มีรูปแบบลักษณะคล้ายกับแผ่นสาหร่าย

ซึ่งนอกจากจะเป็นตัวช่วยลดน้ำตาลในเลือดได้แล้ว ยังเป็นทางเลือกสำหรับคนที่รักสุขภาพ เนื่องจากสามารถใส่ลงไปปรุงรสในการประกอบอาหารได้อีกด้วยซึ่งขณะนี้ยังอยู่ในช่วงการทดลองในคนและยังต้องมีการพัฒนาร่วมกับชุมชมต่อไปทั้งในเรื่องของรสชาติ และผลิตภัณฑ์ เนื่องจากขณะนี้กำลังพัฒนาสูตร ให้เหมาะกับทุกเพศทุกวัย พร้อมคาดว่า ในช่วงระยะเวลา 5 ปี จะมีผลิตภัณฑ์นี้ออกมาสู่ตลาดอย่างแน่นอน

ทั้งนี้ในอนาคตทีมวิจัยจะพัฒนาต่อยอดมะม่วงชนิดอื่นๆ อีกด้วย เนื่องจากเมล็ดและเปลือกมะม่วงมีศักยภาพเพียงพอที่จะพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน อีกทั้งยังเป็นการสร้างผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพจากของเหลือใช้จากการแปรรูปในกลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่มีศักยภาพเพื่อเพิ่มมูลค่าเชิงสร้างสรรค์ให้กับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนพัฒนาผลิตภัณฑ์ พืชผัก และผลไม้ต่อไป!!!

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปพิเศษ : ‘มหกรรมนวัตกรรมการแพทย์และสุขภาพ’ ดันไทยสู่เป้าหมาย‘ศูนย์กลางการแพทย์ในอาเซียน’

Posted on December 14, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/621540

สกู๊ปพิเศษ : ‘มหกรรมนวัตกรรมการแพทย์และสุขภาพ’  ดันไทยสู่เป้าหมาย‘ศูนย์กลางการแพทย์ในอาเซียน’

วันอาทิตย์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล 

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับองค์กรพันธมิตร สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (สสปน.) ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (TCELS) และพันธมิตรทั้งภาครัฐ และภาคเอกชนกว่า150 หน่วยงาน จาก 7 เขตเศรษฐกิจ จัดงาน “มหกรรมนวัตกรรมการแพทย์และสุขภาพ (BCG Health Tech Thailand 2021)” ระหว่างวันที่ 8-9 ธันวาคม 2564 ที่ผ่านมา

งานดังกล่าว จัดขึ้นที่ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ในรูปแบบไฮบริด อีเวนต์ (Hybrid Event)และจัดในรูปแบบออนไลน์เสมือนจริงด้วยเทคโนโลยี 3D เต็มรูปแบบบนช่องทาง www.healthtech-thailand.com ขานรับนโยบายโมเดลเศรษฐกิจใหม่ BCG Economy Model เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในประเทศอย่างทั่วถึง

ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวว่า งานมหกรรมนวัตกรรมการแพทย์และสุขภาพ (BCG Health Tech Thailand 2021) มีความน่าสนใจอย่างมาก โดยเฉพาะการบรรยายพิเศษของผู้ทรงคุณวุฒิในวงการวิทยาศาสตร์และวงการแพทยศาสตร์สาธารณสุข คือ ศ.เกียรติคุณ ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์อดีตรองนายกรัฐมนตรี ในฐานะกรรมการของ World Health Organization (WHO) Science Council ปาฐกถาพิเศษ “วิทยาศาสตร์เพื่อสุขภาพ บทบาทที่เป็นไปได้ของสภาวิทยาศาสตร์ขององค์การอนามัยโลก”และ ศ.ดร.ไพรัช ธัชยพงษ์ อดีตปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในฐานะประธาน BCG สาขาเครื่องมือแพทย์ ปาฐกถา “BCG Model สาขาเครื่องมือแพทย์ ความท้าทายของอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ไทย”

นอกจากนี้ยังมีนิทรรศการการแสดงสินค้านวัตกรรมเครื่องมือแพทย์ อาหารและสาธารณสุข รวมทั้งเครื่องใช้และเครื่องอุปโภค-บริโภคซึ่งเกิดจากการวิจัยพัฒนา เทคโนโลยีและนวัตกรรม ทำให้เป็นนวัตกรรมที่มีมูลค่าสูงขึ้น สร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการและสร้างความมั่นคงด้านสาธารณสุขของไทยเป็นอย่างมาก

“ผู้ประกอบการด้านอาหารสุขภาพและเครื่องมือแพทย์ที่มาในงานBCG Health Tech Thailand 2021 นี้ ผมมองว่าพวกเขาไม่ได้ทำแค่ธุรกิจแต่พวกเขากำลังช่วยสร้างชาติ หากเราไม่มีธุรกิจแบบนี้ประเทศไทยจะไม่มีวันที่จะขยับไปสู่ประเทศที่พัฒนาแล้วได้เลย ถ้าเราเพียงแต่ทำด้านสินค้าเกษตรพืชผลต่างๆ เราอาจจะเป็นได้แค่ประเทศรายได้ปานกลาง ดังนั้น การมีธุรกิจนวัตกรรมด้านการแพทย์จำนวนมากถือเป็นเรื่องที่ดี และเป็นที่น่าชื่นใจ คือ พวกเขาขายดีสู้กับนวัตกรรมต่างชาติได้สบายมาก มีทั้งเทคโนโลยีขั้นสูงและเทคโนโลยีขนาดกลาง ที่สามารถแข่งราคากับตลาดโลกได้” รมว.อว. กล่าว

ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามกระทรวง อว.พร้อมให้การสนับสนุนภาคธุรกิจที่ผลิตนวัตกรรมเครื่องมือแพทย์จากการวิจัยอย่างเต็มที่ เพราะเป็นงานที่ต้องขับเคลื่อนไปด้วยกัน ซึ่งกระทรวง อว. มีหน้าที่สนับสนุนนโยบายและเดินหน้ายุทธศาสตร์เพื่อสนับสนุนนวัตกรรมในกลุ่มอุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพตามนโยบาย BCG Economy Model เพื่อนำพาประเทศไทยไปสู่ประเทศที่พัฒนาแล้ว ทั้งนี้มีโอกาสเป็นไปได้สูงที่ประเทศไทยจะไปสู่เป้าหมายการเป็นศูนย์กลางการแพทย์ในอาเซียนในปี 2570

ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า การจัดงาน BCG Health Tech Thailand 2021 ครั้งนี้ทางสวทช. จัดเต็มพื้นที่ 3,000 ตารางเมตร ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย สวทช. ซึ่งเป็นนิคมวิจัยสำหรับเอกชนแห่งแรกของประเทศ และจัดควบคู่กับรูปแบบออนไลน์เสมือนจริงด้วยเทคโนโลยี 3D VirtualExhibition เต็มรูปแบบตลอด 12 เดือน บนช่องทาง www.healthtech-thailand.comเพื่อรองรับการดำเนินธุรกิจบนโลกเสมือนจริงแบบไร้ขีดจำกัดให้แก่นักลงทุนผู้ประกอบการและลูกค้าจากทั่วโลก ถือว่าเป็นมหกรรมนวัตกรรมการแพทย์และสุขภาพครั้งแรกในรูปแบบไฮบริด อีเวนต์ (Hybrid Event) หลังรัฐบาลเปิดประเทศเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา เพื่อเดินหน้าเศรษฐกิจไทยในรูปแบบชีวิตวิถีใหม่ (New Normal)

การจัดงานดังกล่าวจะเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้กับนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ที่ผู้ประกอบการด้านสุขภาพและการแพทย์สามารถเข้าถึงนวัตกรรมทางการแพทย์กว่า100 ผลงาน เพื่อสนับสนุนนวัตกรรมทางการแพทย์ใหม่ล่าสุดตามแผนขับเคลื่อนโมเดลเศรษฐกิจ BCG ส่งเสริมให้เกิดการลงทุนอุตสาหกรรมการแพทย์ในประเทศลดการนำเข้าจากต่างประเทศ

ทั้งนี้มี 2 แผนหลักเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการแพทย์ในอาเซียน (Medical Hub) ในปี 2570 ประกอบด้วย 1.การผลิตยาและวัคซีน ซึ่ง ศ.คลินิกเกียรติคุณนายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร ประธาน BCG สาขายาและวัคซีน ดูแผนพัฒนาเรื่องการพัฒนาวัคซีทั้งโควิด-19 และโรคประจำถิ่นอื่นๆ เช่นวัคซีนไข้เลือดออก รวมถึงการวิจัยและพัฒนายาฟาวิพิราเวียร์ต้านโรคโควิด-19 ร่วมกับภาคเอกชนและองค์กรเภสัชกรรม (อภ.) ซึ่งประเทศไทยมีศักยภาพและองค์ความรู้ในการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำไปถึงปลายน้ำได้

ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ 

และ 2.การผลิตเครื่องมือแพทย์และวัสดุฝังในร่างกายมนุษย์ ซึ่งนักวิจัยและผู้ประกอบการมีความสามารถและศักยภาพในการผลิตใช้ในประเทศรวมทั้งส่งออกไปยังต่างประเทศเป็นที่ยอมรับ โดยธุรกิจด้านสุขภาพและการแพทย์จะเป็นธุรกิจใหม่ที่เติบโตขึ้นในโลกหลังโควิด-19 และถือเป็น 1 ใน 4 กลุ่มอุตสาหกรรมภายใต้นโยบาย BCG ซึ่งรัฐบาลได้ประกาศเป็นวาระแห่งชาติ

“การจัดงานดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ สวทช. ในการใช้ความรู้ ความสามารถของนักวิจัย เชื่อมโยงกับหน่วยงานวิจัยอื่นๆ ทั้งในและต่างประเทศในการเร่งขีดความสามารถในการนำนวัตกรรมออกสู่เชิงพาณิชย์ เพื่อให้เกิดการลงทุนมากขึ้นและสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจให้กับประเทศ โดยเฉพาะเครื่องมือแพทย์ เป็นหนึ่งในสาขาสำคัญของ BCG ที่รัฐบาลต้องการขับเคลื่อนให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการแพทย์ครบวงจร (Medical Hub) ภายในปี 2570 ซึ่งต้องการผลักดันให้เกิดผลสัมฤทธิ์ในการสร้างความยั่งยืนให้แก่ประเทศ ด้วยการสนับสนุนให้มีการพัฒนาเครื่องมือแพทย์ที่มีมาตรฐานเทียบเท่าสากลและรองรับการเข้าสู่สังคมสูงวัยของประเทศไทย” ผู้อำนวยการ สวทช. กล่าว

ดร.ณรงค์กล่าวต่อว่า สำหรับกิจกรรมไฮไลต์ที่น่าสนใจภายในงานมีอยู่มากมาย อาทิ การสัมมนาในหัวข้อพิเศษมากกว่า 30 หัวข้อจากวิทยากรระดับประเทศ อาทิ เสวนา “3 สุดยอดเคล็ดเครื่องมือ”ในการต่อสู้ COVID จากนักวิจัย 3 สถาบันวิจัยชั้นนำของประเทศ และปาฐกถา “พัฒนาวัคซีนอย่างไรให้เท่าทันการกลายพันธุ์ของไวรัส”โดย ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา นักไวรัสวิทยา ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สวทช. ซึ่งทีมวิจัยไบโอเทคสวทช. กำลังอยู่ระหว่างการทำวัคซีนป้องกันโควิด-19 แบบพ่นจมูกเพื่อเตรียมการทดสอบในมนุษย์ภายในปี 2565 นี้อีกด้วย

ส่วนการจัดนิทรรศการมีบูธจัดแสดงนวัตกรรมพร้อมใช้ออนไซต์50 บูธ ออนไลน์ 300 บูธ บริการจับคู่ธุรกิจแบบ one on one กับเจ้าของธุรกิจกว่า 160 บริษัท พร้อมเวที Open Innovation และ Innovation Pitching เพื่อให้ Start up ได้ระดมทุนในการพัฒนานวัตกรรมออกสู่เชิงพาณิชย์

นอกจากนั้นแล้วยังเปิดห้องให้คำปรึกษาแนะนำธุรกิจนวัตกรรมจากภาครัฐและผู้เชี่ยวชาญ และสำหรับผู้เข้าร่วมงานแบบออนไซต์ ลงทะเบียนรับสิทธิ์ฟรี! ความคุ้มครองประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลสูงสุด 100,000 บาท จากทิพยประกันภัย ระยะเวลา 30 วัน (นับจากวันที่ลงทะเบียนรับสิทธิ์ ระหว่างวันที่ 8-9 ธันวาคม 2564) จำกัด 1 ท่าน ต่อ 1 สิทธิ์ นอกจากนี้ ยังมีโปรโมชั่นพิเศษภายในงานทั้งอาหารและสินค้าเพื่อสุขภาพ ลดสูงสุด 25% กว่า 200 ผลิตภัณฑ์

สำหรับการจัดงาน “มหกรรมนวัตกรรมการแพทย์และสุขภาพ (BCG Health Tech Thailand 2021)” ในครั้งนี้ เป็นความพยายามในการขับเคลื่อนให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการแพทย์ในอาเซียน ภายในปี 2570 ซึ่งหากทำได้สำเร็จตามเป้าหมาย ก็จะส่งผลดีต่อประเทศไทยอย่างมหาศาล

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ไพรวัลย์’สับได้ไม่หยุด! ชี้ควรมีเมตตา อย่าอยู่ด้วยชิงชัง หลังทวงกุฏิอดีตเณร

Posted on December 14, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/621565

'ไพรวัลย์'สับได้ไม่หยุด! ชี้ควรมีเมตตา อย่าอยู่ด้วยชิงชัง หลังทวงกุฏิอดีตเณร

วันเสาร์ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 20.54 น.

วันที่ 11 ธันวาคม 2564 นายไพรวัลย์ วรรณบุตร โพสต์รูปภาพหนังสือวัดสร้อยทอง พร้อมข้อความว่า ใครที่ไหนไปพักอยู่ครับ คณะ 7 ห้อง 201 เนี่ย แค่เด็กมันเอาของไปเก็บไว้ เพื่อรอย้ายเข้าหอพักเท่านั้นเอง เป็นถึงพระเถระ ไม่มีเมตตาธรรมเลยหรอครับ (ผมไม่อยากเอ่ยชื่อท่านนะครับ) และเด็กที่ว่าก็ใช่ใครอื่น เป็นอดีตสามเณรที่เคยบวชเรียนอยู่ในวัดนะครับ เคยเป็นลูกศิษย์ท่าน เคยรับใช้สำนักเรียน อย่าให้ผมเหลืออดเหลือทนนะครับ

พระบางรูปในวัด รูปเดียวอยู่ 2-3 ห้อง นี่อภิสิทธิ์หรือเปล่าครับ ห้องกระจกชั้น 4 แต่ก่อนก็ทิ้งขว้างไม่ใช้ประโยชน์ พอผมเอาของที่มีคนบริจาคเพื่อช่วยเหลือชาวบ้านช่วงโควิดไปไว้ ก็หาเล่ห์เพทุบาย เพื่อให้ผมย้ายข้าวของออก คิดว่าผมดูไม่ออกหรอครับ ผมแค่ไม่อยากพูดก็เท่านั้นเอง

เป็นพระควรกอปรด้วยเมตตาธรรมนะครับ ไม่ใช่อยู่ด้วยความอคติชิงชัง ผมลาสิกขาออกมาแล้ว ก็ควรพอได้แล้วนะครับ

ปล. มีการศึกษากันทั้งนั้นนะครับ ผมว่ามันมีวิธีที่ดีกว่ามากๆ แบบพี่น้องแบบครูอาจารย์ ที่จะบอกให้เด็กย้ายของออกจากวัดนะครับ #อันนี้ผมขอตำหนิ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อำนาจของ ‘พุทโธ’ ล้างหัวใจให้สะอาด : โอวาทธรรม ‘หลวงปู่หลุย จนฺทสาโร’

Posted on December 14, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/621551

อำนาจของ 'พุทโธ' ล้างหัวใจให้สะอาด : โอวาทธรรม 'หลวงปู่หลุย จนฺทสาโร'

วันเสาร์ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 19.22 น.

ภาวนา พุทโธ แล้วถ้าจําศีล บริจาคทาน เรือน ๓ ประการนี้เป็นเรือนใหญ่ อยู่ในดวงจิต หากว่าความทุกข์มาถึงแล้วเข้าไปหาเรือน มีที่พักนะ มีศีล มีกัลยาณธรรมนะ 

คนไหนไม่ภาวนาพุทโธ ไม่รักษาศีล ไม่บําเพ็ญทาน คนนั้นเป็นทุกข์ใหญ่ ไม่มีเรือนที่จะเข้าพึ่งพาอาศัย เหล่านี้ ราคะ โทสะมันร้อน คล้าย ๆ แดดเดือนห้านะ ต้องเข้าพักในต้นไม้ใหญ่ ต้นไม้ในที่นี้เปรียบเหมือน พุทโธ เข้าไปใต้ต้นไม้ได้รับอากาศมาสี่ทิศ สําราญใจ

เหตุนั้น…ขอให้ตั้งอกตั้งใจให้กับ พุทโธ พุทโธ ไม่ใช่ของหนักนะ โอปนยิโก น้อมพุทโธเข้ามาในดวงใจนะ ภาวนาบริกรรม พุทโธ พุทโธ นะ จิตลงสู่ภวังค์ 

ความสงบอันนี้เกิดมาจากพุทโธ เกิดมาจากการภาวนานะ สุขุมมากที่สุด บางคนขนพองสยองเกล้า บางคนตัวใหญ่ ปีตินะ บางคนตัวเล็ก หาตัวไม่เห็นนะ นี้เรียกว่า ปีติ พุทโธ อํานาจพุทโธ ล้างหัวใจให้สะอาด

โอวาทธรรมหลวงปู่หลุย จนฺทสาโร วัดถ้ำผาบิ้ง อ.วังสะพุง จ.เลย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ดังกระหึ่ม!พระสงฆ์ 20 จังหวัดอีสานร่วมสวดปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย ชาวพุทธร่วมพิธีแน่น

Posted on December 14, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/621538

ดังกระหึ่ม!พระสงฆ์ 20 จังหวัดอีสานร่วมสวดปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย ชาวพุทธร่วมพิธีแน่น

วันเสาร์ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 18.41 น.

จารึกประวัติศาสตร์แผ่นดินอีสาน พระสงฆ์สายป่า 20 จังหวัดภาคอีสานชุมนุมใหญ่ที่กาฬสินธุ์ พร้อมสวดปัดเปาสิ่งชั่วร้าย เปิดคัมภีร์โบราณล้านนาไทย ด้วยบทสวด “อุปาตะสันติ” หรือ “มหาสันติงหลวง” หวังระงับเหตุร้ายให้กลับกลายเป็นดี พร้อมถวายพระพรในหลวงรัชกาลที่ 10 ขณะที่ชาวพุทธแต่งขาวร่วมพิธีหลายพันคน

วันนี้ (11 ธ.ค.64) ที่วัดพุทธนิมิ (ภูค่าว) อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ มีการรวมตัวกันของคณะสงฆ์มหานิกายและคณะสงฆ์ธรรมยุต 20 จังหวัดภาคอีสาน ซึ่งเป็นการนัดรวมพลครั้งยิ่งใหญ่และถือเป็นประวัติศาสตร์ที่ต้องจารึกไว้ในแผ่นดินจังหวัดกาฬสินธุ์ เพื่อแสดงพลังให้กำลังใจคณะสงฆ์หมู่ใหญ่ รวมใจเป็นหนึ่งต่อปัญหาภัยโรคติดต่อโควิด 19 และภัยในรูปแบบต่างๆที่เกิดขึ้นในประเทศไทยจนทำให้ประชาชนขาดความสามัคคี

โดยบรรยากาศคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้ามีบรรดากลุ่มญาติธรรมชาวพุทธจาก 20 จังหวัด และลูกศิษย์วัดต่างๆ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แต่งชุดขาว ร่วมเดินทางมากับคณะสงฆ์ในจังหวัดต่างๆ และลงทะเบียน เพื่อเข้าร่วมสวดมนต์ ที่พระบรมธาตุมหาเจดีย์สังฆนิมิต ท่ามกลางการคุมเข้มมาตรการป้องกันโควิด-19 จากเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและ อสม. จนเวลา 15.00 น. พระธรรมดิลก วัดป่าแสงอรุณ ที่ปรึกษาเจ้าคุณภาค 9 ธรรมยุติ ประธานในพิธีเดินทางมาถึง เจ้าคุณหลวงพ่อแผน วัดภูปูนในฝัน อ.สมเด็จ รองเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ หลวงตาณรงค์ เจ้าอาวาสวัดภูค่าว และพระครูสิทธิวราคม เจ้าอาวาสวัดเวฬวัน อ.สหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ได้เริ่มดำเนินการประกอบพิธี 

โดยมี ฤาษีเกศแก้ว ได้อ่านโองการอันเชิญเทพเจ้าวนแสนโกฎิจักรวาล การอ่านโองการเต็มไปด้วยความเข้มขลัง บรรดาญาติธรรมที่แต่งชุดขาวสงบนิ่ง หลายคนหลั่งน้ำตาด้วยความดีใจ ที่เชื่อว่าจะเป็นพิธีกรรมที่จะสื่อไปถึงเทวดาฟ้าดิน ได้ลงมาปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายหรือสิ่งอัปมงคล เนื่องจากพิธีในลักษณะเช่นนี้ไม่เคยเกิดขึ้นในแผ่นดินสงฆ์กาฬสินธุ์

จากนั้นคณะสงฆ์ได้เดินทางเข้าไปภายในพระบรมธาตุเจดีย์สังฆนิมิต โดยห้ามไม่ให้ฆารวาสเข้าไปด้านใน เพียงมีแต่คณะสงฆ์กว่า 1 พันรูปโดยหลวงตาณรงค์ เจ้าอาวาสวัดภูค่าว ได้ทำการจุดเทียน และพระสงฆ์ได้เจริญพระพุทธมนต์พร้อมกับ โดยการนำคัมภีร์โบราณล้านนาไทยบทสวดอุปปาตะสันติหรือมหาสันติงหลวง ซึ่งเป็นบทสวดที่เชื่อว่าช่วยสงบเหตุเพศภัยอันตรายต่าง ๆ ได้ ตามตำนานเล่าขานในโบราณกาล และสาธยายมหาสันติงหลวง โดยพระพรหมวชิรญาณ วัดบึงพลาญชัย จ.ร้อยเอ็ด 

พิธีดังกล่าวยังมีวัตถุประสงค์เพื่อปลูกจิตสำนึกเทิดทูน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ร่วมปฏิบัติธรรมกัมมัฏฐาน ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ประสานสามัคคีสายสัมพันธ์พุทธบริษัท และสร้างขวัญกำลังใจสู้มหันตภัยโควิด และเป็นการรวมน้ำหนึ่งใจเดียวกัน และยังเป็นการหยุดสังฆเภทแสดงพลังของคณะสงฆ์และสาธุชนที่ร่วมภาวนาและน้อมจิตถวายเป็นพระราชกุศลในหลวงรัชกาลที่ 10 โดยมีพิธีถวายมหาสังฆทาน และถวายฆ้องชัย 108 ด้วย  – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,290,773 hits

Join 4,077 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

คุณแหน : 11 ตุลาคม 2559
‘คุณน้ำผึ้ง’ ทุลักทุเล โซเซ!! ที่ดอยทูเล ข้ามภูเขา 4 ลูกใหญ่ #SootinClaimon.Com
เอ็มวีใหม่ ‘ข้าวทิพย์ ธิดาดิน’
Tech for Life : 14 ตุลาคม 2561
9 เทคนิคลดน้ำหนักแบบยั่งยืนที่สาวหลัก 4 ต้องรู้
'ชนิสราฟาร์ม' ตัวอย่างเกษตรกร Contract Farming สร้างอาชีพมั่นคงด้วยสองมือ
ก.เกษตรลงพื้นที่22จังหวัด ลุยเปลี่ยนที่ทำนา ปลูกพืชอื่น 2 แสนไร่
Grand Opening W22 Hotel by Burasari
ข่าวปลอม.. กินอาหารค้างคืน ที่นำไปอุ่นซ้ำ ทำให้เป็นโรคมะเร็ง #SootinClaimon.Com
Telecom regulator issues licence warning

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,631 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d