Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

‘ผญบ.หญิง’นอนคุกร้องผวจ.ประจวบฯคืนตำแหน่ง หลังศาลยกฟ้องคดีขนต่างด้าว

Posted on January 16, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/704406

‘ผญบ.หญิง’นอนคุกร้องผวจ.ประจวบฯคืนตำแหน่ง หลังศาลยกฟ้องคดีขนต่างด้าว

‘ผญบ.หญิง’นอนคุกร้องผวจ.ประจวบฯคืนตำแหน่ง หลังศาลยกฟ้องคดีขนต่างด้าว

วันอาทิตย์ ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2566, 16.49 น.

‘ผญบ.หญิง’นอนคุกร้องผวจ.ประจวบฯคืนตำแหน่ง หลังศาลยกฟ้องคดีขนต่างด้าว

15 มกราคม 2566 นางวันเพ็ญ ขาวคง อายุ 45 ปี อดีตผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 ต.เกาะหลัก อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่ากับผู้สื่อข่าวทั้งน้ำตา ถึงเหตุการณ์ในระหว่างที่ถูกจองจำอยู่ภายในเรือนจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นเวลา 9 เดือน ว่า มันเป็นความทุกทรมานอย่างมากเมื่อเห็นสภาพตัวเองต้องถูกกระทำให้รับผิดในสิ่งที่เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมกล่าวหาตน โดยไม่มีโอกาสได้รับการประกันตัว เพื่อออกมาสู้คดีตามข้อกล่าวหาขนแรงงานเถื่อน เสมือนแสงสว่างที่ถูกดับมืดลงไปกับตาโดยไม่ทันตั้งตัว ไม่รู้จะเดินไปทางไหน และไม่รู้จะช่วยตัวเองให้ออกจากความมืดอย่างไร 

“เมื่อศาลเมตตาพิพากษายกฟ้องให้พ้นผิดตามข้อกล่าวหาในคดีดังกล่าว ตนจึงขอให้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เพิกถอนคำสั่งปลดตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านของตนให้กลับคืนมา โดยให้มีผลย้อนหลัง และให้คืนสิทธิ์ประโยชน์แก่ตน ตามพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกคราง พ.ศ.2539 มาตรา 49 , 50 , 51 , 52 , 53 เพื่อให้ตนได้กลับเขารับราชการปฏิบัติหน้าที่ให้ประชาชน และขอให้สื่อมวลชนช่วยนำเสนอข้อเท็จจริงหลังศาลมีคำพิพากษายกฟ้องคดีตนให้พ้นผิดจากคดีดังกล่าว และเป็นการกู้ศักดิ์ศรีของตนเองในการปฏิบัติหน้าที่รับใช้แผ่นดินเกิดของตนให้กลับคืนมา” นางวันเพ็ญ กล่าว

สำหรับคดีของนางวันเพ็ญ สืบเนื่องจากกรณีผู้ใหญ่บ้านหญิง ขับเก๋งนำขบวนเคลียร์เส้นทางพา 152 แรงานเถื่อนชาวเมียนมา ส่งโรงงานมหาชัย ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมดำเนินคดี จนนำไปสู่การออกหมายจับนางวันเพ็ญ โดยถูกกล่าวหาว่า ร่วมกับพวกใช้รถยนต์เก๋งนำพาแรงงานต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยผิดกฎหมาย

ต่อมามีคำสั่งทางปกครองโดยผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯสั่งปลด นางวันเพ็ญ ออกจากตำแหน่งผู้ใหญ่บ้าน ฐานกระทำความผิดวินัยอย่างร้ายแรงต้องโทษคดีตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง จนกลายเป็นข่าวโด่งดัง เมื่อประมาณเดือนกุมภาพันธ์ 2565

จนกระทั่งต่อมามีคำสั่งศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หมายเลขแดงที่ อ1355/2565 ลงวันที่ 17 พ.ย.65 ได้มีคำพิพากษายกฟ้องนางวันเพ็ญ ให้พ้นข้อกล่าวหาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาฯ ประกอบกับพยานหลักฐานทางผู้ฟ้องไม่เพียงพอให้รับฟังได้ว่านางวันเพ็ญ เป็นบุคคลที่โดยสารอยู่ในรถยนต์เก๋งคันดังกล่าว เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้นางวันเพ็ญ ถูกจองจำอยู่ภายในเรือนจำจังหวัดประจวบฯนานกว่า 9 เดือน เพราะถูกคัดค้านการประกันตัว

ต่อมาผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บ้านหนองบัวหมู่. 4 ต.เกาะหลัก อ.เมือง เป็นที่อาศัยของนางวันเพ็ญ หลังศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์มีคำพิพากษายกฟ้อง นางวันเพ็ญได้กลับมาอยู่ร่วมกันอีกครั้งกับครอบครัวที่อบอุ่น โดยมีสภาพความเป็นอยู่ต่างจากเดิมไปบ้าง ทุกวันต้องออกไปช่วยมารดาเก็บทางมะพร้าวนำกลับมาริบใบเอาก้านมาทำไม้กวาดส่งขาย เพื่อหารายได้เลี้ยงครอบครัว บางวันต้องออกไปช่วยเลี้ยงวัวกับบิดา เพื่อแบ่งเบาภาระทางครอบครัวในระหว่างที่ยังคงเฝ้ารอคำสั่งจากผู้ว่าราชการจังหวัดฯให้กลับมารับตำแหน่งเป็นผู้ใหญ่บ้านเหมือนเก่า

“ตนได้ทำหนังสือยื่นต่อผู้แทนผู้ว่าฯ เรื่องขอให้ท่านเพิกถอนคำสั่งปลดตนออกจากตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านหลังศาลยกฟ้องในคดีดังกล่าวและให้ท่านคืนตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 ในฐานะที่ท่านมีอำนาจกระทำการดังกล่าวแล้ว” นางวันเพ็ญ กล่าว  

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เคลียร์ปม‘เยาวราช’!พณ.ลั่นต่างชาติค้าขายต้องขออนุญาต ‘นอมินี’ถือหุ้นแทนโทษหนัก

Posted on January 16, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/704394

เคลียร์ปม‘เยาวราช’!พณ.ลั่นต่างชาติค้าขายต้องขออนุญาต ‘นอมินี’ถือหุ้นแทนโทษหนัก

เคลียร์ปม‘เยาวราช’!พณ.ลั่นต่างชาติค้าขายต้องขออนุญาต ‘นอมินี’ถือหุ้นแทนโทษหนัก

วันอาทิตย์ ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2566, 16.08 น.

‘กรมพัฒนาธุรกิจการค้า’ แจงชาวต่างชาติประกอบธุรกิจขายอาหารหรือเครื่องดื่มในไทยต้องได้รับอนุญาตก่อน ฝ่าฝืนจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับตั้งแต่ 100,000-1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

15 มกราคม 2566 นายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จากกรณีที่สื่อมวลชนได้มีการนำเสนอข่าวว่าผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหารย่านเยาวราช มีข้อกังวลประเด็นชาวจีนถือวีซ่านักท่องเที่ยวทำธุรกิจในไทย โดยระบุกลุ่มชาวจีนรุ่นใหม่ที่มาลงทุนโดยใช้นอมินี หรือมีเพียงวีซ่านักท่องเที่ยวเข้ามาประกอบธุรกิจหลากหลายประเภทในย่านเยาวราช เช่น ร้านอาหาร ร้านค้าขาย ฯลฯ ผลกระทบที่เกิดขึ้น คือ เม็ดเงินต่างๆ จะกระจายสู่ท้องถิ่นน้อยลง และผู้ประกอบการไทยจะประสบปัญหาในระยะยาว ขณะที่รูปแบบการใช้จ่ายจะใช้จ่ายผ่านระบบของจีนระหว่างคนจีนกับคนจีนด้วยกัน รวมถึงสามารถเปิดบัญชีได้ แต่ไม่ทราบว่าปลายทางของเงินจะกลับไปอยู่ที่ประเทศต้นทางของเขาหรือไม่ แต่ที่เห็นชัดคือ ไม่ต้องเสียภาษีเหมือนกับนักธุรกิจชาวไทยนั้น (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : เสียงสะท้อนจากเยาวราช จีนแท้ยกทัพผุดร้านอาหารแย่งจีนไทย)

สำหรับประเด็นที่เกี่ยวข้องกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหน่วยงานที่กำกับดูแลตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 สรุปดังนี้

คนต่างด้าวจะประกอบธุรกิจขายอาหารหรือเครื่องดื่มจะต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวก่อนจึงจะประกอบธุรกิจได้ เนื่องจากเป็นธุรกิจในบัญชีสาม (19) ท้ายพระราชบัญญัติฯ อย่างไรก็ตามกรมฯ มีมาตรการป้องปรามและตรวจการกระทำในลักษณะนอมินี ดังนี้

+ ขั้นตอนการจดทะเบียน กำหนดให้คนไทยที่ร่วมลงทุนในนิติบุคคลต้องแสดงหลักฐานที่ธนาคารออกให้ เพื่อรับรองหรือแสดงฐานะการเงินที่แสดงว่ามีทรัพย์สินเพียงพอที่จะลงทุนในนิติบุคคลได้   

+ เมื่อจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลแล้ว จะตรวจสอบว่ามีการใช้คนไทยถือหุ้นแทนหรือกระทำการในลักษณะนอมินีเพื่อหลีกเลี่ยงหรือฝ่าฝืนประกอบธุรกิจควบคุมตามบัญชีท้ายพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 หรือไม่ ซึ่งการตรวจสอบว่าบุคคลหรือนิติบุคคลใดกระทำความผิดตามกฎหมาย หรือการตรวจสอบว่าคนไทยให้ความช่วยเหลือ สนับสนุน หรือถือหุ้นแทนคนต่างด้าวเพื่อให้คนต่างด้าวสามารถประกอบธุรกิจโดยหลีกเลี่ยงหรือฝ่าฝืนกฎหมายที่เข้าข่ายความผิดนอมินีนั้น ต้องปรากฏพฤติการณ์ที่ชัดเจนหรือหลักฐานเอกสารที่แสดงว่าคนไทยมีพฤติกรรมตั้งใจ ปกปิด อำพราง หรือมีการจัดทำเอกสารหลักฐานในลักษณะอำพรางในการให้ความช่วยเหลือ สนับสนุน หรือถือหุ้นแทนคนต่างด้าว โดยเจ้าหน้าที่ต้องดำเนินการแสวงหาข้อเท็จจริงรวมทั้งพยานเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องเพื่อนำมาพิจารณาประกอบการตรวจสอบ  ปัจจุบันกรมฯ ได้จัดทำเป็นแผนงานตรวจสอบประจำปีซึ่งธุรกิจขายอาหารหรือเครื่องดื่มเป็นหนึ่งในธุรกิจที่อยู่ในแผนงานตรวจสอบด้วย

+ กรณีที่มีการจดทะเบียนพาณิชย์เพื่อประกอบธุรกิจ (จดทะเบียนพาณิชย์ที่สำนักงานเขต กรุงเทพมหานคร เทศบาล หรือ อบต.ที่ร้านค้าตั้งอยู่) เป็นการจดทะเบียนการประกอบธุรกิจของผู้ประกอบธุรกิจคนเดียว ซึ่งคนต่างชาติไม่สามารถจดทะเบียนพาณิชย์ได้ ที่ผ่านมา กรมฯ ได้ร่วมมือกับกระทรวงแรงงานในการลงพื้นที่ตรวจสอบผู้ประกอบธุรกิจกลุ่มนี้ ซึ่งหากพบว่ามีคนต่างด้าวประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาตก็จะมีความผิดตามกฎหมายของกระทรวงแรงงานและของกระทรวงพาณิชย์ อีกทั้งหากพบคนไทยมีการจดทะเบียนพาณิชย์แทนคนต่างด้าวก็จะมีความผิดในลักษณะนอมินีด้วย

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงานและกฎหมายหลายฉบับ กรมฯ จะบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อลงพื้นที่ตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นต่อไป

“กรมฯ ขอเตือนคนไทยที่ถือหุ้นแทนคนต่างด้าวหรือร่วมเอาชื่อเข้าเป็นผู้ถือหุ้นโดยไม่ได้ลงทุนจริง หรือให้การสนับสนุนร่วมประกอบธุรกิจกับคนต่างด้าว โดยแสดงว่าเป็นธุรกิจของคนไทยเพื่อให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจโดยหลีกเลี่ยงกฎหมาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับตั้งแต่ 100,000 – 1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และยังมีโทษปรับรายวันอีกวันละ 10,000 – 50,000 บาท จนกว่าจะเลิกฝ่าฝืน” อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

นักวิชาการชี้ปัญหาเชิงโครงสร้าง เกณฑ์ประเมินกดดันต้นตอจ่ายเงินช็อปงานวิจัย

Posted on January 16, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/704369

นักวิชาการชี้ปัญหาเชิงโครงสร้าง เกณฑ์ประเมินกดดันต้นตอจ่ายเงินช็อปงานวิจัย

นักวิชาการชี้ปัญหาเชิงโครงสร้าง เกณฑ์ประเมินกดดันต้นตอจ่ายเงินช็อปงานวิจัย

วันอาทิตย์ ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2566, 14.40 น.

เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2566 รศ.ดร.พวงทอง ภวัครพันธุ์ อาจารย์ภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “Puangthong Pawakapan” ดังนี้ การซื้อ authorship ในวารสารวิชาการของสายวิทย์ฯอย่างน่าตกใจนี้  ซึ่งบางคนอาจจะซื้อถึง 50-100 ชิ้นทีเดียว จะเข้าใจว่าทำไมต้องซื้อมากมายขนาดนี้ ก็ต้องกลับไปดูเกณฑ์การขอตำแหน่งศาสตราจารย์ของสายวิทย์และสังคมศาสตร์บางสาย เช่น เศรษฐศาสตร์และบริหารธุรกิจ – มันบ้าคลั่งมากๆ ประเภท

– ต้องมีงานวิจัยอย่างน้อย 10 เรื่อง

– มี life-time citation ในวารสาร scopus อย่างน้อย 1,000 รายการ โดยไม่นับงานที่อ้างตัวเอง

– ต้องมี h-index ไม่น้อยกว่า 18

– ต้องเป็นหัวหน้าโครงการวิจัยมาไม่ต่ำกว่า 10 โครงการ

นี่มันบ้ามากๆ ฉะนั้น จะมี citation มากกว่า 1,000 ชิ้น ต้องทำอย่างใดอย่างหนึ่งคือ งานวิจัยของคุณเลิศหรูเยี่ยมยอดระดับโลก หรือกว้านซื้อบทความให้มากที่สุด แล้วผลัดกันอ้างไปมา

คำถามคือ กว่าจะเป็น ศ. อาจารย์และมหาลัยแห่งหนึ่งต้องจ่ายเงินกี่ล้านบาท? หาก 1 ชิ้นได้รางวัลตอบแทน 1 แสนบาท 50 ชิ้นจะทำกับเงินเท่าไร?

เราเชื่อว่าพวกผู้บริหารมหาลัยที่ส่วนใหญ่เป็น ศ. สายวิทย์ก็ทำไม่ได้  ศ. ของฝรั่งจำนวนมากก็ไม่น่าจะทำได้  คนพวกนี้คือต้นเหตุที่ทำให้วิชาการของไทยตกต่ำลงทุกด้าน
ปล. เกณฑ์นี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่มกราคม 2565 – บ้าเปลี่ยน-เพิ่มเกณฑ์ทุก 3-4 ปี ไม่มีที่ไหนในโลกจะปัญญาอ่อนเช่นนี้

– 006

https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fpuangthong.r.pawakapan%2Fposts%2Fpfbid02AjbADBSAC9LAec9u3Lqzj9YmqypfiriUJ1uWg6KenJJCh9wdtN4YuhXhTFjqhBMml&width=500&show_text=true&height=815&appId

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ทิดโตโน่’ ลาสิกขาแล้ว ขอบคุณพี่น้องชาวไทย-ลาว

Posted on January 16, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/704367

'ทิดโตโน่' ลาสิกขาแล้ว ขอบคุณพี่น้องชาวไทย-ลาว

‘ทิดโตโน่’ ลาสิกขาแล้ว ขอบคุณพี่น้องชาวไทย-ลาว

วันอาทิตย์ ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2566, 14.26 น.

‘ทิดโตโน่’ ลาสิกขาแล้ว ขอบคุณพี่น้องไทย-ลาว สนับสนุนกิจกรรม“ONE MAN AND THE RIVER” เตรียมทยอยส่งมอบอุปกรณ์การแพทย์ เร่งช่วยเหลือชีวิตเพื่อนมนุษย์

15 ม.ค.66 ที่วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร พระอารามหลวง อ.ธาตุพนม จ.นครพนม พระโตโน่-ภาคิน สุทฺธสทฺโธ พร้อมพระที่ร่วมอุปสมบทอีก 3 รูป นำเครื่องสักการะ ประกอบด้วยกรวย 1 กรวย เทียน 1 เล่ม ธูป 3 ดอก หมากซีก พลู 1 จีบ และดอกไม้เข้ากราบนมัสการพระเทพวรมุนี เจ้าอาวาสฯ และเป็นพระอุปัชฌาย์เพื่อขอลาสิกขาบท หลังครบกำหนดตั้งจิตภาวนาอุปสมบทเป็นเวลา 7 วัน (9-15 มกราคม 66) เพื่อสร้างอานิสงส์ตอบแทนคุณทั้งชาวไทยชาวลาว ที่มีส่วนร่วมในกิจกรรม“ONE MAN AND THE RIVER หนึ่งคนว่าย หลายคนให้” ว่ายน้ำข้าม 2 ฝั่งโขง (ไทย-ลาว) ในการระดมทุนจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้โรงพยาบาลทั้งสองแห่งคือ รพ.นครพนม และ รพ.แขวงคำม่วน เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2565 ที่ผ่านมา และประสบผลสำเร็จลุล่วงด้วยดี โดยได้รับการสนับสนุนทั้งชาวไทย ชาวลาวอย่างมากมาย สรุปมียอดบริจาคกว่า 87 ล้านบาท ตามที่เป็นข่าวไปก่อนหน้านี้แล้ว

ซึ่งในวันและเวลาดังกล่าว พระทั้ง 4 รูป ได้กล่าวคำขอขมาโทษต่อพระอุปัชฌาย์ โดยมีพระพี่เลี้ยงร่วมเป็นพยาน ต่อจากนั้นพระเทพวรมุนีก็จับผ้าสังฆาฏิออกจากบ่า เท่ากับว่าพระทั้งสี่รูปได้ลาจากสมณเพศมาเป็นคฤหัสถ์เรียบร้อยแล้ว ซึ่งทิดโตโน่หลังเปลี่ยนสวมชุดขาวแล้วได้กลับมานั่งฟังธรรมจากพระเทพวรมุนี ก่อนจะเข้าไปกราบลาพระครูปรีชากรหรือพระครูไก่ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสฯ ในฐานะเป็นหัวหน้าพระพี่เลี้ยงที่แนะนำการปฏิบัติตนระหว่างอยู่ในร่มกาสาวพัสตร์

หลังจากนั้นทิดโตโน่ได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว ว่า ในบ่ายวันเดียวกันนี้จะเดินทางด้วยเครื่องบินโดยสารกลับ กทม. เพื่อจะไปเข้าฟิตเนตฟื้นฟูร่างกายที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยกล่าวขอบคุณพี่น้องชาวไทยและชาวลาวที่ให้การสนับสนุนโครงการหนึ่งคนว่ายหลายคนให้ ส่วนอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ทาง  รพ.แขวงคำม่วนขอมานั้นมีทั้งหมด 16 รายการ ก็จะทยอยส่งมอบให้เพราะอุปกรณ์บางอย่างต้องสั่งโดยตรงจากต่างประเทศ

สำหรับ รพ.นครพนมได้เปิดศูนย์รักษาโรคหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งทราบจากคำบอกเล่าจากคณะแพทย์ทราบว่า ในพื้นที่จังหวัดนครพนมและฝั่งลาวมีผู้ป่วยด้วยโรคดังกล่าวมากเป็นอันดับหนึ่ง ทาง รพ.นครพนมจึงมีความต้องการอุปกรณ์ในการรักษาดูแลผู้ป่วยด้านนี้มากที่สุด เพื่อช่วยเหลือชีวิตพี่น้องทั้งฝั่งไทยและลาวได้ทันท่วงทีอย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนสเป็คของเครื่องอยู่ในความเห็นชอบของคณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน โดยราคาเครื่องตกอยู่ที่ประมาณ 60 ล้านบาท.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ธรรมะวันอาทิตย์ : การหลุดพ้นทุกข์ คือนิพพาน โดย เจ้าอาวาสวัดพระศรีเจริญ

Posted on January 16, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/704364

ธรรมะวันอาทิตย์ : การหลุดพ้นทุกข์ คือนิพพาน โดย เจ้าอาวาสวัดพระศรีเจริญ

ธรรมะวันอาทิตย์ : การหลุดพ้นทุกข์ คือนิพพาน โดย เจ้าอาวาสวัดพระศรีเจริญ

วันอาทิตย์ ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2566, 14.13 น.

15 มกราคม 2566 ได้มีโอกาสเดินทางไปฟังพระธรรมเทศนา คลายเครียด ที่วัดพระศรีเจริญ ตั้งอยู่บ้านหัวตะพาน ต.รัตนวารีศรีเจริญ อ.หัวตะพาน จ.อำนาจเจริญ อยู่ห่างจากตัวเมืองอำนาจเจริญ ประมาณ 25 กิโลเมตร ด้านทิศตะวันตก ไปตามถนนอรุณประเสริฐ สายหลัก อำนาจเจริญ – ยโสธร ระยะทาง 19 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายสี่แยกไฟแดง ป้อมยามกุญชร เข้าถนนสายรองอีก 10 กิโลเมตร จะถึงวัดพระศรีเจริญ  

สำหรับ วัดพระศรีเจริญ สังกัดมหานิกาย มีเจ้าอาวาส 1 รูป พระสงฆ์ 8 รูป สามเณร 35 รูป แม่ชีไม่มี มัคนายก 1 คน ภายในเนื้อที่ 15 ไร่ ได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จึงถูกคัดเลือกเป็นพระนักพัฒนา ได้รับรางวัลวัดพัฒนาตัวอย่างที่มีผลงานดีเด่น เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2551 จากสำนักงานพุทธศาสนา จ.อำนาจเจริญ  

ส่วนเจ้าอาวาสวัดพระศรีเจริญ บวชสามเณรตั้งแต่อายุ 10 ปี ที่วัดปลาปาก จ.นครพนม จากนั้น ได้เดินธุดงค์ ข้ามไปฝั่งประเทศลาว และได้จำพรรษา อยู่ที่ถ้ำช้าง ภูเวียง สปป.ลาว รวม 20 ปี จึงได้ข้ามมาฝั่งไทย โดยได้เดินธุดงค์ไปทั่วประเทศ เพื่อโปรดสัตว์และเผยแผ่พุทธศาสนา กระทั่งมาถึงที่บ้านท่ายางชุม อ.หัวตะพาน จึงทำการปักกลดพักแรมใกล้กับบ้านเกิด(บ้านหัวตะพาน) เมื่อชาวบ้านหัวตะพานทราบข่าว ก็ได้นิมนต์กลับไปอยู่วัดบ้านเกิด คือวัดพระศรีเจริญ ซึ่งตอนนั้นขาดแคลนเจ้าอาวาสพอดี และรับตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดพระศรีเจริญ กระทั่งปัจจุบัน เป็นเวลากว่า 40 ปี 

วัดพระศรีเจริญ ภายในอุโบสถประดิษฐาน พระเจ้าใหญ่ศรีเจริญ ว่ากันว่า มีอายุกว่า 1,000 ปี เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ปั้นด้วยดินเผา สูงจากพื้นดิน  2 เมตร หน้าตักกว้าง 1.30 เมตร ซึ่งผุกร่อนมาก จึงได้ใช้ปูนฉาบทาเสริมองค์เดิม แต่ไม่ได้ทุบองค์เดิมทิ้ง เสริมเฉพาะที่แตกร้าวเท่านั้น กระทั่งปี พ.ศ.2525 ได้บูรณะใหม่อีกครั้ง โดยฉาบด้วยทองทั้งองค์ พร้อมกับก่อสร้างอุโอสถหลังใหม่ครอบ อย่างที่เห็นในปัจจุบัน 

เจ้าอาวาสวัดพระศรีเจริญ เทศนาสอนวิธีฝึกปฏิบัติกรรมฐาน ตอนหนึ่งว่า พุทธองค์ทรงเผยทางสว่างไว้ว่า ให้ควบคุมจิตให้มั่นคงอยู่ฌาน(ฌานคืออารมณ์ชิน)ให้ได้ทุกขณะ วิธีฝึกปฏิบัติ คือต้องระลึกไว้เสมอว่า เราจะเจริญภาวนาด้วย” พุทโธ” เริ่มที่ให้นึกถึงพระพุทธรูปองค์ใดก็ได้ที่เราศรัทธา แล้วสมาธิภาวนาทุกวันจนเคยชิน จะเกิดฌานขึ้น ควรทำวันละ 10 -20 นาที ถ้าทำได้สม่ำเสมอ ถึงแม้จะมีกรรมไม่ดีติดตัวมาบ้าง ก็จะพ้นนรก ใครที่ฝึกฌานมาโดยตลอดนั้น สามารถใช้ฌานเข้ามากั้นไม่ให้นึกถึงบาปได้ ก่อนตายแทนที่จะระลึกแต่เรื่องบาป จะมีแต่ภาพแห่งบุญเข้ามาทดแทน ทำให้อารมณ์มีแต่ความสุขความปิติ 

นอกจากนี้ เจ้าอาวาสวัดพระศรีเจริญ เทศนาผลของการทำบุญว่า การทำบุญทุกครั้ง เช่น การได้ช่วยเหลือคน การได้ทำประโยชน์ส่วนรวม ย่อมก่อให้เกิดความปิติดีใจ นั่นแหละคือบุญ ส่วนบุญที่ทำไว้แล้ว มีมากมาย ที่สะสมในสรวงสวรรค์ ทั้งที่ทำไว้ในอดีตชาติหรือในชาตินี้ เราสามารถอุทิศให้แก่ผู้ที่อยู่ในโลกวิญญาณได้ ไม่ว่าศาสนาใด ล้วนมีวิธีสร้างกุศลผลบุญ สะสมคุณงามความดีด้วยกันทั้งหมด เมื่อเกิดบุญกุศล ก็สามารถส่งแผ่ไปถึงโลกทิพย์ได้ด้วยเช่นกัน ก่อผลลัพธ์แบบเดียวกัน ซึ่งพุทธศาสนา ต่างจากศาสนาอื่น ตรงที่มีจุดสุดยอดของการหลุดพ้นจากทุกข์ คือ นิพพาน พระครูกิตติ กิติโย เจ้าอาวาสวัดพระศรีเจริญและเจ้าคณะอำเภอหัวตะพาน เทศนาแก่ญาติโยมที่เข้ามาทำบุญ

โดยการเทศนาให้กำลังใจญาติโยมที่ประสบปัญหาต่างๆ เกิดความทุกข์ เครียดหนัก จงมีสติ และให้ยึดคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นหลัก เช่น ศีล ภาวนา สมาธิ จะช่วยให้จิตใจสบาย คลายเครียดได้บ้าง.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, ธรรมะวันอาทิตย์, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ไทย’ผงาดอันดับ 1 ประเทศปลายทางยอดนิยมในใจนักท่องเที่ยวช่วงตรุษจีน

Posted on January 15, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/704343

‘ไทย’ผงาดอันดับ 1 ประเทศปลายทางยอดนิยมในใจนักท่องเที่ยวช่วงตรุษจีน

‘ไทย’ผงาดอันดับ 1 ประเทศปลายทางยอดนิยมในใจนักท่องเที่ยวช่วงตรุษจีน

วันอาทิตย์ ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2566, 10.10 น.

โฆษกรัฐบาลเผยนายกฯ ปลื้ม Sojern รายงานว่าไทยเป็นประเทศปลายทางยอดนิยมอันดับ 1 ที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกสนใจมาเยือนช่วงตรุษจีน พร้อมสั่งการเตรียมแผนรองรับนักท่องเที่ยว ดูแลด้านความปลอดภัย และมาตรการทางสาธารณสุข

15 มกราคม 2566 นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ประเทศไทยได้รับความนิยม ดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติให้เดินทางมาเยือนได้อย่างต่อเนื่องในทุกเทศกาล โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลตรุษจีนที่จะถึงนี้ ประเทศไทยมียอดการค้นหาเที่ยวบินจากนักท่องเที่ยวทั่วโลกมากเป็นอันดับ 1 จากรายงานของ Sojern แพลตฟอร์มการตลาดดิจิทัลชั้นนำสำหรับการท่องเที่ยว

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า ในช่วงเทศกาลตรุษจีน ปี 2566 นักท่องเที่ยวจากประเทศจีนและประเทศอื่นทั่วโลกให้ความสนใจเดินทางไปท่องเที่ยวยังประเทศในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกเป็นหลัก ซึ่งมีการคาดการณ์ว่า อุตสาหกรรมท่องเที่ยวของภูมิภาคนี้อาจเป็นอุตสาหกรรมเดียวในโลกที่ฟื้นตัวภายในปี 2566

ทั้งนี้ จากยอดการค้นหาเที่ยวบินในช่วงตรุษจีน ประเทศไทยเป็นปลายทางที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั่วโลกถึงร้อยละ 26.75 สูงสุดเป็นอันดับ 1 ขยับขึ้นมาจากอันดับ 2 ในปี 2565 ขณะที่ปลายทางอื่น ๆ ที่มียอดค้นหารองลงมาได้แก่ ญี่ปุ่น ร้อยละ 19.41 สิงคโปร์ ร้อยละ 17.58 ฟิลิปปินส์ ร้อยละ 9.8 มาเลเซีย ร้อยละ 8.47 ไต้หวัน ร้อยละ 5.62 เกาหลีใต้ ร้อยละ 5.33 จีน ร้อยละ 4.36 และฮ่องกง ร้อยละ 2.66

สำหรับต้นทางที่มีความต้องการเดินทางมายังประเทศในในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกในช่วงเทศกาลตรุษจีนมากที่สุด ได้แก่ สิงคโปร์ สหรัฐอเมริกา ไทย ไต้หวัน และญี่ปุ่น ตามลำดับ

“นายกรัฐมนตรียินดีที่การดำเนินมาตรการที่สอดคล้องของรัฐบาลเป็นผลสำเร็จ ชื่อเสียงและภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทย สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ส่งผลให้ประเทศไทยได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง ในทุกเทศกาล ซึ่งต้องขอบคุณทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาสังคม ที่จัดกิจกรรมน่าสนใจ สร้างสีสัน ดึงดูดการท่องเที่ยว ให้ไทยเป็นจุดสนใจ พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติในช่วงเทศกาลตรุษจีนที่จะถึงนี้ ในทุกด้านอำนวยความสะดวก ดูแลความปลอดภัย และเตรียมพร้อมมาตรการทางด้านสาธารณสุข พร้อมขอให้พี่น้องประชาชนไทยร่วมกันเป็นเจ้าบ้านที่ดีด้วย” นายอนุชา กล่าว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปแนวหน้า : ‘เด็ก-เยาวชน’กลุ่มเสี่ยง ‘สุขภาพจิต’สิทธิต้องเข้าถึง

Posted on January 15, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/704271

สกู๊ปแนวหน้า : ‘เด็ก-เยาวชน’กลุ่มเสี่ยง  ‘สุขภาพจิต’สิทธิต้องเข้าถึง

สกู๊ปแนวหน้า : ‘เด็ก-เยาวชน’กลุ่มเสี่ยง ‘สุขภาพจิต’สิทธิต้องเข้าถึง

วันอาทิตย์ ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2566, 07.00 น.

“เราเล่าเรื่องที่เราถูกล่วงละเมิดทางเพศกับครูประจำชั้นตั้งแต่เราอายุ 11 ญาติที่บ้านรับทราบเรื่องเงียบ เราไปโรงพยาบาล ฉุกเฉินต้องล้างท้อง สุดท้ายชีวิตก็กลับมาเหมือนเดิมไม่มีการเยี่ยมบ้าน ไม่มีการติดตาม อันนี้เป็นปัญหา อายุ 14 ปี พบครูแนะแนว ไปโรงพยาบาล แจ้งผู้ใหญ่อีกรอบ แจ้งผู้ดูแลทุน เราได้ทุนตั้งแต่อายุ 11 พอโตมาได้ออกสื่อได้ความรู้มากขึ้นก็จริงแต่ก็ยังไม่มีหน่วยงานของรัฐเข้ามาช่วยเหลือ”

เรื่องเล่าของ จอมเทียน จันสมรักผู้เคยมีประสบการณ์กับโรคซึมเศร้าที่เปิดเผยในวงเสวนา “ทางออกสุขภาพจิต พิชิตปัญหาวัยรุ่น” ที่งานสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 15 เมื่อเร็วๆ นี้ ถึงชีวิตที่ผ่านวิกฤตมาตั้งแต่เด็ก ตั้งแต่ต้องใช้ชีวิตกับแม่ที่มีอาการหวาดระแวง เคยถูกแม่พาไปลาออกจากโรงเรียนอนุบาลซึ่งกว่าจะได้กลับเข้าระบบการศึกษาต้องรอถึงอายุ 9 ปี เคยอยู่แบบลำบากอดมื้อกินมื้อต้องพึ่งพาอาหารจากญาติข้างบ้าน เคยถูกล่วงละเมิดทางเพศจากลูกพี่ลูกน้องแต่ตอนนั้นยังเด็กจึงไม่รู้ว่าคืออะไร เคยทำร้ายตนเองด้วยการกินยาพาราเซตามอลเกินขนาด

แต่ทั้งหมดนี้ไม่เคยมีหน่วยงานของรัฐเข้ามาช่วยเหลือ ไม่เคยมีการประสานส่งต่อทั้งที่โรงเรียนและโรงพยาบาลรับรู้กระทั่งจุดเปลี่ยนในชีวิตคือได้เข้าเรียนที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่นั่นมีคณะจิตวิทยาและนิสิตสามารถพบนักจิตวิทยาได้และได้อยู่หอพักโดยไม่ต้องอยู่กับแม่ จึงเริ่มดูแลตนเองพร้อมกับดูแลแม่ กระทั่งเมื่อไม่นานนี้เพิ่งได้เห็นนักสังคมสงเคราะห์ พยาบาลจิตเวช และอาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน (อสม.)ลงพื้นที่เยี่ยมบ้าน ทำให้คิดว่า หากระบบนี้มีมาถึงตั้งแต่ตนเองยังเป็นเด็กก็อาจไม่ต้องเผชิญกับความรุนแรงต่างๆ เลยก็เป็นได้

ปราชญา ศิริ์มหาอาริยะโพธิ์ญาตัวแทนเยาวชนที่ผลักดันให้เกิดการแก้ไข พ.ร.บ.สุขภาพจิต เล่าถึงสาเหตุของการแก้ไขกฎหมายให้ผู้มีอายุต่ำกว่า 18 ปี พบจิตแพทย์ได้โดยไม่ต้องมีผู้ปกครองยินยอม ว่า ในหลายกรณีปัญหาสุขภาพจิตของเด็กและเยาวชนมาจากครอบครัว จึงต้องการผลักดันให้แก้ไขกฎหมายดังกล่าว ทั้งนี้นับตั้งแต่การเริ่มทำงานกับสภาเด็กและเยาวชนเมื่ออายุได้ 12 ปี แผนงานส่วนใหญ่จะเป็นการแก้ปัญหาสุขภาพกาย แต่เมื่อได้เข้าไปเก็บข้อมูลจริงๆ แล้ว ปัญหาสุขภาพจิตก็รุนแรงไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ซึ่งหลายครั้งหมายถึงความพยายามฆ่าตัวตาย

แต่การผลักดันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายโดยเฉพาะการที่เด็กเพิ่งเรียนชั้นมัธยมต้องไปชี้แจงกับรัฐมนตรีและผู้เชี่ยวชาญของกระทรวงสาธารณสุขที่วัยวุฒิและคุณวุฒิสูงกว่ามาก ทีมงานจึงต้องพยายามรวบรวมข้อมูลหลักฐานให้ได้มากที่สุดเพื่อให้ข้อเรียกร้องมีน้ำหนัก เช่น สถานการณ์สุขภาพจิตในต่างประเทศ ซึ่งพบว่าประเทศที่ให้ผู้มีอายุต่ำกว่า 18 ปี พบจิตแพทย์ได้เองปัญหาเรื่องนี้ของเด็กและเยาวชนจะน้อยกว่าประเทศที่ต้องให้ผู้ปกครองยินยอม ใช้เวลากันถึง 3 ปี กว่าที่กระทรวงฯ จะยอมรับมีแนวปฏิบัติกับบุคลากรทางการแพทย์ออกมา

“บางคนอาจจะรู้สึกว่าการพบจิตแพทย์คือเหมือนกับเด็กได้เจอจิตแพทย์คนเดียว แต่เรามองว่ามันไม่ใช่ คือการที่ถ้าเขาได้เข้าถึงบริการแล้ว เขาได้เจอจิตแพทย์ นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ เด็กที่เดินเข้าไปพบจิตแพทย์ด้วยตัวเองจะแบ่งได้เป็น 2 ประเภทหลักๆ 1.บอกไม่ได้จริงๆ บอกแล้วครอบครัวจะมีปัญหา บอกแล้วครอบครัวจะใช้ความรุนแรง คือไม่สามารถจะสื่อสารกับครอบครัวได้ รวมถึงเคสเหล่านี้ก็จะมีบางส่วนที่ครอบครัวมีปัญหาทางจิตเวชด้วย

กับ 2.ตัวเขาไม่มีข้อมูล ไม่มีชุดความรู้ ไม่มีชุดคำพูดที่จะพูดกับพ่อแม่ อยากให้คุณหมอ อยากให้นักสังคมสงเคราะห์ช่วยบอกแทนเขาหน่อย การเปิดประตูบานแรกมันก็จะช่วยทั้ง 2 เคส เคสแรกเขาก็จะได้เข้าถึงการรักษาและสามารถเยียวยาเขาได้ เคสที่สองคือนักสังคมสงเคราะห์จะสามารถพูดคุยกับครอบครัวช่วยเยียวยา อารมณ์เหมือนช่วยรักษารอยร้าวในครอบครัว ให้สามารถช่วยเหลือเขาได้” ปราชญา กล่าว

พญ.วิรัลพัชร กิตติธะระพันธุ์ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น โรงพยาบาลยุวประสาทไวทโยปถัมภ์ กล่าวว่า โรคหรือภาวะซึมเศร้าคือความผิดปกติทางร่างกาย เพราะคนทุกคนมียีนที่เสี่ยงกับภาวะซึมเศร้าอยู่แล้ว และความเครียดหรือความเสียใจคือปัจจัยกระตุ้นให้เกิดอาการ อย่างไรก็ตาม วัยรุ่นที่ซึมเศร้าอาจมีอาการต่างจากผู้ใหญ่ โดยในขณะที่ผู้ใหญ่อาจร้องไห้หรือมีความคิดอยากฆ่าตัวตาย แต่วัยรุ่นคืออาจพบเห็นว่ามีอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป หงุดหงิดง่ายขึ้น มีความคิดไม่อยากมีชีวิตอยู่ อยากหายไปจากโลกนี้

ประสิทธิภาพในการเรียนแย่ลง จากที่เคยไปเรียนก็ไม่อยากเรียน มีพฤติกรรมเก็บตัว หรืออาจมีอาการทางกายร่วมด้วย เช่น ปวดศีรษะ ปวดท้อง คลื่นไส้อาเจียน น้ำหนักลดเนื่องจากเบื่ออาหาร ส่วน “ความแตกต่างระหว่างโรคซึมเศร้ากับภาวะซึมเศร้า” คือภาวะซึมเศร้าเป็นสิ่งที่เกิดได้กับทุกคนเมื่อประสบกับเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดความเครียดหรือเสียใจ นำไปสู่ความรู้สึกเศร้าหรือเบื่อหน่าย แต่อาการนี้จะไม่คงอยู่ไปตลอด แต่เมื่อใดที่อาการเหล่านั้นเริ่มส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน เช่น ไม่อยากไปเรียน-ไม่อยากไปทำงาน นั่นคือสัญญาณว่ากำลังป่วยเป็นโรคซึมเศร้าแล้ว

“วัยรุ่นแบบไหนที่เราต้องสงสัยว่าจะเป็นโรคซึมเศร้า? ก็คือวัยรุ่นที่มีความเจ็บป่วยทางจิตเวชมาก่อนหน้าที่แล้ว อย่างเช่นเด็กหลายๆ คนเรามาเจอว่าเขาเป็นสมาธิสั้นในวัยเด็ก หรือมีภาวะออทิสติกปรับตัวยาก มีภาวะการเข้าสู่สังคมที่ผิดปกติ ถูกเพื่อนแกล้งหรือโดน Bully (ล้อเลียน-เหยียดหยาม) มาโดยตลอด หรือแม้แต่ครอบครัวที่มีปัญหาสุขภาพจิต อย่างเช่น พ่อแม่ติดการพนัน ติดสารเสพติด หรือแม้กระทั่งติดเหล้านี่เราเจอบ่อยที่สุดเลย ว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้เด็กถูกทารุณกรรมและเกิดภาวะซึมเศร้าได้

เด็กที่มีปัญหาการเรียน โดดเรียนบ่อย เข้าห้องฝ่ายปกครองบ่อยๆ ชอบชกต่อย ชอบใช้สารเสพติด หรือติดพนัน ติดเกมพวกนี้ให้สงสัยว่าถึงจุดหนึ่งเขาอาจจะมีภาวะซึมเศร้าที่เขาต้องใช้ปัจจัยพวกนี้เป็นตัวกระตุ้นให้เขาเกิดความสุขขึ้นมาแทนที่ แต่มีเด็กอีกกลุ่มที่เราแทบจะไม่น่าเชื่อเลยว่าเขาจะมีภาวะซึมเศร้า ก็คือเด็กที่เราเรียกว่าเด็กดีเกินไป คุณครูคุณพ่อคุณแม่เคยเจอไหม?ไม่กล้าที่จะปฏิเสธ อ่อนไหวต่อคำวิพากษ์วิจารณ์ รู้สึกแย่มากกับการไมได้คะแนนเต็ม หรือไม่ได้ 4.00 หรือไม่ได้เป็นที่ 1 ของห้องเด็กพวกนี้เขาน่าสงสารมากเพราะเขามีความเปราะบางทางจิตใจ เพราะฉะนั้นเวลามีผลกระทบอะไรก็ตาม เขาแตกสลายได้ง่าย” พญ.วิรัลพัชร ระบุ

ทั้งนี้ “ครอบครัวก็เป็นปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นให้คนเป็นโรคซึมเศร้า” เช่น พ่อแม่ผู้ปกครองที่ไม่เปิดโอกาสให้บุตรหลานได้แสดงออกหรือได้เป็นตัวของตัวเอง พอบุตรหลานจะแสดงความคิดเห็นก็ตำหนิว่าก้าวร้าวชอบโต้เถียง หรือการเกิดมาเป็นผู้ชายแล้วต้องแบกรับค่านิยมว่าเพศชายต้องแสดงท่าทีเข้มแข็งตลอดเวลา เหล่านี้เป็นจุดที่สังคมไทยต้องฝ่าวงล้อมออกไปให้ได้ และโดยสรุปแล้ว “โรคซึมเศร้าเกิดได้กับทุกคน รักษาให้หายได้และเป็นซ้ำได้”ดังนั้นจึงต้องให้ความรู้กับสังคในเรื่องของการที่ผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม

โดยเฉพาะ “ต้องมีพื้นที่ปลอดภัย (Safe Zone)”ให้ได้แสดงตัวตนความคิดโดยไม่ต้องถูกตัดสินผิด-ถูก!!!

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปพิเศษ : ‘กรมการท่องเที่ยว’พัฒนา6เส้นทาง ชู‘40ห้องน้ำโบว์แดง’ยกระดับการท่องเที่ยวไทย

Posted on January 15, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/704289

สกู๊ปพิเศษ : ‘กรมการท่องเที่ยว’พัฒนา6เส้นทาง  ชู‘40ห้องน้ำโบว์แดง’ยกระดับการท่องเที่ยวไทย

สกู๊ปพิเศษ : ‘กรมการท่องเที่ยว’พัฒนา6เส้นทาง ชู‘40ห้องน้ำโบว์แดง’ยกระดับการท่องเที่ยวไทย

วันอาทิตย์ ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ทุกหน่วยงานในขณะนี้ ได้ขานรับนโยบายการเปิดประเทศเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวทั่วโลก รวมทั้งคนไทย ที่ชอบการท่องเที่ยวในไทย

ทั้งนี้ กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เดินหน้ายกระดับห้องน้ำสาธารณะ ตาม 6 เส้นทางท่องเที่ยวทั่วประเทศ “40 ห้องน้ำโบว์แดง” สะดวกแวะ สะอาดจริง สบายใจ สร้างความเชื่อมั่น ให้สามารถรองรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ

กรมการท่องเที่ยว โดยนางสาววรธีรา สุวรรณศร ผู้อำนวยการกองพัฒนาบริการท่องเที่ยว เดินหน้าติดโบว์ “ห้องน้ำโบว์แดง” แล้วกว่า 40 แห่งทั่วประเทศ ทั้งประเภท “เกณฑ์มาตรฐานห้องน้ำสาธารณะเพื่อการท่องเที่ยว มาตรฐานการท่องเที่ยวไทย” และประเภท “เกณฑ์คุณภาพห้องน้ำสาธารณะเพื่อการท่องเที่ยว” ให้นักท่องเที่ยวได้มั่นใจในการใช้บริการ รวม 6 เส้นทาง

เส้นทางที่ 1 เส้นทางเชียงใหม่ – ดอยอินทนนท์

เส้นทางยอดฮิตของนักท่องเที่ยวกับการหลีกหนีความวุ่นวาย สัมผัสวิถีจาวเหนือพร้อมไอหนาว โดยเฉพาะจุดท่องเที่ยวอย่างดอยอินทนนท์ กับวิวทิวทัศน์เหนือคำบรรยาย เติมพลังไปกับน้ำตกและจุดชมวิวที่นักท่องเที่ยวจะได้พักผ่อนอย่างเต็มอิ่ม แถมสบายใจด้วยมาตรฐานห้องน้ำโบว์แดง ให้ทุกท่านได้เต็มเติมความสุขอย่างไร้ที่ติ

เส้นทางที่ 2 เส้นทางอุดรธานี – สกลนคร – บึงกาฬ – นครพนม

เส้นทางนี้พลาดไม่ได้สำหรับสายบุญ สายมูทั้งหลาย ต้องมาปักหมุดไหว้พระ ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์อย่างถ้ำนาคา และวัดต่างๆ ที่ต่างมีตำนานความเชื่อ เล่าขานจากรุ่นสู่รุ่น และความศรัทธาที่สืบเนื่องกันมาอย่างยาวนาน ให้นักท่องเที่ยวได้เติมบุญจนลืมเวลา เพราะมีจุดแวะให้เช็คอินอย่างมั่นใจ ไปกับห้องน้ำโบว์แดง ที่ต้องย้ำว่า สะดวกแวะ สะอาดจริง สบายใจ

เส้นทางที่ 3 เส้นทางกรุงเทพฯ – พระนครศรีอยุธยา – สระบุรี – นครราชสีมา 

อีกเส้นทางที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว เพราะเดินทางสะดวกจากกรุงเทพฯ ทั้งเพลิดเพลินกับวิวธรรมชาติ สัมผัสทิวเขา กังหันลม และเขื่อนกักเก็บน้ำขนาดใหญ่ โดยระหว่างเส้นทางยังมีสวนอาหาร และร้านของฝากให้เลือกช้อปมากมายที่ได้มาตรฐานห้องน้ำโบว์แดง เรียกได้ว่าให้ทุกท่านเพลิดเพลินไปกับ “เขา” ได้ไม่สะดุด เพราะมีห้องน้ำโบว์แดงอยู่เคียงข้าง

เส้นทางที่ 4 เส้นทางกรุงเทพฯ –  ชลบุรี – ระยอง – จันทบุรี – ตราด

เส้นทางการท่องเที่ยวที่รายล้อมไปด้วยสวนผลไม้ รวมถึงราชาและราชินีผลไม้อย่างทุเรียน มังคุด และผลไม้อีกหลากหลายชนิดตลอดเส้นทาง เป็นเส้นทางที่มีครบทั้งวิวภูเขา วิวทะเลที่นักท่องเที่ยวนิยมมาพักผ่อนในทุกเทศกาล ทวีคูณความนิยมไปด้วยมาตรฐานห้องน้ำโบว์แดง ให้วันหยุดพักผ่อนของทุกท่าน เที่ยวสนุก ทวีคูณความสุขเป็นเท่าตัว

เส้นทางที่ 5 เส้นทางกรุงเทพฯ – สมุทรสาคร – สมุทรสงคราม – เพชรบุรี – ประจวบคีรีขันธ์

อีกเส้นทางสุดฮิต ติดชาร์ต กับเส้นทางประตูสู่ภาคใต้ ที่เดินทางแสนสะดวก แถมพักผ่อนแสนสบาย ตลอดเส้นทางสามารถแวะชมวิว แวะทานอาหารทะเลสดๆ แวะซื้อของฝากทั้งคาวและหวาน โดยเฉพาะของขึ้นชื่ออย่างขนมหม้อแกง และสะดวกแวะสุดๆ กับห้องน้ำโบว์แดง ที่จะคอยบริการทุกท่านตลอดเส้นทางท่องเที่ยว

เส้นทางที่ 6  เส้นทางภูเก็ต – พังงา – กระบี่ – ตรัง – พัทลุง – สงขลา

อีกหนึ่งเส้นทางสำคัญด้านการท่องเที่ยวกับเส้นทางภาคใต้ ให้ทุกท่านสัมผัสกับทะเล ชายหาด และแสงยูวี การันตีความนิยมด้วยนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ เติมเต็มความรู้สึกในทุกมิติทั้งบรรยากาศสวยจับใจกับ 2 ฝั่งทะเลอ่าวไทยและอันดามัน พร้อมกิจกรรมดำน้ำเยี่ยมชมสัตว์ทะเล และแนวปะการัง รวมถึงเต็มอิ่มกับร้านอาหารท้องถิ่น และจุดแวะพักต่าง ๆ ที่พร้อมต้อนรับ และให้บริการนักท่องเที่ยวด้วยมาตรฐาน “โบว์แดง”

“ห้องน้ำโบว์แดง” การันตีความสะดวก สะอาด และสบายให้นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ ได้มั่นใจกับการใช้บริการห้องน้ำสาธารณะที่ถูกสุขอนามัย ปลอดภัย ห่างไกลโรค อีกหนึ่งแรงกระตุ้นเศรษฐกิจท่องเที่ยวไทยจากกรมการท่องเที่ยว ย้ำ !! มองหาห้องน้ำสะอาด มองหา “ห้องน้ำโบว์แดง” หรือ Scan QR Code (QR Code Directory)

รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ กองพัฒนาบริการท่องเที่ยวกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โทร. 0-2141-3333

สำหรับ กรมการท่องเที่ยว มีภารกิจเกี่ยวกับการพัฒนาการท่องเที่ยวในด้านบริการ ท่องเที่ยว แหล่งท่องเที่ยว ธุรกิจนําเที่ยว มัคคุเทศก์ และผู้นําเที่ยว มาตรฐานอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และการรักษาความปลอดภัยทางการท่องเที่ยว รวมถึงการสร้างภาพยนตร์ต่างประเทศในราชอาณาจักร ให้สอดคล้องกับกฎหมายว่าด้วยนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ กฎหมายว่าด้วยธุรกิจนําเที่ยวและมัคคุเทศก์ กฎหมายว่าด้วยภาพยนตร์และวีดิทัศน์ เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการสร้างภาพยนตร์ต่างประเทศ ในราชอาณาจักร และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดย ให้อำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

1.ดําเนินการตามกฎหมายว่าด้วยนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติกฎหมายว่าด้วยธุรกิจนําเที่ยว และมัคคุเทศก์ กฎหมายว่าด้วยภาพยนตร์และวีดิทัศน์ เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการสร้างภาพยนตร์ ต่างประเทศในราชอาณาจักร และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

2.ประสานการสํารวจ วางแผน ออกแบบ และดําเนินการส่งเสริม อนุรักษ์ ฟื้นฟู บูรณะ ปรับปรุง และพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว ตลอดจนทรัพยากรทางการท่องเที่ยวและคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ ภายใต้บังคับกฎหมายว่าด้วยการนั้น เพื่อเป็นการนํามาตรฐานทางการท่องเที่ยวไปสาธิตหรือเป็นต้นแบบ ปรับใช้กับแหล่งท่องเที่ยว

3.สํารวจ จัดเก็บ รวบรวม และพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศ เพื่อวางแผนและบริหารจัดการ เผยแพร่ข้อมูลสถิติและองค์ความรู้ด้านบริการท่องเที่ยว แหล่งท่องเที่ยว
การประกอบธุรกิจนําเที่ยว มัคคุเทศก์ และผู้นําเที่ยว รวมทั้งข้อมูลสถิติด้านการท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายการท่องเที่ยวชุมชนและกิจการภาพยนตร์ต่างประเทศในราชอาณาจักร

4.จัดทําแผนพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว แผนพัฒนาบริการท่องเที่ยว แผนพัฒนาทะเบียน ธุรกิจนําเที่ยว มัคคุเทศก์ และผู้นําเที่ยว รวมทั้งประสาน ส่งเสริม และสนับสนุนให้มีการปฏิบัติ ให้เป็นไปตามแผน มาตรฐาน และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

5.ศึกษาวิเคราะห์ วิจัย และจัดทํามาตรฐานบริการท่องเที่ยว มาตรฐานแหล่งท่องเที่ยว มาตรฐานธุรกิจนําเที่ยวและมัคคุเทศก์ และมาตรฐานอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งดําเนินการ ตรวจประเมินและรับรองมาตรฐาน

6.ศึกษาวิเคราะห์ วิจัย กําหนดนโยบายและแผนพัฒนาบุคลากรด้านการท่องเที่ยว จัดทํา และพัฒนาหลักสูตรการพัฒนาบุคลากรด้านการท่องเที่ยวให้สอดคล้องต่อความต้องการด้านแรงงาน ของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งดําเนินการรับรองมาตรฐานสมรรถนะ สําหรับบุคลากรด้านการท่องเที่ยวอาเซียน

7.สนับสนุนการดําเนินการเกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยทางการท่องเที่ยว

8.ติดตามและประเมินผลงานด้านพัฒนาการท่องเที่ยว

9. ส่งเสริมและสนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการพัฒนาการท่องเที่ยว อย่างยั่งยืน รวมถึงประสานและสนับสนุนการบริหารจัดการเครือข่ายการท่องเที่ยวชุมชนให้สามารถ ดําเนินการเพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

10.ดําเนินการประสานความร่วมมือกับองค์กรภาครัฐและเอกชนทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ เพื่อเป็นเครือข่ายในการดําเนินงานด้านการท่องเที่ยว

11.ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายกําหนดให้เป็นอํานาจหน้าที่ของกรม หรือตามที่รัฐมนตรี หรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย

ทั้งหมดนี้เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยในช่วงที่เรากำลังเปิดประเทศ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ศาลายาฟู้ดมาร์เก็ต’ศูนย์อาหารคุณภาพ ‘ม.มหิดล’หนุนชุมชนเผยแพร่‘ของดีท้องถิ่น’

Posted on January 15, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/704282

‘ศาลายาฟู้ดมาร์เก็ต’ศูนย์อาหารคุณภาพ  ‘ม.มหิดล’หนุนชุมชนเผยแพร่‘ของดีท้องถิ่น’

‘ศาลายาฟู้ดมาร์เก็ต’ศูนย์อาหารคุณภาพ ‘ม.มหิดล’หนุนชุมชนเผยแพร่‘ของดีท้องถิ่น’

วันอาทิตย์ ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

จากความมุ่งมั่นตั้งใจจะพัฒนาชุมชนสู่ความยั่งยืน ขจัดความยากจนลดความเหลื่อมล้ำสู่การมีสุขภาพดี เกิดเป็นศูนย์อาหารสุขภาพออนไลน์ “ศาลายาฟู้ดมาร์เก็ต”แหล่งรวม “ของดีศาลายา” อาหารคุณภาพที่คัดสรรภายใต้แนวคิด “สุขภาพ สะอาด สะดวก” มารวมไว้ในคลิกเดียวเช่นปัจจุบัน ซึ่ง ผศ.ดร.ชิตชยางค์ ยมาภัย หัวหน้าโครงการพันธกิจสัมพันธ์มหาวิทยาลัยมหิดลกับสังคม (Mahidol Social Engagement) กล่าวว่า จุดเริ่มต้นของโครงการฯ เกิดขึ้นเมื่อครั้งที่ โครงการฯ ได้รวบรวมเอาคณาจารย์ นักศึกษา และบุคลากรมหาวิทยาลัยมหิดลจากสหสาขาวิชา

ลงพื้นที่ร่วมพัฒนา “ชุมชนโพธิ์ทอง” ที่อยู่บริเวณใกล้เคียงมหาวิทยาลัยมหิดล (วิทยาเขตศาลายา) อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม ช่วยเหลือผู้ป่วยสูงวัยติดเตียงตลอดจนครอบครัวที่ประสบวิกฤตเศรษฐกิจจากสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 รวมถึงเด็กด้อยโอกาสในชุมชน เพื่อการมีสุขภาวะและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น วิเคราะห์ปัญหาร่วมกับภาคีพัฒนาในพื้นที่ ได้แก่ เทศบาลตำบลศาลายา โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลศาลายา โรงเรียนวัดสาลวัน

พบว่า “การสร้างอาชีพ” เพื่อหารายได้มาเลี้ยงครอบครัว และชุมชนจะเป็นทางออกที่ช่วยให้คนฟื้นตัวจากปัญหาโรคระบาดโควิด-19 ได้ โดยงานพันธกิจสัมพันธ์มหาวิทยาลัยมหิดลกับสังคม ได้รับทุนสนับสนุนจากกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ดำเนินโครงการพัฒนาผู้ประกอบการอาหารสุขภาพชุมชนโพธิ์ทองเพื่ออบรมเพิ่มพูนทักษะเดิมเพิ่มเติมทักษะใหม่ให้แก่กลุ่มผู้ได้รับความเดือดร้อนจากโรคระบาดโควิด-19

ด้วยหลักสูตรการเรียนรู้เชิงปริวรรติด้วยการคิดเชิงออกแบบ (Transformative Learning by Design Thinking) ช่วยให้ชาวบ้านได้พัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการอาหารสุขภาพสู่ประชาคมศาลายา ตลอดห่วงโซ่คุณค่าตั้งแต่วัตถุดิบปลอดภัยการปรุงอาหารสุขภาพ สะอาดถูกสุขอนามัย ส่งมอบถึงมือผู้บริโภคอย่างสะดวก และได้จัดตั้งศูนย์อาหารสุขภาพออนไลน์ ศาลายาฟู้ดมาร์เก็ต ขึ้นเป็นแหล่งรวมอาหารสุขภาพออนไลน์ เพื่อประโยชน์สำหรับชุมชน และกำลังจะขยายผลสู่แอปพลิเคชั่น LINE MAN

ศาลายาฟู้ดมาร์เก็ตจะดำเนินการในรูปแบบ “ธุรกิจเพื่อสังคม คืนกำไรสู่สังคม” ที่ตั้งเป้าหมายแรกเพื่อเพิ่มยอดผลประกอบการให้รัานค้าต่างๆ มีรายได้เพิ่มขึ้น ร้อยละ 15ในเบื้องต้นคณะทำงานได้คัดสรร 11 ร้านคุณภาพ นำร่อง ไว้ในศูนย์อาหารสุขภาพออนไลน์ ศาลายาฟู้ดมาร์เก็ต ด้วยความเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ จึงมั่นใจได้ว่าผู้บริโภคจะได้รับประทานอาหารที่ดีมีมาตรฐานจากชุมชนศาลายา

อาหารทุกเมนูที่อยู่ในศาลายาฟู้ดมาร์เก็ตเชื่อมั่นได้ว่าใช้วัตถุดิบคุณภาพที่มีอยู่ในชุมชน ปรุงด้วยรสที่ไม่เน้นหวานมัน เค็ม จนเกินไป และแม้ไม่ใส่ผงชูรส ก็ไม่อ่อนด้อยในเรื่องรสชาติ หากเป็นของทอดจะไม่ใช้น้ำมันทอดซ้ำ และบางเมนูใช้หญ้าหวานแทนน้ำตาล และผักสดปลอดสารพิษจากแปลงผักภายในมหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา เมนูที่พลาดไม่ได้ อาทิ ข้าวห่อใบบัว เมี่ยงดอกบัวหลวงส้มตำไข่เค็มออร์แกนิก กาแฟดำน้ำผึ้ง น้ำฟักข้าว จากร้านดังของศาลายา ได้แก่ ป้าแจ๋ว ป้าเรียม แม่นุช แม่ขนิษฐา และชานมไข่บุกวาคิม

ด้วย 3 ส สุขภาพ สะอาด สะดวก ที่เชื่อมั่นได้จากศาลายาฟู้ดมาร์เก็ต ก้าวต่อไป โครงการพันธกิจสัมพันธ์มหาวิทยาลัยมหิดลกับสังคม เตรียมขยายแนวคิดดังกล่าวสู่ 125 ร้านค้าภายใต้โครงการ “หน้ามอ หน้ามอง” เพื่อดึงดูดใจผู้มาเยือนศาลายา ขณะที่ในส่วนของมหาวิทยาลัยมหิดล ได้มีการวางแผนที่จะทำให้ ศาลายาฟู้ดมาร์เก็ต เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการดำเนินชีวิตของประชาคมมหาวิทยาลัยมหิดลในทุกช่วงเวลา ไม่ว่าจะเป็นช่วงพักกลางวัน การจัดเลี้ยงประชุม ต้อนรับแขกผู้มาเยือน หรือกิจกรรมใดๆ

จะมีอาหารเพื่อสุขภาพจากศาลายาฟู้ดมาร์เก็ต มาเพื่อแสดงเอกลักษณ์ของชุมชนอยู่ด้วยเสมอ เตรียม kick off เร็วๆ นี้!!!

มหาวิทยาลัยมหิดล

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

กางข้อกฎหมาย‘เปิดเพลงเสียงดังรบกวนเพื่อนบ้าน’เอาผิดอะไรได้บ้าง

Posted on January 15, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/704311

กางข้อกฎหมาย‘เปิดเพลงเสียงดังรบกวนเพื่อนบ้าน’เอาผิดอะไรได้บ้าง

กางข้อกฎหมาย‘เปิดเพลงเสียงดังรบกวนเพื่อนบ้าน’เอาผิดอะไรได้บ้าง

วันเสาร์ ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2566, 19.49 น.

กางข้อกฎหมาย‘เปิดเพลงเสียงดังรบกวนเพื่อนบ้าน’เอาผิดอะไรได้บ้าง

“บ้านคือวิมานของเรา” ที่อยู่อาศัยเป็นหนึ่งในปัจจัย 4 จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ แต่ที่มากไปกว่านั้นคือการเป็น “จุดชาร์จพลังงาน” เมื่อเหนื่อยล้าจากกิจวัตรต่างๆ ภายนอก ก็อยากจะกลับมาพักผ่อนกายและใจให้มีเรี่ยวแรงออกไปดิ้นรนทำมาหาเลี้ยงชีพตนเองและครอบครัวกันต่อไป แต่หลายครั้ง “บ้านกลับกลายเป็นนรกแทนที่จะเป็นสวรรค์” เพราะดันไปอยู่ใกล้ “เพื่อนบ้านเจ้าปัญหา” ก่อความเดือดร้อนรำคาญ และบางครั้งก็จบลงด้วยโศกนาฎกรรม ฝ่ายหนึ่งทนพฤติกรรมอีกฝ่ายไม่ไหว ลงไม้ลงมือฆ่าอีกฝ่ายตายส่วนตนแองก็ต้องถูกจับติดคุกตะราง

เรื่องน่าปวดหัวจากการมีเพื่อนบ้านเจ้าปัญหา ล่าสุดเกิดขึ้นที่บริเวณซอยพ่อคำพันธ์ 1 คุ้มหัวบึง เขตเทศบาล ต.บ้านเชียง อ.หนองหาน จ.อุดรธานี โดยมีสมาชิกคนหนึ่งในชุมชนมีพฤติกรรมชอบใช้เครื่องขยายเสียงรบกวนคนอื่นๆ เปิดบทสวดมนต์บ้างเพลงบ้าง ลากยาวไปยัน 3-4 ทุ่ม คนในชุมชนต้องทนฟังมานานถึง 3 ปี ถึงขั้นบางคนทนไมไหว ขอระบายความคับแค้นด้วยการปาอุจจาระใส่บ้านผู้ก่อเหตุกันเลยทีเดียว

เมื่อดูข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง อาทิ “ประมวลกฎหมายอาญา” ใน “มาตรา 370” ระบุว่า ผู้ใดส่งเสียง ทำให้เกิดเสียงหรือกระทำความอื้ออึง โดยไม่มีเหตุอันสมควร จนทำให้ประชาชนตกใจหรือเดือดร้อน ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 1 พันบาท , “มาตรา 397” (วรรคหนึ่ง) ผู้ใดกระทำด้วยประการใด ๆ ต่อผู้อื่น อันเป็นการรังแก ข่มเหง คุกคามหรือกระทำให้ได้รับความอับอายหรือเดือดร้อนรำคาญ ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 5 พันบาท (วรรคสอง) ถ้าเป็นการกระทำในที่สาธารณะ หรือต่อหน้าคนจำนวนมาก ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

อนึ่ง ในประมวลกฎหมายอาญา หมวด 7 การกระทำความผิดหลายบทหรือหลายกระทง มาตรา 90 ระบุว่า  เมื่อการกระทำใดอันเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ใช้กฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดลงโทษแก่ผู้กระทำความผิด ดังนั้นโดยสรุป การส่งเสียงดังภายในบ้านหากทำให้คนอื่นเดือดร้อนรำคาญ อาจโดนปรับไม่เกิน 5 พันบาท หากเสียงดังต่อหน้าคนจำนวนมาก ก็อาจโดนโทษสูงสุดคุก 1 เดือน ปรับ 1 หมื่นบาท

นอกจากนั้นยังมี “พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ.2535” ซึ่ง “มาตรา 25” ระบุว่า ในกรณีที่มีเหตุอันอาจก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ผู้อยู่อาศัยในบริเวณใกล้เคียงหรือผู้ที่ต้องประสบกับเหตุนั้นดังต่อไปนี้ ให้ถือว่าเป็นเหตุรำคาญ (4) การกระทำใดๆ อันเป็นเหตุให้เกิดกลิ่น แสง รังสี เสียง ความร้อน สิ่งมีพิษ ความสั่นสะเทือน ฝุ่น ละออง เขม่า เถ้า หรือกรณีอื่นใด จนเป็นเหตุให้เสื่อมหรืออาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ

“มาตรา 26” ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอ านาจห้ามผู้หนึ่งผู้ใดมิให้ก่อเหตุรำคาญในที่หรือทางสาธารณะหรือสถานที่เอกชน รวมทั้งการระงับเหตุรำคาญด้วย ตลอดทั้งการดูแล ปรับปรุง บำรุงรักษา บรรดาถนนทางบก ทางน้ำ รางระบายน้ำ คู คลอง และสถานที่ต่างๆ ในเขตของตนให้ปราศจากเหตุรำคาญ ในการนี้ ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจออกคำสั่งเป็นหนังสือเพื่อระงับ กำจัด และควบคุมเหตุรำคาญต่างๆ ได้

“มาตรา 28” (วรรคหนึ่ง) ในกรณีที่มีเหตุรำคาญเกิดขึ้นในสถานที่เอกชน ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจออกคำสั่งเป็นหนังสือให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองสถานที่นั้นระงับเหตุรำคาญภายในเวลาอันสมควรตามที่ระบุไว้ในคำสั่ง และถ้าเห็นว่าสมควรจะให้กระทำโดยวิธีใดเพื่อระงับเหตุรำคาญนั้น หรือสมควรกำหนดวิธีการเพื่อป้องกันมิให้มีเหตุรำคาญเกิดขึ้นในอนาคต ให้ระบุไว้ในคำสั่งได้

(วรรคสอง) ในกรณีที่ไม่มีการปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามวรรคหนึ่ง ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจระงับเหตุรำคาญนั้น และอาจจัดการตามความจำเป็นเพื่อป้องกันมิให้มีเหตุรำคาญเกิดขึ้นอีก และถ้าเหตุรำคาญเกิดขึ้นจากการกระทำ การละเลย หรือการยินยอมของเจ้าของหรือผู้ครอบครองสถานที่นั้น เจ้าของหรือผู้ครอบครองสถานที่ดังกล่าวต้องเป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายสำหรับการนั้น

(วรรคสาม) ในกรณีที่ปรากฏแก่เจ้าพนักงานท้องถิ่นว่าเหตุรำคาญที่เกิดขึ้นในสถานที่เอกชนอาจเกิดอันตรายอย่างร้ายแรงต่อสุขภาพ หรือมีผลกระทบต่อสภาวะความเป็นอยู่ที่เหมาะสมกับการดำรงชีพของประชาชน เจ้าพนักงานท้องถิ่นจะออกคำสั่งเป็นหนังสือห้ามมิให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองใช้หรือยินยอมให้บุคคลใดใช้สถานที่นั้นทั้งหมดหรือบางส่วน จนกว่าจะเป็นที่พอใจแก่เจ้าพนักงานท้องถิ่นว่าได้มีการระงับเหตุรำคาญนั้นแล้วก็ได้

“มาตรา 28/1” (วรรคหนึ่ง) เมื่อปรากฏว่ามีเหตุรำคาญเกิดขึ้นตามมาตรา 27 หรือมาตรา 28 เป็นบริเวณ
กว้างจนก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพของสาธารณชน ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจประกาศกำหนดให้บริเวณ
ดังกล่าวเป็นพื้นที่ควบคุมเหตุรำคาญ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดโดย
คำแนะนำของคณะกรรมการ และประกาศในราชกิจจานุเบกษา

(วรรคสอง) การระงับเหตุรำคาญตามวรรคหนึ่ง และการจัดการตามความจำเป็นเพื่อป้องกันมิให้มีเหตุรำคาญนั้นเกิดขึ้นอีกในอนาคต ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นประกาศกำหนด (วรรคสาม) ในกรณีที่เหตุรำคาญตามวรรคหนึ่งได้ระงับจนไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพของสาธารณชนแล้ว ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นประกาศยกเลิกพื้นที่ควบคุมเหตุรำคาญนั้นโดยไม่ชักช้า

“มาตรา 74” ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามมาตรา 21 มาตรา 22 มาตรา 27 วรรคหนึ่ง หรือ มาตรา 28 วรรคหนึ่งหรือวรรคสาม หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามประกาศที่ออกตามมาตรา 28/1 วรรคสอง โดยไม่มีเหตุหรือข้อแก้ตัวอันสมควร หรือขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามมาตรา 23 มาตรา 27 วรรคสอง หรือมาตรา 28 วรรคสอง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกินสองหมื่นห้าพัน
บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ


อ้างอิง 
https://www.krisdika.go.th/librarian/get?sysid=443287&ext=pdf

ประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ.2499 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม)

Click to access %E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%9A.%20%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%82%202535%20%E0%B8%96%E0%B8%B6%E0%B8%87%20%E0%B8%893%202560.pdf

พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ.2535

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
https://www.naewna.com/likesara/704287

เพื่อนบ้านมหาภัยเปิดเพลงลั่นซอย เผ่นหนีหลังเป็นข่าว งัดไม้แข็งใช้กม.เด็ดขาด

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,914,798 hits

Join 4,113 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

สะกดคนดูทั้งจุฬาฯ! ‘สังเวชนียสถานซิมโฟนี’ ปรากฏการณ์ดนตรีพุทธประวัติครั้งประวัติศาสตร์ไทย
ละมุนทุกมุม! แพนเค้ก เขมนิจ สวมชุดไทยงดงามออร่าจับ
อินโดนีเซียรวบ 6 ผู้ต้องหา ลักลอบค้า "มังกรโคโมโด" ส่งขายไทย
เครียดจนป่วย ‘Conversion Disorder’ โรคที่ต้องการความเข้าใจไม่ใช่คำวิจารณ์
รัสเซียกระหน่ำยิงโดรน-ขีปนาวุธถล่มยูเครน ดับ 14 ศพ
พริกยกสวน 'ธัญญ่า-หนิง'แท็กทีมปล่อยเซ็ตภาพ Wet Look ส่งท้ายสงกรานต์สวยฉ่ำ
AIDSID ขอเชิญร่วมทำบุญช่วยชีวิต เพิ่มภูมิคุ้มกันแก่ผู้ป่วยด้อยโอกาส
ทรัมป์เผย ผู้นำอิสราเอล-เลบานอน เตรียมหารือครั้งแรกในรอบ 34 ปี
ยังจับไม่ได้! หมาป่าแหกกรงสวนสัตว์หนีในเกาหลีใต้ ล่องหนนานกว่าสัปดาห์
เปิดโฉม พิบูลย์ รัชกิจประการ น้องชายพิพัฒน์ ขยับเป็น สส.แทนวราวุธ

Recent Posts

  • ผู้ว่าฯ-นายกฯ นิวยอร์ก หนุนเก็บภาษีคนรวยมีบ้านหลังที่ 2 มูลค่าเกิน 160 ล้านบาท
  • รัสเซียกระหน่ำยิงโดรน-ขีปนาวุธถล่มยูเครน ดับ 14 ศพ
  • ญี่ปุ่นอัดฉีด 1 หมื่นล้านดอลลาร์ ช่วยเอเชียรับมือวิกฤตราคาน้ำมันพุ่ง
  • ทรัมป์เผย ผู้นำอิสราเอล-เลบานอน เตรียมหารือครั้งแรกในรอบ 34 ปี
  • ไฟไหม้ใหญ่โรงกลั่นน้ำมันออสเตรเลีย ซ้ำเติมวิกฤตเชื้อเพลิงจากสงครามอิหร่าน

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d