Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

สกู๊ปแนวหน้า : ทลายกำแพงห้องเรียน สร้างการเรียนรู้ตอบโจทย์ชีวิต #SootinClaimon.Com

Posted on September 26, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/604644

สกู๊ปแนวหน้า : ทลายกำแพงห้องเรียน  สร้างการเรียนรู้ตอบโจทย์ชีวิต

วันอาทิตย์ ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2564, 07.05 น.

“ครูสามเส้า คือ ครูในโรงเรียน เรียกว่าเป็นครูวิชาการ ต้องกล้าคิดนอกกรอบ มีพื้นฐานเรื่องโครงงานฐานวิจัยก่อน มีหลักสูตรฐานสมรรถนะ และมีหลักสูตรภูมิสังคม และมีเครื่องมือที่ดีมากๆ คือ ระบบ PLC (Professional Learning Community-ชุมชนการเรียนรู้) การตั้งคำถาม ให้กำลังใจเด็กเป็นคาแร็กเตอร์สำคัญของครูในระบบการศึกษาแล้วอยู่ในโรงเรียน ครูชุมชน เชื่อมโยงทำให้เกิดคุณภาพ เกิดความมั่นคง จากการได้เรียนรู้ทุนทางสังคม ระบบเครือญาติ ระบบทรัพยากร เรื่องศิลปะ วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม

คือปัจจัยที่เอื้อหนุนการหล่อหลอมและการทำให้เด็กเติบโตขึ้นในชุมชนอย่างรู้เท่าทัน ต่อมาคือ ครูชีวิต จะเป็นคนที่ถ่ายทอดวิชาทำมาหากิน การกรีดยาง การทำประมง การเลี้ยงไก่ ปลากัด สิ่งหนึ่งที่เราจะเห็นคือเกิดความเป็นสตูล Active Citizen เด็กในจังหวัดสตูล สามารถไต่ไปสู่ศักยภาพการค้นพบรู้จักตัวเองมีอัตลักษณ์ที่เป็นความหวังของคนจังหวัดสตูล ที่เมื่อเวลาเขาจบการศึกษาหรือย้ายออกจากถิ่นฐาน เขาจะไม่ดูแคลนอาชีพของพ่อแม่ เป็นข้อค้นพบสำคัญเรื่องหนึ่ง”

ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ ประธานอนุกรรมการกำกับทิศทางนโยบายและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิภาคประชาสังคมกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา(กสศ.) อธิบายถึงแนวคิด “ครูสามเส้า”ซึ่งเป็นข้อค้นพบใน “จังหวัดสตูล” หนึ่งใน 3 จังหวัดนวัตกรรมการศึกษา (ศรีสะเกษ ระยอง สตูล) ในการเสวนา (ออนไลน์) เรื่อง “ล็อกดาวน์ไม่ล็อกการเรียนรู้” โดยมีคณะอนุกรรมการด้านการสื่อสารและการมีส่วนร่วม ในคณะกรรมการนโยบายพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ร่วมกับสำนักงานบริหารพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาเป็นผู้จัดงานขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้

ซึ่งครูสามเส้าในความหมายที่สตูลค้นพบขึ้นมา เป็นก้าวเล็กๆ แต่มีอำนาจในเรื่องการพังทลายห้องเรียน เรื่องของการเรียนรู้ เข้าไปสู่เรื่องชุมชน สำคัญที่สุดคือ “เปลี่ยนกรอบคิดของครู เปลี่ยนกรอบระบบราชการก้าวไปสู่ระบบการเรียนรู้ที่เปิดกว้างมากขึ้นแล้วทลายกำแพงต่างๆ ได้” เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ทั้งนี้ นวัตกรรมใดๆ ก็ตามถ้าใช้เกิน 3 ปีจะไม่ถือเป็นนวัตกรรม แต่หากมีการต่อยอดก็จะเดินต่อได้

“ผอ.โรงเรียนอนุบาลสตูล พยายามใช้เรื่องนาฬิกาชีวิตต่อยอดจากโครงงานฐานวิจัย แล้วสามารถเอาชนะปัญหาข้อจำกัดเรื่องโควิดได้ เห็นศักยภาพ เห็นความร่วมมือการเปลี่ยนแปลงของพ่อแม่ผู้ปกครองมันบวกยกกำลังสองของสถานการณ์ปัญหาที่เกิดขึ้น ในขณะเดียวกันโรงเรียนบ้านเขาจีน จะพบปัญหาที่เครียดสามเส้าเครียดทั้งเด็ก เครียดทั้งพ่อแม่ เครียดทั้งครู แต่แค่ใบงานใบเดียวที่เป็นใบงานบูรณาการ เขาสามารถเอาชนะปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้นกับเรื่องของการเรียนรู้ พูดง่ายๆ PLC ที่คุยกันทำให้เกิดใบงานบูรณาการแล้วแก้ไขปัญหาได้” ศ.ดร.สมพงษ์ ระบุ

รศ.ดร.ทิศนา แขมมณี ประธานคณะอนุกรรมการด้านส่งเสริมการบริหารวิชาการ ในคณะกรรมการนโยบายพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา กล่าวว่า ได้เห็นพลังของกระบวนการแก้ปัญหาและกระบวนการเรียนรู้ ซึ่งสิ่งที่น่าสนใจคือ เมื่อโรงเรียนเริ่มคิดหาทางใหม่เพื่อแก้ปัญหา “ขั้นแรกคือหาข้อมูลก่อน” ซึ่งโรงเรียนเหล่านี้ก็ได้ดำเนินการเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนมากหาข้อมูลเกี่ยวกับนักเรียน เกี่ยวกับผู้ปกครอง เกี่ยวกับอุปกรณ์ รวมทั้งข้อมูลของครูด้วย

“เมื่อมีข้อมูลแล้วก็ต้องมาร่วมกันคิด” ร่วมกันหาทางออก “พลังของการร่วมคิดทำให้เกิด แนวทางใหม่ๆ” แล้วก็เกิดเป็นความร่วมมือร่วมใจในการลงมือทำ ซึ่งจะพบว่าจากการลงมือทำนี้ แม้จะมีทั้งส่วนที่ได้และไม่ได้ผล แต่ก็ทำให้เกิดวงจรต่อเนื่อง หาข้อมูลใหม่ คิดใหม่ สุดท้ายก็ประสบความสำเร็จ ดังนั้นกระบวนการตรงนี้เป็นประโยชน์มาก สำหรับโรงเรียนอื่นๆ ที่กำลังดำเนินการพัฒนาหรือกำลังเผชิญปัญหาใกล้เคียงกัน จะได้เห็นพลังของความร่วมมือร่วมใจในการคิดและการทำงานร่วมกัน พลังของความรู้และกระบวนการที่เป็นวงจรที่มีการปรับแล้วก็พัฒนาไปเรื่อยๆ เป็นปัจจัยที่จะนำสู่ความสำเร็จ

“กระบวนการที่ครูได้ทำ คือกระบวนการสร้างสมรรถนะครูครูได้พัฒนาสมรรถนะให้เกิดขึ้นในตัวเอง โดยการเผชิญกับปัญหาแล้วก็นำเอาความรู้ ทักษะ เจตคติต่างๆ เอามาใช้ในการแก้ปัญหา และโดยการร่วมมือกัน มันก็ส่งผล โรงเรียนจะเป็นคลังขององค์ความรู้ใหม่ๆ และเป็นองค์ความรู้ที่มาจากฐานของครูไทย ของโรงเรียนไทย และบนบริบทของเด็กไทย ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่ายิ่งสำหรับการศึกษาของประเทศ” รศ.ดร.ทิศนากล่าว

สิริกร มณีรินทร์ ประธานกรรมการอำนวยการปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานฐานสมรรถนะ กล่าวว่า ตัวอย่างจากพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาทั้ง 3 จังหวัดตอกย้ำให้เห็นว่า “ขอเพียงเปิดโอกาสให้โรงเรียนได้คิดได้ทำ การปฏิรูปการศึกษาก็จะเกิดขึ้น” บทเรียนจาก 3 พื้นที่นวัตกรรม จะเห็นว่า สมรรถนะคืออะไร ก็คือ การทำให้ผู้เรียนทำเป็น มีพฤติกรรม มีเจตคติที่เหมาะสม มีความคิดริเริ่ม มากกว่าจะกำหนดว่าเขาจะเรียนเนื้อหาอะไร แล้วต้องจำไปสอบ การเรียนรู้ก็มีความหมายมากขึ้น

ในยุคโควิด ผู้ที่ไม่เข้าใจจะบอกว่าโรงเรียนอยู่ในสถานการณ์โควิด เด็กไปโรงเรียนไม่ได้ แต่วันนี้บทเรียนพิสูจน์ว่า จิตวิญญาณครูมีอยู่จริง แล้วเขาก็สู้กับโควิดได้ โควิดทำให้ครูแปรวิกฤติเป็นโอกาสให้พัฒนาเด็กเป็นผู้เรียนรู้ด้วยตัวเองได้ ที่เรียกว่า Self-Directed Learner “หลักสูตรฐานสมรรถนะไม่ใช่ปีศาจ แต่เป็นผู้ช่วยให้เกิดการออกแบบการเรียนรู้” ตัวอย่างที่สตูลจะเห็นว่า PLC เกิดขึ้นที่บ้าน ไม่ใช่เกิดขึ้นที่โรงเรียน แต่ครูเป็นผู้ช่วยทำร่วมกันกับพ่อแม่ ให้เด็กเป็นผู้จัดการเรียนรู้ให้ตัวเองได้ และชุมชนก็เข้ามาช่วย

“จุดเด่นของหลักสูตรฐานสมรรถนะ วันนี้พิสูจน์ว่าถ้ายึดนักเรียนเป็นศูนย์กลาง มองว่าเขาถนัดอะไร ศักยภาพมีอะไร แล้วก็สนใจอะไร ข้อจำกัดนั้นก็จะแปรเป็นข้อเด่นได้ หลักสูตรมีความยืดหยุ่น ปลดล็อกสิ่งที่รัฐตรึงครูในอดีตในหลักสูตร 51 ก็คือปลดล็อกตัวชี้วัดมากมาย แล้วให้ครูทำ 3 เรื่องที่ต่อเนื่อง คือ สอนความรู้ ฝึกทักษะให้เด็กได้ทำจริง และพัฒนาทัศนคติ อารมณ์และอุปนิสัย เด็กเขาก็จะจัดการชีวิตของเขาได้

แล้วก็ PLC ที่โรงเรียนก็ให้เห็นว่าที่บูรณาการข้ามศาสตร์เป็นยังไง ก็คือด้วยความร่วมมือของครูในโรงเรียน แล้วประเมินก็ประเมินผลที่สมรรถนะของเด็ก วันนี้สมรรถนะของเรามี 6 ด้านแต่ก็ไม่ได้หหมายความว่าทุกโรงเรียนจะต้องใช้ทั้ง 6 ด้าน สามารถวิเคราะห์และนำไปใช้ตามบริบทโรงเรียนนั้นๆ” สิริกร กล่าว

ท่ามกลางวิกฤติโรคระบาดโควิด-19 ในอีกมุมหนึ่งยังทำให้เกิดการ Up skill อย่างถ้วนทั่ว ที่สำคัญคือ Digital skill ไม่ว่าจะเป็นเด็ก ครู ผู้ปกครอง ชุมชน แล้วผู้อำนวยการก็นำพาโรงเรียนสร้างวัฒนธรรมแห่งการเรียนรู้โดยมุ่งที่เด็กอย่างแท้จริง..ดังนั้นวันนี้ “ขอเพียงส่วนกลางปลดล็อก” เปิดโอกาสให้เกิดการปฏิรูปการศึกษาที่โรงเรียนและที่เด็ก ประเทศก็จะไปต่อได้!!

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปพิเศษ : ‘การศึกษา’ ในโลกยุคใหม่ ต้องปรับตัวอย่างไรเพื่อความอยู่รอด #SootinClaimon.Com

Posted on September 26, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/604661

สกู๊ปพิเศษ : ‘การศึกษา’ ในโลกยุคใหม่  ต้องปรับตัวอย่างไรเพื่อความอยู่รอด

วันอาทิตย์ ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือโควิด-19 ทำให้ชาวโลกต้องปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตประจำวันจากที่เคยปฏิบัติตามรูปแบบเดิมๆ ไปสู่ ชีวิตวิถีใหม่ หรือ นิว นอร์มอล (New Normal) โดยหลายสิ่งหลายอย่างถือเป็นเรื่องใหม่ที่ต้องเรียนรู้และปรับตัวเพื่อให้อยู่รอด ในสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปทั่วโลก ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือเรื่องของการศึกษา

การเสวนาผ่านคลับเฮาส์ในหัวข้อ “Upskilling / Reskilling” ซึ่งจัดโดย สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติประจำประเทศไทย หรือ UNDP และสถาบันอนาคตไทยศึกษา ที่เพิ่งผ่านพ้นไปเมื่อไม่นานมานี้ มีประเด็นเกี่ยวกับด้านการศึกษาในรูปแบบใหม่หลังวิกฤตโควิดที่น่าสนใจนำมาเสนอดังนี้

ดร.กาญจนา วาณิชกร รองผู้อำนวยการสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) กล่าวว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19เป็นตัวเร่งให้คนไทยเข้าสู่โลกดิจิทัลเร็วขึ้น มีการใช้โซเชียลมีเดียเพื่อรองรับในด้านต่างๆ ทั้งธุรกิจออนไลน์ มีการนำปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอ (AI : Artificial Intelligence) มาใช้เพื่อพูดคุยกับคนจริง มีการประชุมออนไลน์ เรียนออนไลน์ ซึ่งทุกคนต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอดในยุคที่สถานการณ์โลกเปลี่ยนแปลงไป

ดร.กาญจนา กล่าวว่า ในโลกยุคใหม่ เด็กจำเป็นต้องเรียนรู้ซอฟท์สกิล เพื่อสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นในวัฒนธรรมที่หลากหลาย ต้องทำงานกับนานาชาติมากขึ้น มีความฉลาดในการเข้าสังคมตามทันโลกในสื่อดิจิทัล มีความคิดเชิงนวัตกรรมเพื่อประยุกต์ใช้กับสถานการณ์ต่างๆ ในส่วนของผู้สูงอายุก็ต้องมีทักษะ Unlearn-Relearn คือไม่ยึดติดกับวิธีการเดิม ต้องเปลี่ยนมายด์เซ็ท พร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ให้เป็นผู้สูงวัยที่ประสบความสำเร็จ สามารถช่วยเหลือและแนะนำผู้อื่นได้ ดังนั้นจึงต้องมาดูว่าเราจะเตรียมความพร้อมให้กับผู้สูงวัยใกล้เกษียณให้เป็น ผู้สูงอายุที่ยังแอ๊กทีฟ ยังมีคุณประโยชน์ เราควรส่งเสริมให้เขาเรียนรู้ที่จะประกอบอาชีพ ใช้ชีวิต ทำประโยชน์ให้สังคม และดำรงชีพอยู่ได้อย่างมีความสุขทั้งร่างกายและจิตใจ

ดร.กาญจนา วาณิชกร

“จากสถิติพบว่า คนไทยจะมีอายุเฉลี่ยที่ยาวขึ้นอย่างน้อย 20 ปี อย่างคนที่อายุ 50 ปี ก็จะอยู่ได้ 80-90 ปี เด็กที่เกิดมาช่วงนี้ก็จะมีอายุยืนยาวถึง 100 ปี เพราะฉะนั้นการที่จะใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ควรเตรียมการตั้งแต่ก่อนสูงอายุ ก่อนเกษียณ ทั้งด้านสุขภาพ และการเงิน เราอาจต้องมาดูกลไกที่จะส่งเสริมผู้สูงอายุรูปแบบใหม่ ควรมีแพลตฟอร์มที่รวบรวมการเรียนรู้ต่างๆ ที่ทำให้ผู้สูงอายุเข้าถึงได้ และการที่คนเราอายุยืนขึ้น ก็ไม่จำเป็นต้องเร่งเรียนมัธยมให้จบภายในอายุ 17-18 ปี เพื่อต่อมหาวิทยาลัยอีก 4 ปี เพื่อทำงานและรอวันเกษียณ รูปแบบนี้ มันอยู่ในระบบที่อายุขัยเฉลี่ย 70 ปี ถ้าจะอยู่ 100 ปี ในอนาคตเราควรจะเรียนไปด้วยทำงานไปด้วย ไม่ต้องเร่งเรียนเร่งจบ

อย่างใน อเมริกา ยุโรป พอจบมัธยมก็ออกไปค้นหาตัวเอง ไปทำงาน แล้วค่อยกลับมาเรียนปริญญาตรี มีสถิติของอเมริกาที่เด็กเรียนปริญญาตรี อายุเฉลี่ยประมาณ 21 ปี ในช่วงชีวิตของเราควรมีหลายอาชีพ ควรมีการเรียนรู้ตลอดชีวิต ดังนั้นจึงจำเป็นต้องปรับทั้งระบบ” ดร.กาญจนา กล่าว

ต่อข้อถามที่ว่า รูปแบบการศึกษาแบบเดิม มีส่วนทำลายความคิดสร้างสรรค์ของเด็ก รองผู้อำนวยการ สอวช. กล่าวว่าสิ่งหนึ่งที่เราอาจต้องช่วยกันสนับสนุนคือ เด็กในยุคปัจจุบันสามารถเรียนรู้โลกบนอินเตอร์เนตได้เร็วมาก หากได้รับคำแนะนำที่ดี และเลือกรับการพัฒนาทักษะที่เหมาะสมกับเขา ก็จะทำให้เด็กเรียนอย่างมีความสุข เราอาจต้องเปลี่ยนระบบที่สอนให้ทำตามกรอบเดิมเป็นการพัฒนาระบบแนะแนวที่ดี ที่จะส่งเสริมให้เด็กๆ สามารถค้นหาตัวเอง สร้างแรงบันดาลใจในการเรียน ให้เขามีกรอบการคิดแบบเติบโต (Growth mindset) คือการเรียนรู้ที่จะนำตัวเองได้ตามความถนัด ดึงความสนใจของเขาออกมา

ครู ผู้ปกครองต้องเชื่อว่า เด็กมีศักยภาพที่ต่างกัน มีความต้องการความถนัดที่ต่างกัน ควรสร้างบรรยากาศให้เด็กได้เรียนรู้ในสิ่งที่สนใจ ให้เขาสร้างแรงบันดาลใจด้วยตัวเขาเองเพราะจะเป็นทักษะที่ติดตัวเขาไปตลอด นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยก็ต้องออกแบบการเรียนให้เหมาะสมกับวิถีชีวิตที่หลากหลายและยืดหยุ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเรียนออนไลน์ ปริมาณหลักสูตรต้องพอเหมาะ และตอบโจทย์ รองรับชีวิตแห่งอนาคตที่มีหลายขั้น หรือที่เรียกว่าMultistage Life การออกแบบแพลตฟอร์มต้องเข้าถึงได้ง่าย มีช่องทางที่ยืดหยุ่นมากขึ้นและทิศทางในอนาคต คือไม่เน้นการเรียนรู้เพื่อให้ได้ปริญญา รวมทั้งบริษัทต่างๆ ก็เน้นทักษะเป็นหลัก การเรียนแบบ Non Degreeจะเป็นที่ต้องการมากขึ้น เพราะคนเข้ารับการUpskill กันอยู่ตลอด

ในส่วนของกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เอง ก็เริ่มทำโครงการเครดิตแบงก์ เด็กที่เข้ามาเรียนสามารถสะสมเครดิตพอถึงจุดหนึ่ง ก็สามารถนำเครดิตที่สะสมไว้ เทียบเคียงกับปริญญา หรืออนุปริญญาในสาขานั้นๆ ได้ มหาวิทยาลัยเองก็ต้องปรับตัวองค์ความรู้ข้ามศาสตร์ต่างๆ มีความจำเป็นมากขึ้น และเชื่อว่าในอนาคตจะมี Gig Worker เพิ่มมากขึ้น

นอกจากนี้ จากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 การเตรียมกำลังแรงงานเพื่อเข้าสู่ตลาดงานต้องคำนึงถึงการสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อให้แรงงานมีทักษะและความรู้ที่หลากหลาย ยืดหยุ่น สามารถปรับตัวรองรับความต้องการของตลาดงานที่ถูกกระทบด้วยภาวะวิกฤตต่างๆ โดยทักษะที่จะมีความจำเป็นสำหรับกำลังแรงงานและเป็นที่ต้องการของภาคธุรกิจ อันเกิดจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เช่น ทักษะการคิดวิเคราะห์ แก้ปัญหาและความเข้าใจ เพื่อมาเสริมการใช้ปัญญาประดิษฐ์และระบบอัตโนมัติทักษะด้านดิจิทัล การใช้ Social media เพื่อรองรับการทำธุรกิจออนไลน์ ทักษะการใช้ซอฟต์แวร์ประชุมและการนำเสนองานผ่านออนไลน์ การใช้คลาวด์ เพื่อรองรับการทำงานจากที่บ้านทักษะ soft skill อื่นๆ ที่จำเป็นต่อการทำงาน เช่น ความสามารถในการยืดหยุ่นและการปรับตัว ความคิดสร้างสรรค์ การคิดเชิงนวัตกรรม

ส่วนทักษะที่สำคัญแห่งโลกอนาคต ได้แก่ การสร้างความเข้าใจในเชิงลึก ความฉลาดในการเข้าสังคม ความคิดแปลกใหม่และการประยุกต์ใช้ การทำงานกับคนต่างวัฒนธรรมที่หลากหลายได้ ความคิดเชิงประมวลผลหรือเชิงระบบ ความเข้าใจและตามทันโลกยุคสื่อดิจิทัล ความสามารถในการคิดออกแบบสร้างสรรค์งาน การจัดการบริหารการรับรู้ ความสามารถในการทำงานร่วมกับผู้อื่น

ภาครัฐควรปรับบทบาทเป็นผู้อำนวยความสะดวก ส่งเสริมระบบนิเวศการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยจัดทำมาตรการส่งเสริมในรูปแบบต่างๆ และควรมุ่งเน้นการกระจายอำนาจ เพื่อส่งเสริมให้ผู้เล่นที่อยู่ในส่วนภูมิภาคหรือท้องถิ่นมีอิสระและความคล่องตัวในการจัดเรียนรู้ให้ตรงความต้องการของกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่มากขึ้น รวมถึงควรส่งเสริมการสร้างประสิทธิภาพของกลไกตลาดในการผลักดันการเรียนรู้ตลอดชีวิตมากขึ้นโดยระดับอุดมศึกษาควรมุ่งเน้นการสนับสนุนการจัดการศึกษาฐานสมรรถนะที่มีการบูรณาการความรู้และทักษะจากการฝึกปฏิบัติจริง

สถาบันอุดมศึกษาต้องพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะ และส่งเสริมการจัดการศึกษาที่บูรณาการร่วมกับการทำงาน เพื่อให้นักศึกษาได้รับความรู้และทักษะจากการฝึกปฏิบัติในสภาพแวดล้อมของภาคธุรกิจจริง เช่น การฝึกงานระยะสั้น การบูรณาการการเรียนรู้กับการทำงาน (Work-integrated Learning, WiL) สหกิจศึกษา ซึ่งจะนำไปสู่การผลิตบัณฑิตที่มีทักษะที่ตอบโจทย์การทำงานหรือการเป็นผู้ประกอบการ สามารถตอบสนองความต้องการของภาคผู้ใช้บัณฑิตได้มากขึ้น สามารถแข่งขันในตลาดงาน และมีภูมิคุ้มกันต่อภาวะวิกฤต มีการเชื่อมโยงระหว่างสถาบันการศึกษา ภาคอุตสาหกรรม และรัฐบาลในการจัดการศึกษา ส่งต่อข้อมูลความต้องการด้านทักษะที่ตอบโจทย์สถานประกอบการสู่สถาบันอุดมศึกษา ส่งเสริมให้ภาคเอกชนร่วมจัดการศึกษาโดยการจัดทำมาตรการจูงใจและสิทธิประโยชน์สำหรับสถานประกอบการที่ร่วมลงทุน/ร่วมจัดการศึกษา เป็นต้น

ดร.กาญจนา กล่าวถึงความเป็นไปได้ที่ประเทศไทยจะทำ Future Skill Platform ว่า เราอาจจะเริ่มนำมาทดลองทำได้ แต่อาจยังไม่เต็มรูปแบบเหมือนสิงคโปร์ที่เอาเงินเข้าบัญชีให้กับผู้เรียนแต่ละคน ได้เลือกเรียนหลักสูตรที่รัฐบาลรับรองตามความชอบความถนัดของตัวเอง สิ่งที่ กระทรวง อว. ทำอยู่ในขณะนี้คือเราจัดเป็นคอร์สสั้นๆ เป็นการ Reskill หลักสูตรง่ายๆ ช่วงแรกออกให้ฟรี ก็มีคนให้ความสนใจเรียนกันมาก แต่ในส่วนของแรงงานทักษะสูงอย่าง Data Scientist มีความต้องการเยอะมากเอกชนก็สะท้อนปัญหาว่าหาคนในประเทศไม่ได้ต้องไปหาจากต่างประเทศ

“สิ่งที่เราทำได้เวลานี้คือสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กเข้ามาเรียน เพื่อให้เขากล้าที่จะเรียนสิ่งที่ยากขึ้นและออกจาก Comfort Zone ของตัวเอง แต่ทั้งนี้เราต้องเชื่อมกับทางภาคเอกชนว่า ให้สร้างความมั่นใจให้กับเด็กว่าถ้าเขาได้มาเรียนแล้วมีงานรออยู่ เขายินดีที่จะเรียน แต่หากเรียนแล้วจบมาไม่มีงานทำหรือหางานยากก็ไม่ค่อยมีใครอยากเรียน” รองผู้อำนวยการ สอวช.กล่าวทิ้งท้าย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘บพท.’จับมือ‘ศอ.บต.’ แก้จนพื้นที่ชายแดนใต้ #SootinClaimon.Com

Posted on September 26, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/604655

‘บพท.’จับมือ‘ศอ.บต.’  แก้จนพื้นที่ชายแดนใต้

วันอาทิตย์ ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

เมื่อเร็วๆ นี้ นายกิตติ สัจจาวัฒนาผู้อำนวยการหน่วยบริหารและจัดการทุนและนวัตกรรมด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า บพท.ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจเพื่อร่วมมือกับศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนใต้ (ศอ.บต.) ในการแก้ไขปัญหาความยากจนและบรรเทาผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 แก่ประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้

โดยที่ บพท.จะมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนองค์ความรู้จากงานศึกษาวิจัยทางวิชาการ และประสบการณ์ที่ดำเนินการผ่านกลไกมหาวิทยาลัยพัฒนาพื้นที่อย่างได้ผลมาแล้วในพื้นที่ 10 จังหวัดเมื่อปี 2563 และอยู่ระหว่างการดำเนินงานเพิ่มเติมอีกในพื้นที่ 10 จังหวัดในปี 2564 นี้ ขณะที่ ศอ.บต.ในฐานะผู้รับผิดชอบงานพัฒนาในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ จะมีบทบาทสำคัญยิ่งในการประสานการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เพื่อร่วมกันแก้ปัญหาความยากจนให้เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของพื้นที่

“ความร่วมมือนี้ต้องนับว่ามีความสำคัญมาก เพราะจังหวัดชายแดนใต้เป็นพื้นที่ซึ่งมีปัญหาความยากจนเรื้อรัง ยิ่งเมื่อได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ประชาชน
ก็ยิ่งยากลำบาก เราจึงมุ่งหวังที่จะทำงานนี้อย่างจริงจังในรูปแบบใหม่ที่มีการนำงานวิชาการเข้ามาใช้ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาบรรลุความสำเร็จและมีความยั่งยืน ชุดความรู้สำหรับแก้ปัญหาความยากจน ที่ บพท.จะร่วมมือกับ ศอ.บต.ในการนำไปใช้แก้ปัญหาความยากจนในจังหวัดชายแดนใต้ เป็นชุดความรู้ที่ผ่านการพิสูจน์ผลสัมฤทธิ์มาแล้วในพื้นที่ 10 จังหวัดเมื่อปี 2563 ที่ผ่านมา

ได้แก่ จังหวัดปัตตานี อำนาจเจริญ แม่ฮ่องสอน ชัยนาท สุรินทร์ ยโสธร ศรีสะเกษ สกลนคร มุกดาหาร และกาฬสินธุ์ ซึ่งนำมาขยายขอบเขตพื้นที่เพิ่มเติมอีก 10 จังหวัดในปีนี้ ได้แก่ บุรีรัมย์ นราธิวาส อุบลราชธานี ลำปาง พัทลุง นครราชสีมา ร้อยเอ็ด พิษณุโลก เลย และยะลา ครอบคลุมกลุ่มคนยากจนกว่า 400,000 คน โดยมีมหาวิทยาลัยพัฒนาพื้นที่ เป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนงานในแต่ละจังหวัด”นายกิตติ กล่าว

นายกิตติ กล่าวต่อไปว่า ปัจจัยสนับสนุนความสำเร็จของการแก้ปัญหาความยากจนอย่างยั่งยืน เกิดจากพลังของการบูรณาการความร่วมมือกันของหลายส่วน
ราชการ ทั้งกรมการปกครอง กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กรมพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย กรมกิจการเด็กและเยาวชน กรมกิจการผู้สูงอายุ กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ การเคหะแห่งชาติ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พ.อ.ช.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

รวมทั้งกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ส่วน บพท. นอกจากจะบูรณาการความร่วมมือกับสถาบันอุดมศึกษา ในสังกัดกระทรวงอุดมศึกษาฯ ทุ่มเทศึกษาค้นคว้าวิจัยพัฒนาชุดความรู้และนวัตกรรมในการแก้ปัญหาความยากจนลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำตามบริบทของภูมิสังคมของแต่ละพื้นที่แล้ว ยังให้ความสำคัญกับการยกระดับการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน ควบคู่ไปกับการให้ความสำคัญกับการพัฒนาเมืองที่มีความสมดุละหว่างสังคม-เศรษฐกิจ-คุณภาพสิ่งแวดล้อม

“ทุกวันนี้ขอบเขตงานของ บพท.ครอบคลุมไปใน 62 จังหวัด ผ่านโครงการศึกษาวิจัยและนวัตกรรมที่ทำร่วมกับเครือข่ายมหาวิทยาลัยพัฒนาเชิงพื้นที่ ซึ่งมีความหลากหลาย ทั้งโครงการพัฒนาชุมชนนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน โครงการพัฒนาผู้ประกอบการท้องถิ่น หรือโครงการพัฒนาต่อยอดเทคโนโลยีจากภูมิปัญญาชุมชน ทั้งนี้ก็เพื่อให้ได้ผลงานที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการสร้างความอยู่ดีกินดีแก่ประชาชนได้อย่างยั่งยืน ซึ่งจะทำให้ประเทศชาติมั่งคั่งและมั่นคง บรรลุตามเจตนารมย์ของแผนยุทธศาสตร์ชาติในที่สุด” นายกิตติ กล่าวในท้ายที่สุด

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘กรรม..เป็นของลึกลับมีอำนาจมากไม่มีผู้ใดหนีกฎแห่งกรรมได้’ โอวาทธรรม หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต #SootinClaimon.Com

Posted on September 26, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

'กรรม..เป็นของลึกลับมีอำนาจมากไม่มีผู้ใดหนีกฎแห่งกรรมได้' โอวาทธรรม หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

https://www.naewna.com/likesara/604676

วันเสาร์ ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2564, 19.06 น.

เราทั้งหลายต่างเกิดมาด้วยวาสนามีบุญพอเป็นมนุษย์ได้อย่างเต็มภูมิดังที่ทราบอยู่แก่ใจอย่าลืมตัวลืมวาสนา โดยลืมสร้างคุณงามความดีเสริมต่อภพชาติของเราที่เคยเป็นมนุษย์จะเปลี่ยนแปลงและกลับกลายหายไปเป็นชาติที่ต่ำทรามไม่ปรารถนาจะกลายมาเป็นตัวเราเข้าแล้วแก้ไม่ตกความสูงศักดิ์ ความต่ำทราม ความสุขทุกขั้นจนถึง บรมสุขและความทุกข์จนเข้าขั้น มหันตทุกข์เหล่านี้มีได้กับทุกคนตลอดสัตว์ ถ้าตนเองทำให้มีอย่าเข้าใจว่ามีได้เฉพาะผู้กำลังเสวยอยู่เท่านั้น โดยผู้อื่นไม่มีเพราะสิ่งเหล่านี้เป็นสมบัติกลางแต่กลับกลายมาเป็นสมบัติจำเพาะของผู้ผลิตผู้ทำเองได้ท่านจึงสอนไม่ให้ดูถูกเหยียดหยามกัน

เมื่อเห็นเขาตกทุกข์หรือกำลังจน จนน่าทุเรศเราอาจมีเวลาเป็นเช่นนั้นหรือยิ่งกว่านั้นก็ได้เมื่อถึงวาระเข้าจริงๆ ไม่มีใครมีอำนาจหลีกเลี่ยงได้เพราะกรรมดีกรรมชั่วเรามีทางสร้างได้เช่นเดียวกับผู้อื่นจึงมีทางเป็นได้เช่นเดียวกับผู้อื่นและผู้อื่นก็มีทางเป็นได้เช่นเดียวกับที่เราเคยเป็นศาสนาเป็นหลักวิชาตรวจตราดูตัวเองและผู้อื่นได้อย่างแม่นยำไม่มีวิชาใดในโลกเสมอเหมือนสิ่งดีชั่วที่มีและเกิดอยู่กับตนทุกระยะมีใจเป็นตัวการพาให้สร้างกรรมประเภทต่างๆ จนเห็นได้ชัดว่ากรรมมีอยู่กับผู้ทำ มีใจเป็นเหตุของกรรมทั้งมวล

กรรม เป็นของลึกลับและมีอำนาจมากไม่มีผู้ใดหนีกฎแห่งกรรมได้เลย ถ้าเราสามารถรู้เห็นกรรมดีกรรมชั่วที่ตนและผู้อื่นทำขึ้นเหมือนเห็นวัตถุต่างๆ จะไม่กล้าทำบาปแต่จะกระตือรือค้นทำแต่ความดีซึ่งเป็นของเย็นเหมือนน้ำความเดือนร้อนในโลกก็จะลดน้อยลงเพราะต่างก็รักษาตัว กลัวบาปอันตราย

ท่านว่า ดี ชั่ว มิได้เกิดขึ้นมาเอง แต่อาศัยการทำบ่อยก็ชินไปเองเมื่อชินแล้วก็กลายเป็นนิสัย ถ้าเป็น ฝ่ายชั่ว ก็แก้ไขยากคอยแต่จะไหลลงตามนิสัยที่เคยทำอยู่เสมอถ้าเป็น ฝ่ายดี ก็นับว่าคล่องแคล่วกล้าขึ้นเป็นลำดับ

เราเกิดเป็นมนุษย์ มีความสูงศักดิ์มาก อย่านำเรื่องของสัตว์มาประพฤติมนุษย์เราจะต่ำลงกว่าสัตว์และจะเลวกว่าสัตว์อีกมากมายอย่าพากันทำ ให้พากันละบาป บำเพ็ญบุญ ทำแต่ความดีอย่าให้เสียชีวิตเปล่าที่มีวาสนาเกิดมาเป็นมนุษย์

การทำความเข้าใจเรื่องของกรรมเป็นการศึกษาธรรมะเพื่อเตรียมพร้อมที่จะรับภาวะของตัวเราเองซึ่งจะต้องเป็นไปตามกรรมที่ได้ทำไว้ ตามสุภาษิตที่มีว่า “กรรมจำแนกสัตว์ให้ทรามและประณีตต่างกัน”

ผู้สงสัยกรรม หรือไม่เชื่อกรรมว่ามีผลคือลืมตนจนกลายเป็นผู้มืดบอดอย่างช่วยไม่ได้แม้เขาจะเกิดและได้รับการเลี้ยงดูจากพ่อแม่มาเป็นอย่างดีเหมือนโลกทั้งหลายก็ตาม เขาก็มองไม่เห็นคุณของพ่อแม่ว่าได้ให้กำเนิดและเลี้ยงดูตนมาอย่างไรบ้างแต่เขาจะมองเห็นเฉพาะร่างกายเขาที่เป็นคนหนึ่งกำลังรกโลกอยู่โดยเจ้าตัวไม่รู้เท่านั้นไม่สนใจคิดว่าเขาเติบโตมาจากท่านทั้งสองซึ่งเป็นแรงหนุนร่างกายชีวิตจิตใจเขา ให้เจริญเติบโตมาจนถึงปัจจุบัน

การดื่มกินเป็นการสร้างสุขภาพความเจริญเติบโตแก่ร่างกาย ไม่จัดว่าเป็นกรรม กรรม คือ การกระทำ ดี ชั่ว ทางกาย วาจา ใจ ต่างหากผลจริง คือ ความสุข ทุกข์ที่ได้รับกันอยู่ทั่วโลก กระทั่งสัตว์ผู้ไม่รู้จักรรมรู้แต่กระทำคือหากินอยู่ ทางศาสนาเรียกว่า กรรมของสัตว์ ของบุคคลและผลกรรมของสัตว์ ของบุคคล

ควรมีเมตตาสงสารในสัตว์ทั้งหลายซึ่งมีความเกิด แก่ เจ็บ ตายเช่นเดียวกับเรา ไม่มีอะไรยิ่งหย่อนกว่ากัน

ความยิ่งหย่อนแห่งวาสนาบารมีนั้นมีได้ทั้งคนและสัตว์ สัตว์บางตัวมีวาสนาบารมีและอัธยาศัยดีกว่ามนุษย์บางคน แต่เขาตกอยู่ในภาวะความเป็นสัตว์ ก็จำต้องทนรับเสวยไป สัตว์เดรัจฉานก็ยังมีและเสวยกรรมไปตามวิบากของมัน มิให้ประมาทเขาว่าเป็นสัตว์ที่เกิดในกำเนิดต่ำทรามความจริงเขาเพียงเสวยกรรมตามวาระที่เวียนมาถึงเท่านั้นเช่นเดียวกับมนุษย์ ขณะที่ตกอยู่ในความทุกข์จนข้นแค้นก็จำต้องทนเอาจนกว่าจะสิ้นกรรม 

เมื่อมนุษย์เราเกิดเสวยชาติเป็นคนมีสุขบ้าง ทุกข์บ้าง ตามวาระของกรรมที่อำนวยมนุษย์ก็มีกรรมชนิดหนึ่งที่พาให้มาเป็นอย่างนี้ซึ่งล้วนผ่านกำเนิดต่างๆ จนนับไม่ถ้วนให้ตระหนักในกรรมของสัตว์ว่ามีต่างๆ กันเพราะฉะนั้นไม่ให้ดูถูกเหยียดหยามในชาติกำเนิดความเป็นอยู่ของกันและกันและสอนให้รู้ว่าสัตว์ทั้งหลายมีกรรมดี กรรมชั่วเป็นของๆ ตน

คัดลอกจาก…หนังสือบูรพาจารย์ รวบรวมโดย มูลนิธิพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ขอบคุณลานธรรมจักร

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพังงา’จัดอบรม​ Lifesaving พัฒนาเครือข่ายความปลอดภัย #SootinClaimon.Com

Posted on September 26, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/604653

‘ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพังงา’จัดอบรม​ Lifesaving พัฒนาเครือข่ายความปลอดภัย

วันเสาร์ ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2564, 18.02 น.

‘ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพังงา’จัดอบรม​ Lifesaving พัฒนาเครือข่ายความปลอดภัย

นายไพบูลย์ กุลแพง ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพังงา เปิดโครงการพัฒนาศักยภาพเครือข่ายความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยวจังหวัดพังงา (กิจกรรมอบรมหลักสูตร Lifesaving) ระหว่างวันที่ 22 – 24 กันยายน 2564 ณ สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพังงา และอุทยานแห่งชาติเขาหลัก-ลำรู่ อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา โดยมีนายตะวัน พรหมวงศ์  นักวิเคราะห์นโยบายและแผนปฏิบัติการ กล่าว​รายงาน​ และมีผู้เข้าอบรมจากมัคคุเทศก์ ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวทางทะเล ชุมชนท่องเที่ยวทางทะเล อาสาสมัครด้านความปลอดภัย เจ้าหน้าที่ในหน่วยงาน และประชาชนทั่วไป ที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่จังหวัดพังงา จำนวน 30 คน

​โครงการพัฒนาศักยภาพเครือข่ายความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยวจังหวัดพังงา (กิจกรรมอบรมหลักสูตร Lifesaving)  เพื่ออบรมอาสาสมัครเกี่ยวกับวิธีการในการให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยวในด้านต่างๆ เช่น การช่วยเหลือนักท่องเที่ยวผู้ประสบอุบัติเหตุทางน้ำ ทางบก ภัยธรรมชาติ​  เพิ่มพูนความรู้และทักษะในการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวให้แก่อาสาสมัคร​  สร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยวของจังหวัดพังงาและบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่มีภารกิจและอำนาจหน้าที่ในการให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยวของจังหวัดพังงา กำหนดดำเนินโครงการฯ ระหว่างวันที่ 22 – 24 กันยายน 2564  ณ สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพังงา และอุทยานแห่งชาติเขาหลัก-ลำรู่ อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา

นายไพบูลย์ กล่าว​ว่า​ โครงการพัฒนาศักยภาพเครือข่ายความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยวจังหวัดพังงา (กิจกรรมอบรมหลักสูตร Lifesaving) ในครั้งนี้​ เนื่องจากจังหวัดพังงา เป็นจังหวัดที่มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีชื่อเสียงระดับโลก เช่น อ่าวพังงา อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ ซึ่งเป็นที่นิยมทั้งชาวไทยและต่างชาติ โดยเฉพาะในช่วง High Season (เดือนตุลาคม – เดือนพฤษภาคม) นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเป็นจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง  อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมานักท่องเที่ยวประสบเหตุบาดเจ็บ เสียชีวิตจากการจมน้ำและอุบัติเหตุ อุบัติภัย หรือภัยด้านอื่นๆ กับนักท่องเที่ยวบ่อยครั้ง นับตั้งแต่เปิดฤดูกาลท่องเที่ยว  ดังนั้นเพื่อพัฒนาและเพิ่มศักยภาพของบุคลากรด้านการท่องเที่ยวให้มีความรู้ ในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางน้ำและช่วยชีวิตพื้นฐานอย่างถูกวิธีและทักษะความรู้เกี่ยวกับกิจกรรมหลักในการท่องเที่ยวทางทะเล อันจะส่งผลให้นักท่องเที่ยวเกิดความรู้สึกปลอดภัย เกิดความประทับใจต่อมาตรการการเฝ้าระวังและการช่วยเหลือนักท่องเที่ยว จะส่งผลดีต่อภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัยในแหล่งท่องเที่ยวทางทะเล รวมถึงการรักษาทรัพยากรแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลของจังหวัดพังงาให้มีความยั่งยืนตลอดไป

-005

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เรื่องบังเอิญของคนชื่อ-นามสกุลเหมือนกัน! อีกคนเสียชีวิตแล้ววุ่นถึงคนที่ยังมีชีวิต #SootinClaimon.Com

Posted on September 26, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/604621

เรื่องบังเอิญของคนชื่อ-นามสกุลเหมือนกัน! อีกคนเสียชีวิตแล้ววุ่นถึงคนที่ยังมีชีวิต

วันเสาร์ ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2564, 15.47 น.

เปิดเรื่องราวความบังเอิญของคนที่มีชื่อและนามสกุลเหมือนกันเป๊ะทุกตัวอักษร แถมมีบ้านเกิดอยู่ในจังหวัดเดียวกันด้วย ส่วนอีกคนเสียชีวิตแล้วและญาติประกาศตามหาลูกชายให้ไปร่วมพิธีเผาศพเมื่อวันที่ 24 ก.ย.ที่ผ่านมา จนเรื่องวุ่นวายไปถึงอีกคนที่ยังมีชีวิตอยู่ จนญาติพี่น้องตกใจคิดว่าตายแล้ว 

ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา มีเรื่องราวที่ทำให้ตกอกตกใจของคนที่มีชื่อและนามสกุลเหมือนกันเป๊ะทุกตัวอักษร โดยคนหนึ่งตายแล้ว ส่วนอีกคนยังมีชีวิตอยู่ 

เรื่องนี้เริ่มมาจากมีเฟสบุ๊คบัญชีหนึ่งชื่อว่า “กินไรดีศรีราชา” ได้โพสต์ประกาศตามหาลูกชายของ “นายณรงค์ เกตุแก้ว” ซึ่งเป็นชาว อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ที่เสียชีวิตมา 3 วันแล้ว แต่ไม่สามารถติดต่อลูกชายได้และศพมีกำหนดเผาในวันที่ 24 กันยายน 2564 ที่ผ่านมา

แต่ปรากฏว่าชื่อของ “นายณรงค์ เกตุแก้ว” ที่เสียชีวิตไปตรงและเหมือนกับชื่อของ “นายณรงค์ เกตุแก้ว” อายุ 68 ปี ซึ่งอยู่ที่ ต.คลองแห อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และเป็นเจ้าของบริษัทสยามฮอลิเดย์แอนด์ทัวร์ ซึ่งยังมีชีวิตอยู่และสุขภาพแข็งแรงดี และเดิมก็เป็นชาว อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เหมือนกัน 

ทำให้ลูกหลานญาติพี่น้องและเพื่อนๆ ของ นายณรงค์ เกตุแก้ว ซึ่งยังมีชีวิตอยู่ต่างตกอกตกใจคิดว่า นายณรงค์ เสียชีวิตแล้วและต่างโทรศัพท์มาสอบถามด้วยความเป็นห่วง เมื่อรู้ว่าเป็นคนละคนกันก็โล่งใจ 

นายณรงค์ ซึ่งยังมีชีวิตอยู่เล่าว่าเรื่องนี้ทราบจากหลานสาวซึ่งอยู่ที่ อ.ศรีราชา แชร์มาให้ดูทางไลน์กลุ่มตระกูล “เกตุแก้ว” เพราะคิดว่าเป็นตนจริงๆ เนื่องจากทั้งชื่อและนามสกุลเขียนเหมือนกันทุกอย่างและอายุของนายณรงค์ ที่เสียชีวิตก็รุ่นราวคราวเดียวกันด้วยและตนก็มีภูมิลำเนาเดิมอยู่ที่ อ.ศรีราชาด้วย แต่ย้ายมาอยู่ที่ อ.หาดใหญ่กว่า 40 ปีแล้ว ทำให้ญาติพี่น้อง ซึ่งอยู่ที่ อ.ศรีราชาและเพื่อนฟูงที่อยู่ที่ อ.หาดใหญ่ ต่างตกใจและเป็นห่วงเพราะคิดว่าเป็นตนจริงๆ เมื่อรู้ความจริงว่าเป็นคนละคนกันก็สบายใจ ส่วนนายณรงค์ ที่เสียชีวิตและมีการประกาศตามหาญาติก็ไม่รู้จักและไม่ได้เป็นญาติสนิทกัน 

นายณรงค์ บอกว่า นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ชื่อและนามสกุลของตนไปซ้ำกับคนอื่นเพราะเมื่อสิบปีก่อนขณะไปทำพาสปอร์ตเดินทางไปต่างประเทศชื่อตนก็ไปตรงกับชื่อของนายณรงค์ เกตุแก้ว อีกคน ซึ่งถูกขึ้นแบล็คลิสติดหนี้ธนาคาร 20 ล้านที่ จ.ปทุมธานี ทั้งที่ไม่เคยไป จ.ปทุมธานี ต้องแก้ปัญหาเรื่องเอกสารกันยกใหญ่เพราะเป็นคนละคนกันแต่ชื่อและนามสกุลดันไปเหมือนกัน และเท่าที่ตรวจสอบชื่อ “ณรงค์ เกตุแก้ว” ในเฟสบุ๊คก็ปรากฏว่ามีชื่อและนามสกุลตรงกันเกือบ 40 คน เพียงแต่ครั้งนี้หนักหน่อยเพราะไปตรงกับคนที่เสียชีวิตทำให้หลายคนเข้าใจผิดและตกใจ แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรเพราะคนที่มีทั้งชื่อและนามสกุลเหมือนกันก็มีหลายคน ถือว่าฟาดเคราะห์ไปและน่าจะมีสิ่งดีๆ เกิดขึ้นตามมา – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชื่นชม! นายดาบแบกยายตกบ้านแขนหัก ลุยน้ำท่วมส่ง รพ.ชัยภูมิ #SootinClaimon.Com

Posted on September 26, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/604607

ชื่นชม! นายดาบแบกยายตกบ้านแขนหัก ลุยน้ำท่วมส่ง รพ.ชัยภูมิ

วันเสาร์ ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2564, 14.56 น.

วันนี้ 25 กันยายน 2564 พ.ต.อ.หญิง ศิริกุล กฤตพิทยบูรณ์ รองโฆษกตำรวจ เปิดเผยเรื่องราวดีๆ ที่ประชาชนชื่นชมการปฎิบัติหน้าที่ของนายดาบตำรวจท่านหนึ่ง ที่จังหวัดชัยภูมิ โดยเหตุการณ์นี้ เกิดขึ้นช่วงเช้าที่ผ่านมา มีผู้บาดเจ็บเป็นคุณยาย เกิดอุบัติเหตุจากการตกบ้านแขนหัก มาขอความช่วยเหลือจากข้าราชการตำรวจ เพื่อนำส่ง รพ.ชัยภูมิ เนื่องจากถนนหน้า รพ.ชัยภูมิ  น้ำท่วมสูง รถยนต์ไม่สามารถผ่านได้  

ด.ต.นาวิน ศรีไตรรัตน์ ผบ.หมู่ (จร.) สภ.เมืองชัยภูมิ จึงได้ถอดเสื้อดามแขนก่อนแบกผู้บาดเจ็บขึ้นคอรีบนำส่ง รพ.ชัยภูมิ เพื่อรักษาตัวต่อไป ท่ามกลางความชื่นชมของญาติคุณยาย และประชาชนผู้พบเห็นเหตุการณ์

ด.ต.นาวิน ศรีไตรรัตน์ ผบ.หมู่ (จร.) สภ.เมืองชัยภูมิ เปิดเผยว่า ชาวบ้านเขาเดือดร้อนครับ เราต้องทำให้ดีที่สุด ช่วยเหลือคุณยาย ท่านได้รับอุบัติเหตุมา แต่ฝนตกหนักน้ำท่วมถนนที่จะไปโรงพยาบาล ผมตัดสินใจถอดเสื้อดามแขน และแบกคุณยายขึ้นคอ เดินลุยน้ำท่วมไปส่งโรงพยาบาล ด้วยความปลอดภัย คุณยายก็เปรียบเสมือนแม่ผมคนหนึ่งที่ต้องดูแล  -007

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สิ้น’หลวงพ่อเชย’ เจ้าอาวาสวัดละหารไร่ ศิษย์เอกหลวงปู่ทิม สิริอายุ 79 ปี #SootinClaimon.Com

Posted on September 26, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/604601

สิ้น'หลวงพ่อเชย' เจ้าอาวาสวัดละหารไร่ ศิษย์เอกหลวงปู่ทิม สิริอายุ 79 ปี

วันเสาร์ ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2564, 14.13 น.

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2564 คณะศิษย์วัดละหารไร่ระยอง แจ้งว่า พระครูวิจิตรธรรมาภิรัต หรือ หลวงพ่อเชย เจ้าอาวาสวัดละหารไร่ และ เจ้าคณะตำบลหนองละลอก อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง ได้มรณภาพเมื่อเวลา 14.46 น. ที่โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท กทม พร้อมเผย ประวัติการรักษา เริ่มตั้งแต่ปี 2562

หลวงพ่อเชย​ มีอาการไอ​ เหนื่อยหอบ​  ได้พบแพทย์​ทำการรักษา​ ที่โรงพยาบาล​​กรุงเทพ​ระยอง ​และโรงพยาบาล​กรุงเทพ​พัทยา​  ด้วยระยะเวลา​ 1​ ปีเศษ​ ​โดยแพทย์​ระบุ​ว่า​ เป็นพังผืดที่ปอดเล็กน้อย​ต่อมาต้นปี 2564​ หลวง​พ่อ​เชย​ มีอาการไอ​ เหนื่อยหอบ​ มากขึ้น​ จึงเข้าตรวจเช็คที่โรงพยาบาล​สมิติ​เวช​ กรุงเทพ​ฯ​ แพทย์​ระบุ​ว่า​ พบ​ พังผืดที่ปอด​ มากขึ้น​ ได้ทำการรักษา​ ด้วยการรับยามาฉัน​เป็นประจำและหมั่นเดินทางตรวจเช็คร่างกายทุกเดือน

โดยแพทย์​แนะนำ​ให้งดการโดนฝุ่นละออง​ที่เป็นตัวกระตุ้นให้ปอดอักเสบ​มีอาการไอหนัก​ซึ่งหลวงพ่อ​เชยเป็นพระนักพัฒนา​โดยตลอด​ชีวิต​ของท่านไม่เคยหยุดพักการทำงานหรือกิจของสงฆ์​และด้วยความเมตตาของท่านไม่เคยปฏิเสธ​กิจนิมนต์​ญาติ​โยมเลย เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2564 ​หลวง​พ่อ​มีอาการเหนื่อยหอบมาก​ จึงนำตัวรักษา​ที่ รพ.กรุงเทพ​ระยอง​ถึง​ 22​ กันยายน​ 2564 อาการไม่ดีขึ้น วันที่ 23 สิงหาคม 2564 จึงทำการย้ายมารักษา​ต่อที่ รพ.สมิติ​เวช​ กรุงเทพ​ฯ​  มีอาการดีขึ้นและทรงๆมาโดยตลอด​ จนถึง23 กันยายน​ 2564​ หลวงพ่อมีอาการทรุด​ตัวลงตามลำดับด้วยอาการอาพาธ​ โรคปอดเป็นพังผืดและอักเสบ​ไม่ฟื้นตัวจนถึงวันศุก​ร์​ ที่​24​ กันยายน​ 2564 หลวง​พ่อเชย​ ชย​ธมฺ​โม​ ละสังขาร​ลงอย่างสงบ​ ด้วยการมรณภาพ​ เวลา​ 14.46  น.รวมสิริอายุได้ 79 ปี พรรษา 58 

ซึ่งคณะกรรมการได้มีการประชุม  กำหนดเคลื่อนสังขารมายังวัดละหารไร่ อ.บ้านค่าย จ.ระยอง วันอาทิตย์ ที่ 26 กันยายน 2564  จะมีพิธี สรงน้ำหลวงอาบศพ เวลา 14.00 น. พิธีบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรม เวลา 19.30 น.เป้นต้นไป รวม 9 คืนและจำทำพิธีปิดศพ คืนวันที่ 4 ตุลาคม 2564 เวลา 21.00 น. 

-007

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สีสัน! สวนสัตว์สงขลา ทำของเล่นให้ ‘เจ้าน๊อต’ แรดขาว จอมเจ้าชู้ เสริมการสังเกต-ดมกลิ่น-สายตา #SootinClaimon.Com

Posted on September 26, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/604594

สีสัน! สวนสัตว์สงขลา ทำของเล่นให้ 'เจ้าน๊อต' แรดขาว จอมเจ้าชู้ เสริมการสังเกต-ดมกลิ่น-สายตา

วันเสาร์ ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2564, 13.21 น.

“เจ้าน็อต” แรดขาว เพศผู้ วัย 18 ปี หนึ่งเดียวในสวนสัตว์สงขลาที่ไร้คู่มานาน เช่นเดียวกับ “เจ้าจ้อน” ลิงชิมแปนซีจอมซนประจำสวนสัตว์สงขลา เจ้าน็อต แรดขาว มีพฤติกรรมที่น่าสนใจ สามารถใกล้ชิดกับคนทั่วไป มีความน่ารัก เชื่อง ไม่ดุร้าย แต่ขี่ตกใจ ที่พิเศษสุดก็คือ เมื่อได้ยินเสียงสาวๆ เรียกชื่อ “น็อต” มันก็จะรีบวิ่งมาหาทันที รวมทั้งขยับตัวเข้ามา เพื่อให้ช่วยเกาหลังให้ทั้ง 2 ด้าน อันนี้เป็นความคุ้นเคยที่แรดขาว เจ้าน็อต ทำมาตลอด เมื่อมีนักท่องเที่ยวสาวๆเข้ามาเรียกชื่อของมัน ที่ผ่านมานักท่องเที่ยวที่เข้ามาท่องเที่ยวและมาเกาหลังให้เจ้าน็อต แรดขาวประจำสวนสัตว์สงขลา เกิดความประทับใจ เมื่อได้สัมผัสเจ้าน็อตอย่างใกล้ชิด

25 กันยายน 2564 ที่สวนสัตว์สงขลา เจ้าหน้าที่ฝ่ายอนุรักษ์ วิจัย สวนสัตว์สงขลา ได้จัดกิจกรรมส่งเสริมพฤติกรรมแรดขาว โดยการนำของเล่นพิเศษเป็นกล่องกระดาษมีสีสันสวยงาม วางให้เจ้าน็อตได้เห็นสิ่งแปลกปลอม ได้สำรวจและตื่นเต้นกับสิ่งแปลกใหม่ๆ ภายในส่วนจัดแสดงแรดขาว สวนสัตว์สงขลา เจ้าหน้าที่ฝ่ายอนุรักษ์วิจัยฯ ได้นำกล่องกระดาษไปจัดวางซ้อนทับกันเป็นแถวๆ หวังให้ “เจ้าน็อต” แรดขาว จอมเจ้าชู้ฯ ไร้คู่ประจำสวนสัตว์สงขลาตัวนี้ ได้เล่น รวมทั้งต้องการกระตุ้นให้สัตว์ได้แสดงพฤติกรรมตามธรรมชาติของสัตว์เมื่อมีสิ่งแปลกปลอมเข้ามา ส่งเสริมให้เกิดการสังเกต ดมกลิ่น และการใช้สายตาด้วย ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวเป็นภารกิจ Animal Ehrlichman (เอนิมอล เอ็นริสเม้นต์) หรือการส่งเสริมพฤติกรรมสัตว์ขององค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย

นายวันชัย ตันวัฒนะ ผู้อำนวยการสวนสัตว์สงขลา กล่าวว่า แรดจัดเป็นสัตว์เลือดอุ่นที่มีขนาดใหญ่อันดับ 2 รองจากช้าง โดยประชากรแรดมีแนวโน้มลดลงทุกปี ซึ่งปัจจุบัน ทั่วโลกมีแรดเหลืออยู่ 5 สายพันธุ์ เอเชีย 3 ชนิด แอฟริกาอีก 2 ชนิด แรดขาวมีขนาดใหญ่ที่สุด สาเหตุการลดลงของประชากรแรด มาจากแหล่งที่อยู่อาศัยในธรรมชาติที่ลดลงและการถูกล่า สำหรับแรดในประเทศไทยจัดเป็นสัตว์ป่าสงวน มีหลักฐานพบแรดป่าสองสายพันธุ์ ได้แก่ แรดชวา และแรดสุมาตรา (กระซู่) ซึ่งทั้งสองชนิดสูญพันธุ์ไปแล้วในประเทศไทย จากหลักฐานชิ้นสุดท้ายเมื่อปี 2540 ได้พบร่องรอยของกระซู่บริเวณป่าฮาลา-บาลา ในจังหวัดยะลาและนราธิวาส แต่ไม่มีใครพบตัวมัน โดยคาดว่าอาจหลบหนีนายพรานไปยังมาเลเซียและถูกฆ่าในที่สุด

สวนสัตว์สงขลา ขอเชิญชวนทุกท่านมาท่องเที่ยวสวนสัตว์สงขลา อย่างมั่นใจ ด้วยมาตรฐานด้านสาธารณสุข ปลอดภัยจากจุดคัดกรอง ใส่แมส เว้นระยะห่าง ล้างมือและเป็นแหล่งท่องเที่ยวโล่งแจ้ง พิเศษสุด!!! ลดค่าบัตรครึ่งราคา เมื่อนักท่องเที่ยวได้ฉีดวัคซีนป้องกันโควิดมาแล้วด้วย

-(016)

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

คอหวยเล็งเลขเด็ด! สาววัย 36 สุดอั้นเจ็บท้องคลอดทารกบนรถมูลนิธิ #SootinClaimon.Com

Posted on September 26, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/604581

คอหวยเล็งเลขเด็ด! สาววัย 36 สุดอั้นเจ็บท้องคลอดทารกบนรถมูลนิธิ

วันเสาร์ ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2564, 11.33 น.

เมื่อเวลา 04.15 น.วันที่ 25 ก.ย.64 ที่ผ่านมา นายณัฐวุฒิ ภัควันสกุล เจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิประชาร่วมใจ เขตอำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งขอความช่วยเหลือนำหญิงท้องแก่เจ็บท้องคลอดส่งโรงพยาบาลท่าศาลา เพื่อทำคลอดที่บ้านเลขที่ 76/7 หมู่ 3 ตำบลโมคลาน อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช จึงพร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิประชาร่วมใจ ขับรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ทะเบียน บล -1797 นครศรีธรรมราช เป็นรถมูลนิธิประชาร่วมใจ รหัส “ร่วมใจ294” ไปรับหญิงเจ็บท้องคลอดทันที

เมื่อถึงบ้านเกิดเหตุพบหญิงเจ็บท้องคลอดชื่อนางนารี สัมฤทธิ์ อายุ 36 ปี จึงรีบนำขึ้นรถมูลนิธิเพื่อส่งโรงพยาบาลท่าศาลา แต่ระหว่างทางนางนารี เจ็บท้องคลอดอั้นไม่ไหว จึงคลอดทารกเพศหญิง น้ำหนัก 3,400 กรัม บนรถมูลนิธิฯ เจ้าหน้าที่จึงต้องขับรถประคองด้วยความระมัดระวัง จนถึงโรงพยาบาลท่าศาลา ก่อนจะมีพยาบาลโรงพยาบาลท่าศาลา เข้าช่วยเหลือทำคลอดบนรถมูลนิธิ ปลอดภัยทั้งแม่และลูกแล้วนำตัวแม่ และทารก เข้าห้องฉุกเฉิน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเกิดเหตุหญิงท้องแก่คลอดบนรถมูลนิธิ ทำให้บรรดาคอหวยไม่พลาดที่จะส่องเลข ตีเลก เกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว ทั้งเลขทะเบียนรถมูลนิธิฯ เลขอายุแม่ บ้านเลขที่ รวมทั้งเลขน้ำหนักทารกแรกเกิด เพื่อเสี่ยงโชคแทงหวยงวดวันที่ 1 ต.ค.นี้  – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,305,839 hits

Join 4,077 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

Supreme Patriarch spared asset rule
HKEX offers to buy LSE for $36.6b
“โจอี้”ครูฝึกสอนพันธุ์ร็อกจากแดนอีสาน ลูกทีม“โค้ชป๊อป”
Beijing hotel puts Thai cuisine on show
ยื่นกกต.ยุบพรรคเสรีรวมไทย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย
Diesel price expected to drop to THB28 per litre next month #SootinClaimon.Com
ดวงตาสวรรค์! พระธาตุเขาน้อย อลังการ งดงาม
สีสัน!พนักงานร้านขายข้าว-ผักตลาดสดพลาซ่าหาดใหญ่พร้อมใจใส่ชุดกี่เพ้ารับตรุษจีน
โดนบูลี่จนหนีกลับไทย'บิ๊ก-ธิติวุฒิ'กว่าจะเป็น 'ผู้ใหญ่บ้านฟินแลนด์' ไม่ฟินอย่างที่คิด
เปิดรายชื่อพรรค ส.ส. หนีลงมติร่างพ.ร.บ.กัญา กัญชง จนเกิดเหตุ "สภาล่ม"

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,631 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d