Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

บทความพิเศษ : ปิดเรียน 1 ปี ข้อเสนอที่มาจาก ‘วิกฤติศรัทธา’ #SootinClaimon.Com

Posted on August 19, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/595400

บทความพิเศษ : ปิดเรียน 1 ปี ข้อเสนอที่มาจาก ‘วิกฤติศรัทธา’

บทความพิเศษ : ปิดเรียน 1 ปี ข้อเสนอที่มาจาก ‘วิกฤติศรัทธา’

วันอังคาร ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ความรุนแรงของไวรัสโควิค-19 สายพันธุ์เดลต้าในช่วงเดือนที่ผ่านมา (กรกฎาคม-สิงหาคม) นอกจากจะทำให้ระบบสาธารณสุขของประเทศอยู่ในภาวะวิกฤติ เนื่องจากจำนวนผู้ป่วยเกินอัตราที่รับได้ของโรงพยาบาล และโรงพยาบาลสนาม จนต้องเปิดระบบการพักรักษาตัวที่บ้าน (Home Isolation) และศูนย์พักรักษาตัวในชุมชน (Community Isolation) แล้ว ระบบการศึกษาก็เข้าสู่ภาวะวิกฤติด้วยเช่นเดียวกัน จนเกิดข้อเสนอจากนักวิชาการด้านการศึกษากลุ่มหนึ่ง รวมไปถึงพ่อแม่ผู้ปกครองของนักเรียนอีกจำนวนไม่น้อย ที่อยากให้กระทรวงศึกษาธิการประกาศปิดเรียนเป็นเวลา 1 ปี สำหรับทุกโรงเรียน หรือตามสภาพและเงื่อนไขของแต่ละโรงเรียน และพื้นที่ชุมชนโดยรอบ ซึ่งในประเด็นนี้ยังไม่มีความชัดเจนออกมาจากผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการประเมินวิกฤติ และการทบทวนนโยบายต่อสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน

แน่นอนว่า ความกังวลของครู และผู้ปกครอง ต่อการระบาดของไวรัสที่รวดเร็วอันส่งผลให้นักเรียนจำนวนมากได้รับเชื้อไวรัสโควิด-19 รวมไปถึงปัญหาเรื่องประสิทธิภาพการเรียนรู้จากระบบการเรียนการสอนตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการในตอนนี้ ที่สร้างความยุ่งยากแก่ผู้ปกครอง และลดทอนคุณภาพการเรียนรู้ของนักเรียนอย่างรุนแรง เป็นชนวนสำคัญที่ทำให้ข้อเสนอในเบื้องต้นได้รับการสื่อสารผ่านสื่อสารมวลชนอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นประเด็นสนใจของสังคม ดังนั้นการทบทวนนโยบาย และประเมินสถานการณ์ของระดับบริหาร จึงเป็นสิ่งที่สำคัญ เพื่อที่จะไม่ทำให้ปัญหามันเดินหน้าไปไกลกว่าการแก้ไข เปรียบได้กับเหตุการณ์ไฟไหม้ รู้เร็วเท่าไหร่ ดับได้เร็วเท่าไหร่ ความเสียหายก็อยู่ในความควบคุมได้เร็วเท่านั้น

ต่อไปนี้ จึงเป็นการประเมินปัญหา เพื่อทบทวนนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ ที่ผมอยากนำเสนอให้เกิดความชัดเจนในแนวทางการแก้ไขปัญหาการเรียนการสอนที่ขาดคุณภาพในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ดังนี้

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2564 กระทรวงศึกษาธิการประกาศเลื่อนเปิดเทอมจากวันที่ 1 มิถุนายน เป็นวันที่ 14 มิถุนายน และในวันที่ 9 มิถุนายน“นายอัมพร พินะสา” เลขาธิการสำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.)ได้ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมความพร้อมของกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อรองรับการจัดการเรียนการสอนใน 5 รูปแบบ คือ 1. การเรียนผ่านระบบโทรทัศน์(On-Air) 2. การเรียนผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์(On-Demand) 3. การเรียนแบบถ่ายทอดสด (Online) 4. การเรียนด้วยการนำส่งเอกสารที่บ้าน (On-Hand) และ 5. การเรียนการสอนแบบปกติที่โรงเรียน (On-Site) ถ้าสามารถทำได้ภายใต้เงื่อนไขตามข้อกำหนดของคณะกรรมการควบคุมโรคที่รับผิดชอบในพื้นที่นั้น ทั้งนี้รูปแบบการจัดการเรียนการสอนนี้ อาจจะผสมผสานรูปแบบต่างๆ ทั้ง 5 รูปแบบในแต่ละช่วงเวลาของแต่ละพื้นที่ได้ โดยให้โรงเรียนและผู้ปกครองร่วมกันพิจารณาเลือกรูปแบบการจัดการเรียนการสอนทางไกลให้เหมาะสมกับนักเรียน เช่น ความพร้อมของอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการเรียนการสอน และสัญญาณอินเตอร์เนต เป็นต้น

และเมื่อพิจารณาจากนโยบายที่เลขาธิการ สพฐ. กล่าวนี้ ก็น่าเชื่อได้ว่า การจัดการเรียนการสอนตั้งแต่ 14 มิถุนายนเป็นต้นมา ควรจะเรียบร้อย และนักเรียนสามารถเรียนรู้ได้พอสมควรจากรูปแบบการเรียนการสอนที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด

แต่คำถามก็คือ อะไรเกิดขึ้นกับการปฏิบัติตามนโยบาย 5 รูปแบบดังกล่าวนี้ ภายในเวลาประมาณ 2 เดือนหลังเปิดการเรียนการสอน จนทำให้ข้อเสนอปิดเรียนเป็นเวลา 1 ปี เกิดขึ้นมาในสังคม สำหรับผมแล้ว คำตอบอันชัดเจนที่สุดก็คือ รูปแบบการเรียนการสอนทั้ง 5 ทำงานไม่ได้ผล เพราะถ้าได้ผลที่ดี มีประสิทธิภาพ เสียงบ่น ข้อร้องเรียน รวมไปถึงข้อเสนอตามที่เกิดขึ้น จากนักวิชาการด้านการศึกษา พ่อแม่ผู้ปกครอง รวมไปถึงตัวนักเรียนเอง คงจะไม่กลายเป็นประเด็นรายวันตามสื่อสังคมออนไลน์เช่นนี้

สำหรับประเด็นแรกที่เห็นได้ชัดเจนก็คือ ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการ อาจมีความสามารถในการออกแบบนโยบายที่ดูดี มีหลักการ แต่ต้องเกิดข้อผิดพลาด เพราะนโยบายนั้นไม่สามารถนำมาปฏิบัติให้เป็นผลสำเร็จได้ กลายเป็นว่า นโยบายไม่ได้มีไว้เพื่อประโยชน์สำหรับการเรียนรู้ของนักเรียนอย่างแท้จริง

ประเด็นที่สอง คือ กระทรวงศึกษาธิการไม่เข้าใจบริบทของโรงเรียนในพื้นที่ต่างๆ ดีพอ หรืออาจบอกว่า เข้าไม่ถึงสภาพความเป็นจริงของทุกๆ โรงเรียนอย่างครบถ้วน เพราะการมอบนโยบายแบบครอบทั้งประเทศ แล้วให้ผู้บริหารโรงเรียนไปปรับใช้ตามสภาพเงื่อนไขของพื้นที่ อุปสรรคที่สำคัญก็คือ ความเหลื่อมล้ำในศักยภาพที่แตกต่างกันของแต่ละพื้นที่ นั่นส่งผลให้การเอื้ออำนวยการเรียนรู้ของนักเรียนในรูปแบบ 5 On มิได้สร้างประโยชน์ทางการศึกษาอันเท่าเทียมแก่นักเรียนทุกคน

ประเด็นที่สาม เป็นเรื่องที่ผมพยายามสื่อสารมาตลอดว่า แม้กระทรวงศึกษาธิการจะมอบนโยบาย แต่กระทรวงศึกษาธิการก็ไม่ได้กระจายอำนาจอย่างจริงใจให้กับเขตพื้นที่การศึกษา และโรงเรียน ทั้งการตัดสินใจ งบประมาณ อุปกรณ์การเรียนการสอน เป็นต้น นั่นทำให้ปัญหาความเหลื่อมล้ำเกิดขึ้น โรงเรียนใหญ่ งบประมาณเยอะ เครื่องมือพร้อม ก็ง่ายต่อการปฏิบัติตามนโยบายของกระทรวง ส่วนโรงเรียนขนาดเล็ก ที่งบประมาณมีจำกัด เครื่องมือก็ไม่พร้อม การปฏิบัตินโยบายก็ไม่สามารถทำได้ แถมยังต้องตกอยู่ในสถานะ “ภาระ” ของกระทรวงศึกษาธิการ ในทัศนคติของผู้บริหารบางคนอีกต่างหาก

ทั้งหมดนี้ เป็นความชัดเจนว่า นักเรียนที่ได้รับผลกระทบจากนโยบาย 5 On ของ สพฐ. และกระทรวงศึกษาธิการ จนนำมาสู่วิกฤติทางการศึกษาในสถานการณ์โควิด-19 เช่นนี้ มาจากความผิดพลาดในการออกแบบนโยบายของผู้บริหารระดับสูงในกระทรวงศึกษาธิการ ที่ขาดความเข้าใจปัญหาทางด้านการศึกษา เข้าไม่ถึงสภาพความเป็นจริงของโรงเรียนทั่วประเทศ และไม่เคยได้สัมผัส หรือรู้สึกทุกข์ร้อนไปพร้อมๆ กับครู นักเรียน และผู้ปกครอง ที่ต้องเผชิญกับความยากลำบากทางการศึกษาในสถานการณ์โควิด-19 อย่างแท้จริง และตรงนี้เองที่ทำให้การออกแบบนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ ยิ่งไปเพิ่มวิกฤติให้แก่ระบบการเรียนการสอนของครู และโรงเรียน รวมไปถึงการเรียนรู้ของนักเรียนอย่างน่ากังวล

ดังนั้น ผมมีข้อเสนอเร่งด่วน 2 ประการ เพื่อนำระบบการเรียนการสอนออกจากวิกฤติ และเพื่อกู้ศรัทธาให้กับกระทรวงศึกษาธิการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

1. เร่งจัดสรรงบประมาณให้โรงเรียนขนาดเล็กประมาณ 20,000 แห่ง โรงเรียนละ 200,000 บาทต่อภาคการศึกษา เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับการจัดการเรียนการสอนในสถานการณ์โควิด-19

2. เร่งพัฒนาระบบการเรียนรู้ทางออนไลน์ และการเรียนผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (On Demand) ทันที

จากนั้น เมื่อหัวใจ และจิตสำนึกของผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการเปิดแล้ว เรามาลงรายละเอียดของกระบวนการทั้ง 2 เรื่องดังกล่าวนี้ไปด้วยกัน ว่าควรมีแนวทางอย่างไร เพราะข้อเสนอสำหรับคนที่จิตสำนึกต่ำ และ “ปิดใจ” คุยอย่างไรก็ไม่เกิดประโยชน์ครับ

กนก วงษ์ตระหง่าน

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, บทความพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ฮึดสู้โควิด! เจ้าแม่ออแกไนซ์ ‘เมืองลุง’ พลิกชีวิต หันปลูก ‘แคคตัส’ โกยรายได้ผ่านออนไลน์ #SootinClaimon.Com

Posted on August 19, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/595439

ฮึดสู้โควิด!เจ้าแม่ออแกไนซ์‘เมืองลุง’พลิกชีวิต หันปลูก‘แคคตัส’โกยรายได้ผ่านออนไลน์

ฮึดสู้โควิด!เจ้าแม่ออแกไนซ์‘เมืองลุง’พลิกชีวิต หันปลูก‘แคคตัส’โกยรายได้ผ่านออนไลน์

วันจันทร์ ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 22.18 น.

ฮึดสู้โควิด!เจ้าแม่ออแกไนซ์‘เมืองลุง’พลิกชีวิต หันปลูก‘แคคตัส’โกยรายได้ผ่านออนไลน์

ในช่วงสถานการณ์โควิด ทำให้บุคคลในหลากหลายอาชีพต้องตกงาน ขาดรายได้ และหันไปหาอาชีพอย่างอื่นทำกันเพื่อความอยู่รอด เช่นเดียวกับ “กรกานต์ คงวงค์” อายุ 39ปี เจ้าแม่ออแกไนซ์ชื่อดังของ จ.พัทลุง ที่พลิกผันชีวิตของตัวเองช่วงโควิดหันมาปลูก “แคคตัส” และ “ไม้ประดับ” อย่างต้นริบบิ้นชาลี ส่งขายผ่านออนไลน์สร้างรายได้ และกำลังเป็นที่ต้องการของตลาดโดยเฉพาะในกลุ่มคนรักษ์ต้นไม้ มีการขยายพันธุ์กันแทบไม่ทัน

“กรกานต์” เล่าว่า เดิมตนรับจัดงานอีเว้นท์และงานออแกไนซ์ต่างๆทั่วพื้นที่ จ.พัทลุง และพื้นที่ใกล้เคียง จนกระทั่งเมื่อช่วงประมาณ 1 ปีที่แล้ว ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด ทำให้ตนไม่มีงาน ไม่มีรายได้ แต่เพราะเป็นคนชอบต้นไม้อย่างแคคตัสอยู่แล้ว และมักกดติดตามและสั่งต้นไม้ผ่านออนไลน์อยู่ตลอด จนวันหนึ่งได้มีเวลาอยู่กับต้นไม้มากขึ้น ได้เริ่มคิดขยายพันธุ์ เริ่มเรียนรู้ในการเพาะเมล็ดเอง และเริ่มเพลินไปกับการได้ดูแลต้นไม้ของตัวเองจนสร้างโรงเรือนขนาดเล็กใช้พื้นที่ข้างบ้านแค่ไม่กี่ตารางวา หลังจากนั้นก็มีการถ่ายภาพลงบนเฟสบุ๊คของตัวเองจนมีคนสนใจสั่งซื้อกันเป็นจำนวนมาก เรียกว่าขยายพันธุ์กันแทบไม่ทัน มีลูกค้าสั่งจองล่วงหน้าเป็นเดือนๆก็มี

นอกจากนี้ ยังมีไม้ประดับอีกอย่างที่กำลังได้รับความสนใจในกลุ่มคนชื่นชอบต้นไม้ประดับ นั่นคือ ต้นริบบิ้นชาลี คุณ กรกานต์ฯ เล่าว่าเพิ่มเติมว่า หลังจากที่ปลูกต้นแคคตัสได้สักระยะหนึ่ง ก็มีโอกาสได้เจอกับอาจารย์ท่านหนึ่งที่เขาชื่นชอบต้นไม้เหมือนกัน และปลูกริบบิ้นชาลีอยู่มาก ตนเห็นว่าต้นริบบิ้นชาลี เป็นไม้ประดับที่มีเสน่ห์ น่ารัก ดูน่าทะนุถนอม จึงสนใจและเริ่มเรียนรู้ การปลูกและขยายพันธุ์ต้นริบบิ้นชาลีด้วย และที่มีความสุขมากไปกว่านั้นคือ ตอนนี้พบว่าต้นริบบิ้นชาลีก็เป็นที่ต้องการและมีคนสนใจมากเช่นกัน

“สำหรับใครที่ท้อแท้ หมดหวังจากสถานการณ์โควิดอยู่ตอนนี้ แนะนำให้ลองหันมาปลูกต้นไม้ดู เพราะการปลูกต้นไม้ไม่ว่าต้นอะไรก็ตาม มันจะช่วยให้เรามีสมาธิ มีความสุข เพลิดเพลินไปกับต้นไม้แบบไม่รู้ตัว และมีรายได้เลี้ยงตัวเองได้อีกด้วย” กรกานต์ กล่าว

ใครที่สนใจสั่งซื้อก็สามารถติดต่อสอบถามผ่านเฟสบุ๊ค Kornkarn Kongwong ได้เลยเจ้าของร้านน่ารักและใจดี

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ให้มีสติอยู่ทุกเวลา รู้ภายใน รู้กาย รู้จิตของตัวเองดีกว่า’ โอวาทธรรม หลวงปู่สิม พุทธาจาโร #SootinClaimon.Com

Posted on August 19, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/595404

'ให้มีสติอยู่ทุกเวลา รู้ภายใน รู้กาย รู้จิตของตัวเองดีกว่า' โอวาทธรรม หลวงปู่สิม พุทธาจาโร

‘ให้มีสติอยู่ทุกเวลา รู้ภายใน รู้กาย รู้จิตของตัวเองดีกว่า’ โอวาทธรรม หลวงปู่สิม พุทธาจาโร

วันจันทร์ ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 19.06 น.

“…ใครจะมาว่าเราก็เป็นเรื่องปากของเขา จิตเรามีหน้าที่ภาวนา ไม่ต้องไปมัวว่าให้คนโน้นคนนี้ ติคนโน้น ชมคนนี้ได้ประโยชน์อะไร ภาวนาในใจดีกว่า สงบกาย สงบวาจา สงบจิตให้มีสติอยู่ทุกเวลา ยืนให้มีสติ เดินให้มีสติ ทำอะไรให้มีสติ พูดอะไรให้มีสติ อย่าเพียงแต่คิดว่า พูดอะไร พูดได้ ก็พูดไปขาดสติ จิตใจเลื่อนลอย ฟุ้งซ่านไม่มีเวลาจบสิ้น

นั่นแหละเชื่อว่าตัณหาดิ้นรนวุ่นวายไปตาม กามตัณหา ภวตัณหา วิภวตัณหา จิตใจไม่สงบระงับ ไม่ตั้งมั่นเป็นสมาธิภาวนา เพราะหลงใหลไปตามอาการภายนอก จิตไม่หยุด จิตไม่อยู่ จิตไม่รู้ภายใน รู้ภายนอก รู้ไปทำไม รู้ภายใน รู้กาย รู้จิตของตัวเองดีกว่า… “

…………………….

โอวาทธรรม พระญาณสิทธาจารย์ (หลวงปู่สิม พุทธาจาโร) วัดถ้ำผาปล่อง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ วัดถ้ำผาปล่อง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เคยกินยัง! ก๋วยเตี๋ยวจระเข้ตุ๋นรสเด็ดใส่เลือดเจ้าแรกของราชบุรีบอกเลยอร่อยมาก #SootinClaimon.Com

Posted on August 19, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/595388

เคยกินยัง! ก๋วยเตี๋ยวจระเข้ตุ๋นรสเด็ดใส่เลือดเจ้าแรกของราชบุรีบอกเลยอร่อยมาก

เคยกินยัง! ก๋วยเตี๋ยวจระเข้ตุ๋นรสเด็ดใส่เลือดเจ้าแรกของราชบุรีบอกเลยอร่อยมาก

วันจันทร์ ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 18.29 น.

วันนี้…”ทีมเฉพาะกิจแนวหน้าออนไลน์” จะพาชิมก๋วยเตี๋ยวจระเข้ตุ๋นรสเด็ดใส่เลือด เจ้าแรกของราชบุรี บอกเลยอร่อยมาก หลังเจอปัญหาโควิด -19 จระเข้ขายไม่ได้ เจ้าของฟาร์ม จึงคิดเมนูเด็ดนำเนื้อและเลือดมาทำเป็นอาหารจานด่วน 

หนึ่งเดียวเจ้าแรกในจังหวัดราชบุรี ก๋วยเตี๋ยวจระเข้ตุ๋นใส่เลือดเลิศรส ของร้านทวีชัยฟาร์ม ตั้งอยู่ที่ริมถนนสายเขาช้าง – หนองกระทุ่ม เลียบคลองชลประทาน เลขที่ 10/1 หมู่ 8 ต.หนองกระทุ่ง อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี ด้านหน้าเปิดเป็นร้านปิ้งย่างเนื้อจระเข้ ที่เลี้ยงจระเข้ขายลูกเพื่อขยายพันธุ์ และทำเครื่องหนังเป็นกระเป๋า เข็มขัดจากหนังจระเข้มานานกว่า 20 ปีแล้ว ช่วงแรกๆ ขายดีมากมีลูกค้าทั้งในและต่างจังหวัด เข้ามาอุดหนุนซื้อลูกจระเข้ไปเลี้ยง แต่มาเกิดช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด -19 ทำให้สินค้าระบาดไม่ออก รายได้ดึ่งลงขยายต่อไม่ได้ ทำให้พ่อแม่พันธุ์และลูกที่ออกมาใหม่ เลี้ยงอยู่ในบ่อเป็นจำนวนมาก  

นายสิทธิชัย เพ็ญชาติ อายุ 53 ปี เจ้าของทวีชัยฟาร์มที่ยึดอาชีพทำธุรกิจส่งออกจระเข้ ปัจจุบันมีจระเข้ที่เลี้ยงไว้หลายรุ่นกว่า 3,000 ตัวไม่สามารส่งออกไปขายได้ จึงได้หันมาแปรรูปนำเนื้อจระเข้มาทำเป็นเมนูอาหารจานด่วน โดยภรรยาได้คิดเมนูสูตรเด็ด เริ่มจากการนำเนื้อจระเข้ส่วนหางมาปิ้งย่างขายก่อน พอมีรายดี มีลูกค้าติดใจในรสชาติ แวะเวียนมาซื้อไปรับประทานกันมาก ต่อมาได้ต่อยอดเมนูไปอีกทำเป็นก๋วยเตี๋ยวจระเข้ตุ๋นสูตรเด็ดใส่เลือดสดก็ยังได้รับความสนใจจากลูกค้ามาซื้อไปรับประทานกัน 

นายสิทธิชัย เพ็ญชาติ เจ้าของทวีชัยฟาร์ม เปิดเผยว่า ตอนนี้การเลี้ยงจระเข้ตกต่ำลงมาก ถ้าใครคิดจะเลี้ยงยึดอาชีพนี้ต่อก็จะต้องหันมาคิดทำอย่างไรให้ครบวงจรเกี่ยวกับจระเข้ เพราะอาจจะไปรอด ช่วงนี้จึงประคองตัวไปก่อน เพื่อให้อยู่รอด จึงได้พัฒนาทำผลิตภัณฑ์มาเรื่อย ๆ อย่างที่ร้านทำปิ้งย่างขายจนเบื่อ ก็เปลี่ยนสไตล์เป็นจระเข้อบแห้ง คนก็สนใจมาลองชิม พอมีรายได้เข้ามาจุนเจือในฟาร์ม ตอนนี้มีเมนูใหม่มาอีก เป็นก๋วยเตี๋ยวเรือจระเข้ตุ๋นใส่เลือดสด ๆ ลงไปในก๋วยเตี๋ยว เพราะในเลือดจระเข้มีประโยชน์อยู่ในตัวอยู่แล้ว โดยจะใส่ลงไปในน้ำปรุงก๋วยเตี๋ยวเลย 

นอกจากนี้่ ยังมีแคปจระเข้ ลูกชิ้นจระเข้ ปรุงแต่งลงไปในชาม คุณประโยชน์ของเนื้อจระเข้เป็นสัตว์ที่มีไขมันต่ำที่ดีต่อร่างกายมนุษย์ กินแล้วทำให้ร่างกายดี เป็นความเชื่อของชาวจีน มีแนวคิดที่จะปรุงเมนูให้รวมอยู่ในเซตเดียวกัน ทั้งเลือด ทั้งเนื้อนำมารวมปรุงเป็นก๋วยเตี๋ยว ตอนนี้มีลูกค้าสั่งรับประทานเยอะมาก ช่วงโควิดแบบนี้ไม่สามารถนั่งรับประทานในร้านได้ จึงทำใส่ถุงให้ลูกค้านำกลับไปรับประทานที่บ้านได้

สำหรับที่ฟาร์มมีรุ่นพ่อแม่พันธุ์อยู่ประมาณ 380 ตัว รุ่นลูกที่ออกมาประมาณกว่า 2,000 ตัวและยังมีจระเข้น้ำเค็มอีกเกือบ 100 ตัว รวม ๆ เกือบ 3,000 ตัวก่อนหน้านี้ได้เพาะพันธุ์ขายลูกจระเข้ แต่มาติดปัญหาโควิดจึงต้องเลี้ยงเองและหาเทคนิคมาช่วย เพราะคนถ้านำไปเลี้ยงเองเจอปัญหาค่าอาหารก็ไม่คุ้ม หากเลี้ยงประมาณ 2 ปีครึ่ง – 3 ปี คิดว่าขาดทุนแน่นอน ถ้าหากทำไม่ครบวงจรแบบที่ร้านนี้ ได้นำทุกชิ้นส่วนมาทำขายได้ถึงจะไปรอด อีกส่วนยังสตาฟไว้เพื่อโชว์ ใครสนใจซื้อไปโชว์ก็ยินดีขายให้เริ่มต้นตัวละ 2,000 – 5,000 บาท 

“ยังคิดว่าจะยังเลี้ยงต่อไป เพื่อนำมาประกอบอาหารแปรรูปขาย คงต้องประคองอาชีพให้อยู่ต่อไปให้ได้ ช่วงที่ผ่านมาเคยบริการส่งชิ้นส่วนของจระเข้ขายให้กับลูกค้าต่างจังหวัด พอมีกำไรอยู่บ้าง แต่พอเจอปัญหาช่วงโควิด ทำให้สินค้าบางวันต้องส่งยาวนานหลายวันมากกว่าปกติ ทำให้เนื้อและชิ้นส่วนจระเข้ที่ส่งไปได้รับความเสียหาย ต้องคืนเงินให้กับลูกค้ามาแล้วหลายราย นอกจากนี้ ในส่วนหนังของจระเข้ที่ฟาร์มยังนำมาผลิตเป็นกระเป๋าหนังจระเข้ หลากหลายรูปแบบ มีทั้งเข็มขัด ที่ใส่ซองนามบัตร ราคาตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักพันบาทด้วย” นายสิทธิชัย กล่าว

วันนี้ ทางร้านจัดเมนูพิเศษทำโชว์ให้ผู้สื่อข่าวได้ชิมหลากหลายเมนู เช่น จระเข้ตุ๋นหม้อไฟใส่เลือด ลูกชิ้นเนื้อจระเข้ ขายราคา 200 บาท ก๋วยเตี๋ยวเนื้อจระเข้ตุ๋น ชามละ 50 บาท เนื้อจระเข้ย่างไม้ละ 20 บาท ใช้ส่วนหางจระเข้หรือที่เรียกว่า บ้องตัน จะมีลักษณะเนื้อนุ่ม ไม่คาว ที่ร้านมีกรรมวิธีหมักเฉพาะในการทำตามสูตรของทางร้านที่มีที่นี่ที่เดียว 

นอกจากนี้ ยังมีผลิตภัณฑ์อีกหลายอย่าง เช่น ลูกชิ้นเนื้อจระเข้ขายกิโลกรัมละ 200 บาทจะใช้เนื้อจระเข้ล้วน ๆ ไม่ผสมแป้ง กินแล้วรู้สึกเด้ง ๆ ไม่มีกลิ่นคาว จระเข้แดดเดียวถุงละ 50 บาทจะใส่พริกไทยและเครื่องปรุงมีกลิ่นหอม เนื้อจระเข้สดกิโลกรัมละ 150 บาท แคปจระเข้ขายถุงละ 50 บาท นำมาใส่กินกับก๋วยเตี๋ยวได้ และยังมีไข่จระเข้แพ็คละ 4 ลูก ขายแพ็กละ  100 บาท กุนเชียงเนื้อจระเข้แพ็คละ 100 บาท เลือดจระเข้ใส่เป็นแคปซูลเป็นเม็ดขายกระปุกละ 30 เม็ด ราคา 500 บาท และยังมีจระเข้หันทั้งตัวย่างวันต่อวันที่ร้านด้วย 

สำหรับประโยชน์ทางโภชนาการและทางการแพทย์ของเนื้อจระเข้ที่ทางร้านได้ให้ข้อมูลไว้ถือเป็นอาหารที่มีประโยชน์ทางโภชนาการ เนื้อจระเข้ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน มีแคลเซียมต่ำ และมีโปรตีนสูงกว่าเนื้อสัตว์ชนิดอื่นๆ แพทย์ชาวจีนมีความเชื่อมั่นในสรรพคุณว่า เนื้อจระเข้ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันและปรับสภาพความสมดุลของร่างกาย ในตำราแพทย์แผนจีนโบราณได้ให้ข้อมูลไว้ว่าเนื้อจระเข้มีสรรพคุณทางยา ช่วยบำบัดโรคหอบหืด เบาหวาน โรคภูมิแพ้

โดยเฉพาะผู้ป่วยที่เป็นโรคไตและปอด ที่ทำงานผิดปกติร่างกายอ่อนแอ และเจ็บไข้ให้ลองรับประทานเนื้อจระเข้ ช่วยบำบัดได้เป็นอย่างดี ส่วนเลือดจะอุดมไปด้วยโปรตีน วิตามินมีธาตุเหล็ก แร่ธาตุต่าง ๆ มีประโยชน์ต่อร่างกาย เหมาะสำหรับผู้ป่วยและบุคคลทั่วไป  ช่วยเสริมสร้างเม็ดเลือดแดง ช่วยเพิ่มเกล็ดเม็ดเลือดขาว จึงช่วยรักษาโรคโลหิตจาง และยังช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน ทำให้ผู้ป่วยโรคหอบหืดมีอาการดีขึ้น

สำหรับที่ร้านจะเปิดขายทุกวันตั้งแต่เวลา 09.00 –  18.00 น.จะเปิดขายเนื้อจระเข้ย่าง และผลิตภัณฑ์สินค้าแปรรูปต่าง ๆ ส่วนวันเสาร์และอาทิตย์จะเปิดขายเมนูก๋วยเตี๋ยว และเมนูอื่น ๆ ซึ่งอนาคตอยู่ระหว่างกำลังทดลองทำเมนูจระเข้ยอ และจระเข้หยอง เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่เพิ่มเติมให้ลูกค้าชิมอีกในอนาคต 

สำหรับสนใจอยากลองชิมเนื้อจระเข้ ก็สามารถโทรสั่งจองหรือสอบถามได้ที่เบอร์  098- 4819889

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สุดรันทด 2 ผัวเมียขอความช่วยเหลือถูกพิษโควิดตกงานไม่มีเงินซื้อข้าวให้ลูกกิน #SootinClaimon.Com

Posted on August 19, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/595365

สุดรันทด 2 ผัวเมียขอความช่วยเหลือถูกพิษโควิดตกงานไม่มีเงินซื้อข้าวให้ลูกกิน

สุดรันทด 2 ผัวเมียขอความช่วยเหลือถูกพิษโควิดตกงานไม่มีเงินซื้อข้าวให้ลูกกิน

วันจันทร์ ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 17.43 น.

เมื่อเวลา 16.30 น.วันที่ 16 ส.ค.64 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่แคมป์คนงานก่อสร้าง เลขที่ 111/399 หมู่ที่ 6 ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี หลังจากมีผู้ใช้เฟสบุ๊กชื่อ สาวน้อย ขี้ดื้อ ได้โพสต์ข้อความขอรับบริจาคสิ่งของโดยมีข้อความว่า “ใครมีเสื้อผ้าอยากจะบริจาคบ้างไหมค่ะหนูขอรับให้ลูกหนุและตัวเองค่ะแม่ไม่ค่อยจะมีเงินซื้อให้แม่ทำงานคนเดียวมีบ้างไม่มีบ้างทำพอได้กินไปวันๆพ่อเด็กป่วยน้ำท่วมปอดและหัวใจอ่อนทำงานไม่ได้มานานแล้วใครมีส่งต่อให้หนุได้น่ะค่ะ ใครมีส่งต่อได้น่ะค่ะขอบคุนมากๆค่ะ แคมป์คนงานข้างหมุ่บ้านคุนาลัยวัดลาดปลาดุกค่ะ”

จากการตรวจสอบพบว่าผู้โพสต์คือ น.ส.ณัฐญา รามศรีอายุ 33 ปี อาศัยอยู่กับสามีคือนายใจสิงห์ ศุภสร อายุ 35 ปี ลูกชาย 2 คน ลูกสาว 1 คน ชื่อ ด.ช.เมธา หรือน้องเกมส์ รามศรี อายุ 14 ปี ศึกษาอยู่ชั้น ม.2 โรงเรียนไทรน้อย ด.ช.ธีรวัฒน์ หรือน้องนิว รามศรี อายุ 10 ปีศึกษาอยู่ชั้น ป.5 โรงเรียนสมบูรณ์ศาสตร์ และ ด.ญ.ณัฐิดา หรือน้องแก้ม รามศรี อายุ 3 ปี ศึกษาอยู่ที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านโรงสวด ซึ่งก่อนหน้านี้ 2 สามีภรรยา ทำอาชีพคนงานก่อสร้าง แต่เนื่องจากมีการเเพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 อย่างหนัก ทำให้ภาครัฐมีคำสั่งปิดเเคมป์ก่อสร้าง จึงทำให้ครอบครัวนี้เป็นอีกหนึ่งครอบครัวที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก

โดยแคมป์ดังกล่าวปลูกสร้างเป็นเพิงพักสังกะสี สร้างติดกันประมาณ 20 ห้อง ซึ่งห้องนอนมีความกว้างประมาณ 3 เมตร ความยาว 2.4 เมตร อาศัยอยู่รวมกัน 5 คน เมื่อผู้สื่อข่าวไปถึงพบผู้เป็นพ่อกำลังนั่งปลอกแอปเปิ้ลซึ่งมีอยู่เพียง 1 ลูกเท่านั้น แต่ต้องแบ่งให้ลูกทั้ง 3 คน กินให้เท่าๆกัน ข้าวสารในหม้อก็แทบจะไม่มีเหลือ ต้องอาศัยกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ที่ทางหน่วยงานภาครัฐและผู้ใจบุญนำมาบริจาค ส่วนเพื่อนบ้านที่ทำอาชีพเดียวกัน ต่างก็ย้ายออกไปกันจนหมด เพราะไม่มีใครจ้างงาน 

น.ส.ณัฐญา กล่าวว่า ตนอยากขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานราชการให้เข้ามาช่วยเหลือครอบครัวของตน ซึ่งหลังได้รับผลกระทบจากปัญหาโควิด-19 ทำให้แคมป์คนงานที่ตนทำงานและอาศัยอยู่ต้องปิดแคมป์ตามคำสั่ง จากเดิมที่เคยมีคนงานพักอาศัยประมาณ 30 คน ตอนนี้เหลือเพียงครอบครัวตนเท่านั้นเพราะคนอื่นเมื่อไม่มีงานทำ ต่างก็แยกย้ายกันกลับบ้านที่ต่างจังหวัดกันหมด จากเดิมหัวหน้าคนงานเคยอยู่ดูแลตอนนี้ก็ไม่อยู่แล้ว ตนไม่รู้จะทำอย่างไรเพราะลูก 3 คนก็ยังเล็กนอกจากนี้สามีที่เป็นเสาหลักของครอบครัวก็มาล้มป่วยด้วยโรคน้ำท่วมปอดและโรคหัวใจอ่อนแรงไม่สามารถทำงานได้เหมือนก่อน ทุกวันนี้สิ่งที่ตนทำได้คือออกไปหาเก็บขวด และของเก่าเอามาขาย เพื่อดูแลลูกและสามีให้รอดวิกฤตในครั้งนี้ไปให้ได้

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

กรมการแพทย์แนะเรียนออนไลน์อย่างไร…ให้สายตาไม่เสีย! #SootinClaimon.Com

Posted on August 19, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/595340

กรมการแพทย์แนะเรียนออนไลน์อย่างไร...ให้สายตาไม่เสีย!

กรมการแพทย์แนะเรียนออนไลน์อย่างไร…ให้สายตาไม่เสีย!

วันจันทร์ ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 16.49 น.

กรมการแพทย์ โดยสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี แนะผู้ปกครองควรดูแลสายตาลูกน้อย ระหว่างการเรียนออนไลน์โดยกำหนดระยะเวลาเรียนเวลาพักให้เหมาะสมและดูแลปรับสภาพแวดล้อมให้เหมาะกับการเรียนมีระยะห่างระหว่างตากับหน้าจอ เพื่อป้องกันผลเสียที่จะเกิดกับสายตาลูก

นายแพทย์วีรวุฒิ อิ่มสำราญ รองอธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผย  จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา2019 (Covid19) ทำให้สถานศึกษาหลายพื้นที่ปรับรูปแบบการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต ด้วยโปรแกรมต่างๆ โดยใช้ อุปกรณ์สื่อการเรียนการสอน เช่น คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต หรือ โทรศัพท์มือถือ ซึ่งเด็กต้องดูหน้าจอเป็นระยะเวลานาน ปัจจุบันพบว่า การใช้อุปกรณ์ต่อเนื่องเป็นเวลานานเกิดผลกระทบกับสายตาเด็กพอสมควร เช่น เกิดภาวะตาล้า (Digital eye strain) เด็กมีอาการปวดตา แสบตา ตาแห้ง บางรายปวดศรีษะร่วมด้วย ในบางรายเกิดภาวะสายตาสั้นเทียม อันเกิดจากการเพ่งมองในระยะใกล้อยู่นาน มีการค้างของค่าสายตาสั้นชั่วขณะ ทำให้เด็กบอกมองไกลไม่ชัด หลังใช้อุปกรณ์ ในบางรายมีอาการผิดปกติของกล้ามเนื้อตา เช่น ปวดกระบอกตา และกล้ามเนื้อตาทำงานผิดปกติได้

นายแพทย์อดิศัย ภัตตาตั้ง ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กล่าวเพิ่มเติมว่า วิธีการเหมาะสมในการใช้สายตาสำหรับการเรียนออนไลน์ คือ เว้นระยะห่างจากหน้าจอให้เหมาะสม เมื่อใช้อุปกรณ์ควรกระพริบตาให้บ่อยขึ้น มีการพักสายตาด้วยหลักการ 20-20-20 คือ เมื่อใช้สายตามองใกล้ติดต่อกัน 20 นาที ควรพักสายตาประมาณ 20 วินาที ด้วยการมองไปที่ระยะห่าง 20 ฟุต (6 เมตร) เพื่อเป็นการพักสายตา แล้วกลับมาใช้สายตาใหม่ได้ นอกจากนี้ การจัดสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมต่อการเรียนก็เป็นเรื่องสำคัญ ควรมีไฟห้องที่สว่างเพียงพอ ลดแสงจากหน้าจอให้เหมาะสม เพิ่มขนาดตัวอักษร เด็กที่มีสายตาสั้นอยู่เดิม ควรเพิ่มกิจกรรมนอกบ้าน หรือเพิ่มการมองระยะไกลบ้างตามสมควร นอกจากนี้ ผู้ปกครองและลูกควรช่วยกันตั้งเป้าหมายในการทำกิจกรรม มีตารางเวลาในการเรียน การพัก และการได้คุย ได้เล่นกับคนรอบข้าง เพื่อเป็นการพักสายตาจากหน้าจอได้เป็นอย่างดี และลดความเครียดจากการเรียนออนไลน์ได้

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ประกาศตามหา ‘นกแก้ว’ ใครเจอนำมาคืนให้เงินรางวัลครึ่งแสน #SootinClaimon.Com

Posted on August 19, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/595322

ประกาศตามหา 'นกแก้ว' ใครเจอนำมาคืนให้เงินรางวัลครึ่งแสน

ประกาศตามหา ‘นกแก้ว’ ใครเจอนำมาคืนให้เงินรางวัลครึ่งแสน

วันจันทร์ ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 15.43 น.

16 ส.ค.64จากกรณีที่มีการโพสต์ลงโซเชียลทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ของสาวใหญ่คนหนึ่ง ได้โปรดข้อความว่า “ลูกจ๋าอยู่ไหน” นกแก้วหาย มีรางวัล 50,000 บาทน้อง”โชค”หายออกจากบ้าน ซอยตลาดดวงแก้ว ติวานนท์-ปากเกร็ด 56 ใกล้สวนสมเด็จ นนทบุรี เมื่อวันพุธที่ 30 มิถุนายน “โชค”เป็นนกที่เชื่องมากๆๆๆๆ และรักเจ้าของมาก ไม่ชอบบินไปไหนเองเลย ไม่เคยอยู่ในกรงเลย หายจากบ้านตอนดึก น่าเป็นห่วงมาก เพราะโชคเป็นนกร่าเริง ชอบบินเล่นในสวนกับดิฉันทุกวัน ตอนนี้ดิฉันเหมือนตกนรกทั้งเป็น ด้วยความเศร้าโศรกอย่างหาอะไรเปรียบไม่ได้ คิดถึงโชคเหมือนใจจะขาดโทร/ID LINE 0847379794 หรือ 0850510616ช่วยๆกันแชร์ให้หน่อยเถอะนะคะ เครื่องหมายตำหนิคือมีโซ่สั้นๆติดอยู่กับห่วงที่ขาข้างขวา ไม่มีเบอร์โทรศัพท์ติดขา ขนที่หาง มีแซมสีน้ำเงินนิดๆคะ

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพบสาวดังกล่าวทราบชื่อ นางสาว สุขาดา ศิริวิบูลย์ชัย อายุ 64 ปี โดยพบว่ากำลังยืนดูคนงานติดป้ายประกาศตามหานกแก้ว โดยมีข้อความว่า”นกแก้วหาย มีรางวัล 50,000 บาท พร้อมเบอร์โทรและไอดีไลน์ 0847379794 และ 0930057891 พร้อมรูปถ่ายนกแก้วสีเหลือง “ลูกจ๋าอยู่ไหน” น้องโชค ตัวเล็กๆ หายออกจากหมู่บ้านกฤษณา-ติวานนท์ ซอยพระแม่การุณย์27 ใกล้สวนสมเด็จ ทางออกศรีสมาน นนทบุรี ตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2564 ขอบคุณมากนะคะ” โดยคนงานกำลังติดป้ายที่บริเวณริมถนนซ่อมสร้าง ต.บ้านใหม่อ.เมือง จ.ปทุมธานี จากนั้นได้ตระเวนไปติดป้ายประกาศตามสถานที่ต่างๆ ทั่วพื้นที่ในเขต อ.เมืองปทุมธานี และ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี

นางสาวสุชาดา บอกว่า เมื่อวันที่ 30 มิ.ย 64 นกแก้วพันธ์ชันคอร์นัว สีเหลือง ชื่อ”โชค” มีตำหนิผูกโซ่ขนาดเล็กยาวประมาณ 1 นิ้ว ติดกับห่วงไว้ที่ขาข้างขวา ซึ่งตนได้เลี้ยงไว้ที่บ้าน ได้หายไป ซึ่งนกดังกล่าวตนเลี้ยงไว้ตั้งแต่ยังตัวเล็ก จนถึงปัจจุบัน รวมอายุประมาณเกือบ 2 ปี โดยการเลี้ยงลูกโชคตนไม่ได้ขังกรงไว้ เนื่องจากลูกโชคเป็นนกเชื่องคุ้นเคยกับเจ้าของไม่เคยบินหรือโฉบเฉี่ยวไปไหน ซึ่งตนเชื่อว่าเขาอาจจะพลัดหลงและบินหายไปเมื่อช่วงคืนวันที่ 29 มิ.ย.ที่ผ่านมาและเป็นวันที่มีฝนตกลมแรง พอตอนเช้าวันรุ่งขึ้นตนเดินเข้ามาในสวนหน้าบ้ายก็ไม่พบลูกโชคเหมือนทุกวันที่เราต้องเจอกัน ซึ่งตนและคนงานได้พยายามออกติดตามหาจนกระทั่งถึงปัจจุบันยังไม่พบ จากนั้นจึงไปแจ้งความเพื่อขอความร่วมมือให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยติดตามหา เนื่องจากนกอาจบินหายไปและมีผู้พบเจอ พร้อมกับทำป้ายติดประกาศไปทั่วตามถนนตรอกซอยหมู่บ้านกว่า100ป้าย พร้อมลงโพสต์ในโซเชียล โดยตนมีรางวัลในการติดตามนกกลับคืนมาให้โดยจะมอบเงินให้ 50,000 บาท จึงมาแจ้งความลงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน

โดยแจ้งไว้กับ พ.ต.ท. สุวัฒน์ โพธิ์รี สารวัตรสอบสวนสภ.ปากคลองรังสิต จ.ปทุมธานี โดยใครที่พบลูกโชค นกแก้วของตนนอกจากจะมอบรางวัลให้ตนก็ไม่เอาเรื่องใดๆอีกด้วยและจะขอกราบขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง ตนยอมรับว่าเขาเปรียบเสมือนลูกตนมันเหมือนมีความผูกพันกันมาก และที่ผ่านมามีคนนำนกพันธุ์เดียวกันติดต่อมาจำนวนมากแต่ตนดูลักษณะแล้วไม่ใช่และที่สำคัญตนจะจำลักษณะจุดเด่นของลูกโชคได้และต้องมีห่วงโซ่ที่ขาขวาเพราะจะไม่มีใครเหมือน จึงขอฝากผ่านสื่อเป็นอีกทางหนึ่งของคนที่เป็นทาสนกด้วย ซึ่งตนเองได้ไปตามหานกแก้วตัวนี้หลายจังหวัดแล้วแต่ก็ยังไม่พบตัวและตนเองก็ได้ทำสวนเอาไว้ให้ลูกโชคซึ่งเป็นนกแก้วที่ตนเองรักมาก รักเหมือนลูกคนหนึ่งและตนก็ให้นกตัวนี้อยู่บ้านหลังใหญ่กับคนงานซึ่งอยากฝากผู้ใจบุญเมื่อเจอนกตัวนี้ก็ส่งใลน์มาหาตนเองเพื่อที่จะได้รู้ว่าใช่ลูกโชคหรือไม่

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ผู้ใช้รถถนนรังสิต-บางบัวทองแปลกใจกล้องวงจรปิดติดแยกเดียวกว่า 10 ตัว #SootinClaimon.Com

Posted on August 19, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/595315

ผู้ใช้รถถนนรังสิต-บางบัวทองแปลกใจกล้องวงจรปิดติดแยกเดียวกว่า 10 ตัว

ผู้ใช้รถถนนรังสิต-บางบัวทองแปลกใจกล้องวงจรปิดติดแยกเดียวกว่า 10 ตัว

วันจันทร์ ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 15.25 น.

เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 16 ส.ค.64 จากที่เพจ ปฎิบัติการหมาเฝ้าบ้าน ได้แชร์ภาพกล้องวงจรปิดเป็นจำมากที่ติดอยู่บนราวเหล็กโดยมีข้อความว่าปกติมันจะต้องถี่ขนาดนี้ไหม พิกัดถนนรังสิต-บางบัวทอง 345 ก่อนถึงค่ายทหารซ่อมสร้าง

ต่อมาผู้สื่อข่างได้เดินทางไปที่เกิดเหตุพบว่าเป็นถนนรังสิต-บางบัวทอง ทางหลวงหมายเลข 345 (ถนนซ่อมสร้าง) ต.บางพูน อ.เมือง จ.ปทุมธานี พบกล้องวงจรปิดทั้งหมด 15 ตัวติดอยู่บนราวเหล็ก จากการสอบถามวินรถจักรยานยนต์บอกว่ากล้องจรปิดนี้มีเจ้าหน้าที่มาติดได้ประมาณ 1 อาทิตย์แล้วซึ่งข้อดีก็คือเวลาเกิดอุบัติเหตุรถที่ไม่มีกล้องหน้ารถก็จะได้รู้ว่าใครถูกใครผิด ส่วนประชาชนที่ขับรถจักรยานยนต์ผ่านเส้นทางนี้ก็บอกว่ากล้องเยอะก็ดีเวลารถชนกันจะได้รู้ว่าใครผิดใครถูกไม่ต้องมาเถียงกัน

ด้าน พ.ต.อ.สุขสวัสดิ์ คูสิทธิผล รอง ผบก.ทล.ชี้แจงถึงกรณีดังกล่าวว่า เป็นส่วนหนึ่งของโครงการติดตั้งกล้อง ตรวจจับผู้ฝ่าฝืนสัญญาณไฟแดง เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ อันนำมาซึ่งความสูญเสียแก่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน โดยกล้องที่ติดเพิ่มเติมอีกส่วนหนึ่งนั้นเป็นกล้องเพื่อทดสอบ เปรียบเทียบประสิทธิภาพระบบประมวลผลการตรวจจับผู้กระทำความผิดคดีอาญาต่างๆ อาทิ รถหาย รถสวมทะเบียน เป็นต้น ซึ่งเป็นไปตามแนวทางการใช้อุปกรณ์ทางอิเล็กทรอนิกส์ในการปฏิบัติงาน เพื่อสร้างความโปร่งใสและความยอมรับจากประชาชน 

สำหรับกล้องดังกล่าวประกอบด้วย กล้องตามภาพมีอยู่ 2 ส่วน 1.กล้องและไฟตามลูกศรสีน้ำเงิน เป็นกล้องตามโครงการ ติดตั้งระบบตรวจจับผู้ขับขี่รถฝ่าฝืนสัญญาณจราจร (ไฟแดง) แบบอ่านป้ายทะเบียนอัตโนมัติ ของกองบังคับการตำรวจทางหลวง (กล้อง 3 ตัวไฟ 2 ตัว) 2.กล้องตามลูกศรสีเขียว แดง และม่วง เป็นกล้องที่ใช้ทดสอบเพื่อพัฒนาระบบประมวลผลของ บก.ทล. โดยกล้องแต่ละตัวมีคุณลักษณะที่แตกต่างกันตามรุ่น โดยปัจจุบันกล้องที่นำมาทดสอบ ไม่ได้นำภาพมาบังคับใช้กฎหมายแต่อย่างใด (กล้อง 11 ตัว) และ 3.กำหนดการทดสอบ จำนวน 10 วัน ตั้งแต่วันที่ 12 ส.ค. – 21 ส.ค.64 และจะถอดออกตามกำหนดทดสอบในวันที่ 21 ส.ค.64

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ธรุกิจท่องเที่ยว ‘เกาะช้าง’ ทรุดหลังเผชิญโควิด 3 รอบ #SootinClaimon.Com

Posted on August 19, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/595258

ธรุกิจท่องเที่ยว 'เกาะช้าง' ทรุด หลังเผชิญโควิด 3 รอบ

ธรุกิจท่องเที่ยว ‘เกาะช้าง’ ทรุด หลังเผชิญโควิด 3 รอบ

วันจันทร์ ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 13.58 น.

ธรุกิจท่องเที่ยวเกาะช้างทรุดหลังเผชิญโควิด3รอบ สุดท้ายโฮมสเตย์,โรงแรม,รีสอร์ทขนาดเล็กปิดตัวกว่า 40%ขณะนทท.มีเพียง10%ระบุเกาะช้าง,เกาะกูดใกล้ปลอดโควิด19

16 ส.ค.64 นายสัคศิษฐ์ มุ่งการ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจ.ตราด(สอท.ตราด)เปิดเผยว่า วันนี้ประเทศไทยได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 ทำให้ธุรกิจท่องเที่ยวของประเทศไทยรับผลกระทบอย่างมากซึ่งจังหวัดตราดก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน เเม้จะมีประชาชนชาวตราดติดเชื้อเพียง1,340 คน แต่ด้วยมาตรการของศบค.จึงทำให้ได้รับผลกระทบไปด้วย อย่างไรก็ตาม สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจ.ตราดได้ร่วมกันหารือและมาตรการเพื่อจะฟื้นฟูธุรกิจท่องเที่ยวให้กลับคืนมาให้ได้เร็วที่สุด โดยวันนี้ ธุรกิจท่องเที่ยวในอำเภอเกาะช้างได้รับผลกระทบอย่างหนักจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ไม่สามารถเดินทางมาได้ และนักท่องเที่ยวไทยก็มาได้แต่ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไข

“นักท่องเที่ยวของอำเภอเกาะช้างวันนี้ลดลงมากถึง 90% ที่เหลืออีก 10 % ก็มาจากนักท่องเที่ยวต่างประเทศทีทอยู่ในประเทศไทย และกลุ่มนักท่องเที่ยวไทยเท่านั้น ขณะที่ค่าใช้จ่าย และต้นทุนของโรงแรมยังมีเท่าเดิม ทำให้โรงแรมขนาดเล็ก และรีสอร์ทบางแห่ง รวมทั้งโฮมสเตย์ต้องปิดตัวลงไปแล้วกว่า 40% ส่วนที่เปิดทำการอยู่แม้จะมีนักท่องเที่ยว 10-20 คนก็เปิดเพื่อนำรายได้ได้เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายทั่วไปเท่านั้น จะหากำไรคงยาก”

ประธานสอท.ตราด กล่าวว่า จะกล่าวกันตามความจริงแล้ว อำเภอเกาะช้าง และอำเภอเกาะกูดได้รับผลกระทบจากการติดเชื้อไวรัสโควิด 19 น้อยมาก ส่วนใหญ่จะเกิดที่ตัวจังหวัดตราดมากกว่า โดยในระยะที่ผ่านมาไม่มีการติดเชื้อ ซึ่งด้วยเหตุนี้เอง ทางสอท.ตราดจึงพยายามผลักดันให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและสาธารณสุขจ.ตราด ได้เข้ามาสนับสนุนในเรื่องการฉีดวัคซีนในพื้นที่อำเภอเกาะช้างให้ได้เกิน 70%  ซึ่งได้รับการตอบรับแล้ว ขณะเดียวกันทางผู้ประกอบการก็ได้ทำการหาวัคซีนเพิ่มจากหน่วยงานอื่นๆซึ่งก็ได้รับมาแล้วอย่างชิโนฟาร์ม นอกจากนี้ทางผู้ประกอบการยังได้สำรวจจำนวนประชากรแฝงทั้งกลุ่มแรงงานต่างด้าว ชาวต่างชาติ และชาวไทยที่เข้ามาทำงานในพื้นที่เพื่อจะได้สร้างระบบ”SHA PLASE”ของเกาะช้างขึ้นมาเพื่อรองรับการเปิดการท่องเที่ยวในปลายปีนี้ ซึ่งขณะนี้ ทางพัทยาก็ได้ผลักดันโครงการ”พัทยา มูฟออนน์”มาแล้ว

ทางด้านนายสุทัศน์ ทศดารา ผู้ประกอบการเรือโดยสารอำเภอเกาะช้าง และสมาชิกสภาอบจ.ตราด เขตอำเภอเกาะกูด เปิดเผยว่า อำเภอเกาะกูดมีผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด 19 น้อยมาก ซึ่งมีติดเพียง 8 คน โดยติดคนแรกเมื่อช่วงกลางเดือนเมษายน 2564 ที่ผ่านมา และในรอบ 28 วัน อำเภอเกาะกูดไม่มผู้ติดเชื้อเลย ซึ่งทำให้ในช่วงปลายปี 2564 ที่เป็นฤดูการท่องเที่ยวของอำเภอเกาะกูด จะสามารถเปิดรับท่องเที่ยวตามหลักเขื่อนไขของทางจังหวัดตราดได้ 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

มุมอร่อย! ท่องเมืองสองแควชิม ‘ลูกชิ้นป้าแขก’ ไม้ละ 5 บาท ขายมานาน 40 ปี #SootinClaimon.Com

Posted on August 19, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/595229

มุมอร่อย! ท่องเมืองสองแคว ชิม'ลูกชิ้นป้าแขก' ไม้ละ 5 บาท ขายมานาาน 40 ปี

มุมอร่อย! ท่องเมืองสองแคว ชิม’ลูกชิ้นป้าแขก’ ไม้ละ 5 บาท ขายมานาาน 40 ปี

วันจันทร์ ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 11.52 น.

ลูกชิ้นป้าแขก ของอร่อยคู่เมืองพิษณุโลก ขายมานานเกือบ 40 ปี ฝ่าวิกฤติโควิด-19 ยังคงขายเพียงไม้ละ 5 บาท ลูกค้าขาจร ขาประจำ ยังคงแวะเวียนมาอุดหนุนไม่ขาดสาย

วันนี้ “ทีมข่าวเฉพาะกิจแนวหน้าออนไลน์” จะพาไปชิมลูกชิ้นป้าแขก ของอร่อยคู่เมืองพิษณุโลก ขายมานานเกือบ 40 ปี ฝ่าวิกฤติโควิด-19 ยังคงขายไม้ละ 5 บาท ทั้งลูกชิ้นเนื้อปิ้ง ลูกชิ้นปลาทอด ที่ชาวพิษณุโลกมากหน้าหลายตาเป็นลูกค้าขาประจำ จากสูตรเฉพาะของป้ายา หรือนางสาวสัตยา นานาใจ วัย 73 ปี เจ้าของร้านลูกชิ้นแขก หรือลูกชิ้นป้าแขก ขายเคียงคู่อยู่กับน้องสาว หรือคือนางเบฮำ นานาใจ ที่จะตื่นมาช่วยกันเตรียมของตั้งแต่เช้า เพื่อเริ่มเปิดขายในช่วงเวลาประมาณ 08.00 น. เรื่อยไปจนถึงช่วงบ่าย จนกว่าจะขายหมด โดยจะนำลูกชิ้นเสียบไม้ ก่อเตาถ่าน ป้ายาจะเป็นคนทอดลูกชิ้นปลา น้องสาวจะเป็นคนปิ้งลูกชิ้นเนื้อ ที่มีสูตรเด็ดเคล็ดลับเฉพาะของลูกชิ้นป้าแขก คือจะจะนำลูกชิ้นมาปิ้งก่อน แล้วนำไปจิ้มน้ำจิ้ม แล้วก็นำมาปิ้งอีกรอบ ซึ่งจะทำให้ได้กลิ่นความหอมของลูกชิ้นเนื้อ และน้ำจิ้มที่ย่างไฟจะแห้งซึมไปกับลูกชิ้น อร่อยเข้มข้น ที่ใครได้ชิมแล้วต้องติดใจ

นางสาวสัตยา นานาใจ ป้ายา หรือ คนทั่วไปจะเรียกติดปากว่าป้าแขก ก็เล่าให้ฟังว่า ลูกชิ้นแขก เป็นชื่อที่ลูกค้าเรียกกันเอง ป้ายาไม่ได้ตั้งชื่อร้านว่าลูกชิ้นแขก แต่ที่ลูกค้าเรียกลูกชิ้นแขกเพราะป้ายาและน้องสาวนั้นนับถือศาสนาอิสลาม บางคนก็เรียกชื่อร้านว่าลูกชิ้นป้ายา ป้ายาเล่าให้ฟังว่า ตนขายลูกชิ้นปิ้งมาได้เกือบ 40 ปีแล้ว แต่ดั้งแต่เดิมขายอยู่ในซอกตึก ถ.เจ้าพระยาจักรีนี่แหละ เพิ่งย้ายออกมาอยู่ริมถนนได้ประมาณ 18 ปี ขายมาตั้งแต่ไม้ละ 1 บาท และปรับราคาขึ้นมาไม้ละ 2 บาท 3 บาท จนปัจจุบันขายไม้ละ 5 บาท มาหลายปีแล้ว

โดยสูตรเด็ดเคล็ดลับความอร่อยของลูกชิ้นป้ายา ก็คือป้ายาจะรับลูกชิ้นเนื้อ และลูกชิ้นปลา มาจากแหล่งที่ทำสดใหม่วันต่อวัน นำมาเสียบไม้ โดยลูกชิ้นเนื้อจะเหมาะกับการปิ้งมากกว่าเพราะจะมีกลิ่นหอมชวนกิน โดยลูกชิ้นเนื้อปิ้งจะปิ้งให้สุกก่อน 1 รอบ จากนั้นก็จะนำไปจิ้มน้ำจิ้มสูตรเด็ดของป้ายา และนำไปย่างต่อให้น้ำจิ้มแห้งซึมเข้าเนื้อลูกชิ้นทำให้เพิ่มความอร่อยเข้าไปอีก แต่สำหรับใครไม่ชอบแบบปิ้งก็มีสำหรับแบบทอดไว้บริการเช่นกัน ส่วนลูกชิ้นปลานั้นจะเหมาะสำหรับการชุบแป้งทอด โดยแป้งก็จะเป็นสูตรผสมของป้ายา ที่ทอดออกมาและตัวแป้งจะกรอบติดลูกชิ้น ไม่แข็งจนเกินไป เมื่อจิ้มกับน้ำจิ้มสูตรเด็ดเคล็ดลับของป้ายาจะอร่อยไม่เหมือนใครแน่นอน

สำหรับใครที่อยากจะแวะไปชิมลูกชิ้นปิ้งร้านป้ายา หรือลูกชิ้นแขก ร้านจะตั้งอยู่บริเวณ ถ.เจ้าพระยาจักรี ตลาดใต้ ตลาดเทศบาล 1 อ.เมืองพิษณุโลก ถ้าเข้ามาทางถนนพุทธบูชา หรือไนท์บาร์ซ่า ก่อนถึงตลาดใต้เล็กน้อย จะมีถนนสายเล็ก ๆ คือถนนเจ้าพระยาจักรี ร้านของป้ายาจะเข้าไปในซอยเล็กน้อยประมาณ 20 เมตร หรือสอบถามคนแถวนั้นได้ว่าร้านป้ายาอยู่ตรงไหน รับรองว่าคนพื้นที่ไม่มีใครไม่รู้จัก ร้านลูกชิ้นป้าแขก แน่นอน

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,311,098 hits

Join 4,077 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

‘เอส-กันตพงศ์’ ควงแฟนสาวเดินแบบการกุศล ‘โครงการรณรงค์วันดาวน์ซินโดรมโลก 2561’
Neuralink ของ อีลอน มัสก์ ฝังชิปในสมองลิงให้เล่นเกมด้วยจิตสำเร็จ #SootinClaimon.Com
100 ปีชาตกาล"ป๋วย"
Apple ยังฟันกำไรอื้อแม้ซัพพลายเชนสะดุด #SootinClaimon.Com
Anutin mulls cancelling Test & Go scheme for tourists
บุคคลในข่าว 15 พฤศจิกายน 2567
พาณิชย์ ปลื้มผลเจรจาขายข้าว หอมมะลิร้อยเอ็ดมีออเดอร์ 1.47 แสนตัน
ราคาทองร่วง! ปรับลดทั้งวัน 2 ครั้ง รวม 250 รูปพรรณขายบาทละ 19,850
With its economy in free fall, Myanmar braces for the worst #SootinClaimon.Com
State agency promotes growing economic trees to serve as loan collateral

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,631 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d