Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

เที่ยวเมืองสามหมอกไหวสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่วัดพระนอน ขอพรปีกระต่ายทอง

Posted on January 4, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/701942

เที่ยวเมืองสามหมอกไหวสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่วัดพระนอน ขอพรปีกระต่ายทอง

เที่ยวเมืองสามหมอกไหวสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่วัดพระนอน ขอพรปีกระต่ายทอง

วันอังคาร ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2566, 10.46 น.

ต้อนรับศักราชใหม่ 2566 หลายคนวางแผนเดินทางไปเที่ยวพักผ่อน ซึ่งมีหลากหลายเส้นทางท่องเที่ยวที่น่าสนใจ หนึ่งในนั้นก็คือจังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และต่างชาติ นิยมเดินทางมาท่องเที่ยวตลอดทั้งปี หากมีโอกาสเดินทางมาเที่ยวังหวัดแม่ฮ่องสอน ขอเชิญชวนทุกท่าน ไปทำบุญ อิ่มใจต้อนรับปีใหม่ ที่วัดพระนอน

พระกนฺตธมฺโม ( กันตะธรรมโม ) เจ้าอาวาสวัดพระนอน ได้เจริญพรเล่าประวัติความเป็นมาของวัดพระนอน ว่า… วัดพระนอน ตั้งอยู่ในเขตตำบลจองคำ อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน อยู่ทางทิศตะวันตกของตัวเมือง ติดบริเวณเชิงเขาทางขึ้นวัดพระธาตุดอยกองมู

วัดพระนอน เป็นวัดสำคัญ มีพระนอนองค์ใหญ่ที่สุดของจังหวัดแม่ฮ่องสอน ศิลปะไทใหญ่ ยาว 11 เมตร 99 เซนติเมตร ประดิษฐานอยู่ในศาลาการเปรียญ( วิหาร ) ของวัดพระนอน สร้างโดย พญาสิงหนาทราชา เจ้าเมืององค์แรกของแม่ฮ่องสอน พี พ.ศ.2418 ในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้รับพระราชทานวิสูงคามสีมา วันที่ 18 มีนาคม พ.ศ.2469

วัดพระนอนแห่งนี้ ถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เป็นปูชนียสถาน คู่บ้านคู่เมืองแม่ฮ่องสอน เป็นวัดที่มีเจ้าอาวาสอยู่เป็นประจำมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2430 จนถึงปัจจุบัน ในอดีตกาล ข้าราชการทุกหน่วยงาน ต้องมาทำพิธีดื่มน้ำพิพัฒสัตยาที่วัดแห่งนี้เสมอมิได้ขาด ก่อนเข้าทำงานในแต่ละหน่วยงาน

วัดพระนอน มีสิ่งสำคัญและแหล่งเรียนรู้มากมาย เช่น

1.เจ้าพลากิง หรือองค์พระนอน พระพุทธรูปปางไสยาสน์ พระประธาน สร้างแบบศิลปะไทใหญ่  ผสมศิลปะพม่า ยาว 11 เมตร 99 เซนติเมตร สร้างโดยพญาสิงหนาทราชา เจ้าเมืององค์แรกของแม่ฮ่องสอน ปี พ.ศ.2417

2.ส่างซี่ หรือ สิงห์คู่ใหญ่ คู่เมืองแม่ฮ่องสอน อยู่ด้านหลังวิหารทางเดินขึ้นวัดพระธาตุดอยกองมูเดิม สร้างโดยเจ้านางเมี๊ยะ ชายาของพญาสิงหนาทราชา เจ้าเมืององค์ที่ 2 ราว พ.ศ.2430 และได้อุทิศถวายพร้อมกัน กับองค์พระนอน ในปี พ.ศ.2430 ในวันเพ็ญเดือน 6 ขึ้น 15 ค่ำ ตรงกับวันวิสาขบูชา ซึ่งกลายมาเป็นงานประเพณีก่อเจดีย์ทรายมิ่งเมือง จนถึงปัจจุบันนี้

3.สิ่ม หรืออุโบสถ สร้างโดยเจ้าเมืองผู้ปกครองเมืองแม่ฮ่องสอน องค์ที่ 3 คือพญาพิทักษ์สยามเขต ร่วมกับประชาชน เมื่อปี พ.ศ.2469 เพื่อใช้เป็นที่ทำสังฆกรรมของพระสงฆ์ ถือเป็นอุโบสถแห่งแรกของเมืองแม่ฮ่องสอน เป็นศิลปะแบบไทใหญ่ รูปทรงปราสาท อาคารกึ่งไม้และคอนกรีต หลังคามุงสังกะสีทรงจตุรมุข ประกอบด้วยลวดลายปานซอย  กว้าง 9 เมตร สูง 20 เมตร

4.อนุสาวรีย์ที่บรรจุอัฐิ ของเจ้าเมืองแม่ฮ่องสอน ทุกพระองค์ คือ องค์ที่ 1-4 และญาติ ๆ สร้างโดยเจ้าเมืองแม่ฮ่องสอน องค์ที่ 4 คือ พญาพิศาลฮ่องสอนบุรี ( ขุนหลู่ ไพศาล ) และญาติ ๆ เมื่อปี พ.ศ.2427-2482

5.พิพิธภัณฑ์เจ้าคุณโสภณสามัคคีนุสรณ์ ประธานสร้างคือ เจ้าคุณโสภณวราภรณ์ ปัจจุบันคือ พระธรรมมงคลเจดีย์ เจ้าอาวาสวัดอรุณราชวราราม  หลวงพ่อพระครูอนุสนธิ์ศาสนกิจ ( หลวงพ่อศาสน์ ) อดีตเจ้าอาวาสวัดพระนอนองค์ที่ 7 และคุณวีรยุทะ ตรีทอง ร่วมกันสร้าง ในปี พ.ศ. 2533 ประกอบด้วยพระเครื่อง พระพุทธรูปโบราณ ถ้วยชามเก่าของเจ้าเมือง เครื่องใช้ต่าง ๆ พร้อมด้วยวัตถุโบราณ และอื่นๆ ทั้งเก่าและใหม่ ที่หาดูได้ยาก ที่สะสมมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2524-2553 จัดสร้างเป็นพิพิธภัณฑ์เพื่อเป็นสถานที่ศึกษาและเรียนรู้ประวัติศาสตร์แก่ชนรุ่นหลัง

6.พระยืนปางห้ามญาติ สร้างเมื่อปี พ.ศ.2429 เป็นพระประจำวันจันทร์ และเป็นพระประจำวันเกิดของเจ้าแม่นางเมี๊ยะ แกะด้วยไม้สักทอง ยาว 9 ศอก ประดิษฐานไว้บนถ้ำศักดิ์สิทธิ์กลางภูเขา เจ้าแม่นางเมี๊ยะได้สร้างพระยืนปางห้ามญาติ โดยมีความเชื่อว่าให้ดูแลชาวเมืองแม่ฮ่องสอน ให้อยู่ร่มเย็นเป็นสุข เป็นที่น่าเสียดายว่า พระยืนปางห้ามญาติที่ทำด้วยไม้สักทองนั้น ต่อมาถูกไฟไหม้หมดไป ทางวัดได้สร้างขึ้นใหม่ด้วยอิฐและปูนแทนไว้ เมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2499 โดยครูบาวิสุทโธ ( พระส่าง ) ผู้ดูแลวัดในสมัยนั้น เป็นเจ้าศรัทธา และพระอ่องมิ้นเป็นผู้ปั้น ( ส่าหล่า )

วัดพระนอนแห่งนี้ ยังมีตำนานเล่าว่า มีถ้ำศักดิ์สิทธิ์ ก่อน พ.ศ.2400 สามารถเข้าไปชมได้ เป็นที่เก็บแก้วแหวนเงินทอง ของมีค่าของเจ้าเมือง ซึ่งมีปาฏิหาริย์เกิดขึ้น เมื่อประมาณปี พ.ศ.2459  ก้อนหินขนาดใหญ่ได้หล่นและกลิ้งลงมาจากพระธาตุดอยกองมูลงมาปิดปากถ้ำไว้ ล้อมรอบด้วยอิฐแดงโบราณเท่านั้นจนกระทั่งปัจจุบันยังไม่มีใครหาปากทางเข้าถ้ำดังกล่าวพบ เนื่องจากก่อนหน้านั้นมีการเล่าขานว่ามีกลุ่มคนต่างถิ่นพากันลอบเข้าไปขโมยแก้วแหวนเงินทองในถ้ำดังกล่าวทำให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ลงโทษด้วยการปิดตายปากถ้ำทางเข้าและไม่มีใครสามารถหาพบเจอทางเข้าได้อีกต่อไป – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘วัดเถรพลาย’ เมืองสุพรรณเผาฟรีเหยื่อโควิด-19 ศพแรกรับปีกระต่าย

Posted on January 4, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/701937

'วัดเถรพลาย' เมืองสุพรรณเผาฟรีเหยื่อโควิด-19 ศพแรกรับปีกระต่าย

‘วัดเถรพลาย’ เมืองสุพรรณเผาฟรีเหยื่อโควิด-19 ศพแรกรับปีกระต่าย

วันอังคาร ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2566, 09.45 น.

วันที่ 3 ม.ค.66 วัดเถรพลาย ตำบลวังน้ำซับ อำเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี ได้อนุเคราะห์เผาศพร่างหญิงชราอายุ 90 ปีชาวตำบลบ้านกร่าง อำเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี ผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อโรคโควิด-19 ที่ รพ.ศรีประจันต์ โดยเจ้าหน้าที่กู้ภัยเสมอกัน ดำเนินการรับศพมายังฌาปนสถานวัดเถรพลาย

ที่ผ่านมาสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด ซึ่งทางญาติไม่สามารถบำเพ็ญกุศลตามประเพณีได้ตามปกติจึงต้องรีบดำเนินการฌาปนกิจเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดและญาติผู้เสียชีวิตบางรายมีฐานะ ทางวัดเถรพลาย จึงช่วยอนุเคราะห์ตามโครงการสวดฟรี เผาฟรี โลงฟรี ศพผู้ยากไร้ ที่ทำมานานกว่า 10 ปี โดยเฉพาะช่วงสถานการณ์โควิดที่แพร่ระบาดมาอย่างต่อเนื่อง วัดเถรพลาย ได้รับดำเนินการสงเคราะห์เผาศพผู้เสียชีวิตจากโควิดมาอย่างต่อเนื่องนับร้อยราย เพื่อช่วยเหลือแบ่งเบาภาระให้กับพี่น้องประชาชนที่กำลังได้รับความเดือดร้อน

ทางวัดขออนุโมทนากับผู้มีจิตศรัทธาที่ร่วมเป็นเจ้าภาพโลงศพ น้ำมันเผาศพ ตลอดจนสิ่งต่างๆ เพื่อการจัดพิธีการศพแก่ผู้เสียชีวิตจากโควิดครั้งนี้ รวมทั้งศรัทธาสาธุชนที่มาไหว้พระปิดทอง วัดเถรพลาย เพราะปัจจัยส่วนหนึ่งมีส่วนร่วมโครงการดังกล่าวนี้ – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชาวสวนผักหนองคายยิ้มผักงามได้ราคา มีออร์เดอร์ เผยผักอินทรีย์ลูกค้าต้องการมากขึ้น

Posted on January 3, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/701935

ชาวสวนผักหนองคายยิ้มผักงามได้ราคา มีออร์เดอร์ เผยผักอินทรีย์ลูกค้าต้องการมากขึ้น

ชาวสวนผักหนองคายยิ้มผักงามได้ราคา มีออร์เดอร์ เผยผักอินทรีย์ลูกค้าต้องการมากขึ้น

วันอังคาร ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2566, 09.26 น.

นางหน่ม ระทิมสิมา อายุ 46 ปี เกษตรกรชาวบ้านหนองแจ้ง ต.เมืองหมี อ.เมืองหนองคาย จ.หนองคาย ทำสวนผักบนพื้นที่ 1 ไร่เศษ ปลูกผักกาดหอม คะน้า กวางตุ้ง และปลูกฝรั่งไว้ส่วนหนึ่ง ในช่วงนี้ผักที่ปลูกไว้กำลังงาม นำไปขายที่ตลาดหน้าโรงพยาบาลหนองคายและส่งขายตามบ้านที่ลูกค้าสั่งซื้อ รวมถึงตามร้านอาหารต่าง ๆ ที่สั่งซื้อ ยอดขายตามบ้านกิโลกรัมละ 60 บาท ขายตลาดโรงพยาบาลกิโลกรัมละ 80 บาทส่วนช่วงที่ผักปลูกยากต้องเพิ่มการบำรุงรักษา ราคาก็จะขยับขึ้นเป็นกิโลกรัมละ 100 บาท ช่วงนี้ผักทำยากจากสภาพอากาศ ส่วนหน้าฝนพอขายได้

ผักที่ปลูกในสวนแห่งนี้ทางเจ้าของจะเน้นการปลูกผักปลอดสารพิษ ลดการใช้สารเคมีใช้ให้น้อยที่สุดเท่าที่จำเป็น เพราะปัจจุบันความต้องการของลูกค้าต่อพืชผักปลอดสารพิษมากขึ้น ผักที่นี่ไม่ได้รดสารเคมี แต่จะใช้ปุ๋ยหมักทำเองไว้ผสมน้ำรดผัก ช่วงใกล้เก็บผลผลิตจะรดปุ๋ยหมัก บางวันขายได้เยอะ บางวันก็พออยู่ได้ เลี้ยงครอบครัวได้และต้องรักษาคุณภาพของผักไว้ให้ดีตลอด ไม่ให้ลูกค้าผิดหวังและมั่นใจว่าได้รับประทานผักที่สด สะอาด ปลอดภัย – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สุดอลังการไฟประดับ’กรมหลวงประจักษ์’ผู้ก่อตั้งเมืองอุดร เตรียมจัดงานครบ 130 ปี 18 มค.นี้

Posted on January 3, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/701930

สุดอลังการไฟประดับ'กรมหลวงประจักษ์'ผู้ก่อตั้งเมืองอุดร เตรียมจัดงานครบ 130 ปี 18 มค.นี้

สุดอลังการไฟประดับ’กรมหลวงประจักษ์’ผู้ก่อตั้งเมืองอุดร เตรียมจัดงานครบ 130 ปี 18 มค.นี้

วันอังคาร ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2566, 08.10 น.

งดงามยามค่ำคืน สุดอลังการไฟประดับอนุสาวรีย์กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคมผู้ก่อตั้งเมืองอุดรหรือ “บ้านหมากแข้ง” ครบรอบ 130 ปีในวันที่ 18 ม.ค.66 นี้ ชาวอุดรเตรียมน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณและพระเกียรติคุณ “พลตรีพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม” ต้นราชสกุล “ทองใหญ่” ผู้ก่อตั้งเมืองอุดรธานี

ที่อนุสาวรีย์พลตรีพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม ที่ตั้งอยู่บริเวณวงเวียนถนนทหารก่อนเข้าตัวจังหวัดอุดรธานี ขณะนี้มีการประดับด้วยดอกไม้หลากชนิดล้อมรอบด้วยไฟน้ำตกหลากสีอย่างสวยสดงดงาม หลังพลบค่ำเจ้าหน้าที่เทศบาลได้เปิดไฟประดับเป็นภาพที่สวยสดงดงามอลังการยามค่ำคืนของเมืองอุดรธานี โดยการประดับดาด้วยไฟประดับอย่างงดงามเช่นนี้เพื่อเตรียมฉลองจังหวัดอุดรธานีครบรอบ 130 ปีในการก่อตั้งเมือง 

ทั้งนี้ ทุกวันที่ 18 มกราคมของทุกปีชาวจังหวัดอุดรธานี ทั้งหัวหน้าหน่วยราชการ ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ คหบดี พ่อค้า ประชาชนจะเข้าร่วมพิธีนับหมื่นๆ คน เดินทางมาร่วมพิธีบายศรีสู่ขวัญบ้านสู่ขวัญเมือง, ถวายเครื่องสังเวยบูชาพลตรีพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม เพื่อน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณ และพระเกียรติคุณ พลตรีพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม ต้นราชสกุล “ทองใหญ่” ผู้ก่อตั้งเมืองอุดรธานี ซึ่งก่อตั้งเมือง โดยปีนี้ 18 มกราคม 2566 ครบรอบ 130 ปีการก่อตั้งเมืองอุดรธานี

นอกจากนี้ทุกๆ ปี สตรีชาวจังหวัดอุดรธานีหลายหมื่นคนจะร่วมในพิธีรำบวงสรวงสดุดีเจ้าผู้ก่อตั้งเมือง ด้วยการแต่งกายชุดเสื้อสีแสด ผ้าถุงพื้นเมือง และสไบย้อมคราม ทัดดอกทองกวาว ดอกไม้ประจำจังหวัดอุดรธานี โดยนางรำที่ร่วมพิธียืนแถวต่อกันยาวไปทั้งถนน 5 สาย ประกอบด้วยถนนทหาร 2 ด้าน ถนนศรีสุข ถนนโภคานุสรณ์ และถนนสุรการ ที่ผ่านมาแถวนางรำจำนวนมากปลายแถวทหารยาวถึงปากซอยมหามิตร และห้าแยกน้ำพุ ถนนศรีสุขถึงแยกโรงเรียนบ้านหมากแข้ง ถนนโภคาณุสรณ์ถึงแยกโรงแรมเจริญโฮเต็ล และถนนสุรการถึงแยกท๊อปเวิลด์ ซึ่งคาดว่าปีนี้จะมีสตรีชาวอุดรเดินทางมาร่วมพิธีสดุดีกรมหลวงประจักษ์ศิลปาคมผู้ก่อตั้งเมืองจำนวนมากเช่นทุกปีที่ผ่านมา ซี่งจะจัดขึ้นในวันที่ 18 มกราคม 2566 นี้

สำหรับการรำบวงสรวงพลตรีพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม เริ่มต้นรำเพียง 19 คน จนกลายเป็นประเพณีมาหลายสิบปีแล้ว และในช่วงเย็นของวันที่ 18 ม.ค.ก็จะมีการจุดพลุฉลองเมืองที่สวนสาธารณะหนองประจักษ์เพื่อร่วมเฉลิมฉลองเมืองอย่างยิ่งใหญ่เป็นหมื่นๆ ลูกเลยทีเดียว – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สาวร้านเสริมสวยยกกระถางจิ๋วใส่รถ ผงะ! ‘งูปล้องทอง’ซุกมาด้วย

Posted on January 3, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/701921

สาวร้านเสริมสวยยกกระถางจิ๋วใส่รถ ผงะ! 'งูปล้องทอง'ซุกมาด้วย

สาวร้านเสริมสวยยกกระถางจิ๋วใส่รถ ผงะ! ‘งูปล้องทอง’ซุกมาด้วย

วันจันทร์ ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2566, 22.05 น.

เกือบขิต! สาวร้านเสริมสวย เตือนภัยงูปล้องทองซุกกระถางจิ๋ว ยกขึ้นรถกลับบ้านมาด้วย

วันที่ 2 ม.ค.66 นางกิรวยา ( อ่านว่า กิ ระ วะ ยา ) ชูช่วย อายุ 49 ปี อยู่บ้านเลขที่ 100 หมู่ 2 ต.ท่ายาง อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช นำคลิปนาทีงูปล้องทองซุกกระถางต้นไม้จิ๋วที่บ้านให้กับผู้สื่อข่าว พร้อมเผยว่า ตนเปิดร้านเสริมสวย ก่อนพบงูปล้องทอง ตนจัดเตรียมอุปกรณ์พร้อมกระถางต้นไม้ นำขึ้นรถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้า วีออส สีขาว ทะเบียน งก 1702 สงขลา เพื่อปลูกไม้ประดับตกแต่งบ้านที่ อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช

นางกิรวยา เล่าอีกว่า หลังตนขับรถถึงบ้านแล้วจัดเตรียมวัสดุ อุปกรณ์ และรื้อเศษซากไม้ประดับที่แห้งตายในกระถางต้นไม้จิ๋ว เพื่อปลูกไม้ประดับชนิดใหม่ ระหว่างนั้นสังเกตก้นกระถางจิ๋ว มีสิ่งแปลกปลอมบางอย่าง เมื่อเอาเศษซากต้นไม้ออกพบว่าเป็นลูกงูยาวไม่เกิน 5 เซนติเมตร นอนขดตัวก้นกระถาง ตอนแรกตนยังไม่รู้ว่าเป็นงูสายพันธ์อะไร จึงพาไปให้เพื่อนบ้านดู พบว่างูที่ขดตัวนอนก้นกระถางจิ๋ว ที่ตนนำขึ้นรถยนต์เก๋งกลับมาบ้าน เป็นงูปล้องทอง งูสายพันธ์หนึ่งที่มีพิษรุนแรง หากถูกงูชนิดนี้กัดจะเสียชีวิตทันที ยอมรับว่าตกใจกลัวมากที่นำกระถางจิ๋วที่มีงูพิษกลับมาบ้าน โชคดีที่ตนไม่ได้รับอันตราย พร้อมฝากชาวบ้านให้ระมัดระวังมากขึ้น โดยเฉพาะหากจะปลูกต้นไม้ ควรตรวจในกระถางต้นไม้ให้ดีก่อน 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ตร.จราจรชี้แจงแล้ว ไม่ได้ถอดเสื้อท้าดวล ต้องคุมเข้ม7วันอันตราย

Posted on January 3, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/701916

ตร.จราจรชี้แจงแล้ว ไม่ได้ถอดเสื้อท้าดวล ต้องคุมเข้ม7วันอันตราย

ตร.จราจรชี้แจงแล้ว ไม่ได้ถอดเสื้อท้าดวล ต้องคุมเข้ม7วันอันตราย

วันจันทร์ ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2566, 21.06 น.

ผกก.สภ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี แจงตำรวจจราจร โต้คารมเดือดกับคนขับรถโดยสารสาธารณะ เจ้าหน้าที่ฯทำงานเข้มในช่วง 7 วันอันตราย เพื่อลดอุบัติเหตุ กรณีถอดเสื้อ ไม่ได้วิ่งเข้าใส่หรือท้าดวลคนขับ

2 ม.ค.66 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีมีคลิป ตำรวจจราจร สภ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี โต้คารมอย่างเดือดกับคนขับรถโดยสารสาธารณะ บริเวณจุดตรวจป้องกันอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่สี่แยก อ.หนองวัวซอ เหตุเกิดเมื่อเที่ยงของวันที่ 1 ม.ค.66 ที่ผ่านมา โดยในคลิปจะเห็นคนขับรถโดยสารสาธารณะอุดรธานี-ชุมแพ โวยวายและต่อว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.หนองวัวซอ นายหนึ่ง

โดยคนขับพูดลิ้นเร็วไปหน่อย จับใจความได้ว่า ให้รีบภรรยาไปเสียค่าปรับ และโวยวายกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรว่า เป็นฮ่ายกะด้อกะเนี่ย แลนรถมาหลายสิบปีแล้ว ไม่ได้ทำอะไรซะหน่อย เจ้าเป็นตำรวจได้อย่างไรหัวหน้า  ตำรวจก็ถามคนขับมีอาการคึกคักแบบนี้ห่วงเรื่องความปลอดภัยผู้โดยสารและบอกว่าผมทำตามกฎหมายตามนายสั่งช่วง 7 วันอันตราย โต้เถียงกันสักพักตำรวจจราจรก็ถอดเสื้อกั๊กสะท้อนแสงเดินไปหลังรถ โดยคนขับรถโดยสาธารณะและภรรยาก็เดินตามไป ในคลิปก็จบแค่นั้น

ต่อมา ผู้สื่อข่าวสอบถามไปยัง พ.ต.อ.เสฏฐพงศ์ สุประเพียร ผกก.สภ.หนองวัวซอ เปิดเผยว่า ในเรื่องนี้ตรวจสอบแล้วพบว่า เจ้าหน้าที่ตำวจได้เรียกตรวจตามปกติ ช่วงกวดขันวินัยการจราจรเทศกาลปีใหม่ 7 วันอันตราย แต่ฝั่งคนขับรถโดยสารสาธารณะ ทราบว่าเป็นรถสายอุดรธานี-ชุมแพ กำลังมุ่งหน้าเข้าตัวจังหวัดอุดรธานี คนขับได้โต้เถียงและโวยวายกับเจ้าหน้าที่ฯ ประมาณว่าขอกันไม่ได้หรือแค่ไม่ได้คาดเข็มขัดนิรภัย ทางตำรวจเราก็ชี้แจงไปว่าเป็นช่วงเทศกาลปีใหม่ 7 วันอันตรายเราจะกวดขันอย่างเข้มและคนขับก็เป็นโดยสารสาธารณะอันตรายต่อผู้โดยสารหากเกิดอุบัติเหตุ โต้เถียงกันสักพัก ทางเจ้าหน้าที่ฯ ได้ถอดเสื้อกั๊กสะท้อนแสงแล้วก็เดินหนีออกไป แล้วให้เจ้าหน้าที่ตำรวจคนอื่นมาพูดคุยด้วย ไม่ได้ไปท้าดวลชกต่อยกับคนขับแต่อย่างไร 

ขอยืนยันในเรื่องนี้ ในคลิปเหมือนตำรวจจราจรไม่อยากคุยด้วยแล้ว อารมณ์ของคนขับรถโดยสารอารมณ์จะร้อนหน่อยและยอมรับตำรวจจราจรเราก็อารมณ์ร้อนด้วยเช่นกัน เลยคุยกันไม่รู้เรื่องแต่ไม่มีเหตุการณ์บานปลายถึงขั้นชกต่อยกัน จากนั้น ก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจนายอื่นมาพูดคุยและทางคนขับก็ยอมจ่ายค่าปรับ ข้อหาไม่คาดเข็มขัดนิรภัยจำนวน 400 บาท

โดยสุดท้าย ทั้งสองฝ่ายก็พูดคุยปรับความเข้าใจกันปกติดี เบื้องต้นไม่ได้ลงโทษอะไร แต่ได้ให้ทางตร.จราจรท่านนี้คือ ด.ต.จำนงค์ คำบุญมา ตร.จราจร ประจำสภ.หนองวัวซอ ให้เขียนรายงานข้อเท็จจริง 

ก็ขอฝากประชาชนคนใช้รถใช้ถนน ช่วงนี้เจ้าหน้าที่ฯ ทำตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชากวดขันวินัยจราจรในช่วง 7 วันอันตรายเทศกาลปีใหม่ ก็ขอให้เข้าใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกท่านด้วย

-009

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชาวบ้านเป็นห่วงความปลอดภัย สนิมกินเสาเหล็กป้ายของเทศบาล

Posted on January 3, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/701912

ชาวบ้านเป็นห่วงความปลอดภัย สนิมกินเสาเหล็กป้ายของเทศบาล

ชาวบ้านเป็นห่วงความปลอดภัย สนิมกินเสาเหล็กป้ายของเทศบาล

วันจันทร์ ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2566, 19.59 น.

ชาวบ้านและญาติผู้ป่วยผวา เสาเหล็กป้ายประชาสัมพันธ์ขนาดใหญ่ของเทศบาลเมืองนางรอง จ.บุรีรัมย์ ถูกสนิมกัดกร่อนชำรุดหักงอโคนเสา หวิดขาดออกจากกัน  หวั่นถล่มทับคนสัญจรไปมาและญาติผู้ป่วยที่มานั่งพักหลบแดดใต้ต้นไม้ อาจเป็นอันตรายได้ ขณะเทศบาลเผยทราบเรื่องแล้วเตรียมเร่งแก้ไข

2 ม.ค.66 ชาวบ้านที่สัญจรผ่านไปมา และญาติที่มาเยี่ยมผู้ป่วยที่โรงพยาบาลนางรอง อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ได้ออกมาร้องเรียนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งทำการซ่อมแซมแก้ไข  เสาโครงเหล็กที่ไว้สำหรับติดป้ายประชาสัมพันธ์ขนาดใหญ่ของเทศบาลเมืองนางรอง  ที่ติดตั้งไว้บริเวณสามแยกโรงเรียนบ้านหนองรีมิตรภาพที่ 225 ซึ่งอยู่ด้านหลังโรงพยาบาลนางรอง เนื่องจากเสาโครงเหล็กที่ติดตั้งป้ายดังกล่าวมีลักษณะชำรุด สนิมเกาะบางจุดหักงอโคนเสาเกือบขาด ซึ่งปัจจุบันได้ติดป้ายสวัสดีปีใหม่ของเทศบาลเมืองนางรอง

จากการตรวจสอบพบว่าป้ายดังกล่าวมีขนาด 3×3 เมตร โครงเหล็กสูงประมาณ 4 เมตร ยึดจากเสาปูนซีเมนต์ขึ้นมาประมาณ 50 เซนติเมตร จากสภาพที่เห็นก็ถือว่าเสี่ยงอันตรายทั้งผู้ที่ขับรถและเดินผ่านไปมา โดยเฉพาะญาติที่มานั่งพักผ่อน และรับประทานอาหารใต้ต้นไม้ใกล้กับป้ายประชาสัมพันธ์ดังกล่าว  เพราะหากเสาเหล็กที่ชำรุดเกิดหักแล้วป้ายถล่มลงมาอาจได้รับบาดเจ็บ จึงอยากให้ทางเทศบาลเร่งทำการซ่อมแซมแก้ไขด้วยก่อนจะมีคนได้รับอันตราย เพราะชาวบ้านละแวกใกล้เคียงบอกว่าเห็นเสาป้ายอยู่ในสภาพชำรุดแบบนี้มานานแล้ว เคยแจ้งไปยังทางเทศบาลแล้วแต่ยังไม่เห็นทำการแก้ไข

สอบถาม นายเทิดศักดิ์  วงษ์มณีใส อายุ 54 ชาวอำเภอหนองกี่ บอกว่า ทุกครั้งที่มาเยี่ยมญาติที่โรงพยาบาล ก็จะชอบมานั่งพักและกินข้าวอยู่ใต้ต้นไม้ตรงนี้ซึ่งอยู่ใกล้กับป้าย  ซึ่งชาวบ้านใกล้เคียงเขาก็ตะโกนบอกให้ระวัง  เพราะเกรงว่าเสาและโครงเหล็กติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์ที่อยู่ข้างต้นไม้ ที่มีสภาพชำรุดหักงอจะถล่มใส่ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งพอตนไปเดินดูก็พบว่าเสาเหล็กดังกล่าวมีสภาพชำรุดจริง  โดยเฉพาะโคนเสาเกือบจะขาดแล้ว มีโอกาสที่จะพังได้ตลอดเวลาโดยเฉพาะหากวันไหนมีลมพัดแรง จึงอยากให้ทางเทศบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบแก้ไขด้วย  ก่อนที่จะเกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้น 

จากนั้นผู้สื่อข่าวได้ติดต่อสอบถามไปยังทางเทศบาลเมืองนางรอง ก็ให้ข้อมูลว่าได้รับทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว ซึ่งทางผู้บริหารก็ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ลงไปตรวจสอบแล้วและจะได้เร่งดำเนินการซ่อมแซมแก้ไขอย่างเร่งด่วนต่อไป

-009

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เวลานั่งภาวนาพุทโธจิตมักคิดสอดส่ายไปคิดเรื่องอื่น มีวิธีไหนบ้างที่จะให้จิตเป็นสมาธิ

Posted on January 3, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/701884

เวลานั่งภาวนาพุทโธจิตมักคิดสอดส่ายไปคิดเรื่องอื่น มีวิธีไหนบ้างที่จะให้จิตเป็นสมาธิ

เวลานั่งภาวนาพุทโธจิตมักคิดสอดส่ายไปคิดเรื่องอื่น มีวิธีไหนบ้างที่จะให้จิตเป็นสมาธิ

วันจันทร์ ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2566, 17.33 น.

คำถาม : เวลานั่งภาวนาพุทโธจิตมักคิดสอดส่ายไปคิดเรื่องอื่นอยู่เรื่อย มีวิธีไหนบ้างที่จะให้จิตเป็นสมาธิ อ่านหนังสือเล่มหนึ่ง หลวงปู่มั่นอธิบายว่า การนั่งสมาธิภาวนานั้น ท่านให้คิดได้ แต่ให้มีสติตามรู้ พิจารณาถึงสภาพความเป็นจริง อนิจลักษณะอยู่ตลอดเวลา อยากให้ท่านพระอาจารย์อธิบาย

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต : คือ การภาวนานี้ก็มีหลายอุบายด้วยกัน อุบายหนึ่งคือให้อยู่กับพุทโธเพียงอย่างเดียวไม่ได้คิดอะไร แต่ถ้าใจเป็นนิสัยที่ชอบคิดปรุงแต่ง ไม่สามารถอยู่กับพุทโธได้ ถ้าจะคิดก็ให้คิดมาทางไตรลักษณ์เสีย ให้คิดว่า ทุกอย่างไม่เที่ยง ทุกอย่างเป็นทุกข์ ทุกอย่างเป็นอนัตตา ไม่ใช่ตัวเรา ไม่ใช่ของเรา ถ้าคิดในทางปัญญาคิดไปในทางอนัตตาได้ ใจก็เข้าสู่ความสงบได้ แบบนี้ท่านเรียกว่า ปัญญาอบรมสมาธิ

ส่วนพวกที่บริกรรมพุทโธๆ นี้ ท่านใช้ สติอบรมสมาธิ คือ การเจริญพุทธานุสสติ และจะท่องบริกรรม พุทโธก็ได้ ธัมโมก็ได้ สังโฆก็ได้ บางท่านมาเล่าว่า มันสั้นไป บางท่านก็ใช้ พุทธัง สรณัง คัจฉามิ ก็ได้ แล้วแต่บางท่านก็สวดมนต์ไปก็ได้

อย่างตอนที่เราเริ่มทำใหม่ๆ เราก็นั่งสวดพระสูตรไป ประมาณสัก ๓๐-๔๐ นาทีด้วยกัน สวดไปแล้วมันก็เย็นสบาย มันไม่คิดปรุงเเต่งแล้วเราก็ดูลมหายใจต่อไป พอดูลมหายใจไม่ไปคิดเรื่องนั้นเรื่องนี้ ใจก็จะสงบเข้าไปทีละขั้น เหมือนกับเปลี่ยนเกียร์รถยนต์ วู๊บไปทีละขั้น นิ่งไปสงบลดไปทีละระดับเป็นขั้นๆ ไป จนถึงอิ่มนิ่งไปในที่สุดก็เมื่อนั้น การภาวนาการทำสมาธินี้ มีหลากหลายอุบายด้วยกัน มีกรรมฐานถึง ๔๐ ชนิดด้วยกัน

ดังนั้น จริตแต่ละคนอุบายแต่ละคนนี้อาจจะไม่เหมือนกัน ผู้ปฏิบัติอาจจะต้องทดลองดูว่า อุบายแบบไหน กรรมฐานชนิดไหน วิธีใดจะเหมาะกับตน ก็ต้องลองทำดูแต่อย่าเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา โดยที่ปัญหาไม่ได้อยู่ที่อุบายก็ได้ อาจจะอยู่ที่ไม่มีสติ ถ้าไม่มีสติแล้วต่อให้จะใช้อุบายแบบไหน วิธีไหน กรรมฐานชนิดไหนก็อาจจะไม่ได้ผล

ดังนั้น เราต้องสังเกตดูว่า เรามีสติอยู่หรือไม่ เราดึงใจให้อยู่ในปัจจุบันได้หรือไม่ คือให้อยู่กับพุทโธได้หรือไม่ ให้คิดแต่เรื่องอนิจจัง ทุกขัง อนัตตาได้หรือไม่ เช่น คิดแต่ความแก่ ความเจ็บ ความตาย ไม่ว่าจะเป็นความแก่ ความเจ็บ ความตายของเรา ของผู้อื่นก็ได้ หรือจะพิจารณาอสุภะ ดูความไม่สวยงามของร่างกายของเราก็ได้ ถ้าอยู่ในเรื่องราวเหล่านี้ ไม่ไปคิดเรื่องหาเงินหาทอง ไม่ไปคิดเรื่องหาความสุขจากรูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ ก็จะสงบได้ แต่ถ้าคิดปั๊บแล้วก็ไปคิดถึงเรื่องนั้นเรื่องนี้ อย่างนี้ก็อย่าไปโทษว่า เป็นกรรมฐานเป็นปัญหา ปัญหาอยู่ที่ไม่มีสติ ไม่จดจ่ออยู่กับกรรมฐานชนิดใดชนิดหนึ่ง


ช่วงถาม-ตอบ ธรรมะบนเขา แผ่น ๐๑ : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต 
ที่มา https://www.facebook.com/Suchart.Abhijato

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘นักท่องเที่ยวต่างชาติ’ทยอยเดินทางกลับหลังฉลองปีใหม่ที่’เกาะสมุย-พะงัน-เต่า’

Posted on January 3, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/701880

'นักท่องเที่ยวต่างชาติ'ทยอยเดินทางกลับหลังฉลองปีใหม่ที่'เกาะสมุย-พะงัน-เต่า'

‘นักท่องเที่ยวต่างชาติ’ทยอยเดินทางกลับหลังฉลองปีใหม่ที่’เกาะสมุย-พะงัน-เต่า’

วันจันทร์ ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2566, 17.07 น.

วันที่ 2 ม.ค.66 บรรยากาศภายในสนามบินสมุย อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ภายหลังจากฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ผ่านพ้นไปพบว่ามีผู้โดยสารที่ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติและนักท่องเที่ยวคนไทย ด้ทยอยกันเดินทางมายังสนามบินสมุยเพื่อเช็คอินเตรียมตัวเดินทางออกจากเกาะสมุยด้วยสายการบินบางกอกแอร์เวย์สไปยังท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิเพื่อเดินทางต่อไปยังจุดหมายปลายทางภูมิลำเนา และประเทศของตัวเอง

หลังจากที่เดินทางมาท่องเที่ยวและพักผ่อนในช่วงวันคริสมาสต์และวันขึ้นปีใหม่ 2023 ที่เกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่าทำให้โรงแรม ร้านอาหาร และบริการท่องเที่ยวต่างๆ ของเกาะสมุยมีนักท่องเที่ยวมาใช้บริการส่งผลให้มีเม็ดเงินสะพัดในพื้นที่จำนวนมาก ทั้งนี้ภายหลังจากรัฐบาลได้ประกาศยกเลิกมาตรการเดินทางเข้าประเทศ ส่งผลให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าเกาะสมุยจำนวนมาก

ขณะที่วันนี้มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเช็คอินเพื่อขึ้นเครื่องบิน ณ สนามบินสมุยจำนวนมากและต่อเนื่อง พบว่าวันนี้มีผู้โดยสารที่จะเดินทางออกจากเกาะสมุยจำนวนกว่า 3,453 คน โดยสารการบินบางกอกแอร์เวย์สได้เตรียมเครื่องบินไว้รองรับ 30 เที่ยวบิน และวันที่ 3 ม.ค.66 จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางออกจากเกาะจำนวนมากขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกสายการบินบางกอกแอร์เวย์สได้เพิ่มเที่ยวบินรองรับจำนวนผู้โดยสารขาออกจำนวน 35 เที่ยวบิน จากข้อมูลพบว่าเกาะสมุยยังคงมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าเพื่อท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่องหลังจากปีใหม่

นอกจากเส้นทางเดินทางอากาศแล้วนักท่องเที่ยวบางส่วนได้ใช้เส้นทางเรือเดินทางออกจาก เกาะสมุย และเดินทางไปเที่ยวต่อยังเกาะพะงัน และเกาะเต่า พบว่าบริเวณท่าเทียบเรือบริษัท เรือเร็วลมพระยา จำกัด มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากมาใช้บริการ ทำให้เที่ยวเรือที่ออกจากเกาะสมุยเต้มทุกที่นั่ง บริษัทต้องเสริมเที่ยวเรือเพื่อรองรับการเดินทาง โดบบริษัท เรือเร็วลมพระยา จำกัด ได้เตรียมอุปกรณ์ความปลอดภัยประจำเรือไว้พร้อมตามจำนวนที่ระบุ โดยมีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาเกาะสมุย ดูแลความความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หยุดยาววันสุดท้ายคนแห่กราบขอพร ‘สรีระหลวงปู่หมุน’ มหาเถระ 5 แผ่นดิน

Posted on January 3, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/701859

หยุดยาววันสุดท้ายคนแห่กราบขอพร 'สรีระหลวงปู่หมุน' มหาเถระ 5 แผ่นดิน

หยุดยาววันสุดท้ายคนแห่กราบขอพร ‘สรีระหลวงปู่หมุน’ มหาเถระ 5 แผ่นดิน

วันจันทร์ ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2566, 16.17 น.

พุทธศาสนิกชนชาวศรีสะเกษและจังหวัดใกล้เคียงที่กลับมาเยี่ยมภูมิลำเนาช่วงวันหยุดเทศกาลปีใหม่ แวะกราบขอพรสรีระสังขารหลวงปู่หมุน ฐิตสีโล มหาเถระ 5 แผ่นดิน ก่อนกลับไปทำงาน

วันที่ 2 ม.ค.65 ที่วัดบ้านจาน ต.จาน อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ มีประชาชน พุทธศาสนิกชนชาวศรีสะเกษ และจังหวัดใกล้เคียง รวมถึงนักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศ และชาวศรีสะเกษที่ไปทำงานต่างจังหวัด หยุดยาวเทศกาลปีใหม่ได้กลับภูมิลำเนามาเยี่ยมพ่อ แม่ ปู่ย่า ตายายจนถึงวันหยุดวันสุดท้ายจึงแวะมากราบไหว้สรีระสังขารหลวงปู่หมุน ฐิตสีโล พระเกจิอาจารย์ชื่อดังผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ จนได้ชื่อว่าเป็น มหาเถระ 5 แผ่นดิน ผู้สำเร็จมหาวิชาธาตุสี่อย่างล้นหลามไม่ขาดสาย โดยมีพระครูสุตธรรมกิจ ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ เจ้าอาวาสวัดบ้านจานและเจ้าอธิการไพรวัลย์ เตชวโร รองเจ้าอาวาสวัดบ้านจาน และเจ้าคณะตำบลบ้านจาน คอยให้ศีลให้พรประพรมน้ำมนต์ มอบวัตถุมงคลแก่พุทธศาสนิกชนที่เข้ากราบไหว้สรีระสังขารหลวงปู่หมุนด้วย 

หลวงปู่หมุน ฐิตสีโล ชื่อเดิม หมุน ศรีสงคราม เกิดวันพฤหัสบดี เดือน 5  พ.ศ. 2437 ที่บ้านจาน อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ ได้บรรพชาเป็นสามเณรเมื่ออายุ 14 ปี กระทั่งปี พ.ศ. 2460 หลวงปู่หมุนทำการอุปสมบท ได้รับฉายาว่า “ฐิตสีโล” แปลว่าผู้มีศีลตั้งมั่น หลวงปู่หมุนท่านชอบฝึกกัมมัฎฐาน สมถะ ปัสสนากรรมฐานขั้นสูง และได้ออกจาริกธุดงค์เพื่อร่ำเรียนวิชาอาคมกับพระเถระชื่อดังหลายรูป ทั้งในประเทศและต่างประเทศ จนกระทั่งเมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 11 มีนาคม 2546 หลวงปู่หมุน ฐิตสีโล พระอมตะเถระ 5 แผ่นดิน ได้ มรณภาพลงอย่างสงบบนกุฎี สิริอายุได้ 109 ปี 86  พรรษาหลงเหลือไว้แต่คำสั่งสอนของหลวงปู่ เป็นคติเตือนใจให้เราทำความดี

ในบรรดาผู้ที่เข้ามากราบไหว้สรีระสังขารของหลวงปู่หมุนในวันนี้ ผู้สื่อข่าวได้พบกับ นายรวัฒน์ มันทรา อายุ 49  ปี ชาวจังหวัดร้อยเอ็ด รับราชการเป็นอาจารย์สอนอยู่มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย ที่ได้นำปลาดุกย่าง ข้าวเหนียว น้ำดื่มและน้ำอัดลม มาแก้บนหลวงปู่ โดย นายรวัฒน์ เปิดเผยว่า มีเพื่อนที่เคยมากราบสรีระสังขารหลวงปู่หมุนได้แนะนำให้ตนมากราบไหว้ ตนจึงได้พาคุณแม่มากราบหลวงปู่หมุนเมื่อประมาณ 3 เดือนที่ผ่านมา ตนได้บนบานอธิษฐานไว้กับหลวงปู่ว่า ขอให้มีโชคลาภ โดยบนว่าจะถวายปลาดุกย่าง เนื่องจากทราบว่าหลวงปู่หมุนท่านชอบฉันปลาดุกย่าง กลับไปตนก็ได้รับโชคตามที่อธิฐาน วันนี้จึงได้พาคุณแม่มากราบสรีระสังขารของหลวงปู่ท่านอีกครั้ง พร้อมกับถวายปลาดุกย่างเป็นการแก้บน – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,920,400 hits

Join 4,115 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม รับสมัครที่ปรึกษาวัฒนธรรม รุ่น 2 สู่บทบาท “ผู้ออกแบบอนาคตเมือง”
นางแบบเซ็กซี่ หมิง น่านฟ้า เจอทัวร์ลงหนักเหตุแคปภาพ เซบาสเตียน กดไลก์รัวๆ
นายกฯสั่งเติมงบปี’70 เร่งเดินหน้าดับไฟใต้
อิหร่านเดือด! จ่อคุมช่องแคบฮอร์มุซอีก อ้างสหรัฐผิดสัญญา
คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล มอบทุนนักศึกษา และเสวนาภายใต้หัวข้อ 'Mathematics for Industrial Solutions'ประจำปี 2569
DSIเข้มนัดง้างปากจันทร์นี้ เค้น8บ.น้ำมัน ดึงสตช./เจ้าท่าทำคดี
อนุทิน สั่งเข้มสู้ฝุ่น บังคับใช้กฎหมายเด็ดขาด เซฟสุขภาพประชาชนระยะยาว
รมต.อิหร่านเผย ยังไม่พร้อมเจรจาโดยตรงรอบใหม่กับสหรัฐฯ
ราชการแนวหน้า : สิทธิประโยชน์และสวัสดิการของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ
ประชุมปลาไหล หนูนาย้ำเนื้อเดียวกับภท. มีลุ้นยุบพรรคไปรวมกัน

Recent Posts

  • โรงงานพลุอินเดียระเบิด ดับพุ่ง 25 ศพ
  • นิวซีแลนด์ประกาศภาวะฉุกเฉินกรุงเวลลิงตัน น้ำท่วมฉับพลัน-ดินถล่ม
  • พบศพทารกกว่า 50 รายถูกทิ้งสุสานในตรินิแดด ตำรวจเร่งสอบปมทิ้งศพผิดกฎหมาย
  • ตั๋วเครื่องบินแพงกระฉูด Korean Air ขึ้นค่าธรรมเนียมน้ำมัน 7 เท่า
  • กองทัพอิสราเอลยอมรับ ภาพทหารใช้ค้อนทุบ “รูปปั้นพระเยซู” ในเลบานอน เป็น “เรื่องจริง”

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d