ใจฟูทั้งด้อม! ‘ลิซ่า’จับมือเดนทิสเต้ต่อเนื่องปีที่ 4 นั่งแบรนด์แอมบาสเดอร์ในไทย-สิงคโปร์-ฟิลิปปินส์

ใจฟูทั้งด้อม! 'ลิซ่า'จับมือเดนทิสเต้ต่อเนื่องปีที่ 4 นั่งแบรนด์แอมบาสเดอร์ในไทย-สิงคโปร์-ฟิลิปปินส์

ใจฟูทั้งด้อม! ‘ลิซ่า’จับมือเดนทิสเต้ต่อเนื่องปีที่ 4 นั่งแบรนด์แอมบาสเดอร์ในไทย-สิงคโปร์-ฟิลิปปินส์

วันเสาร์ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2569, 12.07 น.

สิ้นสุดการรอคอย! เมื่อซูเปอร์สตาร์ระดับโลก ลิซ่า ลลิษา มโนบาล กลับมาสร้างโมเมนต์ใจฟูอีกครั้ง กับการประกาศความร่วมมือกับ เดนทิสเต้ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์เดนทิสเต้ ใน 3 ประเทศในอาเซียน ได้แก่ ประเทศไทย สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “4 Years of Trust, One Confident Smile” (4 ปีแห่งความเชื่อมั่น กับหนึ่งรอยยิ้มมั่นใจ) พร้อมส่งต่อพลัง “รอยยิ้มมั่นใจ” ที่เป็นเอกลักษณ์ของลิซ่า เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้แฟนๆ เดินหน้าตามความฝัน และชวนทุกคนมาใส่ใจดูแลสุขภาพช่องปากมากขึ้น ตอกย้ำเดนทิสเต้ในฐานะแบรนด์ยาสีฟันพรีเมียมระดับโลก 

ลิซ่า ลลิษา มโนบาล กล่าวว่า “ลิซ่ารู้สึกดีใจมากที่ได้ร่วมเดินทางกับเดนทิสเต้ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ค่ะ ลิซ่าใส่ใจในทุกรายละเอียด โดยเฉพาะเรื่องของสุขภาพช่องปาก เดนทิสเต้เป็นแบรนด์ที่ลิซ่าเลือกใช้ เพราะเชื่อว่า รอยยิ้มที่ดีมาจากสุขภาพช่องปากที่ดี คือจุดเริ่มต้นของรอยยิ้มที่มั่นใจ และในปีนี้ ลิซ่าหวังว่า แฟน ๆ ชาวไทย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ จะสนับสนุนลิซ่าและเดนทิสเต้ และมี Confident Smile รอยยิ้มมั่นใจแบบลิซ่าไปด้วยกันนะคะ“

เดนทิสเต้เตรียมเปิดตัวพรีเมียมไอเทมและคอลเลคชั่นพิเศษ DENTISTE’ x LISA พร้อมจัดเต็มสื่อโฆษณาทั่วประเทศ สำหรับประเทศไทย ลิซ่า เป็นตัวแทนรอยยิ้มและสุขภาพที่ดี โดยลิซ่าจะมาแนะนำผลิตภัณฑ์ เดนทิสเต้ พรีเมียม แคร์ นวัตกรรมยาสีฟัน 10 in 1 หลอดสีทอง สูตรที่ดีที่สุดของเดนทิสเต้ และเดนทิสเต้ พรีเมียม เม้าท์สเปรย์ เอ็กซ์ตร้า เฟรช ซึ่งจะสื่อสารผ่านสื่อโฆษณาทั่วประเทศ พร้อมจัดแคมเปญซื้อยาสีฟันแถมแปรงสีฟัน พร้อมจะเปิดตัวไอเทมและคอลเลคชั่นพิเศษที่คอลแลปส์กับ LISA ถึง 10 ไอเทมไว้ให้แฟนคลับลุ้นตลอดปี #DentisteTH #Dentiste #DentisteOfficialRelease2026
 

‘อั้ม อธิชาติ’เดินหน้าขับเคลื่อน ‘อทิส อโรคยา’โครงการเพื่อสังคมภายใต้แบรนด์อทิส

'อั้ม อธิชาติ'เดินหน้าขับเคลื่อน 'อทิส อโรคยา'โครงการเพื่อสังคมภายใต้แบรนด์อทิส

‘อั้ม อธิชาติ’เดินหน้าขับเคลื่อน ‘อทิส อโรคยา’โครงการเพื่อสังคมภายใต้แบรนด์อทิส

วันเสาร์ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2569, 12.02 น.

ดร.อั้ม อธิชาติ ชุมนานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อทิสเมด โกลบอล จำกัด และเจ้าของแบรนด์ อทิส เดินหน้าขับเคลื่อนภารกิจด้านสุขภาพอย่างต่อเนื่อง ผ่านโครงการ          อทิส อโรคยา ซึ่งเป็นโครงการเพื่อสังคมภายใต้แบรนด์ อทิส มุ่งส่งเสริมสุขภาพที่ดีให้กับคนไทยทุกช่วงวัยอย่างเป็นรูปธรรมเริ่มต้นกิจกรรมเพื่อสังคม เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2569 โครงการอทิส อโรคยา ร่วมกับ คลินิกบางกอกสไมล์ จัดกิจกรรมดูแลสุขภาพช่องปากเด็ก ๆ ณ กองบัญชาการกองทัพบก โดยนำรถทันตกรรมเคลื่อนที่ออกให้บริการตรวจสุขภาพฟันและเคลือบฟลูออไรด์ เพื่อเสริมสร้างสุขภาพช่องปากที่แข็งแรงให้กับเด็กและเยาวชนนอกจากนี้ โครงการอทิส อโรคยา ยังได้นำผลิตภัณฑ์ ATIS SHURA PLUS HERBAL MOUTH SPRAY FOR REFRESHING BREATH ไปมอบให้แก่คุณพ่อคุณแม่ที่พาบุตรหลานมาร่วมรับบริการจาก รถทันตกรรมของคลินิกบางกอกสไมล์ เพื่อส่งเสริมการดูแลสุขภาพช่องปากของทั้งครอบครัวควบคู่กันไป

หลังจากกิจกรรมวันเด็ก ดร.อั้ม อธิชาติ ยังคงเดินหน้าสานต่อภารกิจด้านสุขภาพ ด้วยการนำผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพภายใต้แบรนด์อทิส มาออกบูธให้ประชาชนได้แวะทำความรู้จัก พูดคุย ทดลอง และสอบถามข้อมูลอย่างใกล้ชิด ณ โรงพยาบาลพญาไท พหลโยธิน ชั้น 1 บริเวณใกล้ร้าน The Humble Crumb ระหว่างวันที่ 13 – 15 มกราคม 2569

ภายในบูธมีทีมงานอทิสคอยให้คำแนะนำด้านการดูแลสุขภาพอย่างเป็นกันเอง เพื่อช่วยให้ประชาชนสามารถเลือกแนวทางการดูแลสุขภาพที่เหมาะสมกับตนเองได้อย่างมั่นใจ ดร.อั้ม อธิชาติ กล่าวว่า “ผมเชื่อว่าสุขภาพที่ดีเป็นรากฐานสำคัญของคุณภาพชีวิต โครงการอทิส อโรคยา จึงถูกออกแบบมาเพื่อส่งต่อความรู้ ความเข้าใจ และการดูแลสุขภาพที่เข้าถึงได้จริง ไม่ว่าจะเป็นเด็ก ผู้ปกครอง หรือประชาชนทั่วไป เราอยากให้การดูแลสุขภาพเริ่มต้นได้ง่าย และเหมาะกับแต่ละคนอย่างแท้จริง” พร้อมกันนี้ยังกล่าวถึงการดำเนินงานของแบรนด์ในปี 2569 ว่า

“อทิสไม่ได้มองเรื่องธุรกิจเพียงอย่างเดียว แต่ให้ความสำคัญกับการเติบโตควบคู่ไปกับสังคม เราตั้งใจเดินหน้าทำกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับสุขภาพและคุณภาพชีวิตของคนไทยในระยะยาว”กิจกรรมทั้งสองสะท้อนบทบาทของ ดร.อั้ม อธิชาติ ในฐานะผู้บริหารและเจ้าของแบรนด์ที่มุ่งมั่นขับเคลื่อนธุรกิจด้านสุขภาพควบคู่ไปกับการคืนประโยชน์สู่สังคมอย่างจริงจัง ตอกย้ำวิสัยทัศน์ของแบรนด์อทิสในการสร้างสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืนให้กับคนไทย

โอ๊ยเล่าเรือง ‘พนอ2’ โหดสยอง เลือดท่วมจอ ในระดับ 8/10

'พนอ2' โหดสยอง เลือดท่วมจอ ในระดับ 8/10

‘พนอ2’ โหดสยอง เลือดท่วมจอ ในระดับ 8/10

วันเสาร์ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

‘พนอ2’สานต่อความสําเร็จจาก หนังแฟรนไชส์ในจักรวาล  ‘ลองของ’หนังไสยศาสตร์ ภาคต่อชื่อดัง เจ้าของสโลแกน… เสียวสยองทุก 2 นาที ที่ประสบความสําเร็จอย่างมากทั้งในและต่างประเทศ ลองของ ( 2005), ลองของ2 (2007) และ พนอ (2025)  มาในวันครูปีนี้ ‘ไฟว์สตาร์ โปรดักชั่น’พร้อมส่งต่อ ‘พนอ2’หนังไสยศาสตร์สยองขวัญที่ ปล่อยของให้ทุกคนสยองคูณสองมากกว่าเดิม ต้อนรับ วันครู เหมือนใน ‘พนอ’เมื่อปีที่แล้ว 

 หลังจากที่ ‘พนอ’คืนพลังเทพสามตา ชีวิตของ ‘พนอ’ก็เหมือนถูกรีเซ็ตเริ่มความทรงจำใหม่กับการเรียนในรั้ววิทยาลัยครูอย่างที่เธอใฝ่ฝันในชื่อ ‘ฟ้า’โดยมี ‘เปี๊ยก’คอยเฝ้ามองและช่วยเหลือเธออยู่ห่างๆอยากให้ทุกคนจงจำไว้ว่า “อย่าปลุกพลังเทพสามตาให้ตื่นขึ้นมา” เพราะ ‘พนอ’จะไม่ใช่พนอที่คุณรู้จักอีกต่อไป! 

‘ พนอ2’ ชัดเจนในลายเส้นของ ‘พนอ’เส้นเรื่อง/โครงเรื่อง การเดินเรื่อง ตัวละคร มาแบบเป๊ะๆ แค่เปลี่ยน ตัวละครใหม่ๆ เข้ามา  ยังเดินเรื่องด้วย ความโหด ของ การเล่นของ ไม่ขายความเป็น ผีน่ากลัวโหดๆ แบบ ใน‘ลองของ’

‘พนอ2’คือหนังที่ดูสนุกในรูปแบบของ หนังสยองระทึกขวัญ แอ็คชั่นต่อสู้กันด้วยมนต์ดำ ไสยศาสตร์ ผีมาทั้งหลอกหลอนและโหด ดราม่าเล็กๆ ตัวเรื่องต่อจาก ภาคแรก โดยไม่ ย้อนเล่าเรื่อง แต่มีการใส่ ภาพจากภาคแรก เข้ามาเป็นระยะๆ เพียงแค่ ให้นึกถึง  ต้องชม บทหนัง ที่แม้หลายๆ อย่างวงมาตามสูตร จนพอจะเดาทางได้ แต่ก็มี ตัวละครที่มี การหักมุม ในแบบที่ คาดไม่ถึงทำให้หนังสนุกขึ้น

เฌอปราง อารีย์กุล ยังคงเป็น ‘พนอ’ที่ดูมีการเติบโตมีพัฒนาการ ทั้งในจอและในเรื่อง การแสดงสีหน้าท่าทาง น้ำเสียง ดีงาม ดูถอดแบบ มาจาก พนอ ที่ มะหมี่ เคยสร้างภาพจำ เอาไว้ จากใน ลองของ ‘เฌอปรางค์’ตอนเป็น ‘ฟ้า’ดูเรียบๆ น่าสงสาร  พอ มาเป็น ‘พนอ’ดูมีพลัง น่ากลัวขึ้นมาในทันที

แจ๊คกี้-จักริน กังวานเกียรติชัย ยังคงดูดี กับบท ‘เปี๊ยก’ที่ครั้งนี้ ชัดเจน ในความเป็น ผู้ช่วย คนรักที่ทำทุกอย่าง อยู่เคียงข้าง ‘พนอ’ตลอดเวลา 

ลูกหว้า-พิจิกา จิตตะปุตตะ กลับมารับบท ‘ป้ามะสุรี’จอมขลังเวทย์ ที่เพิ่มความเข้มข้น ให้กับเรื่อง ยังคงดูเป็น ป้าที่รักและห่วง ‘พนอ’ดูเป็น แม่หมอจริงๆ รวมทั้ง ตัวละครเด่น ในภาคที่แล้ว อย่าง เพอซ-นันทวรรณ พงษ์ประเสริฐสิน ในบท ‘แต๋ว’ เพื่อน ‘พนอ’ที่คนดูรักแต่มาเร็วไปเร็วก็ยัง กลับมา พร้อมๆ กับ มัช-กฤชยศ เลิศประไพ รับบท ‘ครูใหญ่’ต้นเรื่องตัวละครใหม่ๆ ที่ เพิ่มเข้ามา มีทั้ง เพื่อนๆ ร่วมชั้น รุ่นพี่อาจารย์ หมอผี และ นายตำรวจ ที่มาตามล่า ‘พนอ’

ชิน-ชินวุฒ อินทรคูสิน รับบท สารวัตรชาตรี นายตำรวจ ที่ถูกส่ง มาเคลียร์คดีลัทธิ ในภาคแรก เล่นดี ดูจิตๆ ดูเป็น คนเล่นของ มาในแบบ นายตำรวจที่เต็มไปด้วยความรุนแรง ทำให้เรื่องเข้มข้นขึ้นแม้ ในเรื่อง จะใส่ ที่มาที่ไป ปมมืด ในวัยเด็กเข้ามา แต่น่าเสียดาย ที่ ดูแล้ว ไม่รู้สึก เป็น มือปราบทำคดี มาแบบ เดี่ยวๆ เลยดูลอยไม่เหมือนในภาคแรก

พิมมา-พิมพ์มาดา ใจสักเสริญ เป็น ‘มิ้น’เพื่อนสนิทคนใหม่ของ ‘พนอ’ที่มาแทน ‘แต๋ว’ ในภาคที่แล้ว บทนี้ เด่นมากๆ ดูเป็นสาวห้าว น่ารักแบบเท่ห์ๆ เล่นดี ในทุกๆ อารมณ์ตัวละคร

และที่ขาดไม่ได้ คือ เด็กๆ ในสถานศึกษา ที่ยังคง คอนเซ็ปต์เดิม ร้ายแบบยกทีม ประเภทลูกคุณหนู ดูดี วัยที่โตขึ้น จาก เพื่อนร่วมชั้น ใน พนอ มาเป็น รุ่นพี่ที่ หมั่นไส้  กลั่นแกล้งตามราวี จนปลุก ‘พนอ’ให้ตื่นขึ้น และที่ เซอร์ไพร์มากๆ คือ มะหมี่-นภคปภา นาคประสิทธิ์  รุ่นพี่ที่กลับมาร่วม แสดงอีกครั้ง มาน้อย แต่ทรงพลังฉากที่ พนอ 2 พนอ เจอกัน ‘เฌอปราง’กับ ‘มะหมี่’คือฉากที่ดีงามสุดยอดมาก

ตั้ม-พุฒิพงศ์  สายศรีแก้ว ทำ ‘พนอ2’ออกมาดูลื่นไหลทั้งเนื้อเรื่อง ความสนุก ความโหด ดูลงตัวกว่าใน ‘พนอ’บรรยากาศโทนหนังความน่ากลัว มาแบบจัดเต็มงานโปรดักชั่น ยังคงดีงาม ทั้งงานด้านภาพ การตัดต่อ ดนตรีประกอบ เสื้อผ้าหน้าผม ฉากพาย้อนนกลับไปในช่วงปี2530ต้องชม เทคนิคพิเศษ สร้างภาพความโหด เลือดนอง ดารเล่นของปล่อยของ ออกมาดีดูสมจริงๆ มากๆ รวมทั้ง เพลงประกอบของ ‘พนอ2’ที่ฟังได้แบบไพเราะ รื่นหู ถือเป็นหนังไทยที่ดูสนุก มากอีกเรื่องหนึ่ง  แม้จะไม่เคยดู ‘พนอ’มาก่อนก็ยังดูสนุกได้ แค่อาจจะไม่รู้ที่มาที่ไป ของ หลายๆ ตัวละคร โดยเฉพาะ ที่มาของ ‘เทพสามตา’กับ ‘พนอ’ดังนั้นถ้าลืมเลื่อนหรือไม่เคยดู ควรจะกลับมาดู ‘พนอ’ อีกครั้ง รอลุ้น..กันต่อ วันครูปีหน้า2570 ครูพนอ จะกลับมา อีกหรือไม่  ‘พนอ2’ โหดสยอง เลือดท่วมจอ ในระดับ 8/10 

‘น้องแสนดี-น้องณิริน’นำทีมโมเดลเด็กเดบิวต์บนรันเวย์แฟชั่นในงาน’CENTRAL CHILDREN’S DAY 2026’

'น้องแสนดี-น้องณิริน'นำทีมโมเดลเด็กเดบิวต์บนรันเวย์แฟชั่นในงาน'CENTRAL CHILDREN’S DAY 2026'

‘น้องแสนดี-น้องณิริน’นำทีมโมเดลเด็กเดบิวต์บนรันเวย์แฟชั่นในงาน’CENTRAL CHILDREN’S DAY 2026’

วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2569, 15.57 น.

ห้างเซ็นทรัล ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ฉลองความสนุกครั้งใหญ่เนื่องในเทศกาลวันเด็กแห่งชาติ ปี 2569 จัดงาน “CENTRAL CHILDREN’S DAY 2026”  วันเด็กที่ให้มากกว่าความสนุก ที่ห้างเซ็นทรัล ยกขบวนกิจกรรมและสิทธิพิเศษตลอดทั้งวัน สร้างสรรค์ทุกพื้นที่ให้กลายเป็นโลกของเด็กๆ ภายใต้แนวคิด “Play • Learn • Grow Together” พร้อมเปิดโอกาสให้เด็กทุกคนได้ปล่อยจินตนาการ เสริมไหวพริบ แสดงความสามารถ ค้นพบศักยภาพของตัวเอง และพัฒนาทักษะสังคม ควบคู่ไปกับความสนุกในทุกกิจกรรม ตอกย้ำบทบาทของห้างเซ็นทรัลในฐานะพื้นที่แห่งการเรียนรู้และการเติบโตของเด็กไทย ให้ทุกครอบครัวได้มาใช้เวลาร่วมกันจนกลายเป็นโมเมนต์สุดอบอุ่น ณ ห้างเซ็นทรัลชิดลม ห้างเซ็นทรัลทุกสาขาทั่วประเทศ และเซ็นทรัล เอ็มบาสซี

สำหรับบรรยากาศภายในงาน “CENTRAL CHILDREN’S DAY 2026” ที่ชั้น 5 My Little World ห้างเซ็นทรัลชิดลมเต็มไปด้วยสีสันแห่งความสุขตลอดช่วงสุดสัปดาห์ 10 – 11 ม.ค. 2569  โดยเฉพาะ “KIDS FASHION SHOW” เวทีที่รวมตัวของเหล่าแฟชั่นนิสต้าตัวจิ๋วมารันวงการแฟชั่นเด็ก แต่ละคนมาในลุคหลากสไตล์จากสินค้าคอลเลกชันแบรนด์ชั้นนำที่คัดสรรมาอย่างดี
จากแผนก MOM & KIDS ห้างเซ็นทรัล และเสริมความน่ารักด้วยเครื่องสำอางสำหรับเด็กแบรนด์ Godmami ที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติและอ่อนโยนต่อคุณหนูๆ เพิ่มความมั่นใจเปล่งประกายความเป็นตัวเองในทุกช่วงเวลา และทรงผมสุดน่ารักโดยทีมHair Styling จากร้าน Sarang Hair พร้อมโชว์ความสามารถ ความมั่นใจ ที่เปล่งประกายจากภายในในสไตล์เฉพาะตัว ส่งออร่าความน่ารักสดใสกันทุกคน จากนั้นเข้าสู่ช่วงพิเศษที่หลายคนรอคอย เมื่อ น้องแสนดี พสวงศ์ ลูกสาวคนเก่งของ โอ๋-ภัคจีรา วรรณสุทธิ์ และ น้องณิริน-ปณิริน ธรรมวัฒนะ ลูกสาวคนเก่งของหนิง-ปณิตา พัฒนาหิรัญ ขึ้นมาโชว์พลังเสียงพร้อมสเต็ปการเต้นทรงพลัง เผยความสามารถที่โดดเด่นไม่แพ้ดีกรีความสวยน่ารักสดใส พร้อมกันนี้ ห้างเซ็นทรัลยังเนรมิตรันเวย์ให้นายแบบ นางแบบตัวจิ๋วได้แสดงความสามารถที่ห้างเซ็นทรัลอีก 14 สาขาทั่วประเทศ สร้างรอยยิ้มและแรงบันดาลใจให้กับทุกคนในวันเด็กแห่งชาติปีนี้

ต่อเนื่องช่วงเวลาแห่งความประทับใจที่ชั้น 5 My Little World ห้างเซ็นทรัลชิดลม กับกิจกรรมหลากหลายที่ออกแบบมาให้เด็กๆ ได้ทั้งความรู้ ฝึกฝนทักษะหลากหลายและความสุขไปพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็น “กิจกรรม MEET & CREATE WITH zbing z.” ที่ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากเด็กๆ งานนี้น้องๆ ได้แบ่งปันแรงบันดาลใจของ “zbing z.” คุณแป้ง–นัยรัตน์ ธนไวทย์โกเศส ในการทำคอนเทนต์ที่ใช้ทั้งความมานะ ความพยายาม และความทุ่มเท จนเป็นขวัญใจวัยจิ๋ว ที่ถูกรู้จักในฐานะยูทูปเบอร์ชื่อดัง เจ้าหญิงแห่งวงการเกมของไทย น้องๆ ผู้โชคดียังได้มีโอกาสเล่นเกมแข่งกับ “zbing z.” ท่ามกลางเสียงเชียร์และเสียงกรี๊ดให้กำลังใจของเพื่อนวัยจิ๋วที่ร่วมลุ้นไปกับบรรยากาศเกมแข่งขันอย่างใกล้ชิด ก่อนปิดท้ายภาพความประทับใจ ด้วยกิจกรรมถ่ายภาพและแจกลายเซ็นที่ “zbing z.” ตั้งใจแบ่งปันช่วงเวลาพิเศษแห่งแรงบันดาลใจกับน้องๆ ในวันเด็กปีนี้

นอกจากนี้ ตลอดสุดสัปดาห์วันเด็ก ห้างเซ็นทรัลชิดลมยังจัดกิจกรรม DREAM JOB PORTRAIT” น้องๆ ได้ถ่ายภาพพอร์ตเทรตและร่วมกันครีเอตวาดภาพอาชีพในฝันร่วมกับพี่ศิลปินเป็นของที่ระลึกแห่งแรงบันดาลใจ และเติมพลังกับกิจกรรม MILK FOR KIDS” แจกนมจิตรลดาฟรีรวมกว่า 4,000 กล่อง (ที่ห้างเซ็นทรัลทั่วประเทศ) ตลอดจนป๊อปคอร์นหอมกรุ่น สายไหมหวานละมุน ขนมอบสดใหม่จาก Kopang Bakery (โคแปง เบเกอรี่) ร้านขนมสัญชาติเกาหลีใต้ ที่มีถึง 10 สาขาที่เกาหลีใต้ และเปิดสาขาแรกในประเทศไทยเมื่อปี 2564 พร้อมอบขนมทุกชนิดสดใหม่จากเตาและปราศจากไขมันทรานส์ด้วยสูตรและวัตถุดิบหลักนำเข้าจากประเทศเกาหลีใต้ เด็กๆ ยังเพลิดเพลินไปกับลูกโป่งตามจินตนาการ จากกิจกรรม “BOZO & BALLOON” แล้วยังมีพี่มาสคอตMY LITTLE CLUB รวมถึง โพโคจัง เพื่อนที่ดีที่สุดสำหรับหนูน้อยทุกคน จาก MAMYPOKO มาเติมทั้งพลังกายและพลังใจให้พร้อมลุยกิจกรรมตลอดวัน

อีกมุมที่ชวนติดตามคือการแสดงความสามารถรวมถึงโชว์พลังเสียงผ่านบทเพลงสุดประทับใจบนเวที KIDS TALENT SHOW” ที่ช่วยเสริมความมั่นใจและความกล้าแสดงออก พร้อมรับประกาศนียบัตรและรางวัลเป็นกำลังใจ (ที่ห้างเซ็นทรัลชิดลม และห้างเซ็นทรัล 12 สาขาทั่วประเทศ *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด), KIDS TATTOO” เด็กๆ ได้ฝึกสมาธิและปลุกไอเดียสร้างสรรค์ผ่านการแต่งแต้มลวดลายออกแบบ Tattoo ชั่วคราวด้วยตัวเองกันอย่างสนุกสนาน ทั้งเติมเต็มทุกจินตนาการไปกับ “ACTIVITY FROM BRANDS” ที่ได้ยกขบวนความสนุกกับกิจกรรมอินเทอร์แอกทีฟ จากแบรนด์ชั้นนำที่ปลอดภัยและหลากหลาย ซึ่งได้ช่วยพัฒนาการคิดแก้ปัญหา การสื่อสาร และการเล่นร่วมกัน อาทิ กิจกรรมจากแบรนด์ LEGO, PLAY-DOH, PLAYMOBIL, imoo แล้วพบกับกิจกรรมสุดน่ารักบนเวที กับ “Mell Chan” (เมลจัง) ตุ๊กตาเลี้ยงน้องยอดนิยมจากญี่ปุ่น ทำให้เด็กๆ สนุกกับการเล่นสมมติเหมือนดูแลเด็กจริงๆ ทั้งยังเพลิดเพลินไปกับ SLIME WORKSHOP” งานนี้เด็กๆ ได้ฝึกเพิ่มสมาธิพร้อมต่อยอดความคิดสร้างสรรค์ พัฒนาทักษะการใช้มือและการประสานมือกับสายตากันอย่างเต็มพิกัดผ่านการผสมและปั้นสไลม์ด้วยตัวเอง

และพลาดไม่ได้กับข้อเสนอพิเศษ จากแคมเปญ “CENTRAL THE NEW NEW YEAR” – START FRESH WITH SOMETHING NEW เริ่มต้นความสดใสตลอดทั้งปีด้วยสินค้าทุกหมวดจากแบรนด์ชั้นนำที่คัดสรรอย่างดีเพื่อตอบโจทย์นักช้อปทุกสไตล์ พร้อมดีลพิเศษลดสูงสุดกว่า 30% ตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม 2569 – วันที่ 29 มกราคม 2569 รวมถึงโปรโมชั่นเพื่อสายบิวตี้โดยเฉพาะกับ “CENTRAL BEAUTY THE NEW NEW GLOW” ตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม 2569 – วันที่ 31 มกราคม 2569 และสายรักการแต่งบ้าน “CENTRAL THE NEW NEW HOME” ที่จัดเต็มสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องครัว เครื่องนอน และสินค้าเกี่ยวกับบ้านจากทุกแบรนด์ดัง ระหว่างวันที่ 18 มกราคม – 24 กุมภาพันธ์ 2569  แล้วเตรียมพบกับข้อเสนอสุดพิเศษจาก ห้างเซ็นทรัล ที่จะช่วยให้การจับจ่ายคุ้มที่สุดด้วยสิทธิประโยชน์กับแคมเปญพิเศษ ช้อป เซ็นทรัล ดี มีคืนเพิ่ม” SHOP MORE, GET MORE ระหว่างวันที่ 16 มกราคม 2569 – 28 กุมภาพันธ์ 2569 อาทิ รับคูปองจากห้างฯ + คูปองพิเศษเพิ่มของรายการนี้ + รับเครดิตเงินคืนรวมสูงสุด 18% และโปรโมชันส่วนลด On Top จากบัตรเครดิตชั้นนำที่ร่วมรายการ (เมื่อช้อปตามเงื่อนไขที่กำหนด) และเฉพาะที่ห้างเซ็นทรัลชิดลม รับ Central Luxe Galerie Cash Coupon สูงสุด 1,000 บาท จำกัด 150 สิทธิ์ / ท่านตลอดรายการ เมื่อช้อปที่ Luxe Galerie ครบตามเงื่อนไข สามารถแลกรับสิทธิ์ได้ที่ Customer Service ชั้น 1 ห้างเซ็นทรัลชิดลมช้อปสนุกทุกแคมเปญที่ห้างเซ็นทรัลทุกสาขา, Central App และทุกช่องทางช้อปปิ้ง ทั้งเว็บไซต์ www.central.co.th, Central Chat & Shop ช้อปและแชตผ่านไลน์ @Centralofficial รวมถึงช้อปผ่านเฟซบุ๊กที่ Facebook page: Central Department Store

#CENTRALDEPARTMENTSTORE#CENTRALAPP #CENTRALCHILDRENSDAY

โฟกัส จีระกุล เปิดพุงโชว์ เบรกดราม่าผ่าตัดกระเพาะ-ปักปากกา หลังรีเทิร์นร่างทอง

โฟกัส จีระกุล เปิดพุงโชว์ เบรกดราม่าผ่าตัดกระเพาะ-ปักปากกา หลังรีเทิร์นร่างทอง

โฟกัส จีระกุล เปิดพุงโชว์ เบรกดราม่าผ่าตัดกระเพาะ-ปักปากกา หลังรีเทิร์นร่างทอง

วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2569, 14.38 น.

16 มกราคม 2568  หลังจากเรียกเสียงฮือฮาในโลกโซเชียลได้อีกครั้ง สำหรับนักแสดงสาว โฟกัส จีระกุล ที่ล่าสุดเจ้าตัวกลับมาทวงคืนหุ่นเป๊ะ จนแฟนๆ ต่างพากันชื่นชมอย่างล้นหลาม แต่ก็ไม่วายมีดราม่าเบาๆ ถึงรูปร่างที่เปลี่ยนไปของเธอ 

ล่าสุด โฟกัส จีระกุล ถึงกับเปิดหน้าท้องโชว์ พร้อมกล่าวว่า เราดูกันต่อนะคะ เอาอีกแล้วนะคะ (โชว์หน้าท้อง) ว่ามีอันนี้ไหม อ้าวมาดูสิว่าผ่าตัดกระเพาะตรงไหน เปิดพุงโชว์ทุกซีซั่นนะคะ ไหนคะผ่าตัดกระเพาะ ไม่มี เชื่อเถอะผ่าตัดกระเพาะผอมกว่านี้เยอะ อันนี้ค่อยๆ ลด เนี่ยพุงยังไม่หมดเลย พุงยังมีอยู่ ค่อยๆ ลดไปเรื่อยๆ นะคะทุกคน ดังนั้นไม่ต้องกลัวนะคะทุกคนว่าผ่าตัดกระเพาะหรือเปล่า

ไม่ได้ผ่าตัดกระเพาะนะคะ ไม่ได้ดูดไขมัน ไม่ได้กลืนบอลลูน ไม่ได้ทำอะไรเลย ทำแค่ 2 อย่างคือ กินปุยนุ่นแบบแคปซูนนะคะ และก็กินไฟเบอร์แค่นั้น 2 อย่าง ทำ IF ควบคู่ไปด้วย 5 เดือนแค่นี้ ไม่ต้องตัดกระเพาะนะทุกคน เก็บกระเพาะไว้กินก่อน ยังกินได้อยู่เนอะ เก็บไว้หน่อย สงสารน้อง ยังหวงกระเพาะตัวเองอยู่

อีกทั้ง  โฟกัส จีระกุล  ยังได้ออกมาตอบในไลฟ์สด เมื่อถูกถามถึงเรื่องการปักปากกาไหมอีกด้วย ซึ่งเธอตอบว่า “ปักยาก็ไม่ได้ปักนะคะ กัสอะทำมาหมดแล้วนะ ปักยา บอลลูน ดูดไขมัน ทุกอย่างที่คิดว่าทำ เคยทำมาหมดแล้ว แต่ปักยาไม่ได้ผล เพราะอะไรรู้ไหม อ้วก ถามแม่ได้ ปักปุ๊บ แม่มึนหัว จะอ้วก จะนู่น จะนี่จริงๆ ทำไม่ได้ทุกคน ไม่ใช้เลย เพราะอะไรที่มันมีอาการข้างเคียงเยอะอะ ส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ต่อนะคะ โดนตัดทิ้งไปหมด”

ชมคลิป

มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย แท็กทีม ‘เก๋ ชลลดา’บุกเชียงราย มอบความสุขวันเด็กแห่งชาติ

มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย แท็กทีม 'เก๋ ชลลดา'บุกเชียงราย มอบความสุขวันเด็กแห่งชาติ

มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย แท็กทีม ‘เก๋ ชลลดา’บุกเชียงราย มอบความสุขวันเด็กแห่งชาติ

วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2569, 13.20 น.

มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย เดินหน้าสร้างรอยยิ้มและโอกาสให้แก่เด็กในพื้นที่ห่างไกล จัดกิจกรรม “งานวันเด็กแห่งความสุข” ฉลองวันเด็กแห่งชาติ 2569 ณ โรงเรียนในพื้นที่โครงการตับเต่า จ.เชียงราย โดยมีอาสาสมัครและแขกรับเชิญพิเศษร่วมสร้างสีสัน มุ่งเน้นการเติมเต็มความสุขและส่งต่อพลังใจให้เยาวชนในพื้นที่บนดอยและที่ราบสูง

กิจกรรมในครั้งนี้ออกแบบภายใต้แนวคิด “เรียนรู้คู่ความสนุก” เพื่อเสริมสร้างทักษะการทำงานเป็นทีมและความสามัคคี ผ่านกิจกรรมสันทนาการต่าง ๆ อาทิ  เกมเหยียบลูกโป่ง เก้าอี้ดนตรี นอกจากนี้ เด็ก ๆ ยังได้โชว์ความสามารถผ่านการแสดงระบำชุดพื้นเมือง และร่วมเล่นเกมกับ คุณเก๋ ชลลดา และคุณพร้อม สิริสันต์ ที่มาร่วมมอบของขวัญและเลี้ยงอาหารกลางวันมื้อพิเศษให้กับเด็ก ๆ และผู้ปกครองในชุมชน กว่า 150 คน ช่วยสร้างบรรยากาศที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและรอยยิ้มของความประทับใจ  

นายณรงค์ พละดร ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านขุนห้วยไคร้ ได้กล่าวแสดงความขอบคุณในการสนับสนุนครั้งนี้ว่า กิจกรรมที่จัดขึ้นไม่ได้มีแค่ความสนุก แต่ยังเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจที่ดีเยี่ยม เพราะพื้นที่บ้านขุนห้วยไคร้ เป็นพื้นที่ห่างไกล การที่หน่วยงานภายนอกเข้ามาจัดกิจกรรม ไม่เพียงแต่จะมอบความสนุกสนาน แต่ยังเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจที่ยิ่งใหญ่ ช่วยลดช่องว่างและเปิดโอกาสให้เด็ก ๆ บนดอยได้มีพัฒนาการและศักยภาพทัดเทียมเฉกเช่นเด็กในเมือง การสนับสนุนครั้งนี้ เปรียบเสมือนการขยายโอกาสที่จับต้องได้จริงให้กับเด็กทุกคนในชุมชนแห่งนี้ 

เก๋ ชลลดา สิริสันต์ ในฐานะแอมบาสเดอร์ที่ร่วมงานกับมูลนิธิศุภนิมิตฯ มาอย่างต่อเนื่องยาวนาน  กล่าวว่า ครั้งนี้เป็นครั้งที่สองที่ตนได้มีโอกาสลงพื้นมาฉลองวันเด็กร่วมกับทางมูลนิธิศุภนิมิตฯ  ต้องขอบคุณทางมูลนิธิศุภนิมิตฯ ที่พามาเปิดโลกของการเป็นผู้ให้ที่ยั่งยืน รอยยิ้มและความสดใสของเด็ก ๆ เป็นสิ่งยืนยันได้ว่า สิ่งที่ตั้งใจมอบให้มีความหมายกับพวกเขามากแค่ไหน และปรารถนาให้เด็กทุกคนรับรู้ด้วยว่า “พวกเขาคือ อนาคตที่สำคัญ” โดยพวกเราเองพร้อมจะยืนเคียงข้างเพื่อผลักดันให้พวกเขาทุกคนเติบโตไปในเส้นทางแห่งความฝันที่เป็นจริงได้ 

บรรยากาศในงานยังสะท้อนให้เห็นถึงความสุขผ่านเสียงของตัวแทนเยาวชน  โดยน้องวนิดา นักเรียนชั้นป. กล่าวว่า “ดีใจมากค่ะที่ปีนี้ พี่ ๆ มาจัดกิจกรรมสนุก ๆ ให้เราถึงที่นี่ หนูชอบเกมเก้าอี้ดนตรีมากค่ะ ขอบคุณสำหรับขนมและของขวัญที่มอบให้หนูและน้อง ๆ นะคะ กิจกรรมในวันนี้ทำให้หนูมีแรงบันดาลใจว่าโตขึ้นอยากเป็นคุณครู เพื่อจะได้ส่งต่อความรู้ให้กับเด็กคนอื่น ๆ ต่อไป หนูจะตั้งใจเรียนเพื่อทำความฝันให้สำเร็จค่ะ”

ด้านนายอานนท์ สวนศรี ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาบุคลากรและวัฒนธรรมองค์กร มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย กล่าวถึงเบื้องหลังของความตั้งใจในครั้งนี้ว่า “เพราะเด็กคือ จุดเริ่มต้นของทุกสิ่งที่มูลนิธิศุภนิมิตฯ ทำ”  กิจกรรมวันเด็กในปีนี้ จึงเลือกเฉพาะเจาะจงมายังพื้นที่ห่างไกลอย่างโรงเรียนในพื้นที่โครงการตับเต่า เพื่อเติมเต็มช่องว่างทางโอกาสและสร้างความทรงจำที่แสนพิเศษให้กับพวกเขา ด้วยความเชื่อมั่นว่า การสร้างประสบการณ์ที่ดีผ่านกิจกรรมที่สร้างสรรค์ จะเป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยบ่มเพาะให้เด็ก ๆ เติบโตขึ้นอย่างเข้มแข็ง และมีคุณภาพ เราเองก็เชื่อว่า ความสุขและพลังใจที่พวกเขาได้รับในวันนี้ จะเป็นแรงผลักดันให้ เด็ก ๆ เติบโตไปอย่างมีความหวังและเข้มแข็ง ในงานครั้งนี้ ต้องขอขอบคุณ คุณเก๋ ชลลดา และคุณพร้อม เป็นอย่างสูงที่เสียสละเวลาร่วมเดินทางมาสร้างสีสัน และส่งต่อความรักให้กับเด็ก ๆ อย่างใกล้ชิด

ความพิเศษของวันเด็กปีนี้ ยังเป็นการเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 5 ทศวรรษของมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย โดยมูลนิธิฯ ได้รับโล่รางวัล “องค์กรที่สนับสนุนงานด้านเด็กและเยาวชน” จากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสร้างคุณค่าที่แท้จริงให้กับสังคม ภายใต้แนวคิด “เด็กคือหัวใจสำคัญ” เพื่อยืนหยัดเป็นที่พักพิงและพลังขับเคลื่อนให้เด็กเปราะบางเติบโตสู่อนาคตที่สดใสและเท่าเทียมอย่างยั่งยืน

‘ไก่ วรายุฑ’เปิดใจแซ่บใครขอแต่งงานก็พร้อมลุยชีวิตนี้ลิขิตเองไม่มีพรหมลิขิตจริง!

'ไก่ วรายุฑ'เปิดใจแซ่บใครขอแต่งงานก็พร้อมลุยชีวิตนี้ลิขิตเองไม่มีพรหมลิขิตจริง!

‘ไก่ วรายุฑ’เปิดใจแซ่บใครขอแต่งงานก็พร้อมลุยชีวิตนี้ลิขิตเองไม่มีพรหมลิขิตจริง!

วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2569, 13.03 น.

ถือว่าเป็นคนทรงอิทธิพลในวงการบันเทิง สำหรับ ไก่ วรายุฑ มิลินทจินดา ล่าสุดมาออกรายการวิดีโอพอดแคสต์ “โสดโซไซตี้ (Single Society)” ซีซัน 2 ทางยูทูบช่อง KRP Entertainment  พร้อมเปิดใจสถานะ และมุมมองความรักของชีวิต  แต่ใครจะไปรู้ว่า เจ้าตัวไม่เชื่อเรื่องพรหมลิขิต แต่เชื่อว่าชีวิตตัวเองเป็นคนลิขิตเอง แม้จะเป็นเรื่องของประสบการณ์ความรัก และความรู้สึก พร้อมเผยหาใครเข้ามาขอแต่งงาน กล้าขอก็กล้าแต่ง แต่จะสนุกแค่ไหน และได้มุมมองอย่างไร ห้ามพลาด!

สถานะตอนนี้ โสด?

โสด 100 %

คนนั้นล่ะ?

พูดคุยกันตกลงอย่างเข้าใจกันว่า ครั้งสุดท้ายที่พี่ไปหาเขา เมื่อปีที่แล้ว แล้วเขาบอกว่า เขาจะเข้ากรมแล้ว ก่อนเข้ากรมจะมาหาเรา  เขาจะมาหาเรา ก็มาหาจริง เขาบอกว่าเข้ากรมนาน 2 ปีครึ่ง ฉันก็อายุประมาณนี้แล้ว เธอก็ยังเด็กอยู่ เขาก็ถามไม่รอผมเหรอ พี่เลยตอบไม่รอแล้ว ฉันรอเธอไม่ไหว เธอคงไม่รอฉันหรอก เธออยู่ที่นั่น คงมีอะไรที่ดีกว่า เราไม่โกรธกัน ถ้าออกมาก็คุยปกติ แต่ไม่ใช่แฟนกัน

พี่ไก่คิดว่าที่โสด เพราะพรหมลิขิต หรือชีวิตลิขิต?

ลิขิตเองค่ะ ชีวิตเขียนด้วยตัวเอง เล่นเอง กำกับเอง

มุมมองความรักในอดีตกับปัจจุบันแตกต่างกันไหมคะ?

ความรักไม่มีแตกต่าง ความรักก็คือความรัก เพราะฉะนั้นอดีตกับปัจจุบัน มันก็คือความรักของเรา เราจะรักใครในอดีต จะรักใครในปัจจุบัน มันก็คือความรักทั้งหมดที่เรามีให้เขา มันก็คือความรัก

ในฐานะของการมีชีวิตคู่ การแต่งงานกันมีชีวิตกัน แก่เฒ่าไปด้วยกัน พี่ไก่เองเคยมองตัวเอง หรือฝันไปทางแนวนั้นไหมคะ?

ไม่เคยฝัน  เพราะว่าที่มีแฟนตอนนั้น อันนี้ยังไม่มีออกมาเลย กฎหมายแต่งงาน และยังไม่มีใครแต่งงาน ไม่เคยคิด

และถ้าวันนี้ล่ะ ถ้ามีเข้ามา?

ถ้ามันมี ใครล่ะ ที่จะกล้ากับเรา ถ้าเขากล้ามา เราก็กล้าไปนะ

คนที่เข้ามาหาพี่ไก่ หนูว่า เขาต้องมีความกดดัน เพราะถือว่าพี่ไก่คือตัวแม่ของวงการบันเทิง มันเหมือนเกินเอื้อมค่ะ พี่ไก่?

คิดกันเยอะมาก เวลาพี่ไปซื้อเปลี่ยนแลกขายกับคนที่เรา แบบถูกชะตา พอเป็นพี่ ไม่ว่าง

ไม่กล้ามาเหรอ?

ใช่ และเป็นหลายครั้ง ติดงาน ไปต่างจังหวัด เป็นไข้ ตัวร้อน เราก็ถามคนที่เป็นนายหน้า เขาก็ไม่กล้าตอบเรา เขาก็บอกว่าน้องไม่ว่างจริงๆพี่  พี่ก็ถามแล้วเมื่อไรว่าง พี่ก็ถามแบบนี้ เขาก็บอกว่าเดี๋ยวผมเช็กให้ เขาก็หายไปเลย เกรงกลัวว่า วันนึงหากเขาไปอยู่ในวงการ แล้วเจอเรา เขาคงจะรู้สึกอาย ว่าครั้งหนึ่งเคยมาแบบนี้ มีอาชีพแบบนี้

‘ผู้กองแคท’สุดเศร้าสูญเสียคุณแม่กะทันหันเตือนสติคนที่ยังมี พ่อ-แม่อยู่ ขอให้ดูแลกายใจท่านเป็นอย่างดี

'ผู้กองแคท'สุดเศร้าสูญเสียคุณแม่กะทันหันเตือนสติคนที่ยังมี พ่อ-แม่อยู่ ขอให้ดูแลกายใจท่านเป็นอย่างดี

‘ผู้กองแคท’สุดเศร้าสูญเสียคุณแม่กะทันหันเตือนสติคนที่ยังมี พ่อ-แม่อยู่ ขอให้ดูแลกายใจท่านเป็นอย่างดี

วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2569, 12.43 น.

นับเป็นความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิตของ ผู้กองแคท ร.ต.อ.หญิง ดร.อาทิติยา เบ็ญจะปัก ที่ต้องสูญเสียคุณแม่นภา บุญประสม ที่จากไปอย่างไม่มีวันกลับ ด้วยอาการหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน ในคืนวันอังคาร ที่ 6 มกราคม ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่หลายครอบครัวเพิ่งได้เติมเต็มหัวใจซึ่งกันและกันในช่วงปีใหม่ที่ผ่านพ้นมา

โดยเช้าวันพุธที่ 7 มกราคม 2569 ตี้ ธีรชัย เบ็ญจะปัก น้องชายคนเดียวของผู้กองแคท ได้โพสต์ข้อความในเฟสบุ๊ค  ส่วนตัวถึงการจากไปของคุณแม่ว่า “แม่ผมร่างกายเเข็งแรงไม่มีอาการเจ็บป่วยหรือเป็นโรคอะไร แต่เมื่อคืนแม่อยู่ในห้องน้ำนานผิดปกติ พอพังประตูเข้าไปพบว่าแม่นั่งบนชักโครกพิงกำแพงอยู่ ทางบ้านเลยรีบเอาตัวออกมาและเรียกรถพยาบาล หลังจากนั้นได้ทำ CPR(กู้ชีพ) แต่ก็ไม่ทันแล้วเนื่องจากไปเจอช้าเกินไป ผมเลยอยากใช้โพสนี้เพื่อเตือนสติทุกคน ว่าชีวิตคนเรามันไม่แน่นอนเลยจริงๆ ตอนเช้าอยู่ตอนค่ำอาจจะไม่ได้คุยกันแล้วก็ได้ อยากให้ทุกคนเอาใจใส่กับคนข้างๆเยอะๆ ทำดีกับเขาถึงแม้บางสิ่งอาจจะไม่ถูกใจบ้าง ยิ่งเฉพาะกับคนในครอบครัว รักกันพูดแต่สิ่งดีๆให้กัน ดูแลเขาให้ดีที่สุดในทุกๆวัน วันนี้แม่ผมไม่อยู่แล้ว ถึงจะเสียใจแค่ไหนแต่ผมไม่รู้สึกเสียดายเลย เพราะผมได้ทำทุกวันอย่างเต็มที่ได้ขับรถพาแม่ไปที่ ที่ แม่อยากจะไปได้อยู่คอยดูแลในทุกวัน ได้บอกรักแม่ และเชื่อเลยว่าแม่ก็จะไม่เสียดายเหมือนกัน เพราะแม่ได้ทำหน้าที่ของแม่อย่างดีที่สุดแล้ว สุดท้าย มีเกิดก็ต้องมีตายเป็นเรื่องปกติอยู่ที่ว่าเราจะใช้เวลาที่มีกับคนที่รักให้คุ้มค่าแค่ไหน อย่ากลัวที่จะทำอะไรเพื่อเขาอย่าอายที่จะกอดและบอกรักกันนะครับทุกคน สัญญาว่าจะใช้ชีวิตให้ดีที่สุดเหมือนที่แม่เชื่อในตัวตี้มาตลอดจะดูแลทุกคนให้ดีเหมือนที่แม่คอยดูแล หลังจากนี้ทุกอย่างจะกลายเป็นความทรงจำดีๆให้นึกถึงตลอดไป รักแม่จุ๊บ ๆ เดี๋ยวจะเรียกไปนั่งรถด้วยทุกวันเหมือนเดิม สัญญาว่าจะโตไปอย่างดีที่สุดให้สมกับที่แม่ตั้งใจเลี้ยงมา”

ทางด้านผู้กองแคท ได้โพสต์ถึงคุณแม่ว่า “นางฟ้าของแคท ปีที่แล้ว แม่บอกกับแคทว่า “แม่มีความสุขมาก ลูกไปไหนแม่จะไปกับลูกทุกที่ พาไปไหนแม่ไปหมด ลูกโตกันทุกคน แคทก็ดูแลตัวเองได้ ดูแลน้องได้เราไม่มีหนี้ ไม่มีกังวลอะไรแล้ว” ไม่เคยเสียดายเวลา และไม่เคยเสียดายความสุขที่มี เพราะสิ่งที่ทำอยู่ มันล้นออกมาทุกๆวัน เราทำทุกอย่างเพื่อเขา แต่เสียดายที่ช่วงเวลาแห่งความสุขของเรามันสั้นเกินไป อยากเป็นผู้หญิงที่โชคดีและมีความสุขที่สุดไปนานๆกว่านี้อยากให้เขาอยู่ด้วยกับทุกความสำเร็จ เห็นการเติบโตทุกอย่างของแคท แต่อย่างน้อยตอนนี้ แม่ได้เห็นหมดแล้วนะ ส่งแคทถึงฝั่งทุกๆที่แล้ว แคทได้ทำตามฝันที่แม่อยากเป็นแต่ไม่มีโอกาสได้เป็น คือการเป็นนักร้องลูกทุ่ง มีเพลงเป็นของตัวเอง อัดแผ่นเสียง อยากเห็นลูกอยู่หน้าจอทีวี แต่งตัวสวยๆ และคอยเป็นกำลังใจอยู่ข้างให้ทุกการประกวด ทุกงานที่ทำ ทุกการเดินทางของชีวิต และแคทจบปริญญาเอก ให้ครอบครัวบุญประสม และเบ็ญจะปัก ได้แล้วนะ ไม่ต้องอายใครเค้าแล้ว ว่าครอบครัวของเราไม่มีการศึกษา เรียนไม่สูง ครอบครัวเราสมบูรณ์แล้วนะแม่ แคทรู้ว่าแม่ภูมิใจ ดีใจ และมีความสุขมาก…ครอบครัวสุขสันต์ วันนี้พร้อมเดินหน้าและลุยงานต่อ ด้วยหัวใจที่เข้มแข็ง ขอบคุณทุกความห่วงใยและกำลังใจ แม่คงมองลงมาจากสวรรค์อย่างชื่นใจและภูมิใจ ลูกจะทำให้ดีที่สุด เพื่อให้แม่ยิ้มได้เสมอ รักแม่”

จากเหตุการณ์การสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของครอบครัวผู้กองแคทในครั้งนี้ ทำให้เราได้ตระหนักถึงการใช้ชีวิตในแต่ละวันมากขึ้น ถึงแม้ครอบครัว เบ็ญจะปัก จะเป็นหนึ่งครอบครัวที่ไม่เคยละเลยการแสดงความรักต่อกันในทุก ๆ วัน แต่เมื่อถึงวันบอกลาก็ยังคงความเศร้าเสียใจมายังครอบครัวเป็นอย่างมาก ขอแสดงความเสียใจต่อการจากไปของคุณแม่นภา บุญประสม ไว้ ณ ที่นี้ อย่างไรก็ตามในช่วงระยะเวลาที่เหลืออยู่ ขอให้ทุกคนดูแลคนรอบข้างให้ดีทั้งร่างกาย และจิตใจ แล้วใช้ทุกเวลาที่มีค่าที่ยังมีลมหายใจอยู่ ใช้ชีวิตอย่างมีสติ ตอบแทนบุญคุณพ่อ แม่ ผู้มีพระคุณก่อนที่มันจะสายเกินไป เป็นกำลังใจให้ทุกคนค่ะ

ติดตามเป็นกำลังใจให้ ผู้กองแคท (แคท อาทิติยา) และสามารติดตามความเคลื่อนไหวของ แคท อาทิติยา ผ่านช่องทางออนไลน์กันได้ที่

Facebook : แคท อาทิติยา https://www.facebook.com/share/1V3C3GtWqM/?mibextid=wwXIfr

Instagram : cat_atitiya https://www.instagram.com/cat_atitiya?igsh=ZWFlN3VlY3E5aGho

Tiktok : ผู้กองแคท อาทิติยา https://www.tiktok.com/@catatitiya?_t=ZS-8zbZ2Jk0hG6&_r=1

วิธีใช้ยาที่ทำกันจนชินอาจกำลังทำร้ายคุณโดยไม่รู้ตัว!

วิธีใช้ยาที่ทำกันจนชินอาจกำลังทำร้ายคุณโดยไม่รู้ตัว!

วิธีใช้ยาที่ทำกันจนชินอาจกำลังทำร้ายคุณโดยไม่รู้ตัว!

วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2569, 12.25 น.

Tuck Talk สัปดาห์นี้พบเรื่องใกล้ตัว เตือน! วิธีใช้ยาที่คนไทยเข้าใจผิดมาตลอดชีวิต? กินผิดเสี่ยงกระเพาะทะลุ ไตวาย ตับพัง? มารู้เคล็ดลับการเลือกยาให้ถูกต้อง หายไว และปลอดภัย กับ “รศ. ภก. ธนรัตน์ สรวลเสน่ห์” อาจารย์ประจำคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล อย่าปล่อยให้การกินยา กลายเป็นการทำร้ายตัวเองโดยไม่รู้ตัว

ยาพาราเซตามอลแค่เป็น ยาแก้ไข้ แก้ปวดหัว ถูกผิดขนาดไหน ?

หมอธนรัตน์ : ถูกครึ่งเดียว เพราะว่าพาราเซตามอลเป็นยาที่ผมว่าทุกบ้านที่ฟังเราอยู่มีติดบ้านหมดเลย บางบ้านมีมากกว่า 1 ยี่ห้อด้วยซ้ำ ทีนี้ตัวพาราเวลาที่เราใช้ด้วยฤทธิ์ของมันอย่างที่เข้าใจว่ามันแก้ปวดศีรษะ ลดไข้ อันนี้ไม่ผิดเพราะว่าเรามักจะเห็นภาพของพาราเป็นแบบนั้น แต่จริง ๆ แล้วปัจจุบันพาราเซตามอลเป็นยาแก้ปวดที่เราใช้ในการรักษาอาการปวดแบบอ่อน ๆ เช่น ปวดหลัง ปวดต้นคอเวลาที่นอนตกหมอนบ้าง พลิกตัวเร็ว ๆ หมุนตัวเร็ว ๆ แล้วมันเจ็บนิดหนึ่ง หรือเจ็บเข่าในคนไข้ที่เป็นเข่าเสื่อม หรือแม้แต่ในกรณีที่เล่นกีฬาแล้วมีการบาดเจ็บเล็กน้อย พาราเซตามอลก็เพียงพอที่จะใช้

กินทีกี่เม็ด ?

หมอธนรัตน์ : ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์แล้วก็วิธีใช้ ซึ่งมันจะต่างกัน ถ้าเป็นไข้โดยทั่วไปเราจะคิดตามน้ำหนักตัว ถ้าหนัก 45 ใช้ตัวเลข 10 คูณ 45×10 คือ 450 แปลว่าเม็ดเดียว 500 พอ แล้วกินซ้ำทุก 6 ชั่วโมงหรือ 8 ชั่วโมง

ในกรณีที่เล่นกีฬาพาราจะช่วยได้ไหมถ้าเราปวดขาปวดแขน ?

หมอธนรัตน์ : ได้ครับ พาราในลักษณะการปวดที่เป็นเรื่องของระบบกระดูกระบบกล้ามเนื้อ ใช้ได้หมด

ถ้าน้ำหนักตัว 45 กินเม็ดเดียว 2 เม็ดได้ไหม ?

หมอธนรัตน์ : ประเด็นคือเมื่อกี้ผมบอกให้คูณ 10 ในกรณีที่เราใช้เพื่อแก้ปวดศีรษะหรือลดไข้ธรรมดา แต่ถ้าเกิดเป็นกรณีของการปวดที่มาจากกล้ามเนื้อ มาจากกระดูกที่เกิดจากการบาดเจ็บแบบนี้ เราจะขอว่าไม่ต้องสนใจน้ำหนักตัว ถ้าเป็นไปได้เราเพิ่มเป็น 2 เม็ดเลย แล้วกินซ้ำทุก 6 หรือ 8 ชั่วโมงเหมือนกัน

กินพาราเข้าไปแล้วไม่หายก็ไปกิน ไอบูโพรเฟน ซึ่งแรงกว่าหรือเปล่า ?

หมอธนรัตน์ : ถูกต้องอันนี้คือสิ่งแรกที่บอกว่าถูกต้องคือว่าไอบูโพรเฟนเป็นยาในกลุ่มอีกกลุ่มหนึ่ง ที่เป็นยาสำหรับรักษาการปวดของระบบกระดูกและกล้ามเนื้อเหมือนกัน ซึ่งในยาในกลุ่มนี้มีเยอะไปหมดเลย บางทีเราจะได้ยินคนเรียกยากลุ่มนี้ว่าเป็นยาแก้อักเสบ เพราะว่าอย่างนี้ครับคือการปวดที่เกิดขึ้นจากระบบกระดูกและกล้ามเนื้อที่มันเกิดการบาดเจ็บ มันมาจากกระบวนการอักเสบของกระดูกและกล้ามเนื้อก่อน เพราะฉะนั้นการอักเสบคือพื้นฐานเมื่ออักเสบก็เลยทำให้ปวด ดังนั้นถ้าเกิดเราสามารถรักษาต้นเหตุได้ ก็คือลดการอักเสบได้ มันก็เลยทำให้อาการปวดดีขึ้น ตรงไปตรงมา ถ้าถามว่ามันแรงกว่าไหมก็ต้องบอกว่ามันแรงกว่า เพราะว่าด้วยความที่ยากลุ่มแก้อักเสบหรือกลุ่มไอบูโพรเฟนเป็นยากลุ่มที่เวลาเข้าไปออกฤทธิ์ในร่างกาย มันไปรักษาการอักเสบทุกจุดในร่างกายเลย แต่อะไรก็ตามนะที่มาพร้อมคำว่าแรงกว่า สิ่งที่ผมอยากให้ทุกคนตระหนักไว้ร่วมกันเสมอคือเมื่อมันแรงกว่าแปลว่ามันอาจจะอันตรายมากกว่าด้วยเช่นกัน

บางคนซื้อยากินเอง จะหยุดยาตอนไหน จะกินตอนไหน ?

หมอธนรัตน์ : ถ้าเกิดซื้อกินเองอันดับแรกเลย เนื่องจากยากลุ่มนี้ทั้งหมดเราจัดเป็นยาอันตราย เพราะฉะนั้นคำว่ายาอันตรายในทางการแพทย์แปลว่าจะต้องถูกส่งมอบหรือถูกคัดเลือกโดยบุคลากรทางวิชาชีพเป็นหลัก ซึ่งอาจจะเป็นแพทย์เป็นเภสัชกร เพราะฉะนั้นถ้าเกิดจะซื้อทานเองก็ต้องหาร้านที่มีเภสัชกรก่อน คืออันดับแรกเลยหรือไปพบคุณหมอ อันที่ 2 หลังจากได้ยามาแล้วถ้าเกิดว่าเป็นกรณีของการปวดแบบเฉียบพลัน อย่างเช่นไปเล่นกอล์ฟแล้วบาดเจ็บ ปวดขึ้นมา อย่างนี้อาจจะแค่วัน 2 วันแล้วจบ เพราะว่ากล้ามเนื้อมันได้หยุดพักแล้ว เราไม่ได้ตีกอ์ฟทุกวันหรือเราไม่ได้เล่นทุกวัน แค่นั้นแล้วจบ พอเป็นใหม่ก็ทานใหม่ อันนี้คือกรณีหนึ่ง แต่ถ้าเกิดว่าเรามีโรคบางอย่างที่มันเป็นโรคเรื้อรังของระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ เช่น เป็นโรคข้อเสื่อม เป็นโรคข้ออักเสบอยู่แล้ว อันนั้นจำเป็นต้องทานทุกวันก็ต้องทานทุกวัน

กินทุกวันจะติดไหม ?

หมอธนรัตน์ : มันไม่ติดแต่มันอาจจะทำให้เกิดอาการข้างเคียงอื่น เช่น แผลในกระเพาะอาหาร ทำให้เลือดออกในกระเพาะอาหาร ทำให้ความดันขึ้น

ถ้าไม่กินยา แล้วใช้ยานวดหรือแผ่นแปะผิดไหม ?

หมอธนรัตน์ : ต้องบอกไม่ผิด แล้ววิธีที่ถูกด้วยเพราะว่าจริง ๆ แล้วไม่ว่าเราจะมียาดีแค่ไหนก็ตาม พื้นฐานสำคัญเวลาที่เราเกิดการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อก็คือ เราต้องปฐมพยาบาลก่อน การปฐมพยาบาลเลยก็คือ 1 หยุดใช้ ต้องหยุดพักก่อน อันที่ 2 คืออาจจะใช้วิธีการประคบเย็นในช่วง 24 ชั่วโมงแรกอันนี้ได้ แล้วก็ฟิกมันไว้ คืออย่าขยับมัน พอยิ่งขยับมันยิ่งอักเสบมากขึ้น ส่วนยาที่เราใช้ไม่ว่าจะเป็นยาทาภายนอกที่มีฤทธิ์ขยายหลอดเลือด เช่น อย่างกรณีที่เราทาแล้วมันรู้สึกร้อน ๆ พวกนี้หรือว่าเป็นแผ่นปิดผิวหนังก็แล้วแต่ พวกนี้วัตถุประสงค์จริง ๆ ก็คือเพื่อให้หลอดเลือดมันขยายตัว ช่วยทำให้มันพยายามเร่งกระบวนการซ่อมแซมที่เสียไปประมาณนั้น

โดยเฉลี่ยยาเม็ดถ้าอยู่ในกระเพาะเราประมาณกี่นาทีกี่ชั่วโมง ?

หมอธนรัตน์ : โดยทั่วไปครับในมาตรฐานของยา ยาทุกตัวที่ออกมาเป็นรูปแบบยาเม็ด เมื่ออยู่ในกระเพาะแล้วต้องแตกตัวสมบูรณ์ไม่เกิน 15 นาที ต้องไม่เกิน ถ้าเกินแปลว่าตกมาตรฐาน

การแตกตัวเร็วเท่ากับว่าดูดซึมเร็ว การดูดซึมเร็วเท่ากับว่าเห็นผลเร็ว ?

หมอธนรัตน์ : ใช่ เพราะฉะนั้นยาทุกตัวไม่ได้บอกว่าต้องแตกตัวเร็วเสมอไป แต่ว่าถ้าเรากำลังใช้ยาตัวนั้นเพื่อต้องการผลที่รวดเร็ว ก็ควรจะต้องได้ควรจะถูกต้อง สมมติถ้าเกิดเราเจอยารูปแบบที่ไม่แตกอย่างนี้ต้องกลับมาถามตัวเองก่อนว่า ปกติยาตัวนี้ที่เราไว้ที่บ้านเราเก็บถูกไหม เก็บที่ไหน

ไม่ควรเอายาไว้ที่รถ ?

หมอธนรัตน์ : ไม่ควร ร้อนมาก ไม่ว่าจะเป็นยาน้ำยาเม็ด ที่ชื้นอย่างเช่น ถ้าเราดูหนังต่างประเทศจะเห็นว่าฝรั่งชอบเก็บยาในห้องน้ำ ที่ตู้เก็บของสำหรับห้องน้ำ บางทีจะชื้น อันนี้ก็จะเป็นทางหนึ่ง เพราะอย่างยาตัวนี้ที่ผมเอามาให้ เป็นตัวอย่างยาที่ถูกแกะออกมาจากแผง แล้วมันตากอยู่กับโต๊ะ ตากอยู่กับอากาศข้างนอกเป็นระยะเวลาหนึ่ง พอเรามารับประทานเราก็จะเห็นว่าอาจจะไม่ออกฤทธิ์เกิดขึ้น

ยาน้ำเปิดแล้วควรหรือไม่ควรใส่ตู้เย็น ?

หมอธนรัตน์ : ยาน้ำจริง ๆ ไม่ต้องเก็บตู้เย็น อุณหภูมิปกติได้เลย ยาน้ำปกติมีหลายรูปแบบ คำว่าหลายรูปแบบแปลว่าในขวดที่เราเห็น ส่วนใหญ่อาจจะมีที่เรารู้จักกันดีก็คือเป็นยาน้ำหวาน หรือยาน้ำเด็ก ซึ่งจะมีการเติมน้ำเชื่อมเข้าไป กับยาน้ำอีกแบบหนึ่งที่จะมีการเติมพวกแอลกอฮอล์ไปเป็นตัวช่วยละลาย ปริมาณนี้น้อย ๆ นะไม่เมา แต่ว่าก็จะเติมลงไป เพราะฉะนั้นถ้าเกิดเป็นยาน้ำอื่น ๆ ที่มีแอลกอฮอล์พวกนี้ไม่จำเป็นต้องแช่ตู้เย็นเลย ยาพวกนี้สามารถอยู่ข้างนอกได้เลย

ใส่ตู้เย็นแล้วจะเก็บได้นานจริงไหม ?

หมอธนรัตน์ : ไม่จริง ความเชื่อที่บอกว่าเก็บอยู่ตู้เย็นแล้วเก็บได้นานขึ้น เพราะว่าเขาเข้าใจว่าหรือเชื่อว่าการอยู่ในตู้เย็นจะทำให้เชื้อไม่ขึ้น หรือเชื้อโรคไม่ขึ้น เพราะฉะนั้นจริง ๆ ไม่จำเป็นเลย อยู่ข้างนอก ยาทุกตัวที่เมื่อกี้เล่าให้ฟังทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นยาน้ำหวาน ยาน้ำที่มีแอลกอฮอล์ผสมทั้งหลาย เมื่อเปิดแล้วอยู่ข้างนอกตู้เย็นได้เลย แล้วส่วนใหญ่คำแนะนำที่เรามักจะแนะนำก็คือเมื่อเปิดแล้วถ้าใช้ไม่หมดภายใน 1 เดือนอยากให้ทิ้ง ไม่ต้องเก็บไว้อย่าเสียดายครับ

ยาแก้หวัดมีหลายยี่ห้อ ประสิทธิภาพมันดีกว่ามันต่างกว่ากันยังไง ?

หมอธนรัตน์ : ถ้าเรามองถึงคำว่ายาแก้หวัดก่อน เพราะว่ายาพวกนี้วัตถุประสงค์ออกมาคือเพื่อใช้สำหรับรักษาการหวัด ทีนี้เวลารักษาการหวัดยาที่มีหลายชั้นหรือยาที่มีรูปแบบแปลก ๆ ใช้คำนี้แล้วกัน ก็มักจะมีส่วนผสมแปลก ๆ ตามไปด้วย อย่างเช่นยาส่วนใหญ่จะมีส่วนผสมของยา 3 ชนิด ที่สำหรับรักษา 3 ข้อบ่งใช้เลย ก็คืออันที่ 1 ยาพื้นฐานคือพาราเซตามอล ยาพวกนี้ผสมพารา อยู่ในยาหวัดอยู่แล้ว เพราะว่าบางทีเป็นหวัดก็จะมีไข้มีปวดหัว ก็เติมตรงนี้เข้าไป ตัวที่ 2 คือยาลดน้ำมูกชนิดง่วงนอน อยู่ในชั้นหนึ่ง เพราะพวกนี้เวลาเป็นหวัดเราก็มักจะมีน้ำมูก ก็อาจจะใส่ยาน้ำมูกเข้าไปเลย อันที่ 3 คือยาช่วยลดอาการคัดแน่นจมูก เพราะมันคือหวัดเหมือนกัน เพราะฉะนั้นหรือบางยี่ห้ออาจจะมียาแก้ไอก็ได้แล้วแต่ มีอยู่ในนั้นเลย หลักการก็คือว่าเวลาที่เป็นหวัดขึ้นมา ถ้าเกิดเรามีอาการครบ 3 อย่าง กิน 1 เม็ดเข้าไปหรือกิน 2 เม็ดเข้าไป เราได้ยาทั้ง 3 ตัว อันนี้ก็ช่วยทำให้อาการดีขึ้นได้ค่อนข้างดี แต่ถ้าเกิดว่าเราไม่ได้เป็นหวัดครบทุกอาการ เช่น เราเป็นแค่ปวดศีรษะ ไม่มีน้ำมูก ไม่มีอาการคัดแน่นจมูก ไม่มีอาการไอ คำถามคือแล้วไปกินอีก 2 ตัวที่ได้เข้าไปเพื่ออะไร

ต้องกินตามอาการ แต่ถ้าคัดจมูก แน่นจมูก มีน้ำมูก ก็ทานยาที่มีหลาย ๆ สีได้ ?

หมอธนรัตน์ : ใช่ ก็จะเป็นการลดจำนวนเม็ดยา แทนที่จะต้องไปกิน 3 เม็ด ก็กินเม็ดเดียว แล้วก็ได้ทั้งหมด

หวัดแบบไหนต้องกินยาแก้ ?

หมอธนรัตน์ : แพ้มันมีหลายแบบ อย่างช่วงนี้เราแพ้อากาศเยอะเพราะว่าฝุ่นเริ่มมา จะมี 2 แบบคือ แพ้ด้วยฝุ่นหรือแพ้ด้วยแพ้อากาศที่เป็นโรคภูมิแพ้จมูก หรือมีอาการแพ้เพราะมีหวัด หรือมีการติดเชื้อไวรัส อันนี้จะเป็นสิ่งที่ต่างกัน การใช้ยาประสิทธิภาพก็จะต่างกันไปด้วย เพราะว่าถ้าเกิดสมมติว่าเราเป็นหวัดจากไวรัส เช่น ไปติดคนนู้นมาคนนี้มา แล้วมีอาการคัดจมูกยาลดน้ำมูก พวกนี้จริง ๆ ถ้าจะได้ผลดีครับต้องง่วงนอน มันจะออกฤทธิ์ดีกว่า

ยาแก้แพ้ถ้าดีต้องง่วงนอนไหม ?

หมอธนรัตน์ : ถ้ายาแก้แพ้ ถ้าเกิดเป็นภูมิแพ้ธรรมดาไม่ได้เป็นหวัด ไม่ได้เป็นเรื่องของติดเชื้อไวรัส กินยาแก้แพ้ง่วงไม่ง่วงประสิทธิภาพเท่ากัน ได้เหมือนกันเพราะฉะนั้นคำถามคือยาแก้แพ้ที่ง่วงต้องกินวันละหลายครั้ง กินแล้วง่วงด้วย เทียบกับยาแก้แพ้ที่ไม่ง่วงกินวันละครั้ง แล้วไม่ง่วง เลือกได้ ประสิทธิภาพเท่ากันเลยไม่ต่างกัน ต้องแยกแยะให้ดี

กินยาแก้แพ้ทุกวันจะดื้อยาไหม แล้วดื้อยาแล้วเจะเปลี่ยนเป็นยี่ห้ออื่นไปเรื่อย ๆ ไหม ?

หมอธนรัตน์ : ปกติยาแก้แพ้เรากินเพื่อบรรเทาอาการ คีย์เวิร์ดสำคัญคือบรรเทาอาการ ไม่ใช่ทำให้หาย ไม่ใช่ใช้เพื่อป้องกัน เพราะฉะนั้นหลักการคือเวลาที่เราจะใช้ยาแก้แพ้พวกนี้ เช่น ผื่นขึ้น มีน้ำมูก จมูกเราใช้แค่บรรเทาอาการ เหมือนปวดศีรษะเมื่อกี้ก็คือใช้แค่ระยะเวลาสั้น ๆ อาทิตย์ 2 อาทิตย์แล้วจบ ไม่ค่อยกินนาน ถ้าเกิดว่ากรณีเป็นภูมิแพ้อากาศจริง ๆ ปัจจุบันเรามียาที่ออกฤทธิ์ดีกว่า เช่น เป็นยาพ่นจมูก พวกนี้ก็จะสามารถที่จะบรรเทาอาการได้ดี แล้วผลข้างเคียงก็น้อยกว่า แต่ถามว่ามันดื้อยาไหม ต้องตอบว่าไม่ดื้อ แต่มันก็ไม่ควรกิน

บางคนกินยาแก้แพ้เพื่อช่วยการนอน มียาแก้แพ้แล้วง่วงด้วยใช่ไหม ?

หมอธนรัตน์ : ถามว่าผิดไหมจริง ๆ ไม่ผิด แต่ต้องรู้ว่าถ้าเกิดเรากินยาแก้แพ้เพื่อช่วยการนอน เนื่องจากว่ายาแก้แพ้ที่ง่วงมันมีอาการข้างเคียงเยอะ ถึงแม้ว่าเราจะบอกว่าเรากินยาทุกวันได้ เราไม่เบื่อนะเรากินได้ แต่ว่าถามว่ากินทุกวันยาทุกตัวเป็นสารเคมี ยาเป็นดาบสังคมเสมอ กินเข้าไปนอกจากประโยชน์โทษมันจะมาด้วย แต่โทษบางทีมันไม่ได้มาแบบชัดเจนมาก อย่างเช่นยาแก้แพ้ที่ง่วงแล้วเอามาใช้เพื่อช่วยนอนไม่หลับ ถามว่าดีไหมจริง ๆ ดี เราหลับ แต่เราลืมไปหรือเปล่าว่ายาแก้แพ้พวกนี้ถ้าเราใช้ติดต่อกัน 1 มันมีข้อมูลว่าทำให้เกิดสมองเสื่อมได้ถ้าเป็นสมผู้สูงอายุ 2 อาจจะทำให้สับสน 3 มันจะทำให้ถ้าเป็นคุณผู้ชายอายุเยอะหน่อย ต่อมลูกหมากตัวโตนิดหนึ่งฉี่ไม่ออก ใครที่ท้องผูกอยู่แล้วบางทีท้องผูก ซึ่งผลข้างเคียงพวกนี้บางทีมันเป็นผลข้างเคียงที่มันไม่ได้ดูรุนแรง แต่มันจะไปเรื่อย ๆ แล้วบางทีเราไม่รู้ว่ามันเป็นจากยา สมมติเช่นตอนนี้ท้องผูก ปัสสาวะไม่ออกปัสสาวะลำบาก เดินไปหาคุณหมอคุณหมอก็ให้ยาไปกินตัวที่ 2 ตัวที่ 3 มันก็จะเกิดการเพิ่มยาไปเรื่อย ๆ ซึ่งอันนี้อาจจะเป็นจุดหนึ่งที่อาจจะต้องระมัดระวังกรณีกินยา

กลไกการออกฤทธิ์ของยา พอเข้าไปอยู่ในร่างกายแล้วมันออกฤทธิ์ยังไง ?

หมอธนรัตน์ : มันเดา เดาคือแปลอย่างนี้คือเวลาเราประทานยาเข้าไปเมื่อกี้เราเล่าให้ฟังแล้วว่า ยาเวลาจะเข้าร่างกายก็คือต้องแตกตัว ละลายแล้วก็ดูดซึมเข้าร่างกาย พอเข้าไปอยู่ในเลือด เลือดก็คือวิ่งไปทั่วร่างกาย เพราะฉะนั้นเมื่อไหร่ก็ตามยาเข้าไปในเลือด แปลว่ายาไปทั่วร่างกายได้หมด ปวดไหล่ปวดคอจังเลย ถามว่ายารู้ได้ยังไง ยาก็ไม่รู้หรอกว่าเธอเป็นตรงนี้ แต่ในเมื่อตอนนี้ฉันอยู่ในเลือด ฉันมีสิทธิ์ที่จะวิ่งไปตรงนี้ได้ เพราะฉะนั้นเธอก็เลยหาย เพราะฉะนั้นจริง ๆ ไม่จำเป็นที่เราจะต้องกินยาหลายตัว เพื่อช่วยในแต่ละข้อบ่งใช้ที่ต่างกัน เช่น ปวดหัวกินพารา ปวดไหล่กินยาลดการอักเสบ แต่ถามว่าก็มันก็คือช่วยเหมือนกัน ก็กินตัวเดียวก็ช่วยได้แล้ว

ยาแก้อักเสบกับยาปฏิชีวนะ มีวิธีดูอะไรยังไง ?

หมอธนรัตน์ : วิธีดูอันดับแรกดูก่อนว่าเราเป็นอะไร เราเป็นอะไรคือแปลว่า ถ้าเกิดว่าสาเหตุหรือของโรคที่เป็น มันเป็นเรื่องของการบาดเจ็บ มีอาการบวม แดง ร้อน เช่น บางทีเวลาเราออกกำลังกายเราผิดท่ามันก็จะมีการเจ็บมีบวมต่าง ๆ พวกนี้จะเป็นกระบวนการที่เราเรียกว่าเป็นกระบวนการอักเสบของร่างกาย ส่วนใหญ่คำว่าอักเสบเราจะใช้กับระบบกระดูกและกล้ามเนื้อเป็นหลัก เพราะฉะนั้นเวลาที่มีปัญหาปวดหลัง ปวดเข่า ปวดเอว ปวดนู่นปวดนี่ เราก็จะบอกว่าน่าจะต้องไปกินยาแก้อักเสบนะหรือพาราก็ได้

อักเสบ ปวด บวม ร้อน แดง ต้องกินอะไร ?

หมอธนรัตน์ : อันนี้ก็กินเป็นยาลดการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ หรือภาษาทางการแพทย์เราเรียกว่ากลุ่มเอ็นเสด เช่น ไอบูโพรเฟน เช่น ถ้าเป็นน้อง ๆ ที่ปวดท้องประจำเดือน ก็คือพวกตัวพอนสแตน หรือเมฟีนามิก หรือว่าอย่างปวดจากนักกีฬาส่วนใหญ่ก็อาจจะมีใช้อีโทริคอกซิบที่เป็นยาแรง ๆ หน่อยอะไรอย่างนี้

พอนสแตนถือว่าแรงไหม ?

หมอธนรัตน์ : ถือว่าแรงไหม ยาพวกนี้ถ้าเทียบกับพาราแรงกว่า

พอนสแตนแก้ปวดตกหมอน ปวดเข่าได้ไหม ?

หมอธนรัตน์ : ได้หมดเลย มันเข้าไปในร่างกายแล้ว นอกจากมดลูกมันวิ่งที่อื่นด้วย

ยาปฏิชีวนะกับยาแก้อักเสบเหมือนกันไหม ?

หมอธนรัตน์ : ถ้าเกิดเป็นยาปฏิชีวนะ สาเหตุที่เราจะต้องใช้ยาปฏิชีวนะคือมีการติดเชื้อแบคทีเรีย แปลว่าจะต้องมีการติดเชื้อเกิดขึ้น เช่น เป็นแผลที่ผิวหนังแล้วมีหนอง มีหนองที่คอ ติดเชื้อ เพราะฉะนั้นยาที่จะใช้จะเป็นยาปฏิชีวนะหรือยาฆ่าเชื้อเป็นหลัก

สเตียรอยด์กินนาน ๆ แล้วมีปัญหา อันตรายจริงไหม ?

หมอธนรัตน์ : เรื่องจริง สเตียรอยด์เป็นปัญหามาก

โรงพยาบาลรัฐบาลกับโรงพยาบาลเอกชนจ่ายยาเหมือนกันไหม ?

หมอธนรัตน์ : ถ้าตอบความจริง ยาที่ให้เป็นยาตัวเดียวกัน คือเป็นยาที่เป็นตัวยาสำคัญเท่ากันและตัวเดียวกัน เพียงแต่ว่าอาจจะคนละยี่ห้อ อาจจะมาจากบริษัทนอก มาจากบริษัทในประเทศแล้วแต่ หรือแม้แต่รัฐบาลด้วยกันในแต่ละที่ก็อาจจะมีความแตกต่างกัน เพราะฉะนั้นจริง ๆ แล้วอันที่ 1 คือถ้าเราดูในคุณภาพยาจะบอกว่าขอให้ประชาชนเชื่อมั่นว่ายาจริง ๆ เหมือนกัน คุณภาพใกล้เคียงกัน อาจจะชื่อไม่เหมือนกัน อย่างที่บอกพอได้จ่ายตังค์ก็เลยรู้สึกว่าต้องหายแล้ว ไม่หายไม่ได้ประมาณนั้น ค่อนข้างใกล้เคียงกัน ไม่ได้แตกต่างมาก อีกอันหนึ่งที่อาจจะมีความแตกต่างกันนิดหนึ่งก็คือในแง่ของความแรงของยาที่คุณหมออาจจะเลือกใช้ อาจจะมีความแตกต่างกันบ้างในบางกรณี

บางคนเกินยายาก แล้วหักครึ่งแต่กินพร้อมกัน ในเวลาเดียวกัน บดหรือเอาไปใส่กล้วยใส่นม วิธีการต่าง ๆ สามารถทำได้แค่ไหน ?

หมอธนรัตน์ : ยาส่วนใหญ่เราทำอะไรกับมันก็ได้ หักแบ่งบดได้หมด เพราะสุดท้ายมันลงไปที่กระเพาะเหมือนกัน แต่มันแค่จะทำให้เรากลืนลงไปให้มันได้แค่นั้นเอง เพราะตราบใดที่ยาไม่กลืนมันไม่มีทางออกฤทธิ์ ทีนี้ประเด็นคือมันมีข้อยกเว้นอยู่ตรงที่ว่ายาบางตัวเราออกแบบขึ้นมาเพื่อให้ยามันมีปริมาณเยอะมาก อย่างเช่นยาตัวหนึ่งปกติเราต้องรับประทานวันละ 3 ครั้ง เราดีไซน์ขึ้นมาโดยการทำให้มันกินเหลือแค่วันละครั้งเดียวได้ เพราะฉะนั้นยาที่เป็นรูปแบบวันละครั้งเดียว แปลว่าเราต้องเอายา 3 มื้อมารวมอยู่ในเม็ดเดียวกัน เพราะฉะนั้นถ้าเกิดเราไปหักมัน เราไปบดมัน แปลว่าเราก็จะทำให้ปริมาณยาทั้ง 3 เม็ดออกมาทีเดียวเลย แถมออกฤทธิ์สั้นต่างหาก เพราะว่าหลักการออกของยาคือถ้าเราเอามันมารวมกันเมื่อไหร่ หรือเราทำให้มันมีรูปแบบพิเศษเมื่อไหร่ แปลว่ามันจะค่อย ๆ ปลดปล่อยยาออกสู่ร่างกาย ไปทุบมันแล้วอย่างนี้มันก็ทำไม่ได้ เพราะฉะนั้นยาพวกนี้บางทีมันอันตราย บางทีมันมีข้อจำกัด วิธีสังเกตครับยาที่เรามักจะเจอในชีวิตประจำวันก็คือยาที่มีชื่อห้อย บางทีดูจากชื่อยาก็เดาได้ เช่น – -SR – -XL – – XR ตัวย่อพวกนี้ SR XL CR พวกนี้มันคือสัญลักษณ์ที่เหมือนกับบอกให้รู้ว่ายามันโดนดัดแปลง ให้อยู่ในรูปแบบที่ออกฤทธิ์นาน ๆ หรือมีปริมาณยาเยอะ ๆ  เพราะฉะนั้นยาที่เห็นแบบนี้อันดับแรกเลยคืออย่าไปยุ่งกับมัน หรือถ้าเกิดจะแปรรูปก็ถามคุณหมอถามเภสัชก่อนว่ามันแปลรูปได้ไหม ไม่งั้นเดี๋ยวเกิดการไปกินแล้วอันตราย เช่นยาบางตัวอ้วกเลย คือกินแล้วอ้วกเลย เพราะว่าเดิมยามันโดนกระจายมื้ออยู่อย่างนี้ครับ

ไม่กินกับน้ำเปล่ากินกับน้ำผลไม้ นม น้ำอัดลม ไม่ควรใช่ไหม ?

หมอธนรัตน์ : พื้นฐานทั่วไปไม่มีปัญหา สุดท้ายมันไปปนกันอยู่ในกระเพาะ

นมจะทำให้ยาหรือวิตามินนั้นแย่ลง ?

หมอธนรัตน์ : อันนี้เป็นข้อยกเว้น มันจะมีบางบางกรณี ถ้าเขามาร์คไว้ เช่น อย่างในวิตามินที่อาจจะมีพวกธาตุเหล็ก มีเกลือแร่บางตัว ซึ่งพวกนี้ถ้าเกิดเรากินพร้อมนม นมมันจะไปจับ

ยาเม็ดยาน้ำยาแคปซูลมีอายุกี่ปี ?

หมอธนรัตน์ : โดยทั่วไปถ้าเป็นยารูปแบบที่เป็นยาเม็ดแข็ง แคปซูล ยาเม็ดพวกนี้วันหมดอายุก็คือดูตามแผงยาได้เลย

สิ่งสำคัญที่สุดที่อยากจะฝากทิ้งท้ายเกี่ยวกับเรื่องยา ?

หมอธนรัตน์ : ผมว่าสิ่งที่ในมุมของบุคลากรทางวิชาชีพที่อยากจะฝากไว้ คือเนื่องจากยาเป็นสารเคมี ยาเป็นสิ่งที่มีทั้งประโยชน์และมีโทษ การใช้ให้ถูกจะทำให้เกิดประโยชน์ที่ดีมาก แต่การที่ใช้แบบไม่ถูกหรือไม่รู้ข้อมูลใด ๆ เลย มันจะเสี่ยง ถ้าเป็นไปได้จะหยิบยาตัวหนึ่งรับประทานเข้าไป จะหยิบกินเข้าไปเราควรจะต้องรู้จักมันดีมากพอ ควรจะต้องรู้ว่าเรากินเพื่ออะไรก่อน เรากินเพื่อป้องกันจริงไหม มันอาจจะป้องกันไม่ได้ เพราะฉะนั้นถ้าเกิดข้อบ่งใช้ไม่ชัด ประโยชน์ไม่ชัดเจน ต้องคิดก่อนว่าจะควรกินไหม ในขณะเดียวกันกินแล้วก็ต้องรู้ว่าโอกาสที่จะเกิดอาการไม่พึงประสงค์จากยามันมีอะไรบ้าง ยาบางตัวกินแล้วง่วงนอน ยาบางตัวกินแล้วปวดท้อง ยาบางตัวกินแล้วท้องเสีย ซึ่งมันเจอได้หมดเลย เพราะฉะนั้นข้อมูลพวกนี้ถ้าเกิดเรารู้ก่อนล่วงหน้า เหมือนกับเรารู้ว่ามันจะเกิดอะไรกับเรามันจะทำให้เราสามารถติดตามตัวเองได้  แล้วถ้ามีปัญหาอะไรจริง ๆ เราจะได้รีบบอกคุณหมอหรือบอกเภสัชกรต่อไปได้

มดดำ คชาภา ลุยฟ้องอดีตเพื่อนรัก เรียกค่าเสียหาย 10 ล้าน ยืนยันไม่ยกฟ้องแน่นอน

มดดำ คชาภา ลุยฟ้องอดีตเพื่อนรัก เรียกค่าเสียหาย 10 ล้าน ยืนยันไม่ยกฟ้องแน่นอน

มดดำ คชาภา ลุยฟ้องอดีตเพื่อนรัก เรียกค่าเสียหาย 10 ล้าน ยืนยันไม่ยกฟ้องแน่นอน

วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2569, 11.24 น.

16 มกราคม 2569 จากที่วานนี้นางเอกดัง นุ่น วรนุช ภิรมย์ภักดี พร้อมด้วยสามี ต๊อด ปิติ ภิรมย์ภักดี ขึ้นศาลเพื่อไกล่เกลี่ยนัดแรกปมฟ้องหมอดูชื่อดัง 20 ล้านบาท ปกป้องสิทธิ์ของตัวเองหลังจากนำชื่อไปแอบอ้างสร้างความเสียหาย

ล่าสุด มดดำ คชาภา ตันเจริญ ได้ออกมาพูดในรายการข่าวใส่ไข่ ถึงประเด็นหมอดูชื่อดัง อาจารย์อุ๋ย ซึ่ง มดดำ ก็ไปฟ้อง 10 ล้านบาท และมีกำหนดขึ้นศาลแล้ว 23 กุมภาพันธ์ 2569 ข้อหาเดียวกัน หมิ่นประมาท 

โดยมดดำ บอกว่า ตอนนี้อยู่ระหว่างทนายพูดคุยไกล่เกลี่ย ค่าทนายที่เรียกไป 10 ล้าน หลังจากนี้จะทำอย่างไร เพราะหลักๆแล้วเราฟ้องเรื่องค่าเสียหาย ส่วนเรื่องที่เอาชื่อเสียงเราไปใช้ ก็เหมือนของคุณนุ่น สรุปคุณจะชดใช้ยังไง ฉันถาม อุ๋ย แล้ว ฉันก็ยังคุยกับ อุ๋ย นะ

เขาบอกเขาได้ส่งไลน์ไปหานุ่น ซึ่งนุ่น อ่านแต่ไม่ตอบ ส่งไปขอโทษขออะไรอย่างนี้ ทีแรกจะขอเจรจานอกศาลนอกกระบวนการ นุ่น เขาไม่ได้ตอบ ให้ไปคุยในศาล ของมดดำก็คุยอยู่ให้ทนายเป็นคนจัดการทั้งหมด

เราคุยแบบไม่ได้โกรธเกลียดกัน แต่เรื่องขึ้นศาลก็ให้ทนายจัดการ เพราะฉันก็ถือเป็นผู้เสียหาย ต้องปกป้องตัวเอง ในที่สุดคุณจะชดใช้มาเป็นอะไรก็แล้วแต่ก็ต้องชดใช้

ตอนแรกก็โกรธ แล้วมันได้อะไร แต่เราอย่าคุยกันนะ กินข้าว เที่ยวด้วยกันปกติ เพื่อนเหลือน้อยแล้วแก่ขนาดนี้ แต่เรื่องคดีมึงอย่ามาคุยกับกูนะ ให้คุยกับทนาย มันจะจบยังไงก็จบอย่างนั้น แต่วันดีคืนดีฉันจะเอาเข้าคุกมั้ย ก็ไม่ได้อาฆาตขนาดนั้น

ถ้าพูดไม่ต้องแอ๊บเลยนะ ทุกวันนี้ก็ยังเป็นเพื่อนกันอยู่ ก็ยังคุยกันอยู่ เดินหน้าฟ้องตามกระบวนการ ของมดดำ ศาลนัด 23 กุมภาพันธ์ 2569 หลังตรุษจีน ก็ไกล่เกลี่ยเธอจะเอาเงินให้ฉันเท่าไหร่ ก็ว่ากันไป ฉันจะเอาเงินไปทำบุญให้หมาแมวก็ว่ากันไป มันน่าจะจบที่แบบนี้ ฉันไม่ยก ฉันไกล่เกลี่ยเป็นเงินอยู่แล้ว แต่ถามว่ายกฟ้องไหม รับรองว่า ไม่ยก เพราะตอนแรกเอาความจริงนะ ฉันจะไม่แจ้งความด้วย จนพี่หนุ่ม กรรชัย บอกว่า “มด เชื่อพี่นะมดฟ้องไว้หน่อย เผื่อมีอะไรมาถึงตัวมด เป็นการฟ้องกันตัวเอง” ฉันก็เลยไปฟ้อง

ขอบคุณคลิป : Polyplus Entertainment