‘ณเดชน์’ ปิดบัญชีแค้น … ด้าน ‘เจมส์ มาร์’ ลุยซ้อมจริง ก่อนขึ้นสังเวียนลุมพินี

20 กันยายน 2569 เวลา 09:14 น.

“สองหัวใจ” เดินเรื่องมาถึงวันที่ โอบ (ณเดชน์ คูกิมิยะ) พร้อมลุยกับ เพ้ง (เจ๋ง เดชา) แบบไม่มีถอย ผู้จัด หงษ์-ธัญนิธิ ฉันท์เอกสิทธิ์ จากค่าย หก สี่ เอี่ยว จัดฉากใหญ่ทั้งสังเวียนมวยและเกมไล่ล่า

เปิดด้วย ดอม (เจมส์ มาร์) ขึ้นสังเวียนลุมพินีครั้งแรก ในฐานะ “ดอม คิง” นักมวยดาวรุ่งที่กำลังเดินตามความฝัน งานนี้เจมส์ซ้อมมวยแบบเอาจริง ทั้งออกหมัด ฟุตเวิร์ก ก่อนจะฟาดเดือดกับ แมน โอเชี่ยน (เต้ นันทศัย) แชมป์เจ้าสังเวียน ท่ามกลางกองเชียร์ฝั่งโอบและฝั่งเพ้งต่างก็เฮใส่กันสุดเสียง บรรยากาศความเดือดยังไม่หมด เมื่อเกมพลิกจากสังเวียนมวยสู่เหตุยิงไล่ล่ากลางสนาม และลากยาวออกไปบนถนน โดยมี เลี้ยง (ท็อป ทศพล) ร่วมเดินเกมอยู่เบื้องหลัง ขณะที่ โอบ ดอม ดำ (บอย-ภิษณุ) และ โป้ง (สมิธ ภาสวิชญ์) ต้องรับมือแบบไม่มีจังหวะพัก ทั้งวิ่งหลบกระสุน เข้าชาร์จ ไล่ตาม และขึ้นรถหนี เจอครบทั้งคิวบู๊ ปืน ระเบิด และคิวรถที่ต้องเป๊ะทุกจังหวะ กว่าจะได้แต่ละช็อต นักแสดงจัดเต็มใส่กันสุดแรง เบื้องหลังว่าเดือดแล้ว บอกเลยว่าหน้าจอยิ่งเดือดกว่า 

​ติดตามชม “สองหัวใจ” คืนวันจันทร์ที่ 21 กันยายน 2569 เวลา 20.30 น. ทางช่อง 3 กด 33 และ 3Plus และรับชมย้อนหลังทาง Netflix เวลา 22.30 น.

เปิดตัวที่แรก! อี๊ด โปงลางสะออน ควง ‘ภรรยา-ลูกชาย’  เผยเส้นทางรัก 14 ปี จากแฟนคลับสู่แม่ของลูก

19 กันยายน 2569 เวลา 21:09 น.

เปิดตัวที่แรก! “อี๊ด โปงลางสะออน” ควงภรรยา “น้ำ จริยา”และลูกชาย “น้องนาวา” เผยเส้นทางรัก 14 ปี จากแฟนคลับสู่แม่ของลูก

ที่แรก “อี๊ด โปงลางสะออน” ขอควงภรรยาสาวสุดสวย “น้ำ จริยา” พร้อม “น้องนาวา” อวดโมเมนต์ความน่ารักของครอบครัว พร้อมเปิดเส้นทางรัก 14 ปี จากวันที่แม่ยายไม่ปลื้มสู่ชีวิตคู่สุดแฮปปี้ในวันนี้ เผยวีกรรมความเจ้าชู้ในอดีตที่ถูกจับได้คาหนังคาเขา จนเกือบทำให้ชีวิตคู่ต้องจบลง ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ช่อง One31 ที่มี “ชมพู่ ก่อนบ่าย” และ “เป็กกี้ ศรีธัญญา” เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

เป็นการเปิดตัวครั้งแรก ไม่เคยพาภรรยาไปเปิดตัวรายการไหนเลย ทำไมไม่พาภรรยาออกรายการไหนเลย?

อี๊ด : ก็แล้วแต่โอกาส เราไม่ได้ปกปิดอะไร เป็นเรื่องปกติแหละ อาจไม่ค่อยมีรายการติดต่อมา เราก็ทำงานเยอะ แต่อยากให้เป็นอีกพื้นที่นึงสำหรับพวกเขา ถึงเวลาค่อยพาออกไป ไม่ได้กลัวว่าเรามีภรรยาแล้วนะ 

พาลูกมาด้วย น้องกี่ขวบแล้ว?

นาวา : 6 ขวบครับ 

อยู่ดีๆ ตกปากรับคำเฉยเลย ว่าพาครอบครัวมาด้วย?

อี๊ด : ถึงเวลาเราพูดคุยกับทุกคนได้ทุกเรื่องครับ 

พัฒนาการลูกเป็นยังไง?

อี๊ด : ตอนเด็กๆ เวลาผมไปเล่นดนตรี จะพาเขาไปด้วย ตามวัย แรกๆ เขาเล่นตีโปงลาง เป่าแคน แต่พอโตขึ้นเริ่มไปทางอื่น ไปทางดนตรี ฟุตบอล กีฬา พาเขาไปลองหลายๆ  อย่าง ตอนนี้เขาตีกลองอยู่ ชอบอะไรครับ

นาวา : ฟุตบอล ชอบเพราะวิ่งเร็ว เตะบอลเก่งด้วย 

อี๊ด : ว่ายน้ำก็ชอบครับ 

ทำไมให้ลูกทำกิจกรรมแน่น?

น้ำ : จริงๆ เป็นสิ่งที่เขาอยากทำค่ะ เขาอยากไปเรียนเตะบอล เรียนว่ายน้ำ เรียนตีกลองก็เริ่มจากเรียนเปียโนก่อน แต่เรียนไปแล้วเขาบอกว่าอยากเรียนตีกลองมากกว่าก็เลยตีกลอง 

การเรียนเน้นเลยว่าต้องได้ภาษา?

น้ำ : ใช่ค่ะ

ได้กี่ภาษา?

อี๊ด : ตอนแรกจ้างครูมาสอนภาษาอีสาน ผมไม่ถนัดไง (หัวเราะ) เราไม่ใช่คนแถวนั้น เราเป็นคนในนั้น (หัวเราะ) ที่โรงเรียนก็เป็นโรงเรียนกึ่งนานาชาติ เขาพูดภาษาอังกฤษอยู่แล้วแต่กลับมาอยากให้ฟังได้ง่าย ก็เลยให้เรียนเพิ่มทุกวันตอนเย็น 

นอกจากภาษาอังกฤษได้อะไรอีก?

อี๊ด : รัสเซีย ฝรั่งเศส ยังไม่ได้ฝึก (หัวเราะ) คิดไว้ในอนาคต 

นิสัยถอดพ่อมาเป๊ะๆ เรื่องอะไรบ้าง?

น้ำ : เรื่องการต่อรอง เจรจา เขาต่อรองทุกอย่างค่ะกับแม่ ให้ทานข้าวจะขอเวลา 10 นาที ต่อรองทุกอย่าง 

เรื่องร้องเรื่องเต้นเรื่องแสดง มีแววมั้ย?

อี๊ด : มีบ้าง เขาชอบฝึกเองในทีวี เราไม่ได้ฝึกไปเรียนเต้นหรอก เขาจะร้องเพลงคุณพ่อเอง เต้นหน้าทีวี เต้นไมเคิล แจ็คสัน เก่งมากนะ พอโตขึ้นเขาก็เป็นอีกแบบนึง เขินขึ้นตามประสา 

ตามใจลูกมั้ย?

อี๊ด : ผมตามใจ มีเหตุมีผลในการที่จะให้นะ แต่ก็ตามใจ เขาไม่ค่อยดื้อไม่ค่อยซนเท่าไหร่ ไม่ค่อยตีว่าดุ จะบอกอธิบายเหตุผลไป 

คนดุคือแม่?

น้ำ : ใช่ค่ะ บางทีก็ดุลามไปถึงพ่อด้วย เหมือนเป็นการให้ท้าย จริงๆ ไม่ได้ดุใช้คำแรงๆ เหมือนเสียงแข็งนิดนึง เขาจะน้ำตาคลอแล้ว เขาจะรู้โทนเราอยู่ว่าถ้าโทนนี้แม่จริงจังแล้ว 

ที่บ้านตั้งกฎอะไรไว้บ้าง?

น้ำ : การกินการนอน แล้วก็เรื่องเวลาเขาอยากได้ของอยากได้อะไร พ่อมาบรีฟเราก่อนว่าอย่าตามใจ พอเราตั้งกฎปุ๊บคนนั้นให้ ก็เป็นประมาณนี้ เขาจะไปอ้อนกันแล้วนี่ก็สปอย

มีไปห้างแล้วอยากได้ของมั้ย?

น้ำ : มีค่ะ แต่มีถึงขนาดลงไปดิ้น 

อี๊ด : แต่ถ้าเราไม่ให้ เราจะบอกเหตุผลว่าอันนี้อายุนาวายังไม่ได้นะ เพราะแบบนี้ๆ เขาก็จะไม่เอา 

พ่อกับแม่ใครดุกว่ากัน?

นาวา : แม่ 

ใครตามใจกว่ากัน?

นาวา : ป่ะป๊าครับ 

แม่ดุยังไง?

นาวา : เสียงดังครับ กลัวครับ 

อี๊ด : นาวาดื้อมั้ย  (นิ่งไม่ตอบ) ไปพักผ่อนก่อนลูก (หัวเราะ) 

เวลาโดนดุที ร้องไห้เลยเหมือนกัน?

น้ำ : น้ำตามาแล้ว สุดท้ายเขาถามว่าแม่โกรธเหรอ ทำไมแม่ต้องโกรธ เราก็อ่อนค่ะ 

เวลาพี่น้ำดุ พี่อี๊ดก็มีหวั่นไหว?

อี๊ด : ดุไม่ใช่ด่า เรามีประสบการณ์เยอะสมัยก่อนที่เราอยู่บ้านนอก ไม่ยากให้เขาจำความรุนแรงนั้น แต่น้ำก็ไม่ได้ทำแบบนั้นนะ แม่เขาจะพูดว่าแม่บอกแล้วใช่มั้ย นาวาก็จะรู้แล้วว่าเราอารมณ์ไหน

แม่ดุกับพ่อมั้ย?

อี๊ด : ก็เป็นเหมือนกับลูกนั่นแหละ จะรู้เลย แต่ไม่เคยใช้คำรุนแรงกันเวลาคุย ก็จะเงียบๆ แล้วมาคุยวันหลัง ส่วนมากผมเป็นคนอธิบายให้เขาฟังว่าแบบนี้ไม่ได้นะ 

นาวาเคยเห็นคุณแม่ดุคุณพ่อมั้ย?

นาวา : ไม่ครับ 

คุณพ่อคุณแม่หวานกันบ่อยมั้ย คุณพ่อหอมคุณแม่มั้ย?

นาวา : ไม่ครับ 

จากแฟนคลับ มาสู่แฟนครับได้ยังไง?

น้ำ : เริ่มจากเป็นแฟนคลับทั่วไปธรรมดา เจอแล้วถ่ายรูปปกติ ตอนนั้นทำงานเกี่ยวกับท่องเที่ยว ก็เลยรู้ว่าพี่อี๊ดทำงานอยู่โรงเบียร์รังสิต เลยเข้าไปขอคอนแทค อยากให้มาทำงานร่วมกัน จุดเริ่มต้นเริ่มจากตรงนั้น เราก็ชอบศิลปินทั่วไปปกติค่ะ

อี๊ด : ช่วงนั้นโสดพอดี แยกย้ายกัน ผมก็กลับไปเล่นที่โรงเบียร์รังสิต เขาเหมือนให้คนส่งกระดาษขึ้นมาบนเวทีว่าอยากติดต่องานไปเล่น เพราะเขาทำทัวร์อยู่ เราบอกให้เลิกงานก่อน หลังจากนั้นก็มานั่งกินข้าวร้านก๋วยเตี๋ยวกัน ได้เบอร์กัน ตอนแรกก็หวังนั่นแหละ หวังอยากพูดคุยแหละ พอได้เบอร์ก็คุยกันมาตลอด

ใครจีบใคร?

อี๊ด : ช่วงนั้นผมยังไม่จีบใครเพราะว่าเพิ่งโสดด้วย แล้วแยกย้ายวงด้วย ไปไหนไปคนเดียว ไม่ได้คิดจะจีบอะไร 

คุยอยู่กี่คนช่วงนั้น?

อี๊ด : ไม่ได้คุยจริงจัง คุยประสาทั่วไป 

ยอมให้จีบง่ายๆ มั้ย?

น้ำ : เขาไม่ได้ออกตัวว่าจีบจริงจัง แต่ชวนคุยเรื่อยเปื่อยค่ะ 

เทคนิคเวลาคุยกัน เขาคุยยังไง?

น้ำ : คุยเรื่องงานปกตินี่แหละค่ะ

จับได้ยังไงพี่อี๊ดเจ้าชู้?

น้ำ : ช่วงแรกจับได้ว่ามีบ้างที่โกหก

อี๊ด : มีด้วยเหรอ ตอนไหน

น้ำ : ช่วงแรกๆ ที่คบกันใหม่ๆ โกหกว่าไม่มีคนอื่น

อี๊ด : ไม่ได้โกหกหรอก ตอนนั้นยังไม่ได้มีแฟนไง อาจจีบคนอื่นด้วย ยังไม่มีแฟนเป็นตัวเป็นตน ก็มีคุยบ้าง

ทำไมเป็นคนนี้?

อี๊ด : ไม่รู้ยังไง กลายเป็นว่าตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา มีช่วงนึงเหมือนจะไม่ได้ไปกันต่อ แต่ก็กลับมาต่อกันได้อีก อาจเป็นช่วงที่คุณลาล่า ลูลู่ แยกย้าย วงก็แยกย้ายกัน ไปไหนมาไหนคนเดียว ก็มีเขานี่แหละไปไหนมาไหนด้วยช่วงนั้น เลยเป็นความผูกพันมาเรื่อยๆ

ทำไมคนนี้ต้องเป็นแม่ของลูกเรา?

อี๊ด : ผมเป็นคนตัดสินใจไว ทำอะไรตรงๆ เลย แต่เขามีเหตุผลให้เราพูดคุยก่อนได้ 

อะไรทำให้ตัดสินใจว่าแต่งกับพี่อี๊ด?

น้ำ : เขาเป็นคนเสมอต้นเสมอปลายค่ะ เป็นยังไงก็เป็นอย่างนั้น ไม่มีอะไรสูง ไม่มีอะไรแย่ ไม่หวือหวา เสมอต้นเสมอปลาย ธรรมชาติของเขา เป็นบ้านๆ อารมณ์ดีมีบ้าง แต่ส่วนใหญ่เป็นคนซีเรียสมากกว่า เป็นคนเครียดเรื่องงาน  

ที่บ้านน้ำก็ซีเรียส เพราะเห็นเขาเป็นดารา?

น้ำ : เขากลัวโดนหลอก เขาจะจริงจังเหรอ ประมาณนั้นค่ะ ก็มีห้ามๆ ว่าเตรียมใจหน่อยนะ

อะไรทำให้ครอบครัวยอมรับพี่อี๊ดได้?

น้ำ :   ก็ความเสมอต้นเสมอปลายของเขานี่แหละ ทุกวันนี้ก็ยังเป็นเหมือนเดิม 

กลัวมั้ยถ้าคบไปจะผิดหวัง?

น้ำ : ก็กลัว แต่มีอะไรก็คุยตรงๆ มากกว่า ไม่เก็บไว้ กังวลเรื่องไหนก็คุยกับเขาเลย 

พี่อี๊ดพิสูจน์ตัวเองยังไง?

อี๊ด : ผมก็ไปหาแม่เขาเลย ผมว่าก็เป็นเรื่องปกตินะ ไปบอกว่าผมคบกับลูกสาวแม่นะครับ แม่ไม่ต้องห่วงนะ อนาคตไม่รู้ แต่ตอนนี้เป็นแบบนี้ๆ แม่ก็บอกว่าแม่ไปอยู่ด้วยได้มั้ยล่ะ (หัวเราะ) คุณแม่เขาจะละเอียดมาก 

กี่ปีแล้ว?

น้ำ : 14 ปี 

เสมอต้นเสมอปลายเหมือนเดิม?

อี๊ด : เราเรียบๆ ไม่ได้หวือหวา ผมชีวิตบ้านๆ อาจไม่ได้ซื้อของอะไรเยอะแยะ ใช้ชีวิตสบายๆ กลางๆ ไว้ 

ทะเลาะกันมั้ย?

อี๊ด : ก็มีงอนนั่นแหละ มีบางครั้งผมอาจโมโห ฟึดฟัด ก็จะขอโทษเขา อาจจะงอนง่าย ทางนี้เขาจะนิ่งๆ ให้เรางอนจนหายไปเอง ไม่มีขอโทษนะ ไม่มีหรอก

ใครหวานกว่ากัน?

อี๊ด : ก็ปกตินะ ผมก็จะเล่นๆ หยอกๆ ตามประสาแหละ ก็มีโรแมนติกบ้าง

นอกจากกุมหัวใจ เขากุมอะไรอีก?

อี๊ด : ผมให้เขาเป็นผู้จัดการให้ด้วย ติดต่องานด้วย อยากให้คนอยู่ใกล้ชิดเรานี่แหละทำงานด้วย แต่ก่อนรับละคร ไปคอนเสิร์ต บอกเขาว่าเวลาใครไปด้วยชอบเป็นห่วง ก็เลยบอกว่าพี่ไปคนเดียว เราไม่ต้องไป เขาก็เข้าใจ ตอนหลังให้เขาฝึกมาเรื่อยๆ 

ตอนแรกไม่ได้อยากทำ?

น้ำ : ใช่ค่ะ เราเป็นคนตรงๆ คุยซิกแซกไม่ค่อยเป็น เขาก็ต้องสอนเยอะอยู่ 

อี๊ด : ไม่ได้ซิกแซกโกงนะ แต่บางครั้งเราจะมีวิธีพูดยังไง มีลูกล่อลูกชนยังไง

เอาภรรยามาดูแลคิวไม่กลัวทะเลาะกันเหรอ?

น้ำ : เรื่องหึงเป็นช่วงแรกๆ ค่ะ เขามีแฟนคลับกลุ่มคนอีสานเยอะ เราเป็นคนภาคกลาง เราไม่เข้าใจวัฒนธรรมคนอีสาน เวลาแฟนคลับเจอกันเขาจะวิ่งเข้าใส่ 

อี๊ด : เขาชื่นชมนั่นแหละ

น้ำ : ถึงเนื้อถึงตัว หอมแก้ม จับนั่นจับนี่ เราเป็นคนภาคกลางเราไม่เข้าใจว่าเฮ้ย มันต้องขนาดนี้กันเหรอ

อี๊ด : มีครั้งนึงไปป่าตอง ผมไม่ได้คิดอะไร พี่น้องก็เต็มเลย เรียกอุ้มผมเข้าไปข้างใน เขาหยอกนั่นแหละ นี่ก็งง สตั้น ไม่ถึง 3-4 วิ ก็เดินออกมา เขาก็นิ่งๆ ผมก็เดินต่อ สังเกตว่าตึงแน่ๆ เกิดอะไรขึ้น เราไม่รู้เราผิดอะไร งงๆ อยู่ ก็เลยต้องมาอธิบาย เขาบอกทำไมทำแบบนี้ เราก็ห๊ะ ทำอะไร เขาบอกทำไมไม่หนี ไม่ขัดขืน (หัวเราะ) ทำไมต้องปล่อยตัวอย่างนั้น ก็บอกว่าแฟนคลับพี่เป็นแบบนี้ เราไปไหนมาไหนถ้าเราคิดไม่ดีมันอยู่ที่ตัวเรามากกว่า เราเป็นคนของประชาชน เขาก็เข้าใจ

ตอนนี้ปรับตัวได้แล้ว?

น้ำ : ใช่ค่ะ สักระยะนึงแล้วค่ะ (หัวเราะ) 

เหตุการณ์หึงศิลปินค่ะ?

น้ำ : ก็เหตุการณ์นี้แหละค่ะ

อี๊ด : หลังๆ ผมไปไหนมาไหน ถ้ามีคนมาขอถ่ายรูป เขาจะเดินหนีไปเลย ให้เต็มที่ไปเลย แต่เราก็อ้าว ทำไมไม่รอกันก่อน คนเป็นผู้จัดการต้องบอกว่าขอโทษนะคะ ต้องไปแล้วนะคะ นี่ไปแล้ว (หัวเราะ) 

แฟนคลับเยอะมากจริงๆ?

อี๊ด : เราขี้เล่นไง 

ทุกวันนี้ไม่มีเรื่องหึงหวง?

น้ำ : ไม่มี ไม่มีเลย 

อี๊ด : ตามประสาผู้ชายวอกแวกได้ แต่ไม่มีไปทำอะไรนอกลู่นอกทาง ถ้าไปงานไกลๆ มันเหนื่อย ก็บอกน้ำว่าไม่เอานะ อยากอยู่กับครอบครัวมากกว่า ไม่ได้รวยนะ งานก็อยากมี แต่อยากอยู่กับครอบครัว 

กังวลเพราะมีลูกตอนอายุเยอะ?

อี๊ด : ผมก็น่าจะ 41 

น้ำ : ก็ 37 ค่ะ 

เลยวางแผนเรื่องความมั่นคง?

อี๊ด : ก็วางแผนทั้งแม่ทั้งลูกแหละ เผื่ออะไรเกิดขึ้นไม่รู้ข้างหน้า ก็วางเอาไว้แหละ เรื่องประกันชีวิต เรื่องอะไรต่างๆ แต่เรื่องพินัยกรรมยังไม่ได้เขียนนะ วางอนาคตต่อยอดธุรกิจต่างๆ ให้เขานั่นแหละ 

น้ำห่วงเขามากในเรื่องทำงาน?

น้ำ : เขาเป็นคนซีเรียสค่ะ เครียด ช่วงทำหนังไมเกรนขึ้นหลายรอบ เข้าบ้านมาอาการร่อแร่ทุกวัน ก็ต้องบอกให้เขาผ่อนลงบ้าง บางอย่างเราไม่สามารถแก้ไขได้ทันทีก็ต้องปล่อยให้เวลามันทำงานบ้าง อย่าไปกังวล คิดแล้วคิดอีก 

เคยจินตนาการภาพในอนาคตไว้มั้ย ว่าอยากเห็นลูกเราเป็นยังไง?

อี๊ด : ผมว่าเป็นนักธุรกิจที่เราวางเอาไว้ ส่วนนึงเขาก็ต้องทำเองด้วย อยากให้มาทางค้าขายมากกว่า ที่สำคัญเรื่องภาษาสมัยนี้สำคัญมาก อยากให้เขาเก่งเรื่องภาษา อย่างภาษาจีน ก็วางแผนไว้ตั้งแต่เด็กๆ แต่รัสเซียเอาไว้ก่อน เอาภาษาจีน อังกฤษก่อน 

โตขึ้นอยากเป็นอะไร?

นาวา : นักฟุตบอลครับ เพราะนาวาเตะบอลเก่ง อยากเป็นกองหน้าครับ ชอบทีมสเปนครับ 

อยากมีน้องเพิ่มมั้ย?

นาวา : ไม่ครับ 

อี๊ด : ผมอยากมีอยู่แล้ว แต่น้ำบอกว่าเขาเหนื่อย 

น้ำ : ตอนนี้ 40 กว่าแล้วค่ะ คิดว่าพอแล้ว

ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.30-12.30 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

รัศมีแข แพ็กกระเป๋าบุกแดนปลาดิบ เชียร์ทัพนักกีฬาไทย สู้ศึกเอเชียนเกมส์ 2026

19 กันยายน 2569 เวลา 19:46 น.

Photo : รัศมีแข Rusameekae

19 กันยายน 2569 เปิดฉากแล้วอย่างเป็นทางการ สำหรับ การแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 ที่ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 19 กันยายน – 4 ตุลาคม ภายใต้แนวคิด Harmonic Heart Beat “ท่วงทำนองแห่งหัวใจ ไอจิ-นาโกย่า” โดยมีเป้าหมายส่งพลังหัวใจให้เป็นหนึ่งเดียวไปยังชาวเอเชียทุกคน

ล่าสุด ‘รัศมีแข ฟ้าเกื้อล้น’ นักแสดงและพิธีกรอารมณ์ดี ได้ออกมาโพสต์ภาพผ่านช่องทางโซเชียลส่วนตัว “@rusameekae” แพ็กกระเป๋าเดินทางไปที่ประเทศญี่ปุ่น เกาะติดถึงขอบสนามเชียร์ทัพนักกีฬาประเทศไทย ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 โดยระบุแคปชั่น “ไม่เชียร์นักกีฬาไทย จะให้เชียร์ใครหละคราบบบ #วิถีคิงคอง” และ “ไปเชียร์นักกีฬาไทยกันครับ” โดยในภาพ ‘รัศมีแข’ แต่งกายแบบจัดเต็มสวมเสื้อแจ็คเก็ต – กระเป๋าเดินทางลายธงชาติไทย อีกทั้งยังสวมหมวกที่มีคำว่า THAILAND อีกด้วย

โดยหลังจากที่ ‘รัศมีแข’ ได้ออกมาโพสต์ภาพนี้ออกไปนั้น ชาวเน็ตต่างเข้ามาคอมเมนต์ร่วมส่งกำลังใจกันอย่างคึกคักพร้อมทั้งอวยพรให้ทัพนักกีฬาทีมชาติไทยคว้าชัยชนะมาให้ได้

สำหรับเอเชียนเกมส์ 2026 มี 45 ชาติสมาชิกสภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย (โอซีเอ) ส่งนักกีฬาเข้าร่วมแข่งขันรวม 20,580 คน แบ่งเป็นนักกีฬา 11,000 คนล เจ้าหน้าที่ทีม 5,780 คน และเจ้าหน้าที่เทคนิค 3,800 คน เจ้าภาพจัดการแข่งขันรวมทั้งหมด 43 ชนิดกีฬา ชิง 469 เหรียญทอง

ทัพไทยส่งนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ เข้าร่วมการแข่งขันรวม 991 คน แบ่งเป็นนักกีฬา 694 คน (ชาย 356 คน, หญิง 338 คน) จาก 42 ชนิดกีฬา พร้อมเจ้าหน้าที่อีก 297 คน โดยมีเป้าหมายสำคัญคือทำผลงานให้ดีกว่าเอเชียนเกมส์ 2022 เมื่อ 4 ปีก่อน ซึ่ง ทัพไทย คว้าได้ 12 เหรียญทอง, 14 เหรียญเงิน และ 32 เหรียญทองแดง เอเชียนเกมส์ 2026 นักกีฬาไทย ตั้งเป้ารวมกันที่ 14 เหรียญทอง จาก 9 ชนิดกีฬา ประกอบด้วย ตะกร้อ 4 ทอง, เทคบอล 3 ทอง, คูราช 1 ทอง, ยูยิตสู 1 ทอง, เทควันโด 1 ทอง, กอล์ฟ 1 ทอง, กรีฑา 1 ทอง, เรือใบ 1 ทอง, อีสปอร์ต 1 ทอง

Troye Sivan ชวนปลดปล่อยตัวเองไปกับค่ำคืนสุดเหวี่ยงในซิงเกิลใหม่ Party

18 กันยายน 2569 เวลา 18:51 น.

Troye Sivan ซูเปอร์สตาร์ระดับโลก นักแต่งเพลง และครีเอทีฟมากความสามารถ กลับมาพร้อม “Party” ซิงเกิลใหม่ชวนเคลิบเคลิ้มไปกับความสนุก และความสุขของค่ำคืนที่ไม่อยากให้จบลง โดยเพลงนี้ถือเป็นอีกหนึ่งผลงานจากอัลบั้มชุดที่ 4 She’s the Best ซึ่งเตรียมปล่อยให้ฟังพร้อมกันในวันที่ 9 ต.ค. นี้ พรีออเดอร์อัลบั้ม She’s the Best ของ Troye Sivan ได้ที่ https://troyesivan.lnk.to/ShesTheBest

“Party” ได้แรงบันดาลใจจากช่วงสุดสัปดาห์อันแสนพิเศษ ที่ทุกคนออกไปสนุกตามที่ต่าง ๆ โดย Troye Sivan อยากเก็บความรู้สึกของค่ำคืนที่ดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ ราวกับไม่มีจุดเริ่มต้นหรือจุดสิ้นสุด รวมถึงประสบการณ์จาก bush doofs หรืองานปาร์ตี้กลางแจ้งที่เขาเคยสัมผัสเมื่อครั้งเติบโตในเมลเบิร์น และความรู้สึกของการได้ยินเพลงแดนซ์ในพื้นที่ที่เหมาะที่สุดอย่างฟลอร์เต้นรำ

“เพลงแดนซ์ให้ความรู้สึกแตกต่างออกไปมากเมื่ออยู่บนฟลอร์เต้นรำ เทียบกับตอนที่มันดังออกมาจากลำโพงแล็ปท็อปของคุณ การวนซ้ำของเพลงจะค่อย ๆ ทำให้เราเคลิบเคลิ้ม และผมอยากลองเล่นกับโครงสร้างของเพลงในลักษณะนั้น” Troye Sivan กล่าว

อีกหนึ่งไฮไลต์ของ “Party” คือการนำแซมเปิลจาก “Music” เพลงฮิตระดับไอคอนิกของ Madonna ที่ปล่อยในปี 2000 มาเป็นส่วนหนึ่งของเพลง พร้อมทีมนักแต่งเพลงมือดีทั้ง Luka Kloser, Elvira Anderfjärd, Tove Burman, Leland, Tyde Levi, Rob Feher และ Styalz Fuego โดยครั้งนี้ยังนับเป็นผลงานที่ปล่อยอย่างเป็นทางการครั้งแรกระหว่าง Troye Sivan และ Tyde Levi อีกด้วย

“เราแต่งเพลงกันในบ้านหลังเดียวกันมาตลอด เราอยู่ด้วยกันมาเกือบทั้งชีวิต และเราก็ส่งเพลงให้กันไปมาอย่างเป็นธรรมชาติเสมอ” Troye Sivan กล่าวถึงการร่วมงานครั้งนี้ ซึ่งทำให้โลกทางดนตรีที่ทั้งคู่แบ่งปันร่วมกันมาโดยตลอด ได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งในผลงานของเขาอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก

ด้านมิวสิกวิดีโอ “Party” กำกับโดย Gordon von Steiner ผู้ร่วมงานกับ Troye Sivan มาอย่างยาวนาน โดยเนรมิตงานภาพสไตล์ period piece สุดอลังการที่ถ่ายทำในปราสาทแห่งหนึ่งใน Berkeley ประเทศอังกฤษ พาผู้ชมย้อนเข้าสู่โลกแห่งความหรูหรา การเฉลิมฉลอง และการปลดปล่อยตัวเองอย่างเต็มที่ แต่ภายใต้ความตระการตานั้นยังซ่อนแนวคิดเกี่ยวกับ “ปาร์ตี้” ในฐานะพื้นที่ที่มีความหมาย โดยเฉพาะกับกลุ่ม LGBTQ+

“ตอนที่ Gordon von Steiner กับผมคุยกันถึงมิวสิกวิดีโอและเพลงนี้ เรากลับมาพูดถึงแนวคิดที่ว่า จริง ๆ แล้วการปาร์ตี้เป็นสิ่งที่ค่อนข้างศักดิ์สิทธิ์ โดยเฉพาะสำหรับคนเควียร์ ไนต์ไลฟ์มักเป็นสถานที่แรก ๆ ที่คนเควียร์ได้พบว่าตัวเองอยู่ในห้องที่ไม่ได้เป็นคนส่วนน้อย ดังนั้นมันจึงกลายเป็นพื้นที่ที่มีส่วนสำคัญต่อการก่อร่างตัวตน และเป็นพื้นที่แห่งการปลดปล่อยสำหรับพวกเราหลายคน และถ้าการปล่อยตัวเองให้สนุกอย่างเต็มที่เป็นสิ่งที่มีอยู่ในธรรมชาติของมนุษย์ ซึ่งผมเชื่อว่าเป็นแบบนั้น แน่นอนว่าผู้คนก็คงปาร์ตี้กันมาตลอด เราอยากรู้ว่าปาร์ตี้ในอดีตจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร… เพราะงั้นเราจึงย้อนเวลากลับไป แล้วจัดปาร์ตี้ขึ้นมาสักงาน”

จากแนวคิดดังกล่าว มิวสิกวิดีโอจึงจินตนาการให้การปาร์ตี้เป็นเสมือนพิธีกรรมที่ก้าวข้ามทั้งยุคสมัยและสถานที่ พร้อมเปิดเรื่องด้วยเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ของ Sir Ian McKellen ซึ่งเคยร่วมงานกับ Troye Sivan ตั้งแต่เขาอายุประมาณ 14 ปี ในโปรดักชันละครเวที Waiting for Godot ที่เมืองเพิร์ท

การกลับมาร่วมงานกับ Sir Ian McKellen ในครั้งนี้ยังมีความหมายส่วนตัวสำหรับ Troye Sivan เพราะในช่วงเวลาที่ทั้งสองทำงานด้วยกัน Troye Sivan กำลังอยู่ในช่วงก่อนที่จะเปิดเผยเรื่องรสนิยมทางเพศกับคุณแม่ การได้เห็นชายเกย์ที่เปิดเผยตัวตน ใช้ชีวิตอย่างเป็นอิสระ ภาคภูมิใจ และประสบความสำเร็จ จึงสร้างความประทับใจที่อยู่กับเขามาอย่างยาวนาน หลายปีต่อมา การชวน Sir Ian McKellen มาร่วมใช้เสียงใน “Party” จึงกลายเป็นการเชื่อมโยงระหว่างคนสองเจเนอเรชัน และสะท้อนถึงเรื่องราวของชาวเควียร์ที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของมิวสิกวิดีโอ

“Party” ตามมาหลังจาก “She’s the Best” ซิงเกิลแรกและเพลงไตเติลจากอัลบั้มชุดที่ 4 ของ Troye Sivan ซึ่งเปิดตัวพร้อมมิวสิกวิดีโอที่กำกับโดย Gordon von Steiner คนเดิม และได้ Nicole Kidman มาร่วมปรากฏตัว และสร้างกระแสฮือฮาในกลุ่มแฟนเพลงทั่วโลกกันไม่น้อย

หาก “She’s the Best” สำรวจพลังของความเป็นหญิงและผู้คนที่มีส่วนหล่อหลอมชีวิตของ Troye Sivan เพลง “Party” ก็หันไปสำรวจพื้นที่ที่ผู้คนมารวมตัวกันเพื่อปล่อยตัวเองให้หลุดไปกับช่วงเวลา และบางทีอาจค้นพบตัวตนของตัวเองไปพร้อมกัน โดยสองซิงเกิลที่ปล่อยออกมาจนถึงตอนนี้ ยังเผยให้เห็นความหลากหลายของดนตรีป๊อปที่แฟน ๆ จะได้พบในอัลบั้มชุดใหม่ ที่แฟน ๆ จะได้พิสูจน์ด้วยตัวเองในวันที่ 9 ต.ค. นี้

‘CH3 Bangkok Aerobic 2026 ชวนคนกรุงโยก เต้นแอโรบิคเพื่อสุขภาพ 26 กันยายนนี้!

18 กันยายน 2569 เวลา 19:36 น.

ช่อง 3 จัดใหญ่! ชวนชาวกรุงเทพฯ มาโยกสนั่น สุขภาพดียกเมือง ในงาน “CH3 Bangkok Aerobic 2026” งานเต้นแอโรบิคใจกลางกรุงที่จะจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ณ ลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ในวันเสาร์ที่ 26 กันยายน 2569 นี้ นำทีมโดย ตู่-ปิยวดี มาลีนนท์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ สายการตลาดและการพาณิชย์ และ อาร์ม-วิบูลย์ ลีรัตนขจร หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหาร สายธุรกิจโทรทัศน์ สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 พร้อมทัพซุปตาร์ที่จะมาร่วมสนุกและออกกำลังกายอย่างใกล้ชิดกับแฟน ๆ ไม่ว่าจะเป็น มิ้นต์ ชาลิดา, พีพี ปุญญ์ปรีดี, จีน่า ญีนา และ 2 ผู้ประกาศข่าวคนเก่ง ไก่ ภาษิต – ตูน ปรินดา จากรายการ เรื่องเด่นเย็นนี้ อีกทั้งยังมีบิ๊กเซอร์ไพรส์ขวัญใจอุนย่าอุนยาย น้อง LOLO (โลโล่) มาโชว์สเต็ปแดนซ์สุดน่ารัก มัดใจสายเฮลตี้ให้อมยิ้มกันทั้งลานคนเมือง!

ความพิเศษยังไม่หมดเพียงแค่นี้ ช่อง 3 เสิร์ฟต่อเนื่องแท็กทีมไอดอลสายสุขภาพชื่อดังระดับประเทศ เบเบ้ ธันย์ชนก มารับหน้าที่เป็นผู้นำเต้นสุดพลัง ชวนทุกคนเข้าสู่วงการเบเบ้อย่างเป็นทางการ ร่วมกับทีมนำเต้นสุดฮอตจาก Fitness First และดำเนินงานโดยพิธีกรคนเก่ง ป๊อปปี้ รัชพงศ์ นอกจากจะได้ร่วมเต้น
แอโรบิคไปพร้อมกับศิลปินดาราและเทรนเนอร์คนโปรดแล้ว ภายในงานยังมีกิจกรรมสนุก ๆ จากพันธมิตรและบูธกิจกรรมเพื่อสุขภาพให้ผู้เข้าร่วมงานได้ร่วมสนุก ลุ้นรับของรางวัลติดมือกลับบ้านอีกมากมาย

ขอเชิญชวนทุกคนมาร่วมสร้างปรากฎการณ์แอโรบิคครั้งใหญ่ ใจกลางเมือง พร้อมโยกสนั่น สุขภาพดียกเมือง ในงาน “CH3 Bangkok Aerobic 2026” งานนี้เข้าร่วมฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย แค่คว้าชุดแล้วสวมรองเท้ามาร่วมเต้นไปกับเรา ในวันเสาร์ที่ 26 กันยายนนี้ ประตูเปิดเวลา 15.00 น. และมาร่วมกิจกรรมแอโรบิคพร้อมกัน เวลา 18.00 น. ณ ลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ห้ามพลาดเด็ดขาด!

คืนร็อกโคตรเดือด!! ขุนพลเพลงร่วมสร้างตำนาน Rock Never Die บิ๊กโปรเจ็กต์ ‘CONCERT FOR GUITARKING LAM MORRISON 2026’

18 กันยายน 2569 เวลา 19:07 น.

ขุนพลเพลงดังระเบิดฟอร์มสดโชว์พลังร็อกพลังรักแบบสุดจัดในงาน CONCERT FOR GUITARKING LAM MORRISON 2026 @ ร้านเยอรมันตะวันแดง รามอินทรา ไปเป็นที่เรียบร้อยเมื่อค่ำคืนวันที่ 16 กันยายนที่ผ่านมา

นับเป็นบิ๊กโปรเจ็กต์แห่งปี กับวาระคนร็อกรวมพลังแบบไร้เทียบเชิญ ร่วมสร้างปรากฏการณ์ รวมพลังศิลปินร็อกระดับประเทศพร้อมระเบิดฟอร์มสดส่งพลังรักพลังศรัทธาให้ปรมาจารย์ตำนานร็อก “แหลม มอริสัน” เจ้าของฉายา กีต้าร์คิงส์ ออฟ ไทยแลนด์ ในวัย 82 ปี นำทัพโดย โอฬาร พรหมใจ, แอ๊ด คาราบาว, โป่ง หิน เหล็ก ไฟ, เสก โลโซ ร่วมด้วยศิลปินร็อกรุ่นเก๋า กิตติ กีตาร์ปืน, ช.อ้น ณ บางช้าง, เต๋า Sweat Rock, โรเบิร์ต แบรนด์, เอกมันต์ โพธิพันธุ์ทอง, แป๋ง VIP, หมู คาไลโดสโคป, อ.ปราชญ์ OVD ฯลฯ  โดยมี นก-บริพันธ์ ชัยภูมิ ผู้จัดการส่วนตัว “แหลม มอริสัน” พร้อม แนท-ณัฐชา นวลแจ่ม ลูกสาวสุดรักป๋าแหลม ให้การดูแลอย่างใกล้ชิดด้วยความรู้สึกซาบซึ้งใจ

เพิ่มดีกรีร็อกเดือดๆ ด้วยศิลปินยุค 80-90s อาทิ ปู Back Head, ออดี้, ดูโอ เมย์, ติ๊ก ชิโร่, เวสป้าสเตอร์, วิด ไฮเปอร์, ปราโมทย์ วิเลปะนะ, บ๊อบ Lava วง โจนาทาน, Morrison band pattaya ฯลฯ และ Gen Z สายร็อค น้อง PETCH เพชร PettyRock (วิมลวรรณ สายสาทิส) มือกีตาร์ระดับอินเตอร์  รับหน้าที่พิธีกรส่งต่อช่วงโชว์และการประมูลด้วย 3 สหายพิธีกร “บี๋ สวิช – จิ้ม ชวนชื่น – นก บริพันธ์”

ยิ่งดึกยิ่งคึกกับไฮไลท์เด็ดเมื่อศิลปินครูใหญ่ “แอ๊ด คาราบาว” ประเดิมโชว์เพลงใหม่ “เนเน่นายแน่มาก” ที่แต่งขึ้นและเชิญชวนศิลปินทุกรุ่นร่วมร้องเพื่อส่งกำลังใจให้ไอคอนร็อกเมทัล “เนเน่  รอยัล” สาวน้อยมือกีตาร์อัจฉริยะที่มาปลุกกระแสเพลงร็อกให้กึกก้องระดับโลก พร้อมเปิดประมูลเสื้อลิมิเต็ด OLD SCHOOL FOR NENE ได้ราคาสูงถึงตัวละ 140,000 บาท แถมมีมาดาม “ลินจง โอภากุล” หวานใจ “น้าแอ๊ด” ขึ้นเวทีร่วมสมทบทุนอีก 1 แสนบาท ส่งให้ราคาเสื้อมีมูลค่าสูงถึงตัวละ 240,000 บาท

 ธารน้ำใจหลั่งไหลกันต่อ เมื่อคุณเสถียร เสถียรธรรมะ CEO โรงเบียร์เยอรมันฯ มอบเงินจากการจำหน่ายบัตร และร่วมสมทบเป็นตัวเลขกลมๆ 1 ล้านบาท ซึ่งโอกาสนี้ “นก บริพันธ์”  ผู้จัดการส่วนตัว “ป๋าแหลม” ซาวด์เสียงพี่น้องศิลปินที่ร่วมจัดงาน มีมติเป็นเอกฉันท์ ขอยกกีต้าร์ตัวโปรดของ “แหลม มอริสัน” พร้อมลายเซ็นต์ มอบให้ CEO “เสถียร” แทนคำขอบคุณ

นับเป็นค่ำคืนที่ต่อยอดความรัก ความสุขให้กับปรมาจารย์ตำนานร็อก “แหลม มอริสัน” ครอบครัวชาวร็อก และแฟนเพลงกับโปรเจ็กต์รักที่ยิ่งใหญ่แห่งปี หนึ่งในหัวเรือใหญ่ของงาน “แอ๊ด คาราบาว” เป็นตัวแทนกล่าวว่า “พี่แหลม มอริสัน เป็นครูและเป็นต้นแบบแรงบันดาลใจให้กับมือกีตาร์และนักดนตรีรุ่นหลัง การจัดคอนเสิร์ตครั้งนี้เกิดจากความตั้งใจของกลุ่มเพื่อนพี่น้องนักดนตรีที่ต้องการส่งกำลังใจ และรวบรวมรายได้ทั้งหมดโดยไม่หักค่าใช้จ่ายเพื่อนำไปช่วยเหลือเรื่องค่ารักษาพยาบาลและการดูแลสุขภาพของพี่แหลม ไฮไลต์สำคัญคือแนวคิดในการสร้างอนุสรณ์สถานรูปปั้น แหลม มอริสัน บริเวณถนนคนเดิน (Walking Street) เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี เพื่อบันทึกประวัติศาสตร์การเป็นมือกีตาร์ระดับตำนานผู้สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย ซึ่งควรสร้างอนุสรณ์สถานในขณะที่ศิลปินยังมีชีวิตอยู่ ถือเป็นการมอบเกียรติยศสูงสุดและเปิดโอกาสให้ศิลปินได้ร่วมรับรู้ถึงความรักและคุณค่าผลงาน และภายในงานมีอีกหนึ่งโปรเจ็กต์คือโปรเจ็กต์ศิลปินรุ่นใหญ่ร่วมส่งกำลังใจ น้องเนเน่ รอยัล กับบทเพลง “เนเน่นายแน่มาก” พร้อมชมมิวสิควีดิโอ 2 เวอร์ชั่นด้วยกัน”

ด้าน “แนท ณัฐชา” บุตรสาวป๋าแหลม เผยความรู้สึกที่คลอไปด้วยน้ำตาว่า “แนทรู้สึกอิ่มเอมใจ และขอขอบคุณพี่ๆ ศิลปินทุกคนแทนคุณพ่อ สัมผัสได้ถึงความรัก ความเอื้ออาทร และความอบอุ่นเสมือนเป็นครอบครัวเดียวกันที่ตั้งใจมารวมพลังเพื่อคุณพ่อในครั้งนี้ ขอบคุณค่ะ”

ขณะที่ “แหลม มอริสัน” ได้เผยถึงความรู้สึกปลื้มใจเป็นที่สุด ที่ได้เห็นพี่น้องเพื่อนฝูงในวงการดนตรีมารวมตัวกันด้วยใจ กล่าวคำขอบคุณทุกคน Love you all พร้อมส่งสัญลักษณ์มือ Sign of the Horns

อยุธยาหวานเจี๊ยบ! “ก้อย” หยอด “พิธา” พี่วินหล่อจัง จาเป็นลม!!!

18 กันยายน 2569 เวลา 21:58 น.

หวานมดขึ้นอยุธยา! “ก้อย” หยอด “พิธา” พี่วินหล่อจังจาเป็นลม ด้านทิมตอบกลับสุดพีค ทำคนโสดตายเรียบ

ทำเอาเมืองเก่าอยุธยากลายเป็นชมพูหวานเจี๊ยบไปเลยทีเดียว สำหรับคู่ของสาวสุดแซ่บ ก้อย อรัชพร และ ทิม พิธา ที่ล่าสุดควงคู่จัดทริปเที่ยวอยุธยา เติมความหวานแบบจัดเต็มทั้งนั่งซ้อนท้ายขี่มอเตอร์ไซค์รับลม แถมยังปั่นจักรยานชมเมืองสุดชิลล์ งานนี้หนุ่มทิมดูแลดีระดับสิบ ทั้งสวมและถอดหมวกกันน็อคให้ด้วยความใส่ใจ ดูแลดี๊ดีจนแฟนๆ นึกว่าอยู่ในซีรีส์เกาหลี

Screenshot 2026-09-18 214544

แต่ที่ทำเอาแฟนคลับฟินจนหมอนขาด คือเมื่อ สาวก้อย โพสต์รูปทริปสุดหวานลงอินสตาแกรม พร้อมแคปชั่นชวนเบาหวานขึ้นตาว่า “พี่วินหล่อจัง จาเป็นลม เห้อ” งานนี้ฝ่ายชายก็ไม่ปล่อยให้ต้องคอยนาน เข้ามาคอมเมนต์ตอบกลับทันทีแบบไม่กั๊กความหวานว่า “รับผู้โดยสารคนนี้ คนเดียวค่า”

Screenshot 2026-09-18 214550

บอกเลยว่างานนี้แฟนๆ แห่เข้ามาคอมเมนต์กดไลก์กันกระจาย ฟินแทบขิตกับความน่ารักของทั้งคู่ เล่นเอาคนโสดนั่งไม่ติด ร้องกรี๊ดกันระงมทั้งโซเชียลเลยทีเดียว

Screenshot 2026-09-18 214527
Screenshot 2026-09-18 214520
Screenshot 2026-09-18 214527

ก้อย อรัชพร, ข่าวบันเทิง, ทิม พิธา

Fortunekeiths ส่ง ‘ปลายฝัน’ เพลงรักที่พูดถึงความสัมพันธ์ที่ไปไม่ถึงปลายทาง

18 กันยายน 2569 เวลา 18:14 น.

หลังจากพาแฟนเพลงทำความรู้จักกับเรื่องราวและตัวตนผ่านผลงานที่ผ่านมา Fortunekeiths (ฟอร์จูนคีธส์)  ศิลปินและนักแต่งเพลงแนว Indie Pop ผสานกลิ่นอาย Dream Pop จาก BOXX MUSIC กลับมาพร้อม Single ที่ 3 “ปลายฝัน” เพลงที่ถ่ายทอดความรู้สึกของคนที่ต้องเผชิญหน้ากับจุดสิ้นสุดของความสัมพันธ์ เมื่อความฝันที่เคยวาดเอาไว้ด้วยกันไม่สามารถเกิดขึ้นจริงได้อีกต่อไป

ในซิงเกิลนี้ Fortunekeiths ยังคงเขียนเนื้อร้องและทำนองด้วยตัวเองเช่นเคย กลิ่นอาย Dream Pop ที่มีความล่องลอย แต่ยังคงซ่อนความเจ็บปวดเอาไว้ในรายละเอียดของเพลง โดยได้ OU PLANTPOT มารับหน้าที่ Arrange และร่วม Producer พร้อมด้วยทีมดนตรีและทีม Vocal Director ที่ช่วยเติมรายละเอียดทางอารมณ์ให้เพลงสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

Fortunekeiths เล่าถึงแรงบันดาลใจในการแต่งเพลงว่า “จุดเริ่มต้นมาจากคำว่า “ปลายฝัน” ซึ่งถูกนำมาใช้เป็นชื่อเพลงก่อน จากนั้นจึงค่อยนำคำว่า “ปลาย” และ “ฝัน” มาขยายความหมายต่อว่า หากสถานที่ที่เราเคยจินตนาการว่าจะได้ไปถึงพร้อมกับใครสักคน กลับกลายเป็นสถานที่ที่เราต้องมายืนอยู่เพียงลำพัง จะรู้สึกอย่างไร” สำหรับฟอร์จูน ภาพนั้นสะท้อนถึงจุดสิ้นสุดของความรักที่ครั้งหนึ่งเราเคยอยากมีความฝันร่วมกัน อยากมีบ้านหลังเล็ก ๆ และมีดอกไม้ผลิบานอยู่เต็มหัวใจ เป็นภาพชีวิตที่เคยจินตนาการว่าจะได้สร้างไปด้วยกัน แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นเพียงความฝันที่ไม่เกิดขึ้นจริง

“สุดทางรักเธอกับฉัน จบตรงนี้ที่ปลายฝัน”

นอกจากตัวเพลงแล้ว Music Video เพลงนี้  Fortunekeiths ยังคงแสดงเองเช่นเคย ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านภาพของหญิงสาวที่จินตนาการถึงคนรักและความสุขที่เคยวาดฝันไว้ร่วมกัน ผ่านภาพชายหนุ่มเรืองแสงที่ปรากฏขึ้นราวกับเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำ ทั้งสองวิ่งเล่นและใช้เวลาร่วมกัน ก่อนที่ภาพเหล่านั้นจะค่อย ๆ จางลง และเลือนหายไป เหลือเพียงเธอที่ต้องเผชิญกับความจริง

เพลงนี้จึงไม่ใช่เพียงเพลงรักที่พูดถึงการจากลา แต่เป็นเรื่องราวของความฝันที่เคยมีร่วมกัน และการยอมรับว่าสุดท้ายแล้ว บางความสัมพันธ์อาจพาเราเดินทางไปได้เพียงแค่ “ปลายฝัน…”

ฟังเพลง “ปลายฝัน” จาก “Fortunekeiths” ได้ทุกช่องทาง Streaming และติดตามความเคลื่อนไหวของ “Fortunekeiths” ผ่าน Social Media ของ Boxx Music และของ Fortunekeiths

สามารถชม MV ปลายฝัน – Fortunekeiths

ได้ที่ Link MV : https://www.youtube.com/watch?v=Rr0jFBIMEFs

ติดตามผลงานของ “Fortunekeiths” ได้ที่ :

‘ไข่เจียว’ ใส่อะไรก็ไม่เศร้าเท่าใส่น้ำตา ‘Bad Baboon’ เสิร์ฟเมนูสามัญประจำบ้าน

18 กันยายน 2569 เวลา 18:06 น.

“ตอกเสร็จแล้วก็ไป แตกหมดเลยหัวจายยยย”ใครเข้าใจความรู้สึกแบบนี้ แสดงว่าเป็นคนมีหัวใจและรักใครเป็น!แต่ถึงจะเข้าใจและรับมือพอไหว ก็ยังไม่เข้าใจว่าพวกเธอ ๆ จะมาหลอกตอก (หัวใจ) เราทำม้ายยย4 ลิงหัวโจก Bad Baboon เปิดครัวพร้อมเสิร์ฟเมนูซิกเนเจอร์ใหม่กับ “ไข่เจียว” ซิงเกิลล่าสุดที่ขอพาความสัมพันธ์พัง ๆ มาคลุกเคล้า ตีให้ฟู แล้วเจียวซ้ำให้คนอกหักได้จานใหม่ไปกินให้หนำใจแต่ถ้าถามว่าเพลงนี้เกิดขึ้นมาได้ยังไง… คำตอบอาจไม่ได้ลึกซึ้ง ปรัชญา เปรียบเปรย หรือดราม่าอย่างที่คิด เพราะมันเริ่มมาจากแค่ “ความหิว”

เรื่องมันเริ่มจากพี่โดม (มือกลอง) หิวข้าวระหว่างนั่งทำเพลงกับพี่ ๆ เลยคิดว่าจะไปทำไข่เจียวกิน แต่ระหว่างที่เข้าครัวไปตีไข่อยู่นั้นมันก็เกิดเสียง “แก่ก ๆ ๆ” ขึ้นมา จนพี่อ๊อบ The Ginkz กับพี่แป๊ป Sweet Mullet เกิดเอะใจ ก่อนที่พี่กบจะโยนประโยคเด็ดออกมาว่า“คนใดที่ถูกเจียว คนเดียวที่ถูกใจดิวะ”เท่านั้นแหละจากไข่เจียวหนึ่งจาน กลายเป็นเพลงหนึ่งเพลงแบบงง ๆ และมันก็ถูกรังสรรค์ขึ้นไวพอ ๆ กับการตีไข่ลงกระทะเลย!

สำหรับเพลง “ไข่เจียว” ตัววงตั้งใจเล่าเรื่องแบบตรงไปตรงมา ตามเนื้อเพลงที่พูดถึงความรักและความเจ็บของคนที่เป็นฝ่ายถูกทิ้ง เอาเรื่องราวใกล้ตัวที่ทุกคนคุ้นเคยมาปรุงใหม่ในสไตล์ของวง พร้อมซาวด์ที่พวกเขานิยามเอาไว้ว่า “เป็นเพลงป๊อป (บอยแบนด์) ที่สุดของ Bad Baboon”

เรียกได้ว่าใครที่คุ้นกับ Bad Baboon ในเพลงก่อน ๆ งานนี้อาจจะจูนกันนิด แต่ก็ไม่ยากเกินไป จูนติดตบหมดแน่นอน! เพราะเพลงนี้ถือเป็นอีกหนึ่งเพลงที่วงรู้สึกว่า ใหม่มากในทุกทาง ตั้งแต่ซาวด์ที่เปลี่ยนไป ไปจนถึงการทำงานที่มีความเร็วในแบบไม่ทันตั้งตัว เพราะทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วเหมือนทำไข่เจียว

พิเศษใส่ไข่ 2 ฟองขึ้นไปอีกกับเพลงนี้ที่ Bad Baboon ยังยกครัวไปเปิดในมิวสิกวิดีโอ พร้อมชวนหนุ่มหน้าคุ้นอดีตมือกลองวงซักซี้ดดดด อย่าง เอิธ ธวัช หรือ เอิธ ซักซี้ด มารับบทพระเอกเอ็มวี เปิดร้านไข่เจียวพร้อมเสิร์ฟเมนูพิเศษอย่าง “ไข่เจียวคลุกน้ำตา”ไม่ต้องเติมน้ำปลา เพราะแค่น้ำตาก็เค็มพอแล้ว… เตรียมตอกไข่ใส่กระทะ แล้วไปชิมเมนูใหม่จาก Bad Baboon กับ “ไข่เจียว” ได้แล้ววันนี้ ที่ Youtube : VOM Records และ Bad Baboon

#BadBaboon #ไข่เจียว

#VomRecords

ติดตามข่าวสารและผลงานได้ที่

Facebook : VOM Records, Bad Baboon

Instagram : vom.records, badbaboon.official

YouTube : Vom Records, Bad Baboon

เพราะจนต้องกดวน ‘บอย Peacemaker’ ถ่ายทอดความรู้สึกผ่าน ‘จนกว่าฟ้าจะมีเวลา…’

18 กันยายน 2569 เวลา 18:04 น.

เรียกว่าแค่เสียงแรกดังขึ้นก็ทำเอาคนฟังใจบางกันเลยทีเดียว สำหรับ “บอย Peacemaker” ที่ล่าสุดส่งเพลง “จนกว่าฟ้าจะมีเวลา…” ออกมาให้แฟนเพลงได้ฟังกัน งานนี้เจ้าตัวยังคงโชว์เสน่ห์ของน้ำเสียงอบอุ่น ละมุนหู และการถ่ายทอดอารมณ์ที่เป็นเอกลักษณ์ จนทำให้เพลงเต็มไปด้วยความรู้สึกตั้งแต่ต้นจนจบ

 โดยเฉพาะน้ำเสียงนุ่มลึกของ “บอย” ที่ยังคงเป็นลายเซ็นสำคัญ ไม่ว่าจะผ่านไปกี่เพลงก็สามารถพาคนฟังอินตามได้เสมอ ยิ่งมาเจอกับเมโลดี้และเรื่องราวของ “จนกว่าฟ้าจะมีเวลา…” ก็ยิ่งลงตัว กลายเป็นอีกหนึ่งเพลงที่ฟังเพลิน ฟังซ้ำได้เรื่อยๆ และน่าจะเข้าไปอยู่ในเพลย์ลิสต์ของใครหลายคนได้ไม่ยาก ใครที่คิดถึงเสียงร้องละมุนๆ ของ “บอย Peacemaker” หรือกำลังมองหาเพลงเพราะๆ ไว้เปิดฟังในช่วงเวลาสบายๆ ตามไปฟัง “จนกว่าฟ้าจะมีเวลา…” กันได้แล้ววันนี้ทาง YouTube : Boy Peacemaker

#boypeacemaker #จนกว่าฟ้าจะมีเวลา