คุณมัมทวงบัลลังก์! พลอย เฌอมาลย์ เสิร์ฟลุคผิวแทนสุดเซ็กซี่

คุณมัมทวงบัลลังก์! พลอย เฌอมาลย์ เสิร์ฟลุคผิวแทนสุดเซ็กซี่

คุณมัมทวงบัลลังก์! พลอย เฌอมาลย์ เสิร์ฟลุคผิวแทนสุดเซ็กซี่

วันพุธ ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.45 น.

6 พฤษภาคม 2569 ทำเอาโซเชียลแทบลุกเป็นไฟ เมื่อดาราสาวตัวแม่อย่าง “พลอย เฌอมาลย์” ปล่อยภาพเซ็ตล่าสุดจากทริปเที่ยวทะเลสุดชิลที่แหลมปะการัง งานนี้เรียกเสียงฮือฮาจากแฟนๆ ได้ถล่มทลาย ด้วยลุคสุดแซ่บที่ทั้งสวยทั้งมั่นใจจนยากจะละสายตา

โดยทริปนี้ พลอยมาในลุคเซ็กซี่ขี้เล่น สวมชุดว่ายน้ำวันพีซโชว์หุ่นเป๊ะทุกสัดส่วน พร้อมเผยผิวแทนสวยฉ่ำ เพิ่มดีกรีความฮอตแบบเต็มพิกัด ท่ามกลางบรรยากาศทะเล พร้อมแคปชั่นว่า “พลอยแทนแทน กลับมาแย้วนาาาาพี่บ่าววววว”

ทำเอาบรรดาแฟนคลับและเพื่อนในวงการต่างพากันเข้ามาคอมเมนต์ชื่นชมอย่างล้นหลาม หลายเสียงยกให้ลุคนี้คือการทวงบัลลังก์ตัวแม่สายแซ่บได้อย่างสมศักดิ์ศรี

เรียกได้ว่าไม่ว่าจะปรากฏตัวในลุคไหน พลอย เฌอมาลย์ ก็ยังคงรักษามาตรฐานความสวยและความมั่นใจไว้ได้อย่างไร้ที่ติ โดยเฉพาะลุคผิวแทนกับชุดว่ายน้ำ ยิ่งขับเสน่ห์ให้โดดเด่นขึ้นอีกหลายเท่า ตอกย้ำตำแหน่งแฟชั่นไอคอนตัวจริงของวงการบันเทิงไทย

ส่องอาฟเตอร์ปาร์ตี้สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ลิซ่า BLACKPINK กระทบไหล่เซเลบระดับโลก

ส่องอาฟเตอร์ปาร์ตี้สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ลิซ่า BLACKPINK กระทบไหล่เซเลบระดับโลก

ส่องอาฟเตอร์ปาร์ตี้สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ลิซ่า BLACKPINK กระทบไหล่เซเลบระดับโลก

วันพุธ ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 12.09 น.

เป็นจุดสนใจไปทั่วโลกสำหรับงาน Met Gala 2026 ที่เพิ่งผ่านพ้นไป แต่ความร้อนแรงยังไม่จบเพียงแค่นั้น เมื่อมีการเผยภาพบรรยากาศสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากงานปาร์ตี้หลังงาน (After Party)

ในปีนี้ ลิซ่า (LISA) หรือ ลลิษา มโนบาล ไม่ได้มาร่วมงานในฐานะแขกรับเชิญธรรมดา แต่เธอยังมีบทบาทสำคัญในฐานะหนึ่งใน Host Committee ของงานนี้ด้วย โดยเธอปรากฏตัวในลุคสุดปังที่สะท้อนถึงสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ ภายใต้การดูแลของสังกัด LLOUD Co. งานอาฟเตอร์ปาร์ตี้นี้จัดขึ้นโดย Adam Baidawi บรรณาธิการบริหารระดับโลกของ GQ ซึ่งนอกจากลิซ่าแล้วยังมีเหล่าคนดังและนายแบบ-นางแบบระดับอินเตอร์มาร่วมเป็นเจ้าภาพและร่วมงานมากมาย อาทิ Chase Infiniti ,Damson Idris,Paul Anthony Kelly,Samuel Hineภายในงานยังมีศิลปินรุ่นน้อง K-Pop อย่าง “คาริน่า และ หนิงหนิง” จากวง aespa เดินทางมาร่วมสร้างสีสันในปาร์ตี้ครั้งนี้ด้วยตอกย้ำอิทธิพลของศิลปินไทยและเกาหลีบนเวทีแฟชั่นระดับโลกได้อย่างชัดเจนภาพบรรยากาศที่ถูกปล่อยออกมาแสดงให้เห็นถึงความเป็นกันเองและการรวมตัวของกลุ่มคนผู้ทรงอิทธิพลในอุตสาหกรรมแฟชั่นและบันเทิงระดับโลกสมกับเป็นค่ำคืนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของวงการแฟชั่นจริงๆ

สวยไม่สร่าง จีน่า จิดาภา ในวัย 54 ปี อวดหุ่นแซ่บสยบกาลเวลาเป๊ะทุกองศา

สวยไม่สร่าง จีน่า จิดาภา ในวัย 54 ปี อวดหุ่นแซ่บสยบกาลเวลาเป๊ะทุกองศา

สวยไม่สร่าง จีน่า จิดาภา ในวัย 54 ปี อวดหุ่นแซ่บสยบกาลเวลาเป๊ะทุกองศา

วันพุธ ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 11.58 น.

ขยี้ตารัวๆ เมื่อ “จีน่า-จิดาภา ณ ลำเลียง” อดีตรองนางสาวไทยอันดับ 1 ปี 2535 ออกมาโพสต์คลิปอวดหุ่นสุดเป๊ะผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว “ginaforever” แม้ปัจจุบันเจ้าตัวจะมีอายุเข้าสู่วัย 54 ปี แล้วก็ตามในคลิปล่าสุด จีน่าปรากฏตัวในชุดบิกินี่หลากหลายสีสัน ทั้งสีเขียวพาสเทลและสีเหลืองสดใส  และสีดำสุดเซ็กซี่ เผยให้เห็นรูปร่างที่ยังคงความฟิตแอนด์เฟิร์ม มีกล้ามหน้าท้องชัดเจน (Six-pack) และผิวพรรณที่ยังดูเปล่งปลั่ง จนแทบไม่อยากเชื่อว่านี่คือหุ่นของคุณแม่ลูกหนึ่งในวัยเลข 5หลังจากโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป บรรดาแฟนคลับและชาวโซเชียลต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นชื่นชมในวินัยการดูแลตัวเองของเธออย่างล้นหลาม โดยส่วนใหญ่ยกให้เธอเป็นไอดอลในเรื่องการรักษาสุขภาพและรูปร่าง หุ่นดีกว่าคนวัย 20 บางคนอีก,กาลเวลาทำอะไรไม่ได้จริงๆ สวยไม่สร่างเลย,ที่สุดของความเป๊ะ วินัยต้องดีมากแน่ๆการออกมาอวดความแซ่บในครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การโชว์รูปร่าง แต่ยังเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้หญิงหลายคนหันมาใส่ใจดูแลตัวเอง ไม่ว่าจะอยู่ในวัยไหนก็ตาม สมดีกรีเจ้าของตำแหน่งรองนางสาวไทยผู้โด่งดังในอดีตจริงๆ

ดราม่าสนั่น นางแบบอินเดียโดนทัวร์ลงหนักหลังใส่ กางเกงยีนส์ เดินพรมแดง Met Gala

ดราม่าสนั่น นางแบบอินเดียโดนทัวร์ลงหนักหลังใส่ กางเกงยีนส์ เดินพรมแดง Met Gala

ดราม่าสนั่น นางแบบอินเดียโดนทัวร์ลงหนักหลังใส่ กางเกงยีนส์ เดินพรมแดง Met Gala

วันพุธ ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 11.34 น.

เป็นประเด็นร้อนแรงทำเอาสะเทือนประเทศอินเดีย สำหรับ Bhavitha Mandava นางแบบสาวชาวอินเดีย หลังปรากฏตัวบนพรมแดงงานแฟชั่นระดับโลกอย่าง Met Gala ในชุดที่ทำเอาหลายคนถึงกับอึ้ง โดยเธอเลือกสวมเสื้อซีทรูแขนยาวสีครีมคู่กับ “กางเกงยีนส์” ซึ่งขัดกับภาพลักษณ์ความหรูหราที่ผู้คนคาดหวังจากงานนี้อย่างสิ้นเชิงแม้จะถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก แต่นางแบบสาวระบุว่าลุคนี้มีที่มาที่ไป ไม่ใช่การเลือกใส่แบบสุ่มสี่สุ่มห้า

เพราะแรงบันดาลใจจากจุดเริ่มต้น เส้นทาง “แจ้งเกิด” ของเธอเป็นลุคที่เธอสวมใส่ขณะขึ้นรถไฟใต้ดินในนิวยอร์ก โดยตอนนั้นมีคนถ่ายภาพเธอไปลงจนกลายเป็นไวรัลทั่วโลกออนไลน์อย่างไรก็ตาม คำอธิบายดังกล่าวดูเหมือนจะฟังไม่ขึ้นสำหรับชาวเน็ตหลายคน โดยเฉพาะชาวอินเดียที่มองว่าการกระทำนี้ส่งผลต่อภาพลักษณ์ของประเทศมีการวิจารณ์อย่างรุนแรงว่าเป็นการทำให้ประเทศเสียชื่อเสียง เหมือนเอาอินเดียไปให้โลกต่อว่าหลายความเห็นมองว่าระดับนางแบบเบอร์ต้นๆ ของประเทศและงานระดับ Met Gala ควรจะแต่งกายให้ดูดีและให้เกียรติงานมากกว่านี้ ด้านชาวเน็ตไทยบางส่วนถึงกับคอมเมนต์แซวว่า ลุคนี้ให้ความรู้สึกเหมือนไปเดินเล่นที่ ตลาดนัด มากกว่าจะมาเดินพรมแดงงานแฟชั่นระดับโลก แม้แฟชั่นจะเป็นเรื่องของความมั่นใจและสตอรี่ส่วนตัว แต่สำหรับงานระดับโลกที่มีสายตาคนทั้งโลกจับจ้อง การเลือกชุดที่ “ฉีกกฎ” มากเกินไปก็อาจนำมาซึ่งดราม่าที่คาดไม่ถึงได้เช่นกัน

ซึ่งล่าสุดนางแบบสาว Bhavitha Mandava  ได้ออกมาโพสต์ข้อความในสตอรี่ไอจีอธิบายลุคของเธอว่า ชุดนี้คือผลงานระดับ Haute Couture ที่รังสรรค์ขึ้นจาก ผ้าไหมเนื้อละเอียดพิเศษ (ultra-fine silk) ซึ่งถูกออกแบบทางวิศวกรรมให้เลียนแบบผิวสัมผัสและลักษณะของผ้าที่เราสวมใส่ในชีวิตประจำวันได้อย่างแนบเนียนใช้ เทคนิค Trompe l’oeil หรือเทคนิคการ “ลวงตา” ซึ่งกลายเป็นเอกลักษณ์สำคัญของ Chanel  เป็นการหยิบเอาความธรรมดาอย่างกางเกงยีนส์มาตีความใหม่ผ่านงานฝีมือชั้นสูงลุคนี้สะท้อนถึงรายละเอียดที่ปรากฏในคอลเลกชัน Spring/Summer Haute Couture ของทางแบรนด์นี่ไม่ใช่แค่การสวมกางเกงยีนส์ไปงานแฟชั่นระดับโลก แต่คือการโชว์นวัตกรรมของสิ่งทอในรูปแบบ “Couture Denim” ที่มีน้ำหนักเบาและหรูหราที่สุดลุคหนึ่งในงาน Met Gala ปีนี้

ดีไซเนอร์ดังเดือด แฉยับทีมงาน จีซู BLACKPINK ยืมชุดไม่คืน

ดีไซเนอร์ดังเดือด แฉยับทีมงาน จีซู BLACKPINK ยืมชุดไม่คืน

ดีไซเนอร์ดังเดือด แฉยับทีมงาน จีซู BLACKPINK ยืมชุดไม่คืน

วันพุธ ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 11.03 น.

กลายเป็นประเด็นดราม่าสนั่นวงการแฟชั่น เมื่อ Benjamin Voortmans ดีไซเนอร์เจ้าของแบรนด์ Judassime ได้ออกมาโพสต์ผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว ทวงถามถึงเสื้อผ้าและเครื่องประดับที่ทางทีมงานของศิลปินสาวชื่อดัง จีซู (Jisoo) วง BLACKPINK ยืมไปใช้งานแต่ยังไม่มีการส่งคืนจนถึงปัจจุบัน โดยทาง เบนจามิน’เล่าว่า

จุดเริ่มต้นเมื่อประมาณ6เดือนที่แล้วทางแบรนด์ได้ส่งสินค้าหลายชิ้นไปยังประเทศเกาหลีใต้ เพื่อให้จีซูและทีมงานใช้เตรียมถ่ายปกอัลบั้มการถ่ายทำถูกเลื่อนออกไปเรื่อยๆ โดยไม่มีกำหนดที่ชัดเจน ซึ่งทางดีไซเนอร์ยินยอมให้เลื่อนได้ แต่ขอให้ระบุวันส่งคืนสินค้าที่แน่นอน เนื่องจากโดยปกติทางแบรนด์จะให้ยืมเพียง 1-2 สัปดาห์ต่อเดือนเท่านั้นแม้เวลาจะผ่านไปนาน แต่สินค้าทั้งหมดก็ยังไม่ถูกส่งกลับคืนมา และเมื่อพยายามติดต่อขอคืนกลับไม่มีใครตอบกลับ

นอกจากนี้ เบนจามิน ระบุว่าเครื่องประดับ 3 ชิ้นจากคอลเลกชันล่าสุดที่ส่งไปนั้นมีความสำคัญและมีราคาสูง การไม่ได้คืนทำให้เขาเสียโอกาสทางการงานไปมากมายทางดีไซเนอร์ระบุเพิ่มเติมว่า ขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนดำเนินการตามกฎหมาย ทั้งการส่งใบแจ้งหนี้ หลักฐาน และสัญญาต่างๆ ไปยังทีมงานของจีซู แต่ทางฝั่งทีมงานยังคงเงียบสนิท ทำให้เขาต้องตัดสินใจโพสต์แท็กชื่อจีซูและทีมงานโดยตรง เพราะรู้สึกเบื่อหน่ายกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

ซึ่ง เบนจามิน ได้แจ้งว่าปัญหาทั้งหมดอยู่ที่ตัวทีมงานไม่ใช่จากตัวศิลปิน จีซู แต่ดูเหมือนจะสร้างความไม่พอใจกับเหล่าแฟนคลับเป็นอย่างมาก ทำเอาเหล่าแฟนคลับเดือดและล่าสุดดูจะทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อดีไซเนอร์ ‘เบนจามิน’ได้เปิดเผยข้อความหลังไมค์ (DM) ที่เขาได้รับหลังจากออกมาเรียกร้องสิทธิ์ จากภาพหลักฐานล่าสุดในไฟล์ ดีไซเนอร์ได้โพสต์ภาพหน้าจอแชทอินสตาแกรมที่มีผู้ใช้งานรายหนึ่งส่งข้อความมาด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคายและเหยียดเพศโดยผู้ส่งใช้ถ้อยคำรุนแรงและกล่าวหาว่าเขากำลังหมิ่นประมาทชื่อเสียงของจีซู พร้อมสั่งให้เขาลบโพสต์ทวงของออกไปซึ่ง‘เบนจามิน’ได้พิมพ์ข้อความตอบกลับในสตอรี่ว่า “LETS CALM DOWN MAYBE?” (ใจเย็นลงหน่อยดีไหม?) เพื่อเป็นการปรามพฤติกรรมที่รุนแรงดังกล่าว

นับถอยหลังต้อนรับ Julia Morley สู่ประเทศไทย บนเวที Miss World Thailand 2026 รอบตัดสิน

นับถอยหลังต้อนรับ Julia Morley สู่ประเทศไทย บนเวที Miss World Thailand 2026 รอบตัดสิน

นับถอยหลังต้อนรับ Julia Morley สู่ประเทศไทย บนเวที Miss World Thailand 2026 รอบตัดสิน

วันพุธ ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 10.33 น.

นับถอยหลังสู่ค่ำคืนสำคัญของวงการนางงามไทย กับการประกวด Miss World Thailand 2026 รอบ Final Competition ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 10 พฤษภาคม 2569 ณ MCC HALL เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน เวทีระดับประเทศที่พร้อมรองรับปรากฏการณ์ครั้งสำคัญ ทั้งในมิติของความงาม แรงบันดาลใจ และการก้าวสู่เวทีโลก

อีกหนึ่งไฮไลต์ที่สร้างความสนใจในระดับนานาชาติ คือการเดินทางมาประเทศไทยของ  จูเลีย มอร์ลีย์ (Julia Morley) ประธานและซีอีโอองค์กรมิสเวิลด์ ที่จะมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของค่ำคืนแห่งการตัดสิน ณ MCC HALL เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน อย่างใกล้ชิด สะท้อนความสำคัญของเวที Miss World Thailand ในสายตาระดับโลก

การจัดการประกวดในครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนจากเดอะมอลล์ กรุ๊ป ในการใช้พื้นที่ MCC HALL เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ และ งามวงศ์วาน เป็นสถานที่จัดกิจกรรมสำคัญ ทั้งในรอบ World Charity Fashion Show และรอบตัดสิน Final Competition ตอกย้ำศักยภาพของ MCC HALL ในการเป็นสถานที่จัดงานระดับชาติ ที่สามารถรองรับอีเวนต์ขนาดใหญ่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

คุณวรลักษณ์ ตุลาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า “เดอะมอลล์ กรุ๊ป เชื่อว่า Miss World Thailand เป็นเวทีสำคัญที่สะท้อนศักยภาพของผู้หญิงไทยสู่เวทีโลก ความร่วมมือในครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการสนับสนุนการประกวด แต่คือการร่วมกันสร้าง ‘ประสบการณ์ระดับโลก’ ให้กับผู้ชม การที่ MCC HALL เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน ได้รับเลือกเป็นสถานที่จัดรอบ Final สะท้อนถึงความพร้อมของสถานที่ในการรองรับงานระดับประเทศและระดับนานาชาติ โดยได้รับการรับรองมาตรฐาน Thailand MICE Venue Standards ซึ่งยืนยันถึงศักยภาพทั้งด้านโครงสร้าง เทคโนโลยี และการบริการในระดับสากล”

ก่อนจะถึงค่ำคืนตัดสิน เวที Miss World Thailand 2026 ยังได้ถ่ายทอดหัวใจสำคัญของการประกวดผ่านกิจกรรม World Charity Fashion Show by THE MALL GROUP ซึ่งจัดขึ้น ณ MCC HALL เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ โดยร่วมกับ TPN Global และพันธมิตร      

 โดยคุณวรลักษณ์ กล่าวถึงกิจกรรมดังกล่าวว่า “World Charity Fashion Show by THE MALL GROUP ไม่ได้เป็นเพียงแฟชั่นโชว์บนรันเวย์ แต่คือ “เวทีแห่งการให้” ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าประกวดได้ใช้ความงาม พลัง และบทบาทของตนเอง ในการร่วมระดมทุนเพื่อช่วยเหลือสังคม และส่งต่อโอกาสให้กับผู้คนที่ต้องการความช่วยเหลือ สอดคล้องกับหัวใจของเวที Miss World ภายใต้แนวคิด Beauty With a Purpose ได้อย่างชัดเจน การนำแฟชั่นผ้าไทยและพลังของผู้หญิงมารวมกันบนเวทีเดียว ไม่เพียงสร้างความงดงามบนรันเวย์ แต่ยังช่วยส่งต่อคุณค่าของ ‘การให้’ และสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนเห็นว่าความงามสามารถเป็นพลังที่ช่วยขับเคลื่อนสังคมไปข้างหน้าได้อย่างแท้จริง”

ค่ำคืน Final Competition ในปีนี้ จึงไม่ใช่เพียงการเฟ้นหาตัวแทนประเทศไทย แต่เป็นช่วงเวลาที่ทุกสายตาจะจับจ้อง เพื่อร่วมเป็นสักขีพยานของการก้าวสู่เวทีระดับโลกของผู้หญิงไทย

พร้อมกันนี้ ยังเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ของ MCC HALL เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน  ในฐานะเวทีแห่งโอกาส ที่เชื่อมโยงความงาม ไลฟ์สไตล์ และแรงบันดาลใจในระดับสากลเข้าไว้ด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบร่วมส่งแรงใจเชียร์สาวงามผู้เข้าประกวด และร่วมต้อนรับ จูเลีย มอร์ลีย์ (Julia Morley) ได้ในวันที่ 10 พฤษภาคม 2569 ณ MCC HALL เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน

โซเชียลระเบิด นางงามเขมรโผล่เคลมแรง เจนนี่ แบล็กพิงก์ ก๊อบปี้ชุดในไป Met Gala 2026

โซเชียลระเบิด นางงามเขมรโผล่เคลมแรง เจนนี่ แบล็กพิงก์ ก๊อบปี้ชุดในไป Met Gala 2026

โซเชียลระเบิด นางงามเขมรโผล่เคลมแรง เจนนี่ แบล็กพิงก์ ก๊อบปี้ชุดในไป Met Gala 2026

วันพุธ ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 10.09 น.

6 พฤษภาคม 2569 ผ่านพ้นกันไปแล้วสำหรับ Met Gala 2026 ที่จัดขึ้นที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโพลิทัน ซึ่งเดรสโค้ดสุดท้าทายของปีนี้ อย่าง Fashion Is Art ที่ให้แขกผู้ร่วมงานต่างตีความโจทย์นี้ผ่านชุดที่เปรียบเสมือนงานประติมากรรมและภาพวาดที่เคลื่อนไหวได้ ซึ่งมีศิลปิน ดารา เซเลบคนดังตบเท้าเข้าร่วมงานนี้เป็นจำนวนมาก

หนึ่งในนั้นแขกคนสำคัญที่เรียกได้ว่าเป็นโมเมนต์ประวัติศาสตร์คือการปรากฎตัวของ เจนนี่ คิม หรือ เจนนี่ แบล็กพิงก์ ที่เธอพิสูจน์ให้เห็นว่า “น้อยแต่มาก” มีอยู่จริง ในชุดเดรสเกาะอกสีเงินเมทัลลิกที่เลเยอร์ด้วยผ้าลักษณะคล้ายเกล็ดปลาสะท้อนแสงไฟวิบวับ ลุคนี้ดูโมเดิร์นและโฉบเฉี่ยวมาก เข้ากับเมคอัพโทนธรรมชาติที่เน้นงานผิวสะอาดตาและความชิคสไตล์ It Girl ระดับโลก

ซึ่งลุคที่เธอปรากฏตัวได้สร้างความฮือฮาไปทั่วโลกเมื่อลุคและเมคอัพของเธอที่ไม่เคยมีใครเห็นบ่อย แต่ก็ไม่วายมีดรามาเมื่อ นางงามสาวชาวกัมพูชา “Sreypii Phorn” ได้แคปเจอร์ภาพของสาวเจนนี่ในลุค Met Gala 2026 ไปเทียบกับตัวเอง พร้อมข้อความว่า “เจนนี่ก๊อบปี้สไตล์ชุดของ jenpii ใส่ไปงาน Met Gala” 

ซึ่งหลังจากที่เรื่องราวนี้ได้ถูกเผยแพร่ออกไปนั้นเหล่าบลิ๊งค์ทั่วโลก รวมถึงแฟนคลับของเจนนี่ แสดงความไม่พอใจเป็นอย่างมากในโลกออนไลน์ 

ท้าวหิรัญพนาสูร อสูรคู่พระบารมี ร.6

ท้าวหิรัญพนาสูร อสูรคู่พระบารมี ร.6

ท้าวหิรัญพนาสูร อสูรคู่พระบารมี ร.6

วันพุธ ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ทุกวันนี้ ที่ศาล “ท้าวหิรัญพนาสูร” หรือ “ฮู” ภายในเขตพระราชวังพญาไท เป็นสถานที่ที่มีคนไปกราบไหว้ขอพรกันเป็นจำนวนมาก  ทำไมจึงมีศาลของท่านอยู่ในเขตพระราชวังพญาไท มาไล่เลียงเรื่องราวของท่านกัน ดังนี้

เรื่องราวของ “ท้าวหิรัญพนาสูร” เริ่มต้นขึ้นเมื่อจะสมเด็จเจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามมกุฎราชกุมาร  เสด็จฯ ประพาสมณฑลพายัพ ในปี พ.ศ. 2449 ซึ่งยุคนั้นยังเดินทางด้วยม้าจากปลายทางรถไฟเข้าป่าไป  บรรดาข้าราชสำนักมีหน้าที่ตามเสด็จฯ ต่างพากันหวาดกลัวภัยอันตราย เพราะเส้นทางการเดินทางเต็มไปด้วยป่าเขากันดาร มีสัตว์ป่าดุร้าย พระองค์จึงมีพระราชดำรัสกับบรรดาข้าราชสำนักว่า

“…ธรรมดาเจ้าใหญ่ นายโตจะเสด็จแห่งใดก็ดี คงจะมีทั้งเทวดาและปีศาจฤาอสูรเปนสัมมาทิษฐิ คอยติดตามป้องกันภยันตราย…”      ในคืนนั้นเอง มีผู้ติดตามท่านหนึ่งฝันเห็นชายรูปร่างกำยำใหญ่โต เข้ามาบอกว่าตนเป็นอสูรชาวป่า มีชื่อว่า “หิรันย์” จะขอติดตามเสด็จรัชกาลที่ 6 และดูแลปกปักรักษามิให้อันตรายใดๆ มากล้ำกราย เมื่อตื่นจากฝัน ผู้ติดตามจึงทูลเรื่องนี้แก่พระองค์ท่าน

เมื่อรัชกาลที่ 6 ทรงได้ยินเช่นนั้น จึงมีรับสั่งให้จัดธูปเทียนเครื่องสังเวยเซ่นบูชาในบริเวณป่าที่ประทับ และเมื่อถึงเวลาเสวยค่ำในทุกวัน ได้ทรงแบ่งพระกระยาหารของพระองค์เป็นเครื่องเซ่นพระราชทานแด่อสูรนั้นเสมอเมื่อเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติเป็น พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามใหม่ว่า “ท้าวหิรัญพนาสูร” (หากสะกดตามลายพระราชหัตถเลขา เขียนเป็น “ท้าวหิรันยพนาสูร”)

นอกจากนี้ ยังทรงโปรดเกล้าฯ ให้หล่อรูปท้าวหิรัญพนาสูร พร้อมเครื่องประดับยศแบบไทยโบราณ จำนวน 4 องค์ แต่ละองค์มีความสูง 20 เซนติเมตร ประดิษฐานตามสถานที่ต่างๆ ได้แก่ ห้องพระบรรทม, รถยนต์พระที่นั่ง, กรมมหาดเล็กหลวง และบ้านพระยาอนิรุทธเทวาต่อมา พ.ศ.2465 โปรดเกล้าฯ ให้หล่อรูปท้าวหิรัญพนาสูรขนาดใหญ่ด้วยทองสัมฤทธิ์ขึ้นมาอีก 1 องค์ ถือไม้เท้าประดับยศ และมีพระราชพิธีบวงสรวงเพื่ออัญเชิญเข้าสิงสถิตภายในศาล ซึ่งตั้งอยู่ใน “พระราชวังพญาไท” เป็นที่รู้จักกันในฐานะเทพารักษ์ผู้ปกปักรักษาพระราชวังพญาไทสืบมาจนถึงปัจจุบัน
อีกตำนานหนึ่งเล่าว่า ครั้งยังทรงเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ได้ทรงพระสุบินนิมิตถึง ระหว่างเสด็จพระราชดำเนินประพาสมณฑลพายัพ เมื่อ พ.ศ. 2448-2449 โดยทรงเห็น (ในฝัน) เป็นชายรูปร่างสูงใหญ่ และนามว่า “หิรันย์”

ในพระสุบิน หิรันย์เข้ามากราบบังคมทูลว่า จะขอถวายความจงรักภักดี อาสาเป็นมหาดเล็ก เพื่อคุ้มครองไม่ให้มีภยันตรายใด ๆ เกิดแก่พระองค์ ให้ได้รับความปลอดภัยตลอดการประพาสคราวนั้นเมื่อทรงตื่นจากพระบรรทม ทรงเล่าพระสุบินแก่ พระยาอนุศาสน์จิตรกร (ขณะนั้นยังเป็น ‘หลวงบุรีนวราษฐ์’) พระยาอนุศาสน์จิตรกรจึงร่างภาพตามที่ตรัส และนำแบบร่างนั้นมาหล่อเป็นองค์ท้าวหิรัญพนาสูรขนาดเล็กในการเดินทางคราวนั้น ปรากฏว่าทั้งรัชกาลที่ 6 และข้าราชบริพารที่ตามเสด็จครั้งนั้นไม่มีใครเจ็บไข้ได้ป่วย หรือประสบเหตุอันตรายใด ๆ เลย จึงเป็นที่เลื่องลือว่า ที่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ มีอสูรเป็นเทพบริวารคอยรับใช้เห็นจะจริงดังนิมิต

แม้จะผ่านไปหลายปี แต่เรื่องราวและความเชื่อเกี่ยวกับท้าวหิรัญพนาสูรไม่เคยเสื่อมคลายไปจากพระราชหฤทัยของรัชกาลที่ 6 เลย  ในภายหลังได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเทวรูปท้าวหิรัญพนาสูรขนาดใหญ่ ตั้งไว้ที่พระราชวังพญาไท ประหนึ่งเป็นศาลพระภูมิประจำวัง โดยให้พระยาอุทรธุรศิลป์ (ม.ล.ช่วง กุญชร) เจ้ากรมบัญชาการ กรมศิลปากร เป็นผู้กองจัดสร้าง ได้เสวกตรี พระเทพรจนา (สิน ปฏิมาประกร) เป็นผู้ปั้นต้นแบบ นายมาริโอ แกลเลตตี (Mr. Mario Galetti) วิศวกรชาวอิตาเลียน เป็นผู้คุมการหล่อแบบ  และได้ “นายตาบ พรพยัคฆ์” เป็นหุ่นและรูปหน้าต้นแบบของท้าวหิรัญพนาสูร

งบประมาณการสร้างในครั้งนั้น เป็นเงินทั้งสิ้น 2,216 บาท 25 สตางค์ โดยมีการสร้างศาลสำหรับประดิษฐานประติมากรรม ณ พระราชวังพญาไท บริเวณริมคลองสามเสน โดยรัชกาลที่ 6 เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเจิมรูปท้าวหิรัญพนาสูรด้วยพระองค์เอง ในวันจันทร์ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2466
“นายตาบ” ผู้เป็นแบบของการหล่อรูปท้าวหิรัญพนาสูรนั้น เกิดเมื่อวันศุกร์ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2428 เป็นบุตรนายทัดกับนางพริ้ม มีทวดคือหลวงรามณรงค์ (พร) ปู่คือหลวงฤทธิสงคราม (เสือ)

นายตาบเป็นคนรูปร่างสูงใหญ่และมีกำลังวังชาแข็งแรงมาก เมื่ออายุได้ 18 ปี พระพี่เลี้ยงของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ (รัชกาลที่ 6) จึงพาเข้าเฝ้าเพื่อถวายตัวเป็นมหาดเล็ก       
หลังจากเป็นต้นแบบการสร้างท้าวหิรัญพนาสูร นายตาบก็ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น “ขุนหิรัญปราสาท” เพื่อให้มีราชทินนามสัมพันธ์กับ “ท้าวหิรัญพนาสูร” นั่นเอง

ครั้งหนึ่ง ขุนหิรัญปราสาทได้กราบบังคมทูลพระกรุณา ขอพระราชทาน “นามสกุล” จากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ตามธรรมเนียมนิยมของเหล่าขุนนางข้าราชการยุคนั้น
รัชกาลที่ 6 จึงมีรับสั่งถามถึงโคตรเหง้าเหล่ากอของขุนหิรัญปราสาท ว่าเป็นใคร มาจากไหน ทำให้ทรงทราบว่า นายตาบเป็นหลานของพระฤทธิสงคราม (เสือ) แม่ทัพหน้าในสงครามปราบ “กบฏเงี้ยว” (พ.ศ. 2445-2447) ในแผ่นดินรัชกาลที่ 5

รัชกาลที่ 6 รับสั่งว่า “ไอ้ตาบมันเป็นลูกหลานของแม่ทัพหน้าซึ่งเป็นเสือเก่า ตัวมันเองก็มีรูปร่างสูงใหญ่ น้ำใจก็กล้าหาญอดทน ต้องตั้งนามสกุลของมันให้สมกับที่ปู่ย่าตาทวดเป็นเสือที่ประเสริฐมาแต่เดิม”

นามสกุลที่พระราชทานแก่นายตาบครั้งนั้น คือ “พรพยัคฆ์”มีเรื่องเล่าเป็นเกร็ดเล็กๆ ว่า ในหลวงรัชกาลที่ 6 ไม่ทรงโปรดการไว้หนวด ทรงให้มหาดเล็กทุกคนโกนหนวดให้เกลี้ยงเกลา  มีแต่ขุนหิรัญปราสาทกลับเป็นคนเดียวที่ได้รับการยกเว้น ดังที่ทรงรับสั่งว่า“หนวดของไอ้ตาบมันสวยดี”

ขุนหิรัญปราสาทจึงภูมิใจในหนวดของตนมากและไว้หนวดตลอดอายุขัย  จนถึงแก่กรรมด้วยโรคชรา เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2507 ในวัย 79 ปีในบทสัมภาษณ์ของ ขุนตำรวจเอก พระมหาเทพกษัตรสมุห (เนื่อง สาคริก) อดีตข้าราชบริพารในรัชกาลที่ 6 ซึ่งอยู่ใน หนังสืออนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพ หลวงอายุธประดิษฐ์ (ศุข อามระดิษ) ได้กล่าวถึง “อภินิหาร” ของท้าวหิรัญพนาสูร หรือ “ฮู” เมื่อคราวเหตุการณ์กบฏ ร.ศ. 130 ว่า

“พ.ศ. 2454 (ร.ศ. 130) คือขณะที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ ประทับอยู่ที่นครปฐม ทางกรุงเทพฯ ได้เกิดมีการจับกุมพวกที่คิดกบฏขึ้น พอรุ่งขึ้นอีกวันหนึ่ง กรมหลวงพิษณุโลกประชานารถ เสนาธิการทหารบกก็รีบเสด็จขึ้นรถไฟไปเข้าเฝ้าที่นครปฐม กราบบังคมทูลเหตุการณ์ที่ได้ทำการจับกุมพวกกบฏเรียบร้อยแล้วให้ทรงทราบ
พระองค์มีพระราชดำรัสกับกรมหลวงพิษณุโลกประชานารถว่า “เมื่อคืนนี้ฉันก็ฝันไปว่า ท้าวหิรันย ฮู มาบอกว่าได้มีกบฏกันขึ้นในกรุงเทพฯ และบอกด้วยว่า เหตุการณ์เรียบร้อยแล้วไม่ต้องตกพระราชหฤทัย”

 พระมหาเทพกษัตรสมุหกล่าวว่า ‘เรื่องนี้พระองค์ท่านเอง ในตอนแรกก็ไม่ทรงเชื่อพระสุบิน แต่ที่ไหนได้พอรุ่งขึ้นทูลกระหม่อมเล็ก (กรมหลวงพิษณุโลกประชานารถ) ก็เสด็จขึ้นมาเฝ้ากราบทูลเรื่องนี้จริง ๆ”หนังสือเล่มเดียวกันนี้ยังเล่าด้วยว่า ตลอดพระชนมชีพของรัชกาลที่ 6 ตั้งแต่ท้าวหิรัญฯ มาถวายตัวรับใช้พระองค์นั้น“บางครั้ง เมื่อเสด็จประทับอยู่ในหัวเมือง มีผู้อ้างว่าได้แลเห็นคนรูปร่างล่ำสันใหญ่โตนั่งบ้างยืนบ้างอยู่ใกล้ ๆ กับที่ประทับ  การเห็นนี้ไม่ใช่เพียงคนเดียวเท่านั้น แต่ได้เห็นพร้อม ๆ กันหลายคนก็มี และการเชื่อถือหิรันยอสูรนี้ไม่ใช่มีเฉพาะแต่ข้าราชบริพารตามเสด็จเท่านั้น ถึงแม้แต่ข้าราชการฝ่ายเทศาภิบาล (ข้าราชการต่างจังหวัด) ก็นิยมนับถือด้วย”ใครที่เลื่อมใสศรัทธาในองค์ท้าวหิรัญพนาสูร  สามารถไปสักการะได้ที่ศาล ในเขตรอยต่อระหว่างพระราชวังพญาไท กับโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าได้ทุกวัน

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

พระราชวังพญาไท

พระราชวังพญาไท

ท้าวหิรัญพนาสูร

ท้าวหิรัญพนาสูร

ท้าวหิรัญพนาสูรองค์เล็กสมัย ร.6

ท้าวหิรัญพนาสูรองค์เล็กสมัย ร.6

ท้าวหิรัญพนาสูรหน้ารถพระที่นั่ง

ท้าวหิรัญพนาสูรหน้ารถพระที่นั่ง

นายตาบ พรพยัคฆ์

นายตาบ พรพยัคฆ์

ภาพถ่ายศาลท้าวหิรัญพนาสูรเดิม

ภาพถ่ายศาลท้าวหิรัญพนาสูรเดิม

งามสง่ามาก! ศรีริต้า ใส่ชุดไทย ยกครอบครัวทำบุญในวันเกิดสามี

งามสง่ามาก! ศรีริต้า ใส่ชุดไทย ยกครอบครัวทำบุญในวันเกิดสามี

งามสง่ามาก! ศรีริต้า ใส่ชุดไทย ยกครอบครัวทำบุญในวันเกิดสามี

วันอังคาร ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 20.48 น.

5 พฤษภาคม 2569 เรียกเสียงชื่นชมจากแฟนๆ ได้อย่างล้นหลาม เมื่อคุณแม่ลูกสองคนสวย “ศรีริต้า เจนเซ่น ณรงค์เดช” ออกมาโพสต์คลิปวิดีโอผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว ในลุคสุดสง่างามสวม ชุดไทยศิวาลัยสีแดง ขณะเดินทางไปทำบุญ เนื่องในวันคล้ายวันเกิดของสามีสุดที่รัก “กรณ์ ณรงค์เดช”

โดยในคลิปดังกล่าว ศรีริต้ามาในลุคเรียบร้อยแต่หรูหรา สะท้อนความเป็นกุลสตรีไทยได้อย่างลงตัว ท่ามกลางบรรยากาศอิ่มบุญและอบอุ่นของครอบครัว ซึ่งสร้างความประทับใจให้กับผู้ติดตามเป็นจำนวนมาก

นอกจากนี้ เจ้าตัวยังได้เขียนข้อความอวยพรสุดซึ้งถึงสามี ระบุว่า “สุขสันต์วันเกิดนะคะ คนดี @kornnarongdej ไม่มีอะไรจะให้มากกว่าคำอวยพร ขออำนาจของคุณพระศรีรัตนไตร สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย เเละเทวดาฟ้าดิน ให้ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นดังใจหวัง รักที่สุด และตลอดไป”

หลังจากโพสต์ถูกเผยแพร่ออกไป บรรดาแฟนคลับและเพื่อนในวงการต่างเข้ามาร่วมอวยพรวันเกิดให้กับกรณ์กันอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งชื่นชมความสวยสง่าของศรีริต้าในชุดไทย และความน่ารักของครอบครัวที่ดูอบอุ่น

ภาพจาก : @kornnarongdej ,@sriritajensen

Bangkok City สร้างตำนานแล้วที่ปากน้ำโพ ปรากฏการณ์ Soft Power ไทยฟีเวอร์จาก KT Kratae

Bangkok City สร้างตำนานแล้วที่ปากน้ำโพ ปรากฏการณ์ Soft Power ไทยฟีเวอร์จาก KT Kratae

Bangkok City สร้างตำนานแล้วที่ปากน้ำโพ ปรากฏการณ์ Soft Power ไทยฟีเวอร์จาก KT Kratae

วันอังคาร ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 16.33 น.

ปรากฏการณ์ไวรัลระดับโลก Soft Power ไทยจาก “Bangkok City” โดย “(KT Kratae) กระแต อาร์สยาม”  ทำเอาชาวปากน้ำโพ เมืองเอกแห่งนครสวรรค์คึกคักกันไปทั้งคืน หลังรวมพลคนโซเชียลที่ร่วมกันผลักดันและภูมิใจในความเป็นไทยมาเต้น มาจอย  มาทำคอนเทนต์ใส่ผ้าไทยให้โลกเห็น ส่งต่อเสน่ห์ของความเป็นไทย สร้างปรากฏการณ์ชุดไทยฟีเวอร์กันแบบสุดๆ ในคอนเสิร์ต KT Kratae ที่จัดหนักจัดเต็มโดย Hangover@นครสวรรค์ ปิดจบเทศกาลสงกรานต์แบบไทยๆ ไปอย่างสวยงาม

โดยบรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยหนุ่ม-สาวสไบเฉียงที่เตรียมพร้อมมารับชมโชว์แบบฟูลออฟชั่นที่ทางร้านได้จัดเตรียมไว้ให้ และทางค่ายขนเพลงมาแบบเต็มสูบ โดยเฉพาะ “Bangkok City” เพลงแนว Feel-Good Dancehall/Latin-Pop ที่มีกลิ่นอายไทย ส่งตรงมาลงที่แลนด์มาร์คแห่งปากน้ำโพ โชว์แรงที่แฮงค์โอเวอร์@นครสวรรค์  ปลุกกระแสแฟชั่นห่มสไบใส่กางเกงยีนส์สุดเท่ห์ เทรนด์ฮิตล่าสุดทั้งคนไทยและชาวต่างชาติร่วมสนุกเต้นสะบัด ตามสาวกระแต, กระต่าย, กฤษ บุญยะเลี้ยง, โตชิ-จิรทิปต์ ปันธิ  และลูกทีมแบบเต็มวงอีกกว่า 30 ชีวิต พร้อมเมดเลย์เพลงดัง แดนซ์กันแบบนัน-สต็อป สร้างความสุขสุดประทับใจให้กับชาวนครสวรรค์โดยเฉพาะ

งานนี้ HangOver @นครสวรรค์ คืนกำไรลูกค้าโดยเฉพาะกับเอ็กคลูซีฟในเอ็กคลูซีฟ ด้วยการใกล้ชิดศิลปินแบบตัวต่อตัว เสมือนคอนเสิร์ตกลางบ้านที่ศิลปินมาโชว์กันทั้งครอบครัว ด้วยนโยบายของผู้บริหาร “พีช-สุพิชญา ไพฑูลย์” กรรมการผจก (ตลาดเพชรพิชญาและบจก.เพชรวดีก่อสร้าง) มีความตั้งใจอย่างมุ่งมั่นว่าใครที่มาใช้บริการที่ร้านแล้วต้องรู้สึกสบาย เป็นกันเอง เพราะมีบรรยากาศดีที่เตรียมไว้ให้ลูกค้ามาแล้วประทับใจ โดยในครั้งนี้ยังเนรมิตเวทีใหม่ ใหญ่เกือบเท่าตัวร้านขึ้นมาภายในพริบตาเดียว และตั้งใจชวนสาว “กระแต” และชาวคณะมาเซอร์ไพร้ส์ชาวนครสวรรค์โดยเฉพาะ และอยากผลักดันวัฒนธรรมไทยให้คนรุ่นใหม่หันมาภาคภูมิใจและยกระดับเพลงไทยสู่สากลไปพร้อมๆ กันที่ HangOver @นครสวรรค์ ที่เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 19.00 – 23.00 น.

เตรียมพร้อมกับความสนุกสุดเซอร์ไพร้ส์ในครั้งต่อไปได้อย่างสม่ำเสมอที่ HangOver @นครสวรรค์ เพียงแค่ติดตามเพจไว้ให้ดี โดยสามารถติดตามดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

เพจ  https://www.facebook.com/hangovernakhonsawan/

#KTKRATAE #BangkokCity

#HangOver #HangOverNakhonsawan

#แลนด์มาร์คแห่งปากน้ำโพโชว์แรงที่แฮงค์โอเวอร์นครสวรรค์