‘เจี๊ยบ พิจิตตรา’ สวยละมุนระดับนางเอกซีรีส์เกาหลี

‘เจี๊ยบ พิจิตตรา’ สวยละมุนระดับนางเอกซีรีส์เกาหลี

‘เจี๊ยบ พิจิตตรา’ สวยละมุนระดับนางเอกซีรีส์เกาหลี

วันพฤหัสบดี ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ความละมุนอบอุ่นระดับ “นางเอกซีรีส์เกาหลี” ต้องยกให้ “เจี๊ยบ พิจิตตรา” ที่ล่าสุดทำโซเชียลใจฟู เมื่อภาพลุคเรียบหรูดูแพงของเธอถูกแชร์ไปทั่วจนแฟน ๆ พากันคอมเมนต์ว่า “ที่เกาหลีมีซนเยจิน ที่ไทยมี เจี๊ยบ พิจิตตรา” เปรียบเทียบความงามละไมในฟีลเดียวกันอย่างน่ารัก

ด้วยเสน่ห์ความอ่อนโยนและบุคลิกอบอุ่นที่เป็นเอกลักษณ์ ทำให้ “เจี๊ยบ พิจิตตรา” กลายเป็นภาพจำของความสวยแบบ Soft Power ของผู้หญิงไทย สง่างาม เรียบง่าย แต่ทรงพลัง และยิ่งเมื่ออยู่ต่อหน้าเลนส์ กล้องทุกตัวก็เหมือนหยุดนิ่งเพื่อเก็บทุกความละมุนไว้ในเฟรมเดียว

ย้อนอ่านจดหมาย’เป๊ก เศรณี’ เขียนเหตุผลทำไมถึงรัก’เพลง’

ย้อนอ่านจดหมาย'เป๊ก เศรณี' เขียนเหตุผลทำไมถึงรัก'เพลง'

ย้อนอ่านจดหมาย’เป๊ก เศรณี’ เขียนเหตุผลทำไมถึงรัก’เพลง’

วันพุธ ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 15.59 น.

12 พฤศจิกายน 2568 เรียกว่าเป็นข่าวช็อกวงการบันเทิง เมื่อ “เพลง ชนม์ทิดา อัศวเหม” ลูกสาวคนสวยของ “ตู่ นันทิดา แก้วบัวสาย” ออกมาเปิดใจยอมรับว่าได้เลิกรากับ อดีตแฟนหนุ่มนักธุรกิจหนุ่มหล่อ “เป๊ก เศรณี ชาญวีรกูล” หลังจากคบหาดูใจกันยาวนานกว่า 7 ปี และเคยมีโมเมนต์ขอแต่งงานสุดโรแมนติกเมื่อปลายปี 2567

และเมื่อย้อนกลับไปในรายการ 3 แซ่บ ตอนหนึ่งที่ทั้งคู่เคยมาร่วมรายการด้วยกัน พิธีกร หนุ่ม กรรชัย และ แอฟ ทักษอร ได้ถามคำถามว่า “ทำไมถึงรักเพลง?”

ซึ่ง เป๊ก เศรณี ได้ตอบคำถามนั้นผ่าน ข้อความลายมือของตัวเอง โดยระบุว่า “ที่จริงและแล้ว เพลงสำหรับเป๊กคือทุกๆ สิ่ง เป๊กเรียกมันว่าความรัก ไม่ว่าจะเป็นนิสัยส่วนตัว การดูแลเอาใจใส่ เป็นพลังบวกตลอดเวลาเกือบ 7 ปีที่เราคบกันมา ทำให้รู้ว่าเวลาที่มีเพลงอยู่มันดีขึ้นจริงๆ เรียบง่ายและสบาย ขอบคุณที่ดูแลกันมา และสัญญาว่าจะดูแลกันตลอดไป รัก”

เก็บตกมิสยูนิเวิร์ส 2025 ทำกิจกรรมเก็บตัวเรียนรู้ศิลปะการต่อสู้มวยไทย จ.ภูเก็ต

เก็บตกมิสยูนิเวิร์ส 2025 ทำกิจกรรมเก็บตัวเรียนรู้ศิลปะการต่อสู้มวยไทย จ.ภูเก็ต

เก็บตกมิสยูนิเวิร์ส 2025 ทำกิจกรรมเก็บตัวเรียนรู้ศิลปะการต่อสู้มวยไทย จ.ภูเก็ต

วันพุธ ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 14.01 น.

เก็บตัวกันเป็นวันที่ 5 แล้วสำหรับ 120 สาวงามมิสยูนิเวิร์ส 2025 ที่มาเยือนประเทศไทยทั้งที ถ้าไม่ชิมอาหารไทย หรือได้ชมศิลปะแม่ไม้มวยไทยของแท้ ถือว่ายังมาไม่ถึงประเทศไทย ในฐานะที่เป็นประเทศเจ้าภาพจัดการประกวด มิสยูนิเวิร์ส 2025 พาสาวงามผู้เข้าประกวดลุย ไทเกอร์ มวยไทย ศูนย์เรียนรู้ศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสาน และมวยไทย ที่โด่งดังระดับนานาชาติที่ ที่ตั้งอยู่กลางเมืองภูเก็ต…

มาถึงคณะไม่รอช้า ผู้บริหารนำทัพเยี่ยมชมค่ายมวยขนาดใหญ่ แนะนำครูมวย ชมสู่การแสดงไหว้ครู การแสดงมวยโบราณ การแสดงเตะเป้า วาดลวดลายมวยไทยให้ผู้เข้าประกวดได้ชมแบบชัดๆทั้งภาพตรงหน้า และเสียงปลายนวมกระทบเป้าซ้อมเสียงดังสนั่น  สร้างความตื่นตาตื่นใจให้ผู้เข้าประกวด จากนั้นครูสอนพื้นฐานมวยไทยให้กับเหล่าสาวงาม งานนี้พอได้สวมนวม ความฮึกเหิมก็เกิด นางงามตามฮุคซ้าย ฮุคขวา รัวทั้งหมัด ศอก เข่า เตะ ไม่ยั้ง กันเลยทีเดียวช่วงบ่ายไปลุยกันต่อที่ หนุมานเวิลด์ ภูเก็ต (Hanuman Word Phuket) เสิร์ฟความท้าทาย และความมันส์ด้วยซิปไลน์ที่มีมากถึง 32 ฐาน ตื่นเต้นกับการเดินบน Skywalk สูงถึง 40 เมตรจากพื้นดิน ชมวิวภูเก็ต เก็บเกี่ยวโมเมนท์ ความสนุกนี้อย่างเต็มที่ ปิดท้ายค่ำคืนด้วยการแสดงชุดมหัศจรรย์ที่นำเสนอศิลปะและวัฒนธรรมไทยที่ สยามนิรมิต ซึ่งบอกได้คำเดียวว่า Amazing Thailand จริงๆ โดยต่อจากนี้ทั้ง 120 สาวงามมีแพลนมุ่งสู่พัทยาเพื่อทำกิจกรรมเก็บตัวต่อ…

‘มุนกายอง’เสิร์ฟโมเมนต์ฟินเกินต้าน ประเดิมแฟนมีตติ้งครั้งแรกในไทย อบอุ่นทุกวินาที สมการรอคอยแฟน ๆ

'มุนกายอง'เสิร์ฟโมเมนต์ฟินเกินต้าน ประเดิมแฟนมีตติ้งครั้งแรกในไทย อบอุ่นทุกวินาที สมการรอคอยแฟน ๆ

‘มุนกายอง’เสิร์ฟโมเมนต์ฟินเกินต้าน ประเดิมแฟนมีตติ้งครั้งแรกในไทย อบอุ่นทุกวินาที สมการรอคอยแฟน ๆ

วันพุธ ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 13.17 น.

ผ่านพ้นค่ำคืนสุดประทับใจเป็นที่เรียบร้อย สำหรับนักแสดงหญิงมากความสามารถจากประเทศเกาหลีใต้ “มุนกายอง” ที่ได้บินลัดฟ้าจัดงานให้แฟน ๆ ได้ใกล้ชิดสุดเอ็กซ์คลูซีฟอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน กับงานแฟนมีตติ้งครั้งแรกในประเทศไทย “2025 MUN KA YOUNG ASIA FANMEETING [Dreamy Day] IN BANGKOK” ที่ได้จัดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ 2 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ณ Phenix Grand Ballroom ชั้น 5 ที่เรียกว่าแฟน ๆ ที่มางาน ต่างหอบความสุข ความสนุกกลับบ้านไปอย่างท่วมท้นกับความเต็มที่ จัดเต็มที่นางเอกสาวมุนกายองมาเสิร์ฟแบบไม่มีกั๊ก

บรรยากาศงานเต็มไปด้วยความอบอุ่น เริ่มด้วยเซอร์ไพรส์แรกกับการปรากฏตัวมุนกายองด้วยการร้องเพลง “Like a Star” ที่เรียกว่าเสียงของเธอไพเราะสะกดทุกคนในฮอลล์ เปิดตัวสมการรอคอย ก่อนที่จะเริ่มต้นพูดคุยถึงการจัดแฟนมีตติ้งครั้งแรกในไทย ที่เธอได้เผยว่ารู้สึกตื่นแต้นและดีใจมาก ๆ ที่ได้มาจัดงาน หวังว่าทุกคนจะได้รับความสุขและพลังบวกกลับไป และเพื่อที่จะได้รู้จักเธอมากกว่าเดิม ก็ได้เข้าสู่ช่วง “Dreamy Like Me” ที่จะมาเปิดเผยเรื่องราวชีวิตประจำวันที่ไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน ไม่ว่าจะเป็น การชอบทานของหวาน, แต่งหนังสือ แชร์เพลย์ลิสต์เพลงโปรด รวมถึงการเผยภาพสมัยเด็กที่ไม่เคยเผยที่ไหนมาก่อนอีกด้วย ซึ่งการมาไทยในครั้งนี้มุนกายองได้เช็คอินลิสต์อาหารไทย และได้เผยว่าตอนนี้ตัวเองตกหลุมรักอาหารไทยไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็น กุยช่ายทอด, ต้มยำกุ้ง, ผัดผักบุ้ง รวมถึงปลื้มชาไทยมาก บรรยากาศคึกคักต่อเนื่องในช่วง “Dream Recorder” ที่ทุกคนได้ร่วมย้อนติดตามเส้นทางการแสดงกว่า 19 ปี ผ่านผลงานภาพยนตร์ 12 เรื่อง ซีรีส์ 37 เรื่อง และวาไรตี้อีกมากมาย ซึ่งได้หล่อหลอมให้เธอกลายเป็นหนึ่งในเพชรเม็ดงามในวงการบันเทิงทั่วเอเชีย

และเพื่อเป็นการต้อนรับมุนกายองมาไทย ทางทีมงานก็ได้เตรียมคลิปเสียงสัมภาษณ์สุดพิเศษจากสองหนุ่ม “ฮวังอินยอบ” และ “อีจงซอก” เพื่อมาเซอร์ไพรส์ในงานโดยเฉพาะ เรียกว่าทำเอาเธอดีใจและตื้นตันอย่างมาก หลังจากนั้นก็ได้ถึงเวลาที่แฟน ๆ รอคอย กับการมอบโมเมนต์สุดเอ็กซ์คลูซีฟกับช่วง “Dreams Come True” ที่จะเล่นเกมหาผู้โชคดีที่จะได้รับสิทธิ์ถ่ายรูปเซลฟี่ พร้อมของขวัญสุดพิเศษ ก่อนที่มุนกายองได้กล่าวปิดท้ายอย่างอบอุ่นว่า “วันนี้ขอบคุณแฟน ๆ ทุกคนที่มาหานะคะ ต่อจากนี้หนูจะพยายามทำทุกโอกาสที่ได้รับอย่างดีที่สุด ครั้งนี้เป็นแฟนมีตติ้งที่สนุกสุด ๆ หลังจากนี้จะมีผลงานมาเรื่อย ๆ ฝากแฟน ๆ ติดตามด้วยนะคะ” ซึ่งเธอยังมอบเพลง “Square” ปิดท้ายแฟนมีตติ้งครั้งแรกในไทยไปอย่างสวยงาม พร้อมรอยยิ้มและความทรงจำที่แฟน ๆ จะไม่มีวันลืม

สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Sole U Entertain

Facebook : www.facebook.com/soleuent

Instagram : www.instagram.com/soleuent

Tiktok : www.tiktok.com/@soleuent

X : www.twitter.com/soleuent

#MUNKAYOUNG_DreamyDay #DreamyDay_in_BKK

#문가영 #MUNKAYOUNG #PEAKJ #ACCOMPANY #SOLEUENT

ศิลปินทั่วฟ้าเมืองไทย แห่ให้กำลังใจ ‘ปอร์ กสิ’เจ้าของซิงเกิลใหม่ ‘เธอเป็นมิตร หรือเป็นมิจฉฯ’

ศิลปินทั่วฟ้าเมืองไทย แห่ให้กำลังใจ 'ปอร์ กสิ'เจ้าของซิงเกิลใหม่ 'เธอเป็นมิตร หรือเป็นมิจฉฯ'

ศิลปินทั่วฟ้าเมืองไทย แห่ให้กำลังใจ ‘ปอร์ กสิ’เจ้าของซิงเกิลใหม่ ‘เธอเป็นมิตร หรือเป็นมิจฉฯ’

วันพุธ ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 13.12 น.

สร้างความอบอุ่นให้วงการเพลงอีกครั้ง เมื่อเหล่าศิลปินรุ่นพี่รุ่นน้อง แห่ส่งคลิปให้กำลังใจ ปอร์ กสิ” โปรดิวเซอร์–นักแต่งเพลงมือฉมัง กับซิงเกิลใหม่ เธอเป็นมิตร หรือเป็นมิจฉฯ (Love or Lie?)” ผลงานที่เขาออกมาร้องเองเต็มตัว หลังอยู่เบื้องหลังเพลงดังมากว่าสามทศวรรษ

รายชื่อศิลปินที่ร่วมพูดถึงมีทั้ง ปั่น ไพบูลเกียรติ, ป๋าเทพ โพธิ์งาม, แท่ง ศักดิ์สิทธิ์, รงค์ วง Ster, บอย–อ้อม อินคา, เท่ห์ อุเทน, โอ้ เสกสรรค์, ดัง พันกร, ตอง ภัครมัย, เก้ง Crescendo, นัท เดอะสตาร์, ก้อย Chocolate Kit, T-Skirt และอีกมากมาย สะท้อนมิตรภาพและแรงสนับสนุนจากคนในวงการอย่างอบอุ่น

เพลง เธอเป็นมิตร หรือเป็นมิจฉฯ ถ่ายทอดแนวคิด รักยุคออนไลน์ที่ต้องมีสติ ผ่านซาวด์ Modern Pop สไตล์ Pop Funky Smart ที่ทั้งสนุก ฟังง่าย และมีคาแรกเตอร์ โดยได้ “ท็อฟฟี่ นิชาภา โพธิ์งาม” มาร่วมฟีเจอริ่ง เติมเสน่ห์เสียงร้องในแบบ Glam Funky Chic

มิวสิกวิดีโอถูกสร้างในรูปแบบ Mini Movie ความยาวเกือบ 10 นาที แนว Romantic Comedy ผสม Sexy & Detective (กุ๊กกิ๊ก เรียกยิ้ม แอบแซ่บซี้ด น่าสืบปมปริศนา) นำแสดงโดย วังผา, ฟาริดา, ท็อฟฟี่ และปอร์ กสิ ที่รับหน้าที่เขียนบท โปรดิวซ์ และร่วมกำกับด้วยตัวเอง โดย ปอร์ กสิ กล่าวทิ้งท้ายว่า

ซึ้งใจมากครับ เหมือนได้พลังใหม่ หลังอยู่เบื้องหลังมานาน วันนี้อยากสร้างการเดินทางบทใหม่ให้ตัวเอง ต้องขอบคุณพี่ๆน้องๆศิลปินทุกๆท่านเลยครับ ในส่วนของ MV นี้ผมตั้งใจทำ ให้ได้ทั้งรอยยิ้ม และข้อคิดว่า ‘ยุคนี้ มิจฉาชีพไม่ได้อยู่แค่ในข่าว แต่อาจอยู่ในอินบ็อกซ์เรา’ อยากให้ทุกคนฟังไป ยิ้มไป แต่ก็ระวังหัวใจด้วยครับ
 

แตกหักกลางจอ’นัท นิสามณี’ปะทะ ‘ต้นหอม’กลางรายการดังคลิปเบื้องหลังเผยช็อตพิธีกรร่ำไห้ เซ่นดราม่า

แตกหักกลางจอ'นัท นิสามณี'ปะทะ 'ต้นหอม'กลางรายการดังคลิปเบื้องหลังเผยช็อตพิธีกรร่ำไห้ เซ่นดราม่า

แตกหักกลางจอ’นัท นิสามณี’ปะทะ ‘ต้นหอม’กลางรายการดังคลิปเบื้องหลังเผยช็อตพิธีกรร่ำไห้ เซ่นดราม่า

วันพุธ ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 12.33 น.

รายการเรียลลิตี้สุดร้อนแรง The Social Warrior สมรภูมิโซเชียล ซีซั่น 2” อีพี 4 ทางช่อง 7 HD (อาทิตย์ที่ 9 พฤศจิกายน) ปะทุอีกระลอก เมื่อพิธีกร ต้นหอม ศกุนตลา หลุดเปรียบเทียบฝีมือของ มาสเตอร์ลีเดีย และ มาสเตอร์นัท นิสามณี กลางรายการ จนนิสาโต้กลับแรง “พิธีกรควรพูดให้เป็นกลางมากกว่านี้ เพราะต้นหอมไม่ใช่กรรมการ!” ทำเอาบรรยากาศบนเวทีถึงกับชะงัก

โดยหลังเทปออกอากาศ คลิปเบื้องหลังที่ปล่อยต่อจากรายการในโซเชียลของThe Social Warrior สมรภูมิโซเชียล  ยิ่งตอกย้ำความเรียลด้วยยอดการเข้าชมรวมทุกแพลตฟอร์มออนไลน์ของรายการมากกว่า 4.3M ภายใน 24 ชั่วโมง   เมื่อเผยภาพต้นหอมถึงขั้นน้ำตาคลอ ยอมรับว่า “เพลินปากไปจนลืมบทบาทพิธีกร ไม่ได้ตั้งใจทำให้น้องเสียใจ” และสีหน้าของ นัท นิสามณี ที่ไม่พอใจเป็นอย่างมาก งานนี้ ดราม่ายังลามต่อบนโซเชียล เมื่อ นัท นิสามณี โพสต์ในไอจีส่วนตัว @nisamanee_nutt ว่า “พิธีกรควรเป็นกลางไหม? ทุกคนคิดว่ายังไง เพราะนิสาเด็กกว่าเลยกล้าพูดแบบนี้หรอ งั้นนัทก็ต้องปกป้องตัวเองเหมือนกัน!”  ขณะที่ต้นหอมโพสต์รูปตัวเองร้องไห้พร้อมเพื่อน ๆ พร้อมแคปชั่น “ถ้ารายการมีสคริปต์ กุคงเล่นบทหน้าเสียได้เนียนที่สุด!” จนแฟนรายการเสียงแตกเป็นสองฝั่ง ยังคงถกเถียงกันอย่างดุเดือด บ้างเชื่อว่าเหตุการณ์ทั้งหมดเป็นเหตุการณ์เรียลไม่ได้การละคร เพราะเห็นอารมณ์จริงของทั้งสองฝ่ายล่าสุดดูเหมือนปัญหานี้จะคลี่คลาย เพราะทั้งนัท นิสามณี และ ต้นหอม ศุนตลาได้นัดเคลียร์ใจกันกลางไฟล์สด หอมแฟร์ Market ทั้งคู่ย้ำว่าไม่มีสคริปต์ เสียความรู้สึกจริง ๆ และ โกรธจริง ทะเลาะจริง แต่ตอนนี้จบแล้ว ใครยังไม่ได้ดูซีนเด็ดดังกล่าวสามารถดูย้อนหลังได้ที่ลิ้งค์ https://www.facebook.com/share/r/17a9wye3uf/

#TheSocialWarrior2 #สมรภูมิโซเชียล #ต้นหอมศกุนตลา #นัทนิสา #ลีเดียศรัณย์รัชต์ #ดราม่ากลางสมรภูมิ

เนรมิตฉาก ‘ทุ่งสังหาร’ ดงระเบิดล้างโคตร ‘เสือ’ลุยแหลกลุกเป็นไฟ บู๊เดือดลืมหายใจ

เนรมิตฉาก 'ทุ่งสังหาร' ดงระเบิดล้างโคตร 'เสือ'ลุยแหลกลุกเป็นไฟ บู๊เดือดลืมหายใจ

เนรมิตฉาก ‘ทุ่งสังหาร’ ดงระเบิดล้างโคตร ‘เสือ’ลุยแหลกลุกเป็นไฟ บู๊เดือดลืมหายใจ

วันพุธ ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 12.27 น.

ไม่มีใครคาดคิดว่า “ทุ่งสังหาร” ฉากแอ็กชันไคลแมกซ์ของภาพยนตร์ไทยแห่งปีเรื่อง “เสือ” จะมีรากฐานมาจากเหตุการณ์จริงในหน้าประวัติศาสตร์ พื้นที่ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นเขตยุทธศาสตร์ของกองทัพญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งยังคงมีเรื่องเล่าขานถึง “ทุ่งระเบิด” ที่ถูกทิ้งไว้ใต้ดิน แม้สงครามจะจบไปนานกว่า 80 ปีแล้วก็ตาม

“ก้องเกียรติ โขมศิริ” ผู้กำกับมากฝีมือจาก “ขุนพันธ์” ทั้งสามภาค และ “เสือ” เรื่องล่าสุดนี้ได้หยิบเสี้ยวประวัติศาสตร์เหล่านั้นมาชุบชีวิตอีกครั้ง พร้อมตั้งคำถามง่ายๆ แต่ท้าทายว่า

“ถ้าสมรภูมิที่เคยมีไฟสงครามโลก… กลายเป็นที่ที่ ‘4 เสือ’ ต้องปะทะกัน มันจะเกิดอะไรขึ้น”

คำตอบคือฉาก “ทุ่งสังหาร” หรือที่ในภาพยนตร์เรียกว่า “ป่าทะลุ” ฉากแอ็กชันกลางธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่ทีม “จักรวาลขุนพันธ์” เคยทำ โดยใช้โลเคชันจริง ณ เขาอีโต้ เนรมิตให้เป็นดงทุ่นระเบิดเก่า จำลองหลุมระเบิดกว่า 200 จุด ติดตั้งเอฟเฟกต์จริงแทบจะทั่วพื้นที่เพื่อให้ได้ความสมจริงของ “สงครามที่ยังไม่จบ”

งานนี้จึงต้องรวมทีมโปรดักชันมือรางวัลผนึกกำลังเซตลานกว้างเพื่อระเบิดทั้งภูเขาให้ลุกเป็นไฟ ตั้งแต่เริ่มเตรียมงานก่อนการถ่ายทำโดยเปลี่ยนลานหินจุดจอดเฮลิคอปเตอร์ใหญ่เท่าสนามฟุตบอลด้วยการขนเศษใบไม้ถมทุกตารางนิ้วกว่า 30 คันรถบรรทุก เปลี่ยนลานสีเทาที่เต็มไปด้วยหินคมกริบให้กลายเป็นสีน้ำตาลของใบไม้แห้ง เพื่อเซฟคิวต่อสู้ของนักแสดงและซ่อนเอฟเฟกต์ระเบิดทุกตารางเมตร ทั้งระเบิดขนาดเล็ก ขนาดกลาง จนถึงลูกไฟใหญ่มหึมาให้กลายเป็นสนามสังหารหมู่ล้างโคตรเสือให้สิ้นซาก

ทีมงานเบิกรถเครนขึ้นเขาเพื่องานสลิงสุดโหดความสูงหลายสิบเมตรกลางป่า ถมทหารนักล่าหลายสิบชีวิตกับคิวแอ็กชันถึงขั้นลืมหายใจ สมศักดิ์ศรีวันประกาศชัยและคิวเผด็จศึกเสือ พร้อมขึ้นแท่น “โคตรแอ็กชันอภิมหามันส์ตลอดกาล”

“เราไม่ได้แค่ระเบิดฉาก แต่ระเบิดความเชื่อว่าหนังไทยทำแบบนี้ได้” ผู้กำกับเผยโดยความพิเศษของฉากสุดยิ่งใหญ่นี้คือการรวมทุกองค์ประกอบของหนังแอ็กชันไว้ในซีนเดียว ทั้งทีมนักแสดงนำอย่าง “เวียร์ ศุกลวัฒน์”, “มาริโอ้ เมาเร่อ”, “เป้ อารักษ์”, “โตโน่ ภาคิน” และ “ท็อป ทศพล” ที่ลงเล่นจริง แอ็กชันจริงในหลายช็อตสำคัญ การต่อสู้กับทีมสตันต์ระดับมืออาชีพ พร้อมเทคนิคสลิง เอฟเฟกต์ระเบิดจริง และสเปเชียลเอฟเฟกต์ในท้ายที่สุด ซึ่งทุกฝ่ายต่างทุ่มเทกันสุดชีวิตตั้งแต่เช้ายันค่ำ ถ่ายทำกันอยู่หลายวันกว่าจะได้ซีนต่อสู้ครบรสชาติอย่างที่เห็นในหนัง ท่ามกลางอากาศอันร้อนระอุด้วยอุณหภูมิสูงถึง 40 องศา และฝนตกสลับแดดตลอดทั้งวัน ทั้งฝุ่นและลมจากเอฟเฟกต์ เสื้อผ้าจัดเต็มหลายชั้น พร้อมขนอาวุธและอาคมมาต่อสู้กันจนหมดแม็กทั้งทีมเสือและทีมศัตรู ถือเป็นซีนที่รวมทุกศาสตร์และศิลป์ไว้อย่างครบถ้วนที่สุดแบบโคตรโหด โคตรยาก และโคตรมหัศจรรย์เท่าที่หนังแอ็กชันไทยเคยมีมาเลยก็ว่าได้ พิสูจน์จากผลลัพธ์ที่ได้สร้างความภาคภูมิใจด้วยเสียงชื่นชมเกรียวกราวและกระหึ่มเสียงปรบมือสนั่นโรง พร้อมยกให้ “ทุ่งสังหาร” เป็นหนึ่งในฉากแอ็กชันที่มันส์ สะใจ สมจริง และสนุกที่สุดในรอบสิบปีของหนังไทย และเป็นอีกหลักฐานยืนยันว่าวงการภาพยนตร์ไทยยังเต็มไปด้วยพลังที่จะสร้างปรากฏการณ์ได้ไม่แพ้ชาติใดในโลกระเบิดศึก “เสือ” เหนืออาคม ระดมฉากแอ็กชันโคตรมันส์บันลือโลก วันนี้ ในโรงภาพยนตร์

เบื้องหลังแอ็กชันสุดเดือด อาคมสุดมันส์https://youtu.be/ln7VAy3WVfoฟังเพลง มะเมียhttps://youtu.be/pfckZHWe7iQฟังเพลง เสือhttps://youtu.be/2KCP9aZpXuc

‘กรณ์ ณรงค์เดช’หลั่งน้ำตา! กอดคุณพ่อเกษมดีใจชนะคดี

'กรณ์ ณรงค์เดช'หลั่งน้ำตา! กอดคุณพ่อเกษมดีใจชนะคดี

‘กรณ์ ณรงค์เดช’หลั่งน้ำตา! กอดคุณพ่อเกษมดีใจชนะคดี

วันพุธ ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 11.29 น.

12 พฤศจิกายน 2568 จากกรณีที่ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้น ในคดีที่ นายเกษม ณรงค์เดช เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง คุณหญิงกอแก้ว บุณยะจินดา ภรรยา พล.ต.อ.พจน์ บุณยะจินดา อดีตอธิบดีกรมตำรวจ และ นายณพ ณรงค์เดช ลูกชาย ในความผิดฐาน “ร่วมกันใช้เอกสารปลอม” โดยปลอมลายเซ็นของนายเกษม เพื่อโอนหุ้นบริษัท วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้งส์ จำกัด (WEH) ซึ่งเป็นหุ้นที่มีมูลค่ากว่า 20,000 ล้านบาท

ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาให้ จำคุกคุณหญิงกอแก้ว บุณยะจินดา และนายณพ ณรงค์เดช คนละ 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา

ทั้งนี้ จำเลยทั้งสองได้ยื่นหลักทรัพย์เพื่อขอปล่อยชั่วคราวระหว่างต่อสู้คดีในชั้นฎีกา โดยศาลตีราคาประกันคนละ 100,000 บาท

ด้าน นายกรณ์ ณรงค์เดช ลูกชายคนเล็กของนายเกษม ซึ่งอยู่เคียงข้างคุณพ่อมาตลอด ได้โพสต์คลิปกอดคุณพ่อทั้งน้ำตา พร้อมข้อความสุดซึ้งว่า “ชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือการได้สู้เพื่อพ่อ
ทุกหยดน้ำตาและความเหนื่อยไม่สูญเปล่าเลย ขอบคุณคุณพ่อ…ที่อดทน ยืนหยัด และเป็นแรงใจให้เสมอ รักที่สุดหมดหัวใจและภูมิใจที่สุดที่ได้เกิดเป็นลูกพ่อ เชื่อว่าคุณแม่ส่งกำลังใจให้ครอบครัวเราอยู่จากบนสวรรค์

แล้ววันนี้ศาลอุทธรณ์ได้ตัดสินแล้วว่าคุณพ่อโดนใช้เอกสารลายเซ็นปลอมในการโอนหุ้นไปยังชื่อคนอื่นจริง ขอบคุณความยุติธรรมที่มีจริง”

ราวกับเจ้าหญิง! ‘ใหม่ ดาวิกา’สวมชุดเจ้าสาวลูกไม้ซีทรูสวยออร่ามาก

ราวกับเจ้าหญิง! 'ใหม่ ดาวิกา'สวมชุดเจ้าสาวลูกไม้ซีทรูสวยออร่ามาก

ราวกับเจ้าหญิง! ‘ใหม่ ดาวิกา’สวมชุดเจ้าสาวลูกไม้ซีทรูสวยออร่ามาก

วันพุธ ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 10.26 น.

กลายเป็นโมเมนต์ที่ทั้งหวานและแซ่บที่สุดของปี สำหรับงานวิวาห์สุดอบอุ่นของ “ใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่” กับเจ้าบ่าวหนุ่มสุดอบอุ่น “เต๋อ ฉันทวิชช์ ธนะเสวี” ที่จัดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศโรแมนติกและเป็นกันเอง แต่สิ่งที่ถูกพูดถึงมากที่สุดเห็นจะหนีไม่พ้น “ชุดเจ้าสาว” ของใหม่ที่เปลี่ยนหลายลุคและสวยสะกดทุกสายตา

แต่ละชุดของใหม่ไม่ว่าจะเป็นลุคเจ้าสาวคลาสสิก ชุดหรูหราสง่างาม หรือแม้แต่ชุดลูกไม้ดีไซน์สุดเซ็กซี่ ก็เข้ากับเธอทุกชุดอย่างลงตัว โดยเฉพาะ ชุดลูกไม้ซีทรูแหวกอก ที่เรียกเสียงว้าวจากแขกในงานและแฟนๆ บนโซเชียลได้อย่างล้นหลาม ถือเป็นชุดเจ้าสาวที่ทั้งแซ่บ หรู และไม่ซ้ำใครจริงๆ

นอกจากนี้ ยังมีคลิปโมเมนต์สุดหวานที่ทำเอาแฟนๆ ใจละลาย เมื่อ ใหม่ ดาวิกา และ เต๋อ ฉันทวิชช์ จูบกันเบาๆ กลางงานแต่ง ท่ามกลางเสียงเชียร์ของเพื่อนสนิทและแขกในงาน บอกเลยว่าทั้ง “หวานทั้งแซ่บ” ครบทุกอารมณ์ของเจ้าสาวคนสวยที่สุดในปีนี้จริงๆ

‘วู้ดดี้’อัดคลิปขอโทษปมดราม่านมวัว ยันไม่มีเจตนาด้อยค่า

'วู้ดดี้'อัดคลิปขอโทษปมดราม่านมวัว ยันไม่มีเจตนาด้อยค่า

‘วู้ดดี้’อัดคลิปขอโทษปมดราม่านมวัว ยันไม่มีเจตนาด้อยค่า

วันพุธ ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 09.20 น.

“วู้ดดี้” ขอโทษกลางโซเชียล หลังดรามาแขกรับเชิญพูดถึง “นมวัวไทย” ยันไม่มีเจตนาด้อยค่า พร้อมเตรียมออกตอนพิเศษชี้แจงจากผู้เชี่ยวชาญ

12 พฤศจิกายน 2568 กลายเป็นประเด็นร้อนบนโลกออนไลน์ หลังมีการเผยแพร่คลิปตัวอย่างตอนหนึ่งของรายการ “WOODY AVENGERS” ของพิธีกรชื่อดัง “วู้ดดี้” วุฒิธร มิลินทจินดา ซึ่งมีแขกรับเชิญพูดถึง “นมวัวไทย” ในลักษณะที่ชาวเน็ตจำนวนมากมองว่าเป็นการ ด้อยค่านมไทย จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง

       ล่าสุด “วู้ดดี้” ได้ออกมาอัปโหลดคลิปวิดีโอผ่านโซเชียลมีเดียส่วนตัว พร้อมเขียนแคปชันว่า “วู้ดดี้ขออภัยจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครับ”

โดยในคลิป เจ้าตัวกล่าวชี้แจงว่า ประเด็นที่เกิดขึ้นมาจากตอนหนึ่งของรายการ WOODY AVENGERS ซึ่งมีการพูดถึงเรื่อง “นม” แต่ข้อมูลที่เผยแพร่ไปนั้น ไม่ครบถ้วนและคลาดเคลื่อน ทำให้เกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับคุณภาพของนมไทยและการบริโภคนม

“ผมต้องขอโทษจากใจจริง ต่อผู้ชมทุกคน รวมถึงทุกภาคส่วนในอุตสาหกรรมนมที่ได้รับผลกระทบ และแขกรับเชิญที่มาออกรายการวันนั้นด้วย”

วู้ดดี้ยืนยันว่า ตอนดังกล่าวไม่ได้มีการวางสคริปต์หรือผู้สนับสนุนใดๆ เป็นเพียงการพูดคุยในประเด็นอาหารการกินเท่านั้น พร้อมยอมรับว่า ทีมงานไม่ได้ตรวจสอบข้อมูลให้รอบด้านก่อนออกอากาศ จนทำให้หลายฝ่ายได้รับผลกระทบ

พิธีกรหนุ่มยังเผยอีกว่า ขณะนี้ทีมงานได้จัดทำ ตอนพิเศษ เพื่อแก้ไขและให้ข้อมูลที่ถูกต้องจากผู้เชี่ยวชาญโดยตรง จากกระทรวงสาธารณสุขและสมาคมสัตวแพทย์ โดยย้ำว่าเจตนาของรายการคือการส่งเสริมความรู้ด้านสุขภาพ ไม่ได้มีเป้าหมายด้อยค่าอุตสาหกรรมนมหรือผลิตภัณฑ์ไทยแต่อย่างใด

“ผมอยากยืนยันตรงนี้ว่า นมไทยไม่ได้ด้อยไปกว่าใครเลย เหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนสำคัญให้เราทำงานรอบคอบยิ่งขึ้น ทั้งการเลือกหัวข้อและการตรวจสอบข้อมูล”

วู้ดดี้ยังขอบคุณทุกเสียงสะท้อนจากผู้ชมที่ทำให้ทีมงานได้เรียนรู้และพัฒนารายการให้ดียิ่งขึ้น พร้อมย้ำว่าจะให้ความสำคัญกับความถูกต้องของข้อมูลในทุกตอนต่อไป