หนังชนโรง : ‘Now You See Me: Now You Don’t’ ทุ่มทุนถ่ายทำ 5 ประเทศ 4 ทวีป

หนังชนโรง : ‘Now You See Me: Now You Don’t’ ทุ่มทุนถ่ายทำ 5 ประเทศ 4 ทวีป

หนังชนโรง : ‘Now You See Me: Now You Don’t’ ทุ่มทุนถ่ายทำ 5 ประเทศ 4 ทวีป

วันพุธ ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.43 น.

จากความสำเร็จระดับโลกของแฟรนไชส์ Now You See Me” สองภาคแรกที่สามารถกวาดรายได้ถล่มทลายกว่า 700 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณกว่าสองหมื่นล้านบาท) สู่การจารกลครั้งใหม่ใน “Now You See Me: Now You Don’t อาชญากลปล้นโลก 3”

งานนี้ รูเบน เฟลเชอร์” (Venom, Zombieland) ผู้กำกับมากฝีมือมาพร้อมฉากแอ็กชันสุดมันส์กับโลเคชัน 5 ประเทศ 4 ทวีป ได้แก่ “บูดาเปสต์ ฮังการี”“แอนต์เวิร์ป เบลเยียม”“นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา”“แอฟริกาใต้” และ “อาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์”

โกดังในบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี

ถูกใช้จำลองเป็น “บรูกลิน” ซึ่งเป็นสถานที่จัดการแสดงมายากลที่มีผู้ตีตั๋วเข้าชมแน่นขนัด เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวเมื่อ 3 นักมายากลหน้าใหม่” ปลุกชีพ “จตุรอาชา”

คฤหาสน์นาดาสดี บูดาเปสต์ ประเทศฮังการี

คฤหาสน์ที่ตกแต่งด้วยสไตล์ทิวดอร์ผสมนีโอกอทิกอายุเก่าแก่ 150 ปี ถูกใช้เป็นฉากภายนอกของอดีตศูนย์บัญชาการของสมาคมลับที่รู้จักกันในชื่อ “ดิอาย” สถานที่ซึ่งนักมายากลทั้งสองเจนได้เดินทางมาเพื่อตามหาความจริงตามคำใบ้ที่ได้รับ

จัตุรัส Grote Markt เมืองแอนต์เวิร์ป ประเทศเบลเยียม

จัตุรัสกลางและสถานีรถไฟกลางอันโด่งดัง จุดเริ่มต้นการพบกันของ “แอตลาส” และ นักมายากลเจนซี” ที่มาร่วมภารกิจปล้นโคตรเพชรรูปหัวใจ ในเมื่อหนังว่าด้วยการโจรกรรมเพชร ก็ไม่มีอะไรเหมาะเจาะเท่าการเลือกถ่ายทำที่ “เมืองแอนต์เวิร์ป” เมืองหลวงแห่งเพชรของโลก

ปราสาท Chateau de Roussillon

ใช้เป็นอดีตศูนย์บัญชาการลับของ “ดิอาย” ที่ผู้ชมจะได้พบกับ “มอร์แกน ฟรีแมน” ซึ่งภายในทุกห้องจะประดับด้วยวัตถุโบราณ ไม่ว่าจะเป็น “เสื้อรัดแขนของฮูดินี”อุปกรณ์ของนักมายากล” และ “หนังสือมายากล” ฉากภายในนี้สร้างขึ้นที่ Stern Studios โดยกินพื้นที่กว่าสองอาคาร ซึ่งจะทำให้ทุกคนนึกถึง “เมจิกคาสเซิล” ใน “ลอสแอนเจลิส” ที่มีทั้งประตูกล, ห้องลับ, บันไดอินฟินิตี้, ช่องลับต่างๆ

กลางทะเลทราย อาบูดาบี

ถ่ายทอดวัฒนธรรมท้องถิ่นให้โลกเห็นความหรูหราและความล้ำสมัย ใช้ภูมิทัศน์ทะเลทรายที่น่าทึ่งเป็นฉากหลังของจุดไคลแม็กซ์สุดระทึก สานต่อธรรมเนียมของแฟรนไชส์ที่เคยใช้ “นิวยอร์ก” และ “นิวออร์ลีนส์” ในภาคแรก กับ “มาเก๊า” และ “ลอนดอน” ในภาคที่สอง

โรงแรม W Abu Dhabi

โรงแรมห้าดาวที่มีดีไซน์เป็นเอกลักษณ์ ตั้งอยู่ทั้งบนและในน้ำพร้อมกับสนามแข่งกรังด์ปรีซ์ที่วิ่งผ่านรอบๆ โรงแรม คือโรงแรมแห่งเดียวในโลกที่คร่อมบนสนามแข่ง Formula 1 หัวใจของซีเควนซ์นี้คือตัวตนของควีนโคตรเพชร “เวโรนิกา แวนเดอร์เบิร์ก” นอกจากจะเป็นทายาทธุรกิจเพชรแล้ว เธอยังมีทีม F1 ของตัวเอง

พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ อาบูดาบี

พิธภัณฑ์สากลแห่งแรกในโลกอาหรับและสิ่งมหัศจรรย์ทางสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ ลอยอยู่บนน้ำใต้โดมโลหะอันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งเป็นเวทีที่สมบูรณ์แบบให้กับเหล่า “จตุรอาชา” และ “อาชญากลรุ่นใหม่” ในฉากไคลแมกซ์ของภาพยนตร์

โดยผู้กำกับ เฟลเชอร์ ได้กล่าวทิ้งท้ายถึงผลงานอัจฉริยะมายากลปล้นโลกภาคล่าสุดนี้ว่า  นี่คือหนังที่คุณต้องดูในโรงภาพยนตร์เท่านั้น เพราะความมหากาพย์ของมัน นี่ไม่ใช่หนังสำหรับจอทีวี เรามีนักแสดงชั้นนำ, สถานที่ถ่ายทำสุดอลังการ, ฉากสุดยิ่งใหญ่ และมายากลที่สมจริง”

‘มิวสิค–ปลายฟ้า’ เปิดชีวิตที่ต้องสู้กับทั้งโรคซึมเศร้า และความคาดหวังของวงการบันเทิง

‘มิวสิค–ปลายฟ้า’ เปิดชีวิตที่ต้องสู้กับทั้งโรคซึมเศร้า และความคาดหวังของวงการบันเทิง

‘มิวสิค–ปลายฟ้า’ เปิดชีวิตที่ต้องสู้กับทั้งโรคซึมเศร้า และความคาดหวังของวงการบันเทิง

วันพุธ ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

มิวสิค-แพรวา สุธรรมพงษ์ และ ปลายฟ้า ศิระอาชา นักแสดงนำจากซีรีส์เรื่อง “RUNAWAY หนีไปก็ตายเปล่า” เปิดเรื่องราวชีวิตเปลี่ยนผ่านจากไอดอลมาสู่นักแสดงซีรีส์ การดูแลสุขภาพร่างกายและจิตใจในวงการบันเทิง รวมถึงการรับมือกับความเครียดจากการเปรียบเทียบและการถูกวิจารณ์ และความคิดเห็นเกี่ยวกับกระแส Girls’ Love ที่กำลังมาแรง

ปัจจุบันพวกคุณเป็นนักแสดงจากซีรีส์เรื่องอะไร ?

ปลายฟ้า : พวกเรากำลังเป็นนักแสดงค่ะ จากซีรีส์ชื่อว่า Run away the series หนีไปก็ตายเปล่า เรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่อง GL แนวผีครั้งแรกของไทย

ก่อนหน้านี้มิวสิคเคยอยู่ BNK มาก่อน ?

มิวสิค : ใช่ค่ะ คือจริง ๆ ตอนแรกอยู่ในวง ก็ได้มีโอกาสแสดงหนังกับพี่คงเดช เลยรู้สึกว่า สายหนังเป็นสายที่เราทำแล้วสนุก นอกจากการเป็นไอดอล พอหลังจากแกรดฯ ก็เลยมาสายนี้แบบเต็มตัว รู้สึกสนุกที่ได้ทำเวิร์คช็อป หรือได้เข้าไปอยู่ในคาแรคเตอร์

แล้วคิดว่าจะไม่กลับไปเป็นไอดอลแล้วใช่ไหม ?

มิวสิค : อาจจะเพราะว่ายุคเปลี่ยนด้วย มีเด็กหลาย ๆ คนที่มีทาเลนต์ทั้งร้อง เต้น ทำได้ทุกอย่าง เลยรู้สึกว่าในเมื่อเรายังสนุกกับตรงนี้อยู่ก็อยากจะ Enjoy ตรงนี้ให้ได้มากที่สุด แต่ถ้าวันหนึ่งเราคิดถึงเวทีก็อาจจะมีโอกาสได้กลับไปอยู่ตรงนั้นก็เป็นได้ค่ะ

ปลายฟ้า : ตอนนี้ยังเป็นศิลปินอยู่ค่ะ อยู่ วง Bis ค่าย Genes ของ Mamie ค่ะ งานหลักของหนูคือยังเป็นศิลปิน ยังซ้อมร้องซ้อมเต้นอยู่ แต่ตอนนี้มีซีรีส์เข้ามาก็เลยแสดงด้วย สำหรับหนูรู้สึกว่าการแสดงมันยากกว่า เพราะมันไม่ใช่สิ่งที่เราคุ้นชินหรือทำทุกวันเหมือนร้องเหมือนเต้น

 ได้ข่าวว่าก่อนมาเป็นไอดอล เคยเป็นนักเต้นมาก่อนและเคยบาดเจ็บด้วย ?

ปลายฟ้า : ใช่ค่ะ หนูแข่งเต้นฮิปฮอปมาตลอดทั้งชีวิต การเต้นฮิปฮอปต้องมีการ เบาซ์ (Bounce) ตลอดเวลา ทำให้มีปัญหาเกี่ยวกับเข่า หัวเข่าเสียดสีกันเรื่อย ๆ เลยทำให้ เข่าเสื่อม ตอนไปหาหมอ หมอบอกว่าปกติอาการนี้เกิดจากคนที่มีอายุ 40-50 ขึ้นไป แต่ตอนนั้นหนู 20 ค่ะ เสื่อมแล้ว

ตอนนี้ดูแลตัวเองอย่างไรบ้างเพื่อให้ยังเต้นต่อไปได้ ?

ปลายฟ้า : ต้องหาวิธีเซฟตัวเอง โดยการออกกำลังกายตรงหน้าขาเยอะ ๆ เพื่อให้มีกล้ามเนื้อมาช่วยพยุงเข่า เพราะปกติคนที่เข่าเสื่อมเป็นเพราะน้ำหนักตัวเยอะ ทุกวันนี้ที่เต้นก็ยังเจ็บเป็นบางจังหวะ แต่หมอบอกว่ามันไม่มีทางหาย นอกจากว่าต้องเลิกเต้น แต่เราเลิกไม่ได้เพราะเราชอบ หนูยอมรับว่ามันเป็นความเสี่ยงที่คุ้ม

มีวิธีการดูแลรูปร่างยังไง ?

ปลายฟ้า : หนูไม่ลดการกิน เพราะเคยลองตัดคาร์โบไฮเดรตอย่างเดียวแต่เพิ่มโปรตีน สุดท้ายก็ วูบอยู่ดีตอนเต้น เพราะเราใช้แรงเยอะ หนูเลยติดกล้วยไว้ เพราะว่ากล้วยให้พลังงานเร็วมาก นอกจากนี้หนูมีปัญหาว่าเวลาเหนื่อยมาก ๆ ก็จะติดกินน้ำเขียว น้ำแดงให้มันมีพลัง หนูเป็นคนชอบยกเหล็กค่ะ ชอบเวทจัด ๆ เลย มันเหมือนเสพติดไปแล้ว วันไหนไม่ได้ยกจะรู้สึกคันไม้คันมือ ถึงขนาดที่บางครั้งต้องแอบวิดพื้นในห้องน้ำ ดันกำแพงอยู่ จริงๆแล้วหนูอยากเป็นนักมวยมาตั้งแต่เด็กด้วยแต่ทุกวันนี้ยังไม่เคยได้ลอง

ในการเป็นไอดอลสุขภาพจิตที่โดนสั่งว่าจะต้องมีรูปร่างหน้าตาหุ่นแบบนี้ เราดูแลเรื่องนี้ยังไง ?

มิวสิค : เมื่อก่อนในวงไม่ค่อยมีการคุมน้ำหนักแบบจริงจัง เพราะตอนนั้นพวกหนูยังเด็กมากๆ ก็เลยกินน้อยจนเกินไป กินแต่ผักมื้อเย็นจบ ไม่กินข้าว ไม่กินเนื้อสัตว์ แต่ตอนนี้เริ่มเปลี่ยนแล้ว

ปลายฟ้า : ต้องควบคุมตลอดแต่ว่าพูดตามตรงว่าคุมไม่ได้ เพราะว่าด้วยความที่เราต้องเต้นตลอด หนูว่ามันคือพลังงานที่สำคัญเลย ยิ่งคาร์โบไฮเดรตที่คนบอกให้ตัดจริงๆแล้วมันไม่ได้ เราก็กินแต่แคต้องรู้ว่ากินให้มันน้อยกว่าที่เราใช้ในวันนั้น คิดว่าถ้าเราไปซีเรียสกับมันเกินไปเราจะอ้วนเพราะความเครียดมากกว่า

สุขภาพจิตใจเป็นอย่างไรบ้าง เพราะเข้าวงการมาตั้งแต่ยังเด็ก เคยมีช่วงดาวน์ในชีวิตไหม ?

มิวสิค : มีค่ะ วงหนูมีการแข่งขันที่สูงมาก ทำให้เกิดการเปรียบเทียบได้ชัด สิกไม่ยอมให้คำพูดของคนอื่นมาเปลี่ยนจิตใจของเรา แต่เคยมีช่วงดาวน์จริง ๆ หนูเคยมีปัญหาตอนไปแสดง เรื่องสยองขวัญ ตัวละครดิ่งดาวน์ตลอดเวลา หนูใช้ Method Acting สะกดจิตให้ใช้ชีวิตเหมือนกับว่าที่นี่ไม่ใช่ที่ของเราตลอดเวลา หนูรับหลาย ๆ อย่างของตัวละครนั้นเข้ามาอยู่ในตัว ใช้ชีวิตทุกวันโดยรู้สึกว่าไม่ควรมีความสุขกับสิ่งที่ได้รับ อยากหายไปจากตรงนี้ตลอดเวลา แม้ถ่ายเสร็จแล้วก็ เอาไม่ออก ไม่เคยเอาออกไปได้จนถึงตอนนี้ น่าจะประมาณ 3-4 ปีได้ ตอนนี้ดีขึ้นแล้ว เพราะเริ่มรู้ตัวและพยายาม appreciate กับสิ่งต่าง ๆ ที่ได้รับ

ปลายฟ้า : หนูมีปัญหาตอนเป็นศิลปิน บุคลิกหนูแมนมาก แต่ตอนเทรนต้องมีคลาสที่ต้องให้เราเป็นผู้หญิง หนูหาตัวเองไม่เจอ กดดันตัวเองมาก เครียดมาก ๆ จน เป็นซึมเศร้า เลยตอนนั้น เพราะรู้สึกไม่ชอบตัวเอง สุดท้ายแล้วทำให้เราเข้มแข็งขึ้นมาเอง โดยการตั้งสติแล้วถามตัวเองว่าเราชอบอะไรกันแน่ แล้วก็เป็นอย่างนั้นไปเลย สิ่งที่ยึดถือคือ “ช่างแ*”** (ถ้าไม่เดือดร้อนใคร) เพราะบางอย่างมันต้องช่างมันจริง ๆ ไม่งั้นเราจะเป็นบ้าอยู่คนเดียว

มิวสิคที่เปิดเผยว่าชอบผู้หญิงมานานแล้ว รู้สึกอย่างไรกับกระแส GL ที่กำลังมา และซีรีส์นี้เป็น GL เต็มตัว ?

มิวสิค : สิกชอบผู้หญิงและ Out มานานมากแล้ว GL เลยเป็นหนึ่งในเป้าหมายที่อยากเล่น แต่เรื่องนี้ ไม่เชิงว่าเป็น GL ซะจริง ๆ มันเป็นเรื่องผีซะมากกว่า ความสัมพันธ์ของเราคือการช่วยเหลือกันและมีความรู้สึกที่ดีต่อกัน แต่ไม่ได้บอกว่าเป็นแฟนกัน เป็นความผูกพันมากกว่า

มีปัญหาเกี่ยวกับการไม่ยอมรับจากที่บ้านไหม ?

มิวสิค : เมื่อก่อนตอนเด็ก ๆ เวลาพาคนรักที่เป็นผู้หญิงมาที่บ้าน ก็จะเกิดการ ไม่ยอมรับในการปฏิบัติ ที่บ้านจะเรียกคนรักว่า “เพื่อน” ตลอดเวลา แม้ตอนนี้ก็ยังเหมือนปิดตาข้างนึงอยู่ เพราะเขามีความเชื่อว่าอยากจะเห็นหลาน แต่หนูรู้สึกว่าตัวเองมั่นคงในจุดนี้แล้ว ต่อให้เขาไม่ยอมรับก็ไม่เป็นไร

ปลายฟ้ากับที่บ้านมีปัญหาเรื่องนี้ไหม ?

ปลายฟ้า : โอเคค่ะ พ่อแม่เคยห่วงหนูมาก แต่พอเขาหมดห่วง เขาก็บอกแค่ว่า ขอให้หนูมีความสุข ดูแลตัวเองให้ได้ อยู่ให้ได้ในวันที่เขาไม่อยู่เท่านั้นแหละ

รวมพลังบุญศิลปินดารา ‘ก้าวด้วยธรรม’ ครั้งที่ 9 ณ ลานคนเมือง

รวมพลังบุญศิลปินดารา ‘ก้าวด้วยธรรม’ ครั้งที่ 9  ณ ลานคนเมือง

รวมพลังบุญศิลปินดารา ‘ก้าวด้วยธรรม’ ครั้งที่ 9 ณ ลานคนเมือง

วันพุธ ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เป็นงานวิ่งมหากุศลครั้งใหญ่ประจำปีที่แฟน ๆ ต่างรอคอย  สำหรับงานเดิน – วิ่ง การกุศล “ก้าวด้วยธรรม” ครั้งที่ 9 เพื่อ 19 โรงพยาบาล   งานนี้เหล่าคนดัง ดาราสายบุญ พระเอกหนุ่มพี่ใหญ่จากช่อง 3  เกรท – วรินทรโบ๊ท  –  ธารา พร้อมด้วย ลีซอ-ธีรเทพ ,สหนันท์ จารุจินดา อินฟลูเอนเซอร์  นำขบวนนักวิ่ง ศิลปินดาราจากช่องวัน 31 อาทิ ทอย – ปฐมพงศ์ , เจมส์ -เจตพล, เดียร์ – ลิลลี่ , ยศ – ณัฏฐ์ศรุต และพระเอกดาวรุ่งจากช่อง 7HD โดย แทน-บุรันช์รัตน์ หอมบุตร, บิ๊กเอ็ม – สุเมธา รอยสี, นักแสดงจากบริษัท จูเวไนล์ จำกัด เจน – กุลจิราณัฐ , แจกัน – อรวรรยา  โตสมบัติ,  เดวิด – กิตติกวิน  , ขอบเขต- ณัทครินทร์, ซี- ฟรองซัวส์ เดอ เซเดอเลอร์ และนักแสดงจากสังกัด HOMEHUG Studio  คิวชู- ชยานนท์, เฟิร์ส-ณัฐชยนันท์, เอิร์ธ – ปฎิ, โมเดล – ศุภปนัสม์ พร้อมด้วยดาราคนรุ่นใหม่ แทนตะวัน ทัดเดโอ, ฟ๊อกซ์ ปรเมษฐ์, แทน – เรืออากาศโทภูวรัตน์, แสงเหนือ สุรทิน, ท็อป-ณทรรศ,รีฟ – ซารีฟ และอีกมากมาย ร่วมก้าวด้วยธรรม นำทางพลังบุญกันอย่างคับคั่ง

โดยบรรยากาศภายในงาน  มีนักวิ่งสายบุญ แฟน ๆ ก้าวด้วยธรรม  ทั้งขาประจำไปร่วมบุญทุกปี และนักวิ่งหน้าใหม่ต่างไปรวมตัวกันตั้งแต่เช้ามืด เต็มลานคนเมืองซึ่งเป็นจุดสตาร์ท ท่ามกลางความพร้อมที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความฟิตของร่างกาย และจิตใจ  ที่มีทั้งรอยยิ้ม ความสุข สุขภาพดี  โดยปีนี้เสื้อวิ่งเป็นสีม่วง เป็นสีประจำคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า  กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี และได้พระราชทานพระราชานุญาตให้อัญเชิญพระนามาภิไธย ส.ธ ประดับที่เหรียญ  “ก้าวด้วยธรรมเพื่อ ๑๙ โรงพยาบาลครั้งที่ ๙” เพื่อเชิดชูพระเกียรติคุณ พระเมตตาคุณ พระกรุณาคุณ ในสมเด็จพระสังฆราชเจ้ากรมหลวงวชิรญาณสังวรอีกด้วย   นอกจากนี้ยังมีตัวแทนนักวิ่ง และผู้สนับสนุนใจดี ที่ตั้งใจมาร่วมกิจกรรมเดิน-วิ่ง กันแน่นขนัด โดยนักวิ่งได้สัมผัสการวิ่งสุดอิ่มใจ บนเส้นทางประวัติศาสตร์ที่สวยงามที่สุด รอบเกาะรัตนโกสินทร์ ในระยะทาง เดินวิ่งเพื่อสุขภาพ Fun Run ระยะ 5 กิโลเมตร และวิ่งมินิมาราธอนระยะ 10.5 กิโลเมตร  ซึ่งงานนี้ได้เหล่าพิธีกรตัวท็อปของประเทศ “เปอร์ – สุวิกรม, ปอ-อรรณพ ,แอ๊ด – ไชยวัฒน์ ,ดีเจอรรณพ , วิน ชวนชัย , สต๊อบ ภูริวัชร์ ฯลฯ มาร่วมเฮฮาสร้างบรรยากาศสุดสดชื่นและเป็นกันเองใกล้ชิดกับนักวิ่งทุกคนให้เต็มไปด้วยความสุข สมเป็นงานวิ่งรวมพลังบุญที่อิ่มใจที่สุดจริง ๆ 

‘เบลล่า ราณี’งามสง่าออร่าพุ่ง!ใน KUMA 8th ANNIVERSARY THE INFINITY OF DREAMS ครบรอบ 8 ปี

'เบลล่า ราณี'งามสง่าออร่าพุ่ง!ใน KUMA 8th ANNIVERSARY THE INFINITY OF DREAMS ครบรอบ 8 ปี

‘เบลล่า ราณี’งามสง่าออร่าพุ่ง!ใน KUMA 8th ANNIVERSARY THE INFINITY OF DREAMS ครบรอบ 8 ปี

วันอังคาร ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 15.39 น.

ปรากฏตัวด้วยความน่ารักสดใสนางเอกสาวสวยมากความสามารถ “เบลล่า-ราณี แคมเปน” ในฐานะพรีเซนเตอร์ 4 ปีซ้อนของแบรนด์คุมะ (KUMA) ผลิตภัณฑ์เช็ดทำความสะอาดที่ได้รับความนิยมอย่างมาก และมียอดจำหน่ายแล้วกว่า 130 ล้านชิ้น ในงาน KUMA 8th ANNIVERSARY พร้อมถ่ายทอดเรื่องราวความพิเศษผ่านธีม THE INFINITY OF DREAMS: Endless Dreams, Infinite Possibilities โลกแห่งความฝันที่ไร้ขีดจำกัด

เบลล่า-ราณี แคมเปน กล่าวว่า “รู้สึกอบอุ่นในการเป็นสมาชิกครอบครัว คุมะ ปีที่ 4 ได้เห็นการเติบโตขึ้นของแบรนด์ในทุกปีและปีนี้จัดงานฉลองครบรอบปีที่ 8 ก็ขอแสดงความยินดีในความสำเร็จและขออวยพรให้มีลูกค้าและยอดขายเพิ่มขึ้นเยอะๆ ซึ่งตัวเองก็เป็นหนึ่งในผู้ใช้จริง หลายผลิตภัณฑ์ของคุมะคือมีคุณภาพ ชอบที่กลิ่นหอมด้วย แล้วก็ดูแลผิวแพ้ง่ายได้ดี ชอบมาก สะดวกเวลาใช้และในงานวันนี้ก็มีการเปิดตัวสินค้าใหม่ในกลุ่ม Kuma Premium Soft Baby Tender และ Kuma Premium Soft Hanging Tissue ทิชชู่พรีเมี่ยมที่มีความนุ่มพิเศษสำหรับแม่และเด็ก รวมถึงทุกคนที่ต้องการผลิตภัณฑ์เช็ดทำความสะอาดหน้าที่มีความอ่อนโยน นุ่มนวล ไม่ระคายเคืองผิว อยากให้ได้ทดลองใช้กัน”

ล่าสุดปีนี้เบลเองได้มีโอกาสร่วมลงทุนธุรกิจกับทางคุมะ ประเทศไทย เปิดตัวแบรนด์ Masis ในความตั้งใจมอบสิ่งที่ดีเป็นของขวัญจาก Bella ให้กับ My sis ทุกคน ขอแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ ผ้าอนามัยแบบกางเกงใน ???????????????????????????????????? ???????????????????????????????? ???????????????????? ออกแบบมาสวยหวานสีเนื้อ ให้สัมผัสนุ่ม เรียบเนียนไปกับทุกลุค มีให้เลือก 2 ไซซ์ S–M / M–L ที่พอดีกับทุกสรีระ มีความยาวถึง 47 เซนติเมตรและยังบางเพียง 0.1 ซม. ซึมซับได้ 300 มล. ปกป้องรอบด้านทั้งกลางวัน–กลางคืน เอวกระชับ ยืดหยุ่น ใส่สบายทุกการเคลื่อนไหวในทุกกิจกรรมไม่มีสะดุด ซึ่งสินค้ามีจำหน่ายแล้ววันนี้ทางออนไลน์ที่ Shopee / TikTok Shop รวมถึงหาซื้อได้ที่ Lotus ทุกสาขา  เบลล่าย้ำว่า “ผู้หญิงทุกคนคู่ควรกับการดูแลที่มั่นใจ” ขอฝากสินค้าใหม่ของเบลล่า อยากให้ติดตามเป็นกำลังใจและลองใช้กัน เชื่อว่าทุกคนจะชื่นชอบและประทับใจแน่นอน

สำหรับงาน KUMA 8th ANNIVERSARY THE INFINITY OF DREAMS ในโอกาสครบรอบ 8 ปี บริษัท คุมะ(ประเทศไทย) จำกัด ผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์กระดาษเช็ดทำความสะอาด หลากหลายประเภท เช่น ทิชชู่เช็ดหน้าพรีเมียม ทิชชู่เปียก ทิชชู่แห้งอเนกประสงค์ ภายใต้แบรนด์คุมะ (KUMA) ซึ่งมีความมุ่งมั่นจะเป็นแบรนด์คุณภาพ มอบคุ้มค่าคุ้มราคา ตอบโจทย์ทุกความต้องการที่หลากหลาย ภายในงานอัดแน่นด้วยกิจกรรมแทนคำขอบคุณ เชิญชวนลูกค้าร่วมเฉลิมฉลองและสนุกกับเกมกิจกรรมแลกรับของรางวัลพิเศษตลอดการจัดงานในวันจันทร์ที่ 10 พฤศจิกายน 2568 ตั้งแต่เวลา 10.00- 22.00 น.ณ ลานกิจกรรมโซน Eden1 เซ็นทรัลเวิล์ด ซึ่งได้รับความสนใจมีผู้เข้าร่วมงานตลอดทั้งวันจำนวนมาก

ททท. เนรมิตมหาปรากฏการณ์ ‘Vijit Chao Phraya 2025’สองฝั่งเจ้าพระยา 9 พ.ย. – 23 ธ.ค.

ททท. เนรมิตมหาปรากฏการณ์ 'Vijit Chao Phraya 2025'สองฝั่งเจ้าพระยา 9 พ.ย. – 23 ธ.ค.

ททท. เนรมิตมหาปรากฏการณ์ ‘Vijit Chao Phraya 2025’สองฝั่งเจ้าพระยา 9 พ.ย. – 23 ธ.ค.

วันอังคาร ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 15.32 น.

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “Vijit Chao Phraya 2025” โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐและภาคเอกชน จัดเต็มมหาปรากฏการณ์แสดงแสง สี เสียง สุดยิ่งใหญ่ ระหว่างวันที่ 9 พฤศจิกายน – 23 ธันวาคม 2568 เวลา 18.00 – 22.00 น. รวมระยะเวลา 45 คืนแห่งความงดงามที่จะเปลี่ยนบรรยากาศริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาให้สว่างไสวและเปี่ยมมนต์เสน่ห์กว่าที่เคยใน 15 จุดการแสดง โดยปีนี้นำเสนอภายใต้แนวคิด “แสงแห่งสยาม แม่ของแผ่นดิน” เพื่อเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทั้งยังมุ่งหมายให้แม่น้ำเจ้าพระยากลายเป็นเวทีของอีเวนต์ระดับโลกที่ทุกคนไม่ควรพลาดการมาเยือน

นายอรรถกร  ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า งาน Vijit Chao Phraya 2025 มีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 9 พฤศจิกายน – 23 ธันวาคม 2568 เวลา 18.00-22.00 น. บริเวณสถานที่สำคัญ ตลอดริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา กรุงเทพมหานคร ซึ่งปีนี้ขยายระยะเวลาการจัดงานเป็น 45 วันเต็ม

ถือเป็นบิ๊กอีเวนต์สำคัญที่จะช่วยเติมเต็มบรรยากาศการท่องเที่ยวไทยในช่วงปลายปีให้มีชีวิตชีวาและมีสีสันมากยิ่งขึ้น โดยนับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-2 พฤศจิกายน 2568 ประเทศไทยได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติแล้วกว่า 26.9 ล้านคน ในช่วงปลายปีซึ่งเป็นช่วงไฮซีซั่นของการท่องเที่ยว คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น โดยงาน Vijit Chao Phraya 2025 จะมีส่วนสำคัญในการยกระดับกิจกรรมท่องเที่ยวของประเทศไทยให้เป็นกิจกรรมระดับโลก (World Events) พร้อมเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ก่อให้เกิดการกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการท่องเที่ยว ร้านค้า โรงแรม และชุมชนในพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างทั่วถึง ตลอดจนยกระดับภาพลักษณ์ของกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลกที่เต็มไปด้วยพลังสร้างสรรค์ที่จะช่วยสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแก่นักท่องเที่ยว

นางสาวฐาปนีย์  เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า งาน Vijit Chao Phraya 2025 ในปีนี้ ททท. ได้เนรมิตมหาปรากฏการณ์การแสดง แสง สี เสียงแห่งปี ตลอดแนวริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา กรุงเทพมหานคร ภายใต้แนวคิด “แสงแห่งสยาม แม่ของแผ่นดิน” เพื่อรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงเป็น “แม่ของแผ่นดิน” โดยใช้การแสดงแสง สี สุดล้ำสมัย เนรมิตตั้งแต่สะพาน วัด อาคารประวัติศาสตร์ ไปจนถึงแลนด์มาร์กใหม่ที่เรียงรายสวยงามไปตามโค้งน้ำตลอดสองฝั่งแม่น้ำ ทั้งยังมุ่งส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเศรษฐกิจยามค่ำคืน หรือ Night Economy ให้กลับมา มีชีวิตชีวาอีกครั้ง ควบคู่กับการสร้างกิจกรรมรองรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางมาเยือนในช่วงไฮซีซั่น เพื่อมอบประสบการณ์ท่องเที่ยวยามค่ำคืนอันน่าประทับใจที่เปิดให้เข้าชมความสวยงามได้ฟรีทุกวัน โดยคาดการณ์ว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้าร่วม 1,500,000 คน และเกิดรายได้หมุนเวียนในช่วงจัดงาน ไม่น้อยกว่า 6,200 ล้านบาท

 สำหรับพื้นที่การจัดกิจกรรม “Vijit Chao Phraya 2025” ในปีนี้ ททท. ได้ร่วมกับพันธมิตรจากภาครัฐและเอกชน รังสรรค์การแสดงตลอดสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา รวมทั้งหมด 15 จุดแสดง โดยแต่ละจุดสะท้อนอัตลักษณ์ของพื้นที่ผ่านแนวคิดและเทคโนโลยีแสง สี เสียง ที่แตกต่างกัน

เริ่มต้นที่ สะพานพระราม 8 ภายใต้แนวคิด “พระมหากรุณา สายธาราสู่รามา 8” ถ่ายทอดความงดงามของสายน้ำผ่านการแสดงเลเซอร์ประกอบ Light & Sound วันละ 6 รอบ ตั้งแต่เวลา 19.00–21.30 น. ต่อเนื่องด้วยบริเวณ ปากคลองบางกอกน้อย–ปากคลองดุสิต (โรงพยาบาลศิริราช) ภายใต้แนวคิด “สายธารา พระเมตตาสู่ขุนเขา” พิพิธภัณฑ์ศิริราชพิมุขสถาน (โรงพยาบาลศิริราช)  กับแนวคิด “สายธารแห่งเวลา   มหาธาราสู่ปวงชน” ถ่ายทอดเรื่องราวความผูกพันของสายน้ำและพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ที่หล่อเลี้ยง ผู้คนสองฝั่งเจ้าพระยา บริเวณ อาคารสำนักงานราชนาวิกสภา กองทัพเรือ จัดแสดงในแนวคิด “Might of the Royal Thai Navy มหานุภาพ ราชนาวีไทย” ด้วยการแสดง Light & Sound ผสานเทคนิคพิเศษ สะท้อนพลังแห่งสายน้ำและกองทัพเรือไทยอันทรงเกียรติ ต่อมากับ สวนนาคราภิรมย์ ผู้ชมจะได้ดื่มด่ำกับแนวคิด  “Chao Phraya Rhapsody บทกวีแห่งเจ้าพระยา” ที่ถ่ายทอดความงามของแม่น้ำผ่านบทเพลงแห่งแสง ส่วน วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร จัดแสดงภายใต้แนวคิด “Dawn of Siam อรุณรุ่งแห่งมหานครสยาม” เนรมิตแสงยามค่ำคืนให้เปล่งประกายดั่งอรุณรุ่งแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ถัดมา ป้อมวิไชยประสิทธิ์ ถ่ายทอดพลังแห่งผู้พิทักษ์สายน้ำในแนวคิด “Guardians of the Sea ผู้พิทักษ์แห่งท้องทะเล”  และ วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร กับแนวคิด “Lamp of Kindred Spirit ธรรมประทีปแห่งกัลยาณมิตร” พร้อมการแสดง Light & Sound และสื่อประสมสุดพิเศษ และบริเวณ สะพานปฐมบรมราชานุสรณ์ (สะพานพระพุทธยอดฟ้า) จัดแสดงภายใต้แนวคิด “Threads of Glory สายใยแห่งความรุ่งเรือง” ด้วยเทคโนโลยีแสง  สี เสียงสุดล้ำสมัย Light & Sound ผสานเทคโนโลยีพิเศษ พร้อมการแสดงโดรนสุดอลังการกว่า 500–1,000 ลำ ภายใต้แนวคิด “แสงแห่งสยาม แม่ของแผ่นดิน” ที่จะส่องสว่างเหนือน่านน้ำเจ้าพระยาในค่ำคืนพิเศษ  โดยการแสดงโดรน 500 ลำ จัดแสดง วันที่ 14, 21, พฤศจิกายน และ วันที่ 5, 12, 19 ธันวาคม 2568  วันละ 1 รอบ (เวลา 20.45 น.) และการแสดงโดรน 1,000 ลำ จัดแสดง วันที่ 9, 15, 22, 28, 29 พฤศจิกายน และ วันที่ 6, 13, 20 ธันวาคม 2568 วันละ 1 รอบ (เวลา 20.45 น.)  ขณะเดียวกัน สะพานพระปกเกล้า จัดแสดงแนวคิด “Luminary Golden Threads สายใยทองแห่งสยาม” สื่อถึงความรุ่งเรืองของชาติ ส่วนบริเวณ ตึกร้าง (ซอยล้ง 1919) ถ่ายทอดมนต์เสน่ห์แห่งประวัติศาสตร์ผ่านแนวคิด “Siam Ghostly Heritage  สยามวิญญาณรัตติกาล” ด้วยเทคนิค Light on Balloon ที่เล่นแสงและเงาอย่างมีมิติ นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดงที่ วัดแม่พระลูกประคำ (กาลหว่าร์) ภายใต้แนวคิด “Beacon of Ambition แสงไฟแห่งความรุ่งเรือง” และที่ RIVER CITY BANGKOK กับแนวคิด “Thailand Land of Smiles เมืองไทย เมืองแห่งรอยยิ้ม” ถ่ายทอดรอยยิ้มแห่งสยามที่พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ขณะเดียวกัน ไอคอนสยาม (ICONSIAM) ได้จัดแสดงต้นคริสต์มาสสุดยิ่งใหญ่ภายใต้แนวคิด “The Thai-conic Lighting Symphony” พร้อมการแสดง ICONIC Multimedia Water Feature ที่จัดขึ้นวันละ 3 รอบ เติมเต็มบรรยากาศแห่งความสุขริมสายน้ำเจ้าพระยา และปิดท้ายที่ ปั้นจั่น / เครนก่อสร้างทางน้ำ บริษัท อู่กรุงเทพ จำกัด กับการจัดแสดงภายใต้แนวคิด “Crystal of Life ดวงแสงแห่งการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน” Art Installation สื่อถึงพลังงานแห่งความหวังและความงดงามของการท่องเที่ยวสีเขียว ที่จะเปล่งประกายไปพร้อมกับสายน้ำแห่งชีวิต

ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมสีสันบรรยากาศความงดงาม บริเวณริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาในแต่ละพื้นที่โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายได้ทุกวัน ตั้งแต่วันที่ 9 พฤศจิกายน – 23 ธันวาคม 2568 เวลา 18.00 – 22.00 น. ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Fanpage : Vijit Chao Phraya 2025  หรือ http://www.thailandfestival.org

ปิดฉากรัก7ปี! ‘เพลง ชนม์ทิดา’ยอมรับวิวาห์ล่ม เลิก’เป๊ก เศรณี’แล้ว

ปิดฉากรัก7ปี! 'เพลง ชนม์ทิดา'ยอมรับวิวาห์ล่ม เลิก'เป๊ก เศรณี'แล้ว

ปิดฉากรัก7ปี! ‘เพลง ชนม์ทิดา’ยอมรับวิวาห์ล่ม เลิก’เป๊ก เศรณี’แล้ว

วันอังคาร ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 15.30 น.

11 พฤศจิกายน 2568 หลังปล่อยให้แฟนๆ จับตาความสัมพันธ์มานาน ล่าสุด “เพลง ชนม์ทิดา อัศวเหม” ได้ออกมาเปิดใจอย่างตรงไปตรงมา ถึงความสัมพันธ์กับ “เป๊ก เศรณี ชาญวีรกูล” หลังคบหาดูใจกันมายาวนานกว่า 7 ปี โดยเผยในงานครบรอบ 42 ปี บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ว่า ตอนนี้ทั้งคู่ได้ลดสถานะลงแล้ว

เพลงเล่าว่า การพูดคุยครั้งนั้นเริ่มจากฝ่ายชายที่เปิดใจว่าความรู้สึกไม่เหมือนเดิม ซึ่งยอมรับว่าตนเองตั้งตัวไม่ทันและช็อก พร้อมบอกว่า แม้จะเดินทางร่วมกันมานานถึง 7 ปี แต่ความรักของเธอตั้งอยู่บนพื้นฐานของ ความเข้าใจ การให้เกียรติ และความซื่อสัตย์

เราเคยพูดเสมอว่า ถ้าวันหนึ่งหมดรักหรือรู้สึกเปลี่ยนไป ขอให้บอกกันตรงๆ เพราะเรายินดีที่จะเข้าใจ… แค่ขอให้ซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกของกันและกัน

เพลงเผยว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นตามที่หลายคนสงสัย หลังไม่มีภาพคู่ร่วมกันมาหลายเดือน โดยในตอนนั้นมีการพูดคุยกันว่า “ยังไม่พร้อม” จึงขอเวลาพักความสัมพันธ์ไว้ก่อน ซึ่งเพลงเอง เคารพการตัดสินใจ และ เข้าใจในจุดนั้น

เมื่อถูกถามถึงข่าวลือมือที่สาม เพลงตอบอย่างตรงไปตรงมาว่า “ถ้าความรักเปลี่ยนไป ขอให้เดินมาบอกกันก่อน ไม่ต้องให้ถึงวันที่มันบั่นทอนความรู้สึก เพราะในวันที่เรารักกัน เรารักกันจริงๆ”

แม้จะพยายามเข้มแข็ง แต่เพลงยอมรับว่า ไม่เสียใจคงเป็นไปไม่ได้ พร้อมบอกว่านี่คือช่วงเวลาที่เธอกำลังกลับมารักตัวเองอีกครั้ง ตอนนี้ได้เห็นแล้วว่า ใครคือคนที่อยู่ข้างเราในวันที่แย่ที่สุด… แม้ยังไม่ 100% แต่เชื่อว่าวันข้างหน้าจะมีสิ่งดี ๆ รออยู่

ส่วนเรื่องการพูดคุยกันครั้งสุดท้าย เพลงเผยว่ามีทั้งหมด 2 ครั้ง ครั้งแรกยังไม่ได้ข้อสรุป ส่วนครั้งที่สองเธอเป็นฝ่ายขอคุยเอง เพื่อให้ทุกอย่างชัดเจน และสุดท้ายก็ได้รับคำตอบว่าเป็นการยกเลิกงานแต่งงาน

สำหรับตอนนี้ เพลงยืนยันว่าโสด และยังไม่พร้อมเปิดใจให้รักครั้งใหม่ “ขอเวลาร้องไห้ให้เต็มที่ ฮีลใจให้สุดก่อน… เพราะบางวันยังยิ้มได้ บางวันก็ยังร้องไห้ ซึ่งมันเป็นเรื่องธรรมดา”

นางฟ้าชัดๆ! ‘ศรีริต้า’แชะภาพฉลองวันเกิดวัย 44 ปีริมทะเล

นางฟ้าชัดๆ! 'ศรีริต้า'แชะภาพฉลองวันเกิดวัย 44 ปีริมทะเล

นางฟ้าชัดๆ! ‘ศรีริต้า’แชะภาพฉลองวันเกิดวัย 44 ปีริมทะเล

วันอังคาร ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 15.04 น.

11 พฤศจิกายน 2568 เป็นอีกหนึ่งโมเมนต์อบอุ่นหัวใจของนางเอกคนสวย “ศรีริต้า เจนเซ่น” ที่ได้โพสต์ภาพฉลองวันเกิดผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว @sriritajensen โดยมีเพื่อนๆ และครอบครัวร่วมอวยพรอย่างอบอุ่น

ศรีริต้าได้เขียนแคปชั่นเป็นภาษาอังกฤษว่า “To the people who lift me higher than I ever dreamed — thank you for the love, support, and wings to fly.” ซึ่งแปลเป็นไทยได้ว่า “ถึงทุกคนที่คอยยกฉันให้บินสูงกว่าที่เคยฝันไว้ ขอบคุณสำหรับความรัก การสนับสนุน และปีกที่ทำให้ฉันได้โบยบิน”

ส่องภาพเบื้องหลังชุดแต่งงานไทยประยุกต์บ่าวสาวป้ายแดง ‘ใหม่ ดาวิกา-เต๋อ ฉันทวิชช์’จากแบรนด์ ‘วนัช กูตูร์’

ส่องภาพเบื้องหลังชุดแต่งงานไทยประยุกต์บ่าวสาวป้ายแดง 'ใหม่ ดาวิกา-เต๋อ ฉันทวิชช์'จากแบรนด์ 'วนัช กูตูร์'

ส่องภาพเบื้องหลังชุดแต่งงานไทยประยุกต์บ่าวสาวป้ายแดง ‘ใหม่ ดาวิกา-เต๋อ ฉันทวิชช์’จากแบรนด์ ‘วนัช กูตูร์’

วันอังคาร ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 14.11 น.

ส่งท้ายปีด้วยเรื่องสุดน่ายินดีของซุปเปอร์สตาร์คู่รักแห่งวงการบันเทิงไทย ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่ และ เต๋อ-ฉันทวิชช์ ธนะเสวี ที่ล่าสุดทั้งคู่ได้ควงแขนเข้าสู่ประตูวิวาห์เป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อวันอาทิตย์ที่ 9 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา บรรยากาศเต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุขท่ามกลางบรรยากาศสุดโรแมนติกมีเพื่อนๆ ทั้งในและนอกวงการบันเทิงไปร่วมเป็นสักขีพยานรักในครั้งนี้กันอย่างอบอุ่น

Vanus Couture presents “Chantavika — The Eternal Love of Purity”

และวันนี้จะขอพาทุกคนไปชมภาพชุดแต่งงานไทยประยุกต์สุดอลังการของบ่าวสาวป้ายแดงที่ออกแบบโดยห้องเสื้อชื่อดังของเมืองไทย วนัช กูตูร์ คอนเซ็ปต์ชุดแต่งงานได้มาจากแรงบันดาลใจของแนวคิด “ความรักที่บริสุทธิ์” ซึ่งสาวใหม่ได้ร่วมออกแบบกับ ดร.สรรค์ สุดเกตุ ดีไซน์เนอร์ระดับโอต์กุตูร์แห่ง Vanus Couture โดยต้องการให้ชุดสะท้อนถึงความรักที่งดงาม อ่อนโยน และบริสุทธิ์ดั่ง “ดอกบัว”  ดอกไม้ไทยที่เปี่ยมด้วยความหมายแห่งความสะอาดบริสุทธิ์ การงอกงาม และความรุ่งเรือง

ไอเดียร์นี้นำมาตีความเป็นผลงานเชิงศิลป์ ผ่านกระบวนการรังสรรค์ผ้าไหมทอมือขึ้นใหม่ทั้งผืน โดยใช้เทคนิคการทอชั้นสูงจากจังหวัดลำพูน ถ่ายทอดความละเอียดอ่อนและฝีมือของช่างไทยดั้งเดิม สู่ “ผ้าไหมลำพูนลายใหม่” ที่ใช้เวลาในการทอยาวนานกว่า 200 วัน เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองความรักของทั้งคู่ ผืนผ้านี้ถูกทอขึ้นในผืนเดียวกัน และแบ่งใช้สำหรับตัดเย็บเป็นชุดของเจ้าบ่าวและเจ้าสาว ก่อนนำไปขึ้นทะเบียนลายที่ กรมหม่อนไหม โดยตั้งชื่อลายว่า “ฉันทวิกา” ซึ่งเกิดจากการผสมผสานชื่อของคุณ “ฉันทวิชช์” และ “ดาวิกา” เข้าด้วยกัน เป็นสัญลักษณ์แห่งรักแท้ที่ร้อยเรียงสองหัวใจไว้เป็นหนึ่งเดียว

The Bride’s Dress — Thai Elegance Meets Haute Couture

ชุดเจ้าสาวของ ใหม่-ดาวิกา ถูกออกแบบให้ผสมผสานความงามของ ไทยประเพณีกับสากลร่วมสมัย อย่างกลมกลืน ช่วงล่างของชุดถูกออกแบบให้เป็น ทรงหางปลา (Mermaid Silhouette) ที่คงเอกลักษณ์ของการนุ่งผ้าแบบไทย แต่ให้ความพลิ้วและสง่างามในแบบโอต์กูตูร์ ส่วนลำตัวออกแบบเป็นเสื้อเกาะอกโค้งคล้ายห่มสไบโบราณ เสริมด้วยผ้าไหมแก้วจากจังหวัดนครราชสีมา ตัดเย็บเป็นผ้าคลุมไหล่ยาวที่ยึดแนบกับต้นแขนอย่างอ่อนช้อย พร้อมเข้ากับเครื่องประดับเฉพาะของเจ้าสาวลวดลายของผืนผ้าได้รับการออกแบบพิเศษโดยนำ “ดอกบัว” ซึ่งถือเป็นไม้มงคลแห่งความบริสุทธิ์และการตื่นรู้ มาสร้างเป็นลายปักด้านล่างของกระโปรงอย่างประณีต นอกจากนี้ยังแฝง “ลายงูคู่รัก” สัญลักษณ์ของความผูกพันและพลังแห่งชีวิตคู่ ซึ่งสอดคล้องกับเครื่องประดับสร้อยคอรูปงูจากแบรนด์ Bulgari ที่คุณใหม่เลือกสวมในวันสำคัญ

The Groom’s Attire — Heritage of Honor and Devotion

ส่วนเจ้าบ่าว เต๋อ-ฉันทวิชช์ เลือกสวมชุดไทยพระราชทาน ซึ่งถือเป็นเครื่องแต่งกายชั้นสูงของบุรุษไทยที่ได้รับแรงบันดาลใจจากพระราชพิธีในสมัยรัชกาลที่ 9 ชุดนี้ถูกตัดเย็บขึ้นจาก ผ้าไหมยกลำพูนผืนเดียวกันกับชุดของเจ้าสาว เพื่อสื่อถึงความเป็น “หนึ่งเดียวกันแห่งรัก” โดยเนื้อผ้ามีความอ่อนนุ่มแต่คงโครงสร้างได้ดี แสดงถึงความสง่างามและความแข็งแกร่งในเวลาเดียวกัน

เจ้าบ่าวและเจ้าสาวมีความตั้งใจที่จะสืบสานและอนุรักษ์มรดกหัตถศิลป์ไทย จึงเลือกใช้ผ้าไหมทอมือจากช่างท้องถิ่น และร่วมส่งเสริมอาชีพให้กับชุมชนผู้ทอผ้าในจังหวัดลำพูน ผ่านการเลือกใช้ชุดไทยที่ผลิตโดยแบรนด์ไทยระดับชั้นนำ

“Vanus Mali” — The Jewelry of Eternal Purity

เพื่อเติมเต็มความงดงามของชุดไทยในวันแห่งความรัก Vanus Couture ได้ร่วมออกแบบเครื่องประดับไทยร่วมสมัยภายใต้ชื่อ “วนัชมาลี”  ชุดเครื่องประดับที่สื่อถึง “รักบริสุทธิ์เหนือกาลเวลา” ซึ่งออกแบบเฉพาะสำหรับเจ้าสาว โดยได้รับแรงบันดาลใจจากคำว่า “วนัช” หมายถึง “ดอกบัว” ดอกบัวในที่นี้สื่อถึง “ความบริสุทธิ์ การงอกงาม และความรุ่งเรือง” ผสานเข้ากับลวดลาย “ประจำยาม” ซึ่งเป็นลายมงคลไทยโบราณ หมายถึงการคุ้มครองและนำพาความเจริญมาสู่ชีวิตคู่

Exquisite Craftsmanship and Gemology

“วนัชมาลี” ประกอบด้วยเครื่องประดับ 4 ชิ้นหลัก ผลิตด้วยเทคนิคชั้นสูงของงานจิวเวลรี่ระดับโอต์กูตูร์ ประดับด้วย พลอยเพทายขาว สัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์ ซื่อสัตย์ และความสำเร็จ และ โอปอล อัญมณีแห่งความหวังและความรักที่เปี่ยมด้วยแสงสีรุ้ง เปรียบดังสีสันแห่งความสุขในชีวิตสมรส

เครื่องประดับแต่ละชิ้นประกอบด้วย

 1. เครื่องประดับเรือนผม “กลีบบัว” – กลีบบัวโปร่งบางพริ้วไหว ประดับเพทายขาว เปรียบดั่งบัวลอยน้ำแห่งรักอันบริสุทธิ์

 2. ปิ่นปักผม “หยาดเพชร” – ปิ่นทรงบัวตูมกำลังผลิบาน ประดับเพทายขาวและโอปอล เปรียบดั่งหยดน้ำค้างแห่งความอุดมสมบูรณ์

 3. กำไลแขนและข้อมือ “ใยบัว” – ถ่ายทอดความผูกพันและการรวมเป็นหนึ่ง ผ่านลวดลายพันเกี่ยวของใบบัว

 4. เข็มขัดชุดไทย “รากบัว” – หัวเข็มขัดลายกลีบบัวผสานลายประจำยาม โดดเด่นด้วยโอปอลทรงรีเม็ดใหญ่ สื่อถึงรากฐานชีวิตคู่ที่มั่นคง

An Ode to Thai Heritage and Eternal Love

“ฉันทวิกา” และ “วนัชมาลี” จึงมิใช่เพียงชุดแต่งงาน แต่คือ ผลงานศิลป์แห่งรักแท้และมรดกหัตถศิลป์ไทย ที่ถูกหลอมรวมไว้ในทุกเส้นไหม ทุกลวดลาย และทุกประกายอัญมณี

นับเป็นชุดแต่งงานที่งดงามตราตรึงใจของเหล่าแฟนคลับและผู้ชมมากมาย ที่ต่างเข้ามาชื่นชมและยินดีกับความรักของทั้งคู่จนแน่นไอจี ขอให้ความรักของทั้งคู่งดงามดั่งดอกบัวผลิบานตลอดไป

ร่วมชมความงดงามของชุดไทยโบราณและชุดไทยประยุกต์ทั้งหมดของ ห้องเสื้อ วนัช กูตูร์ ได้ผ่านช่องทาง  www.facebook.com/vanuscouture และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่  02-0024895, 02-0024896, 086-491-5445 และ  Line: @ vanuscouture

ยิ้มไม่หุบ! ‘เอวา ปวรวรรณ’เผยคลิปสุดอบอุ่นของคนในครอบครัว

ยิ้มไม่หุบ! 'เอวา ปวรวรรณ'เผยคลิปสุดอบอุ่นของคนในครอบครัว

ยิ้มไม่หุบ! ‘เอวา ปวรวรรณ’เผยคลิปสุดอบอุ่นของคนในครอบครัว

วันอังคาร ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 14.04 น.

 ทำเอาแฟนๆ ยิ้มไม่หุบ กับคอนเทนต์สุดน่ารักของคุณหนูหมื่นล้าน “เอวา ปวรวรรณ วีระภุชงค์” ที่เธอได้ชวนคนในครอบครัวอย่างคุณพ่อคุณแม่คุณป้าและอาม่า มาร่วมทำคอนเทนต์ “ฉายาของแต่ละคนบนบ้าน 13 ชั้น”โดยในคลิป “เอวา” ได้บอกถึงฉายาของแต่ละคนในบ้านเริ่มที่..

“เอวา” เด็กน้อย 3 ขวบ โตแล้วแต่อยากติ๊งต๊องอยู่

“คุณพ่อ” ATM ของบ้าน มีเท่าไหร่ให้แม่หมด

“คุณแม่” สายตีกอล์ฟสะสมถ้วยรางวัลเป็นชีวิตจิตใจ

“ป้าแอ๊ด” พี่เลี้ยงของทุกรุ่นตั้งแต่รุ่นคุณพ่อจนรักเหมือนป้าแท้ๆ

“อาม่า” สายธรรมะทำบุญสวดมนต์ให้ครอบครัวทุกวัน

ซึ่ง “เอวา” ยังเอาวายังบอกอีกว่าเมื่อทุกคนมารวมตัวกัน ก็กลายเป็นสมาคมผู้สูงอายุในบ้าน 13 ชั้น นั่นเอง งานนี้เมื่อแฟนๆ ได้ดูจบจบก็ต่างคอมเมนต์เป็นเสียงเดียวกันว่า ครอบครัวนี้น่ารักและอบอุ่นมาก

‘ดวลเพลงดัง พลังมัธยม’แดนซ์กระจาย ส่ง 3 สาวน้อยเสิร์ฟความสดใสในเพลง ‘ห้ามทิ้ง’

'ดวลเพลงดัง พลังมัธยม'แดนซ์กระจาย ส่ง 3 สาวน้อยเสิร์ฟความสดใสในเพลง 'ห้ามทิ้ง'

‘ดวลเพลงดัง พลังมัธยม’แดนซ์กระจาย ส่ง 3 สาวน้อยเสิร์ฟความสดใสในเพลง ‘ห้ามทิ้ง’

วันอังคาร ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 13.59 น.

เต้นสนุกร้องเพลิน “ดวลเพลงดัง พลังมัธยม” เสิร์ฟความสดใสผ่านเพลงรักสุดคิ้วท์ “ห้ามทิ้ง” ของ “อะตอม Mic Idol” แล้วมาแดนซ์ไปด้วยกัน วันพุธที่ 11 พฤศจิกายนนี้

แฟน ๆ ปักหมุดลุ้นและเชียร์ผู้เข้าแข่งขันคนโปรดได้เลย กับเวลาใหม่ เวลา 13.30 น.  สัปดาห์นี้ ดวลเพลงดัง พลังมัธยม ส่งตรงความสนุกผ่านหน้าจอ การันตีโดย 2 พิธีกรคู่หู โหน-ธนากร ศรีบรรจง และอ้น-อัครวัฒน์ จุมพลวิวัฒน์ มาพร้อม 3 กรรมการมากความสามารถ เปา-เปาวลี, กานต์-ทศน และภูมิ-เกียรติภูมิ ดูจากรายชื่อกรรมการแล้ว เก่งครบเครื่อง ร้องดี เต้นได้ แถมอินเนอร์การแสดงจัดเต็ม นอกจากการแข่งขันที่สนุกเข้มข้นน้อง ๆ จะได้รับประบการณ์ดี ๆ จากมืออาชีพ แต่ก่อนจะไปลุ้นกับการแข่งขันมีการแสดงของน้อง ๆ โรงเรียนบางปะอิน มาฝากกันด้วย

หลังจากอุ่นเครื่องกับโชว์สุดประทับใจกันไปแล้ว ได้เวลาของ 3 สาวน้อยคนเก่ง น้องออร์แกน, น้องใบตอง และน้องบุ้งกี๋ กับการประชันเสียงร้องและลีลาสุดน่ารักในเพลง ห้ามทิ้ง ของนักร้องสาว อะตอม Mic Idol บอกเลยว่าเติมความสดใสเต็มพิกัด จนต้องร้องและเต้นตามอย่างแน่นอน แต่ที่พลาดไม่ได้เด็ดขาดคือโน้ตประหาร เสียงสูงที่ต้องโฟกัส อินเนอร์และลีลาที่ต้องสนุกสนนาน ไม่ง่ายเลยทีเดียว ว่าแต่เหล่าผู้เข้าแข่งขันจะทำผลงานออกมาดีขนาดไหน ต้องไปพิสูจน์กันในรายการ ห้ามพลาดวันพุธนี้รู้กัน ติดตามความสนุก และร่วมส่งกำลังใจให้ผู้เข้าแข่งขันได้ในรายการ ดวลเพลงดัง พลังมัธยม วันพุธที่ 11 พฤศจิกายนนี้เวลาใหม่ 13.30 น. ทาง ช่อง 7HD กด 35 Facebook : Ch7HD และ Ch7HD Entertainment  และสามารถชมความเคลื่อนไหวรายการต่าง ๆ ได้ทาง ช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 สดออนไลน์ BUGABOO.TV และช่องทางออนไลน์ Facebook, IG, X, TikTok, YouTube : Ch7HD เว็บไซต์ :  www.ch7.com