ดราม่าพี่น้อง ศาลยกฟ้อง 4 ป้า รอดคดีหมิ่นประมาท แน็ก ชาลี

ดราม่าพี่น้อง ศาลยกฟ้อง 4 ป้า รอดคดีหมิ่นประมาท แน็ก ชาลี

ดราม่าพี่น้อง ศาลยกฟ้อง 4 ป้า รอดคดีหมิ่นประมาท แน็ก ชาลี

วันพฤหัสบดี ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2569, 20.46 น.

29 มกราคม 2569 จากกรณีที่ก่อนหน้านี้นักแสดงหนุ่ม “แน็ก ชาลี” ได้ยื่นฟ้องพี่สาวทั้ง 4 คน ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา หลังจากฝ่ายพี่สาวออกมาโพสต์ชี้แจงและปกป้องตัวเองผ่านโซเชียลมีเดีย ซึ่งแน็กมองว่าเป็นการใส่ความและทำให้ตนเสื่อมเสียชื่อเสียง โดย ทนายนิด้า ทนายความของพี่สาวทั้ง 4 คน เคยเปิดเผยว่า คดีดังกล่าวเป็นการฟ้องคดีอาญา โดยไม่ได้เรียกค่าเสียหาย แต่ขอให้ศาลลงโทษจำคุก

ล่าสุดวันนี้ ซึ่งเป็นวันที่ศาลนัดฟังคำพิพากษาปรากฏว่า ศาลมีคำพิพากษายกฟ้อง โดยเห็นว่าการกระทำของจำเลยไม่เข้าข่ายความผิดตามฟ้อง

โดย ทนายนิด้า ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านอินสตาแกรมสตอรี่ โดยโพสต์ภาพแคปหน้าจอขณะวิดีโอคอลกับพี่สาวของแน็ก 3 คน พร้อมข้อความว่า “ขอแสดงความยินดีกับ 4 ป้าด้วยนะคะ #ศาลพิพากษายกฟ้อง ไม่ได้หมิ่นประมาทน้องชาย ปล.หายไปป้านึง”

ปิดฉากรักอีกคู่ นารา ยอมรับยุติความสัมพันธ์ ซีดี แล้ว

ปิดฉากรักอีกคู่ นารา ยอมรับยุติความสัมพันธ์ ซีดี แล้ว

ปิดฉากรักอีกคู่ นารา ยอมรับยุติความสัมพันธ์ ซีดี แล้ว

วันพฤหัสบดี ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2569, 19.23 น.

นารา เทพนุภา เปิดใจหลังความสัมพันธ์กับ ซีดี กันต์ธีร์ หยุดลง ยอมรับไม่ได้คุยกันกว่า 2 เดือน พร้อมเดินหน้าชีวิตต่อ

ทำเอาแฟนๆ อดเสียดายไม่ได้ สำหรับความสัมพันธ์ของนักร้องหนุ่ม “ซีดี กันต์ธีร์” และ “นารา เทพนุภา” ที่ก่อนหน้านี้ทั้งคู่คอยซัพพอร์ตกันมาโดยตลอด ล่าสุด นารา ได้ออกมาเปิดใจถึงสถานะความสัมพันธ์ หลังมาร่วมงาน The Viral Hit Award 2025 โดยยอมรับว่าขณะนี้ไม่ได้ติดต่อพูดคุยกันแล้ว และความสัมพันธ์ได้หยุดลงเป็นที่เรียบร้อย

นาราเผยว่า เธอเคารพการตัดสินใจของอีกฝ่าย และยอมรับว่าทั้งสองไม่ได้คุยกันมาประมาณ 2 เดือนแล้ว พร้อมย้ำว่าความรู้สึกของตัวเองดีขึ้นตามลำดับ และเลือกเดินหน้าทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป

ทั้งนี้ นาราได้ชี้แจงว่า ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไม่เคยมีการประกาศคบกันอย่างเป็นทางการ จึงไม่สามารถใช้คำว่าเลิกได้ พร้อมขอบคุณแฟนๆ ที่อินและให้กำลังใจมาโดยตลอด โดยมองว่าความรักมีหลายมุม และไม่ใช่แค่ความหวานเท่านั้นที่จะทำให้ความสัมพันธ์ยืนยาว

ท้ายที่สุด นารายืนยันว่าการยุติความสัมพันธ์ครั้งนี้เป็นการจบกันด้วยดี แม้การกลับมาร่วมงานกันอาจต้องใช้เวลา แต่เจ้าตัวเผยว่าได้ทำเต็มที่แล้ว ไม่มีอะไรต้องเสียดาย และพร้อมมูฟออนเดินหน้าชีวิตต่อไป

เปิดโพสต์แรก นุ่น รมิดา หลังแถลงข่าวสูญเสียลูกสาวในครรภ์

เปิดโพสต์แรก นุ่น รมิดา หลังแถลงข่าวสูญเสียลูกสาวในครรภ์

เปิดโพสต์แรก นุ่น รมิดา หลังแถลงข่าวสูญเสียลูกสาวในครรภ์

วันพฤหัสบดี ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2569, 17.24 น.

นุ่น รมิดา เคลื่อนไหวครั้งแรก โพสต์ขอบคุณทุกกำลังใจจากแฟนๆ หลังเผชิญความสูญเสียครั้งใหญ่ แฟนคลับส่งใจล้น

29 มกราคม 2569 เป็นอีกหนึ่งข่าวเศร้าที่สร้างความสะเทือนใจให้กับแฟนๆ และคนในวงการบันเทิงอย่างมาก หลังนักแสดงหนุ่ม หลุยส์ สก๊อต และภรรยาสาว นุ่น รมิดา ออกมาแจ้งข่าวการสูญเสียลูกสาวในครรภ์วัย 9 เดือน โดยล่าสุดทั้งคู่ได้ร่วมแถลงข่าวพร้อมแพทย์เฉพาะทาง ณ โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท เพื่อชี้แจงรายละเอียดและสาเหตุของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

แพทย์ผู้ดูแลเผยว่า สาเหตุเกิดจากคุณแม่มีแผลที่ตัวมดลูก ส่งผลให้เกิดการเสียเลือดในปริมาณมาก ทำให้ความดันโลหิตลดลงอย่างรวดเร็ว ทีมแพทย์จึงต้องเร่งเตรียมห้องผ่าตัดเพื่อให้การรักษาอย่างทันท่วงที อย่างไรก็ตาม ในระหว่างการตรวจไม่พบสัญญาณชีพของทารกในครรภ์แล้ว จึงมีความจำเป็นต้องผ่าตัดเพื่อรักษาชีวิตของคุณแม่เป็นอันดับแรก

ภายหลังการแถลงข่าว ล่าสุด นุ่น รมิดา ได้ออกมาโพสต์ภาพ พร้อมข้อความขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งเข้ามา โดยระบุว่า “ขอบคุณทุกๆ คนมากๆ นะคะ สำหรับกำลังใจที่ส่งให้นุ่นหลุยส์ มันมีความหมายกับเราที่สุด”

หลังจากโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป มีแฟนๆ และเพื่อนร่วมวงการจำนวนมากเข้ามาคอมเมนต์แสดงความเสียใจ พร้อมส่งกำลังใจให้ทั้ง หลุยส์ และ นุ่น อย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางช่วงเวลาสูญเสียอันยากลำบากครั้งนี้

‘เล้ง–แสตมป์’ร่วมงาน The Viral Hits Awards 2025

'เล้ง–แสตมป์'ร่วมงาน The Viral Hits Awards 2025

‘เล้ง–แสตมป์’ร่วมงาน The Viral Hits Awards 2025

วันพฤหัสบดี ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2569, 16.08 น.

ท่ามกลางกระแสความนิยมอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดสองนักแสดงคู่จิ้น เล้ง–แสตมป์ ปรากฏตัวในงาน The Viral Hits Awards 2025 ณ KBank Siam Pic-Ganesha Theatre พร้อมอัปเดตผลงานซีรีส์วาย “ลอยแก้ว Loy Kaew First Love” ที่กำลังได้รับความสนใจอย่างมากโดยซีรีส์ ลอยแก้ว ไม่เพียงสร้างกระแสในประเทศไทย แต่ยัง โกอินเตอร์สำเร็จ หลังมีการจำหน่ายลิขสิทธิ์ออกอากาศไปกว่า 23 ประเทศ ในโซนลาตินอเมริกา สหรัฐอเมริกา และยุโรป ตอกย้ำศักยภาพคอนเทนต์ไทยบนเวทีโลกเรียกได้ว่าเป็นอีกก้าวสำคัญของ เล้ง–แสตมป์ และซีรีส์วายไทย ที่ทั้ง “ดัง” และ “ไปไกลระดับนานาชาติ” อย่างแท้จริง

#LengStamp #เล้งแสตมป์

#LoyKaewFirstLove #ลอยแก้ว

#TheViralHitsAwards2025 #TVHA2025

#ซีรีส์วายไทย #ThaiSoftPower #GoInter

6สุดยอดศิลปินระดับตำนานบนเวทีออร์เคสตรา THE LEGEND ALL STARS ORCHESTRA CONCERT

6สุดยอดศิลปินระดับตำนานบนเวทีออร์เคสตรา THE LEGEND ALL STARS ORCHESTRA CONCERT

6สุดยอดศิลปินระดับตำนานบนเวทีออร์เคสตรา THE LEGEND ALL STARS ORCHESTRA CONCERT

วันพฤหัสบดี ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2569, 15.59 น.

เตรียมสัมผัสประสบการณ์ดนตรีเหนือระดับ กับการรวมตัวครั้งสำคัญของ 6 สุดยอดศิลปินระดับแถวหน้าของเมืองไทย นำโดยเจ้าพ่อดิสโก้ บุรินทร์ บุญวิสุทธิ์ ผนึกกำลังรุ่นพี่ระดับตำนาน ปุ๊ อัญชลี, ป้อม ออโต้บาห์น, ปั่น ไพบูลย์เกียรติ, บิลลี่ โอแกน และเสริมทัพด้วยดิว่าสาวเสียงทรงพลัง ลีเดีย ศรัณย์รัชต์ ที่จะมาร่วมสร้างนิยามใหม่ให้กับบทเพลงที่คุณคิดถึง ถ่ายทอดผ่านวงออร์เคสตราที่พร้อมสะกดทุกโสตประสาทใน “THE LEGEND ALL STARS ORCHESTRA CONCERT” จัดโดย บริษัท เอเอ็มอี อิมเมจิเนทีฟ จำกัด ในเครืออมรินทร์กรุ๊ป พร้อมจะเนรมิตให้ค่ำคืนวันเสาร์ที่ 14 มีนาคม 2569 ณ  One Bangkok Forum เป็นค่ำคืนสุดพิเศษและน่าจดจำ โดยเหล่าศิลปินยังได้รวมตัวกันเฉพาะกิจ ณ บริษัท เอเอ็มอี อิมเมจิเนทีฟ จำกัด ย่านตลิ่งชัน ถ่ายภาพเพื่อโปรโมตคอนเสิร์ตท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความสนุก พร้อมแล้วกับการสร้างตำนานบทใหม่ของคอนเสิร์ตนี้

เหล่าแฟนคลับของศิลปินทั้ง 3 ยุค 80s, 90s และ 2000s ระดับตำนาน เตรียมตัวให้พร้อมเพื่อกดบัตรคอนเสิร์ต “THE LEGEND ALL STARS ORCHESTRA CONCERT” ให้ทัน เพราะเป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์ทางดนตรีที่จะตราตรึงใจและหาฟังไม่ได้จากที่ไหน ที่จะได้ดื่มด่ำไปกับบทเพลงที่คิดถึงที่จะถูกนำมาเรียงร้อยเป็นเรื่องราวในรูปแบบใหม่ ผสานพลังเสียงระดับคุณภาพของเหล่าศิลปินระดับตำนานบนเวทีออร์เคสตรา ถ่ายทอดความไพเราะนี้แบบจัดเต็มกับวงดนตรีเครื่องสายบรรเลงโดยนักดนตรีกว่า 30 ชีวิต จากวง Thailand Phil POPS Orchestra

โดยการแสดงจะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 14 มีนาคม 2569 ณ  One Bangkok Forum บัตรราคา 6,000 / 5,000 / 4,500 / 4,000 / 3,500 / 3,000 / 2,500 / 2,000 บาท เปิดจำหน่ายบัตรรอบ Early Bird วันที่ 31 มกราคม – 4 กุมภาพันธ์ 2569 รับส่วนลดพิเศษ 20% ทุกที่นั่ง (จำนวนจำกัด) และเปิดจำหน่ายบัตรทั่วไป วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นไป ทาง Thaiticketmajor ทุกช่องทาง  ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : Sudsapda , IG : @sudsapda

#TheLegendAllStarsOrchestraConcert #burinandthesoulsmith

#บ้านและสวนConcertSeries #SuudEntertainment #AMEImaginative

ปล่อยของเด็ด ‘แอน ทองประสม’โพสIGล่าสุด จึ้งไม่ไหว..แน่ใจนะว่าจะอายุ 50แล้ว

ปล่อยของเด็ด 'แอน ทองประสม'โพสIGล่าสุด  จึ้งไม่ไหว..แน่ใจนะว่าจะอายุ 50แล้ว

ปล่อยของเด็ด ‘แอน ทองประสม’โพสIGล่าสุด จึ้งไม่ไหว..แน่ใจนะว่าจะอายุ 50แล้ว

วันพฤหัสบดี ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2569, 15.54 น.

แม่ก็คือแม่! ผู้ที่ใส่ใจเรื่องความเป๊ะแบบไม่มีพร่อง ส่องความสวยแบบซูมHD บอกเลยว่ากาลเวลาไม่สามารถทำร้าย “แอน ทองประสม” ผู้จัดคนสวยดีกรีนางเอกตลอดกาลได้เลย นอกจากจะยืนหนึ่งสายเฮลตี้ใส่ใจเรื่องออกกำลังกายวิ่งทุกเช้าแล้วนั้น สิ่งหนึ่งที่ นางเอกตัวแม่ “แอน ทองประสม” ขยันโพสต์รัวๆคงหนีไม่พ้นเรื่องทำสวย รีวิวทำหัตถการฉ่ำๆนั้นเอง ล่าสุดบอกบุญลูกสาวออนไลน์แบบไม่มีกั๊ก เฉลยเคล็ดลับไม่สะดวกแก่ เตรียมบอกลาเลขสี่โค้งสุดท้าย เข้าสู้วัย50ปีบริบูรณ์ “สาวแอน” ประมวลภาพทำสวยชุดใหญ่ไฟกะพริบกับ คุณหมอเซเลบ “หมอโจ้ The demis” คุณหมอคู่ใจ “คิม คาร์ดาเชียน” แบบจัดหนักจัดเต็มในไอจีหน้าเป๊ะ สวยอมตะแบบนี้ยกให้ “แม่แอน” คือตัวแม่ แม่ทุกสถาบันไปเลยจ๊ะ

#แอนทองประสม

 

‘ตุ๊กกี้’เผยอีกด้านชีวิตเคยเสียหลักเพราะดราม่ารำคาญเสียงหัวเราะ!

'ตุ๊กกี้'เผยอีกด้านชีวิตเคยเสียหลักเพราะดราม่ารำคาญเสียงหัวเราะ!

‘ตุ๊กกี้’เผยอีกด้านชีวิตเคยเสียหลักเพราะดราม่ารำคาญเสียงหัวเราะ!

วันพฤหัสบดี ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2569, 15.49 น.

รายการ “เกิดมาเว่า” สัปดาห์นี้ ม้าม่วง ชวนพูดคุยแบบเจาะลึกกับ “ตุ๊กกี้ ชิงร้อยชิงล้าน หรือ ตุ๊กกี้ สุดารัตน์” ตลกแถวหน้าของเมืองไทย ที่มาเล่าเส้นทางชีวิตแบบไม่มีสคริปต์ ตั้งแต่รากอีสาน การเรียนรำไทย การทำงานเบื้องหลังในฐานะคอสตูมเวิร์คพอยท์ ก่อนจะก้าวเข้าสู่นักแสดงชิงร้อยชิงล้าน จนกลายเป็นคาแรกเตอร์ที่คนจดจำ พร้อมเปิดใจเรื่องความกดดันจากเสียงวิจารณ์ เคยปิดปากหัวเราะเพราะคอมเมนต์รำคาญเสียง และบทเรียนชีวิตที่ทำให้ยืนอยู่ในวงการได้จนถึงวันนี้

เห็นพี่ตุ๊กกี้พูดอีสานหลายคนก็คงรู้แล้วว่าเป็นคนอุดร ?

ตุ๊กกี้ ไม่ รู้นี่เก่งนะ หลายคนจะไม่รู้ เพราะว่าเรียนหลายที่เกิน อนุบาลถึง ป. 6 เรียนอยู่อุดรฯ พอ ม. 1 ถึง ม. 6 เรียนอยู่กาฬสินธุ์ แล้วปริญญาตรีที่มหาสารคาม

มหาวิทยาลัยมหาสารคามนี้เขาผลิตดาราคุณภาพ ?

ตุ๊กกี้ ภูมิใจนะ พี่ตุ๊กกี้ภูมิใจมาก อะไรก็ตามน่าจะเป็นคนแรก ๆ ที่เรียนเอกรำไทย แล้วทำให้เปิดประตูสำหรับคนที่เป็นแบบขาสั้น แขนสั้น หน้าเหมือนลิงแต่ว่าเรียนรำไทย (หัวเราะ)

แนะนำร้านอาหารเด็ดของพี่ตุ๊กกี้หนึ่งในใจที่จังหวัดอุดรฯ ?

ตุ๊กกี้ ใครก็รู้จักร้านนี้ ร้านเจ๊ไก่ ไม่ได้มีแต่ส้มตำอย่างเดียว ไก่ย่างก็อร่อย แล้วเขาจะวางข้างหน้าเลย หอยขม กุ้งเต้น กุ้งลวก ทุกอย่าง ลงเครื่องไปใครจะไป คำชะโนดจะแวะเจ๊ไก่ก่อน เขาเปิดตั้งแต่เช้าด้วย 7:00 น.ก็ได้กินแล้ว แต่ว่าต้องไปก่อน 4-5 โมง เพราะว่าหมดเร็ว

กลับอุดรฯบ่อยไหม ?

ตุ๊กกี้ ได้กลับทุกเดือนค่ะ คนจะไม่ค่อยรู้ว่าพี่กลับบ้าน เพราะพี่ไม่ค่อยโพสต์ลง พี่จะลงเวลาที่ได้กินของอร่อย ๆ พี่ชอบโชว์ ตำส้มตำ ปิ้งปลา แกงนู้นแกงนี้ ถ้าเมืองอุดรฯ ก็แบบนี้ ถ้าเมืองอุบลฯ ก็หมูยอ ข้าวเปียก ก๋วยจั๊บ

ปกติเป็นร่าเริงสดใสไหม ?

ตุ๊กกี้ ไม่ พี่ไม่ได้เป็นคนร่าเริงนะ พี่แค่เป็นคนพูดมาก พูดเป็น เราไม่ได้ตลก ลองบอกว่า Yellow  คืออะไร yellow มุกล็อคมุกอะไรพี่ไม่ได้เลย เพราะพี่ไม่ได้เป็นตลก พี่ไม่ได้มาจากคณะ พี่ไม่รู้ พี่พูดเป็นเฉย ๆ หยอกนั่นหยอกนี่ไปเฉย ๆ หัวเราะตลก แต่มาครูพักลักจำ (เรียนรู้จากการแอบดูแอบฟัง) พี่หม่ำ พี่เท่ง พี่โหน่งนี่แหละ พี่เป็นฝ่ายเสื้อผ้า จัดชุดให้เขาใส่ในรายการชิงร้อยฯ เป็นคอสตูม

ก่อนที่จะมาเป็นคอสตูมเรียนอะไรมาก่อน ?

ตุ๊กกี้ พี่เรียนรำไทยมา เรียนนาฏศิลป์ไทยตั้งแต่ม. 1 ถึงปริญญาตรี

beauty standard ยุคนั้น ?

ตุ๊กกี้ ยุคนั้นคือ อรอนงค์ ปัญญาวงศ์, นุ่น วรนุช

มีพี่น้องกี่คน ?

ตุ๊กกี้ 3 คน เป็นคนกลาง พี่คนแรกพ่อบอกเลยว่าต้องเรียนช่างกล เรียนเทคนิค เพราะว่าบ้านประกอบรถสองแถว รถจะได้ไม่ต้องเขาอู่ไปเสียเงินให้เขา (หัวเราะ) คนที่ 2 คือตุ๊กกี้ ตุ๊กกี้ต้องเป็นครู เพราะว่า หน้าตาขี้เหร่ สวย หล่อ ขับรถผ่านถ้าเป็นครูเขายกมือไหว้หมด คนที่ 3 คือน้องสาว น้องต้อมต้องเรียนพยาบาลเพราะว่าพ่อเป็นโรคเก๊าท์ มีพี่ชายกับน้องสาวที่ทำตามพ่อบอก แต่เราโดดมาเรียนรำไทย

แต่ก็เป็นครูนาฏศิลป์ได้ ?

ตุ๊กกี้ เป็นได้แต่พ่อแม่ก็ไม่ได้ชอบ เต้นกินรำกินในสมัยนั้น มันจะได้ไหมล่ะเงิน ข้าราชการเขาดีเบิกให้พ่อแม่ได้เขาพูด พอสุดท้ายแล้วไปเรียนเลย เพราะว่าไปทำความสะอาดบ้านพักครู เห็นรูปคุณครู เขารำภูไทเรณูต่อหน้าพระเจ้าอยู่หัวกับราชินี  ภูพานราชนิเวศน์ทุกปี พี่ก็เลยเห็นแล้วตะลึง ได้รำต่อหน้าในหลวงด้วย ปรากฏว่านอกจากรำแล้วได้เบี้ยเลี้ยงด้วยนี่แหละได้เงิน พ่อบอกว่าใครหาเงินเข้าบ้านได้เยอะที่สุดชนะ พอจบปริญญาตรี วุฒิก็ยังไม่ได้ ไม่รู้จบหรือไม่จบ รุ่นพี่อยู่ภูเก็ตแฟนตาซีโทรมา ต้องการนักแสดง 12 คนไปภูเก็ตแฟนตาซี ไปขึ้นรถเลย เพราะว่าอยากทำงานเร็ว อยากหาเงินให้ได้ไวที่สุด ค่าครองชีพแพงก็จริง แต่เงินรายได้ก็เยอะเหมือนกัน ไปอยู่ 2 ปี ทั้งรำ ทั้งเต้น ทุกอย่าง ฟันดาบ เอาหมด เพราะว่าตำแหน่งการแสดงมันคือราคาของเงินเรา พี่ไปอยู่ 2 ปีเงินเดือนพี่พอ ๆ กับคนอยู่ 10 ปี อันนี้ประกาศสอบก็ไปแข่งหมด เอาทุกอย่าง ได้เบิดเพราะว่าพี่เรียนมา เขาเปิดรับทุกแขนง จบพาณิชย์ก็ไปทำงานที่นี่ได้ จบไหนก็ได้เขาเปิดรับหมดแต่ว่าเราจะได้เปรียบ 2 ปี ทีนี้คิดถึงแม่ แต่ว่าในระยะทางที่พี่ไปทำงานภูเก็ตแฟนตาซีกับช่วงเรียนพี่สมัครอยู่ 2 บริษัท พี่อยากทำงานที่เกี่ยวกับคอนเสิร์ต เพราะว่าพี่ไปเรียนสารคามแล้วคุณครูสอนพี่ ครูกบ พีรพงศ์ เสนไสย เขาจบจุฬามา เขาสอนเกี่ยวกับการแสดงบนเวที เราเลยรู้ว่า stage คืออะไร โปรดิวเซอร์คืออะไร ก็เลยอยากเป็นคนใส่หูฟังแล้วก็สั่งดารา คนนี้มีอำนาจ อยากมีอำนาจ ก็เลยสมัครแกรมมี่ แผนก stage และกำกับเวที ในขณะนั้นก็อยากทำงานรายการทีวี เพราะว่าเป็นแฟนคลับเวทีทอง แฟนคลับป๋ากิ๊กกับพี่หม่ำ ก็เลยสมัครเวิร์คพอยท์คู่กัน

คือแกรมมี่กับเวิร์คพอยท์เลย ?

ตุ๊กกี้ คู่กันเลย เขียนจดหมายด้วยมือตัวเอง 4 ฉบับ อยากทำมาก เมื่อก่อนมันไม่มีอินเทอร์เน็ตนะ ไปอยู่ทำงานตั้งแต่ปี 45-47 งานวันเกิดปีนี้นั่น ฉันจะกลับไปกราบเท้าพ่อกับแม่ 2 ปีที่ฉันหายไป คิดถึงพ่อกับแม่มาก ก็นั่งรถจากภูเก็ตมา 13 ชั่วโมงขึ้นมาสายใต้ใหม่ ในขณะที่สายใต้ใหม่จะกลับอุดรฯ พร้อมเพื่อน เราจะต้องลงสายใต้ใหม่แล้วก็ต่อแท็กซี่ไปหมอชิด เพื่อนก็สอนอยู่กรมศิลป์ สนามหลวงเลิกประมาณ 17:00 น. ก็เลยถามเพื่อน เข้าไปในอินเทอร์เน็ต รับสมัครงาน เสิร์ชเข้าไปเลยเวิร์คพอยท์ แต่ว่ามันไม่ใช่กำกับเวทีนะ มันเป็นฝ่ายเสื้อผ้า คอสตูมคืออะไรเรายังงงอยู่ ฝ่ายเสื้อผ้าก็ฝ่ายเสื้อผ้าสิ อะไรคือคอส อะไรคือตูม ไปก่อนขอแค่เป็นเวิร์คพอยท์ กติกามารยาทการสมัครมีแค่ 5 ข้อ 1 จบปริญญาตรี 2 จบมาแล้ว 2 ปี 3 มีความรู้ความชำนาญเกี่ยวกับโขน ละครฟ้อนรำ การแสดง 4 ภาค 4 การแต่งกายฟ้อนรำการแสดง 4 ภาคและดึกดำบรรพ์ 5 ประสบการณ์ 2 ปี คลิกเข้าไปเลยสมัครประมาณ 9:00 น. นี่แหละ 11:00 น. โทรมา ….สวัสดีค่ะ สะดวกมาสอบสัมภาษณ์ที่สะพานใหม่ไหมคะบริษัทเวิร์คพอยท์ค่ะ ตอนนี้เลยคะ ไปสอบสัมภาษณ์ ในร่างกายไม่มีอะไรเสื้อก็เสื้อภูเก็ตแฟนตาซี กางเกงก็กางเกงวอร์มยูนิฟอร์มของภูเก็ตแฟนตาซี แล้วก็กระเป๋า 1 ใบอัลบั้มรูป 2 อัลบั้ม ให้พ่อกับแม่ดูว่าหายไป 2 ปีไปทำอะไรมาบ้าง พอเข้าไปนั่งอยู่ 4 คนเลย

ขอให้ทำอะไร ?

ตุ๊กกี้ ผู้บริหารเขาก็ถามว่านี่ชุดเหรอ เพราะว่าทุกคนมาเขาใส่ชุดข้าราชการ ไปสมัครงานเธอต้องใส่ตัวแบบเสื้อเชิ้ต กระโปรง เราใส่เสื้อยืด กางเกงวอร์ม รองเท้าคอนเวิร์สสีขาว เขาถามไม่มี portfolio เหรอ คืออะไรคะ ก็เราไม่รู้เราผิดอะไร พี่ก็เลยว่าอะไรคะ เขาถามไม่มีอะไรมาโชว์เหรอ มีค่ะอัลบั้มรูป ตั้งแต่เขาเปิดดูนะ เปิดจน 1 ชั่วโมงผ่านไป ไม่ถามอะไรเลย คิดในใจแล้วว่ามันไม่ใช่ทางของเราแล้วมั้ง ต้องกลับไปที่นู่นรึเปล่าหรือยังไง เปิดจนหมด 2 อัลบั้มรุมกันดู พี่เลยแทรกเข้าไปว่า พี่คะไม่ถามอะไรหนูเหรอคะ เขาก็เลยถามว่านอนดึกได้ไหม ก็บอกเลยว่าได้ค่ะ ตอบได้ไปก่อน ตื่นเช้าได้ไหม ได้ค่ะ หอพักอยู่ใกล้ไกลได้สะดวกเลยใช่ไหมเวลาเราเรียกให้มาทำงานด่วน ได้หมดค่ะ โอเคทำงานเลยพรุ่งนี้ จนได้ถามว่าวันนั้นทำไมไม่ถามหนู บริษัทเวิร์คพอยท์พึ่งพาพนักงานดีเด่นไปเที่ยวภูเก็ต เขาเลยตะลึงกับความทรงจำของเขา พอเขามาเห็นรูปยืนยันก็เลยได้เป็นคอสตูม ที่ 5 ข้อบอกไปตอนนั้นรับมาเพื่อรายการคุณพระช่วย ถ้าคนถามพี่ตุ๊กกี้อยู่เวิร์คพอยท์มากี่ปีแล้วให้ดูรายการคุณพระช่วย นั่นล่ะ 22 ปี

ทำไมถึงได้ออกรายการชิงร้อยชิงล้าน ?

ตุ๊กกี้ เป็นคอสตูมประจำทุกรายการ แต่ว่ารายการที่รับผิดชอบคือคุณพระช่วย แต่ว่าคอสตูมแผนกนี้คนมันน้อยแล้วรายการเยอะ ก็ต้องโยกกันไป ทำไมถึงได้มาเล่น พี่ก็เป็นคนพูดเก่ง พูดกับทุกคน เป็นคนอัธยาศัยดี โดยเฉพาะคนอีสานนี่เห็นไม่ได้เลย แล้วที่นี้ปรากฏว่าแก๊ง 3 ช่าด้วยความที่ประวัติเขาเจ้าชู้ ไม่รู้ใช่ไม่ใช่ เขาลือมา ภรรยาเขาก็เลยออกกฎกติกาว่า ถ้าจะมีบทกอด บทจูบจะต้องเอาผู้หญิงที่ฉันอนุญาตเท่านั้น

ผู้หญิงคนนั้นคือ ?

ตุ๊กกี้ พี่ถ้าเป็นพี่โหน่งก็จะเป็นน้องอุ๊บอิ๊บ ถ้าเป็นพี่เท่งก็จะเป็นน้องคนนั้นน้องคนนี้ ถ้าเป็นพี่หม่ำคือเชอร์รี่สามโคก วันนั้นต้องมาเล่นเป็นหมอนวด แต่ไม่รับโทรศัพท์ เป็นอะไรก็ไม่รู้ ไม่รับโทรศัพท์เลย พี่หม่ำก็เลยถามทีมงาน ว่าเอาใครมาเล่นที่ไม่ต้องซ้อม ที่แบบกล้า ๆ แต่ก่อนจะเป็นพี่เป็นเพื่อนพี่ซื่อกลอยใจ เป็น Stage แล้วพี่หม่ำก็จะเล่นกับกลอย ถ้ากลอยมาเล่นภรรยาเขาจะไม่หึง กลอยก็เลยบอกว่าหนูไม่อยากเล่น เป็นคนหน้าบูดอยากทำแต่งานไม่อยากทำอาชีพเสริม ไม่เอาไปเอาเพื่อนหนูเลย พี่เท่งเขานึกออกว่ามีคอสตูมคนหนึ่ง คอสตูมมาใหม่ชื่อตุ๊กกี้มันพูดเก่งมาก เอามันมาเล่น มันจบนาฏศิลป์ มันไม่กลัวกล้อง พี่หม่ำก็เลยเรียกมา อันหนึ่งที่พี่หม่ำติดตราตรึงใจมากคือให้ลองหน้าบูดดู พี่หม่ำบอกเอาหน้านี้เลย ไม่ต้องพูดอะไรเลยตุ๊กกี้ เดี๋ยวจะอำตุ๊กกี้เอง มันก็เลยมีคำว่าเต่าตนุ หมาใน ไฮยีนา อีปลวก อีหนอน นี่แหละที่มาที่ไป ทุกสิ่งทุกอย่างและเป็นผู้ถูกกระทำ สุดท้ายแล้วถ้ายุคสมัยนี้ไม่มีคำว่าบูลลี่นะเกิดหลายคน เพราะว่าสุดท้ายแล้วคำว่าหยอกเอิน พี่กับพี่โหน่งถูกหยอกจนดัง พี่โหน่งถูกน้ำแดง ถูกดินสอพองจนดัง ตุ๊กกี้ถูกถีบ ถูกอำจนดัง เพราะสุดท้ายแล้วเจตนาเขาไม่ได้มีเจตนาบูลลี่อะไร หลังบ้านเขาก็อภัยให้กัน

มันตราตรึงมากก็เลยทำให้คิดว่าพี่ตุ๊กกี้จะออกมาในลุคอะไร ?

ตุ๊กกี้ แต่ก็มีปัญหานะช่วงออกมาจนคนติดลม มีปัญหา เพราะว่าพี่ไม่ได้เป็นตุ๊กกี้ชิงร้อยฯ เต็มตัวนะ พี่เป็นพนักงานประจำเขา เพราะฉะนั้นแรงคาบเกี่ยวระหว่างเล่นประจำกับงานประจำมันตีกัน ตุ๊กกี้มัวแต่ไปเล่นไม่มารีดผ้าช่วยเลย ก็เลยไปลาออกจากการแสดง หนูแบบว่าเรากินเงินเดือนเขา อันไหนที่มันเลี้ยงดูครอบครัวเราคือเงินเดือนถูกต้องไหม เราจะต้องดูแลเขาให้ดี ๆ งานประจำมันดีที่สุด ใครจะรู้ว่าเราจะได้มาเป็นตุ๊กกี้ทุกวันนี้ พี่ก็ต้องเอาเงินประจำพี่ก่อน ไปลาออกจากการแสดง ก็บอกเลยว่าไม่ต้องเขียนบทให้ พอไม่เขียนให้แล้วจดหมายก็มาว่าหายไปไหน จะไม่ดูชิงร้อยแล้วมันหายไปไหน เอามันกลับคืนมา พอจดหมายมาเยอะทีมงานก็เลยไปบอกผู้ใหญ่ว่าเอามันกลับมาเถอะ พี่ก็เลยได้กลับมา สุดท้ายผู้ใหญ่เลยตัดสินเลยว่าเอาอย่างนี้แล้วกัน ก็เลิกทำงานรีดผ้า เลิกทำเสื้อผ้า มาเป็นตุ๊กกี้ใช้นามสกุลชิงร้อย ที่มาที่ไปฝ่าฟันอยู่นะ

รู้สึกกดดันไหมในช่วงนั้น ?

ตุ๊กกี้ แรก ๆ พี่ไม่กดดัน แต่ว่าพอเริ่มมีคำว่า YouTube พอเริ่มมีคำว่าแป้นพิมพ์ พอเริ่มมีคำว่าคอมเมนต์ พี่เคยเสียหลักขาหักมาประมาณเกือบ 3 เดือน ‘รำคาญเสียงหัวเราะ’ ‘เสียงดังมากเลยรำคาญเอามันออกไปซิรำคาญ’ ย้อนกลับไปดูช่วงนั้นพี่เล่นชิงร้อยพี่จะปิดปากหัวเราะ กลัวเขาด่า ปิดปากหัวเราะจนทีมงานเขารู้สึกว่า ตัดมาเทปนี้ทำไมมันดูอะไรหายไปก็ไม่รู้ เขาก็วิเคราะห์กันสุดท้ายคือตุ๊กกี้ไม่หัวเราะ เสียงหัวเราะตุ๊กกี้หายไป ก็เลยเอามานั่งคุย เอ๊กซ์เพื่อนพี่ก็เลยเอามานั่งคุยว่า ต้องตั้งสติให้ดี ๆ ทำไมเลือกที่จะอ่านคอมเมนต์ที่วิจารณ์แค่ไม่เท่าไหร่แต่คนหัวเราะตาม รู้จักเชียร์ลีดเดอร์ไหมคนที่เป็นลีดให้คนกรี๊ดตามตุ๊กกี้คือตรงนั้น เพราะตุ๊กกี้ไม่ขำคนในสตูเขาไม่รู้หรอกว่าการอัดรายการในสตูดิโอมันมีคนดูนะ ถ้าตุ๊กกี้ไม่เริ่มขำคนในสตูดิโอที่นั่งบนสแตนด์เขาก็ไม่ขำ ตุ๊กกี้เป็นลีดไงนี่คือตำแหน่งตุ๊กกี้ สุดท้ายก็เลยเข้าใจทีมงาน ตัดสินใจหัวเราะตั้งแต่วันนั้นมา สุดท้ายพี่ก็เลยมาบอกตัวเองว่า ในบางเรื่องถ้าคอมเมนต์ไหนเราควรอ่านนะไม่ใช่เราไม่ควรละเลย มันมี 2 คอมเมนต์ คอมเมนต์ 1 คือติเพื่อก่อ ถ้าติเพื่อก่อเราปฏิบัติตาม นี่คือติเพื่อก่อ รับฟังรับรู้แก้ไขปัญหาตาม แต่ 2 ติเพราะอคติ เราไม่อ่าน เราไม่ดูแล้วแต่เขา สุดท้ายแล้วหน้าที่ดีของเราคือทำตรงนี้ให้ดีที่สุด

ความประทับใจในรายการชิงร้อยฯ ?

ตุ๊กกี้ พี่เป็นคนโชคดีมากตั้งแต่อายุ 25 มา 1 คือมาเจอบริษัทยิ่งใหญ่ที่พร้อมให้โอกาส คนเราเกิดมามีพรแสวง มีพรสวรรค์ มีโอกาส ถ้ารวมพร้อมกันมาในจังหวะเดียวกัน รับรองปังหมด ไม่ว่าจะพี่หรือใครก็ตาม แล้วสำคัญคือจังหวะพี่มาเจอเทพบุตรทั้ง 3 ท่าน เขาเป็นผู้ให้ที่ไม่สิ้นสุด แต่คนที่อยู่ใกล้จะรับมากน้อยเพียงไหนอยู่ที่ตัวเรา แล้วพี่เป็นคนแก้วไม่มีน้ำ แบบน้ำน้อยมาก พี่หม่ำเป็นตลกอัจฉริยะ เขาสอนพี่ทุกอย่าง พี่หม่ำเป็นตลกดาวค้างฟ้า เดินออกมาไม่พูดคนก็หัวเราะ ไม่ต้องทำอะไรคนก็หัวเราะ เอกลักษณ์และพื้นฐานความเป็นหม่ำ จ๊กมก พี่หม่ำคือที่สุดของที่สุด แล้วเขาไม่ชอบสอนตัวต่อตัว เขาจะท้าทายเรา สด ๆ หน้าเวทีเลย แล้วเรานั่นแหละจะรู้เองว่ะพี่หม่ำเป็นคนแบบนี้ นี่คือพี่หม่ำ ส่วนตลกอัจฉริยะคือพี่เท่ง เถิดเทิง พี่เท่งจะสอนพี่ตลอดเวลาเลยว่า เล่นเป็นคนรวยให้รวยเป็นมหาเศรษฐีดูไบ เล่นเป็นคนทุกข์ให้ทุกข์จนเป็นขอทาน สุดท้ายคือคือวงเล็บสมจริง พี่เท่งจะบอกพี่ว่าเล่นให้มันสมจริง แล้วคนที่บอกให้พี่ติดขนตาคือเท่ง เถิดเทิง ตอนแรกพี่เท่งบอกว่าติดตรงคิ้ว ติดตรงแก้ม แล้วพี่ก็ทำให้เขาดู ส่วนพี่โหน่งตลกอุปกรณ์ ใครจะรู้ว่าการแต่งตัวที่เป็นสาว 2 หรือว่าอาเสี่ย เป็นอะไร เขาทำเองหมดนะ คอสตูมไม่ได้ยุ่ง 3 คนนี้เป็นเครื่องปั่นชนิดหนึ่ง รวมกันผลไม้ชิ้นนี้เป็นผลไม้รวมมันเลยออกมาเป็นแก้วนี้ แก้วตุ๊กกี้

ละครชิงร้อยทุกวันนี้ยังมีไหม ?

ตุ๊กกี้ ไม่มีมา 5 ปีแล้ว

คิดถึงไหม ?

ตุ๊กกี้ คิดถึงสิ 3 คนนั้นก็คิดถึง พี่ส้ม (ส้มเช้ง) พี่พัน (พัน พลุแตก) ก็คิดถึง

พอจะมีหรือพอจะเป็นไปได้ไหมว่าละครชิงร้อยฯ จะกลับมาทำเป็น Special

ตุ๊กกี้ ด้วยบรรยากาศ ด้วยอายุของพี่เขา ด้วยสภาพของเศรษฐกิจ คนไม่ดูทีวี คนมาดูออนไลน์หมด เวลาเราจะรวมกลุ่มกันมาหรือจะทำอะไร ต้องถามด้วยว่ากระบวนการผลิตมันมีแน่นอนอยู่แล้ว จะเป็นออนไลน์หรือเปล่าแต่ทางทีวีหลายสิ่งหลายอย่างองค์ประกอบเยอะ แล้วพี่หม่ำก็งานเยอะ หนังปีละ 10 กว่าเรื่อง พี่เท่ง พี่โหน่งอีก พี่ส้มก็ไปทางธรรมแล้ว การรวมตัวยากแล้วไม่พอ สภาพหรืออายุต่าง ๆ อีกหลายอย่าง แต่ว่าในใจพี่อยากให้กลับมา มันสนุก

อะไรคือเสน่ห์ของความเป็นอีสานในมุมมองของพี่ตุ๊กกี้ ?

ตุ๊กกี้ คนอีสานเป็นคนมีอัธยาศัยดีค่ะ อารมณ์รื่นเริงและครื้นเครง หัวเราะสนุกแล้วก็ใจเปิดค่ะ ทักทายกันได้ แล้วก็สามารถสนิทกันภายใน 15 วินาที สำคัญกว่านั้นคือเกิดชาติหน้าถ้ามีจริงขอเกิดเป็นคนอีสานค่ะ

แฟนคลับคิดถึง! นิ้ง กุลสตรี โชว์ฝีมือตำส้มตำเสิร์ฟให้สามี

แฟนคลับคิดถึง! นิ้ง กุลสตรี โชว์ฝีมือตำส้มตำเสิร์ฟให้สามี

แฟนคลับคิดถึง! นิ้ง กุลสตรี โชว์ฝีมือตำส้มตำเสิร์ฟให้สามี

วันพฤหัสบดี ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2569, 15.04 น.

อัปเดตภาพล่าสุด นิ้ง กุลสตรี นางเอกดังยุค 90 วัย 52 ปี สุขภาพดีขึ้น ดูสดใส ใช้ชีวิตเรียบง่าย โชว์ตำส้มตำเสิร์ฟสามี

29 มกราคม 2569 ทำเอาแฟนๆ ใจชื้นกันไม่น้อย เมื่อล่าสุดได้มีการเผยภาพอัปเดตของอดีตนางเอกดังยุค 90 “นิ้ง กุลสตรี ศิริพงษ์” หรือชื่อปัจจุบัน ณิชชยาณัฐ ในวัย 52 ปี หลังผ่านช่วงเวลาการดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันเจ้าตัวมีอาการดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ดูสดใส แข็งแรง และกลับมาใช้ชีวิตเรียบง่ายอย่างมีความสุขอีกครั้ง

ล่าสุด นิ้ง กุลสตรี ได้อัปเดตภาพชีวิตประจำวัน โดยครั้งนี้เธอขอสวมวิญญาณแม่ศรีเรือน โชว์ฝีมือเข้าครัว ตำส้มตำด้วยตัวเอง ก่อนเสิร์ฟให้สามีรับประทานในช่วงหลังเลิกงาน พร้อมเขียนแคปชั่นว่า “ส้มตำ อร่อย เสริฟสามีหลังเลิกงาน”

สำหรับแฟนๆ แล้ว การได้เห็น นิ้ง กุลสตรี กลับมามีรอยยิ้มสดใส และใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความหมาย ถือเป็นอีกหนึ่งภาพที่ช่วยเติมพลังใจ และทำให้หลายคนยิ้มตามได้โดยไม่รู้ตัว

ขอบคุณภาพจาก : @nink_nichayanaht

หลุยส์-นุ่น เปิดใจทั้งน้ำตา สูญเสียลูกในภรรค์ หลังเกิดภาวะมดลูกแตก

หลุยส์-นุ่น เปิดใจทั้งน้ำตา สูญเสียลูกในภรรค์ หลังเกิดภาวะมดลูกแตก

หลุยส์-นุ่น เปิดใจทั้งน้ำตา สูญเสียลูกในภรรค์ หลังเกิดภาวะมดลูกแตก

วันพฤหัสบดี ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2569, 14.34 น.

“หลุยส์-นุ่น” เปิดใจทั้งน้ำตา แถลงข่าวสูญเสียลูกในภรรค์ หลังเกิดภาวะ “มดลูกแตก” เฉียบพลัน

กลายเป็นเรื่องเศร้าช็อกวงการ เมื่อคู่รักนักแสดงชื่อดัง หลุยส์ สก๊อต และ นุ่น รมิดา พร้อมคณะแพทย์จากโรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท และ PWS Clinic แถลงข่าวกรณีสูญเสียบุตรในครรภ์วัย 9 เดือน จากเหตุสุดวิสัยภาวะมดลูกแตก เผยนาทีวิกฤตความดันตก-วูบหมดสติ แพทย์ต้องเร่งผ่าตัดช่วยชีวิตแม่นานกว่า 3 ชั่วโมง

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา นุ่น มีอาการเจ็บครรภ์ก่อนกำหนดอย่างรุนแรงจนวูบหมดสติ ทำให้หลุยส์ต้องรีบประสานทีมแพทย์ฉุกเฉินเป็นการด่วน เมื่อมาถึงโรงพยาบาลพบว่านุ่นอยู่ในสภาวะช็อก ความดันโลหิตต่ำวิกฤตอยู่ที่ $80/40$ mmHg ชีพจรและอัตราการหายใจเร็วผิดปกติ

พญ.ปานวาด หาญอมร และ นพ.ณัฏฐ์ เกียรติอภิวสุ ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ ร่วมกันชี้แจงสาเหตุว่า พบแผลปริแตกขนาดใหญ่บริเวณด้านหลังของมดลูก สาเหตุหลักมาจาก รอยแผลเป็นจากการผ่าตัดเดิม ที่นุ่นเคยมีประวัติมาก่อนหน้านี้

เมื่อเข้าสู่ช่วงใกล้คลอด มดลูกเกิดการขยายตัวและหดตัวจนรอยแผลเดิมรับไม่ไหวและปริแตก ส่งผลให้เกิดการตกเลือดภายในปริมาณมาก

ทีมศัลยแพทย์ต้องเร่งทำการผ่าตัดเย็บซ่อมแซมมดลูกเพื่อหยุดเลือดอย่างเร่งด่วน โดยใช้เวลานานถึง 3 ชั่วโมง จนสามารถรักษาชีวิตของนุ่นเอาไว้ได้ แต่เป็นที่น่าเสียใจอย่างยิ่งที่ไม่สามารถรักษาชีวิตของลูกน้อยในครรภ์ไว้ได้ทัน

‘ดัง พันกร’โสดมา 46 ปี ยอมรับมองภาพตัวเองมีคู่ไม่ออก

'ดัง พันกร'โสดมา 46 ปี ยอมรับมองภาพตัวเองมีคู่ไม่ออก

‘ดัง พันกร’โสดมา 46 ปี ยอมรับมองภาพตัวเองมีคู่ไม่ออก

วันพฤหัสบดี ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2569, 14.05 น.

จากอดีตสามีแห่งชาติ สู่แม่นาย ดัง พันกร โสดมา 46 ปี ชีวิตนี้ไม่เหมาะจะมีแฟนจริงไหม ? เปิดใจถึงเส้นทางชีวิต การเปลี่ยนผ่านตัวตน ความสัมพันธ์กับครอบครัว การมองความรักในมุมที่ไม่เหมือนเดิม และการเลือกใช้ชีวิตที่ไม่ยึดติดกรอบ สันโดษแต่ชอบสังคม ในรายการ How Are You Feeling? บทสนทนาที่ชวนให้กลับมาถามใจตัวเองว่าวันนี้เราอยู่กับตัวเองอย่างเข้าใจแล้วหรือยัง

เป็นนักร้องที่เป็นลูกอธิบดีกรมตำรวจชื่อดังใคร ๆ ก็รู้จัก ในวันนั้นอึดอัดไหม ?

ดัง พันกร : ก็จริง ๆ แล้วเราไม่มีช้อยส์อื่นที่จะเลือก คือเหมือนกับว่าเราเกิดมาแบบนั้นอยู่แล้ว ใช้ชีวิตแต่การดำเนินชีวิตทุกอย่างมันก็เป็นในสิ่งที่คุณพ่อเราก็อยู่ตรงนั้นอยู่แล้ว คือเราก็ไม่ได้รู้ว่ามันทางอื่นมันเป็นทางไหนบ้าง ถามว่าอึดอัดไหม ก็ไม่ได้อึดอัดเพราะเราเติบโตมาแบบนั้น ก็เลยรู้สึกว่ามันก็เป็นเรื่องธรรมดาครับ เหมือนกับคุณพ่อเป็นตำรวจเป็นหรือว่าจะเป็นอธิบดีกรมตำรวจ เราต้องรู้สึกยังไงไหม ก็รู้สึกว่าเราก็ยังเป็นลูกคุณพ่อเหมือนเดิม

คุณพ่อดุไหม ?

ดัง พันกร : คุณพ่อใจดีมากครับ คนอื่นจะกลัวหมด ถ้าเป็นคนนอกหรือเพื่อนเองก็จะกลัว แต่ว่าพอได้มาสัมผัสแล้วคุณพ่อก็จะเป็นคนที่ตรงกันข้าม ซึ่งเราไม่เคยมองมุมพ่อดุอยู่แล้ว คุณพ่อจะเป็นคนที่ใจดี นุ่มนวล สุภาพ จะไม่ค่อยดุ แล้วก็เวลาอยากจะได้อะไร พี่ ๆ น้อง ๆ พี่เอพี่ดาวก็จะไปขอคุณพ่อ คุณพ่อจะเป็นคนใจดี ส่วนคุณแม่จะเป็นคนเข้มงวด คุณแม่ก็จะเป็นคนที่ดุหน่อย จะดุแบบจนลูก ๆ กลัว อย่างนี้ดีกว่า

เป็นลูกชายคนเดียวของบ้าน เป็นลูกชายคนเล็ก ?

ดัง พันกร : เป็นลูกหลงด้วย เพราะว่าจะห่างจากพี่ ๆ เขา ห่างจากพี่ดาว 6 ปี

ครอบครัวมีความคาดหวังกับกับดังเยอะไหม ?

ดัง พันกร : ไม่คาดหวัง เพราะว่าเรียนก็ไม่ค่อยเก่ง คือเป็นคนไม่ตั้งใจเรียนอย่างนี้ดีกว่า คือเรียนได้ เรียนดีแต่ว่าไม่ค่อยได้ตั้งใจเรียน คือตั้งแต่เด็กเป็นคนที่ชอบเล่นสนุกชอบคุย ก็เลยมีคาแรคเตอร์มาตั้งแต่เด็กเลย เหมือนกับเป็นคนอารมณ์ดี แล้วเราก็รู้สึกว่าไม่ทำทุกอย่างให้มันซีเรียส จะไม่ได้มีการกดดันว่า ดังจะต้องเรียนให้ได้ที่ 1 นะ

ถ้าไม่เข้มงวดเรื่องการเรียนคุณแม่เข้มงวดเรื่องอะไร ?

ดัง พันกร : เข้มงวดเรื่องของการใช้ชีวิต อย่างเช่นการทำสีผมสมัยวัยรุ่นจะไปทำสี ชอบอะไรที่มันไม่เหมือนชาวบ้านเขา ไปทำสีเขียว ทำไฮไลท์ทำตั้งแต่เด็กครับ เขาก็จะห้าม จะดุ

ทำไมตอนอายุ 10 ขวบถึงขอที่บ้านไปเรียนต่อเมืองนอก ?

ดัง พันกร ด้วยความที่เราไม่ได้รักในการเรียนขนาดนั้น ก็รู้สึกว่า 1 คือไม่ชอบตื่นเช้า ก็เป็นนิสัยที่มาอยู่ปัจจุบันนี้เหมือนกันคือไม่ชอบตื่นเช้า

บ้านมืดมาก ?

ดัง พันกร : ใช่ ๆ ชอบความมืดมาก โดยเฉพาะเวลานอนต้องมืดสนิท ต้องเงียบสนิทด้วย เพราะตื่นง่ายแล้วก็หลับยาก

มีใครไปด้วยไหม ?

ดัง พันกร : ไม่มี ก็คือคุณพ่อคุณแม่ไปส่ง ตอนนั้นก็จะมี ก.พ. ก็จะมีดูแลนักเรียนไทยอยู่ ก็นั่งแท็กซี่ไปส่งที่โรงเรียนเท่านั้นแหละน้ำตาก็ร่วงมา แต่เราเดินกลับไม่ได้แล้ว ไปแล้วก็ต้องไปเลย ก็ต้องอยู่

เป็นยังไงบ้าง เข้าโรงเรียนประจำก่อน ?

ดัง พันกร : ก็เหมือน Harry Potter ยังไงอย่างงั้นเลย แต่ว่าไม่ได้สนุกเท่า Harry Potter

มีชีวิตในโรงเรียนประจำเป็นยังไง ?

ดัง พันกร : คือมีกฎระเบียบชัดเจน ต้องตื่นกี่โมง ตื่นแล้วจะต้องลงมาหน้าแปรงฟันพร้อมกัน ต้องทานอาหารเช้าพร้อมกัน

ไหนอิสระที่เราถามถึง ?

ดัง พันกร : ไม่มีเลย ตอนเด็กเราก็จะปรับตัวยากมาก คือตอนนั้นก็ซ่าเหมือนกัน คือโรงเรียนแรกที่ไปเลย คุณแม่เขาก็อยากให้เรียนแบบตั้งใจเรียนภาษาก่อน ก็คือมีเรียนอยู่ 2 คน ชายแล้วก็เป็นโรงเรียน Private ก็คือเช้าไปเรียน เย็นก็ไปอยู่กับ family ก็เป็น family ที่ดีทุกอย่างดีหมด แต่ว่ามันอยู่ในฟาร์ม เขาทำฟาร์มใหญ่ สิ่งที่เรากลัวที่สุดคือที่บ้านไม่ผูกพันกับสัตว์เลี้ยงทุกชนิด หันซ้ายก็สะดุ้ง หันขวาก็สะดุ้งอะไรอย่างนี้ แล้วคือสัตว์ที่เรากลัวที่สุดคือแมว คือเราไม่ได้คุ้นชินกับเขามาตั้งแต่เด็ก ก็เลยรู้สึกว่ากลัว กลัวทั้งบ้านคุณพ่อ คุณแม่ พี่สาว ไม่ชอบสัตว์เลี้ยงทุกชนิดเลย เลี้ยงได้แค่ปลาเพราะว่าเราไม่ต้องเอามือไปจับ

แต่บ้านโฮสต์มีแมว ?

ดัง พันกร : มีทั้งแมว มีทั้งม้า มีทั้งแกะ มีทั้งวัว มีหมาอะไรอย่างนี้ แต่ว่าอยู่ได้ 2 วัน ก็อาศัยตอนแม่บ้านเผลออย่างนี้ เป็นเหมือนในหนังเลยก็วิ่งแอบมาหยิบโทรศัพท์ ก็กด ๆ โทรหาที่บ้านเลย คอมเพลนว่าแม่อยู่ไม่ได้จริง ๆ เด็กมากเราก็อารมณ์แบบไม่เอาแล้ว แม่ก็เลยแจ้ง ก.พ. ไปว่าขอย้ายไปโรงเรียนที่มันแบบมีเด็กนักเรียนมากกว่านี้หน่อย ไม่มีแมว ตอนแรกเรียนภาษาก่อน ก่อนที่จะเข้าเรียนจริง ก็เลยย้ายไปอีกโรงเรียนหนึ่ง ซึ่งโอเคอันนี้มีคนไทยด้วย แล้วก็เป็นโรงเรียนสหะ แล้วก็เป็นโรงเรียนประจำที่มีกิจลักษณะ คือมีเด็กนักเรียนมีอะไรอย่างนี้ สังคมโรงเรียนจริง ๆ

ให้ย้อนกลับไปจะเลือกไปอยู่เมืองนอกเหมือนเดิมไหม ?

ดัง พันกร : ในเมื่อที่มันย้อนกลับไปไม่ได้ ก็คงเลือกเหมือนเดิม เพราะว่ามันก็ทำให้เรามีวันนี้ เพราะถ้าย้อนกลับไปมันทุกอย่างมันอาจจะเปลี่ยนไปหมดเลย ดีแล้วที่เราได้ไป ก็คือโอเคเพราะว่ามันผ่านมาแล้ว ตอนเราเรียนมันไม่ได้ได้สนุกหรอก แต่พอเรามองย้อนกลับไปมันก็สนุกดี

มันเปลี่ยนอะไรเราบ้าง ?

ดัง พันกร : มันเปลี่ยนในลักษณะของความมีระเบียบวินัย เพราะว่าเด็ก ๆ เราบางทีเราก็อาจจะดื้อมากจนพ่อแม่เราอาจจะรู้สึกว่าต้องจับสั่งสอนมันซะหน่อย

ทำไมพอกลับมาแล้วถึงเป็นนักร้องได้

ดัง พันกร : ด้วยความที่ว่าเรามีความตั้งใจอยากเป็นนักร้อง ก็คือทุกครั้งที่กลับมา หรือไม่ก็ทุกที่ ๆ เรารู้ว่ามีโอกาสได้ไปเจอใครที่เป็นนักร้อง หรือมีช่องทางไหนที่เราสามารถไปออดิชั่นก็จะไปตลอด ซึ่งเด็ก ๆ คุณแม่ก็จะตามตัวอะไรกันลำบากอยู่แล้ว เราก็แค่ไปร้องเพลง เข้าไปเทสต์เสียงตามค่ายเพลงต่าง ๆ  ไปหมดทุกค่ายตั้งแต่ สโตน เรคคอร์ดส พี่ฟอร์ดอัลบั้มแรก แกรมมี่ก็ไป sony ก็ไป ไปทุกที่จนกระทั่งมาจบที่ RS

ไปจบที่ RS ได้ยังไง ?

ดัง พันกร : จบที่ RS เพราะว่าก็เหมือนทุกที่ ๆ เราไปเทสต์เสียง แต่ว่า RS ก็จะเป็นที่ ๆ เขาถูกใจเราที่อื่นก็อาจจะยังไม่ถูกใจเรา

RS ก็เหมือนอยู่โรงเรียนประจำ ?

ดัง พันกร : ก็คล้าย ๆ กัน RS ก็จะมีความแบบดูแลศิลปิน อย่างคือเราก็เป็นโปรดักต์ ถ้าเราเป็นอะไรขึ้นมา อื่น ๆ ที่เขาทำมาทีมงานมากมายก็จะพังไปด้วย เหมือนดูแลเราเป็นพิเศษก็คือเขาก็จะมีห้ามแบบห้ามไปเที่ยวกลางคืน ห้ามทำอะไรไม่ดี ห้ามกินเหล้า สูบบุหรี่ ไม่มีแฟนได้ก็ดี ห้ามเดินห้าง ไม่เรียกว่าห้ามหรอกแต่แค่เป็นสิ่งที่อยู่ในเหมือนศีล 5 ที่พระศาสนาพุทธ ถ้าอยู่ใน RS แล้วมันก็จะมีศีลเหล่านี้ เวลาไปทัวร์คอนเสิร์ตก็คือก็ห้ามออกจากห้องอย่างนี้ดีกว่าก็คือลงเครื่องก็เข้าโรงแรม เข้าโรงแรมเราก็จะมี AR ประกบ อยู่ในโรงแรมถึงเวลาทานอาหารก็ Room Service only ของดังอาจจะเด็กด้วยมั้ง ก็เลยรู้สึกว่าเขาก็จะดูแล ต้อง Room Service หรือบางทีมีสัมภาษณ์วิทยุ ก็ไปสัมาษณ์วิทยุแล้วก็กลับมาอยู่โรงแรม จนกระทั่งเราถึงเวลาเราจะเล่นแสดงคอนเสิร์ตในคลับในบาร์อะไรก็ว่ากันไป

ห้ามได้ไหม ?

ดัง พันกร : ห้ามได้ เพราะชอบนวดไง บางทีค่าเวลาเราก็ไปนวดไทยอยู่บนห้อง

มองตัวเองเป็น introvert ไหม ?

ดัง พันกร : ไม่นะ ผสมผสานกัน อาจจะเป็นคนสันโดษ สันโดษแต่ชอบสังคม

มีมุมซ่าแต่มีมุมที่อยากให้ทุกคนมีความสุขด้วย ?

ดัง พันกร : เป็นคนที่ get along กับทุกคน คิดว่าสิ่งเหล่านี้มันทำให้เราได้เห็นอะไรที่มันกว้างขึ้น ได้ไปเจออะไรที่มันหลากหลายตั้งแต่เราไปเรียนแล้ว ก็จะได้เห็นกลุ่มคนที่แตกต่างกันออกไป หลากหลายวัฒนธรรม แล้วก็ปรับตัวเราให้เข้ากับทุกสถานการณ์ที่เราอยู่ แล้วก็มองทุกอย่างให้มันเป็นเรื่องดี อันนี้จะพยายามไปตั้งแต่เด็กแล้วคือจะเป็นคนไม่ค่อยคิดมาก จะเป็นคนแบบธรรมะก็ช่วยเราเยอะ คือจะเป็นคนที่ทุกข์แล้วคิดอะไรให้มันสุข เจอทุกข์เข้ามาแล้วก็หาคำตอบมันให้ได้ ถามตัวเองว่าทุกข์เพราะอะไร แล้วถามต่อจนมันได้คำตอบที่ว่ามันไม่ทุกข์แล้ว เราก็ซ่านะแต่ในมุมที่ไม่ได้เบียดเบียนใคร

ตัวตนของ ดัง พันกร เป็นแบบไหน ?

ดัง พันกร : ทุกอย่างมันคือตัวตนของดังตั้งแต่เด็ก มันคือความเป็นตัวเราที่ทุกคนได้เห็นมา มันก็คือความจริงมันไม่ใช่สิ่งที่สร้างขึ้น เพราะดังเชื่อว่าสิ่งที่มันสร้างขึ้น มันโกหกกันไม่ได้ความจริงมันคือความจริง

ซ่ากับสันโดษไม่น่าไปด้วยกันได้เลย ?

ดัง พันกร : เพราะว่าพลังงานที่เราส่งออกไปมันเยอะ เวลาเราเล่นคอนเสิร์ตหรืออะไรอย่างนี้ เราไม่รู้ตัวหรอกแต่เราสนุก แต่ว่าบางทีเราเล่นคอนเสิร์ตเสร็จเราจะอยู่มุมสันโดษแล้ว เพราะมันคือการเหนื่อยที่มาจากการโชว์ของเรา ก็จะไม่ค่อยได้เจอใครเพราะว่าจริง ๆ แล้วมันเหนื่อยอยู่ข้างใน

จาก ดัง พันกร นักร้องที่เป็นสามีแห่งชาติมาเป็น แม่นายดัง มีจุดเปลี่ยนยังไง ?

ดัง พันกร : มันก็คงเป็นจุดเปลี่ยนที่มันก็บอกยากเหมือนกันนะ มันก็อาจจะเป็นการเปลี่ยนแปลงไปตามยุคตามสมัยเหมือนแฟชั่น ด้วยความที่เราเป็นคนที่ชอบแฟชั่นเราก็จะตามแฟชั่นตลอดว่ามันเป็นยังไง บางทีมันก็เป็นการเปลี่ยนแปลงไปตามยุคเทคโนโลยีที่มันเกิดขึ้น ยุคที่มันเป็นจากเทปมาเป็น MP3 จากหนังสือพิมพ์จากอะไรอย่างนี้ก็กลายเป็นโซเชียลเป็นออนไลน์ มันก็เริ่มจากตรงนั้น เราก็ต้องเปลี่ยนแปลงตัวเราเองให้เข้ากับยุคเข้ากับสมัยด้วย เลยทำเป็นเพจขึ้นมา ซึ่งมันก็ต้องมีอยู่แล้วไว้อัปเดตผลงานว่าเราทำอะไรบ้าง ตารางงานมีอะไรบ้าง ก็เป็นช่องทางหนึ่งให้สำหรับแฟนเพลงของเราได้ติดตาม

จุดไหนที่ทำให้รู้สึกว่าถูกใจคนดู ?

ดัง พันกร : น่าจะเป็นจุดที่เราเล่นมุกต่าง ๆ คือเอาเรื่องอื่น ๆ มาผสม เพราะบางทีเราไม่ได้ทำงานเพลงอยู่ตลอดเวลา คือพยายามไม่ให้เพจมันหายไป พยายามโพสต์ทุกวันบางทีก็อาจจะเอาเรื่องอื่น ๆ มาใส่บ้าง เอาเรื่องตลกโปกฮาของเราหรือไม่ก็เป็นเป็นมุกขำ ๆ ขึ้นมาแล้วก็โพสต์ลงไป ก็กลายเป็นว่าคนก็ขำไปกับเราด้วย คนเข้าใจมุกเราแล้วก็ขำในสิ่งที่เรานำเสนอ ก็ enjoy กันมันก็เลยทำให้มีคนติดตามเรามากขึ้นเรื่อย ๆ

ตัวตนแม่นายเป็นอีกหนึ่งตัวตนที่เพิ่งจะตัดสินใจเดบิวเขาออกมาเหรอ ?

ดัง พันกร : คือแม่นาย มันต้องให้ทุกคนทราบก่อนว่าเพจของดัง พันกร DK Official มีแอดมินอยู่ด้วย มันก็จะมีความเป็นความเป็นดัง บวกกับคาแรคเตอร์ของแอดมินก็คือทีมงานด้วย เพราะฉะนั้นคาแรคเตอร์แม่นายก็จะเป็นคาแรคเตอร์ที่วาไรตี้กว่า ดัง พันกร คือมันจะมีอีกรสชาติหนึ่งที่มันต่างออกไป แต่ว่าต้นตำรับก็คือ ดัง พันกร นั่นแหละ แต่ว่าใส่เสื้อผ้าไม่เหมือนกันในแต่ละวัน เพราะว่าเรามีแอดมินมาช่วยกันดูแลมีทีมงานดูแล

ตัวจริง ๆ เป็นคนแบบไหน ?

ดัง พันกร : ตัวจริง ๆ เหรอ ยังไม่รู้ว่าตัวปลอม ๆ เป็นยังไง (หัวเราะ) ก็เป็นคนปกติเหมือนทุกคนแหละ เหมือนกับด้วยอาชีพเรามันทำให้ต้องมีคนรู้จักเยอะ เป็นนักร้อง ความรู้สึกทุกอย่างมันเหมือนกับทุกคนที่ทำงาน แต่ว่ามันเป็นงานที่เรารัก มันก็เลยมีรู้สึกว่าเรามีความสุขกับการที่เราทำงาน การที่เราจะเป็นที่รู้จักหรืออะไรอย่างนี้ ถามว่าเป็นอุปสรรคไหมดังมองว่ามันคือสิ่งที่เราเลือกมาแล้ว มันคือแพ็คเกจที่เราอยากเป็น นักร้องอันนี้คือสิ่งที่เราถือว่าเรารับได้ อุปสรรคอะไรอย่างนี้ครับ

ดราม่าที่เจอก็รู้สึกว่าเป็นเรื่องปกติ ?

ดัง พันกร : เป็นเรื่องปกติ ถ้ายุคนี้เป็นเรื่องปกติแต่ตอนแรกเลย เจอข่าวไม่ดีเราก็จะเครียดเลย เพราะว่ากลัวทำให้คุณพ่อคุณแม่เสียใจ

ออกไปข้างนอกแล้วมีคนคาดหวังว่าตัวเราจะเหมือนเพจ 100% รับมือยังไง ?

ดัง พันกร : ไม่รับมือยังไงเลย ก็มายังไงก็ไปอย่างนั้น บางคนอาจจะคาดหวังว่าเราคงจะปากจัดกว่านี้ แต่ว่านั่นมันคือในเพจ เวลาใครเข้ามาแขวะเราอย่างนี้เราก็แขวะกลับ ถามว่า ดัง พันกร ปากจัดไหมก็ปากจัดบ้างก็เหมือนในเพจแหละ มันก็จะมีในบางอารมณ์แต่มันก็จะไม่ได้เป็นอย่างงั้นตลอดเวลา คิดว่าคนก็จะติดภาพเราในมุมที่เขาถูกใจมากกว่า คือบางคนชอบเราเวลาเราใช้คำพูดแบบปากจัดนิดหน่อย มันก็ทำให้เขามีรอยยิ้ม เขาจำภาพเราในมุมนั้น บางคนชอบเราในมุมเป็นนักร้อง ร้องเพลงก็เป็นมุมนั้น บางคนชอบเราในมุมของความสุภาพ ความเรียบร้อยก็จะเป็นในมุมนั้น เชื่อว่าภาพจำแต่ละคนก็คงเป็นหลากหลายรูปแบบแล้วแต่ว่าเขาชอบและจุดไหนที่เขาถูกใจเรา คิดว่าน่าจะเป็นตรงนั้นมากกว่า แต่คิดว่าหลัก ๆ น่าจะเป็นที่หน้าตาเพราะว่าหน้าตาดี (หัวเราะ)

ชอบ ดัง พันกร ในเวอร์ชั่นไหนของตัวเองมากที่สุด ?

ดัง พันกร : ชอบทุกเวอร์ชั่นเลย แต่ไม่ชอบเวอร์ชั่นตอนอายุเยอะ เพราะอยากจะหยุดมันไว้ตั้งแต่ตั้งแต่อายุ 20 กว่า ๆ ไม่ชอบตอนอ้วนด้วย

เคยน้ำหนักขึ้นไปถึง 78 เหรอ ?

ดัง พันกร : 78 ครับ แล้วก็จะจำไว้ตลอดชีวิตแล้วว่าฉันจะไม่มีวันกลับไปวันนั้นอีกแล้ว จะไม่มีใครได้เห็น ถ้ามีเมื่อไหร่เดี๋ยวจะเปิดขายพรีเซ็นเตอร์เลย (หัวเราะ) เพราะเราเป็นคนดูแลตัวเอง อาจจะเป็นช่วงที่เราสนุกกับชีวิตมาก จนเราลืม ไม่เคยอ้วนมาก่อน เพราะฉะนั้นเมื่อก่อนไม่ต้องมีตาชั่งเลย เพราะว่าจะกี่ปี ๆ มาชั่งก็เท่าเดิม จะกินมาเยอะแค่ไหนก็เท่าเดิม พออายุเยอะขึ้นมันก็มาโดยที่เราไม่ได้ตั้งตัวเหมือนกัน

ความอยากเป็นเอนเตอร์เทนเนอร์ไม่ว่าจะเรื่องแฟชั่น เรื่องเพจมันความสุขจริง ๆ ?

ดัง พันกร : เหมือนกับเด็ก ๆ ที่เมื่อก่อนคนก็เจาะจมูกกันอย่างนี้ เราก็รู้สึกว่าเราก็เป็นสิ่งที่ให้เด็กเยาวชนเได้มองบ้าง แล้วได้เกิดแรงบันดาลใจ ถ้าเราเกิดอ้วนแล้วเราไปใส่กางเกงใครจะอยากใส่กางเกงตามเราหรือใครจะอยากดู

อะไรเป็นแรงขับเคลื่อนที่ก้าวข้ามทุกอย่างไปเป็นคนแรก ๆ ?

ดัง พันกร : คิดว่ามันคือสิ่งที่เราอยู่รอบ ๆ ตัวเรา เราอยู่กับแฟชั่นเยอะ บางทีเสื้อผ้ามันก็จะเป็นในภาพของแฟชั่นมากกว่า การใส่กระโปรงก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะไปเป็น transgender ก็ไม่ใช่ เราใส่กระโปรงเพราะรู้สึกว่ามันเท่ มันคือแฟชั่นของยุคนี้ซีซั่นนี้ ใส่แล้วมันออกมาเท่

เคยคิดว่าตัวเองขาดอะไรไหม ?

ดัง พันกร : ไม่เคยถามตัวเองว่าตัวเองขาดอะไรไหม คือไม่ได้มองว่าชีวิตตัวเองมีอะไร ไม่ได้มองชีวิตตัวเองเป็นกราฟหรือว่าเป็นพายที่มันมีอะไรบ้างเลยไม่รู้สึกว่าตัวเองขาดอะไร รู้สึกว่าชีวิตเราก็ complete อยู่แล้วทุกวัน แต่ว่าสมมติไม่มีแฟน ถ้าเรื่องแฟนขาดแฟนไหม ถ้าเรามองว่าเราเป็นโสดคืออยู่กับตัวเองเราก็มองว่าเราไม่ขาด แต่ถ้าแล้วถ้าเราเริ่มเอ๊ะ ถ้าเราอยากมีเมื่อไหร่หรือว่ามีความรู้สึกว่าไปแอบชอบใครจะรู้สึกขาดทันที คิดว่ามันเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นมากกว่า เรื่องความรักมันจะขาดไม่ขาดมันอยู่ที่ว่าเราจะเจอใครคนนั้นมากกว่า มันไม่เจอมันก็เลยรู้สึกว่าไม่ขาด

46 ปีไม่เจอเลยเหรอ ?

ดัง พันกร : อาจจะแค่เจอกันแต่ว่าไม่ได้ว่าเจอแบบอย่างนั้น มีมองผ่านคนนี้ คนนี้น่ารักจังเลยอะไรอย่างนี้ คนนี้ดีนะแต่ว่าคงเจอแค่นั้น ได้เจอแต่คนยังไม่ได้เจอความรักแบบอย่างนั้นจริง ๆ มากกว่า ก็คือตอนเด็ก ๆ ไม่เจอถึงขั้นที่คิดว่าตัวเองมีปัญหาแล้ว เคยถามตัวเองเหมือนกัน ไม่ได้ว่าตัวเองขาดนะ แต่เห็นคนอื่นเมีแฟนแล้วถามคำถามกลับว่าทำไมเราไม่มีล่ะ

ดังแค่แฮปปี้ที่จะใช้ชีวิตแบบนี้และเอนเตอร์เทนแฟนคลับ และมี personal space ที่ให้ความอุ่นตัวเองได้เลย ?

ดัง พันกร : คือดังเคยมาเด็กเพิ่งจะมาวิเคราะห์ตัวเองได้ไม่นานนี้ว่าเหตุผลมันคืออะไร ดังคิดว่าเมื่อก่อนมองว่าเราอาจจะเป็นคนที่ไม่ได้เป็นไทป์ที่จะมีแฟน คืออาจจะเป็นบุคลิกหรือการเติบโตมาอาจจะไม่เหมาะกับการจะมีแฟนตอนแรกคิดว่าเป็นอย่างนั้น ก็ไปศึกษาทุก ๆ สถาบันหมดเรื่องความรัก แต่พอเราโตมาอีกหน่อยแล้วก็เริ่มมาถามตัวเองมันเป็นเพราะอะไร คิดว่าจริง ๆ อาจเป็นเพราะเรามีความคาดหวังเยอะเกินไปหรือเปล่า Perfectionist อย่างนี้ คิดว่าอาจจะเลือกเยอะก็ได้ คืออาจจะมองว่าดีเทลเล็ก ๆ น้อย ๆ ดังเป็นคนที่เก็บดีเทล คนที่จะมาเราจะต้องถูกใจ เขาจะต้องหมดจดเลย สมมติว่าถ้าเจอกันครั้งแรกกินอาหารแล้วข้าวติดปากข้างบน ติ๊กออก หรือไปเที่ยวกันแล้วเต้นท่าแปลก ๆ ก็คืออาจจะลดคะแนนลงมาทันที หลัง ๆ ถ้าใครถามจะบอกถ้าคนที่ใช่ก็คือใช่แหละ ถ้าเจอคนที่มันแบบถูกชะตากันเจอกันเชอบเราเราชอบเขาก็แค่นั้นพอแล้ว

คนที่เข้ามาต้องสบายขึ้นต้องไม่สบายน้อยลง ?

ดัง พันกร : ถ้าสบายน้อยลงจะมีทำไม บางทีถ้าเรามองข้ามไป แล้วเรามองว่านิสัยได้เข้ากันได้นะ สุดท้ายดีเทลเหล่านี้มันก็ต้องกลับมาอีก

แต่แม่นายเพจแม่นายก็ยังประกาศอยู่เรื่อย ๆ ?

ดัง พันกร : คือลุคเราด้วยอาชีพด้วยอะไรอย่างนี้ มันจะมีความมั่นด้วยการเป็นนักร้อง ความมั่นใจสำคัญอยู่แล้ว แต่ในเรื่องความรักเราจะค่อนข้างซีเรียสนะ จะ Old fashioned นิดหนึ่ง ก็จะเป็นคนที่จริงจัง ภาพคนมองอาจจะคิดว่าเราก็ไปได้หมดแหละ ซึ่งไม่ใช่ จะมีความเป็น conservative นิดหนึ่ง

มองภาพตัวเองมีคู่ไหม ?

ดัง พันกร : มองไม่ออก

คิดยังไงกับคำว่าคู่ชีวิต ?

ดัง พันกร : ก็เหมือนดูละคร น่าจะเหมือนดูในละครมากกว่า คือไม่คิดว่าตัวเองจะมีคู่ชีวิตที่อย่างที่นักจิตของเราบอก ก็คิดว่าถ้ามีจะมีใคร คู่ชีวิตก็ต้องเป็นคนที่เรารู้สึกสบายตัว ลอยตัวมากกว่านี้

เคยทุกข์กับอะไรที่ทำพังบ้างไหม ?

ดัง พันกร : ความทุกข์ก็เป็นเรื่องธรรมชาติของมนุษย์ไง ปฏิบัติธรรมช่วยเราเยอะมาก ถามตัวเองถามจิตตัวเองมันคือการฝึกให้เราอยู่ได้บนโลกใบนี้

ถ้าคนนั้นสนทนาธรรมกับดังได้แบบลึกซึ้ง แล้วทำให้สบายตัวขึ้นก็เป็นไปได้ที่จะเริ่มเปิดใจ ?

ดัง พันกร : ก็แค่เรื่องธรรมไง

ถ้ามี 1 คำถามให้ถามอยากถามอะไรนักจิตบำบัดเกี่ยวกับตัวเรา ?

ดัง พันกร : พี่ต้องมีแฟนหรือยังครับ (หัวเราะ) ก็ให้ถามนักจิตอีกทีหนึ่ง ดังเป็นโรคจิตไหม

เป็นคนอยู่กับตัวเองได้ลึกและดีมาก

ดัง พันกร : ต้องขอบคุณธรรมะจริง ๆ เลยเพราะว่าชอบศึกษา ตั้งแต่ตั้งแต่วัยรุ่น เริ่มตั้งแต่สวดมนต์ ทอดกฐินผ้าป่า จนกระทั่งมานั่งปฏิบัติวิปัสสนาอะไรอย่างนี้ แล้วมันก็ทำให้เราได้ handle กับเรื่องหลาย ๆ อย่างได้ง่ายขึ้น แทนที่เราจะไปกังวล หรือบางคนเจอปัญหาแล้วกระวนกระวายอย่างนี้ก็คิดใหม่ คิดอย่างนี้เราก็โล่งก็คิดอย่างนี้ดีกว่าไหม

เวลามีปัญหาเราสามารถที่จะพูดคุย ?

ดัง พันกร : ใช่ อยากจะบอกคือธรรมะมันคือ philosophy of life มันก็คือการฝึกให้อยู่กับตัวเอง บางคนฟุ้งอยู่ข้างนอกเยอะ แต่บางทีเราเจอปัญหาเราแก้ทันทีเลย ก็คือถ้าปัญหามาเราก็จะแก้อย่างนี้ เวลามีความทุกข์มาก็คิดให้มีความสุข อย่างเช่นคุณพ่อไม่อยู่แล้วเสียไปแล้วอย่างนี้ ก็บอกตัวเองว่าเราก็มีเลือดพ่อเลือดแม่อยู่ในตัวเรา พ่อก็ไม่ได้ไปไหนก็อยู่ในนี้แหละ เวลาคิดถึงพ่อก็ไม่ได้ไปไหน