ตำนานปะทะดาวรุ่ง ‘บัลลังก์หมอลำ’จัดเต็ม 2 โชว์ใหญ่ เปิดศึก 6 หนุ่มโปรไฟล์ปัง ชิงตำแหน่ง ‘หมอลำบอยกรุ๊ป’

7 กันยายน 2569 เวลา 16:01 น.

ม่วนต่อเนื่อง! “บัลลังก์หมอลำ” จัด 2 โชว์สุดอลังการ พบการมาเยือนของหมอลำชั้นบรมครู “แม่ครูชวาลา” ศิลปินมรดกอีสาน พร้อมคณะหมอลำ “รัตนศิลป์อินตาไทยราษฎร์” และหมอลำสาวดาวรุ่ง “ปลาย กนกพร” 10 และ 11 กันยายนนี้ พร้อมเปิดเวทีให้ 6 หนุ่มเสียงดี ชิงฝันสู่ “หมอลำบอยกรุ๊ป” จับตา “ไดมอนด์” ลูกชาย “ไหมไทย หัวใจศิลป์” ร่วมประชันความสามารถ

ความม่วนเดินหน้าต่อแบบไม่มีแผ่ว! สัปดาห์นี้ รายการ “บัลลังก์หมอลำ” จัดเต็ม 2 โชว์สุดยิ่งใหญ่เอาใจแฟนหมอลำทั้งสายตำนานและสายดาวรุ่ง พบกับ หมอลำ “รัตนศิลป์อินตาไทยราษฎร์” คณะหมอลำเรื่องต่อกลอนโบราณที่สืบทอดหมอลำมามายาวนานกว่า 60 ปี และ “ปลาย กนกพร” หมอลำสาวดาวรุ่งจากค่ายแกรมมี่ โกลด์ เจ้าของฉายา “หมอลำมหา’ลัย”พร้อมเปิดเวทีต้อนรับ 6 หนุ่มมากความสามารถจากหลากหลายจังหวัด ร่วมชิงโอกาสครั้งสำคัญบนเส้นทาง “หมอลำบอยกรุ๊ป”

งานนี้ได้ “แม่ครูฉวีวรรณ ดำเนิน” ราชินีหมอลำคนแรกของประเทศไทย และศิลปินแห่งชาติสาขาศิลปะการแสดง(หมอลำ) ประจำปี พ.ศ.2536 เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ พร้อมด้วยกรรมการมากฝีมือ สุนารี ราชสีมา, เบิ้ล ปทุมราช และ แบงค์-รัฐวิชญ์ อนันต์พรสิริ ร่วมเฟ้นหาหนุ่มเสียงดี ขณะที่ “ยูโร ยศวรรธน์” รับหน้าที่พิธีกร พาคนดูม่วนไปกับเสียงเพลงพร้อมลุ้นทุกจังหวะการแข่งขัน

เริ่มด้วย พฤหัสบดีที่ 10 กันยายน พบกับโชว์สุดยิ่งใหญ่ ได้รับเกียรติจากหมอลำชั้นบรมครู แม่ครูชวาลา หาญสุริย์ ศิลปินมรดกอีสาน พร้อม คณะหมอลำรัตนศิลป์อินตาไทยราษฎร์ ที่ได้รับความเคารพจากคนในวงการและเป็นศูนย์รวมจิตใจของลูกหลานชาวหมอลำมายาวนานกว่า 60 ปี โดยแม่ครูชวาลามาพร้อมกับบทกลอนลำทำนองหมอลำขอนแก่น และ ลำพื้นสังวาทอินตา เป็นสังวาทหนึ่งเดียวในโลก ซึ่งถือเป็นสังวาทที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ มาถ่ายทอดบนเวที วันนี้ใครที่ได้ฟังต้องหลงรักหมอลำอย่างแน่นอน และแม่ครูชวาลาประพันธ์บทกลอนขึ้นใหม่สำหรับ บัลลังก์หมอลำ เท่านั้น

เสริมความพิเศษด้วยบทเพลง สายเลือดหมอลำ โดย เจี๊ยบ ฐิติมา หรือที่รู้จักในนาม “ราชินีลำพื้น” และ “นางเอก

เจ้าน้ำตา” หัวหน้าคณะวงรัตนศิลป์อินตาไทยราษฎร์ ก่อนเปิดเวทีให้ 3 หนุ่มผู้เข้าแข่งขัน เวฟ-ธนากร จ.เลย นักร้องอาชีพที่เดินสายร้องเพลงมาตั้งแต่ ม.1-ม.6 และเคยผ่านเวที เป็นตัวแทนโรงเรียน ประกวดชนะระดับภาคจนเข้าสู่ระดับประเทศ,
เกรท-ศุภวิชญ์ จ.อุดรธานี กำลังศึกษาม.3 ฝันอยากเป็นนักร้องหมอลำ แม่เห็นพระเอกหมดลำได้ ทิป เลยอยากเห็นลูกชายอยู่ตรงนั้นบ้าง และซี-นัฐพล จ.ขอนแก่นซึ่ งนับว่าใหม่มากสำหรับการเป็นหมอลำ เขาอยากเข้ามาเก็บเกี่ยวประสบการณ์ เรียนรู้จากเวทีที่มีผู้เชี่ยวชาญ งานนี้ใครจะโชว์ได้โดนใจเข้าตากรรมการ ต้องติดตาม

และใน วันศุกร์ที่ 11 กันยายน คืนกำไรให้แฟน ๆ กับโชว์สุดพิเศษจาก “ปลาย กนกพร” ที่มาร่วมสร้างสีสัน พร้อมส่ง

กำลังใจให้ผู้เข้าแข่งขันอย่างใกล้ชิด ส่วน 3 หนุ่มผู้เข้าแข่งขันวันนี้ ต้องบอกว่าความสามารถเบียดกันมาเลยจริง ๆ ทั้ง เวฟ-นวพล

จ.บุรีรัมย์ อดีตสมาชิกวง อรดี แบนด์ แต่ปัจจุบันรับงานร้องเพลงในภาคอีสาน และมุ่งมั่นเอาชนะความกลัวจากการประกวดที่เขาประกวดที่ไหนก็ยังไม่เคยชนะ, ไดมอนด์-ณัชภัค จ.กาฬสินธุ์ ลูกชายของศิลปินหมอลำชื่อดัง ไหมไทย หัวใจศิลป์ ผู้เริ่มต้น

ร้องเพลง ตอน ม.ต้น ด้วยบทเพลงของ เบิ้ล ปทุมราช วันนี้จึงดีใจมาก ที่ได้มาเจอเจ้าของเพลงตัวจริง และอาร์มน้อย-โรจนันท์

จ.อุดรธานี หนุ่มที่พกความฝันอยากประกวดเวทีที่ยิ่งใหญ่ระดับประเทศ ออกช่อง 7HD เพื่อสร้างความภูมิใจให้กับครอบครัว

เมื่อทั้ง 6 หนุ่มมาจากต่างที่ ต่างประสบการณ์ แต่มีหัวใจรักในเสียงเพลงหมอลำเหมือนกัน ใครจะคว้าโอกาสสำคัญและ

ผ่านรอบ Pre Audition เข้าสู่รอบต่อไป ร่วมลุ้นและม่วนไปพร้อมกันในรายการ “บัลลังก์หมอลำ” วันพฤหัสบดีที่ 10 และวันศุกร์

ที่ 11 กันยายน เวลา 18.00 น. ทางช่อง 7HD กด 35   พร้อมติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวรายการได้ที่  Facebook: บัลลังก์หมอลำ  

เปิดม่านสู่บทใหม่ของศิลปะไทย Bangkok Festivals ครั้งที่ 28

7 กันยายน 2569 เวลา 15:56 น.

คึกคักตั้งแต่วันแรก! เมื่อเหล่าคนดังจากวงการบันเทิง ทั้งนักแสดง ศิลปิน และผู้กำกับชื่อดัง ต่างตบเท้าเข้าร่วมเปิดม่าน Bangkok’s 28th International Festival of Dance & Music มหกรรมศิลปะการแสดงและดนตรีนานาชาติ กรุงเทพฯ ครั้งที่ 28 พร้อมชมการแสดงเปิดเทศกาล Opera Goes to Hollywood ที่นำมนต์เสน่ห์ของโอเปรามาผสานเข้ากับบทเพลงจากโลกภาพยนตร์ฮอลลีวูด ตอกย้ำบทบาทของ Bangkok Festivals ในฐานะเวทีการแสดงระดับนานาชาติที่ช่วยส่งต่อแรงบันดาลใจให้แวดวงศิลปะและบันเทิงไทย

บรรยากาศภายในงานได้รับการตอบรับอย่างความอบอุ่น จากเหล่าคนบันเทิงและผู้กำกับชื่อดังอย่าง จ๋า ยศสินี และไตเติ้ล กิตติภัค พร้อมด้วยเหล่าเซเลบริตี้สายเสพศิลป์อย่าง ทิม พิธา, ก้อย อรัชพร, ลูกเกด เมทินี, พิม ซอนย่า, ซินดี้ สิรินยา และปืน สธน ที่มาร่วมสัมผัสประสบการณ์การแสดงสดระดับมาสเตอร์พีซ นอกจากนี้ ยังมีผู้เข้าร่วมงานหลากหลายเจนเนอเรชัน ทั้งมาคนเดียว มาเป็นคู่ และมากับครอบครัว ทำให้เห็นว่าการแสดงศิลปะไม่ใช่เรื่องจำกัดเฉพาะกลุ่ม แต่เป็นพื้นที่ที่เปิดกว้างและเชื่อมโยงทุกคน ทุกเจเนอเรชันเข้าไว้ด้วยกัน

เปิดม่านวันแรกประเดิมด้วยโชว์การบรรเลงมหากาพย์แห่งเสียงเพลงสุดตราตรึง “Opera Goes to Hollywood” โดยคณะ New York City Opera จากสหรัฐอเมริกา สัมผัสบทเพลงโอเปราคลาสสิกสุดอมตะและบทเพลงประกอบภาพยนตร์ฮอลลีวูดระดับตำนาน อาทิ The Godfather, Bohemian Rhapsody และ Mission: Impossible ภายใต้การอำนวยเพลงของ Constantine Orbelian วาทยกรระดับโลกผู้เข้าชิงรางวัลแกรมมี่ถึง 4 สมัย ผสานพลังเสียงอันทรงพลังของนักร้องแนวหน้า และการบรรเลงสดร่วมกับวง Royal Bangkok Symphony Orchestra จนเรียกเสียงปรบมือและสร้างความประทับใจให้แก่ผู้ร่วมงานทุกคนตั้งแต่วินาทีแรกจนจบการแสดง

นอกจากนี้ ยังมีการแสดงพิเศษจากคณะการแสดงชั้นนำระดับโลกอีกมากมาย ทั้งโอเปรา บัลเลต์ และการแสดงร่วมสมัย โดย Bangkok’s 28th International Festival of Dance & Music จัดขึ้นระหว่างวันที่ 5 กันยายน – 17 ตุลาคม 2569 ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย สำหรับผู้ที่สนใจเข้าชมสามารถตรวจสอบรอบการแสดงและจองบัตรพร้อมติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ bangkokfestivals.com

หลุดโฟกัสเต็มๆ ‘ปุ้มปุ้ย พรรณทิพา’ เสิร์ฟลุควันเกิดสุดแซ่บ แฟนๆ แห่อวยพร

7 กันยายน 2569 เวลา 15:47 น.

เรียกเสียงฮือฮาได้ไม่น้อยเลยทีเดียว สำหรับคุณแม่สุดแซ่บ “ปุ้มปุ้ย พรรณทิพา” ที่ล่าสุดออกมาเสิร์ฟภาพฉลองวันเกิดในลุคสุดเซ็กซี่ ทำเอาแฟนๆ ที่ติดตามถึงกับหลุดโฟกัสไปตามๆ กัน

งานนี้ ปุ้มปุ้ยปรากฏตัวในลุคสาวผมหยิกฟูสุดโดดเด่น เพิ่มความเย้ายวนด้วยบราซาตินสีชมพูอ่อน พร้อมแมตช์เข้ากับกางเกงขาสั้นเนื้อเงา เผยให้เห็นรูปร่างสุดเป๊ะ ก่อนนั่งโพสท่าด้วยอินเนอร์สุดมั่นใจ ส่งสายตาจิกกล้องแบบเต็มเฟรม

ด้านหน้าเจ้าตัวยังมีเค้กวันเกิดสีขาวตกแต่งด้วยเชอร์รี่สีแดงสด เพิ่มความน่ารักปนเซ็กซี่ให้กับภาพเซ็ตนี้ได้เป็นอย่างดี ขณะที่หลังโพสต์ถูกเผยแพร่ออกไป ก็มีเพื่อนๆ และแฟนคลับเข้ามากดไลก์ พร้อมส่งคำอวยพรวันเกิดให้เจ้าตัวอย่างต่อเนื่อง

ทำเอาแฟนคลับหลายคนเข้ามาร่วมอวยพรวันเกิดและชื่นชมทั้งความสวยและความคิดของเจ้าตัว อาทิ “Happy Birthday ka” และ “Happy Birthday to the hottest mommy ka”

ขอบคุณภาพจาก : อินสตาแกรม @pantipa.a

ปุ้มปุ้ย, ปุ้มปุ้ย พรรณทิพา, วันเกิดดารา

เปิดประวัติ 6 ศิลปินแห่งชาติประจำปี 2568 สาขาศิลปะการแสดง ผู้รังสรรค์และสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมไทย

7 กันยายน 2569 เวลา 15:44 น.

กรมส่งเสริมวัฒนธรรมได้ประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติศิลปินแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ. 2568 ในสาขาศิลปะการแสดง เพื่อเชิดชูเกียรติและสร้างแรงบันดาลใจให้แก่คนรุ่นหลัง ซึ่งประกอบไปด้วยบรมครูและศิลปินผู้ทรงคุณวุฒิทั้ง 6 ท่าน ดังนี้

1.ศ.กิตติคุณ สุรพล วิรุฬห์รักษ์ (สาขาศิลปะการแสดง – ภาพยนตร์และละคร)

 ประวัติและการศึกษา สำเร็จการศึกษาสถาปัตยกรรมศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยม) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (พ.ศ. 2500), สถาปัตยกรรมศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยวอชิงตัน (พ.ศ. 2514), ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาศิลปการแสดง มหาวิทยาลัยวอชิงตัน (พ.ศ. 2515) และศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาศิลปการแสดง มหาวิทยาลัยฮาวาย (พ.ศ. 2523)

 ตำแหน่งและบทบาทสำคัญ อุปนายกราชบัณฑิตยสภา ลำดับที่ 2, ประธานสำนักศิลปกรรมราชบัณฑิตยสภา, ศาสตราจารย์กิตติคุณ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, นายกสภาสถาบันกันตนา และกรรมการสภาวิจัยแห่งชาติ สาขาปรัชญา

 ผลงานและเกียรติคุณ ผลงานวิชาการทรงคุณค่า เช่น วิวัฒนาการนาฏยศิลป์ไทยในกรุงรัตนโกสินทร์, นาฏยศิลป์รัชกาลที่ 9 และบทความในสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ ได้รับรางวัลนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ สาขาปรัชญา (พ.ศ. 2546) และเครื่องราชอิสริยาภรณ์มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก

2.นายตรึก ปลอดฤทธิ์ (สาขาศิลปะการแสดง – ศิลปินพื้นบ้าน)

 ประวัติและการศึกษา ศิลปินพื้นบ้านชาวจังหวัดกระบี่ เกิดที่บ้านโคกยาง อำเภอเหนือคลอง บุตรของนายส้อง และนางเนี่ยว ปลอดฤทธิ์ สมรสกับนางจาบ มีบุตร 8 คน

 บทบาทสำคัญ ผู้สืบสานและอนุรักษ์การแสดง “ลิเกป่า” (ลิเกบันดูล) เริ่มฝึกหัดรำตั้งแต่อายุ 20 ปี กับครูสวาสดิ์ แก้วโลก และครูเดช แก้วทิพย์

 ผลงาน: ก่อตั้ง “คณะรวมมิตรบันเทิงศิลป์” ขึ้นในปี พ.ศ. 2500 เพื่อรักษาและส่งต่อรูปแบบการแสดง บทละคร และเครื่องแต่งกายแบบดั้งเดิม ไม่ให้ศิลปะพื้นบ้านลิเกป่าสูญหายไปจากแผ่นดินใต้

3.อาจารย์สมศักดิ์ ทัดติ (สาขาศิลปะการแสดง – นาฏศิลป์ไทย-โขน)

 ประวัติและการทำงาน บรมครูผู้เชี่ยวชาญการสอนโขนตัวยักษ์ (ทศกัณฐ์) ที่มีประสบการณ์ยาวนานกว่า 50 ปี เคยรับราชการเป็นอาจารย์ระดับ 9 ที่วิทยาลัยนาฏศิลป และดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการวิทยาลัยนาฏศิลป์สุโขทัย

 ตำแหน่งสำคัญ หลังเกษียณอายุราชการ ดำรงตำแหน่งผู้ชำนาญการด้านนาฏศิลป์ไทย สถาบันนาฏดุริยางคศิลป์ กรมศิลปากร และผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์

 ผลงาน ถ่ายทอดกระบวนท่ารำตัวยักษ์ระดับครูใหญ่ พัฒนาหลักสูตรนาฏศิลป์โขน พร้อมสร้างสรรค์ผลงานวิชาการและการแสดงโขนตามแบบแผนราชสำนักอย่างต่อเนื่อง

4.นายวิชัย ปุญญะยันต์ หรือ “ต๋อย พิงค์แพนเตอร์” (สาขาศิลปะการแสดง – ดนตรีไทยสากล-ขับร้อง)

 ประวัติและการศึกษา เกิดวันที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2493 ที่กรุงเทพมหานคร เริ่มต้นเส้นทางดนตรีตั้งแต่อายุ 16 ปี โดยเป็นสมาชิกวง “ซิลเวอร์แซนด์” ร่วมกับวิรัช อยู่ถาวร

 บทบาทสำคัญ ผู้ก่อตั้งและหัวหน้าวงดนตรีชื่อดัง “พิงค์แพนเตอร์” (Pink Panther) ซึ่งตั้งชื่อตามความชื่นชอบตัวการ์ตูนและปีเกิด (ปีเสือ)

 ผลงานสร้างชื่อ นักร้องนำและผู้สร้างสรรค์บทเพลงอมตะยอดนิยมระดับตำนานอย่าง “รักฉันนั้นเพื่อเธอ” และ “รอยเท้าบนผืนทราย”

5.นายณัฐ ยนตรรักษ์ (สาขาศิลปะการแสดง – ดนตรีสากล)

 ประวัติและการศึกษา เกิดวันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2497 ชนะเลิศการประกวดเปียโนสยามกลการครั้งแรกในปี พ.ศ. 2514 สำเร็จการศึกษาจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก่อนศึกษาต่อด้านดนตรีที่ Goldsmiths College และ University of Reading ประเทศอังกฤษ

 บทบาทและผลงาน นักเปียโนคลาสสิกและนักประพันธ์เพลงระดับสากล ผู้ก่อตั้งโรงเรียน Natstudio เพื่อพัฒนาการเรียนการสอนเปียโนในไทย

 เกียรติประวัติ ได้รับรางวัลศิลปาธร สาขาคีตศิลป์ (พ.ศ. 2549), เป็นศิลปิน Steinway Artist, ได้รับเหรียญอิสริยาภรณ์ “Bene Merito” จากโปแลนด์ และได้รับการประกาศให้มีวัน “Nat Yontararak Day” ในสหรัฐอเมริกา

6.นางอังคนางค์ ศิริมณี หรือ “อังคนางค์ คุณไชย” (สาขาศิลปะการแสดง – หมอลำ-ลำเพลิน)

 ประวัติและการศึกษา เกิดวันที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2498 (หรือ 2499) ที่บ้านโคกสารเทิง อำเภอชานุมาน จังหวัดอุบลราชธานี (ปัจจุบันคือจังหวัดอำนาจเจริญ) สำเร็จการศึกษาชั้น ป.4 (สอบได้ที่ 1 ของชั้นเรียน) ก่อนศึกษาต่อ กศน. จนจบมัธยมศึกษาตอนปลาย

 บทบาทและผลงาน นักร้องหมอลำและนักร้องลูกทุ่งอีสานระดับตำนาน เจ้าของผลงานเพลงลำเพลินและหมอลำอันทรงคุณค่า เป็นครูผู้ถ่ายทอดมรดกทางวัฒนธรรมพื้นบ้านอีสานให้คงอยู่คู่สังคมไทย

ศาลชั้นต้นพิพากษาคดีลิขสิทธิ์เพลงดัง ‘วีระเดช-หนึ่ง ณรงค์วิทย์’ เฮ ชนะสิทธิ์ดูแลรวม 28 เพลง

7 กันยายน 2569 เวลา 13:18 น.

ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาคดีพิพาทเรื่องลิขสิทธิ์เพลงระหว่างนักแต่งเพลงชื่อดังกับค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ RS อาร์เอส โดยใช้แนวทางการพิจารณาแบ่งตามกลุ่มเพลง เช่นเดียวกับคดีของ “เวสป้า อิทธิพล” ส่งผลให้ฝ่ายผู้สร้างสรรค์ผลงานได้รับสิทธิ์ในบทเพลงส่วนใหญ่คืนมาสรุปผลคำพิพากษาทั้ง 2 คดี

1. คดี วีระเดช ไกรวัลย์ (ฟ้องรวม 19 เพลง)ศาลชั้นต้นตัดสินให้สิทธิ์ในบทเพลงเป็นของ วีระเดช ไกรวัลย์ จำนวน 15 เพลง ได้แก่  ล้างใจ, ขอแรง, มือที่สาม, ไม่มีที่ไป, ไม่รักก็เกลียดเลย ด้วยน้ำตา, ด้วยรักและจริงใจ, ดาวพระศุกร์, บอดี้การ์ด, เพราะมีเธอ ทำไม่ได้นะ, ไฟตกน้ำ, รักไม่มีวันตาย, เกินห้ามใจ, นาทีที่สวยงาม

ส่วนบทเพลงที่ศาลตัดสินให้ยังคงเป็นสิทธิ์ของ อาร์เอส มีจำนวน 4 เพลง ได้แก่  เพื่อใคร, รักไม่ลง, ส่องไฟขึ้นฟ้า, อย่าปิดแผ่นฟ้าด้วยฝ่ามือ

2.คดี หนึ่ง ณรงค์วิทย์ (ฟ้องรวม 15 เพลง)ศาลชั้นต้นตัดสินให้สิทธิ์ในบทเพลงเป็นของ หนึ่ง ณรงค์วิทย์ จำนวน 13 เพลง ได้แก่ สี่ห้องหัวใจ, ขอแค่มีเธอ, เขาไม่แคร์, แข็งใจ, แค่ดิน , ด้วยสองเรา, ได้เวลาแจม, โทรหากันหน่อย, บอกกันได้ไหม, ยิ่งรักเธอ, จากฉันถึงเธอ, แอบมีเธอ, น้อยใจส่วนบทเพลงที่ศาลตัดสินให้ยังคงเป็นสิทธิ์ของ อาร์เอส มีจำนวน 2 เพลง ได้แก่ หยุดตรงนี้ที่เธอ, รักคนอื่นไม่เป็น

การตัดสินครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งบรรทัดฐานสำคัญของวงการเพลงไทยในการจัดสรรและคุ้มครองสิทธิ์ของผู้สร้างสรรค์ผลงานบทเพลงในอดีต

‘แพท วง KLEAR’ ควงครอบครัว แชร์ไลฟ์สไตล์เฮลท์ตี้ทุกเจเนอเรชัน พร้อม MicMac ชวนคนทุกวัยใส่ใจสุขภาพ

7 กันยายน 2569 เวลา 12:57 น.

เมื่อสุขภาพเป็นเรื่องสำคัญของคนทุกเจเนอเรชัน ศิลปินสุดฮอต ‘แพท – รัณนภันต์ ยั่งยืนพูนชัย’ หรือ ‘แพท วง KLEAR’ ควงครอบครัวมาแชร์ไลฟ์สไตล์เฮลท์ตี้ของทุกคนในบ้าน ในงาน Heart Of Care  Health Fair 2026 จัดโดย โรงพยาบาลบางปะกอก 9 อินเตอร์เนชั่นแนล โรงพยาบาลในเครือบางปะกอก     และโรงพยาบาลปิยะเวท ภายใต้แนวคิด Cancel Cancer Together, We Connect Your Care Journey เชื่อมโยงทุกการรักษา เพื่อทุกก้าวของการดูแล งานนี้ แพท ได้เผยเคล็ดลับการบาลานซ์ชีวิตการทำงานฉบับคุณแม่ยุคใหม่ พร้อมบอกเทคนิคการดูแลสุขภาพฉบับทุกคนในบ้านแบบทำได้จริง รวมถึงการตรวจสุขภาพและคัดกรองโรค และชวนทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของการป้องกันโรคมะเร็ง โดยมี นิปปอน – นวนันท์ บำรุงพฤกษ์ พิธีมากความสามารถ มาร่วมทอล์กแบบเอกซ์คลูซิฟ ชวนถ่ายทอดเรื่องราวสุขภาพ     ในมุมที่เข้าถึงง่าย สร้างความสนุกและความอบอุ่น ณ ศูนย์การค้า เซ็นทรัล พระราม 2

ภายในงานมีกิจกรรมมากมาย โดยการตรวจสุขภาพเบื้องต้น อาทิ ความดันโลหิต ระดับน้ำตาล ในเลือด ดัชนีมวลกาย (BMI) อัตราการเต้นของหัวใจ และค่าพื้นฐานทางสุขภาพที่สำคัญ พร้อมรับคำแนะนำด้านสุขภาพเฉพาะบุคคลจากทีมบุคลากรทางการแพทย์ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ ยังมีพื้นที่การเรียนรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็งที่นำ Cancer Ribbon ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความตระหนักรู้ ความหวัง และกำลังใจ  มาถ่ายทอดเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคมะเร็ง รวมถึงเวทีเสวนาโดยแพทย์เฉพาะทางในสาขาต่างๆ มาแนะแนวทางวิธีปฏิบัติเพื่อสุขภาพที่ดี ตลอดจนบูธกิจกรรมสนุกๆ รับของที่ระลึก และแพ็กเกจตรวจสุขภาพและโปรแกรมคัดกรองโรคเฉพาะทางในราคาสบายกระเป๋า

อีกหนึ่งไฮไลต์ภายในงานคือโชว์สุดพิเศษจาก แพท และ ณัฐ วง KLEAR ที่มาร่วมถ่ายทอดบทเพลงสุดพิเศษ สร้างบรรยากาศแห่งความประทับใจตลอดงาน นอกจากนั้น ยังมีศิลปินยุคใหม่ อย่าง MicMac (มิคแมค) มาร่วมมอบความสนุกและความสุข มาแชร์เคล็ดลับการดูแลสุขภาพในแบบเจนใหม่ เติมเต็มบรรยากาศภายในงานให้คึกคักยิ่งขึ้น

แพท รัณนภันต์ เปิดเผยว่า“รู้สึกดีใจและตื่นเต้นที่ได้มาร่วมกิจกรรมดี ๆ พร้อมครอบครัวเป็นครั้งแรก เพราะทำให้เห็นว่าการดูแลสุขภาพและการตรวจสุขภาพเป็นประจำเป็นเรื่องสำคัญโดยเฉพาะปัจจุบันที่เทคโนโลยีทางการแพทย์มีความก้าวหน้า ช่วยให้ทุกคนเข้าถึงการดูแลและการรักษาได้ง่ายขึ้น สำหรับครอบครัวของแพท แม้แต่ละคน    จะมีวิธีดูแลสุขภาพแตกต่างกันไปตามช่วงวัย แต่ทุกคนก็พร้อมเดินหน้าไปด้วยกัน  เพราะมีเป้าหมายเดียวกัน  คือการมีสุขภาพที่ดี และได้ใช้เวลาอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข

แพทอยากฝากถึงทุกคนว่า ไม่ว่าจะอยู่ในวัยไหน สุขภาพก็เป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะเรื่องโรคมะเร็งที่เราสามารถเริ่มต้นใส่ใจและป้องกันได้ตั้งแต่วันนี้ อยากให้ทุกคนหันมาใส่ใจตัวเองมากขึ้น ตรวจสุขภาพตามความเหมาะสม และถ้ามีโอกาสก็อยากชวนทุกคนมาร่วมเรียนรู้เรื่องสุขภาพ เพราะการมีความรู้และรู้เท่าทันร่างกายของตัวเอง ก็ถือเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยให้เราใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขและอยู่กับคนที่เรารักไปนานๆค่ะ”

สำหรับสายเฮลท์ตี้ที่กำลังมองหาแพ็กเกจตรวจสุขภาพดีๆ หรือต้องการคำปรึกษาจากแพทย์ สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : Bangpakok 9 International Hospital โรงพยาบาล     บางปะกอก 9 อินเตอร์เนชั่นแนล และ Facebook : Piyavate Hospital หรือเว็บไซต์ www.bpk9internationalhospital.com และ http://www.piyavate.com 

แฟชั่นเซตบัณฑิตใหม่ ‘ชาย-สมชาย’ เรียนจบ ‘มรภ.เชียงราย’ บ่าวเหนือพร้อมรับปริญญา

7 กันยายน 2569 เวลา 12:45 น.

บัณฑิตบ่าวเหนือทักครับ “ชาย สมชาย  เจริญสุข” จากสังกัด TSM Management ทางช่อง 7HD   
ได้สำเร็จด้านการศึกษาระดับปริญญาตรี จากมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย คณะวิทยาการจัดการ ล่าสุดได้ปล่อยภาพสตรีทแฟชั่นเซ็ทชุดครุย หล่อเท่ ออร่าพุ่ง สไตล์บ่าวเหนือ หลังจากเรียนจบการศึกษาไม่นาน หนุ่ม “ชาย สมชาย” ได้เป็นพี่บัณฑิตให้แฟน ๆ ใจฟู ยินดีกันอย่างเบิกบานใจ ที่งานนี้เจ้าตัวพร้อมรับปริญญาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งกำหนดการฝึกซ้อมพิธีรับพระราชทานปริญญาบัตร วันที่ 16 กันยายน ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย และจะเข้าพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ในวันที่ 18 กันยายน 2569 ที่หอประชุมทีปังกรรัศมีโชติ มหาวิทยาลัย
ราชภัฏเชียงใหม่  ล็อกวันร่วมยินดีในการจบการศึกษาของรุ่นพี่บัณฑิตบ่าวเหนือสุดหล่อคนนี้กันได้เลยแฟน ๆ จ้า

#ชายสมชาย #Chaisomchai #TSMmanagement

‘ข้างบ้าน’คว้า 3 รางวัลจาก Pattaya International Film Festival 2026

7 กันยายน 2569 เวลา 12:42 น.

อีกหนึ่งความสำเร็จของ “ข้างบ้าน (OUR HOUSE)” ภาพยนตร์จาก ฉายแสง แอด.เวนเจอร์ ร่วมกับ The Ghost Radio ภายใต้โปรเจกต์ GHOST LIGHT ล่าสุดคว้า 3 รางวัล จากงาน Pattaya International Film Festival 2026 โดย ข้างบ้าน คว้า รางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, รางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม ประเภทภาพยนตร์ ได้แก่ อาเล็ก–ธีรเดช เมธาวรายุทธ และ รางวัลนักแสดงสมทบยอดเยี่ยม ประเภทภาพยนตร์ ได้แก่ กชเบล–ศรัณย์รัชต์ เผือกพิพัฒน์

Pattaya International Film Festival 2026 เทศกาลภาพยนตร์เมืองพัทยา ครั้งที่ 4 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “THE CINEMATIC WAVE” หรือ “คลื่นแห่งภาพยนตร์” ณ โรงละครโคลอสเซียมโชว์ พัทยา ภายในงานมีการมอบรางวัลเพื่อเชิดชูผลงาน บุคลากร และผู้สร้างสรรค์ ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังในอุตสาหกรรมบันเทิงไทย ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักโดยมีเหล่าศิลปิน นักแสดง ผู้สร้าง และบุคลากรในวงการบันเทิงมาร่วมงานอย่างคับคั่ง

ชัยวัฒน์ มิ่งไม้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฉายแสง แอด.เวนเจอร์ จำกัด เผยว่า “ฉายแสง แอด.เวนเจอร์ รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ข้างบ้านได้รับรางวัลจาก Pattaya International Film Festival 2026 รางวัลครั้งนี้เป็นความสำเร็จของทีมงานและพันธมิตรทุกฝ่ายที่ร่วมกันทุ่มเทพัฒนาผลงานตั้งแต่ต้นทางจนสามารถเชื่อมต่อกับผู้ชมได้ในวงกว้าง ขอขอบคุณคณะกรรมการและผู้จัดงานที่ให้ความสำคัญกับผลงานและบุคลากรในอุตสาหกรรมบันเทิงไทย รวมถึง The Ghost Radio ทีมผู้สร้าง นักแสดง และผู้ชมทุกท่านที่สนับสนุนข้างบ้าน และหนังไทยมาอย่างต่อเนื่อง ทุกท่านเป็นกำลังใจสำคัญให้กับผู้สร้างสรรค์ภาพยนตร์ครับ”

อาเล็ก–ธีรเดช เมธาวรายุทธ เผยว่า “รู้สึกดีใจและเป็นเกียรติมากครับที่ได้รับรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมครั้งนี้ ขอบคุณคณะกรรมการทุกท่าน ภาพยนตร์ข้างบ้านเป็นหนังผีเรื่องแรกของผม และเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่ดีมากในฐานะนักแสดง ขอบคุณพี่โขม พี่ต้น และพี่แจ๊ค ที่ไว้ใจและมองเห็นบางอย่างในตัวอาเล็กให้โอกาสมารับบทวินในเรื่องนี้ ซึ่งทำให้ผมได้เปิดโลกการแสดงในมุมใหม่ ๆ และได้เจอกับความท้าทายใหม่ ๆ ของตัวเอง ขอบคุณโบกี้ไลอ้อน ทีมแต่งหน้าเอฟเฟกต์ สแตนด์อิน รวมถึงทีมเบื้องหลัง ที่สำคัญขอบคุณผู้ชม แฟนคลับ และแฟน The Ghost Radio ทุกท่านที่ให้การสนับสนุนมาโดยตลอด ขอบคุณมาก ๆ สำหรับรางวัลนี้ครับ”

ด้าน กชเบล–ศรัณย์รัชต์ เผือกพิพัฒน์ เผยว่า “ขอบคุณคณะผู้จัดงาน Pattaya International Film Festival 2026 สำหรับรางวัลอันทรงเกียรติครั้งนี้ รู้สึกดีใจและเป็นเกียรติมาก ๆ ที่ได้รับรางวัลค่ะ ขอบคุณโอกาสจากพี่ต้น พี่โขม และพี่แจ๊ค ที่เลือกให้กชเบลได้เล่นภาพยนตร์เรื่องแรกในชีวิตกับข้างบ้าน ขอบคุณพี่อาเล็ก พี่โบกี้  และนักแสดงทุกท่านที่ทำให้เราได้เล่นอย่างเต็มที่ รวมถึงขอบคุณมิตรภาพจากทีมงานทุกฝ่ายที่ทำงานกันอย่างหนักและเป็นมืออาชีพมาก ทำให้การทำงานในเรื่องนี้เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่น่าประทับใจค่ะ รวมทั้งขอบคุณแฟนคลับและผู้ชมทุกท่านที่สนับสนุนมาโดยตลอด รางวัลนี้เป็นอีกหนึ่งกำลังใจสำคัญที่จะทำให้ตั้งใจพัฒนาตัวเอง และทำทุกโอกาสที่ได้รับให้ดีที่สุดต่อไปค่ะ”

ติดตามความเคลื่อนไหวเพิ่มเติมได้ทาง
Facebook: www.facebook.com/shinesaengad.venture
Instagram: www.instagram.com/shinesaengad.venture
TikTok: www.tiktok.com/@shinesaengadventure
YouTube: www.youtube.com/@shinesaengad.venture

#ข้างบ้าน #Ghostlight #TheGhostRadio #ฉายแสงแอดเวนเจอร์ #Shinesaengadventure

เปิดเบื้องหลัง ‘วารี๑๐๐ศพ’ งานสร้างสุดหินกลางป่าจริง ผู้กำกับเผยโจทย์ใหญ่ เนรมิต “วารีปะศพ” ให้สวย สงบ

7 กันยายน 2569 เวลา 12:39 น.

เบื้องหน้าคือเมืองเล็กที่ดูเงียบสงบ แต่เบื้องหลังกลับเป็นหนึ่งในโจทย์การถ่ายทำที่ท้าทายไม่น้อย สำหรับ “วารี๑๐๐ศพ (Still Water)” ซีรีส์แนวฆาตกรรมสืบสวน สตรีมได้บน Disney+ ที่ครั้งนี้เปิดภาพเบื้องหลังให้เห็นอีกด้านของงานสร้าง ตั้งแต่การออกแบบโลกของ “วารีปะศพ” การยกกองเข้าถ่ายทำในพื้นที่ธรรมชาติจริง ไปจนถึงงาน Special Effects และการสร้างศพที่ต้องสมจริงพอจะกลายเป็นส่วนสำคัญของการเล่าเรื่อง

ความยากยิ่งเพิ่มขึ้นเมื่อทีมงานเลือกใช้ สถานที่จริงและธรรมชาติจริงเป็นส่วนสำคัญของงานภาพ โดยเดินทางถ่ายทำครอบคลุม 6 จังหวัด ได้แก่ ระยอง กาญจนบุรี เพชรบุรี นครนายก กรุงเทพฯ และปทุมธานี ตั้งแต่ป่า พื้นที่ริมน้ำ ชุมชน ไปจนถึงสถานที่ซึ่งถูกนำมาออกแบบใหม่ให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของวารีปะศพ การทำงานจึงต้องเผชิญทั้งสภาพอากาศ การเดินทาง พื้นที่เปียกชื้น การถ่ายทำในป่า รวมถึงการทำงานต่อเนื่องตั้งแต่กลางวันจนถึงกลางคืน

ธนภณ ประสารทอง ผู้กำกับ“โจทย์ของเราคือทำให้คนดูรู้สึกว่าวารีปะศพเป็นสถานที่จริง ทุกโลเคชันต้องเชื่อมต่อกันและมีบรรยากาศเดียวกัน เราอยากให้ธรรมชาติที่ดูสวยและสงบ กลับทำให้คนดูรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติอยู่ตลอดเวลา ยิ่งสถานที่ดูสงบเท่าไร ความรู้สึกไมปลอดภัยก็ยิ่งชัดขึ้น”
อีกหนึ่งองค์ประกอบที่ทีมสร้างให้ความสำคัญอย่างมาก คือ งาน Special Effects และการออกแบบศพ เพราะคดีฆาตกรรมไม่ได้ทำหน้าที่เพียงสร้างความสะเทือนขวัญ แต่ “สภาพของศพ” ยังเป็นส่วนหนึ่งของหลักฐานและการเล่าเรื่อง ทีมงานจึงต้องทำงานอย่างละเอียด ตั้งแต่การสร้างชิ้นส่วนร่างกายจำลอง การแต่งบาดแผล เลือด ไปจนถึงอวัยวะภายใน เพื่อให้ภาพที่ปรากฏมีความสมจริงและสอดรับกับโลกของเรื่อง

ภาพเบื้องหลังยังเผยให้เห็นความทุ่มเทของกองถ่ายในฉากสำคัญกลางป่า ทั้งการเซ็ตศพกลางพื้นที่น้ำ การติดตั้งอุปกรณ์และแสงในพื้นที่ซึ่งเข้าถึงยาก รวมถึงการทำงานของนักแสดงท่ามกลางเลือดและเอฟเฟกต์เป็นเวลานาน หลายฉากที่ผู้ชมเห็นเพียงไม่กี่นาทีบนหน้าจอ จึงเกิดจากการเตรียมงานและประสานงานของหลายฝ่ายอย่างละเอียด

สำหรับผู้กำกับ ความโหดของ “วารี๑๐๐ศพ (Still Water)” จึงไม่ได้มีเป้าหมายเพียงทำให้ผู้ชมตกใจ แต่ถูกใช้เป็นภาษาภาพเพื่อพาคนดูเข้าไปสำรวจด้านมืดของผู้คนในเมืองเล็กแห่งนี้ เพราะภายใต้ความสงบของ “วารีปะศพ” ทุกตัวละครต่างมีความคิด ความปรารถนา ความสัมพันธ์ และความลับที่ไม่เหมือนกัน และยิ่งเรื่องราวเข้าใกล้ความจริงมากเท่าไร ก็ยิ่งยากที่จะตัดสินว่า ใครคือเหยื่อ และใครกันแน่คือฆาตกร

“วารี๑๐๐ศพ (Still Water)” ซีรีส์แนวฆาตกรรมสืบสวน นำโดย ปันปัน สุทัตตา อุดมศิลป์, ชิปปี้ ศิริน ปรีดียานนท์ เสริมทัพด้วยนักแสดงที่ล้วนมีเอกลักษณ์และพลังการแสดงเฉพาะตัว ทั้ง น้ำฝน กุลณัฐ, แป้ง อรจิรา แหลมวิไล, แบงค์ อาทิตย์ ตั้งวิบูลย์พาณิชย์, จูเนียร์ กาจบัณฑิต ใจดี และ แพรว เฌอมาวีร์ สุวรรณภาณุโชค พร้อมด้วย แจ๊บ เพ็ญเพ็ชร เพ็ญกุล และ ต๊อบ สหัสชัย ชุมรุม ที่โคจรมาร่วมสร้างความเข้มข้นให้กับเรื่องราวซึ่งเต็มไปด้วยปริศนา ความลับ และความสัมพันธ์อันซับซ้อน  

“วารี๑๐๐ศพ (Still Water)” ซีรีส์แนวฆาตกรรมสืบสวน นำโดย ปันปัน สุทัตตา อุดมศิลป์, ชิปปี้ ศิริน ปรีดียานนท์ เสริมทัพด้วยนักแสดงที่ล้วนมีเอกลักษณ์และพลังการแสดงเฉพาะตัว ทั้ง น้ำฝน กุลณัฐ, แป้ง อรจิรา แหลมวิไล, แบงค์ อาทิตย์ ตั้งวิบูลย์พาณิชย์, จูเนียร์ กาจบัณฑิต ใจดี และ แพรว เฌอมาวีร์ สตรีมได้แล้ววันนี้บน Disney+ ที่นี่ที่เดียว

SOCIAL MEDIA
X: @disneyplusth
Instagram: @disneyplusth
Facebook: @DisneyPlusThailand
TikTok: @disneyplusth
Hashtag: #DisneyPlusTH #วารีร้อยศพ

เปิดเคสใหญ่ ‘อูม วิยะดา–ก้อย วาสนา’ศัลยกรรมครั้งใหม่

7 กันยายน 2569 เวลา 12:36 น.

เรียกเสียงฮือฮาไม่น้อย เมื่อสองนักแสดงมากประสบการณ์อย่าง “อูม วิยะดา อุมารินทร์” และ “ก้อย-วาสนา สิทธิเวช” ควงคู่เปิดใจถึงการตัดสินใจครั้งสำคัญในการกลับมาทำศัลยกรรมใบหน้าอีกครั้ง พร้อมเผยเบื้องหลังการวางแผนผ่าตัดครั้งใหญ่กับ “หมอบิล นพ. พัชรพล อิงพงษ์พันธ์” ศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทางแม้ทั้งสองคนจะเคยผ่านการศัลยกรรมมาก่อน แต่เมื่อเวลาผ่านไป ปัญหาความหย่อนคล้อย ริ้วรอย ร่องแก้ม รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างใบหน้าตามวัย ทำให้ทั้งคู่ตัดสินใจกลับมาปรึกษาอย่างจริงจังอีกครั้ง

“ก้อย วาสนา” เปิดใจว่า สิ่งที่ต้องการไม่ใช่การกลับไปมีใบหน้าเหมือนวัยสาว แต่เป็นการดูแลตัวเองให้ดูสดใสและมั่นใจขึ้นในวัยปัจจุบัน

ขณะที่ “อูม วิยะดา” เผยว่า นอกจากปัญหาความหย่อนคล้อยตามวัยแล้ว ยังมีรายละเอียดจากการผ่าตัดเดิมหลายจุดที่ต้องได้รับการแก้ไข จึงต้องการแพทย์ที่สามารถมองภาพรวมและวางแผนแก้ไขใบหน้าอย่างสมดุล

ด้าน “หมอบิล” เผยว่า ทั้งสองเคสถือว่ามีความซับซ้อน เนื่องจากเคยผ่านการผ่าตัดมาก่อน จึงต้องประเมินทั้งโครงสร้างเดิม แนวแผล พังผืด และเนื้อเยื่อ รวมถึงผลกระทบจากการผ่าตัดครั้งก่อน เพื่อออกแบบแผนการรักษาให้เหมาะกับแต่ละบุคคล

แม้ทั้งสองท่านจะได้รับการดูแลหลายจุด ทั้งการดึงหน้าชั้นลึก V-Facelift การกระชับลำคอ การยกคิ้วส่องกล้อง การจัดการบริเวณใต้ตา รวมถึงการแก้ไขโครงสร้างจมูกแบบ Open แต่หมอบิลย้ำว่า เป้าหมายสำคัญไม่ใช่การสร้าง “หน้าใหม่” ให้เหมือนกัน“ผมไม่ได้มีแบบหน้าสำเร็จรูป คนไข้แต่ละคนมีโครงสร้าง อายุ คุณภาพผิว และเอกลักษณ์ที่แตกต่างกัน เป้าหมายคือทำให้เขายังเป็นคนเดิม แต่ดูสดใสขึ้น สมดุลขึ้น และมั่นใจขึ้น”

สำหรับการผ่าตัดครั้งนี้ ทั้งสองเคสสามารถวางแผนการผ่าตัดในรอบเดียว โดยใช้เวลาประมาณ 6–8 ชั่วโมง ภายใต้การดูแลของหมอบิลและวิสัญญีแพทย์ตลอดการผ่าตัด โดย “หมอบิล” ให้ความสำคัญกับการประเมินความเหมาะสมและความปลอดภัยของคนไข้เป็นอันดับแรก

“ก้อย วาสนา” ยอมรับว่าก่อนผ่าตัดมีความกังวล แต่หลังจากได้พูดคุยและศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด ทำให้เกิดความมั่นใจ และเมื่อเห็นผลลัพธ์ก็รู้สึกว่าตัดสินใจไม่ผิด เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ “ยังเป็นหน้าของก้อย ไม่ได้กลายเป็นคนอื่น”เช่นเดียวกับ “อูม วิยะดา” ที่ยอมรับว่าด้วยประสบการณ์การผ่าตัดในอดีต ทำให้คิดเรื่องความปลอดภัยอย่างรอบคอบ แต่สิ่งที่สร้างความมั่นใจคือการได้รับคำอธิบายอย่างตรงไปตรงมาถึงข้อจำกัดและความเหมาะสมของแต่ละจุดอีกหนึ่งคำถามที่หลายคนสนใจคือ อายุ 50–70 ปีขึ้นไป ยังสามารถทำศัลยกรรมใหญ่ได้หรือไม่? “หมอบิล” ย้ำว่า อายุไม่ใช่ปัจจัยเดียวในการตัดสิน แต่ต้องพิจารณาจากสุขภาพ ความพร้อมของร่างกาย โรคประจำตัว ประวัติการผ่าตัด และความเสี่ยงของแต่ละบุคคลปิดท้ายด้วยมุมมองที่ตรงกันของทั้ง “อูม วิยะดา” และ “ก้อย วาสนา” ว่า “ความสวยไม่มีอายุ แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการศึกษาข้อมูล เลือกแพทย์ให้ตรงกับปัญหา และตัดสินใจบนพื้นฐานของความเหมาะสมและความปลอดภัย”เพราะสำหรับทั้งสองคนในวันนี้ ผลลัพธ์ที่ต้องการไม่ใช่การย้อนวัยให้กลายเป็นคนใหม่ แต่คือการกลับมามองกระจกแล้วเห็น “ตัวเองในเวอร์ชันที่สดใสและมั่นใจกว่าเดิม”