อีสานเตรียมม่วน แม็คโคร จับมือ เฮลิโคเนีย เสิร์ฟความสุขเต็มอิ่ม จัดใหญ่ ‘อุดร Love Like a PRO’ ขนน้ำตกยักษ์ เชฟและศิลปินดัง

10 กันยายน 2569 เวลา 11:22 น.

เตรียมตัวม่วนกันให้สุด! แม็คโคร ผู้นำธุรกิจค้าส่ง ภายใต้ บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) จับมือ เฮลิโคเนีย เอช กรุ๊ป พันธมิตรทางธุรกิจชั้นนำ และผู้ประกอบการในพื้นที่ จัดงาน “อุดร Love Like a PRO” มหกรรมแม็คโคร ฉลองครบรอบ 37 ปี เสิรฟ์ความใหญ่ยักษ์ ครั้งแรกที่อุดรธานีกับน้ำตกสูง 30 เมตร เทียบเท่าตึก 10 ชั้น แลนด์มาร์กแห่งใหม่ในจังหวัดสุดอลังการ พร้อมการรวมตัวของกองทัพ 50 Celebrity Chefs คนดัง จากรายการ IRON CHEF Thailand, MasterChef Thailand, The Restaurant War Thailand และรายการในเครือ กับเมนูสุดพิเศษให้ชิมแบบจัดเต็ม แถมอิ่มอร่อยกับร้านมิชลินชื่อดัง ช้อปสนุกกับมหกรรมสินค้าจากแบรนด์ชั้นนำ พร้อมดีลเด็ดลดสูงสุด 50% และบิ๊กเซอร์ไพรส์ กรี๊ดสนั่นสุดมันส์กับคอนเสิร์ตจาก MILLI, ก้อง ห้วยไร่, Maiyarap, ฮาย อาภาพร, ไผ่ พงศธร, เม้ก อภิสิทธิ์, Meyou และ Paradox ให้ชาวอุดร และชาวอีสานได้ม่วนกัน 4 วันจัดเต็ม ตั้งแต่พฤหัสบดีที่ 17 – อาทิตย์ที่ 20 กันยายน 2569 เที่ยงวันถึงเที่ยงคืน ณ ตลาดเมืองทองเจริญศรี จังหวัดอุดรธานี ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : Makro – แม็คโคร

‘เพาเวอร์บาย’ฉลอง 30 ปี แจกหนักแท็กทีม ‘เต-ตะวัน–นิว-ฐิติภูมิ’ เติมสีสันด้วยโชว์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ

10 กันยายน 2569 เวลา 11:20 น.

เพาเวอร์บาย ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เดินหน้าสู่ทศวรรษใหม่ ประกาศยกระดับจากผู้ค้าปลีกเครื่องใช้ไฟฟ้าสู่ “Technology & Smart Lifestyle Solutions Provider” ผสานสินค้า เทคโนโลยี และบริการ เพื่อพัฒนาโซลูชันที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของผู้บริโภคทุกเจเนอเรชัน พร้อมฉลองครบรอบ 30 ปีด้วยแคมเปญ “Power Buy 30th Anniversary” ผนึกกำลังพันธมิตรชั้นนำ อาทิ เซ็นทรัลพัฒนา, ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล, ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน, โรบินสันไลฟ์สไตล์, The 1, บัตรเครดิตเซ็นทรัล เดอะวัน, บัตรเครดิตเซ็นทรัล เดอะวัน เฟิร์สช้อยส์, Samsung, LG, Haier, Electrolux, TCL, Hisense, Mitsubishi Electric, JBL, Sony, Bose, Shark, Ninja และ Remington จัดเต็มกิจกรรมฉลองครบรอบ ชวน 2 ศิลปินสุดฮอต “เต-ตะวัน” และ “นิว-ฐิติภูมิ” มาร่วมแชร์มุมมองเกี่ยวกับเทคโนโลยีและไลฟ์สไตล์ในแบบคนรุ่นใหม่ และมินิคอนเสิร์ต พร้อมโปรโมชั่น “Power Lucky” สมาชิก The 1 ลุ้นรับรถยนต์ไฟฟ้าและเครื่องใช้ไฟฟ้าไอเทมสุดล้ำ รวมมูลค่ากว่า 1,000,000 บาท พร้อมรับคะแนน X30 เมื่อซื้อสินค้าที่ร่วมรายการ ส่วนลดสินค้า 30% เฉพาะรุ่นที่ร่วมรายการ และสิทธิพิเศษอีกมากมาย ตั้งแต่ 3 ก.ย. – 4 พ.ย. 69  ที่เพาเวอร์บายทุกสาขา และช่องทางออนไลน์

นางสาวพัชราภรณ์ วรยิ่งยง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายการตลาด บริษัท เพาเวอร์บาย จำกัด กล่าวว่า “ตลอด 30 ปีที่ผ่านมา เพาเวอร์บายเติบโตเคียงคู่กับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและพฤติกรรมผู้บริโภค และวันนี้เราพบว่า ผู้บริโภคมองหาทั้งสินค้าและ ‘โซลูชัน’ ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตได้อย่างตรงจุด จึงเดินหน้ายกระดับสู่การเป็น Technology & Smart Lifestyle Solutions Provider ด้วยการผสานสินค้า เทคโนโลยี และบริการเข้าด้วยกัน เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคทุกเจเนอเรชัน เราไม่หยุดนิ่งในการสรรหาและคัดสรรเทคโนโลยีใหม่ๆ ครอบคลุมทุกประเภทสินค้า ตั้งแต่ AI Appliances, Smart Home, IoT, Health Tech, Gaming & Creator Gear, Energy-efficient และ Eco Products เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าถึงเทคโนโลยีที่เหมาะกับการใช้ชีวิตของตัวเอง พร้อมได้อัพเดทเมกะเทรนด์ใหม่ๆ ของโลก ไม่ว่าจะเป็น AI Everywhere ที่นำ AI เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ไปจนถึง Home as a Platform ที่เปลี่ยนบ้านสู่ Smart Living Ecosystem

พร้อมกันนี้ เพาเวอร์บายยังเสริมแกร่งด้วยการเชื่อมต่อ สินค้า-ประสบการณ์-บริการ-ข้อมูล เพื่อสร้าง Customer Journey ที่ตอบโจทย์เฉพาะบุคคล ผ่านการพัฒนา Experience Store, Omnichannel และ Retail Intelligence ให้สามารถนำเสนอสินค้าและบริการได้ตรงกับความต้องการของลูกค้าในทุก Touchpoint ตั้งแต่ก่อนการซื้อ ระหว่างการซื้อ ไปจนถึงบริการหลังการขาย ทั้งนี้ เพื่อมุ่งยกระดับเพาเวอร์บายสู่ ศูนย์รวมนวัตกรรมและโซลูชันแห่งอนาคต ที่สร้างประสบการณ์การเลือกซื้อให้ ง่ายขึ้น สนุกขึ้น และตอบโจทย์ชีวิตมากขึ้น พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคทุกเจเนอเรชันเข้าถึงเทคโนโลยีที่ใช่สำหรับตัวเอง และก้าวไปพร้อมกับเพาเวอร์บายในฐานะแบรนด์ที่ผู้บริโภคไว้วางใจในระยะยาว”

ในโอกาสพิเศษครบรอบ 30 ปี เพาเวอร์บายจัดได้บิ๊กอีเวนท์เฉลิมฉลอง พร้อมมอบความสุขและความบันเทิงจาก “เต-ตะวัน” และ “นิว-ฐิติภูมิ” ที่มาร่วมถ่ายทอดมุมมองด้านเทคโนโลยีและไลฟ์สไตล์ในแบบฉบับคนรุ่นใหม่ พร้อมมินิคอนเสิร์ตสร้างสีสันและความสนุกให้กับผู้ร่วมงาน นอกจากนี้ ยังเปิดตัว “ปลั๊กกี้” (Pluggy) มาสคอตตัวแทนแบรนด์ เพื่อสร้าง Brand Character ที่เข้าถึงง่ายและเชื่อมต่อกับผู้บริโภคผ่านหลากหลาย Touchpoint สะท้อนแนวทางการสร้างความใกล้ชิดและความผูกพันกับผู้บริโภคในระยะยาว อีกทั้งยังเอาใจเกมเมอร์จัดการแข่งขันเกม Marvel Tokon: Fighting Souls แมทช์พิเศษภายในงาน ชิงรางวัลรวมกว่า 40,000 บาท

นอกจากนี้ยังมอบความคุ้มค่าแทนคำขอบคุณลูกค้าด้วยโปรโมชั่น “Power Lucky” ระหว่างวันที่ 3 กันยายน – 4 พฤศจิกายน 2569 จัดเต็มสิทธิพิเศษ สำหรับสมาชิก The 1 ทั้งลุ้นรับรถยนต์ไฟฟ้าและเครื่องใช้ไฟฟ้าไอเทมสุดล้ำ รวมมูลค่ากว่า 1,000,000 บาท, พร้อมรับคะแนน X30 เมื่อซื้อสินค้าที่ร่วมรายการ ส่วนลดสินค้า 30% เฉพาะรุ่นที่ร่วมรายการ, สินค้าแลกซื้อ เริ่มต้นเพียง 130 บาท, ผ่อน 0% ทั้งร้านเมื่อซื้อสินค้าครบ 3,000 บาทขึ้นไป, เครดิตเงินคืนสูงสุด 45,000 บาท, ร่วมแคมเปญเก่าแลกใหม่ รับส่วนลดสูงสุด 10,000 บาท พร้อมบริการจัดส่งและติดตั้งฟรี และบริการส่งด่วนภายในวัน ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด พิเศษสุดสำหรับเหล่าเกมเมอร์ ระหว่างวันที่ 9–16 กันยายน 2569 เมื่อซื้อสินค้า PlayStation ตามเงื่อนไขที่กำหนด รับฟรีของพรีเมียมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ อาทิ PlayStation 30th Patch, Phone Lanyard, Passport Holder และ Card Holder เป็นต้น พลาดไม่ได้…เป็นเจ้าของตุ๊กตา Nintendo ลิขสิทธิ์แท้จากญี่ปุ่น ลดสูงสุด 30% และเมื่อซื้อ Accessories คู่กับ Nintendo Switch 2 รับส่วนลดเพิ่ม 1,000 บาท ตามเงื่อนไขที่กำหนด เฉพาะสาขาที่ร่วมรายการ ช้อปโปรสุดคุ้มได้ที่เพาเวอร์บาย ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือผ่านช่องทางออนไลน์ เว็บไซต์ http://www.powerbuy.co.th และแอปพลิเคชัน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Power Buy Call Center 1324, Line @powerbuy และ Facebook: Power Buy

‘ต้าเหนิง’ เปิดชีวิตวัย 30 ที่ไม่เหมือนเดิม รับเป็นคนคิดมากกว่าที่ใครเห็น เก็บทุกอย่างจนร่างกายพัง!

10 กันยายน 2569 เวลา 11:06 น.

“ต้าเหนิง กัญญาวีร์” เผยชีวิตวัยเลข 3 ในรายการ Prime Cast ผ่านวิกฤตสุขภาพหนักเกือบเอาชีวิตไม่รอดจากภาวะตับอักเสบ เผชิญ PCOS และผลข้างเคียงจากการใช้ยาเลื่อนประจำเดือนจนปวดท้องหนักขั้นหน้ามืดจอดับ เผยเป็นคนชอบรับฟังและแบกรับปัญหาของเพื่อนจนตัวเองดิ่ง และได้เรียนรู้การจัดสมดุลชีวิตด้วยการฝึกปฏิเสธ หันมาให้ความสำคัญกับความสุขของตัวเองเป็นอันดับแรก

อายุเลข 3 แล้วความรู้สึกเป็นยังไงบ้าง ?

ต้าเหนิง: ตอนแรกกลัวนิดหนึ่ง เพราะเคยได้ยินว่าการขึ้นเลข 3 คือการเปลี่ยนผ่านชีวิต แต่ก็รู้สึกว่าเราก็เผชิญการเปลี่ยนผ่านมาตลอดอยู่แล้ว คิดว่าช่วงหนัก ๆ น่าจะเป็นตั้งแต่ช่วงอายุ 26-27 ปี จริงๆ ปีนี้คือชง 100% แต่พวกช่วงเบญจเพสน่าจะมาก่อนหน้านั้น คือก็ไม่ได้แย่มากแต่ก็ไม่ได้ดีมาก มีช่วงที่แย่บ้าง ดีบ้าง แต่ปกติก็จะมีอะไรที่ไม่คาดฝันในทางที่แย่มาตลอดอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นชินกับการรับมือแบบนั้น แล้วมองว่าเป็นเรื่องที่สามารถเกิดขึ้นได้ เลยไม่ได้เครียดเหมือนเป็นเรื่องใหญ่มาก

เลข 3 แล้วรู้สึกแก่ไหม ?

ต้าเหนิง: ไม่รู้สึกแก่ตอนนี้ แต่รู้สึกแก่มาก่อนหน้านี้แล้ว ตั้งแต่อายุ 20 ปี ไม่เที่ยวกลางคืน ไม่ออกจากบ้านและใช้ชีวิตอยู่กับแมว หรือก่อนมีแมวก็ใช้ชีวิตเหมือนคนที่อายุเยอะมาตลอดอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นก็ไม่ได้รู้สึกว่าแก่ คือปกติเป็นคนที่ค่อนข้างอ่อม ถ้าอยู่ในปาร์ตี้ เพื่อนเต้นๆ ก็จะอยู่ด้วยได้ตลอด อยู่ด้วยได้จนจบ รอเก็บเพื่อนได้ โดยไม่ได้เบื่อ แต่ก็จะไม่ได้หมดพลังงานไปกับการดื่ม

ตอนเด็ก ๆ เล่นกีฬาอะไรบ้าง?

ต้าเหนิง: ตอนเด็ก ๆ เป็นภูมิแพ้หนักมาก จนคุณพ่อรู้สึกว่าต้องแข็งแรงก็เลยต้องเล่นกีฬา เพราะเวลาคนเป็นภูมิแพ้ภูมิคุ้มกันต่ำ ตอนเด็กมีขี่ม้า กอล์ฟ เรือใบ และอื่น ๆ ตอนนี้ก็ยังขี่ม้าอยู่ เรือใบไม่ค่อยแล้ว เจ็ตสกีมีเล่นบ้าง แต่คงไม่ได้ใช้แรง ไม่เหลือแล้ว บาสไม่เล่นแล้ว ตอนนี้ไม่อยากวิ่ง เหนื่อย อ่อม ไม่อยากขยับ

ออกกำลังกายยังไงบ้าง ?

ต้าเหนิง: ตอนนี้สุขภาพโอเคแล้ว เริ่มกลับมาออกกำลังกายแล้ว แต่ยังไม่ได้กลับไป 100% เพราะยังเหนื่อยง่าย

เป็นคนที่ป่วยบ่อยมากเข้าโรงพยาบาลแทบทุกอาทิตย์เลยหรือเปล่า ?

ต้าเหนิง: ปีก่อนหน้านี้ จะเข้าทุกเดือน เยอะไปหมด ที่เป็นปกติเยอะ ๆ อยู่แล้ว คือเวลาเราเป็นประจำเดือน จะปวดท้องมาก แบบบางทีไม่สามารถพาตัวเองไปเรียนการแสดงหรือทำอะไรได้ แต่คือเริ่มมาปวดมาก ๆ ตอนอายุ 25 ปี ปกติจะปวดบ้าง บางเดือนก็ไม่ปวดก็จะรอด แต่ตั้งแต่อายุ 25 ปีก็คือปวดทุกเดือน ปวดแบบต้องลงไปนอนนิ่ง ๆ เฉย ๆ เป็นวัน ปวดแบบต้องกินยาแก้ปวด ก่อนหน้านี้จะทนใช่ไหม เพราะไม่อยากกินยา รู้ว่าถ้ากินแล้วต้องกินตลอด พออายุ 25 ปวดแบบไม่ได้แล้ว ต้องกินยา พอกินยาไม่หาย ก็ต้องเข้าโรงพยาบาลไปฉีดยาแก้ปวด ปวด 2 วันแรกจะหนักที่สุด แล้วก็วันที่ 3 – 4 บางทีก็มีหลุดไป 3 วันบ้าง วันที่ 4 ถึงจะหายแน่ ๆ

เวลามีงานอีเวนต์แล้วปวดท้องถึงขั้นไม่ไหวอดทนอย่างไร ?

ต้าเหนิง: ฉีดมอร์ฟีน แต่ส่วนมากจะดันอดทนจนถึงจบงานพอดี แล้วค่อยไปโรงพยาบาล

ตอนนี้ดีขึ้นหรือยัง ?

ต้าเหนิง: ล่าสุดเดือนที่แล้ว แย่มาก ปวดที่สุดในชีวิตแบบที่ไม่เคยปวดแบบนี้มาก่อน ขั้นที่รู้ว่าจะมาแล้ว เพราะก่อนหน้านี้หน่วง ปวดท้องแบบรู้แล้วว่ากำลังจะมา พรุ่งนี้มาแน่ พอตื่นเช้ามา รู้สึกว่าปวดท้องมาก วันนี้มาแน่นอน ลงไปเล่นกับแมวข้างล่าง แบบถือโทรศัพท์ไปด้วย กะว่าแป๊บหนึ่งเดี๋ยวค่อยขึ้นมากินยา แต่พอลงไปแป๊บเดียว ปวดแบบบีบเหมือนมดลูกบีบรัดมาก ๆ แล้วตัวเริ่มชา เหงื่อออก คิดว่าไม่ปกติแล้ว เลยจะวิ่งขึ้นไปกินยาข้างบน เพราะปกติเวลาปวด ไม่ควรจะต้องรอให้ปวดที่สุดก่อนแล้วค่อยกินยา หมอบอกว่าถ้าเริ่มระดับ 3-4 ให้กินเลย เพราะรู้ว่าอาจจะไปถึงระดับ 10 ได้ เพื่อกดไว้ เพราะฤทธิ์ของยาแก้ปวดต้องกดลงใช่ไหม พอวิ่งไปถึงข้างบน หน้าจอเริ่มดำ ตัวชาแบบไม่ได้แล้ว วินาทีที่จอดับ เกาะอะไรไว้ได้ไม่รู้พอดี แล้วต้องอยู่อย่างนั้นอีกแป๊บหนึ่ง จนกว่าจะเริ่มมองเห็น ซึ่งไม่ควรจะเป็นแบบนั้น เพราะเริ่มกินยาคุมเพื่อให้ปรับปกติ แต่หยุดไปแล้วประมาณช่วงหลังจากเป็นตับอักเสบ เพราะไม่สามารถกินยาเยอะ ๆ ได้ ก็โทรหาพี่ให้พาไปโรงพยาบาล เขาก็เริ่มตรวจ เพราะปวดเกินกว่าปกติ สรุปคือเหมือนอาจจะเกิดจากการที่ไปกินยาเลื่อนประจำเดือนก่อนหน้านี้ แต่ปกติก็กินค่อนข้างบ่อยเวลาที่จะต้องทำงาน เพราะเวลาประจำเดือนมา จะเป็นคนที่ประจำเดือนมาเยอะมาก แล้วปวดท้องมาก

ผลกระทบจากการกินยาเลื่อนประจำเดือนและอาการป่วยต่อเนื่อง ?

ต้าเหนิง: ต้องกินยาเลื่อนประจำเดือนเพื่อไม่ให้ชนงาน เพราะไม่อย่างนั้นอาจจะเกิดเหตุการณ์ที่ทำงานไม่ได้ ครั้งนี้อาจจะไปสะกิดอะไรก็ไม่รู้ จนเป็นแบบนั้น ต้องกลับมากินยาคุม ซึ่งคาดว่าน่าจะดีขึ้น แต่หลังจากออกจากโรงพยาบาลเมื่อ 2 อาทิตย์ที่แล้ว ประจำเดือนก็ยังมาอยู่ เป็นมาเดือนหนึ่งแล้ว เพิ่งหยุดไปได้ 2 วัน

คุณหมอวินิจฉัยมาว่าเป็นโรคอะไร ?

ต้าเหนิง: คือ PCOS ที่เป็นอยู่แล้ว แต่นี่เป็นประจำเดือนมาไข่ตกไม่สมบูรณ์ ตกไปเรื่อย ๆ ประจำเดือนมาเยอะมาก จนเลยเกินเดือน บางทีหายไปไม่นาน หายไป 2 อาทิตย์ก็มาอีกแล้ว สมมติว่าเป็น 7-10 วัน ใช่ไหม ช่วง 4 วันแรกจะเยอะมาก ๆ พอ 3 วันท้าย ๆ ก็จะน้อยลง แต่บางทีอยู่ดี ๆ อยากจะมาเยอะก็ทะลุออกมาเลย

เรื่องราวการกินผักออร์แกนิคแล้วตับอักเสบเกิดจากอะไร ?

ต้าเหนิง: คือปกติไม่ได้กินผักเยอะขนาดนั้น แต่พอหลัง ๆ รู้สึกว่าอยากรักษาสุขภาพ เริ่มใส่ใจหน่อย แล้วช่วงนั้นอาจจะทำงานเยอะ ภูมิคุ้มกันตก แล้วบังเอิญไปกินอาหารที่คนทั่วไปกินแล้วสะอาด แต่ภูมิคุ้มกันเราไม่ดี ก็เลยไม่สามารถสู้กับเชื้อโรคเหล่านั้นได้ เพราะปกติมีเชื้อโรคเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ร่างกายไม่ดีเอง จนไม่สามารถสู้กับเชื้อโรคนั้นได้ คุณหมอคาดว่าน่าจะเป็นผักออร์แกนิค เพราะผักออร์แกนิคไม่ได้ใช้ Hydroponics ไม่ใช้ปุ๋ยเคมี แต่ใช้ปุ๋ยออร์แกนิคที่มีส่วนผสมของมูลสัตว์ คิดว่าน่าจะเกิดจากตรงนั้น เพราะเชื้อคุณหมอตรวจเจอคือ ไวรัสตับอักเสบอี ซึ่งมักจะเกิดจากการปนเปื้อนของอาหารและน้ำ คุณหมอเลยคิดว่าน่าจะปนเปื้อนมาจากผักออร์แกนิค เพราะอย่างอื่นถ้ากินแบบสุกก็จะไม่เป็นอะไร แต่อันที่กินดิบ จะมีแค่พวกผักออร์แกนิคทั้งหลาย ซึ่งผักพวกนี้ ต่อให้ล้างสะอาดมากแล้ว ก็ยังมีสิทธิ์ที่จะปนเปื้อนอยู่ แต่จริง ๆ ควรล้าง คิดว่าถ้าล้างเอง ก็สะอาดอยู่แล้ว แต่เราไม่ได้ล้างเอง กินข้างนอก คนคงคิดว่าไม่ล้างผักหรือเปล่า เราล้าง เพียงแต่พอไปกินข้างนอก ไม่รู้ว่าเขาทำความสะอาดอย่างไร

พฤติกรรมการกินอาหารในชีวิตประจำวันและการปรับเปลี่ยนหลังป่วยเป็นอย่างไร ?

ต้าเหนิง: กินตลอด ถ้าหิวก็กินได้เรื่อย ๆ ไม่ได้มีมื้อประจำ เช้า กลางวัน เย็น บ่าย ดึก ก็กินหมด ไม่ได้กินเยอะมาก แล้วแต่ ถ้าหิวมากก็กินเยอะ ถ้ากินเอาสังคมก็กินปกติ แต่ไม่เคยกินน้อย ไม่เลือกกิน กินได้หมด

อาหารโปรดคืออะไร ถ้าให้เลือกมื้อเช้าอยากกินอะไร ?

ต้าเหนิง: ถ้าไปกองถ่าย จะกินข้าวไข่เจียว เพราะนึกไม่ออกว่าอยากกินอะไร ข้าวไข่เจียวก็ได้ ไม่ก็กะเพรา

แล้วหลังจากเกิดปัญหาเรื่องสุขภาพแล้วได้ปรับการกินไหม ?

ต้าเหนิง: พยายามกินผักที่สุกแล้ว ผักทุกอย่างไม่ได้สกปรกไปหมด หมายถึงว่าภูมิคุ้มกันเราไม่ดีเอง เขาอาจจะล้างสะอาดแล้ว เชื้อโรคมีอยู่ทุกที่ ผักออร์แกนิคไม่ได้ผิดอะไร ผิดที่เราเอง แต่พอรู้ว่าตัวเองภูมิคุ้มกันไม่ได้ดีเท่าคนอื่นก็พยายามจะกินอะไรที่สุกแล้ว

เคล็ดลับการดูแลรูปร่าง แม้ชอบกินแป้งและขนมหวาน ?

ต้าเหนิง: มีส่วนเพราะว่าสูงด้วย เวลาที่น้ำหนักขึ้นจะกระจายเพราะตัวเรายาว แต่จะออกหน้าเสมอ เลยไม่ค่อยรู้สึกว่าอ้วนรวม ๆ แต่หลัง ๆ เริ่มรู้สึกว่าไม่ได้ลดง่ายเท่าเดิมแล้ว ปกติแค่เว้นมื้ออาหารไป 1 มื้อ น้ำหนักก็จะลงแล้วประมาณ 5 ขีด ถึง 1 กิโลกรัม แต่ตอนนี้ทำไม่ได้แล้ว

น้ำหนักขึ้นที่สุดในชีวิตตอนไหน ?

ต้าเหนิง: ปัจจุบัน พึ่งลดลงไปแล้ว 2-3 กิโลกรัม ถ้าขึ้น 2 กิโลกรัมก็เห็นชัดแล้ว รอบล่าสุดที่เข้าโรงพยาบาล น้ำหนักขึ้นมา 6 กิโลกรัม เพราะกิน แล้วก่อนหน้านี้นอนโรงพยาบาล 2 อาทิตย์

บริหารเรื่องการกินยังไง ?

ต้าเหนิง: ช่วงที่ต้องลดน้ำหนัก จะพยายามลดแป้งกับน้ำตาลเท่าที่ยังไม่หงุดหงิด เพราะถ้าตัดเลยจะเป็นพิษกับคนรอบข้างทันที จะกลายเป็นคน Toxic ทำอะไรก็ขัดหูขัดตา แล้วก็พยายามไม่กินดึก อดทนช่วงกลางคืนเอา

มี Routine สุขภาพอะไรบ้างไหม ที่ทำเป็นประจำ ?

ต้าเหนิง: ถ้าตอนนี้ พยายามจะกลับไปออกกำลังกายแบบเบา ๆ แล้วก็พยายามนอนให้เต็มที่ที่สุด เพราะพอโตขึ้น มีหลายอย่างให้คิดในหัวขึ้น ก่อนหน้านี้สิ่งที่ประสบปัญหาคือการหลับแต่สมอง Racing แบบไม่ยอมหลับ

การนอนเป็นอย่างไรบ้าง นอนยากขนาดไหน ?

ต้าเหนิง: การนอนแย่มาก ไม่ใช่คนนอนเป็นเวลาอยู่แล้ว ก่อนหน้านี้บินตลอด แต่ไม่เคยมีปัญหาเรื่องการนอนเลย นอนได้ทุกที่ อยู่ในกองถ่ายเสียงดังก็หลับได้ แต่ช่วงปีสองปีมานี้ รู้สึกว่านอนยากมาก คิดทุกอย่างตลอดเวลา แม้กระทั่งตอนนอนก็ยังมีเรื่องงานรันอยู่ในหัว จนประมาณครึ่งปีที่แล้วบังเอิญต้องไปหาหมอ แล้วก็ขอยานอนหลับกับยาคลายเครียด ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะมาถึงจุดนี้ เพราะปกติเป็นคนไม่คิดเยอะ ไม่เครียด อย่างน้อยก็คิดว่าตัวเองเป็นแบบนั้น พอนั่งคิดกับตัวเองแล้วค่อย ๆ ถอดรหัส ก็รู้ว่าเป็นคนคิดเยอะมาก แต่แค่เก็บไว้กับตัวเอง แล้วรู้สึกว่าไม่เป็นไร เดี๋ยวค่อยว่ากัน เลยสะสมมานาน เป็นคน Perfectionist คิดแล้วคิดอีก อย่างเช่นแผนจะไปเที่ยวกัน ก็จะคิดเผื่อไว้หมดแล้วว่าถ้าคนนี้ไม่ได้วันนั้น ต้องทำอย่างไร คิดแผน A B C D ไว้ในหัวตลอด กลายเป็นว่าเป็นคนย้ำคิดย้ำทำ คิดมาก แล้วไม่เคยปล่อยวางอะไรได้เลย สมองเลยชอบคิดอะไรไปเรื่อย ๆ ทำให้ส่งผลต่อการนอน

ส่งผลกับการนอนอยังไง หลับสนิทไหม ?

ต้าเหนิง: คิดว่าตัวเองหลับ แต่หัวคิดตลอดเวลา ไม่หลับ คือหลับตาแต่สมองคิดตลอดเวลา ทรมานมาก แล้วพอตื่นขึ้นมาก็ไม่สดชื่น เหนื่อย เหมือนร่างกายไม่ได้พักเลย เหมือนร่างกายหลับไปแล้ว แต่สมองแล่นตลอดเวลา รู้ตัวตลอด ทรมานมาก เป็นบ่อยมาก เหมือนตี 3 ตี 4 ตื่นมาดูนาฬิกาแล้วคิดว่าเมื่อไหร่จะเช้า พอเช้าก็ง่วง แต่ไม่ใช่เวลาสำหรับการนอนแล้ว เพราะมีงานต้องไปทำ คิดว่าเผชิญสิ่งนั้นอยู่ประมาณ 6 เดือน แล้วรู้สึกว่าไม่ไหวแล้ว จนเลิกสวม WHOOP Tracker ไปเลย ค่าการฟื้นฟูขึ้นแค่ 2%, 4%, 6% แล้วก็กลับมา 2% คือบางทีนอน 6 ชั่วโมง แต่คงคิดตลอดเวลา ไม่รู้เหมือนกัน ได้ค่าการฟื้นฟูแค่ 2% วันที่ได้ 2% เป็นครั้งที่ 4 ถอดออกเลย เพราะรู้สึกว่าจะเป็นบ้า พอมาเห็นว่าแก่กว่าอายุจริงเท่าไหร่ นอนไปแค่นี้เอง รู้สึกว่าอยู่ไม่ได้แล้ว ถอดทิ้ง ไปหาหมอดีกว่า ปรึกษาหมอ หมอให้ยาคลายเครียดมา บอกว่าเราต้องเริ่ม Wind down ตั้งแต่ 18:00 น. ต้องไม่คุยงานแล้ว ซึ่งก็ช่วย หลัง ๆ ก็คือเพื่อนนัดไม่สามารถออกไปเจอทุกคนได้แล้ว ต้องเลือกว่าอยากเจอใครจริง ๆ ต้องรู้จักปฏิเสธ ตอนนี้กลายเป็นเลื่อนเป็นเดือน เลื่อนทีหนึ่งก็ขอโทษที

พฤติกรรม OCD ของต้าเหนิง มีเรื่องไหนบ้าง ?

ต้าเหนิง: เราไม่มีตรงกลาง คือบางเรื่องก็ชิลเลย แล้วแต่ใครจะทำอะไรก็ทำ แต่บางอย่างก็เป็น เช่น ของส่วนตัวจะไม่ชอบให้ใครจับ เช่นกระเป๋า อย่างนี้อย่าให้มีใครมาแกะกระเป๋าเลย เราจัดการเอง แล้วของในกระเป๋า ไม่อยากให้ใครจัด หรือสมมติชุดนอน เวลาใส่นอนจะไม่ชอบให้ใครจับชุดนอน เพราะรู้สึกว่าเวลานอนต้องโดนตัว โดนหน้าเรา ก็ไม่อยากให้ใครจับ เพราะไม่รู้ว่าเขาไปจับอะไรมาบ้าง หรือครีมที่เราต้องบีบใส่มือ ถ้ามีคนอื่นมาจับครีมเรา แล้วเขาไปจับอะไรมา มือเลอะ ก็จะมาโดนหน้าเรา ไม่ได้รังเกียจคนอื่น ถ้าคนอื่นจับ เราก็เอามาเช็ดของเราได้ เช็ดทุกวันนี้ ใช้ทิชชู่เปียกแบบที่ใช้ในโรงพยาบาล เช็ดโทรศัพท์มือถือทุกวันตอนขึ้นรถ เช็ดก่อนขึ้นเตียง

พฤติกรรมการอาบน้ำ อาบน้ำมากที่สุดวันละกี่ครั้ง ?

ต้าเหนิง: มากสุดที่เคยอาบแบบจำได้คือ 4 ครั้ง ตามกิจกรรม แต่ถ้าวันปกติไม่ได้มีอะไรมาก ก็เช้าเย็นปกติ แต่ถ้าไปออกกำลังกาย หรือออกจากบ้านมา แล้วตัวเหนียว ก็อาบ ไม่เข้าใจว่าทำไมคนอื่นถึงมองว่าเกินไป รู้สึกว่าก็แค่ตัวเหนียว แค่ร้อน ไม่ได้อยากให้ตัวเองอยู่ในสภาพตัวเหนียว อยู่กองถ่าย ถ้ามีห้องน้ำแล้วแวะอาบน้ำได้ก็อาบ ถึงขั้นที่คนไม่เข้าใจว่า ตื่นนอนแล้วจะไปยิม จะอาบน้ำทำไมตอนเช้า กลับมาจากยิมก็อาบ หรือสมมติลงไปกินข้าวเช้าที่โรงแรม ร้อน ขึ้นห้องมาก็อาบ

อาบน้ำวันละหลายรอบและมาตรการรักษาความสะอาดบนเตียง ?

ต้าเหนิง: เพราะบางทีเวลาไปต่างประเทศ ตื่นเช้ามาเราอาบน้ำ พอลงไปกินข้าว ขึ้นมาก็อาบอีก แล้วก็แต่งตัวไปทำงานรอบเช้า พอกลับมาก็อาบอีก เพราะจะอาบน้ำก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นชุดนอน แล้วถ้าไปไหนที่มีเวลาอีกนิดเดียว แล้วไม่สามารถอาบน้ำได้ โดยที่ต้องค้างหน้าค้างผมอยู่ จะไม่ขึ้นเตียงจะใส่ชุดข้างนอกแต่นั่งบนโซฟา ไม่เอาตัวขึ้นไปนั่งบนเตียงเพราะเดี๋ยวเปื้อนที่นอน

เข้าวงการตั้งแต่อายุเท่าไหร่เปลี่ยนไปเป็นคนละคนไหม ?

ต้าเหนิง: อายุ 17 ปี คิดว่าเปลี่ยนในแง่ที่ว่า ถ้าแต่ก่อนจะยอมทุกคน ใครพูดอะไรก็ช่าง ไม่ปะทะ ซึ่งจะแตกต่างจากปันปันอย่างชัดเจน แต่ปันปันจะเป็นแบบ ถ้ามีใครพูดอะไร ปันปันจะถามเลยว่า มีอะไร พูดมาเลย แต่ตอนเด็ก ๆ ไม่ค่อยมีใครมีปัญหากับเราด้วย เพราะถ้ามีเรื่องอะไรเข้ามา ปันปันก็จะเห็นว่าจะเฉย ๆ ปล่อยไป ไม่พูดจา แต่คิดว่านั่นเป็นจุดที่ทำให้คนรู้สึกว่าสามารถทำอะไรหรือพูดอะไรกับเราก็ได้ ซึ่งจริง ๆ ก็ไม่ดีหรอก จะดีถ้าเราไม่ได้สนใจ แต่ก็น่าจะรู้สึกแย่ เก็บไว้แต่ไม่อยากพูดอะไร

เมื่อมีเรื่องค้างคาใจเลือกที่จะเข้าปะทะเพื่อเคลียร์ไหม ?

ต้าเหนิง: ไม่ชอบปะทะ ยกเว้นถ้าจำเป็นต้องเคลียร์ เพื่อให้งานต้องไปต่อเพื่อส่วนรวม ซึ่งก็มีกรณีที่จำเป็นต้องเข้าไปทำก็จะเข้าไป แต่ถ้าปกติเลือกได้จะปล่อยดีกว่า รู้สึกว่าจัดการไม่คุ้ม เสียเวลา และเปลืองพลังงาน เพราะพลังงานน้อยอยู่แล้ว

ระหว่างการเป็นศิลปินกับการเป็นผู้บริหารอันไหนยากกว่ากัน ?

ต้าเหนิง: บริหารชีวิตตัวเอง ตอนนี้พอเคยอยู่ค่าย รู้แค่ตารางงานว่าต้องไปทำอะไร ไม่เคยรู้ว่าข้างหลังต้องบริหารคนอย่างไร ต้องดูแลใครบ้างนอกจากตัวเอง พอต้องมาทำตรงนี้ มีพี่ ๆ ในบริษัทที่ต้องดูแล มีตัวเลขที่ต้องคิด มีแผนอนาคตที่ต้องวาง ยากคนละแบบ

นิยามความสำเร็จในปัจจุบันคืออะไร ?

ต้าเหนิง: การมีชีวิตรอดไปในแต่ละวันคือความสำเร็จของเรา เพราะไม่ใช่คนที่มีแผนระยะยาว ใช้ชีวิตไปทีละวัน ใครอยากพูดอะไรก็พูด วางแผนแบบหลวม ๆ แต่ก็วางแผน สมมติว่าจะไปกินข้าวกับปันปัน ก็จะคิดว่านัดกัน สิ่งนี้อาจจะเกิดขึ้นหรือไม่เกิดขึ้น หรือระหว่างทางอาจจะมีอะไรเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นจะมีแผนสำรองสำหรับทุกทางออกเสมอ แต่ไม่ใช่แผนที่จะต้องเป็นแบบนี้เป๊ะ ๆ แผนของเราคือวางไว้เพื่อว่าถ้าเกิดอุบัติเหตุหรือเหตุไม่คาดคิด จะได้แก้ไขได้

มองภาพตัวเองในอีก 3-4 ปีข้างหน้าอย่างไรกับงานในวงการบันเทิง ?

ต้าเหนิง: ไม่มี ไม่ได้คิด แค่รู้สึกว่าการที่ทำทุกวันนี้ให้เต็มความสามารถ ก็คือโอเคแล้ว หมายถึงว่าเราไม่เสียใจ วันนี้หรือพรุ่งนี้มีอะไรเข้ามาให้น่าสนใจก็ทำ

การมีเพื่อนหลายแบบสอนอะไรบ้างในชีวิต ?

ต้าเหนิง: รู้สึกว่ามีเพื่อนเยอะ มีคนรู้จักเยอะ พอโตขึ้น จะรู้ว่ามีขอบเขตของมัน มีระดับ บางคนแต่ก่อนเคยสนิทมาก แต่วันนี้ไม่ได้สนิทแล้ว ไม่ได้โกรธเขา แค่รู้สึกว่าวันนี้ไม่ได้เข้ากันแล้ว ไม่ได้ทะเลาะ แล้วก็อาจจะมีสิ่งที่แต่ก่อนไม่ชอบเลยแต่ไม่พูด พอโตขึ้นรู้แล้วว่าไม่ชอบ และไม่จำเป็นต้องไปอยู่ตรงนั้น จะชัดเจนกับตัวเองมากขึ้น มีวิจารณญาณในการใช้ชีวิตมากขึ้น เรียนรู้ที่จะพูดคำว่าไม่ และเคารพตัวเองว่าไม่ได้ชอบตรงนั้น รู้ว่าตรงไหนอยู่แล้วสบายใจ รับรู้พลังงานของคนที่อยู่ด้วยได้ว่าคนนี้เข้ากันได้หรือไม่ได้ พอโตขึ้น ใครที่ไม่เข้ากันก็แค่ถอยออกมา ไม่ได้มีปัญหาอะไร Sense อาจจะคมขึ้นเพราะเจอคนมาหลายแบบ

นิยามของความสัมพันธ์ที่ดีคืออะไร ?

ต้าเหนิง: ตอนนี้รู้สึกว่าคือความสบายใจ เคยไปเที่ยวกับเพื่อน 2 กลุ่มไหม กลุ่มหนึ่งอยู่ด้วยแล้วสบายมาก กับอีกกลุ่มที่ต้องสังเกตบรรยากาศตลอดเวลา แล้วจะรู้สึกว่าอยากอยู่กับคนที่สบายใจมากกว่า เป็นคนชอบอ่านสถานการณ์อยู่แล้ว แต่บางสถานการณ์รู้สึกว่าไม่ใช่ ต้องคิดเยอะเวลาอยู่ด้วย ตอนนี้เลยเลือกความสบายใจไว้ก่อน เพราะเหนื่อยแล้ว

พื้นที่ปลอดภัย (Safe Zone) ในทุกวันนี้คืออะไร ?

ต้าเหนิง: พื้นที่ปลอดภัยยังเป็นคนที่รู้สึกว่าคุยด้วยได้ตลอด พยายามคุยกับเพื่อนและผู้คนให้เยอะขึ้น เพราะรู้สึกว่าข้อเสียของตัวเองคือการไม่พูด

ความเป็น Introvert และการไม่กล้าขอความช่วยเหลือ ?

ต้าเหนิง: ใช่ รู้สึกกับเพื่อน ๆ ก็จะไม่ค่อยเล่าอะไร แต่ข้อดีคือปันปันจะชอบถาม ทุกครั้งที่ถามเราก็เล่า แต่จะไม่ได้เล่าแบบลงรายละเอียดมาก ยกเว้นอยากฟังสรุป ปันปันเป็นเพื่อนที่ถามจี้ก็เลยจะรู้ ส่วนคนอื่นที่ถามผ่าน ๆ หรือไม่ได้ถาม ก็จะไม่รู้ว่าจะเริ่มเล่ายังไง เพราะธรรมชาติเราคือเป็นคนที่ซัพพอร์ตคนอื่นมาตลอด จนเคยชินแต่ไม่กล้าขอความช่วยเหลือจากใคร ไม่กล้าพูดว่าเรามีปัญหาอะไร เพราะรู้สึกว่าทุกคนเขาก็มีปัญหาของตัวเองอยู่แล้ว ทุกครั้งที่รับสายเพื่อน ทุกคนจะมีเรื่องของตัวเองอยู่แล้ว ซึ่งเราชอบเวลาที่เพื่อนหรือใครนึกถึง รู้สึกว่าตัวเองพึ่งพาได้ และอยากจะช่วยแก้ปัญหาให้เพื่อนทุกคน แต่ข้อเสียคือเราไม่รู้วิธีการถ่ายเทพลังงานออก เพราะรับทุกอย่างมาหมด เหมือนเป็นเพราะอาชีพนักแสดงด้วยที่ทำให้ Empath ต้องใช้ความรู้สึกตลอดเวลา ถ้าเดินเข้าไปในห้องที่พลังงานไม่ดี จะหมดพลังเลย แล้วถ้าเพื่อนรู้สึกแย่ก็จะไม่กล้ามีความสุข เพราะจะรู้สึกว่าเราจะมีความสุขหรือมีเรื่องดี ๆ ในขณะที่เพื่อนเศร้าได้ยังไง ต้องทำให้เพื่อนแฮปปี้ก่อน เรื่องคนอื่นจะมาก่อนตัวเองเสมอ นั่นคือข้อเสียที่ได้เรียนรู้ในวันนี้

‘ลิซ่า’สวยสะกดโลก! ปรากฏตัวงานกาล่า Bvlgari นิวยอร์ก ในชุดเดรสคอร์เซ็ทลูกไม้สุดเซ็กซี่

10 กันยายน 2569 เวลา 11:01 น.

สร้างความฮือฮาและดึงดูดทุกสายตาได้อีกครั้ง สำหรับศิลปินสาวระดับโลก “ลิซ่า” ลลิษา มโนบาล ที่ล่าสุดเดินทางไปร่วมงานกาล่าสุดหรูของแบรนด์อัญมณีชั้นนำอย่าง Bvlgari ณ มหานครนิวยอร์ก ในฐานะ Global Ambassador

การปรากฏตัวในครั้งนี้ ลิซ่ามาในลุคสวยเฉี่ยวปนเซ็กซี่ลึกลับ ด้วยชุดเดรสคอร์เซ็ทลูกไม้สีดำเรียบหรูจากแบรนด์ Maria Belik ที่ดีไซน์เน้นสัดส่วนอย่างเด่นชัด พร้อมเพิ่มความโดดเด่นสะกดตาด้วยเครื่องประดับชั้นสูงจากคอลเลกชัน Serpenti Infinito ของ Bvlgari ซึ่งช่วยคอมพลีทไลน์เรือนร่างและสะท้อนออร่าความงดงามระดับอินเตอร์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ทันทีที่มีภาพบรรยากาศเปิดเผยออกมา ทั้งแฟลชจากช่างภาพสื่อมวลชนและเสียงฮือฮาจากแฟนคลับทั่วโลก ต่างพากันชื่นชมในความสวยสง่าและสไตล์การแต่งตัวที่ไร้ที่ติ ส่งให้ลุคนี้กลายเป็นกระแสไวรัลบนโลกโซเชียลอย่างรวดเร็ว

สามีแห่งชาติออกโรง’ยิว ฉัตรมงคล’โดดป้องภรรยา ‘เจนนี่’โต้กลับแซ่บ…ใครกันแน่ที่ต้องเกาะคนอื่นเอาแสง

10 กันยายน 2569 เวลา 10:48 น.

กลายเป็นประเด็นเดือดบนโลกโซเชียล เมื่อ ยิว ฉัตรมงคล สมแก้ว ออกมาโพสต์ข้อความตอกกลับกลุ่มคนที่ชอบแซะ พยายามใส่ร้าย และด้อยค่าความสำเร็จของตนเองและครอบครัว (เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น) อย่างต่อเนื่อง

โดย ยิว ฉัตรมงคล ได้ระบุข้อความฟาดกลับกลุ่มคนดังกล่าวอย่างเผ็ดร้อน ใจความว่า

“ถ้าเจนไม่ได้ดัง มีความสามารถจริงและมีแสงในตัวเองจริง คงดับไปนานแล้ว และความสำเร็จของเจนแต่ละอย่างก็ไม่เคยเห็นว่า เจน ต้องไปเกาะหรือพาดพิงใครเพื่อให้ได้แสง เค้าใช้ชีวิตและทำงานเองของเค้ามาตลอด”

“มีแต่พวกมึงแหละที่มาพาดพิงกระแนะกระแหนเค้าเพื่อเอาแสง ก็เห็นกันชัดๆ ว่าใครกันแน่ที่หิวแสง ใครกันแน่ที่กระจอก ทำไม่ได้สักเศษเสี้ยวเค้า เสือกอยากมีบท พยายามให้เค้าเหี้ยให้ได้เลวให้ได้ จะให้มันกระจอกให้ได้ รับไม่ได้ที่มันเก่งมันดี ต้องหามุมแซะหามุมตำหนิให้ได้”

นอกจากนี้ ยิว ยังได้แชร์ข้อความสะท้อนใจผ่านทางสตอรี่และหน้าโพสต์เพิ่มเติมถึงคนที่คอยตามอิจฉาและแซะคนอื่นว่า

“บุคคลประเภทที่น่าสงสาร และน่าสมเพชเวทนาที่สุด คือ คนที่เป็นทุกข์ รังเกียจ เคียดแค้น ทรมานแสนสาหัส เมื่อเห็นคนอื่นได้ดีมีความสุข จุกอกตายไปเลยจะได้พ้นทุกข์”

หลังจากโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ก็มีแฟนคลับและชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็น ให้กำลังใจ และกดไลก์กันเป็นจำนวนมาก

‘พี่ฉอด สายทิพย์’ รับรางวัล ‘รายการข่าววาไรตี้ ดีเด่น’ จากรายการ ตัวต่อตัว ในงานพิธีมอบโล่ยกย่องเชิดชูเกียรติ ‘ฐานันดร ๔’

10 กันยายน 2569 เวลา 10:36 น.

เดินทางเคียงข้างทุกเรื่องราวความรักมายาวนานถึง 8 ปี สำหรับรายการ ตัวต่อตัว โดย CHANGE2561 รายการที่เปิดพื้นที่ให้ “คุยเรื่องรัก เคลียร์เรื่องทุกข์ กับพี่อ้อยพี่ฉอดแบบตัวต่อตัว” ไม่ว่าใครที่กำลังเผชิญปัญหาหัวใจ ได้มานั่งพูดคุย เปิดใจ และปรึกษาเรื่องความรักแบบใกล้ชิดกับ “พี่ฉอด” สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา และ “พี่อ้อย” นภาพร ไตรวิทย์วารีกุล ผู้มีประสบการณ์ในการรับฟังและตอบปัญหาความรักมายาวนานกว่า 14 ปี จนเปรียบเสมือน “เพื่อนคู่คิด พี่ที่รู้ใจ” ของคนมีความรัก ทุกเรื่องราวที่เกิดขึ้นในรายการ ไม่ได้มีเพียงคำแนะนำหรือคำตอบว่า “ควรไปต่อหรือพอแค่นี้” แต่คือการรับฟังอย่างเข้าใจ ช่วยกันมองหาทางออก ส่งต่อพลังและกำลังใจ รวมถึงซับน้ำตาในวันที่หัวใจอ่อนแอ ผ่านการพูดคุยแบบตัวต่อตัวที่จริงใจและเป็นกันเองเพราะบางครั้ง “ปัญหาความรัก ไม่จำเป็นต้องเจอทุกเรื่องด้วยตัวเอง” เพียงได้เรียนรู้และรับฟังเรื่องราวจากชีวิตของคนอื่น ก็อาจทำให้เราได้เห็นอีกมุมหนึ่งของความสัมพันธ์ เข้าใจความรู้สึกของตัวเองมากขึ้น และค้นพบวิธีรับมือกับปัญหาหัวใจที่กำลังเผชิญอยู่

ล่าสุดเมื่อวันพุธที่ 9 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา “พี่ฉอด” สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา ได้ขึ้นรับ โล่รางวัล “รายการข่าววาไรตี้ ดีเด่น” จากรายการ “ตัวต่อตัว” ในพิธีมอบโล่ยกย่องเชิดชูเกียรติ “ฐานันดร ๔” เนื่องในโอกาสครบรอบ 10 ปี สมาคมสมาพันธ์นักข่าว (ประเทศไทย) ซึ่งจัดขึ้นเพื่อยกย่องเชิดชูเกียรตินักข่าว สื่อมวลชน ตลอดจนบุคคลผู้สร้างคุณประโยชน์แก่สังคมและประเทศชาติ สำหรับรางวัล “รายการข่าววาไรตี้ดีเด่น” มอบให้แก่บุคคลและผลงานที่โดดเด่น ยึดมั่นในจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพสื่อ และสร้างสรรค์สิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับผู้ที่มุ่งมั่นทำความดีและส่งต่อคุณค่าเชิงบวกสู่สังคมอย่างต่อเนื่อง

สำหรับรางวัลนี้ นับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของ CHANGE2561 และรายการ “ตัวต่อตัว” ที่ตลอดระยะเวลา 8 ปี ได้ทำหน้าที่เป็นพื้นที่รับฟังปัญหาความรัก ถ่ายทอดเรื่องราวจากชีวิตจริง พร้อมส่งต่อมุมมอง วิธีคิด และกำลังใจ เพื่อให้ทุกเรื่องราวของหัวใจไม่ได้จบลงเพียงแค่การระบายความทุกข์ แต่ยังสามารถกลายเป็นอีกหนึ่งบทเรียนที่มีคุณค่าสำหรับผู้ชมและสังคมต่อไป

ร่วมฉลองครบรอบ 140 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่น JAPAN EXPO THAILAND 2027

10 กันยายน 2569 เวลา 10:32 น.

เตรียมสร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญของความสัมพันธ์ไทย–ญี่ปุ่น เมื่อ JAPAN EXPO THAILAND 2027 เตรียมจัดงานเฉลิมฉลองครั้งยิ่งใหญ่ เนื่องในวาระครบรอบ 140 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่น พร้อมผนึกกำลังพันธมิตรจากทั้งภาครัฐและเอกชนของสองประเทศ ร่วมสร้างมหกรรมแห่งมิตรภาพ วัฒนธรรม ความบันเทิง ธุรกิจ และโอกาสแห่งอนาคตที่ยิ่งใหญ่ งานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26–28 กุมภาพันธ์ 2570 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ

JAPAN EXPO THAILAND 2027 กลับมาสร้างความยิ่งใหญ่อีกครั้ง ภายใต้การจัดงานของ บริษัท จี-ยู ครีเอทีฟ จำกัด (G-Yu Creative Co., Ltd.) นำโดย คุณยุพเรศ เอกธุระประคัลภ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ผู้มีบทบาทสำคัญในการผลักดัน JAPAN EXPO THAILAND ให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง และก้าวสู่การเป็นหนึ่งในมหกรรมญี่ปุ่นที่ได้รับการยอมรับและจับตามองในระดับนานาชาติ

ปี 2027 ถือเป็นอีกหนึ่งวาระสำคัญแห่งประวัติศาสตร์ของทั้งสองประเทศ เนื่องในโอกาส ครบรอบ 140 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่น การจัดงานในครั้งนี้จึงเป็นมากกว่ามหกรรมแห่งความบันเทิง แต่คือการรวมพลังครั้งสำคัญของพันธมิตรจากประเทศไทยและญี่ปุ่น ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคธุรกิจ และองค์กรจากหลากหลายภาคส่วน เพื่อร่วมเฉลิมฉลองมิตรภาพอันยาวนาน และต่อยอดความร่วมมือสู่อนาคต ยกระดับสู่มหกรรมญี่ปุ่นสุดยิ่งใหญ่แห่งเอเชีย

JAPAN EXPO THAILAND 2027 เตรียมรวมพลังของ วัฒนธรรม ความบันเทิง ธุรกิจ การท่องเที่ยว การศึกษา นวัตกรรม กีฬา และ Soft Power ไว้ในพื้นที่เดียวกันกว่า 19 โซน ทั้งภายในและภายนอกศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ตลอด 3 วันเต็ม พร้อมเปิดพื้นที่ให้ผู้คนจากหลากหลายวงการได้สัมผัสประสบการณ์ความเป็นญี่ปุ่นอย่างเต็มรูปแบบ และเป็นเวทีสำคัญในการสร้างโอกาสใหม่ ๆ ระหว่างประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่น

รวมพลังคนดังไทยญี่ปุ่น สร้างโมเมนต์ประวัติศาสตร์

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญ คือการรวมตัวครั้งยิ่งใหญ่ของบุคคลที่มีชื่อเสียงจากทั้งประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็น ศิลปิน ดารา นักแสดง ไอดอล นักสร้างสรรค์ อินฟลูเอนเซอร์ และนักกีฬา ที่จะมาร่วมถ่ายทอดเรื่องราวและพลังแห่งมิตรภาพไทย–ญี่ปุ่น ผ่านกิจกรรมและโชว์หลากหลายรูปแบบ

ตลอด 3 วันของการจัดงาน ผู้เข้าร่วมงานจะได้พบกับกิจกรรมสุดพิเศษ การแสดง และประสบการณ์ที่สะท้อนถึงความผูกพันของสองประเทศ พร้อมสร้างโมเมนต์สำคัญที่รวมผู้คนจากหลากหลายวงการไว้บนเวทีเดียวกัน

จากมิตรภาพ 140 ปี สู่อนาคตที่ยิ่งใหญ่ไปด้วยกัน

JAPAN EXPO THAILAND 2027 ไม่ใช่เพียงงานมหกรรมที่รวบรวมความเป็นญี่ปุ่นมาไว้ในประเทศไทย แต่ยังพร้อมทำหน้าที่เป็น สะพานแห่งมิตรภาพไทย–ญี่ปุ่น” ที่เชื่อมโยงอดีต ปัจจุบัน และอนาคตเข้าไว้ด้วยกัน

การผนึกกำลังของพันธมิตรจากทั้งสองประเทศในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงพลังของความร่วมมือที่ก้าวข้ามพรมแดน พร้อมต่อยอดความสัมพันธ์ในหลากหลายมิติ ทั้งวัฒนธรรม ความบันเทิง เศรษฐกิจ การลงทุน การศึกษา การท่องเที่ยว เทคโนโลยี และกีฬา

140 ปีที่ผ่านมา คือบทพิสูจน์ของมิตรภาพที่เติบโตอย่างมั่นคง และ JAPAN EXPO THAILAND 2027 คืออีกหนึ่งก้าวสำคัญในการเปิดบทใหม่ของความสัมพันธ์ไทย–ญี่ปุ่น

จากมหกรรมแห่งวัฒนธรรมและความบันเทิง สู่เวทีแห่งโอกาสและอนาคต JAPAN EXPO THAILAND 2027 พร้อมรวมพลังจากทุกภาคส่วน สร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญ และก้าวสู่การเป็น มหกรรมญี่ปุ่นสุดยิ่งใหญ่แห่งเอเชีย

เพราะมิตรภาพ 140 ปี ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องราวของอดีต แต่คือพลังสำคัญที่จะเชื่อมประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่น ให้ร่วมกันสร้างอนาคตที่ยิ่งใหญ่ไปด้วยกัน

JAPAN EXPO THAILAND 2027 ร่วมฉลองครบรอบ 140 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่น มิตรภาพไม่สิ้นสุด ระหว่างวันที่ 26–28 กุมภาพันธ์ 2570 ตั้งแต่เวลา 10.00-20.00 น. ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ

ติดตามรายละเอียดได้ที่ https: http://www.japanexpothailand.com

https: www.facebook.com japanexpothailand

IG: @gyucreative

X: @JAPANEXPO_THAI

Line@ : @japanexpothailand

‘มิตรรักทั่วไทย’ ลุยชลบุรีสัมผัสวิถีชุมชนตะเคียนเตี้ย

10 กันยายน 2569 เวลา 10:29 น.

“มิตรรักทั่วไทย” ออกเดินทางไปสัมผัสเสน่ห์ชุมชนเมืองชลบุรี “เอ-แป้ง” พร้อมพาเที่ยว “ดงมะพร้าวผืนสุดท้ายของภาคตะวันออก” เรียนรู้วิถีชีวิคนในชุมชน ตะลุยชิมของอร่อยแบบจัดเต็ม อาทิตย์ที่ 13 กันยายนนี้

เที่ยวไทยไปกับ “มิตรรักทั่วไทย”  สัปดาห์นี้ เอ-ไชยา มิตรชัย และแป้ง-ศรันฉัตร์ ออกเดินทางสู่ อำเภอบางละมุง  จังหวัดชลบุรี ไปตามหาของดีใน วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวตำบลตะเคียนเตี้ย เปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและวิถีเกษตรชุมชน ซึ่งชุมชนนี้ได้รับการขนานนามว่าเป็น “ดงมะพร้าวผืนสุดท้ายของภาคตะวันออก” มองไปทางไหนก็เห็นมะพร้าวเต็มไปหมด โดดเด่นเรื่องการอนุรักษ์สวนมะพร้าวและวิถีชีวิตชาวสวนที่เรียบง่าย นำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาสร้างสรรค์เป็นกิจกรรมท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ

ทริปนี้ เอ-แป้ง ได้ แม่ ๆ ชาวชุมชนรับหน้าที่เป็นไกด์ พาสองพ่อลูกออกตะลุยชุมชนแบบใกล้ชิด เริ่มต้นที่
บ้าน 100 เสา บ้านไม้แฝดโบราณอายุกว่า 80-100 ปี ซึ่งโดดเด่นด้วยเสาปูนที่ใช้ค้ำยันมากถึง 102 ต้น พร้อมเปิดรายการด้วยการต้อนรับสุดอบอุ่นจากแม่ ๆ ชาวชุมชนในลีลาลำตัด ก่อนพบกับ พี่วันดี ประกอบธรรม ประธานวิสาหกิจชุมชน ที่มาร่วมพูดคุยถึงเรื่องราวและเสน่ห์ของชุมชนตะเคียนเตี้ยจากนั้นถึงเวลาลุยชิมของดี เริ่มด้วย เมนูแกงไก่กะลา อาหารพื้นบ้านรสเด็ดที่นำกะลามะพร้าวอ่อนจากลูกมะพร้าวขนาดเล็กที่เพิ่งออก มาซอยผัดเข้ากับพริกแกงและเนื้อไก่ ได้รสชาติแบบพื้นบ้านแท้ ๆ ก่อนต่อด้วยเครื่องดื่มซิกเนเจอร์ “กาแฟมะพร้าว” ที่ใช้ความมันของกะทิสดแทนนมและครีมเทียม งานนี้ถูกใจ “พ่อเอ” จนต้องขอชิมแบบเต็ม ๆ

อิ่มจากเมนูมะพร้าวแล้ว ยังมีของหวานให้ชิมต่อที่ บ้านขนมไทยบ้านลูกอิน ซึ่ง เอ-แป้ง ได้ลองลิ้มรส ขนมหนุมานคลุกฝุ่น  ขนมไทยที่ทั้งแปลกและอร่อย ก่อนแวะไปทำความรู้จัก แม่ละมุน เจ้าของ บ้านขนมทองม้วนทองพับ การันตีคุณภาพด้วยรางวัล OTOP  พร้อมชมขั้นตอนการทำขนมแบบใกล้ชิดยังไม่จบแค่ของหวาน เพราะทริปนี้ขอจัดหนักกับอาหารคาวที่ ร้านอาหารแกงป่า ตาขำ ร้านอาหารพื้นบ้านและอาหารป่าชื่อดังในชุมชนตะเคียนเตี้ย ที่ขึ้นชื่อเรื่องรสชาติเผ็ดจัดจ้าน เครื่องแกงทำเองถึงเครื่องตามสูตรดั้งเดิม และราคาเป็นมิตรเข้าถึงง่าย งานนี้สองพ่อลูกจะเจอเมนูเด็ดอะไรบ้าง ต้องติดตาม

ปิดท้ายด้วยกิจกรรมสนุก ๆ ที่ สวนฟ้าใสไอโกะ สวนมะพร้าวขนาดใหญ่และแหล่งเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ ที่เปิดพื้นที่ให้ผู้มาเยือนได้สนุกกับหลากหลายกิจกรรม ทั้ง Workshop เพนต์กะลามะพร้าว และมีสนามกีฬาดิสก์กอล์ฟ (Disc Golf) ที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางร่องสวนมะพร้าว งานนี้ เอ-แป้ง ขอแท็กทีมพ่อลูกแข่งขันกันแบบไม่มีใครยอมใคร ก่อนปิดท้ายด้วยการนำสินค้าชุมชนมาช่วยชายพร้อมชวนแฟนรายการร่วมสนับสนุนสินค้าจากวิสาหกิจชุมชนทั่วประเทศที่รายการเคยเดินทางไปเยือน สามารถสั่งซื้อสินค้าได้ที่เว็บไซต์ shop.bugaboo.tv ออกเดินทางตามหาของดี ไปพร้อมกับ เอ-แป้ง ในรายการ “มิตรรักทั่วไทย” วันอาทิตย์ที่ 13 กันยายนนี้ เวลา 13.00 น. รับชมสดทาง ช่อง 7HD  กด 35  สดออนไลน์ BUGABOO.TV 

และติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวรายการต่าง ๆ ได้ทางช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 และช่องทางออนไลน์ Ch7HD (Facebook, IG, X, YouTube) และ Ch7HD Entertainment (Facebook, IG) และเว็บไซต์ www.ch7.com  

กระแสญี่ปุ่นแรง ‘เครยอนชินจัง เดอะมูฟวี่’ ภาคใหม่ เผยตัวอย่างเสียงไทย พร้อมเปิดตัวนักพากย์ ชวนขนลุกซู่ก่อนฉาย 24 ก.ย.นี้

10 กันยายน 2569 เวลา 10:22 น.

ความป่วนครั้งใหม่เริ่มกุ๊กกู๋ขึ้นอีกครั้ง เมื่อ ADK Emotions Bangkok และ ฉายแสง แอด.เวนเจอร์ เดินหน้าเผยความพิเศษของภาพยนตร์แอนิเมชัน “เครยอนชินจัง เดอะมูฟวี่ ตอน ขนลุกซู่! วันหยุดพิศวงกับภูตผีกุ๊กกู๋” ทั้งตัวอย่างเสียงไทย พร้อมประกาศเปิดตัว “แจ็ค The Ghost Radio” และ “แป้ง zbing z.” แท็กทีมมาร่วมพากย์เสียงเสริมทัพด้วยนักพากย์มากฝีมือ ท่ามกลางกระแสตอบรับสุดปังจากประเทศญี่ปุ่น ตอกย้ำเสน่ห์ของ “ชินจัง” ในฐานะภาพยนตร์แอนิเมชันที่ครองใจผู้ชมทุกวัย ก่อนฉายวันที่ 24 กันยายนนี้ ในโรงภาพยนตร์

สำหรับสีสันของเสียงพากย์ครั้งนี้ยิ่งชวนจับตา เมื่อ “แจ็ค The Ghost Radio” และ “แป้ง zbing z.” มาร่วมอยู่ในความป่วนครั้งใหม่ ชวนให้แฟน ๆ ลุ้นกันว่า สองเสียงคุ้นเคยนี้จะมาเติมความฮา ความป่วน หรือความกุ๊กกู๋ให้โลกของ ชินจัง”  พร้อมเผยบทบาทตัวละคร มาเมตะ” ที่ได้ ศัน – ศันสนีย์” มาให้เสียงพากย์, ริต้า มนัสนันท์” ให้เสียงเป็น ปิงโกะ” และ อ้น ชิตวร” ให้เสียงพากย์เป็น คาราโซ” ซึ่งต่างมาร่วมเติมสีสันให้กับการผจญภัยครั้งใหม่ขณะเดียวกันตัวอย่างเสียงไทยที่ปล่อยออกมายังพาแฟน ๆ สัมผัสบรรยากาศของอาณาจักรโยไคสุดพิศวง เมื่อ  ทริปหน้าร้อนของครอบครัวโนฮาระกลับไม่ธรรมดาอย่างที่คิด งานนี้ต้องมาลุ้นกันว่า “ชินจัง” จะเป็นฝ่ายขนลุกซู่ หรือเหล่ากุ๊กกู๋จะต้องปวดหัวกับความซนเกินคาดกันแน่

 

ไม่เพียงเท่านั้นกระแสจากประเทศญี่ปุ่นยังการันตีความแรงของภาพยนตร์ภาคนี้ เพราะครอบครัวโนฮาระพาความป่วนบุกโลกโยไคสามารถทำรายได้ทะลุ 1.1 พันล้านเยน (ประมาณ 227 ล้านบาท) ภายใน 10 วันแรก พร้อมยอดผู้ชมกว่า 950,000 คน ตอกย้ำพลังของ “เครยอนชินจัง เดอะมูฟวี่ ตอน ขนลุกซู่! วันหยุดพิศวงกับภูตผีกุ๊กกู๋” ที่ยังคงครองใจผู้ชมได้อย่างต่อเนื่อง  

          รับชมตัวอย่างเสียงไทย  https://youtu.be/j81ZCECKxWw  พร้อมเตรียมพบกับความป่วนครั้งใหม่ของ “ชินจัง” ใน “เครยอนชินจัง เดอะมูฟวี่ ตอน ขนลุกซู่! วันหยุดพิศวงกับภูตผีกุ๊กกู๋” วันที่ 24 กันยายนนี้ ในโรงภาพยนตร์

ติดตามความเคลื่อนไหวเพิ่มเติมได้ทาง
Facebook: www.facebook.com/shinesaengad.venture
Instagram: www.instagram.com/shinesaengad.venture
TikTok: www.tiktok.com/@shinesaengadventure
YouTube: www.youtube.com/@shinesaengad.venture

#ชินจังเดอะมูฟวี่ #ขนลุกซู่วันหยุดพิศวงกับภูตผีกุ๊กกู๋ #ADKEmotionsBangkok #ฉายแสงแอดเวนเจอร์

เตรียมตัวให้พร้อม! กับเทศกาลดนตรีน้องใหม่ ‘ม่วนรังสิต เฟสติวัล’

10 กันยายน 2569 เวลา 10:19 น.

วงการมิวสิคเฟสติวัลเตรียมสะเทือนปลายปีนี้! เมื่อยักษ์ใหญ่ GMM MUSIC จับมือกับ MOD (Monday On December) เปิดตัว “ม่วนรังสิต เฟสติวัล” เทศกาลดนตรีใหม่ที่สุดและใหญ่ที่สุด ที่จะมาสร้างปรากฏการณ์ความ สนุก ม่วน นัว สุดสุด แบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นที่ไหนมาก่อน!กับเฟสติวัลรูปแบบใหม่ที่จะฉีกกรอบเทศกาลดนตรีในบรรยากาศแบบเดิมๆ ให้กลายเป็นลานม่วนที่คนเทสดีต้องมาเช็คอิน ในวันเสาร์ที่ 5 และวันอาทิตย์ที่ 6 ธันวาคม 2569 ณ ESC PARK รังสิต ถือเป็นครั้งแรกใจกลางรังสิตเมื่อ ป็อบร็อก ฮิปฮอป และลูกทุ่ง-หมอลำ มารวมพลังความม่วนบนเวทีเดียวกัน ประสบการณ์ดนตรีสุดปังแบบนี้…มีแค่ที่ “ม่วนรังสิต” เท่านั้น!

งานนี้บอกเลยว่าฉีกทุกกรอบเดิมๆ ให้สายปาร์ตี้ได้เปลี่ยนบรรยากาศ เพราะนี่คือเฟสติวัลใหม่ที่ปักหมุดใจกลางรังสิต เดินทางง่ายนิดเดียว ภายในงานเนรมิตลานกว้างให้กลายเป็น “ม่วนสเปซ” แหล่งรวมดนตรี ศิลปะ แฟชั่น แสงสี งานวิชวล และงานดีไซน์สไตล์ไทยโมเดิร์นไว้ครบ ตอบโจทย์ “คนเทสม่วน” ให้มาปล่อยจอย ทิ้งตัวแบบไม่เอาทรง ไปกับไลน์อัปศิลปินตัวท็อปทั้งสายโดดและสายเซิ้งระดับประเทศกว่า 12 ชีวิต! นำทัพโดย THREE MAN DOWN • ไททศมิตร • PALMY • โจอี้ ภูวศิษฐ์ • ฮาย อาภาพร นครสวรรค์ •โจอี้บอย • แอน อรดี • ไหมไทย หัวใจศิลป์ • ก้อง ห้วยไร่ • PARADOX • เบิ้ล ปทุมราช • ลำไย ไหทองคำ งานนี้ใครไม่มาถือว่าพลาดมาก! รับประกันความสนุกต่อเนื่องจัดเต็ม 2 วันแบบไม่มีพัก!! วันที่ 5 และ 6 ธันวาคมนี้ ที่ ESC PARK รังสิต

คุ้มกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว!ด้วยราคาบัตรสุดคุ้ม ถูกที่สุด กับโปรรีบม่วน: ราคา 799 บาทต่อวัน เปิดขายบัตรวันที่ 28 กันยายน – 2 ตุลาคม 2569 ที่  http://www.TICKETIER.com และ TICKETIER Application   ติดตามรายละเอียดม่วนรังสิตเฟสติวัลได้ทุกช่องทาง FB /IG /TIKTOK ที่

#ม่วนรังสิตfestival #สนุกม่วนนัวสุดสุด #MuanRangsitFestival #รังสิต #Rangsit