‘ออฟโรด’เปิดโหมดบอกรัก ลงซิงเกิลใหม่ ‘ฉันไม่รู้จักชื่อดอกไม้ (แต่จะหามาให้เธอ)’

3 กันยายน 2569 เวลา 17:29 น.

ส่งซิงเกิลใหม่ล่าสุด ออกมาพร้อมกับชื่อเพลงที่ยาวที่สุด และอาจจะฟังดูเหมือนประโยคธรรมดา แต่นี้คือ ชื่อเพลงใหม่จาก “ออฟโรด กันตภณ” ที่สามารถสื่อสารถึงเพลงนี้ได้อย่างดี ในเพลง “ฉันไม่รู้จักชื่อดอกไม้ (แต่จะหามาให้เธอ)” เพลงที่สะท้อนตัวตนของออฟโรดในอีกมุมหนึ่ง ผ่านเรื่องราวของเด็กหนุ่มที่ไม่ได้เก่งเรื่อง ความรัก และอาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่าดอกไม้ที่เธอชอบชื่ออะไร แต่เขาพร้อมออกตามหาเพื่อเอามาให้เธออยู่ดี เพราะสำหรับเขาความรักไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบ แค่ได้ทำอะไรบางอย่างให้คนที่รัก ก็มีความหมายแล้ว ซึ่งครั้งนี้ออฟโรดกลับมาพร้อมภาพลักษณ์ที่โตขึ้น  ทั้งในแง่ของดนตรีและวิธีการถ่ายทอดเสียงร้อง รวมไปถึงอารมณ์และสไตล์การร้อง โดยเป็นการร่วมงานกันอีกครั้ง กับคนที่รู้จักและเข้าใจตัวตนของออฟโรดเป็นอย่างดี อย่าง เบนซ์ วรเชษฏฐ์ และ โดม จารุวัฒน์ ที่มาร่วมรับหน้าที่เป็น Music Producer ในสไตล์เพลงที่ถูกถ่ายทอดผ่านกลิ่นอาย Indie Pop ฟังสบายและเข้าถึงง่าย เป็นอีกก้าวของออฟโรดที่ยังคงความเป็นธรรมชาติและความจริงใจไว้ พร้อมเติบโตขึ้นในฐานะศิลปินอย่างชัดเจน! ในส่วนของมิวสิกวิดีโอ ออฟโรดได้สลัดภาพหนุ่มสุดคิวท์ที่คุ้นเคย เปลี่ยนลุคเป็นหนุ่ม Boyfriend Material พร้อมถ่ายทอดเรื่องราวความรักสุดโรแมนติกที่แอบชวนให้คนดูอมยิ้มตาม คว้าตัว “พั้นรักแมว” อินฟลูฯ สาวสุดฮอต ที่มาร่วมถ่ายทอดเรื่องราวเติมสีสันให้กับเพลง ผ่านเคมีและโมเมนต์ความสัมพันธ์ที่ช่วยขับเน้นเสน่ห์ของเพลงให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ทำให้เรื่องราวของผู้ชายที่ “ไม่รู้แต่พร้อมจะพยายาม” ส่งต่อออกมาได้อย่างน่ารัก อบอุ่น และอินมากยิ่งขึ้น

ซึ่ง “ออฟโรด กันตภณ” ได้เผยความรู้สึกว่า “เพลงนี้ถือว่าเป็นอีกหนึ่งผลงานที่ออฟโรดตั้งใจพัฒนาในทุกขั้นตอนเลยครับ ขอบคุณพี่เบนซ์และพี่โดมนะครับ ที่มาร่วมงานกันอีกครั้ง เพลงนี้มี Mood&Tone เพลง และเรื่องราวเอ็มวีที่น่ารักมากๆ มีความสดใส แปลกใหม่ เชื่อว่าทุกคนสงสัยใช่ไหมครับ ว่าทำไมชื่อเพลงยาวจัง? แต่ชื่อเพลงสามารถบอกความหมายของเพลงได้ทั้งหมด คือเป็นเพลงบอกรัก ที่ไม่ต้องพูดคำว่ารักเลยครับ อยากให้ทุกคนได้ลองฟังและลองชมเอ็มวีกันนะครับ ก็ขอฝากซิงเกิลแรกในปีนี้ ซึ่งเป็นเพลงที่จะได้เห็นแนวทางที่ใช่ของออฟโรด และเป็นเพลงที่ตัวเองชอบมาก ๆ  หวังว่าทุกคนชอบเหมือนกันนะครับ (ยิ้ม)”

สามารถรับฟังและชม Official MV “ฉันไม่รู้จักชื่อดอกไม้ (แต่จะหามาให้เธอ)” จาก “ออฟโรด กันตภณ” ได้ทาง Youtube: One Music และ Audio ได้ทุก Streaming Platforms รวมถึงติดตามความเคลื่อนไหวของศิลปินได้ทุกช่องทาง Social Media ของ One Music และ Open Label

‘เบนซ์ นที’ คัมแบ็กกำกับ ‘เรื่องเล่าอาจารย์ยอด’ตีแผ่บทเรียนครอบครัวในตอน ‘เลี้ยงลูกไม่สอน’ เสาร์นี้ ทางช่อง 7HD

3 กันยายน 2569 เวลา 17:27 น.

หลังสร้างความประทับใจจากตอน “พ่อเกลียดลูก” ล่าสุดผู้กำกับฯ “เบนซ์-นที โทนะศรี” กลับมาสร้างสรรค์ผลงานอีกครั้งในซีรีส์ “เรื่องเล่าอาจารย์ยอด” กับตอน “เลี้ยงลูกไม่สอน” ถ่ายทอดบทเรียนเข้มข้นเกี่ยวกับการเลี้ยงดูและความสัมพันธ์ในครอบครัว ผ่านมุมมองการเล่าเรื่องที่แตกต่างและเข้าถึงอารมณ์มากยิ่งขึ้น

ผู้กำกับฯ “เบนซ์” เปิดเผยว่า การทำงานครั้งนี้ทั้งสนุกและท้าทาย เพราะต้องการค้นหาวิธีนำเสนอใหม่ ๆ ให้ผู้ชมรู้สึกร่วมกับเรื่องราว ขณะเดียวกันยังคงเสน่ห์และความเข้มข้นตามแบบฉบับของ “เรื่องเล่าอาจารย์ยอด”

สำหรับตอน “เลี้ยงลูกไม่สอน” สะท้อนชีวิตของลูกสาวคนเดียวที่เติบโตมากับการเลี้ยงดูแบบตามใจ จนเกิดเป็นเส้นบาง ๆ ระหว่างความรัก ความห่วงใย และการสปอยล์เกินพอดี เมื่อพ่อแม่คิดว่าการตอบสนองทุกความต้องการคือสิ่งที่ดีที่สุด เด็กจึงค่อย ๆ ซึมซับและเข้าใจว่าสิ่งที่ตนทำถูกต้องเสมอ ก่อนจะเติบโตเป็นคนเอาแต่ใจโดยไม่รู้ตัว

อีกหนึ่งความท้าทายของการนำเรื่องเล่าในตำนานของอาจารย์ยอดมาถ่ายทอดบนจอ คือการค้นหา Gimmick หรือเอกลักษณ์ของแต่ละเรื่อง เพื่อรักษาเสน่ห์ของความจริงใจและบรรยากาศแบบเรื่องเล่าชาวบ้าน พร้อมเปลี่ยนตัวอักษรและเสียงบรรยายให้กลายเป็นภาพที่ทำให้ผู้ชมรู้สึกราวกับอยู่ในเหตุการณ์จริง

เบื้องหลังการทำงาน ทีมงานและนักแสดงทุ่มเทตั้งแต่การเขียนบท คัดเลือกโลเคชัน ไปจนถึงการเวิร์กช็อปและปรับรายละเอียดการแสดงหน้าเซ็ต เพื่อให้ทุกฉากออกมาลื่นไหลและสมจริง โดยยังคงเค้าโครงและอรรถรสความเข้มข้นของเรื่องเล่าต้นฉบับไว้อย่างครบถ้วน

ติดตามบทเรียนสำคัญของสายใยครอบครัว เมื่อความรักและการตามใจอาจนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ไม่มีใครคาดคิด ในซีรีส์ “เรื่องเล่าอาจารย์ยอด” ตอน “เลี้ยงลูกไม่สอน” ออกอากาศวันเสาร์ที่ 5 กันยายนนี้ เวลา 17.00 น. ทางช่อง 7HD

‘ซี – เอมี่’นั่งแท่นผู้บริหารเต็มตัว จัดปาร์ตี้ฉลองต่อยอดความสำเร็จ

3 กันยายน 2569 เวลา 17:25 น.

จุดเริ่มต้นจากไลฟ์สไตล์ของคู่รักสายปาร์ตี้ “ซี ศิวัฒน์ & เอมี่ กลิ่นประทุม” กลายมาเป็นเจ้าของธุรกิจผู้สร้างแบรนด์ “Party Monster” เม็ดเคี้ยวแก้แฮงค์ รสมะม่วงพริกเกลือ สุดฮิตในโลกปาร์ตี้และออนไลน์ สู่การวางจำหน่ายใน 7-Eleven ทุกสาขาทั่วประเทศ ซึ่งเมื่อเร็วๆ นี้ได้จัดงานปาร์ตี้ฉลองความพร้อมในก้าวสำคัญอย่างยิ่งใหญ่ โดยได้รับเกียรติจาก คุณภาคิน กิตติภานุวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นูทริชั่น โปรเฟส จำกัด (มหาชน) และคุณจริยาพร  ไตรทิพย์เจริญชัย ผู้จัดการทั่วไปอาวุโส บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ตลอดจนแขกผู้มีเกียรติและเหล่าอินฟลูเอนซอร์สายปาร์ตี้ที่มาร่วมแสดงความยินดีอย่างคับคั่ง

“จุดเริ่มต้นมาจากเมียผมแหล่ะ ทุกคนก็รู้ เรารู้สึกว่า ถ้าเราดื่ม ทุกคนก็สนุก ทุกคนเข้าใจดี เราไม่มีความจำเป็นที่จะต้อง เอ๊ะ..ทำไมดื่มแล้วเราต้องแฮ้ง ทำไมดื่มแล้วเราต้องเป็นผักไปวันสองวัน งั้นมันต้องทำยังไงดี การที่เราไม่แฮ้ง ไม่ได้แปลว่าเราจะไม่ใช้ร่างกายตัวเองนะ เพราะฉะนั้นเราเอาร่างกายในอนาคตมาใช้ วันนี้มันควรที่จะต้องมีตัวช่วยเสริมไง ไม่ใช่แค่ในเรื่องของการขจัดสารพิษ หรือแก้แฮ้งอย่างเดียว มันต้องช่วยบำรุงและฟื้นฟูด้วย เพราะฉะนั้นมันก็มาจบที่ เราก็ไปที่จุดที่ว่ามันควรที่จะเป็น เร็ว, ใช้เวลาไม่นาน, สะดวก, ง่าย นั่นแหละ แล้วทุกอย่างมันก็เลยเป็น Party Monster”

“ถ้าคุณฉีกซองแล้วเคี้ยว Party Monster นะ เชื่อป่ะ ไม่เกิน 15 นาที คุณจะอาการดีขึ้นเลย  เพราะในนั้นเนี่ย นอกเหนือจากมันมีเรื่องของ Ginger Extract แล้ว มันยังมีตัวที่เป็นตัวอาร์ติโช้ค แล้วก็กลูต้า แล้วก็มีวิตามินบีที่ช่วยทำให้คุณฟื้น ฟื้นจากที่แบบภาวะที่คุณกำลังงงๆ แล้วมันจะแบบรู้สึกดีขึ้นได้เลย งั้นสารสกัดทุกตัวที่ผมกับพี่มี่ตั้งใจใส่ลงไป คือตั้งใจว่าให้มันไม่ใช่แค่ช่วยแก้แฮ้ง ไม่ใช่หรอกครับ บอกเลยว่าเราตั้งใจจะบำรุงและฟื้นฟูไปด้วย”

ด้าน เอมี่ กลิ่นประทุม เผยที่มาของรสชาติ มะม่วงพริกเกลือ ว่า “และการที่มันเป็นรสชาติมะม่วงพริกเกลือ คือมันอยากจะกินอะไรสักอย่างให้มันเปรี้ยวๆ ให้มันหาย ให้มันสร่าง เรารู้สึกว่ารสเนี้ย มันเป็นรส ที่เราก็ไม่เคยเห็นในท้องตลาด แล้วก็รู้สึกว่ามันเปรี้ยว แล้วเราอยากจะมีความเผ็ด ให้มันมีความสนุก แบบปาร์ตี้มาเราก็อยากจะให้เคี้ยวอะไรเข้าไปแล้วก็ยังมีความสนุกอยู่”

ตามไปพบกับ “Party Monster” เม็ดเคี้ยวแก้แฮงค์ รสมะม่วงพริกเกลือ 2 เม็ดต่อซอง ในราคาเพียง 89 บาท ได้แล้ววันนี้ที่ 7-Eleven ทุกสาขาทั่วประเทศ รวมถึง 7-Delivery และ ALL ONLINE

‘ตี๋ วรปรัชญ์’จารึกประวัติศาสตร์! คว้าแชมป์ 100 สมัย ‘ไมค์หมดหนี้ 9 มงคล’

3 กันยายน 2569 เวลา 17:18 น.

เสียงเฮดังลั่นทั้งสตูดิโอ เมื่อ “ตี๋ วรปรัชญ์” หนุ่มน้อยเสียงดีขวัญใจแฟนรายการ สามารถจารึกอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์บนเวที “ไมค์หมดหนี้ 9 มงคล” ด้วยการก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง แชมป์ 100 สมัย ได้สำเร็จ ท่ามกลางความยินดีและแรงเชียร์จากแฟน ๆ ที่ติดตามเส้นทางของเขามาอย่างต่อเนื่อง

เมื่อวันพุธที่ 2 กันยายนที่ผ่านมา ถือเป็นอีกหนึ่งวันสำคัญที่แฟนรายการต่างพากันร่วมลุ้นและส่งแรงใจให้กับตี๋ กับภารกิจครั้งใหญ่บนเส้นทางแชมป์ที่ต้องใช้ทั้งความสามารถ ความมุ่งมั่น และหัวใจนักสู้ จนในที่สุดเจ้าตัวสามารถพิชิตเป้าหมายสำคัญ แชมป์ 100 สมัย ได้อย่างสง่างาม จากวันแรกที่ก้าวขึ้นมาบนเวทีแห่งนี้ด้วยความฝันและพลังเสียง วันนี้เสียงร้องของตี๋ไม่ได้พาเขาไปถึงเพียงบัลลังก์แชมป์ 100 สมัยเท่านั้น แต่ยังเปลี่ยนชีวิตและพาครอบครัวก้าวผ่านอีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญ ด้วยการสามารถหมดหนี้ให้ครอบครัวได้สำเร็จ

นอกจากนี้ ตี๋ยังสร้างความประทับใจให้แฟนรายการมาแล้วหลายครั้ง กับการเป็นหนึ่งในผู้ที่สามารถ พิชิตแจ็กพอต 100,000 บาท ในรอบไมค์มงคลได้สำเร็จ พร้อมเงินสะสมทั้งหมด 2,230,000 บาท ยิ่งตอกย้ำให้เห็นถึงความสามารถและความมุ่งมั่นของหนุ่มน้อยคนนี้ ที่ใช้ทุกโอกาสบนเวทีเปลี่ยนเป็นพลังในการก้าวไปข้างหน้า ตลอดเส้นทางกว่า 100 สมัย ตี๋ วรปรัชญ์ ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า ทุกชัยชนะไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะพรสวรรค์ แต่เกิดจากความตั้งใจ การฝึกฝน และหัวใจที่ไม่เคยหยุดสู้ ขอแสดงความยินดีกับ “ตี๋ วรปรัชญ์” กับการจารึกตำแหน่งแชมป์ 100 สมัยได้สำเร็จ และขอส่งกำลังใจให้เดินหน้าสร้างความสำเร็จบนเส้นทางแห่งเสียงเพลงต่อไปอีกหลาย ๆ สมัย มาร่วมลุ้นและร่วมเป็นกำลังใจให้เด็กหนุ่มเสียงดีคนนี้กันต่อในรายการ “ไมค์หมดหนี้ 9 มงคล” ทุกวันจันทร์ – วันพฤหัสบดี เวลา 18.00 น. ทางช่องเวิร์คพอยท์

‘รสแลกเงิน’ เปิดศึก 3 เชฟ ปะทะโจทย์ ‘อีสานแซ่บ ลดโซเดียม’ อร่อยได้ไม่ต้องเสี่ยง

3 กันยายน 2569 เวลา 17:16 น.

สายแซ่บเตรียมลุ้น ! “รสแลกเงิน” จันทร์ที่ 7 กันยายนนี้ เปิดศึก 3 เชฟ “ต้นกล้า-ใบตอง-ต๊อกแต๊ก” ดวลไอเดียรังสรรค์เมนู “อีสานแซ่บ ลดโซเดียม” พร้อมเรียนรู้วิธีลดเค็ม ลดเสี่ยง “ภาวะโรคความดันโลหิตสูง” ไปพร้อมกัน

เรียนรู้เรื่องสุขภาพแบบเข้มข้นไปพร้อมกับ 2 พิธีกร เชฟกอล์ฟ-สัญญา ธาดาธนวงศ์ และ เชฟอ๊อฟ-ณัฐวุฒิธรรมพันธุ์ ใน “รสแลกเงิน” รายการดี ๆ ที่ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ ช่อง 7HD และ บริษัท เฮลิโคเนีย เอช กรุ๊ป จำกัด ผลิตขึ้น  เพื่อส่งต่อความรู้และแรงบันดาลใจในการเลือกกินอย่างสมดุล พร้อมสนุกไปกับสาระทริกด้านอาหารไปปรับใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน

สัปดาห์นี้ “รสแลกเงิน”  พาผู้ชมเจาะลึกเรื่อง “ภาวะโรคความดันโลหิตสูง” โดยเฉพาะคนที่ชื่นชอบอาหารรสจัดต้องไม่พลาด กับโจทย์ “อีสานแซ่บ ลดโซเดียม” ที่ 3 เชฟต้องรังสรรค์อาหารคนละ 1 เมนู ในปริมาณที่พออิ่ม แต่ความท้าทายอยู่ที่ Supermarket ของรายการจะไม่มีเครื่องปรุงให้เลือกใช้ เหล่าเชฟจึงต้องอาศัยฝีมือและไอเดีย ดึงรสชาติจากวัตถุดิบให้มากที่สุด เพื่อสร้างความอร่อยโดยใช้เครื่องปรุงให้น้อยที่สุด

งานนี้ได้ 3 เชฟมาร่วมชาเลนจ์ ได้แก่ เชฟต้นกล้า จาก Master Chef Thailand Season 7, เชฟใบตอง สาวสวยจากครัวนรก Hell’s Kitchen Thailand Season 1 และแม่ค้าต๊อกแต๊ก จาก ศึกพ่อค้าซ่าแม่ค้าแซ่บ Season 2 แม้โจทย์จะหิน เพราะต้องทำอาหารอีสานที่ขึ้นชื่อเรื่องรสจัดจ้าน แต่ต้องลดการใช้เครื่องปรุง ทั้ง 3 เชฟก็สู้ไม่ถอย พร้อมงัดเทคนิคและความคิดสร้างสรรค์เต็มที่ เพื่อให้ได้เมนูที่ทั้งแซ่บ อร่อย และดีต่อสุขภาพ

ด้าน 3 กรรมการผู้เชี่ยวชาญที่มาร่วมตัดสิน ได้แก่ หม่อมหลวงภาสันต์ สวัสดิวัตน์ นักชิม และนักวิจารณ์อาหาร ผู้รอบรู้เรื่องวัตถุดิบ คุณสุพัฒนุช สอนดำริห์ ผู้อำนวยการสำนักอาวุโส สำนักสื่อสารการตลาดเพื่อสังคม สำนักงานกองทุนสนับสนุน
การสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และ ผศ. ดร.ฉัตรภา หัตถโกศล อาจารย์ประจำภาควิชาโภชนวิทยา คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่จะร่วมชี้แนะทั้งเรื่องรสชาติและหลักโภชนาการ

เชฟกอล์ฟ-สัญญา หนึ่งในพิธีกร เล่าถึงความสนุกและทริกสำคัญที่ผู้ชมจะได้จากการแข่งขันครั้งนี้ว่า   

“ตั้งแต่เริ่มรายการผู้เข้าแข่งขันก็ได้รับเงินกันไปแล้วก้อนโต ๆ ยังไม่มีรายการไหน ที่เริ่มต้นก็ได้เงินกันแล้ว  เรียกได้ว่าเครื่องปรุงในรายการนี้มูลค่าดั่งทองเลยทีเดียว  ซึ่งเชฟแต่ละคนที่มาแข่ง บางคนก็ขี้เหนียวเหลือเกิน  บางคนก็ทุ่มเปย์ไม่อั้น
เพื่อรสชาติ  แต่สุดท้ายทุกคนก็ทำอาหารออกมาได้รสชาติดี และดีต่อสุขภาพด้วย เรียกว่ามีเมนูเซอร์ไพรส์กันเลยทีเดียว เพราะความอร่อยต้องมาพร้อมสุขภาพและถูกหลักโภชนาการ ผู้ชมสามารถนำเอาสูตรอาหารและทริกต่าง ๆ กลับไปทำให้คนที่เรารักหรือ ครอบครัวรับประทานได้แบบดีต่อสุขภาพ และสร้างสรรค์อย่างแน่นอนครับ”  

ติดตามการแข่งขันสุดแซ่บที่ต้องใช้ทั้งฝีมือและความคิดสร้างสรรค์ ลุ้นไปพร้อมกันว่า 3 เชฟ ใครจะคว้าเงินรางวัลไปครอง ในรายการ “รสแลกเงิน” วันจันทร์ที่ 7 กันยายนนี้  เวลา 18.00 น. ทางช่อง 7HD กด 35  และรับชมย้อนหลังได้ทาง  Netflix และสัปดาห์หน้าเชฟคนใดจะมาพิสูจน์ฝีมือกับโจทย์ใหม่  ห้ามพลาด  !

ติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวรายการต่าง ๆ ได้ทาง ช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 และช่องทางออนไลน์ Ch7HD (Facebook, IG, X, YouTube) และ Ch7HD Entertainment (Facebook, IG) และเว็บไซต์ http://www.ch7.com   

ปั๊บ POTATO เขียน ‘อย่าทำเป็นเหมือนว่าเข้าใจ’จากประสบการณ์ตรง

3 กันยายน 2569 เวลา 17:05 น.

เดินทางมาถึงเพลงสุดท้ายของ “DOT” อัลบั้มชุดที่ 9 สำหรับ POTATO กับ “อย่าทำเป็นเหมือนว่าเข้าใจ” เพลงที่ปั๊บ – พัฒน์ชัย ภักดีสู่สุข นักร้องนำของวง ลงมือเขียนเนื้อเพลงด้วยตัวเอง โดยหยิบความรู้สึกจากประสบการณ์ตรงมาถ่ายทอดเป็นเพลงที่พูดถึงความเจ็บปวดจาก “ความเข้าใจที่ไม่จริง” เมื่อคำว่าเป็นห่วงจากคนที่เคยทำร้ายเรา กลับไม่ได้ช่วยเยียวยา แต่ยิ่งทำให้บาดแผลเดิมชัดเจนขึ้น

โดยปั๊บเล่าถึงความรู้สึกเบื้องหลังเพลงนี้ว่า…“มันเป็นความรู้สึกนึงที่โผล่ขึ้นมา เหมือนแบบไม่ต้องมาบอกว่าเข้าใจฉันหรอก หากความเข้าใจนั้นมันไม่จริง ยิ่งแสดงออกมากเท่าไหร่ ยิ่งทำให้เราเจ็บปวดใจในความไม่จริงนั้นมากเท่านั้น” เลยเปรียบเพลงนี้  ถึงคนรักที่เคยทำร้ายและจากกันไป แต่ก็ยังเหมือนคอยส่งความหวังดีให้กัน ซึ่งมันไม่ได้มาจากใจ เค้าแค่รู้สึกผิดกับสิ่งที่เค้าเคยทำ ส่วนเราเองก็ยังไม่หายจากสิ่งนั้น แล้วยิ่งทุกครั้งที่เค้าถาม ความห่วงใยมันก็ยิ่งทำให้เราเจ็บปวด และกลับเป็นสิ่งที่ทำร้ายเรา เพราะมันไม่ได้มาจากใจ และที่เค้าทำมันไปเพื่อปกป้องตัวเองจากความรู้สึกบางอย่าง

ด้านดนตรี POTATO เลือกถ่ายทอดอารมณ์ดังกล่าวผ่านซาวด์ Rock ที่เข้มขึ้น เติมน้ำหนักให้ทั้งความโกรธและความผิดหวัง ก่อนส่ง “อย่าทำเป็นเหมือนว่าเข้าใจ” เป็นบทสรุปของอัลบั้ม “DOT” ที่เต็มไปด้วยหลากหลายมุมของความรู้สึก และเป็นอีกหนึ่งเพลงที่สะท้อนตัวตนของ POTATO ในวันที่เติบโตขึ้นและกล้าที่จะพูดถึงความรู้สึกอย่างตรงไปตรงมา

สามารถฟัง “อย่าทำเป็นเหมือนว่าเข้าใจ” เพลงปิดท้ายอัลบั้ม “DOT” จาก POTATO ได้แล้ววันนี้ ทุกแพลตฟอร์มสตรีมมิง พร้อมรับชม MV ได้ทาง YouTube potatobandofficial : https://youtu.be/0iMg9z7qqnE?si=g0hkIN7i3Zf7vR9g
และเตรียมรอติดตามบทใหม่ของวงที่กำลังจะเกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้ Facebook : Potatoband และ genie records         

Instagram : Potatoband และ genie records   TikTok : Potatoband                                              

#POTATOBand #อย่าทำเป็นเหมือนว่าเข้าใจ #genierecords #GMMMusic

WOODY WORLD ประกาศทรานส์ฟอร์มองค์กรครั้งใหญ่ พลิกโฉมโมเดลธุรกิจจากผู้ผลิตคอนเทนต์ สู่ผู้นำด้าน Well-being Ecosystem

3 กันยายน 2569 เวลา 12:30 น.

บริษัท วู้ดดี้ เวิลด์ จำกัด ประกาศทรานส์ฟอร์มโมเดลธุรกิจครั้งสำคัญ ในงาน WOODY WORLD OPEN HOUSE 2027 หลังปี 2568 มีรายได้ 139 ล้านบาท โดยมีรายได้หลักจากธุรกิจ Content & Media คิดเป็น 52% พร้อมตั้งเป้ารายได้ปี 2569 เพิ่มขึ้น 10% ล่าสุด! เดินหน้าปรับพอร์ตธุรกิจจากบริษัทที่มีจุดแข็งด้าน Media & Content สู่การเป็นผู้นำด้าน Well-being Ecosystem หรือ ระบบนิเวศด้านการมีสุขภาวะที่ดี ภายใต้แนวคิด “MINISTRY OF LIFE: Connecting every dot of life.” หรือ “กระทรวงแห่งชีวิต เชื่อมโยงทุกจุดของชีวิต” มุ่งเชื่อม Content, Community, Experience และ Commerce เข้าด้วยกันตลอดเส้นทางของผู้บริโภค ตั้งแต่การสร้างการรับรู้ การสร้างความสัมพันธ์ การมีส่วนร่วม ไปจนถึงประสบการณ์และโอกาสทางธุรกิจ พร้อมรุกตลาด Health & Well-being เต็มรูปแบบ ซึ่งบริษัทมองว่าเป็นหนึ่งในตลาดยุทธศาสตร์สำหรับโอกาสทางธุรกิจในระยะยาว

วู้ดดี้ – วุฒิธร มิลินทจินดา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วู้ดดี้ เวิลด์ จำกัด กล่าวว่า “การจัดงาน
WOODY WORLD OPEN HOUSE 2027 ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงการเติบโตขององค์กรที่สั่งสมประสบการณ์มานานกว่า 20 ปี โดยการเข้าสู่ตลาด Health & Well-being ไม่ได้เกิดจากการมองเห็นเพียงกระแสสุขภาพระยะสั้น แต่เป็นการมองเห็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของพฤติกรรมผู้บริโภคในระยะยาว ทั้งการเข้าสู่สังคมสูงวัย ภาวะโรคเรื้อรัง และแนวโน้มการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันที่เพิ่มขึ้น วันนี้สุขภาวะไม่ได้หมายถึงเพียงการรักษาเมื่อเจ็บป่วย แต่ครอบคลุมตั้งแต่การกิน การนอน การออกกำลังกาย สุขภาพจิต การใช้ชีวิต ไปจนถึงประสบการณ์ต่าง ๆ ที่ช่วยให้คนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เราจึงมองเห็นโอกาสในการนำจุดแข็งของ WOODY WORLD ทั้งด้าน Content, Community, Experts และ Experience มาต่อยอดจากธุรกิจ Media & Content ไปสู่ Well-being Ecosystem ที่สามารถสร้างคุณค่าให้กับผู้บริโภค และในขณะเดียวกันก็สร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ให้กับแบรนด์และพันธมิตร”

ทั้งนี้ แนวคิด “MINISTRY OF LIFE” ทาง WOODY WORLD วางเป้าหมายให้เป็นมากกว่าการสื่อสารเชิงแบรนด์ แต่เป็น Business Direction และกลไกสำคัญในการเชื่อมศักยภาพของ WOODY WORLD และแพลตฟอร์มอื่นในเครืออย่างLifeDot และ alive dot เข้าด้วยกัน ผ่านเครือข่าย Hosts, Experts และ Community ที่แข็งแกร่ง เพื่อพาผู้คนจากการรับรู้ไปสู่การลงมือทำ และช่วยให้พาร์ทเนอร์สร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้ตลอดทั้ง Funnel โดยเชื่อมั่นว่า Ecosystem นี้จะช่วยให้ WOODY WORLD เติบโตไปพร้อมกับสังคมอย่างมีคุณภาพ

สำหรับผลการดำเนินงานในปี 2568 บริษัท วู้ดดี้ เวิลด์ จำกัด มีรายได้อยู่ที่ 139 ล้านบาท โดยมีโครงสร้างรายได้หลักมาจากธุรกิจ Content & Media คิดเป็น 52% ของรายได้ทั้งหมด ขณะที่รายได้ส่วนที่เหลือมาจากธุรกิจ Event และ Business Partnership แม้ว่าในปีที่ผ่านมาบริษัทจะมีการลงทุนสูงขึ้นในโครงการใหม่ ๆ เช่น ช่อง LifeDot และ alive dot รวมถึงการจัดงาน Life Expo เพื่อสร้างฐานธุรกิจด้าน Well-being ระยะยาว ส่งผลให้ภาพรวมกำไรปรับตัวลดลง แต่บริษัทมองว่าเป็นการลงทุนเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญเพื่อสร้างรากฐานการเติบโตที่ยั่งยืน

ด้านทิศทางและแผนธุรกิจในปี 2569 บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายรายได้รวมเติบโตขึ้น 10% จากปีที่ผ่านมา ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจ โดยบริษัทจะรักษาความแข็งแกร่งของธุรกิจ Content & Media พร้อมนำ Data และ AI เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน วิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค และพัฒนาคอนเทนต์และประสบการณ์ให้ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายได้แม่นยำขึ้น พร้อมขยายความร่วมมือกับพันธมิตรในกลุ่ม Medical & Wellness Tourism โดยใช้จุดแข็งของประเทศไทยด้านบริการ สุขภาพ และ Hospitality เป็นฐานในการต่อยอดธุรกิจสู่ตลาดภูมิภาคเอเชีย

อีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญในปี 2569 คือการขยายพอร์ตคอนเทนต์ให้ครอบคลุมไลฟ์สไตล์และ Well-being ในหลากหลายมิติ เพื่อสร้างฐานผู้ชมและ Community ที่มีความสนใจแตกต่างกัน พร้อมต่อยอดสู่โอกาสทางธุรกิจ ได้แก่
• Kim’s Mirror : คิมเบอร์ลี่ แอน โวลเทมัส รับบทพิธีกรครั้งแรก พาทุกคนสำรวจตัวตนอีกด้านของเหล่าคนดังและคนสำเร็จ ผ่านบทสนทนาที่เข้าถึงง่าย ตั้งแต่ตัวตน ไลฟ์สไตล์ ไปจนถึงจุดเปลี่ยนสำคัญของชีวิต พร้อมค้นหาความหมายของ “ความสำเร็จ” และ “ความสุข” ที่เปลี่ยนไปตามเส้นทางชีวิต
• MY DADDY James : รายการที่ดำเนินรายการโดย เจมส์ – จิรายุ ตั้งศรีสุข คุณพ่อมือใหม่สายเนิร์ด ที่ชวนแขกรับเชิญมาพูดคุยแลกเปลี่ยนมุมมองเรื่องการเลี้ยงลูกและชีวิตครอบครัว
• THE LAZY GENIUS : รายการภายใต้แนวคิด “ฉลาดใช้ชีวิต ไม่ใช่ใช้ชีวิตจนเหนื่อย” โดย คริส หอวัง รับบทเป็น Fact Finder พาผู้ชมค้นหาคำตอบจากผู้เชี่ยวชาญตัวจริง เพื่อเปลี่ยนเรื่องยากให้เข้าใจง่าย
• WandOland : รายการทอล์กโชว์ด้านความรักและความสัมพันธ์ ดำเนินรายการโดย วู้ดดี้ – วุฒิธร มิลินทจินดา และ โอ๊ต – อัครพล พร้อมเชิญคู่รักคนดังมาร่วมพูดคุยและสะท้อนมุมมองเกี่ยวกับชีวิตคู่

ทั้งนี้ ในปี 2569 WOODY WORLD ได้วางรากฐานธุรกิจผ่าน 3 แกนหลัก ที่ทำงานสอดคล้องกัน เพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน ประกอบด้วย
1. Content & Media มุ่งพัฒนาคอนเทนต์คุณภาพผ่านเครือข่าย WOODY WORLD, LifeDot และ alive dot ครอบคลุมรายการทอล์กโชว์ พอดแคสต์ และคอนเทนต์ไลฟ์สไตล์ที่ตอบโจทย์ความสนใจและพฤติกรรมของผู้บริโภคในแต่ละกลุ่ม
2. Event & Experience ต่อยอดจากผู้ชมบนหน้าจอสู่การมีส่วนร่วมในประสบการณ์จริง ผ่านกิจกรรมและอีเวนต์ที่เปิดพื้นที่ให้ผู้คนได้พบปะ เรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญ และทดลองสัมผัสโซลูชันที่ตอบโจทย์ชีวิต โดยมีเป้าหมายในการเปลี่ยนผู้เข้าร่วมจาก “ผู้ชม” สู่ “Community”
3. Well-being Community & Commerce สร้าง Community ด้านสุขภาวะที่ผู้คนสามารถเข้าถึงข้อมูล ความรู้ และผู้เชี่ยวชาญที่น่าเชื่อถือ พร้อมเปิดโอกาสให้แบรนด์และพันธมิตรนำเสนอสินค้า บริการ ที่ตอบโจทย์การดูแลสุขภาพเชิงป้องกันและการมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพ
“หัวใจสำคัญของ WOODY WORLD คือการรักษาสมดุลระหว่างการนำเทคโนโลยี AI มาเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน กับการรักษา Human Touch และความถูกต้องของข้อมูล เพราะในโลกที่ทุกคนสามารถสร้างคอนเทนต์ได้มากขึ้น ความน่าเชื่อถือและความเข้าใจมนุษย์จะยิ่งมีความสำคัญ เราเชื่อว่า MINISTRY OF LIFE จะทำให้ WOODY WORLD เป็นมากกว่าสื่อ แต่เป็นพันธมิตรที่ช่วยให้ผู้คนมีชีวิตที่ดีขึ้น และช่วยให้แบรนด์สามารถสร้างคุณค่าทางธุรกิจไปพร้อมกับการสร้างคุณค่าให้กับสังคม” วู้ดดี้ วุฒิธร กล่าวทิ้งท้าย

การปรับทัพครั้งนี้สอดคล้องกับภาพรวมอุตสาหกรรมสื่อและบันเทิงไทยที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยอ้างอิงจากรายงาน Global Entertainment & Media Outlook 2025–2029 ของ PwC ที่คาดการณ์ว่า ตลาด Entertainment & Media ในประเทศไทยปี 2568 คาดว่าจะมีมูลค่ากว่า 700,939 ล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 4% จากปีก่อน และมีอัตราเติบโตเฉลี่ย 2.98% ต่อปี ในช่วงปี 2568–2572 [1] ทั้งนี้ สะท้อนถึงโอกาสของผู้ประกอบการที่สามารถปรับโมเดลธุรกิจให้สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงได้

‘หมอเดว’นำทีมนักแสดง ‘พิ้งค์พลอย-ปูเป้-น้ำหนึ่ง-เขม’ แชร์สุขภาพใจ

3 กันยายน 2569 เวลา 12:38 น.

ช่อง 7HD ร่วมกับ กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ และแฟลทไฟว์ อินเตอร์ มีเดีย จัดเสวนา “ฟังเสียงหัวใจไปด้วยกัน” ชวน “พิ้งค์พลอย–ปูเป้–น้ำหนึ่ง–เขม” ร่วมเปิดมุมมองสุขภาพใจ ก่อนส่งต่อซีรีส์ “คลินิก Fix ใจ (Fix You, Fix Me)” เริ่ม 4 กันยายนนี้ ทางช่อง 7HD กด 35

เพราะ “สุขภาพใจ” เป็นเรื่องที่ใกล้ตัวกว่าที่คิด ช่อง 7HD จับมือ กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ และ บริษัท แฟลทไฟว์ อินเตอร์ มีเดีย จำกัด จัดงานแถลงข่าวและเสวนาสุขภาพใจ “ฟังเสียงหัวใจไปด้วยกัน” จากซีรีส์ “คลินิก Fix ใจ (Fix You, Fix Me)” เปิดพื้นที่ให้ผู้เชี่ยวชาญ คนบันเทิง คุณครู นักเรียน นักศึกษา และอาจารย์ ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพจิต โดยเฉพาะประเด็น ความรุนแรงในครอบครัวและในสังคม พร้อมชวนทุกคนกลับมารับฟังความรู้สึกของตัวเองและคนรอบข้าง ภายใต้แนวคิด “เพราะการรับฟังด้วยความเข้าใจ อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเยียวยาหัวใจใครบางคน” ก่อนส่งต่อซีรีส์ดราม่าอบอุ่นหัวใจเรื่อง “คลินิก Fix ใจ (Fix You, Fix Me)” ที่จะพาผู้ชมไปทำความเข้าใจเรื่องสุขภาพใจผ่านเรื่องราวของตัวละคร เริ่มตอนแรกวันศุกร์ที่ 4 กันยายนนี้ เวลา 15.00 น. ทางช่อง 7HD กด 35

งานนี้ได้รับเกียรติจาก คุณพัฒนพงค์ หนูพันธ์ กรรมการผู้จัดการช่อง 7HD และ ดร.ธนกร ศรีสุขใส ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ร่วมเป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย รศ. นพ.สุริยเดว ทรีปาตี หรือ คุณหมอเดว ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) และกุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กและวัยรุ่น ที่ปรึกษาด้านจิตวิทยาเพื่อความถูกต้องของเนื้อหาซีรีส์ และร่วมแสดงใน “คลินิก Fix ใจ” รับหน้าที่วิทยากรในหัวข้อ “ความรุนแรงในครอบครัวและในสังคม” ถ่ายทอดความรู้และมุมมองเกี่ยวกับผลกระทบของความรุนแรงต่อสภาพจิตใจ รวมถึงชวนสังคมหันมาใส่ใจและรับฟังกันมากขึ้น

ภายในงานบรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่น เปิดโอกาสให้ คุณครู นักเรียน นักศึกษา และอาจารย์ จากโรงเรียนอัสสัมชัญ ดีกรีแชมป์วอลเลย์บอลนักเรียน แชมป์กีฬา 7HD 2026, โรงเรียนเทพศิรินทร์ ร่มเกล้า, โรงเรียนราชวินิตบางเขน ตลอดจนมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา และมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้ร่วมพูดคุยและแลกเปลี่ยนมุมมองอย่างเป็นกันเอง มีคุณหมอเดว ช่วยไขคำตอบได้อย่างตรงจุด และ แชมป์–ศรัณภัสร์ ตั้งไพศาลธนกุล ผู้ประกาศข่าว รับหน้าที่ดำเนินรายการ

พร้อมกันนี้ เหล่านักแสดงยังร่วมส่งต่อ “เสียงจากหัวใจ” นำโดยสองนักแสดงเพื่อนซี้ พิ้งค์พลอย–ปภาวดี ชาญสมอน และ ปูเป้–เกศรินทร์ น้อยผึ้ง ร่วมด้วย น้ำหนึ่ง–มิลิญ วาทินธนะกิจ จากซีรีส์ “4 ELEMENTS บ้านวาทินวณิช” เรื่อง “โซ่รักอัคนี” และ เขม–เขมคุณ บรรณพรรณ จากซีรีส์ “คลินิก Fix ใจ” มาร่วมแชร์มุมมองสะท้อนและเชื่อมโยงประเด็น “สุขภาพใจ” ให้เข้ากับประสบการณ์จริงของคนแต่ละคนได้อย่างลงตัว

นอกจากนี้ยังมี คุณบัณฑิต ทองดี ผู้กำกับการแสดง พร้อมด้วย คุณปิยรส สุนทรวิภาต เจ้าของนามปากกา “สายขิม” ผู้เขียนบทโทรทัศน์ ทีมสร้างสรรค์ซีรีส์ “คลินิก Fix ใจ”  ตลอดจน บีม–วรานิษฐ์ จิราโรจน์เจริญ นักแสดงรับเชิญ และเหล่านักแสดงเด็ก ที่มาร่วมสร้างสีสัน เติมเต็มบรรยากาศแห่งการเรียนรู้และแบ่งปันอย่างอบอุ่น พร้อมด้วย เอล่า นีรชา ไทยซูเปอร์โมเดล 2024 และ ดิว ศุภกฤต ศิลปิน TSM Management ภายใต้สังกัด ช่อง 7HD เข้าร่วมฟัง

สำหรับ “คลินิก Fix ใจ (Fix You, Fix Me)” เป็นซีรีส์ดราม่าอบอุ่นหัวใจที่หยิบเรื่องราวของผู้คนและปัญหาด้านจิตใจที่สามารถเกิดขึ้นได้ในชีวิตประจำวันมาถ่ายทอด เพื่อชวนผู้ชมทำความเข้าใจทั้งตัวเองและคนรอบข้าง พร้อมตอกย้ำว่า “ปัญหาสุขภาพจิตไม่ใช่เรื่องไกลตัว” และการรับฟังโดยไม่ตัดสิน อาจเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการเยียวยาหัวใจ

เตรียมพบกับเรื่องราวที่จะพาทุกคนมาร่วม “ฟังเสียงหัวใจ” และเติมความเข้าใจให้กัน ในซีรีส์ “คลินิก Fix ใจ (Fix You,     Fix Me)” ทุกวันจันทร์–ศุกร์ เวลา 15.00 น. เริ่มตอนแรก วันศุกร์ที่ 4 กันยายน 2569  ชมสดหน้าจอทางช่อง 7HD กด 35 และชมสดออนไลน์ และรับชมย้อนหลังทาง BUGABOO.TV

‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ งามสง่าในชุดไทยจักรพรรดิ ผงาดบนเวที Miss World 2026

3 กันยายน 2569 เวลา 12:10 น.

“น้ำผึ้ง-กานต์ธีรา” ตัวแทนสาวไทยเจ้าของตำแหน่ง Miss World Thailand 2026 ในลุคชุดไทยจักรพรรดิอันประณีตงดงาม เพื่อถ่ายทอดมรดกทางวัฒนธรรมและความสะคราญแบบไทยสู่สายตาประชาคมโลก ภายใต้แนวคิด “A CELEBRATION OF THAI HERITAGE ON THE WORLD STAGE“

โดย เพจอย่างเป็นทางการ Miss World Thailand ได้เผยภาพ “น้ำผึ้ง-กานต์ธีรา”แสดงให้เห็นถึงความสง่างามเหนือการเวลา ผ้าไหมไทยและงานปักอย่างละเมียดละไม สะท้อนอัตลักษณ์อันทรงคุณค่าและวัฒนธรรมอันอุดมสมบูรณ์ของประเทศไทยได้อย่างเด่นชัด โดยมีทีมงานเบื้องหลังระดับมืออาชีพร่วมสรรค์สร้างผลงาน ซึ่งการปรากฏตัวในลุคนี้ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากแฟนนางงามที่มาร่วมส่งกำลังใจให้เธอทำหน้าที่ตัวแทนประเทศไทยบนเวที Miss World 2026 อย่างภาคภูมิใจ

‘ผู้กองแคท’โชว์ท็อปฟอร์ม! ปูพรมเฟ้นสาวงามครบ 77 จังหวัด เปิดซิงผู้จัดนางสาวไทย แจกไม่อั้น ทั้งผู้จัดระดับจังหวัดและนางสาวไทยผู้คว้ามง

3 กันยายน 2569 เวลา 11:29 น.

แถลงข่าวเปิดตัวเป็นผู้รับสิทธิ์จัดการประกวดนางสาวไทยประจำปี พ.ศ.2570 – พ.ศ.2572 เป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับ “ผู้กองแคท” ร.ต.อ.หญิง ดร.อาทิติยา เบ็ญจะปัก ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แคท ยูนีค จำกัด พร้อมประกาศความพร้อมจัดการประกวด “นางสาวไทย 2570” ภายใต้คอนเซปต์ “MISS THAILAND 2027: THE GOLDEN ERA ยุคทองบทใหม่ของนางสาวไทย” ปักธงเฟ้นหาผู้หญิงยุคใหม่จากครบ 77 จังหวัด พร้อมยืนยันทุกขั้นตอนต้องสุจริต โปร่งใส เป็นธรรม และตรวจสอบได้ งานแถลงข่าวจัดขึ้น ณ BTS VISIONARY PARK ชั้น 33 โดยได้รับเกียรติจาก พล.ร.อ.ปกครอง มนธาตุผลิน นายกสมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร พันธมิตร ผู้สนับสนุน รุ่นพี่นางสาวไทย และสื่อมวลชนเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง มี “แคน” อติรุจ กิตติพัฒนะ รับหน้าที่พิธีกร

งานนี้ผู้กองแคทจัดเต็มสมฐานะ แคท ยูนีค เปิดงานด้วยโชว์พิเศษ “VOICES OF THE GOLDEN ERA” สะท้อนเสียงและความคาดหวังของคนไทยที่อยากเห็น “นางสาวไทย” เป็นมากกว่าผู้หญิงที่มีความงาม ก่อนเปิดตัว “ผู้กองแคท” ในฐานะผู้รับฟังทุกเสียงของประชาชน พร้อมประกาศวิสัยทัศน์ยกระดับนางสาวไทยให้เป็น “เวทีแห่งโอกาส” สำหรับผู้หญิงที่มีความคิด ความสามารถ มีหัวใจเพื่อสังคม และพร้อมใช้ศักยภาพของตนเองสร้างประโยชน์ให้ประเทศ

ผู้กองแคท ร.ต.อ.หญิง ดร.อาทิติยา เบ็ญจะปัก ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แคท ยูนีค จำกัด และผู้ได้รับสิทธิ์จัดการประกวดนางสาวไทยปี พ.ศ.2570 – ปี พ.ศ.2572 กล่าวว่า “ทุกเสียงที่แคทได้รับฟังล้วนมีความหมาย เพราะวันนี้คนไทยไม่ได้รอคอยเพียงผู้หญิงที่มีความงดงาม แต่กำลังรอคอยผู้หญิงที่มีความคิด มีความสามารถ มีหัวใจเพื่อสังคม และพร้อมใช้พลังของตัวเองสร้างประโยชน์ให้กับประเทศ สำหรับแนวคิด THE GOLDEN ERA จะขับเคลื่อนผ่าน 3 แกนหลัก ประกอบด้วย E-EMPOWER สร้างพลัง สร้างโอกาส และสร้างผู้นำหญิง, R-REPRESENT เป็นตัวแทนของเสียง ความหลากหลาย และความภาคภูมิใจจาก 77 จังหวัด และ A-ADVANCE ยกระดับนางสาวไทยให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างสง่างาม การประกวดปีนี้จะเปิดโอกาสให้ผู้หญิงจากทั้ง 77 จังหวัดได้นำเสนออัตลักษณ์ วัฒนธรรม วิถีชีวิต การท่องเที่ยว ภูมิปัญญา และ Soft Power ของบ้านเกิด ควบคู่กับการลงพื้นที่รับฟังปัญหาและความต้องการของประชาชน เพื่อทำหน้าที่เป็น “ตัวกลาง” นำเสียงของชุมชนไปเชื่อมโยงกับภาครัฐ ภาคเอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องการมีเสียงไม่ได้สำคัญเพียงว่าเราจะพูดอะไร แต่สำคัญว่าเราจะใช้เสียงนั้นเพื่อใคร เราอยากให้นางสาวไทยทำให้เรื่องที่ควรถูกมองเห็นได้รับการมองเห็น และเสียงที่ควรถูกได้ยินได้รับการรับฟัง สำหรับการมอบสิทธิ์จัดการประกวดนางสาวไทย 2570 จะเปิดรับในรูปแบบ ระดับจังหวัดเท่านั้น ครอบคลุมทั่วประเทศ โดยคุณสมบัติ หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และขั้นตอนการสมัครจะประกาศผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการ เพื่อให้ผู้สนใจทุกฝ่ายได้รับข้อมูลอย่างเท่าเทียม ไม่มีการแบ่งพรรคแบ่งพวก และใช้มาตรฐานเดียวกันทุกจังหวัดและสำหรับใครที่สนในสามารถลงทะเบียนโดนการสแกนคิวอาร์โค้ดและกรอกข้อมูลในกูเกิล ฟอร์มไว้ได้เลย ใครลงก่อนมีสิทธิ์ก่อนโดยสามารถติดตามข้อมูลได้ทุกแพลทฟอร์มออนไลน์ของนางสาวไทย 2570-Miss Thailand The Golden Era ค่ะ

สำหรับรางวัลของผู้คว้าตำแหน่ง นางสาวไทย ประจำปี 2570 เตรียมมอบมงกุฎเกียรติยศและสายสะพาย เงินรางวัล 1 ล้านบาท รถยนต์ไฟฟ้า EV จำนวน 1 คัน พร้อมที่พักตลอดระยะเวลาดำรงตำแหน่ง 1 ปี รวมถึงโอกาสก้าวเข้าสู่วงการบันเทิง งานพรีเซนเตอร์ การเป็น Brand Ambassador และการเข้าร่วมกิจกรรมระดับประเทศนอกจากนี้ ผู้ดำรงตำแหน่งนางสาวไทยและรองนางสาวไทยทั้ง 4 อันดับ จะได้รับการพัฒนาด้านบุคลิกภาพ ภาวะผู้นำ การสื่อสาร การพูดในที่สาธารณะ และการสร้าง Personal Branding เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การทำงานระดับมืออาชีพและต่อยอดเส้นทางอาชีพในอนาคตค่ะ” ผู้กองแคท ร.ต.อ.หญิง ดร.อาทิติยา กล่าวทิ้งท้าย

ภายในงานยังมีรุ่นพี่นางสาวไทยร่วมส่งต่อพลังและประสบการณ์ นำโดย สาวิณี ปะการะนัง นางสาวไทย 2527, จิรกิตติยา บุญครองทรัพย์ นางสาวไทย 2546, ณัฐพิชร พงษ์ประพันธ์ นางสาวไทย 2563, พนิดา เขื่อนจินดา นางสาวไทย 2567 พร้อมโชว์พิเศษประกอบเพลง “เธอคือ…นางฟ้า” จากคุณที เจ็ทเซ็ตเตอร์ สร้างบรรยากาศสุดประทับใจ​

ขณะที่ พล.ร.อ.ปกครอง มนธาตุผลิน นายกสมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า “สมาคมฯ พิจารณามอบสิทธิ์ให้บริษัท แคท ยูนีค จำกัด จากวิสัยทัศน์ ความพร้อม ประสบการณ์ และแผนดำเนินงานที่มีความเข้าใจในคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของเวที พร้อมรักษาความสง่างามและความน่าเชื่อถือ ควบคู่กับการพัฒนาให้สอดคล้องกับบทบาทของผู้หญิงไทยในยุคปัจจุบัน”

สำหรับผู้สนใจรับสิทธิ์การประกวดระดับจังหวัด หรือผู้สนใจประกวดนางสาวไทย สามารถสอบถามข้อมูลได้ที่ช่องทางออนไลน์สามารถติดตามรายละเอียดผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการของบริษัท แคท ยูนีค จำกัด และกองประกวดนางสาวไทย “นางสาวไทย 2570 – Miss Thailand The Golden Era” ได้ทุกแพลทฟอร์ม