ถันยรักษ์ฯ และทรูปลูกปัญญา เปิดค่าย “Thanyarak Camp 2025” สร้างผู้นำรุ่นใหม่จากราชภัฏทั่วประเทศ ขับเคลื่อนภารกิจพิชิตมะเร็งเต้านม

ถันยรักษ์ฯ และทรูปลูกปัญญา เปิดค่าย “Thanyarak Camp 2025”  สร้างผู้นำรุ่นใหม่จากราชภัฏทั่วประเทศ ขับเคลื่อนภารกิจพิชิตมะเร็งเต้านม

ถันยรักษ์ฯ และทรูปลูกปัญญา เปิดค่าย “Thanyarak Camp 2025” สร้างผู้นำรุ่นใหม่จากราชภัฏทั่วประเทศ ขับเคลื่อนภารกิจพิชิตมะเร็งเต้านม

วันศุกร์ ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 14.16 น.

มูลนิธิถันยรักษ์ ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี โดยมีสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงดำรงตำแหน่งประธานกิตติมศักดิ์ โดย บุษดี เจียรวนนท์ กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิฯ เป็นประธานเปิดค่ายพัฒนาศักยภาพผู้นำชมรมถันยรักษ์ “Thanyarak Camp 2025” ซึ่งได้ร่วมกับทรูปลูกปัญญา เพื่อเสริมสร้างความรู้ ทักษะ และแรงบันดาลใจให้แก่นักศึกษาและคณาจารย์ตัวแทนชมรมถันยรักษ์จากมหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศกว่า 150 คน จาก 38 แห่ง นับเป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนงานรณรงค์ป้องกันมะเร็งเต้านมในชุมชนอย่างต่อเนื่องตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ช่วยผลักดันให้ผู้หญิงไทยเข้าถึงความรู้เรื่องการตรวจเต้านมด้วยตนเอง (Breast Self-Examination หรือ BSE) เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากมะเร็งเต้านมได้ตั้งแต่ระยะแรกเริ่ม ลดโอกาสการลุกลามของโรค เพิ่มโอกาสเข้ารับการรักษาได้อย่างทันท่วงที

นพ.ธรรมนิตย์ อังศุสิงห์ กรรมการมูลนิธิฯ,  บุษดี เจียรวนนท์ กรรมการและเลขาธิการ มูลนิธิ (ที่ 3-4 จากซ้าย) พร้อมด้วยนพ.เฉลิมเดช กรรณวัฒน์, นพ.ชลทิศ อุไรฤกษ์กุล และผู้แทนจากสถาบันราชภัฏที่เข้าร่วมกิจกรรม

บุษดี เจียรวนนท์ กรรมการและเลขาธิการ มูลนิธิถันยรักษ์ฯ และประธานโครงการภารกิจพิชิตมะเร็งเต้านม ชมรมถันยรักษ์ประจำมหาวิทยาลัยราชภัฏ กล่าวว่า “นักศึกษาชมรมถันยรักษ์เป็นพลังของคนรุ่นใหม่ที่เปี่ยมด้วยความคิดสร้างสรรค์ ความตั้งใจ และหัวใจที่อยากช่วยเหลือสังคม ซึ่งนับเป็นสิ่งที่น่าชื่นชมกับบทบาทสำคัญที่สามารถนำความรู้เกี่ยวการป้องกันภัยมะเร็งเต้านมและการตรวจเต้านมด้วยตนเองอย่างที่ถูกต้องไปส่งต่อสู่ชุมชนได้จริง นอกจากนี้มูลนิธิถันยรักษ์ฯ ยังขอเชิญชวนให้ทุกคนหันมาใส่ใจแนวคิด The Power of Self-Love เพราะการดูแลสุขภาพของตนเองไม่ได้เป็นเพียงเรื่องส่วนตัวของเราอีกต่อไปแต่คือของขวัญที่เรามอบให้กับคนที่เรารักให้เราได้อยู่ดูแลกันไปอย่างยาวนาน นักศึกษารุ่นใหม่คือความหวังของเราในการขยายพลังนี้ออกไปสู่ชุมชนและเป็นกำลังสำคัญที่จะช่วยปกป้องผู้หญิงไทยจากมะเร็งเต้านมได้มากขึ้นอีกด้วย เพราะการสร้างผู้นำหนึ่งคน คือการสร้างการเปลี่ยนแปลงให้อีกหลายร้อยชีวิตในชุมชน Thanyarak Camp 2025 จึงไม่ใช่เพียงค่ายฝึกอบรม แต่คือการต่อยอดภารกิจ “พิชิตมะเร็งเต้านม” ด้วยพลังของคนรุ่นใหม่อย่างแท้จริง เพื่อให้ผู้หญิงไทยทุกคนมีโอกาสเข้าถึงความรู้และการป้องกันที่เท่าเทียม และสร้างสังคมที่ปลอดภัยยิ่งขึ้นในระยะยาว”

บุษดี เจียรวนนท์

ทั้งนี้ ภายในค่ายเต็มไปด้วยบรรยากาศการเรียนรู้เชิงลึกและพลังตั้งใจของคนรุ่นใหม่ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้เรียนรู้จากเวทีเสวนาทางการแพทย์ด้านสุขภาพผู้หญิงอย่างหลากหลายทั้งในเรื่องโรคมะเร็งเต้านม โดย นพ.เฉลิมเดช กรรณวัฒน์ แพทย์ประจำศูนย์ถันยรักษ์ และรองประธานโครงการภารกิจพิชิตมะเร็งเต้านม ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคมะเร็งเต้านม รวมถึงโรคมะเร็งปากมดลูก โดย ผศ.พญ.ณิชมน ภาคย์ภิญโญ อาจารย์ประจำภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ช่วยให้ผู้เข้าร่วมเข้าใจทั้งมิติการป้องกัน การดูแล และการเฝ้าระวังสุขภาพของผู้หญิงอย่างถูกต้อง

อ.บุญเกียรติ พุทธา ให้ความรู้ด้านการออกแบบกิจกรรมและสื่อรณรงค์

นอกจากความรู้ทางการแพทย์แล้ว ค่ายยังต่อยอดมิติการสื่อสารเชิงรณรงค์ให้ทรงพลังยิ่งขึ้น ผ่านการสร้างแรงบันดาลใจในการผลิตคอนเทนต์เพื่อสุขภาพ โดย แม็กซีน – อินทิพร แต้มสุขิน คอนเทนต์ครีเอเตอร์สายสุขภาพ เจ้าของช่อง “Maxdicine” ที่มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์การเล่าเรื่องสุขภาพให้น่าสนใจ เข้าถึงคนรุ่นใหม่ได้จริง พร้อมกันนี้ ทรูปลูกปัญญายังได้เสริม “อาวุธทางความคิด” ด้วยองค์ความรู้ด้านการสื่อสารเชิงรณรงค์ การออกแบบสื่อสร้างสรรค์ และการใช้สื่อออนไลน์อย่างมีประสิทธิภาพ โดย อ.บุญเกียรติ พุทธา ผู้เชี่ยวชาญและที่ปรึกษาด้าน Digital Marketing & e-Commerce จากทรู ดิจิทัล อะคาเดมี่ เพื่อให้ผู้นำชมรมฯ สามารถออกแบบกิจกรรมและสื่อรณรงค์ให้เข้าถึงชุมชนเป้าหมายได้อย่างลึกซึ้งและต่อเนื่อง ภายในค่ายยังมีกิจกรรมทีมเวิร์กที่ช่วยเชื่อมโยงและยกระดับเครือข่ายผู้นำชมรมถันยรักษ์ระหว่างมหาวิทยาลัยให้แข็งแรงยิ่งขึ้น เปิดพื้นที่ให้ตัวแทนคณะทำงานได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์การรณรงค์ในชุมชน พร้อมรับคำแนะนำเพื่อการต่อยอดจาก นพ.ชลทิศ อุไรฤกษ์กุล อดีตผู้ทรงคุณวุฒิ กรมอนามัย เสริมมุมมองเชิงปฏิบัติให้การขับเคลื่อนงานในแต่ละพื้นที่มีประสิทธิผลมากขึ้น

นพ.เฉลิมเดช กรรณวัฒน์ และ พญ.ณิชมน ภาคย์ภิญโญ ให้ข้อมูลการป้องกัน การดูแล และการเฝ้าระวังสุขภาพของผู้หญิงอย่างถูกต้อง

นอกจาก องค์ความรู้และกิจกรรมเข้มข้นแล้ว Thanyarak Camp 2025 ยังมุ่งสร้าง “ผู้นำการเปลี่ยนแปลง” ในชุมชนท้องถิ่น ผู้ที่ผ่านการอบรมได้นำความรู้กลับไปขยายผลในพื้นที่ของตนอย่างต่อเนื่อง ถ่ายทอดให้คนในชุมชนกว่า 38 แห่งทั่วประเทศสามารถตรวจเต้านมด้วยตนเองเพื่อคัดกรองความผิดปกติเบื้องต้น เพราะ “การสร้างผู้นำหนึ่งคน คือการเปลี่ยนแปลงให้กับอีกหลายร้อยชีวิตในชุมชน” ค่ายฯ แห่งนี้จึงไม่ใช่เพียงค่ายฝึกอบรม แต่คือการสานต่อภารกิจ “พิชิตมะเร็งเต้านม” ด้วยพลังของคนรุ่นใหม่อย่างแท้จริง มุ่งให้ผู้หญิงไทยทุกคนมีโอกาสเข้าถึงความรู้และการป้องกันที่เท่าเทียม พร้อมร่วมกันสร้างสังคมที่ปลอดภัยและยั่งยืนในระยะยาว

มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ จัดโครงการบวชหมู่ 93 รูป น้อมถวายพระราชกุศลแด่ องค์พระบรมราชินูปถัมภ์

มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ จัดโครงการบวชหมู่ 93 รูป  น้อมถวายพระราชกุศลแด่ องค์พระบรมราชินูปถัมภ์

มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ จัดโครงการบวชหมู่ 93 รูป น้อมถวายพระราชกุศลแด่ องค์พระบรมราชินูปถัมภ์

วันศุกร์ ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 14.12 น.

พลอากาศเอก ชลิต  พุกผาสุข องคมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโครงการเพื่อเตรียมจัดบรรพชาอุปสมบทหมู่  93 รูป เพื่อน้อมอุทิศถวายพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง องค์พระบรมราชินูปถัมภ์ มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชนฯ  เมื่อเร็วๆนี้  ที่ทำเนียบองคมนตรี โดยมีผู้ร้วมระชุม อาทิ พระอธิการ ธาตุ อธิปัญโญ, ม.ร.ว.พร้อมฉัตร สวัสดิวัตน์, สวัสดิ์ หอรุ่งเรือง, อัญชลี ชวนิชย์, โชตินรินทร์ เกิดสม, พล.ต.อ.นิสสัย บุญศิริ, พล.ต.ท.อรรถกฤษณ์  ธารีฉัตร, พล.อ.ท.แมนสรวง สุวรรณ และ ดร.พรชัย  มงคลวนิช ร่วมประชุม ณ ห้องประชุมทำเนียบองคมนตรี เมื่อเร็วๆ นี้

การเสด็จสู่สวรรคาลัยของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม ที่ผ่านมา นำความเศร้าสลดใจและอาลัยเป็นยิ่งนักต่อพสกนิกรชาวไทยทั่วประเทศและที่อาศัยอยู่ทั่วโลก  ด้วยทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อประโยชน์สุขของพสกนิกรชาวไทยมาช้านาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการศึกษาของเยาวชนผู้ยากไร้ และด้อยโอกาสทั่วประเทศ พระองค์ทรงเล็งเห็นว่าการศึกษาคือกุญแจสำคัญแห่งการพัฒนา จึงได้พระราชทานทุนการศึกษาและทรงอุปถัมภ์โครงการต่างๆ จำนวนมากเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชนทั่วประเทศ ด้วยพระเมตตาธิคุณและพระปรีชาสามารถอันเป็นเลิศ พระองค์จึงทรงเป็นแบบอย่างแห่งความเสียสละ ความเพียร และพระเมตตาธรรม กับทั้งทรงเป็นแบบอย่างแห่งความศรัทธา และทรงอุปถัมภ์ค้ำจุนพระพุทธศาสนาอย่างหาที่สุดมิได้ เพื่อให้พระพุทธศาสนามั่นคงสถาพรสืบไป และยังทรงเป็นประดุจดั่งศูนย์รวมแห่งพระเมตตากรุณาอันเปี่ยมล้นและพระสง่างามอันมั่นคงไม่สั่นคลอน  

เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชน ในพระบรมราชินูปถัมภ์ จึงร่วมกับ วัดเทพประทานอธิพร กระทรวงมหาดไทย กองทัพอากาศ กรมประชาสัมพันธ์ จังหวัดจันทบุรี และมหาวิทยาลัยต่างๆ จัดโครงการบรรพชาอุปสมบทหมู่ 93 รูป เพื่อน้อมอุทิศถวายพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง องค์พระบรมราชินูปถัมภ์ มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชนฯ ณ อาคารสมเด็จองค์ปฐม วัดเทพประทานอธิพร อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี ระหว่างวันที่  27  กุมภาพันธ์  9 มีนาคม 2569 โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

อาคารสมเด็จองค์ปฐม สถานที่จัดพิธีบรรพชานี้ เป็นอาคารประวัติศาสตร์และทรงคุณค่ายิ่งเนื่องจากประดิษฐานพระสมเด็จองค์ปฐม (พระพุทธเมตตา) “หนี่งเดียวในโลก” ที่จัดสร้างเพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จไปทรงประกอบพิธีสมโภชองค์พระ เมื่อเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา 

จึงขอเชิญประชาชนทั่วไป และบุคคลากรจากหน่วยงานต่างๆ มีส่วนร่วมถวายพระราชกุศลร่วมบรรพชาอุปสมบทน้อมถวายพระราชกุศลแด่พระองค์ท่านโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย  โดยติดต่อขอสมัครได้ที่ วัดเทพประทานอธิพร ไลน์ไอดี  @377zuaok  และหมายเลขโทรศัพท์  084-9959549  หมดเขตรับสมัครวันที่ 31 มกราคม 2569       

ผู้ประสงค์จะเป็นเจ้าภาพโครงการถวายพระราชกุศลฯ ติดต่อได้ที่กรรมการทุกท่าน หรือที่ไลน์ไอดี 080-4042493 หรือนำเงินเข้าบัญชีมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ ธนาคารไทยพาณิชย์ เลขที่บัญชี 404-204226-6  (ลดหย่อนภาษีได้)

เชียงใหม่จัดงาน เปรู – ลานนา ไนท์ (Peru–Lanna Nights) ฉลอง 60 ปี ความสัมพันธ์ไทย–เปรู

เชียงใหม่จัดงาน เปรู – ลานนา ไนท์ (Peru–Lanna Nights) ฉลอง 60 ปี ความสัมพันธ์ไทย–เปรู

เชียงใหม่จัดงาน เปรู – ลานนา ไนท์ (Peru–Lanna Nights) ฉลอง 60 ปี ความสัมพันธ์ไทย–เปรู

วันศุกร์ ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 13.41 น.

สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเปรูจัดงาน Peru–Lanna Nights จัดฉลองครบรอบ 60 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–เปรู โดยมี มิสซีซิเลีย กาลาร์เร็ตต้า เอกอัครราชทูตเปรู นายศรัณย์ เจริญสุวรรณ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ดร.หม่อมหลวงปรียพรรณ ศรีธวัช กงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์ เปรูฯ และมิสเตอร์อาร์โนด์ แบรีล ผู้จัดการทั่วไปโรงแรมอนันตรา เชียงใหม่เข้าร่วม ด้วยการจัดดินเนอร์อาหารเปรู-ไทยล้านนา ระหว่างเชฟ อาเบล ออร์ตีซ อัลบาเรซ ชาวเปรู และ เชฟไทย นาถฤทัย เพชรสุวรรณ ถึง 2 คืน  ทำให้งานประสบความสำเร็จอย่างน่าประทับใจ ณ โรงแรมอนันตรา เชียงใหม่    


จากซ้ายไปขวา : นายพัฒนพงศ์ กู้ประเสริฐ, สุวิมล ลิ้มเล็งเลิศ, ดร.หม่อมหลวงปรียพรรณ ศรีธวัช, มาดามวีรี ฐิติปุญญา เจริญสุวรรณ, นายศรัณย์ เจริญสุวรรณ,  มิสซีซิเลีย กาลาร์เร็ตต้า เอกอัครราชทูตเปรูประจำประเทศไทย, มร.อาร์โนด์ แบรีล, จุฬาลักษณ์ เศรษฐกร และ  มร.มาร์ติน อบาร์กา

จากน้ำพระทัย…สู่ความปลอดภัยในชายแดน

จากน้ำพระทัย...สู่ความปลอดภัยในชายแดน

จากน้ำพระทัย…สู่ความปลอดภัยในชายแดน

วันศุกร์ ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 07.00 น.

จากสถานการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาที่ได้ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของกำลังพลและพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ตลอดแนวชายแดน ศ.ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทรงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และพระราชทานความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนและเป็นรูปธรรม ดังพระประสงค์ในการจัดตั้ง “กองทุนหทัยทิพย์” ภายใต้มูลนิธิจุฬาภรณ์ โดยทรงดำรงตำแหน่งเป็นประธานกรรมการบริหารกองทุนฯ และทรงเป็นประธานเปิดโครงการกองทุนหทัยทิพย์ ภายใต้มูลนิธิจุฬาภรณ์อย่างเป็นทางการ พร้อมพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์จำนวนเงิน 1,000,000 บาท ให้แก่กองทุนฯ เพื่อเป็นทุนตั้งต้นในการดำเนินกิจกรรม หรือโครงการสาธารณประโยชน์ด้านต่าง ๆ เมื่อวันที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2568 ณ ศูนย์ประชุมสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ และได้พระราชทานเพิ่มเติมอีก 20,000,000 บาทในโอกาสต่อมา

ด้วยทรงห่วงใยในความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของกำลังพลและประชาชนที่อาศัยอยู่ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่สงบในชายแดนที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ทรงมีพระกรุณาธิคุณสนับสนุนด้านงบประมาณจากการระดมทุนผ่าน “กองทุนหทัยทิพย์” ภายใต้มูลนิธิจุฬาภรณ์ รวมเป็นจำนวนเงิน 121,089,300 บาท สำหรับเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการก่อสร้างสิ่งป้องกันภัยต่าง ๆ ตลอดแนวชายแดนไทย-กัมพูชา โดยโครงการก่อสร้างฯ จากการสนับสนุนของกองทุนหทัยทิพย์ ภายใต้การกำกับดูแลของ 2 หน่วยงานหลัก ได้แก่ กองบัญชาการกองทัพไทย (บก.ทท.) และกองทัพบก (ทบ.) ซึ่งมีภารกิจที่ต้องดำเนินการก่อสร้างอย่างเร่งด่วน อาทิ การสร้างถนนตรวจการณ์ การสร้างรั้วชายแดน และการก่อสร้างที่มั่นกำบัง (บังเกอร์) และหลุมหลบภัยสำหรับประชาชน โดยมีรายละเอียดผลการดำเนินงาน ดังนี้

1.             การสร้างถนนตรวจการณ์และรั้วชายแดน ระยะทางรวม 8 กิโลเมตร

2.             การก่อสร้างที่มั่นกำบัง (บังเกอร์) ในพื้นที่เสี่ยงภัยทุกจังหวัดรวมทั้งสิ้น 428 แห่ง

3.             การก่อสร้างหลุมหลบภัยสำหรับประชาชนขนาดความจุ 40 คน และ 60 คน ในพื้นที่เสี่ยงภัยทุกจังหวัด รวมทั้งสิ้น 41 แห่ง

ทั้งนี้ จากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่บริเวณชายแดนที่ผ่านมา หลุมหลบภัยและที่มั่นกำบัง (บังเกอร์) จากกองทุนหทัยทิพย์ ที่สร้างในจังหวัดชายแดนทั้ง 7 จังหวัด ทำให้เกิดความปลอดภัยแก่กำลังพลแนวหน้าเป็นอย่างมาก และยังเป็นประโยชน์แก่ชุมชนในพื้นที่ แม้ประชาชนส่วนหนึ่งจะอพยพไปยังศูนย์พักพิงแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ยังต้องอยู่ดูแลทรัพย์สินและความปลอดภัยของพื้นที่ หลุมหลบภัยจากกองทุนหทัยทิพย์ จึงมีบทบาทสำคัญในการยกระดับความปลอดภัย และเป็นที่พึ่งสำคัญของประชาชน เมื่อเกิดเหตุภัยคุกคามตามแนวชายแดน นับเป็นพระกรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่ทรงเล็งเห็นถึงความเดือดร้อน และความจำเป็นของประชาชนในพื้นที่ชายแดนอย่างแท้จริง การก่อสร้างหลุมหลบภัยดังกล่าวจึงไม่เพียงเป็นโครงสร้างด้านความมั่นคง หากแต่เป็นที่พึ่งและสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม

ศ.ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี พระราชทานงบประมาณจากกองทุนหทัยทิพย์ แก่ พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด

กองทุนหทัยทิพย์ ยังคงมุ่งมั่นดำเนินงานเพื่อการบรรเทาทุกข์ และสร้างประโยชน์สุขสู่ชายแดนอย่างต่อเนื่อง ผู้ประสงค์ร่วมบริจาคสามารถสมทบทุนผ่านธนาคารกรุงเทพ สาขาหลักสี่พลาซ่า ชื่อบัญชี เงินกองทุนหทัยทิพย์ ประเภทบัญชีกระแสรายวัน เลขที่บัญชี 229-3-03266-6 และประเภทบัญชีสะสมทรัพย์ เลขที่บัญชี 229-4-29977-7  หรือสแกน QR Code ผ่านระบบ e-Donation ทั้งนี้ เงินบริจาคสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Fanpage : กองทุนหทัยทิพย์ LINE Official @hataitipfund  หรือ สำนักงานกองทุนหทัยทิพย์ ชั้น 1 อาคารวิจัยเคมี สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ โทร. 0-2553-8616-19 ในวันและเวลาทำการ

พระราชทานงบประมาณสำหรับการก่อสร้างที่มั่นกำบังและหลุมหลบภัย แก่ พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก

กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ องค์ประธานมูลนิธิสายใจไทยฯ พระราชทานความช่วยเหลือทหารกล้าจากเหตุประทนชายแดน

กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ องค์ประธานมูลนิธิสายใจไทยฯ พระราชทานความช่วยเหลือทหารกล้าจากเหตุประทนชายแดน

กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ องค์ประธานมูลนิธิสายใจไทยฯ พระราชทานความช่วยเหลือทหารกล้าจากเหตุประทนชายแดน

วันศุกร์ ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ  สยามบรมราชกุมารี องค์ประธานมูลนิธิสายใจไทย ในพระบรมราชูป ถัมภ์ ทรงห่วงใยทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากการปะทะบริเวณชายแดนไทย – กัมพูชา ระหว่างวันที่วันที่ 7-21 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา  

ในโอกาสนี้ ทรงมีพระราชกระแสรับสั่งให้มูลนิธิสายใจไทยฯ เข้าไปช่วยเหลือทหารที่บาดเจ็บ โดย นายณรงค์ เทพเสนา ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เป็นผู้แทนมอบเงินพระราชทานเพื่อบำรุงขวัญและกระเช้าแก่กำลังพลบาดเจ็บ รวมจำนวน 5 ราย ที่โรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี  นายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ​ เป็นผู้แทนมูลนิธิฯ มอบเงินพระราชทานช่วยเหลือทายาทแก่มารดาของ พลทหาร ภานุพัฒน์ เสาร์สา และ นายอนันต์​ นาคนิยม​ ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ​ เป็นตัวแทนมูลนิธิฯ มอบเงินช่วยเหลือทายาทของ ..กัมปนาท ทองแสง

ทั้งนี้ มูลนิธิสายใจไทยฯ ยังคงยืนหยัดเคียงข้างทหาร ตำรวจ และอาสาสมัครผู้เสียสละ ด้วยน้ำใจจากคนไทยทั้งประเทศ เพราะทุกการสนับสนุน คือการต่อลมหายใจและความหวังให้กับผู้กล้าและครอบครัว

ASMOPSS ยกระดับการศึกษาไทย สู่เวทีแข่งขันวิชาการระดับนานาชาติ

ASMOPSS ยกระดับการศึกษาไทย สู่เวทีแข่งขันวิชาการระดับนานาชาติ

ASMOPSS ยกระดับการศึกษาไทย สู่เวทีแข่งขันวิชาการระดับนานาชาติ

วันพฤหัสบดี ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 16.50 น.

ดร.ธนากร แผลงเดช (อ.ป้อม) ที่ปรึกษาโครงการแข่งขันวิชาการระดับนานาชาติ ASMOPSS (แอสมอพส์) คณิตศาสตร์นานาชาติ FMC และ ภาษาอังกฤษโอลิมปิก ESOLIO (อีโซลิโอ้) กล่าวถึงความสำเร็จของโครงการในปีนี้ ทุกโครงการทาง Miraah Inter Group  มีความมุ่งมั่นที่ตั้งใจยกระดับการศึกษาของเด็กไทย โดยสร้างสิ่งแวดล้อมที่กระตุ้นให้เด็กๆสนใจและสนุกในการเรียนรู้ คือการสร้างโอกาสให้ทุกคนสามารถเข้าร่วมสอบแข่งขันทางวิชาการระดับชาติ และนานาชาติ จึงนำการแข่งขันที่ได้มาตรฐานได้รับการยอมรับในวงการศึกษาปี 2568 นี้มีโรงเรียนเข้าร่วมเป็นศูนย์ทดสอบความรู้ และนักเรียนร่วมเข้าสอบจากทั่วประเทศเกือบทุกจังหวัด

วันจันทร์ที่ 22 ธันวาคม 2568เป็นวันที่เต็มไปด้วยชื่นชมยินดีกับความสำเร็จของนักเรียนคนเก่ง ทั้งนักเรียนผู้แทนประเทศไทยที่ได้รับรางวัลผู้สร้างชื่อเสียงด้านวิชาการระดับนานาชาติ จากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ศาสตราจารย์ ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ จำนวนทั้งสิ้น 77 คน ประกอบด้วยโครงการ ASMOPSS 32 คน โครงการ FMC 21 คน และโครงการ ESOLIO 24 คน

ซึ่งความสำเร็จนี้เกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนทั้งนักเรียน ผู้ปกครอง ที่ส่งเสริมสนับสนุนด้านการเรียนและการสร้าง Growth Mindset ประกอบกับการศึกษาในระบบที่สร้างพื้นฐานแน่นผนวกกับการเรียนเสริมกับโรงเรียนเอกชนนอกระบบประเภทกวดวิชา โรงเรียนสอนภาษา เพื่อพัฒนาต่อ ยอดสู่การแข่งขันระดับโอลิมปิก ซึ่งอีกบทบาทหนึ่งของผมในฐานะนายกสมาคมผู้บริหารสถานศึกษาเอกชนนอกระบบ (APANE) ที่ได้ทำงานกับโรงเรียนทุกสังกัดของกระทรวงศึกษาธิการ เชื่อมั่นในความร่วมมือและศักยภาพเฉพาะด้านของทั้งโรงเรียนในระบบและโรงเรียนเอกชนนอกระบบ ล้วนเป็นกลไกสำคัญที่ร่วมพัฒนาการศึกษาของเด็กไทยอย่างต่อเนื่องและชัดเจนเสมอมา

นางสาวพรพัชร แผลงเดช ประธานโครงการ ASMOPSS และผู้บริหาร Miraah Inter Group กล่าวถึงผลลัพธ์ที่งดงามนี้เกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐและเอกชน ภาคการศึกษา และหน่วยที่เล็กที่สุดแต่สำคัญที่สุดคือครอบครัว ซึ่งหล่อหลอมและสร้างนักเรียนซึ่งเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าของประเทศชาติ คำกล่าวที่ว่า “เด็กไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก” ไม่เกินจริงเพราะมีเด็กๆ กลุ่มนี้พิสูจน์มาแล้ว

ในวันนี้นอกจากนักเรียนผู้แทนประเทศเข้ารับรางวัลจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ โดยมอบให้ ว่าที่ร้อยตรี ดร.ธนุ วงษ์จินดา โฆษกกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธี และยังมีผู้อำนวยการโรงเรียน ผู้บริหาร ครู ผู้สอน เข้ารับรางวัลเชิดชูเกียรติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพการศึกษาระดับชาติ และระดับนานาชาติ วิชาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และภาษาอังกฤษ พร้อมกันนี้มีนักเรียนจากโรงเรียนทั่วประเทศหลายสังกัดกว่า 60 โรงเรียน เข้ารับถ้วยรางวัลจากการแข่งขันวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และภาษาอังกฤษ ประเภททีมจำนวน 108 ทีม ในพิธีอันทรงเกียรตินี้ด้วยเช่นกัน และมีผู้เข้าร่วมงานจากทั่วประเทศกว่า 800 คน

ดร.ธนากร แผลงเดช กล่าวว่า จริงอยู่ไม่ใช่เด็กทุกคนชื่นชอบการแข่งขันทางวิชาการ แต่เราสามารถสร้างโอกาสและทำให้เกิดบรรยากาศเชิงสร้างสรรค์เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้เด็กๆได้เกิดการอยากเรียนรู้ตามวัยของพวกเขา เราคิดถึงและให้คุณค่ากับการสร้างแรงบันดาลใจและความทรงจำที่ประทับใจ เพื่อเพาะบ่มเมล็ดพันธุ์ของการใฝ่เรียนรู้ให้เกิดในเด็กไทย นอกจากนี้ทางโครงการยังส่งเสริมทักษะด้านอื่นๆเพื่อเป็น Global Citizen ยืนอยู่บนเวทีระดับโลกด้วยความภาคภูมิใจในความเป็นคนไทย การสอบแข่งขันที่ Miraah Inter Group ได้สัมผัสและคัดเลือกสนามสอบที่มีคุณภาพและมาตรฐานเข้ามา ล้วนแล้วแต่เป็นโครงการที่ฝึกทักษะที่นอกเหนือจากวิชาการเพียงอย่างเดียว นักเรียนที่ก้าวสู่เวทีระดับนานาชาติได้ล้วนมีความสามารถรอบด้าน

ในปี 2569 ประเทศไทยได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ASMOPSS (Asian Science & Mathematics Olympiad for Primary and Secondary Schools) จึงอยากขอเชิญชวนโรงเรียนทั่วประเทศ ร่วมส่งนักเรียนเข้าร่วมสอบทั้งรอบประเทศ และคัดเลือกผู้แทนประเทศไทย ดังเช่นทุกปีเพื่อเป็นหนึ่งในความภาคภูมิใจที่ร่วมขับเคลื่อนการศึกษาของเด็กไทยร่วมกัน

อ.มีนา มัญชุมาศ บุญชู โกคิง เลขาธิการ สมาคมผู้บริหารสถานศึกษาเอกชนนอกระบบและCEO บริษัททาเลนท์ดีเทคทีฟ เพราะเราเชื่อว่าเด็กทุกคนมีความสามารถ และคนทุกคนมีช่องทางการเรียนรู้ที่แตกต่างกัน เราจึงใช้เครื่องมือการสแกนลายลายนิ้วมือค้นหาศักยภาพรายบุคคล ให้ครูผู้สอนและคนในครอบครัวได้รู้ช่องทางการเรียนรู้ของเด็ก และสร้างความฝันของเขาให้เป็นจริงผ่านการโค้ช เพื่อไม่ให้เปลี่ยนทิศทาง นำสู่ความสำเร็จสู่อาชีพที่ใช่

ส่วนของงานวันนี้ ในเมื่อเราทราบว่าโซเชียลมีอิทธิพล จึงขอโอกาสและแรงสนับสนุนจากปลายนิ้วของทุกท่านช่วยกันแชร์ ข่าวที่ดีของเยาวชน เพื่อสร้างตัวอย่างของนักเรียนคนเก่งคนดีให้มากที่สุดในทุกๆวัน เราจะได้ร่วมกันส่งเสริมให้เขาได้ซึมซับตัวอย่างที่ดีของเด็กกลุ่มหนึ่งที่ทำให้ดู ให้เห็น ด้วยแรงมุมานะของตนเอง และการสนับสนุนจากสถาบันครอบครัว โรงเรียน และความทุ่มเทของครูผู้สอนทั้งโรงเรียนในระบบและนอกระบบที่ทำงานร่วมกัน จะได้เป็นกำลังใจให้ทุกส่วนที่ร่วมสร้างคนดีคนเก่งต่อไปค่ะ และปีหน้าเรามาร่วมเป็นเจ้าภาพจัดงานใหญ่ต้อนรับเยาวชนจากนานาชาติร่วมกันค่ะ

-(016)

‘เบิร์ด – วุฒิพงศ์’CEO LOOKER จากขายเสื้อผ้ามือสองถนนคนเดินเชียงใหม่สู่แบรนด์สตรีทแฟชั่นระดับประเทศ

'เบิร์ด - วุฒิพงศ์'CEO LOOKER จากขายเสื้อผ้ามือสองถนนคนเดินเชียงใหม่สู่แบรนด์สตรีทแฟชั่นระดับประเทศ

‘เบิร์ด – วุฒิพงศ์’CEO LOOKER จากขายเสื้อผ้ามือสองถนนคนเดินเชียงใหม่สู่แบรนด์สตรีทแฟชั่นระดับประเทศ

วันพฤหัสบดี ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 16.26 น.

LOOKER® คือเรื่องราวของความฝัน ความพยายาม และการไม่ยอมแพ้จากเด็กหนุ่ม “เบิร์ด – วุฒิพงศ์ ดวงธิมา” ที่เริ่มต้นด้วยการขายเสื้อผ้ามือสองบนถนนคนเดินจังหวัดเชียงใหม่ ค่อย ๆ ขยับสู่การค้าขายในตลาดนัด ก่อนจะตัดสินใจสร้างแบรนด์เสื้อผ้าของตัวเองขึ้นมา ด้วยทุนที่มีอยู่อย่างจำกัด แต่เต็มไปด้วยแพสชันและวิสัยทัศน์LOOKER® เริ่มต้นจากเสื้อผ้าเพียงไม่กี่รุ่น ค่อย ๆ พัฒนาและออกแบบจนกลายเป็นแบรนด์ สตรีทแฟชั่นยูนิเซ็กส์ ที่มีคาแรกเตอร์ดุดัน ชัดเจน และแตกต่าง พร้อมคอนเซปต์ที่ยึดมั่นมาตลอด“ราคาหลักร้อย แต่คุณภาพหลักพัน”เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงสไตล์ได้ง่าย และมั่นใจในคุณภาพของสินค้า

ตลอดระยะเวลา 6 ปี LOOKER® เติบโตอย่างรวดเร็วบนโลกออนไลน์ จนกลายเป็นหนึ่งในแบรนด์สตรีทแฟชั่นที่ลูกค้าจดจำได้ทันที ก่อนจะขยายสู่หน้าร้านมากกว่า 34 สาขาทั่วประเทศ ครอบคลุมศูนย์การค้าชั้นนำ อาทิ The Mall, Central และ Robinson ในทุกภูมิภาคของประเทศไทยLOOKER® ไม่ได้เป็นเพียงแค่เสื้อผ้า แต่คือ ไลฟ์สไตล์ ของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการความชัดเจนในตัวตน กล้าที่จะแตกต่าง และมั่นใจในสไตล์ของตัวเอง โดยแบรนด์ยังคงพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อก้าวสู่มาตรฐานใหม่ของวงการสตรีทแฟชั่นไทยLOOKER® ขอขอบคุณลูกค้าทุกคนที่เป็นส่วนหนึ่งของการเติบโต และสนับสนุนแบรนด์เสมอมา

ติดตามข่าวสารและคอลเลกชันใหม่ ๆ ได้ที่
Facebook : Looker
Instagram : LOOKER_CLOTHING
TikTok : @LOOKER.STORE
Shopee : Looker_clothing

#LOOKER
#LOOKERCLOTHING
#LookerStreetwear
#เบิร์ดCEOLooker

คุณแหน: 26 ธันวาคม 2568

คุณแหน: 26 ธันวาคม 2568

คุณแหน: 26 ธันวาคม 2568

วันพฤหัสบดี ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 15.57 น.

ll ปิยพงศ์ ชูวงศ์ ผวจ.ลำพูน เป็นประธานเปิดกิจกรรม “ยกยอครูบาเจ้าศรีวิชัย นักบุญแห่งล้านนา เป็นบุคคลสำคัญของโลก” เพื่อมุ่งประชาสัมพันธ์ประวัติและผลงานของ ครูบาศรีวิชัย สู่การรับรองในวาระครบ 150 ปี ชาตกาล ปี 2571..

ll นายกสมาคมศิษย์เก่าและนักเรียนเก่าในเครือจตุรมิตร ทั้ง 4 สถาบัน ประกอบด้วย สิทธิ ภาณุพัฒนพงศ์ นายกสมาคมนักเรียนเก่าเทพศิรินทร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์,ชัยวัฒน์ โควาวิสารัช นายกสมาคมศิษย์เก่าสวนกุหลาบวิทยาลัยในพระบรมราชูปถัมภ์,สุเมธ สุรบถโสภณ นายกสมาคมศิษย์เก่ากรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย และ พล.ร.อ.ประพฤติพร อักษรมัต นายกสมาคมอัสสัมชัญ พร้อมผู้แทนศิษย์เก่าและนักเรียนเก่าในเครือจตุรมิตร ร่วมส่งมอบถุงสิ่งของจำนวน 500 ถุง จากโครงการจตุรมิตร สามัคคี รวมใจ ช่วยผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ โดยมี พล.ร.ต.สยุมภู ศิริรังษี เป็นผู้แทนกองทัพเรือรับมอบเพื่อนำแจกจ่ายผู้ประสบอุทกภัย อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ต่อไป..

ll ยินดีกับ พรชัย ฐีระเวช ที่ได้เป็นประธานกรรมการ โดยมีคณะกรรมการธนาคารออมสินชุดใหม่ คือ พลจักร นิ่มวัฒนา,นรพรรษ เพ็ชรตระกูล,นัทรียา ทวีวงศ์,รศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย,ศศิธร พลัตถเดช,อนุรักษ์ นิยมเวช,ดร.วิษณุ ตัณฑวิรุฬห์..

ll ดร.การดี เลี่ยวไพโรจน์ แม้มีภารกิจมาก แต่ยังจัดสรรเวลาไปบรรยายให้หลักสูตร LTE#6 ตามคำเชิญของ ดร.จักกนิตต์ คณานุรักษ์..

ll วุฒิเลิศ สุวรรณศรี กก.ผจก.บมจ.ที ไลฟ์ ประกันชีวิต มอบเงินสนับสนุนมูลนิธิรามาธิบดีฯ โดยมี รศ.นพ.ประกาศิต จิรัปปภา และ ผศ.สุพัตรา ลีลาภิวัฒน์ ร่วมรับมอบ..

ll สภามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อนุมัติปริญญาบริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ แก่ ชูวิทย์ จึงธนสมบูรณ์ ซีอีโอ บมจ.นอร์ทอีส รับเบอร์ (NER) โดยจะเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ครั้งที่ 60 ของ ม.เชียงใหม่ 21 ม.ค. 2569 ณ หอประชุม ม.เชียงใหม่..

ll ธีรเชษฐ์ นันท์ศุภวัฒน์ ซีอีโอ บจ.ลานนาคอม มอบเงินบริจาคสมทบทุน มูลนิธิ รพ.สวนดอก เพื่อผู้ป่วยยากไร้ โดยมี ผศ.พญ.พุดตาน วงศ์ตรีรัตนชัย รองคณบดีคณะแพทยศาสตร์ มช. รับมอบ..

llดร.อัจฉรีย์ งามพร้อมสกุล ประธานสภาอุตสาหกรรม จ.สมุทรสาคร พร้อมด้วย ดร.อภิสิทธิ์ เตชะนิธิสวัสดิ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมภาคกลาง เข้าเยี่ยมชมนวัตกรรมการผลิตชิ้นส่วนยางและอะไหล่รถยนต์ ภายใต้แบรนด์ “POP” ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลมานานกว่า 30 ปี ของ บจ.ชลิต อินดัสทรี โดยมี ชวิศ ยงเห็นเจริญ และ มนัสนันท์ เปรมพุฒิพันธ์ ต้อนรับ..

ll มีธรรม ณ ระนอง วันเกิดปีนี้ได้ไปทำบุญที่วัดธาตุทอง วัดใกล้ๆ บ้าน..

ll ศ.นพ.สุรเดช หงส์อิง เลขาธิการกองทุนโรคมะเร็งในเด็กในพระอุปถัมภ์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ชวนทำบุญรับปีใหม่ด้วยการช่วยเหลือผู้ป่วยเด็กโรคมะเร็งยากไร้ โดยบริจาคที่ บช. SCB อ่อนนุช 133-2-08742-3 ใบเสร็จรับเงิน นำไปลดหย่อนภาษีได้โทร.02-7183800..

ll ขอแสดงความเสียใจกับ อัสสเดช คงศิริ กก.และผจก.ตลาดหลักทรัพย์แห่ง ประเทศไทย ที่สูญเสียคุณแม่ ม.ร.ว.อัจฉริยา คงศิริ ผู้สืบสานโขมพัสตร์และคุณค่าผ้าไทย สวดพระอภิธรรมถึง 28 ธ.ค. 18.30 น. ศาลากลางน้ำ วัดเทพศิรินทราวาสแล้วบรรจุ..เจ้าภาพของดหรีด หากร่วมทำบุญสมทบทุนสภากาชาดไทย..

อย. – FoSTAT เปิดตัว “Smart Kids with Good Health” ส่งเสริมโรงเรียนต้นแบบ อย.น้อย เดินหน้าสร้างเยาวชนไทยกินดี สุขภาพดี

อย. - FoSTAT เปิดตัว “Smart Kids with Good Health” ส่งเสริมโรงเรียนต้นแบบ อย.น้อย เดินหน้าสร้างเยาวชนไทยกินดี สุขภาพดี

อย. – FoSTAT เปิดตัว “Smart Kids with Good Health” ส่งเสริมโรงเรียนต้นแบบ อย.น้อย เดินหน้าสร้างเยาวชนไทยกินดี สุขภาพดี

วันพฤหัสบดี ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 14.50 น.

นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีประกาศความร่วมมือระหว่าง สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และสมาคมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางอาหารแห่งประเทศไทย (FoSTAT) เพื่อขับเคลื่อนการเสริมสร้างความรู้ด้านอาหารและโภชนาการแก่เยาวชนไทย ผ่านกิจกรรม “Smart Kids with Good Health” มุ่งส่งเสริมโรงเรียนต้นแบบ อย.น้อย ปลูกฝังเยาวชน ฉลาดเลือก กินดี สุขภาพดี วางรากฐานการดูแลสุขภาพที่ดีตั้งแต่วัยเรียน และต่อยอดสู่คุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนในอนาคต

นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุข ขับเคลื่อนนโยบาย “รอบรู้ เพื่ออยู่อย่างมีคุณภาพชีวิต” โดยยึดหลัก 3 รู้ อยู่รอด คือ รอบรู้ข้อมูลสุขภาพที่ถูกต้อง ตระหนักรู้สถานะสุขภาพของตนเอง และรอบรู้วิธีแก้ปัญหาสุขภาพ เพื่อส่งเสริมให้คนไทยมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน

“การประกาศความร่วมมือระหว่าง อย. และ FoSTAT ในวันนี้ สะท้อนถึงพลังของการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ในการร่วมกันสร้างสังคมแห่งสุขภาวะที่ดีอย่างยั่งยืน มุ่งยกระดับทักษะชีวิตเพื่อสุขภาวะ (Life Skills for Wellbeing) ของเยาวชนไทย ผ่านการเสริมสร้างความรู้ด้านความปลอดภัยอาหารและโภชนาการที่ถูกต้อง ควบคู่กับการพัฒนาทักษะชีวิตเพื่อสุขภาวะอย่างเป็นระบบ พร้อมเปิดโอกาสให้เยาวชนนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ ถ่ายทอดต่อ และร่วมเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมแห่งการบริโภคอย่างมีความรู้ มีความรับผิดชอบ และเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว” นายพัฒนา กล่าว

พวงเพ็ชร์ นิธยานนท์ นายกสมาคม FoSTAT, เภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม – เลขาธิการ อย. และ มธุวลี สถิตยุทธการ ผู้บริหาร ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด

เภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวเพิ่มเติมว่า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนเครือข่ายโรงเรียน อย.น้อย อย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างความรอบรู้ด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพแก่เยาวชนไทย ผ่านการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาควิชาการ สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้ เป็นความร่วมมือภายใต้บันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และสมาคมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางอาหารแห่งประเทศไทย (FoSTAT) โดยได้รับการสนับสนุนจากบริษัท ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) จำกัด ดำเนินกิจกรรม “Smart Kids with Good Health” นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับกิจกรรม อย.น้อย ในโรงเรียน เพื่อขับเคลื่อนนำไปสู่การพัฒนาเป็นนักสื่อสารผลิตภัณฑ์สุขภาพรุ่นใหม่

ทรู คอร์ปอเรชั่น เชิดชู ‘ทรูจิตอาสา’ คว้าโล่รางวัล ‘ซีพีร้อยเรียงความดี 24 ชั่วโมง’ ครั้งที่ 5

ทรู คอร์ปอเรชั่น เชิดชู ‘ทรูจิตอาสา’ คว้าโล่รางวัล ‘ซีพีร้อยเรียงความดี 24 ชั่วโมง’ ครั้งที่ 5

ทรู คอร์ปอเรชั่น เชิดชู ‘ทรูจิตอาสา’ คว้าโล่รางวัล ‘ซีพีร้อยเรียงความดี 24 ชั่วโมง’ ครั้งที่ 5

วันพฤหัสบดี ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 12.07 น.

ทรู คอร์ปอเรชั่น ร่วมพิธีมอบรางวัล “โครงการซีพีร้อยเรียงความดี 24 ชั่วโมง” ครั้งที่ 5 เพื่อเชิดชูเกียรติพนักงานผู้ร่วมช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ โดยมีการมอบโล่ประกาศเกียรติคุณ “ซีพีร้อยเรียงความดี” แก่ผู้สร้างแรงบันดาลใจจากการทำความดีด้วยหัวใจ สะท้อนพลังของคนทำงานที่พร้อมส่งต่อโอกาสให้สังคม และใบประกาศเกียรติคุณ “ซีพีร้อยเรียงความดี 24 ชั่วโมง” โครงการดังกล่าวเกิดจากดำริของ ศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ เพื่อสานต่อเจตนารมณ์ของประธานอาวุโส ธนินท์ เจียรวนนท์ และ ประธานกรรมการ สุภกิต เจียรวนนท์ ที่มุ่งปลูกฝัง “คุณธรรม ความซื่อสัตย์ และความดีงาม” ให้เป็นรากฐานวัฒนธรรมองค์กรอย่างยั่งยืน โดยปีนี้คัดเลือกเรื่องราวความดีรวม 19 เรื่อง แบ่งเป็น 11 เรื่อง ได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณ และ 8 เรื่อง ได้รับใบประกาศเกียรติคุณ ท่ามกลางบรรยา กาศแห่งความปลื้มปีติและความภาคภูมิใจร่วมกัน โดยมี สุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ เครือเจริญโภคภัณฑ์ เป็นผู้มอบใบประกาศเกียรติคุณ “ซีพีร้อยเรียงความดี” ให้แก่ สุวิกรม แก้วสองเมือง วิศวกรจากหน่วยงาน Wire & Wireless, สนอง หยูมุ่ย Head of Regional Network Rollout and Operation และ เสกศักดิ์ ช่อปลอด Head of Regional Operation บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้ร่วมเป็นผู้ปฏิบัติภารกิจลงพื้นที่เสี่ยงภัยเพื่อฟื้นฟูสัญญาณการสื่อสารในพื้นที่ประสบอุทกภัย ให้กลับมาใช้งานได้อีกครั้งโดยเร็ว เพื่อให้ประชาชนยังคงติดต่อสื่อสารและเข้าถึงความช่วยเหลือได้อย่างต่อเนื่อง เรื่องราวดังกล่าวไม่ใช่เพียงการปฏิบัติหน้าที่ในยามวิกฤต หากคืออีกหนึ่งภาพสะท้อนของ “พลังความดี” จากหัวใจของพนักงาน ที่พร้อมเคียงข้างผู้คนและสังคมในวันที่ยากลำบากที่สุด

ในโอกาสเดียวกัน จักรกฤษณ์ อุไรรัตน์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านรัฐกิจสัมพันธ์ บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น เป็นผู้มอบ โล่ประกาศเกียรติคุณ ให้แก่ รมมุก เพียจันทร์ รองหัวหน้าฝ่ายทรูปลูกปัญญา และ สมภพ แสนจุ้ย เจ้าหน้าที่อาวุโสทรูปลูกปัญญา บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น จากผลงานเรื่อง “ปลุกความกล้าสร้างความหวัง เพื่ออนาคตเยาวชน” ซึ่งสะท้อนแนวคิดเรียบง่ายแต่ทรงพลังว่า “การทำดี” ไม่จำเป็นต้องยิ่งใหญ่หรือหวือหวา หากเริ่มต้นได้จากสิ่งเล็ก ๆ ใกล้ตัว และเติบโตได้จากความตั้งใจจริงของคนทำงานทุกคน

รมมุก เพียจันทร์ รองหัวหน้าฝ่ายทรูปลูกปัญญา กล่าวว่า “ทรูปลูกปัญญาเชื่อว่า ‘โอกาส’ คือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน และการให้โอกาสเริ่มได้จากหัวใจของคนทำงานทุกคน รางวัลในวันนี้จึงไม่ใช่เพียงเกียรติยศ แต่เป็นกำลังใจที่ยืนยันว่า ความตั้งใจเล็ก ๆ เมื่อได้รับการต่อยอดอย่างเหมาะสม สามารถสร้างผลลัพธ์ที่มีความหมายต่อชีวิตผู้คนได้จริง โครงการ Heartism เกิดจากความเชื่อว่าทุกคนมีศักยภาพ เราต้องการให้เด็กออทิสติกและครอบครัวมีทั้งรายได้ ความภาคภูมิใจ และคุณค่าในตัวเอง ขอขอบคุณพลังของทรูจิตอาสาและทุกภาคส่วนที่ร่วมกันผลักดันให้โครงการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และหวังว่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคนเริ่มทำความดีในแบบของตนเอง”

สมภพ แสนจุ้ย เจ้าหน้าที่อาวุโสทรูปลูกปัญญา จาก ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวเสริมว่า “การส่งผลงานครั้งนี้ไม่ได้มองว่าการทำจิตอาสาต้องสม บูรณ์แบบ แต่เชื่อว่า ‘การให้’ เกิดขึ้นได้เสมอในรูปแบบของแต่ละคน ไม่ว่าจะเป็นการแบ่งปันเวลา แรงกาย ความรู้ หรือความใส่ใจ ซึ่งล้วนมีความหมายและสร้างผลลัพธ์เชิงบวกให้ผู้คนรอบตัว พร้อมหวังว่าประสบการณ์นี้จะเป็นแรงบันดาลใจให้เพื่อนพนักงานกล้าที่จะเริ่มทำสิ่งดี ๆ เพื่อสังคม โดยไม่ต้องรอให้พร้อม เพราะทันทีที่ลงมือทำ เราจะได้ทั้งความสุข ความภาคภูมิใจ และรอยยิ้มของผู้คนเป็นรางวัลอันล้ำค่า”

ผลงานที่ส่งเข้าประกวดคือ โครงการสร้างรายได้และโอกาสอย่างยั่งยืนให้กลุ่มออทิสติก จังหวัดพิษณุโลก (ตั้งแต่ปี 2562 – ปัจจุบัน) ซึ่งเริ่มจากการมองเห็น “ศักยภาพ” มากกว่าข้อจำกัด โดยเด็ก ๆ ได้ฝึกทักษะชีวิตผ่านกิจกรรมถักไหมเกาหลีเป็นแผ่นล้างจาน ช่วยเสริมสมาธิ ความละเอียด และความภาคภูมิใจในตนเอง ก่อนต่อยอดสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อสร้างรายได้อย่างเป็นรูปธรรม ตลอดเส้นทางการเติบโต โครงการได้รับแรงสนับสนุนสำคัญจาก พนักงานทรูจิตอาสา ที่ร่วมช่วยเปิดตลาดแรกด้วยการนำผลิตภัณฑ์ไปทดลองวางจำหน่ายภายในอาคารทรู ทั้งยังช่วยแนะนำแนวทางการสื่อสารเรื่องราวและการขาย จนพัฒนาต่อยอดเป็นแบรนด์ Heartism” ที่สะท้อนหัวใจ ความใส่ใจ และคุณค่าแห่งความหลากหลาย นอกจากนี้ ยังประสานความร่วมมือกับนักศึกษาฝึกงานจาก มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว.) เพื่อเสริมมิติด้านการออกแบบ บรรจุภัณฑ์ ช่องทางการจำหน่าย และการวิเคราะห์ต้นทุน ช่วยให้การดำเนินงานเดินหน้าอย่างแข็งแรงและยั่งยืน ปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์ Heartism สามารถสร้างรายได้ให้เด็กออทิสติกและครอบครัวเฉลี่ย 2,000–3,000 บาทต่อคนต่อเดือน ช่วลดภาระครอบครัว เพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจ และที่สำคัญคือการสร้าง “คุณค่าในตัวเอง” ให้เด็ก ๆ ได้ยืนอย่างมั่นใจและภาคภูมิในสังคม

เรื่องราวนี้จึงเป็นอีกหนึ่งภาพสะท้อนของพลังความร่วมมือระหว่าง ชุมชน กลุ่มออทิสติก สถาบันการศึกษา และพนักงานทรูจิตอาสา ที่ร่วมกันต่อยอดจาก “ทักษะเล็กๆ” ให้กลายเป็น “อาชีพที่ยั่งยืน” พร้อมส่งต่อความหวังและโอกาสให้เติบโตได้จริงในชีวิตของผู้คน