เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป มอบเงินและสิ่งของจำเป็น เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้

เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป มอบเงินและสิ่งของจำเป็น เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้

เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป มอบเงินและสิ่งของจำเป็น เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้

วันจันทร์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 13.55 น.

บริษัท เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) มอบเงินและสิ่งของจำเป็น เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ โดย สาธิต เติมประยูร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เป็นตัวแทนบริษัท ในการมอบเงินบริจาค จำนวน 200,000 บาท พร้อมรวบรวมสิ่งของอุปโภคบริโภคจำเป็น จากผู้ประกอบการร้านค้า ลูกค้า และพนักงานบริษัทฯ  ส่งมอบให้แก่ พลโท นายแพทย์อำนาจ บาลี ผู้อำนวยการสำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สภากาชาดไทย เพื่อนำไปช่วยเหลือบรรเทาฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ ณ สำนักบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สภากาชาดไทย 

BCC รับรางวัลใหญ่จากเกาหลีใต้ ตอกย้ำความสำเร็จในการรักษาผู้มีบุตรยากระดับนานาชาติ

BCC  รับรางวัลใหญ่จากเกาหลีใต้  ตอกย้ำความสำเร็จในการรักษาผู้มีบุตรยากระดับนานาชาติ

BCC รับรางวัลใหญ่จากเกาหลีใต้ ตอกย้ำความสำเร็จในการรักษาผู้มีบุตรยากระดับนานาชาติ

วันจันทร์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 13.23 น.

นับเป็นความภาคภูมิใจของวงการแพทย์และเป็นการตอกย้ำถึงศักยภาพในการรักษาผู้บุตรยากในประเทศไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ เมื่อ ทพญ.นาฏรินทร์ นิธิฉัตรโชติรัตนา ประธานกรรมการบริหาร บางกอก เซ็นทรัล คลินิก ไอวีเอฟ แอนด์ เวลเนส (Bangkok Central Clinic IVF & Wellness : BCC) ได้รับเชิญอย่างเป็นทางการให้เข้าร่วมพิธีมอบรางวัล Bangkok Central Clinic The Global IVF & Wellness Impact Awards จากเวที KIB (Korea Influencer & Business Award) ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นงานประกาศรางวัลระดับนานาชาติที่จัดขึ้นเพื่อยกย่องและเชิดชูผู้นำทางธุรกิจและอินฟลูเอนเซอร์ชั้นนำ โดยผู้ที่จะได้รับเกียรติในการขึ้นรับรางวัลบนเวทีนี้ จะต้องมีผลงานเป็นเลิศในด้านต่างๆ ซึ่งผ่านการคัดเลือกโดยเน้นผลงานที่มีความโดดเด่น สร้างแรงบันดาลใจ สร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก สร้างสรรค์คุณค่าให้กับองค์กรและสังคมในด้านต่างๆ   

รางวัล Bangkok Central Clinic The Global IVF & Wellness Impact Awards จึงเป็นการตอกย้ำถึงมาตรฐานในการรักษาภาวะมีบุตรยากที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ โดย Bangkok Central Clinic IVF & Wellness หรือ BCC ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากถือเป็นจุดหมายปลายทางด้าน IVF ชั้นนำของประเทศไทยที่มีความเชี่ยวชาญในการนำเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ล้ำสมัยมาผสานการรักษาแบบเฉพาะบุคคล ซึ่งผ่านการวินิจฉัยโดยแพทย์เฉพาะทางด้านการรักษาภาวะมีบุตรยาก เพื่อมอบผลลัพธ์ของการรักษาที่เหมาะสมเฉพาะบุคคลและได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดสำหรับผู้ป่วยทุกท่าน นอกจากนี้ ยังมีนักเพาะเลี้ยงตัวอ่อน (Embryologist) และทีมงานสนับสนุนที่มีความมุ่งมั่นในการให้การดูแลอย่างมืออาชีพ ผ่านการฝึกอบรมและประสบการณ์ในการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด

จากประสบการณ์ในการรักษาผู้ประสบปัญหาในการมีบุตร และความเข้าใจในความกังวลของผู้ที่กำลังเริ่มต้นสร้างครอบครัว จุดมุ่งหมายหลักของ Bangkok Central Clinic IVF & Wellness จึงเน้นการดูแลเฉพาะบุคคลแบบครบวงจรในทุกมิติทั้งร่างกายและจิตใจด้วยมาตรฐานการแพทย์ระดับสูง โดยมุ่งไปที่ ‘ผลสำเร็จในการตั้งครรภ์’ เริ่มตั้งแต่การให้คำปรึกษาเฉพาะบุคคล, การตรวจความพร้อมก่อนมีบุตร, บริการฝากไข่ หรือ EGG Freezing, การตรวจโครโมโซม, การทำ IUI, การทำเด็กหลอดแก้ว IVF และโปรแกรม ICSI

นอกจากนี้ ยังมีการดูแลสุขภาพอื่นๆ เช่น การตรวจหาระดับฮอร์โมน, การตรวจคัดกรองโรคพันธุกรรม, การประเมินความเสี่ยงทางพันธุกรรมในอนาคต รวมไปถึงการดูแลสุขภาพคุณแม่แบบองค์รวม ทั้งก่อนตั้งครรภ์ ระหว่างการตั้งครรภ์ และฟื้นฟูสุขภาพคุณแม่หลังคลอด เพื่อให้ผู้ประสบปัญหามีบุตรยากสามารถก้าวสู่เส้นทางของการมีบุตร พร้อมต้อนรับสมาชิกตัวน้อยที่จะมาเติมเต็มความสุขให้ทุกครอบครัวได้อย่างสมบูรณ์แบบ

Bangkok Central Clinic IVF & Wellness ตั้งอยู่ที่ชั้น 1 โรงแรมคอนราด ถนนวิทยุ (Conrad Bangkok) สอบถามเพิ่มเติมหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญฟรีได้ที่ โทรศัพท์ 02-252-3420, 095-364-1949 และ www.bccivfwellness.com

คุณแหน : 14 ธันวาคม 2568

คุณแหน: 14 ธันวาคม 2568

คุณแหน: 14 ธันวาคม 2568

วันจันทร์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 13.05 น.

●● อนุทิน ชาญวีรกูล รักษาการนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย “รัฐบาลมีความเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยม ในความสามารถของกองทัพไทย ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรอบคอบตามกฎการใช้กำลังและยึดหลักมนุษยธรรมในการปกป้องพี่น้องประชาชน และรักษาความสงบเรียบร้อยตลอดแนวพื้นที่ชายแดน”….

●●มาฟังโฆษก กระทรวงกลาโหม พลเรือตรี สุรสันต์ คงสิริ “การปฏิบัติการทหารเป็นไปตามแผน ส่วนจะเสร็จสิ้นเมื่อไหร่ยังตอบไม่ได้ เพราะไม่ได้ขึ้นอยู่กับปัจจัยฝ่ายไทย ยังมีปัจจัยอื่นภายนอกด้วยเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น กองกำลังทางกัมพูชา และการใช้อาวุธยุทโธปกรณ์ และเทคนิคต่างๆ ในเรื่องการโจมตีฝ่ายไทย ก็ต้องระมัดระวังในเรื่องนี้”…

●● ผศ.ดร.นพดล กรรณิกา “มีข้อเสนอแนะว่า ไทยควรตั้งศูนย์ข้อมูล และการสื่อสารแห่งชาติเพราะเรายังไม่มีหน่วยที่รับมือสงครามข้อมูล ระดับประเทศครบวงจร ซึ่งต่างจากกัมพูชา”…

●● เห็นด้วยกับ รศ.ดร.ติญทรรศน์ ประทีปพรณรงค์ “ถึงเวลาที่คนทำคอนเทนต์ขยะ ไม่ว่าจะเป็นการแสดงออกแบบบ้าระห่ำ  หยาบคาย  ไม่สนใจกติกาของสังคม เข้าข่ายละเมิดสิทธิส่วนบุคคลและเป็นภัยต่อความสงบสุข ของสังคม ถึงเวลา รัฐต้องจัดระเบียบเสียที และต้องยอมรับความจริงว่า อินฟลูเอนเซอร์ ไม่ได้มีเจตนาทำประโยชน์ต่อสังคม เหมือนกันทุกคน  หลายคนมองผลประโยชน์ของตนเพียงอย่างเดียว”…

●● คงจะมีการเลือกตั้งกันในปีหน้า ภายใต้ประธาน กกต.คนใหม่นาม ณรงค์ กลั่นวารินทร์ และมี กกต.ใหม่อีก ๒ ท่าน  แต่เลขาฯ ยังเป็นคนเดิม คงจะได้ สส. ที่ซื้อเสียง น้อยที่สุด และเห็นแก่ประโยชน์ประเทศชาติ กระมัง???…

●●คุณหมอฟันหญิง ชรินญา กาญจนเสวี จาก รพ.เจ้าพระยา หันมาเอาดีทางวิ่งมาราธอน  เจ้าของแชมป์ Amazing Thailand  Marathon  Bangkok  2025 ได้รับถ้วยพระราชทาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จากพระหัตถ์ สมเด็จพระบรมราชินี…

●● ไทยเป็นเจ้าภาพกีฬาซีเกมส์ ซึ่งมี ดร.ก้องศักด ยอดมณี เป็นผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย คนไทยไม่ค่อยรับรู้

อาจอ่อนประชาสัมพันธ์ เหมือนกับงานแข่งกีฬาในอำเภอ ไม่ให้ความสำคัญในเรื่องกีฬา แล้วอย่างนี้จะไปโทษใคร…

●●งานฉลองมงคลสมรส ระหว่าง นพ.นรุตม์ บุตรชายสุดท้องของ นพ.เจตน์-ผศ.อุมาพร ศิรธรานนท์ กับ พญ.กมลรัตน์

บุตรสาว รัตณา สุนันทวนิช โดยมีองคมนตรีเป็นประธาน ที่ เดอะ ซัมเมอร์ เฮาส์ รร.ปาร์คนายเลิศ เมื่ิอพุธ ๑๐ ธันวาคม

แขกแน่นขนัด จนล้นออกมานอกห้องล้วนแต่เป็นแขกของคุณพ่อและคุณแม่ทั้งนั้น…

น้องนิ่ง…นิ่ง…

สัญญาณเตือน ‘โรคไหลตาย’ คนใจสั่น-เจ็บหน้าอก ป้องกันด่วนก่อนหลับไม่ตื่น

สัญญาณเตือน ‘โรคไหลตาย’ คนใจสั่น-เจ็บหน้าอก ป้องกันด่วนก่อนหลับไม่ตื่น

สัญญาณเตือน ‘โรคไหลตาย’ คนใจสั่น-เจ็บหน้าอก ป้องกันด่วนก่อนหลับไม่ตื่น

วันจันทร์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมคนที่ดูแข็งแรงและใช้ชีวิตปกติ กลับจากเราไปอย่างกะทันหันจากการนอนหลับไปเฉย ๆ จนเกิดความกังวลใจว่าอาจเกี่ยวข้องกับโรคร้ายชนิดใหม่ แต่แท้จริงแล้วภาวะดังกล่าวอาจเกิดจาก โรคไหลตาย ภัยเงียบที่ส่งผลกระทบต่อการเต้นของหัวใจ และคร่าชีวิตผู้คนในขณะหลับโดยแทบไม่แสดงสัญญาณเตือนล่วงหน้า ทำให้คนส่วนใหญ่พลาดโอกาสในการป้องกันเพราะไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วตนเองคือกลุ่มเสี่ยง เพื่อคลายความกังวลต่อภัยร้ายนี้

พญ. ฐานิกา วุทธชูศิลป์ อายุรแพทย์ผู้ชำนาญการโรคหัวใจ ศูนย์หัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลวิมุต  เผยข้อมูลโรคไหลตาย พร้อมแนะนำวิธีดูแลตัวเองเพื่อป้องกันความเสี่ยงได้อย่างง่ายและทำได้จริง

รู้จัก “โรคไหลตาย” ภัยเงียบทางพันธุกรรม

โรคไหลตาย (Sudden Unexplained Nocturnal Death Syndrome: SUNDS) เป็นโรคทางพันธุกรรมชนิดหนึ่งที่ส่งผลให้หัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรง จนเลือดไม่สามารถไหลเวียนไปเลี้ยงร่างกายและสมองได้ทันท่วงที ทำให้หัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันและเสียชีวิต โดยโรคนี้มักเกิดขึ้นในขณะนอนหลับ เพราะเป็นช่วงเวลาที่หัวใจเต้นช้าลงตามธรรมชาติ ส่งผลให้การนำเกลือแร่และโซเดียมในเซลล์หัวใจทำงานผิดปกติ จึงไปกระ ตุ้นให้หัวใจห้องล่างซ้ายเต้นผิดจังหวะและหยุดเต้นไปในที่สุด

เช็กลิสต์กลุ่มเสี่ยง พักผ่อนไม่พอ” ต้องระวัง

โรคไหลตายมักเกิดในผู้ที่มีพันธุกรรมผิดปกติที่กระทบการเต้นของหัวใจ และพบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง โดยเฉพาะในช่วงวัยทำงานอายุ 20-50 ปี รวมถึงผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเสียชีวิตจากความผิดปกติของหัวใจตั้งแต่อายุน้อย
พญ.ฐานิกา อธิบายเพิ่มเติมว่า “พฤติกรรมบางอย่างก็อาจเป็นปัจจัยกระตุ้นได้ เช่น การทำงานหนัก พักผ่อนไม่เพียงพอ มีไข้สูง ดื่มแอลก อฮอล์ปริมาณมาก ขาดวิตามินบี 1 อย่างรุนแรง รวมถึงการกินอาหารจำพวกแป้งหรือคาร์โบไฮเดรตปริมาณมาก เช่น ข้าวเหนียว ขนมปัง โดยไม่กินผักและผลไม้ ทำให้ร่างกายขาดโพแทสเซียม ซึ่งเป็นแร่ธาตุสำคัญในการควบคุมจังหวะหัวใจ อีกทั้ง ยังเกี่ยวกับการใช้ยาบางชนิด เช่น ยานอนหลับ ยาต้านเศร้า หรือยาสำหรับรักษาโรคหัวใจบางตัวก็อาจเป็นตัวกระตุ้นได้”

ระวัง !! ใจสั่นเป็นลม หน้ามืดนอนแล้วหายใจเฮือก

ความน่ากลัวของโรคไหลตาย คือมักไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า แต่ในบางรายอาจมีสัญญาณเตือนที่เราอาจมองข้ามไป เช่น ใจสั่นผิดปกติ เป็นลม หน้ามืด เวียนศีรษะหลังออกกำลังกาย หรือนอนหลับแล้วหายใจเฮือกคล้ายขาดอากาศ ซึ่งถ้าสังเกตเห็นอาการเหล่านี้ยังป้องกันได้ ควรรีบไปปรึกษาแพทย์ตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อตรวจหาสาเหตุที่แท้จริงก่อนจะสายเกินไป

หมดสติปลุกไม่ตื่น เสี่ยงไหลตาย ต้องช่วยเหลือทันที

หากคนใกล้ตัวเกิดอาการวูบ หมดสติโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือนอนหลับแล้วปลุกไม่ตื่น อาจเป็นอาการของภาวะหัวใจหยุดเต้นที่นำไปสู่การใหลตาย ให้รีบช่วยเหลือโดยด่วน โดยโทร.แจ้งสายด่วน 1669 ทันที ระหว่างรอรถพยาบาลให้จัดผู้ป่วยนอนราบและเช็กการหายใจ หากพบว่าหยุดหายใจต้องรีบทำ CPR ด้วยการกดหน้าอกอย่างต่อเนื่องในจังหวะ 100 ครั้งต่อนาที จนกว่าบุคลากรทางการแพทย์จะมาถึง หรือผู้ป่วยได้ สติขึ้นมา

ป้องกัน โรคใหลตาย เริ่มต้นที่การตรวจคัดกรอง

พญ.ฐานิกา อธิบายว่า “โรคใหลตายแม้จะเกิดขึ้นเฉียบพลันแต่ก็สามารถตรวจพบล่วงหน้าได้ โดยคนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงต่อโรคใหลตาย แนะ นำให้เข้ามาตรวจหัวใจ ซึ่งวิธีตรวจมีหลายแบบ อาทิ การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) เพื่อดูความผิดปกติของสัญญาณไฟฟ้า การตรวจสมร รถภาพหัวใจขณะวิ่งบนสายพาน (Exercise Stress Test) เพื่อดูการทำงานของหัวใจขณะออกแรง และการอัลตราซาวด์หัวใจ (Echocardiogram) เพื่อเช็กโครงสร้างหัวใจอย่างละเอียด หากพบว่าเป็นผู้ที่มีความเสี่ยงสูงอาจต้องฝังเครื่องกระตุกหัวใจอัตโนมัติ (ICD) เพื่อปรับจังหวะการเต้นหัวใจเมื่อมีการเต้นผิดปกติ”

“แม้โรคนี้อาจสร้างความกังวลใจให้ใครหลายคน แต่เราก็ป้องกันได้ด้วยการหันมาดูแลตัวเอง หมั่นตรวจเช็กสุขภาพร่างกายและหัวใจเป็นประ จำ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง ควรพักผ่อนให้เพียงพอ และให้ความสำคัญกับอาหารการกิน เน้นทานผักและผลไม้ควบคู่ไปกับมื้อแป้ง เพื่อช่วยรักษาสมดุลเกลือแร่ที่มีผลต่อจังหวะการเต้นของหัวใจ เพียงเท่านี้ก็ช่วยลดความเสี่ยงไปได้มาก จะได้เข้านอนได้อย่างสบายใจทุกคืน” พญ. ฐานิกา  กล่าวทิ้งท้าย

ผู้ที่มีข้อสงสัย สามารถขอรับคำปรึกษาแพทย์โรงพยาบาลวิมุต โดยสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและนัดหมายแพทย์ได้ที่ศูนย์หัวใจและหลอดเลือด ชั้น 6 โรงพยาบาลวิมุต เวลาทำการ 08:00 – 17:00 น. โทร. 02-079-0042 หรือดาวน์โหลด ViMUT Application เพื่อนัดหมายแพทย์ หรือใช้บริการปรึกษาหมอออนไลน์

พญ.ฐานิกา วุทธชูศิลป์

พญ.ฐานิกา วุทธชูศิลป์

กรมวิทย์ฯ เผยความสำเร็จการตรวจวินิจฉัยการติดเชื้อ HIV ในทารก

กรมวิทย์ฯ เผยความสำเร็จการตรวจวินิจฉัยการติดเชื้อ HIV ในทารก

กรมวิทย์ฯ เผยความสำเร็จการตรวจวินิจฉัยการติดเชื้อ HIV ในทารก

วันจันทร์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เผยความสำเร็จการตรวจวินิจฉัยการติดเชื้อ HIV ในทารก ยังคงธำรงรักษาอัตราการป้องกันการถ่ายทอดเชื้อจากแม่สู่ลูกอยู่ในระดับต่ำได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมเดินหน้าสนับสนุน การตรวจวินิจฉัยการติดเชื้อ HIV-1 ในทารกที่คลอดจากแม่ที่ติดเชื้อเอดส์ในประเทศไทย “ตรวจเร็ว รักษาเร็ว ช่วยลดอัตราการเสียชีวิต” สู่เป้าหมาย “สิ้นสุดเอดส์ ปี 2573”

ดร.นพ. สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้กำหนดให้วันที่ 1 ธันวาคมของทุกปี เป็นวันเอดส์โลก เพื่อสร้างความตระหนักรู้และให้ความสำคัญกับการควบคุมและป้องกันโรคเอดส์ สร้างเข้าใจ ให้การยอมรับและอยู่ร่วมกับผู้ติดเชื้อเอชไอวีได้โดยไม่ตีตรา

ทั้งนี้ นโยบายของกระทรวงสาธารณสุข กำหนดให้เด็กที่เกิดจากแม่ที่ติดเชื้อเอชไอวีทุกราย ต้องตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวี ในส่วนของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ซึ่งมีห้องปฏิบัติการทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค รวม 15 แห่ง สามารถตรวจวินิจฉัยการติดเชื้อ HIV-1 ในทารกที่คลอดจากแม่ที่ติดเชื้อเอดส์ ด้วยวิธี PCR ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลสำหรับการวินิจฉัยการติดเชื้อในเด็กที่อายุต่ำกว่า 18 เดือน เทคนิควิธีนี้มีความไวและความแม่นยำสูง สามารถตรวจพบเชื้อได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ซึ่งการตรวจวินิจฉัยที่รวดเร็ว เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้เด็กได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ส่งผลต่อการลดอัตราการเสียชีวิตของเด็กที่ติดเชื้อได้อย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ในปีงบประมาณ 2568 มีหญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อ 3,500 ราย กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้ตรวจวินิจฉัยเด็กแรกเกิดจากแม่ที่ติดเชื้อ พบทารกที่ติดเชื้อ จำนวน 40 ราย (คิดเป็นอัตราการถ่ายทอดเชื้อจากแม่สู่ลูกร้อยละ 1.14)

ประเทศไทยมีความสำเร็จในการป้องกันการถ่ายทอดเชื้อเอชไอวีจากแม่สู่ลูก เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างเครือข่ายห้องปฏิบัติการของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมกับภาคีเครือข่ายทั้งในและนอกกระทรวงสาธารณสุข โดยเฉพาะการดำเนินงานเชิงรุกภายใต้ระบบ Active Case Management (ACC) ที่ช่วยให้สามารถติดตามทารกกลุ่มเสี่ยงได้รับการวินิจฉัยยืนยัน และนำเข้าสู่ระบบการรักษาได้อย่างรวดเร็ว

ทั้งนี้ ประเทศไทยยังคงธำรงรักษาความสำเร็จในการลดอัตราการถ่ายทอดเชื้อจากแม่สู่ลูกอย่างต่อเนื่อง โดยมีอัตราการถ่ายทอดเชื้ออยู่ที่ ร้อยละ 1.46 ซึ่งประเทศไทยได้รับการรับรองจาก WHO เมื่อปี พ.ศ. 2559  ที่สามารถยุติการถ่ายทอดเชื้อเอชไอวีจากแม่สู่ลูกได้สำเร็จ เนื่องจากมีอัตราการถ่ายทอดเชื้อจากแม่สู่ลูกต่ำกว่าร้อยละ 2 นับเป็นประเทศแรกในเอเชียและเป็นประเทศที่สองของโลก

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จะยังคงเดินหน้าพัฒนาระบบบริการตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการให้มีคุณภาพได้มาตรฐานสากล และบูรณาการร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อสนับสนุนให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมาย “สิ้นสุดเอดส์ ปี 2573” อย่างยั่งยืน”

ดร.นพ. สราวุฒิ บุญสุข

ดร.นพ. สราวุฒิ บุญสุข

ไทยเบฟ สนับสนุนการแสดงดนตรีในสวน ‘MedMusic in the Park 2025’

ไทยเบฟ สนับสนุนการแสดงดนตรีในสวน ‘MedMusic in the Park 2025’

ไทยเบฟ สนับสนุนการแสดงดนตรีในสวน ‘MedMusic in the Park 2025’

วันจันทร์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ร่วมสนับสนุน ดนตรีในสวน “MedMusic in the Park 2025” ครั้งที่ 4 ภายใต้ธีม “In The Mood” เนื่องในโอกาสครบรอบ 5 ปี โรงพยาบาลเมดพาร์ค โดยมี นพ. พงษ์พัฒน์ ปธานวนิช กรรมการผู้จัดการ โรงพยาบาลเมดพาร์ค และ สมถวิล ปธานวนิช กรรมการบริษัท ทีพีพี เฮลท์แคร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ที่ปรึกษาโรงพยาบาลเมดพาร์ค พร้อมด้วย โชติพัฒน์ และคุณอาทินันท์ พีชานนท์ ประธานกรรมการบริหาร และรองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยกรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) และ ภาวินี ไชยสิทธิ์ ผู้อำนวยการโครงการเพื่อการพัฒนาสังคม บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เข้าร่วมงาน ณ Amphitheater สวนเบญจกิติ  

ภายในงานยังได้รับเกียรติจาก ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานเปิดงาน โดยงานในปีนี้ได้นำเสนอดนตรี Smooth Jazz, Soulful Ballads, และ Mid-Tempo Grooves จากศิลปินระดับตำนาน ได้แก่ Nathan East มือเบสระดับโลก, Jack Lee มือกีตาร์ชื่อดังจากเกาหลีใต้, Donald Barrett มือกลองมากฝีมือที่เคยร่วมงานกับศิลปินระดับโลก, Norihito Sumitomo นักประพันธ์เพลงชื่อดังจากญี่ปุ่น และ Noah East นักเปียโนรุ่นใหม่ผู้ผสมผสานความคลาสสิกกับแจ๊สร่วมสมัยได้อย่างลงตัว ร่วมด้วยศิลปินชาวไทย Mariam Grey (มาเรียม B5) และ หนึ่ง อภิวัฒน์ พงษ์วาท พร้อมสมาชิกวง ETC ซึ่งล้วนมีผลงานด้านดนตรีที่โดดเด่น

การจัดกิจกรรมนี้ ถือเป็นการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมผ่านศาสตร์แห่งดนตรีบำบัดที่ช่วยปลอบประโลมใจและบรรเทาความเหนื่อยล้าของชาวกรุง เทพมหานครและพื้นที่ใกล้เคียง พร้อมปรับรูปแบบงานให้เหมาะสมกับบรรยากาศแห่งการถวายความอาลัยสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

คุณแหน : 15 ธันวาคม 2568

คุณแหน : 15 ธันวาคม 2568

คุณแหน : 15 ธันวาคม 2568

วันจันทร์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ที่สุดของงานดอกไม้แห่งปีที่ทุกคนรอคอย 18-21 ธ.ค.ที่ปาร์คนายเลิศ  ณพาภรณ์ โพธิรัตนังกูร  เชิญเที่ยวชมเทศกาลดอกไม้ปาร์คนายเลิศ ครั้งที่  36 ระดับอาเซียน ธีม “ Garden of Tomorrow”  งานดอกไม้กลางกรุง ชมงานไฟตอนกลางคืน  ไฮไลท์ปีนี้ สมาคมปาร์คนายเลิศ ร่วมกับพิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย จัดนิทรรศการพิเศษ ชุดไทย จากราชสำนักสู่ราชนิยม จำนวน 8 แบบ เพื่อน้อมรำลึก ในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง  การแสดงโขน  การจัดดอกไม้ศิลปะสร้างสรรค์ งานประติมากรรมดอกไม้และการแสดงแสงสียามค่ำคืน..

คล้ายวันเกิด ลลิสา จงบารมี  21 ธ.ค.เตรียมเปิดวิลล่าบารมี ริมน้ำ จ.พระนครศรีอยุธยา ต้อนรับเพื่อนๆ ตอนบ่ายสามโมงเป็นต้นไป ฟังดนตรีในสวน ร่วมสนุกส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีเฮงๆ ร่วมกัน

ธนียา นัยพินิจ ผวจ.พิจิตร พร้อมคณะ ลงพื้นที่สังเกตการณ์ สนามสอบ “สอบท้องถิ่น 68” เพื่อความโปร่งใส ไร้การทุจริต

ยินดีกับ ดร.วัฒนา ศักดิ์ชูวงษ์ ที่ได้เป็นผู้อำนวยการองค์การสวนพฤกษศาสตร์ (อ.ส.พ.)..

สุนันต์ อรุณนพรัตน์  นายกสมาพันธ์สมาคมศิษย์เก่าคณะเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทย คณะกรรมการและที่ปรึกษา ร่วมแสดงความยินดีกับ  สุพจน์ ปิยะพันธ์สุทธิ ที่ได้รับการเลือกให้ดำรงตำแหน่ง   นายกสมาคมศิษย์เก่าอัสสัมชัญธนบุรี..

ภูกิจ ดิศธรานนท์ ซีอีโอ บมจ.เรียล สมาร์ท บริษัทด้าน เอไอ ดาต้า เทคโนโลยี เปิดตัว 2 แพลตฟอร์ม เอไอ เรียล มีเดีย (Real Media) และ เรียล พีอาร์ อิมแพ็ค (Real PR Impact) ปฏิวัติวงการสื่อสารองค์กรและการประชาสัมพันธ์ เน้นเป็นเครื่องมือในการรวบรวมข้อมูล ประมวลมูลค่าข่าว และช่วยเป็นเครื่องมือในการบริหารประเด็น และจัดการวิกฤตภาพลักษณ์องค์กรและแบรนด์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น..

ญาติพี่น้องแจ้งข่าวเศร้าว่า  พล.ต.หญิงอุษณีย์ เกษมสันต์ ณ อยุธยา   มีพิธีสงฆ์ส่งร่างกลับสู่ธรรมชาติเรียบร้อยแล้ว..

ไปชมความงดงามด้วยแสงสีวิจิตรที่พิพิธภัณฑ์ยามค่ำคืน Night Museum  ณ วัดสุทัศนเทพวราราม   สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พร้อมเรียนรู้พระพุทธศาสนาและวัฒนธรรมไทยผ่านโบราณวัตถุ–ศิลปวัตถุอันล้ำค่า แวะไปกันได้ 19-21 ธ.ค. รอบ 17-18.30 น. และ 19.00-20.30 น. รอบละ 80 ท่าน แต่ต้องลงทะเบียนล่วงหน้าNight Museum @Wat Suthat-Night of Awakening..

นิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ “ริมมรคา  Along the Path” ในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 10 ธ.ค.68-15 มี.ค.69 ณ ห้องนิทรรศการหลักชั้น 9 หอศิลปวัฒนธรรม กทม. เพื่อได้ร่วมตามรอยเสด็จและชื่นชมพระอัจฉริยภาพด้านการถ่ายภาพของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ ทรงบันทึกไว้ระหว่างการเสด็จพระราชดำเนินไปยังสถานที่ต่างๆ ระหว่างปี 2568  จำนวน 147 ภาพ

คุณแหน

Computer Vision Syndrome (CVS) โรคตายุคใหม่ วัยทำงานควรระวัง

Computer Vision Syndrome (CVS) โรคตายุคใหม่ วัยทำงานควรระวัง

Computer Vision Syndrome (CVS) โรคตายุคใหม่ วัยทำงานควรระวัง

วันจันทร์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ในยุคปัจจุบันที่โทรศัพท์ แท็บเล็ต และคอมพิวเตอร์ กลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือประจำวันสำหรับมนุษย์ ทุกเพศทุกวัยโดยเฉพาะวัยทำงานที่ต้องจ้องหน้าจอมือถือต่อเนื่อง วันละหลายชั่วโมง

แพทย์หญิง ภาวินี อมรพันธางค์ แพทย์ผู้ชำนาญการพิเศษ สาขาจักษุวิทยา โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล (WMC) ให้ข้อมูลว่า โรคซีวีเอส หรือ “Computer Vision Syndrome” กลายเป็นโรคตาที่พบมากในยุคโซเชียลมีเดีย และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ตามความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ซีวีเอสไม่ใช่โรคร้ายแรง แต่มีผลกระทบ ที่สร้างความลำบากแก่ร่างกายในชีวิตประจำวันได้

CVS คือ Computer Vision Syndrome (CVS) คือกลุ่มอาการทางตาและการมองเห็นที่เกิดจากการใช้สายตาจ้องหน้าจอเป็นเวลานาน ต่อเนื่องหลายชั่วโมงต่อวัน การดูหน้าจอในที่มืด แสงสว่างไม่เพียงพอ ระยะห่างจากตาและหน้าจอไม่เหมาะสม รวมถึงสภาพอากาศที่สามารถทำให้ตาแห้ง โดยอาการจะเพิ่มความรุนแรงขึ้นตามระยะเวลาการใช้งาน

สาเหตุ : 1.การใช้สายตาในระยะใกล้ถึงกลาง กล้ามเนื้อตาจะมีการเพ่งเพื่อให้ภาพคมชัด ทำให้การกระพริบตาลดลง เกิดอาการตาแห้ง ถ้าปล่อยให้ตาแห้งมากๆอาจทำให้กระจกตาถลอกตามมาด้วย ซึ่งอาจส่งผลต่อการมองเห็น 2.สิ่งแวดล้อมในขณะใช้สายตา เช่น แสงไฟไม่เพียงพอ ระยะห่างของหน้าจอไม่เหมาะสม

ความสว่างหรือแสงสะท้อนจากหน้าจอมากเกินไป แอร์หรือพัดลม แรงและจ่อหน้า ปัจจัยเหล่านี้ล้วนกระตุ้นให้เกิดอาการตาแห้งและตาล้าตามมา 3. ลักษณะทางกายภาพ เช่น ท่านั่งไม่เหมาะสม ก้มหน้าหรือเงยหน้ามากเกินไป ทำให้มีอาการปวดคอบ่าไหล่และหลังได้

อาการของ CVS :  แสบตา ระคายเคืองตา ตาแดง ตาสู้แสงไมได้ ตาแห้ง ตาล้า ตาพร่า มองไม่ชัด มองเห็นภาพซ้อน ปวดกระบอกตา ปวดเมื่อย คอ หลัง ปวดศีรษะ ,เวียนศีรษะ

ภาวะแทรกซ้อนจาก CVS: หากปล่อยไว้เป็นระยะเวลานานโดยไม่ได้รับการแก้ไข โรคซีวีเอสอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนทางตาอื่น ๆ และส่งผลต่อข้อต่อ กล้ามเนื้อของร่างกาย เช่น ภาวะตาแห้ง ตาล้าเรื้อรัง อาการปวดศีรษะ จากการใช้สายตาเพ่งหน้าจอ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อบริเวณคอ บ่า ไหล่ หลัง ซึ่งมีสาเหตุจากท่านั่งทำงานหรือดูจอ ที่ไม่เหมาะสม

กลุ่มเสี่ยงของโรค CVS มีใครบ้าง : กลุ่มคนที่ใช้โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน

กลุ่มคนตัดต่อกราฟฟิก ตัดต่อวิดีโอ นักเขียน กลุ่มพนักงานออฟฟิศ นักเรียน นักศึกษาที่ต้องอ่านหนังสือและใช้หน้าจอในการเรียน กลุ่มที่ทำธุรกิจผ่านมือถือ เช่น แม่ค้าออนไลน์ ประชุมออนไลน์

การป้องกันและรักษา : CVS เป็นโรคที่สามารถป้องกันโดยการปรับพฤติกรรมได้ การเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย ที่สม่ำเสมอสามารถลดความเสี่ยงการเกิดโรคได้ง่ายๆด้วยวิธีดังนี้ กฎ 20-20-20 พักสายตาจากการใช้งานหน้าจอทุกๆ 20 นาที พัก 20 วินาที มองไกล 20 ฟุต หรือหลับตา ปรับระยะจากสายตาและหน้าจอให้เหมาะสม ไม่ใกล้หรือไกลเกินไป ปรับแสงหน้าจอให้มีความสว่าง คมชัดพอดี เลี่ยงการใช้หน้าจอในที่มืด การกระพริบตาสม่ำเสมอ ช่วยรักษาความชุ่มชื่นของดวงตา หยอดน้ำตาเทียม เพิ่มความชุ่มชื้นของดวงตา ปรับท่านั่งให้เหมาะสม เพื่อป้องกันการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อคอ บ่า ไหล่ ตรวจสายตาและพบจักษุแพทย์เป็นประจำทุกๆ 6 เดือน และทุกๆ 2 ชม.ควรหยุดพัก15 นาที เพื่อลดการจ้องหน้าจอ

CVS อาจไม่ใช่โรคอันตรายที่เกิดผลทันที แต่หากปล่อยไว้โดยไม่แก้ไข ก็สามารถสร้างปัญหาระยะยาวต่อสุขภาพได้ การดูแลสายตาและปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตให้สอดคล้องกับคำแนะนำของจักษุแพทย์ ก็จะช่วยถนอมและยืดอายุการใช้งานของดวงตาให้อยู่กับเราได้นาน

บลู เอเลเฟ่นท์ ฉลอง 45 ปีกับเมนู ‘Golden Symphony’ ค่ำคืนส่งท้ายปี รังสรรค์รสชาติแห่งความสุข เคล้าท่วงทำนองแห่งศิลปะอาหารไทยต้นตำรับ

บลู เอเลเฟ่นท์ ฉลอง 45 ปีกับเมนู ‘Golden Symphony’ ค่ำคืนส่งท้ายปี รังสรรค์รสชาติแห่งความสุข เคล้าท่วงทำนองแห่งศิลปะอาหารไทยต้นตำรับ

บลู เอเลเฟ่นท์ ฉลอง 45 ปีกับเมนู ‘Golden Symphony’ ค่ำคืนส่งท้ายปี รังสรรค์รสชาติแห่งความสุข เคล้าท่วงทำนองแห่งศิลปะอาหารไทยต้นตำรับ

วันจันทร์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

กลุ่มบลู เอเลเฟ่นท์ (Blue Elephant Group) เฉลิมฉลองวาระครบรอบ 45 ปีแห่งความเป็นเลิศด้านศิลปะการปรุงอาหารไทย ด้วยงานเฉลิมฉลองส่งท้ายปีสุดพิเศษ “Golden Symphony New Year’s Eve Celebration” ค่ำคืนอันเปี่ยมด้วยความสุข เสียงหัว เราะ และรสชาติอันวิจิตรงดงามของอาหารไทยแท้ที่ถ่ายทอดด้วยหัวใจแห่งความเป็นไทย

ภายใต้การกำกับดูแลของ มาสเตอร์เชฟนูรอ โซ๊ะมณี สเต็ปเป้ และ คาร์ล สเต็ปเป้ ผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มบลู เอเลเฟ่นท์ เมนูพิเศษ Golden Symphony” ได้รับแรงบันดาลใจจากความงดงามของวัฒนธรรมไทยในแต่ละภูมิภาค ถ่ายทอดผ่านเมนูรังสรรค์สุดประณีตที่คัดสรรวัตถุดิบท้องถิ่นระดับพรีเมียม โดยเฉพาะวัตถุดิบที่ได้รับการรับรองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เพื่อยกระดับคุณค่าของผลิตผลไทย และสืบสานแนว ทางตามพระราชดำริของโครงการหลวง

มาสเตอร์เชฟนูรอ โซ๊ะมณี สเต็ปเป้  กล่าวว่า “สำหรับปีแห่งความทรงจำนี้ เราต้องการรังสรรค์เมนูที่สะท้อนทั้งรากเหง้าและวิวัฒนาการของอาหารไทย ถ่ายทอดเรื่องราวของภูมิปัญญาท้องถิ่นและวัตถุดิบไทยอันทรงคุณค่า ผสมผสานกับแนวคิดร่วมสมัยอย่างกลมกลืน เพื่อสร้างประ สบการณ์แห่งรสชาติที่ทั้งงดงาม มีความหมาย และเปี่ยมด้วยจิตวิญญาณของความเป็นไทย”

ค่ำคืนแห่งความหรูหราเริ่มต้นด้วยเมนูเรียกน้ำย่อย Andaman Dream -หอยเชลล์ย่างเนยหอมละมุน เคล้าพริกไทยตรังและกระเทียมเชียง ราย เสิร์ฟคู่โฮมเมดซอสพริกหวาน เกี๊ยวปูม้าสุราษฎร์ธานีเนื้อนุ่ม และ “กุ้งห่มผ้า” กรุบกรอบ เสมือนพาผู้ลิ้มรสล่องสู่ความฝันแห่งอันดามัน ต่อด้วย Starter เมนู Fulham Broadway Favorite – ยำวุ้นเส้นกุ้งล็อบสเตอร์ ยำครบรสพร้อมกุ้งมังกรตัวโต ถ่ายทอดเสน่ห์ของครัวไทยร่วมสมัยอย่างลงตัว French Cancan – ตับห่านฝรั่งเศสเนื้อเนียนละมุน ราดซอสน้ำมะขาม GI เพชรบูรณ์ และน้ำตาลโตนด GI เพชรบุรี เพิ่มมิติรสชาติหวานเปรี้ยวอย่างประณีต และ Aile de Poulet Farcie – ปีกไก่คลองไผ่ยัดไส้ผักและเห็ด เมนูซิกเนเจอร์จากร้านแรกของบลู เอเลเฟ่นท์ ณ กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม ตามด้วยเมนูซุป Boat Noodle Consommé — ก๋วยเตี๋ยวเรือน้ำใสรสกลมกล่อมสมัยลอนดอน ใช้เนื้อวัว และหางวัวเกรดพรีเมี่ยมจากสกลนคร  ส่วนเมนูจานหลัก ประกอบด้วย Crispy Crab Soufflé — ห่อหมกปูทอด เนื้อปูม้าก้อนจัมโบ้จากสุราษฎร์ธานีและไข่ออร์แกนิกจากชาวเขา ถ่ายทอดความละเมียดละไมของรสชาติไทยอย่างร่วมสมัย  Bangkok Fish — ปลากะพงเนื้อแน่นราดซอสพริกสูตรโฮมเมด สับปะรด GI ภูเก็ต และกระเทียม GI เชียงราย เติมมิติของรสหวาน เปรี้ยว เผ็ดอย่างลงตัว  Beef Cococaban — แกงเขียวหวานเนื้อวากิวไทยคุณภาพจังหวัดสกลนคร เสิร์ฟในลูกมะพร้าวอ่อน สูตรยาวนานกว่า 45 ปี ได้แรงบันดาลใจจากคุณคาร์ล สเต็ปเป้ ผู้ตกหลุมรักมนต์เสน่ห์ของเกาะสมุย ที่ Blue Elephant 1980’s Famous Grilled Spare Ribs — ซี่โครงหมูย่างสูตรลับ หมักด้วยน้ำผึ้งโครงการหลวงนานกว่า 48 ชั่วโมง ก่อนย่างจนหอมกรุ่นนุ่มละลาย เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มแจ่วอีสานรสเข้มข้น และ Sri Saket Jasmine Rice — ข้าวหอมมะลิศรีสะเกษหุงอย่างพิถีพิถัน เคียงจานหลักอย่างลงตัว ปิดท้ายด้วยเมนูของหวาน Blue Moon Pearl — ขนมไทยรวมรสตำรับดั้งเดิมในสไตล์บลู เอเลเฟ่นท์ จัดเรียงอย่างวิจิตรดุจอัญมณีแห่งค่ำ คืน ปิดท้ายมื้ออาหารด้วยรสหวานละเมียดละไมและความทรงจำแสนประ ทับใจ

เมนูพิเศษ “Golden Symphony” ฉลองส่งท้ายปี 2568 ราคา 6,800++ บาท (สุทธิ 8,003.60 บาท) ต่อท่าน ในวันพุธที่ 31 ธันวาคม 2568 เวลา 19.00 – 22.00 น. ณ ภัตตาคาร บลู เอเลเฟ่นท์ ทั้ง 3 สาขา – กรุงเทพฯ (สาทร และสุขุมวิท) และภูเก็ต

“ค่ำคืนนี้ไม่เพียงเป็นการต้อนรับศักราชใหม่ แต่ยังเป็นการเฉลิมฉลองมรดกอาหารไทยที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น อาหารไทยคือศิลปะ วัฒนธรรม และหัวใจของความเป็นไทยที่เชื่อมโยงผู้คน เราจึงตั้งใจให้ค่ำคืนนี้เป็นบทบรรเลงแห่งความสุข ที่สะท้อนอดีต ปัจจุบัน และอนาคตของอาหารไทยอย่างงดงาม” คาร์ล สเต็ปเป้  กล่าวทิ้งท้าย

สำรองที่นั่งได้ที่บลู เอเลเฟ่นท์ กรุงเทพฯ (สาทร) โทร.+66 (0)2 673 9353–8 อีเมล์ cooking.school@blueelephant.com  บลู เอเลเฟ่นท์ ภูเก็ต โทร. +66 (0)76 354 355 อีเมล์ phuket@blueelephant.com และบลู เอเลเฟ่นท์ สุขุมวิท 13 (Blue Elephant Express) โทร. +66 (0)2 258 1879 อีเมล์ sukhumvit@blueelephant.com หรือ เฟซบุ๊คส์: www.blueelephant.com หรือ Line Official: @blueelephantbkk

มาสเตอร์เชฟนูรอ โซ๊ะมณี สเต็ปเป้

มาสเตอร์เชฟนูรอ โซ๊ะมณี สเต็ปเป้

‘Thailand Biennale 2025’ เนรมิตภูเก็ตสู่เมืองศิลปะระดับโลก ชวนไขปริศนาแห่ง ‘นิรันดร์ [กัลป์]’ ผลงาน 65 ศิลปินชั้นนำทั่วโลก

‘Thailand Biennale 2025’ เนรมิตภูเก็ตสู่เมืองศิลปะระดับโลก ชวนไขปริศนาแห่ง ‘นิรันดร์ [กัลป์]’ ผลงาน 65 ศิลปินชั้นนำทั่วโลก

‘Thailand Biennale 2025’ เนรมิตภูเก็ตสู่เมืองศิลปะระดับโลก ชวนไขปริศนาแห่ง ‘นิรันดร์ [กัลป์]’ ผลงาน 65 ศิลปินชั้นนำทั่วโลก

วันจันทร์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ประกาศเปิดม่าน “Thailand Biennale, Phuket 2025” มหกรรมศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ ครั้งที่ 4 อย่างเป็นทางการ ณ บริเวณสะพานหิน จังหวัดภูเก็ต พลิกโฉมเมืองท่องเที่ยวอันดับต้นของโลกให้กลายเป็นหมุดหมายทางศิลปะแห่งใหม่ของเอเชีย (World Class Art Destination) โดยระดมผลงานจากศิลปินชั้นนำกว่า 65 ชีวิต จาก 25 ประเทศทั่วโลก มาจัดแสดงภายใต้แนวคิด “นิรันดร์ [กัลป์]” เพื่อเปลี่ยนเกาะภูเก็ตให้เป็นพื้นที่แห่งศิลปะ การตั้งคำถาม และการเรียนรู้ พร้อมต้อนรับนักเดินทางจากทั่วโลกตั้ง แต่วันนี้ จนถึง 30 เมษายน 2569

Thailand Biennale: มหกรรมศิลปะร่วมสมัยระดับนานาชาติ

Thailand Biennale คือ มหกรรมศิลปะร่วมสมัยระดับนานาชาติ ซึ่งจัดขึ้นทุกสองปี โดยสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (สศร.) กระทรวงวัฒนธรรม มีเป้าหมายสำคัญในการขับเคลื่อนวงการศิลปะไทยสู่เวทีโลก สำหรับปี 2025 นี้ จังหวัดภูเก็ตได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพ ภายใต้วิสัยทัศน์ที่จะเนรมิตภูเก็ตสู่ “เมืองศิลปะระดับโลก” อย่างเต็มรูปแบบ โดยการผนวกศักยภาพของเมืองท่องเที่ยวชั้นนำเข้ากับพลังความคิดสร้าง สรรค์ทางศิลปะ เพื่อสร้างประสบการณ์ทางวัฒนธรรมที่ยิ่งใหญ่และแตกต่าง พร้อมขับเคลื่อนทุนวัฒนธรรมของประเทศให้เป็นที่ประจักษ์ในระดับสากล

ปริศนาแห่งกาลเวลา: ‘นิรันดร์ [กัลป์]’ (Eternal Kalpa)

ไฮไลต์สำคัญที่ทั่วโลกจับตามอง คือแนวคิดหลักของงาน “นิรันดร์ [กัลป์]” (Eternal  [Kalpa]) ซึ่งแนวคิดนี้มารากจากคติพราหมณ์โบราณ หมายถึงห้วงเวลาอันยาวนานมหาศาล สื่อถึงวัฏจักรของการสร้าง การทำลาย และการกำเนิดใหม่ เปรียบดั่งภาพดวงอาทิตย์ตกที่แหลมพรหมเทพที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ศิลปะในครั้งนี้จะทำหน้าที่เป็นสื่อกลางชวนผู้ชมตั้งคำถามเรื่อง “การอยู่ร่วมกัน” ท่ามกลางวิกฤตโลก (Polycrisis) ทั้งปัญหาสิ่งแวดล้อมและสังคม เพื่อนำไปสู่การค้นพบ ‘วิถีแห่งการอยู่รอด’ ครั้งใหม่ ที่เราจะเรียนรู้การเคารพธรรมชาติและแบ่งปันช่วงเวลาให้แก่กันด้วยความเมตตา อันเป็นกุญแจสำคัญที่จะไขประตูสู่อนาคตที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง โดยใช้ศิลปะเป็นสื่อสำรวจความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับโลกธรรมชาติ ซึ่งเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนภูเก็ตสู่เมืองศิลปะที่เติบโตอย่างสร้างสรรค์และยั่งยืนในอนาคต

Artists & Curators: กว่า 65 ศิลปินชั้นนำระดับโลก

พลิกโฉมภูเก็ตสู่เวทีโลก เพื่อให้สมศักดิ์ศรีของงานศิลปะระดับนานาชาติ Thailand Biennale 2025 ครั้งนี้ได้ระดมทัพศิลปินกว่า 65 คน จาก 25 ประเทศทั่วโลก มาร่วมสร้างสรรค์ผลงานภายใต้บริบทเดียวกัน โดยมีทีมภัณฑารักษ์นานาชาติ ประกอบด้วย อริญชย์ รุ่งแจ้ง ศิลปินร่วมสมัยดีเด่น เจ้าของรางวัลศิลปาธร สาขาทัศนศิลป์ ประจำปี 2563, เดวิด เทห์ ผู้มีประสบการณ์ด้านภัณฑารักษ์ในงานเบียนนาเล่ต่าง ๆ ทั้งในยุโรปและเอเชีย, พร้อมด้วย มาริสา พันธรักษ์ราชเดช, และ เฮร่า ชาน ภัณฑารักษ์ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการนิทรรศการศิลปะร่วมสมัย มาร่วมกำกับทิศทางการแสดงงานศิลปะอย่างใกล้ชิด ผลงานที่จัดแสดงครอบคลุมศิลปะหลากหลายแขนง ทั้งงานจัดวางขนาดใหญ่ (Installation Art), ประติมากรรม (Sculpture), ศิลปะการแสดง (Performance Art), และสื่อผสม (Mixed Media) ที่ไม่ได้เพียงแค่นำมาวางโชว์ แต่เป็นการเปิดบทสนทนาข้ามวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงเรื่องราวท้องถิ่นเข้ากับประเด็นสากล สะท้อนให้เห็นว่าศิลปะสามารถเป็นภาษาที่ทรงพลังที่สุดในการสื่อสารความรู้สึกของมนุษยชาติ

Phuket as a Host City: จากเมืองท่องเที่ยวสู่เมืองศิลปะระดับโลก

นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.) กล่าวว่า “การเลือกปักหมุดที่ “ภูเก็ต” ในปีนี้ มีนัยสำคัญมากกว่าการโปรโมตการท่องเที่ยว เพราะภูเก็ตคือเมืองที่มีเรื่องราวซับซ้อนและงดงาม เป็นพื้นที่แห่ง “การฟื้นคืน” (Resilience) ที่ผ่านบทเรียนทั้งจากภัยธรรมชาติและโรคระบาด ซึ่งสอดคล้องกับแก่นของงานที่พูดถึงวัฏจักรชีวิต ความพิเศษที่สุดคือรูปแบบงานศิลปะที่เป็น Site-specific หรือศิลปะที่ยึดโยงกับพื้นที่จริง โดยกระจายตัวอยู่ใน 20 จุดแลนด์มาร์กสำคัญทั่วเกาะ ตั้งแต่สถาปัตยกรรมชิโนโปรตุกีสในย่านเมืองเก่า ไปจนถึงหาดทรายขาวและโขดหินริมทะเล ทำให้ผู้ชมได้สัมผัสงานศิลปะที่ “สนทนา” กับวิถีชีวิตและธรรมชาติอย่างลึกซึ้ง เปลี่ยนมุมมองการท่องเที่ยวภูเก็ตให้กลายเป็นการสำรวจเมืองในมิติใหม่ที่ไม่เคยมีใครสัมผัสมาก่อน”

สัมผัสปรากฏการณ์ศิลปะระดับโลกที่คุณต้องไม่พลาด!

งานนี้ไม่ใช่เพียงนิทรรศการทั่วไป แต่คุณจะมีโอกาสสัมผัสผลงานมาสเตอร์พีซจาก 65 ศิลปินระดับโลก เป็นประสบการณ์ “ครั้งหนึ่งในชีวิต” ที่หาไม่ได้จากที่ไหน โดยเทศกาลจะจัดต่อเนื่องยาวนานกว่า 5 เดือน ตั้งแต่วันนี้ – 30 เมษายน 2569 เปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ร่วมสำรวจ พร้อมอัดแน่นด้วยกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ทั้งเวทีเสวนา เวิร์กช็อป และโปรแกรมการเรียนรู้ตลอดเทศกาล  ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกา ยน 2568 – 30 เมษายน 2569 จัดแสดง 20 จุดทั่วเกาะภูเก็ต (อาทิ ย่านเมืองเก่า, สะพานหิน, เมืองกะทู้, แหลมพรหมเทพ ฯลฯ)

ติดตามรายละเอียดและตารางกิจกรรมได้ที่เว็บไซต์ https://www.thailandbiennale.org/ หรือทาง Facebook Thailand Biennale และ Instagram thailand_biennale

#EternalKalpa  #ThailandBiennalePhuket2025 #ThailandBiennale


ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วธ.

ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วธ.