EnCo คว้ารางวัล ‘ESQR’s Quality Achievements Award 2025’ ตอกย้ำมาตรฐานการบริหารจัดการคุณภาพระดับโลก

EnCo คว้ารางวัล 'ESQR’s Quality Achievements Award 2025' ตอกย้ำมาตรฐานการบริหารจัดการคุณภาพระดับโลก

EnCo คว้ารางวัล ‘ESQR’s Quality Achievements Award 2025’ ตอกย้ำมาตรฐานการบริหารจัดการคุณภาพระดับโลก

วันจันทร์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 18.13 น.

บริษัท เอนเนอร์ยี่ คอมเพล็กซ์ จำกัด (EnCo) ผู้นำด้านการพัฒนาและบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร คว้ารางวัล ESQR’s Quality Achievements Award 2025 จาก ESQR (European Society for Quality Research) องค์กรระดับนานาชาติที่มุ่งส่งเสริมคุณภาพและสนับสนุนการนำระบบบริหารจัดการคุณภาพไปใช้จริงในองค์กรทั่วโลก รางวัลนี้ถือเป็นหนึ่งในโครงการสำคัญของ ESQR ที่จัดขึ้นประจำทุกปี เพื่อมอบสำหรับองค์กรที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและเป็นเลิศในการพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่องในทุกมิติ ซึ่งสอดคล้องกับบทบาทของ EnCo ที่ขับเคลื่อนมาตรฐานด้านคุณภาพ ความปลอดภัย และประสิทธิภาพการบริหารอาคารมาอย่างยาวนาน โดยงานมอบรางวัลจัดขึ้น ณ โรงแรมดุสิตธานี ดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

ศิรศักดิ์ จันเทรมะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอนเนอร์ยี่ คอมเพล็กซ์ จำกัด (EnCo) เปิดเผยว่า “รางวัล ESQR’s Quality Achievements Award 2025 เป็นอีกก้าวสำคัญที่สะท้อนความตั้งใจตลอดย่างก้าว 21 ปีของ EnCo ในการรักษาและพัฒนามาตรฐานคุณภาพองค์กรอย่างต่อเนื่อง เราดำเนินงานภายใต้วิสัยทัศน์ ‘มุ่งมั่นพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และบริหารจัดการอาคารสถานที่ด้วยบริการที่เป็นเลิศเพื่อให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน’ ผ่านแนวทางการบริหารจัดการที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และขับเคลื่อนด้วยผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม พร้อมมุ่งยกระดับระบบบริหารจัดการอาคารให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล ทั้งด้านคุณภาพ ความปลอดภัย พลังงาน และสิ่งแวดล้อม โดยมีมาตรฐานสำคัญรองรับ เช่น ISO 9001:2015 ระบบบริหารงานคุณภาพ และ ISO 41001:2018 ระบบการจัดการทรัพยากรทางกายภาพ (Facility Management) ซึ่งช่วยเสริมความเชื่อมั่นให้กับผู้เช่า ผู้ใช้อาคาร และพันธมิตรทางธุรกิจ

นอกจากนี้ในช่วงปี 2024–2025 ที่ผ่านมา EnCo ได้เดินหน้าพัฒนาอาคารสีเขียว (Green Building) และระบบบริหารจัดการพลังงานอย่างจริงจัง ทั้งการใช้เทคโนโลยีควบคุมอาคารอัจฉริยะ การออกแบบพื้นที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การรีไซเคิล และการใช้พลังงานหมุนเวียน เพื่อขับเคลื่อนไปสู่ Low Carbon Society ควบคู่กับการพัฒนานวัตกรรมด้าน Smart Property Management เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้ใช้อาคารที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ความสำเร็จในปีนี้จึงไม่เพียงสะท้อนคุณภาพของการบริหารจัดการ 

อาคารเท่านั้น แต่ยังตอกย้ำทิศทางของ EnCo ในการก้าวสู่ผู้นำด้านการบริหารอาคารยุคใหม่ที่ผสานคุณภาพ ความยั่งยืน และเทคโนโลยีเข้าไว้ด้วยกันอย่างครบวงจร โดยเราจะเดินหน้าต่อยอดโครงการด้าน Smart Energy, Green Operation และระบบอาคารอัจฉริยะ เพื่อเสริมประสิทธิภาพการบริหารจัดการพื้นที่ในระดับประเทศ และเป็นต้นแบบอาคารคุณภาพที่ตอบโจทย์อนาคตอย่างแท้จริง”

สำหรับรางวัล ESQR’s Quality Achievements Award มอบให้องค์กรที่มีความโดดเด่นด้านการบริหารจัดการคุณภาพอย่างยั่งยืน โดย ESQR พิจารณาผ่านกระบวนการวิจัยรอบด้าน ทั้งการสำรวจความคิดเห็นผู้บริโภค การศึกษาตลาด การประเมินคุณภาพบริการ การสื่อสารองค์กร รวมถึงข้อมูลจากแหล่งสาธารณะด้านนวัตกรรม โครงการเพื่อสังคม และบทบาทในอุตสาหกรรม นอกจากนี้ EnCo ยังได้รับคะแนนเสียงสนับสนุนจากผู้ได้รับรางวัลในอดีต และองค์กรสมาชิกในเครือข่าย ESQR ซึ่งประกอบด้วยบริษัทชั้นนำ หน่วยงานรัฐ และสถาบันการศึกษาทั่วโลก สะท้อนถึงการยอมรับจากมืออาชีพในระดับสากลว่า EnCo เป็นองค์กรที่โดดเด่นด้านมาตรฐานคุณภาพอย่างแท้จริง

-(016)

ปลัดกระทรวง อว. ลงพื้นที่ ‘ห้วยแถลง – จักราช’ ชู ‘วิจัยติดดิน กินได้’ พร้อมนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีช่วยประชาชน

ปลัดกระทรวง อว. ลงพื้นที่ 'ห้วยแถลง - จักราช' ชู 'วิจัยติดดิน กินได้' พร้อมนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีช่วยประชาชน

ปลัดกระทรวง อว. ลงพื้นที่ ‘ห้วยแถลง – จักราช’ ชู ‘วิจัยติดดิน กินได้’ พร้อมนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีช่วยประชาชน

วันจันทร์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 17.53 น.

ปลัดกระทรวง อว. ลงพื้นที่ “ห้วยแถลง – จักราช” จ.นครราชสีมา ชู “วิจัยติดดิน กินได้” มอบ “มทส. – มรภ.นครราชสีมา – มทร.อีสาน” พร้อมหน่วยงานวิจัยในพื้นที่นำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีช่วยพี่น้องประชาชนทั้งด้านเกษตร อุตสาหกรรม พัฒนาทักษะอาชีพเพื่อทำให้นครราชสีมาก้าวขึ้นเป็น “ศูนย์กลางนวัตกรรม” ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง

15 ธันวาคม 2568 ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) พร้อมผู้บริหาร อาทิ น.ส.วราภรณ์ รุ่งตระการ รองปลัด อว. นายพันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี รักษาการรองปลัด อว.และผู้บริหารหน่วยงานกระทรวง อว.ลงพื้นที่วัดหลุ่งประดู่ อ.ห้วยแถลง และวัดป่าหนองบัวเกาะเพชร อ.จักราช จ.นครราชสีมา เพื่อติดตามผลการขับเคลื่อนงานด้านอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมหรือ อววน. ว่าได้ถึงมือพี่น้องประชาชนแล้ว โดยมีนายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมาและหน่วยงานในพื้นที่ให้การต้อนรับ โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีการนำนิทรรศการนวัตกรรมการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของทุกหน่วยงานในกระทรวง อว. มาจัดแสดงพร้อมมีการออกหน่วยจากสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมาให้บริการทางการแพทย์และด้านสุขภาพแก่ประชาชนที่มาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง

ศ.ดร.ศุภชัย กล่าวเปิดงานว่า กระทรวง อว. มีมหาวิทยาลัยในการดูแลถึง 154 แห่งทั่วประเทศ เฉพาะจังหวัดนครราชสีมาก็มีหลายแห่ง อาทิ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี(มทส.) มหาวิทยาลัยราชภัฎฺ(มรภ.) นครราชสีมา มหาวิทยาลัยราชงคล(มทร.)อีสานรวมทั้งหน่วยงานวิจัยอีกหลายแห่งที่จะมาช่วยพี่น้องประชาชนโดยการนำ อววน.มาช่วยทั้งด้านเกษตร อุตสาหกรรม อาชีพ สุขภาพ การพัฒนาทักษะอาชีพให้กับประชาชนในพื้นที่ โดยตลอดสองเดือนที่ผ่านมา กระทรวง อว.ได้ขับเคลื่อนนโยบาย Quick Win เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่ประชาชนจับต้องได้อย่างรวดเร็ว ครอบคลุม 5 ด้านสำคัญ กลุ่มแรก “วิจัยติดดิน กินได้”  โครงการ “โดรนคนละครึ่งพลัส สู่สมาร์ทฟาร์มมิ่ง” ที่ช่วยเกษตรกรลดต้นทุน ลดแรงงาน ลดเวลา และลดความเสี่ยงจากสารเคมี เป็นการนำนวัตกรรมลงสู่ไร่นาอย่างแท้จริง กลุ่มที่สอง “วิทย์พิชิตภัย” นำเทคโนโลยีชั้นสูง ทั้งดาวเทียม THEOS ระบบThaiWater และ GeoAI มาตรวจจับ ชี้พิกัด และเตือนภัยน้ำท่วมได้อย่างแม่นยำ พร้อมบูรณาการการช่วยเหลือผ่านระบบ Traffy Fondue เพื่อให้ประชาชนได้รับการดูแลอย่างทั่วถึงไม่ตกหล่น

ปลัด อว.กล่าวต่อว่า กลุ่มที่สาม “มหาวิทยาลัยสีเขียว สู่ Net Zero ปี 2050” ผ่านโครงการ “จากครัว…สู่เครื่อง” สนับสนุนมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ รวบรวมน้ำมันพืชใช้แล้ว มาผลิตเป็นเชื้อเพลิงอากาศยาน  กลุ่มที่สี่ “Upskill–Reskill ครั้งใหญ่” มอบโอกาสใหม่ให้ผู้ตกงานและแรงงานไทยได้เสริมทักษะสำคัญผ่านมหาวิทยาลัย ศูนย์วิจัย และระบบออนไลน์ทั่วประเทศ เพื่อเตรียมความพร้อมสู่ตลาดงานยุคใหม่และกลุ่มที่ห้า “AI love U: เร่งพลังอนาคตไทย” ยกระดับการเรียนการสอนด้าน AI ในมหาวิทยาลัย สนับสนุนภาคธุรกิจด้วย “AI คนละครึ่ง” และขยายผลระบบ “AI Chest X-ray” เพื่อคัดกรองสุขภาพปอดประชาชนได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ

“ผมเชื่อมั่นว่า ด้วยพลังของ อววน. และความร่วมมือของชาวโคราช จะสามารถทำให้จังหวัดนครราชสีมาก้าวขึ้นเป็น “ศูนย์กลางนวัตกรรม” ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง พร้อมสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจที่มั่นคงและยั่งยืน” ศ.ดร.ศุภชัย กล่าว

ด้านนายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า จังหวัดนครราชสีมา มีเป้าหมายการพัฒนาจังหวัด มุ่งสู่การเป็นมหานครแห่งโอกาสการสร้างสรรค์นวัตกรรม เกษตร อุตสาหกรรม ท่องเที่ยวและกีฬา ก้าวสู่สังคมคุณภาพสูง และมีการพัฒนาอย่างยั่งยืน ถือเป็นจังหวัดที่มีความพร้อมทั้งด้านทรัพยากรมนุษย์ กลไกการพัฒนา และสถาบันอุดมศึกษาที่เข้มแข็ง  ทั้งนี้ การพัฒนาพื้นที่จำเป็นต้องอาศัยองค์ความรู้ เทคโนโลยี การวิจัยและนวัตกรรม เป็นกลไกสำคัญในการยกระดับเศรษฐกิจ สังคม คุณภาพชีวิตของประชาชน ตลอดจนการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมามีความพร้อมอย่างยิ่ง ที่จะบูรณาการการทำงานร่วมกับกระทรวง อว. และทุกภาคส่วน เพื่อผลักดันให้เกิดการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเป็นรูปธรรม และส่งผลต่อการพัฒนาพื้นที่อย่างยั่งยืน  

จากนั้น ศ.ดร.ศุภชัย ให้สัมภาษณ์ว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กระทรวง อว.ได้นำวิทยาศาสรร์ วิจัยและนวัตกรรมมาช่วยประชาชนในพี้นที่ต่างทั่วประเทศมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การนำผลผลิตทางธรรมชาติมาเพิ่มมูลค่า และมีการทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยในพื้นที่ อย่าง จ.นครราชสีมา ก็จะมี มทส. –  มรภ.นครราชสีมา  – มทร.อีสาน ซึ่งมีภารกิจบริการทางวิชาการให้กับประชาชน เอาความรู้ที่มีมาช่วยพี่น้องประชาชนซึ่งทำมาอย่างต่อเนื่อง มหาวิทยาลัยในพื้นที่จะเข้าใจประชาชนในพื้นที่ว่าต้องการอะไรและเอาความรู้ที่มีมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับพื้นที่ได้ อย่างไรก็ตามตนจะขอให้มหาวิทยาลัยในพื้นที่นำงานวิจัยาช่วยพี่น้องประชาชนให้มากขึ้นตามนโยบายวิจัยติดดิน กินได้

-(016)

อพท.เปิดว้าว 9 เส้นทางท่องเที่ยว ‘THE SOUL OF THAILAND’ ชวนสัมผัสจิตวิญญาณความเป็นไทย กระจายรายได้สู่ชุมชน

อพท.เปิดว้าว 9 เส้นทางท่องเที่ยว ‘THE SOUL OF THAILAND’ ชวนสัมผัสจิตวิญญาณความเป็นไทย กระจายรายได้สู่ชุมชน

อพท.เปิดว้าว 9 เส้นทางท่องเที่ยว ‘THE SOUL OF THAILAND’ ชวนสัมผัสจิตวิญญาณความเป็นไทย กระจายรายได้สู่ชุมชน

วันจันทร์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 17.42 น.

องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. จัดงานเปิดตัว 9 เส้นทางท่องเที่ยว “THE SOUL OF THAILAND” ชวนสัมผัสจิตวิญญาณความเป็นไทย ณ Parade Square, G Floor, Parade at One Bangkok เพื่อยกระดับและขับเคลื่อนทุนทางวัฒนธรรม  มุ่งสร้างและกระจายรายได้สู่ชุมชนท้องถิ่น เชื่อมโยงสู่ตลาดท่องเที่ยวคุณภาพสูง หวังกระตุ้นนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติให้เข้าใจในทุนวัฒนธรรมท้องถิ่น เกิดการกระจายรายได้จากการท่องเที่ยวไปสู่เมืองรองเพิ่มมากขึ้น

นายศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร ผู้อำนวยการ อพท. กล่าวว่า “อพท. ในฐานะหน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (นายอรรถกร ศิริลัทธยากร) ได้ทำหน้าที่ประสาน ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาและบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในเชิงบูรณาการ ตลอดจนการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นให้มีศักยภาพตามมาตรฐาน CBT Thailand และพัฒนากิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ (Creative Tourism) ชูอัตลักษณ์ที่โดดเด่นของชุมชนผ่านเส้นทางและกิจกรรมท่องเที่ยว และสามารถบริหารจัดการการท่องเที่ยวด้วยตนเองเพื่อสร้างความยั่งยืน เพิ่มและกระจายรายได้สู่ชุมชนท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

ผู้อำนวยการ อพท. กล่าวต่อว่า สำหรับการเปิดตัวแคมเปญ “THE SOUL OF THAILAND” ชวนสัมผัสจิตวิญญาณความเป็นไทย ให้นักท่องเที่ยวได้มาสัมผัสมาเรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ๆ กับ 9 เส้นทางท่องเที่ยว ใน 9 พื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ตามแนวทางการยกระดับเส้นทางการท่องเที่ยวบนฐานทุนท้องถิ่น ด้วยการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการด้วยความคิดสร้างสรรค์และทุนทางวัฒนธรรม เพื่อเป็นเครื่องมือในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการท่องเที่ยว โดยทั้ง 9 เส้นทางได้แก่

COLORS OF CHIANG RAI เมืองสร้างสรรค์ สีสันแห่งล้านนา ชื่นชมวิถีชีวิตแห่งล้านนา ไปกับการลงพื้นที่คลุกคลีชุมชนชาติพันธุ์ ท่ามกลางบรรยากาศของธรรมชาติที่รายล้อม พร้อมผจญภัยไปในดินแดนแห่งธรณีวิทยา และตำนานแห่งขุนเขา

NAN SLOW LIFE เสน่ห์ของวิถีเนิบช้า เติมเต็มความสบายใจอย่างเต็มอิ่มกับเมืองแสนสงบที่ปราศจากความวุ่นวาย พักผ่อนท่ามกลางความเนิบช้าและเรียบง่าย แวดล้อมไปด้วยธรรมชาติ อุดมไปด้วยเรื่องราวแห่งศิลปวัฒนธรรม และโบราณสถานสุดงดงามที่ผ่านกาลเวลามากว่าหลายร้อยปี มาดื่มด่ำกับความเรียบง่ายของชีวิตกับกาแฟรสชาติดีสักแก้วที่เมืองน่าน

SUKHOTHAI TIMELESS TREASURES มรดกโลกที่ยังมีลมหายใจ ชมเมืองเก่าเล่าเรื่องประวัติศาสตร์ ที่สุโขทัยผ่านกิจกรรมสุดสนุกตลอดทริป ชมโบราณสถาน แวะพักกับชุมชนขนาดกะทัดรัด ที่ใช้คำว่าน่ารักได้อย่างฟุ่มเฟือย และฝากท้องกับเมนูอาหารท้องถิ่นที่ทำให้ “สุโขทัย” กลายเป็นเมืองท่องเที่ยวยั่งยืน 1 ใน 100 แห่งของโลก

LOEI BEYOND THE MEKONG สุขใจกันไปเลย วิถีริมโขง เที่ยวเชียงคาน ดินแดน  Green Destinations และภูหลวง เมืองเกษตรกรรมถิ่นอีสาน สโลว์ไลฟ์ใจฟูไปกับการท่องเที่ยวแบบร่วมสมัยผสมกลิ่นอายของอดีตผ่าน “เมืองเชียงคาน” ย่านเก่าริมแม่น้ำโขง ที่ยังอบอวลไปด้วยวิถีชีวิตท้องถิ่นดั้งเดิม เพิ่มเติมด้วยกิจกรรมสร้างสรรค์ และงานศิลปะ แวะเยี่ยมชมหมู่บ้านชาวไทดำ ชาติพันธุ์ที่ยังคงวิถีผีฟ้า ปรัชญา ศรัทธาแห่งบรรพบุรุษ ท่ามกลางธรรมชาติและวิวขุนเขาแห่งพรมแดน

U THONG ANCIENT LEGACY เมืองมรดกแห่งดินแดนสุวรรณภูมิ จากความรุ่งเรืองในอดีตกาล เมืองแห่งศูนย์กลางการค้าสมัยทวารวดี และจุดเผยแผ่พระพุทธศาสนา ทำให้ “อู่ทอง” คือดินแดนที่เต็มไปด้วยโบราณสถาน โบราณวัตถุ และมนตร์ขลังของความรุ่งเรืองแห่งกาลเวลาที่ยังอบอวลอยู่ รอให้ทุกคนมาสัมผัส เปิดประสบการณ์ท่องเที่ยงเชิงประวัติศาสตร์ที่น่าตื่นตากับวิถีชีวิตที่น่าค้นหาของดินแดนที่ยิ่งใหญ่แห่งอุษาคเนย์

BANG KACHAO LOW CARBON, HIGH SPIRIT สัมผัสสิ่งแวดล้อมดีดี วิถีบางกะเจ้า ไม่ใช่แค่     one day trip แต่หากอยากสัมผัสบางกะเจ้าแบบครบรส ช็อป ชิม ชิล และสนุกไปกับกิจกรรมชุมชน สามารถพักค้างคืนท่ามกลางพื้นที่สีเขียวใกล้เมืองกรุง เติมเต็มประสบการณ์การท่องเที่ยวให้ชีวิต เต็มอิ่มกับหลากเมนูท้องถิ่น และสูดลมหายใจให้เต็มปอดในพื้นที่เขียวแหล่งใหญ่ใกล้เมืองกรุงที่ “คุ้งบางกะเจ้า”

PATTAYA EVERYDAY WONDERS มหัศจรรย์ได้ทุกวันที่พัทยา พัทยาเมืองแห่งสีสันที่คึกคัก อุดมไปด้วยนักสร้างสรรค์ และเต็มไปด้วยเรื่องราวแห่งแรงบันดาลใจ ที่ถูกแสดงออกมาผ่านงานดีไซน์ แฟชั่น ดนตรี และอีเวนต์สำคัญ ๆ มากมาย ขณะเดียวกันที่นี่ยังคงมีเรื่องราวของวัฒนธรรมท้องถิ่น มนตร์เสน่ห์จากอดีตที่ยังอวบอวลอยู่ในซอกมุมต่าง ๆ อีกไม่น้อย การเดินทางมาเติมแรงบันดาลใจใหม่ ๆ ไปพร้อมกับการได้สัมผัสเรื่องราวของชุมชนดั้งเดิมใกล้พัทยา จึงเป็นประสบการณ์การท่องเที่ยวที่กลมกล่อมสำหรับทุกคนในครอบครัว

KOH CHANG BLUE CASTAWAY หนีร้อนไปติดเกาะ ลัดเลาะวิถีชุมชน สัมผัสวิถีชีวิตชาวชุมชน ท่ามกลางท้องทะเลสีฟ้าใส และทำความรู้จักกับชุมชนที่อยากให้นักเดินทางเข้าใจการท่องเที่ยวธรรมชาติอย่างถ่อมตน ไม่เบียดเบียน ช่วยลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ “หมู่เกาะในฝัน สวรรค์แห่งอ่าวไทย” และบ้านของพวกเขายังคงอยู่อย่างงดงามต่อไปตราบนานเท่านาน

SONGKHLA LAGOON’S LIVING HERITAGE สมบัติแห่งกาลเวลา ปล่อยใจไปกับเสน่ห์ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ทริปเดียว ครบทั้งประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และธรรมชาติ ให้นักเดินทางได้เข้ามาสัมผัส ลิ้มรสอาหารท้องถิ่นจากวัตถุดิบสดจากทะเล ที่ผ่านกรรมวิธีการปรุงอย่างพิถีพิถันอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว

ผู้อำนวยการ อพท. กล่าวต่อว่า “การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน คือ การท่องเที่ยวที่สร้างโอกาสให้กับผู้คนในแหล่งท่องเที่ยว รวมถึงผู้คนในประเทศ ตลอดจนต้องมีขีดความสามารถมากพอที่จะส่งต่อโอกาสนี้ให้แก่คนรุ่นต่อไป ซึ่งเป็นสิ่งที่ อพท. เล็งเห็นความสำคัญ ในการสร้างพลังสร้างสรรค์ ด้วยการสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าและบริการจากความคิดสร้างสรรค์ด้วยทุนทางวัฒนธรรม ซึ่งประเทศไทยมีศักยภาพและความพร้อมในการยกระดับและขับเคลื่อนการใช้ทุนทางวัฒนธรรมที่หลากหลาย และยังสืบทอดต่อกันมาในท้องถิ่น

ขอเชิญชวนให้ทุกท่านเดินทางไปสัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวกับ 9 เส้นทางท่องเที่ยว ใน 9 พื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนของ อพท. ในแบบ “THE SOUL OF THAILAND สัมผัสจิตวิญญาณแห่งไทย” เพื่อร่วมสนับสนุนการสร้างชุมชนแห่งความสุข มีส่วนร่วมในการเป็นเจ้าของร่วมกัน เกิดการกระจายรายได้ มีความสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม คงสภาพแหล่งท่องเที่ยวให้มีความงดงาม สิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม และวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามให้คงอยู่สืบไป

#TheSoulofThailand #อพท

-(016)

GRAVITY จัดงาน ‘GLOBAL PLAYGROUND – GRAVITY VISIONARY 2026’ เปิดตัว 4 เกมใหม่น่าจับตามองในปี 2026

GRAVITY จัดงาน 'GLOBAL PLAYGROUND - GRAVITY VISIONARY 2026' เปิดตัว 4 เกมใหม่น่าจับตามองในปี 2026

GRAVITY จัดงาน ‘GLOBAL PLAYGROUND – GRAVITY VISIONARY 2026’ เปิดตัว 4 เกมใหม่น่าจับตามองในปี 2026

วันจันทร์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 17.35 น.

GRAVITY ประกาศความสำเร็จเส้นทางธุรกิจเกมออนไลน์ 23 ปี RAGNAROK ONLINE (RO) ทะยานสู่เจ้าตลาด ยอดขายเติบโต 396% ในช่วง 10 ปี เตรียมเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ 4 เกมใหม่ที่น่าจับตามองในปี 2026 ตั้งเป้าเป็นบริษัท Entertainment อันดับหนึ่งของโลก 

บริษัท กราวิตี้ จำกัด (Gravity) จัดงานแถลงข่าว GLOBAL PLAYGROUND – GRAVITY VISIONARY 2026 เผยความสำเร็จของ Gravity ในปี 2025 และเกมใหม่แกะกล่องที่เตรียมเปิดตัวต้อนรับศักราชใหม่ พร้อมด้วยทีมนักพัฒนาร่วมให้ข้อมูลและไฮไลท์ที่น่าสนใจของเกมใหม่ทั้ง 4 เกมที่จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 2026 โดยได้ 2 ศิลปินดัง 4EVE และ ATLAS ร่วมเป็นพรีเซ็นเตอร์ ณ ห้องศาลาไทย บอลรูม ชั้น 5 โรงแรม แบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค ซอยสุขุมวิท 22 เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา

Yoshinori Kitamura ตำแหน่ง Chairman of Board, COO of Gravity กล่าวถึงวิสัยทัศน์ของ GRAVITY ว่า “Gravity ได้นำเกมในซีรีส์ Ragnarok มาสู่ผู้เล่นอย่างมากมาย โดยภารกิจของ GRAVITY คือการสร้างประสบการณ์การเล่นเกมที่น่าตื่นเต้นที่สุด เรามุ่งมั่นที่จะส่งมอบรอยยิ้มและความประทับใจให้ผู้คนทั่วโลกผ่านเกมของเรา เป้าหมายของเราคือ การเป็นบริษัท Entertainment อันดับหนึ่งของโลก ปัจจุบัน GRAVITY มีพนักงานมากกว่า 1,000 คน และมีเครือข่ายระดับโลกผ่าน 11 บริษัทในเครือ รวมถึงสำนักงานในเอเชีย อเมริกาเหนือ และอเมริกาใต้ เรากำลังขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่องทั้งเกมมือถือ, PC และ Console โดยเน้นธุรกิจออนไลน์และการเข้าถึงผู้เล่นทั่วโลก โดยเฉพาะ RO IP จนสามารถกล่าวได้ว่า GRAVITY = RAGNAROK เลยครับ”

Ragnarok Online เปิดตัวในปี 2002 ที่เกาหลี และจะครบรอบ 23 ปีในปีนี้ โดยให้บริการกว่า 122 ประเทศ มียอดดาวน์โหลดรวมเกิน 200 ล้านครั้ง ยอดขายเติบโต 396% ในช่วง 10 ปี (2016-ปัจจุบัน) ทั้งนี้ Gravity ได้ให้ความสำคัญกับกลยุทธ์ IP คือ “การ Optimize ให้เหมาะกับแต่ละภูมิภาค” ถือเป็นหัวใจหลักของการพัฒนา และนำไปสู่กลยุทธ์ของ Ragnarok ขับเคลื่อนด้วย 4 เสาหลัก ได้แก่ 

1.กระตุ้น Community (ผู้เล่น)

2.กลยุทธ์ระดับ Global (ขยายฐานแฟนคลับ, รองรับหลายภาษา/สกุลเงิน, ปรับเนื้อหาสำหรับพื้นที่ต่างๆ)

3.กลยุทธ์ขับเคลื่อนด้วย IP (NFT, Animation, กอล์ฟจำลอง, ละครเวที, คอนเสิร์ตคลาสสิก)

4.ปล่อยเกมใหม่อย่างต่อเนื่อง (เพื่อขยายฐานแฟน RO)

นอกจากนี้ยังมีการจัดงาน “Ragnarok Festa 2025 Presented by OneOne” ซึ่งถือเป็นงาน Ragnarok ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยรวบรวมเกมถึง 18 เกม และการแข่งขัน E-sports 4 รายการ นำเสนอสุดยอดผลงานของ “Ragnarok ที่ทุกคนร่วมสร้างกันมา” บนเวทีของงานเฟสต้าให้ทุกท่านได้ชม

และมาถึงการแนะนำ 4 เกมใหม่ปี 2026 โดยคุณ Kim Jin Hwan ตำแหน่ง President of Gravity Game Tech สำหรับแฟนๆ RO ที่ไม่ควรพลาด ประกอบด้วย

1. Ragnarok Abyss: ประสบการณ์ Open World ใหม่อย่างแท้จริง เน้นการสำรวจอย่างอิสระและนวัตกรรมใหม่

2. Ragnarok Midgard Senki: นำความคลาสสิกของ RO 2D มาปรับใหม่ให้ทันสมัย เพิ่มกราฟิกและระบบใหม่

3. Ragnarok The New World: Open World ที่มาพร้อมความท้าทายและประสบการณ์ที่แตกต่าง

4. Ragnarok Online 3: ท้าทายกรอบเดิมของซีรีส์ เปิดโลกใหม่และความเป็นไปได้ใหม่ เป็นผลลัพธ์ของความกล้าในการสร้างนวัตกรรม

ไฮไลท์ที่น่าสนใจของเกมใหม่ที่จะเปิดตัวในปีหน้า

Ragnarok Abyss (โดย Eric Kim, Vice President of Taren Network) เกมนี้จะมอบประสบการณ์ Open World ใหม่อย่างแท้จริง ผู้เล่นจะได้สำรวจโลกกว้าง ๆ เผชิญความท้าทาย และสนุกกับการผจญภัยอย่างอิสระ แม้จะยังคงกลิ่นอายของซีรีส์ RO แต่ก็เต็มไปด้วยนวัตกรรมใหม่ที่จะสร้างความประทับใจให้ผู้เล่นทั่วโลก มาพร้อม MMORPG สไตล์ Adventure-Action ใหม่ล่าสุด เล่นได้บนมือถือและ PC (Cross-Platform) ตามสโลแกน “Light Up the New Gen” และเกมนี้ยังได้เกิร์ลกรุ๊ปชื่อดังอย่าง 4EVE และบอยแบนด์สุดฮอตอย่าง ATLAS มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ เพิ่มความปัง เป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่ที่จะพาเหล่าผู้เล่นร่วมสนุกไปบนดินแดนสุดท้าทายนี้ไปด้วยกัน

คลิปเปิดตัวพรีเซนเตอร์ Ragnarok Abyss: https://youtu.be/RW2T3_yYf60?si=VegVHerygLEYSMFA  

Ragnarok: Midgard Senki (โดยผู้พัฒนา Fengyin, Chief Operating Officer of GameAle) เกมนี้นำความคลาสสิกของ Ragnarok มาปรับใหม่ให้ทันสมัย ยังคงความน่ารักแบบ 2D แต่เพิ่มกราฟิกและระบบใหม่ ทำให้แฟนเก่าและผู้เล่นใหม่ต่างได้รับประสบการณ์ที่พิเศษไม่เหมือนใคร เพิ่มโหมดการเล่นสุดตื่นเต้น (ทั้ง PVP และ PVE แบบใหม่) ในเส้นทางการแข่งขัน ผู้เล่นจะต้องแย่งชิง MVP และสามารถ PK กับผู้เล่นคนอื่นไปพร้อมกันได้ เพิ่มระบบจับสัตว์เลี้ยง ที่ให้ผู้เล่นสามารถจับสัตว์เลี้ยงที่ตัวเองชื่นชอบได้อย่างอิสระ และสามารถเก็บรวบรวมทรัพยากรต่าง ๆ ได้อย่างอิสระเช่นกัน (ขุดเหมือง ตกปลา เก็บสมุนไพร)

ผู้พัฒนายังคงยึดมั่นในการสร้างเกมที่สนุกและไม่ Pay-to-Win โดย Senki จะไม่มีระบบร้านค้า (No Cash Shop) ไอเทมทั้งหมดสามารถได้มาผ่านตลาดซื้อขายและระบบประมูล โดยผู้เล่นเป็นผู้กำหนดราคาเอง สร้างเศรษฐกิจเสรีอย่างแท้จริง ตอนนี้ยังคงปรับปรุงและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง คาดว่าจะนำเวอร์ชันที่มีคุณภาพดีขึ้นมาให้ทุกคนได้สัมผัสในปีหน้า

Ragnarok The New World (โดย He Yang, Senior Vice President of 37Games) เกมแนว Open World อีกหนึ่งเกมที่มาพร้อมความท้าทายใหม่ ผู้เล่นจะได้สำรวจโลกในแบบของตัวเอง และสัมผัสประสบการณ์ที่แตกต่าง เกมนี้จะมอบความสนุกแบบไม่ซ้ำใคร ด้วยโลกใหม่และแนวคิดใหม่ ๆ การผจญภัยครั้งใหม่ที่ก้าวข้ามกรอบเดิม ลดภาระผู้เล่น ลดเวลาฟาร์ม ลดการ Pay-to-Win ใช้เทคนิคเรนเดอร์ 3D คุณภาพสูง แผนที่แบบไร้รอยต่อขนาด ผู้เล่นสามารถเดินทางได้อย่างอิสระแบบไม่มีขอบเขต พร้อมออกสำรวจพื้นที่ที่ไม่เคยพบมาก่อน เพิ่มความสมจริงขั้นสุดด้วยระบบสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงแบบเรียลไทม์ทั้งสี่ฤดูกาล มาพร้อมระบบการต่อสู้สมบูรณ์แบบที่สุด โดยมีการคืนค่าระบบ ASPD ของภาค PC สูงสุดที่ 193 อย่างแม่นยำ ผู้เล่นทุกอาชีพจะสามารถสัมผัสความมันระดับสูงสุด 7 ครั้งต่อวินาทีได้จริง

ระบบ GVG (Guild vs Guild) ของเกมถูกพัฒนาให้หลากหลายและสมบูรณ์แบบอย่างที่สุด แต่ยังมีโหมดลีกกิลด์ และรูปแบบสงครามกิลด์ที่หลากหลาย มีระบบการซื้อขายที่หลากหลายและมีอิสระสูงที่สุดในบรรดา RO มือถือ มีระบบสร้างบ้านและพื้นที่ส่วนตัวที่ให้ความอิสระสูงมาก เพิ่มระบบ ‘ออฟไลน์ฟาร์มฟรี’ ได้รับผลตอบแทนต่อเนื่อง มุ่งเน้นคอนเซปต์ ‘Reduce Pay’ เพื่อให้ผู้เล่นได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุดด้วยต้นทุนที่ต่ำลง ลบค่า พลังรบ (Combat Power) ออก เปิดตัว อาชีพที่ 7 “Gunslinger” มาพร้อมความสามารถโจมตีระยะไกล มอบพลังยิงสนับสนุนที่แข็งแกร่งให้กับทีม กำหนดการเปิดตัว เวอร์ชัน ไต้หวัน–ฮ่องกง–มาเก๊า วันที่ 15 มกราคม 2026, เวอร์ชัน SEA: TBT/CBT ใน ไตรมาสที่ 1 ปี 2026 และเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการใน ไตรมาสที่ 2 ปี 2026

Ragnarok Online 3 (โดยผู้พัฒนา Steven Shi, Chief Operating Officer of JoyMaker) เกมที่ท้าทายกรอบเดิมของซีรีส์ ทั้งรูปแบบและเนื้อหา เปิดโลกใหม่และความเป็นไปได้ใหม่ ด้วยผลลัพธ์ของความกล้าในการสร้างนวัตกรรม และเปิดขอบเขตใหม่ให้กับซีรีส์ Ragnarok ซึ่งจุดยืนหลักของ RO3 คือ รักษา ‘รสชาติคลาสสิกของ RO’ แต่อัปเกรดครั้งใหญ่ให้ทันสมัย โดย 3D โมเดลตัวละครยังคงเก็บสัดส่วนแบบ Q-เวอร์ชันคลาสสิก และองค์ประกอบเครื่องประดับสำคัญๆ ไว้ทั้งหมด แต่เพิ่มการเรนเดอร์ฟิสิกส์ที่มีความละเอียดสูง เพื่อให้ผู้เล่นเก่าได้รู้สึกว่า ‘นี่แหละ RO ที่ฉันคุ้นเคย’ และผู้เล่นใหม่ก็รู้สึกว่า ‘นี่คือตัวเกมที่ยังสวยงามทันสมัยในปัจจุบัน’

มีระบบการซื้อขายที่เสรีอย่างแท้จริง ทำลายข้อจำกัด MMO แบบเดิม ๆ กลับสู่ยุคทองของ ‘การออกล่าขุมทรัพย์ + การซื้อขาย’ มาพร้อม Season System แก้ปัญหาค่าสถานะสูงเกินควบคุมจนผู้เล่นใหม่เข้าร่วมยาก ระบบซีซันทำให้เกมสำหรับผู้เล่นทุกคนยังคงความยุติธรรมและสนุกสนาน ผู้เล่นเก่ามีเป้าหมายใหม่ให้ไล่ตาม ส่วนผู้เล่นใหม่ก็ไม่ต้องแบกรับความกดดันในการไล่ตาม สงครามป้อมปราการของ RO Ragnarok 3 คือเวทีการต่อสู้ขั้นสุดท้ายของ Territory War เป็นการเผชิญหน้ากันโดยตรงระหว่าง สองกิลด์ ฝ่ายบุก และฝ่ายป้องกัน การต่อสู้ แบ่งออกเป็นสามช่วงหลัก คือ ทำลายแนวป้องกันของกำแพงเมือง, ต่อสู้ภายในเมืองกับกองทัพป้องกันและบอส และชิงชัยรอบทรัพยากรหลักของเมืองราชา ‘วัสดุทองคำหรูหรา’ เพื่อหาผู้ชนะ 

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการผจญภัยครั้งสำคัญไปกับ Ragnarok ทั้ง 4 ซีรีส์ใหม่ในปี 2026 ซึ่งทาง Gravity จัดเต็มเตรียมพร้อมรองรับเหล่าเกมเมอร์ทุกคน รวมถึงกิจกรรมที่กำลังจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเร็วๆ นี้ โดยติดตามทุกความเคลื่อนไหว ของ Gravity ผ่านช่องทาง https://www.gravity.co.kr/

-(016)

สภากาชาดไทย ชวนเที่ยวงานกาชาดออนไลน์ บนแพลตฟอร์ม iRedcross พร้อมบริการดูดวงจาก 4 สมาคมโหราศาสตร์ชั้นนำ

สภากาชาดไทย ชวนเที่ยวงานกาชาดออนไลน์ บนแพลตฟอร์ม iRedcross  พร้อมบริการดูดวงจาก 4 สมาคมโหราศาสตร์ชั้นนำ

สภากาชาดไทย ชวนเที่ยวงานกาชาดออนไลน์ บนแพลตฟอร์ม iRedcross พร้อมบริการดูดวงจาก 4 สมาคมโหราศาสตร์ชั้นนำ

วันจันทร์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 16.01 น.

สภากาชาดไทย ขอเชิญชวนประชาชนเที่ยวงานกาชาดประจำปี 2568 ภายใต้แนวคิด “ร้อยดวงใจปวงประชา น้อมสำนึกพระเมตตา องค์สภานายิกาสภากาชาดไทย” เพื่อถวายความอาลัยและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สภานายิกาสภากาชาดไทย ระหว่างวันที่ 11–21 ธันวาคม 2568 เวลา 11.00–22.00 น. ณ สวนลุมพินี และเปิดให้ประชาชนสามารถร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ http://www.iredcross.org ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่ไม่สามา รถเดินทางมาร่วมงานได้

สำหรับกิจกรรม “ดูดวงออนไลน์งานกาชาด 2568” ถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมยอดนิยมที่ประชาชนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก โดยมีศาสตร์การพยากรณ์ให้เลือกอย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นดวงชะตารายปี–รายเดือน การงาน การเงิน ความรัก สุขภาพ หรือศาสตร์ความเชื่อเฉพาะทาง พร้อมรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญเพื่อเสริมกำลังใจและวางแผนชีวิตในปีใหม่ จาก 4 สมาคมโหราศาสตร์ชั้นนำ ดังนี้

• สมาคมโหราศาสตร์นานาชาติ

• สมาคมสหพันธ์โหร-แพทย์แผนไทย

• สมาคมโหรแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์

• มูลนิธิสิริวัฒนาเชสเชียร์

ผู้ที่สนใจกิจกรรมดูดวงออนไลน์สามารถจองคิวล่วงหน้ากับหมอดูผู้เชี่ยวชาญได้แล้วตั้งแต่วันนี้ และจะเปิดให้บริการระหว่างวันที่ 11–21 ธันวา คม 2568 เท่านั้น สามารถติดตามรายละเอียดกิจกรรมทั้งหมดได้ทาง http://www.iredcross.org

ขั้นตอนการจองคิวดูดวงออนไลน์ มีดังนี้

1. เข้าหน้าจองคิวดูดวงออนไลน์

2. ค้นหาหมอดูทันที หรือเลือกหมอดูจากสมาคมหรือศาสตร์การดูดวงที่ต้องการ

3. คลิก “จองคิวดูดวง”

4. เลือกวันและเวลาจองคิวที่สะดวก และคลิก “จองคิว”

5. เลือกศาสตร์การดูดวงพร้อมระบุคำถาม (ถ้ามี)

6. คลิก “ยืนยันการจองคิว”

7. ชำระเงินและกรอกรายละเอียดให้เรียบร้อย

8. เมื่อถึงวันที่จองคิว ระบบจะส่งลิงก์ LINE Meeting ให้ ผ่าน SMS และ Email 15 นาทีก่อนเวลานัด

แพลตฟอร์ม iRedcross ไม่เพียงเปิดให้ร่วมกิจกรรมดูดวงออนไลน์เท่านั้น แต่ยังยกระดับประสบการณ์งานกาชาดในรูปแบบดิจิทัลให้ครบถ้วนยิ่งขึ้น ผ่านการเที่ยวงานกาชาดออนไลน์ตลอด 24 ชั่วโมงกับ “น้องไอจัง” มาสคอตประจำแพลตฟอร์ม ที่จะพาผู้เข้าชมเยี่ยมชมร้านค้าและกิจกรรมเสมือนจริงหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นนิทรรศการออนไลน์ “69 ปี แสงแห่งพระเมตตา องค์สภานายิกาสภากาชาดไทย” ร้านโครงการส่วนพระองค์ ร้านค้าจากเหล่ากาชาดจังหวัดกว่า 297 ร้าน และผลิตภัณฑ์จาก 40 โรงเรียน พร้อมทั้งการจำหน่ายสลากกาชาดออนไลน์จาก 11 หน่วยงาน กิจกรรมสนุกสไตล์งานกาชาด เช่น ตักไข่ลุ้นโชค มินิเกมกาชาด ปาเป้า และเกม “ไอจังตกน้ำ” รวมถึงโซนสินค้าที่ระลึกของสภากาชาดไทยและช่องทางทำบุญออนไลน์ ช่วยให้ประชาชนสามารถเพลิดเพลินกับงานกาชาดและร่วมสนับสนุนภารกิจของสภากาชาดไทยได้อย่างสะดวกครบจบในแพลตฟอร์มเดียว

ขอเชิญชวนประชาชนทุกท่านร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงานกาชาดประจำปี 2568 ทั้งที่สวนลุมพินีและผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ www. iredcross.org ซึ่งเปิดให้ร่วมทำบุญออนไลน์ สนับสนุนภารกิจช่วยเหลือผู้เดือดร้อนทั่วประเทศ พร้อมสนุกกับกิจกรรมงานกาชาดในรูปแบบดิจิ ทัลอย่างครบวงจร อาทิ การเที่ยวงานกาชาดออนไลน์กับ “น้องไอจัง” และบริการ “ดูดวงออนไลน์งานกาชาด 2568” จาก 4 สมาคมโหรา ศาสตร์ชั้นนำที่เปิดให้จองคิวและรับคำพยากรณ์ได้ตลอดช่วงจัดงาน

สืบสานพระปณิธาน ‘พยาบาลศาสตร์จิตอาสาเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ : ปันรัก ปันน้ำใจให้น้อง ครั้งที่ 5’

สืบสานพระปณิธาน ‘พยาบาลศาสตร์จิตอาสาเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ : ปันรัก ปันน้ำใจให้น้อง ครั้งที่ 5’

สืบสานพระปณิธาน ‘พยาบาลศาสตร์จิตอาสาเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ : ปันรัก ปันน้ำใจให้น้อง ครั้งที่ 5’

วันจันทร์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 15.30 น.

คณะพยาบาลศาสตร์อัครราชกุมารี ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ โดยสโมสรนักศึกษาคณะพยาบาลศาสตร์อัครราชกุมารี ได้จัดโครงการสืบสานพระปณิ ธาน “พยาบาลศาสตร์จิตอาสาเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ : ปันรัก ปันน้ำใจให้น้อง ครั้งที่ 5” ประจำปีการศึกษา 2568 ระหว่างวันที่ 6 – 8 ธันวาคม 2568 ณ โรงเรียนวัดพรานนก ตำบลโพสาวหาญ อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

การจัดกิจกรรม “พยาบาลศาสตร์จิตอาสาเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ : ปันรัก ปันน้ำใจให้น้อง” เป็นกิจกรรมที่ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี ซึ่งปีนี้เป็นครั้งที่ 5 รับผิดชอบโดยสโมสรนักศึกษาคณะพยาบาลศาสตร์อัครราชกุมารี ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนกิจกรรมในการพัฒ นานักศึกษา ให้มีความตระหนักและร่วมรับผิดชอบต่อสังคม การมีจิตอาสา การทำสาธารณะประโยชน์เพื่อสังคม ซึ่งงานด้านจิตอาสาเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการยกระดับจิตใจให้นักศึกษาให้เกิดการริเริ่มและทำกิจกรรมเพื่อส่วนรวม มองเห็นปัญหาและความต้องการของสังคม ส่งเสริมให้นักศึกษามีความเข้าใจในเพื่อนมนุษย์ เข้าใจตนเอง เข้าใจสังคม มีความเมตตากรุณา ซึ่งเป็นกิจกรรมที่สำคัญในการพัฒนานักศึกษาให้สอด คล้องกับอัตลักษณ์ของนักศึกษาพยาบาล คณะพยาบาลศาสตร์อัครราชกุมารี คือ รอบรู้ พัฒนา จิตอาสา นำพาความสุข

คณะพยาบาลศาสตร์อัครราชกุมารี ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ มีความมุ่งมั่นในการผลิตบัณฑิตพยาบาล ที่มีจิตวิญญาณของนักวิชาชีพ มีความรอบรู้ มีจิตบริการ เห็นคุณค่าของความเป็นมนุษย์ ยึดประโยชน์ของส่วนรวมเป็นที่ตั้ง โดยมีความเชื่อในการจัดการศึกษาว่า ผู้เรียนสามารถแสวงหาความรู้จากประสบการณ์อย่างต่อเนื่อง เป็นการนำความคิดไปสู่การกระทำ โดยอาศัยกระบวนการแก้ปัญหาทางวิทยาศาสตร์ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยน แปลงตามกาลเวลาและสภาวะแวดล้อม นำไปสู่การค้นพบความรู้ใหม่ๆด้วยตนเอง และส่งเสริมให้นักศึกษาได้ปฏิบัติกิจกรรมเสริมหลักสูตรควบคู่กับการศึกษาเล่าเรียน เพื่อพัฒนานักศึกษาให้มีทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 มีคุณธรรมจริยธรรมในการประกอบวิชาชีพการพยาบาล มีอุดม การณ์ มีความเชื่อมั่นและศรัทธาต่อวิชาชีพ รวมทั้งเป็นพลเมืองดีที่สร้างสรรค์ประโยชน์ต่อสังคม ภายใต้อัตลักษณ์ รอบรู้ พัฒนา จิตอาสา นำ พาความสุข ซึ่งหมายถึงการมีความรู้และสามารถแสวงหาความรู้อย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาคุณภาพการพยาบาลด้วยกระบวนการวิจัย  มีจิตอาสาในการทำงานเพื่อส่วนรวมเพื่อให้ประชาชนมีสุขภาพดีและมีความสุขในการเป็นผู้ให้ สนองพระราชปณิธานขององค์ประธานราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ “เป็นเลิศเพื่อทุกชีวิต”

เผยกลยุทธ์ ‘ธุรกิจครอบครัวสู่สากล’ รับมือเศรษฐกิจผันผวนปี 2569

เผยกลยุทธ์ ‘ธุรกิจครอบครัวสู่สากล’ รับมือเศรษฐกิจผันผวนปี 2569

เผยกลยุทธ์ ‘ธุรกิจครอบครัวสู่สากล’ รับมือเศรษฐกิจผันผวนปี 2569

วันจันทร์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 15.25 น.

สถาบันรหัสสากล สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (หรือ GS1 Thailand) จัดการประชุมใหญ่ประจำปี 2568 ภายใต้หัวข้อ “GS1 Barcodes เชื่อมโลก เชื่อมเรา สู่การค้าสากล” โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายภาคส่วนได้ร่วมให้วิสัยทัศน์ในงานประชุมใหญ่ครั้งนี้ จัดขึ้นเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 ณ สถาบันรหัสสากล สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

ธีรภาพ อัญญานุภาพ หุ้นส่วนผู้จัดการ และหัวหน้าทีมที่ปรึกษาบริษัท อัญญานุภาพ คอนซัลติ้ง จำกัด (Aunyanuphap Consulting) บริษัทที่ปรึกษาธุรกิจครอบครัว ที่ได้ให้คำปรึกษามามากกว่า 50 กิจการ ได้ร่วมบรรยายภายใต้หัวข้อ “Gongsi go Global” หรือ “กลยุทธ์กงสีสู่สากล” ซึ่งเป็นแนวทางสำหรับธุรกิจครอบครัวในการผ่าวิกฤตเศรษฐกิจเพื่อการเติบโตอย่างมั่งคั่งและยั่งยืน และการปรับตัวภายในองค์กรภายใต้เศรษฐกิจที่ผันผวน

โดย ธีรภาพ กล่าวว่า ภายใต้คำว่าธุรกิจครอบครัว หรือ “กงสี” ที่หลายคนมักมองว่า “เก่าแก่” “มีแต่ปัญหา” เช่น การรอจนไม่ทันโอกาส การยึดติดไม่เปลี่ยนแปลง ทำงานแบบครอบครัว ขาดบทบาทหน้าที่ (Job Description) และระบบวัดผล (KPI) ที่ชัดเจน การไม่วางแผนสืบทอดกิจการ ตัดสินใจจากความเคยชินมากกว่าข้อมูล และแข่งขันผ่านกลยุทธ์การลดราคา ซึ่งทำให้หลายกิจการไม่สามารถยืนหยัดในการแข่งขันที่ผันผวนได้ ด้วยเหตุนี้ หากธุรกิจครอบครัวไม่ได้มีการปรับตัวอย่างถูกต้องในยุคเศรษฐกิจผันผวน ก็จะยืนหยัดได้ยากและพลาดโอกาสการเติบโตในระยะยาว หรือซ้ำร้ายคือปิดกิจการลงไป

ในการบรรยาย ธีรภาพระบุว่า “กงสีสู่สากลไม่ได้หมายความว่ากิจการจะต้องแข่งขันในตลาดสากล แต่เป็นการปรับระบบบริหารจัดการ และการกำหนดกลยุทธ์ในรูปแบบสากล” ซึ่งกรอบการปรับระบบการบริหารและกำหนดกลยุทธ์ดังกล่าวเรียกว่า MAPT Framework

MAPT Framework ประกอบด้วย กลยุทธ์การปรับเปลี่ยนองค์กรผ่านแนวคิดผู้นำ / ผู้บริหาร (Mindset) การประเมินองค์กร (Assessment) การวางแผนฝั่งธุรกิจและครอบครัว (Plan) และการปรับเปลี่ยนองค์กรอย่างยั่งยืน (Transform) ซึ่งมีเครื่องมือในการปรับใช้ MAPT Framework อย่างครอบคลุมเช่นการสร้างธรรมาภิบาลธุรกิจครอบครัว (ผ่านธรรมนูญครอบครัว ฯลฯ) การปรับโครงสร้างกิจการ (ผ่านบริษัทโฮลดิ้ง ฯลฯ) การบริหารองค์กร (ผ่านการปรับโครงสร้างองค์กร ฯลฯ) และการวางแผนสืบทอดกิจการ (ผ่านกระบวนการสร้างคนรุ่นใหม่)

ทั้งนี้ หัวหน้าทีมที่ปรึกษา อัญญานุภาพ คอนซัลติ้ง ได้แจ้งถึงรายงานธุรกิจครอบครัวไทย (Thailand Family Enterprise Report (TFER)) ในหัวข้อกระบวนการเปลี่ยนผ่านธุรกิจครอบครัวในยุค AI (Transformation Roadmap for the AI Era) ที่สามารถปรับใช้ภายในปี 2569 (2026) ได้กับธุรกิจครอบครัวทุกรูปแบบที่จะพร้อมให้อ่านได้ทางเว็บไซต์บริษัท www.aunyanuphap-consulting.com ภายในธันวาคมปี 2568

WONDARA – The Power of Flower – Immersive Exhibition แลนด์มาร์กท่องเที่ยวแห่งใหม่ จ.ระยอง

WONDARA – The Power of Flower – Immersive Exhibition แลนด์มาร์กท่องเที่ยวแห่งใหม่ จ.ระยอง

WONDARA – The Power of Flower – Immersive Exhibition แลนด์มาร์กท่องเที่ยวแห่งใหม่ จ.ระยอง

วันจันทร์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 15.19 น.

นิทรรศการพลังแห่งดอกไม้ WONDARA – The Power of Flower – Immersive Exhibition แลนด์มาร์กท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดระยอง ที่จะทำให้ดอกไม้ในใจคุณกลับมาผลิบานอีกครั้ง ให้ทุกก้าวของคุณได้สัมผัสพลังอันอ่อนโยนแต่ทรงอานุภาพ ของดอกไม้นานาชนิด ผ่านประสบการณ์ 4 มิติ – แสง สี เสียง และกลิ่น พร้อมปลุกทุกความรู้สึกให้กลับมา สดชื่น อ่อนโยน อบอุ่น  และเติมพลังให้หัวใจแข็งแรงกว่าเดิมอีกครั้ง เปิดให้เข้าชมแล้ววันนี้ ทุกวันอังคาร-วันอาทิตย์ (ปิดทุกวันจันทร์) ตั้งแต่เวลา 10:00 – 20:00 น. จองบัตรได้ที่ Zipevent

WONDARA – The Power of Flower – Immersive Exhibition จัดขึ้นระหว่างเดือนธันวาคม 2568 ถึง มิถุนายน 2569     เล่าเรื่องราวผ่าน 3 ธีมหลัก ของพลังแห่งดอกไม้

  1. Hope Theme – ดอกไม้แห่งความหวัง เหมือนแสงยามเช้า…ที่ค่อย ๆ ปลุกหัวใจให้กลับมาสดใสอีกครั้ง
  2. Heart Theme – ดอกไม้แห่งความรัก อบอุ่นจากดอกไม้ที่โอบกอด…พาคุณสัมผัสความรักที่ไร้เงื่อนไข ลึกซึ้งกว่าที่เคย
  3. Heal Theme – ดอกไม้แห่งการเยียวยา ให้ใจได้พัก…เพื่อกลับมาผลิบานใหม่อย่างงดงามยิ่งกว่าเดิม

พร้อมนำทางโดย น้อง Hug” มาสคอตดอกเดซี่สุดน่าฮัก ที่คอยส่งต่อความอบอุ่น พาคุณ “หลุดเข้าไปในอีกโลกหนึ่ง” ที่จะทำให้หัวใจเบ่งบานขึ้นอีกครั้ง

Hope Theme: When Flowers Bring Hope ดอกไม้แห่งความหวัง เมื่อดอกไม้นำพาความหวังกลับคืนมา เหมือนแสงเช้าวันใหม่…ค่อยๆ ลอดผ่านกลีบดอกไม้โทนสี เหลือง–ทองอ่อน อุ่นใจเหมือนแสงอาทิตย์แรกของวัน แสงอ่อนค่อย ๆ เคลื่อนไหว ปลุกหัวใจที่อ่อนล้าให้กลับมาสดใส กลิ่นดอกไม้หอมละมุน ประหนึ่งเสียงกระซิบจากธรรมชาติว่า “วันนี้…คุณเริ่มต้นใหม่ได้แล้ว”

11 ไฮไลต์สำคัญที่ไม่ควรพลาด

1. Seeds of Future – เมล็ดพันธุ์สู่การเติบโต เคาน์เตอร์รูปกระถางต้นอ่อน สัญลักษณ์ของการลงมือ “ปลูกความหวัง” ในชีวิต

2. Light of Hope – อุโมงค์ดอกไม้อัศจรรย์ เดินเข้าสู่นิทรรศการผ่านอุโมงค์ไม้ไผ่ที่บิดเกลียวอย่างงดงาม ปลายทางคือแสงแรกของความหวัง…ที่พร้อมโอบรับคุณอย่างอ่อนโยน

3. Bug Eye View – โลกในมุมมองของแมลง ยืน ณ จุดชมวิวแรก เสมือนโบยบินอยู่เหนือมวลดอกไม้ในป่าใหญ่

4. Hope Garden – อ้อมกอดของดอกไม้ พื้นที่ดีไซน์เป็น “รังนก” ที่อ่อนโยนซ้อนล้อมรอบตัวผู้มาเยือน สื่อถึงรังที่อบอุ่นให้กำลังใจและความสดใสเพื่อเป็นจุดเริ่มใหม่ของชีวิต

5. Tree of Hope – ต้นไม้แห่งความหวัง ต้นไม้ยักษ์แห่งจิตวิญญาณ ศูนย์กลางของนิทรรศการ ที่ออกแบบเพื่อถ่ายทอดพลังของ ความหวัง กลีบดอกและแสงสีบนพุ่มไม้จะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นโทน เหลือง–ทองอบอุ่น เหมือนแสงเช้าวันใหม่ที่ค่อย ๆ ปลุกหัวใจให้กลับมามีพลังอีกครั้งต้นไม้จะ “พูด” กับผู้มาเยือนผ่านภาพฉายบนพุ่มไม้ยักษ์ และการเคลื่อนไหวของแสง เสมือนธรรมชาติกำลังกระซิบว่า “วันนี้…คุณเริ่มใหม่ได้” 

6. Children’s Dream – ปลุกความฝันในวัยเด็ก ดอกไม้ที่โค้งเรียงกันเป็นวาฬยักษ์ สัญลักษณ์แห่งจินตนาการ และความฝันที่ไร้ขอบเขต เชิญชวนให้เราย้อนกลับไปแตะเสียงของความฝันในวัยเด็ก ปลุกให้มันกลับมาหายใจอีกครั้ง… และเติบโตเป็นความจริงในวันนี้

7. Blooming Horizon – ของขวัญจากพระเจ้า Immersive Room ที่ออกแบบเหมือนกล่องของขวัญซ้อนกัน พร้อมกระจกหลายด้าน ให้คุณเห็น “ความงามในแบบของตัวเอง” สะท้อนออกมาอย่างมั่นใจ และงดงามในแบบที่เป็นคุณ

8. The Power of Flower Show – Immersive Motion Mapping เดินทางผ่าน 3 ซีซั่น พลังแห่งดอกไม้ Hope – Heart – Heal แสง สี เสียง และกลิ่นหอมละมุน ถ่ายทอดเรื่องราวผ่าน 3 มุมมองของฤดูกาลแห่งดอกไม้ – Hope, Heart, Heal ให้คุณได้สัมผัสความหมายที่ซ่อนอยู่… พร้อมปลุกหัวใจให้ผลิบานอย่างไม่รู้โรย

9. Immersive Art Room – นิทรรศการดิจิตอล 360° ก้าวเข้าสู่มิติใหม่ของพรรณไม้ ผ่านประสบการณ์ภาพและเสียงแบบ 360 องศา ราวกับเดินอยู่ในความคิดของธรรมชาติ ที่กำลังออกแบบ “ดอกไม้ของวันพรุ่งนี้” ดอกไม้ที่ไม่ได้บานแค่ในวันนี้…แต่บานในจินตนาการ เพื่อรอวันที่คุณพร้อมจะมองเห็นมัน

10. Flower Art & Craft Workshop – สร้างชิ้นงานแห่งแรงบันดาลใจกลับบ้าน ร่วมลงมือสร้างงานศิลปะจากดอกไม้ ที่สะท้อนพลังในหัวใจของคุณ เพื่อเก็บความรู้สึกแห่งการผลิบานกลับไปดูแลต่อ…

11. Harumiki House – คาเฟ่สตรอว์เบอร์รีญี่ปุ่น หอม หวาน สดชื่นทุกคำ สตรอว์เบอร์รีสายพันธุ์ญี่ปุ่นแท้ พร้อมเสิร์ฟ ความหอม ฉ่ำ จากฟาร์มสู่เมนูพิเศษ ให้คุณ “ชอป ชม ชิม” เลือกของฝากสุดน่ารัก เพลิดเพลินกับบรรยากาศอบอุ่น และ ลิ้มรสความสุขในทุกคำ

WONDARA – The Power of Flower – Immersive Exhibition เปิดให้เข้าชมแล้ววันนี้

  • เปิดเข้าชมทุกวันอังคาร-วันอาทิตย์ (ปิดทุกวันจันทร์)
  • เวลา 10:00 – 20:00 น.
  • ณ WONDARA อาคารพัฒนานิทัศน์ (ภายในสวนสมุนไพรสมเด็จพระเทพฯ) จ.ระยอง

Google Map: https://maps.app.goo.gl/Hu1xnQtydLQctsURA?g_st=ipc

  • ราคาบัตรเข้าชม

• วันธรรมดา 120 บาท

• เสาร์–อาทิตย์ / วันหยุดนักขัตฤกษ์ 150 บาท

#WONDARA #thepowerofflower #ImmersiveExhibition #แลนด์มาร์กแห่งใหม่ระยอง

รพ.พญาไท 1 และพันธมิตร ร่วมกิจกรรมเพื่อสังคม โครงการ ปัน ปัน ปันสุขนี้เพื่อน้อง ปีที่ 10

รพ.พญาไท 1 และพันธมิตร ร่วมกิจกรรมเพื่อสังคม โครงการ ปัน ปัน ปันสุขนี้เพื่อน้อง ปีที่ 10

รพ.พญาไท 1 และพันธมิตร ร่วมกิจกรรมเพื่อสังคม โครงการ ปัน ปัน ปันสุขนี้เพื่อน้อง ปีที่ 10

วันจันทร์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 15.11 น.

โรงพยาบาลพญาไท 1 และพันธมิตร พร้อมด้วยคณะแพทย์ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลพญาไท 1 ร่วมทำกิจกรรมเพื่อสังคมจัดเลี้ยงอาหารกลางวัน และส่งมอบสิ่งของบริจาคให้กับน้องๆ ในโครงการ ปัน ปัน ปันสุขนี้เพื่อน้อง ปีที่ 10 โดยมี นพ.อภิรักษ์ ปาลวัฒน์วิไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพญาไท 1, อภิวัฒน์ อาระยานิมิตสกุล ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการและบริหารธุรกิจ โรงพยาบาลพญาไท 1, พญ.สุขุมาลย์ สว่างวารี สูตินรีแพทย์และเฉพาะทางด้านมะเร็งนรีเวช  โรงพยาบาลพญาไท พหลโยธิน ผู้จัดโครงการปัน ปัน และ ดร.พญ.พลินี รัตนศิริวิไล แพทย์เฉพาะทางด้านความงามผิวพรรณ เส้นผมและหนังศีรษะ โรงพยาบาลพญาไท 1 ร่วมกิจกรรม ณ สถานสงเคราะห์เด็กหญิงบ้านราชวิถี ในพระอุปถัมภ์

ชมนิทรรศการ “69 ปี แสงแห่งพระเมตตา องค์สภานายิกาสภากาชาดไทย ” และการแสดงโขน ในงานกาชาด 2568

ชมนิทรรศการ

ชมนิทรรศการ “69 ปี แสงแห่งพระเมตตา องค์สภานายิกาสภากาชาดไทย ” และการแสดงโขน ในงานกาชาด 2568

วันจันทร์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 14.28 น.

สภากาชาดไทย เชิญทุกท่านร่วมตามรอยพระเมตตา 69 ปี องค์สภานายิกาสภากาชาดไทย ในงานกาชาดประจำปี 2568 ที่โซนนิทรรศการ “69 ปี แสงแห่งพระเมตตา องค์สภานายิกาสภากาชาดไทย” ที่บูธ 1.5 พร้อมร่วมสืบสานพระราชปณิธานการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมของชาติผ่านการแสดงโขน  “ร้อยดวงใจปวงประชา น้อมสำนึกพระเมตตา องค์สภานายิกาสภากาดไทย” โดยเปิดให้ประชาชนเข้าชม ได้ฟรี ณ เวทีกลาง งานกาชาดสวนลุมพินี ตั้งแต่เวลา 17.30 – 21.30 น. ของทุกวันตลอดช่วงการจัดงาน ตั้งแต่วันนี้ – 21 ธันวาคม 2568

นิทรรศการ “69 ปี แสงแห่งพระเมตตา องค์สภานายิกาสภากาชาดไทย” จัดขึ้นเพื่อให้ผู้เข้าชมงานกาชาด 2568 ได้ร่วมซาบซึ้งและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณผ่านเรื่องราวเหนือกาลเวลา ทั้งภาพ และ เสียงอันทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ พระราชกรณียกิจด้านมนุษยธรรมเพื่อทุกชีวิต ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย โดยแบ่งเป็นโซนต่างๆ ได้แก่  โซน“แสงแห่งพระเมตตา” จัดแสดงพระเก้าอี้ โต๊ะทรงงานฯ และประทับบนพระเก้าอี้เพื่อฉายพระรูป ในปี พุทธศักราช 2499 และการจัดแสดงภาพพระราชกรณียกิจเพื่อให้ประชาชน น้อมรำลึกในพระเมตตาที่ทรงขับเคลื่อนภารกิจด้านมนุษยธรรมของสภากาชาดไทยตลอด 69 ปี โซน “พระราชกรณียกิจเพื่อทุกชีวิต” จัดแสดงพระราชกรณียกิจ เพื่อการบรรเทาทุกข์ บำรุงสุขแก่ประชาชน  อาทิ เหตุการณ์บ้านเขาล้าน พระเมตตาที่มีต่อการแพทย์  การบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัย ด้านการบริการโลหิต ด้านส่งเสริมคุณภาพชีวิต ผ่านแสงสีเสียงในการถ่ายทอดเรื่องราว

โซน “พระเมตตาแห่งการแบ่งปัน” น้อมนำพระราชดำรัสเรื่องการเป็นผู้ให้และการแบ่งปัน ท่านจะได้สัมผัสและได้ยินพระสุรเสียงของพระองค์ท่านผ่านพระราชดำรัสในวาระต่างๆ ถ่ายทอดผ่านแสง สี เสียงภายในอุโมงค์ดิจิทัล ที่จะสร้างความซาบซึ้งใจและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นหาที่สุดมิได้ และโซน “แรงบันดาลใจจากพระเมตตา” จัดแสดงเป็นสวนดอกไม้แห่วงสรวงสวรรค์ แสดงถึงพระจริยวัตรอันงดงามของพระองค์ท่าน ด้วยน้ำพระราชหฤทัยที่เปี่ยมด้วยพระเมตตากรุณาและเอื้ออาทร ทรงอุทิศพระองค์เพื่อกิจการสภากาชาดไทยให้เจริญก้าวหน้า

ขอเชิญชวนประชาชนร่วมบริจาคเงินเพื่อสนับสนุนภารกิจการช่วยเหลือของสภากาชาดไทย ผู้บริจาคจะได้รับพระบรมฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในรูปแบบโปสการ์ดอันทรงคุณค่า จำนวน 12 ภาพ ซึ่งผู้สนใจสามารถเข้าชมนิทรรศการได้ตั้งแต่เวลา 11.00-22.00 น. และบนแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ http://www.iredcross.org ตลอด 24 ชั่วโมง

นอกจากนี้ สภากาชาดไทย โดยกองอำนวยการจัดงานกาชาดประจำปี 2568 เชิญชวนประชาชนร่วมสัมผัสความงดงามและตราตรึงใจของศิลปวัฒนธรรมไทย ผ่านการแสดงโขนชุดพิเศษภายใน งานกาชาดประจำปี 2568 “ร้อยดวงใจปวงประชา น้อมสำนึกพระเมตตา องค์สภานายิกาสภากาดไทย” โดยเปิดให้ประชาชนเข้าชม ได้ฟรี ณ เวทีกลาง งานกาชาดสวนลุมพินี ตั้งแต่เวลา 17.30 – 21.30 น. ของทุกวันตลอดช่วงการจัดงาน

สำหรับปีนี้ ได้คัดสรรตอนสำคัญจากเรื่องรามเกียรติ์ มาจัดแสดงสลับสับเปลี่ยนในแต่ละวัน โดยได้รับความร่วมมือจากหลายคณะการแสดง อาทิ สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ชมรมนาฏศิลป์ ตลอดจนกลุ่มเยาวชนจากสถาบันการศึกษาต่าง ๆ เพื่อให้ผู้ชมได้รื่นรมย์กับความงาม ของนาฏยศิลป์ไทยอย่างเต็มอิ่ม พร้อมร่วมสืบสานมรดกศิลปวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของชาติให้คงอยู่สืบไป

กำหนดการแสดงโขน 10 วัน ณ เวทีกลาง งานกาชาด 2568

วันจันทร์ที่ 15 ธ.ค. 2568

•               21.00 – 21.30 น. โขนรามเกียรติ์ ตอนศึกวิรุฬจำบัง โดย กรมส่งเสริมวัฒนธรรม

วันอังคารที่ 16 ธ.ค. 2568

•               18.00 – 19.00 น. ละครใน และโขนรามเกียรติ์ ชุดนารายณ์ปราบนนทก โดย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

วันพุธที่ 17 ธ.ค. 2568

•               17.00 – 18.00 น. โขนรามเกียรติ์ โดย โรงเรียนสิรินธรราชวิทยาลัย และโรงเรียนพระปฐมวิทยาลัย 2 หลวงพ่อเงินอนุสรณ์

•               20.00 – 21.30 น. โขนรามเกียรติ์ ชุดรามอวตาร โดย สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์

วันพฤหัสที่ 18 ธ.ค. 2568

•               17.45 – 18.30 น. โขนรามเกียรติ์ โดย โรงเรียนภัทรญาณวิทยา

•               19.45 – 20.30 น. นาฏศิลป์และโขน ชุดรามราชจักรี โดย สมาคมเยาวชนจิตอาสาพัฒนา

วันเสาร์ที่ 20 ธ.ค. 2568

•               17.00 – 18.00 น. โขนรามเกียรติ์ ชุดพรหมมาศ โดย ชมรมอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทย

วันอาทิตย์ที่ 21 ธ.ค. 2568

•               18.30 – 19.30 น. โขนนาฏศิลป์รามเกียรติ์ โดย บ้านเบญจนาฏ

•               19.30 – 20.00 น. โขนรามเกียรติ์ ชุดยกรบ โดย สถาบันคีตกาญจน์

•               20.00 – 21.30 น. โขนรามเกียรติ์ ชุดถวายอาศิรวาท แม่ของแผ่นดิน โดย สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์

งานกาชาดประจำปี 2568 สภากาชาดไทย โดยสำนักงานจัดหารายได้ กำหนดจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ร้อยดวงใจปวงประชา น้อมสำนึกพระเมตตา องค์สภานายิกาสภากาชาดไทย” ตั้งแต่วันนี้ -21 ธันวาคม 2568 ณ สวนลุมพินี เวลา 11.00-22.00 น. และบนแพลตฟอร์มออนไลน์ www.iredcross.org