ยัสปาล กรุ๊ป ร่วมกับ คณะวารสารฯ มธ. ปลุกพลัง Gen Z จัดกิจกรรม Jaspal Group Next Gen Creator 2025 ผลักดันนักศึกษาโชว์ไอเดีย สู่การเป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์สายแฟชั่น

ยัสปาล กรุ๊ป ร่วมกับ คณะวารสารฯ มธ. ปลุกพลัง Gen Z จัดกิจกรรม Jaspal Group Next Gen Creator 2025 ผลักดันนักศึกษาโชว์ไอเดีย สู่การเป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์สายแฟชั่น

ยัสปาล กรุ๊ป ร่วมกับ คณะวารสารฯ มธ. ปลุกพลัง Gen Z จัดกิจกรรม Jaspal Group Next Gen Creator 2025 ผลักดันนักศึกษาโชว์ไอเดีย สู่การเป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์สายแฟชั่น

วันอังคาร ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 13.11 น.

บริษัท ยัสปาล จำกัด (มหาชน) หรือ ยัสปาล กรุ๊ป ผู้นำธุรกิจแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ของเมืองไทย ร่วมกับ คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเวทีให้เหล่าคนรุ่นใหม่ Gen Z ได้แสดงศักยภาพกับกิจกรรม Jaspal Group Next Gen Creator 2025 โครงการสร้างสร้างสรรค์ผลงาน ที่ให้นักศึกษาได้โชว์ไอเดียการทำวิดีโอคอนเทนต์ที่ตอบโจทย์ธุรกิจแฟชั่น ส่งเสริมศักยภาพการเป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์ในสายแฟชั่น พร้อมมอบทุนการศึกษา รวมมูลค่า 80,000 บาท

ยัสปาล กรุ๊ป เล็งเห็นถึงพลัง​ Gen Z ที่เติบโตมาพร้อมกับสมาร์ตโฟนและโซเชียลมีเดีย ทำให้การสร้างคอนเทนต์เป็นเรื่องที่เข้าถึงง่ายและสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ จัดเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพสูงในการสร้างสรรค์คอนเทนต์ผ่านบทบาทการเป็นครีเอเตอร์บนสื่อดิจิทัล จึง​ได้ร่วมมือกับคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้ ลงมือทำจริง ผ่านโครงการ Jaspal Group Next Gen Creator 2025 พื้นที่สร้างผลงาน โชว์ไอเดียการทำคอนเทนต์ที่ตอบโจทย์ธุรกิจแฟชั่น และสามารถเข้าถึงผู้บริโภคในเนื้อหาที่ใช่ สไตล์ที่ชอบได้ตรงตามเป้าหมายของแบรนด์พร้อมก้าวสู่การเป็น Next Talents” ของวงการคอนเทนต์ครีเอเตอร์สายแฟชั่นและต่อยอดสู่การร่วมงานกับ ยัสปาล กรุ๊ป ในอนาคต พร้อมส่งเสริมให้นักศึกษาได้เปลี่ยนความรู้ในห้องเรียนให้เป็นทักษะที่ใช้ได้จริงสู่การสร้างคอนเทนต์วิดีโอที่ตอบโจทย์ผู้บริโภค ซึ่งถือได้ว่าเป็นทิศทางที่สำคัญของวงการสื่อสารมวลชนและธุรกิจแฟชั่นในอนาคตและเปิดกว้างทางไอเดีย ในการฝึกจัดทำ Digital Communication Plan นำเสนอให้กับทางแบรนด์ ในมุมมองจากคนรุ่นใหม่อีกด้วย

ทั้งนี้โครงการ Jaspal Group Next Gen Creator 2025 ได้ให้โจทย์กับนักศึกษาได้นำเสนอผลงาน จาก 4 แบรนด์แฟชั่นในเครือยัสปาล กรุ๊ป ได้แก่ แบรนด์ Jaspal , แบรนด์ CC Double O , แบรนด์ CPS CHAPS และแบรนด์ Lyn Around ให้สร้างสรรค์ผลงานในรูปแบบวิดีโอสั้น ที่มีไอเดียโดดเด่น แปลกใหม่ พร้อมการนำเสนอสินค้าของแบรนด์ในเชิงแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ ที่สามารถดึงดูดความสนใจของผู้ชม ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในกลยุทธ์การตลาดดิจิทัล

โดยผลงานที่ได้รับรางวัล ได้แก่

รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ทีม Just pow แบรนด์โจทย์ CC Double O

รางวัลรองชนะเลิศ อันดับที่ 2 ได้แก่ ทีม Jas2 holiday แบรนด์โจทย์ CPS CHAPS

รางวัลรองชนะเลิศ อันดับที่ 3 ได้แก่ ทีม Glossip Girls แบรนด์โจทย์ Lyn Around

รางวัลชมเชย ได้แก่ทีม ONYX , ทีมลิลลี่ลิน, ทีมล่ารอยยิ้ม, ทีม Red Re bel, ทีม มา4 จ่าย3, ทีม JasNewbie และทีม Barbarbie

ชนกานต์ โสดา นักศึกษาจากคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตัวแทนจากทีม Just pow ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ เผยว่า “กิจกรรมนี้มีเนื้อหาสอดคล้องกับรายวิชาที่เรียน จึงอยากลองนำเอาความรู้ที่ได้เรียนมามาลองสร้างเป็นผลงานจริงเพื่อแข่งขัน โดยโจทย์ที่ได้รับคือ แบรนด์ CC Double O จึงอยากทำคอนเทนต์ออกมาให้มีความ Casual ไม่หวือหวาจนเกินไป ดูสบายๆ เหมือนเพื่อนคุยกับเพื่อน เพื่อสื่อสารไปยัง Gen Z จึงเลือกใช้คอนเซปต์ 1 piece, all places ด้วยกางเกงยีนส์ที่คิดว่าทุกคนต้องมีติดบ้านมาเป็นไอเทมหลักในการแมตช์ให้ลุคดูทำตามได้จริง”

ด้าน นันท์นภัส กังแฮ นักศึกษาจากคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตัวแทนจากทีม Jas2 holiday ที่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศ อันดับที่ 2 เผยว่า “ได้นำเสนอความคิดสร้างสรรค์เกี่ยวกับการทำ Fashion Content ที่ไม่เคยทำมาก่อน จึงอยากสื่อสารและนำเสนอผ่านคลิป POV ที่เป็นการจำลองมุมมองของกลุ่มเป้าหมาย ทำให้เข้าถึงได้ง่าย สื่อสารถึงความมั่นใจในการแต่งตัวในคอนเซปต์ Street is EVERYWEAR(where) ไม่ว่าใครก็สามารถเปลี่ยนทุกที่ให้เป็นที่แสดงออกตัวตนได้ผ่านชุด CPS CHAPS ที่ Mix & Match ได้ทุกวัน นับว่าได้รับประสบการณ์ที่ดีจากการทำผลงานชิ้นนี้ และได้พัฒนาตนเอง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ที่สามารถนำไปต่อยอดการทำงานในอนาคต”

กัณฐกาญจน์ สืบบุญเชิญวงศ์ นักศึกษาจากคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตัวแทนจากทีม Glossip Girls ที่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศ อันดับที่ 3 เผยว่า “โครงการนี้เป็นหนึ่งในโอกาสดีๆ ที่นับว่าเป็นประสบการณ์ที่อาจจะหาจากที่ไหนไม่ได้อีก ทำให้ได้พัฒนาตัวเองในทุกๆ ขั้นตอนการผลิตชิ้นงาน ตั้งแต่วางคอนเซปต์จากแบรนด์ Lyn Around ซึ่งตีโจทย์มาให้ตรงกับ Core Concept ของแบรนด์ จนถึงการถ่ายทำ และยังได้ใช้ทักษะที่เรียนมา ลงมือทำจริง ทำให้เข้าใจบทบาทเบื้องหลังการเป็นครีเอเตอร์มากยิ่งขึ้น”

ยัสปาล กรุ๊ป เดินหน้าส่งเสริมศักยภาพเยาวชนคนรุ่นใหม่ผ่านนโยบายความยั่งยืนในด้าน “The Power of Next” เพื่อเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยให้เติบโต

นลินี เรืองวิทยานุกูล ผอ.ฝ่ายสื่อสารองค์กร ยัสปาล กรุ๊ป,ผศ. ดร.มานา ปัจฉิมนันท์ รองคณบดีฝ่ายวิชาการและ
พัฒนาคุณภาพการศึกษา คณะวารสารฯ มธ. และผู้บริหารจากแบรนด์แฟชั่นในเครือยัสปาล กรุ๊ป  ธัญญะกาญจน์ เครือหงส์ ผอ.ฝ่ายการตลาด แบรนด์ CC DOUBLE O , เจสสิกา มารี โฆษิตธนากร ผอ.ฝ่ายการตลาด แบรนด์ CPS , ณณริล บุตรฉัยยา ผจก.อาวุโสฝ่ายกลยุทธ์และการสื่อสาร แบรนด์ Lyn Around พร้อมด้วย นักศึกษาคณะวารสารฯ มธ.ที่ได้รับรางวัล ชาลิสา ทองนิมิตสวัสดิ์,รวิฏา ลัทธิ และ ชัยณรงค์ นาคฤทธิ์

นลินี เรืองวิทยานุกูล ผอ.ฝ่ายสื่อสารองค์กร ยัสปาล กรุ๊ป,ผศ. ดร.มานา ปัจฉิมนันท์ รองคณบดีฝ่ายวิชาการและ พัฒนาคุณภาพการศึกษา คณะวารสารฯ มธ. และผู้บริหารจากแบรนด์แฟชั่นในเครือยัสปาล กรุ๊ป ธัญญะกาญจน์ เครือหงส์ ผอ.ฝ่ายการตลาด แบรนด์ CC DOUBLE O , เจสสิกา มารี โฆษิตธนากร ผอ.ฝ่ายการตลาด แบรนด์ CPS , ณณริล บุตรฉัยยา ผจก.อาวุโสฝ่ายกลยุทธ์และการสื่อสาร แบรนด์ Lyn Around พร้อมด้วย นักศึกษาคณะวารสารฯ มธ.ที่ได้รับรางวัล ชาลิสา ทองนิมิตสวัสดิ์,รวิฏา ลัทธิ และ ชัยณรงค์ นาคฤทธิ์

นลินี เรืองวิทยานุกูล และ ผศ. ดร.มานา ปัจฉิมนันท์

นลินี เรืองวิทยานุกูล และ ผศ. ดร.มานา ปัจฉิมนันท์

รางวัลชนะเลิศ ทีม Just pow

รางวัลชนะเลิศ ทีม Just pow

รองชนะเลิศ อันดับที่ 2 ทีม Jas2 holiday

รองชนะเลิศ อันดับที่ 2 ทีม Jas2 holiday

รองชนะเลิศ อันดับที่ 3 ทีม Glossip Girls

รองชนะเลิศ อันดับที่ 3 ทีม Glossip Girls

กรรมการตัวแทนจากแบรนด์ Jaspal ร่วมตัดสินผลงาน

กรรมการตัวแทนจากแบรนด์ Jaspal ร่วมตัดสินผลงาน

กรรมการตัวแทนจากแบรนด์ CPS CHAPS ร่วมตัดสินผลงาน

กรรมการตัวแทนจากแบรนด์ CPS CHAPS ร่วมตัดสินผลงาน

กรรมการตัวแทนจากแบรนด์ CC Double O ร่วมตัดสินผลงาน

กรรมการตัวแทนจากแบรนด์ CC Double O ร่วมตัดสินผลงาน

กรรมการตัวแทนจากแบรนด์ Lyn Around ร่วมตัดสินผลงาน

กรรมการตัวแทนจากแบรนด์ Lyn Around ร่วมตัดสินผลงาน

นักศึกษานำเสนอ Digital Communication Plan

นักศึกษานำเสนอ Digital Communication Plan

ผลงานจากทีม Glossip Girls โดยแบรนด์ Lyn Around

ผลงานจากทีม Glossip Girls โดยแบรนด์ Lyn Around

ผลงานจากทีม Jas2 holiday โดยแบรนด์ CPS CHAPS

ผลงานจากทีม Jas2 holiday โดยแบรนด์ CPS CHAPS

ผลงานจากทีม Just pow โดยแบรนด์ CC Double O

ผลงานจากทีม Just pow โดยแบรนด์ CC Double O

Harper’s BAZAAR Women of the Year 2025 เฉลิมฉลองพลังผู้หญิงผู้ขับเคลื่อนโลกสู่อนาคต

Harper’s BAZAAR Women of the Year 2025 เฉลิมฉลองพลังผู้หญิงผู้ขับเคลื่อนโลกสู่อนาคต

Harper’s BAZAAR Women of the Year 2025 เฉลิมฉลองพลังผู้หญิงผู้ขับเคลื่อนโลกสู่อนาคต

วันอังคาร ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 13.05 น.

ปักหมุดโมเมนต์ประวัติศาสตร์! ครั้งแรกในไทยกับงาน “Harper’s BAZAAR Women of the Year 2025” @bazaarthailand ร่วมเฉลิมฉลองแก่ผู้ทรงอิทธิพลที่เป็นเข็มทิศนำทางสังคมสู่อนาคต นำโดยรางวัลเกียรติยศ Thai Heritage ถวายแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ พร้อมเหล่าผู้สร้างแรงบันดาลใจ ภายใต้ถ้วยรางวัลดีไซน์ล้ำค่าจาก SARRAN ที่สดุดีภูมิปัญญาหญิงไทยผ่านกลิ่นและดอกไม้ นี่คือค่ำคืนที่ไม่ใช่แค่การเปล่งประกาย แต่คือการ “เปล่งพลัง” ขับเคลื่อนโลกด้วยหัวใจผู้หญิง

ท่ามกลางการเคลื่อนไหวของโลกที่ไม่เคยหยุดนิ่ง ฮาร์เปอร์ส บาซาร์ ในฐานะนิตยสารแฟชั่นระดับโลก ได้ยืนหยัดเคียงข้างและเชิดชูบทบาทของผู้สร้างสรรค์มาอย่างยาวนาน ผ่านการจัดงาน Harper’s BAZAAR Women of the Year เพื่อเฉลิมฉลองและมอบรางวัลอันทรงเกียรติแด่สุภาพสตรีผู้ทรงอิทธิพล ผู้ซึ่งใช้พรสวรรค์ วิสัยทัศน์ และความมุ่งมั่น สร้างสรรค์ผลงานอันโดดเด่น พร้อมเป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่ร่วมขับเคลื่อนสังคมในหลากหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นด้านศิลปะ วัฒนธรรม ธุรกิจ หรือแฟชั่น

ในปีนี้ ฮาร์เปอร์ส บาซาร์ ประเทศไทย (Harper’s BAZAAR Thailand) ได้นำเอาเจตนารมณ์อันยิ่งใหญ่นี้มาสู่ประเทศไทยเป็นครั้งแรก ด้วยการจัดงาน Harper’s BAZAAR Women of the Year 2025 เพื่อเฉลิมฉลองคุณค่าและความสำเร็จของบุคคลผู้ทรงอิทธิพลชาวไทยจากหลากหลายแวดวงผู้ซึ่งเปล่งประกายความสามารถและจิตวิญญาณแห่งการสร้างสรรค์ พร้อมถ่ายทอดแรงบันดาลใจและพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงสู่สังคม ให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างงดงามและยั่งยืน ณ Sphere Hall ชั้น 5 ศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์

อาลี ซีอานี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดิจิเซน จำกัด และ แพม เทียน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายดิจิทัล บริษัท ดิจิเซน จำกัด ร่วมเปิดม่านงานอย่างสง่างามและกล่าวถึงแรงบันดาลใจเบื้องหลังว่า “งานในค่ำคืนนี้มิใช่เพียงการมอบรางวัล หากแต่เป็นการสร้างพื้นที่เพื่อยกย่อง “พลังของผู้หญิง” ในฐานะผู้สร้างสรรค์ ผู้เปลี่ยนแปลง และผู้กำหนดทิศทางของวัฒนธรรมร่วมสมัย ธีมงานในปีนี้จึงเน้นย้ำถึงภาพลักษณ์ของผู้หญิงยุคใหม่ที่ผสานความสง่างามเข้ากับวิสัยทัศน์ที่ล้ำสมัย สะท้อนให้เห็นว่าความงามที่แท้จริงคือพลังทางวัฒนธรรมที่สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงได้ในทุกมิติ” บรรยากาศด้วยไฮไลท์สำคัญของงาน คือ พิธีมอบรางวัล Harper’s BAZAAR Women of the Year 2025 เพื่อเฉลิมฉลองความสำเร็จของบุคคลผู้ทรงเกียรติ ผู้ซึ่งเป็นพลังแห่งแรงบันดาลใจ โดยได้รับเกียรติสูงสุดในการทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายรางวัลในสาขา Thai Heritage แด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เพื่อเฉลิมพระเกียรติคุณและยกย่องสิ่งที่พระองค์ทรงสร้างไว้แก่สังคมไทย นอกจากพระองค์จะทรงมีพระปรีชาสามารถในด้านการออกแบบแล้ว ยังทรงเป็นผู้นําในการสืบสาน อนุรักษ์ และต่อยอดภูมิปัญญาไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านผ้าไทย พระองค์ทรงตีความลวดลาย เทคนิคดั้งเดิม และความงดงามของงานหัตถศิลป์ไทยให้มีความร่วมสมัย ผ่านการออกแบบภายใต้แบรนด์ SIRIVANNAVARI ซึ่งพระองค์ทรงกำกับงานอย่างใกล้ชิด ผลงานของพระองค์ทำให้ผ้าไทยถูกชุบชีวิตใหม่ในเวทีแฟชั่นโลก และเป็นที่ประจักษ์ว่ามรดกไทยสามารถงอกงามได้อย่างร่วมสมัยโดยไม่สูญเสียเสน่ห์ดั้งเดิม

ในเวทีนานาชาติ พระองค์ยังทรงได้รับการจับตามองในฐานะดีไซเนอร์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ ด้วยผลงานของแบรนด์ SIRIVANNAVARI ซึ่งเป็นแบรนด์แฟชั่นไทยแบรนด์แรกและแบรนด์เดียว ที่อยู่ในตารางทางการของ Milan Fashion Week นับเป็นพลังสำคัญที่ผลักดันให้ดีไซเนอร์ไทยได้รับการมองเห็นบนเวทีระดับสากล สำหรับรางวัลระดับนานาชาติ พระองค์ทรงเป็นคนไทยพระองค์แรกที่ทรงได้รับการถวายพระเกียรติคุณและทรงได้รับเหรียญสดุดีในด้านการส่งเสริมงานด้านวิจิตรศิลป์ มรดกทางวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนในเดือนกรกฎาคม ที่ผ่านมา ณ สำนักงานใหญ่ขององค์การ UNESCO ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส นอกจากนี้ องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO) ได้ถวายรางวัล ‘ความเป็นเลิศด้านการสร้างสรรค์: WIPO Award for Creative Excellence 2025’ แด่พระองค์เพื่อยกย่องในพระวิริยอุตสาหะ และพระปรีชาสามารถในด้านทรัพย์สินทางปัญญา รวมทั้งการสร้างสรรค์ผลงานลิขสิทธิ์ การออกแบบแฟชั่น และเครื่องหมายการค้า ตลอดจนพระกรณียกิจในการส่งเสริมศักยภาพของช่างฝีมือในชุมชนท้องถิ่น เพื่ออนุรักษ์และสืบสานวัฒนธรรมไทย

พร้อมกันนี้ ยังมีการมอบรางวัลให้แก่ผู้ทรงอิทธิพลในสาขาต่าง ๆ นำโดย รีเบคก้า แพทรีเซีย อาร์มสตรอง ในสาขา Breakthrough, สโรชา จันทร์กิมฮะ ในสาขา Breakthrough, อารยา เอ ฮาร์เก็ต ในสาขา Fashion Icon, อุรัสยา เสปอร์บันด์ ในสาขา Actress, วาสนา สายมา ในสาขา Craftsmanship, เอวาริณณ์ พันธุ์วิเชียร ในสาขา Makeup Artist, พิชญา สุนทรญาณกิจ ในสาขา Chef, ชรารัตติ์ สาระอาภรณ์ ในสาขา Pop culture, แอน ทองประสม ในสาขา Wellness, วิชชุลดา ปัณฑรานุวงศ์ ในสาขา Artist, จิดานันท์ เหลืองเพียรสมุท ในสาขา Writer, สมฤทัย รัตนวราห ในสาขา Influencer, ดนุภา คณาธีรกุล ในสาขา Musician และ กฤษฏ์ อำนวยเดชกร ในสาขา Phenomenon

ไอคอนแห่งวงการแฟชั่น ชมพู่-อารยา เอ ฮาร์เก็ต เจ้าของรางวัลสาขา Fashion Icon นิยามตัวตนผ่านกาลเวลากว่าทศวรรษว่า “สไตล์คือการเดินทาง ไม่ใช่จุดหมาย” เธอย้ำถึงทัศนคติในการใช้ชีวิตท่ามกลางโลกโซเชียลว่า “อยากให้คนจดจำว่า ‘I have no hate’ เราไม่เคยเกลียดใคร อยากส่งต่อแต่พลังบวก สังคมทุกวันนี้เต็มไปด้วย Negativity มากเกินไป อยากให้คนใจดีต่อกันมากขึ้น อย่าตัดสินกัน และอย่าดูถูก Purpose ของตัวเอง” 

สำหรับคลื่นลูกใหม่ที่สะท้อนศักยภาพ Soft Power ไทย เบ็คกี้-รีเบคก้า แพทรีเซีย อาร์มสตรอง เจ้าของรางวัลสาขา Breakthrough เปิดใจถึงเบื้องหลังความสำเร็จว่า “ทุกเช้าที่ตื่นมาคือความพร้อมที่จะลุยเต็มที่ ต่อให้ป่วยก็ต้องสู้ เพราะมันคือความรับผิดชอบ… อยากให้คนได้ยินชื่อเบ็คกี้แล้วรู้สึกว่า ผู้หญิงคนนี้เป็นนักแสดงที่เก่งและตั้งใจกับทุกผลงานแบบเกิน 100%” เช่นเดียวกับ ฟรีน-สโรชา จันทร์กิมฮะ ที่เชื่อว่า “ความกล้าที่จะลงมือทำคือจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุด…อยากให้สังคมเห็นคุณค่าของการเป็นตัวตนที่แท้จริง หยุดลดทอนตัวเองเพื่อให้ใครยอมรับ แต่กล้าที่จะเป็นในแบบที่เราภูมิใจ” 

ญาญ่า-อุรัสยา เสปอร์บันด์ เจ้าของรางวัลสาขา Actress นักแสดงหญิงผู้ครองหัวใจผู้ชมมาอย่างยาวนาน นิยามความเป็นนักแสดงผ่านจุดเปลี่ยนในละคร “จาก ‘ดวงใจอัคนี’ สู่การปลดล็อกจิตวิญญาณนักแสดงใน “คลื่นชีวิต” เผยว่า “ความท้าทายสูงสุดคือการทำความเข้าใจ ‘ความเป็นมนุษย์’ ผ่านตัวละครจนผู้ชมเชื่อสนิทใจ ซึ่งนั่นคือความภูมิใจที่ยิ่งใหญ่กว่ารางวัลใดๆ เธอทิ้งท้ายด้วยพลังบวกถึงผู้หญิงทุกคน ให้กล้าแสดงออกผ่านแฟชั่นและใช้ชีวิตอย่างปลอดภัย โดยยึดมั่นใน ‘การรักตัวเอง’ เพราะเมื่อเรารักตัวเองมากพอ เราจะก้าวผ่านทุกอุปสรรคไปได้อย่างงดงาม”

เวทีนี้ยังเปิดพื้นที่ให้กับเสียงของผู้สร้างสรรค์ จิดานันท์ เหลืองเพียรสมุท นักเขียนซีไรต์ที่อายุน้อยที่สุด สะท้อนมุมมองว่า “อยากให้คนจดจำพลังงานบางอย่างในงานเขียนของเรา มันคือความอ่อนโยนที่กล้าชี้ไปยังความจริง แม้จะเป็นความจริงที่คนส่วนใหญ่ไม่อยากมองเห็น” สอดคล้องกับ วาสนา สายมา เจ้าของรางวัลสาขา Craftsmanship ผู้ยกระดับหัตถกรรมไทยสู่สากล ที่กล่าวอย่างภูมิใจว่า “งานหัตถกรรมเกิดจากมือผู้หญิง วันนี้เราทำให้ผู้หญิงในชุมชนทุกคนยอมรับและรวมพลังกันทำงานใหญ่ได้ นั่นคือการสร้างพลังของผู้หญิงที่แท้จริง” 

รางวัล Wellness สำหรับ แอน ทองประสม นักแสดงและโปรดิวเซอร์ เผยถึงการเป็นตัวแทนของผู้หญิง
ยุคใหม่ที่เชื่อในพลังของความสมดุลและการดูแลตัวเองว่า จุดเปลี่ยนสำคัญเริ่มต้นจากวันที่เธอล้มป่วยอย่างหนัก จนทำให้หันกลับมาให้เวลากับร่างกายอย่างจริงจังจากโยคะ เวทเทรนนิ่ง สู่การวิ่ง ความสม่ำเสมอมากกว่าสิบสามปีได้หล่อหลอมเป็นวินัยชีวิต อุปสรรคทั้งเรื่องเวลา การบาดเจ็บ และวัยที่เปลี่ยนไป กลับกลายเป็นบทเรียนให้เธอเข้าใจร่างกายอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้นเธอเลือกเปลี่ยนการออกกำลังกายจากหน้าที่ ให้กลายเป็นกิจวัตรที่เต็มไปด้วยความสุขความภาคภูมิใจสูงสุดไม่ใช่เพียงรูปร่างที่แข็งแรง แต่คือความไม่ยอมแพ้ต่อข้อจำกัดของตัวเองและบนเส้นทางการแสดง แอนยังคงยืนหยัดในฐานะนักแสดงหญิงคุณภาพ ที่พิสูจน์ว่าความสามารถไม่เคยถูกจำกัดด้วยวัย

ในแวดวงศิลปะและวัฒนธรรมป๊อป แม็กกี้-ชรารัตติ์ สาระอาภรณ์ สาขา Pop Culture เจ้าของคาแรกเตอร์ Charlotte กล่าวว่า “การภูมิใจในตัวเองคือเรื่องสำคัญมาก ขอให้มีความสุขกับตัวตนของเราเอง และพัฒนามันให้ดีขึ้นในแบบของเรา” ส่วน มิลลิ-ดนุภา คณาธีรกุล เจ้าของรางวัลสาขา Musician กล่าวถึงการต่อสู้ในฐานะศิลปินหญิงว่า

“การเป็นผู้หญิงมันยากจริงๆ แต่อยากบอกว่า ‘มาสู้ไปด้วยกันนะคะ’ เราจะเหนื่อยไปพร้อมกัน และทำในแบบที่ยังมีความสุขกับมัน” ปิดท้ายด้วยรางวัลพิเศษ Phenomenon พีพี-กฤษฏ์ อำนวยเดชกร ศิลปินผู้ทลายกำแพงแห่งเพศ กล่าวทิ้งท้ายไว้อย่างน่าประทับใจว่า “การเป็นตัวของตัวเองดีที่สุดแล้ว ไม่มีใครเป็นเหมือนใครได้ จงภูมิใจในความแตกต่าง เพราะนั่นคือความพิเศษของเรา และอย่าลืมกลับมาดูแลใจตัวเองด้วย” 

Harper’s BAZAAR Women of the Year 2025 คือการประกาศคุณค่าแห่ง “พลังหญิง” อย่างสง่างาม ผ่านเรื่องราวที่พิสูจน์แล้วว่าความฝันและความกล้าหาญเปลี่ยนโลกได้จริง รางวัลในค่ำคืนนี้จึงมิใช่เพียงสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จ แต่คือหมุดหมายแห่งความหวัง และเป็นจุดเริ่มต้นให้ผู้หญิงไม่เพียงแค่ “เปล่งประกาย” แต่พร้อม “เปล่งพลัง” เพื่อขับเคลื่อนโลกสู่อนาคตด้วยหัวใจของผู้หญิงอย่างแท้จริง

GAMBOL ส่งมอบรองเท้า 9,000 คู่ ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ ผ่าน 5 องค์กรหลัก

GAMBOL ส่งมอบรองเท้า 9,000 คู่ ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ ผ่าน 5 องค์กรหลัก

GAMBOL ส่งมอบรองเท้า 9,000 คู่ ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ ผ่าน 5 องค์กรหลัก

วันอังคาร ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 12.48 น.

บริษัท บิ๊กสตาร์ จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรองเท้า GAMBOL (แกมโบล) เดินหน้าส่งมอบความห่วงใยสู่พี่น้องชาวใต้และชาวอำเภอหาดใหญ่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย โดยคณะผู้บริหารนำโดยคุณนิติ กิจกำจาย คุณสุมิตรา กิจกำจาย และคุณสรกิตติ์ กิจกำจาย ได้ร่วมมอบรองเท้าจำนวน 9,000 คู่ รวมมูลค่า 824,010 บาท เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนอย่างเร่งด่วน

เพื่อให้ความช่วยเหลือกระจายไปอย่างทั่วถึง GAMBOL ได้ส่งมอบผ่าน 5 หน่วยงานพันธมิตรสำคัญ ได้แก่ 1. สภากาชาดไทย (ร่วมกับช่อง 3 ในโครงการ “รวมน้ำใจ ช่วยภัยน้ำท่วม”) 2. มูลนิธิเพจอีจัน 3. มูลนิธิองค์กรทำดี 4. ศูนย์รับบริจาค Thai PBS และ 5. ศูนย์รับบริจาคการบินไทย

การส่งมอบรองเท้าครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของเจตนารมณ์ในการดำเนินงานตามแนวทางของ GAMBOL ที่มุ่งเน้นการส่งเสริมสังคมไทยให้น่าอยู่และยั่งยืน พร้อมช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบในยามวิกฤต ทางบริษัทฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่ารองเท้าที่ส่งมอบให้ไปจะช่วยอำนวยความสะดวกและเยียวยาจิตใจให้กับผู้ประสบภัยในพื้นที่น้ำท่วม และช่วยให้ทุกคนเดินหน้าก้าวต่อไปได้อย่างมั่นคง โดย “GAMBOL ขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจ เคียงข้างพี่น้องชาวใต้ในทุกก้าวแห่งการฟื้นฟู”

การส่งมอบรองเท้าได้ดำเนินการร่วมกับองค์กรต่าง ๆ ดังนี้: รองเท้าจำนวน 2,000 คู่ ผ่านศูนย์รับบริจาค การบินไทย สำนักงานใหญ่ เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2568 รองเท้าจำนวน 1,000 คู่ ผ่านศูนย์รับบริจาค Thai PBS สำนักงานใหญ่ เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2568 รองเท้าจำนวน 2,000 คู่ ผ่านโครงการ “ร่วมปันน้ำใจ ช่วยเหลือผู้ประสบภัย (ฟื้นฟู)” ของมูลนิธิองค์กรทำดี โดยมี คุณบุ๋ม–ดร.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี เป็นผู้รับมอบ เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2568 รองเท้าจำนวน 2,000 คู่ ผ่าน มูลนิธิเพจอีจัน เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2568 และรองเท้าจำนวน 2,000 คู่ ผ่านโครงการ “รวมน้ำใจ ช่วยภัยน้ำท่วม” ร่วมกับ สภากาชาดไทย โดยมี คุณสรยุทธ สุทัศนะจินดา เป็นผู้รับมอบ เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2568

แบรนด์ ชวนส่งต่อความสุขปีใหม่ให้คนสำคัญ ในแคมเปญ “ให้แบรนด์แทนใจเลือกด้วยใจให้คนสำคัญ”

แบรนด์ ชวนส่งต่อความสุขปีใหม่ให้คนสำคัญ ในแคมเปญ “ให้แบรนด์แทนใจเลือกด้วยใจให้คนสำคัญ”

แบรนด์ ชวนส่งต่อความสุขปีใหม่ให้คนสำคัญ ในแคมเปญ “ให้แบรนด์แทนใจเลือกด้วยใจให้คนสำคัญ”

วันอังคาร ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 12.42 น.

“ชุดของขวัญและกระเช้าปีใหม่แบรนด์” โดยบริษัท ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำตลาดอาหารเสริมสุขภาพภายใต้ตราผลิตภัณฑ์แบรนด์ (BRAND’S) ในประเทศไทยและอินโดไชน่า รุกตลาดส่งท้ายปี       สานต่อแคมเปญ “#ให้แบรนด์แทนใจเลือกด้วยใจให้คนสำคัญ” เปิดตัวคอลเลกชันชุดของขวัญและกระเช้าปีใหม่แบรนด์สุด    พรีเมียม โดดเด่นด้วยดีไซน์ทันสมัย ผสานความมงคล และนำไปใช้ต่อได้จริง มีหลากหลายดีไซน์ให้เลือก เพื่อมอบเป็นของขวัญสะท้อนความตั้งใจ ใส่ใจในการเลือกของขวัญเพื่อคนสำคัญ ที่เต็มไปด้วยความรัก ความห่วงใย และใส่ใจสุขภาพ* แด่ผู้รับคนพิเศษทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว ญาติพี่น้อง หัวหน้า เพื่อนร่วมงาน คู่ค้าทางธุรกิจ ไปจนถึงกลุ่มเพื่อน เดินหน้าสร้างการรับรู้ผ่านกิจกรรมส่งเสริมการตลาดเต็มรูปแบบ เปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ ดึง “แอฟ ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ” และ “มอส มัดจุก” อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง มาร่วมถ่ายทอดมุมมองที่ว่า…ทำไมหลายคนจึงเลือกแบรนด์เป็นของขวัญปีใหม่ให้คนสำคัญ เพราะการมอบแบรนด์ไม่ได้เป็นแค่ของขวัญ แต่คือความใส่ใจสุขภาพ* และความพิถีพิถันในการเลือกของผู้ให้ แทนความรู้สึกดีๆ และความห่วงใยต่อผู้รับ พร้อมกันนี้ยังจัดโปรโมชันพิเศษมอบส่วนลดสูงสุด 25% และของสมนาคุณอีกมากมาย ตั้งแต่วันนี้ – 7 มกราคม 2569

นภิส ศศิวิมลกุล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดกลุ่มผลิตภัณฑ์แบรนด์รังนกแท้และของขวัญแบรนด์ บริษัท ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ปัจจุบันการมอบของขวัญไม่ได้เป็นเพียงแค่การให้สิ่งของ แต่คือการส่งต่อความรู้สึก ความใส่ใจ และความปรารถนาดีที่มีต่อกัน ผู้บริโภคยุคใหม่จึงมองหาของขวัญที่มีคุณค่า ดีต่อสุขภาพ* และมีดีไซน์ที่สวยงามเหมาะกับผู้รับแต่ละกลุ่ม แบรนด์เข้าใจอินไซต์เหล่านี้เป็นอย่างดี จึงสานต่อแคมเปญ ‘#ให้แบรนด์แทนใจเลือกด้วยใจให้คนสำคัญ’ พร้อมเปิดตัวชุดของขวัญและกระเช้าปีใหม่แบรนด์ดีไซน์ใหม่ ที่มาพร้อมกับความพิถีพิถันและความใส่ใจในรายละเอียด ทั้งด้านดีไซน์และรูปแบบที่ทันสมัย พร้อมตอกย้ำภาพลักษณ์การเป็นของขวัญสุดพรีเมียมที่ใส่ใจสุขภาพ* สะท้อนความตั้งใจ ใส่ใจในการเลือกของขวัญเพื่อคนสำคัญ โดยไฮไลต์คอลเลกชันในปีนี้มีผลิตภัณฑ์แบรนด์ให้เลือกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น แบรนด์ซุปไก่สกัด ที่มีคาร์โนซีนและวิตามินบี 12 ซึ่งมีส่วนช่วยเสริมการทำงานตามปกติของสมองและระบบประสาท, แบรนด์ วีต้า วิตามินเอ เบอร์รี่ มีแอนโทไซยานิดินจากสารสกัดบ็อกบิลเบอร์รี่ และมีวิตามินเอสูง ซึ่งมีส่วนช่วยคงสภาพปกติของการมองเห็น, แบรนด์ วีต้า ไฟเบอร์ พรุน ที่มีใยอาหารสูง 10,000 มก. ช่วยเพิ่มกากใยในระบบทางเดินอาหาร ช่วยกระตุ้นการขับถ่าย และแบรนด์รังนกแท้ ที่คัดสรรรังนกแท้เกรดคุณภาพ ซึ่งมีสาร NANA (N-Acetylneuraminic Acid) และสังกะสี ซึ่งมีส่วนช่วยในการทำหน้าที่ตามปกติของระบบภูมิคุ้มกันและช่วยในกระบวนการต่อต้านอนุมูลอิสระ”

ยกขบวนชุดของขวัญและกระเช้าปีใหม่แบรนด์หลากดีไซน์ ออกแบบเพื่อตอบโจทย์ผู้รับที่หลากหลาย

ชุดของขวัญแบรนด์ซุปไก่สกัด และแบรนด์รังนกแท้ มาพร้อมดีไซน์ลวดลายดอกแมกโนเลีย ที่ผสานหน้าต่างลายฉลุอันประณีต สื่อถึงคำอวยพรให้มีสุขภาพแข็งแรง โชคดี และร่ำรวย ดีไซน์เรียบหรู มีความพรีเมียม เหมาะสำหรับมอบให้พ่อแม่ ผู้ใหญ่ที่เคารพ เพื่อนร่วมงาน หัวหน้า หรือคู่ค้าทางธุรกิจ สะท้อนถึงความใส่ใจในทุกรายละเอียด

นอกจากนี้ ชุดของขวัญและกระเช้าของขวัญแบรนด์ซุปไก่สกัดยังมาพร้อมความพิเศษให้ผู้รับได้ลุ้นของรางวัล เพียงสแกนคิวอาร์โค้ดบริเวณด้านขวาของกล่อง เลือกเมนู “กิจกรรมความพิเศษ” และทำตามขั้นตอนที่ปรากฏบนแบนเนอร์ เพียงเท่านี้ก็มีสิทธิ์ลุ้นรับรางวัลใหญ่ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่แค็ตตาล็อกออนไลน์ https://online.fliphtml5.com/kzksb/qjnb/   

ชุดของขวัญแบรนด์วีต้า วิตามินเอ เบอร์รี่ และแบรนด์วีต้า ไฟเบอร์ พรุน มาพร้อมดีไซน์ทันสมัย ด้วยลวดลายยูนิคอร์น ต้อนรับปีม้า สื่อถึงคำอวยพรให้สุขภาพแข็งแรง โชคดี และมีพลังใจ โดดเด่นด้วยสีสันสดใส เหมาะสำหรับมอบให้เพื่อน ญาติหรือคนที่สนิท
กระเช้าของขวัญปีใหม่แบรนด์ รุ่นใหม่ทั้ง 5 แบบ ที่ใช้ต่อได้จริง ได้แก่

– กระเช้าแบรนด์รังนกแท้ ใช้ต่อเป็น “กระเป๋าถือพรีเมียม”
– กระเช้าแบรนด์วีต้า วิตามินเอ เบอร์รี่ และ กระเช้าแบรนด์วีต้า ไฟเบอร์ พรุน ใช้ต่อเป็น “กระเป๋าผ้าแฟชั่น”
– กระเช้าแบรนด์ซุปไก่สกัด ใช้ต่อเป็น “กล่องใส่ของ-ชั้นวางอเนกประสงค์”
– กระเช้าแบรนด์พรีเมียมเฉพาะปีใหม่ ใช้ต่อเป็น “กระเป๋าเก็บความเย็น”
– กระเช้ารวมแบรนด์ x ARISTOTLE ใช้ต่อเป็น “กระเป๋าแฟชั่น ARISTOTLE”

พร้อมกันนี้ แบรนด์ ยังเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาชุดล่าสุดที่ได้ “แอฟ – ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ” ร่วมกับตัวแทนคนรุ่นใหม่อย่าง “มอส มัดจุก” และ “มาย เลขาสุดป่วน” อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังจากช่อง Mosmudjook มาร่วมถ่ายทอดการมอบของขวัญปีใหม่แบรนด์ ที่เลือกด้วยความใส่ใจ เพื่อส่งต่อความห่วงใยให้ผู้รับคนสำคัญ โดยสามารถรับชมโฆษณาได้ที่ YouTube https://youtu.be/u9d5aug3pg8 ตลอดจนเดินหน้าจัดกิจกรรมและโปรโมชันพิเศษเพื่อผู้บริโภคอีกมากมาย**

โปรโมชันชุดของขวัญและกระเช้าปีใหม่ มอบส่วนลดสูงสุด 25%** ที่ห้างสรรพสินค้าและร้านค้าชั้นนำ ตั้งแต่วันนี้ – 7 มกราคม 2569
เช็กแค็ตตาล็อกออนไลน์ ของขวัญแบรนด์ ปีใหม่ 2569 https://bit.ly/4oiUgAo หาซื้อง่ายที่ห้างสรรพสินค้าและร้านค้าชั้นนำทั่วไป หรือสั่งออนไลน์ได้ที่ Lotus’s: https://bit.ly/4qqgPoa, Big C: https://bit.ly/3JvAS3R, Top’s: https://bit.ly/4qyn1KZ, The Mall: https://bit.ly/3Ws6KcP, Makro: https://bit.ly/4hAaa6Y, Shopee: https://bit.ly/3WvGFtd, Lazada: https://bit.ly/4oCVXs6,  All Online 7-11: https://bit.ly/47nMVJX

รับของสมนาคุณ เมื่อซื้อผลิตภัณฑ์ใดก็ได้ของแบรนด์ตามมูลค่าที่กำหนด ตั้งแต่วันที่ 23 ตุลาคม 2568 – 7 มกราคม 2569 หรือจนกว่าของสมนาคุณจะหมด ได้แก่ รับฟรี ของพรีเมียม เช่น ชุดจานชามหรือชุดถนอมอาหาร มูลค่า 890 บาท เมื่อซื้อครบ 3,999 บาท รับฟรี หม้อทอดไร้น้ำมัน KASHIWA ขนาด 5.5 ลิตร มูลค่า 1,290 บาท เมื่อซื้อครบ 6,999 บาท และรับฟรี กระเป๋าเดินทาง CAGGIONI ขนาด 20 นิ้ว มูลค่า 4,200 บาท เมื่อซื้อครบ 9,999 บาท

กิจกรรมพิเศษที่หน้าร้านค้าทั่วไป ให้ผู้บริโภคได้สร้างสรรค์กระเช้าของขวัญปีใหม่แบรนด์ในสไตล์ตนเอง พร้อมสิทธิ์ร่วมลุ้นรางวัล (Lucky Draw) ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2568 กิจกรรมสุดพิเศษที่ Lotus’s, Tops และ The Mall* ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2568 (เฉพาะสาขาที่ร่วมรายการ)

เมื่อซื้อสินค้าแบรนด์ครบ 499 บาท ฟรีแบรนด์วีต้าเบอรี่ 42 มล. พร้อมพิมพ์ฉลากที่สามารถใส่รูปตัวเองได้ (ถ่ายรูปหน้าบูท) เพื่อมอบให้คนพิเศษ และเมื่อซื้อสินค้าแบรนด์ครบ 999 บาท ฟรีแบรนด์รังนกแท้ 42 มล. พร้อมพิมพ์ฉลากที่สามารถใส่รูปตัวเองได้ (ถ่ายรูปหน้าบูท) เพื่อมอบให้คนพิเศษ Lucky Wheel เมื่อซื้อสินค้าแบรนด์ครบ 999 บาท รับสิทธิ์ร่วมกิจกรรมวงล้อลุ้นรางวัล มูลค่าสูงสุด 490 บาท

เฮเฟเล่ จับมือ พันธมิตร พลิกโฉมมุมสินค้าเป็นสตูดิโองานดีไซน์ ในงาน งานสถาปนิก’69

เฮเฟเล่ จับมือ พันธมิตร  พลิกโฉมมุมสินค้าเป็นสตูดิโองานดีไซน์ ในงาน  งานสถาปนิก’69

เฮเฟเล่ จับมือ พันธมิตร พลิกโฉมมุมสินค้าเป็นสตูดิโองานดีไซน์ ในงาน งานสถาปนิก’69

วันอังคาร ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 12.29 น.

เฮเฟเล่ ประเทศไทย เตรียมสร้างปรากฏการณ์ครั้งใหม่ บนเวที ASA Architect Expo 69 หรือ “งานสถาปนิก’69” มหกรรมแสดงเทคโนโลยีสถาปัตยกรรมและผลิตภัณฑ์ก่อสร้างที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน ด้วยการถ่ายทอดมุมมอง ผ่านบทบาทของแบรนด์โซลูชันเรื่องบ้านและงานอาคาร ที่อยากชวนคนไทยไปสัมผัสกับประสบการณ์งานดีไซน์รูปแบบใหม่ จากการร่วมมือกับ “Jenchieh Hung + Kulthida Songkittipakdee / HAS design and research” เปลี่ยนจากบูธโชว์สินค้าให้เป็น “สตูดิโอชิ้นงานสถาปัตยกรรม” ที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อน พร้อมให้สัมผัสในปี 2569

ปีนี้ เฮเฟเล่ได้เลือกทำงานร่วมกับ “Jenchieh Hung + Kulthida Songkittipakdee / HAS design and research” นำโดย เจอร์รี่ หง (Jenchieh Hung) และ กุลธิดา ทรงกิตติภักดี สตูดิโอสถาปนิกชั้นนำระดับนานาชาติที่มีผลงานทั้งด้านสถาปัตยกรรมทั้งในและต่างประเทศ โดยมีลายเซ็นสำคัญคือแนวคิด design + research ที่ไม่ได้มองอาคารแค่ในเชิงโครงสร้าง แต่ใช้การวิจัยและตีความ “ภูมิทัศน์เอเชีย” ผ่านวิธีคิดใหม่ ๆ ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และมีมิติทางวิถีชีวิตที่หลากหลาย การจับมือกันระหว่างเฮเฟเล่และ HAS design and research จึงไม่ใช่เพียงการให้สถาปนิกมาออกแบบบูธหรือสินค้า แต่เป็นการให้ทีมออกแบบระดับโลกมาตีความโซลูชันด้านฮาร์ดแวร์ แสงสว่าง ห้องครัว ไปจนถึงห้องน้ำของเฮเฟเล่ให้กลายเป็นภาษาทางสถาปัตยกรรมที่เล่าเรื่องการอยู่อาศัยในยุคใหม่ได้อย่างมีมิติ

เสาวนีย์ เสริมศุภกรวงศ์ Sales Director บริษัท เฮเฟเล่ (ประเทศไทย) จำกัด อธิบายมุมมองของแบรนด์ต่อการร่วมงานครั้งนี้ ว่างานสถาปนิก’69 เป็นเวทีสำคัญที่เฮเฟเล่ใช้ถ่ายทอดมุมมองใหม่ ๆ เกี่ยวกับการอยู่อาศัยและการออกแบบ “เฮเฟเล่มีความเชื่อว่า ‘นวัตกรรมที่ดี’ ไม่ได้มีแค่การสร้างสินค้ามากขึ้น แต่รวมไปถึงการพัฒนาโซลูชันที่ช่วยให้การใช้ชีวิตและพื้นที่ใช้งานมีประสิทธิภาพยิ่งกว่าเดิม ปีนี้เฮเฟเล่จึงตั้งใจนำเสนออีกมิติที่แตกต่าง ทั้งในเชิงแนวคิด รูปแบบการดีไซน์ และผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ยังไม่เคยเปิดตัวที่ไหน รวมถึงเรื่ององค์ประกอบ ที่เราออกแบบขึ้นเป็นพิเศษเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับวงการสถาปัตยกรรมและดีไซน์ ซึ่งเฮเฟเล่มั่นใจว่าผู้เข้าชมงานจะได้สัมผัสประสบการณ์ที่ไม่เคยเห็นมาก่อนอย่างแน่นอน”

จากวิธีคิดของ HAS design and research ที่ออกแบบผ่านบริบทความเป็นเมืองและภูมิทัศน์เอเชีย ทำให้พื้นที่ของเฮเฟเล่ในงานสถาปนิก’69 จึงมีการจัดวางให้เป็นมากกว่าบูธแสดงสินค้า ที่เป็นเหมือนสตูดิโอชิ้นงานสถาปัตยกรรม ที่หยิบเอาองค์ประกอบของบ้านและอาคารมาจัดวางใหม่ให้เกิดความสัมพันธ์ระหว่างผู้คน แสง พื้นผิว และการเคลื่อนไหวภายในพื้นที่เดียวกัน โดยผู้ชมงานจะไม่ได้แค่เดินผ่านชุดฟิตติ้ง ครัว หรือโคมไฟไปทีละชิ้น แต่จะได้เห็นว่านวัตกรรมของเฮเฟเล่เหล่านี้ เมื่ออยู่ในสายตาและการจัดวางของสถาปนิกระดับโลก จะกลายเป็นพื้นที่ด้านประสบการณ์ที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับการใช้ชีวิตและอยู่อาศัยได้อย่างไร

อีกเบื้องหลังสำคัญของความร่วมมือนี้ คือดีเอ็นเอแบบ German Engineering ที่เฮเฟเล่ยึดมั่นมาโดยตลอด ในฐานะผู้นำด้าน Home & Building Solutions ที่มอบโซลูชันแบบครบวงจร ตั้งแต่อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ เฟอร์นิเจอร์ฟิตติ้ง เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัว สุขภัณฑ์และอุปกรณ์ห้องน้ำ ไปจนถึงเรื่อง Lighting Solutions ที่ไม่ได้ให้เพียงแสงสว่าง แต่มอบ“คุณภาพแสงที่ยกระดับการใช้ชีวิต” ทำให้ปีหน้า รวมถึงบนเวทีสถาปนิก’69 จะเป็นอีกก้าวสำคัญที่เฮเฟเล่เดินหน้าผลักดันแนวคิด Smart Living อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น ทั้งในมุมโซลูชันที่ช่วยให้บ้านและอาคารฉลาดขึ้น หรือการออกแบบรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ทำให้ทุกการใช้งานมีความสะดวก ปลอดภัย และสวยงาม ผ่านการผสานอย่างลงตัวของงานดีไซน์และเทคโนโลยี

เฮเฟเล่จึงอยากชวนสถาปนิก อินทีเรียดีไซเนอร์ เจ้าของธุรกิจ จนถึงคนรักบ้านทุกคน มาสัมผัสประสบการณ์ครั้งนี้ด้วยตัวเองในงานสถาปนิก’69 ระหว่างวันที่ 28 เมษายน 2569 – 3 พฤษภาคม 2569 ที่บูธ TP05 ฮอลล์ 2 อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี

“ในปี 2569 ที่วงการสถาปัตยกรรมกำลังมองหาภาษาการดีไซน์รูปแบบใหม่ เฮเฟเล่ x งานสถาปนิก’69 จะเป็นพื้นที่ให้ทุกคนได้เห็นด้วยตาว่าโซลูชันเรื่องบ้านและอาคารจากเยอรมนี เมื่อถูกเล่าด้วยภาษาของสถาปนิกและงานศิลปะ จะสามารถกลายเป็นประสบการณ์ที่ #ไม่เคยเห็นมาก่อน ได้อย่างไร” เสาวนีย์ ทิ้งท้าย

การเดินทางและสุขภาพ เรื่องที่ต้องคิดคู่กัน ก่อนจะเก็บกระเป๋า เช็ควัคซีนกันหรือยัง?

การเดินทางและสุขภาพ เรื่องที่ต้องคิดคู่กัน ก่อนจะเก็บกระเป๋า เช็ควัคซีนกันหรือยัง?

การเดินทางและสุขภาพ เรื่องที่ต้องคิดคู่กัน ก่อนจะเก็บกระเป๋า เช็ควัคซีนกันหรือยัง?

วันอังคาร ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ก่อนจะออกเดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศ หลายคนอาจให้ความสำคัญกับเรื่องการจองตั๋ว ที่พัก หรือการเตรียมเสื้อผ้าและกล้องถ่ายรูป แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามคือ “สุขภาพ” โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมด้านภูมิคุ้มกันผ่านการฉีดวัคซีน

นพ.วีรยุทธ ตะโนรี (ว.40915) แพทย์เฉพาะทางด้านเวชปฏิบัติทั่วไป ศูนย์ตรวจสุขภาพ โรงพยาบาลนวเวช มาให้ความรู้เกี่ยวกับการลดความเสี่ยงจากโรคติดเชื้อที่อาจพบเจอในประเทศปลายทาง เพื่อให้คุณดูแลตนเองและคนรอบข้างได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม

กลุ่มเสี่ยงที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ

บุคคลบางกลุ่มมีความเปราะบางและต้องใส่ใจเรื่องสุขภาพมากเป็นพิเศษในการเดินทางทั้งในประเทศและต่างประเทศ ได้แก่ ผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคประจำตัว เด็กเล็กและสตรีมีครรภ์ ผู้ที่ไม่เคยตรวจสุขภาพมาก่อน (กลุ่มนี้ถือเป็นกลุ่มเสี่ยงสำคัญ เพราะอาจไม่รู้ว่าตนเองมีภาวะแฝงอะไรบ้าง) ดังนั้น จึงขอแนะนำให้ “ตรวจสุขภาพก่อนการเดินทาง” เพื่อประเมินความเสี่ยงที่แท้จริงและรับคำแนะนำในการดูแลตนเองอย่างถูกต้อง

วัคซีนพื้นฐานที่จำเป็น

ไม่ว่าจะเดินทางไปที่ใด การสร้างภูมิคุ้มกันพื้นฐานให้ครบถ้วนเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือมีภาวะภูมิคุ้มกันต่ำ ควรได้รับวัค ซีนดังต่อไปนี้: วัคซีนไข้หวัดใหญ่: ควรฉีดกระตุ้นปีละ 1 ครั้ง วัคซีนคอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรน (dTAP): ควรฉีดกระตุ้นทุก 10 ปี วัคซีนหัด-คางทูม-หัดเยอรมัน (MMR): สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยเป็นโรคหรือได้รับวัคซีนไม่ครบ

วัคซีนไวรัสตับอักเสบเอ (Hepatitis A): แนะนำเป็นพิเศษ เนื่องจากโรคติดต่อผ่านอาหารและน้ำดื่มที่ไม่สะอาด ซึ่งเป็นความเสี่ยงหลักของนักเดินทาง วัคซีนไวรัสตับอักเสบบี (Hepatitis B): ติดต่อผ่านเลือดและสารคัดหลั่ง ป้องกันไว้เผื่อกรณีเกิดอุบัติเหตุฉุกเฉินหรือเจ็บป่วยที่ต้องเข้ารับการรักษาในต่างแดน วัคซีนเฉพาะกลุ่มเสี่ยง: เช่น วัคซีนงูสวัด (Shingles) และวัคซีนป้องกันโรคปอดอักเสบ(Pneumococcal) แนะนำสำหรับผู้สูงอายุหรือผู้มีโรคประจำตัวเรื้อรัง

วัคซีนเฉพาะทางของแต่ละประเทศ

นอกจากวัคซีนพื้นฐานแล้ว ควรพิจารณาฉีดวัคซีนเพิ่มเติมตามความเสี่ยงของโรคในแต่ละประเทศปลายทาง ดังนี้เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (เช่น เวียดนาม ลาว กัมพูชา): ควรพิจารณาฉีด วัคซีนไวรัสตับอักเสบเอ โดยเฉพาะหากมีแผนรับประทานอาหารริมทาง (Street Food) หรือเดินทางในพื้นที่ชนบท แอฟริกาและอเมริกาใต้: “จำเป็น” ต้องฉีด วัคซีนไข้เหลือง (Yellow Fever) ซึ่งบางประเทศกำหนดให้ผู้เดินทางต้องมีใบรับรองการฉีดวัคซีน จึงจะสามารถเข้าประเทศได้ (แนะนำเพิ่มเติม: ควรพิจารณาฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า แบบป้องกันล่วงหน้าหากมีแผนการเดินทางที่ต้องใกล้ชิดหรือสัมผัสกับสัตว์) ยุโรปและสหรัฐอเมริกา: เน้นวัคซีนไข้หวัดใหญ่ โดยเฉพาะการเดินทางในช่วงฤดูหนาวที่มีการระบาดสูง ตะวันออกกลาง: หากเดินทางไปแสวงบุญหรือเยี่ยมเยียนญาติ ควรตรวจสอบข้อกำหนดเรื่อง วัคซีนป้องกันโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ (Meningococcal Vaccine) ซึ่งบางประเทศ เช่น ซาอุดิอาระเบีย มีข้อบังคับให้ฉีดในช่วงประกอบพิธีฮัจญ์

การวางแผนฉีดวัคซีนและปรึกษาแพทย์

เพื่อให้วัคซีนทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควรเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์หรือคลินิกเวชศาสตร์การเดินทางล่วงหน้าอย่างน้อย 4-6 สัปดาห์ก่อนเดินทาง โดยมีระยะเวลาที่ควรคำนึงถึงดังนี้ วัคซีนทั่วไป: ควรฉีดอย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนเดินทาง เพื่อให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันได้ทัน วัคซีนพิษสุนัขบ้า: กรณีฉีดเพื่อป้องกันแบบล่วงหน้า (Pre-exposure prophylaxis) อาจจำเป็นต้องฉีดให้ครบ 3 เข็มในกลุ่มที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 21 วัน จึงควรเผื่อเวลาให้มากกว่าวัคซีนชนิดอื่น

 เตรียมพร้อมก่อนบิน: ยา ประกัน และข้อมูล

นอกจากการฉีดวัคซีนแล้ว การเตรียมตัวด้านอื่น ๆ ก็สำคัญไม่แพ้กัน: ยาประจำตัวและใบรับรองแพทย์: เตรียมยาโรคประจำตัวให้เพียงพอ และควรพกใบรับรองแพทย์ (Medical Certificate) ภาษาอังกฤษกำกับไปด้วย โดยเฉพาะยาแก้ปวดหรือยาจิตเวช ที่มีส่วนผสมของสารควบคุม รวมถึงควรพกยาสามัญประจำบ้านติดตัวไปด้วย ประกันสุขภาพ: ควรทำประกันสุขภาพการเดินทาง (Travel Insurance) เพื่อความอุ่นใจหากเกิดการเจ็บป่วยฉุกเฉิน เช็คสภาพแวดล้อม: ตรวจสอบสภาพอากาศและสถานการณ์โรคระบาดในพื้นที่ที่จะไป เพื่อเตรียมอุปกรณ์ป้องกันได้อย่างเหมาะสม

การดูแลสุขอนามัยระหว่างเดินทาง

เมื่ออยู่ต่างแดน การ์ดอย่าตก เพื่อลดความเสี่ยงในการรับเชื้อโรค: จดจำเบอร์โทรฉุกเฉิน (Emergency Call): ควรบันทึกเบอร์ฉุกเฉินของประเทศปลายทางไว้ในโทรศัพท์ ยึดหลัก “กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ”: ปฏิบัติอย่างเคร่งครัด สวมหน้ากากอนามัย: เมื่อต้องอยู่ในพื้นที่แออัด หรือพื้นที่สาธารณะที่มีผู้คนพลุกพล่าน

บทสรุป: สุขภาพที่ดี คือการท่องเที่ยวที่ราบรื่น

การเจ็บป่วยระหว่างเดินทางไม่เพียงทำให้แผนเที่ยวสะดุด แต่ยังอาจส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาว การตรวจสุขภาพ การฉีดวัคซีนและการเตรียมตัวที่ดีจึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเองและคนรอบข้าง หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามรายละเอียดและขอรับคำปรึกษาได้ที่ โรงพยาบาลนวเวช โทร. 1507 I Line: @navavej

นพ.วีรยุทธ ตะโนรี

นพ.วีรยุทธ ตะโนรี

‘ผิวสวยไม่กลัวฝุ่น’ เปิดคู่มือฉบับเร่งด่วนสู้ภัย PM2.5 และลมหนาว

‘ผิวสวยไม่กลัวฝุ่น’ เปิดคู่มือฉบับเร่งด่วนสู้ภัย PM2.5 และลมหนาว

‘ผิวสวยไม่กลัวฝุ่น’ เปิดคู่มือฉบับเร่งด่วนสู้ภัย PM2.5 และลมหนาว

วันอังคาร ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เมื่อประเทศไทยเข้าสู่ช่วงฤดูหนาว สิ่งที่มาพร้อมกับลมเย็นๆ ไม่ได้มีแค่ความสดชื่น แต่ยังพกพามลภาวะอย่าง PM2.5 และอากาศที่แห้งจัด ซึ่งเป็น ศัตรูตัวฉกาจ” ของสุขภาพผิว โดยเฉพาะผู้ที่รักการใช้ชีวิตในเมือง รมย์รวินท์คลินิก (Romrawin Clinic)  เปิดตัว “The Winter Skin Survival Guide” หรือคู่มือการดูแลผิวให้แข็งแรงและสวยใสไร้กังวลตลอดฤดูหนาวนี้

แพทย์ผู้มากประสบการณ์จากรมย์รวินท์คลินิก ให้ความเห็นว่า การดูแลผิวในหน้าหนาวที่มีฝุ่นควบคู่กันไป ต้องเน้น 3 แกนหลัก คือ “ปกป้อง-เติมเต็ม-บำรุงจากภายใน” โดยมีจุดที่หลายคนมักพลาดไป ดังนี้

ไม่ใช่แค่หน้ากาก แต่คือ “การกันแดด”

เกราะป้องกันฝุ่น : การสวม หน้ากาก N95 คือมาตรฐานเมื่อต้องเผชิญกับ PM2.5 แต่ต้องไม่ลืมว่าฝุ่นละอองขนาดเล็กสามารถเข้าสู่ผิวได้โดย ตรง การปกปิดด้วยเสื้อผ้าที่มิดชิดจึงเป็นสิ่งจำเป็น

เคล็ดลับที่พลาดไม่ได้ : หลายคนมักละเลยการทาครีมกันแดดในวันที่มีเมฆมากหรืออากาศเย็น แต่ความเป็นจริงคือ รังสี UV ยังคงทำร้ายคอลลาเจนและปราการผิวได้ แม้ในวันที่ไม่มีแดดจ้า ดังนั้นการทาครีมกันแดดทุกวันจึงเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดในการป้องกันริ้วรอยและความหมองคล้ำ

 ล็อคผิว” หลังอาบน้ำให้ทันท่วงที

อาบอย่างฉลาด : หลีกเลี่ยงน้ำร้อนจัดและจำกัดเวลาอาบน้ำไม่เกิน 10-15 นาที เพื่อไม่ให้ผิวสูญเสียน้ำมันตามธรรมชาติมากเกินไป ควรเลือกใช้สบู่อ่อนโยน และซับผิวให้แห้งหมาดๆ

กฎ 3 นาทีทอง : หลังอาบน้ำ คือช่วงเวลาวิกฤต  ต้องทาครีมบำรุงผิว (มอยส์เจอไรเซอร์) ทันทีภายใน 3-5 นาที เพื่อกักเก็บความชุ่มชื้นไว้ในผิวให้ได้มากที่สุด และอย่าลืมทาซ้ำระหว่างวัน รวมถึงให้ความสำคัญกับ ลิปบาล์ม และ แฮนด์ครีม เป็นพิเศษ

ดื่มน้ำและเลือก “เสื้อผ้า” ที่ไม่ทำร้ายผิว

ฮีลผิวด้วยน้ำ : การดื่มน้ำให้เพียงพอ 8-10 แก้วต่อวัน และการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เช่น ผักผลไม้ที่มีวิตามินสูง หรืออาหารที่มีโอเมก้า 3 จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและเสริมความแข็งแรงให้ผิวจากภายในสู่ภายนอก

แฟชั่นที่ใส่ใจผิว: เลือกสวมใส่เสื้อผ้าที่ทำจากผ้าฝ้ายธรรมชาติ หรือเนื้อผ้าที่นุ่มสบาย เพราะผ้าใยสังเคราะห์หรือผ้าขนสัตว์บางชนิดอาจก่อให้เกิดการระคายเคืองและอาการคันได้ โดยเฉพาะในภาวะที่ผิวแห้งง่ายอยู่แล้ว

ข้อควรระวัง: หยุด ขัดผิว” บ่อยเกินไป

เน้นย้ำว่า ในช่วงที่ผิวต้องเผชิญกับมลภาวะและอากาศแห้ง ผิวจะบอบบางเป็นพิเศษ การขัดผิว (Exfoliation) หรือสครับผิวบ่อยเกินไปจะยิ่งทำให้ปราการผิวอ่อนแอและแห้งมากขึ้น หากจำเป็น ควรจำกัดให้เหลือเพียง สัปดาห์ละ 1 ครั้ง โดยเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมอ่อนโยน และเน้นการนวดเบาๆ แทนการขัดถูที่รุนแรง

รมย์รวินท์คลินิก หวังว่าคู่มือนี้จะเป็นประโยชน์ในการเตรียมความพร้อมให้ผิวสวยท้าลมหนาวและฝุ่นได้อย่างมั่นใจ เพราะผิวที่แข็งแรงคือพื้นฐานของความงามที่ยั่งยืน ทั้งนี้ สามารถอ่านต่อได้ที่ : https://www.romrawincosmetics.com/blog/sunscreen-face/

‘บูลลี่’ ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น เสี่ยงทำเด็กป่วยทางจิตเวช อาจรุนแรงถึงขั้น ‘อยากฆ่าตัวตาย’

‘บูลลี่’ ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น เสี่ยงทำเด็กป่วยทางจิตเวช อาจรุนแรงถึงขั้น ‘อยากฆ่าตัวตาย’

‘บูลลี่’ ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น เสี่ยงทำเด็กป่วยทางจิตเวช อาจรุนแรงถึงขั้น ‘อยากฆ่าตัวตาย’

วันอังคาร ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ในสังคมที่หมุนเร็วขึ้นทุกวัน เด็กจำนวนไม่น้อยกำลังต่อสู้อย่างเงียบงันกับบาดแผลในใจที่ไม่มีใครมองเห็น หนึ่งในภัยร้ายที่กำลังกัดกินจิตใจของเด็กไทยโดยที่สังคมยังไม่ตระหนักเพียงพอ      คือ “การบูลลี่” หรือ “การกลั่นแกล้งกัน” ไม่ว่าจะเป็นการล้อเลียน เสียดสี พูดจาดูถูก เพิกเฉย หรือประจานกันในโลกออนไลน์ การกระทำเหล่านี้ล้วนสามารถกระตุ้นให้เกิดภาวะป่วยทางจิตใจ และอาจนำไปสู่โรคจิตเวชที่รุนแรงถึงขั้น “คิดฆ่าตัวตาย” ได้

พญ.ปรานี ปวีณชนา จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น โรงพยาบาลพระรามเก้า เปิดเผยว่าปัจจุบันพบเด็กวัยรุ่นป่วยด้วยโรคซึมเศร้ามากขึ้น โดย “การ บูลลี่” เป็นหนึ่งในปัจจัยกระตุ้นสำคัญที่ไม่ควรถูกมองข้าม เพราะ “เด็กที่ถูกบูลลี่ซ้ำๆ จะเริ่มหมดความมั่นใจในตัวเอง ไม่อยากไปโรงเรียน แยกตัวจากเพื่อนและครอบครัว เงียบ มีอารมณ์เปลี่ยนแปลง เหม่อลอย ผลการเรียนลด การกินการนอนไม่ดี ไม่สนใจทำสิ่งที่เคยชอบ บางรายมีพฤติกรรมทำร้ายตัวเอง และคิดฆ่าตัวตาย โดยที่คนรอบข้างอาจไม่ทันสังเกต”

นอกจากเด็กที่ตกเป็นเหยื่อแล้ว เด็กที่เป็น “ผู้กระทำ” เองก็อาจมีปัญหาทางจิตเวชโดยไม่รู้ตัว เช่น   โรคสมาธิสั้น หรือภาวะซึมเศร้า โดยอาจใช้การกลั่นแกล้งผู้อื่นเป็นช่องทางระบายความรู้สึกด้อยค่าที่เก็บกดไว้ ขณะเดียวกัน เด็กที่เป็น “ผู้เห็นเหตุการณ์” หากไม่ได้รับการดูแล อาจเกิดภาวะเครียดเรื้อรัง (PTSD) หรือกลายเป็นผู้กระทำในอนาคตได้เช่นกัน

วงจรอันตรายนี้ยังอาจนำไปสู่พฤติกรรมเสี่ยงอื่นๆ เช่น การใช้สารเสพติดตั้งแต่วัยเรียน ไม่ว่าจะเป็นกัญชา บุหรี่ไฟฟ้า หรือแอลกอฮอล์ ซึ่งเด็กจำนวนมากยอมรับว่าใช้เพื่อหนีจากความเครียด หรือระบายความเจ็บปวดภายในใจ

พญ.ปรานี ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า อัตราการพบโรคจิตเวชในเด็กและวัยรุ่นไทยเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 5–10% ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งเกิดจากจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น และอีกส่วนหนึ่งมาจากครอบครัวที่เริ่มเปิดใจและเข้าถึงการรักษาได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังมีเด็กอีกจำนวนมากที่ยังไม่ได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที

“ผู้ปกครองหรือครูไม่ควรรอให้เด็กป่วยรุนแรง หากเห็นพฤติกรรมเปลี่ยนไป เช่น ซึมเศร้า แยกตัว ไม่อยากเข้าสังคม หรือไม่พูดกับใคร ทั้งที่เคยเป็นเด็กสดใสร่าเริง ควรรีบพูดคุยและพาไปพบจิตแพทย์ เพราะการรักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ จะได้ผลดีที่สุด”

ทั้งนี้ การรักษาโรคทางจิตเวชในวัยรุ่นต้องอาศัยความร่วมมือจากทั้งครอบครัว โรงเรียน และทีมแพทย์ โดยบทบาทของครูและผู้ปกครองถือเป็น “ด่านหน้า” ในการสังเกตพฤติกรรมและให้ความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที ผู้ใหญ่ในระบบการศึกษาไม่ควรมอง “การกลั่นแกล้ง” ว่าเป็นแค่เรื่องหยอกล้อธรรมดา เพราะหลายครั้ง “ความรุนแรงไม่ได้อยู่ที่มือ แต่อยู่ในคำพูดและท่าทีที่ทำลายจิตใจของเด็ก”

พญ.ปรานี กล่าวทิ้งท้ายว่า “ผู้ปกครองและคุณครูควรสังเกตพฤติกรรมของเด็กอย่างใกล้ชิด หากเด็กมีอาการเงียบ ซึม ไม่สดใส แยกตัวออกจากเพื่อน อย่ามองว่าแค่ ‘นอยด์’ หรืออารมณ์แปรปรวนตามวัย เพราะสิ่งที่ผู้ใหญ่คิดว่าเล็ก อาจเป็นเรื่องใหญ่ในโลกของเด็ก จนถึงขั้นไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกต่อไป”

ถึงเวลาแล้วที่สังคมไทยจะต้องรับมือกับปัญหานี้อย่างจริงจัง ไม่ใช่เพียงเพื่อลดอัตราผู้ป่วยจิตเวชในวัยรุ่น แต่เพื่อปกป้อง “หัวใจเล็กๆ” ที่กำ ลังเติบโตภายใต้แรงกดดันมหาศาล และที่สำคัญ การ “บูลลี่” เพียงครั้งเดียว อาจกลายเป็น “แผลลึก” ที่ไม่มีวันจางหายไปจากใจของเขาไปตลอดชีวิต

พญ.ปรานี ปวีณชนา

พญ.ปรานี ปวีณชนา

คุณแหน : 16 ธันวาคม 2568

คุณแหน : 16 ธันวาคม 2568

คุณแหน : 16 ธันวาคม 2568

วันอังคาร ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 02.00 น.

●● อย่างนี้ค่อยสมศักดิ์ศรี ซอฟต์พาวเวอร์อันดับหนึ่งของไทยจริง เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา รายการมวยไทย“ONECHAMPIONSHIP”ถ่ายทอดสดไป 200 ประเทศ คนดูหลายร้อยล้านคนชื่อเสียงประเทศไทยก้องไปทั่วโลก อีกทั้งเวทีมวย“ลุมพินี”ยังถูกชาวโลกยกย่องให้เป็น SHRINE สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ไปแล้ว คู่เอกที่แฟนมวยทั่วโลกเกาะจอทีวีดูคือ คู่ไต่เข็มขัดโลกมวยหญิง ระหว่าง เพชรจีจ้า กับ มาร์ตินา แชมป์โปแลนด์ วงการคาดหมายว่าจะสูสี และดุเดือด ที่ไหนได้ ระฆังแรกยกที่ 1 เพชรจีจ้า ติดตัวคู่ต่อสู้ชกฮุกซ้าย มาร์ตินาลงไปกองนับแปด จากนั้น ฝ่ายไทยจี้เข้ามุมแล้วฮุกขวาจนการ์ดตก แล้วเตะก้านคอสลบกลางเวทีครั้งนี้ เพชรจีจ้าชนะน็อกในยกที่ 1 อย่างง่ายดายเหลือเกิน…หันมาดูมวยไทยชายบ้าง ทั้งที่ “แม่ไม้มวยไทย” ดังทั่วโลกมาหลายสิบปีแล้ว แต่มวยไทยอาชีพตลอดมายังชกมวยเพื่อเอาใจ “มุมพนัน”นานปีเข้ากลายเป็นนักมวยไทยชกด้วยหมัดไม่เป็นคอยแต่จะจับคู่ต่อสู้โน้มคอตีเข่า ปัจจุบัน มาเจอมาตรฐานโลก “ONE” ของไทคูน ชาตรีศิษย์ยอดธง เลยขายหน้า กลายเป็นถูกฝรั่งต่อยน็อกคาเวทีมากมายเรื่องนี้ บารอนเนสฝากให้ ท่านผู้ว่าการการกีฬาฯ หันมามองและให้ความสนใจจริงจัง แน่นอน มันมีกลุ่มผลประโยชน์ขวางอยู่ แต่ชื่อเสียงของชาติสำคัญยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด…

●● ในที่สุดพิธีเปิดการแข่งขัน SEA GAMES ครั้งที่ 33 ณ ราชมังคลากีฬาสถานก็ผ่านพ้นไปแล้ว ท่ามกลางเสียงชมระงมด้วยเสียงตำหนิข้อบกพร่องต่างๆ ควบคู่กันไป เราขอนำมาเสนอ เพื่อให้ท่านได้เห็นภาพรวม โดยไม่เทคไซด์แต่อย่างใด สเตเดี้ยมคือสถานที่จัดงานและถ่ายทอดโทรทัศน์ไปทั่วโลกเหมาะสมกับสถานภาพงานโดยภาพรวมพิธีงานเปิดดีพอสมควร, การนำศิลปะและวัฒนธรรมไทยมาผสมกลมกลืนกับเนื้อหารายการก็เป็นไอเดียที่ดีโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับคนต่างประเทศ แต่ ITEM ของฉากเจ๊ตสกีนั้นของคนส่วนใหญ่ว่าไม่เข้าแก๊ป แถมเรือล่มอีกเลยทุลักทุเล และยังมีข้อผิดพลาดชนิดเลินเล่ออีกหลายประการ อาทิ การผิดพลาดเสียงลิปซิงค์, แปรอักษรผิดพลาด,สตาฟโปรดักชั่นวิ่งตัดหน้ากล้องระหว่างถ่ายทอดสด ท้ายสุดเรื่องที่โซเชียลเวิลด์ให้ความสนใจคือ “กระถางไฟซีเกมส์…บางครั้งการพยายามโอเวอร์ดูทางเทคนิค ทำให้งานกร่อยไปถนัดใจ ยังเหลือเวลาอีกหนึ่งสัปดาห์สำหรับพิธีปิด บริษัทออร์แกไนเซอร์งานนี้ต้องปรับปรุงทีมงานให้แถวตรงให้ได้ ส่วนข้อแก้ตัวว่า เพิ่งรับงานไม่กี่เดือนต้องเลิกพูดเลย..

●● อ.สุรวัฒน์ ชมภูพงษ์ ประธานมูลนิธิช่วยนักเรียนที่ขาดแคลน ในพระบรมราชินูปถัมภ์และ สมบัติ วัฒนไทย ที่ปรึกษามูลนิธิฯร่วมเป็นประธานในพิธีมอบทุนการศึกษาให้นักศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรผู้ช่วยพยาบาลจำนวน30 ทุน 17 ธ.ค.2568 นี้ ณ คณะพยาบาลศาสตร์(เกื้อการุณย์) ม.นวมินทราธิราช กรุงเทพฯ…

●● งานคอนเสิร์ต หนาวลมคริสต์มาส โดย อ.ดนู ฮันตระกูล กับ วงไหมไทยออร์เคสตราจัดวันที่ 21 ธ.ค.เวลา14.00 น.ที่หอประชุมเล็กศูนย์วัฒนธรรมฯ ศิลปิน มี กรวิช เทพหัสดิน ณ อยุธยาอรณัส ยืนยงหัตถกรณ์ และวงเสียงไทยคอรัส มีเพลงในเทศกาลคริสต์มาสและเพลงดวงหทัยแห่งความรัก ให้ฟังกัน หาซื้อบัตรได้ที่หน้างานฯ…

●● ช่วง 6-14 ธ.ค.ที่ผ่านมาเตือนใจ สินธุวณิก เดินทางไปปฏิบัติบูชาที่วัดภูทอก จ.บึงกาฬ เจ้าตัวขอแผ่ส่วนกุศลมายังญาติมิตรสนิทสนมทุกๆคนด้วย…สาธุ อนุโมทามิ…

●● ความสุขเล็กๆของชายวัยหลังเกษียณอย่าง สุรศักดิ์ แก้วพรหมมาลย์ ก็คือการไปทริปทำบุญ ตจว.ทั่วไทย,ไปออกกำลังแขนขาในน้ำและไปเรียนร้องเพลง จะผิดคีย์บ้าง ก็ไม่เป็นไรเพราะพยายามให้อภัยตนเอง…ความสุขอยู่ไม่ไกลแค่อยู่ในใจของตัวเราเอง…อยากเป็นคนเก่งให้ประเมินประมาณนี้ !!…●●

บารอนเนส

ดื่มด่ำบรรยากาศเทศกาลแห่งความสุขล้นใจในประเทศไทยกับ แมริออท บอนวอย

ดื่มด่ำบรรยากาศเทศกาลแห่งความสุขล้นใจในประเทศไทยกับ แมริออท บอนวอย

ดื่มด่ำบรรยากาศเทศกาลแห่งความสุขล้นใจในประเทศไทยกับ แมริออท บอนวอย

วันจันทร์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 18.29 น.

รวมตัวสังสรรค์กับคนที่คุณรักอย่างพร้อมหน้าส่งท้ายปีในแบบที่ใช่สำหรับคุณ พร้อมกิจกรรมฉลองคริสต์มาสและปีใหม่อย่างอบอุ่นให้เลือกทั่วประเทศ ตั้งแต่โรงแรมใจกลางเมืองไปจนถึงรีสอร์ทริมทะเล

แมริออท บอนวอย (Marriott Bonvoy) แพลตฟอร์มท่องเที่ยวที่รวมกว่า 30 แบรนด์โรงแรมระดับโลกและโปรแกรมท่องเที่ยวที่ได้รับรางวัลมาแล้วมากมายของ แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล (Marriott International) ขอเชิญชวนแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน รวมถึงนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ร่วมสัมผัสช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองและอบอวลไปด้วยความสุข ผ่านประสบการณ์ด้านอาหารและวัฒนธรรมอันหลากหลายที่โรงแรมและรีสอร์ทในเครือทั่วประเทศ

ไม่ว่าคุณจะกำลังมองหากาล่าดินเนอร์สุดหรูเพื่อเฉลิมฉลองคริสต์มาสท่ามกลางวิวเส้นขอบฟ้ากรุงเทพฯ ค่ำคืนริมชายหาดใต้แสงดาวเพื่อต้อนรับปีใหม่ หรือการพักผ่อนช่วงเทศกาลที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของมรดกไทย แมริออท บอนวอย พร้อมเนรมิตทุกช่วงเวลาให้กลายเป็นความทรงจำสุดประทับใจ

สัมผัสบรรยากาศเทศกาลสุดคึกคักและน่าตื่นตาตื่นใจกลางเมือง

คู่รัก ครอบครัว และกลุ่มเพื่อนสามารถเติมเต็มค่ำคืนส่งท้ายปีภายใต้แสงสีอันน่าประทับใจของกรุงเทพฯ ด้วยหลากหลายกิจกรรมแสนพิเศษ โรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ (Royal Orchid Sheraton Riverside Hotel Bangkok) ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมสร้างความประทับใจด้วยดินเนอร์ริมแม่น้ำ การแสดงสุดพิเศษ และวิวพาโนรามาจากหลากหลายห้องอาหาร เช่น สยามยอร์ชคลับ (Siam Yacht Club) และ ฟีสท์ (Feast) ก่อนปิดท้ายด้วยการแสดงดอกไม้ไฟในคืนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ สำหรับนักเดินทางที่อยากสัมผัสจังหวะอันคึกคักของเมืองใหญ่ ม็อกซี่ แบงคอก ราชประสงค์ (Moxy Bangkok Ratchaprasong) พร้อมมอบค่ำคืนแห่งเทศกาลที่เต็มไปด้วยพลังและสีสัน จิบเครื่องดื่มสุดคูลที่ สาโท ซัง รูฟท็อป บาร์ (Sato San Rooftop Bar) ที่เพิ่งเปิดใหม่ จัดเลี้ยงค่ำคืนคริสต์มาสอีฟกับบุฟเฟ่ต์สุดพิเศษที่ ม็อกซี่ บาร์ แอนด์ เรสเตอรองต์ (Moxy Bar & Restaurant) และเฉลิมฉลองการเข้าสู่ปี 2569 ในงาน Carnival Countdown พร้อมวิวดอกไม้ไฟ บรรยากาศของการพบปะสังสรรค์ ณ ที่แห่งนี้จะทำให้เทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ปีนี้กลายเป็นช่วงเวลาที่คุณไม่มีวันลืม

สำหรับผู้ที่มองหาสถานที่พักผ่อนสุดหรูใจกลางเมือง ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก, อะ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น โฮเทล (The Athenee Hotel, a Luxury Collection Hotel, Bangkok) ให้คุณได้อิ่มเอมในบรรยากาศที่งดงามเหนือกาลเวลาและอาหารสุดสร้างสรรค์ เช่น ดินเนอร์ 6 คอร์สสุดอลังการในคืนวันส่งท้ายปีเก่าพร้อมไวน์ระดับพรีเมียมที่ เรน ทรี คาเฟ่ (Rain Tree Café) และด้วยทำเลที่ยอดเยี่ยม ใกล้จุดเคานต์ดาวน์ชื่อดังใจกลางกรุงเทพฯ โรงแรมแห่งนี้จึงกลายเป็นสถานที่สมบูรณ์แบบสำหรับการเฉลิมฉลองเทศกาลในบรรยากาศสุดพิเศษเหนือระดับ ขณะเดียวกัน เจดับบลิว แมริออท กรุงเทพฯ (JW Marriott Hotel Bangkok) พร้อมมอบความอบอุ่นและการบริการเหนือกาลเวลาในทุกช่วงเวลาแห่งความสุข ด้วยตัวเลือกเมนูอาหารหลากหลาย ตั้งแต่กระเช้าของขวัญสุดพรีเมียมจาก แบงค็อก เบกกิ้ง คอมพานี(BBCO) ไปจนถึงบุฟเฟต์สุดอลังการที่ เจดับบลิว คาเฟ่ (JW Café) พร้อมเสิร์ฟไก่งวง Butterball เนื้อวากิวบีฟเวลลิงตัน เนื้อลูกแกะจากนิวซีแลนด์ และอีกมากมาย ทุกเมนูถูกคัดสรรอย่างพิถีพิถันเพื่อให้คุณและคนที่คุณรักได้ใช้เวลาร่วมกันในบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลอง

เดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน กรุงเทพฯ (The Ritz-Carlton, Bangkok) ร่วมต้อนรับเทศกาลแห่งความสุขด้วยธีม The Celestial Christmas Ball ณ ลิลลี่ส์ (Lily’s) ห้องอาหารที่สะท้อนศิลปะแห่งการรวมตัวและการแบ่งปันของโรงแรม พร้อมจับมือกับ Pomme Chan ศิลปินและนักออกแบบชื่อดังจากกรุงเทพฯ เนรมิตภาพวาดเหนือจินตนาการให้กลายเป็นประสบการณ์เฉลิมฉลองอันน่าหลงใหล ซึ่งสะท้อนความมหัศจรรย์ของเทศกาลวันหยุด เพื่อการเฉลิมฉลองเทศกาลท่ามกลางแสงไฟระยิบระยับ เดอะ เซนต์ รีจิส กรุงเทพฯ (The St. Regis Bangkok) ร่วมกับ สวารอฟสกี้ (Swarovski) มอบช่วงเวลาพิเศษส่งท้ายปี ด้วยชุดน้ำชายามบ่ายธีมเทศกาลอันระยิบระยับ และชุดของขวัญ ที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน นอกจากนี้แขกผู้เข้าพักยังจะได้อิ่มอร่อยกับอาหารค่ำสุดหรูที่ห้องอาหาร วูว์ (VIU) ในขณะที่การตกแต่งสไตล์ Après-Ski (การพักผ่อนสบายๆ หลังจากการเล่นสกีบนภูเขา) ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น พร้อมเครื่องดื่มรับเทศกาล ณ เดอะ เซนต์ รีจีส บาร์ (The St. Regis Bar) ช่วยสร้างบรรยากาศฤดูหนาวที่สมบูรณ์แบบ

การพักผ่อนอันเต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ของชายหาดอ่าวไทย

เพียงขับรถออกจากบรรยากาศความเร่งรีบของกรุงเทพฯไม่นาน นักเดินทางสามารถสร้างความทรงจำแสนพิเศษริมทะเลที่หัวหินหรือพัทยาได้ทันที เชอราตัน หัวหิน รีสอร์ท แอนด์ สปา (Sheraton Hua Hin Resort & Spa) เชิญคนที่คุณรักมาร่วมสัมผัสกิจกรรมที่รังสรรค์อย่างพิถีพิถัน เปิดโอกาสให้ทุกคนใกล้ชิดกันมากขึ้นผ่านอาหาร ดนตรี และวัฒนธรรม ไม่ว่าจะเป็นงานฉลองคริสต์มาสริมชายหาด หรือการนับถอยหลังสู่ปีใหม่ในธีม Amazing Siam ทุกช่วงเวลาต่างอบอวลด้วยบรรยากาศแห่งความผูกพันและได้อยู่ร่วมกัน ที่ พัทยา แมริออท รีสอร์ต แอนด์ สปา (Pattaya Marriott Resort and Spa) คู่รักและครอบครัวสามารถเติมเต็มวันหยุดส่งท้ายปีด้วยความสงบและเสน่ห์ธรรมชาติของชายฝั่งทะเล ดื่มด่ำกับมื้ออาหารอบอุ่นที่ โกจิ คิทเซ็น กริล แอนด์ บาร์ (Goji Kitchen Grill & Bar) และรสชาติอิตาเลียนระดับพรีเมียมที่ ลา แฟมมิเลีย (La Familiare) ก่อนปิดท้ายด้วยการอำลาดวงอาทิตย์ที่กำลังลับขอบฟ้าริมหาดจอมเทียน

ออกเดินทางสู่การพักผ่อนที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาริมฝั่งอันดามัน

สำหรับแขกผู้ที่มองหาการพักผ่อนริมชายหาดอันแสนสุขสงบในช่วงเทศกาลวันหยุดนี้ ภูเก็ต คือคำตอบที่ลงตัว ด้วยการผสมผสานของบรรยากาศสไตล์ทรอปิคอลกับความเงียบสงบของเกาะอย่างสมบูรณ์แบบ การพักผ่อนในช่วงเทศกาลที่เหมาะสำหรับครอบครัวรอคุณอยู่ที่ โฟร์พอยท์ บาย เชอราตัน ภูเก็ต ป่าตองบีช รีสอร์ท (Four Points by Sheraton Patong Beach Resort & Spa) แวดล้อมด้วยกิจกรรมให้เลือกทำมากมาย ทั้งกิจกรรมสำหรับเด็ก การมาเยือนของซานตาคลอส มื้ออาหารที่เปี่ยมด้วยสีสัน ณ ห้องอาหาร ชาวเล คิทเช่น (Chao Leh Kitchen) และค่ำคืนที่แสนสนุก ณ เดอะ เด็ค บีชคลับ ป่าตอง (The Deck Beach Club Patong) รับรองว่าทุกคน ในทุกช่วงวัย จะได้รับความทรงจำอันล้ำค่ากลับไป ที่ เจดับบลิว แมริออท ภูเก็ต รีสอร์ท แอนด์ สปา (JW Marriott Phuket Resort & Spa) คนที่คุณรักจะได้ก้าวสู่โลกแห่งความหรูหราริมหาดไม้ขาวอันสงบบริสุทธิ์ ตั้งแต่ช่วงเวลาอบอุ่นของ มื้อค่ำวันคริสต์มาสสุดชิค ไปจนถึงงาน Velvet Disco Soirée ที่ เอ็ม บีช คลับ (M Beach Club) เพื่อร่วมเฉลิมฉลองการต้อนรับปี 2569 ริมทะเล ส่วนที่ คอร์ทยาร์ด บาย แมริออท ภูเก็ต ป่าตอง บีช รีสอร์ท  (Courtyard by Marriott Phuket, Patong Beach Resort) แขกจะได้พบกับการผสานความระยิบระยับแห่งเทศกาลเข้ากับแสงแดดอันสดใสของภูเก็ตอย่างลงตัว พร้อมเนรมิตบรรยากาศคริสต์มาสสไตล์ทรอปิคอลด้วยดินเนอร์ริมสระ ดนตรีอะคูสติกเล่นสด และเมนูพิเศษประจำฤดูกาล พบกับค่ำคืนส่งท้ายปีที่จะยิ่งเฉิดฉายด้วยงาน Countdown Carvery ที่ Smokestack BBQ & Grill และงาน Spritz & Glam BBQ สุดหรูที่ เดอะ ภูเก็ต อีทเทอรี่ (The Phuket Eatery) ก่อนปิดท้ายด้วยการแสดงดอกไม้ไฟสุดตระการตาบนหาดป่าตอง และที่ ภูเก็ตแมริออท รีสอร์ต แอนด์ สปา เมอร์ลิน บีช (Phuket Marriott Resort & Spa, Merlin Beach) แขกผู้เข้าพักจะได้สัมผัสบรรยากาศแห่งความสุขในช่วงเทศกาล ด้วยงานเฉลิมฉลองริมชายหาด ดินเนอร์สุดหรูที่ เมอชาน คิทเช่น (Merchant Kitchen) และ บีชกริล (Beach Grill) พร้อมปาร์ตี้ส่งท้ายปีสุดตระการตา เคล้าเสียงพลุไฟริมทะเล

เขาหลัก แมริออท บีช รีสอร์ท แอนด์ สปา (Khao Lak Marriott Beach Resort & Spa) ซึ่งตั้งอยู่ริมฝั่งอันดามันในจังหวัดพังงา เชิญชวนคู่รักและครอบครัวร่วมสัมผัสช่วงเวลาสุดพิเศษด้วยดินเนอร์ริมทะเลที่คัดสรรค์และสร้างสรรคืมาอย่างพิถีพิถันที่ โกจิ คิทเช่น แอนด์ ลอน (Goji Kitchen & Lawn) พร้อมเสียงเพลงจากวง The Cooljackz การแสดงจากคาร์นิวัลแดนเซอร์ ดีเจ และประสบการณ์เฉลิมฉลองปีใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทุกช่วงวัย 

การผจญภัยที่จุดประกายแรงบันดาลใจท่ามกลางขุนเขาในภาคเหนือ

สำหรับผู้ที่ใฝ่หาการผจญภัยและต้องการฉลองคริสต์มาสและปีใหม่ท่ามกลางธรรมชาติอันบริสุทธิ์ เลอ เมอริเดียน เชียงราย รีสอร์ท (Le Méridien Chiang Rai Resort) ชวนให้ผ่อนคลายกับกิจกรรมสร้างแรงบันดาลใจและดินเนอร์แสนโรแมนติกที่ห้องอาหาร ฟาโวล่า เชียงราย (Favola Chiang Rai) โดยมีฉากหลังเป็นขุนเขาเขียวชอุ่มและสายน้ำที่ไหลระริก สร้างบรรยากาศงดงามชวนฝัน เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเฉลิมฉลองฤดูกาลแห่งความสุขต้อนรับปี 2569 ส่วนที่ เชียงใหม่ แมริออท โฮเทล (Chiang Mai Marriott Hotel) ช่วงเวลาแห่งความสุขในเมืองหลวงแห่งอาณาจักรล้านนารอทุกคนอยู่ พร้อมบุฟเฟต์คริสต์มาสแสนอบอุ่นและเมนูเพื่อเติมเต็มบรรยากาศเฉลิมฉลองที่ กัช คิทเช่นแอนด์ บาร์ (Gaj Kitchen and Bar) ดินเนอร์พิเศษที่ ฟาโวล่า (Favola) และเคานต์ดาวน์ปาร์ตี้เพื่อให้ทุกวินาทีของค่ำคืนสุดท้ายของปีเต็มไปด้วยความประทับใจไม่รู้ลืม

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมหรือการสำรองที่พักช่วงเทศกาลกับ แมริออท บอนวอย ในประเทศไทย กรุณาเข้าไปที่ https://www.marriott.com/en-us/dining/campaign/festive-experience-in-thailand.mi

-(016)