รพ.พระรามเก้า ต้อนรับคณะผู้บริหารจากวิทยาลัยด้านสุขภาพสิงคโปร์ เสริมความร่วมมือ Medical Tourism ระดับนานาชาติ

รพ.พระรามเก้า ต้อนรับคณะผู้บริหารจากวิทยาลัยด้านสุขภาพสิงคโปร์ เสริมความร่วมมือ Medical Tourism ระดับนานาชาติ

รพ.พระรามเก้า ต้อนรับคณะผู้บริหารจากวิทยาลัยด้านสุขภาพสิงคโปร์ เสริมความร่วมมือ Medical Tourism ระดับนานาชาติ

วันอังคาร ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 15.01 น.

โรงพยาบาลพระรามเก้าให้การต้อนรับคณะผู้บริหารจาก College of Public Health & Occupational Physicians ประเทศสิงคโปร์ ที่เดินทางมาศึกษาดูงานด้านการให้บริการทางการแพทย์และระบบบริหารจัดการโรงพยาบาลของไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีและความร่วมมือระหว่างผู้ให้บริการทางการแพทย์ของโรงพยาบาลชั้นนำในประเทศไทย

โดยโรงพยาบาลพระรามเก้ามีความโดดเด่นด้านคุณภาพการรักษา เทคโนโลยีที่ทันสมัย และมาตรฐานการบริหารจัดการระดับสากล การหารือร่วมกันในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาเครือข่ายการส่งต่อผู้ป่วยต่างชาติและสนับสนุนศักยภาพประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางบริการด้านสุขภาพ (Medical Hub) ในภูมิภาคเอเชีย

ในการศึกษาดูงานโรงพยาบาลพระรามเก้าได้นำเสนอข้อมูลบริการทางการแพทย์ เทคโนโลยีเครื่องมือรักษามาตรฐานสากล ศูนย์ความเชี่ยวชาญต่าง ๆ รวมถึงระบบการดูแลผู้ป่วยที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัย ความสะดวกสบาย และการบริการที่อบอุ่น พร้อมทั้งนำคณะผู้บริหารเยี่ยมชมแผนกสำคัญของโรงพยาบาล

โรงพยาบาลพระรามเก้ายังคงให้ความสำคัญกับความร่วมมือระดับนานาชาติ เพื่อเป็นโอกาสในการสร้างเครือข่ายการส่งต่อผู้ป่วยต่างชาติ เสริมสร้างความเชื่อมั่นจากต่างประเทศ และสะท้อนภาพลักษณ์ของโรงพยาบาลชั้นนำของไทยที่มีคุณภาพ เทคโนโลยีทันสมัย และการใส่ใจดูแลผู้ป่วยอย่างดีที่สุด

Aura Wellness เคียงข้างชาวหาดใหญ่ ช่วยเหลือครอบครัวพนักงาน พร้อมสนับสนุนนิสิตจุฬาฯ ผู้พัฒนาแอป “หาดใหญ่ต้องรอด”

Aura Wellness เคียงข้างชาวหาดใหญ่  ช่วยเหลือครอบครัวพนักงาน พร้อมสนับสนุนนิสิตจุฬาฯ ผู้พัฒนาแอป “หาดใหญ่ต้องรอด”

Aura Wellness เคียงข้างชาวหาดใหญ่ ช่วยเหลือครอบครัวพนักงาน พร้อมสนับสนุนนิสิตจุฬาฯ ผู้พัฒนาแอป “หาดใหญ่ต้องรอด”

วันอังคาร ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 14.43 น.

ท่ามกลางสถานการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ในหาดใหญ่ที่ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง สิ่งที่น่าสนใจไม่แพ้การทำงานของภาครัฐและอาสาสมัคร คือบทบาทของภาคเอกชนที่เข้ามาหนุนเสริม “ช่องโหว่” ของระบบช่วยเหลือสาธารณะในเวลาจำกัด และหนึ่งในองค์กรนั้นคือ Aura Wellness ที่เดินหน้าช่วยเหลือพื้นที่ประสบอุทกภัยหาดใหญ่ในทุกมิติ

เริ่มจากครอบครัวพนักงานในองค์กรที่ได้รับผลกระทบโดยตรง

จากสถานการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นในพื้นที่หาดใหญ่ ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนจำนวนมาก รวมถึงครอบครัวของพนักงาน Aura Wellness หลายคน องค์กรจึงมอบเงินสนับสนุน 20,000 บาทต่อครอบครัว เพื่อใช้ซ่อมแซมบ้านเรือนและบรรเทาความเสียหายที่เกิดขึ้น ช่วยให้ทุกครอบครัวสามารถกลับมายืนได้อย่างมั่นคงอีกครั้ง

ความช่วยเหลือถูกขยายสู่ชุมชน โดยองค์กรได้จัดส่งสิ่งของจำเป็นมูลค่า 100,000 บาท ลงพื้นที่อย่างรวดเร็ว
นอกจากนี้ องค์กรได้เร่งดำเนินการช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น โดยจัดส่งสิ่งของจำเป็นมูลค่า 100,000 บาท ลงพื้นที่เป็นการเร่งด่วน

เชิดชูเยาวชนไทย มอบทุนรวม 100,000 บาท แก่นิสิตจุฬาผู้พัฒนาแอป “หาดใหญ่ต้องรอด” พร้อมเดินหน้าช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้

ในขณะเดียวกัน Aura Wellness ยังได้ร่วมสนับสนุน นิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้พัฒนาแพลตฟอร์ม “หาดใหญ่ต้องรอด” ซึ่งเป็นระบบแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือแบบเรียลไทม์จากประชาชนในพื้นที่ แพลตฟอร์มนี้เป็นผลงานของเยาวชนที่ต้องการช่วยเหลือสังคมในช่วงวิกฤต และองค์กรมีความภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันศักยภาพของคนรุ่นใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม โดยได้มอบทุนการศึกษารวม 100,000 บาท ให้แก่นายพัชรศิริ สีชาติ นิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้พัฒนาแพลตฟอร์ม “หาดใหญ่ต้องรอด” ภายในเวลาเพียง 3 ชั่วโมง แต่กลายเป็นศูนย์กลางข้อมูลที่ช่วยให้การช่วยเหลือคนในพื้นที่ทำได้เร็วขึ้น และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ เฟม – เจตบดินทร์ ประคุณศึกษาพันธ์ CEO ของ Aura Wellness ได้ร่วมบริจาคเงินเพิ่มเติมอีก 100,000 บาท เพื่อจัดซื้อชุดยังชีพและเวชภัณฑ์เร่งด่วน ส่งตรงถึงพื้นที่ที่ต้องการความช่วยเหลือมากที่สุด เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า ความรับผิดชอบต่อสังคมเกิดจากการลงมือทำอย่างจริงใจและต่อเนื่อง ซึ่ง Aura Wellness แสดงให้เห็นผ่านการดูแลพนักงานของตนเอง การยื่นมือช่วยเหลือชุมชน และการลงทุนในพลังของเยาวชนผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อสังคม การสนับสนุนรวมกว่า 400,000 บาท ไม่เพียงบรรเทาความเดือดร้อนในวันนี้ แต่ยังช่วยวางรากฐานให้พื้นที่และประเทศมีระบบรับมือภัยพิบัติที่ดีขึ้นในอนาคต

มูลนิธิชัย-นุชนารถ โสภณพนิช-กรุงเทพประกันภัย จับมือ คปภ. ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้

มูลนิธิชัย-นุชนารถ โสภณพนิช-กรุงเทพประกันภัย จับมือ คปภ. ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้

มูลนิธิชัย-นุชนารถ โสภณพนิช-กรุงเทพประกันภัย จับมือ คปภ. ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้

วันอังคาร ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 14.05 น.

มูลนิธิชัย-นุชนารถ โสภณพนิช ร่วมกับ บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) โดย ลสา โสภณพนิช ผู้อำนวยการใหญ่ มอบเครื่องอุปโภคบริโภคมูลค่ารวม 500,000 บาท ซึ่งประกอบไปด้วยอาหารกึ่งสำเร็จรูป นมกล่อง ยาสามัญประจำบ้าน เครื่องนุ่งห่ม และของใช้ในชีวิตประ จำวัน โดยมี ชูฉัตร ประมูลผล  เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เป็นผู้รับมอบ เพื่อส่งต่อไปยังศูนย์อำนวยการช่วยเหลือเครือข่ายวายุภักษ์ กระทรวงการคลัง สำหรับนำไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ณ ชั้น 1 อาคารสถาบันวิทยาการประกันภัยระดับสูง สำนักงาน คปภ. ถนนรัชดาภิเษก 

การส่งมอบเครื่องอุปโภคบริโภคในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการช่วยเหลือผู้ได้รับความเดือดร้อนจากภัยน้ำท่วมภาคใต้ของกรุงเทพประกันภัยเพื่อร่วมส่งกำลังใจให้ประชาชนในพื้นที่สามารถผ่านพ้นสถานการณ์ดังกล่าวและฟื้นฟูจากมหาอุทกภัยครั้งนี้ให้กลับสู่สภาวะปกติโดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ ลูกค้าที่ประสบภัยสามารถติดต่อแจ้งเคลมสินไหมทดแทน รวมถึงการให้บริการรถยกได้ที่ช่องทางดังนี้ LINE @bangkokinsurance ,โทร.1620 ตลอด 24 ชั่วโมง และ สาขาหาดใหญ่ โทร. 0 7422 0961

ชัย โสภณพนิช ประธานกรรมการ บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน)

ชัย โสภณพนิช ประธานกรรมการ บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน)

สภากาชาดไทย จัดพิธีถวายสักการะพระบรมราชานุสรณ์ ร.6 เพื่อความเป็นสิริมงคลการจัดงานกาชาด 2568

สภากาชาดไทย จัดพิธีถวายสักการะพระบรมราชานุสรณ์ ร.6 เพื่อความเป็นสิริมงคลการจัดงานกาชาด 2568

สภากาชาดไทย จัดพิธีถวายสักการะพระบรมราชานุสรณ์ ร.6 เพื่อความเป็นสิริมงคลการจัดงานกาชาด 2568

วันอังคาร ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 13.48 น.

วันจันทร์ที่ 8 ธันวาคม 2568 เวลา 08.09 น. นายเตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทย ประธานคณะกรรมการอำนวยการจัดงานกาชาดประจำปี 2568 พร้อมด้วยคณะกรรมการอำนวยการจัดงานกาชาดประจำปี 2568 คณะผู้บริหารสภากาชาดไทย และผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ ที่ร่วมออกร้านในงานกาชาด จัดให้มีพิธีถวายสักการะพระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ณ พระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว สวนลุมพินี เพื่อความเป็นสิริมงคลและเตรียมการจัด “งานกาชาดประจำปี 2568” ภายใต้แนวคิด “ร้อยดวงใจปวงประชา น้อมสำนึกพระเมตตา องค์สภานายิกาสภากาชาดไทย” วันที่ 11-21 ธันวาคม 2568 ณ สวนลุมพินี และบนแพลตฟอร์มออนไลน์ http://www.iredcross.org

ในการนี้ สภากาชาดไทยได้รับพระกรุณาธิคุณจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดงานกาชาดประจำปี 2568 วันพฤหัสบดีที่ 11 ธันวาคม 2568 เวลา 17.00 น. ณ สวนลุมพินี สามารถรับชมการถ่ายทอดสดได้ทางสถานีโทรทัศน์  แห่งประเทศไทย ถ่ายทอดเสียงทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย และออนไลน์ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ NBT2HD, งานกาชาด Red Cross Fair และ www.iredcross.org

งานกาชาดประจำปี 2568 ได้จัดให้มีกิจกรรมเพื่อแสดงความอาลัยและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สภานายิกาสภากาชาดไทย อาทิ การแสดงพิธีเปิดงานกาชาดประจำปี 2568 ชุด “น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ องค์สภานายิกาสภากาชาดไทย ธ สถิตในดวงใจตราบนิรันดร์” รวมถึงการจัดแสดงพระราชกรณียกิจ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สภานายิกาสภากาชาดไทย เพื่อให้ประชาชนได้ร่วมสืบสานพระราชปณิธานในการดำเนินภารกิจด้านมนุษยธรรม อาทิ การแสดงพิธีเปิดงานกาชาดประจำปี 2568 ชุด “น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ องค์สภานายิกาสภากาชาดไทย      ธ สถิตในดวงใจตราบนิรันดร์”

โซน “ธ สถิตในดวงใจตราบนิจนิรันดร์” สภากาชาดไทย อัญเชิญพระบรมฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ประดิษฐานเหนือพุ่มดอกไม้ ประดับแสงไฟ เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ร่วมแสดงความอาลัย และบันทึกภาพเป็นที่ระลึก ณ บริเวณศาลาภิรมย์ภักดี

การจัดแสดงนิทรรศการ “69 ปี แสงแห่งพระเมตตา องค์สภานายิกาสภากาชาดไทย” ถ่ายทอดพระราชกรณียกิจ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เมื่อยังทรงดำรงตำแหน่งสภานายิกาสภากาชาดไทย นับตั้งแต่ปี 2499 จนถึงปี 2568 รวมเวลา 69 ปี ผ่านนิทรรศการ 4 โซน ดังนี้ โซน“แสงแห่งพระเมตตา” มีการจัดแสดงพระเก้าอี้ โต๊ะทรงงานฯ และการจัดแสดงภาพพระราชกรณียกิจเพื่อให้ประชาชน น้อมรำลึกในพระเมตตาที่ทรงขับเคลื่อนภารกิจด้านมนุษยธรรมของสภากาชาดไทยตลอด 69 ปี โซน “พระราชกรณียกิจเพื่อทุกชีวิต”   ที่จัดแสดงพระราชกรณียกิจ เพื่อการบรรเทาทุกข์ บำรุงสุขแก่ประชาชน  อาทิ เหตุการณ์บ้านเขาล้าน พระเมตตาที่มีต่อการแพทย์ การบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัย ด้านการบริการโลหิต ด้านส่งเสริมคุณภาพชีวิต ผ่านแสงสีเสียงในการถ่ายทอดเรื่องราว โซน “พระเมตตาแห่งการแบ่งปัน” นำเสนอพระราชกรณียกิจด้านการหารายได้ ทรงดำริริเริ่มงานหารายได้ใหม่ๆ โดยเฉพาะในงานกาชาด และโซน “แรงบันดาลใจจากพระเมตตา” จัดแสดงเป็นสวนดอกไม้ พร้อมพระราชดำรัสที่ทรงพระราชทานในโอกาสต่างๆ ผ่านการนำเสนอด้วยเทคนิคทางดิจิทัล ภายในนิทรรศการฯ ยังมีกิจกรรมเชิญชวนประชาชนร่วมบริจาคเงินเพื่อโดยเสด็จพระราชกุศลบำรุงสภากาชาดไทย ผู้บริจาคจะได้รับพระบรมฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในรูปแบบโปสการ์ดอันทรงคุณค่ายิ่งจำนวน 12 ภาพ เป็นที่ระลึก

นอกจากนี้ ประชาชนที่มาเที่ยวงานกาชาดจะได้ชมความงดงามของการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย ตลอด 11 วัน อาทิ การแสดงโขน เรื่อง “รามเกียรติ์” ศิลปะชั้นสูงที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สภานายิกาสภากาชาดไทย ทรงรื้อฟื้นและอนุรักษ์ จากสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม 10 วัน 10 ตอน พร้อมด้วยการแสดงศิลปวัฒนธรรมอื่นๆ จากกลุ่มเยาวชน ผู้สูงอายุ และอาสาสมัคร ที่หมุนเวียนสร้างความประทับใจ ณ เวทีกลาง ตั้งแต่เวลา 17.00-21.30 น. รวมถึง การแสดง Projection Mapping ประกอบบทเพลงพระราชนิพนธ์ ถ่ายทอดเรื่องราวสุดตระการตา ด้วยแสง สี เสียง ผสานความงดงามของศิลปะดิจิทัลเข้ากับความไพเราะของบทเพลงพระราชนิพนธ์อันทรงคุณค่า เวลา 19.00-21.00 น. ณ อาคารลุมพินีสถาน

งานกาชาดในปีนี้มุ่งเน้นจัดงานในรูปแบบที่งดงาม ทรงคุณค่า แต่คงไว้ซึ่งอัตลักษณ์ของงานกาชาด สำหรับประชาชนที่มาเที่ยวชมงานยังสามารถเพลิดเพลินกับหลากหลายกิจกรรมการกุศลเช่นเคย กิจกรรมเสี่ยงโชค สอยดาว ตักไข่ ยิงปืนในบูธร้านกาชาดหน่วยงานต่างๆ การจำหน่ายสลากบำรุงสภากาชาดไทย จาก 46 หน่วยงาน การจำหน่ายสินค้าอุปโภค/บริโภคราคาย่อมเยา จากร้านค้าโครงการส่วนพระองค์ ได้แก่ ร้านสมเด็จองค์สภานายิกาสภากาชาดไทย จำหน่ายผ้าพระราชทาน เสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม และสินค้าที่ระลึก ร้านสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง จำหน่ายสินค้าหัตถกรรม  ที่ทรงให้อนุรักษ์ และสืบทอดต่อกันมา อาทิ งานปัก งานทอ งานมัดย้อม งานฝ้าย และงานเทียน ร้านอุปนายิกา นำผลิตภัณฑ์ของกลุ่มอาชีพประชาชนในถิ่นห่างไกลในโครงการส่งเสริมอาชีพตามพระราชดำริ ผลิตภัณฑ์ ในโครงการสร้างป่า สร้างรายได้ และโครงการส่งเสริมเศรษฐกิจพอเพียงในชุมชนตามพระราชดำริ พร้อมผักดองวังสระปทุมและน้ำหอมสูตรพระราชทานมาจำหน่าย และร้านค้าเอกชนอีกมากมาย รวมถึง การตรวจดวงชะตาพยากรณ์ จากนักโหราศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญ และโซนร้านอาหารกว่า 200 ร้าน ในโซน “รสชาติแห่งสยาม by ลิ้นติดโปร เมนูติดดาว” และร้าน “รวมใจดาราน้อมสำนึกพระเมตตา องค์สภานายิกาสภากาชาดไทย” ที่เปิดโอกาสให้ผู้ที่มาเที่ยวชมงานได้พบปะกับเหล่าดาราศิลปินอย่างใกล้ชิด และร่วมกันอุดหนุนสินค้าเพื่อร่วมส่งต่อพลังแห่งการให้ไปพร้อมกัน

ด้านงานกาชาดออนไลน์ที่แพลตฟอร์ม www.iredcross.org พบกับน้องไอจังพาเที่ยวงานกาชาดออนไลน์ สัมผัสความรู้สึกเต็มอิ่มเหมือนได้มาเดินเที่ยวงานกาชาดจริง ผ่านหน้าจอมือถือ อาทิ นิทรรศการออนไลน์ “69 ปี แสงแห่งพระเมตตา องค์สภานายิกาสภากาชาดไทย” การจำหน่ายสินค้าจากร้านโครงการส่วนพระองค์ และเหล่ากาชาดจังหวัด การจำหน่ายสลากกาชาดออนไลน์ 11 หน่วยงาน การตรวจดวงชะตาพยากรณ์ออนไลน์ กิจกรรมเกมตักไข่ลุ้นโชค มินิเกมกาชาด กิจกรรมปาเป้า และไอจังตกน้ำ พร้อมร่วมทำบุญผ่านการบริจาคออนไลน์สนับสนุนภารกิจสภากาชาดไทย

จึงขอเชิญชวนประชาชนร่วมน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สภานายิกาสภากาชาดไทย และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสืบสานพระราชภารกิจ ด้านมนุษยธรรม ที่งานกาชาดประจำปี 2568 “ร้อยดวงใจปวงประชา น้อมสำนึกพระเมตตา องค์สภานายิกาสภากาชาดไทย” ณ สวนลุมพินี เวลา 11.00-22.00 น. และงานกาชาดออนไลน์ http://www.iredcross.org ตลอด 24 ชั่วโมง

คุณแหน: 9 ธันวาคม 2568

คุณแหน: 9 ธันวาคม 2568

คุณแหน: 9 ธันวาคม 2568

วันอังคาร ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 12.53 น.

●● ฝรั่งว่า “ALL GOOD THINGS MUST COME TO AN END” ซึ่งเป็นคติพจน์ เดียวกันที่ระบุอยู่ในวิถีชีวิตชาวไทยและชาวจีนด้วย สิ่งดีงามใดๆ ในที่สุดก็ต้องมาถึงจุดจบ…โรงเรียนชั้นนำ “ไผทอุดมศึกษา” ถ.วิภาวดีรังสิต กทม.ถูกจัดตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2512 เพื่อสืบสานอุดมการณ์ในการสร้างสถานศึกษาเพื่อสังคมโดย คุณหญิงอุดมลักษณ์ ศรียานนท์ ภริยาของ พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ ฝรั่งให้ฉายา “บุรุษเหล็กแห่งเอเชีย” อดีต รมว.มหาดไทย, อธิบดีกรมตำรวจ, และผู้กุมอำนาจทางการเมืองในยุคนั้น ข่าวนี้สร้างความสะเทือนใจแก่ศิษย์เก่าและผู้คนชั้นนำในสังคมเมื่อโรงเรียนฯ ประกาศยุติการเรียนการสอนและเลิกกิจการ ส่วนหนึ่งฝ่ายบริหารได้ทัชออนปัญหาระดับชาติคือจำนวนเด็กเกิดใหม่ลดน้อยลงตามลำดับยังผลให้เฉพาะปีการศึกษา 2567 มีโรงเรียนต้องปิดกิจการลงกว่า 40 แห่ง ปัญหาเรื่องเด็กเกิดใหม่ยังถูกซ้ำเติมด้วยปัญหาเศรษฐกิจซบเซา เนื่องจากวิกฤตโรคระบาดใหญ่โควิด-19 ในปี 2564 อีก ทั้งที่ รร.ไผทอุดมศึกษาจัดตั้งขึ้นเพื่อสาธารณประโยชน์ไม่หวังผลกำไรแต่อย่างใดในระยะยาวก็ยังไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ จึงต้องประกาศเลิกกิจการตั้งแต่ปีการศึกษา 2569 เป็นต้นไป…

●● ก่อนอื่นต้องขอแสดงความยินดีกับความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ ของน้อง “JEENO” อาฒยา ฐิติกุล อายุ 22 ปี

นักกอล์ฟหญิงซูเปอร์สตาร์อันดับหนึ่งของโลก ชนะเลิศการแข่งขัน CME GROUP TOUR CHAMPIONSHIP รับเงินรางวัลมหาศาลที่สุดเป็นประวัติการณ์ถึง 4 ล้านเหรียญ (129 ล้านบาท) นับเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน ตอบข้อถามสื่อมวลชนนานาชาติถึงความรู้สึกในชัยชนะ จีโน่กล่าวว่า รู้สึกยินดีและภูมิใจมากขอบคุณบรรดา FC ที่ติดตามและเอาใจช่วย ถามต่อว่าช่วงพักฤดูแข่งขันจะใช้ชีวิตอย่างไร จีโน่ตอบแบบสบายใจว่า ขอกลับบ้านเมืองไทยไปพักผ่อนและพอมีเงินเหลือไปเดินช็อปปิ้งบ้าง (ชนะ CME สองครั้งรวมเงิน 260 ล้านบาท ตกลงจะช็อปปิ้งหรือซื้อห้างเลย?)…ประเด็นเด่นที่วงการกอล์ฟสนใจแบ๊กกราวนด์จีโน่จะไม่เหมือนดาวเด่นกอล์ฟคนอื่น ซึ่งส่วนใหญ่จะถูกเคี่ยวเข็ญขัดเกลาจากครอบครัวนักเล่นกอล์ฟ เธอกลับพัฒนาพรสวรรค์ด้วยตนเองโดยเชื่อฟังคำฝึกสอนและใช้ชีวิตแบบมีวินัย LYDIA KO นักกอล์ฟผู้ยิ่งใหญ่ของโลกให้ข้อสังเกตชื่นชมจีโน่ว่า “นักกอล์ฟระดับโลกคนอื่นๆ มักจะมีจุดเด่นเฉพาะเทคนิคการเล่นเกมในบางส่วน แต่สำหรับจีโน่แล้วน่าทึ่งมากทั้งเกมยาว-เกมสั้น และพัตติ้ง ความลับของเธอน่าจะอยู่ที่สมาธิและความมีวินัยสูง”…

●● อารีย์ วงศ์อารยะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ศิษย์เก่าอัสสัมชัญ รุ่นที่ 66 เชิญชวนชาวอัสสัมชนิกทุกรุ่น ร่วมงานคืนสู่เหย้าครบรอบปีที่ 141 ของการก่อตั้งโรงเรียนอัสสัมชัญ 141st AC HOMECOMING DAY รุ่นสู่รุ่น หัวใจเดียวกัน One Spirit ในวันที่ 16 ก.พ. 2569 เวลา 11.00-16.00 น. ณ โรงเรียนอัสสัมชัญ บางรัก…

●● เพื่อนร่วมรุ่น มช.รหัส 152 ได้แก่ เกษสุดา ชินธรรมมิตร, อรวรรณ จันทรังษี, วิเชียร ล่ำซำ ฯลฯ ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของ โมทนี โวล์เกอร์ “ธนันชัย” ที่เสียชีวิตด้วยหัวใจวาย ที่ประเทศสเปน (โมทนี แต่งงานกับชาวต่างชาติไปใช้ชีวิตที่สเปน) และเมื่อเสียชีวิตครบ 7 วัน น้องทราย บุตรสาว จัดพิธีทำบุญเลี้ยงพระเพลถวายผ้าบังสุกุล ที่กรุงเทพฯ โดยมี

เต็มภักดิ์ จารุประกร และ รศ.ดร.นันทนา รณเกียรติ พร้อมเพื่อน มช.และเตรียมอุดม ไปร่วมทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้เพื่อนรักด้วย…

●● เตือนใจ ศงสภาต กับมวลมิตรศิษย์เซนต์ฟรังฯ และเพื่อนหนุ่มน้อยวิศวะ จุฬาฯ รวม 44 คน ไปทริปที่เชียงใหม่กัน เมื่อเร็วๆ นี้…ข่าวว่า เตือนใจ ร่วมงานบันเทิงในตอนกลางคืน ตอนขากลับนั่งวีลแชร์ก่อนขึ้นรถบัสกลับกทม…สปิริตเข้ม ได้ใจมิตรสหายไปแบบเต็มร้อย (ไม่มีหัก) !!…●●

ไฝ ปาน จำนวนมาก อาจเสี่ยงมะเร็งผิวหนัง โรคใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม

ไฝ ปาน จำนวนมาก อาจเสี่ยงมะเร็งผิวหนัง โรคใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม

ไฝ ปาน จำนวนมาก อาจเสี่ยงมะเร็งผิวหนัง โรคใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม

วันอังคาร ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 07.00 น.

มะเร็งผิวหนัง เป็นโรคที่พบได้บ่อยและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทั่วโลก โดยเฉพาะในผู้ที่ใช้ชีวิตกลางแจ้งหรือได้รับแสงแดดจัดโดยไม่ป้องกัน รังสีอัลตราไวโอเลต (UV) จากแสงแดดและแหล่งอื่นๆ เช่น เตียงอาบแดด (tanning bed) ล้วนเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคนี้ได้

นายแพทย์ศิวัตม์ เสรีโรดม ศัลยแพทย์ตกแต่งโรงพยาบาลเวชธานี อินเตอร์เนชั่นแนล อธิบายว่า ชนิดของมะเร็งผิวหนังที่พบบ่อย ได้แก่ Basal Cell Carcinoma (BCC): โตช้า มักไม่แพร่กระจาย แต่หากปล่อยไว้สามารถทำลายเนื้อเยื่อรอบๆ ได้ Squamous Cell Carcinoma (SCC): โตเร็วกว่าชนิด BCC และมีโอกาสแพร่กระจาย Melanoma: เป็นชนิดที่รุนแรงที่สุดและอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต หากตรวจพบในระยะลุกลาม

ปัจจัยเสี่ยงของมะเร็งผิวหนัง

ผู้ที่มีผิวขาว ผิวไหม้ง่าย มีไฝหรือปานจำนวนมาก รวมถึงผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งผิวหนัง หรือมีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ เช่น ผู้ป่วยปลูกถ่ายอวัยวะ ล้วนอยู่ในกลุ่มเสี่ยง โดยเฉพาะหากต้องสัมผัสแสงแดดจัดเป็นเวลานานโดยไม่มีการป้องกัน

การตรวจพบระยะเริ่มต้นสำคัญที่สุด
มะเร็งผิวหนังมักไม่แสดงอาการชัดเจนในช่วงแรก อาจดูเหมือนเพียงรอยแผลที่ไม่หายหรือไฝที่มีลักษณะเปลี่ยนไป การตรวจพบและรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มต้นช่วยเพิ่มโอกาสหายขาด ลดการสูญเสียผิวหนัง และหลีกเลี่ยงการลุกลามไปสู่อวัยวะอื่น

Mohs Surgery – การผ่าตัดที่แม่นยำสูง
หนึ่งในเทคนิคการรักษามะเร็งผิวหนังที่ได้รับการยอมรับทั่วโลกคือ Mohs Micrographic Surgery ซึ่งผสมผสานการผ่าตัดและการตรวจชิ้นเนื้อแบบเรียลไทม์ ศัลยแพทย์จะตัดชั้นเนื้อเยื่อที่สงสัยว่าเป็นมะเร็งออกทีละชั้น และตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์ทันที หากยังพบเซลล์มะเร็ง จะตัดเฉพาะบริเวณที่มีเซลล์ผิดปกติเพิ่มจนแน่ใจว่ากำจัดได้หมด วิธีนี้จึงสามารถรักษาเนื้อเยื่อปกติไว้ได้มากที่สุด

จุดเด่นของ Mohs Surgery

ให้อัตราการหายสูงถึงกว่า 99% ในมะเร็งผิวหนังบางชนิด ลดการสูญเสียเนื้อเยื่อที่ไม่จำเป็น เหมาะกับตำแหน่งที่ต้องคงความสวยงาม เช่น ใบหน้า รอบตา หรือริมฝีปาก โดยใช้ได้ดีในกรณีที่มะเร็งกลับมาเป็นซ้ำหรือมีขอบเขตไม่ชัดเจน

มะเร็งผิวหนังแม้ดูเหมือนโรคที่ไกลตัว แต่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน โดยเฉพาะผู้ที่อยู่กลางแดดเป็นประจำ หากพบรอยโรคที่ไม่หายหรือไฝที่เปลี่ยนแปลงไป ควรรีบปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังเพื่อรับการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด เพราะการตรวจพบเร็วและรักษาอย่างถูกวิธี คือกุญแจสำคัญในการป้องกันภาวะแทรกซ้อนและช่วยให้ผลการรักษาดีที่สุด

นพ. ศิวัตม์ เสรีโรดม ศัลยแพทย์ตกแต่ง

เริ่มแล้ว! งานเทศกาลนานาชาติพลอยและเครื่องประดับจันทบุรี 2025

เริ่มแล้ว! งานเทศกาลนานาชาติพลอยและเครื่องประดับจันทบุรี 2025

เริ่มแล้ว! งานเทศกาลนานาชาติพลอยและเครื่องประดับจันทบุรี 2025

วันอังคาร ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เปิดงาน เทศกาลนานาชาติพลอยและเครื่องประดับจันทบุรี 2025” อย่างเป็นทางการ โดยมี รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ (นายเอกฉัตร ศีตวรรัตน์) เป็นประธานในพิธีเปิด จัดต่อเนื่องเป็นปี 6 ภายใต้แนวคิด “Chanthaburi City of Gems – จันทบุรีนครอัญมณี” มุ่งหวังผลักดันให้จังหวัดจันทบุรีเป็นเวทีการค้าอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับระดับนานาชาติ พร้อมยกระดับศักยภาพของผู้ประกอบการไทย เพิ่มโอกาสทางการค้า ขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่นให้เติบโตอย่างยั่งยืน

“เทศกาลนานาชาติพลอยและเครื่องประดับจันทบุรี 2025” จัดขึ้นโดย สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหา ชน) หรือ GIT ร่วมมือกับกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ จังหวัดจันทบุรี สมาคมผู้ค้าอัญมณีและเครื่องประดับจันทบุรี และพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน ได้แก่ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดจันทบุรี องค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรี เทศบาลเมืองจันทบุรี  หอการค้าจังหวัดจันทบุรี สภาอุตสาหกรรมจังหวัดจันทบุรี การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จันทบุรี สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวจันทบุรี เคพี จิวเวลรี่ เซ็นเตอร์ และสำนัก งานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) ตั้งเป้าดึงผู้เข้าชมงานจากนานาชาติมากกว่า 11,000 คน คาดสร้างเม็ดเงินสะพัดในพื้นที่ ไม่น้อยกว่า 150 ล้านบาท ตลอด 6 วันของการจัดงาน ระหว่างวันที่ 5–10 ธันวาคม 2568 ณ ศูนย์ส่งเสริมอัญมณีและเครื่องประดับจันทบุรี เคพี จิวเวลรี่เซ็นเตอร์ และตลาดพลอย ถนนศรีจันทร์

นายเอกฉัตร ศีตวรรัตน์ รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ ประธานในพิธีเปิดงานงานเทศกาลนานาชาติพลอยและเครื่องประดับจันทบุรี 2025 กล่าวว่า อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ มียอดการส่งออกสูงเป็นอันดับ 3 ของสิน ค้าโดยรวมในประเทศ อีกทั้งประเทศไทยยังเป็นผู้ส่งออกพลอยที่สำคัญอันดับ 3 ของโลก ซึ่งจังหวัดจันทบุรี ถือเป็นหนึ่งในรากฐานสำคัญของอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทย ในฐานะเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมอัญมณีแบบครบวงจรที่ได้รับการยอมรับระดับโลกมายาวนาน ในด้านศักยภาพความพร้อม ตั้งแต่แหล่งวัตถุดิบ กระบวนการผลิต ฝีมือการเจียระไนอันประณีตที่สืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นจากรุ่นสู่รุ่น ไปจนถึงเป็นแหล่งการค้า การส่งออก จึงเรียกได้ว่า จังหวัดจันทบุรี เป็น “นครอัญมณีของโลก” อย่างแท้จริง

นายสุเมธ ประสงค์พงษ์ชัย ผู้อำนวยการ สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ กล่าวว่า ในปีนี้ งานเทศกาลนานาชาติพลอยและเครื่องประดับจันทบุรี 2025 ได้รวบรวมผู้ประกอบการทั้งไทยและต่างชาติ กว่า 300 ร้านค้า นำเสนอผลิตภัณฑ์อัญมณีและเครื่องประดับครบวงจร ตั้งแต่ พลอยดิบ พลอยเจียระไน วัตถุดิบประกอบอัญมณี เครื่องประดับสำเร็จรูป ไปจนถึงอุปกรณ์ต่างๆ นอกจากนี้ เพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการไทย ต่อยอดโอกาสการเจรจาธุรกิจ และกระตุ้นการค้า-ลงทุน ภายในงานยังจัดกิจกรรมมากมาย เช่น กิจกรรมเจรจาธุรกิจ Gems Night กิจกรรมสัมมนาเชิงลึกเสริมศักยภาพผู้ประกอบการด้านตลาดออนไลน์ การออกแบบ กิจกรรมถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านศิลปหัตถกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ โดย สมาคมช่างทองไทย เพื่อสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น ควบคู่กับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ (AI) กิจกรรม Workshop โดยมหาวิทยาลัย และหน่วยงานต่างๆ

ผู้เข้าชมงานยังได้สัมผัสถึงเสน่ห์ของอัญมณีและเครื่องประดับไทย รับชมฝีมือการเจียรไน และการออกแบบที่สะท้อนถึงภูมิปัญญาไทย จากนิทรรศการไฮไลท์ 3 ส่วน ได้แก่ นิทรรศการงานประกวดออกแบบเครื่องประดับครั้งที่ 19 นิทรรศการเครื่องประดับ Gems Treasure และนิทรรศการเครื่องประดับผู้ประกอบการจันทบุรี และยังร่วมสนุกกับตู้กล่องสุ่ม “พลอยเมืองจันท์” ที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก

“สถาบัน GIT พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการ ผู้ซื้อและผู้บริโภค ในการซื้อขายอัญมณีและเครื่องประดับได้อย่างมั่นใจ ในกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ BWC Business Matching ภายใต้โครงการซื้อด้วยความมั่นใจ (Buy With Confidence) พร้อมให้บริการตรวจสอบอัญมณีและเครื่องประดับโดยผู้เชี่ยวชาญจาก GIT และจัดศูนย์ให้คำปรึกษา GIT Standard”

เพื่อสร้างสีสันให้กับงานเทศกาลใหญ่ประจำปีของจังหวัดจันทบุรี พร้อมกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในจังหวัดช่วงปลายปี ผู้เข้าร่วมงานจะได้สัมผัสเสน่ห์ของเมืองจันท์ครบทุกมิติ ทั้งธรรมชาติ วัฒนธรรม วิถีชุมชน และอาหารท้องถิ่น ที่ไม่ได้มีเพียงการซื้อขายอัญมณีเท่านั้น กับกิจกรรมพิเศษ Gems Tour ตามรอยเส้นทางอัญมณี ชมภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการเผาพลอยและการเจียระไน เช็คอินแลนด์มาร์กสำคัญในจังหวัด รวมถึงสนุกกับกิจกรรม Passport Challenge – ช้อป ชิม ชิล เช็คอินแลกรับของที่ระลึกสุดพิเศษฟรี และกระตุ้นการจับจ่ายภายในงาน ด้วยการจัดกิจกรรม “GEMS DAY GET GIFT” มอบของที่ระลึกสุดพิเศษให้ผู้เข้าชมงาน เพียงช้อปสินค้าภายในงานครบ 5,000 บาท ก็สามารถแลกรับของที่ระลึกกลับบ้านได้เลย

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมของงานได้ที่ www.changemsfest.org

เครียดจนป่วย ‘Conversion Disorder’ โรคที่ต้องการความเข้าใจไม่ใช่คำวิจารณ์

เครียดจนป่วย ‘Conversion Disorder’ โรคที่ต้องการความเข้าใจไม่ใช่คำวิจารณ์

เครียดจนป่วย ‘Conversion Disorder’ โรคที่ต้องการความเข้าใจไม่ใช่คำวิจารณ์

วันอังคาร ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ภาวะ “เครียดจนป่วย” ได้กลายเป็นเรื่องปกติ ซึ่งบ่อยครั้งการป่วยจากความเครียดไม่ใช่การแกล้งทำหรือการเรียกร้องความสนใจอย่างที่หลายคนเข้าใจผิด

 แพทย์หญิง เพ็ญชาญา อติวรรณาพัฒน์ จิตแพทย์ แพทย์ผู้ชำนาญการด้านจิตเวช ศูนย์สุขภาพใจ โรงพยาบาลวิมุต ให้ข้อมูลเกี่ยวกับโรค Conversion Disorder เพื่อตอกย้ำให้สังคมเข้าใจว่าโรคทางจิตใจก็ทำให้เกิดความผิดปกติทางร่างกายได้ พร้อมแนะนำแนวทางการช่วยเหลือผู้ป่วยโรคนี้

Conversion Disorder โรคทางจิตที่ทำให้เกิดอาการทางกาย

Conversion Disorder เป็นโรคที่เกิดจากปัญหาสุขภาพจิตไปขัดขวางการทำงานของสมอง พบได้บ่อยในแผนกผู้ป่วยทั่วไป โดยคนไข้มักมาพร้อมกับความผิดปกติทางกาย ทั้งด้านการเคลื่อนไหวและด้านประสาทสัมผัส แต่เมื่อตรวจร่างกายอย่างละเอียดด้วยการตรวจเลือดหรือการตรวจทางรังสีกลับไม่พบความผิดปกติ จึงไม่สามารถอธิบายโรคนี้ได้ด้วยผลการตรวจร่างกาย แต่อาการทั้งหมดเกิดขึ้นจริงโดยที่ผู้ป่วยไม่ได้ตั้งใจ

เครียด กดดัน ประสบการณ์ไม่ดี ปัจจัยกระตุ้น Conversion Disorder

Conversion Disorder มักเกิดจากความเครียด ความกดดัน และประสบการณ์ที่มีผลกระทบต่อจิตใจจนแสดงอาการออกมาทางกาย เช่น ตัวชา ชัก พูดไม่ได้ ตาพร่า กล้ามเนื้ออ่อนแรง เดินไม่ได้ หรือไม่ได้ยินเสียง พญ. เพ็ญชาญา อติวรรณาพัฒน์ ยกตัวอย่างกรณีที่น่าสนใจว่า “มีวัยรุ่นทะเลาะกับแม่แล้วกรี๊ดออกมา หลังจากนั้นก็พูดไม่ได้เลย แต่ยังไอและทำเสียงอืออาได้ปกติ หลังจากนั้น 2-3 วันก็กลับมาพูดได้ นอกจากนี้ สมัยก่อนเราอาจได้ยินชื่อโรคฮิสทีเรีย ซึ่งปัจจุบันทางการแพทย์ได้จัดให้อยู่ในกลุ่ม Conversion Disorder โดยส่วนใหญ่มีอาการการคล้ายกัน อย่างการพูดหรือเดินไม่ได้แบบฉับพลัน อีกตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือทหารในช่วงสงครามโลก เพราะต้องเผชิญกับความเครียดและความกดดันในสนามรบสูงมากจนเกิดอาการทางกายจากโรคนี้”

หัวใจสำคัญในการรักษา Conversion Disorder คือความเข้าใจ

การวินิจฉัยกลุ่มโรคที่เกี่ยวข้องกับ Conversion Disorder จะประเมินด้วยเจตนาและเป้าหมายของผู้ป่วย โดยสามารถจำแนกได้คือ Conversion Disorder เป็นภาวะที่ผู้ป่วยไม่มีเจตนาในการแสดงอาการ และอาการที่เกิดขึ้นนั้นเป็นอาการจริงที่ไม่สามารถอธิบายได้ด้วยผลการตรวจร่างกาย Factitious Disorder เป็นภาวะที่ผู้ป่วยแกล้งป่วยโดยเพื่อเรียกร้องความสนใจ และสุดท้ายคือ Malingering ภาวะที่ผู้ป่วยเจตนาแกล้งป่วยเพื่อให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์หรือหลีกเลี่ยงภาระหน้าที่ ดังนั้น จึงจำเป็นต้องอาศัยการตรวจร่างกายและการวินิจฉัยอย่างละเอียดเพื่อยืนยันว่าเป็น Conversion Disorder จริงหรือไม่ เพราะหากวินิจฉัยผิดพลาดอาจรักษาไม่ถูกวิธีและทำให้ผู้ป่วยอาการแย่ลงได้

การรักษาโรค Conversion Disorder สามารถทำได้ทั้งวิธีจิตบำบัด กายภาพบำบัด หรือการใช้ยา โดยปรับให้เหมาะสมกับแต่ละคน โดยระ หว่างการรักษาก็ต้องอยู่เคียงข้างและให้กำลังใจผู้ป่วยว่าอาการจะดีขึ้นเรื่อยๆ จนหายดี นอกจากนี้ อาจต้องระวังคำพูดอย่าง “ตรวจร่างกายแล้วก็ปกติ” หรือ “คิดไปเองหรือเปล่า” เพราะอาจกระทบจิตใจผู้ป่วยจนอาการแย่ลงได้ เมื่อผู้ป่วยมีอาการที่ดีขึ้น จิตใจมั่นคงขึ้น เราจะค่อยๆ ให้ผู้ป่วยทำความเข้าใจถึงที่มาที่ไปของอาการ และหาวิธีรับมือกับสิ่งที่มากระทบจิตใจจนทำให้แสดงอาการ โดยต้องอาศัยความร่วมมือจากคนรอบตัวด้วย

“อยากให้ทุกคนเข้าใจว่า Conversion Disorder ทำให้เกิดความผิดปกติทางกายได้จริง ไม่ใช่การแกล้งทำหรือการเรียกร้องความสนใจ ตัวผู้ป่วยเองก็มักจะสับสนและกังวลกับอาการที่เกิดขึ้นมากอยู่แล้ว เราก็ควรช่วยผู้ป่วยด้วยการให้กำลังใจและรับฟังผู้ป่วยให้มาก ๆ และไม่กดดันหรือเร่งให้ผู้ป่วยหาย แต่ควรให้เวลาในการรักษาแบบค่อยเป็นค่อยไป เมื่อเราสร้างเซฟโซนให้ผู้ป่วย จิตใจพวกเขาก็จะดีขึ้น และอาการทางกายก็จะหายดี” พญ. เพ็ญชาญา กล่าวทิ้งท้าย

หากสงสัยหรือต้องการปรึกษาแพทย์โรงพยาบาลวิมุต สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและนัดหมายแพทย์ได้ที่ ศูนย์สุขภาพใจ ชั้น 18 โรงพยา บาลวิมุต เวลาทำการ 08:00 – 18:00 น. โทร. 0-2079-0078 หรือดาวน์โหลด ViMUT Application เพื่อนัดหมายแพทย์ หรือใช้บริการปรึกษาหมอออนไลน์

พญ. เพ็ญชาญา อติวรรณาพัฒน์

พญ. เพ็ญชาญา อติวรรณาพัฒน์

‘เอส แอนด์ พี’ มอบความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย จังหวัดสงขลา

‘เอส แอนด์ พี’ มอบความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย จังหวัดสงขลา

‘เอส แอนด์ พี’ มอบความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย จังหวัดสงขลา

วันอังคาร ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เอส แอนด์ พี เดินหน้าส่งมอบความช่วยเหลือ จัดส่งน้ำดื่ม และอาหารพร้อมทาน แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย จังหวัดสงขลา

มณีสุดา ศิลาอ่อน  ประธานเจ้าหน้าที่สำนักพัฒนาความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) มอบน้ำดื่ม จำนวน 18,000 ขวด และผลิตภัณฑ์ขนมปังเดลิโอ S&P จำนวน 5,004 ชิ้น มูลค่ารวม 400,104 บาท เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประ ชาชนผู้ประสบอุทกภัยพื้นที่จังหวัดสงขลา และจังหวัดใกล้เคียง ภายใต้โครงการ ”S&P รวมใจช่วยภัยน้ำท่วม ปี 2568“ โดยมี พลเรือเอก ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ให้เกียรติรับมอบ ณ กองบัญชาการทหารเรือ ระหว่างวันที่ 27-28 พฤศจิกายน 2568

เอส แอนด์ พี ขอยืนหยัดอยู่เคียงข้างสังคมไทยในทุกสถานการณ์ และขอเป็นอีกหนึ่งพลังใจให้กับทุกครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในครั้งนี้ ขอให้ทุกท่านปลอดภัยและก้าวผ่านวิกฤตนี้ได้อย่างเข้มแข็ง

‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ’ ทรงฉลองพระองค์ชุดร่วมสมัยด้วยผ้าลายสก็อต เสด็จเป็นองค์ประธานและทรงร่วมฟังเสวนา ‘อนาคตแฟชั่นไทยบนเวทีโลก’

‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ’ ทรงฉลองพระองค์ชุดร่วมสมัยด้วยผ้าลายสก็อต เสด็จเป็นองค์ประธานและทรงร่วมฟังเสวนา ‘อนาคตแฟชั่นไทยบนเวทีโลก’

‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ’ ทรงฉลองพระองค์ชุดร่วมสมัยด้วยผ้าลายสก็อต เสด็จเป็นองค์ประธานและทรงร่วมฟังเสวนา ‘อนาคตแฟชั่นไทยบนเวทีโลก’

วันอังคาร ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จร่วมงานเสวนา “Fashion Design Symposium: Thai Fashion & Textiles on a Global Stage” ภายในงาน Silk Festival 2025 สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ณ อิมแพ็ค เอ็กซิบิชัน เซ็น เตอร์ จังหวัดนนทบุรี ซึ่งจัดขึ้นเพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านแฟชั่นดีไซน์ร่วมสมัย และร่วมพัฒนาทิศทางผ้าไทยให้สามา รถก้าวสู่เวทีสากลได้อย่างมั่นคงและเป็นรูปธรรม

กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย และ สมาคมนักออกแบบแฟชั่นไทย (Federation of Thai Fashion Designers หรือ FTFD) จัดกิจ กรรมเสวนาวิชาการ “Fashion Design Symposium: Thai Fashion & Textiles on a Global Stage” ภายในงาน Silk Festival 2025 ณ อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น เซ็นเตอร์ โดยเวทีนี้ได้กลายเป็นหมุดหมายสำคัญที่เชื่อมโยงวิสัยทัศน์ของผู้นำวงการแฟชั่นไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เข้าด้วยกัน

ในการนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ได้เสด็จเป็นองค์ประธานและทรงร่วมฟังเสวนา ซึ่งได้รวบรวมผู้นำแฟชั่นจากหลายประเทศในเอเชียมาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองต่ออนาคตแฟชั่นไทยบนเวทีโลก ตั้งแต่อัตลักษณ์ร่วมสมัยของภูมิภาค บทบาทของผ้าและงานคราฟต์ไทย ไปจนถึงการสร้างสรรค์ในยุคที่เทรนด์เปลี่ยนเร็ว และโครงสร้างสนับสนุนที่ช่วยให้ดีไซเนอร์เติบโตในระดับสากล การเสว นาครั้งนี้ยังชี้ให้เห็นภาพของคนรุ่นใหม่และผู้บริโภคยุคใหม่ ที่ให้คุณค่ากับความหมาย ความจริงใจ และอัตลักษณ์ของแบรนด์ ทำให้ผู้ประกอบการต้องปรับวิธีคิดและวิธีสื่อสารให้ทันกับตลาดที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว นอกจากนั้น เวทีนี้ยังเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการมองอนาคตแฟชั่นไทยในบริบทสากล ผ่านพลังของความคิดสร้างสรรค์ วัฒนธรรม และความเข้าใจผู้บริโภครุ่นใหม่ พร้อมเปิดบทสนทนาว่าไทยและประเทศเพื่อนบ้านจะร่วมกันผลักดันอุตสาหกรรมให้ก้าวหน้าไปด้วยกันอย่างมั่นคงบนเวทีโลก

เหล่าผู้นำแฟชั่นระดับภูมิภาคที่ได้ร่วมกันวิเคราะห์เจาะลึกอนาคตของธุรกิจแฟชั่นในมิติต่างๆ ได้แก่ Pam Quinones (แพม คินโยเนส) รองบรรณาธิการและผู้อำนวยการฝ่ายแฟชั่น นิตยสาร Vogue Philippines, Alex Fox (อเล็กซ์ ฟ็อกซ์) ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ นิตยสาร L’Officiel Vietnam, มิลิน ยุวจรัสกุล ประธานสมาคมดีไซน์เนอร์ไทย (Thai Designer Association) และ  สุพิชชา ไชยานุกูลภาพ นางแบบดาวรุ่งจากประเทศไทย ที่มาเล่าถึงความภาคภูมิใจที่สุดในการเป็นนางแบบ กับความท้าทายในฐานะนางแบบไทย

การเสวนาในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เปิดมุมมองใหม่ให้กับผู้ประกอบการและดีไซเนอร์ไทย แต่ยังถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการสร้างเครือข่ายพันธ มิตรทางแฟชั่นที่เข้มแข็งในระดับภูมิภาค ตามแนวคิด “Bring the Village to the World” ที่มุ่งหวังให้ภูมิปัญญาท้องถิ่นของเอเชียผงาดบนเวทีโลกได้อย่างภาคภูมิ

และโอกาสนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา  ทรงฉลองพระองค์ชุดร่วมสมัยที่โดดเด่นด้วยผ้าลายสก็อตจากสมาชิกมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ  ผืนผ้าลายตารางที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว บวกกับผืนผ้าที่มีความพลิ้วไหว ถูกนำมาตัดเย็บด้วยดีไซน์ร่วมสมัย ผสานความโมเดิร์นเข้ากับความละเมียดละไมของงานศิลปาชีพ ก่อเกิดเป็นชุดที่สะท้อนอัตลักษณ์ใหม่ของผ้าไทย ร่วมสมัย สดใส และคงเสน่ห์ของงานช่างพื้นบ้านไว้อย่างงดงาม

ผ้าลายสก็อต นับเป็นหนึ่งในผลงานพัฒนาลวดลายและการทอ เพื่อให้ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ ขณะเดียวกันยังคงรักษามาตรฐาน คุณภาพ และภูมิปัญญาดั้งเดิมของงานศิลปาชีพไว้อย่างครบถ้วน การที่พระองค์ทรงเลือกฉลองพระองค์จากศิลปาชีพครั้งนี้ จึงเป็นการตอกย้ำแนวคิด “ผ้าไทยสู่สากล” ผ่านงานออกแบบร่วมสมัยที่ทั้งงดงาม ใช้งานได้จริง และสะท้อนศักยภาพของผ้าไทยในเวทีแฟชั่นระดับโลก