ส่งใจไปกับอาหาร! ซีพีเอฟ อยู่เคียงข้างทุกวิกฤต ร่วมใจสนับสนุนโรงครัวซีพีอาสา ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนชาวปางอุ๋ง อ.แม่แจ่ม

ส่งใจไปกับอาหาร! ซีพีเอฟ อยู่เคียงข้างทุกวิกฤต ร่วมใจสนับสนุนโรงครัวซีพีอาสา ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนชาวปางอุ๋ง อ.แม่แจ่ม

ส่งใจไปกับอาหาร! ซีพีเอฟ อยู่เคียงข้างทุกวิกฤต ร่วมใจสนับสนุนโรงครัวซีพีอาสา ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนชาวปางอุ๋ง อ.แม่แจ่ม

วันจันทร์ ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2568, 15.55 น.

“น้ำมาเร็วมาก น้ำป่าหลากเข้าท่วม จนทำให้ดินสไลด์ เหตุเกิดตอนกลางคืน บางคนยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ ยังดีที่ตอนนี้มีทุกภาคส่วนมาช่วยกัน ขอขอบคุณแทนทุกๆคนด้วย” เสียงจากหนึ่งในชาวบ้านปางอุ๋ง ต.แม่ศึก อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ที่ต้องอพยพมาอยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราว เล่าเหตุ การณ์ในคืนนั้นที่เกิดจากอิทธิพลของพายุคาจิกิ

ท่ามกลางสถานการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิดและไม่อยากให้เกิด ยังมีธารน้ำใจจากทุกๆสายไหลเข้ามายังพื้นที่บ้านปางอุ๋ง  เช่นเดียวกับ “ซีพีเอฟอยู่เคียงข้างทุกวิกฤต” ที่พร้อมผนึกกำลังเครือซีพีร่วมร้อยเรียงความดี เร่งช่วยเหลือพี่น้องประชาชนผู้ประสบภัยทันที

ซีพีเอฟ ได้ระดมทีมจิตอาสาและจัดเตรียมวัตถุดิบอาหาร สนับสนุนภารกิจของ “โรงครัวซีพีอาสา” ปักหลักทำอาหาร ที่โรงครัวกลางบ้านปางอุ๋ง วัดนักบุญยวงบัปติสตา หรือโบสถ์ปางอุ๋ง ซึ่งได้นำอาสาสมัครเข้าช่วยเหลือชุมชนพร้อมจัดทำโรงครัวตั้งแต่เริ่มต้น และได้ประสานบริษัทมาช่วยเป็นอีกหนึ่งกำลังเสริม ในการนำวัตถุดิบอาหาร ทั้งหมูบด ไก่สับ ไข่ไก่สด และน้ำดื่ม มาใช้ประกอบอาหารแจกจ่ายให้กับชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว

วันนี้ จิตอาสาซีพี-ซีพีเอฟ จากทุกกลุ่มร่วมกันนำวัตถุดิบทั้งหมดไปส่งมอบถึงมือทีมจิตอาสา ทั้งจากมูลนิธิกระจกเงา มูลนิธิปริสุทโธ และชาวชุมชนที่ร่วมด้วยช่วยกันคนละไม้คนละมือ ปรุงอาหารหลากหลายเมนู ควันไฟจากโรงครัว เป็นสัญญาณว่าอาหารกำลังจะถูกส่งมอบ เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ประสบอุทกภัยในหมู่บ้านปางอุ๋งและอาสาสมัครในพื้นที่ ได้อิ่มท้องมีกำลังกายและเสริมกำลังใจที่ส่งผ่านไปกับอาหารทุกกล่อง เพื่อให้ทุกฝ่ายร่วมกันฝ่าฟันวิกฤตในครั้งนี้ไปด้วยกัน ดังเช่นทุกๆเหตุการณ์ที่ผ่านมา

ซีพี-ซีพีเอฟ ย้ำจุดยืนอยู่เคียงข้างสังคมไทยในทุกวิกฤต พร้อมช่วยเหลือจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

ไม่โกง…. ตรวจสอบได้! ทรูย้ำจุดยืนในวันต่อต้านคอร์รัปชัน 2568 ภายใต้แนวคิด ‘ไม่โกง ไม่เกิด…จริงหรือ?’

ไม่โกง.... ตรวจสอบได้! ทรูย้ำจุดยืนในวันต่อต้านคอร์รัปชัน 2568 ภายใต้แนวคิด 'ไม่โกง ไม่เกิด...จริงหรือ?'

ไม่โกง…. ตรวจสอบได้! ทรูย้ำจุดยืนในวันต่อต้านคอร์รัปชัน 2568 ภายใต้แนวคิด ‘ไม่โกง ไม่เกิด…จริงหรือ?’

วันจันทร์ ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2568, 15.43 น.

บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น รวมพลังผู้บริหารและเพื่อนพนักงานในกิจกรรม “วันต่อต้านคอร์รัปชัน ประจำปี 2568” ซึ่งปีนี้องค์กรต่อต้านคอร์รัป ชัน (ประเทศไทย) จัดขึ้นในรูปแบบออนไลน์ภายใต้แนวคิดท้าทายสังคม “ไม่โกง ไม่เกิด…จริงหรือ?” ซึ่ง ทรู คอร์ปอเรชั่น นำโดย จักรกฤษณ์ อุไรรัตน์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านกิจการองค์กร และ มารยาท เดรเยอร์ หัวหน้าสายงานกำกับดูแลและตรวจสอบ ร่วมประกาศเจต นารมณ์ชัดเจนในการดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส ยึดหลักธรรมาภิบาลที่องค์กรยึดถือเป็นนโยบาย และปฏิบัติตามกฎหมายของประเทศไทยอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันและต่อต้านการทุจริตทุกรูปแบบมาโดยตลอด

ทั้งนี้ ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้ร่วมสนับสนุนและต่อยอดโครงการต่อต้านการทุจริตอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น

โครงการยุวทูต ป.ป.ช. ของสำนักงาน ป.ป.ช.

โครงการประกวดเพลง “ช่อสะอาดต้านทุจริต” (ปี 2560)

โครงการประกวดมิวสิควิดีโอ “ช่อสะอาดต้านทุจริต” (ปี 2561)

โครงการค่ายเยาวชนช่อสะอาดต้านทุจริต (ปี 2562)

โครงการต่อต้านการทุจริตผ่านศิลปะการแสดงพื้นบ้าน (ปี 2563 และ 2565)

โครงการประกวด “ต่อต้านการทุจริต ผ่าน TikTok” (ปี 2564)

โครงการประกวด “ละครเพลงต่อต้านการทุจริต เดอะมิวสิคัล” (ปี 2566)

โครงการประกวดวงดนตรีต่อต้านการทุจริต (ปี 2567)

รวมถึงการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผ่านเครือข่ายสื่อต่าง ๆ ของทรู อาทิ ทรูวิชั่นส์ ทรูโฟร์ยู TNN16 และแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อสร้างสังคมที่ตระหนักและร่วมกันปฏิเสธการทุจริต

อบรมเยาวชนเครือข่ายเตือนภัยพิบัติชุมชนเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ภาคใต้ ประจำปี 2568

อบรมเยาวชนเครือข่ายเตือนภัยพิบัติชุมชนเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ภาคใต้ ประจำปี 2568

อบรมเยาวชนเครือข่ายเตือนภัยพิบัติชุมชนเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ภาคใต้ ประจำปี 2568

วันจันทร์ ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2568, 15.22 น.

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ร่วมกับสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) หรือ สสน. เปิดโครงการ “งานอบรมเยาวชนเครือข่ายเตือนภัยพิบัติชุมชนเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ภาคใต้” ประจำปี 2568 เพื่อเสริมสร้างศักยภาพเยาวชนให้เป็นกำลังสำคัญในการเฝ้าระวังและเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติในชุมชน โดยมีเยาวชนและคณะครูจาก 4 โรงเรียน และ 1 กลุ่มเยาวชนในพื้นที่อำเภอทุ่งสง รวม 60 คน เข้าร่วม ณ หอประชุมเทศบาลเมืองทุ่งสง และพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติจัดการน้ำชุมชนตามแนวพระราชดำริฯ ระหว่างวันที่ 5-6 กันยายน 2568

กิจกรรมในช่วงเช้าเริ่มต้นด้วยพิธีเปิดการอบรม ณ หอประชุมเทศบาลเมืองทุ่งสง โดยได้รับเกียรติจาก จ.อ.เวชยันต์ หนูรักษา ปลัดเทศบาล รักษาราชการแทนนายกเทศมนตรีเมืองทุ่งสง กล่าวต้อนรับคณะผู้จัดงานและผู้เข้าร่วมอบรม จากนั้น นางสาวผการัตน์ ดานุเสถียรพงศ์ นักบริหารนโยบายด้านยุทธศาสตร์และอำนวยการ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) ได้กล่าวเปิดการอบรม พร้อมบรรยายในหัวข้อ “การดำเนินงานบริหารจัดการน้ำในพื้นที่อำเภอทุ่งสง” เพื่อสร้างความเข้าใจในบริบทของพื้นที่และตระหนักถึงความสำคัญของการจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน

ในช่วงบ่าย คณะเยาวชนได้เดินทางไปยังพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติจัดการน้ำชุมชนตามแนวพระราชดำริฯ เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมศึกษาดูงานภาคสนามและเรียนรู้จากฐานปฏิบัติการจริงในชุมชน ซึ่งเน้นการเรียนรู้ผ่านการลงมือทำ รวม 4 ฐานกิจกรรม ดังนี้

ฐานที่ 1 การบริหารจัดการน้ำ: ฟื้นฟู กักเก็บ สำรอง เยาวชนได้เรียนรู้กระบวนการจัดการน้ำตั้งแต่ต้นทาง โดยเดินสำรวจเส้นทางน้ำจากภูเขา เรียนรู้ระบบการกรองโดยธรรมชาติ และการออกแบบพื้นที่กักเก็บน้ำไว้ใช้ประโยชน์ในชุมชน

ฐานที่ 2 การฟื้นป่าต้นน้ำ เป็นกิจกรรมที่สร้างความตระหนักรู้ในคุณค่าของป่าไม้ ผ่านการเรียนรู้การเพาะกล้าไม้ท้องถิ่น และสร้างการมีส่วนร่วมในการฟื้นฟูระบบนิเวศด้วย การปลูกป่าโดยใช้หนังสติ๊กยิงเมล็ดพันธุ์ ซึ่งเป็นวิธีที่เหมาะสมกับสภาพภูมิประเทศและส่งเสริมการเจริญเติบโตตามธรรมชาติ

ฐานที่ 3 เรียนรู้ฐานอาชีพในชุมชน เยาวชนได้เรียนรู้การแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรเพื่อสร้างรายได้ ผ่านการสาธิต การทำพริกไทยดองซีอิ๊ว ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อของวิสาหกิจชุมชน

ฐานที่ 4 เรียนรู้วิถีการอยู่ร่วมกันกับป่า โดย นายฉัตรชัย ยึดมั่น (พรานพี่เห็ด) ปราชญ์ชาวบ้าน ได้สาธิตและสอนทักษะการดำรงชีพในภาวะฉุกเฉิน ด้วยการประยุกต์ใช้วัสดุจากธรรมชาติอย่างสร้างสรรค์และไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม เช่น การหุงข้าวด้วยใบแรดและกระบอกไม้ไผ่

โครงการอบรมดังกล่าวจะจัดต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 6 กันยายน 2568 โดยมุ่งหวังให้เยาวชนที่เข้าร่วมโครงการสามารถนำความรู้และทักษะที่ได้รับไปปรับใช้ ต่อยอดสู่การจัดตั้งเครือข่ายเยาวชนเฝ้าระวังภัยพิบัติที่เข้มแข็ง และเป็นกำลังสำคัญในการสร้างสังคมที่พร้อมรับมือและฟื้นคืนจากภัยพิบัติได้อย่างยั่งยืนต่อไป

“ต่อมน้ำลายอักเสบ” อันตรายกว่าที่คิด ปล่อยไว้เสี่ยงนิ่วอุดตันท่อในต่อมน้ำลาย

“ต่อมน้ำลายอักเสบ” อันตรายกว่าที่คิด ปล่อยไว้เสี่ยงนิ่วอุดตันท่อในต่อมน้ำลาย

“ต่อมน้ำลายอักเสบ” อันตรายกว่าที่คิด ปล่อยไว้เสี่ยงนิ่วอุดตันท่อในต่อมน้ำลาย

วันจันทร์ ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2568, 14.51 น.

แม้อาการปวด บวม แดง หรือบวมยุบซ้ำ ๆ ในช่องปากอาจดูเหมือนไม่รุนแรง แต่แท้จริงแล้วอาจเป็นสัญญาณเตือนของ “ต่อมน้ำลายอักเสบ” ภัยเงียบที่หลายคนมักมองข้าม และหากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม อาจลุกลามจนกลายเป็นนิ่ว ฝีหนอง หรืออาจพบมีเนื้องอกซ่อนอยู่ภายในต่อมน้ำลาย

พญ. วรรนธนี อภิวัฒนเสวี แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโสต ศอ นาสิกวิทยา และภูมิแพ้ ด้านโพรงจมูกและไซนัส โรงพยาบาลพระรามเก้า ให้ข้อมูลว่า “ต่อมน้ำลาย” แม้จะมีขนาดเล็ก แต่มีหน้าที่สำคัญต่อสุขภาพร่างกาย โดยผลิตน้ำลายที่ช่วยย่อยอาหาร หล่อลื่นการพูด การเคี้ยวและการกลืน เคลือบฟันป้องกันฟันผุ ฆ่าเชื้อโรค และปรับสมดุลกรด–ด่างในช่องปาก การทำงานของต่อมน้ำลายจึงเปรียบเสมือนเกราะป้องกันตามธรรมชาติ แต่เมื่อเกิดการอักเสบ อาการเล็ก ๆ ที่ดูไม่น่ากังวลอาจเป็นจุดเริ่มต้นของโรคร้ายแรงได้

โดยปกติร่างกายคนเรามีต่อมน้ำลาย 3 คู่หลัก ได้แก่ ต่อมพาโรติด (หน้าหู), ต่อมซับแมนดิบูลาร์       (ใต้ขากรรไกร), และต่อมซับลิงกัวล์ (ใต้ลิ้น) รวมถึงต่อมน้ำลายขนาดเล็กอีกจำนวนมาก ซึ่งจะลำเลียงน้ำลายมาตามท่อส่งและเข้ามาเปิดตามรูเปิดภายในช่องปากที่บริเวณกระพุ้งแก้มและใต้ลิ้นทางด้านหน้า เมื่อเกิดภาวะที่

น้ำลายน้อยลงจากสาเหตุต่างๆ เช่น การขาดน้ำ การได้รับยาบางชนิด หรือการได้รับรังสีรักษาบริเวณใบหน้าและลำคอ เชื้อแบคทีเรียในช่องปากที่ไม่สมดุลนั้นสามารถก่อให้เกิดการอักเสบติดเชื้อย้อนกลับเข้าไปสู่ท่อน้ำลายส่งผลให้ต่อมสร้างน้ำลายทำงานผิดปกติ จนอาจมีหนองสีเหลืองปนมากับน้ำลาย หรือหากติดเชื้อบ่อยๆ เป็นเวลานาน อาจเกิดการสะสมของตะกอนแคลเซียมกลายเป็นก้อนนิ่วอุดตันภายในท่อของต่อมน้ำลายได้เช่นเดียวกัน

พญ. วรรนธนี กล่าวเพิ่มเติมว่า “โรคต่อมน้ำลายอักเสบเป็นภัยเงียบที่ผู้ป่วยจำนวนมากมักไม่ทันสังเกต แต่สามารถส่งผลกระทบต่อทั้งสุขภาพช่องปาก การรับประทานอาหาร การพูดคุย รวมถึงความสวยงามของใบหน้า หากไม่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกต้องตั้งแต่ระยะแรก”

สาเหตุหลักของโรค มักเกิดจากการติดเชื้อ โดยเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุที่พบบ่อย รองลงมาคือเชื้อไวรัส ขณะเดียวกันยังมีปัจจัยเสี่ยง เช่น การดื่มน้ำน้อย สุขภาพเหงือกและฟันที่มีปัญหา ผลข้างเคียงจากยาบางชนิด (เช่น ยาขับปัสสาวะ ยาลดน้ำมูก ยาต้านซึมเศร้า) รวมถึงโรคประจำตัวอย่างเบาหวานและไตวาย ที่ทำให้เกิดภาวะปากแห้งและเสี่ยงติดเชื้อมากยิ่งขึ้น

โรคนี้แบ่งระยะของโรคได้เป็น 2 ชนิด ได้แก่ ชนิดเฉียบพลัน ผู้ป่วยมักมีอาการปวด บวม แดง ร้อน โดยเฉพาะที่ต่อมหน้าหูและใต้ขากรรไกร ทำให้รับประทานอาหารลำบาก อ้าปากได้น้อยลง บางรายมีไข้ร่วมด้วย และ ชนิดเรื้อรัง เกิดจากการอักเสบติดเชื้อซ้ำ ๆ หรือมีนิ่วอุดตันในท่อน้ำลาย ส่งผลให้มีอาการปวด บวมเป็นๆหายๆ และอาการมักเป็นมากขึ้นหลังรับประทานอาหาร ซึ่งสัมพันธ์กับพฤติกรรมการดื่มน้ำน้อย ภาวะเครียดและพักผ่อนไม่เพียงพอ ในบางรายอาจพบมีเนื้องอกซ่อนอยู่ภายในต่อมน้ำลาย ที่อาจโตขึ้นเรื่อยๆ จนมีการกดเบียดส่วนของท่อน้ำลายหรือกดเบียดเส้นประสาทของใบหน้า

กลุ่มเสี่ยงที่พบบ่อย ได้แก่ วัยทำงาน ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับรังสีบริเวณใบหน้า/ลำคอ และส่วนน้อยในทารกแรกเกิดที่ยังได้รับน้ำและสารอาหารไม่เพียงพอ

 สัญญาณเตือนที่ควรระวังคือ อาการปวด บวม ซ้ำ ๆ หรือการมีก้อนเนื้อที่โตมากขึ้น ซึ่งควรรีบพบแพทย์เพื่อทำการตรวจวินิจฉัย อาทิเช่น การตรวจร่างกาย อัลตราซาวด์ (Ultrasound) หรือ CT Scan เพื่อค้นหาสาเหตุตำแหน่งและขนาดของก้อนนิ่วหรือฝีหนองอักเสบที่อยู่ภายใน

พญ. วรรนธนี กล่าวปิดท้ายว่า “หากปล่อย ‘ต่อมน้ำลายอักเสบ’ ไว้โดยไม่รักษา อาจก่อให้เกิดการติดเชื้อลุกลาม นิ่วอุดตันเรื้อรัง หรือเนื้องอกที่อาจกลายเป็นมะเร็งและแพร่กระจายได้ การรักษาจึงขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรงของโรค

 สำหรับการอักเสบติดเชื้อเบื้องต้น การให้ยาฆ่าเชื้อ การดูแลสุขภาพช่องปากทั้งเหงือกและฟัน การนอนพักผ่อนและดื่มน้ำให้เพียงพอเป็นสิ่งจำเป็นมากๆ นอกจากนี้ยังสามารถช่วยกระตุ้นการสร้างน้ำลายด้วยอาหารหรือเครื่องดื่มที่มีรสเปรี้ยว เช่น น้ำมะนาว น้ำส้ม ลูกอมรสเปรี้ยว รวมถึงการประคบอุ่นเพื่อลดอาการปวดบวม ส่วนกรณีที่พบมีก้อนนิ่วอุดตัน การส่องกล้องเพื่อนำนิ่วออกถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการรักษานอกเหนือจากการผ่าตัด”

“ต่อมน้ำลายอักเสบ” ดูเหมือนเรื่องเล็ก แต่ความจริงแล้วอาจส่งผลเสียอย่างมากต่อการดำเนินชีวิต การใส่ใจดูแลสุขภาพช่องปาก ดื่มน้ำให้เพียงพอ และพบแพทย์ตั้งแต่เริ่มมีอาการ จะช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายและรักษาสุขภาพให้แข็งแรงได้ในระยะยาว

สำหรับผู้ที่มีอาการ บวม แดง ร้อน บริเวณต่อมน้ำลาย โดยเฉพาะต่อมหน้าหูและต่อมใต้ขากรรไกร สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 1270 หรือ Website: www.praram9.com / Line: lin.ee/vR9xrQs หรือ @praram9hospital และ Facebook: Praram9 Hospital โรงพยาบาลพระรามเก้า HEALTHCARE YOU CAN TRUST เรื่องสุขภาพ…ไว้ใจเรา #Praram9Hospital อย่าลืมชวนคนที่คุณรัก มาร่วม “โอบกอดสุขภาพดีไปด้วยกัน” เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้นในทุก ๆ วัน

สมาคมนักเรียนเก่าสหรัฐอเมริกาฯ จัดแข่งขัน ‘โบว์ลิ่งการกุศล AUAA Bowling Charity 2025’

สมาคมนักเรียนเก่าสหรัฐอเมริกาฯ จัดแข่งขัน  ‘โบว์ลิ่งการกุศล AUAA Bowling Charity 2025’

สมาคมนักเรียนเก่าสหรัฐอเมริกาฯ จัดแข่งขัน ‘โบว์ลิ่งการกุศล AUAA Bowling Charity 2025’

วันจันทร์ ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2568, 14.20 น.

สมาคมนักเรียนเก่าสหรัฐอเมริกา ในพระบรมราชูปถัมภ์ (AUAA) จัดการแข่งขัน “โบว์ลิ่งการกุศล AUAA Bowling Charity 2025” เพื่อเป็นการสังสรรค์และกระชับมิตรระหว่างคณะกรรมการบริหารและสมาชิกของสมาคมฯ รวมทั้งจัดหารายได้สนับสนุนกิจกรรมการกุศลของสมาคมฯ ณ บลูโอ ริธึมแอนด์โบวล์ เมเจอร์รัชโยธิน เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม ที่ผ่านมา ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอุ่นเป็นกันเอง สนุกสนาน พรั่งพร้อมไปด้วยแขกผู้มีเกียรติและเหล่านักเรียนเก่าสหรัฐอเมริกาที่มาร่วมงานกันอย่างอบอุ่น อาทิ กร ทัพพะรังสี, คุณหญิงทรงสุดา-ดร.สุวิทย์ ยอดมณี, สมพันธ์ จารุมิลินท, ปัญญชลี เพ็ญชาติ,วิทูร ศิลาอ่อน, ศิรเวท ศุขเนตร,เปรมิกา สุจริตกุล,ศรีล สุขุม,เอกพงษ์ ณ ระนอง และ ดร.อุษณีย์ มหากิจศิริ ลีโอณีโอ

สมาคมนักเรียนเก่าสหรัฐอเมริกา ในพระบรมราชูปถัมภ์ (AUAA) สังสรรค์กระชับมิตรในการแข่งขัน “โบว์ลิ่งการกุศล AUAA Bowling Charity 2025”

รศ.ดร.นริศ ชัยสูตร นายกสมาคม AUAA พร้อมด้วย กร ทัพพะรังสี อดีตนายกสมาคมฯ,สมพันธ์ จารุมิลินท, ดร.อุษณีย์ มหากิจศิริ ลีโอณีโอ,นิตยา จันทร์เรือง มหาผล, ปัญญชลี เพ็ญชาติ, ศรีล สุขุม และ วิทูร ศิลาอ่อน

นายกสมาคม AUAA รศ.ดร.นริศ ชัยสูตร, กร ทัพพะรังสี นำทีม พีระ กาญจนภพ, สิรินดา ฉันทพงศ์, สมพันธ์ จารุมิลินท,นิตยา จันทร์เรือง มหาผล, ดร.พันนภา รักสนิท และ Robert Wilson ร่วมแข่งขันฯ

ดร.สุวิทย์ – คุณหญิงทรงสุดา ยอดมณี อดีตนายกสมาคม AUAA  ,รศ.ดร.นริศ ชัยสูตร, ปัญญ์ชลี เพ็ญชาติ,อัญญาวรินทร์ ศุภธีรเลิศ  และ ปรัตถกร ดวงสว่าง

รศ.ดร.นริศ ชัยสูตร นายกสมาคมนักเรียนเก่าสหรัฐอเมริกา ในพระบรมราชูปถัมภ์ (AUAA) กล่าวว่า “ถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่สมาคมฯ และบรรดานักเรียนเก่าจะร่วมกันจัดงาน เพื่อพบปะสังสรรค์และร่วมกันทำการกุศล  หลังจากว่างเว้นมาหลายปี ในปีนี้จึงได้กลับมาจัดการแข่งขันโบว์ลิ่งอีกครั้ง ซึ่งกีฬานี้เป็นที่ชื่นชอบของสมาชิกสมาคมฯ ทุกคนเพราะให้ความสนุกสนาน เล่นไม่ยาก สามารถเล่นได้ทั้งแบบเดี่ยวและแบบกลุ่ม ปีนี้มีความพิเศษมากขึ้น เป็นการรวมพลครั้งยิ่งใหญ่มากกว่า 60 ทีม เพราะนอกจากจะมีคณะกรรมการและสมาชิกสมาคมฯ แล้ว ยังมีสมาคมนักเรียนเก่า ในพระบรมราชูปถัมภ์หลากหลายสมาคม อาทิ สมาคมนักเรียนเก่าอังกฤษ, สมาคมนักเรียนเก่าฝรั่งเศส, สมาคมนักเรียนเก่าญี่ปุ่น,สมาคมนักเรียนเก่าภาคพื้นยุโรป และสมาคมนักเรียนเก่าเยอรมัน ส่งตัวแทนเข้าร่วมแข่งขันอีกด้วย จึงได้มีการเตรียมถ้วยรางวัลเพื่อมอบให้กับผู้ที่ทำคะแนนได้สูงสุดในหลากหลายประเภทการแข่งขัน”

ภัทรพล ตุลารักษ์, ทิพยนิภา (ไกรฤกษ์) สมะลาภา, ศรีล สุขุม, รศ.ดร.นริศ ชัยสูตร, กฤตพณ ทัพพะรังสี, ม.ล.ศุลีรัชต์ วัชรีวงศ์ และ เอกพงษ์ ณ ระนอง

ปีเตอร์ สมบูรณ์เจริญ, ศิรเวท ศุขเนตร, เปรมิกา สุจริตกุล,รศ.ดร.นริศ ชัยสูตร, เอวา หอประสาทสุข, เทอดสิทธิ หอประสาทสุข และ Fabrice Merle

ทิพยนิภา (ไกรฤกษ์) สมะลาภา, ม.ล. ศุลีรัชต์ วัชรีวงศ์, กรณรัสย์ ดำดัด, บุญภูมิ ปัญจรัตนากร, รศ.ดร.นริศ ชัยสูตร, ชาคร เซ่งไพเราะ และ เอกพงษ์ ณ ระนอง

ดร.อุษณีย์ มหากิจศิริ ลีโอณีโอ ประธานฝ่ายประชาสัมพันธ์ กล่าวว่า “การจัดงานการแข่งขันโบว์ลิ่งการกุศลในครั้งนี้นับเป็นความร่วมแรงร่วมใจกันของชาวเอยูเอเอที่มุ่งมั่นสืบสานปณิธานในการก่อตั้งสมาคมนักเรียนเก่าสหรัฐอเมริกา ในพระบรมราชูปถัมภ์ นั่นคือ “การส่งเสริมมิตรภาพ” และการหารายได้เพื่อสมทบทุน กิจกรรมการกุศลของสมาคมนักเรียนเก่าฯ จึงนับเป็นงานที่ให้ทั้งความสนุกสนาน ได้ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่แข็งแรง ได้พบปะกับพันธมิตรจากต่างสมาคมฯ และยังเต็มไปด้วยความอิ่มกายอิ่มใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการระดมทุนเพื่อกิจกรรมทางสังคมในการช่วยเหลือผู้อื่น อาทิ การจัดทำหนังสือเสียงสำหรับผู้พิการทางสายตา, การสนับสนุนทุนการศึกษา ฯลฯ อีกด้วย”

พิสิทธิ์ พัฒนะนุกิจ และ ณัฐยา อัชฌากรลักษณ์

ภาฟิมน มุกุระ, ดร.อุษณีย์ มหากิจศิริ ลีโอณีโอ และ ประกอบ มุกุระ

สมพันธ์ จารุมิลินท โชว์ลีลาโยนโบว์ลิ่ง

โบว์ลิ่งลีลาเด็ด โดย วิทูร ศิลาอ่อน

เมื่อเสร็จสิ้นการแข่งขัน มีการประกาศผลประเภทต่างๆ อาทิ ทีมวีไอพี รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ทีมกฤตพณ ทัพพะรังสี, รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ทีมกลุ่มบริษัท เมโทรพลาย, รองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ทีมบริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และทีมทั่วไป รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ทีมทรูวิชั่นส์ 1, รองชนะเลิศอันดับหนึ่ง ได้แก่ ทีมนิตยา, รองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ทีมบอสตัน

คุณหญิงทรงสุดา  ยอดมณี มอบรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ประเภททีม VIP ให้แก่ ทีม Thai Union Group

คุณหญิงทรงสุดา  ยอดมณี มอบรางวัลชนะเลิศ ประเภททีม VIP ให้แก่ ทีมคุณโก้

มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ จัดเวทีระดมความคิดรับมือวิกฤตโลก ชวนภาคธุรกิจหาทางออกด้านความยั่งยืน เดินหน้าสู่ Net Zero ใน MFLF Sustainability Forum 2025

มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ จัดเวทีระดมความคิดรับมือวิกฤตโลก ชวนภาคธุรกิจหาทางออกด้านความยั่งยืน เดินหน้าสู่ Net Zero ใน MFLF Sustainability Forum 2025

มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ จัดเวทีระดมความคิดรับมือวิกฤตโลก ชวนภาคธุรกิจหาทางออกด้านความยั่งยืน เดินหน้าสู่ Net Zero ใน MFLF Sustainability Forum 2025

วันจันทร์ ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2568, 13.33 น.

ท่ามกลางความไม่แน่นอนทั้งเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ความยั่งยืนคือทางรอด มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดงาน MFLF Sustainability Forum 2025 เวทีถกประเด็นร้อนด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ภายใต้ธีม “วิกฤตโลก ทางออกไทย” ในวันจันทร์ที่ 22 กันยายน 2568 เวลา 08.30 – 12.00 น. ณ ห้องประชุมใหญ่ ชั้น 2 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

ภายในงานได้รับเกียรติจาก ดร.ชญานันทน์ ภักดีจิตต์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในการปาฐกถาพิเศษ ทางรอดประ เทศไทยต่อวิกฤต Climate Change และ Nature Loss ผ่านนโยบาย คำมั่นสัญญาระดับโลก และศักยภาพไทยสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ยังมีเสวนาจากกูรูด้านความยั่งยืนและเศรษฐกิจมาร่วมหาทางออกใหม่ในเกมโลกร้อนผ่าน 2 เวทีหลัก ได้แก่ เสวนาเรื่อง “วิกฤติโลก ทางออกไทย” โดย ดร.กรินทร์ บุญเลิศวณิชย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ปิยะชาติ อิศรภักดี ประธานร่วม BRANDi Institute of Systematic Transformation (BiOST) ดร.สุภัชญา เตชะชูเชิด ผู้เชี่ยวชาญด้าน Nature-based Solutions มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ และ เสวนาเรื่อง “กุญแจสู่การอยู่รอดของคนและธรรมชาติ” โดย ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม นิรันดร์ นิรันดร์นุต Country Project Manager, UNDP Biodiversity Finance Initiative (BIOFIN) ประเทศไทย ทวิโรจน์ ทรงกำพล ประธานเจ้าหน้าที่สายกลยุทธ์องค์กร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และ สมิทธิ หาเรือนพืชน์ หัวหน้าสายงาน Nature-based Solutions มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ

สนใจติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Page: มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ https://www.facebook.com/MaeFahLuangFoundation หรือลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ที่ https://forms.office.com/r/3XE57nxaCz

คุณแหน : 8 กันยายน 2568

คุณแหน : 8 กันยายน 2568

คุณแหน : 8 กันยายน 2568

วันจันทร์ ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2568, 09.46 น.

๐๐ คุณหญิงแสงเดือน ณ นคร ประธานกก.มูลนิธิสงเคราะห์ครอบครัวทหารผ่านศึกฯ นำคณะกก.ร่วมยินดีกับ นันทวัน เมฆใหญ่ สุวรรณปิยะศิริ ประธานฝ่ายประชาสัมพันธ์ ในโอกาสได้รับรางวัลศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง ภาพยนตร์และละครโทรทัศน์ โดย คุณหญิงทรงสมร คชเสนี เป็นผู้จัดหาเค้กของมูลนิธิฯ แต่เจ้าตัวมาร่วมมอบไม่ทันเพราะติดนัดแพทย์ประจำตัว..๐๐

๐๐ สร้างความปลื้มปีติให้ คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล  เป็นอย่างยิ่ง เมื่อได้รับเกียรติจากรัฐบาลจีน เชิญให้เข้าร่วมในงาน “พิธีเฉลิมฉลองครบรอบ 80 ปี ชัยชนะเหนือญี่ปุ่นในสงครามโลกครั้งที่ 2” หรือ “สงครามต่อต้านการรุกรานของญี่ปุ่น” และแน่นอนว่าต้องอลังการตามสไตล์ชาวมังกร ทั้งขบวนพาเหรดเดินสวนสนามอันยิ่งใหญ่ของทหารหลักล้านนาย มาพร้อมกับการจัดแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์ล้ำสมัย โดยมี ฯพณฯ สี จิ้น ผิง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นผู้ตรวจแถว ท่ามกลางผู้นำ ประมุขแห่งรัฐ และบุคคลสำคัญจาก 25 ประเทศทั่วโลก ..๐๐

๐๐ ผศ.ดร.ภัทเรก ศรโชติ เข้ารับพระราชทานประกาศเกียรติคุณ เข็มที่ระลึกผู้บริจาคโลหิตครบ 108 ครั้ง ประจำปี 2566-2567 ..โดยเจ้าตัวมีข้ออ้าง(ขำๆ )ว่าชอบทานโอวัลตินเย็นหวานอร่อยหลังบริจาคโลหิต แต่หลังโควิด โอวัลตินแสนอร่อยก็หายไป แว่วว่าจะกลับมาเติมเต็มให้ผู้บริจาคโลหิตอีกครั้ง..๐๐

๐๐ เพื่อนๆ ปธพ.3 ยินดีกับ พล.อ.นพ.ไตรโรจน์ ครุธเวโช ที่ได้รับรางวัล คนดีศรีแพทย์ทหารครั้งที่ 8 ประจำปี 2568 สาขาการบริหารจัดการ จากสมาคมแพทย์ทหารแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์..๐๐

๐๐ ฉัตรชัย คุณปิติลักษณ์ รักษาการ รอง ผอ.ใหญ่ สนง.ส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) มอบสัมฤทธิบัตรผู้จบการศึกษาหลักสูตร Digital CEO รุ่น Avantgarde Studies โดยมี ดร.จักกนิตต์ คณานุรักษ์ ให้การต้อนรับ..๐๐

๐๐ เพื่อนๆยินดีกับ ชูวิทย์ จึงธนสมบูรณ์ ที่ บมจ.นอร์ทอีส รับเบอร์ (NER) ได้รับคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในบริษัทกลุ่มหลักทรัพย์ ESG100 ที่มีการดำเนินงานโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ในกลุ่มธุรกิจการเกษตร จากการประเมินหลักทรัพย์จดทะเบียน ในปี พ.ศ. 2568 โดยสถาบันไทยพัฒน์ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 สะท้อนการสร้างคุณค่าที่มากกว่ายาง..๐๐
๐๐สมาคมศิษย์เก่าคณะเภสัชศาสตร์ ม.เชียงใหม่ ได้จัดตั้ง “กองทุน 100 ปี อ.สสี” ขึ้นโดยได้มอบทุนการศึกษาจำนวน 29 ทุน ให้คณะเภสัชศาสตร์ มช. เพื่อช่วยเหลือนักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และสืบสานเจตนารมณ์ของ ศ.ดร.ภญ.อาจารย์สสี ปันยารชุน ให้คงอยู่ต่อไป..๐๐

๐๐ ขอแสดงความยินดีกับ อนุทิน ชาญวีรกูร นายกรัฐมนตรีคนที่ 32  แม้ช่วงนี้จะเหลือเวลาบริหารเพียง 4 เดือนแต่ขอให้ทำประโยชน์เพื่อประเทศชาติ   ทราบว่าจะนำทีมผู้บริหารมืออาชีพ (ครม.คนนอก) เข้ามาเป็น  รมว.พลังงาน : อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ อดีต CEO และกก.ผจก.ใหญ่ ปตท. รมว.คลัง: ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมธนารักษ์  รวม.ต่างประเทศ :สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว อดีตปลัดกระทรวงการต่างประเทศ  เพื่อเดินหน้าไปในทางที่ดีขึ้นในทุกๆ ด้านและขอให้ได้รับเลือกให้กลับมาบริหารประเทศอย่างเป็นเอกฉันท์ต่อไป..๐๐

คุณแหน

มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ เตรียมเปิดม่านโขนรามเกียรติ์ ตอน ‘สัตยาพาลี’ สะท้อนการรักษาสัจจะ ความกตัญญู ความซื่อสัตย์ เริ่ม 6 พฤศจิกายน ศกนี้

มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ เตรียมเปิดม่านโขนรามเกียรติ์ ตอน ‘สัตยาพาลี’ สะท้อนการรักษาสัจจะ ความกตัญญู ความซื่อสัตย์ เริ่ม 6 พฤศจิกายน ศกนี้

มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ เตรียมเปิดม่านโขนรามเกียรติ์ ตอน ‘สัตยาพาลี’ สะท้อนการรักษาสัจจะ ความกตัญญู ความซื่อสัตย์ เริ่ม 6 พฤศจิกายน ศกนี้

วันจันทร์ ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2568, 06.10 น.

มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง แถลงข่าวเปิดตัว การแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ เรื่องรามเกียรติ์ ตอน “สัตยาพาลี” ณ โรงละคร สำนักพระราชวัง สนามเสือป่า เขตดุสิต โดยมี นฤมล ล้อมทอง กรรมการมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ, ประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม, ประเมษฐ์ บุณยะชัย (ศิลปินแห่งชาติ) ผู้ประพันธ์บท, รศ.ดร.ศุภชัย จันทร์สุวรรณ (ศิลปินแห่งชาติ) ผู้กำกับการแสดง, สุดสาคร ชายเสม (ศิลปินแห่งชาติ) ผู้ออกแบบฉากและอุปกรณ์ประกอบการแสดง และ ผศ.ดร.สุรัตน์ จงดา อนุกรรมการด้านการจัดแสดง ร่วมแถลงข่าว พร้อมด้วยคณะกรรมการมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ และคณะอนุกรรมการด้านต่างๆ รวมถึงผู้ให้การสนับสนุนการจัดงานร่วมงาน เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2568 ณ โรงละคร สนามเสือป่า สำนักพระราชวัง

พิธาน เหี้ยมโท้ กรรมการและเหรัญญิกมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ และประธานอนุกรรมการด้านการจัดแสดงโขนฯ, พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ ประธานอนุกรรมการด้านการประชาสัมพันธ์ฯ, ไพศาล ล้อมทอง กรรมการมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ, พล.อ.ต. จักรพงศ์ หอมไกรลาศ กรรมการมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ และประธานอนุกรรมการด้านการสนุบสนุนโขนฯ, คุณหญิงจันทนี ธนรักษ์ กรรมการมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ, พล.อ.ต.หญิง คุณหญิงสุชาดา วรทรัชต์ ประธานอนุกรรมการด้านการแพทย์โขนฯ, ท่านผู้หญิงอินทิรา พลธร กรรมการด้านการจัดแสดงโขนฯ, พล.ท.จักรกฤษณ์ ศรีนนท์ กรรมการมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ, พ.ท. ชัยรัตน์ ภัทรธีรังกูร กรรมการและผู้ช่วยเหรัญญิก มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ, นฤมล ล้อมทอง กรรมการมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ พร้อมด้วย ประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม, ผศ.ดร.สุรัตน์ จงดา อนุกรรมการด้านการจัดแสดงฯ, สุดสาคร ชายเสม (ศิลปินแห่งชาติ) ผู้ออกแบบฉากและอุปกรณ์ประกอบฉากประกอบการแสดง, รศ.ดร.ศุภชัย จันทร์สุวรรณ์ (ศิลปินแห่งชาติ) ผู้กำกับการแสดง และ ประเมษฐ์ บุณยะชัย (ศิลปินแห่งชาติ) ผู้ประพันธ์บท

นฤมล ล้อมทอง กรรมการมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ กล่าวว่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อโขน ทรงทำให้โขนได้รับการยกย่องจากองค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติหรือยูเนสโก (UNESCO) ในปี 2561 ว่าเป็น ‘มรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมวลมนุษยชาติ’ ซึ่งถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของไทยรายการแรกที่ได้รับการขึ้นทะเบียน สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อศิลปวัฒนธรรมของชาติ ด้วยพระองค์ได้พระราชทานพระราชเสาวนีย์ และแนวพระราชดำริด้านการอนุรักษ์และสืบสานศิลปวัฒนธรรม ศิลปกรรม งานหัตถศิลป์ หัตถกรรม มาอย่างยาวนาน เป็นพระราชกรณียกิจที่สำคัญเคียงข้างพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

“สำหรับการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ในปีนี้ จัดขึ้นเป็นปีที่ 18 ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ได้ทรงสืบสาน รักษา และต่อยอด พระราชปณิธานของพระบรมชนกนาถและพระบรมราชชนนี ด้วยทรงส่งเสริมและสนับสนุนการแสดงโขนอย่างเอาพระทัยใส่ทุกมิติ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงานด้านการจัดการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ โดยมี พล.อ.อ.สถิตย์พงษ์ สุขวิมล ราชเลขานุการในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นประธานกรรมการอำนวยการโขนฯ พ.ท.สมชาย กาญจนมณี รองเลขาธิการพระราชวัง เป็นประธานกรรมการดำเนินงานโขนฯ นายพิธาน เหี้ยมโท้ เป็นประธานอนุกรรมการด้านการจัดแสดง  พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ เป็นประธานอนุกรรมการด้านการประชาสัมพันธ์  พล.อ.ต.หญิง คุณหญิงสุชาดา วรทรัชต์ เป็นประธานอนุกรรมการด้านการแพทย์ พล.อ.ต. จักรพงษ์ หอมไกรลาศ เป็นประธานอนุกรรมการด้านการสนับสนุน เป็นต้น ซึ่งทุกท่านล้วนเป็นแรงสำคัญในการสนับสนุนการดำเนินงานโขนฯ มาอย่างต่อเนื่องตลอดโครงการ”

พิธาน เหี้ยมโท้ กรรมการและเหรัญญิกมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ และประธานอนุกรรมการด้านการจัดแสดงโขนฯ , นฤมล ล้อมทอง กรรมการมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ผู้สนับสนุนการจัดการแสดง วิรัช เมฆสัมพันธ์ และ นิติกร กรัยวิเชียร จาก บมจ.ไทยเบฟเวอเรจ, นอ.นพ.ยุวัฒน์ ชนังกุล รอง ผอ.รพ.มะเร็งกรุงเทพวัฒโนส, พล.ต.สุรชัย รัศมีจิวานนท์ รองเจ้ากรมแพทย์ทหารบก ผู้แทน เจ้ากรมแพทย์ทหารบก, วิภาดา เดือนรัตน์ รอง ปธ.กก.บริหาร กลุ่มบีเจซี บิ๊กซี ศักดิ์สิทธิ์ ปิติพงศ์สุนทร ผอ.อาวุโส ผู้บริหารสายงานกิจกรรมเพื่อสังคม ธนาคารไทยพาณิชย์, ชยชัย แสงอินทร์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย และ จาตุรนต์ โกมลมิศร์ กก.บริหารและ ปธ.จนท.ปฎิบัติการ สายกิจกรรมพิเศษ บมจ.กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล

ประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า “ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทำให้โขนซึ่งเป็นศิลปวัฒนธรรมชั้นสูงของไทยได้รับความสนใจจากเยาวชนคนรุ่นใหม่หันมาเรียนรู้และชมโขมมากขึ้น เห็นได้จากในแต่ละปีมีนักแสดงโขนที่เป็นคนรุ่นใหม่สนใจเข้าร่วมคัดเลือกนักแสดงในโขนมุลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ทั้งตัวพระ ตัวนาง ตัวยักษ์ ตัวลิง เป็นจำนวนมากขึ้นทุกปี ส่วนผู้ชมนั้นส่วนใหญ่ก็จะเป็นเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่พาเพื่อนและครอบครัวชมโขนกันมากขึ้น”

ประเมษฐ์ บุณยะชัย ศิลปินแห่งชาติ ผู้ประพันธ์บท กล่าวถึงการจัดทำบท และคำพากย์ เจรจา การแสดงโขนในปีนี้ว่า “ในแต่ละปีของการแสดงนั้น โดยเฉพาะบทประพันธ์คณะกรรมการทุกท่านได้ร่วมกันคัดสรรอย่างเต็มที่เพื่อให้ผู้ชมได้รับชมอย่างมีอรรถรส โดยได้นำบทราชสวัสดิ์ที่ทรงสอนข้าราชบริพารนำมาสอดแทรกลงในบทการแสดง เพื่อให้ทุกคนยึดมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ อยากให้ทุกท่านที่ได้มาชมไม่เพียงแต่ชมการแสดง แต่ยังจะได้เรียนรู้คำบทพากย์ เจรจา โดยเฉพาะบทเพลงปีพาทย์ที่นำมาประกอบ ซึ่งเพลงบางบทเป็นบทโบราณจึงได้คัดเลือกมาเพื่อให้คนรุ่นใหม่รับชมรับฟัง”

รศ.ดร.ศุภชัย จันทร์สุวรรณ์ ศิลปินแห่งชาติ ในฐานะผู้กำกับการแสดง กล่าวถึงความพิเศษและภาพรวมของการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ตอน “สัตยาพาลี” ในปีนี้กล่าวว่า “เป็นโจทย์ยากทุกปี เพราะโขนเป็นการศิลปะการแสดงชั้นสูงที่มีอัตลักษณ์เฉพาะตัว สิ่งแรกต้องคิดว่าจะทำอย่างไรในการนำศิลปะชั้นสูงมาผสมผสานกับสิ่งใหม่ๆให้คนดูได้คล้อยตามไปด้วย ให้ได้ทั้งความงดงาม ความอลังการ ความสมจริง และความสนุกสนาน ซึ่งการแสดงชุดนี้เน้นเรื่องความกตัญญู ความซื่อสัตย์ ความจงรักภักดี ในปีนี้ผู้ชมจะได้รับชมสิ่งใหม่ๆ ในตอนสัตยาพาลี อาทิ ขบวนลงทรง กระบวนทัพระหว่างองคตและทศกัณฑ์ ซึ่งปีนี้ผู้ชมจะได้เห็นความแตกต่างของขบวนการรบของทั้งสองฝ่าย เป็นต้น” 

สุดสาคร ชายเสม ศิลปินแห่งชาติ ผู้ออกแบบฉากและอุปกรณ์ประกอบฉาก ประกอบการแสดง กล่าวถึงความพิเศษของการแสดงในครั้งนี้ว่า “รูปแบบศิลปกรรมที่ใช้ในโขนหลวง จะนำศิลปกรรมชั้นสูงมาทำเครื่องประกอบฉาก โดยเฉพาะ ตอน สัตยพาลี เป็นตอนที่สนุกมาก น่าสนใจ เช่น วิมานของพระอิศวร ต่อเนื่องไปจนถึงการได้เห็นช้างทรงของทศกัณฐ์ที่ทรงเครื่องได้อย่างสวยงาม และราชรถของพระราม พระลักษมณ์ ที่มีความงดงาม นอกจากนี้ยังมีอีกหลายฉากที่มีความอลังการตระการตา”  

ปิดท้ายด้วย ผศ.ดร.สุรัตน์ จงดา อนุกรรมการด้านการแสดง กล่าวถึง พัสตราภรณ์และการออกแบบการแต่งกายโขน กล่าวว่า “ในตอนสัตยาพาลี ซึ่งเป็นเป็นตอนใหม่ จึงต้องมีการสร้างสรรค์ชุดเครื่องแต่งกายตามตัวละครที่เพิ่มขึ้นมา รวมถึงทดแทนชุดเดิมที่มีอยู่แล้ว ซึ่งได้พัฒนาเครื่องแต่งกายด้วยความประณีตและมีความวิจิตรงดงามมากยิ่งขึ้นทุกปี ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่มีต่อโขน ทำให้ในช่วง 20 ปี ที่ผ่านมานี้ มีอาชีพที่เกี่ยวกับการจัดสร้างเครื่องแต่งกายโขนทั้งงานทอผ้า งานปัก งานเครื่องประดับ การทำหัวโขน ซึ่งล้วนเป็นงานช่างฝีมือชั้นสูง กล่าวได้ว่าสิ่งเหล่านี้สมดังพระราชปณิธานในการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมชั้นสูงนี้ให้คงอยู่และยังสร้างงานสร้างอาชีพได้”

การแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 18 ในปีนี้ นำเสนอ โขน เรื่องรามเกียรติ์ ตอน “สัตยาพาลี” จับตอนตั้งแต่ทศกัณฐ์แปลงกายเป็นปูยักษ์หมายทำลายพิธีโสกันต์องคตกุมาร แต่พาลีผู้ได้พรจากพระอิศวรปราบได้ ต่อมาเกิดเหตุการณ์ทรพีบุตรทรพาโอหังไม่กตัญญูจนถูกพาลีฆ่าตายในถ้ำ และทำให้พาลีกับสุครีพ น้องชายเข้าใจผิดแตกกัน สุครีพจึงไปพึ่งพระรามและร่วมต่อสู้จนพาลีต้องยอมมรณภาพ โดยฝากฝังบ้านเมืองไว้กับพระราม เรื่องราวดำเนินต่อด้วยทศกัณฐ์ให้นางมณโฑหุงน้ำทิพย์ชุบชีวิตพลยักษ์ แต่พระรามส่งหนุมานและเหล่าวานรไปทำลายพิธีได้สำเร็จ ก่อนที่กองทัพอธรรมจะพ่ายแพ้และทศกัณฐ์ต้องล่าถอย เรื่องราวความสนุกจะเป็นอย่างไรต่อไปนั้น ติดตามรับชมได้ในการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ตอน “สัตยาพาลี”ที่จะให้ความบันเทิงครบทุกอรรถรส และได้ข้อคิดเรื่องการรักษาสัจจะ ความกตัญญู ความซื่อสัตย์ เป็นต้น

พบกับความพิเศษของสุดยอดฉากการแสดงที่ยิ่งใหญ่ตระการตาของ “สัตยาพาลี” ที่จัดสร้างขึ้นเพื่อการแสดงโขนที่ยิ่งใหญ่แห่งปี นับเป็นความโชคดีของคนไทยและประเทศไทย ที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงส่งเสริมและสนับสนุนการแสดงโขนอย่างเอาพระทัยใส่ทุกมิติ เป็นการธำรงนาฏศิลป์ อันทรงคุณค่าของชาติให้สืบทอดอยู่อีกนานเท่านาน เปิดจำหน่ายบัตรแล้ววันนี้ที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ โทร. 0-2262-3456 www.thaiticketmajor.com บัตรราคา 2,000 บาท, 1,800 บาท, 1,000 บาท, 800 บาท และ 600 บาท (รอบนักเรียน ราคา 200 บาท)

ตาโปน ตาแห้ง อย่ามองข้าม ‘ไทรอยด์ขึ้นตา’ โรคอันตรายของเบ้าตาที่ควรรู้

ตาโปน ตาแห้ง อย่ามองข้าม ‘ไทรอยด์ขึ้นตา’ โรคอันตรายของเบ้าตาที่ควรรู้

ตาโปน ตาแห้ง อย่ามองข้าม ‘ไทรอยด์ขึ้นตา’ โรคอันตรายของเบ้าตาที่ควรรู้

วันจันทร์ ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

หลายคนอาจรู้จัก “โรคไทรอยด์” จากอาการน้ำหนักขึ้นลงผิดปกติ หัวใจเต้นแรง หรือเหนื่อยง่าย แต่รู้หรือไม่ว่า ไทรอยด์ยังส่งผลต่อดวงตาได้เช่นกัน โดยเฉพาะอาการตาโปน หนังตาบวม หรือแม้กระทั่งการมองเห็นเปลี่ยนไป โรคตาโปนจากไทรอยด์ หรือ Thyroid Eye Disease (TED) คือปัญหาที่ไม่ควรมองข้าม เพราะนอกจากจะส่งผลต่อภาพลักษณ์แล้ว ยังส่งผลกระทบชีวิตประจำวันได้

ไทรอยด์ขึ้นตาคืออะไร

แพทย์หญิง ภาวินี อมรพันธางค์ แพทย์ผู้ชำนาญการพิเศษ สาขาจักษุวิทยาTED โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล (WMC) ให้ข้อมูลว่า คือภาวะที่ระบบภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติ และไปกระตุ้นให้กล้ามเนื้อรอบลูกตาและเนื้อเยื่อในเบ้าตาเกิดการอักเสบ บวม และมีพังผืดตามมา จนเกิดอาการ “ตาโปน” หรือ “ตาอักเสบ” ซึ่งสัมพันธ์กับโรคไทรอยด์ โดยเฉพาะไทรอยด์เป็นพิษ (Graves’ disease)

สาเหตุของไทรอยด์ขึ้นตา

แม้ยังไม่เป็นที่ทราบสาเหตุแน่ชัด แต่อาการไทรอยด์ขึ้นตา สามารถเกิดจากปัจจัยดังนี้ เกิดร่วมกับโรคไทรอยด์เป็นพิษ ระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง พันธุกรรม คนในครอบครัวมีประวัติไทรอยด์ขึ้นตา มักพบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย ผู้มีอายุ 40 ปีขึ้นไป และการสูบบุหรี่

อาการของโรค

เปลือกตาบวม แดง แสบตา ตาแห้งผิดปกติ น้ำตาไหลตลอดเวลา เห็นภาพซ้อน ตามัว ตาเข ตาเหล่ ในรายที่อาการรุนแรงมาก อาจสูญเสียการมองเห็น

แนวทางการรักษา

การรักษาไทรอยด์ขึ้นตามักรักษาควบคู่กับไทรอยด์เป็นพิษ โดยมีวิธีการรักษาดังต่อไปนี้ 1.รักษาแบบประคับประคองอาการ  ใช้น้ำตาเทียม น้ำยาหยอดตา หรือเจลเพื่อบรรเทาอาการตาแห้ง แสบเคือง 2.การใช้ยาในระยะอักเสบ  ยากลุ่มสเตียรอยด์ ใช้ในช่วงที่มีการอักเสบรุนแรง เพื่อลดอาการบวมและกดภูมิคุ้มกัน   3.การผ่าตัดในระยะโรคคงที่ เช่น ผ่าตัดลดความดันในเบ้าตา (orbital decompression) สำหรับผู้ที่ตาโปนมากหรือเสี่ยงต่อการสูญเสียการมองเห็น ทั้งนี้ระดับฮอร์โมนไทรอยด์ต้องอยู่ในเกณฑ์ปกติ และการผ่าตัดขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ ควบคุมปัจจัยที่กระตุ้นอาการของโรค งดการสูบบุหรี่โดยเด็ดขาด

ทั้งนี้ การรักษาไทรอยด์ขึ้นตาไม่ใช่แค่เรื่องของยา หรือการผ่าตัด แต่เป็นการจัดการโรคอย่างครอบคลุม ตั้งแต่การควบคุมระดับฮอร์โมน ดูแลสุขภาพดวงตา ไปจนถึงการปรับพฤติกรรม หากตรวจพบเร็วและได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม ผู้ป่วยส่วนมากสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติและมองเห็นได้อย่างชัดเจนอีกครั้ง

สงสัยหรือต้องการปรึกษาอาการทางสายตา สามารถติดต่อนัดหมายกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ที่ ศูนย์จักษุวิทยาเฉพาะทาง ชั้น 3 โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล (WMC) โทร. 02 836 9999 ต่อ *3621-2

‘ฟันผุ’ ยังเป็นปัญหาสุขภาพช่องปากอันดับหนึ่งที่น่ากังวล ทันตแพทย์กระตุ้นคนไทยใส่ใจดูแลสุขภาพช่องปากเชิงป้องกัน

‘ฟันผุ’ ยังเป็นปัญหาสุขภาพช่องปากอันดับหนึ่งที่น่ากังวล ทันตแพทย์กระตุ้นคนไทยใส่ใจดูแลสุขภาพช่องปากเชิงป้องกัน

‘ฟันผุ’ ยังเป็นปัญหาสุขภาพช่องปากอันดับหนึ่งที่น่ากังวล ทันตแพทย์กระตุ้นคนไทยใส่ใจดูแลสุขภาพช่องปากเชิงป้องกัน

วันจันทร์ ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

Fluocaril (ฟลูโอคารีล) กับพันธมิตรคลินิกทันตกรรมในกิจกรรม “ฟันผุบ๊ายบาย ใช้ชีวิตสบายๆ กับฟลูโอคารีล” เผยข้อมูลปัญหา ‘โรคฟันผุ’ ถือเป็นปัญหาสุขภาพฟันอันดับ 1 หรือนับเป็นอัตรามากกว่า 70% ของกลุ่มคนไข้ที่เข้ารับการรักษา เน้นย้ำความสำคัญของการสร้างพฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากเชิงป้องกันด้วยการ “แปรงฟันอย่างถูกต้อง-พบทันตแพทย์เป็นประจำทุก 6 เดือน”

สาเหตุหลักของฟันผุจากคนไข้

จากข้อมูลของคลินิกทันตกรรมที่เข้าร่วมกิจกรรมฯ อาทิ คลินิกทันตกรรมโมลาร์โมลาร์ นครอินทร์, คลินิกทันตกรรมสไมล์ออน บางแค และ คลินิกทันตกรรมสไมล์แท็ก รามคำแหง พบว่า คนไข้ที่เข้ารับการรักษาด้วยโรคฟันผุ มีการดูแลสุขภาพช่องปากเป็นประจำแต่มักมีพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการเกิดฟันผุโดยไม่รู้ตัว เช่น การแปรงฟันในระยะเวลาที่สั้นเกินไป การเลือกใช้ยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์น้อยหรือไม่มีฟลูออไรด์เลย รวมไปถึงการเลือกใช้อุปกรณ์การแปรงฟันที่ไม่เหมาะสมกับโครงสร้างฟันของตนเองและรับประทานอาหารหรือดื่มเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลเป็นประจำ นอกจากนี้ ยังเน้นการดูแลเชิงรักษามากกว่าการป้องกัน ซึ่งล้วนเป็นส่วนสำคัญที่ส่งผลให้เกิดโรคฟันผุและค่าใช้จ่ายในการรักษาฟันที่สูงขึ้น

ทญ.ภาวิดา ภัทรประสิทธิ์ ทันตแพทย์ประจำคลินิกทันตกรรม สไมล์แท็ก รามคำแหง

ทางคลินิกฯ ได้ชี้ว่าคนไข้ส่วนมากยังไม่ทราบถึงวิธีการดูแลสุขภาพช่องปากด้วยตนเองที่ถูกต้อง รวมถึงมีลักษณะการแปรงฟันที่อาจก่อให้เกิดฟันผุ กล่าวคือ การแปรงฟันในแต่ละครั้งของคนไข้มักเป็นการแปรงฟันเพียงผิวหน้าฟันซึ่งซอกซอนไม่ถึงแนวซี่ฟัน ทำให้ทิ้งคราบหรือเศษอาหารระหว่างซี่ฟันและเหงือกไว้ รวมถึงมักบ้วนน้ำหลังแปรงฟันเกิน 1 ครั้ง ส่งผลให้สารฟลูโอไรด์ในยาสีฟันที่เป็นสารสำคัญในการเคลือบผิวฟันเพื่อป้องกันฟันผุถูกชะล้างออกไปเกิน 50% ทำให้ประสิทธิภาพทำงานของฟลูโอไรด์ลดลง ด้วยเหตุนี้จึงสะท้อนออกมาสู่อัตราการเกิดฟันผุในกลุ่มคนไทยที่มีเปอร์เซ็นต์สูงในทุก ๆ ปี

ทญ.ภาวิดา ภัทรประสิทธิ์ ทันตแพทย์ประจำคลินิกทันตกรรม สไมล์แท็ก รามคำแหง เผยว่า พฤติกรรมที่ส่งเสริมให้เกิดฟันผุที่เชื่อว่าหลายคนทราบอยู่แล้วแต่อาจทำอยู่โดยไม่รู้ตัว คือ การรับประทานอาหารและเครื่องดื่มจุบจิบตลอดทั้งวัน เช่น การดื่มน้ำหวานแบบจิบดื่มระหว่างมื้ออาหาร การบริโภคน้ำตาลเป็นประจำจะทำให้สภาพน้ำลายในช่องปากเป็นกรดตลอดเวลาซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดการกัดกร่อนผิวฟันจนเกิดเป็นฟันผุ ดังนั้น แนะนำว่า การรับประทานของหวานสามารถทำได้ แต่ควรจำกัดในมื้อหลักเท่านั้น เพื่อลดโอกาสการเกิดฟันผุ และหลังจากนั้น เมื่อแปรงฟันทุกครั้งในตอนเช้าและก่อนนอน ควรเลือกใช้ยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์ แปรงอย่างถูกวิธี ไม่รีบเร่ง และไม่บ้วนน้ำมากเกินไป เพื่อให้สารฟลูออไรด์เคลือบฟัน ช่วยคืนแร่ธาตุและป้องกันฟันผุอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะจะมีบางกรณีที่แม้ว่าสุขภาพเหงือกจะแข็งแรงก็ตามแต่เกิดฟันผุตามซอกฟันซึ่งเป็นจุดที่มองไม่เห็น และหากไม่ได้เข้าพบทันตแพทย์เพื่อตรวจอย่างละเอียดและรับการรักษา จะยิ่งเพิ่มโอกาสให้ฟันที่ผุแล้วเกิดการติดต่อไปยังฟันซี่อื่น ๆ ให้ผุต่ออีกด้วย

ผลกระทบที่เกิดจากโรคฟันผุ

ทางคลินิกฯ เปิดเผยว่า ในกลุ่มคนไข้ที่มีปัญหาฟันผุในระยะเริ่มต้นนั้น ส่วนใหญ่มักไม่รู้ตัวเนื่องจากเป็นโรคที่ไม่มี อาการในช่วงแรก และมักเป็นในส่วนซอกฟันที่ยากจะมองเห็นด้วยตนเอง แต่เมื่อเวลาผ่านไป ฟันผุจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพโดยรวมอย่างทวีคูณ เนื่องจากเป็นการที่เปิดโอกาสให้ร่างกายรับเชื้อโรคที่สะสมในช่องปากได้ นอกจากนี้ยังทำให้เกิดอาการปวดหรือเสียวฟัน ส่งผลให้ประสิทธิภาพการบดเคี้ยวอาหารของคนไข้ลดลง รวมถึงทำให้มีกลิ่นปากที่ส่งผลต่อบุคลิกภาพและความมั่นใจในการใช้ชีวิต ซึ่งระยะที่มีอาการนี้เป็นระยะที่คนไข้เข้ามารับบริการรักษาเพื่ออุดฟันกับทางคลินิกมากที่สุด

ทญ. อรณิช ลิขิตอรุณรัตน์ ทันตแพทย์ประจำคลินิกทันตกรรมสไมล์ออน บางแค

ทญ. อรณิช ลิขิตอรุณรัตน์ ทันตแพทย์ประจำคลินิกทันตกรรมสไมล์ออน บางแค อธิบายว่า ถ้าฟันผุทะลุถึงโพรงประสาทฟันแล้ว เชื้อโรคจะเข้าไปตามรากฟัน ลึกเข้าไปในเหงือกก็จะทำให้เกิดเป็นหนองขึ้นมา ในระยะหนองช่วงแรกๆ ก็จะเป็นตุ่มหนองและจะบวมใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ถ้าเป็นบริเวณฟันบนจะทำให้หน้าบวม พอบวมมากขึ้น อาจทำให้ตาปิดจนลืมตาไม่ขึ้น แล้วถ้าฟันผุติดต่อไปอีก ก็สามารถลุกลามการติดเชื้อโรคเข้าไปในกระแสเลือดหรือว่าสมองได้ จึงถือว่าอันตรายมากและต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน อย่างไรก็ตาม คนไข้ควรป้องกันฟันผุตั้งแต่เริ่มแรกเพื่อลดความเสี่ยงนี้ลง

วิธีการดูแลสุขภาพฟันเพื่อป้องกันโรคฟันผุ
ทันตแพทย์แนะนำให้ผู้บริโภคเริ่มจากการแปรงฟันตนเองที่บ้านอย่างมีประสิทธิภาพและเข้าพบทันตแพทย์เพื่อเข้ารับ

ทญ.ปานทิพย์ พจน์ทวีเกียรติ

การตรวจสุขภาพและรับคำปรึกษาที่เหมาะสมเฉพาะบุคคลเป็นประจำ โดย ทญ.ปานทิพย์ พจน์ทวีเกียรติ แนะว่า เนื่องจากแต่ละบุคคลมีลักษณะช่องปาก การเรียงตัวของฟัน และข้อจำกัดที่แตกต่างกัน ส่งผลให้วิธีการดูแลสุขภาพฟันย่อมแตกต่างกันไปตามความเหมาะสม การเรียนรู้วิธีการดูแลสุขภาพช่องปากผ่านการสอนแบบตัวต่อตัวกับทันตแพทย์และการรับคำแนะนำที่เหมาะสมจากผู้เชี่ยวชาญจึงสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการแปรงฟันที่ถูกต้อง การใช้ไหมขัดฟัน หรือการเลือกใช้อุปกรณ์และยาสีฟันที่เหมาะสม เพื่อที่จะสามารถนำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน และดูแลสุขภาพช่องปากของตนเองได้

การเข้ามาพบทันตแพทย์ จึงมีบทบาทสำคัญในการเสริมความมั่นใจและปรับพฤติกรรมของคนไข้ให้เกิดผลจริงและเป็นการเริ่มต้นให้ดูแลตัวเองได้อย่างยั่งยืน โดย ทญ.ปานทิพย์ เสริมว่า เมื่อคนไข้ได้ลองทำด้วยตัวเองและเห็นผลลัพธ์ จะเกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมทันที และสามารถนำแนวทางนี้ไปสอนสมาชิกในครอบครัวได้ด้วย โดยเฉพาะในเด็กที่ต้องอาศัยพ่อแม่เป็นตัวอย่างและสนับสนุน ทำให้กลายเป็นวงจรการป้องกันฟันผุที่ยั่งยืน

อย่างไรก็ตาม ทุกคนสามารถเริ่มต้นดูแลสุขภาพช่องปากของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเริ่มต้นจากการเข้าใจหลักการการแปรงฟันที่ถูกต้อง ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญในการป้องกันโรคฟันผุและโรคเหงือก ดังนี้

เลือกอุปกรณ์การแปรงฟันและยาสีฟันให้เหมาะสม: ใช้แปรงสีฟันขนนุ่ม ปลายเรียว หน้าตัดตรง เพื่อทำความสะอาดได้ทั่วถึงซอกซอนได้ลึกถึงซอกฟัน การเลือกยาสีฟันควรเลือกที่มีฟลูออไรด์ปริมาณ 1,000 – 1,500 ppm และเลือกสูตรที่ตอบโจทย์ปัญหาฟันของตนเอง เช่น สูตรสำหรับจัดฟัน หรือดูแลเหงือก เป็นต้น และบีบยาสีฟันเต็มแปรง (กรณีผู้ใหญ่)

วิธีการแปรงฟันที่ถูกต้อง: วางแปรงทำมุม 45 องศา เข้ากับแนวเหงือก ขยับแปรงสั้น ๆ ทีละซี่ ฟันล่างปัดขึ้น ฟันบนปัดลง เพื่อกำจัดเศษอาหารและคราบจุลินทรีย์ที่อยู่ในซอกฟัน ทำวนให้ครบทุกซี่อย่างทั่วถึง

การใช้อุปกรณ์เสริมเพื่อกำจัดเศษอาหารระหว่างซี่ฟัน เช่น ไหมขัดฟัน: ควรทำทุกซี่เพื่อกำจัดคราบอาหารหรือเศษอาหารที่แปรงสีฟันเข้าไม่ถึง

ระยะเวลาในการแปรงฟัน: ใช้เวลาอย่างน้อย 2 – 3 นาทีต่อการแปรงแต่ละครั้ง และหลังแปรงฟันไม่ควรบ้วนน้ำมากเกินไป เพื่อให้ฟลูออไรด์เคลือบผิวฟันและทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ

พบทันตแพทย์ทุก 6 เดือน: เข้าพบผู้เชี่ยวชาญตรวจสุขภาพช่องปากเป็นประจำ เนื่องจากการตรวจเช็กฟันผุต้องใช้เครื่องมือทางการแพทย์ที่แตกต่างกันไปในแต่ละกรณี เช่น เครื่องเอกซเรย์ หากพบปัญหา เช่น ฟันผุ หรือโรคเหงือก จะสามารถรักษาให้หายได้ในช่วงระยะเริ่มต้น พร้อมได้รับคำแนะนำที่เหมาะสมจากทันตแพทย์

ทั้งนี้ Fluocaril (ฟลูโอคารีล) ได้ร่วมมือกับพันธมิตรคลินิกทันตกรรมชั้นนำ 74 แห่งทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล เพื่อสนับสนุนให้ผู้บริโภคชาวไทยเข้าถึงบริการทันตกรรมได้ง่ายยิ่งขึ้น ด้วยการให้บริการตรวจเช็กสุขภาพฟันฟรีและสนับสนุนส่วนลดค่าบริการอุดฟัน 300 บาท ภายใต้กิจกรรม “ฟันผุบ๊ายบาย ใช้ชีวิตสบาย ๆ กับฟลูโอคารีล” ซึ่งตั้งอยู่บนหลักการสำคัญในการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันเพื่อตัดวงจรฟันผุตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เพียงซื้อสินค้าฟลูโอคารีลชนิดหรือขนาดใดก็ได้และสแกน QR CODE หน้ากล่องเพื่อลุ้นรับสิทธิ์ (จำกัด 500 สิทธิ์แรกต่อเดือนเท่านั้น) สามารถร่วมกิจกรรมได้แล้วตั้งแต่วันนี้จนถึง 30 ธันวาคม 2568 ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: Fluocaril Thailand