สมาคมส่งเสริมการศึกษาในถิ่นกันดารฯ ครบรอบ 55 ปี ลงพื้นที่สงเคราะห์ 4 โรงเรียนในถิ่นทุรกันดาร

สมาคมส่งเสริมการศึกษาในถิ่นกันดารฯ ครบรอบ 55 ปี ลงพื้นที่สงเคราะห์ 4 โรงเรียนในถิ่นทุรกันดาร

สมาคมส่งเสริมการศึกษาในถิ่นกันดารฯ ครบรอบ 55 ปี ลงพื้นที่สงเคราะห์ 4 โรงเรียนในถิ่นทุรกันดาร

วันพฤหัสบดี ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สมาคมส่งเสริมการศึกษาในถิ่นกันดาร ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (สศก.) นำโดย มนวิภา ประชัญคดี นายกสมาคมฯ,รศ.นพ.ปกิตติ ทยานิธิ ที่ปรึกษาสมาคมฯ,พล.อ.สมโภชน์ นนทชัย อุปนายกสมาคมฯ พร้อมด้วยคณะกรรมการและสมาชิกลงพื้นที่เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่โรงเรียนในถิ่นทุรกันดารในจังหวัดสระแก้วและจังหวัดปราจีนบุรี รวม 4 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนบ้านหนองชะอม และโรงเรียนบ้านหนองเต่า, โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านเขาสารภี, โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนประชารัฐบำรุง 1

มนวิภา ประชัญคดี นายกสมาคมฯ พร้อมด้วย รศ.นพ.ปกิตติ ทยานิธิ ที่ปรึกษาฯ, พล.อ.สมโภชน์ นนทชัย ที่ปรึกษา,สมาชิกฯ และแขกผู้มีเกียรติ ร่วมพิธีส่งมอบอาคาร “ห้องสมุดที่ระลึก 55 ปี สศก.” 

คณะกลุ่มรักไม่รู้โรย ร่วมกิจกรรมให้การสงเคราะห์กับสมาคมฯ 

กิจกรรมในครั้งนี้จัดขึ้นในโอกาสครบรอบ 55 ปีของการก่อตั้งสมาคมฯ ซึ่งมีวัตถุประสงค์ ในการสร้างถาวรวัตถุให้กับโรงเรียนจึงได้มอบทุนทรัพย์เพื่อสร้างห้องสมุดและได้ทำพิธีเปิดอาคาร “ห้องสมุดที่ระลึก 55 ปี สศก.” ให้แก่โรงเรียนบ้านหนองชะอม อำเภอเมืองปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งจะเป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีคุณค่าในด้านวิชาการ เป็นการเปิดโลกกว้างโดยส่งเสริมทักษะด้านการอ่านและพัฒนาสติปัญญาให้กับนักเรียนในพื้นที่อย่างยั่งยืน ภายในห้องสมุดจัดให้มีมุมหนังสือเฉลิมพระเกียรติ, สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน, หนังสือพระราชนิพนธ์, รวมถึงมีมุมคอมพิวเตอร์เพื่อให้เด็กนักเรียนได้เข้าถึงแหล่งความรู้ในยุคดิจิทัล อีกทั้งยังปลูกฝังความรักในการเรียนรู้ พร้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ไทย ผู้ทรงทุ่มเทให้แก่การพัฒนาการศึกษา นอกจากนั้น สมาคมฯ ยังได้มอบทุนทรัพย์สนับสนุนค่าจ้างครูผู้สอนเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์การเรียน เลี้ยงอาหารกลางวันและไอศกรีมให้กับนักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรม ขณะที่โรงเรียนบ้านหนองเต่า อำเภอเมืองปราจีนบุรี  จังหวัดปราจีนบุรี ได้รับทุนทรัพย์สนับสนุนการซ่อมแซมระบบกรองน้ำดื่มในโครงการ “ธารน้ำใน ใสสะอาด” พร้อมอุปกรณ์การเรียนการสอนและหนังสือเพื่อเข้าห้องสมุด 

สมาคมฯ สนับสนุนทุนทรัพย์ เพื่อการซ่อมแซมระบบกรองน้ำดื่ม ในโครงการ “ธารน้ำใน ใสสะอาด” ณ โรงเรียนบ้านหนองเต่า

สำหรับโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านเขาสารภี อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว สมาคมฯ มอบชุดพละ เครื่องตัดหญ้า อุปกรณ์การเรียนการสอน ของเล่นเสริมทักษะและหนังสือเข้าห้องสมุด ส่วนโรงเรียน ตชด.ประชารัฐบำรุง 1 อำเภออรัญประเทศได้รับมอบตู้กดน้ำเย็น ข้าวสารและอุปกรณ์การเรียนต่างๆ นอกจากนี้ สมาคมฯ ยังเล็งเห็นถึงบทบาทของเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจในพื้นที่ชายแดนซึ่งเสียสละปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติได้มอบเครื่องอุปโภคบริโภคของใช้จำเป็นและทุนทรัพย์จำนวนหนึ่งให้แก่ ตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว, กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 12 และหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 13 เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง

สมาคมฯ ร่วมเป็นกำลังใจให้ผู้ปฎิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา

มนวิภา ประชัญคดี นายกสมาคมฯ เผยว่า “ความสำเร็จของภารกิจในครั้งนี้เป็นผลจากความร่วมมือจากผู้มีจิตศรัทธาทุกท่านที่เชื่อมั่นในสมาคมฯ และเล็งเห็นความสำคัญของการศึกษา ร่วมบริจาคทุนทรัพย์และสิ่งของเพื่อมอบให้กับโรงเรียนและนักเรียนในถิ่นกันดาร สมาคมฯ ขอบคุณทุกท่านรวมทั้งสมาชิกสมาคมฯ จากใจจริง โดยเฉพาะหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทยที่ให้การสนับสนุนยานพาหนะสำหรับภารกิจในพื้นที่ห่างไกล”

ทั้งนี้ สมาคมส่งเสริมการศึกษาในถิ่นกันดารฯ ยังคงมุ่งมั่นสานต่อเจตนารมณ์ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาในพื้นที่ทุรกันดารทั่วประเทศ พร้อมทำหน้าที่เป็น “สื่อกลางแห่งน้ำใจ” ระหว่างผู้มีจิตเมตตา กับเยาวชนไทยที่ยังคงรอคอยโอกาสและการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง

ผู้ที่สนใจสามารถร่วมบริจาคหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ E-mail: helpthaistudent@gmail.com Facebook: สมาคมส่งเสริมการศึกษาในถิ่นกันดารฯ  เว็บไซต์: www.promothaieducation.org

เปิดฉาก ‘มิสอินเตอร์เนชั่นแนลควีน 2025’ 23 สาวงามทั่วโลกสัมผัสมนต์เสน่ห์ล้านนา

เปิดฉาก ‘มิสอินเตอร์เนชั่นแนลควีน 2025’  23 สาวงามทั่วโลกสัมผัสมนต์เสน่ห์ล้านนา

เปิดฉาก ‘มิสอินเตอร์เนชั่นแนลควีน 2025’ 23 สาวงามทั่วโลกสัมผัสมนต์เสน่ห์ล้านนา

วันพฤหัสบดี ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

การประกวดมิสอินเตอร์เนชั่นแนลควีน 2025 (Miss International Queen 2025) เปิดฉากขึ้นอย่างเป็นทางการที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีเป้าหมายสำคัญในการส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และยกระดับ Soft Power ไทยสู่สายตาชาวโลก โดย 23 สาวงามผู้เข้าประกวดจาก 23 ประเทศทั่วโลก ภายใต้การต้อนรับสู่ดินแดนล้านนาอย่างอบอุ่นจากจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อร่วมกิจกรรมเก็บตัวและสัมผัสประสบการณ์วัฒนธรรมไทยอันเป็นเอกลักษณ์

ทั้ง 23 สาวงามได้รับการต้อยรับอย่างอบอุ่นจาก นายอิทธิรัฐ สินารักษ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ นายเก่ง ชัยวารินทร์ รองผู้อำนวยการสำนักงาน ททท.สำนักงานเชียงใหม่ นายกิตติคุณ คุ้มเกตุ ผู้แทนผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ และ นายจักรพงษ์ สิทธิหล่อ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ ณ ท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่ สำหรับทำกิจกรรมระหว่างวันที่ 8 – 11 กันยายน 2568 ก่อนก้าวสู่เวทีการประกวดในรอบถัดไป

ตลอดระยะเวลา 3 วันของการเก็บตัว ณ โรงแรมรติล้านนา ริเวอร์ไซด์ สปา รีสอร์ท เชียงใหม่ ผู้เข้าประกวดจะได้สัมผัสความงดงามทางธรรมชาติ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตอันเป็นเอกลักษณ์ของล้านนาอย่างแท้จริงผ่านกิจกรรมต่าง ๆ  อาทิ กิจกรรม “To The Nature’s Embrace” ที่เน้นประสบการณ์การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และกิจกรรม “To The Art Of Lanna Legacy” เพื่อเรียนรู้งานหัตถศิลป์และวิถีชีวิตพื้นบ้านล้านนาหลากหลายรูปแบบ รวมถึงการเยี่ยมชมแหล่งท่องเที่ยวสำคัญต่าง ๆ โดยได้รับการสนับสนุนจากจังหวัดเชียงใหม่ และสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่

ไฮไลต์สำคัญคือ การจัดงาน “Miss International Queen 2025 Gala Night: Culture & Couture in Chiang Mai” ในช่วงค่ำของวันที่ 10 กันยายน 2568 ณ โรงแรมอนันตรา เชียงใหม่ รีสอร์ท ซึ่งผู้เข้าประกวดจะปรากฏตัวใน The Lanna Queen’s Garden Fashion Show โดยสวมใส่ชุด “ล้านนาร่วมสมัย” ที่ออกแบบโดยอาจารย์หิรัญกฤษฏิ์ ภัทรบริบูรณ์กุล ดีไซเนอร์ไทยชื่อดังผู้คว้ารางวัลระดับนานาชาติ ซึ่งเป็นการผสมผสานความงดงามของศิลปะล้านนาเข้ากับแฟชั่นระดับโลกได้อย่างลงตัว โดยสามารถรับชมการถ่ายทอดสดได้ทาง YouTube: Miss International Queen

ผู้เข้าประกวดทั้ง 23 คนมาจากหลากหลายประเทศ ได้แก่ ไทย, บราซิล, ชิลี, จีน, โคลอมเบีย, คิวบา, เช็ครีพับบลิค, เอกวาดอร์, อินโดนีเซีย, ญี่ปุ่น, ลาว, มาเลเซีย, เม็กซิโก, เมียนมา, เปรู, นิการากัว, เปอร์โตริโก, ฟิลิปปินส์, ไต้หวัน, ตุรกี, สหรัฐอเมริกา, เวียดนาม, และเวเนซูเอลา

ติดตามความเคลื่อนไหวและการประกาศผลของการประกวด Miss International Queen 2025 ได้ที่ทุกช่องทางของ Miss International Queen:  Website: https://missinternationalqueen.com/home  Facebook: https://www.facebook.com/MissInternationalQueen YouTube: https://www.youtube.com/@MissInternationalQueen  Instagram: https://www.instagram.com/missinternationalqueen/

ป๊อปอัพสุดล้ำ! สัมผัสประสบการณ์เหนือธรรมชาติ DANDADAN POP-UP STORE THAILAND

ป๊อปอัพสุดล้ำ! สัมผัสประสบการณ์เหนือธรรมชาติ DANDADAN POP-UP STORE THAILAND

ป๊อปอัพสุดล้ำ! สัมผัสประสบการณ์เหนือธรรมชาติ DANDADAN POP-UP STORE THAILAND

วันพฤหัสบดี ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ป๊อปอัพสุดล้ำที่ ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ อยากให้ทุกคนมาสัมผัสประสบการณ์เหนือธรรมชาติในงาน “DANDADAN POP UP STORE THAILAND” จัดโดย Japan Anime Movie Thailand ภายใต้การดูแลของบริษัท ไฟว์สตาร์ เอเจนซี่ จำกัด ร่วมกับ Muse Communication เปิดให้ชมฟรี!! จนถึงวันอาทิตย์ที่ 14 กันยายน 2568 บริเวณชั้น 4 โซน A พร้อมระเบิดพลังจิตสุดป่วน ทะลุจักรวาล รวบรวมทุกความปั่น ความฮา และความลี้ลับจากอนิเมะชื่อดัง “DANDADAN” มาไว้ให้แฟนๆ ชาวไทยได้สัมผัสกันแบบเต็มอารมณ์ ขนทัพสินค้าลิขสิทธิ์แท้และสินค้าลิมิเต็ด เฉพาะประเทศไทยเท่านั้น  และโซนคาเฟ่ให้ได้อิ่มอร่อย พร้อมสะสมของที่ระลึกไปพร้อมกัน ครบจบในงานเดียว

วันแรกของงาน สหัพย์ภัค โชควิจิตรกุล กรรมการผู้จัดการศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ บริษัท เอ็มบีเค เซอร์วิส โซลูชั่น จำกัด ร่วมเปิดตัวและเยี่ยมชมนิทรรศการ โดยมี พิชชาภา ณรงค์พันธ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไฟว์สตาร์ เอเจนซี่ จำกัด ต้อนรับ ซึ่ง เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ นับเป็นศูนย์กลางการจัดนิทรรศการอนิเมะมากที่สุดและต่อเนื่องตลอดทั้งปี รวบรวมสุดยอดแอนิเมชั่นญี่ปุ่นชื่อดังที่ได้รับความนิยมและเป็นที่ชื่นชอบของคนรักอนิเมะ

DANDADAN อนิเมะสุดแหวกแนวแนวไซไฟ-คอมเมดี้-เหนือธรรมชาติจากปลายปากกาของอาจารย์ยูกิโนบุ ทัตสึ ที่ครองใจผู้ชมทั่วโลกด้วยพล็อตไม่ซ้ำใคร ตัวละครสุดจี๊ดและภาพลายเส้นที่น่าหลงใหลร่วมลุ้นไปกับ “โอคารุน” หนุ่มเนิร์ดผู้ศรัทธาในยูเอฟโอ และ “โมโมะ” สาวแกร่งผู้เชื่อในวิญญาณกับการต่อสู้เหนือธรรมชาติสุดวายป่วง กระแสแรงทั่ววงการอนิเมะ

ภายในแบ่งเป็น 3 โซนหลักสุดล้ำที่จะได้ “อิน” แบบทะลุมิติ โซนที่ 1 “DANDADAN WORLDS”  ออกแบบและตกแต่งแบบพิเศษ  เป็นโซนถ่ายภาพที่จะพาแฟนๆ หลุดเข้าไปในฉากดังของ DANDADAN  โซนที่ 2 DANDADAN OFFICIAL GOODS รวมของเด็ด ของดี ของลิมิเต็ดจากญี่ปุ่น โซนนี้ คือ สวรรค์ของเหล่าแฟนคลับ DANDADAN และนักสะสมสายอนิเมะ พบกับทัพสินค้าลิขสิทธิ์แท้ส่งตรงจากญี่ปุ่นมาให้เลือกสรรอย่างจุใจ  โซนที่ 3 คาเฟ่ DANDADAN DIMENSION CAFE  คาเฟ่สุดล้ำที่มีทั้งความอร่อยและของสะสมสุดปัง คาเฟ่ธีมพิเศษจากจักรวาล DANDADAN ที่ออกแบบเมนูสุดจี๊ดตามคาแรกเตอร์ในเรื่อง ทั้งเครื่องดื่ม ขนม และไอศกรีมสุดคิ้วท์ นอกจากนี้ยังมีพร็อพถ่ายรูปสุดน่ารักให้แฟนๆ ได้ฟิน อิ่ม คุ้มกันไปเลย

เชิญชวนผู้ที่สนใจและหลงรักในอนิเมะ DANDADAN สัมผัสบรรยากาศการตามล่าสิ่งลี้ลับ พร้อมเพลิดเพลินไปกับสินค้าชั้นยอดมากมาย ติดตามกิจกรรมและโปรโมชันดีๆ ของศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ได้ที่ https://www.mbk-center.co.th/ หรือ เฟซบุ๊กเพจ mbkcenterth อินสตาแกรม mbkcenter

Maison JE Bangkok จับมือ L Gallery ชวน 6 ศิลปินร่วมสมัยจากเกาหลี ถ่ายทอดพลังแห่งสีสันและอารมณ์ในนิทรรศการ ‘COLOR PULSE’

Maison JE Bangkok จับมือ L Gallery ชวน 6 ศิลปินร่วมสมัยจากเกาหลี   ถ่ายทอดพลังแห่งสีสันและอารมณ์ในนิทรรศการ ‘COLOR PULSE’

Maison JE Bangkok จับมือ L Gallery ชวน 6 ศิลปินร่วมสมัยจากเกาหลี ถ่ายทอดพลังแห่งสีสันและอารมณ์ในนิทรรศการ ‘COLOR PULSE’

วันพฤหัสบดี ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

Maison JE Bangkok ร่วมกับ L Gallery จัดแสดงนิทรรศการศิลปะร่วมสมัย “COLOR PULSE” นำเสนอผลงานของ 6 ศิลปินจากเกาหลี ได้แก่ ทูมยอง (2Myoung), อิมโซลจี (Im Solji), คิมอ๊ก-จิน (Kim Ok-Jin), ลีแจยุล (Lee Jaeyual), ซูซี่ คิว (Suzy Q) และ ควายา (Qwaya) ระหว่างนี้จนถึงวันที่ 12 ตุลาคม 2568 ณ Maison JE Bangkok

นิทรรศการ COLOR PULSE ถ่ายทอด “สี” ในฐานะภาษาของอารมณ์และจังหวะความรู้สึก ผ่านผลงานที่มีเอกลักษณ์เฉพาะของศิลปินตั้งแต่ประติมากรรมที่ผสานจินตนาการกับของเล่นและสัญลักษณ์ของ 2Myoung, โลกแฟนตาซีสีสันสดใสราวกับนิทานของ Im Solji, ความเงียบงันสะท้อนความโดดเดี่ยวในสังคมเมืองของ Kim Ok-Jin, ภูมิทัศน์ลึกลับที่เชื่อมศิลปะดั้งเดิมกับความร่วมสมัยของ Lee Jaeyual, การค้นหาตัวตนในความทรงจำผ่านตัวละคร Moo ของ Suzy Q, ไปจนถึงภาพสีน้ำมันโทนเขียวฟ้าที่ถ่ายทอดอารมณ์สงบลึกซึ้งของ Qwaya

“COLOR PULSE ไม่ใช่แค่เพียงการรับรู้ผ่านสายตา หากแต่ยังมองว่า “สี” คือจังหวะความรู้สึกในชีวิต ที่เชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกัน แม้รูปแบบการสร้างสรรค์ของศิลปินแต่ละคนจะแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง แต่สีทั้งหกกลับสอดประสานกันอย่างกลมกลืน ราวกับหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะเดียวกัน ถ่ายทอดแรงสั่นสะเทือนที่ซึมลึกไปสู่ผู้ชม พร้อมเชื้อเชิญให้ทุกคนได้สัมผัสและจดจำ “สี” ในมิติที่แตกต่างออกไป

ท่ามกลางสีสันเหล่านี้ อาจมีสีใดสีหนึ่งที่จะดึงดูดคุณให้เข้าสู่โลกแห่งจินตนาการของศิลปินแต่ละคนโดยไม่รู้ตัว เพียงแค่ปล่อยให้ “สี” เป็นผู้นำทาง เพื่อค้นพบสิ่งที่ซ่อนอยู่ภายในใจ และปลุกความรู้สึกบางอย่างให้กลับมาเต้นอีกครั้ง

ภายในนิทรรศการ COLOR PULSE ผู้ชมสามารถร่วมสนุกกับกิจกรรม “Choose Your Own Color” ที่เชื่อมโยงตัวตนเข้ากับศิลปะ ผ่านการสุ่มเลือก Color Tarot Card การ์ดที่เผย “สีประจำตัว” หรือ “Lucky Color” ของคุณ พร้อมคำบรรยายซึ่งสะท้อน อารมณ์ ปลุกกำลังใจและจุดประกายจินตนาการ จากนั้น ออกเดินทางตามหาผลงานศิลปะที่สะท้อนพลังของสีนั้น ซึ่งเชื่อมโยงกับหนึ่งในหกศิลปิน เพื่อค้นพบความหมายและแรงบันดาลใจในแบบเฉพาะตัว พร้อมซึมซับประสบการณ์ที่ลึกซึ้ง อิ่มเอม ทั้งต่อประสาทสัมผัสและหัวใจ

นิทรรศการจัดแสดงที่ Maison JE Bangkok เวลา 11.00-19.00 น. (ปิดทุกวันจันทร์)  ข้อมูลเพิ่มเติมคลิกที่เว็บไซต์: www.maisonje.com เฟซบุ๊ก: Maison JE Bangkok อินสตาแกรม: @maisonje_bkk โทรศัพท์: 096 221 1646

คุณแหน : 11 กันยายน 2568

คุณแหน : 11 กันยายน 2568

คุณแหน : 11 กันยายน 2568

วันพฤหัสบดี ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2568, 02.00 น.

  • พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุเคราะห์โดยตลอด ในพิธีบำเพ็ญพระราชกุศล ศ.เกียรติยศ นพ.สงคราม ทรัพย์เจริญ อดีตแพทย์ประจำพระองค์ ในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมราชบพิตร 10-16 ก.ย.18.30 น. ศาลาบัณณรศภาค วัดเบญจมบพิตร เจ้าภาพของดพวงหรีดและขอเชิญร่วมทำบุญกับโรงพยาบาลศิริราชและคลินิกศูนย์แพทย์พัฒนา ..
  • ครบรอบ 83 ปี ภัทรา ศิลาอ่อน เชิญญาติมิตรร่วมงาน Patara’s Party 14 ก.ย.14.00 น. ที่บ้านสุริยน Grand Seaside  แหลมฟาน ศรีราชา เจ้าภาพของดของขวัญ เชิญร่วมทำบุญวันมหิดล (ศิริราชมูลนิธิ) เหมือนเช่นทุกปี..
  • ชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย(สำนักงาน คปภ.) เป็นประธานพิธีถวายผ้าป่าสามัคคี เพื่อบูรณะอุโบสถและสาธารณูปการ วัดธรรมนิมิต อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม 19 ก.ย.13.30 น. ร่วมทำบุญบัญชี วัดธรรมนิมิต (ทอดผ้าป่า คปภ.2568) ธ.กรุงไทย สาขาแม่กลอง เลขที่ 748-0-62598-7.. สอบถาม 02-5153995
  • ในโอกาสกรมกิจการพลเรือนทหารอากาศ ครบรอบ 22 ปี พล.อ.ท.ณรัฐ บุญประเสริฐ เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารอากาศ จัดพิธีสงฆ์ทำบุญเลี้ยงพระอุทิศแด่อดีตกำลังพลของกรมฯ ที่ล่วงลับไปแล้วและเพื่อความเป็นสิริมงคล 16 ก.ย.09.40 น. ที่กรมฯ ของดกระเช้าดอกไม้ หากร่วมบริจาคเพื่อกองทุนสวัสดิการ ได้ที่ ธนาคารไทยธนชาต ชื่อบัญชี กิจกรรมสวัสดิการและการกุศล กร.ทอ.เลขที่ 057-2-30801-3..
  • ดร.ศักดิ์ดา พรรณไวย บิ๊กบอสแห่ง DMT ภูมิใจที่บริษัทได้รับคัดเลือกเป็นหนึ่งในองค์กรต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชนระดับดีเด่น ประจําปี 2568 จากกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม   เตรียมขึ้นรับโล่รางวัลปลายเดือนนี้..
  • สนง.การท่องเที่ยวไต้หวันประจำกรุงเทพฯ จัดงาน Taiwan Travel Fair 2025 งานมหกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวไต้หวันครั้งใหญ่ (ครั้งที่3) 12-14 ก.ย. แวะไปที่ชั้นM ศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์ ภายใต้ธีม “ไต้หวันมะ Taiwan(na) Go With Me?” เชิญชวนคนไทยไปสำรวจมุมมองใหม่และสถานที่ Unseen สวยๆ ของไต้หวัน Facebook: Taiwan Tourism TH..
  • สุนันต์ อรุณนพรัตน์  นายกสมาพันธ์สมาคมศิษย์เก่า  คณะเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทย (CGA),กรรมการและที่ปรึกษายินดีกับ อนุทิน ชาญวีรกูล  ศิษย์เก่าโรงเรียนอัสสัมชัญรุ่นที่  98 ได้เป็นนายกรัฐมนตรีไทยคนที่ 32 ..
  • งานแสดงสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ ครั้งที่ 72 “The 72th  Bangkok Gems and Jewelry Fair” รวบรวมสินค้าอัญมณีทั้งในและต่างประเทศรวม 1,106 บริษัท ที่ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ 9-13 ก.ย.หนึ่งในนั้นมีแบรด์ AVALON Jewelry โดย ธันยพล คงวิทยากิจจ์  บ.มณีมงคล เจมส์ แฟคตอรี่ แวะชมได้ที่บูธ S64 และ T63 รวมทั้งการแสดงผลงาน “Mystery Forest” สร้อยสังวาลย์ที่ถ่ายทอดศิลปะร่วมสมัยและปรัชญา ชมได้ที่โซน Gilded Soul หน้าฮอลล์ 2 ชั้น G ..

น้อง

‘ซีพี แอ็กซ์ตร้า’ จับมือพันธมิตร ส่งมอบมื้ออาหารดีๆ ให้กลุ่มเปราะบาง ตั้งเป้า 10 ล้านมื้อ

‘ซีพี แอ็กซ์ตร้า’ จับมือพันธมิตร  ส่งมอบมื้ออาหารดีๆ ให้กลุ่มเปราะบาง ตั้งเป้า 10 ล้านมื้อ

‘ซีพี แอ็กซ์ตร้า’ จับมือพันธมิตร ส่งมอบมื้ออาหารดีๆ ให้กลุ่มเปราะบาง ตั้งเป้า 10 ล้านมื้อ

วันพุธ ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2568, 17.57 น.

บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจค้าส่งค้าปลีก แม็คโคร-โลตัส เดินหน้าสานต่อพันธกิจด้านการพัฒนาสังคมและคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน ร่วมกับ กรุงเทพมหานคร (BKK Food Bank), กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และมูลนิธิ สโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์ (SOS Thailand) เปิดตัวโครงการ “กินได้ไม่ทิ้งกัน” เพื่อส่งต่อสินค้าอาหารและวัตถุดิบที่ยังคงคุณภาพดีและไม่หมดอายุ ให้แก่ประชาชนในชุมชนและกลุ่มเปราะบางใน 50 เขตกรุงเทพมหานคร ตั้งเป้าหมายบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายครัวเรือน และสร้างโอกาสให้ผู้ที่ขาดแคลนสามารถเข้าถึงอาหารที่มีคุณภาพได้อย่างเท่าเทียม

นางศิริพร เดชสิงห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “โครงการ ‘กินได้ไม่ทิ้งกัน’ เกิดจากความร่วมมือระหว่าง ซีพี แอ็กซ์ตร้า และ BKK Food Bank ของกรุงเทพมหานคร ที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการกระจายอาหารไปยังชุมชนต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพและทั่วถึง ซึ่งสะท้อนเจตนารมณ์ของเราที่ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงผลประกอบการ แต่ยังให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตของสังคมและชุมชนรอบข้าง โครงการนี้จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านอาหาร และเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) ให้กับครัวเรือน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ เด็ก และครอบครัวรายได้น้อย ทำให้ทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดี”

ด้าน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า “BKK Food Bank เป็นโครงการที่กรุงเทพมหานครจัดทำขึ้นเพื่อช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง โดยรับบริจาคอาหารและสิ่งของจำเป็นไปกระจายในรูปแบบมินิมาร์ทที่ผู้รับสามารถเลือกเองได้ ปัจจุบันครอบคลุมทั้ง 50 เขต และมีระบบ BKK Food Bank Digital เพื่อความโปร่งใส สำหรับโครงการ ‘กินได้ไม่ทิ้งกัน’ ถือเป็นอีกภารกิจสำคัญในการดูแลคุณภาพชีวิตประชาชนและบริหารจัดการอาหารส่วนเกินให้เกิดประโยชน์สูงสุด เชื่อมโยงสิ่งที่เหลือไปสู่สิ่งที่ขาด สร้าง ‘วงจรแห่งการแบ่งปัน’ ที่ยั่งยืน ผมภาคภูมิใจที่กรุงเทพมหานครได้มีส่วนร่วมในการบรรเทาความเดือดร้อนและลดปัญหาอาหารส่วนเกิน พร้อมขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมแรงร่วมใจ เชื่อมั่นว่าโครงการนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงที่ดี สู่เมืองแห่งความยั่งยืนที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”

โครงการ “กินได้ไม่ทิ้งกัน” ของซีพี แอ็กซ์ตร้า โดย แม็คโคร-โลตัส จะเป็นเหมือน “เพื่อนบ้านใจดี” ที่ช่วยแบ่งเบาภาระครัวเรือน โดยเฉพาะในกลุ่มเปราะบาง ครอบครัวรายได้น้อย และผู้สูงอายุ ที่นอกจากจะได้อาหารสดใหม่ที่ยังมีคุณค่าทางโภชนาการแล้ว ครอบครัวยังได้ความสุขจากการมีอาหารรับประทานในทุกมื้อ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายมากเกินไป

อย่างไรก็ตาม โครงการ “กินได้ไม่ทิ้งกัน” นอกจากจะเป็นความร่วมมือกับ BKK Food Bank ของกรุงเทพมหานคร แล้ว ยังสะท้อนการบูรณาการพลังจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็น ภาคธุรกิจ ภาครัฐ และภาคประชาสังคม อาทิ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และ มูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์ (SOS Thailand) โดยมีเป้าหมายสำคัญร่วมกันคือ การส่งต่ออาหารคุณภาพ สร้างรากฐานชุมชนที่แข็งแรงและยั่งยืน พร้อมตอกย้ำว่า ธุรกิจที่ยั่งยืน คือธุรกิจที่ยกระดับคุณภาพชีวิตผู้คนไปพร้อมกับการเติบโตของเศรษฐกิจ

สำหรับชุมชนที่สนใจเข้าร่วมโครงการ “กินได้ไม่ทิ้งกัน” สามารถติดต่อได้ที่ BKK FOOD BANK ผ่าน “ฝ่ายพัฒนาชุมชนและสวัสดิการสังคม” ของสำนักงานเขตในพื้นที่ที่ชุมชนของท่านตั้งอยู่

สุดปลื้ม! เยาวชนไทยคว้ารางวัลเวทีโลก ‘ISEF 2025’

สุดปลื้ม! เยาวชนไทยคว้ารางวัลเวทีโลก ‘ISEF 2025’

สุดปลื้ม! เยาวชนไทยคว้ารางวัลเวทีโลก ‘ISEF 2025’

วันพุธ ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2568, 17.00 น.

รองนายกฯ ชื่นชมเยาวชนไทยคว้ารางวัลเวทีโครงงานวิทย์ฯ ระดับโลก ISEF 2025 สร้างความภูมิใจให้กับประเทศ ด้านรองปลัด อว. พร้อมต่อยอดโครงงานสู่ชีวิตจริง มุ่งใช้แก้ไขปัญหา ยกระดับคุณภาพชีวิต และส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศ

10 กันยายน 2568 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) แสดงความยินดีกับความสำเร็จของตัวแทนทีมเยาวชนไทย หลังสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยด้วยการคว้ารางวัลจากเวทีการแข่งขันโครงงานวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์สำหรับเยาวชน ระดับโลก REGENERON ISEF 2025 พร้อมมอบโอวาทให้กับเหล่าเยาวชนที่ได้เข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ โดยมี นางสาวสุณีย์ เลิศเพียรธรรม รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ดร.กรรณิการ์ เฉิน รองผู้อำนวยการ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) ดร.วรวรงค์ รักเรืองเดช รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) รศ.ดร.ธณัฏฐ์คุณ มงคลอัศวรัตน์ นายกสมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ นางสาวศิรินทร์พร เดียวตระกูล รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) นางสาวกริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) นายธนาภรณ์ พงศ์ปริตร ผู้จัดการโครงการกิจกรรมเพื่อสังคมธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) และตัวแทนทีมเยาวชน เข้าร่วม ที่ห้องฟ้า ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล

โดยทีมเยาวชนไทยที่เดินทางมาเข้าพบรอง นรม. ในครั้งนี้ ได้แก่ โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น (มอดินแดง) จ.ขอนแก่น, โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ จ.นครปฐม จำนวน 2 ทีม, โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย จ.เชียงใหม่ จำนวน 2 ทีม, โรงเรียนกำเนิดวิทย์ จ.ระยอง จำนวน 2 ทีม, โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย กรุงเทพฯ จำนวน 2 ทีม และโรงเรียนดำรงราษฎร์สงเคราะห์ จ.เชียงราย จำนวน 2 ทีม

นายประเสริฐ ได้กล่าวชื่นชมทีมเยาวชนไทยที่นำความรู้ความสามารถไปแสดงบนเวทีระดับโลก ซึ่งผลงานของเยาวชนไทยในครั้งนี้นับว่ายอดเยี่ยมและน่าภาคภูมิใจอย่างยิ่ง โดยสามารถคว้ารางวัลรวมทั้งสิ้น 11 รางวัล สะท้อนถึงความสามารถ ความมุ่งมั่น และความคิดสร้างสรรค์ของเยาวชนไทยที่สามารถแข่งขันและได้รับการยอมรับในระดับโลก ความสำเร็จนี้ไม่เพียงเป็นเกียรติยศของเยาวชนไทยเท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของระบบการศึกษาไทย และความร่วมมือที่เข้มแข็งระหว่างภาครัฐ สถานศึกษา และองค์กรด้านวิทยาศาสตร์ระดับประเทศ ที่ร่วมกันผลักดันให้เยาวชนไทยได้มีโอกาสแสดงความสามารถบนเวทีโลกโดยตนขอให้เยาวชนนำความสำเร็จครั้งนี้ไว้เป็นแรงผลักดันเพื่อต่อยอดในการพัฒนาและสร้างประโยชน์ในวงกว้างให้กับประเทศไทยต่อไปในอนาคต

ด้านนางสาวสุณีย์ กล่าวว่า ปีนี้ กระทรวง อว. โดย อพวช. สวทช. และ วช. ร่วมกับ สมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ส่งทีมเยาวชนไทย จำนวน 14 ทีม เข้าร่วมการแข่งขันโครงงานวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์สำหรับเยาวชนระดับโลก REGENERON ISEF 2024 โดยผลงานของทีมเยาวชนไทยในครั้งนี้ ถือว่าเป็นความภาคภูมิใจของเยาวชนและทุกหน่วยงานที่สนับสนุน เนื่องจากเยาวชนไทยสามารถพัฒนาผลงานโครงงานวิทยาศาสตร์ออกมาได้โดดเด่นจนสามารถสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย คว้ารางวัลประกอบด้วยรางวัล Grand Award จำนวน 8 รางวัล และ Special Award จำนวน 3 รางวัล รวมทั้งหมด 11 รางวัล ในหลากหลายสาขา อาทิ สาขาสัตวศาสตร์ สาขาวิทยาศาสตร์และสิ่งแวดล้อม สาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์ปริวรรต สาขาฟิสิกส์และดาราศาสตร์ สาขาเคมี สาขาชีวเคมี และสาขาเทคโนโลยีส่งเสริมศิลปะ

“กระทรวง อว. มีความมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนการพัฒนาต่อยอดโครงงานของเยาวชนเหล่านี้ให้สามารถนำไปใช้จริง เพื่อแก้ไขปัญหา ยกระดับคุณภาพชีวิต และส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศ อันจะเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในเวทีโลกอย่างยั่งยืนต่อไป” รองปลัดกระทรวง อว. กล่าว

-(016)

NIA ร่วมกับ ซีพี ซีดดิ้งฯ ดันผู้ประกอบการไทยสู่ธุรกิจสีเขียวอย่างยั่งยืน

NIA ร่วมกับ ซีพี ซีดดิ้งฯ ดันผู้ประกอบการไทยสู่ธุรกิจสีเขียวอย่างยั่งยืน

NIA ร่วมกับ ซีพี ซีดดิ้งฯ ดันผู้ประกอบการไทยสู่ธุรกิจสีเขียวอย่างยั่งยืน

วันพุธ ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2568, 16.12 น.

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จับมือกับบริษัท ซีพี ซีดดิ้ง โซเชียลอิมแพคท์ จำกัด เดินหน้าขับเคลื่อน “IBEs: Driving Green Innovation” หลักสูตรเร่งรัดเพื่อพัฒนาผู้ประกอบการไทยให้สามารถปรับตัวสู่ธุรกิจสีเขียวได้อย่างเป็นระบบและแข่งขันได้จริงทั้งในประเทศและระดับสากล ซึ่งสะท้อนพันธกิจของ NIA ในฐานะหน่วยงานหลักในการส่งเสริมนวัตกรรมระดับประเทศ ที่ไม่เพียงมุ่งสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเกิดนวัตกรรม แต่ยังลงมือดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ด้าน ESG & Green Transformation และใช้นวัตกรรมเป็นเครื่องมือในการปรับตัวสำหรับเตรียมความพร้อมเชิงกลยุทธ์เพื่อการเปลี่ยนผ่านที่แข่งขันได้ในตลาดจริง

ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ NIA เปิดเผยว่า “หลักสูตร IBEs: Driving Green Innovation ถูกออกแบบให้เริ่มต้นด้วยกิจกรรม Boost Up Online ซึ่งเป็นการอบรมแบบเปิด เพื่อปูพื้นฐานแนวคิดให้กับผู้ประกอบการทั่วไป และคัดเลือกผู้ประกอบการที่มีศักยภาพเข้าสู่ Transformation Lab ซึ่งครอบคลุมกว่า 17 หัวข้อ โดยมีวิทยากรและผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาทางธุรกิจรวม 28 ท่าน นอกจากนี้ ผู้ประกอบการยังได้รับโอกาสพิเศษในการขอคำปรึกษาแบบ หนึ่งต่อหนึ่ง (One on One) ผ่านกระบวนการ On Demand Clinic กับผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านทั้งเทคโนโลยี ผลิตภัณฑ์ การตลาด และการเงิน เพื่อช่วยแก้โจทย์เชิงลึกและต่อยอดแผนธุรกิจให้พร้อมสู่โลกสีเขียว”

หลักสูตรดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 พฤษภาคม – 9 กันยายน 2568 โดยมีผู้สมัครเข้าร่วมมากกว่า 500 ธุรกิจจาก
ทั่วประเทศในช่วง Boost Up Online และผ่านการคัดเลือก 150 ธุรกิจเข้าสู่ Transformation Lab เพื่อรับการอบรมเชิงลึกและการสนับสนุนเฉพาะด้าน จนกระทั่งมาถึงกิจกรรมในวันนี้ ซี่งจะเป็นเวที Business Pitching & Showcase ให้นำเสนอผลลัพธ์และแผนธุรกิจสีเขียวของผู้ประกอบการต่อกลุ่มพันธมิตร นักลงทุน และหน่วยงานสนับสนุน พร้อมเปิดพื้นที่การแสดงสินค้านวัตกรรมจากผู้ประกอบการ 33 ธุรกิจทั่วประเทศ

ดร.กริชผกา กล่าวเพิ่มเติมว่า “NIA เชื่อมั่นว่าผู้ประกอบการไทยคือกลไกสำคัญในการสร้างอนาคตที่ยั่งยืน และนวัตกรรมคือกุญแจสู่การเปลี่ยนผ่านนั้น หลักสูตรนี้จึงไม่ใช่แค่การให้ความรู้แต่คือการเตรียมความพร้อม ลงมือทำ และแข่งขันได้จริง เราต้องการสร้าง First Mover ด้านธุรกิจสีเขียว ที่สามารถตอบโจทย์ทั้งตลาดวันนี้และเทรนด์ของโลกในอนาคต ผ่านการออกแบบการเรียนรู้ที่ลงลึก พร้อมเครื่องมือ กลยุทธ์ และเครือข่ายสนับสนุน ผู้ประกอบการที่ผ่านโครงการนี้จะสามารถเปลี่ยนธุรกิจเดิมให้กลายเป็นธุรกิจที่ตอบโจทย์โลกสีเขียว”

ด้านดร.เอกชัย ตั้งรัตนาวลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพี ซีดดิ้ง โซเชียลอิมแพคท์ จำกัด กล่าวว่า “โครงการนี้คือจุดเริ่มต้นที่ดีของการปลูกฝังแนวคิด Green ให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมธุรกิจไทยที่ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่สามารถเริ่มได้ง่าย เช่น การลดของเสีย หรือการพัฒนากระบวนการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เราอยากให้โครงการนี้เป็นก้าวแรกของ Green Sandbox ในอนาคต ที่เปิดโอกาสให้ทดลองนวัตกรรมจริง”

อย่างไรก็ตาม ตลอดระยะเวลากว่า 3 เดือนของการอบรมและพัฒนา ผู้ประกอบการกว่า 500 ราย ได้เริ่มต้นสู่เส้นทาง Green Transformation อย่างเป็นระบบ NIA และเครือ CP ต่างตั้งใจจะร่วมกันสร้าง “ระบบนิเวศของธุรกิจสีเขียว” ที่ผู้ประกอบการสามารถเรียนรู้ ทดลอง เติบโต และแข่งขันได้อย่างแท้จริง เพื่อให้ประเทศไทยสามารถก้าวเข้าสู่เศรษฐกิจสีเขียวที่ยั่งยืน แข็งแรง และมีนวัตกรรมเป็นหัวใจหลัก

“The Heart of Sharing – หัวใจแห่งการแบ่งปัน” กาล่าดินเนอร์การกุศล ฉลองครบรอบ 22 ปี HiSoParty

“The Heart of Sharing - หัวใจแห่งการแบ่งปัน” กาล่าดินเนอร์การกุศล ฉลองครบรอบ 22 ปี HiSoParty

“The Heart of Sharing – หัวใจแห่งการแบ่งปัน” กาล่าดินเนอร์การกุศล ฉลองครบรอบ 22 ปี HiSoParty

วันพุธ ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2568, 15.30 น.

กว่า 2 ทศวรรษ “HiSoParty” สื่อไลฟ์สไตล์ชั้นนำ ภายใต้การบริหารของ ครอบครัวธนวิสุทธิ์นำโดย อินทิรา, พัฒพงษ์ และปรียามล ธนวิสุทธิ์ ได้สะท้อนแนวคิดและแรงบันดาลใจของเซเลบริตี้และนักธุรกิจผู้ประสบความสำเร็จทั่วฟ้าเมืองไทย พร้อมให้ความสำคัญกับการตอบแทนสังคมมาโดยตลอด และในโอกาสครบรอบ 22 ปี บริษัท เวบ พับบลิชชิ่ง จำกัด ผู้ผลิตเว็บไซต์ HiSoParty Official และนิตยสาร HiSoParty จึงจัดงานกาลาดินเนอร์การกุศลสุดยิ่งใหญ่ “The Heart of Sharing – หัวใจแห่งการแบ่งปัน” ณ ห้องบอลรูมโรงแรมโฟร์ซีซันส์ กรุงเทพฯ แอท เจ้าพระยาริเวอร์ เมื่อวันอังคารที่ 9 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา

ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นไปด้วยเหล่าเซเลบริตี้ชั้นนำของเมืองไทย อาทิ ปานัดฌา ไทยเศรษฐ์,เกรียงศักดิ์ ตันติพิภพ, ชญาดา ลิ่วเฉลิมวงศ์, พ.อ.กฤชพล เศวตนันทน์ , ศ.ดร.บังอร เบ็ญจาธิกุล,ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์, นันทมาลี ภิรมย์ภักดี, ม.ล.พลอยนภัส ลีนุตพงษ์,  กรณ์ ณรงค์เดช ,วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา ฯลฯ ที่ต่างพร้อมใจกันมาร่วมแสดงความยินดี และร่วมกิจกรรมประมูลเข็มกลัด “ผึ้งไทยรักชาติ” จาก Beauty Gems ผลงานชิ้นพิเศษจาก ABEILLE COLLECTIONS ถ่ายทอดความงดงามของธงชาติไทยผ่านเพชร ไพลิน และทับทิม งานศิลป์อันทรงคุณค่าที่สามารถสวมใส่ได้ทั้งเข็มกลัดและจี้คอ โดยได้แรงบันดาลใจจาก “ความรัก และความภาคภูมิใจในความเป็นไทย” ซึ่งรายได้ทั้งหมดมอบให้แก่ มูลนิธิพิทักษ์และคุ้มครองเด็ก เพื่อช่วยเหลือ พิทักษ์และต่อต้านการล่วงละเมิดสิทธิเด็กและเยาวชน ทั้งทางร่างกายและจิตใจ และกองทัพบก เพื่อช่วยเหลือทหารที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ชายแดน

ปรียามล ธนวิสุทธิ์ ผู้บริหาร บริษัท เวบ พับบลิชชิ่ง จำกัด เผยว่า “กว่า 22 ปีที่ผ่านมา HiSoParty ไม่เพียงเป็นนิตยสารหรือแพลตฟอร์มไลฟ์สไตล์ที่เป็นนิตยสารออนไลน์เจ้าแรกในประเทศไทย แต่ยังเป็นเวทีที่สะท้อนเรื่องราวของผู้คนที่ประสบความสำเร็จ และส่งต่อแรงบันดาลใจให้กับสังคม HiSoParty เติบโตขึ้นเคียงคู่กับสังคมไทย โดยยังคงรักษาเจตนารมณ์สำคัญคือ ‘การแบ่งปัน’ ซึ่งเป็นหัวใจหลักของการทำงานมาโดยตลอด
พร้อมกันนี้ยังได้จัดทำ HiSoParty Special Edition ครบรอบ 22 ปี เดือนสิงหาคม 2568 อีกด้วย”

สำหรับ HiSoParty Special Edition ครบรอบ 22 ปี โดดเด่นด้วยโปรเจกต์ “22 Young Visionaries” ที่ถ่ายทอดเรื่องราวของคนรุ่นใหม่ 22 คนที่น่าจับตามองและเปี่ยมไปด้วยวิสัยทัศน์ พวกเขาคือตัวแทนของความคิดสร้างสรรค์ ความสามารถ และแรงบันดาลใจ ที่พร้อมส่งต่อพลังบวกให้กับคนรุ่นเดียวกันและรุ่นถัดไป ได้แก่ น้องแพรว และ น้องพราว ธนวิสุทธิ์, น้องเทมส์ – ฑีฆรี ศิลปอาชา, น้องลูกจรรย์ – บุญยวีร์ ภาคย์วิศาล, น้องลูกตาล – ภัทรนันท์ สุขวิมล, น้องเบลล์ – วรดา โสคติยานุรักษ์,น้องเชอร์รี่ – เกษลดา ลือนาม, น้องอิสรีย์ และอัญญ่า มหากิจศิริ ลีโอณีโอ, น้องไอจัง – ยิ่งปิยาใบหยก, น้องเบลล่า กุญช์จารี จีระแพทย์, น้องอนิกา จาติกวณิช, น้องมิว – เอลิลน์ และน้องมาย – นฐนน ศิริมงคลสกุล, น้องมินนี่ – ณัฐนิช สมิตชาติ, น้องไหม – พิชชา กิจเจริญวงศ์,น้องแอสตร้า – พรน์รพรรทฐ์ และ น้องออสตินน์ – ปุณณภณ นครศรี, น้องต้า – พนิต พานารถ, น้องไอแซค – ชินดนัย อัครวงศ์วริศ, น้องพีท – กษิดิศ ประสิทธิ์รัตนพร และน้องอิชานท์ มาฟ

โดยโปรเจกต์ “22 Young Visionaries” ได้ทายาทเจเนอเรชันใหม่ของ HiSoParty แพรว ธนวิสุทธิ์ และ พราว ธนวิสุทธิ์ เข้ามามีบทบาทสำคัญ โดย แพรว ลูกสาวคนโต รับหน้าที่ดูแลด้านการออกแบบการวางคอนเทนต์ และโซเชียลมีเดีย ขณะที่ พราว ลูกสาวคนกลาง ดูแลด้านคอนเซปต์ การถ่ายแบบและการตลาด ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการส่งต่อเจตนารมณ์การทำงานจากรุ่นสู่รุ่น เพื่อให้ HiSoParty ยังคงเป็นสื่อที่สะท้อนความคิดสร้างสรรค์ และหัวใจแห่งการแบ่งปันสู่สังคมต่อไป

ภายในงานยังจัดชมนิทรรศการ “The Heart of Sharing-หัวใจแห่งการแบ่งปัน” ผ่านภาพถ่ายเซเลบริตี้ชั้นนำ ที่จะได้ร่วมค้นหาความหมายของการแบ่งปัน ผ่านภาพถ่าย คำบอกเล่า และนิยามที่เต็มไปด้วยเจตนารมณ์จริงใจ เพื่อทำให้โลกใบนี้งดงามและน่าอยู่มากยิ่งขึ้น สำหรับไฮไลต์สำคัญของงานกับการประมูลเข็มกลัด “ผึ้งไทยรักชาติ” จำนวน 2 ชิ้น ผลงานชิ้นพิเศษจาก Beauty Gems โดย สุริยน ศรีอรทัยกุล ซึ่งเปิดประมูลในราคาเริ่มต้น 250,000 บาท และได้รับความสนใจอย่างคับคั่ง จนในที่สุด ศ.ดร.บังอร เบ็ญจาธิกุล และ ปานัดฌา ไทยเศรษฐ์ ผู้ชนะการประมูลทั้ง 2 ท่าน สามารถคว้าผลงานชิ้นล้ำค่าไปครองในราคาชิ้นละ 300,000 บาท

นอกจากนี้ สุริยน ศรีอรทัยกุล ยังได้มอบรายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายเข็มกลัด “ผึ้งไทยรักชาติ” รุ่นพิเศษภายในงาน ร่วมสมทบทุนเพื่อการกุศลครั้งนี้ด้วย

ร่วมอัปเดตไลฟ์สไตล์ของเหล่าคนดังในแวดวงสังคมไทยได้ที่ https://www.hisopartyofficial.com/หรือ Instagram: @hisopartyofficial, Fanpage Facebook: @HiSoPartyMagazineTikTok: hisopartyofficial

มหิดล จับมือ ITRI จัด ‘Smart Health Forum 2025’ ผลักดันความร่วมมือยกระดับการแพทย์อัจฉริยะไทย-ไต้หวัน

มหิดล จับมือ ITRI จัด ‘Smart Health Forum 2025’ ผลักดันความร่วมมือยกระดับการแพทย์อัจฉริยะไทย-ไต้หวัน

มหิดล จับมือ ITRI จัด ‘Smart Health Forum 2025’ ผลักดันความร่วมมือยกระดับการแพทย์อัจฉริยะไทย-ไต้หวัน

วันพุธ ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2568, 14.09 น.

ศูนย์การจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทานสุขภาพ (LogHealth) คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับสถาบันวิจัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรม Industrial Technology Research Institute (ITRI) แห่งสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ภายใต้การดูแลของกระทรวงเศรษฐกิจไต้หวัน และเครือข่ายศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านการแพทย์และสาธารณสุข (Health Innovation and Technology Network) จัดงาน “Smart Health Forum 2025” ในวันอังคารที่ 9 กันยายน 2568 เวลา 13.00-16.30 น. ณ โรงแรมอวานี สุขุมวิท กรุงเทพฯ โดยมีเป้าหมายเพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนความรู้และสร้างความร่วมมือทางวิชาการและเทคโนโลยีด้านการแพทย์อัจฉริยะระหว่างไทยและไต้หวัน

งานสัมมนาครั้งนี้มุ่งส่งเสริมการพัฒนาแนวทางการดูแลสุขภาพอัจฉริยะที่มีประสิทธิภาพ เพื่อยกระดับระบบบริการสุขภาพและอุตสาหกรรมการแพทย์ของภูมิภาคให้เติบโตอย่างยั่งยืนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีล้ำสมัย งาน Smart Health Forum 2025 ครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก Professor Eric Chuang, Vice President & General Director, Biomedical Technology and Device Research Laboratories, ITRI ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดการงาน

ผู้เชี่ยวชาญชั้นนำร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ – วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากสถาบันวิจัยและพัฒนาด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางอุตสาหกรรมของไต้หวัน ในหัวข้อ “Taiwan: Building a Vibrant Innovation Ecosystem and Smart Healthcare” ประเด็นการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนา นวัตกรรมด้านสุขภาพอัจฉริยะของไต้หวัน โดย Professor Eric Chuang, Vice President & General Director, Biomedical Technology and Device Research Laboratories, ITRI และ หัวข้อ “Overview of Smart Health Industry in Taiwan” ประเด็นภาพรวมสถานะและทิศทางอุตสาหกรรมสุขภาพอัจฉริยะในไต้หวัน โดย Mr. Daniel Lee, Chairman, Taiwan Medical and Biotech Industry Association

ประเทศไทยเสนอวิสัยทัศน์และศักยภาพในเวทีระดับนานาชาติ – วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิชั้นนำในอุตสาหกรรมทางด้านการแพทย์และสาธารณสุขของไทย ตั้งแต่ภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา ร่วมถ่ายทอดความรู้และมุมมองการแพทย์อัจฉริยะ โดยได้รับเกียรติจาก นายแพทย์อดิชาญ เชื้อจินดา รองผู้อำนวยการสำนักสุขภาพดิจิทัล สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข บรรยายในหัวข้อ “Smart Health Policy and Current Progress in Thailand” เสนอภาพรวมเชิงนโยบายและการดำเนินงานเชิงรูปธรรมของประเทศไทยในด้าน ระบบสุขภาพดิจิทัล

นายประเสริฐ พัชรบุษราคัมกุล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท อาร์เอฟเอส จำกัด คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ถ่ายทอดประสบการณ์การพัฒนา ผ่านหัวข้อ “Building Future Smart Hospital” ในมุมมองของผู้ให้บริการระบบสนับสนุนโรงพยาบาล

รองศาสตราจารย์ ดร.นรเศรษฐ์ ณ สงขลา ภาควิชาวิศวกรรมชีวการแพทย์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล บรรยายในหัวข้อ “Smart Health Industry Opportunities in Thailand” นำเสนอให้เห็นถึงศักยภาพและโอกาสในการพัฒนาอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์อัจฉริยะในประเทศ

เสวนาแลกเปลี่ยนมุมมองเชิงยุทธศาสตร์ – ผู้เชี่ยวชาญทั้ง  2 ประเทศร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเชิงปฏิบัติและกลยุทธ์ในการขับเคลื่อนระบบสุขภาพอัจฉริยะยุคดิจิทัลในหัวข้อ “Smart Health Practice and Challenges: Strategic Directions for Advancing Smart Health Systems in the Digital Era” ซึ่งผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วย Professor Eric Chuang, Vice President & General Director, Biomedical Technology and Device Research Laboratories, ITRI, Mr. Daniel Lee, Chairman, Taiwan Medical and Biotech Industry Association, นายแพทย์อดิชาญ เชื้อจินดา รองผู้อำนวยการสำนักสุขภาพดิจิทัล สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข, นายประเสริฐ พัชรบุษราคัมกุล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท อาร์เอฟเอส จำกัด คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล, รองศาสตราจารย์ ดร.นรเศรษฐ์ ณ สงขลา ภาควิชาวิศวกรรมชีวการแพทย์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นาวาโท ดร.นายแพทย์สรยุทธ ชำนาญเวช รองหัวหน้าภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล โดยมีรองศาสตราจารย์ ดร.ดวงพรรณ กริชชาญชัย หัวหน้าศูนย์การจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทานสุขภาพ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นผู้ดำเนินรายงาน

เป้าหมายและอนาคตที่ยั่งยืน – ความร่วมมือในงาน Smart Health Forum 2025 มุ่งสร้างเครือข่ายนวัตกรรมระดับนานาชาติที่เข้มแข็งระหว่างภาคการศึกษา ภาคอุตสาหกรรม และภาครัฐ เพื่อผลักดันการพัฒนาอุตสาหกรรมเทคโนโลยีการแพทย์ร่วมกัน โดยคาดหวังว่าผลสำเร็จจากงานครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นในการยกระดับมาตรฐานการดูแลสุขภาพของทั้งสองประเทศด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ และสนับสนุนให้ระบบสาธารณสุขก้าวสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ ขับเคลื่อนอนาคตทางการแพทย์ของภูมิภาคให้เติบโตอย่างยั่งยืน