Amaze Super App แอปช้อปปิ้งใหม่จากเครือซีพี ‘รวมพอยท์เป็นพลังช้อป’ทะยานสู่ 2 ล้านผู้ใช้งานใน 2 เดือน

Amaze Super App แอปช้อปปิ้งใหม่จากเครือซีพี  ‘รวมพอยท์เป็นพลังช้อป’ทะยานสู่ 2 ล้านผู้ใช้งานใน 2 เดือน

Amaze Super App แอปช้อปปิ้งใหม่จากเครือซีพี ‘รวมพอยท์เป็นพลังช้อป’ทะยานสู่ 2 ล้านผู้ใช้งานใน 2 เดือน

วันศุกร์ ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เพียงสองเดือนหลังจากการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ อเมซ ซูเปอร์แอป (Amaze Super App) แอปช้อปปิ้งคอนเซ็ปต์ใหม่จากเครือซีพี สร้างปรากฏการณ์ด้วยยอดดาวน์โหลดทะลุ ล้านครั้ง สะท้อนถึง การตอบรับอย่างล้นหลามจากผู้บริโภค และตอกย้ำบทบาทของ อเมซ ซูเปอร์แอป ในฐานะผู้นำในการสร้างมูลค่าจากพอยท์สะสมให้กลายเป็นพลังการจับจ่ายใช้สอยในชีวิตประจำวันได้อย่างแท้จริง

ดร.สรินทิพย์ สถิตย์เสถียร กรรมการผู้จัดการ Amaze Super App บริษัท แอสเซนด์ คอมเมิร์ซ จำกัด กล่าวว่า “การที่ อเมซ ซูเปอร์แอป มียอดผู้ใช้งานทะลุถึง 2 ล้านคนภายในระยะเวลาเพียงสองเดือน เป็นสิ่งที่เราภูมิใจมาก  ความสำเร็จนี้ไม่ได้เป็นเพียงตัวเลขที่น่าประทับใจ แต่ยืนยันถึงวิสัยทัศน์ของ อเมซ ซูเปอร์แอป ในการสร้างอีโคซิสเต็มที่แข็งแกร่งและยั่งยืน เราเห็นการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริ โภคอย่างชัดเจน โดยมีผู้ใช้งานกว่า 400,000คน หรือคิดเป็น 20% ของฐานผู้ใช้งานทั้งหมด ที่เลือกโอนพอยท์จากบัตรเครดิตชั้นนำและโปร แกรมสะสมสมาชิกในเครือซีพีทั้ง ALL POINT, My Lotus’s, Makro PRO POINT และ True Point มารวมไว้ใน อเมซ ซูเปอร์แอป ซึ่งเป็นสัญ ญาณที่ชัดเจนว่าผู้บริโภคต้องการความสะดวกสบายและความง่ายในการบริหารจัดการพอยท์สะสมในที่เดียว

และที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นคือ 80% ของการทำธุรกรรมบนแพลตฟอร์มเป็นการใช้พอยท์จ่ายแทนเงินสด ตอกย้ำว่า อเมซ ซูเปอร์แอป เข้ามาปฏิวัติการใช้พอยท์ให้เกิดมูลค่าสูงสุดอย่างแท้จริง และเป็นกุญแจสำคัญในการปลดล็อกศักยภาพการใช้จ่ายของผู้บริโภค สร้างประโยชน์สูง สุดให้กับทุกฝ่าย”

อเมซ ซูเปอร์แอป ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องจากความหลากหลายของสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคใหม่ โดยหมวดสินค้ายอดนิยมที่มีการใช้พอยท์จ่ายแทนเงินสดสูงสุด ในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา ได้แก่ อเมซมอลล์ (Amaze Mall) สินค้าแบรนด์ดัง การันตีของแท้ 100% สินค้าอิเล็กทรอนิกส์และมือถือ ผลิตภัณฑ์ความงามและของใช้ส่วนตัว เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน สินค้าเพื่อสุขภาพ แฟชั่นและเครื่องประดับ

สินค้าจาก 7-Eleven และ Lotus’s  เครื่องดื่ม เช่น น้ำดื่ม น้ำอัดลม นม, อาหารพร้อมทาน แช่เย็น หรืออุ่นร้อน, วัตถุดิบอาหารสด เช่น เนื้อหมู ไข่ ผัก อาหารแห้ง เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ขนม, สินค้าอุปโภค เช่น ผลิตภัณฑ์ซักล้าง ของใช้ในบ้าน

เปลี่ยนพอยท์ที่มีเป็นมือถือเครื่องใหม่! เกิดขึ้นแล้วที่ อเมซ ซูเปอร์แอป หนึ่งในเรื่องราวความสำเร็จและเป็นข้อพิสูจน์ถึงพลังของอเมซ ซูเปอร์แอป คือกรณีที่ลูกค้าโอนพอยท์จำนวนมหาศาลจากบัตรเครดิต (เป็นล้านพอยท์) มารวมไว้ในแอปฯ ใช้ซื้อโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่ได้ทั้งเต็มจำนวน โดยไม่ต้องจ่ายเงินสดแม้แต่บาทเดียว เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่า อเมซ ซูเปอร์แอป สามารถเปลี่ยนพอยท์ที่เคยถูกมองข้าม ให้กลายเป็นเงินและนำไปใช้จับจ่ายได้จริงในชีวิตประจำวัน

เพื่อขอบคุณทุกการสนับสนุนจากผู้ใช้งาน อเมซ ซูเปอร์แอป ขอมอบโปรโมชั่นแบบจัดเต็ม ชอบช้อปแบบไหน อเมซให้โปรแบบนั้น สมาชิกอเมซ ช้อปในแอปครั้งแรก (ไม่จำกัดประเภทสินค้า) ครบ 100 บาท รับพอยท์คืนทันที 50% มูลค่าสูงสุด 50 บาท  ลูกค้าใหม่ สมัครสมาชิกอเมซ รับฟรีทันที 1,000 Amaze Point (มูลค่า 10 บาท) สินค้าอเมซ มอลล์  ลดสูงสุด 90% ทุกวันพุธ ใน Amaze Mall Day ทุกการช้อป รับพอยท์คืนสูงสุด 15% พร้อมโปร Flash Sale จากแบรนด์ดัง แรงทุกวัน ไม่เว้นวันหยุด

ดาวน์โหลดอเมซและสมัครสมาชิกได้แล้ววันนี้ ทั้งบนระบบ iOS ​​และ Android เพียงค้นหา ‘Amaze Super App’​  ลิงก์ดาวน์โหลด: https://amazeshop.onelink.me/21uQ/d7ewyfsn ​​ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ​www.amaze.shop/th/ 

SCOPE Thonglor หลอมรวม ‘ศิลปะ–สถาปัตยกรรม–การใช้ชีวิต’ ผ่านนิทรรศการภาพถ่าย ‘SCOPE from Different Scopes’ ผลงาน 5 ช่างภาพดัง

SCOPE Thonglor  หลอมรวม ‘ศิลปะ–สถาปัตยกรรม–การใช้ชีวิต’ ผ่านนิทรรศการภาพถ่าย ‘SCOPE from Different Scopes’ ผลงาน 5 ช่างภาพดัง

SCOPE Thonglor หลอมรวม ‘ศิลปะ–สถาปัตยกรรม–การใช้ชีวิต’ ผ่านนิทรรศการภาพถ่าย ‘SCOPE from Different Scopes’ ผลงาน 5 ช่างภาพดัง

วันศุกร์ ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สโคป จำกัด เปิดประสบการณ์การอยู่อาศัยระดับอัลตร้าลักซ์ชูรีที่งดงามราวกับงานศิลปะร่วมสมัย ผ่านนิทรรศการภาพถ่ายสุดเอกซ์คลูซิฟ “SCOPE from Different Scopes” – Through the Lens of 5 Iconic Thai Photographers  จากมุมมองของ 5 ช่างภาพแถวหน้าของไทย พีรพัฒน์ วิมลรังครัตน์พรพจน์ กาญจนหัตถกิจธนวัฒน์ เพชรจันทรพิวัสส์ ชีวกิตติกุล และกัณกวี กาญจนาเดชา  จัดแสดง ณ Saloon Lounge ชั้น 9 ของ สโคป ทองหล่อ — All-Penthouse คอนโดมิเนียมที่สร้างเสร็จสมบูรณ์พร้อมเข้าอยู่แห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย

นายยงยุทธ ชัยพรหมประสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สโคป จำกัด กล่าวว่า “นิทรรศการภาพถ่าย ‘SCOPE from Different Scopes’ – Through the Lens of 5 Iconic Thai Photographers นี้สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของ SCOPE ในการสร้างพื้นที่อยู่อาศัยที่ดี ไม่จำกัดเพียงแค่คุณภาพหรือฟังก์ชัน แต่เป็นพื้นที่ที่ศิลปะและดีไซน์สามารถผสานเข้าด้วยกันอย่างสวยงาม ที่เติมเต็มศักยภาพและไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัยได้อย่างแท้จริง เราภูมิใจที่ได้สร้างสรรค์ประสบการณ์สุดเอกซ์คลูซิฟนี้ เพื่อให้ผู้ที่รักงานดีไซน์และไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียมได้สัมผัสความพิเศษอย่างใกล้ชิด”

นิทรรศการ “SCOPE from Different Scopes” นำเสนอสถาปัตยกรรมอันประณีตและไลฟ์สไตล์เหนือระดับของ สโคป ทองหล่อ ผ่านเลนส์ มุมมอง และสไตล์การนำเสนอที่แตกต่าง สะท้อนความงามในแบบเฉพาะตัวของ 5 ช่างภาพชั้นนำ ได้แก่ พีรพัฒน์ วิมลรังครัตน์, พรพจน์ กาญจนหัตถกิจ, ธนวัฒน์ เพชรจันทร, พิวัสส์ ชีวกิตติกุล และกัณกวี กาญจนาเดชา เปรียบเสมือนบทสนทนาระหว่าง “ศิลปะ–สถาปัตยกรรม–การใช้ชี วิต” ที่ร้อยเรียงผ่านเลนส์ของช่างภาพ

พีรพัฒน์ วิมลรังครัตน์ หรือ Add Candid  พาเราเข้าไปสัมผัสบรรยากาศของการอยู่อาศัยอย่างแท้จริงผ่านภาพถ่ายที่เต็มไปด้วยความรู้สึกอบอุ่น เป็นกันเอง และมีชีวิตชีวาในแบบที่บ้านควรจะเป็น, พรพจน์ กาญจนหัตถกิจ จากสตูดิโอ Sixtysix Visual ถ่ายทอดเสน่ห์ของสถา ปัตยกรรมผ่านมุมมองที่เปี่ยมไปด้วยอารมณ์ ด้วยเทคนิคภาพถ่ายที่ให้ความรู้สึกราวกับอยู่ในหนังเรื่องโปรด ทุกองค์ประกอบจึงดูละเมียดละไม ทั้งแสง เงา และรายละเอียดที่ชวนให้หยุดมอง เพื่อบอกเล่าความพิถีพิถันและหรูหราขององค์ประกอบสถาปัตยกรรมในทุกซอกมุม ด้วยความคมชัดและการจัดแสงที่น่าหลงใหล

ขณะที่ ธนวัฒน์ เพชรจันทร จาก Thanawatchu  ตีความความงามของพื้นที่ผ่านความเรียบง่าย สงบ และโปร่งโล่ง ด้วยแสงธรรมชาติที่ไหลผ่านเข้ามาอย่างพอดี ทุกเฟรมสะท้อนความมินิมอลอย่างมีคลาส, พิวัสส์ ชีวกิตติกุล จาก BkkGrapher โดดเด่นด้วยมุมมองที่เฉียบคมในด้านโครงสร้างและเรขาคณิต ถ่ายทอดความงามของเส้นสายและจังหวะที่แม่นยำออกมาได้อย่างน่าทึ่ง ปิดท้ายกับ กัณกวี กาญจนาเดชา จาก Kan Kankavee ศิลปินรุ่นใหม่ที่มีลายเซ็นชัดเจน ถ่ายทอดวิถีชีวิตของคนเมืองยุคใหม่ได้อย่างมีสไตล์ ผ่านมุมมองที่ผสมผสานความอบอุ่นของชีวิตจริงเข้ากับความทันสมัยได้อย่างลงตัว

โครงการสโคป ทองหล่อ และนิทรรศการ “SCOPE from Different Scopes”  เปิดให้เข้าชมแบบนัดหมายล่วงหน้าเท่านั้น พร้อมมอบประสบ การณ์เหนือระดับ ท่ามกลางบรรยากาศที่ผสานศิลปะ การออกแบบ และไลฟ์สไตล์อย่างสมบูรณ์แบบ  สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและนัดหมายการเข้าชมได้ที่ http://www.scopecollection.com หรือโทร. 02 028 9788

ยงยุทธ ชัยพรหมประสิทธิ์

ยงยุทธ ชัยพรหมประสิทธิ์

RISE 2025 จุดประกายพลังผู้หญิงในธุรกิจบริการ กับงานสัมมนาระดับมืออาชีพแบบเข้มข้นที่ภูเก็ต

RISE 2025 จุดประกายพลังผู้หญิงในธุรกิจบริการ กับงานสัมมนาระดับมืออาชีพแบบเข้มข้นที่ภูเก็ต

RISE 2025 จุดประกายพลังผู้หญิงในธุรกิจบริการ กับงานสัมมนาระดับมืออาชีพแบบเข้มข้นที่ภูเก็ต

วันศุกร์ ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เตรียมพบกับอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการผลักดันบทบาทของผู้หญิงในอุตสาหกรรมการบริการ กับการเปิดตัว “RISE 2025 – Reshaping Hospitality by Empowering Women” ในเดือนสิงหาคม นี้ ที่ จังหวัดภูเก็ต งานสัมมนาระดับมืออาชีพตลอดทั้งวันที่มุ่งเน้นการพัฒนาทักษะ ความก้าวหน้าในสายอาชีพ และการสร้างภาวะความเป็นผู้นำ

กิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่าง C9 HotelworksMrs B Group และ Delivering Asia ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้ที่อยู่ในแวดวงโรงแรม ท่องเที่ยว ร้านอาหาร และธุรกิจบริการ ไม่ว่าจะเป็นนักศึกษา คนทำงานรุ่นใหม่ ผู้บริหารระดับสูง หรือเจ้าของกิจการ โดยมีสองผู้ดำเนินรายการหลัก ได้แก่  Sumi Soorian ผู้ก่อตั้ง Mrs B Group และ  จิรารัตน์ นิลประดับ ผู้จัดการทั่วไปโรงแรมเลอ เมอริเดียน ภูเก็ต ไม้ขาว บีช รีสอร์ท (Le Méridien Phuket Mai Khao Beach ) ที่จะนำพาผู้ร่วมงานไปพบกับเวิร์กช็อปลงมือปฏิบัติ เซสชันให้คำปรึกษาจากเมนเทอร์ และการเสวนาที่เข้มข้น เพื่อมอบความรู้ที่ใช้ได้จริงให้ทุกคนสามารถก้าวขึ้นเป็นผู้นำได้อย่างมั่นใจ

“เมื่ออุตสาหกรรมการบริการเดินหน้าเปลี่ยนแปลง เราต้องสร้างพื้นที่ที่ช่วยให้ผู้หญิงมีทักษะและความโดดเด่นเพียงพอในการก้าวขึ้นเป็นผู้นำ”  Viona Zhang รองกรรมการผู้จัดการ C9 Hotelworks กล่าว “RISE ไม่ได้เป็นแค่เวทีแห่งแรงบันดาลใจ แต่คือพื้นที่ของการลงมือทำและสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้”

กิจกรรมจะเริ่มต้นด้วยการทำสมาธิในหัวข้อ Manifest the Career You Want by Connecting with Your Inner Voice” นำโดย  Viona Zhang จากนั้น กรกนก ยงสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร RBL Training และผู้ร่วมก่อตั้ง V Yachts Asia จะเป็นผู้เปิดเวทีอย่างเป็นทางการ พร้อมแบ่งปันแนวคิดในหัวข้อ “Making a Life Plan – Achieving Goals One Step at a Time” เพื่อส่งเสริมให้ผู้หญิงลุกขึ้นมาวาง แผนอนาคตของตัวเองอย่างมีทิศทาง ต่อด้วย  Rohit Sachdev ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Soho Hospitality กับหัวข้อ “Developing Your Own Personal Brand Statement” ซึ่งจะให้คำแนะนำอย่างมืออาชีพในการพัฒนาอัตลักษณ์เฉพาะตัวในสายอาชีพ

หลังจากนั้น กนกณัฐ อรรถญาณสกุล ผู้อำนวยการบริหาร Amatara Welleisure Resort จะพูดถึงหัวข้อ “The Importance of Training” ในการสร้างเส้นทางการเติบโตในระยะยาว และปิดท้ายช่วงเช้าด้วย Dr. Nisha Abu Bakar ผู้ร่วมก่อตั้งสมาคม Women in Tourism Association กับบทบรรยายหัวข้อ “Catalyst for Change: Women Leaders Accelerating Hospitality Transformation” ที่จะชวนผู้ฟังมองเห็นศักยภาพของความเป็นผู้นำผ่านการลงมือทำจริง

ขณะที่ Chantal Fernandes กงสุลกิตติมศักดิ์อังกฤษประจำจังหวัดภูเก็ต จะร่วมถ่ายทอดประสบการณ์จากชีวิตในสายงานบริการ ผ่านหัวข้อ “Expect the Unexpected: Career Lessons from a Life in Hospitality” ที่จะพาผู้ร่วมงานมองเห็นโอกาสในความไม่คาดฝัน จากนั้น ศุภพิมพ์ วัณโณภาศ  ตัวแทนจาก UN Women จะพูดถึงหัวข้อ “Establishing Sustainable Entrepreneurship Programs” เพื่อส่งเสริมผู้หญิงในแวดวงท่องเที่ยวและการบริการให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ในระยะยาว และปิดท้ายกับ Michaela Connor และ  Jenna Xue ที่จะชวนผู้ฟังเปิดใจเรียนรู้ผ่านหัวข้อ “What Failure Teaches That Success Never Will” ซึ่งสะท้อนถึงคุณค่าของประสบการณ์ที่มักถูกมองข้าม

ปิดท้ายด้วยมุมมองอันสดใหม่จากตัวแทนนักเรียนของ UWC Thailand โรงเรียนนานาชาติชั้นนำของประเทศ ที่จะขึ้นเวทีแบ่งปันแนวคิดในหัวข้อ “Global Movement: Education – A Force for Peace and a Sustainable Future” session” ต่อด้วย Mimi Chuenpanichayakul จาก Delivering Asia ที่จะนำเสนอประสบการณ์จากคนรุ่นใหม่ผ่านหัวข้อ “Under 30: Finding My Own Identity” เพื่อจุดประกายให้ผู้ร่วมงานกล้าสำรวจเส้นทางชีวิตของตัวเอง และปิดเวทีอย่างลึกซึ้งกับการกลับมาของ  Viona Zhang ที่จะถ่ายทอดเรื่องราวส่วนตัวในหัวข้อ “From Fear to Voice: How I Learned to Speak Up”

หลังจากช่วงเซสชันที่เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ จึงเข้าสู่เวิร์กช็อปเจาะลึกในหัวข้อ “Workplace Equity in Action: Metrics, Gaps, and Progress” นำโดย  Supapim Wannopas ตัวแทนจาก UN Women ช่วงสุดท้ายของงานจะเป็นกิจกรรมเวิร์กช็อปแบบ Speed Learning Collaborative Roundtable โดยมีผู้เชี่ยวชาญชั้นนำในอุตสาหกรรมร่วมเป็นผู้นำการสนทนา เช่น  Jayne MacDougall ผู้อำนวยการบริหารสมาคมโรงแรมภูเก็ต, Leanne Reddie ประธานเจ้าหน้าที่สายการพาณิชย์แห่ง Chedi Hospitality และ  Pan Voravee ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการ Voravee Hospitality

“RISE 2025 คือการสร้างพื้นที่ที่ปลอดภัยและมีพลัง ซึ่งผู้หญิงในทุกช่วงของเส้นทางอาชีพสามารถเติบโตและสนับสนุนกันได้ ไม่ว่าคุณจะอยู่ในช่วงเริ่มต้นอาชีพ หรือกำลังปรับทิศทางใหม่ งานนี้ออกแบบมาเพื่อเชื่อมพลังร่วมกัน และมอบเครื่องมือที่ใช้ได้จริงเพื่อก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน Soomi  Soorian ผู้ก่อตั้ง Mrs B Group กล่าว

งาน RISE 2025 จัดขึ้นด้วยความร่วมมือจากพันธมิตรผู้สนับสนุนที่มีเป้าหมายเดียวกันในการผลักดันความเท่าเทียมและความก้าวหน้าในอุตสาหกรรมบริการ เช่น SAii Laguna Phuket, QUO Global, Creative Concept AV, Phuket Hotels Association, UN Women Asia and the Pacific, Inspiring Women in Hospitality และ International Women’s Travel Awards by Travel Daily Media ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโปรแกรมและลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ที่ https://www.eventbrite.com/e/rise-2025-tickets-1436139805819?aff=ebdsoporgprofile

Soomi  Soorian

Soomi Soorian

Viona Zhang

Viona Zhang

กรกนก ยงสกุล

กรกนก ยงสกุล

Tod’s ถ่ายทอดสไตล์ความเป็นอิตาลี ผ่านแคมเปญ Fall/Winter 2025/26

Tod’s ถ่ายทอดสไตล์ความเป็นอิตาลี ผ่านแคมเปญ Fall/Winter 2025/26

Tod’s ถ่ายทอดสไตล์ความเป็นอิตาลี ผ่านแคมเปญ Fall/Winter 2025/26

วันศุกร์ ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

Tod’s เปิดตัวแคมเปญ Fall/Winter 2025/26 พร้อมเผยบทใหม่ของ Italian Stories เพื่อเป็นการยกย่องศิลปะแห่งการใช้ชีวิตแบบอิตาลี ผสมผสานความสง่างาม ความเป็นธรรมชาติ และความสุขในการใช้เวลาร่วมกัน ท่ามกลางบรรยากาศอันเงียบสงบของ Villa Colucci ในแคว้น Apulia ทางตอนใต้ของอิตาลี ถ่ายทอดความอบอุ่นและความจริงแท้ของวิถีชีวิตแบบอิตาลีผ่านบรรดาภาพถ่าย ตั้งแต่ช่วงเวลาริมสระน้ำ การตกแต่งภายในที่สดใสมีชีวิตชีวา ไปจนถึงช่วงมื้อกลางวันอันแสนอบอุ่นในสวน ชุดภาพเหล่านี้ล้วนสะท้อนความงดงามอันเรียบง่ายและความหรูหราที่ดูผ่อนคลายเป็นธรรมชาติอย่างแท้จริง

แคมเปญนี้ ถ่ายทอดโดยช่างภาพและผู้กำกับชาวอเมริกาชื่อดัง Theo Wenner พร้อมกำกับการสร้างสรรค์โดย Kevin Tekinel และ Charles Levai โดยนำเสนอภาพที่สะท้อนเรื่องราวความผูกพันและความอบอุ่นเป็นกันเอง

Tod’s ภายใต้วิสัยทัศน์ของครีเอทีฟไดเรกเตอร์ Matteo Tamburini ยังคงต่อยอดมรดกของแบรนด์และผสานเข้ากับความประณีตที่ร่วมสมัย พร้อมเผยโฉมคอลเลกชั่นที่เชิดชูคุณภาพงานฝีมือชั้นสูงและสไตล์ที่มีความเรียบหรูเหนือกาลเวลา แคมเปญนี้จึงได้ตอกย้ำผ่านไอเทมชิ้นไอคอนิกของ Tod’s และผลงานใหม่ประจำคอลเลกชั่น ไม่ว่าจะเป็น W.G. (Winter Gommino) และ Gommino: รองเท้าบูทหุ้มข้อและรองเท้าโลฟเฟอร์ที่โดดเด่นด้วยปุ่มยาง Rubber Pebble  ซึ่งเป็นทั้งไอคอนเหนือกาลเวลาของ Tod’s และสัญลักษณ์ของวิถีชีวิตอิตาลีอันร่วมสมัย

กระเป๋า Tod’s Di Folio Bag: การตีความใหม่ของกระเป๋า Di Bag รุ่นคลาสสิก  โดยรังสรรค์เป็นกระเป๋า Di Folio Bag ซึ่งโดดเด่นด้วยการตัดเย็บบริเวณใจกลางกระเป๋า มอบดีไซน์ที่เรียบหรูมากยิ่งขึ้นด้วยทักษะการตัดเย็บอันละเอียดลออและการเลือกใช้วัสดุที่มีความนุ่มเป็นพิเศษ

กระเป๋า T Timeless: ไอเทมสำคัญตลอดกาลที่มาพร้อมความทนทาน พร้อมปรับโฉมโทนสีประจำฤดูกาลให้มีความสง่างามและคัดสรรหนังที่มีความนุ่มนวลมากยิ่งขึ้น

เสื้อ Pashmy Bomber: รังสรรค์จากหนัง Pashmy Suede ของ Tod’s ซึ่งเปี่ยมด้วยความนุ่มนวลและเบาสบายราวแพรไหม ชิ้นงานนี้สะท้อนความเป็นเลิศทั้งด้านการคัดสรรอย่างพิถีพิถันและงานฝีมืออันวิจิตรบรรจง ชวนให้นึกถึงความประณีตของผ้า Pashmina

Tod’s ถ่ายทอดสไตล์ความเป็นอิตาลีผ่านแคมเปญ Fall/Winter 2025/26 ซึ่งเต็มไปด้วยความใกล้ชิดเป็นกันเอง ความสนุกสนาน และความพิถีพิถัน ชุดภาพถ่ายเหล่านี้จึงเปรียบเสมือนไดอารีที่บันทึกภาพความงดงามในชีวิตแต่ละวัน ผสมผสานเข้ากับคุณค่าของแบรนด์ที่ยึดมั่นในเรื่องคุณภาพ งานฝีมือ และความสุขแห่งการใช้ชีวิตอันเรียบง่าย

เปิดตำนาน ‘Plácido Domingo’ ศิลปินโอเปราชื่อก้องโลก บุรุษเสียงทรงพลังที่เตรียมเปิดการแสดงครั้งแรกและครั้งเดียวในไทย

เปิดตำนาน ‘Plácido Domingo’ ศิลปินโอเปราชื่อก้องโลก บุรุษเสียงทรงพลังที่เตรียมเปิดการแสดงครั้งแรกและครั้งเดียวในไทย

เปิดตำนาน ‘Plácido Domingo’ ศิลปินโอเปราชื่อก้องโลก บุรุษเสียงทรงพลังที่เตรียมเปิดการแสดงครั้งแรกและครั้งเดียวในไทย

วันศุกร์ ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ในโลกของโอเปราที่เต็มไปด้วยเสียงอันทรงพลังและเรื่องราวสะเทือนอารมณ์มากมาย Plácido Domingo เป็นหนึ่งในศิลปินโอเปราชื่อดังเพียงไม่กี่คนในโลกที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น “ตำนานที่ยังมีลมหายใจแห่งวงการโอเปรา” ด้วยเสียงร้องอันเป็นเอก ลักษณ์ที่ดังก้องบนเส้นทางสายดนตรียาวนานกว่า 6 ทศวรรษ  พร้อมเตรียมมาสร้างปรากฏการณ์ครั้งใหม่ กับการเยือนประเทศ ไทยครั้งแรกและครั้งเดียว ในงานมหกรรมศิลปะการแสดงและดนตรีนานาชาติกรุงเทพฯ ครั้งที่ 27 หรือ Bangkok’s 27th International Festival of Dance & Music ที่จะมามอบประสบการณ์สุดตราตรึงใจไม่รู้ลืม 

ตำนานเสียงโอเปราอันทรงพลังที่โลกทั้งใบเงียบฟัง

Plácido Domingo ศิลปินผู้มากความสามารถ เกิดที่กรุงมาดริด ประเทศสเปน และย้ายตามครอบครัวมาเติบโตในประเทศเม็กซิโก Domingo สร้างชื่อเสียงในฐานะนักร้องโอเปราระดับโลก ด้วยการแสดงกว่า 4,000 ครั้ง และบทบาทมากกว่า 150 เรื่อง กวาดรางวัล  Grammy Awards  ไปถึง 12 รางวัล เขาได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางจากเสียงร้องอันทรงพลังและเสน่ห์ส่วนตัว ตลอดเส้นทางอาชีพกว่า 6 ทศวรรษ Domingo ไม่เพียงเป็นนักร้อง แต่ยังเป็นวาทยกรและผู้บริหารโอเปรา สะท้อนถึงความทุ่มเทและความมุ่งมั่นที่ไม่เคยหยุดนิ่ง

Domingo ยังเป็นหนึ่งในสมาชิกของ “The Three Tenors” ร่วมกับ Luciano Pavarotti และ José Carreras พร้อมสร้างปรากฏการณ์ครั้งสำ คัญในคอนเสิร์ตก่อนรอบชิงฟุตบอลโลกปี 1990 ที่กรุงโรม ซึ่งมีผู้ชมกว่า 800 ล้านคนทั่วโลก ทำให้อัลบั้มจากคอนเสิร์ตครั้งนั้นกลายเป็น อัล บั้มดนตรีคลาสสิกที่มียอดขายสูงสุดตลอดกาล ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่ทำให้ศิลปะโอเปราเข้าถึงใจผู้คนทั่วโลกได้อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน 

พลังเสียงเทเนอร์-บาริโทน ถ่ายทอดทุกอารมณ์ลึกซึ้งถึงบทบาท

ทักษะการร้องอันไร้ที่ติ ช่วงเสียงที่ก้องกังวานเป็นเอกลักษณ์ทั้งพลังเสียงเทเนอร์ (Tenor) และ บาริโทน (Baritone) รวมกับความสามารถในการถ่ายทอดอารมณ์อย่างลึกซึ้งผ่านการแสดงสีหน้าและภาษากาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวความรักอันปวดร้าว โศกนาฏกรรมสุดขมขื่น หรือความกล้าหาญเด็ดเดี่ยว ทำให้ Domingo ครองใจผู้ชมได้มากมาย โดยหนึ่งในบทบาทที่สร้างชื่อให้ Domingo คือ Otello ผลงานสุดท้าทายของ Verdi ที่ต้องอาศัยทั้งพลังความอึด ความหลากหลายของช่วงเสียง การถ่ายทอดอารมณ์ และการแสดงที่ลึกซึ้ง ซึ่ง Domingo สามารถแสดงได้อย่างสมบูรณ์แบบ จนได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในผู้รับบท Otello ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ 

ครั้งเดียวในชีวิต! กับสามศิลปินระดับโลกบนเวทีเดียว

ในปี 2025 นี้ เสียงโอเปราในตำนานที่โลกทั้งใบเคยเงียบฟังจะมาดังก้องในประเทศไทยเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวกับการแสดงสุดพิเศษในงาน Bangkok’s 27th International Festival of Dance & Music ที่จะกลายเป็นหนึ่งในปรากฏการณ์สุดยิ่งใหญ่ที่ยากจะลืมเลือน โดยการแสดงในครั้งนี้ Domingo จะขึ้นเวทีประสานเสียงเคียงข้างกับ Monica Conesa โซปราโนสาวดาวรุ่ง เจ้าของเสียงใสเปี่ยมพลังจากสหรัฐ อเมริกา และ Beatrice Venezi วาทยกรหญิงมากฝีมือจากอิตาลี ผู้ถูกยกย่องให้เป็นหนึ่งในสตรีผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในวงการดนตรีคลาสสิก ถือเป็นการโคจรมาแสดงร่วมกันบนเวทีครั้งแรกของทั้ง 3 คน พร้อมเตรียมสร้างเซอร์ไพรส์ใหญ่ให้คนไทยได้รอติดตาม ยกระดับหูเคลือบทองแบบสดๆ

โอกาสครั้งเดียวในชีวิต! ที่จะได้สัมผัสพลังเสียงของศิลปินระดับตำนานอย่าง Plácido Domingo บนเวทีเดียวกับสองสาวชื่อดัง Monica Conesa และ Beatrice Venezi  ในค่ำคืนสุดพิเศษที่จัดแสดงขึ้นเพียงรอบเดียวเท่านั้น กับงาน Bangkok’s 27th International Festival of Dance & Music วันอังคารที่ 23 กันยายน 2568 เวลา 19.00 น. ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย นอกจากนี้ ในงานยังมีการแสดงระดับโลกให้เลือกชมอีกมากมายรวมกว่า 14 โชว์ ไม่ว่าจะเป็นโอเปราจากรัสเซีย กายกรรมจีน บัลเลต์ หรือการแสดงแสง สี เสียง สุดตระการตา ระหว่างวันที่ 6 กันยายน – 15 ตุลาคม 2568 

จองบัตรได้แล้ววันนี้ที่ Thaiticketmajor ทุกสาขา และ www.thaiticketmajor.com พร้อมสิทธิพิเศษสำหรับผู้ที่จอง “Platinum Package” รับส่วนลด ของที่ระลึก และที่นั่งพิเศษเฉพาะคุณ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.bangkokfestivals.com

ศิลปินโอเปร่าระดับโลก Plácido Domingo

ศิลปินโอเปร่าระดับโลก Plácido Domingo

โซปราโนสาวดาวรุ่ง Monica Conesa

โซปราโนสาวดาวรุ่ง Monica Conesa

วาทยกรหญิง Beatrice Venezi

วาทยกรหญิง Beatrice Venezi

เท่อย่างไทย โดยไฟ-ฟ้า ทีทีบี จัดเต็มเวิร์กชอป จุดประกายเยาวชน-ครู ‘การพูดต่อหน้าสาธารณชน’

เท่อย่างไทย โดยไฟ-ฟ้า ทีทีบี จัดเต็มเวิร์กชอป จุดประกายเยาวชน-ครู ‘การพูดต่อหน้าสาธารณชน’

เท่อย่างไทย โดยไฟ-ฟ้า ทีทีบี จัดเต็มเวิร์กชอป จุดประกายเยาวชน-ครู ‘การพูดต่อหน้าสาธารณชน’

วันศุกร์ ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

โครงการ เท่อย่างไทย โดย ไฟ-ฟ้า ทีทีบี” ร่วมกับภาควิชาวาทวิทยาและสื่อสารการแสดง คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิท ยาลัย เดินหน้าจุดประกายศักยภาพเยาวชนทั่วประเทศ ผ่านกิจกรรม “จุดประกายการพูดต่อหน้าสาธารณชน” หนึ่งกิจกรรมไฮ ไลต์สำคัญในช่วงต้นของโครงการ “เท่อย่างไทย” ประจำปี 2568 โดยเปิดโอกาสให้เยาวชน ครู และผู้สนใจจากทั่วประเทศมีโอ กาสเข้าร่วมได้แบบไร้ข้อจำกัดทั้ง Onsite และ Online สะท้อนความสำเร็จมีผู้เข้าร่วมกิจกรรม ณ ทีทีบี สำนักงานใหญ่ จำนวน 443 คน จาก 131 โรงเรียน และมีผู้ชมการถ่ายทอดสดผ่าน ttb bank : YouTube Channel และ TikTok รวมกว่า 7,000 คน

ภายในกิจกรรมจัดเต็มสาระความรู้และเวิร์กชอปสนุก ๆ โดย 3 วิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสาร ได้แก่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ประภัสสร จันทร์สถิตย์พร ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปอรรัชม์ ยอดเณร และอาจารย์ ดร.ชานนท์ ศิริธร ที่มาเปิดมุมมองใหม่ให้เยาวชนได้เรียนรู้ตั้งแต่ความสำคัญของการสื่อสารและนำเสนออย่างมีเป้าหมาย หลักการวิเคราะห์ผู้ฟัง พูดอย่างไรให้ถูกใจเขาและตรงใจเรา รวมถึงเทคนิคการพูดบนเวทีสาธารณะ การนำเสนอด้วยเสียง ภาษากาย และการเคลื่อนไหวบุคลิกภาพอย่างมืออาชีพ โดยเนื้อหาเน้นแนะนำศาสตร์และศิลป์ของการนำเสนอแบบมุ่งเป้า ที่ให้ความสำคัญใน 3 เรื่องหลัก ประกอบด้วย 1. องค์ประกอบและโครงสร้างการเล่าเรื่อง 2. รู้จักคนฟัง และ 3. เข้าใจภาษากาย น้ำเสียง และการใช้อวัจนภาษาในการเล่าเรื่อง

บทสรุปสำคัญด้านการสื่อสารต่อหน้าสาธารณชน

บอกผู้ฟังเสมอว่ากำลังจะเล่าเรื่องอะไร เพราะจะช่วยเตือนผู้เล่าไม่ให้ไหลออกนอกประเด็น ต้องสรุปสิ่งที่ต้องการสื่อสารให้ชัด และปฏิบัติตามเวลาที่กำหนด หากทำได้ใช้เวลาให้สั้นที่สุด นอกจากจะได้รับโอกาสให้เพิ่มเวลา ดังนั้น หากมีเวลาพูด 10 นาที ควรเตรียมเนื้อหาที่จะพูดประมาณ 70-80%

รู้เรา รู้เขา รู้เรื่อง ถือเป็นเรื่องเดียวกัน เพราะแม้ผู้พูดจะตั้งใจอยากสื่อสาร แต่จะไม่ประสบความสำเร็จได้เลย หากพูดในสิ่งที่ผู้ฟังไม่ได้อยากฟังและไม่เกิดประโยชน์ จึงต้องรู้ว่าผู้ฟังต้องการอะไร มีปัญหาหรือกำลังเผชิญกับสถานการณ์แบบไหน นอกจากนี้ ต้องใช้คำศัพท์ที่ผู้ฟังเข้าใจ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ส่งผลต่อประสิทธิภาพการสื่อสารทั้งสิ้น

การเตรียมตัว ในฐานะผู้พูดเตรียมตัวเองได้ทั้งหมด ตั้งแต่ความอยากจะพูด อยากกระตุ้น และอยากสร้างความสัมพันธ์ ซึ่งสามารถจัดวางได้เองว่าอยากให้คนจำอะไรในสิ่งที่พูด แต่ต้องรู้ว่าคนอยากฟังในสิ่งที่ลื่นไหลไม่ติดขัด อยากรู้มากกว่าที่เคยรู้ แม้จะเป็นเรื่องที่รู้อยู่แล้ว ดังนั้น ต้องทำการบ้านหาข้อมูลใหม่ ๆ เพิ่ม และที่สำคัญการสื่อสารต้องทำให้เติบโต หรืองดงามไปด้วยกัน อย่าทำให้คนฟังรู้สึกว่าไม่มีประโยชน์หรือไม่ได้อะไรกลับไป โดยเฉพาะกรณีการประกวดต้องทำการบ้านให้ตรงกับโจทย์ 

การสื่อสารเป็นการสร้างสมดุลระหว่างอารมณ์ ความคิด หลักการเหตุผล แม้จะเป็นการใช้จินตนาการ ความทรงจำ และความรู้สึกร่วมด้วย แต่ต้องอยู่ภายใต้สติปัญหา สมาธิ ต้องพูดให้ง่าย หาจุดเชื่อมโยงกับผู้ฟังให้เจอ จึงต้องรู้ก่อนว่าจะไปพูดกับใคร หากพูดติดขัดไม่ต้องตำหนิตัวเองจนทำให้เป็นจุดบกพร่องที่เห็นได้ชัดเกินไป และต้องมั่นใจว่าจะกลับมาตั้งต้นใหม่ในแบบของตัวเองได้ พร้อมสร้างจุดแข็งให้ตัวเองเมื่อมีโอกาสได้พูด 

โดยสรุป ทักษะการพูดคือเครื่องมือสำคัญที่ติดตัวเราไปตลอดชีวิต เป็นสะพานเชื่อมระหว่างโอกาส ความเข้าใจและการเติบโต ไม่ว่าจะในห้อง เรียน บนเวที หรือในโลกการทำงาน การพูดอย่างมั่นใจและมีเป้าหมายจะช่วยให้เราสื่อสารตัวตนได้อย่างชัดเจน และยกระดับคุณภาพชีวิตในทุกมิติ ดังนั้น อย่ามองการพูดเป็นข้อจำกัด แต่จงใช้มันเป็นพลังในการสร้างเส้นทางของตัวเองอย่างสง่างาม

ทั้งนี้ โครงการ “เท่อย่างไทย โดย ไฟ-ฟ้า ทีทีบี” จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 53 มีการประกวดทั้งสิ้น 4 กิจกรรม คือ การประกวด “มารยาทไทย” เพื่ออนุรักษ์วัฒนธรรมของชาติ โดยส่งเสริมการปลูกฝังให้เยาวชนได้ศึกษาและฝึกฝนมารยาทแบบไทยที่ถูกต้อง เท่ได้ถูกกาลเทศะ, การประกวด การพูดต่อหน้าสาธารณชน เพื่อสร้างความมั่นใจ และฝึกฝนความเป็นมืออาชีพ, การประกวด “การอ่านฟังเสียง” เพื่อฝึกฝนให้เยาวชนอ่านและออกเสียงได้ถูกต้องตามหลักการออกเสียงภาษาไทย และการประกวด โครงงาน เท่ได้ ต้องไม่บูลลี่ เปิดโอ กาสให้เยาวชนรวมพลังสร้างโครงงานจริงในโรงเรียน เพื่อรณรงค์ให้เกิดความเข้าใจ และลดพฤติกรรมการบูลลี่ โดยทางโครงการยังคงยืนหยัดในวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่นำมาใช้ได้จริง

คุณครู ที่สนใจสามารถส่งน้องๆ เยาวชนเข้าร่วมประกวดได้ทุกกิจกรรม โดยในปีนี้ทางโครงการเปิดกว้างรับสมัครเยาวชนที่สนใจทุกคน ตั้งแต่วันนี้และขยายเวลาการรับสมัครถึงวันที่ 21 กรกฎาคม 2568 ดูรายละเอียดและขั้นตอนการสมัครได้ที่ www.เท่อย่างไทย.com หรือ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร 06 2070 0088, 06 2070 0099

คุณแหน : 11 กรกฎาคม 2568

คุณแหน : 11 กรกฎาคม 2568

คุณแหน : 11 กรกฎาคม 2568

วันศุกร์ ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 02.51 น.

ll พล.ต.ท.ยุทธนา ไทยภักดี ประธานคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาคุณูปการของสถาบันพระมหากษัตริย์ วุฒิสภา, วีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี, วิรัตน์ รักษ์พันธ์ นำคณะอนุกรรมาธิการฯ ร่วมประชุมปรึกษาหารือแนวทางการส่งเสริมให้เยาวชนเรียนรู้สถานที่ประวัติศาสตร์เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ใน จ.เชียงใหม่ โดยมี ศิวะ ธมิกานนท์ รอง ผวจ.เชียงใหม่ ร่วมด้วย..

ll มิตรสหายต่างยินดีกับ ณฐพงศ์ วรรณรัตน์ ที่ได้เป็น ว่าที่ รองเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ..

ll พล.อ.ชูชาติ บัวขาว วันเกิดได้ทำบุญถวายสังฆทาน แล้วไปเล่นกอล์ฟและได้ทานข้าวฉลองกับเพื่อนๆ..

ll พิสิฐ ทางธนกุล ซีอีโอ PWC ประเทศไทย พร้อมด้วย วิไลพร ทวีลาภพันทอง และ ดร.ภิรตา ภักดีสัตยพงศ์ ต้อนรับชาวนักศึกษาหลักสูตร Digital CEO รุ่น Avantgarde studies  มาเยี่ยมชมศึกษางานพร้อมรับฟังบรรยายด้าน Digital transformation ณ บจ. PWC ประเทศไทย..

ll ดร.คณพศ นิจสิริภัช นำชาว Digital CEO # 5 ไปร่วม ร่วมทำกิจกรรม CSR เลี้ยงขนม บริจาคเงินและของใช้จำเป็น ณ บ้านเด็กอ่อนรังสิต งานนี้ ปารณีย์ อำนวยรักษ์กุล, ดร.กรรณิการ์ เฉิน, นวชัย เกียรติก่อเกื้อ, ดร.โชคชัย เอี่ยมฤทธิไกร, ดร.ศิพัตม์ ไตรอุโฆษ, วัลภา สถิรชวาล ร่วมด้วย..

ll ชื่นชม ชูวิทย์ จึงธนสมบูรณ์ ซีอีโอ บมจ. นอร์ทอีส รับเบอร์ (NER) ที่ล่าสุดจัดกิจกรรม “NER ห่วงใย ใส่ใจสุขภาพคนในชุมชน” ให้กลุ่มเปราะบางทั้งผู้สูงอายุ ผู้พิการด้วยการตรวจสุขภาพฟรีกว่า10 รายการ เพื่อให้คนในชุมชนมีสุขภาพดีและสร้างความเป็นอยู่ที่ดี เช่น หมู่บ้านบ้านบาตร บ้านกระสัง บ้านชัยพัฒนา และบ้านโคกเพชร จ.บุรีรัมย์ และยังได้ให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลรักษาสุขภาพด้วย งานนี้ได้รับความสนใจจากคนในชุมชนอย่างมาก..

ll สุเมธ สุรบถโสภณ สมาคมศิษย์เก่ากรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย เฉลิมพล โชตินุชิต, สหรัตน์ เพ็ญกุล พร้อมด้วยคณะกรรมการ ได้เข้าพบ วิเชียร เตชะไพบูลย์ (BCC รุ่น 107) อดีตนายกสมาคมฯ วาระปี 2522-2528 และ วิรุฬ เตชะไพบูลย์ (BCC  รุ่น 111) อดีตนายกสมาคมฯ วาระปี 2534-2536 เพื่อแนะนำตัวและหารือขอคำแนะนำไปพัฒนาสมาคมฯ ให้ยั่งยืน มั่นคงต่อไป..

ll รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผอ.ศูนย์คุณธรรม มอบโล่รางวัล Moral Awards ให้แก่ เสถียรธรรมสถาน เนื่องด้วยเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนคุณธรรมสู่สังคม โดยมี สายสัมพันธ์ ปัญญศิริ  ประธานมูลนิธิเสถียรธรรมสถาน รับมอบ..

ll อารยา ยมนา วันเกิดปีนี้ทำบุญ รพ.รามาธิบดี และ ถวายสังฆทานที่วัดพระรามเก้า..

ll  ศูนย์ข้อมูล บมจ.อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม (ITEL) ได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลก PCI DSS เวอร์ชัน 4.0.1 แล้ว ภายใต้การนำของ ดร.บัณฑิต รุ่งเจริญพร กก.ผจก. ITEL และการตรวจประเมินโดย ดร.นิพนธ์ นาชิน ซีอีโอ บจ.อัลฟ่าเซค ผู้ได้รับแต่งตั้งเป็น QSA อย่างเป็นทางการจาก PCI SSC มั่นใจได้ว่าการจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลบัตรเครดิต/เดบิตของ ITEL ปลอดภัยตามมาตรฐานสากล..

ll ดร.บุรณิน รัตนสมบัติ นายกสมาคมการตลาดแนะนำหลักสูตร Super Brand Manager รุ่นที่ 39 “Reframe Your Brand with Impact” สำหรับ Brand Manager, Marketing Manager, นักการตลาดและเจ้าของแบรนด์ ที่ต้องการ “Re-Frame” วิธีคิดจากการทำการตลาดแบบเดิมให้กลายเป็นเครื่องมือขับเคลื่อนองค์กรในโลกยุคใหม่ เพื่อสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจอย่างชัดเจนและยั่งยืน สอบถามที่โทร 080-091-5381..

Leica Store Siam Paragon บ้านใหม่ของ Leica Lovers ใจกลางมหานครกรุงเทพฯ

Leica Store Siam Paragon บ้านใหม่ของ Leica Lovers ใจกลางมหานครกรุงเทพฯ

Leica Store Siam Paragon บ้านใหม่ของ Leica Lovers ใจกลางมหานครกรุงเทพฯ

วันพฤหัสบดี ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 16.57 น.

Leica Store Siam Paragon บ้านใหม่ของ Leica Lovers ใจกลางมหานครกรุงเทพฯ จุดบรรจบของตำนานและประสบการณ์สุดพิเศษเหนือระดับ

ในวาระครบรอบ 100 ปีแห่ง Leica 100 Years of Leica: Witness to a Century (1925–2025) จากความร่วมมือของ Leica และ BIG Camera เกิดเป็น Leica Store Siam Paragon ใจกลางมหานครกรุงเทพฯ อย่างยิ่งใหญ่ ออกแบบภายใต้คอนเซ็ปต์ใหม่ล่าสุดแห่งแรกในประเทศไทย Leica New Concept Store บ้านหลังใหม่ของไลก้าเลิฟเวอร์ ที่หลอมรวมตำนานอันทรงคุณค่าของไลก้าเข้ากับวัฒนธรรมร่วมสมัยของไทยอย่างลงตัว สะท้อนความล้ำสมัยที่เต็มเปี่ยมด้วยแรงบันดาลใจและพลังแห่งศิลปะ โดยในงานเปิดตัวสุดพิเศษครั้งนี้มีแขกผู้มีเกียรติ ผู้แทนจากพันธมิตรทางธุรกิจ สื่อมวลชน และช่างภาพกว่า 170 ท่านเข้าร่วมงาน

บทใหม่ของ Leica: จุดบรรจบของตำนานและประสบการณ์เหนือระดับ

Leica Store Siam Paragon ซึ่งเป็น Leica New Concept Store ภายใต้คอนเซ็ปต์ใหม่ล่าสุดแห่งแรกในประเทศไทย เปิดตัวอย่างเป็นทางการ โดยได้ถูกออกแบบมาอย่างประณีตภายใต้หลักปรัชญา “Das Wesentliche” หรือ “The Essential” แนวคิดหลักของ Leica อันหมายถึงการตัดสิ่งที่ไม่จำเป็น คงเหลือไว้ซึ่งสิ่งที่สำคัญและมีคุณค่า อีกทั้งบ้านหลังใหม่ของ Leica Lovers แห่งนี้ยังหลอมรวมตำนานอันทรงคุณค่าของ Leica เข้ากับวัฒนธรรมร่วมสมัยของไทยอย่างลงตัว ภายในพื้นที่ที่ถูกออกแบบมาอย่างล้ำสมัย เต็มเปี่ยมด้วยแรงบันดาลใจและพลังแห่งศิลปะ มุ่งเน้นการสร้างสรรค์ประสบการณ์ใหม่ที่เหนือระดับ พร้อมให้สัมผัสผลิตภัณฑ์ Leica ครบทุกกลุ่ม ตั้งแต่กล้องถ่ายภาพ, เครื่องฉายภาพ, ของสะสม และ อุปกรณ์ส่องทางไกล รวมถึงนาฬิกา หรือ Leica Watch ซึ่งเป็นก้าวสำคัญของ Leica ที่ต่อยอดจากการเป็นผู้นำด้านความแม่นยำของแบรนด์กล้องสู่การนำเสนอนาฬิกาข้อมือกลไกระดับสูงที่ผลิตด้วยความพิถีพิถันภายใต้มาตรฐานเดียวกับกล้อง Leica M อันโด่งดัง ทั้งหมดนี้ตอบโจทย์ทุกความต้องการของทั้งตากล้องและนักสะสม เป็นจุดตัดบรรจบของตำนานและประสบการณ์สุดพิเศษเหนือระดับ

โดยในวันเปิดตัวถือเป็นปีเดียวกันกับการเฉลิมฉลองครบรอบศตวรรษของกล้อง Leica I กล้องฟิล์ม 35mm รุ่นแรกของโลกที่ผลิตในระดับอุตสาหกรรม ที่เปิดตัวในงาน Leipzig Spring Fair ปี 1925 ด้วยรูปทรงกะทัดรัดและคล่องตัว กล้องรุ่นนี้ได้ปฏิวัติวงการถ่ายภาพและเปิดทางสู่แนวทางใหม่ในการบันทึกภาพ

ของสะสมสุดพิเศษ LEICA BE@RBRICK ROYAL SELANGOR 400%

จากการ Collaboration กันของ 3 แบรนด์ดังระดับ Iconic อันได้แก่ Medicom Toy, Royal Selangor และ Leica สู่ Art Toy แห่งความคิดถึงที่มีแรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากกล้อง Prototype “UR-Leica” จุดกำเนิดของตำนานที่ดำเนินไปอย่างสง่างามกว่าหนึ่งศตวรรษ ตัวแทนของบทกวีแห่งความคิดถึงที่สะท้อนจิตวิญญาณและสืบทอด Leica DNA มาอย่างเข้มข้น แกะลวดลายเลนส์ Leitz Anastigmat 5cm f3.5 บนหน้าอก ที่เอวคาดเข็มขัด UR-Leica ติดหน้าปัดสปีดชัตเตอร์ที่ขาขวา ตลอดไปจนถึงรอยลอกสี Leica Brassing ที่ตั้งใจออกแบบมาให้เหมือนกล้องที่ผ่านการใช้งานอย่างมีเรื่องราว พร้อมด้วย Gimmick อีกมากมาย วางจำหน่ายที่ Leica Store Siam Paragon เป็นที่แรกในประเทศไทยวันที่ 11 กรกฎาคม 2025 ราคา 75,100 บาท

Fake Leica by Liao Yibai จำนวนจำกัด 12 Unit ทั่วโลก

เพื่อเป็นการฉลองให้กับบ้านใหม่ Leica Store Siam Paragon ศิลปินชาวจีนร่วมสมัยที่ทรงพลัง Liao Yibai ได้นำ Fake Leica by Liao Yibai รุ่น MP-188 ที่มีจำนวนจำกัด 12 เครื่องทั่วโลก อันเป็นหนึ่งในผลงานศิลปะร่วมสมัยที่ทรงพลัง มาจัดแสดง ซึ่งผลงานดังกล่าวได้ถูกนำไปแสดงในไลก้าสโตร์ชั้นนำมาแล้วหลายแห่ง เป็นงานประติมากรรมกล้องไลก้าขนาดใหญ่ผสานแนวคิดทั้งกล้องฟิล์มและกล้องดิจิทัล กลายเป็นผลงานประติมากรรมสะท้อนแนวคิดความจริงและเท็จผสมกัน

นิทรรศการภาพถ่าย Nick Ut Journey: From Hell to Hollywood วันที่ 9 กรกฎาคม 2025

นิทรรศการภาพถ่าย Nick Ut’ Journey: From Hell to Hollywood โดย Nick Ut ช่างภาพข่าวรางวัลพูลิตเซอร์ ปี 1973 เจ้าของผลงานภาพถ่าย “The Terror of War” หรือที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายในนาม “Napalm Girl” หนึ่งในภาพข่าวที่ทรงพลังที่สุดแห่งศตวรรษที่ 20 และเป็นภาพที่มีบทบาทสำคัญในการยุติสงครามเวียดนาม ผ่านการเดินทางในรูปของผลงานภาพถ่ายตลอดชีวิต ถ่ายทอดเรื่องราวของ Nick Ut จากความโหดร้ายในสงครามเวียดนาม สู่โลกแห่งแสงสีและความซับซ้อนของฮอลลีวูด นิทรรศการภาพถ่ายนี้ไม่ใช่เพียงการย้อนรำลึกผลงาน แต่คือเรื่องเล่าที่สะท้อนความเป็นมนุษย์อย่างลึกซึ้ง เชื่อมโยงบาดแผล การเปลี่ยนผ่าน และพลังแห่งภาพถ่ายที่ ยืนยง ตัวแทนบทพิสูจน์ถึงพลังความเข้มแข็งของจิตวิญญาณมนุษย์ ที่เตือนให้เราระลึกว่าเลนส์เดียวกันที่เคยบันทึกความเจ็บปวด ก็สามารถเฉลิมฉลองชีวิตได้เช่นกัน

สำหรับผู้ที่สนใจมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์อันน่าจดจำกับแบรนด์ Leica อันเปี่ยมด้วยความประณีต ความล้ำสมัย และพลังของการเล่าเรื่องผ่านภาพถ่าย พบกันได้ตั้งแต่วันนี้ ที่ Leica Store Siam Paragon ชั้น 2 ศูนย์การค้า สยามพารากอน  

ไทยประกันชีวิต-แอทเลติโก้ มอบทุน 3 เยาวชนกอล์ฟหญิง โครงการ Thai Life Insurance Sports Showcase ครั้งที่ 14

ไทยประกันชีวิต-แอทเลติโก้ มอบทุน 3 เยาวชนกอล์ฟหญิง โครงการ Thai Life Insurance Sports Showcase ครั้งที่ 14

ไทยประกันชีวิต-แอทเลติโก้ มอบทุน 3 เยาวชนกอล์ฟหญิง โครงการ Thai Life Insurance Sports Showcase ครั้งที่ 14

วันพฤหัสบดี ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 16.34 น.

ฐิติมา เลี้ยงพาณิชย์ ผู้อำนวยการฝ่าย กลุ่มสื่อสารองค์กร บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) และ อัตนันท์ อัศวธเรศ ประธานเจ้าหน้าที่บริ หาร บริษัท แอทเลติโก้ จำกัด ร่วมแสดงความยินดีแก่ 3 นักกอล์ฟเยาวชนหญิง คือ ธัญญเนตุ ภูมมะภูติ ,ยูถิกา น่วมไม้พุ่ม และ ณัฐกฤตา พิภัทรอักษร ซึ่งได้รับทุนการศึกษาต่อในต่างประเทศจากกิจกรรมทัวร์นาเมนต์กอล์ฟ “Thai Life Insurance Girl’s Golf 2024” โครงการ Sports Showcase ครั้งที่ 14 พร้อมมอบทุนเพิ่มเติมจากไทยประกันชีวิต รวมมูลค่า 914,000 บาท ณ อาคารไทยประกันชีวิต สำนักงานใหญ่

พีทีจี ร่วมทุน จุฬา บิซิเนส เปิดตัว ‘CBS Café by PTG’ โมเดลธุรกิจเพื่อสังคมของคนรุ่นใหม่

พีทีจี ร่วมทุน จุฬา บิซิเนส เปิดตัว ‘CBS Café by PTG’ โมเดลธุรกิจเพื่อสังคมของคนรุ่นใหม่

พีทีจี ร่วมทุน จุฬา บิซิเนส เปิดตัว ‘CBS Café by PTG’ โมเดลธุรกิจเพื่อสังคมของคนรุ่นใหม่

วันพฤหัสบดี ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 15.42 น.

“CBS Café by PTG สาขาแรก เกิดจากวิสัยทัศน์และความตั้งใจของ พิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ PTG และ คณบดี ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งอธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่ต้องการสร้างต้นแบบการเรียนรู้โดยมุ่งเน้นการปฏิบัติแบบ CBS’s Mastering-based Learning ภายใต้การสนับสนุนอย่างมากจาก PTG ทำให้ CBS มั่นใจและมุ่งมั่นที่จะเป็นมากกว่า Business School ด้วยการประกาศเป็นมหาวิทยาลัยแรกของโลก ที่พร้อมจะเป็น The Real Business in The Schools” รศ.ศรัณย์ ชูเกียรติ ประธานกรรมการ บริษัท จุฬา บิซิเนส เอ็นเทอร์ไพรส์ จำกัด

บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) และบริษัท จุฬา บิซิเนส เอ็นเทอร์ไพรส์ จำกัด ประกาศความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ผ่านการลงนามสัญญาร่วมทุนจัดตั้งกิจการเพื่อสังคมในการพัฒนาต้นแบบการเรียนรู้ธุรกิจร้านกาแฟแบบครบวงจร ภายใต้โครงการ “กิจการร่วมค้า CBS Café by PTG” เปิดโอกาสให้นิสิตได้สัมผัสประสบการณ์การดำเนินธุรกิจจริงในทุกมิติ เตรียมความพร้อมสู่การเป็นผู้ประกอบการหรือผู้บริหารที่มีประ สิทธิภาพในอนาคต โดยนำกำไรสุทธิทั้งหมดจากการดำเนินงานไปใช้ในกิจกรรมเพื่อสังคม สะท้อนความมุ่งมั่นในการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมควบคู่การพัฒนาศักยภาพของนิสิตอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน

รังสรรค์ พวงปราง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการเงินและความยั่งยืน บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “วิสัยทัศน์ของ พีทีจี คือการเชื่อมให้ทุกคนได้มีโอกาสเข้าถึงชีวิตที่ ‘อยู่ดี มีสุข’ ในทุกด้านของชีวิต มุ่งเน้นการสร้างโอกาสการเติบโตร่วมกับพันธมิตรและชุมชนในทุกพื้นที่ นอกจากนี้ พีทีจี ยังร่วมมือกับสถาบันการศึกษาชั้นนำ เพื่อพัฒนาการเรียนการสอน และการฝึกปฏิบัติงานจริงอย่างต่อเนื่อง ความร่วมมือกับในครั้งนี้จึงเป็นจุดร่วมของทั้งสององค์กรในการส่งเสริมการศึกษาเชิงปฏิบัติและการสร้างสรรค์นวัตกรรมทางสังคม ต่อยอดสู่การพัฒนาศักยภาพเยาวชนไทยให้เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของประเทศอย่างยั่งยืน”

รศ.ดร.ธารทัศน์ โมกขมรรคกุล คณบดีคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาฯ กล่าวว่า “จุฬาฯ มุ่งมั่นพัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรมที่ตอบโจทย์โลกยุคใหม่ สร้างผู้นำที่มีคุณธรรมและความเชี่ยวชาญ มีเป้าหมายสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่เปลี่ยนแปลงชีวิตด้วยปัญญานวัต กรรมและจิตวิญญาณแห่งการรับใช้สังคม ความร่วมมือในครั้งนี้จึงสอดคล้องกับพันธกิจของมหาวิทยาลัยที่มุ่งเน้นการปฏิรูประบบการเรียนรู้เพื่อสร้างสมรรถนะของกำลังคนในทุกระดับ พัฒนาหลักสูตรและสื่อการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานและการเปลี่ยนแปลงของโลก เพื่อยกระดับมาตรฐานการศึกษาและวิจัยให้เทียบเท่าระดับสากล”

อนันต์ รัตนมั่นคง ผู้อำนวยการอาวุโสกลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม บริษัท กาแฟพันธุ์ไทย จำกัด กล่าวว่า “กิจการร่วมค้า CBS Café by PTG นี้ เป็นโมเดลที่ต่อยอดความสำเร็จจากโครงการที่ผ่านมา เป็นศูนย์การเรียนรู้ธุรกิจแบบบูรณาการที่ผสมผสานระหว่างความเชี่ยวชาญทางธุรกิจจากภาคเอกชนกับองค์ความรู้ทางวิชาการจากสถาบันการศึกษาชั้นนำ เพื่อให้นิสิตได้เรียนรู้กระบวนการดำเนินธุรกิจร้านกาแฟ การกำ หนดโครงสร้างองค์กรและระบบบริหารจัดการ รวมไปถึงการจัดหาบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถในการปฏิบัติงาน และการบริหารจัดการทรัพ ยากรมนุษย์ในสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เป็นจริงซึ่งจะช่วยเตรียมความพร้อมให้กับนิสิตในการก้าวสู่การเป็นผู้ประกอบการหรือผู้บริหารที่มีประสิทธิภาพในอนาคต

รศ.ศรัณย์ ชูเกียรติ ประธานกรรมการ บริษัท จุฬา บิซิเนส เอ็นเทอร์ไพรส์ จำกัด ภายใต้คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาฯ ที่ต้องการเป็น “The Real Business in the School” เปิดเผยว่า “Chula Business Enterprise (CBE) ก่อตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุนการสร้างนวัตกรรมทางธุร กิจ ผ่านความร่วมมือกับองค์กรภาคีเครือข่าย ในการนำองค์ความรู้ด้านบริหารธุรกิจของ CBS ที่มีในรั้วมหาวิทยาลัย ไปสร้างกิจการเพื่อสังคมที่มีโมเดลธุรกิจใหม่ ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจแห่งอนาคต ควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อส่งเสริมความยั่งยืน สำหรับ “กิจการร่วมค้า CBS Café by PTG” นับเป็นกิจการเพื่อสังคมแรกของ CBE ภายใต้การสนับสนุนจาก บมจ.พีทีจี เอ็นเนอยี เป็นกิจการเพื่อสังคมที่มีโมเดลธุรกิจแบบ “Ed-Enterprise” ซึ่งดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับพันธกิจทางการศึกษาในการสร้างต้นแบบของการเรียนรู้แบบ CBS’s Mastering-based Learning ที่สร้างประสบการณ์ให้นิสิตได้เรียนรู้และพัฒนาทักษะจากการดำเนินธุรกิจจริง”

น้องข้าวโอ๊ต ศตพร ดีสมจิตร นิสิตรุ่นพี่คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาฯ บอกเล่าความประทับใจที่ได้ร่วมเรียนรู้ธุรกิจกับ CBS Café by PTG “การมี Sandbox ให้เราลองทำธุรกิจเป็นสิ่งที่น่าสนใจมาก โครงการนี้จึงเป็นสถานที่ที่ทำให้เราได้เรียนรู้และลองทำ มีที่ปรึกษาเป็นผู้ใหญ่เก่งๆ มากมายคอยช่วยตรวจสอบและให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด ทำให้เราไม่เสี่ยงเกินไป เป็นโอกาสที่ไม่ได้หากันง่ายๆ นอกจากนี้ได้มีโอกาสลองทำกาแฟพันธุ์ไทย ได้ไปเรียนฝึกทำกาแฟที่สำนักงาน การทำกาแฟก็ไม่ง่ายเลย พนักงานต้องละเอียดมากๆ ประสบการณ์นี้ทำให้เราเข้าใจพนักงานมากขึ้น และเป็นรากฐานที่ดีในการเป็นนักธุรกิจในอนาคต การที่เราเข้าใจตั้งแต่ระดับพนักงานภาคปฏิบัติเป็นพื้นฐานที่สำคัญมากๆ และอย่างน้อยต่อให้เราไม่ได้เป็นนักธุรกิจในอนาคต เราก็ได้เป็นพลเมืองที่ดีและเป็นบัณฑิตที่มี Empathy ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน”

น้องบี ณัฐริกา อาจหาญ ศิษย์เก่าคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาฯ บอกเล่าประสบการณ์ที่เคยร่วมเรียนรู้ในโครงการฯ นี้ “วิชา Gen Ed เป็นที่ฮอตฮิตที่คนแย่งกันลงเรียน แสดงให้เห็นว่าความต้องการของคนรุ่นใหม่คือมีความสนใจด้านธุรกิจ การเรียนรู้ผ่านการลงมือทำจริงทำให้เราเห็นภาพของทฤษฎีที่เราเรียนมาอย่างชัดเจนมากขึ้น ทำให้เห็นภาพว่ากระบวนการมันเป็นอย่างไร ทฤษฎีต่างๆ สามารถใช้ได้จริงหรือไม่ ประสบการณ์ทำงานที่พันธุ์ไทยเราก็มองว่าคงไม่ง่ายที่จะได้ลองเป็นคน Manage Store ต้นทุน หรือดูระบบหลังบ้าน เรามองว่าสิ่งเหล่านี้เป็นเหมือนการสะสมประสบการณ์ แม้ตอนนี้จะยังไม่เป็นรูปเป็นร่างแต่ในอนาคตมันจะเชื่อมกันเอง ขอบคุณพันธุ์ไทยที่มอบโอกาสดีๆ ให้กับทางคณะและรุ่นน้องของหนู หวังว่าโครงการนี้จะเป็นโอกาสที่ช่วยยกระดับทางการศึกษาที่ดีให้คณะของเราเป็น Real Business School ที่ไม่ใช่แค่เรียนแต่ได้มีโอกาสลงมือทำจริง”

“กิจการร่วมค้า CBS Café by PTG นับเป็นการสานต่อเจตนารมณ์และวิสัยทัศน์ที่เริ่มต้นไว้ให้เกิดรูปธรรมและยั่งยืน เป็นต้นแบบของกิจการเพื่อสังคม ในการทำธุรกิจ ที่ไม่ใช่เพียงเพื่อหวังผลกำไรทางธุรกิจ แต่เป็นการสร้างสรรค์สังคม โดยเฉพาะการเรียนรู้ของเยาวชนที่จะเป็นกำลังหลักของชาติในอนาคตความร่วมมือในครั้งนี้จึงเป็นการร่วมกันดำเนินธุรกิจและสนับสนุนนโยบายให้สอดคล้องกับแผนกลยุทธ์และเป้าหมายการปฏิบัติงานของกิจการร่วมค้า เช่น การจัดหาและให้การสนับสนุนบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถในการปฏิบัติงาน ให้การสนับสนุนกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ ในการส่งเสริมการศึกษาเชิงปฏิบัติและการสร้างสรรค์นวัตกรรมทางสังคม อันสะท้อนวิสัยทัศน์ของทั้งสององค์กรที่ให้ความสำ คัญกับการพัฒนาเยาวชนไทยให้เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนและยกระดับเศรษฐกิจของประเทศต่อไป พร้อมนำกำไรสุทธิทั้งหมดจากการดำเนินงานไปใช้ในกิจกรรมเพื่อสังคมสอดคล้องกับนโยบายของคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาฯ ที่ต้องการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมควบคู่ไปกับการพัฒนาศักยภาพของนิสิตในทุกมิติอย่างยั่งยืน” รศ.ศรัณย์ กล่าวสรุป