ททท. เปิดตัวโครงการ ‘Let Me Be Your Journey’ รับอาสาสมัครคนรุ่นใหม่ ร่วมสร้างโมเมนต์แห่งการให้
วันอังคาร ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 17.03 น.
ททท. เปิดตัวโครงการ “Let Me Be Your Journey” รับอาสาสมัครคนรุ่นใหม่ ร่วมสร้างโมเมนต์แห่งการให้ แบ่งปันความสุขพาเด็กด้อยโอกาสท่องเที่ยว 3 เส้นทาง พัทยา-ชลบุรี-เขาใหญ่ ตลอดสิงหาคมนี้
นายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ททท. กล่าวว่า ปี 2568 เป็นปี Amazing Thailand Grand Tourism & Sport Year 2025 ที่เน้นกระตุ้นให้คนไทยออกเดินทางท่องเที่ยวผ่านการสร้างประสบการณ์ที่น่าจดจำและสร้างแรงบันดาลใจให้เกิด “Grand Moment” ที่มีความหมายสำหรับนักท่องเที่ยว จึงได้จัดทำโครงการ Let Me Be Your Jouney ภายใต้แนวคิด “Moment of Giving” มุ่งสร้างประสบการณ์การเดินทางที่เปี่ยมด้วยคุณค่าและความหมาย ผ่านกิจกรรมจิตอาสาเชิงท่องเที่ยว ชวนอาสาสมัครคนรุ่นใหม่ 90 คน ร่วมเปิดมุมมองใหม่ของการท่องเที่ยว พร้อมค้นพบความสุขจากการเป็น “ผู้ให้” โดยการพาน้องผู้ด้อยโอกาส จำนวน 60 คน จาก มูลนิธิ Five for All, โรงเรียนบ้านเด็กรามอินทรา-บ้านเด็กตาบอดผู้พิการซ้ำซ้อน, โรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพ และมูลนิธิเพื่อเด็กพิการ ออกเดินทางเปิดโลกกว้างผ่านการท่องเที่ยวใน 3 เส้นทาง ตลอดเดือนสิงหาคม 2568
โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและหน่วยงาน สมาคม และภาคเอกชนที่ร่วมแบ่งปันความสุขให้กับน้องๆ ได้แก่ บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด , SCB Next Tech , วิทยาลัยนานาชาติเพื่อศึกษาความยั่งยืน มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, Bolt, เพจพลเมืองจิตอาสา, เครือข่ายจิตอาสาและสมาคมจิตอาสา, บริษัท ทรัพย์เจริญ แทรเวล (2007) จำกัด, In the box และ Alice Café เพื่อเติมเต็มประสบการณ์การท่องเที่ยวที่มีคุณค่า มีความหมาย และเกิดเป็นความประทับใจจนไม่อาจลืมเลือนอีกด้วย
ดร.ชนัญกร สุวรรณชื่น ประธานมูลนิธิ Five For All กล่าวว่า โครงการ “Let Me Be Your Journey” เปิดโอกาสให้น้องๆ ผู้พิการที่ขาดโอกาสทางสังคมได้ออกเดินทางท่องเที่ยว เพื่อเปิดโลกกว้างและเรียนรู้สิ่งใหม่ โดยกิจกรรมครั้งนี้ไม่เพียงมอบความสุขให้กับน้องผ่านการเดินทางและการดูแลอย่างใกล้ชิดเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างโมเมนต์พิเศษให้กับเหล่าอาสาสมัครที่ได้สัมผัสถึงความสุขจากการเป็นผู้ให้ และเรียนรู้คุณค่าของการแบ่งปันตลอดเส้นทางแห่งการเดินทางร่วมกัน
นายเกรียงศักดิ์ สุวรภามณีสวัสดิ์ ผู้บริหารกลุ่มงาน GLOBAL PARTNERSHIP MANAGEMENT บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด กล่าวว่า โครงการ “Let Me Be Your Journey” สะท้อนถึงแนวทางและวิสัยทัศน์ของสยามพิวรรธน์ในการเป็นแพลตฟอร์มแห่งโอกาสที่มุ่งเน้นการสร้างคุณค่าให้กับสังคมในหลากหลายมิติ สยามพิวรรธน์รู้สึกยินดีที่ได้มีส่วนร่วมในการเผยแพร่เรื่องราวอันเปี่ยมพลังของเยาวชน เพื่อเป็นแรงบันดาลใจและสื่อสารคุณค่าของการแบ่งปันในสังคมไทยอย่างแท้จริง พร้อมตอกย้ำจุดยืนขององค์กรที่ให้ความสำคัญต่อความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการมีส่วนร่วมของทุกคน เพื่อขับเคลื่อนสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกันในทุกภาคส่วน
ทั้งนี้ อาสาสมัครที่สนใจเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการแบ่งฝันปันความสุข ยังสามารถลงทะเบียน ผ่านเว็บไซต์ http://www.letmebeyourjourney.com ได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 15 กรกฎาคม 2568 โครงการฯ จะประกาศรายชื่ออาสาสมัคร จำนวน 90 คน ผ่านทาง http://www.letmebeyourjourney.com และ Facebook : Letmebeyourjourney ในวันที่ 31 กรกฎาคม 2568 โดยผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารและรายละเอียดการเข้าร่วมโครงการ Let me be your journey เพิ่มเติมได้ทีเว็บไซต์ http://www.letmebeyourjourney.com, แฟนเพจเฟสบุ๊ก Letmebeyourjourney และ Line Officail Account : @letmebeyourjourney
Nick Ut นำภาพถ่าย ‘The Terror of War’ จัดแสดงที่สยามพารากอน 9 ก.ค.2568
วันอังคาร ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 15.16 น.
Nick Ut ช่างภาพดัง นำผลงานภาพถ่ายที่สุดแห่งศตวรรษที่ 20 จัดแสดงนิทรรศการ ฉลองเปิดตัว Leica Store Siam Paragon วันที่ 9 กรกฎาคม 2568 ณ ลานกิจกรรม Fashion Hall ชั้น 1 ศูนย์การค้า สยามพารากอน
Nick Ut ช่างภาพข่าวรางวัลพูลิตแซอร์ ปี 1973 เจ้าของภาพถ่าย “The Terror of War” หรือที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายในนาม “Napalm Girl” ภาพถ่ายที่มีบทบาทสำคัญในการยุติสงครามเวียดนาม ได้นำผลงานที่ทรงพลังที่สุดแห่งศตวรรษที่ 20 มาจัดแสดงนิทรรศการ เพื่อร่วมฉลองการเปิดตัว “Leica Store Siam Paragon” ภายใต้คอนเซ็ปต์ใหม่ล่าสุดแห่งแรกในประเทศไทย ที่หลอมรวมตำนานอันทรงคุณค่าของไลก้าเข้ากับวัฒนธรรมร่วมสมัยของไทยอย่างลงตัว
นิทรรศการภาพถ่าย Nick Ut Journey: From Hell to Hollywood
นิทรรศการภาพถ่าย Nick Ut’ Journey: From Hell to Hollywood โดย Nick Ut ช่างภาพข่าวรางวัลพูลิตแซอร์ ปี 1973 เจ้าของผลงานภาพถ่าย “The Terror of War” หรือที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายในนาม “Napalm Girl” หนึ่งในภาพข่าวที่ทรงพลังที่สุดแห่งศตวรรษที่ 20 และเป็นภาพที่มีบทบาทสำคัญในการยุติสงครามเวียดนาม
สำหรับผลงานที่นำมาจัดแสดง เป็นผลงานภาพถ่ายตลอดชีวิต ถ่ายทอดเรื่องราวของ Nick Ut จากความโหดร้ายในสงครามเวียดนาม สู่โลกแห่งแสงสีและความซับซ้อนของฮอลลีวูด นิทรรศการภาพถ่ายนี้ไม่ใช่เพียงการย้อนรำลึกผลงาน แต่คือเรื่องเล่าที่สะท้อนความเป็นมนุษย์อย่างลึกซึ้ง เชื่อมโยงบาดแผล การเปลี่ยนผ่าน และพลังแห่งภาพถ่ายที่ยืนยง ตัวแทนบทพิสูจน์ถึงพลังความเข้มแข็งของจิตวิญญาณมนุษย์ ที่เตือนให้เราระลึกว่าเลนส์เดียวกันที่เคยบันทึกความเจ็บปวด ก็สามารถเฉลิมฉลองชีวิตได้เช่นกัน
Rado กับวงการเทนนิส:พันธกิจที่สานต่อด้วยความมุ่งมั่น
ด้วยบทบาทในฐานะผู้จับเวลาอย่างเป็นทางการของ ATP และ Davis Cup Rado ไม่เพียงแสดงถึงความเที่ยงตรง แต่ยังเป็น สัญลักษณ์แห่งความน่าเชื่อถือในโลกของกีฬา ความร่วมมือกับการแข่งขันระดับตำนานอย่าง French Open, Mubadala Citi DC Open และ Swiss Indoors Basel ช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้เข้าถึงแฟนกีฬาทั่วโลกอย่างลึกซึ้ง Rado ยังเป็นแบรนด์แรกๆ ที่สร้างแพลตฟอร์มเพื่อสนับสนุนนักกีฬาเยาวชนผ่านโครงการ Rado YoungStars ที่ริเริ่มตั้งแต่ปี 2015 และผลักดัน แชมป์โลกหลายคนเติบโตจากโครงการนี้