ผู้แทนรัฐบาล สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย เยี่ยมชมนิทรรศการ “GRAFFITI SOCIAL CLUB” ชื่นชมซอฟต์พาวเวอร์ไทยและไต้หวัน

ผู้แทนรัฐบาล สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย เยี่ยมชมนิทรรศการ “GRAFFITI SOCIAL CLUB” ชื่นชมซอฟต์พาวเวอร์ไทยและไต้หวัน

ผู้แทนรัฐบาล สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย เยี่ยมชมนิทรรศการ “GRAFFITI SOCIAL CLUB” ชื่นชมซอฟต์พาวเวอร์ไทยและไต้หวัน

วันศุกร์ ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 13.23 น.

หลัน เซี่ย หลี่ ผู้แทนรัฐบาล สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย (สำนักงานฯ) ร่วมชมนิทรรศการ “GRAFFITI SOCIAL CLUB” โดย หลัน เซี่ย หลี่ ได้สัมผัสกับซอฟต์พาวเวอร์ด้านศิลปวัฒนธรรมของไทย ทั้งยังรู้สึกชื่นชมผลงานกราฟฟิตี้ของศิลปินไทยและไต้หวันที่จัดแสดงเป็นอย่างมาก เมื่อบ่ายวันที่ 5 พฤศจิกายน 2568 ณ ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก (River City Bangkok)

หลัน เซี่ย หลี่ กล่าวว่า เคยได้ยินชื่อเสียงของวงการศิลปะกราฟฟิตีของไทยมานาน โดยเฉพาะศิลปิน นายพัชรพล แตงรื่น (Alex Face) ที่สร้างชื่อเสียงไปทุกเมืองทั่วโลกด้วยฝีมือในการวาดภาพสตรีทอาร์ตอันปราณีตและผลงานที่ชวนให้ตรึกตรอง เมื่อได้มาเห็นด้วยตาตนเองก็รู้สึกประทับใจมาก

 GRAFFITI SOCIAL CLUB ก่อตั้งโดย REACH ศิลปินกราฟฟิตีไต้หวัน เมื่อปี ค.ศ. 2019 เพื่อนำเสนอวิวัฒนาการของกราฟฟิตีจากวัฒนธรรมย่อยสู่กระแสระดับโลก และเปิดโอกาสให้ศิลปินกราฟฟิตีชาวไต้หวันได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับศิลปินระดับนานาชาติ โดยครั้งนี้เป็นการปรากฏตัวครั้งแรกในประเทศไทยของ GRAFFITI SOCIAL CLUB จากความร่วมมือของผู้จัดงานหลัก ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อกและสำนักงานฯ รวมถึงการสนับสนุนจากกระทรวงวัฒนธรรมไต้หวัน นิทรรศการนี้รวบรวมศิลปินสตรีทอาร์ทชื่อดัง 12 คนจากไต้หวัน ไทย ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกาและยุโรป มาร่วมนำเสนอเอกลักษณ์ในการสร้างสรรค์งานศิลปะกราฟฟิตีจากไต้หวัน ไทย และประเทศอื่นๆ

นิทรรศการครั้งนี้มีศิลปินไต้หวันเข้าร่วม 3 ท่าน ได้แก่ REACH, Mr.OGAY และ SONG จัดแสดงผลงานทั้งหมด 10 ชิ้น โดยคุณลินดา เชง (Linda S. Cheng) กรรมการผู้จัดการริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อกพร้อมด้วยคุณโทบี้ ลู (Toby Lu) ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาดและนิทรรศการนำชมและแนะนำอย่างกระตือรือร้น นายหลัน เซี่ย หลี่ไม่เพียงแต่จะเข้าชมผลงานกราฟฟิตีจากไต้หวัน ไทยและประเทศอื่นๆ เท่านั้น ยังได้ไปเยี่ยมชมพื้นที่จัดแสดงศิลปวัฒนธรรมอื่นๆ ภายในริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อกอีกด้วย

หลัน เซี่ย หลี่ รู้สึกชื่นชมคุณลินดาและคุณโทบี้ ในฐานะที่เป็นชาวไต้หวันด้วยกัน ที่ทุ่มเทและทำงานอย่างหนักในการปรับเปลี่ยนริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก ให้กลายเป็นศูนย์กลางทางศิลปะและวัฒนธรรม นายหลัน เซี่ย หลี่ได้ขอบคุณคุณลินดาและคุณโทบี้สำหรับการสนับสนุนและการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมไต้หวันมาอย่างยาวนาน ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างไต้หวันและไทยแน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น และเนื่องจากตรงกับวันลอยกระทง นายหลัน เซี่ย หลี่จึงได้นำกระทงไปลอยที่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาที่อยู่ด้านข้างของริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก เพื่อขอพรให้ประเทศไทยและไต้หวันอีกด้วย

หลัน เซี่ย หลี่กล่าวว่า การกระชับมิตรภาพระหว่างไทยและไต้หวันและการสร้างความร่วมมือที่ทั้งสองฝ่ายได้ประโยชน์ เป็นเป้าหมายที่นายหลัน เซี่ย หลี่เน้นย้ำและคาดหวังมาโดยตลอดนับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง การชมนิทรรรศการในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่ได้เห็นซอฟต์พาวเวอร์ที่แข็งแกร่งของศิลปินไทยอย่างประจักษ์ ซึ่งเป็นที่ประทับใจไม่รู้ลืมเท่านั้น แต่ยังได้เห็นถึงความสำเร็จของความร่วมมือด้านศิลปะและวัฒนธรรมระหว่างไทยและไต้หวัน นายหลัน เซี่ย หลี่หวังว่าในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นด้านธุรกิจ เทคโนโลยี วิชาการ การศึกษา วัฒนธรรมหรือด้านอื่นๆ ทั้งสองฝ่ายจะสามารถก้าวไปข้างหน้าบนพื้นฐานของมิตรภาพต่อไป

นิทรรศการ “Graffiti Social Club” เปิดให้เข้าชมฟรีตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 4 มกราคม 2569 ณ RCB Galleria ชั้น 3 ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก

ครอบครัว “ซูเลียน” บินลัดฟ้าสู่กรีซ สัมผัสประสบการณ์เอ็กซ์คลูซีฟ กับ ZHULIAN INTERNATIONAL DIAMOND FORUM 2024

ครอบครัว “ซูเลียน” บินลัดฟ้าสู่กรีซ  สัมผัสประสบการณ์เอ็กซ์คลูซีฟ กับ ZHULIAN INTERNATIONAL DIAMOND FORUM 2024

ครอบครัว “ซูเลียน” บินลัดฟ้าสู่กรีซ สัมผัสประสบการณ์เอ็กซ์คลูซีฟ กับ ZHULIAN INTERNATIONAL DIAMOND FORUM 2024

วันศุกร์ ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 13.10 น.

สุดยอดรางวัลแห่งความภาคภูมิใจจาก บริษัท ซูเลียน (ประเทศไทย) จำกัด (Zhulian Thailand)   เปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่กับโปรแกรมท่องเที่ยวต่างประเทศของเหล่านักธุรกิจระดับเพชร “ZHULIAN INTERNATIONAL DIAMOND FORUM QUALIFY 2024” เส้นทางกรีซสุดอลังการ ที่จะพาผู้ผ่านคุณสมบัติปี 2024 บินลัดฟ้าไปสัมผัสความงดงามของ เกาะซานโตรินี (Santorini) และ กรุงเอเธนส์ (Athens) ดินแดนแห่งอารยธรรมโลก ตลอดระยะเวลา 9 วันเต็ม ระหว่างวันที่ 20–28 ตุลาคม 2025 (Group A) และ 21–29 ตุลาคม 2025 (Group B)

การเดินทางสุดหรูครั้งนี้ถูกวางแผนอย่างพิถีพิถันในทุกรายละเอียด เพื่อมอบประสบการณ์ระดับโลกแก่เหล่านักธุรกิจเพชรของซูเลียน ตั้งแต่การออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิด้วยสายการบินพรีเมียม     การจัดทีมเจ้าหน้าที่และไกด์ท้องถิ่นมืออาชีพคอยดูแลอย่างใกล้ชิด ไปจนถึงการคัดสรรที่พักสุดหรู El Greco Resort Hotel และโรงแรมชั้นนำในเครือ เพื่อให้ผู้ร่วมทริปได้สัมผัสความสบายในทุกช่วงเวลา

ทันทีที่เดินทางถึง เกาะซานโตรินี เกาะในฝันที่เปรียบเสมือนสวรรค์บนผืนน้ำทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ผู้ร่วมทริปได้เยือนหมู่บ้าน Oia ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องทิวทัศน์พระอาทิตย์ตกงดงามที่สุดในโลก เดินเล่นท่ามกลางบ้านสีขาวหลังคาโดมสีฟ้าอันเป็นเอกลักษณ์ ถ่ายภาพเก็บความทรงจำกับวิว คาลเดรา ที่สวยดั่งภาพวาด ก่อนต่อด้วยการสำรวจเกาะทั้งวัน ชมพิพิธภัณฑ์เก่าแก่ ชายหาดทรายแดง (Red Beach) และโบสถ์ Nektarios Church สัญลักษณ์แห่งความสงบงามของเกาะ

ตลอดการเดินทาง ทีมงานได้จัดโปรแกรมผสมผสานทั้งความรู้ วัฒนธรรม และความบันเทิง ผู้ร่วม ทริปได้สัมผัสเสน่ห์ของ กรุงเอเธนส์ เมืองหลวงแห่งอารยธรรมกรีก เยี่ยมชมโบราณสถานระดับโลก เช่น         อะโครโพลิส (Acropolis) และ วิหารพาร์เธนอน (Parthenon) สัญลักษณ์แห่งความรุ่งเรืองของอารยธรรมตะวันตก พร้อมปิดท้ายด้วยการเดินชม สนามกีฬาโบราณ Panathenaic Stadium สนามหินอ่อนที่ใช้จัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกสมัยใหม่ครั้งแรกในปี 1896

ดร.ปิยะวัฒน์ จุลล์จักรวงศา

หนึ่งในไฮไลต์สุดพิเศษคือ “งานเลี้ยงเกียรติยศแห่งเพชรซูเลียน” ที่จัดขึ้นในค่ำคืนอันหรูหรา ณ กรุงเอเธนส์ เพื่อเฉลิมฉลองความสำเร็จของนักธุรกิจเพชรผู้มากความสามารถ บรรยากาศภายในงานอบอวลด้วยความภาคภูมิใจและมิตรภาพอันแน่นแฟ้น ผู้ร่วมงานต่างแต่งกายตามธีมที่กำหนด ทั้งชุดประจำชาติและแฟชั่นสุดสร้างสรรค์ ถ่ายทอดความหลากหลายของวัฒนธรรมและจิตวิญญาณแห่งความสำเร็จในแบบซูเลียน

ดร.ปิยะวัฒน์ จุลล์จักรวงศา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  บริษัท ซูเลียน (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า  “ZHULIAN INTERNATIONAL DIAMOND FORUM QUALIFY 2024 ไม่ใช่เพียงรางวัลสำหรับความสำเร็จทางธุรกิจ แต่เป็นโอกาสให้ผู้บริหารและนักธุรกิจเพชรของเราได้สัมผัสประสบการณ์ระดับโลก สร้างแรงบันดาลใจ และเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างกัน เพื่อเติบโตไปสู่อนาคตที่มั่นคงและเปล่งประกายเหมือนเพชรแท้”

โปรแกรม “ZHULIAN INTERNATIONAL DIAMOND FORUM QUALIFY 2024” ไม่เพียงเป็นรางวัลแห่งความสำเร็จ แต่ยังเป็นการยืนยันถึงพลังและความมุ่งมั่นของนักธุรกิจเพชรซูเลียนทั่วประเทศ ที่ร่วมสร้างสรรค์ความเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับองค์กร และก้าวไปสู่อนาคตที่เปล่งประกายยิ่งกว่าเดิม ดั่งเพชรที่งดงามไม่มีวันหม่นแสง

นี่คือการเดินทางแห่งเกียรติยศ ที่จะกลายเป็นความทรงจำอันยิ่งใหญ่ในหัวใจของทุกคน เพราะ “ซูเลียน” ไม่ได้มอบเพียงทริปท่องเที่ยว… แต่คือการมอบ “ประสบการณ์ชีวิตระดับเพชร” ที่สะท้อนคุณค่าของผู้นำตัวจริงในทุกมิติ

TCELS คว้างรางวัล ‘หน่วยงานส่งเสริมการใช้นวัตกรรมเครื่องมือแพทย์ไทยดีเด่น’

TCELS คว้างรางวัล ‘หน่วยงานส่งเสริมการใช้นวัตกรรมเครื่องมือแพทย์ไทยดีเด่น’

TCELS คว้างรางวัล ‘หน่วยงานส่งเสริมการใช้นวัตกรรมเครื่องมือแพทย์ไทยดีเด่น’

วันศุกร์ ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ตอกย้ำบทบาทผู้นำระบบนิเวศชีววิทยาศาสตร์ไทย สู่เศรษฐกิจนวัตกรรมและสุขภาพยั่งยืน ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) หรือ TCELS  คว้ารางวัล “หน่วยงานส่งเสริมการใช้นวัตกรรมเครื่องมือแพทย์ไทยดีเด่น”

นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมชี้แจงการบริหารกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ 2569 และได้มอบโล่รางวัล “หน่วยงานส่งเสริมการใช้นวัตกรรมเครื่องมือแพทย์ไทยดีเด่น”  ให้แก่ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) หรือ TCELS เพื่อเชิดชูในฐานะองค์กรผู้นำการขับเคลื่อนนวัตกรรมการแพทย์และสุขภาพของประเทศไทยจากห้องวิจัยสู่การใช้จริงในระบบสุขภาพ ณ โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ

จากงานวิจัยสู่ชีวิตจริงของคนไทย

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา TCELS ได้ทำหน้าที่เป็น “ตัวเร่งนวัตกรรม” (Innovation Catalyst) ของประเทศ ผลักดันให้เกิดการใช้ นวัตกรรมทางการแพทย์ที่ผลิตโดยคนไทย ในระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า อาทิ เท้าเทียมไดนามิก (Dynamic Prosthetic Foot) รากฟันเทียมผลิตในประเทศ (Dental Implant) แผ่นปิดกะโหลกศีรษะไทเทเนียมเฉพาะบุคคล ชุดตรวจพยาธิใบไม้ตับสำเร็จรูป (OV-ATK) นวัตกรรมถุงทวารเทียมสำหรับผู้ป่วยมะเร็งลำไส้  เป็นต้น โดยนวัตกรรมเหล่านี้ถูกนำไปใช้จริงแล้วในโรงพยาบาลกว่า 2,000 แห่งทั่วประเทศ ครอบคลุมผู้ป่วยกว่า 1.8 ล้านคน ช่วยลดการนำเข้าเทคโนโลยีจากต่างประเทศกว่า 300 ล้านบาทต่อปี และสร้างรายได้ใหม่ให้กับผู้ประกอบการไทยมากกว่า 350 ล้านบาท

ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ – สร้างเศรษฐกิจชีววิทยาศาสตร์ของไทย

การได้รับรางวัลครั้งนี้ถือเป็นเครื่องยืนยันความสำเร็จของ TCELS ในการดำเนินภารกิจที่สอดคล้องกับ ยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2561–2580 ด้าน “การสร้างความสามารถในการแข่งขัน” และ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 หมุดหมายที่ 4 “ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์และสุขภาพมูลค่าสูง” ภายใต้กรอบแนวคิด “Thailand’s Life Sciences Hub” TCELS ได้สร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) ที่เชื่อมโยง งานวิจัย–การลงทุน–ภาคเอกชน–หน่วยงานรัฐ ให้ทำงานสอดประสานกัน จนเกิดการยกระดับอุตสาหกรรมชีววิทยาศาสตร์ของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในด้านการส่งเสริม ผู้ประกอบการชีววิทยาศาสตร์ (Bio-entrepreneurs) ให้เข้าถึงทุนวิจัยและตลาด การขยายความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อผลักดันผลิตภัณฑ์ไทยเข้าสู่ตลาดโลก การพัฒนา แพลตฟอร์มดิจิทัลสุขภาพ (Digital Health) และ AI ด้านการแพทย์ เพื่อเพิ่มการเข้าถึงบริการสุขภาพอย่างเท่าเทียม

ดร.จิตต์พร ธรรมจินดา ผู้อำนวยการ TCELS กล่าวว่า “รางวัลนี้เป็นเกียรติของทุกภาคีที่ร่วมกันผลักดันนวัตกรรมไทยให้ไปถึงมือประชาชน เราเชื่อว่านวัตกรรมทางการแพทย์ของคนไทยสามารถยืนเคียงข้างเทคโนโลยีระดับโลกได้ หากมีระบบนิเวศที่สนับสนุนอย่างต่อเนื่อง TCELS จะยังคงทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ เพื่อสร้างอุตสาหกรรมชีววิทยาศาสตร์ของไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน”

สมศ. เปิดเวทีประชุมวิชาการระดับชาติและนานาชาติ ‘2025 ONESQA Forum’

สมศ. เปิดเวทีประชุมวิชาการระดับชาติและนานาชาติ ‘2025 ONESQA Forum’

สมศ. เปิดเวทีประชุมวิชาการระดับชาติและนานาชาติ ‘2025 ONESQA Forum’

วันศุกร์ ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) เปิดเวทีประชุมวิชาการระดับชาติและนานาชาติ “2025 ONESQA Forum” เชื่อมโยงนโยบายสู่การปฏิบัติพลิกบทบาทสู่ “ผู้สนับสนุนการพัฒนาคุณภาพ”

นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานกรรมการสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีและกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “ความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่างๆ ในการสร้างคุณภาพการศึกษาอย่างยั่งยืน” โดยได้เน้นย้ำในการสร้างเสริมบทบาทของ สมศ. ให้ทันสมัย (Modernization) ด้วยการนำเทคโนโลยีมาสนับสนุนการทำงาน โดยเฉพาะพันธกิจหลัก คือการประเมินคุณภาพภายนอกสถานศึกษา ตนจึงให้มีการประชุมเชิงปฏิบัติการระหว่างคณะกรรมการ สมศ. ที่ปรึกษาคณะกรรมการ สมศ. ตลอดจนผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ สมศ. เพื่อให้ สมศ. แลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับแนวปฏิบัติที่ดีระดับโลก (Global Best Practices) และสามารถนำไปใช้ยกระดับองค์กร ภายใต้ยุทธศาสตร์หลัก 5 ด้าน (5 Strategic transformation) ซึ่งเป็นเสาหลักของการขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษาของประเทศ มาบูรณาการและใช้เป็นประเด็นหลักในการยกระดับการดำเนินงานของ สมศ. ได้แก่ 1) ด้านความโปร่งใส 2) ด้านกลไกตลาดและการมีส่วนร่วม 3) ด้านผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอน 4) ด้านหลักสูตรและการสอน และ 5) ด้านโครงสร้างพื้นฐาน

เพื่อให้ สมศ. เป็นองค์กรที่ได้รับการยอมรับในระดับชาติและนานาชาติ อันเป็นภารกิจที่ท้าทายอย่างยิ่ง สมศ. ได้พิสูจน์ต่อวงการการศึกษาไทยและนานาชาติว่า สมศ. ก้าวข้ามบทบาทของการประเมินแบบตัดสินคุณภาพไปสู่การเป็นพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ ในการขับเคลื่อนและยกระดับคุณภาพการศึกษาให้พัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการประชุมในวันนี้จะเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และร่วมกันสร้างข้อเสนอที่มีคุณค่าทั้งในระดับนโยบายและระดับปฏิบัติ เพื่อนำไปสู่การสร้างคุณภาพการศึกษาที่ยั่งยืน

ศาสตราจารย์ ดร.องอาจ นัยพัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) หรือ สมศ. ได้บรรยายในหัวข้อ “25 ปี สมศ. ยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนนโยบายสู่การปฏิบัติ เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาไทย” เพื่อประกาศต่อสาธารณชน “ก้าวใหม่ของการประเมินคุณภาพ” ซึ่งเป็นการปรับเปลี่ยนบทบาทของ สมศ. จาก “ผู้ตัดสินคุณภาพ” ไปสู่การเป็น “ผู้สนับสนุนการพัฒนาคุณภาพคุณภาพ” ที่สะท้อนสภาพจริงของระบบการศึกษาไทย เพื่อให้สามารถนำข้อมูลไปใช้เป็นฐานในการกำหนดนโยบายเชิงระบบได้อย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพ พร้อมย้ำว่า “การประเมินคือเครื่องมือเพื่อการพัฒนา มิใช่ภาระของสถานศึกษา”

สมศ. พร้อมขับเคลื่อนนโยบายที่มีความเป็นเลิศด้านการประเมินและการประกันคุณภาพ เพื่อยกระดับมาตรฐานการศึกษาสู่สากล พร้อมก้าวสู่การเป็น Data-Driven Organization องค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลสารสนเทศจากผลการประเมินคุณภาพภายนอกนำไปสู่การกำหนดนโยบายทางการศึกษาอย่างยั่งยืนเพื่อเสนอต่อผู้กำหนดนโยบายระดับสูง (Policy Makers) ใช้ขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพการศึกษาไทย ทั้งนี้ ได้นำเทคโนโลยีดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ Machine Learning ในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก และสร้าง Dashboard Interactive เพื่อให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเห็นภาพรวมการศึกษาได้อย่างชัดเจนและรวดเร็ว

ทั้งนี้ ข้อมูลเชิงลึกที่ได้จะถูกนำเสนอในรูปแบบที่ช่วยสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบายให้เห็นถึงจุดแข็งและจุดที่ต้องพัฒนาอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นถึง “คุณค่าเชิงนโยบาย” และ “ศักยภาพในการสร้างผลกระทบเชิงบวก” จากข้อมูลที่ สมศ. ได้รวบรวมและวิเคราะห์ โดยมีเป้าหมายในการเปลี่ยน “ผลการประเมิน” ให้เป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาคุณภาพสถานศึกษาอย่างมีทิศทาง พร้อมเชื่อมโยงกลไกการประเมินคุณภาพภายในและภายนอกเข้าด้วยกันเพื่อสร้างวัฒนธรรมคุณภาพและการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ในทุกระดับของระบบการศึกษาไทย

อว. โดยนาโนเทค สวทช. จับมือสมาคมนาโนฯ เปิดยิ่งใหญ่ ‘งาน NanoThailand 2025’

อว. โดยนาโนเทค สวทช. จับมือสมาคมนาโนฯ เปิดยิ่งใหญ่ ‘งาน NanoThailand 2025’

อว. โดยนาโนเทค สวทช. จับมือสมาคมนาโนฯ เปิดยิ่งใหญ่ ‘งาน NanoThailand 2025’

วันศุกร์ ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับสมาคมนาโนเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย จัดงาน “การประชุมวิชาการและนิทรรศการนานาชาติทางนาโนเทคโนโลยี ครั้งที่ 9 (NanoThailand 2025)” ภายใต้แนวคิด “Revolutionizing the Future” ณ โรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพ

พิธีเปิดงานงานได้รับเกียรติจาก พญ. เพชรดาว โต๊ะมีนา ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานเปิดงาน โดยมี ดร. ภญ. อุรชา รักษ์ตานนท์ชัย ผู้อำนวยการนาโนเทค สวทช. และประธานคณะทำงานอำนวยการจัดงานฯ พร้อมด้วย รศ. ดร.สุรินทร์ เหล่าสุขสถิตย์ นายกสมาคมนาโนเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย และแขกผู้มีเกียรติจากนานาประเทศเข้าร่วม พร้อมเปิดตัวครั้งแรกกับรางวัล Thailand Nanotechnology Hall of Fame 2025 สำหรับเชิดชูเกียรติสำหรับบุคคล และหน่วยงานที่มีส่วนสำคัญในการสนับสนุนด้านนาโนเทคโนโลยี รางวัล Young Nanotechnologist Award 2025 เพื่อยกย่องนักนาโนเทคโนโลยีที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนอนาคตของนาโนเทคโนโลยี ซึ่ง ผศ. ดร.ภาวินทร์ เอี่ยมประเสริฐกุล จาก มธ. คว้ารางวัลในปีแรก รวมถึงรางวัล High School Student และรางวัล 3-Minute Pitching สำหรับนักเรียนนักศึกษา ปูทางสร้างกำลังคน และเครือข่ายความร่วมมือด้านนาโนเทคโนโลยีระดับสากล

พญ. เพชรดาว โต๊ะมีนา ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในฐานะประธานเปิดการประชุม NanoThailand 2025 กล่าวว่า การประชุม NanoThailand 2025 ถือเป็นเวทีแห่งวิสัยทัศน์ที่รวมพลังนักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย ผู้ประกอบการ และผู้นำนโยบายจากทั่วโลกมาร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และอนาคตที่ยั่งยืน เพราะในยุคที่โลกหมุนเร็วด้วย วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม “นาโนเทคโนโลยี” กลายเป็นหนึ่งในพลังสำคัญที่ขับเคลื่อนความเปลี่ยนแปลงและส่งผลกระทบในระดับมหภาค

“NanoThailand 2025 ไม่ได้เป็นเพียงเวทีวิชาการ แต่เชื่อมโยงภาควิชาการ ภาคอุตสาหกรรม และภาครัฐ เข้าด้วยกัน เพื่อแปลงความรู้เป็นนวัตกรรม และแปลงนวัตกรรมเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจและสังคม โลกปัจจุบันนั้น เปลี่ยนแปลงรวดเร็วและซับซ้อน ไม่มีใครสามารถพัฒนาเทคโนโลยีแห่งอนาคตได้โดยลำพัง นาโนเทคโนโลยีเอง ก็ต้องอาศัยความร่วมมือระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาพลังงานสะอาด วัสดุอัจฉริยะ การแพทย์แม่นยำ หรือระบบการผลิตยุคใหม่ ความร่วมมือระหว่างประเทศคือปัจจัยสำคัญที่ช่วยเร่งการค้นพบ ยกระดับมาตรฐาน และสร้างความยืดหยุ่นให้สังคมโลก เราคาดหวังและเชื่อมั่นว่า เวที NanoThailand 2025 เป็นการสร้างความร่วมมือที่ไม่เพียงพลิกโฉม แต่สร้างอนาคตที่เท่าเทียม ครอบคลุม และยั่งยืน” พญ. เพชรดาวกล่าว

ดร. ภญ. อุรชา รักษ์ตานนท์ชัย ผู้อำนวยการนาโนเทค สวทช. และประธานคณะทำงานอำนวยการจัดงานฯ กล่าวว่า การประชุมวิชาการและนิทรรศการนานาชาติทางนาโนเทคโนโลยี (NanoThailand) ในปี 2025 นี้นับเป็นครั้งที่ 9 โดยจัดขึ้นภายใต้กรอบแนวคิด “Revolutionizing the Future” นาโนเทคโนโลยีพลิกโฉมโลกอนาคต ที่มีผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมงานกว่า 500 คน จาก 20 ประเทศทั่วโลก ตอบโจทย์ในด้านการแลกเปลี่ยนและเผยแพร่ความรู้ทางวิชาการ ผลงานวิจัย รวมทั้งการนำความรู้ด้านนาโนเทคโนโลยีไปประยุกต์จากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ และนำไปสู่การสร้างความร่วมมือการวิจัยทั้งในและนอกประเทศ

รศ. ดร.สุรินทร์ เหล่าสุขสถิตย์ นายกสมาคมนาโนเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สมาคมนาโนเทคโนโลยีแห่งประเทศไทยเป็นหน่วยงานอิสระที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยง แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางวิชาการจากองค์กรภาครัฐ ตลอดจนมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ให้ไปสู่ภาคอุตสาหกรรมทั้งในระดับประเทศและต่างประเทศ พร้อมทั้งการเป็นศูนย์กลางประสานงาน แก้ปัญหาและพัฒนาอุตสาหกรรมต่าง ๆ เชื่อมโยงภาควิชาการและภาคอุตสาหกรรมในวงการนาโนเทคโนโลยีของประเทศไทยได้อย่างเป็นรูปธรรม และกว้างขวางมากยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกัน ก็เป็นศูนย์กลางในการเผยแพร่ความรู้ ความเข้าใจให้กับสังคมและประชาชนในประเทศ ซึ่งงาน NanoThailand ก็เป็นอีกหนึ่งเวทีที่จะช่วยส่งเสริมและสร้างความรู้ ความเข้าใจ รวมถึงพัฒนานาโนเทคโนโลยีร่วมกับเครือข่ายพันธมิตรจากทั่วโลก

บทความพิเศษ : ‘รู้จักเรารู้จักจีน’ คนไทยเชื้อสายจีนกวางตุ้ง

บทความพิเศษ : ‘รู้จักเรารู้จักจีน’ คนไทยเชื้อสายจีนกวางตุ้ง

บทความพิเศษ : ‘รู้จักเรารู้จักจีน’ คนไทยเชื้อสายจีนกวางตุ้ง

วันศุกร์ ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

หนึ่งในกลุ่มชาวจีนโพ้นทะเลที่มาตั้งรกรากในประเทศไทย คือ ชาวจีนกวางตุ้ง หรือ กวางตง ( Cantonese 粵語) ซึ่งมีสัดสวนราวร้อยละ7 ของคนไทยเชื้อสายจีนในประเทศไทย   มีบทบาทสำคัญในการค้าและการเมือง จนได้รับตำแหน่งถึงนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยมาแล้ว

รากเหง้าและถิ่นฐาน

ชาวจีนกวางตุ้งส่วนใหญ่เป็นชาวจีนฮั่นที่มีถิ่นฐานเดิมอยู่ในมณฑลกวางตุ้ง และกวางสี ทางตอนใต้ของจีน โดยมีเมืองสำคัญอย่างกวางโจว (Guangzhou) และพื้นที่ใกล้เคียง เช่น เมืองซัวเถา (ซานโถว Shantou) ฮ่องกง และมาเก๊า

คนจีนกวางตุ้ง มีลักษณะนิสัยที่สรุปเป็นอักษรจีน 4 ตัว ว่า “乐天务实” หมายถึง “เบิกบาน ปฏิบัตินิยม” มุ่งเรื่องผลประโยชน์ หรือคุณโทษที่จะเกิดกับตนมาก มีความเบิกบานง่ายๆ ไม่ติดกรอบ ปรับตัวตามสถานการณ์เก่ง มีไหวพริบดี

ชาวจีนกวางตุ้งเริ่มอพยพออกนอกประเทศจีนไปสู่ดินแดนต่างๆจำนวนมาก ตั้งแต่ สมัยสงครามฝิ่น (พ.ศ. 2382-2403) และการปฏิวัติซินไฮ่ ช่วงปลายราชวงศ์ชิง (พ.ศ. 2438) ซึ่งเป็นช่วงที่ประเทศจีนเผชิญกับสงครามกลางเมืองระหว่างพรรคคอมมิวนิสต์และพรรคก๊กมินตั๋ง ความอดอยากและความไม่มั่นคงทางการเมืองทำให้ชาวจีนจำนวนมากต้องหาทางหลบหนีออกนอกประเทศเพื่อแสวงหาโอกาสใหม่ในต่างแดน

ประเทศที่ชาวจีนกวางตุ้งอพยพไปมีหลากหลาย เช่น สหรัฐอเมริกา (เป็นกรรมกรสร้างทางรถไฟ ขุดทองคำในแคลิฟอร์เนีย  ทำไร่อ้อยในฮาวาย)  แคนาดา ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์  ไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย เมียนมาร์ ฟิลิปปินส์  แต่คนกวางตุ้งไม่อพยพมาเมืองไทยมากเท่าพวกแต้จิ๋ว แคะ ไหหลำ หรือฮกเกี้ยน  เพราะ เมืองกวางตุ้งเป็น

 ชาวจีนกวางตุ้งเริ่มเข้ามาในสยามตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา แต่มีจำนวนมากขึ้นในสมัยกรุงธนบุรีและรัตนโกสินทร์ โดยเฉพาะในช่วงต้นรัชกาลที่ 5 ถึงรัชกาลที่ 7 ซึ่งตรงกับช่วงปี พ.ศ. 2430–2475 การเดินทางมักใช้เรือสำเภาและเรือกลไฟ โดยมีจุดหมายปลายทางที่กรุงเทพฯ สมุทรปราการ และหัวเมืองชายฝั่งทะเล เช่น จันทบุรี  สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต  ตรัง และนครศรีธรรมราช

เมื่อมาถึงสยาม ชาวจีนกวางตุ้งมักเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วย “เสื่อผืนหมอนใบ” คือไม่มีทรัพย์สินติดตัวมาเลย แต่มีความขยัน อดทน และทักษะในการค้าขาย พวกเขาทำงานหนักในโรงงาน ร้านค้า และกิจการต่างๆ เช่น  ร้านอาหาร   ค้าเมล็ดพันธุ์  ปุ๋ย  ค้าข้าว การผลิตเส้นหมี่ การทำทอง การประมง  ช่างกลึง ช่างเชื่อมโลหะ  และการขนส่งสินค้า หลายคนเริ่มจากแรงงานรับจ้างที่ท่าเรือหรือโรงสีข้าว ก่อนจะตั้งตัวเป็นเจ้าของกิจการขนาดเล็กและขยายไปสู่ธุรกิจขนาดใหญ่

ย่านสำคัญที่ชาวจีนกวางตุ้งตั้งถิ่นฐานในกรุงเทพฯ ได้แก่ เยาวราช สำเพ็ง บางรัก (ตรอกซุง ตรอกไก่) และคลองสาน ซึ่งกลายเป็นศูนย์กลางการค้าของชาวจีนในเมืองไทย นอกจากนี้ยังมีการตั้งโรงเรียนจีน เช่น โรงเรียนเผยอิง และโรงเรียนจีนในจังหวัดเชียงใหม่และภูเก็ต เพื่อสืบสานวัฒนธรรมและภาษาจีนให้กับลูกหลาน

อาชีพของคนไทยเชื้อสายจีนกวางตุ้งมีความหลากหลาย ตั้งแต่พ่อค้า แม่ค้า เจ้าของโรงงาน ไปจนถึงนักธุรกิจระดับประเทศ  โดยประกอบอาชีพที่หลากหลายมากขึ้น เช่น การค้าขาย ทองคำ การทำธุรกิจ โรงน้ำแข็ง รวมถึงการเป็น เจ้าของกิจการร้านอาหาร ซึ่งอาหารกวางตุ้งหลายชนิดก็เป็นที่นิยมในหมู่คนไทยจนถึงทุกวันนี้  เช่น ติ่มซำ  ฮะเก๋า ขนมจีบ ซาลาเปา ไข่เยี่ยวม้า  เป็ดย่าง   หมูแดง

บุคคลสำคัญของจีนที่เป็นชาวกวางตุ้งได้แก่  ซุนยัดเซ็น  ผู้ก่อตั้งสาธารณรัฐจีน

มีบุคคลไทยคนสำคัญหลายท่านที่มีเชื้อสายจีนกวางตุ้ง เช่น  นายอนุทิน ชาญวีรกูร  นายกรัฐมนตรี  พ.ศ. 2568    พระยาภักดีนรเศรษฐ์ผู้ก่อตั้งบริษัทรถเมล์ขาว ซึ่งนับเป็นต้นกำเนิดของระบบขนส่งมวลชนในกรุงเทพฯ

โดย อาทร  จันทวิมล

ขอบคุณภาพจาก wikipedia

คุณแหน : 7 พฤศจิกายน 2568

คุณแหน : 7 พฤศจิกายน 2568

คุณแหน : 7 พฤศจิกายน 2568

วันศุกร์ ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 02.00 น.

  • พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเฉลิมพระนามสถาปนาพระอิสริยศักดิ์พระอัฐิ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ตามที่จารึกในพระสุพรรณบัฏ ว่า “สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี กรมพระนครปฐมบรมขัตติยานี มหาธีรราชธิดา”..
  • เพื่อนๆยินดีกับ นพ.ธิติ แสวงธรรม ที่ได้เป็น ว่าที่ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข..
  • วีรพงศ์ ฤทธิ์รอด รอง ผวจ.เชียงใหม่ เป็นประธานเปิดกิจกรรม AI Transformation Roadshow ครั้งที่ 2 จ.เชียงใหม่ จัดโดย ดีป้า ร่วมกับ จ.เชียงใหม่ โดยมี จุลนภ ศานติพงศ์, ปรัชญา โกมณี ร่วมด้วย..
  • มิตรสหายปลื้มใจแทน ชูวิทย์ จึงธนสมบูรณ์ ที่ บมจ.นอร์ทอีส รับเบอร์ [NER] โชว์รายได้ 9 เดือนปี 68 เติบโต 24.28% กำไรสุทธิ 1,489.42 ล้านบาท พร้อมมั่นใจทิศทางธุรกิจยางพาราเติบโตต่อเนื่อง..
  • ด้วยความเป็นผู้เชี่ยวชาญ ดร.นิพนธ์ นาชิน ซีอีโอ บจ.อัลฟ่าเซค ได้ไปบรรยายเรื่องการยกระดับการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลด้วยเทคโนโลยี (Privacy-Enhancing Technologies) ในงาน Thailand Reinsurance Conference 2025 จัด โดย สมาคมประกันวินาศภัยไทย และ สมาคมนายหน้าประกันภัยไทย..
  • ดร.ภิรตา ภักดีสัตยพงศ์ ชวนชาว Digital CEO#2 ประภาพรรณ พิชัยคำ, ดร.ปิยะนุช สัมฤทธิ์, สุรเชษฐ์ ชัยปัทมานนท์, นพ.ภัทรวินฑ์ อัตตะสาระ, ชนวัฒน์ วาจานนท์, ดร.ฉกาจ วิสัย มาสังสรรค์ โดยมี วัชระ เอมวัฒน์ มาอัพเดทเรื่องคริปโตให้เพื่อนๆฟังด้วย..
  • นวชัย เกียรติก่อเกื้อ ให้การต้อนรับ วาฤทธิ์ ศิริพิทยาโรจน์ นำคณะ DJS#3 ศึกษาดูงานโซลูชันนวัตกรรมภายในศูนย์ AIS EEC ที่ประยุกต์ใช้เทคโนโลยี 5G, IoT และ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการเมืองและธุรกิจในยุคดิจิทัล งานนี้ นพ.ธีรพัฒน์ ตันพิริยะกุล, ดร.กิตติ เรืองเริงกุลฤทธิ์, พ.อ.นำพล ไพบูลย์ฐิติพรชัย, พญ.ชญานิน นิติวรางกูร, ผศ.ประสิทธิชัย ณรงค์เลิศฤทธิ์, นพ.ปรีดี ดิษร, กฤติย์ภรณ์ เตียไพรัชกูลกิจ, กฤษกร เตกิตติพงษ์, จิตติ วัฒนจัง,ชวิศ ยงเห็นเจริญ, บรรจง พูลศรี, ผศ.ดร.ไพโรจน์ เร้าธนชลกุล , ดร.สถาพร ลิมป์ปัทมปาณี,   จิรวัฒน์ เด่นแดนโดม, ธนภัทร นิลวัชรมณี, พชร แก้ววิเศษ, พีระ เชาว์เฉลิมพงศ์, เรือโทภัทธวุฒิ กนกวรรณากร, ดร.ศิรญา ชาวนา, สันต์ทศน์ สุริยันต์,  สุภิรัก แสงอรุณศิริ ร่วมด้วย..
  • ภก.ไพศาล พุทธสันติธรรม วันเกิดได้ไปฉลองออกรอบตีกอล์ฟกับ ณัฐพงศ์ โกวิทยานันท์และ ดร.วิชัย สีสุด..
  • การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) แจ้งเตือนลูกค้า อย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพที่แอบอ้างเป็นพนักงานของ กปภ. ติดต่อผ่านแอปพลิเคชันไลน์ หรือช่องทางออนไลน์อื่น ๆ เพื่อหลอกให้โอนเงินชำระค่าน้ำ ทั้งนี้ กปภ. ไม่มีนโยบายให้ลูกค้าโอนเงินค่าน้ำผ่านบัญชีบุคคล เพื่อความปลอดภัยของท่าน โปรดตรวจสอบทุกครั้งก่อนชำระเงิน..

น้องใหม่

เปิดภาพงดงาม Maha Loi Krathong @Ayutthaya น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ’สมเด็จพระพันปีหลวง’

เปิดภาพงดงาม Maha Loi Krathong @Ayutthaya น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ'สมเด็จพระพันปีหลวง'

เปิดภาพงดงาม Maha Loi Krathong @Ayutthaya น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ’สมเด็จพระพันปีหลวง’

วันพฤหัสบดี ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 18.25 น.

เปิดภาพงดงาม Maha Loi Krathong @Ayutthaya น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ วัดพระราม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 

6 พ.ย.2568  เป็นสุดท้าย งาน Maha Loi Krathong @Ayutthaya ณ วัดพระราม อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา  ประชาชนยังคงหลั่งไหลเข้าร่วมงาน พร้อมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยเมื่อวันนี้ 5 พฤศจิกายน 2568 ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดงาน Maha Loi Krathong @Ayutthaya ณ วัดพระราม อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมี นายวรวิทย์ ยอแสง รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายณัฐ ครุฑสูตร รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ผู้บริหาร ททท. ผู้บริหารหน่วยงานพันธมิตรและแขกผู้มีเกียรติ ร่วมเปิดงาน Maha Loi Krathong @Ayutthaya โดยงานดังกล่าวจัดขึ้น ตั้งแต่วันที่ 2-6 พฤศจิกายน 2568 นี้ ไฮไลน์ของงานมีการนำเสนอความงดงามของขบวนแห่ประเพณีลอยกระทงและนางนพมาศ การแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย การบรรเลงบทเพลงพระราชนิพนธ์เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมด้วยกิจกรรมสาธิตอาหาร หัตถกรรม ศิลปะงาน Craft และกิจกรรม DIY สัมผัสเสน่ห์แห่งวิถีไทย การจำหน่ายหัตถกรรมพื้นเมือง และอาหารท้องถิ่นรสเลิศในบรรยากาศย้อนยุคที่อบอุ่น

ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวย้ำว่า งาน “Maha Loi Krathong @Ayutthaya” เป็นงานที่แสดงถึงเจตนารมณ์ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ด้วยการดึงจุดเด่นของประเทศไทยและยกระดับเทศกาลงานประเพณีของไทยให้เป็นที่รับรู้ในระดับนานาชาติ โดยใช้แนวทางการจัดงานที่มีมาตรฐานสากล เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตอบโจทย์การท่องเที่ยวยุคใหม่ รวมถึงได้ปรับรูปแบบการจัดงานให้เข้ากับห้วงเวลาของการถวายความอาลัยและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมีพื้นที่ให้ประชาชนได้แสดงความอาลัยถวาย และรับชมพระราชกรณียกิจที่สร้างประโยชน์สุขให้แก่ปวงชนชาวไทย บรรยากาศของงานเทศกาลลอยกระทงในครั้งนี้จึงสง่างาม สมพระเกียรติ และเป็นการจัดงานเทศกาลระดับนานาชาติที่สามารถส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศไทยอย่างดียิ่ง ซึ่งจะสร้างคุณค่าและมูลค่าในด้านการท่องเที่ยว และสร้างความภาคภูมิใจให้กับคนไทยทุกคน

งาน Maha Loy Krathong @ Ayutthaya นำเสนอความงดงามและมนต์เสน่ห์ของประเพณีลอยกระทงอันเป็นประเพณีที่ถ่ายทอดอัตลักษณ์ถิ่นและมรดกทางวัฒนธรรมของประเทศไทยมาอย่างยาวนานในเมืองที่ได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโกให้เป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม ท่ามกลางความงดงามของโบราณสถาน ภายใต้แนวคิดแบบย้อนยุคผสมผสานวัฒนธรรม วิถีชีวิต และความรุ่งเรืองภูมิปัญญาไทย โดยมีไฮไลต์กิจกรรมร่วมจุดประทีปน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ขบวนแห่นางนพมาศและพิธีจองเปรียงย้อนสมัยอยุธยาเรืองรอง นำโดย นางสาวโอปอล สุชาตา ช่วงศรี Miss World 2025 และทูตการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย จ๊ะจ๋า พริมรตา และบิ๊ก ศรุต การแสดงดอกไม้ไฟโบราณ การแสดงศิลปวัฒนธรรมเพื่อเทิดพระเกียรติ อาทิ โขน, ระบำชุดไทยพระราชนิยม, หุ่นละครเล็ก, หนังใหญ่ และเพลงพื้นบ้าน การแสดงบทเพลงพระราชนิพนธ์ โดยศิลปินที่มีชื่อเสียง อาทิ กัน นภัทร เก่ง ธชย โก้ มิสเตอร์ แซกแมนและมี่เดอะสตาร์ ไรอัล กาจบัณฑิต VIETRIO ไข่มุก รุ่งรัตน์ ฟีโน่ เดอะระนาด และสุนทราภรณ์ การจัดซุ้มถ่ายภาพ AI ชุดไทย รวมถึงจำลองการลอยโคม พร้อมสัมผัสเสน่ห์แห่งวิถีไทยผ่านกิจกรรมสาธิตศิลปะภูมิปัญญาและกิจกรรม D.I.Y. หลากหลาย อาทิ ทำเข็มกลัดริบบิ้นดำแสดงความไว้อาลัย กระทงจิ๋วจากใบตอง กระทงกาบกล้วย แม็กเน็ตจากหัวโขน สานปลาตะเพียน พร้อมซุ้มอาหารและผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและทุกภูมิภาคทั่วประเทศ การตกแต่งเสริมสร้างบรรยากาศที่สง่างามและเหมาะสม เพื่อยกระดับงานเทศกาลลอยกระทงให้เป็น “มหาลอยกระทง” และเป็นเทศกาลระดับนานาชาติที่สามารถส่งเสริมภาพลักษณ์ประเทศไทย ส่งผลให้เกิดการกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยว เพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวและวันพักค้าง รวมถึงเกิดการใช้จ่ายสร้างรายได้หมุนเวียนทางเศรษฐกิจเพิ่มมากขึ้น

ชิลี เร่งพัฒนานวัตกรรมผลผลิตเชอร์รี่ ดันส่งออกถึงไทยก่อนฤดูกาล ‘City Fresh’ สร้างสรรค์เมนูทั้งเตรียมเสิร์ฟในรูปแบบขนมหวานและเครื่องดื่ม

ชิลี เร่งพัฒนานวัตกรรมผลผลิตเชอร์รี่ ดันส่งออกถึงไทยก่อนฤดูกาล  ‘City Fresh’ สร้างสรรค์เมนูทั้งเตรียมเสิร์ฟในรูปแบบขนมหวานและเครื่องดื่ม

ชิลี เร่งพัฒนานวัตกรรมผลผลิตเชอร์รี่ ดันส่งออกถึงไทยก่อนฤดูกาล ‘City Fresh’ สร้างสรรค์เมนูทั้งเตรียมเสิร์ฟในรูปแบบขนมหวานและเครื่องดื่ม

วันพฤหัสบดี ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 16.29 น.

ฤดูกาลเชอร์รี่ชิลีปีนี้เริ่มต้นเร็วเป็นประวัติการณ์ “ProChile” กรมส่งเสริมการส่งออกชิลี จับมือ “City Fresh” นำเข้าเชอร์รี่ล็อตแรกถึงไทยแล้วเมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนนี้ เอาใจคนรักเชอร์รี่ด้วยผลไม้นำเข้าสดใหม่ให้เลือกซื้อหา พร้อมบริการส่งถึงบ้าน และเมนูจากเชอร์รี่หลากหลายเสิร์ฟที่ร้าน City Fresh ทุกสาขา

ชิลีเป็นผู้นำการส่งออกเชอร์รี่ของโลก โดยปริมาณการส่งออกเพิ่มขึ้นทุกปี ส่วนใหญ่มายังภูมิภาคเอเชีย มร.ออสการ์ อาริอากาดา ผู้แทนการค้าชิลีประจำประเทศไทย  ProChile กล่าวว่า การส่งออกชิลีในฤดูกาลที่แล้วมีมูลค่าเกือบ 3,500 ล้านเหรียญสหรัฐ สะท้อนให้เห็นถึงสถาน ภาพที่แข็งแกร่งของชิลีในฐานะผู้ส่งออกผลไม้สดในเวทีโลก

“ชิลีมีความได้เปรียบเป็นพิเศษในการผลิตอาหารได้หลากหลายประเภท โดยเฉพาะผลไม้สด เนื่องจากลักษณะภูมิประเทศที่มีตั้งแต่เทือกเขาแอนดีส มหาสมุทรแปซิฟิก ทะเลทรายอาตาคามา ไปจนถึงทวีปแอนตาร์กติกา การมีภูมิประเทศที่เอื้ออำนวยกับมีสถาบันของรัฐที่เข้มแข็ง ตลอดจนระบบโลจิสติกส์ที่ทันสมัย ทำให้ชิลีสามารถส่งออกผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงไปได้ทั่วโลก ทั้งยุโรป อเมริกา และเอเชีย โดยสามารถรัก ษามาตรฐานการตรวจสอบย้อนกลับ ความปลอดภัยด้านอาหารและความยั่งยืนได้อย่างเข้มงวด”

นายออสการ์กล่าวว่า นวัตกรรมและระบบโลจิสติกส์เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ชิลีสามารถรักษาคุณภาพและความสดของผลิตภัณฑ์ สายพันธุ์เชอร์รี่ที่เก็บเกี่ยวได้เร็วจะขนส่งทางอากาศก่อน จากนั้นสินค้าล็อตหลักจะส่งออกตามมาทางเรือ ประมาณกลางเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ ซึ่งจะทันเวลากับช่วงเทศกาลตรุษจีนที่ตลาดมีความต้องการสูง

นอกจากนี้ ชิลียังเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ของโลกในอีกหลายประเภทผลไม้ ได้แก่ เชอร์รี่ พลัม และพรุน ในปี 2567 ชิลีส่งออกผลไม้สดมายังอาเซียนเป็นมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท โดยเป็นเชอร์รี่อย่างเดียวกว่า 700 ล้านบาท การส่งออกเชอร์รี่มายังไทยเป็นมูลค่ากว่า 300 ล้านบาท

ที่ผ่านมา กรมส่งเสริมการส่งออกชิลี หรือ ProChile ได้จับมือร่วมกับภาคต่างๆ ของไทยทั้งรัฐและเอกชน รวมถึงผู้นำเข้า ในการส่งเสริมตลอดจนสร้างการรับรู้ถึงศักยภาพสินค้าส่งออกกลุ่มอาหารของชิลี ไม่ว่าจะเป็นอาหารทะเล ผลไม้ รวมถึงเชอร์รี่ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกสำคัญ หรือภาคบริการต่างๆ

“City Fresh” ผู้นำเข้าผลไม้รายใหญ่ เปิดฤดูกาลเชอร์รี่ชิลีอย่างสวยงาม ด้วยสินค้าสดใหม่จากผู้ผลิตคุณภาพประเทศชิลี โดยเป็นการนำเข้าในช่วงเวลาที่รวดเร็วกว่าเดิมซึ่งเป็นช่วงเดือนธันวาคม คุณวงศรันย์ ฉัตรอมรวงศ์ กรรมการบริหาร บริษัท City Fresh เปิดเผยว่า ในปีนี้ บริ ษัทได้จับมือ Global AG ผู้ผลิตรายใหม่ซึ่งคิดค้นนวัตกรรมที่สามารถเร่งการออกผลได้เร็วขึ้น

ทั้งนี้ บริษัท City Fresh เป็นผู้นำเข้าผลไม้จากซัพพลายเออร์อันดับต้นๆ ของชิลี ไม่ว่าจะเป็น Dole หรือ Cope Fruit ที่ตอบโจทย์ทั้งในด้านคุณภาพและปริมาณของสินค้า โดยคัดสรรผลไม้เกรดส่งออกหรือเกรดที่ดีที่สุดเข้ามายังไทย ก่อนที่จะกระจายให้ยี่ปั๊ว Wholesale และซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำ อาทิ Gourmet Market และอื่นๆ รวมถึงผ่านช่องทางของ City Fresh เองไม่ว่าจะเป็นการจำหน่ายออนไลน์ เดลิเวอรี่ หรือหน้าร้าน

“หลักสำคัญของเราคือคุณภาพต้องได้ ราคาเป็นเรื่องตามมา เราพยายามคัดสรรซัพพลายเออร์ที่ดี ที่มีการ QC ตรวจสอบคุณภาพแล้วตรงตามเกณฑ์ที่เราได้ตั้งมาตรฐานไว้” คุณวงศรันย์กล่าว พร้อมเปิดเผยอีกว่า บริษัทฯ นำเข้าเชอร์รี่ชิลีทุกปี เนื่องจากเป็นหนึ่งในผลไม้ที่คนไทยชื่นชอบที่สุดรวมถึงความมีคุณภาพ เนื้อแน่น กรอบ รู้สึกถึงความสดใหม่เมื่อรับประทานและเก็บรักษาได้นาน อีกทั้งอยู่ใน range ราคาที่จับต้องได้

เชอร์รี่ชิลี ในช่วงเริ่มต้นฤดูกาล จะมีราคาจำหน่ายปลีกในไทยอยู่ที่กิโลกรัมละ 1,700-1,800 บาทตามแต่ขนาดของผลไม้ มีทั้งไซซ์ 28-30 หรือ 30-32 มิลมิเมตร โดยสำหรับ City Fresh เอง จะนำเข้าอย่างต่อเนื่องให้เพียงพอกับการรอคอยและความต้องการของผู้บริโภคเชอร์รี่ จากการนำเข้าจากแหล่งอื่นๆ ที่ขาดช่วงไปในระหว่างเดือนสิงหาคม-ตุลาคมที่ผ่านมา

สำหรับแฟนพันธุ์แท้เชอร์รี่ ที่ City Fresh นอกจากจะจำหน่ายผลเชอร์รี่สดจากชิลีเป็นพระเอกในช่วงปลายปีแล้ว ยังมีการรังสรรค์เมนูสมูตตี้ เค้ก ทาร์ต และพายเชอร์รี่ จำหน่ายที่  Concept Store ภายใต้คอนเซปต์ “Community for fruit lover” หรือสังคมคนรักผลไม้ ตั้งอยู่ที่ซอยปรีดีพนมยงค์ 26 เปิดบริการทุกวันตั้งแต่ 08.30-18.00 น. หรือ ที่คาเฟ่ผลไม้สาขา  Central World ชั้น 5 และสาขาที่กำลังจะเปิดเพิ่มเติมเร็วๆ นี้ที่ สยามพารากอน ชั้น 5

มูลนิธิรามาธิบดีฯ ร่วมกับ ยัสปาล กรุ๊ป สร้างสรรค์ของที่ระลึกการกุศล ‘The Power of Sharing พลังแห่งการให้’ รายได้นำไปช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้และจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ รพ.รามาธิบดี

มูลนิธิรามาธิบดีฯ ร่วมกับ ยัสปาล กรุ๊ป สร้างสรรค์ของที่ระลึกการกุศล ‘The Power of Sharing พลังแห่งการให้’ รายได้นำไปช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้และจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ รพ.รามาธิบดี

มูลนิธิรามาธิบดีฯ ร่วมกับ ยัสปาล กรุ๊ป สร้างสรรค์ของที่ระลึกการกุศล ‘The Power of Sharing พลังแห่งการให้’ รายได้นำไปช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้และจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ รพ.รามาธิบดี

วันพฤหัสบดี ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 15.18 น.

มูลนิธิรามาธิบดี ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ร่วมกับ ยัสปาล กรุ๊ป หรือ บริษัท ยัสปาล จำกัด (มหาชน) ผู้นำธุรกิจสินค้าแฟชั่นไลฟ์สไตล์แห่งภูมิภาคอาเซียน ได้สร้างสรรค์ของที่ระลึกการกุศล ในคอลเลกชั่น “The Power of Sharing พลังแห่งการให้” โดยมี 9 แฟชั่นดีไซเนอร์รุ่นใหม่จากแบรนด์ชั้นนำในเครือ ยัสปาล กรุ๊ป ร่วมออกแบบ ได้แก่ Jaspal, Misty Mynx, CPS CHAPS,CC Double O, Royal Ivy Regatta, LYN, Lyn Around, Jelly Bunny และ Quinn เพื่อสะท้อนแนวคิดของการส่งต่อสิ่งดีๆ ทั้งจากผู้ให้และผู้รับ โดยรายได้ทั้งหมดนำไปช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ และจัดซื้อเครื่องมือแพทย์คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี

จรัญ สิงห์สัจจเทศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ยัสปาล กรุ๊ป หรือ บริษัท ยัสปาล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ที่ยัสปาล กรุ๊ป เชื่อมั่นในพลังแห่งการให้ และการแบ่งปันให้กับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ เพื่อสร้างสรรค์ให้ผู้คนและสังคม สามารถเดินหน้าพัฒนาและเติบโตไปด้วยกัน โดยมองว่าเมื่อการให้ไม่ได้จำกัดแค่ในรูปแบบของการบริจาคเงิน แต่สามารถเปลี่ยนเป็นพลังแห่งการแบ่งปันความคิดสร้างสรรค์ นำไปสู่ลวดลายงานดีไซน์บนของที่ระลึกของมูลนิธิรามาฯ ได้ จึงได้ผนึกกำลังดีไซเนอร์จาก 9 แฟชั่นแบรนด์ชั้นนำในเครือมาร่วมถ่ายทอดไอเดียส่งต่อแรงบัน ดาลใจผ่านลวดลายบนของระลึกการกุศลในคอลเลกชั่นพิเศษ “The Power of Sharing พลังแห่งการให้” เพื่อแทนคำขอบคุณและกำลังใจ”

ขอเชิญส่งต่อความห่วงใยผ่านคอลเลกชั่นของที่ระลึกการกุศลที่สวยงามทันสมัย มีหลากหลายให้เลือกสรร ทั้งเสื้อยืด เสื้อโปโล กระเป๋าหลากดีไซน์ ร่ม หมวก ที่ทุกคนสามารถเลือกใช้ในชีวิตประจำวันหรือเลือกเป็นของขวัญพิเศษที่มีความหมายให้กับคนที่คุณรักในช่วงเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลอง ได้แก่ แบรนด์ Jaspal ออกแบบโดย นภัสสร โล่ห์สถาพรพิพิธ ได้แรงบันดาลใจการออกแบบของที่ระลึกมาจากคุณค่าของการแบ่งปัน การมอบความรัก และความสามัคคี (The Beauty of Sharing, Giving love, and Togetherness) ดีไซน์ผ่านลายเส้นรูปกลุ่มคนที่จับมือกัน ลงบน เสื้อยืดและกระบอกน้ำ พร้อมส่งต่อความหมายของการสร้างความอบอุ่น ความเข้าใจ และความสุขให้แก่ผู้คนในสังคม

แบรนด์ Misty Mynx ออกแบบโดย กัลยา นาคอ่อน จากความตั้งใจที่อยากจะส่งต่อพลังแห่งการแบ่งปันผ่านมุมมองของผู้หญิงยุคใหม่ที่มั่นใจและเป็นตัวของตัวเอง โดยถ่ายทอดผ่านศิลปะและความคิดสร้างสรรค์เป็นรูปหัวใจสีสันสดใสบนพื้นสีม่วงในสไตล์ที่โดดเด่นบน ร่มพับ และ กระเป๋าผ้า เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อพลังบวกสู่สังคม

แบรนด์ CPS CHAPS ออกแบบโดย นรากร เสมาฉิม กับงานดีไซน์ที่สะท้อนพลังบวกอันเกิดจากการแบ่งปันผ่านรูปมือที่เชื่อมโยงกับรูปปิ๊กกีต้าร์ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์ สื่อถึงความร่วมมือ ความสามัคคี และการเกื้อกูล รวมไปถึงรูปนกพิราบซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของสันติภาพและความบริสุทธิ์ และดอกไม้ที่แสดงถึงความเมตตา ความอ่อนโยน และความหวัง ถูกถ่ายทอดลงบนเสื้อยืด เสื้อโปโล และหมวก

แบรนด์ CC Double O ออกแบบโดย กษมา ชาวอุทัย ที่ต้องการสื่อถึงพลังเล็กๆ ที่เกิดขึ้นเมื่อคนหนึ่งคนยื่นมือออกไปช่วยเหลืออีกคนหนึ่ง โดยตีความผ่านภาพมืออุ้มหัวใจ ที่ใช้ตัวอักษร C และ O สัญลักษณ์ของแบรนด์มาจัดวางให้กลายเป็นรูปหัวใจ ลงบนเสื้อยืดและกระเป๋าผ้าเพื่อสื่อถึงความรักและความอบอุ่นที่เกิดจากการให้ ซึ่งคือพลังแห่งการแบ่งปัน ที่ทุกคนสามารถร่วมสร้างได้

แบรนด์ Royal Ivy Regatta ออกแบบโดย ณัฐณิชา ธรรมวาริน ที่ออกแบบผ้าพันคอดีไซน์สุดเก๋ด้วยแนวคิดBloom ถ่ายทอดผ่านดอกลิลลี่ ที่กำลังบานสะพรั่ง สื่อถึงการฟื้นคืนพลังและการเติบโตอย่างงดงาม เปรียบเสมือนชีวิตใหม่ที่เกิดขึ้นจากการแบ่งปันน้ำใจของผู้ให้ ทำให้ผ้าพันคอที่ออกแบบในครั้งนี้ เป็นสัญลักษณ์แห่งความร่วมมือในการส่งต่อพลังแห่งความหวังและความมีชีวิตชีวาให้กับสังคม

แบรนด์ LYN ออกแบบโดย เบญญา กรรณทิพย์สกุล มาในดีไซน์ลวดลาย “Infinite Love” บนกระเป๋าสะพาย เพราะหัวใจเป็นสื่อกลางของการส่งต่อความสุข และเป็นตัวแทนของผู้ให้ ส่งต่อถึงผู้รับ จึงได้ออกแบบรูปหัวใจที่เรียงต่อกันเป็นใบโคลเวอร์ 4 แฉก ซึ่งหมายถึง ศรัทธา ความหวัง ความรัก และความโชคดี ที่อยากจะแบ่งปันความสุขให้กันและกัน

แบรนด์ Lyn Around ออกแบบโดย อภิรติ มะลิซ้อน โดยลวดลายต่างๆ บน เสื้อยืด ร่มพับ และหมวกได้ถูกสะท้อนถึงแนวคิดเรื่องความรัก การสนับสนุน และการทำงานร่วมกันในสังคม ด้วยรูปนกสื่อที่ถึงอิสรภาพ, ดอกทานตะวันสัญลักษณ์ของความหวัง และหัวใจติดปีกสื่อถึงการส่งต่อความเมตตาจากใจหนึ่งไปสู่อีกใจหนึ่ง และยังมีแมว ซึ่งเป็นสัตว์เลี้ยงที่แสดงออกถึงความรักและความผูกพันอันลึกซึ้ง ผ่านลายเส้นศิลปะ และความน่ารักอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์

แบรนด์ Jelly Bunny ออกแบบโดย หทัยฉัตร องคสิงห์ สะท้อนความสุขของการแบ่งปันและความอบอุ่นผ่านงานฝีมือทุกองค์ประกอบบน กระเป๋าผ้าแคนวาสขนาดเล็กและขนาดใหญ่  ได้เริ่มต้นจากการปั้นดินเป็นรูปทรงที่มีความหมาย เช่น มือที่โอบรับกัน หัวใจ โลก และช่อดอก ไม้ สัญลักษณ์ของการส่งต่อความรักและพลังบวก ที่เปรียบเสมือนของขวัญจากหัวใจ มอบให้ด้วยความตั้งใจ เป็นพลังเล็กๆ ที่เติมกำลังใจให้กับผู้รับในทุกวัน

แบรนด์ Quinn ออกแบบโดย เกื้อบุญ ชวนบุญ กับกระเป๋าทรงถังที่ได้แรงบันดาลใจจากคำว่า ‘การให้’ ซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่สิ่งของ แต่หมายถึงการแบ่งปันพลังบวก น้ำใจ และความหวังระหว่างกัน จึงนำตัวอักษร Q อันเป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์มาถ่ายทอดในรูปแบบกราฟิกที่เรียงร้อยอย่างมีจังหวะและต่อเนื่อง สะท้อนแนวคิด Unity หรือความเป็นหนึ่งเดียวแม้จะแตกต่างกันในรูปทรง แต่สามารถเรียงองค์ประกอบให้เกิดความเคลื่อนไหวที่สอดประสานกัน เปรียบเหมือน “สายใยแห่งการให้” ที่เชื่อมโยงทุกคนเข้าด้วยกัน

นอกจากนี้ ทาง JPS CLUB (เจพีเอส คลับ) โปรแกรมสมาชิกจากยัสปาล กรุ๊ป ขอเชิญชวนสมาชิกร่วมบริจาคคะแนนผ่านทางแอปพลิเคชั่น JPS CLUB  เพื่อสมทบทุนมูลนิธิรามาธิบดีฯ ได้อีกด้วย (การแลกคะแนนสะสมเพื่อร่วมบริจาคในครั้งนี้ ไม่สามารถใช้เป็นสิทธิประโยชน์ทางภา ษีในการขอหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา หรือภาษีประเภทอื่นๆ ได้ รวมทั้งไม่สามารถขอเป็นใบเสร็จรับเงิน หรือใบอนุโมทนาบุญในนามบุคคลได้​)

ยัสปาล กรุ๊ป และดีไซเนอร์จาก 9 แฟชั่นแบรนด์ชั้นนำในเครือ พร้อมส่งมอบของที่ระลึกการกุศลคอลเลกชั่น “The Power of Sharing พลังแห่งการให้” และขอเชิญชวนให้ทุกท่านร่วมสนับสนุนและเป็นส่วนหนึ่งของพลังแห่งการให้ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้คนรอบข้างของคุณ โดยรายได้ทั้งหมดนำไปช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ และจัดซื้อเครื่องมือแพทย์คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี

ร่วมอุดหนุนของที่ระลึก พร้อมร่วมส่งต่อพลังแห่งการให้ และเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือผู้ป่วยให้ได้กลับมาใช้ชีวิตอีกครั้ง สั่งซื้อและเลือกชมของที่ระลึกได้ที่ จุดจำหน่ายของที่ระลึกของมูลนิธิรามาธิบดีฯ โรงพยาบาลรามาธิบดี และเว็บไซต์ http://www.ramafoundation.or.th หรือทาง LINE @ramafoundation ,โทร.0 2201 2222 (ใบเสร็จซื้อของที่ระลึกไม่สามารถลดหย่อนภาษีได้)

จรัญ สิงห์สัจจเทศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ นลินี เรืองวิทยานุกูล ผอ.ฝ่ายสื่อสารองค์กร

จรัญ สิงห์สัจจเทศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ นลินี เรืองวิทยานุกูล ผอ.ฝ่ายสื่อสารองค์กร

นภัสสร โล่ห์สถาพรพิพิธ ดีไซเนอร์แบรนด์ JASPAL

นภัสสร โล่ห์สถาพรพิพิธ ดีไซเนอร์แบรนด์ JASPAL

กัลยา นาคอ่อน ดีไซเนอร์แบรนด์ misty mynx

กัลยา นาคอ่อน ดีไซเนอร์แบรนด์ misty mynx

นรากร เสมาฉิม ดีไซเนอร์แบรนด์ CPS CHAPS

นรากร เสมาฉิม ดีไซเนอร์แบรนด์ CPS CHAPS

กษมา ชาวอุทัย ดีไซเนอร์แบรนด์ CC DOUBLE O

กษมา ชาวอุทัย ดีไซเนอร์แบรนด์ CC DOUBLE O

ณัฐณิชา ธรรมวาริน ดีไซเนอร์แบรนด์ ROYAL IVY REGATTA

ณัฐณิชา ธรรมวาริน ดีไซเนอร์แบรนด์ ROYAL IVY REGATTA

เบญญา กรรณทิพย์สกุล ดีไซเนอร์แบรนด์ LYN

เบญญา กรรณทิพย์สกุล ดีไซเนอร์แบรนด์ LYN

อภิรติ มะลิซ้อน ดีไซเนอร์แบรนด์ lyn around

อภิรติ มะลิซ้อน ดีไซเนอร์แบรนด์ lyn around

หทัยฉัตร องคสิงห์ ดีไซเนอร์แบรน์ Jelly Bunny

หทัยฉัตร องคสิงห์ ดีไซเนอร์แบรน์ Jelly Bunny

เกื้อบุญ ชวนบุญ ดีไซเนอร์แบรนด์ QUINN

เกื้อบุญ ชวนบุญ ดีไซเนอร์แบรนด์ QUINN

เสื้อยืด และกระบอกน้ำ JASPAL ในคอลเลกชั่น The Power of Sharing พลังแห่งการให้

เสื้อยืด และกระบอกน้ำ JASPAL ในคอลเลกชั่น The Power of Sharing พลังแห่งการให้

ร่มพับ และ กระเป๋าผ้า misty mynx ในคอลเลกชั่น The Power of Sharing พลังแห่งการให้

ร่มพับ และ กระเป๋าผ้า misty mynx ในคอลเลกชั่น The Power of Sharing พลังแห่งการให้

เสื้อยืด เสื้อโปโล และหมวก CPS CHAPS ในคอลเลกชั่น The Power of Sharing พลังแห่งการให้

เสื้อยืด เสื้อโปโล และหมวก CPS CHAPS ในคอลเลกชั่น The Power of Sharing พลังแห่งการให้

เสื้อยืดและกระเป๋าผ้า CC DOUBLE O ในคอลเลกชั่น The Power of Sharing พลังแห่งการให้

เสื้อยืดและกระเป๋าผ้า CC DOUBLE O ในคอลเลกชั่น The Power of Sharing พลังแห่งการให้

ผ้าพันคอ ROYAL IVY REGATTA ในคอลเลกชั่น The Power of Sharing พลังแห่งการให้

ผ้าพันคอ ROYAL IVY REGATTA ในคอลเลกชั่น The Power of Sharing พลังแห่งการให้

กระเป๋าสะพาย LYN คอลเลกชั่น The Power of Sharing พลังแห่งการให้

กระเป๋าสะพาย LYN คอลเลกชั่น The Power of Sharing พลังแห่งการให้

เสื้อยืด ร่มพับและหมวก lyn around คอลเลกชั่น The Power of Sharing พลังแห่งการให้

เสื้อยืด ร่มพับและหมวก lyn around คอลเลกชั่น The Power of Sharing พลังแห่งการให้

กระเป๋าผ้าแคนวาส Jelly Bunny ในคอลเลกชั่น The Power of Sharing พลังแห่งการให้

กระเป๋าผ้าแคนวาส Jelly Bunny ในคอลเลกชั่น The Power of Sharing พลังแห่งการให้

กระเป๋าทรงถัง QUINN ในคอลเลกชั่น The Power of Sharing พลังแห่งการให้

กระเป๋าทรงถัง QUINN ในคอลเลกชั่น The Power of Sharing พลังแห่งการให้