หลักทรัพย์บัวหลวง เปิดตัวโครงการ The Investment Master @Corporate ส่งต่อความรู้ด้านการลงทุนสู่กลุ่มพนักงานองค์กร

หลักทรัพย์บัวหลวง เปิดตัวโครงการ The Investment Master @Corporate ส่งต่อความรู้ด้านการลงทุนสู่กลุ่มพนักงานองค์กร

หลักทรัพย์บัวหลวง เปิดตัวโครงการ The Investment Master @Corporate ส่งต่อความรู้ด้านการลงทุนสู่กลุ่มพนักงานองค์กร

วันพุธ ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 14.14 น.

บรรณรงค์ พิชญากร เอ็มดีแห่งหลักทรัพย์บัวหลวง อยู่นิ่งไม่เคยได้ สรรหากิจกรรมเพื่อนำไปสนับสนุนองค์กรธุรกิจที่ประสงค์จะพัฒนาความรู้ให้กับพนักงานภายในองค์กร ในด้านการวางแผนทางการเงินและการลงทุน เดินหน้าลุยโครงการ “The Investment Master @Corporate” ส่งทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนมืออาชีพมากประสบการณ์บุกถึงองค์กรใหญ่-เล็ก ชวนทั้งผู้บริหารและพนักงานมาอัปสกิลการเงินแบบครบสูตร ตั้งแต่การวางแผนการเงินส่วนบุคคล การรู้จักผลิตภัณฑ์การลงทุนไปจนถึงการทดลองวางแผนการลงทุน พร้อมเปิดคลังความรู้ผ่านแอป Wealth Connex ตลอดจนการเริ่มต้นลงทุนแบบง่ายๆ ด้วยแอป AomWise ล่าสุดแว่วมาว่า องค์กรชั้นนำหลายบริษัทติดต่อมาเพื่อให้เข้าไปให้ความรู้กับกลุ่มพนัก งาน จนไม่มีเวลาอยู่นิ่ง กระแสตอบรับดีเกินคาดแบบนี้ งานนี้ไม่ได้แค่รู้ แต่ลงทุนได้จริง องค์กรไหนสนใจเข้าร่วมโครงการ ติดต่อเข้ามาได้ที่ BLS Customer Service โทร 0 2618 1111 ด่วนๆ ก่อนคิวปีนี้จะเต็ม

‘CENTRAL SHOP UNLOCKED’ สร้างปรากฏการณ์ช้อปสนุกครั้งใหญ่ ปลดล็อกความสุขได้ทุกที่ ทุกเวลา

‘CENTRAL SHOP UNLOCKED’ สร้างปรากฏการณ์ช้อปสนุกครั้งใหญ่ ปลดล็อกความสุขได้ทุกที่ ทุกเวลา

‘CENTRAL SHOP UNLOCKED’ สร้างปรากฏการณ์ช้อปสนุกครั้งใหญ่ ปลดล็อกความสุขได้ทุกที่ ทุกเวลา

วันพุธ ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 13.58 น.

ห้างเซ็นทรัล ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เดินหน้าตอกย้ำความเป็นผู้นำรีเทลออมนิแชแนล ด้วยการเชื่อมโลกออฟไลน์และออนไลน์ให้เป็นหนึ่งเดียว เปิดตัวแคมเปญไฮไลต์กลางปี CENTRAL SHOP UNLOCKED” ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ช้อปทุกที่ โปรดีทุกช่องทาง” ระหว่างวันที่ 10 – 31 กรกฎาคม 2568 เพราะเข้าใจอินไซต์นิสัยและพฤติกรรมของนักช้อปยุคใหม่อย่างแท้จริง

ห้างเซ็นทรัลจึงไม่หยุดพัฒนากลยุทธ์เพื่อสร้างประสบการณ์การช้อปปิ้งที่ตอบโจทย์อย่างรอบด้าน โดยเชื่อมต่อโปรโมชั่นและดีลพิเศษแบบไร้รอยต่อในทุกแพลตฟอร์มไม่ว่าลูกค้าจะมาช้อปที่ห้างเซ็นทรัลทั้ง 29 สาขาทั่วประเทศ, เว็บไซต์ http://www.central.co.th, Central App แอปพลิเค ชันบนมือถือที่เป็นประตูสู่การช้อปปิ้งที่รวบรวมแบรนด์พรีเมียมแบรนด์ใหม่ และแบรนด์เอ็กซ์คลูซีฟในที่เดียว, Central Chat & Shop ผู้ช่วยช้อปส่วนตัวบริการช้อปปิ้งผ่านไลน์ (Line) เพียงแอดมาที่ @Centralofficial ก็สามารถแจ้งสินค้า หรือส่งภาพไอเทมที่ต้องการมาให้เช็คสินค้าได้ทันที ทักแชตและช้อปได้จากทุกที่ สะดวกสบายกว่าที่เคย พร้อมบริการจัดส่งถึงบ้าน หรือส่งด่วนภายในวัน ผ่าน Grab Express และบริการห่อของขวัญเซอร์ไพรส์ให้กันได้ทุกโอกาส ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ด้วยการช้อปผ่านแชตแบบไร้รอยต่อ เพราะมีสินค้าครบครันและโปรโมชั่นเดียวกับที่ห้างเซ็นทรัล รวมถึงการช้อปผ่านไลฟ์ (Live) เปิดประสบการณ์ช้อปที่ได้ทั้งความสนุกและความบันเทิง นำเสนอสินค้าเรียลไทม์ผ่านการไลฟ์ สื่อสารโต้ตอบอย่างรวดเร็วระหว่างการไลฟ์สด พร้อมมีโปรโมชั่นและดีลสุดพิเศษเฉพาะช่วงไลฟ์เท่านั้นที่คัดสรรมาแล้วจากแบรนด์แท้ พร้อมระบบชำระเงินที่ง่าย รวดเร็ว ปลอดภัย ทั้งใน Central TikTok Shop เฟซบุ๊กเพจและอินบ็อกซ์ของ Facebook page: Central Department Store, Central TikTok Shop หรือโซเชียลคอมเมิร์ซช่องห้างฯ

แคมเปญ “CENTRAL SHOP UNLOCKED” นี้ช่วย “ปลดล็อก” ทุกข้อจำกัดของการช้อป อาทิ เรื่องเวลา การเดินทาง หรือข้อจำกัดใดๆ ด้วยบริการที่สะดวก รวดเร็ว เสมือนมีผู้ช่วยช้อปที่เข้าใจลูกค้าทุกไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าคุณจะช้อปหน้าร้าน หรือคลิกผ่านมือถือ ห้างเซ็นทรัลพร้อมมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดเพื่อช่วยให้ชีวิตคุณสะดวกขึ้น ไม่ว่าจะต้องการหาของขวัญสำหรับเทศกาลต่างๆ บริการช่วยช้อปสินค้าใหม่ สินค้ายอดฮิตจากแบรนด์ชั้นนำ หลากหลายหมวดหมู่ พร้อมบริการห่อของขวัญและส่งสินค้าไวทันใจ มีดีลสุดคุ้มครบครันในแคมเปญเดียวซึ่งเชื่อมสิทธิพิ เศษให้ช้อปสนุกไม่มีสะดุด ตอบโจทย์ทุก Customer journey ได้สมบูรณ์แบบ

ไฮไลต์แคมเปญ “Central Shop Unlocked” ช้อปทุกที่ โปรดีทุกช่องทาง อาทิ รับสิทธิประโยชน์จากห้างเซ็นทรัลCentral App สินค้าปกติลดสูงสุด 50% ,รับคูปองส่วนลด และเครดิตเงินคืนจากบัตรเครดิตเซ็นทรัล เดอะวัน รวมสูงสุด 7,700 บาท เมื่อช้อปครบตามเงื่อนไข พิเศษ! เฉพาะบนเซ็นทรัลแอป ส่วนลดเพิ่มสูงสุด 14% (จำนวนจำกัด),เมื่อช้อปปิ้งผ่านหลากหลายช่องทาง รับ The 1 point X4 เท่า! (เมื่อช้อปที่ห้างเซ็นทรัล, Central App, Central Chat & Shop และช้อปทางไลฟ์ ),แลกคะแนนเดอะวันเพียง 1,400 คะแนน (ปกติ 1,600 คะแนน) ใช้เป็นส่วนลดแทนเงินสด 200 บาท ,รับคูปองส่วนลด 200 บาท ที่ Central App สำหรับใช้เป็นส่วนลด เมื่อช้อปครบตามเงื่อนไข ผ่านช่องทาง Central Chat & Shop ที่ Line หรือ Facebook Inbox ของห้างเซ็นทรัล ,รับบัตรของขวัญ Central 1,000 บาท เมื่อจ่ายผ่านบัตรมาสเตอร์การ์ด (ช้อปตั้งแต่ 20,000 บาท ขึ้นไปต่อเซลส์สลิป จำกัด 300 สิทธิ์) และสิทธิพิเศษอื่นๆ อีกมากมาย

เล่นสนุกรับส่วนลดฟินๆร่วมสนุกเล่นฟิลเตอร์ใน Central TikTok shop รับคูปองส่วนลด ไปช้อปต่อทันที,รับคูปองส่วนลด 200 บาท เมื่อเล่น Shop Unlocked Game ตามเงื่อนไข,ห้ามพลาด! กับกิจกรรม On ground activity ให้ลูกค้าได้ร่วมสนุกไปกับ “Unlock Your Prize”เกมหมุนวงล้อลุ้นรับของขวัญจากแบรนด์ชั้นนำที่ห้างเซ็นทรัล 7 สาขา ได้แก่ เซ็นทรัล ชิดลม,เซ็นทรัลลาดพร้าว,เซ็นทรัลพระราม 2, เซ็นทรัลเฟสติวัลเชียงใหม่, เซ็นทรัลขอนแก่น, เซ็นทรัล เฟสติวัลหาดใหญ่ และเซ็นทรัลอุดรธานี 

ปลดล็อคทุกข้อจำกัดในการช้อปปิ้ง ในแคมเปญ “CENTRAL SHOP UNLOCKED” ช้อปทุกที่ โปรดีทุกช่องทาง สัมผัสประสบการณ์เหนือระดับที่ห้างเซ็นทรัลทุกสาขา,Central App,Central Chat & Shop ช้อปทางไลฟ์ (Live)โซเชียลคอมเมิร์ซ และทุกแพลตฟอร์มช้อปปิ้งของห้างเซ็น ทรัล 

Gosoft (Thailand) ได้รับ AWS DevOps Competency Partner รายแรกในประเทศไทย

Gosoft (Thailand) ได้รับ AWS DevOps Competency Partner รายแรกในประเทศไทย

Gosoft (Thailand) ได้รับ AWS DevOps Competency Partner รายแรกในประเทศไทย

วันพุธ ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 13.20 น.

บริษัท โกซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ Gosoft (Thailand) Co., Ltd. บริษัทในเครือซีพี ออลล์ ผู้ให้บริการเทคโนโลยีดิจิทัลแบบครบวงจรที่อยู่เบื้องหลังโครงสร้างพื้นฐานของร้าน 7-Eleven กว่า 15,000 สาขาทั่วประเทศ ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญในการได้รับการรับรองสถานะ AWS DevOps Competency Partner จาก Amazon Web Services (AWS) อย่างเป็นทางการ นับเป็น บริษัทสัญชาติไทยรายแรก ที่ได้รับการรับรองในกลุ่มความเชี่ยวชาญนี้

การรับรองดังกล่าวสะท้อนถึงความสามารถของ Gosoft ในการให้บริการโซลูชัน DevOps สำหรับองค์กรขนาดใหญ่ ด้วยการพัฒนาและบริหารจัดการระบบที่มีความยืดหยุ่น ปลอดภัย และสามารถปรับขนาดได้จริงบนโครงสร้าง AWS โดยครอบคลุมทั้งการวางระบบ CI/CD Pipeline, Infrastructure as Code (IaC), DevSecOps, การทำ Automation ตลอดจนการสนับสนุนองค์กรในการเปลี่ยนผ่านสู่แนวทาง Agile & Continuous Delivery

นายวิวัฒน์ พงษ์ฤทธิ์ศักดา กรรมการผู้จัดการ บริษัท Gosoft (Thailand) จำกัด กล่าวว่า“Gosoft ไม่ได้มองเพียงแค่เทคโนโลยีเป็นโซลูชัน แต่เรามองว่าเทคโนโลยีต้องตอบโจทย์เชิงกลยุทธ์ขององค์กรอย่างลึกซึ้ง DevOps ไม่ใช่แค่เรื่องของเครื่องมือหรือกระบวนการ แต่มันคือวัฒนธรรมของความคล่องตัว ความโปร่งใส และการส่งมอบอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเรานำมาใช้ในการพัฒนาดิจิทัลโซลูชันที่รองรับทั้งผู้ใช้งาน การประมวลผลและวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมหาศาลที่เติบโตอย่างรวดเร็ว เพื่อให้ได้ข้อมูลเชิงลึกที่มีประโยชน์สำหรับการตัดสินใจและพัฒนาธุรกิจให้พร้อมปรับเปลี่ยนได้ตามสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา”

 “โลกจะเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคที่ AI, Automation และ DevOps จะกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานของธุรกิจทุกประเภท และประเทศไทยจะไม่เป็นแค่เพียงผู้ใช้เทคโนโลยี แต่จะเป็นผู้สร้างด้วย Gosoft พร้อมแล้วที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการสร้าง Digital Solution และ Digital Infrastructure ให้กับองค์กรต่างๆในมาตรฐานระดับโลก”

ผู้ขับเคลื่อนระบบเทคโนโลยีค้าปลีกชั้นนำของภูมิภาค

Gosoft มีประสบการณ์มากกว่า 26 ปีในการออกแบบ พัฒนา และดูแลระบบหลังบ้านให้กับกลุ่มธุรกิจค้าปลีกและโลจิสติกส์ในเครือซีพี ออลล์ โดยเฉพาะร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven ทั่วประเทศ ซึ่งระบบที่ Gosoft พัฒนารองรับทั้งงานปฏิบัติการหน้าร้านและหลังร้าน เช่น

-ระบบจัดการสาขาและ POS
-7Mobile App และระบบสมาชิก / Loyalty
-ระบบ Smart Inventory Refill และ 7Delivery
-ระบบ Real-Time Analytics และ Customer Insights

ความสามารถด้านเทคโนโลยีเหล่านี้ ทำให้ Gosoft ได้รับการยอมรับในฐานะ Top Retail Tech Company in Southeast Asia และมีความพร้อมในการขยายบริการออกสู่ตลาดระดับภูมิภาค ผ่านการวางโซลูชัน Cloud-native, การปรับระบบ Legacy, การบริหาร DevOps Toolchain และการให้คำปรึกษาเชิงกลยุทธ์ด้านการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบอัตโนมัติ ด้วยทีมงานที่มีความเข้าใจลึกในทั้งมิติทางเทคนิคและทางธุรกิจ พร้อมสนับสนุนลูกค้าในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้ขับเคลื่อนองค์กรด้วยแนวคิด DevOps ที่ทันสมัย ปลอดภัย และวัดผลได้

Gosoft ได้รับการรับรองมาตรฐานระดับสากล ได้แก่

ISO/IEC 20000 – ระบบบริหารจัดการบริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
ISO/IEC 27001 และ 27701 – ระบบบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

อีกทั้งดำเนินงานภายใต้กรอบมาตรฐาน CMMI Level 5 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของมาตรฐานความสามารถในการพัฒนาซอฟต์แวร์อย่างมีประสิทธิภาพ และใช้ ITIL Framework ในการบริหารจัดการบริการไอทีตามแนวปฏิบัติที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล

รวมถึงรางวัลระดับประเทศที่ตอกย้ำความเป็นผู้นำ อาทิ:

-Thailand Technology Excellence Award 2024 จากโซลูชัน AI-Retail “goSearch”
-Break Digital Performer Award 2024 จาก Dynatrace สำหรับความเป็นเลิศด้าน Digital Performance Monitoring

พร้อมให้บริการระดับภูมิภาค – ร่วมเป็นพันธมิตรสร้างนวัตกรรม

ด้วยความสามารถในระดับสากล Gosoft พร้อมให้บริการองค์กรต่างๆที่ต้องการ:

-ขยายระบบ DevOps และ Cloud-native
-วางระบบ CI/CD และ Infrastructure as Code
-ย้ายระบบขึ้น AWS อย่างปลอดภัยและรวดเร็ว
-บริหารจัดการระบบอย่างต่อเนื่องด้วยแนวคิด Agile

ติดต่อเราเพื่อเริ่มต้นการเปลี่ยนผ่านสู่อนาคตดิจิทัล โทร. 02-071-9899, 02-071-9409 (ฝ่ายการตลาด) Email: marketing@gosoft.co.th Website: www.gosoft.co.th
Gosoft – พร้อมเป็นพันธมิตรที่คุณไว้วางใจสร้างอนาคตดิจิทัลที่ยั่งยืนไปด้วยกัน

มูลนิธิสงเคราะห์ครอบครัวทหารผ่านศึกฯ มอบทุนการศึกษา ประจำปี 2568

มูลนิธิสงเคราะห์ครอบครัวทหารผ่านศึกฯ มอบทุนการศึกษา ประจำปี 2568

มูลนิธิสงเคราะห์ครอบครัวทหารผ่านศึกฯ มอบทุนการศึกษา ประจำปี 2568

วันพุธ ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

มูลนิธิสงเคราะห์ครอบครัวทหารผ่านศึก ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี นำโดย คุณ หญิงแสงเดือน ณ นครประธานกรรมการมูลนิธิฯ เป็นประธานในพิธีมอบทุนการศึกษาประจำปี 2568 ให้แก่นักเรียนที่อยู่ในความอุปการะของมูลนิธิฯ ซึ่งเป็นผู้มีผลการเรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ โดยมี คณะกรรมการ อาทิ คุณหญิงทรงสมร คชเสนี กรรมการจัดการและเหรัญญิก, ผศ.วรลักษณ์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ประธานฝ่ายจัดทำดอกไม้,ดร.พรเพ็ญ เกยานนท์ รองประธานกรรมการฝ่ายสถาบันการศึกษาและฝึกอาชีพ,พลโท อัครภณ ทองสุทธิ์ รองผู้อำนวยการองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก และ ยุพาพร เอี่ยมลออ อุปนายกสมาคมแม่บ้านองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก เข้าร่วมในพิธีมอบทุนการศึกษา ณ มูลนิธิสงเคราะห์ครอบครัวทหารผ่านศึกฯ เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน ที่ผ่านมา

การมอบทุนการศึกษาประจำปี 2568 ให้แก่นักเรียนที่อยู่ในความอุปการะของมูลนิธิฯ ซึ่งเป็นผู้มีผลการเรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ จำนวนทั้งสิ้น 176 ทุน รวมมูลค่า 1,640,000 บาท โดยนำรายได้จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดอกป๊อปปี้ และของที่ระลึก รวมทั้งความร่วมมือจากคณะกรรม การ อาสาสมัคร และผู้มีจิตศรัทธาที่ร่วมบริจาคสมทบทุนกับมูลนิธิฯ โดยทุนการศึกษาแบ่งเป็น ได้แก่ ทุนบุตร-ธิดาทหารผ่านศึก,ทุนสำหรับครอบ ครัวทหารผ่านศึกที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ,ทุนนักเรียนโรงเรียนจันทร์หุ่นบำเพ็ญ ,ทุนสำหรับบุตร-หลานของมูลนิธิสายใจไทยฯ ,ทุนนักเรียนเตรียม ทหาร และทุนสำหรับเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ ที่เสียชีวิต

นับเป็นกิจกรรมสำคัญของมูลนิธิสงเคราะห์ครอบครัวทหารผ่านศึกฯ ในการสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาให้แก่เยาวชนที่มีศักยภาพ  ดูแลครอบ ครัวทหารผ่านศึกอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน พร้อมเป็นพลังในการตอบแทนสังคมและพัฒนาประเทศชาติต่อไป

คุณหญิงแสงเดือน ณ นคร ประธาน กก.มูลนิธิฯ พร้อมด้วย คุณหญิงทรงสมร คชเสนี กก.จัดการและเหรัญญิก, ผศ.วรลักษณ์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ประธานฝ่ายจัดทำดอกไม้,พล.ท.อัครภณ ทองสุทธิ์  รอง ผอ.องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก,ยุพาพร เอี่ยมลออ อุปนายกสมาคมแม่บ้านองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก และนักเรียนที่ได้รับทุนการศึกษาร่วมกันถ่ายภาพเป็นที่ระลึก

คุณหญิงแสงเดือน ณ นคร ประธาน กก.มูลนิธิฯ พร้อมด้วย คุณหญิงทรงสมร คชเสนี กก.จัดการและเหรัญญิก, ผศ.วรลักษณ์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ประธานฝ่ายจัดทำดอกไม้,พล.ท.อัครภณ ทองสุทธิ์ รอง ผอ.องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก,ยุพาพร เอี่ยมลออ อุปนายกสมาคมแม่บ้านองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก และนักเรียนที่ได้รับทุนการศึกษาร่วมกันถ่ายภาพเป็นที่ระลึก

คุณหญิงแสงเดือน ณ นคร ประธาน กก.มูลนิธิฯ และ พล.ท.อัครภณ ทองสุทธิ์  รอง ผอ.องค์การสงเคราะห์ทหาร
ผ่านศึก

คุณหญิงแสงเดือน ณ นคร ประธาน กก.มูลนิธิฯ และ พล.ท.อัครภณ ทองสุทธิ์ รอง ผอ.องค์การสงเคราะห์ทหาร ผ่านศึก

ผู้แทนจากองค์กรและโรงเรียนต่างๆ

ผู้แทนจากองค์กรและโรงเรียนต่างๆ

ผู้แทนจากองค์กรและโรงเรียนต่างๆ

ผู้แทนจากองค์กรและโรงเรียนต่างๆ

มอบทุนการศึกษาให้แก่ มูลนิธิสายใจไทย และมอบทุนการศึกษาประจำปีให้แก่บุตร-ธิดาทหารผ่านศึกที่เรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ พร้อมทั้งมอบทุนนักเรียนเตรียมทหาร นักเรียนโรงเรียนจันทร์หุ่นบำเพ็ญ จำนวนทั้งสิ้น 176 ทุน

มอบทุนการศึกษาให้แก่ มูลนิธิสายใจไทย และมอบทุนการศึกษาประจำปีให้แก่บุตร-ธิดาทหารผ่านศึกที่เรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ พร้อมทั้งมอบทุนนักเรียนเตรียมทหาร นักเรียนโรงเรียนจันทร์หุ่นบำเพ็ญ จำนวนทั้งสิ้น 176 ทุน

วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย เปิดตัวแคมเปญพิเศษ Volvo GO สร้างแรงบันดาลใจการใช้ชีวิตผ่านความอิสระและการเดินทาง

วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย เปิดตัวแคมเปญพิเศษ Volvo GO  สร้างแรงบันดาลใจการใช้ชีวิตผ่านความอิสระและการเดินทาง

วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย เปิดตัวแคมเปญพิเศษ Volvo GO สร้างแรงบันดาลใจการใช้ชีวิตผ่านความอิสระและการเดินทาง

วันพุธ ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย เปิดตัว Volvo GO แคมเปญพิเศษที่รวบรวมกิจกรรมไลฟ์สไตล์หลากหลายแนวเพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้คนออกไปเปิดโลกกว้าง ค้นหาประสบการณ์ใหม่ให้ชีวิตตามความมุ่งมั่นของวอลโว่ในการนำเสนอความปลอดภัยเพื่อการขับขี่และความเชื่อในอิสระแห่งการใช้ชีวิต

มากกว่าแค่การเดินทาง กิจกรรม Volvo GO ถูกออกแบบขึ้นเพื่อฉลองชีวิต, การมีชีวิต และการใช้ชีวิต (Lives, Life and Living) ทั้งในมุมส่วนตัว หรือกับครอบครัว เพื่อน และชุมชน เพื่อทดลองทำสิ่งที่แตกต่างไปจากกิจวัตรเดิม หาความสมดุลและสร้างความทรงจำที่เปี่ยมไปด้วยความหมายในประสบการณ์เหล่านั้น ตามแนวคิดของแบรนด์ที่เชื่อว่า เมื่อคุณรู้สึกปลอดภัย คุณจะรู้สึกมีอิสระที่จะทำได้มากขึ้น ไปได้ไกลขึ้น และใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ยิ่งขึ้น

ราชาบดินทร์ ศิรินรินทร,นิชานันท์ ปัญญา และ อภินรา ศรีกาญจนา

“สำหรับวอลโว่ คาร์ เราเชื่อว่าการเดินทางนั้นมีความหมายมากกว่าการขับไปตามเส้นทางบนแผนที่ หรือการวัดระยะทางบนเข็มไมล์ การเดินทางสำหรับวอลโว่คือการสร้างประสบการณ์ ซึ่งเป็นที่มาของแคมเปญ Volvo GO ที่ต้องการส่งเสริมให้คนได้ค้นหาและทดลองสิ่งใหม่ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของการเดินทาง หรือการดำเนินชีวิตในทุก ๆ วัน” คริส เวลส์  กรรมการผู้จัดการ บริษัท วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย กล่าว “ในปัจจุบัน การสร้างความมั่นคงให้ชีวิต มีอาชีพการงาน รวมถึงบทบาทและความรับผิดชอบต่างๆ อาจต้องแลกมาด้วยการเลิกทำในสิ่งที่รักหรือไม่ได้พบเจอกับคนที่เป็นพลังใจให้เราอย่างแท้จริง แคมเปญ Volvo GO จึงเกิดขึ้นเพื่อเป็นเหมือนเครื่องเตือนใจให้ผู้คนกลับมาใช้เวลากับสิ่งที่มีความหมายและสร้างพลังในการใช้ชีวิตให้แก่พวกเขาอีกครั้ง เพราะสำหรับวอลโว่แล้ว ความมุ่งมั่นของเราไม่ใช่เพียงเพื่อการปกป้องผู้คนให้ปลอดภัย แต่ยังหมายถึงการช่วยให้เขาได้ออกไปใช้ชีวิตในแบบที่ต้องการ” คริส กล่าวเสริม

เพื่อเปิดตัวกิจกรรม Volvo GO อย่างเป็นทางการ วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ร่วมกับร้านคัลเดแซค รูฟท็อป บาร์ (Cul de Sac Thonglor Rooftop Bar) และ ยูดริ้งค์ ไอไดรฟ์ (U Drink I Drive) ได้วางแผนจัดกิจกรรมตลอดเดือนกรกฎาคม นี้ ให้ผู้สนใจได้เข้าร่วม ไฮไลท์ของกิจกรรม Volvo GO ภายใต้ความร่วมมือกับร้านคัลเดแซค รูฟท็อป บาร์ และยูดริ้งค์ ไอไดรฟ์ ได้แก่ สัมผัสรถใหม่ พร้อมถ่ายภาพกับรถอาร์ทร่วมสมัย – Volvo EX30 Cross Country และ Volvo 940 GLT รถสไตล์ซีดานรุ่นคลาสสิกของวอลโว่ ซึ่งเป็นรถในดวงใจของผู้คนมากมายมาตั้งแต่ปีค.ศ. 1990 ด้วยดีไซน์การออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์

นอกจากนี้ ผู้สนใจยังสามารถร่วมลุ้นรับเครื่องดื่มเมนูพิเศษที่เป็นการรังสรรค์ขึ้นเฉพาะสำหรับวอลโว่ ง่าย ๆ เพียงถ่ายภาพตัวเองร่วมกับรถวอลโว่ Volvo 940 GLT หรือ Volvo EX30 Cross Country ที่จัดแสดงในบริเวณงานพร้อมโพสต์ลงบนโซเชียลมีเดียด้วยการตั้งค่าแบบสาธารณะติดแฮชแท็ก #VolvoGO และแท็ก @volvocarth และ @culdesac.bkk เพื่อลุ้นรับสิทธิ*เครื่องดื่มเมนูพิเศษสะท้อนแรงบันดาลใจในการออกไปค้นหาโลกกว้างกับวอลโว่

เพื่อฉลองจิตวิญญาณแห่งนวัตกรรมและการออกแบบสไตล์สแกนดิเวียน   ร้านคัลเดแซค รูฟท็อป บาร์ ได้จัดทำเมนูเครื่องดื่มพิเศษที่สะท้อนแนวคิดและดีไซน์ของรถวอลโว่ รวมเข้ากับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนยุคใหม่ และคนเมือง พร้อมชื่อเมนูสุดชิค อย่าง No Keys Tonight, Safety is Sexy, Park & Spark และ Pitcrew Punch ให้ได้ทดลองทั้งที่ร้านคัลเดแซค รูฟท็อป บาร์   หรือที่โชว์รูมผู้จำหน่ายรถวอลโว่อย่างเป็นทางการทั่วกรุงเทพฯ เพียงทดลองขับ* Volvo EX30 รุ่นใดก็ได้ภายในเดือนกรกฎาคม นี้เช่นกัน

ราชาบดินทร์ ศิรินรินทร  กรรมการผู้จัดการ เครือโรงแรม Chaperone กล่าวว่า “การเติบโตของสังคมเมืองส่งผลให้ผู้คนเริ่มหันกลับมามองหาความสมดุลและการสร้างไลฟ์สไตล์ที่เติมเต็มชีวิต และนั่นคือสิ่งที่ร้านคัลเดแซค รูฟท็อป บาร์ นำเสนอในสถานที่ซึ่งเปรียบเสมือนคอมมิวนิตี้ใจกลางเมืองที่ผู้มาเยือนจะได้ย้อนเวลาไปสู่การใช้ชีวิตในวันสบาย ๆ เหมือนอยู่กับเพื่อนในละแวกบ้าน เราดีใจที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปิดตัวแคมเปญ Volvo GO เพราะนอกเหนือจากกิจกรรมที่จะจัดขึ้นที่ร้านคัลเดแซค รูฟท็อป บาร์ แล้ว สิ่งที่สร้างคุณค่ามากไปกว่านั้นคือการได้นำเป้าหมายที่ทั้งสองแบรนด์มีร่วมกัน ซึ่งได้แก่การสร้างแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิต มาทำให้เกิดขึ้นจริงเพื่อสร้างคุณค่าในเชิงบวกให้แก่ผู้คนในวงกว้าง”

อภินรา ศรีกาญจนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ยูดริ้งค์ ไอไดรฟ์ กล่าวว่า “เรารู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับ วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ในการเปิดตัวแคมเปญ Volvo GO      สำหรับ ยูดริ้งค์ ไอไดรฟ์ ความปลอดภัย และการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ที่ไม่พร้อมขับรถให้สามารถกลับบ้านได้อย่างปลอดภัยทั้งเจ้าของและรถ คือสิ่งที่เรามุ่งมั่นนำเสนอ และด้วยบริการที่มีความพรีเมี่ยม คนขับที่ได้รับการอบรมมาเป็นอย่างดีเพื่อการบริการระดับห้าดาว ผู้ใช้บริการจึงมั่นใจได้ในคุณภาพของการบริการ และความปลอดภัยที่จะได้รับ อีกทั้งความร่วมมือกับวอลโว่ในครั้งนี้ยังตอกย้ำจุดยืนร่วมในการนำเสนอความปลอดภัยในการขับขี่บนประสบการณ์ระดับพรีเมี่ยมเพื่อการเดินทางของผู้ใช้รถในกรุงเทพมหานครฯ”

ติดตามรายละเอียดเงื่อนไขของกิจกรรม Volvo GO ที่ https://www.facebook.com/volvocarsth

‘เบคกี้ รีเบคก้า’ หวานละมุนในงานเปิดตัว ‘moone rolls’ ใจกลางกรุงเทพฯ

‘เบคกี้ รีเบคก้า’ หวานละมุนในงานเปิดตัว ‘moone rolls’ ใจกลางกรุงเทพฯ

‘เบคกี้ รีเบคก้า’ หวานละมุนในงานเปิดตัว ‘moone rolls’ ใจกลางกรุงเทพฯ

วันพุธ ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

moone rolls (มูเน่ โรลส์) แบรนด์โรลเค้กแฮนด์คราฟต์น้องใหม่ เปิดตัวสาขาแรกอย่างเป็นทางการ พร้อมจัดงาน moone rolls Grand Opening เพื่อเสิร์ฟความอร่อย หอมหวาน อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของโรลเค้กที่ทำสดใหม่ ภายใต้แนวคิด “ความสุขเล็กๆ ที่สัมผัสได้ทุกคำ” ด้วยความมุ่งมั่นในการส่งต่อความสุขผ่านขนมที่อบสดใหม่ทุกวัน  โดยมี เบคกี้ – รีเบคก้า แพทรีเซีย อาร์มสตรอง นักแสดงสาวมากเสน่ห์ที่มาร่วมงานและลิ้มรสโรลเค้กคุณภาพดี ณ ร้าน moone rolls สาขา CentralwOrld ชั้น 6 (โซนลิฟต์แก้ว)

เบคกี้ – รีเบคก้า แพทรีเซีย อาร์มสตรอง

ฝาน กู่ Co-founder, Ocha Wealth Co. Ltd และ สุรลักษณ์ รอดภัย Company Director, Moone Bake Co. Ltd กล่าวว่า “moone rolls ถือกำเนิดในกรุงเทพฯ ประเทศไทย ณ เมืองที่เต็มไปด้วยความหลากหลายทางวัฒนธรรมและผู้คนมากสีสัน ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมอันเหมาะสมที่สุดในการเพาะบ่มแบรนด์ที่มีความคิดสร้างสรรค์ ทันสมัย และเข้าถึงผู้คนทุกกลุ่มด้วยความมุ่งมั่นในการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการเบเกอรี่ไทย พร้อมตั้งเป้าสู่การเป็นผู้นำในตลาดสวิสโรลที่ยังไม่มีใครเคยทำมาก่อน ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านสวิสโรล”

ฝาน กู่  และ สุรลักษณ์ รอดภัย

ชื่อ “moone” ได้แรงบันดาลใจจาก “พระจันทร์” ซึ่งสื่อถึงความอ่อนโยน ความงดงาม และความรู้สึกน่าจดจำ โดยแบรนด์มุ่งเน้นการดีไซน์ที่เรียบง่ายแต่มีเอกลักษณ์ ผสมผสานกลิ่นอายท้องถิ่นเข้ากับความเป็นสากล เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ของโรลเค้กที่ไม่เหมือนใคร โดยมีจุดยืนสำคัญในการเลือกใช้วัตถุดิบเพื่อให้ทุกคำที่ลิ้มลองมาพร้อมคุณภาพ ความอร่อยซึ่งอบใหม่ในทุก ๆ วัน ด้วยวัตถุดิบพรีเมียมจากทั่วทุกมุมโลก ไม่ว่าจะเป็นแป้ง Nissin จากญี่ปุ่นที่ให้เนื้อสัมผัสนุ่มฟูโดยไม่ต้องพึ่งสารเติมแต่ง, Sterilgarda Mascarpone จากอิตาลี, President Whipping Cream จากฝรั่งเศส, ชีส Kiri และ เนยแท้ Anchor จากนิวซีแลนด์ ซึ่งช่วยเพิ่มความละมุนในทุกคำ, เพียวเร่ผลไม้และผัก 100% จาก Boiron ประเทศฝรั่งเศส ผสานกับผลไม้สดตามฤดูกาล และ นม-ไข่ออร์แกนิกจากไทย ทำให้ทุกคำสัมผัสได้ถึงคุณภาพ รสชาติ และความใส่ใจในทุกรายละเอียด

ในงานเปิดตัวตัวแบรนด์ moone rolls มาพร้อมเมนูโรลเค้ก 4 รสชาติที่ออกแบบมาเพื่อเติมเต็มความสุขของทุกคน ไม่ว่าจะเป็น “Earl Grey Milk Pudding Roll” โรลเค้กชาเอิร์ลเกรย์หอมละมุนที่สอดไส้พุดดิ้งนมสดเนื้อเนียนนุ่ม “Pandan Mango Sticky Rice Roll” โรลเค้กใบเตยกลิ่นหอมธรรมชาติที่ผสานเข้ากับข้าวเหนียวมะม่วงแบบไทย ๆ  “Silky Vanilla Roll” โรลเค้กวานิลลานุ่มเบาที่ให้รสสัมผัสอบอุ่นละมุน และ “Cocoa Raspberry Roll” โรลเค้กโกโก้เข้มข้นที่เพิ่มความสดชื่นด้วยราสเบอร์รี

รวมทั้งอีกหนึ่งไฮไลต์สุดพิเศษจากแขกรับเชิญชื่อดัง “เบคกี้ – รีเบคก้า แพทรีเซีย อาร์มสตรอง” ที่มาร่วมสัมผัสรสชาติความอร่อยจากเมนูโรลเค้กสุดสร้างสรรค์ พร้อมสร้างรอยยิ้มให้แฟนคลับผู้โชคดีทั้ง 10 คนจากกิจกรรม “Lucky Fans” ทำให้บรรยากาศในงานเต็มไปด้วยความประทับใจและความอบอุ่น ทั้งนี้ สามารถติดตามข้อมูลของแบรนด์ได้ที่ Instagram : moonerolls / Facebook : moone rolls และไปลิ้มรสความอร่อยระดับพรีเมียมได้แล้ววันนี้ ณ ร้าน moone rolls สาขา CentralwOrld ชั้น 6 (โซนลิฟต์แก้ว)

PASAYA x กองทุนศรีบูรพา เปิดตัว ‘กระเป๋าศรีบูรพา’ ฉลอง 120 ปีสุภาพบุรุษนักเขียน หาทุนเพื่อโครงการ ‘ยังศรีบูรพา’

PASAYA x กองทุนศรีบูรพา เปิดตัว ‘กระเป๋าศรีบูรพา’ ฉลอง 120 ปีสุภาพบุรุษนักเขียน หาทุนเพื่อโครงการ ‘ยังศรีบูรพา’

PASAYA x กองทุนศรีบูรพา เปิดตัว ‘กระเป๋าศรีบูรพา’ ฉลอง 120 ปีสุภาพบุรุษนักเขียน หาทุนเพื่อโครงการ ‘ยังศรีบูรพา’

วันพุธ ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

จากวรรณกรรมสู่งานดีไซน์  ฉลองวาระครบรอบ 120 ปีชาตกาลของ “ศรีบูรพา” หรือ กุหลาบ สายประดิษฐ์ นักคิดนักเขียนผู้ทรงอิทธิพลในวงวรรณกรรมและสังคมไทย แบรนด์สิ่งทอชั้นนำ “PASAYA” ร่วมกับ “กองทุนศรีบูรพา” เปิดตัว​“กระเป๋าศรีบูรพา” กระเป๋าผ้าทอที่ออกแบบขึ้นพิเศษโดยได้รับแรงบันดาลใจจากผลงานและจิตวิญญาณของศรีบูรพา เพื่อร่วมรำลึกถึงนักเขียนผู้ยิ่งใหญ่ พร้อมทั้งส่งต่อพลังสนับสนุนคนรุ่นใหม่ ผ่านโครงการ “ยังศรีบูรพา” ซึ่งมุ่งส่งเสริมการสร้างสรรค์งานเขียน และจุดประกายการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องในแวดวงวรรณกรรมไทย

กระเป๋าศรีบูรพา ผืนผ้าที่บอกเล่าเรื่องใจ

กระเป๋าผ้าที่เป็นมากกว่ากระเป๋าผ้าทอ ออกแบบภายใต้แนวคิด “ผืนผ้าที่บอกเล่าเรื่องใจ” โดย PASAYA ได้ถักทอวลีอมตะจากบทประพันธ์ของศรีบูรพาลงบนเนื้อผ้าอย่างประณีต  โดย Woven Art Bag รุ่นพิเศษนี้จัดทำขึ้นเพื่อรำลึกครบรอบ 120 ปีศรีบูรพา และร่วมระดมทุนสนับสนุนโครงการยังศรีบูรพา ซึ่งรายได้ส่วนหนึ่งหลังหักค่าใช้จ่ายจะนำไปใช้ในกิจกรรมของโครงการ

วลีอมตะที่ปรากฏบนกระเป๋าเพื่อรำลึกถึง “ความรัก ความกล้าหาญ และความงามของจิตวิญญาณมนุษย์”  ได้แก่ … 

“ฉันตายโดยปราศจากคนที่รักฉัน … แต่ฉันก็อิ่มใจว่า ฉันมีคนที่ฉันรัก” ประโยคอมตะจากคุณหญิงกีรติหรือหม่อมราชวงศ์กีรติ ในนวนิยายเรื่อง ‘ข้างหลังภาพ’ ของศรีบูรพาเป็นคำนิยามแห่งความรักซึ่งหญิงผู้หนึ่งมอบให้แต่ชายที่ตนรัก เป็นความรักอันแท้จริงและงดงามเสมอ แม้ไม่ได้รับกลับคืน

“แม้เป็นดวงอาทิตย์ไม่ได้ ก็จงเป็นดวงดาวเถิด” จากนวนิยายเรื่อง ‘ข้างหลังภาพ’ เมื่อคุณหญิงกีรติกับนพพรพายเรือในสวนสาธารณะ แล้วได้ยินบทเพลงจากสตรีชาวญี่ปุ่น เนื้อหาบางช่วงของเพลงนั้นหยิบยกมาเพื่อสะท้อนถึงการสร้างความสุขจากสิ่งที่ไม่สามารถเลือกเป็นได้ ไม่ต้องโดดเด่นในสายตาใคร ขอเพียงยืนหยัดและเป็นตัวของตัวเองอย่างสง่างาม

“ผู้ใดเกิดมาเป็นสุภาพบุรุษ ผู้นั้นเกิดมาสำหรับคนอื่น” วรรคทองจากนวนิยายขนาดสั้นเรื่อง ‘เล่นกับไฟ’ ซึ่งสะท้อนแนวคิดว่า การเป็นสุภาพบุรุษที่แท้นั้น ควรจะมีความรับผิดชอบต่อผู้อื่นและสังคม มากกว่าการยึดถือประโยชน์ของตนเพียงอย่างเดียว

“สิ่งที่เรียกว่าความรักนั้น ควรจะตั้งต้นจากจุดของการสละให้” ถ้อยคำจากนวนิยาย ‘จนกว่าเราจะพบกันอีก’ ถ่ายทอดนิยามของความรักในมิติใหม่ ที่ไม่ใช่เพียงรักของหนุ่มสาว หากคือความรักซึ่งมุ่งหวังให้ผู้คนในสังคมมีชีวิตอันดีงาม วรรณกรรมเรื่องนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นต้นแบบของงาน “เพื่อชีวิต”

กระเป๋าศรีบูรพา” ขนาด M (33 x 31 x 15 ซม.) ราคา 1,400 บาท รายได้ส่วนหนึ่งจำนวน 680 บาทต่อใบ จะถูกนำไปสนับสนุนโครงการยังศรีบูรพา เริ่มจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 9 กรกฎาคม 2568 เป็นต้นไป

“ยังศรีบูรพา” จุดประกายอนาคตเยาวชนไทย

การเป็นเจ้าของ “กระเป๋าศรีบูรพา” ไม่ใช่เพียงแค่ได้ครอบครองกระเป๋าดีไซน์สวยงามที่มีเอกลักษณ์และความหมายเท่านั้น แต่ยังหมายถึงการมีส่วนร่วมสนับสนุนโครงการสำคัญที่มุ่งพัฒนาศักยภาพเยาวชนไทยในด้านวรรณกรรม

โครงการยังศรีบูรพา(Young Sriburapha) มุ่งส่งเสริมการเรียนรู้วรรณกรรมไทยสู่เยาวชนรุ่นใหม่ โดยอิงแนวคิดและแรงบันดาลใจจากชีวิตและผลงานของศรีบูรพา นักเขียนผู้ทรงคุณค่าด้านจริยธรรม วรรณศิลป์ และการเคลื่อนไหวทางสังคม เพื่อสร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้และส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ให้เยาวชนไทย

ในปี 2568 นี้ โครงการได้จัดประกวดวรรณกรรมรางวัล “ยังศรีบูรพา” ขึ้นเป็นครั้งแรก เพื่อสืบสานเกียรติยศและชื่อเสียงของศรีบูรพาให้อยู่คู่สังคมวรรณกรรมไทยอย่างยั่งยืน พร้อมสนับสนุนให้เยาวชนได้สร้างสรรค์ผลงานในแนวทางเดียวกับศรีบูรพา และกระตุ้นให้เกิดความตื่นตัวรวมถึงการเคลื่อนไหวในวงการวรรณกรรมอย่างต่อเนื่อง

120 ปี ศรีบูรพา  นักเขียนผู้ยังคงอยู่ในใจชน

ศรีบูรพา หรือ กุหลาบ สายประดิษฐ์ (พ.ศ. 2448-2517) นักคิดนักเขียนผู้ทรงอิทธิพลต่อวงวรรณกรรมและสังคมไทย ศรีบูรพาได้รับการยกย่องจากองค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก (UNESCO) ให้เป็นบุคคลสำคัญของโลกในวาระครบรอบ 100 ปีชาตกาลเมื่อปี 2548 ผลงานของท่านยังคงโลดแล่นอยู่ในบรรณพิภพอย่างมั่นคงและงดงามมาจนถึงปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นนวนิยายเรื่อง “ข้างหลังภาพ” ที่มีการตีพิมพ์ถึง 49 ครั้ง และได้รับการประกาศให้เป็นหนังสืออ่านนอกเวลา หรือ “จนกว่าเราจะพบกันอีก” และ “สงครามชีวิต” ที่ได้รับความนิยมในหมู่นักศึกษาและปัญญาชน

นอกจากนี้ ผลงานของศรีบูรพายังได้รับการดัดแปลงเป็นสื่ออื่นๆ อย่างแพร่หลาย เช่น นวนิยายเรื่อง ‘ข้างหลังภาพ’ ที่ถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ ละครโทรทัศน์ และละครเวทีหลายครั้ง สะท้อนให้เห็นว่างานเขียนของท่านยังคงเข้าถึงและสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนทุกยุคทุกสมัย

ในปี 2568 นี้ นับเป็นวาระครบรอบ 120 ปีชาตกาลของศรีบูรพา อีกทั้งยังเป็นปีที่ลิขสิทธิ์ผลงานของท่านกลายเป็นสาธารณสมบัติทางวรรณศิลป์ ซึ่งเปิดโอกาสให้งานเขียนอันทรงคุณค่าเหล่านี้ถูกนำไปเผยแพร่ ต่อยอด และสร้างแรงบันดาลใจได้อย่างกว้างขวางยิ่งขึ้น ตอกย้ำว่าชื่อและผลงานของศรีบูรพา จะยังคงอยู่ในใจคนไทยไปตราบนานเท่านาน

กองทุนศรีบูรพา สานต่อเจตนารมณ์เพื่อวรรณกรรมและสังคม

กองทุนศรีบูรพา ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2531 โดย สุวัฒน์ วรดิลก (รพีพร) นักเขียนผู้รักความเป็นธรรมและเป็นนักต่อสู้เพื่อสังคมเช่นเดียวกับศรีบูรพา กองทุนฯ มีบทบาทสำคัญในการสืบสานเจตนารมณ์ของศรีบูรพา ด้วยการมอบ “รางวัลศรีบูรพา” แด่นักเขียนและนักหนังสือพิมพ์ที่มีผลงานสอดคล้องกับแนวทางของท่านอย่างต่อเนื่องมาเกือบ 40 ปี รวมถึงจัดทำวารสารศรีบูรพา มอบทุนการศึกษาแก่นักเรียนโรงเรียนเทพศิรินทร์ (โรงเรียนเก่าของศรีบูรพา) และจัดกิจกรรมรำลึกถึงท่านในวาระสำคัญต่าง ๆ

 กระเป๋าศรีบูรพา  เริ่มวางจำหน่ายวันที่ 9 กรกฎาคม 2568   ขนาด M (33 x 31 x 15 ซม.)  ราคา 1,400 บาท  รายได้จำนวน 680 บาทต่อใบ สนับสนุนโครงการ “ยังศรีบูรพา”  จำหน่ายที่ร้าน PASAYA ทั้ง 12 สาขา  ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล สยามพารากอน ดิ เอ็มโพเรียม  และ ช่องทางออนไลน์  www.pasaya.com / Marketplace : Shopee, Lazada /  Chat & Shop : Facebook, Line Official

ซอสพริกศรีราชาพานิช คอลแลปส์ Guss Damn Good เปิดตัว ‘ช็อคโกแลตชิลลี่’ ไอศกรีมรสชาติหวานเผ็ดเต็มรสครั้งแรก

ซอสพริกศรีราชาพานิช คอลแลปส์ Guss Damn Good  เปิดตัว ‘ช็อคโกแลตชิลลี่’ ไอศกรีมรสชาติหวานเผ็ดเต็มรสครั้งแรก

ซอสพริกศรีราชาพานิช คอลแลปส์ Guss Damn Good เปิดตัว ‘ช็อคโกแลตชิลลี่’ ไอศกรีมรสชาติหวานเผ็ดเต็มรสครั้งแรก

วันพุธ ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เมื่อความเผ็ดร้อนและความดาร์คมาเจอกัน! “ซอสพริกศรีราชาพานิช” แบรนด์ต้นตำรับรายแรกอายุ 90 ปี วาดลวดลายความเก๋าในวงการอาหารอีกครั้ง ด้วยโปรเจกต์ความร่วมมือกับ Guss Damn Good แบรนด์ไอศกรีมสายแนวสุดฮิต เปิดตัวไอศกรีมรสชาติใหม่ “ช็อคโกแลตชิลลี่” ชูความเผ็ดหวานเข้มเต็มรสอย่างลงตัว!

วรัญญา วิญญรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยเทพรส จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ในยุคที่ผู้บริโภคที่โหยหาประสบการณ์ของหวานที่ไม่ซ้ำเดิม ซอสพริกศรีราชาพานิช จึงท้าทายทุกขอบเขตความคิดสร้างสรรค์อีกครั้ง ด้วยโปรเจกต์ความร่วมมือกับ Guss Damn Good แนะนำไอศกรีม ‘ช็อคโกแลตชิลลี่’ ผสานรสชาติเข้มข้นดาร์คช็อคโกแลตหวานน้อยแทรกด้วยรสเผ็ดติดปลายลิ้นชัดเจนจากซอสพริกศรีราชาพานิชเผ็ดมาก พร้อมด้วยช็อคโกแลตบาร์คจากซอสพริกศรีราชาพานิชเผ็ดกลาง สร้างรสชาติและเนื้อสัมผัสได้อย่างน่าสนใจ นับเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์การตลาดมุ่งสร้างประสบการณ์ร่วมกับผู้บริโภคทุกช่วงวัย ถ่ายทอดเรื่องราวแบรนด์อย่างสดใหม่และน่าตื่นเต้นทุกคำที่ได้ลอง”

นอกจากแคมเปญนี้จะฉีกกรอบความคาดหวังผ่านรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์แล้ว ในทุกการสั่งซื้อแบบเซ็ต (รวมทุก 10 รสชาติ) ยังได้รับผลิตภัณฑ์ซอสพริกศรีราชาพานิชขนาดซอง 10 กรัม จำนวน 4 ซอง ซึ่งบรรจุอยู่ในแพ็คเกจสุดน่ารักออกแบบด้วยแรงบันดาลใจจากเสื้อยืดคอลเลคชั่นพิเศษ โดยผู้บริโภคจะได้รับคูปองส่วนลด 100บาท สำหรับสั่งซื้อเสื้อยืดดังกล่าวผ่านช่องทางออนไลน์ โดยรายได้ทั้งหมด 100% นำมาสมทบทุนเพื่อบริจาคให้กับมูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ต่อไป ยิ่งไปกว่านั้น ในช่วงกิจกรรม Brand’s Week ระหว่างวันที่ 16 กรกฎาคม 2568 ถึง 22 กรกฎาคม 2568 เมื่อซื้อไอศกรีม ‘ช็อคโกแลตชิลลี่’ จำนวน 5 ถ้วย ในราคาถ้วยละ 129 บาท แถมฟรีซอสพริกศรีราชาพานิชเผ็ดกลางขนาด 230 กรัม จำนวน 3 ขวด บรรจุมาใน Box Set ดีไซน์สุดเก๋

ไอศกรีมรสชาติพิเศษนี้เป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ Guss Damn Good Grocery ที่ได้รับความสนใจจากผู้บริโภคอย่างล้นหลามตั้งแต่เปิดตัวเมื่อปีที่ผ่านมา โดยมีหัวใจหลัก คือ การเฟ้นหาแบรนด์ไทยที่คนไทยคุ้นเคย บอกเล่าเรื่องราววัตถุดิบชูโรงอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์นั้นๆ ผ่านรสชาติไอศกรีมที่แปลกใหม่ไม่ซ้ำใคร โดยปีนี้มี 10 แบรนด์ไทยที่เข้าร่วมแคมเปญดังกล่าว ซึ่ง บริษัท ไทยเทพรส จำกัด (มหาชน) นำผลิตภัณฑ์ซอสพริกศรีราชาพานิชร่วมเป็นส่วนหนึ่งในความพิเศษนี้อีกครั้ง หลังเคยสร้างความประทับใจผ่านรสชาติซอสภูเขาทองฝาเขียว คัสตาร์ด บริตเติล เมื่อปีที่แล้ว นับเป็นการกลับมาสร้างโมเม้นต์แห่งรอยยิ้มแก่ผู้บริโภคสมกับที่ตั้งตารอ

ตามไปลิ้มลองความเผ็ดแปลกใหม่แต่เข้มข้นถึงใจของ ไอศกรีมรสชาติใหม่ “ช็อคโกแลตชิลลี่”  ได้ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 15 สิงหาคม 2568 ณ หน้าร้าน Guss Damn Good ทุกสาขา หรือ ช่องทางออนไลน์  ผ่านเดลิเวอรี่แอปพลิเคชั่นอย่าง Grab, Lineman, Robinhood หรือช้อปปิ้งแอปพลิเคชั่นอย่าง Shopee, TikTok Shop และ Lazada สามารถติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวและกิจกรรมพิเศษจากทั้งสองแบรนด์ได้ที่ https://www.facebook.com/SrirajaPanich/ และ https://www.facebook.com/gussdamngood

เมื่อความหวานมาพร้อมความยั่งยืน โรงแรมคอนราด กรุงเทพ เปิดตัวสวนผึ้งบนดาดฟ้าแห่งแรก

เมื่อความหวานมาพร้อมความยั่งยืน โรงแรมคอนราด กรุงเทพ เปิดตัวสวนผึ้งบนดาดฟ้าแห่งแรก

เมื่อความหวานมาพร้อมความยั่งยืน โรงแรมคอนราด กรุงเทพ เปิดตัวสวนผึ้งบนดาดฟ้าแห่งแรก

วันพุธ ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

โรงแรมคอนราด กรุงเทพ ร่วมมือกับ จันทร์อรุณ ฟาร์มผึ้ง  เปิดตัว “สวนผึ้งบนดาดฟ้า”  แห่งแรกใจกลางเมือง บนชั้น 33 ของโรงแรม  โครงการต้นแบบที่สะท้อนแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน นำการเลี้ยงผึ้งเชิงอนุรักษ์มาประยุกต์ใช้  เพื่อเผยแพร่ ส่งเสริม และสนับสนุนการใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพ เตรียมเปิดตัวกิจกรรม “คอนราด โมเมนต์”  นำเสนอเมนูอาหารที่ได้รับแรงบันดาลใจจากน้ำผึ้งในทุกห้องอาหารของโรงแรม รังสรรค์โดยทีมเชฟผู้มากประสบการณ์ เพื่อยกระดับการให้บริการและการมอบประสบการณ์ที่แปลกใหม่ให้แก่ผู้เข้าพัก

“สวนผึ้งบนดาดฟ้า” เป็นโครงการต้นแบบที่สำคัญและนับเป็นพันธกิจระยะยาวของโรงแรมคอนราด กรุงเทพ ได้รับการพัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิดของการดำเนินงานที่ยึดหลักธุรกิจความยั่งยืน โดยคำนึงถึงการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ ควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อชุมชนและสังคม อีกทั้ง ยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรอนุรักษ์ อันสามารถส่งมอบประสบการณ์เชิงสร้างสรรค์ให้กับผู้มาใช้บริการ และเสริมสร้างความตระหนักรู้ด้านระบบนิเวศวิทยาได้อีกทางหนึ่ง อีกทั้ง ยังสอดคล้องกับกลยุทธ์ระดับโลกของกลุ่มโรงแรมเครือฮิลตัน นั่นคือ ”Travel with Purpose” หรือ “การเดินทางท่องเที่ยวอย่างมีวัตถุประสงค์” ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อมุ่งส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างมีความรับผิดชอบในหลากหลายมิติ นับเป็นการยกระดับความยั่งยืนและช่วยลดผลกระทบทางสังคมในทุกภูมิภาคทั่วโลก

สวนผึ้งของโรงแรมคอนราด กรุงเทพ ตั้งอยู่บนชั้นดาดฟ้าที่ระดับความสูง 115.5 เมตร จากพื้นดิน ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 72 ตารางเมตร จากพื้นที่ดาดฟ้าทั้งหมด 1,160 ตารางเมตร โดยตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของอาคาร นับเป็นบริเวณที่มีความเหมาะสมต่อการเลี้ยงผึ้งเพราะได้รับแสงอาทิตย์อ่อนยามเช้า มีแสงแดดตามธรรมชาติส่องถึงตลอดทั้งวัน และมีกระแสลมพัดผ่านอย่างคงที่ตามธรรมชาติ สวนผึ้งแห่งนี้จะได้รับการดูแลสัปดาห์ละสองวัน (ทุกวันจันทร์และวันพฤหัสบดี) จากทีมเลี้ยงผึ้งมืออาชีพ นำโดย ปัญชลี ตรีตราเพ็ชร ผู้บริหารจันทร์อรุณ ฟาร์มผึ้ง และทีมงานของทางโรงแรมฯ เพื่อตรวจเช็คความสมบูรณ์ของน้ำ อาหาร และสภาพแวดล้อมโดยรอบ เพื่อความมั่นใจต่อสุขภาพของราชินีผึ้งและความเป็นอยู่ของฝูงผึ้งว่าจะสามารถผลิตน้ำผึ้งได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

สวนผึ้งบนดาดฟ้าแห่งนี้ ประกอบด้วยรังผึ้งจำนวน 5 รัง โดยแต่ละรังจะมีผึ้งพันธุ์ (Apis mellifera) จำนวน 25,000 ถึง 30,000 ตัว โดยผึ้งสายพันธุ์นี้มีถิ่นกำเนิดดั้งเดิมในทวีปแอฟริกา สำหรับการเก็บน้ำผึ้งจะสามารถดำเนินการได้ทุกๆ 4-5 เดือน และจะให้ผลผลิตเฉลี่ยประมาณ 25-30 กิโลกรัม ต่อรอบของการเก็บเกี่ยว และการบริหารจัดการและกำหนดรอบการเก็บเกี่ยวอย่างพิถีพิถันนี้เอง สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของโรงแรมคอนราด กรุงเทพ ในการผลิตน้ำผึ้งที่มีคุณภาพสูง ซึ่งเป็นหนึ่งในแนวทางที่สนับสนุนเป้าหมายของกลยุทธ์ “Travel with Purpose” ที่ต้องการส่งเสริมความหลากหลายทางชีวภาพและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อสิ่งแวดล้อมได้

มร. ทิโมธี เซนสเบอรี ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมคอนราด กรุงเทพ กล่าวว่า “การประสานความร่วมมือกับจันทร์อรุณฟาร์มผึ้งครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นค่านิยมที่เรามีร่วมกันในด้านการดำเนินธุรกิจด้วยความยั่งยืน การส่งเสริมการเรียนรู้ และการมีส่วนร่วมของชุมชน สวนผึ้งบนดาดฟ้าของเรามิใช่เพียงโครงการริเริ่มด้านสิ่งแวดล้อม หากแต่เป็นภาพสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของโรงแรมคอนราด กรุงเทพ และทีมงานทุกคนที่ต้องการส่งเสริมและแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม ในการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพในเขตเมืองให้คงอยู่ไว้อย่างแท้จริง”

โครงการ “สวนผึ้งบนดาดฟ้า” มีวัตถุประสงค์เพื่อผลิตน้ำผึ้งออร์แกนิก สำหรับใช้ในการประกอบอาหารของห้องอาหารภายในโรงแรมฯ ภายใต้การดูแลของ เชฟไรอัน ดาดูฟาลซ่า เอ็กเซ็กคิวทีฟเชฟ และเชฟซิโมเน โพเซอร์ ผู้ช่วยเอ็กเซ็กคิวทีฟเชฟ ซึ่งมีความมุ่งมั่นร่วมกันในการยกระดับประสบการณ์ด้านอาหารให้สอดคล้องกับแนวทางการดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ไรอัน ดาดูฟาลซ่า   กล่าวว่า “ในฐานะเชฟและคนทำอาหาร ผมมักมองหาวัตถุดิบที่มีเรื่องราวในตัวเอง และน้ำผึ้งถือเป็นหนึ่งในของขวัญจากธรรมชาติที่น่าทึ่งที่สุด การมีสวนผึ้งของเราเองบนดาดฟ้า เปิดโอกาสให้เราได้ทำงานกับวัตถุดิบที่ไม่เพียงแต่สดใหม่ และหาได้จากแหล่งผลิตใกล้ตัวเท่านั้น หากแต่ยังเปี่ยมไปด้วยความหมายที่ลึกซึ้งอีกด้วย เพราะสิ่งนี้คือวิธีที่เราจะสามารถเชื่อมโยงผู้เข้าพักในโรงแรมฯ และเข้าใช้บริการในห้องอาหารของเรา กับประสบการณ์ที่พวกเขาจะได้รับจากผืนแผ่นดิน ฤดูกาลที่เปลี่ยนแปลงไป และที่สำคัญที่สุดคือการถ่ายทอดแนวคิดด้านความรับผิดชอบต่อชุมชน สังคม และโลกใบนี้ ผ่านจานอาหารทุกๆ จานที่เรารังสรรค์ขึ้น”

ทั้งนี้ โครงการ “สวนผึ้งบนดาดฟ้า” เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของแผนงานระยะยาวในการสร้างสรรค์และพัฒนานวัตกรรม ตลอดจนการนำเสนอประสบการณ์ใหม่ๆ ที่มีความเกี่ยวโยงกับการเลี้ยงผึ้งและจากผลิตภัณฑ์ที่ได้จากผึ้ง ให้กับผู้เข้าพักและผู้มาใช้บริการภายในโรงแรมคอนราด กรุงเทพฯ  โดยเน้นย้ำถึงศักยภาพในการยกระดับประสบการณ์ต่างๆ ควบคู่ไปกับการส่งเสริมแนวคิดด้านการดำเนินงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านการนำน้ำผึ้งและการเลี้ยงผึ้งในเมืองมาประยุกต์ใช้อย่างสร้างสรรค์

“เราเพิ่งเก็บเกี่ยวผลผลิตจากน้ำผึ้งในรอบแรก ไปเมื่อเร็วๆนี้  หลังใช้เวลานานนับปีในการเลี้ยงผึ้งอย่างถูกวิธี และในลำดับต่อไป ทางโรงแรมฯ มีแผนจัดกิจกรรม ‘คอนราด โมเมนต์’  เพื่อมอบประสบการณ์สุดพิเศษแก่ผู้เข้าพัก  โดยมีผึ้งและน้ำผึ้งเป็นส่วนประกอบ เช่น การจัดเตรียมชุดของขวัญต้อนรับสุดพิเศษสำหรับผู้เข้าพักในห้องสวีท เมนูอาหารที่ได้รับแรงบันดาลใจจากน้ำผึ้ง ที่จัดเตรียมไว้ให้บริการในห้องอาหารต่างๆ ได้แก่ ห้องอาหารจีนหลิว  ห้องอาหารญี่ปุ่นคิซาระ  ห้องบริการอาหารเช้า คาเฟ่ แอท ทู  และดิโพลแมท บาร์ ตลอดจนการบริการสปา ที่นำประโยชน์และคุณค่าจากน้ำผึ้งธรรมชาติมาช่วยเสริมสร้างความผ่อนคลายอย่างล้ำลึก” มร. ทิโมธี เซนสเบอรี ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมคอนราด กรุงเทพ  กล่าวในที่สุด

ที ลีสซิ่ง ผนึกกำลัง เกียรติชัยบ้านบึงฯ ปลูกฝังเยาวชน เพิ่มความปลอดภัยใส่ใจสิ่งแวดล้อม

ที ลีสซิ่ง ผนึกกำลัง เกียรติชัยบ้านบึงฯ ปลูกฝังเยาวชน เพิ่มความปลอดภัยใส่ใจสิ่งแวดล้อม

ที ลีสซิ่ง ผนึกกำลัง เกียรติชัยบ้านบึงฯ ปลูกฝังเยาวชน เพิ่มความปลอดภัยใส่ใจสิ่งแวดล้อม

วันพุธ ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

บริษัท ที ลีสซิ่ง จำกัด ผู้ให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ ในเครือ เอ็ม บี เค เล็งเห็นความสำคัญของการให้ที่ไม่สิ้นสุด พร้อมเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน ด้วยความร่วมมือภาคีเครือข่ายขับเคลื่อนกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดจัดกิจกรรมส่งเสริมความรู้ด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม โดย มงคล เพียรพิทักษ์กิจ กรรมการผู้จัดการ และ ปรัชญา ติงสะ รองกรรมการผู้จัดการกลุ่มงานบริ หารงานขายและบริหารหนี้ บริษัท ที ลีสซิ่ง จำกัด ร่วมกับ เกียรติชัย ชัยวัฒนพงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เกียรติชัยบ้านบึง 1991 จำกัด  นำจิตอาสา พร้อมทีมครูฝึกขับขี่ปลอดภัย จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ “ขับขี่ดี มีวินัย รถสะอาด อากาศใส ไร้ PM 2.5

ทั้งนี้ เพื่อปลูกจิตสำนึกเสริมสร้างความตระหนักรู้เรื่องการขับขี่อย่างปลอดภัย การดูแลรักษารถให้ปลอดควันดำ ผลกระทบจากฝุ่นละออง PM 2.5 ที่มีต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ให้นักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นโรงเรียนบ้านป่าแดง (ไชยอุปถัมภ์) จังหวัดชลบุรีโดยมีการถ่ายทอดความรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ รวมถึงฝึกอบรมเทคนิคการขับขี่รถจักรยานยนต์ที่ถูกต้องตามกฎจราจร พร้อมแนะนำวิธีตรวจเช็กเครื่อง ยนต์เบื้องต้น เพื่อลดการปล่อยมลพิษจากยานพาหนะ สอดคล้องกับศูนย์ข้อมูลอุบัติเหตุ เพื่อเสริมสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนน ระบุรถจักรยานยนต์จัดเป็นยานพาหนะที่มีสถิติการเกิดอุบัติเหตุสูงสุด โดยปี 2567 มีจำนวนผู้เสียชีวิตสะสม อันดับ1 รถจักรยานยนต์  83%  รองลงมาคือรถยนต์ 17%  เพศชายมีอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุมากกว่าเพศหญิง 76.02% โดยสาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุคือ ใช้ความ เร็วเกินกำหนด ความประมาท  ขาดความชำนาญและร่างกายในอยู่ในสภาวะไม่พร้อมขับขี่ เช่นการดื่มแอลกอฮอลล์ และการพักผ่อนไม่เพียงพอ ส่วนการป้องกันการเรียนรู้ทักษะการขับขี่ ปฏิบัติตามกฎจราจรและสวมหมวกนิรภัยทุกครั้ง

อธิป ทองปาน ครูโรงเรียนบ้านป่าแดง (ไชยอุปถัมภ์)กล่าวว่า การอบรมครั้งนี้ มีส่วนช่วยให้นักเรียนเกิดความตระหนักถึงอัตรายของการไม่สวมใส่หมวกกันน๊อค พร้อมปลูกฝังให้ขับขี่รถจักรยานยนต์อย่างมีวินัยไม่ประมาท เพื่อให้การจราจรบนถนนเป็นระเบียบไม่เกิดอัตรายต่อผู้อื่น  “โรงเรียนอยากให้มีการจัดต่อเนื่องทุกปี เพราะการที่มีเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญมาจัดอบรมการขับขี่ที่ถูกต้องและปลอดภัย ย่อมเป็นผลดีต่อตัวนักเรียนและชุมชนลดความเสี่ยงของการเกิดอุบัติเหตุในระยะยาวครับ” เช่นเดียวกับ เด็กชายพสิษฐ์ พลสงค์ นักเรียน โรงเรียนบ้านป่าแดง (ไชยอุปถัมภ์)  กล่าวว่า กิจกรรมสนุกและยังได้รับความรู้เกี่ยวการขับขี่อย่างปลอดภัย ถูกต้องตามกฎกหมาย โดยจะนำความความรู้ไปปรับใช้ในการขับขี่รถจักรยานยนต์ทุกครั้ง เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้นกับตัวเองและเป็นแบบอย่างที่ดีในสังคม“หลังจากการอบรมครั้งนี้ ผมจะปฏิบัติตามกฎจราจรและสวมหมวกกันน๊อคทุกครั้งที่ขับรถจักรยานยนต์ครับ”

นอกจากนี้ที ลีสซิ่ง และบริษัท เกียรติชัยบ้านบึง 1991 จำกัดได้ร่วมกันมอบหมวกกันน็อกและอุปกรณ์สำหรับการขับขี่อย่างปลอดภัยให้แก่เยาว ชนที่เข้าร่วมการอบรม เพื่อส่งเสริมวินัยในการใช้รถใช้ถนน และปลูกฝังจิตสำนึกรักสิ่งแวดล้อมตั้งแต่วัยเรียน ณ โรงเรียนบ้านป่าแดง (ไชยอุป ถัมภ์) อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี