แหวกฟ้าหาฝัน : Contemporary Art in Goulandris Museum Athens

แหวกฟ้าหาฝัน : Contemporary Art in Goulandris Museum Athens

แหวกฟ้าหาฝัน : Contemporary Art in Goulandris Museum Athens

วันอาทิตย์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เนื่องจากใน Goulandris Museum Athens เน้นสะสมศิลปะรุ่นใหม่ จึงไม่เพียงมีผลงานแนว Impressionism, Post Impressionism และ Cubism เท่านั้น ยังมีผลงานศิลปะแนว Contemporary Art อีกเป็นจำนวนมาก Contemporary Art คือ แนวทางศิลปะที่ถูกผลิตขึ้นหลังทศวรรษที่ 1970 โดยเป็นงานที่ได้รับอิทธิพลจากการเคลื่อนย้ายของผู้คนรวมทั้งศิลปินได้ง่ายดายขึ้นจึงมีความหลากลายทางด้านวัฒนธรรมและเทคโนโลยี ศิลปะแนวนี้มีความเป็นพลวัตทั้งในแง่วัสดุที่ใช้ วิธีการผลิต รวมทั้งแนวคิดและหัวข้อที่ใช้ในการสร้างสรรค์ ศิลปะแนวนี้จึงขาดความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันจนไม่สามารถที่จะสร้างแนวทางได้อย่างศิลปะรุ่นเก่า ๆ

ตัวอย่างงานแนว Contemporary Art ใน Goulandris Museum ที่น่าสนใจเป็นของ Roy Lichtenstein ที่ชื่อ  Nude with White Flower เขาเกิดวันที่ 27 ตุลาคม 1923 ในครอบครัวชนชั้นกลางอเมริกันยิวที่อาศัยอยู่ในเมืองนิวยอร์ค สหรัฐฯ ที่มีบิดาเป็นนายหน้าค้าที่ดิน เขาเริ่มสนใจศิลปะตั้งแต่เด็ก และเริ่มออกแบบเป็นงานอดิเรกโดยชอบวาดเครื่องดนตรีจากความที่เป็นคนชอบดนตรีแจ๊ส ขณะที่เขาเข้าเรียนศิลปะที่มหาวิทยาลัย Ohio ก็ต้องหยุดเรียนไปเป็นทหารในกองทัพระหว่างสงครามโลกครั้งที่สองก่อนจะกลับมาเป็นทหารผ่านศึกหลังจากบิดาเสียชีวิต เขากลับเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยเดิมและได้ทำงานต่อเป็นอาจารย์สอนศิลปะต่อมาอีก 10 ปี ในปี 1951 เขาสามารถจัดแสดงนิทรรศการเดี่ยวตามแนวทางศิลปะแบบ Cubism สลับกับ Expressionism ได้ครั้งแรกที่ Carlebach Gallery ในกรุงนิวยอร์ก หลังปี 1957 เขาเริ่มสร้างงานตามแนวทางศิลปะแบบ Abstract Expressionism และควบรวมเอาตัวการ์ตูน Mickey Mouse เข้าไปด้วย นับจากนั้นมาผลงานของเขามักได้รับแรงบันดาลใจมาจากการ์ตูนด้วย เทคนิคการรังสรรค์งาน Nude with White Flower ที่จัดแสดงในมิวเซียมนี้ค่อนข้างซับซ้อนใช้วัสดุอุปกรณ์หลากหลายไม่เหมือนจริงแตกต่างจากการรังสรรค์ภาพในอดีตจึงเป็นที่ตื่นตาตื่นใจต่อผู้ชม

นอกจากผลงานของ Roy Lichtenstein แล้วที่นี่ยังมีผลงานของ A.R. Penck หรือ Ralf Winkler จิตรกรแนว Neo Expressionism ที่ชื่อ The Red Fish ที่น่าสนใจด้วย เขาเกิดที่เมือง Dresden เยอรมนีในปี 1939 และเข้าเรียนศิลปะกับ Jurgen Bottcher ก่อนเข้าร่วมกลุ่ม Erste Phalanx Nedserd ซึ่งเป็นกลุ่มศิลปินที่ทำงานแบบไม่มีข้อจำกัด เขาพยายามเข้าเรียนศิลปะตามโรงเรียนต่าง ๆ หลายครั้งแต่สอบไม่ผ่าน เขาจึงต้องทำงานเป็นคนส่งหนังสือพิมพ์ ปี 1966 เขาเป็นผู้แข่งขันเข้าร่วมสมาคม Plastic Artist ภายใต้ชื่อ A.R. Penck แต่เขากลับเริ่มมีปัญหากับกระทรวงกลาโหมจนทำให้ผลงานของเขาถูกยึดและไม่สามารถเข้าเป็นสมาชิกสมาคมได้ ปี 1971 เขาจึงร่วมกับ Steffen Terk และ Wolfgang Opitz ก่อตั้งกลุ่ม GAP เขายังคงมีปัญหากับรัฐบาลเยอรมันตะวันออกอยู่เนือง ๆ  จนวันที่ 3 สิงหาคม 1980 เขาตัดสินใจย้ายไปอยู่เยอรมันตะวันตกโดยย้ายไปอยู่ที่ Kerpen ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเมือง Cologne และกลายเป็นศิลปินเด่นในช่วงเวลานั้นโดยผลงานของเขาได้รับการจัดแสดงตามมิวเซียมสำคัญ ๆ ของเยอรมันตะวันตก ปี 1981 เขาได้รับรางวัล Rembrandt จาก Goethe Foundation ในเมือง Basel สวิตเซอร์แลนด์ เขายังได้รับรางวัลอีกหลายครั้งจนถึงปี 1988 เขาได้รับแต่งตั้งเป็นศาสตราจารย์ทางด้านจิตรกรรมที่ Academy of Dusseldorf และทำงานจวบจนเกษียณก่อนย้ายไปอยู่ Dublin ไอร์แลนด์ ผลงาน The Red Fish ของเขานั้นมีความแปลกแบบการ์ตูน ผู้ชมจะเห็นว่าไม่ว่ามองจากมุมใดจะเห็นผู้ชายยืนกางขาหรือกางแขนตลอดทั้งภาพซึ่งเขาได้รับแรงบันดาลใจจากงานภาพปูนเปียกสมัยโบราณที่มีความกระจัดกระจายในเรื่องเนื้อหา  อีกทั้งยังสะท้อนความเจ็บปวดในชีวิตของเขาสังเกตได้จากท่าทางของชายในรูปแต่ละคนจะดูทรมาน หน้าตาบิดเบี้ยว

อีกตัวอย่างผลงานที่น่าสนใจเป็นของศิลปินพื้นเมือง Andreas Kontellis ที่ชื่อ Couple in the Waves เขาเกิดที่กรุงเอเธนส์เมืองหลวงของกรีซในปี 1966 และเรียนศิลปะที่ Athens School of Fine Arts โดยได้รับทุนการศึกษาจาก State Scholarship Foundation ภายใต้ P.Tetsis ก่อนย้ายไปศึกษาต่อที่ Middlesex University กรุงลอนดอนระหว่างปี 1999-2001 ภายใต้ทุนการศึกษาจาก Athens Academy ผลงาน Couple in the Waves สะท้อนแนวทางศิลปะแบบ Expressionism อย่างเด่นชัด ภาพชายหญิงที่ลำตัวบิดงอต่อสู้กับคลื่นลมแรงที่โหมกระหน่ำเพื่อที่จะอยู่ร่วมกันแสดงให้เห็นถึงการใช้ชีวิตเพื่อให้ได้รับอิสรภาพอย่างแท้จริง

เบบี้เลิฟ ร่วมมือภาครัฐ เปิดตัว ผ้าอ้อมกันยุง รณรงค์ป้องกันไข้เลือดออก

เบบี้เลิฟ ร่วมมือภาครัฐ เปิดตัว ผ้าอ้อมกันยุง รณรงค์ป้องกันไข้เลือดออก

เบบี้เลิฟ ร่วมมือภาครัฐ เปิดตัว ผ้าอ้อมกันยุง รณรงค์ป้องกันไข้เลือดออก

วันอาทิตย์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

บริษัท ดีเอสจี อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ้าอ้อมเด็กเบบี้เลิฟ ตระหนักถึงอันตรายของโรคไข้เลือดออก จึงร่วมกับคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สำนักงานสาธารณสุขอำเภอสามโคก และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเชียงรากใหญ่ จ.ปทุมธานี  จัดกิจกรรม “หลับเต็มอิ่ม พัฒนาการเต็มที่ หนีห่างยุงร้าย กับเบบี้เลิฟ” ให้กับประชาชนในพื้นที่ตำบลเชียงรากใหญ่และบริเวณใกล้เคียง พร้อมแนะนำ นวัตกรรมใหม่จากเบบี้เลิฟ ผ้าอ้อมกันยุง เพื่อเป็นอีกตัวช่วยสำคัญให้ลูกน้อยห่างไกลจากยุงร้าย

พรภัทร จิรเรืองปัญญา ผอ.ฝ่ายการตลาด บจ.ดีเอสจี อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) ถ่ายภาพกับ ชาติ เดชประแดง ผอ.รพ.ส่งเสริมสุขภาพ ต.เชียงรากใหญ่ ประธานเปิดกิจกรรม โดยมี ผศ.ชิดกมล สังข์ทอง,อัครพล ธรรมธารา ร่วมงาน

พรภัทร จิรเรืองปัญญา ผอ.ฝ่ายการตลาด กล่าวเปิดงาน

พรภัทร จิรเรืองปัญญา ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ดีเอสจี อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ในปี 2567 ประเทศไทยพบผู้ป่วยโรคไข้เลือดออก 105,250 ราย โดยกลุ่มเด็กเป็นกลุ่มที่มีอัตราป่วยสูง โดยเฉพาะ กลุ่มอายุ 0-4 ปี เป็นกลุ่มเด็กเล็กที่ต้องเฝ้าระวังมากที่สุด ดังนั้น ผ้าอ้อมเด็กเบบี้เลิฟเป็นผลิตภัณฑ์ในกลุ่มสินค้าแม่และเด็ก เข้าใจผู้ปกครองที่ต้องการให้เด็กมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง จึงร่วมมือกับภาครัฐจัดกิจกรรมส่งเสริมความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคที่เกิดจากยุง โดยเฉพาะโรคไข้เลือดออกอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้ สำหรับวิธีการป้องกันเบื้องต้นผู้ปกครองควรสำรวจรอบที่อยู่อาศัยว่ามีน้ำขัง ซึ่งเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย พาหะนำโรคหรือไม่ รวมถึงบริษัทฯ ก็ได้คิดค้นผ้าอ้อมกันยุงนวัตกรรมใหม่ผสานคุณสมบัติอ่อนโยนของสารสกัดตะไคร้ธรรมชาติ ที่วงการวิทยาศาสตร์ทราบดีว่ามีสรรพคุณในการช่วยไล่ยุง มีกลิ่นเฉพาะตัวที่ยุงไม่ชอบ และจะไม่เข้าใกล้ในบริเวณที่มีกลิ่นดังกล่าว ทำให้ลดความเสี่ยงที่จะถูกยุงกัด เป็นการปกป้องเด็กจากโรคไข้เลือดออก อีกทั้งอ่อนโยนต่อผิว และผ่านการทดสอบการระคายเคืองช่วยให้ลูกน้อยนอนหลับได้สนิท ตื่นมาอารมณ์ดี เล่นสนุก ส่งผลดีต่อพัฒนาการในทุกด้านอีกด้วย

ผศ.ชิดกมล สังข์ทอง อาจารย์พิเศษผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการและพฤติกรรมเด็ก คลินิกกระตุ้นพัฒนาการ รพ.ธรรมศาสตร์ฯ

ด้าน อัครพล ธรรมธารา นักสาธารณสุขชำนาญการ สำนักงานสาธารณสุขอำเภอสามโคก กล่าวว่า โรคที่เกิดจากยุงเป็นพาหะนำโรคมีมากมาย เช่น โรคไข้เลือกออก โรคชิกุนกุนยา โรคไข้ซิกา โรคไข้มาลาเรีย เป็นต้น แต่ในช่วงฤดูฝนของประเทศไทยจะมีแนวโน้มผู้ป่วยด้วยโรคไข้เลือดออกสูงขึ้น ทั้งนี้วิธีการสังเกตอาการไข้เลือดออกจะมีไข้สูงกว่า 38.5 องศาเซลเซียสขึ้นไป มีอาการปวดเมื่อยรุนแรง ปวดศีรษะ ปวดกระบอกตา ปวดกล้ามเนื้อและข้อ มีผื่นแดงตามตัวคล้ายตาข่าย บางรายอาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้องหรือเบื่ออาหาร รวมถึงอาจพบจุดเลือดออกเล็กๆ ใต้ผิวหนังหรือมีอาการเลือดออกง่าย ส่วนสาเหตุที่ทำให้ผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกเสียชีวิตนั้น เป็นเพราะความรุนแรงของไข้เลือดออกเกิดจากกลไกของโรคที่ส่งผลต่อระบบไหลเวียนโลหิต เช่น ภาวะเกล็ดเลือดต่ำ ทำให้ผู้ป่วยเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะเลือดออกผิดปกติ อาจมีเลือดออกในกระเพาะอาหารและลำไส้ เลือดออกในสมอง

วิธีการปฐมพยาบาลผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกเบื้องต้น จะต้องทำการเช็ดตัวเพื่อลดไข้ โดยเริ่มเช็ดที่บริเวณใบหน้า คอ หลังหู ซอกคอ รักแร้ และตามข้อพับต่างๆ รวมถึงจะต้องดื่มน้ำมากๆ หากมีอาการอาเจียน ควรจิบน้ำเกลือแร่เพื่อไม่ให้ร่างกายขาดน้ำและบรรเทาอาการอ่อนเพลีย สามารถใช้ยาพาราเซตามอลเพื่อลดไข้ได้ แต่ห้ามใช้ยาแอสไพริน

ผศ.ชิดกมล สังข์ทอง อาจารย์พิเศษผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการและพฤติกรรมเด็ก คลินิกกระตุ้นพัฒนาการ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ กล่าวในการเสวนา “หลับเต็มอิ่ม พัฒนาการเต็มที่ หนีห่างยุงร้าย กับเบบี้เลิฟ ผ้าอ้อมกันยุง”ว่า การนอนหลับอย่างเพียงพอและมีคุณภาพ จะส่งผลดีต่อการสร้างโกรทฮอร์โมน (Growth Hormone) ฮอร์โมนที่กระตุ้นการเจริญเติบโตในเด็ก ร่างกายจะผลิตออกมาตั้งแต่ 20.00-24.00 น. หลังจากนั้นจะลดระดับลงและจะหลั่งออกมาเมื่อเด็กหลับลึกแล้ว 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง ซึ่งฮอร์โมนดังกล่าวจะช่วยในเรื่องพัฒนาการด้านร่างกาย ในส่วนของกระดูกทำให้เด็กตัวสูง ด้านสติปัญญา ช่วยเรื่องความจำและสมาธิ หากเด็กยิ่งนอนหลับลึกจะส่งผลดีต่อความจำระยะยาว เพราะเวลานอนหลับสมองจะจัดเรียงระบบความทรงจำ อย่างไรก็ตาม การนอนหลับของเด็กในปัจจุบันมักถูกรบกวนจากหลายปัจจัย เช่น เสียง แสงจากหน้าจอหรือแม้แต่ยุง ทำให้เด็กสะดุ้งตื่น หลับไม่สนิท และส่งผลกระทบต่อการหลั่งของโกรทฮอร์โมนในที่ สุด ดังนั้น ผู้ปกครองควรการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการนอน เช่น ปิดไฟ ลดเสียงรบกวน และป้องกันยุงอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในเด็กเล็กที่ยังใช้ผ้าอ้อมสำเร็จรูป ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ช่วยลดการรบกวนจากยุง เพื่อช่วยส่งเสริมการนอนหลับที่ดี เพราะการหลับเต็มอิ่ม คือการสร้างพัฒนาการเต็มที่ให้เด็ก อย่าลืมให้ความสำคัญกับการนอน เพื่อการเติบโตสมวัยแข็งแรง

Health News : นิวยอร์กเตรียมเปิดทางผู้ป่วยระยะสุดท้ายเลือก ‘จบชีวิต’ ตามเจตจำนง

Health News : นิวยอร์กเตรียมเปิดทางผู้ป่วยระยะสุดท้ายเลือก ‘จบชีวิต’ ตามเจตจำนง

Health News : นิวยอร์กเตรียมเปิดทางผู้ป่วยระยะสุดท้ายเลือก ‘จบชีวิต’ ตามเจตจำนง

วันอาทิตย์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

วุฒิสภาของรัฐนิวยอร์กได้ผ่านร่างกฎหมายเปิดทางให้ผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยว่าอยู่ในระยะสุดท้ายสามารถเลือกจบชีวิตของตนเองได้ตามเจตจำนง โดยผู้สนับสนุนระบุว่ากฎหมายนี้จะช่วยมอบสิทธิในการตัดสินใจแก่ชาวนิวยอร์กในช่วงบั้นปลายของชีวิต

ร่างกฎหมายฉบับนี้ผ่านความเห็นชอบจากสภาแห่งรัฐนิวยอร์กแล้วช่วงก่อนหน้านี้ในปี 2025 และจะถูกส่งต่อไปยัง เคธี โฮชูล ผู้ว่าการรัฐฯ จากพรรคเดโมแครต เพื่อรอลงนามเป็นกฎหมายต่อไป

ด้านเดอะ นิวยอร์ก ไทมส์ (The New York Times) รายงานว่าปัจจุบันยังไม่ชัดเจนว่าโฮชูลมีแผนจะลงนามหรือไม่ โดยโฆษกสำนักงานของโฮชูลระบุว่าโฮชูลจะทำการพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าวก่อน

ปัจจุบัน มี 11 รัฐในสหรัฐฯ และเขตโคลัมเบียได้ผ่านกฎหมายอนุญาตให้ใช้การช่วยจบชีวิตอย่างสมัครใจภายใต้การดูแลของแพทย์ (medical aid in dying) แนวปฏิบัตินี้ยังมีในหลายประเทศในยุโรปและในแคนาดา โดยเพิ่งขยายเกณฑ์ให้ครอบคลุมถึงผู้ที่ป่วยเรื้อรังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ และผู้พิการ

รายงานระบุว่า ร่างกฎหมายของรัฐนิวยอร์กนี้มีขอบเขตที่แคบกว่า โดยจะใช้ได้เฉพาะกับผู้ที่มีอาการป่วยที่ไม่สามารถรักษาให้หายได้ และอาจมีชีวิตเหลืออยู่ไม่เกิน 6 เดือน

คุณแหน : 22 มิถุนายน 2568

คุณแหน : 22 มิถุนายน 2568

คุณแหน : 22 มิถุนายน 2568

วันอาทิตย์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ll เสียงสนทนายาว๑๗นาที๖วินาที ระหว่างแพทองธารกับฮุน เซ็น  ใครได้ฟังแล้วทำให้รู้สึกว่าคนไทยด้อยค่า   แม้จะมีคำขออภัยจากนายกฯไทย  ให้คนไทยรัก สามัคคี  แล้วใครล่ะทำให้แตกแยก   หรือเป็นเทคนิคพูดหลังไมล์   หารู้ไม่ว่าเศรษฐกิจในบ้านเราแย่ที่สุดในรอบห้าสิบปี   นายกมัวแต่คิดถึงเอ็นเตอร์เทนเม้นคอมเพล็ก  และการแข่งรถกรังปรีในบ้านเรา ……  

ll ส่วนอนุทิน  ชาญวีรกุล  หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ” สบายใจ ไม่มีอะไรไม่สบายใจ วันนี้ตนเองมาทำงาน ให้ถามเรื่องงาน ปรับ ครม.ไม่เกี่ยวกับประชาชน ประชาชนเบื่อกับข่าวนี้  อยากจะรู้ว่ารัฐมนตรีทำงานอย่างไรบ้าง  มีเหตุการณ์เยอะแยะ ทั้งเศรษฐกืจ ชายแดน การดูแลพี่น้องประชาชน เราเอาเรื่องของประชาชนเป็นหลักดีกว่า ” ตอนนี้เป็นฝ่ายค้านแล้ว ……

ll กว่าจะข้ามไปเล่นคาสิโน ในปอยเปต เขมร  กองกำลังบูรพาต้องทำหนังสือถึงผู้กำกับตรวจคนเข้าเมือง สระแก้ว  เพื่อเพิ่มความปลอดภัยของคนไทย  แต่รู้ดีว่า บ่อนคาสิโน สีเทาที่ปอยเปต เป็นท่อน้ำเลี้ยงของรับบาลกัมพูชา   ใครจะทำธุรกิจสีเทาต้องจ่ายค่าต็ง ให้ตระกูลฮุน   และสหรัฐขึ้นบัญชีดำ บริษัทพวกนี้ …….  

ll อดีตสว.สมชาย  แสงการ  , นิติธร  ล้ำเหลือ และนายคมสัน  โพธิ์คง   เข้าแจ้งความดำเนินคดี น.ส.แพทองธาร   นายกรัฐมนตรี  ฐานความผิดต่อความมั่นคงของรัฐ  จากกรณีคลิปเสียงสนทนากับฮุนเซ็น   ไม่ทราบว่าคดีนี้จะสิ้นสุดเมื่อไหร่ .??? ……  

ll ร่วมอาลัยและเสียใจ กับการจากไปของคุณแม่ สมสิริ เทพหัสดิน  อยุธยา  มีพระราชทานเพลิงศพเมื่อวันเสาร์ ๒๑ มิย. เวลา ๑๒.๓๐ น.  ณ วัดมกุฎกษัตริยาราม  …….

ll ประธานคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย ผศ.พิมล  ศรีวิกรม์  ให้คำมั่นว่ารมต.ท่อเที่ยวและกีฬา  สรวงศ์   เทียนทอง  ยืนยันจะปรับเบี้ยเลี้ยงนักกีฬา  เงินอัดฉีดเพิ่มแน่  เริ่มทันทีซีเกมส์นี้  สาธุ..  ใครได้ของเก่าครบแล้วยกมือขึ้น …..  

ll ขออนุญาติ  เนาวรัตน์   พงษ์ไพบูลย์  ในบางส่วนของ ภูมิภูมินทร์    องค์คุณแห่งมหากษัตริย์ขัตติยา   นั่นคือ  สามัคคีธรม  ความเป็นหนึ่ง   ใจรู้รัก  สามัคคี  ที่พร้อมพึง  ร่วมคะนึง  ร่วมตระหนัก  รักแผ่นดิน   คือองค์คุณแห่งสามสถาบัน  พระทรงธรรม์  ทรงภิวัติน์เป็นศาสตร์ศิลป์  สถาปนาเป็น  ภูมิพระธรณิน  ภูมิภูมินทร์  ภูมิพระองค์  มงคลนิรัรด์ ……

น้องนิ่ง…นิ่ง…..

Science Update : น้องแมวจดจำกลิ่นแม่น แยกแยะเจ้าของ-คนแปลกหน้า

Science Update : น้องแมวจดจำกลิ่นแม่น แยกแยะเจ้าของ-คนแปลกหน้า

Science Update : น้องแมวจดจำกลิ่นแม่น แยกแยะเจ้าของ-คนแปลกหน้า

วันอาทิตย์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

งานวิจัยล่าสุดของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์โตเกียว (Tokyo Nodai) แห่งประเทศญี่ปุ่น พบว่าแมวเหมียวที่เป็นสัตว์เลี้ยงตามบ้าน สามารถแยกแยะความแตกต่างระหว่างกลิ่นเจ้าของกับกลิ่นคนแปลกหน้าได้

ทีมนักวิทยาศาสตร์ญี่ปุ่นค้นพบว่า แมวจะใช้เวลาดมหลอดทดลองที่มีกลิ่นคนแปลกหน้าอยู่นานกว่ามาก เมื่อเทียบกับตอนที่มันดมหลอดทดลองซึ่งมีกลิ่นเจ้าของของมันเอง ผลการทดสอบนี้แสดงว่า แมวบ้านสามารถแยกแยะระหว่างกลิ่นมนุษย์ที่คุ้นเคยและไม่คุ้นเคยออกจากกันได้

ปัจจุบัน นักวิทยาศาสตร์ทราบกันดีว่า แมวใช้ประสาทรับกลิ่นที่ว่องไวของมัน ระบุตัวตนและสื่อสารกับแมวตัวอื่น ๆ แต่ที่ผ่านมายังไม่เคยมีผู้ใดศึกษาว่า แมวสามารถใช้วิธีดมกลิ่นแยกแยะมนุษย์ว่าใครเป็นใครได้หรือไม่

ผลการทดลองในอดีต เกี่ยวกับความสามารถในการจดจำและแยกแยะบุคคลของแมวนั้น พบว่าน้องเหมียวสามารถจะบอกได้ว่าใครเป็นใครด้วยการฟังเสียง ทั้งยังสามารถตีความสีหน้าและสายตาของคนเพื่อหาที่ซ่อนอาหารได้อีกด้วย งานวิจัยอีกชิ้นหนึ่งยังพบว่า แมวสามารถเปลี่ยนพฤติกรรมให้สอดคล้องกับอารมณ์ของมนุษย์ได้ โดยมันจะอ่านใจคนจากการรับรู้กลิ่นตัวในขณะนั้น

ทีมผู้วิจัยชาวญี่ปุ่นได้สรุปผลการศึกษาครั้งล่าสุดว่า “แมวใช้ประสาทรับกลิ่นในการจดจำมนุษย์” พวกเขายังพบว่าแมวถูไถใบหน้าของมันกับหลอดทดลองที่บรรจุกลิ่นตัวคน หลังจากที่สูดดมจนพอใจแล้วด้วย ซึ่งพฤติกรรมนี้คือการป้ายกลิ่นของแมวให้ติดอยู่กับสิ่งต่าง ๆ เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ ทีมผู้วิจัยชาวญี่ปุ่นจึงตั้งข้อสังเกตด้วยว่า การดมของแมวเป็นพฤติกรรมเชิงสำรวจ ที่มาก่อนการถูไถใบหน้าเพื่อทำเครื่องหมายด้วยกลิ่น

​สทน.ขยายห้องตรวจวิเคราะห์การปนเปื้อนโลหะหนักในอาหาร เพื่อสุขภาพดี..ไร้กังวล! ปลอดภัยจาก ‘สารปนเปื้อน’

​สทน.ขยายห้องตรวจวิเคราะห์การปนเปื้อนโลหะหนักในอาหาร เพื่อสุขภาพดี..ไร้กังวล! ปลอดภัยจาก ‘สารปนเปื้อน’

​สทน.ขยายห้องตรวจวิเคราะห์การปนเปื้อนโลหะหนักในอาหาร เพื่อสุขภาพดี..ไร้กังวล! ปลอดภัยจาก ‘สารปนเปื้อน’

วันอาทิตย์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

รศ.ดร.ธวัชชัย  อ่อนจันทร์ ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ   สทน. เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การปนเปื้อนโลหะหนักในอาหารเป็นปัญหาที่น่ากังวลและมีผลกระทบต่อสุขภาพของมนุษย์ ซึ่งโลหะหนักเหล่านี้สามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านการบริโภคอาหารที่ปนเปื้อน เช่น พืชผักที่ปลูกในดินที่มีโลหะหนัก หรืออาหารทะเลที่ปนเปื้อนจากน้ำเสีย การปนเปื้อนโลหะหนักในอาหารสามารถนำไปสู่ปัญหาสุขภาพต่างๆ ทั้งแบบเฉียบพลันและเรื้อรังได้ การตรวจสอบสารปนเปื้อนโลหะหนักจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง ทั้งในแง่ของ ความปลอดภัยด้านอาหารและสุขภาพของผู้บริโภคอีกทั้งเป็นเงื่อนไขในการนำเข้าและการส่งออกสินค้า เพราะหากตรวจพบโละหนักเกินค่ามาตรฐานที่กำหนด สินค้าอาจถูกตีกลับทำให้สูญเสียรายได้และความน่าเชื่อถือของประเทศ แม้ในประเทศไทยจะมีห้องปฏิบัติการทั้งในส่วนของภาครัฐและภาคเอกชน ที่ให้บริการด้านการตรวจวิเคราะห์การปนเปื้อนโลหะหนักในอาหารนำเข้าและอาหารส่งออกมากกว่า 200 แห่ง แต่ในทางปฏิบัติก็ยังมีข้อจำกัดในการเข้าถึงการบริการ คือ ในช่วงที่มีปริมาณสินนำเข้าสินค้าส่งออกมาก อาจจะต้องรอคิวนาน อีกทั้งค่าใช้จ่ายในการตรวจวิเคราะห์ตัวอย่างราคาค่อนข้างสูง และห้องปฏิบัติการส่วนใหญ่ตั้งอยู่ภายในตัวเมืองใหญ่ ทำให้ผู้ผลิตรายเล็กหรือกลุ่มเกษตรกรไม่สามารถเข้าถึงบริการได้  สทน. จึงได้ขยายการดำเนินงานของห้องปฏิบัติการตรวจวัดสารปนเปื้อนที่มีในอาหารส่งออกและนำเข้า ให้สามารถตรวจวิเคราะห์โลหะหนักที่ปนเปื้อนในอาหารได้

น.ส.นิชธิมา รุ่งปิ่น นักวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์ชำนาญการ ศูนย์บริการเทคโนโลยีนิวเคลียร์ สทน.กล่าวว่า จากประกาศของกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง มาตรฐานอาหารที่มีสารปนเปื้อน กำหนดให้มีการตรวจปริมาณสูงสุดของโลหะหนักที่ปนเปื้อนในอาหารนำเข้าและส่งออก ได้แก่ แคดเมียม ตะกั่ว ดีบุก ปรอท สารหนู  สทน. จึงได้ขยายขอบข่ายการดำเนินงานของห้องปฏิบัติการตรวจวัดสารปนเปื้อนที่มีในอาหารส่งออก-นำเข้า ศูนย์บริการเทคโนโลยีนิวเคลียร์จากเดิมที่ให้บริการตรวจวิเคราะห์เฉพาะสารกัมมันตภาพรังสีที่ปนเปื้อนในอาหาร โดยขยายขอบเขตการตรวจวิเคราะห์โลหะหนักที่ปนเปื้อนในอาหารเพิ่มขึ้น  โดยได้รับเงินสนับสนุนการจัดซื้อเครื่อง Inductively Coupled Plasma Mass Spectrometer (ICP-MS) และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง มูลค่ากว่า 45 ล้านบาท จากสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ทำให้ห้องปฏิบัติการของ สทน. สามารถตรวจวิเคราะห์โลหะหนัก แคดเมียม ตะกั่ว ดีบุก ปรอท และสารหนู ที่ปนเปื้อนในอาหารได้ โดยตั้งเป้าให้บริการแก่ผู้ประกอบการ 3 กลุ่ม คือ กลุ่มเกษตรกร ผู้ประกอบการแปรรูปอาหาร และกลุ่มห้องปฏิบัติการภาคเอกชนที่ไม่สามารถตรวจวิเคราะห์สารกัมมันตภาพรังสีได้ 

สำหรับเกษตรกรที่อยูในต่างจังหวัดสามารถเข้าถึงบริการตรวจวิเคราะห์นี้ได้โดยผ่านโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีการสร้างมูลค่าให้อาหารพื้นถิ่นและอาหารฟังชันด้วยการฉายรังสี ที่ทางห้องปฏิบัติการฯ ได้ร่วมมือกับฝ่ายถ่ายทอดเทคโนโลยีของ สทน.ลงไปพบปะให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการรายย่อยและเกษตรกร

โดยสามารถส่งตัวอย่างอาหารที่ต้องการให้ตรวจวิเคราะห์ผ่านทางโครงการ หรือกรอกใบคำขอตรวจสอบสารปนเปื้อนผ่านระบบ e-service โดยเข้าผ่านหน้าเว็บไซต์ของ สทน. แล้วส่งตัวอย่างมาที่ สทน. ระยะเวลาในการตรวจสอบถ้าเป็นโลหะหนัก ใช้เวลาประมาณ 15 วันทำการ  สทน. จะส่งผลวิเคราะห์ให้ผู้ประกอบการทาง e-mail

“สำหรับค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเป็นราคามาตรฐานของส่วนราชการ ธาตุกัมมันตภาพรังสีที่ให้บริการตรวจวิเคราะห์ ได้แก่ ธาตุกลุ่มอัลฟา ได้แก่ ยูเรเนียม-235 ยูเรเนียม-238 อะเมริเซียม-241  พลูโตเนียม-238 พลูโตเนียม-239  และพลูโตเนียม-247”

นอกจากที่กล่าวมาแล้ว ปัจจุบัน สทน. กำลังพัฒนาวิธีตรวจวิเคราะห์หายาฆ่าแมลงในข้าวเพื่อตรวจสอบสารพิษจากเชื้อราในข้าว และในพืชตระกูลถั่ว มีหลายวิธีในการกำจัดส่วนประกอบที่เป็นพิษเหล่านี้ออกจากสารตั้งต้นที่แตกต่างกัน (การตกตะกอนทางเคมี, การฟอกด้วยไฟฟ้า, การจับตัวเป็นก้อนและการตกตะกอน, การกำจัดด้วยการเร่งปฏิกิริยาด้วยแสง, และกระบวนการที่ใช้การดูดซับ) แต่ขั้นตอนส่วนใหญ่มีราคาแพงและดำเนินการได้ยาก ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีการวิจัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับการพัฒนาวิธีการที่มีต้นทุนต่ำในอาหาร งานนี้เป็นการทบทวนการมีอยู่ของโลหะหนักในสารตั้งต้นอาหารที่แตกต่างกัน (เช่น ผลไม้ ผัก นม ผลิตภัณฑ์จากนม เนื้อสัตว์ อนุพันธ์จากเนื้อสัตว์ น้ำมัน และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์) และให้ภาพรวมของสถานการณ์ปัจจุบันทั่วโลก โดยคำนึงถึงข้อเท็จจริงที่ว่าความเสี่ยงต่อสุขภาพของมนุษย์เกิดจากการขยายตัวของอุตสาหกรรมและระดับมลพิษที่สูง เมื่อพิจารณาว่าคุณภาพทางพิษวิทยาของอาหารส่งผลต่อการยอมรับ งานนี้ให้ข้อมูลที่มีคุณค่าเกี่ยวกับสถานการณ์จริงในหัวข้อที่เสนอ

ร่วมแสดงความยินดีครบรอบก่อตั้ง 53 ปี คณะนิติศาสตร์ จุฬาฯ

ร่วมแสดงความยินดีครบรอบก่อตั้ง 53 ปี คณะนิติศาสตร์ จุฬาฯ

ร่วมแสดงความยินดีครบรอบก่อตั้ง 53 ปี คณะนิติศาสตร์ จุฬาฯ

วันอาทิตย์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

รศ.ดร. ปิยะชาติ ภิรมย์สวัสดิ์ พร้อมด้วย ผศ.ดร.ธนศักดิ์ กระบวนรัตน์ รองผู้อำนวยการ Sasin School of Management  ร่วมแสดงความยินดีเนื่องในวาระครบรอบก่อตั้ง 53 ปี คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมี ผศ. ดร.ปารีณา ศรีวนิชย์ คณบดี และผู้บริหารคณะนิติศาสตร์ ต้อนรับ

เปิดงาน ‘Crafts Bangkok 2025’ หนุน SACIT ดันไทยเป็นศูนย์กลางหัตถกรรมแห่งอาเซียน

เปิดงาน 'Crafts Bangkok 2025' หนุน SACIT ดันไทยเป็นศูนย์กลางหัตถกรรมแห่งอาเซียน

เปิดงาน ‘Crafts Bangkok 2025’ หนุน SACIT ดันไทยเป็นศูนย์กลางหัตถกรรมแห่งอาเซียน

วันอาทิตย์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เปิดงาน – นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เป็นประธานเปิดงาน “Crafts Bangkok 2025” ผสานภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้ากับดีไซน์ร่วมสมัยและนวัตกรรม สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ สร้างรายได้สู่ชุมชนอย่างยั่งยืน หนุน SACIT ผลักดันไทยเป็นศูนย์กลางหัตถกรรมแห่งอาเซียน จุดประกายคนรุ่นใหม่ สู่ตลาดโลก ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เมื่อเร็วๆนี้

‘ปั่นปันฮัก ภูฝอยลม’ รวมพลังรักษ์โลก สร้างสังคมสีเขียว

‘ปั่นปันฮัก ภูฝอยลม’ รวมพลังรักษ์โลก สร้างสังคมสีเขียว

‘ปั่นปันฮัก ภูฝอยลม’ รวมพลังรักษ์โลก สร้างสังคมสีเขียว

วันเสาร์ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 13.13 น.

องค์การบริหารส่วนตำบลหนองไฮ อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี จัดกิจกรรม “ปั่นปันฮัก ภูฝอยลม ท่องเที่ยวแบบรักษ์โลก–Low Carbon Tourism 2025” ซึ่งได้รับความสนใจอย่างล้นหลามจากประชาชน นักปั่น นักท่องเที่ยว และกลุ่มอนุรักษ์ธรรมชาติ ที่มาร่วมกันออกกำลังกาย ท่องเที่ยวเชิงนิเวศ และร่วมสร้างจิตสำนึกรักษ์โลก ภายใต้แนวคิด “Low Carbon Tourism” ” เพื่อสร้างโลกที่ดีขึ้นผ่านการลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์อย่างยั่งยืน

พิธีเปิดโครงการจัดขึ้นอย่างอบอุ่นเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2568 โดยมี เกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุดรธานี เขต 8 , เวียงชัย พิมพ์วาปี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองไฮ ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และหน่วยงานหลายภาคส่วนที่ร่วมขับเคลื่อนโครงการนี้ ภายในงานมีไฮไลต์สำคัญคือกิจกรรม แรลลี่ปั่นจักรยานระยะทาง 15.4 กิโลเมตร บนเส้นทางธรรมชาติอันงดงามของ อุทยานล้านปีภูฝอยลม อำเภอหนองแสง โดยนักปั่นจะได้สัมผัสอากาศบริสุทธิ์ ทิวทัศน์เขียวขจี และได้ใช้เวลาคุณภาพร่วมกับครอบครัว พร้อมทั้งร่วมกิจกรรมสร้างสรรค์มากมาย เช่นสักการะหลวงพ่อทันใจ ณ วัดภูทองเทพนิมิต ชิมและเลือกซื้อของดีท้องถิ่น กิจกรรมปลูกต้นไม้ คืนพื้นที่สีเขียว ณ อุทยานแห่งชาติภูฝอยลม ผู้เข้าร่วมทุกคนยังได้รับเสื้อปั่นที่ระลึก เป็นสัญลักษณ์แห่งความร่วมมือในการลดคาร์บอนด้วยพลังสองล้อ

กิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้นในรูปแบบ “Sports Tourism & Eco-Friendly” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมสุขภาพผ่านการออกกำลังกายผ่านกิจกรรมการปั่นจักรยาน กระตุ้นการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและเศรษฐกิจในชุมชน อีกทั้งส่งเสริมภาพลักษณ์จังหวัดอุดรธานีในฐานะจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน

“ปั่นปันฮัก ภูฝอยลม” ไม่เพียงเป็นการออกกำลังกายแต่เป็นพลังแห่งการเปลี่ยนแปลง ที่เริ่มต้นจากล้อจักรยานก้าวสู่สังคมสีเขียว และอนาคตของการท่องเที่ยวไทยอย่างยั่งยืน

SPC สร้างต้นกล้าคุณธรรม ส่งต่อพลังบวกสู่เยาวชนไทย ผ่านโครงการ ‘สหพัฒน์ให้น้อง’ ปีที่ 9

SPC สร้างต้นกล้าคุณธรรม ส่งต่อพลังบวกสู่เยาวชนไทย ผ่านโครงการ ‘สหพัฒน์ให้น้อง’ ปีที่ 9

SPC สร้างต้นกล้าคุณธรรม ส่งต่อพลังบวกสู่เยาวชนไทย ผ่านโครงการ ‘สหพัฒน์ให้น้อง’ ปีที่ 9

วันเสาร์ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

“ความซื่อสัตย์……เป็นสมบัติของคนดี หากว่าใครไม่มีชาตินี้เอาดีไม่ได้ มีความรู้ท่วมหัว เอาตัวไม่รอดถมไป คดโกงแล้วใคร จะรับไว้ให้ร่วมการงาน” นา นา นา นา นา ……เด็กดี มีความซื่อสัตย์กับสหพัฒน์ให้น้อง”

 เป็นเพลงประจำ โครงการ “สหพัฒน์ให้น้อง” โดย บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) หรือ SPC โครงการที่มุ่งบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์จิ๋วให้เติบโตเป็นต้นกล้าที่งดงาม ลงพื้นที่ไปตามโรงเรียนต่างๆ เพื่อตามหายอดมนุษย์จิ๋ว ตัวแทนเด็กดี ที่มีความซื่อสัตย์ โดยมีการให้ความรู้เรื่องการคัดแยกขยะ ลดปริมาณขยะ สอนการประดิษฐ์สิ่งของเหลือทิ้งให้เกิดประโยชน์ พร้อมร่วมปลูกฝังคุณธรรมความซื่อสัตย์ให้กับน้องๆ นักเรียนในโรงเรียน

ล่าสุด ทีมงานสหพัฒนพิบูล นำโดย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รองประธานกรรมการ บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) หรือ SPC ได้ลงพื้นที่โรงเรียนคลองบางพรหม ทวีวัฒนา เพื่อตามหา “ยอดมนุษย์ตัวจิ๋ว” (Little Hero) ตัวแทนเด็กดี ประพฤติดี มีคุณธรรม ซื่อสัตย์ กตัญญู มีจิตอาสา มีความโดดเด่นในด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะการทำความดีให้ครอบครัวและสังคม

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รองประธาน กก.SPC และ วิทยา วงศ์ษา ผอ.โรงเรียนคลองบางพรหม ทวีวัฒนา

สหพัฒน์ให้น้อง สร้างต้นกล้าคุณธรรม ส่งต่อพลังบวกสู่เยาวชนไทย

“ปัจจุบัน โครงการ “สหพัฒน์ให้น้อง”  เดินหน้าเข้าสู่ปีที่ 9 แล้ว ได้ลงพื้นที่โรงเรียนไปแล้ว กว่า 230 แห่ง ตามหา “ยอดมนุษย์ตัวจิ๋ว” ด้วยความมุ่งมั่นของ SPC ที่จะสนับสนุนเยาวชนไทยให้เห็นคุณค่าของการทำความดี ร่วมบ่มเพาะปลูกฝังเยาวชนไทยตั้งแต่วัยเด็กให้เติบโตขึ้นเป็นพลเมืองที่ดีและมีความซื่อสัตย์ ซึ่งโครงการสหพัฒน์ให้น้องนับเป็นอีก 1 โครงการที่ SPC ตั้งใจให้เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาชุมชน สร้างสิ่งแวดล้อมและสังคมที่ยั่งยืน” อภิสิทธิ์ กล่าว

“โรงเรียนคลองบางพรหม มีนักเรียนทั้งหมด 274 คน และมีคุณครู 15 คน เราให้ความสำคัญกับการปลูกฝังคุณ ธรรม จริยธรรม ความซื่อสัตย์ให้กับเด็กนักเรียน ภายใต้ยุทธศาสตร์ 2 ด้าน นั่นคือ 1.การพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม มีการนำเด็กๆ สวดมนต์ เข้าวัดเพื่อปลูกฝังและซึมซับหลักธรรมคำสอนทางพระพุทธศาสนา  2.การพัฒนาเป็นโรงเรียนต้นแบบในสังกัดของกรุงเทพมหานคร ด้วยการจัดการเรียนการสอนและการจัดกิจกรรมที่เน้นการถอดบทเรียนที่ได้จากการปฏิบัติ ซึ่งเด็กจะเรียนรู้ได้จากการลงมือทำและถอดออกมาเป็นบทเรียน การที่ภาคเอกชนได้จัดกิจกรรมและโครงการที่ดี นับเป็นอีกพลังสำคัญในการร่วมกันพัฒนาเด็กและเยาวชนให้เติบโตอย่างแข็งแรงเพื่อพัฒนาประเทศชาติต่อไป” วิทยา วงศ์ษา ผู้อำ นวยการ โรงเรียนคลองบางพรหม ทวีวัฒนา กล่าว

“รู้สึกภูมิใจและดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการร่วมทำสิ่งที่ดีต่อตนเองและผู้อื่น โดยเมื่อตนอยู่บ้านได้ช่วยแบ่งเบางานบ้านให้กับคุณพ่อคุณแม่ ส่วนเมื่ออยู่ที่โรงเรียนก็ได้เป็นจิตอาสาและช่วยเหลือเพื่อนๆ ที่โรงเรียน การเป็นเด็กดีและเป็นผู้นำที่ดีนั้นในความหมายของตนนั้น สิ่งสำคัญคือต้องมีความซื่อสัตย์ ไม่ยุ่งเกี่ยวกับสิ่งที่ไม่ดี ซึ่งความใฝ่ฝันในอนาคตอยากทำอาชีพคุณครู และคุณหมอ อยากขอขอบคุณผู้ใหญ่ใจดีที่เข้ามาจัดกิจกรรมดี ๆ ที่โรงเรียนได้รับความรู้ต่างๆ มากมาย ขอให้มีโครงการดีๆ แบบนี้ต่อไปครับ” ด.ช.ภัทรชนน สายหยุด” หรือ “น้องฟลุ๊ก” นักเรียนชั้น ป.5 โรงเรียนคลองบางพรหม ทวีวัฒนา ยอดมนุษย์ตัวจิ๋ว (Little Hero) ตัวแทนเด็กดีของโรงเรียน เจ้าของรางวัลคิดเลขเร็ว 2 ปีซ้อน กล่าว

เพราะเด็กในวันนี้คือผู้ใหญ่ในวันหน้า การบ่มเพาะคุณธรรม ความซื่อสัตย์ และจิตสำนึกต่อสังคมตั้งแต่วัยเยาว์ คือรากฐานสำคัญของการสร้างสังคมที่ดีและยั่งยืน … และนี่คืออีกหนึ่งก้าวเล็กๆ ที่จะส่งผลไกลในวันข้างหน้า