‘All for Love ครบรอบ 29 ปี’ แห่งแรงบันดาลใจและความรักนิรันดร์ ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น และ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น

‘All for Love ครบรอบ 29 ปี’ แห่งแรงบันดาลใจและความรักนิรันดร์ ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น และ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น

‘All for Love ครบรอบ 29 ปี’ แห่งแรงบันดาลใจและความรักนิรันดร์ ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น และ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น

วันจันทร์ ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เพราะงานแต่งงาน…ไม่ใช่แค่พิธี แต่คือจุดเริ่มต้นของชีวิตคู่ และเราขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในวันพิเศษนั้น กับแพ็กเกจวิวาห์ที่ดีที่สุดแห่งปี “All for Love” โปรวิวาห์แห่งแรงบันดาลใจ ครบรอบ 29 ปี เพื่อเฉลิมฉลองในโอกาสวันคล้ายวันเกิดของ ดร.อัศวิน อิงคะกุล ผู้สร้างแรงบันดาลใจด้านความรัก และการบริการ และผู้ก่อตั้ง อาณาจักร มิราเคิล กรุ๊ป

วันเสาร์ที่ 28 มิถุนายน 2568 เวลา 08.09 – 18.59 น. พบกับแพ็กเกจแต่งงานสุดคุ้มที่เติมเต็มทุกความฝัน พิธีหมั้น ยกน้ำชา แห่ขันหมาก พิธีสงฆ์ พิธีหลั่งน้ำพระพุทธมนต์ งานฉลองสมรสเที่ยง / เย็น พร้อม After Party สุดพิเศษ บริการจัดครบวงจร โดยทีมมืออาชีพ ดูแลใส่ใจทุกรายละเอียด เลือกได้ทั้งความเรียบง่าย  อบอุ่น ไปจนถึงความหรูหราอลังการ รองรับแขกได้ตั้งแต่ 100 ถึง 2,000 คน ห้องแกรนด์บอลรูม พร้อมเวดดิ้งวอล์กเวย์ & โถงต้อนรับ (Foyer) กว้างขวาง วิวกระจกโปร่งโล่ง เพิ่มบรรยากาศโรแมนติก อาหารบุฟเฟต์ โต๊ะจีน หรือค็อกเทลรสเลิศ จากทีมเชฟคุณภาพ

ทุกโมเมนต์เปี่ยมด้วยความสุข ความอร่อย และความทรงจำที่ไม่มีวันลืม มากกว่า 5,000 คู่รัก ให้ความไว้วางใจเรา แล้วคุณล่ะ พร้อมหรือยัง?

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม และจองวันสำคัญของคุณล่วงหน้าได้ที่ โรงแรม มิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น โทร. 02 575 5599 และโรงแรม อัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น โทร. 02 159 5888

ให้เราอยู่เคียงข้างคุณ … ในวันเริ่มต้นของ “ความรักของคุณ”

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์จัดกิจกรรมฉลอง Pride Month เพราะทุกคน ล้วนมีความหมาย และมีคุณค่าในแบบฉบับของตัวเอง

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์จัดกิจกรรมฉลอง Pride Month เพราะทุกคน ล้วนมีความหมาย และมีคุณค่าในแบบฉบับของตัวเอง

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์จัดกิจกรรมฉลอง Pride Month เพราะทุกคน ล้วนมีความหมาย และมีคุณค่าในแบบฉบับของตัวเอง

วันจันทร์ ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ร่วมจัดกิจกรรม “CRA PRIDE MATCH Born to be yourself”   เพราะทุกคน ล้วนมีความหมาย และมีคุณค่าในแบบฉบับของตัวเอง โดยมี ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์รัชตะ รัชตะนาวิน รักษาการรองเลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม

 กิจกรรม “CRA PRIDE MATCH Born to be yourself”   จัดขึ้นด้วยวัตถุประสงค์ในเดือนมิถุนายน เป็นเดือนแห่งการเฉลิมฉลองและแสดงความภาคภูมิใจของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTQIA+) ทั่วโลก หรือ Pride Month  เพื่อร่วมสร้างความตระหนักรู้ ส่งเสริมความเข้าใจ การแสดงออกถึงความภาคภูมิใจในการเป็นตัวเอง ยอมรับความแตกต่างของแต่ละบุคคล และส่งเสริมในด้านกิจกรรมกีฬาวอลเลย์บอล

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์รัชตะ รัชตะนาวิน รักษาการรองเลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์  กล่าวว่า ในนามของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เราพร้อมสนับสนุน ผลักดันให้ในทุกภาคส่วนล้วนให้ความสำคัญต่อทุกคนโดยไม่เลือกปฏิบัติ ไม่ว่าจะเป็นความแตกต่างทางด้านใด เพราะทุกคน ล้วนมีความหมาย และมีคุณค่าในแบบฉบับของตัวเอง

ทั้งนี้ ภายในงานมี คณะผู้บริหาร แพทย์ พยาบาล นักศึกษา บุคลากร ให้ความสนใจและร่วมกิจกรรมอย่างคับคั่ง ณ CRA Hall ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์

เอพี ไทยแลนด์ เปิดซีรีส์ภาพถ่ายฝีมือ ‘คิด – คณชัย เบญจรงคกุล’ ถ่ายทอด ‘ตัวตน’ ที่ซ่อนอยู่ในทุกพื้นที่ ‘บ้านกลางกรุง สาธุประดิษฐ์ 57’

เอพี ไทยแลนด์ เปิดซีรีส์ภาพถ่ายฝีมือ ‘คิด – คณชัย เบญจรงคกุล’ ถ่ายทอด ‘ตัวตน’ ที่ซ่อนอยู่ในทุกพื้นที่ ‘บ้านกลางกรุง สาธุประดิษฐ์ 57’

เอพี ไทยแลนด์ เปิดซีรีส์ภาพถ่ายฝีมือ ‘คิด – คณชัย เบญจรงคกุล’ ถ่ายทอด ‘ตัวตน’ ที่ซ่อนอยู่ในทุกพื้นที่ ‘บ้านกลางกรุง สาธุประดิษฐ์ 57’

วันจันทร์ ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เอพี ไทยแลนด์ ภายใต้คำมั่นสัญญา ชีวิตดีๆ ที่เลือกเองได้ เดินหน้าสร้างปรากฏการณ์ใหม่ในวงการที่อยู่อาศัยระดับอัลตร้าลักซ์ชัวรี เปิดตัวโครงการล่าสุด “บ้านกลางกรุง สาธุประดิษฐ์ 57” Majestic Collection ลำดับที่ 3 พร้อมเล่าเรื่องราวอย่างมีอัตลักษณ์ไปกับ Cinematic Photo Story – ซีรีส์ภาพถ่าย ‘RAREST OF RARITY: Living through a Manhattan Lens’ ถ่ายทอดเรื่องราวพื้นที่ชีวิ และรายละเอียดอันพิถีพิถันใน บ้านกลางกรุง สาธุประดิษฐ์ 57 จากฝีมือช่างภาพชื่อดัง คิด – คณชัย เบญจรงคกุล  ซึ่งทั้งหมดหล่อหลอมมุมมองเฉพาะตัวในการเล่าเรื่องผ่านภาพถ่าย โดยมีเซเลบรืตี้ร่วมนำเสนอเรื่องราวที่สะท้อนถึงวิถีชีวิต ความเป็น “ตัวตน” ที่ซ่อนอยู่ในทุกพื้นที่ ท่ามกลางวิถีชีวิตใจกลางเมืองใหญ่

นางพิมพรรณ ปรีชานนท์ ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานบริหารแบรนด์และพัฒนาสินค้าบ้านเดี่ยว บมจ. เอพี ไทยแลนด์ กล่าวว่า  กลุ่มธุรกิจบ้านเดี่ยวเอพี พร้อมเผยอีกหนึ่งมาสเตอร์พีซแห่งปี ซึ่งเป็นที่สุดของบ้านเดี่ยวระดับตำนาน การกลับมาอีกครั้งของแบรนด์ “บ้านกลางกรุง” กับโครงการ “บ้านกลางกรุง สาธุประดิษฐ์ 57” Majestic Collection ลำดับที่ 3 คอลเลกชันแห่งการรังสรรค์พื้นที่เพื่อการใช้ชีวิตอย่างสง่างาม พัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด “The Pinnacle of Vertical Estate Living” นิยามใหม่ของการอยู่อาศัยใจกลางเมืองอย่างแท้จริง – ที่ซึ่งความสง่างามเหนือกาลเวลาและความเป็นส่วนตัวจะถูกหล่อหลอมเข้าด้วยกันอย่างประณีต ท่ามกลางที่สุดของความเป็นหนึ่งเดียวบนทำเลหายาก มากด้วยคุณค่าไม่ว่ากาลเวลาจะเปลี่ยนไปเช่นไร พร้อมความเป็นส่วนตัว ที่บ้านกลางกรุงพร้อมส่งมอบให้ เปรียบเสมือน Pinnacle Estate ที่อยู่ใจกลางเมือง

“มากกว่าความสวยงาม คือการใช้ชีวิตที่สะท้อนตัวตนอย่างแท้จริง กับบ้านแนวตั้งสูง 6 ชั้น เป็นส่วนตัวด้วยจำนวนยูนิตเพียง 9 ยูนิต ตัวอาคารนำเสนอผ่านสถาปัตยกรรมที่ผสานเส้นสายแบบคลาสสิกเข้ากับความทันสมัยอย่างกลมกลืน เกิดเป็นดีไซน์ที่เรียบหรูเหนือกาลเวลา กับพื้นที่ใช้สอยที่มากถึง 400-915 ตร.ม. ซึ่งทุกยูนิตออกแบบให้แต่ละชั้นเปรียบเสมือน ‘เพนต์เฮาส์ส่วนตัวขนาดใหญ่’ ที่สามารถถ่ายทอดความเป็นตัวตนของผู้อยู่อาศัย พร้อม Sky Terrace ส่วนตัว พื้นที่ใช้สอยโอ่อ่า เพดานสูง โปร่งโล่ง พร้อมลิฟต์โดยสารส่วนตัวทุกหลัง Grand Staircase ที่สง่างาม และระบบรักษาความปลอดภัยที่เป็นมาตรฐานสากล

ทุกองค์ประกอบของบ้านกลางกรุง ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้เป็นมากกว่าที่อยู่อาศัย แต่คือพื้นที่แห่งความภาคภูมิใจ ที่บอกเล่าความมีรสนิยมของผู้อยู่อาศัยได้อย่างชัดเจน และด้วยความ Heritage ของแบรนด์บ้านกลางกรุง ที่เสน่ห์คือ ทำเลที่ตั้งโครงการ ที่ต้องอยู่ใจกลางแห่งธุรกิจจริงๆ ทำให้ที่ผ่านมาการเปิดตัวแบรนด์บ้านกลางกรุง จึงไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยครั้ง แต่เรามั่นใจว่าทุกครั้งที่เอพีเราเปิดตัวโครงการใหม่ด้วยแบรนด์นี้ จะเป็นการการันตีถึงความเป็น Rare Estate อย่างแท้จริง เป็นที่อยู่อาศัยบนทำเลที่จะหาไม่ได้อี” นางพิมพรรณ กล่าว

บ้านกลางกรุง สาธุประดิษฐ์ 57 เปิดให้ทุกคนได้สัมผัสนิยามใหม่ของการอยู่อาศัยใจกลางเมืองอย่างแท้จริง ผ่าน  Cinematic Photo Story ซีรีส์ภาพถ่าย “RAREST OF RARITY: Living through a Manhattan Lens”  ที่ถ่ายทอดเรื่องราวพื้นที่ชีวิต และรายละเอียดอันพิถีพิถันของ บ้านกลางกรุง สาธุประดิษฐ์ 57 จากฝีมือช่างภาพชื่อดังอย่าง คิด – คณชัย เบญจรงคกุล ผู้มีความสนใจในศิลปะ การถ่ายภาพ งานแฟชั่น และการเดินทาง ซึ่งทั้งหมดหล่อหลอมมุมมองเฉพาะตัวในการเล่าเรื่องผ่านภาพถ่าย สะท้อนถึงวิถีชีวิต ความเป็นตัวตน ความเป็นส่วนตัว และความเงียบสงบ ที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง Main Gate  สูงถึง 15 เมตร ท่ามกลางวิถีชีวิตใจกลางเมืองใหญ่

คิด – คณชัย เบญจรงคกุล กล่าวว่า “โปรเจกต์นี้ไม่ใช่แค่การถ่ายภาพสถาปัตยกรรม หรือภาพ Lifestyle แต่คือการตีความ ‘บ้านกลางกรุง’ ผ่านมุมมองของอัตลักษณ์และพื้นที่ชีวิตที่ซ่อนอยู่ สำหรับผม บ้านกลางกรุง สาธุประดิษฐ์ 57 ไม่ใช่เพียงที่อยู่อาศัย แต่คือพื้นที่ที่สะท้อนตัวตนของผู้คนที่ใช้ชีวิตอยู่ภายใน – ในหลายมิติที่เกินกว่าจะมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า รายละเอียดของบ้านที่รู้สึกได้ถึงความเงียบสงบแต่ทรงพลัง – เส้นสายที่คลาสสิก แสงที่เคลื่อนผ่านพื้นผิว และความเป็นส่วนตัวในการอยู่อาศัยในแต่ละชั้นที่เปรียบเหมือนเพนต์เฮาส์ขนาดใหญ่ของแต่ละบุคคล ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่อยากให้ทุกคนได้สัมผัสผ่านเรื่องเล่าในชุดภาพถ่ายนี้ครับ

แมนฮัตตันสำหรับผม สิ่งที่ซ่อนอยู่ในความเป็นมหานครแห่งนี้ คือ เสน่ห์ของการ Balance ระหว่างความสะดวกของการอยู่กลางเมือง กับความสงบและความเป็นส่วนตัวแบบ ‘บ้านจริงๆ’ ซึ่งเราจะทราบกันดีว่ายิ่งเมืองไหนที่เป็นศูนย์กลางธุรกิจ การสร้างที่อยู่อาศัยขึ้นมาใหม่ ถือเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย ดังนั้น  ทาวน์เฮาส์ที่อยู่ในแมนฮัตตัน จึงเปรียบได้กับความเป็น Rare Estate เหมือนของที่โครงการแห่งนี้เช่นกันครับ”  คิด – คณชัย กล่าว

ซีรีส์ภาพถ่าย ‘RAREST OF RARITY: Living through a Manhattan Lens’ ไม่ได้นำเสนอเพียงแค่รูปร่าง เส้นสายของงานสถาปัตยกรรมที่อยู่เบื้องหลัง Main Gate ที่สูงตระหง่านถึง 15 เมตรเพียงเท่านั้น แต่คือการตีความ “ตัวตนของพื้นที่” ให้มีชีวิตขึ้นมา ผ่านแสง องศา และจังหวะของมุมมองที่ถูกจัดวางอย่างตั้งใจ ตลอดจนแต่ละชั้นของบ้านกลางกรุงถูกถ่ายทอดราวกับเป็นเพนต์เฮาส์ที่มีชีวิต มีบุคลิกเฉพาะตัว โดยได้รับเกียรติจากเซเลบริตีชั้นร่วมนำเสนอเรื่องราวผ่านพื้นที่ชีวิตภายในโครงการแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็น  ภัทรียา ณ นคร, เจย์ สเปนเซอร์, อรวรรณ เสตะพันธุ พร้อมลูกชายทั้ง 2 คน, อัครรัฐ วรรณรัตน์ และ คิด คณชัย เบญจรงคกุล ทุกคนคือ ตัวแทนของวิถีชีวิตที่แตกต่างกัน แต่ถูกร้อยเรียงเป็นเรื่องเดียว ผ่านพื้นที่เพนต์เฮาส์ขนาดใหญ่ที่แต่ละชั้น สะท้อนความเหนือระดับอย่างแท้จริง

บ้านกลางกรุง สาธุประดิษฐ์ 57 พร้อมเปิดให้เข้าชมแบบ Exclusive by Appointment Only นัดหมายได้ที่ https://apthai.ly/baan-klang-krung-sathupradit-57 หรือโทร. 1623

ซิลลิค ฟาร์มา เปิดตัวโครงการ ‘ลดไซซ์ ลดโรค’ ในไทย สร้างความตระหนักรู้ ‘โรคอ้วน’ เป็นปัญหาสุขภาพในกลุ่ม NCD

ซิลลิค ฟาร์มา เปิดตัวโครงการ ‘ลดไซซ์ ลดโรค’ ในไทย สร้างความตระหนักรู้ ‘โรคอ้วน’ เป็นปัญหาสุขภาพในกลุ่ม NCD

ซิลลิค ฟาร์มา เปิดตัวโครงการ ‘ลดไซซ์ ลดโรค’ ในไทย สร้างความตระหนักรู้ ‘โรคอ้วน’ เป็นปัญหาสุขภาพในกลุ่ม NCD

วันจันทร์ ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ซิลลิค ฟาร์มา (Zuellig Pharma) ผู้ให้บริการด้านการดูแลสุขภาพชั้นนำในเอเชีย เปิดตัวโครงการ “ลดไซซ์ ลดโรค” เพื่อให้ทุกคนได้เห็นถึงความสำคัญของโรคอ้วน ซึ่งถือว่าเป็นปัญหาสาธารณสุขของไทย โดยกระทรวงสาธารณสุขได้จัดให้ “โรคอ้วน” อยู่ในกลุ่มโรคโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (Non-communicable Diseases; NCD) เนื่องจากเป็นโรคที่เป็นปัจจัยเสี่ยงของโรคเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวานชนิดที่ 2ความดันโลหิตสูงไขมันในเลือดสูง 

สุนัยนา กิจเกษตรไพศาล ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ซิลลิค ฟาร์มา กล่าวว่า “หัวใจสำคัญของแคมเปญ ‘ลดไซซ์ ลดโรค’ คือการสร้างความตระหนักรู้ว่าโรคอ้วนไม่ใช่เพียงเรื่องรูปลักษณ์ แต่เป็นภาวะทางการแพทย์ที่ต้องได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง เพราะโรคอ้วนนั้นเป็นบ่อเกิดของโรคร้ายแรงมากมาย ทั้งเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และไขมันในเลือดสูง การเปิดตัวแคมเปญในครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงการประชุมวิชาการแพทย์ฯถือเป็นโอกาสอันดีให้เราได้แลกเปลี่ยนความรู้และนวัตกรรมใหม่ๆ ในการรักษาและจัดการโรคอ้วน เราจึงมุ่งเน้นย้ำถึงความสำคัญของการลดขนาดร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นน้ำหนัก รอบเอว หรือ BMI ให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม ซึ่งถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญยิ่งในการลดความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรังอื่นๆ ในอนาคต”

นพ. สมิทธิ์ อารยะสกุล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเวชศาสตร์ป้องกัน สาขาเวชศาสตร์วิถีชีวิต  ได้ให้มุมมองที่น่าสนใจเกี่ยวกับสถานการณ์โรคอ้วนในประเทศไทย พร้อทแนวทางการดูแลโรคอ้วนและควบคุมน้ำหนักตัวว่า “ปัจจุบันเราพบว่าคนไทยจำนวนมากอยู่ในภาวะน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วนโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมีค่าดัชนีมวลกาย (BMI) มากกว่า 25 จะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคแทรกซ้อนในระบบต่างๆ ได้มากมาย นอกจากนี้ผู้ป่วยจำนวนมากมักจะเข้ารับการรักษาก็ต่อเมื่อมีโรคแทรกซ้อนเกิดขึ้นแล้ว ซึ่งจริงๆ แล้วเราควร ‘จัดการตั้งแต่ต้นทาง’ ไม่ใช่รอให้ถึงปลายเหตุ  ซึ่งการดูแลโรคอ้วน ควรมองเป็นการป้องกันโรคอย่างหนึ่ง การให้ความรู้ที่ถูกต้อง และการเข้าถึงแนวทางการดูแลแบบองค์รวม ตั้งแต่พฤติกรรมการใช้ชีวิต ไปจนถึงการใช้เครื่องมือทางการแพทย์อย่างเหมาะสม จะช่วยลดภาระสุขภาพในระยะยาวได้จริง คือเราต้องเปลี่ยนแนวทางการดูแลสุขภาพจากเชิงรับ มาเป็นเชิงรุก เพราะทุกครั้งที่เราช่วยให้คนไข้ ‘ลดไซซ์’ ได้อย่างปลอดภัยและเหมาะสม เราก็ช่วย ‘ลดโรค’ ก่อนที่มันจะเกิดขึ้นครับ”

ณิชา ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์  นักแสดงและนางแบบ  กล่าวว่า “ตอนนี้ให้ความสำคัญกับดูแลตัวเองค่อนข้างมาก เลือกคัดสรรสิ่งที่ดีให้กับตัวเอง ออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำเยอะๆ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เพราะงานของณิชาใช้ร่างกายในการทำงานหนัก ถ้าไม่แข็งแรงก็จะไม่มีแรงทำงานตั้งแต่เช้าจนถึงดึกดื่นได้เลย  ณิชาทำงาน 7 วัน ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะออกกำลังกาย  แต่ตั้งใจว่าต้องบาลานซ์ตัวเองให้ได้ ดีใจที่ได้มาเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนโครงการ ‘ลดไซซ์ ลดโรค’ ณิชาอยากให้คนไทยหันมาดูแลตัวเองกันให้มากขึ้น เพื่อให้เรามีสุขภาพแข็งแรงและปราศจากโรคค่ะ”

คุณแหน : 23 มิถุนายน 2568

คุณแหน : 23 มิถุนายน 2568

คุณแหน : 23 มิถุนายน 2568

วันจันทร์ ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 02.00 น.

ll ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานน้ำหลวงอาบศพ พล.อ.อ.ม.ร.ว.ศิริพงษ์ ทองใหญ่ อดีตผู้บัญชาการทหารอากาศ 23 มิ.ย.17.30 น. ศาลาทักษิณาประดิษฐ วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม 24-25 มิ.ย.18.00 น. และสวดพระอภิธรรมถึง 29 มิถุนายน แล้วบรรจุ ..คุณหญิงจิตตระการ ทองใหญ่ ณ อยุธยา,ม.ล.ปีกทอง ทองใหญ่และภริยา,ม.ล.สวรรณศิริ ทองใหญ่ ขอเรียนเชิญมา ณ โอกาสนี้..

ll ในโอกาสวันสถาปนามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 91 ปี วันที่ 27 มิ.ย.2568 ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ นายกสภามหาวิทยาลัย  เป็นประธานในพิธีมอบเข็มเกียรติยศแก่ ผาณิต พูนศิริวงศ์ ศิษย์เก่าที่ได้รับยกย่องเชิดชูให้เป็นศิษย์เก่าดีเด่นและทำคุณประโยชน์แก่สังคมอย่างมาก รวมทั้งมีจริยธรรมอันปรากฎเด่นชัด  พร้อมทั้งมอบโล่เกียรติยศและโล่เกียรติคุณ ณ หอประชุมใหญ่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์..

ll วันอาทิตย์ที่ผ่านมา อดิเทพ -ฉัตรพร-ศ.ดร. จตุรนต์ – นนทวัฒน์  ถิระวัฒน์  พร้อมด้วย ลูกหลาน ไปทำบุญเพื่ออุทิศกุศลให้บุพพการี  ประพจน์   ถิระวัฒน์  อดีตประธานศาลฎีกา และคุณหญิงสุชาดา สุจริตกุล ถิระวัฒน์ อดีตรองประธานมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชน ฯ  เนื่องในวันเกิดครบปีที่ 105 และ 101โดย ถวายภัตตาหารเพลพระอาพาธ 100 รูป ที่โรงพยาบาลสงฆ์ ตามที่ทั้ง 2 ท่าน ถือปฏิบัติตลอดมาด้วยอุปนิสัยชอบความเรียบง่าย..

ll ชัชวาลย์ เบญจสิริวงศ์ ผวจ.ร้อยเอ็ด เปิดมหกรรม “จังหวัดน่าอยู่สำหรับเด็ก เมืองสร้างเด็ก เด็กสร้างเมือง” ตอนเปิดเทอมใหม่ ส่งน้องไปเรียน ปีที่ 4 จังหวัดร้อยเอ็ด ประจำปี 2568 ..

ll สมาคมศิษย์เก่าคณะรัฐประศาสนศาสตร์ ร่วมกับ คณะรัฐประศาสนศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ขอเชิญศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบัน และแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน ร่วมงาน 23 ปี สมาคมศิษย์เก่าฯ  6 ก.ค.18.00 น. หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบ พระชนมพรรษา นิด้า..

ll สุพร วัธนเวคิน ประธานมูลนิธิอิออน ประเทศไทย มอบทุนการศึกษาให้บุตรของกำลังพลต่างๆ คือ หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน ศูนย์การกำลังสำรอง และกองพลทหารราบที่ 11 นับเป็นปีที่ 7 ติดต่อกันแล้ว..

ll อนุโมทนาบุญกับ ดร.ลักขณา ลีละยุทธโยธิน ที่บริจาคเงินช่วย รพ.สมเด็จพระยุพราชเชียงของ จ.เชียงราย โดยมี นพ.นพปฎล พรรณราย ผอ.รพ.รับมอบ..

ll สมาคมเวชศาสตร์วิถีชีวิตและสุขภาวะไทย (TLWA) จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ ครั้งที่ 3 กับ 6 องค์กรพันธมิตรใหม่ เพื่อขยายเครือข่ายความร่วมมือในการส่งเสริมการใช้หลักเวชศาสตร์วิถีชีวิตทั้งในระดับสังคมและวิชาชีพ โดยมี ดร.พญ.ประภา วงศ์แพทย์ เป็นประธานและ ร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ กล่าวรายงาน..

ll ขอแสดงความยินดีกับ นฤมล ล้อมทอง ในโอกาสมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เป็นผู้พิพากษาสมทบในศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง..

ll สวด มาลัย วงศ์สมบุญ มารดา พ.ต.กมล วงศ์สมบุญ ศาลา 11 วัดพระศรีมหาธาตุฯ บางเขน ถึง 24 มิ.ย. 18.00 น. ฌาปนกิจ 25 มิ.ย. 14.00 น. ..

ll ดร.อัศวิน อิงคะกุล ประธาน มิราเคิล กรุ๊ป ประธานจัดงาน ALL FOR LOVE  ครบรอบ 29 ปี โปรวิวาห์แห่งแรงบันดาลใจและรักนิรันดร์  28 มิ.ย.   08.09 – 18.59 น.ที่ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น และ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น มีโปรดีๆให้เลือก โทร. 02-575-5599  และ  02-159-5888..

คุณแหน

โรงงานในเครือ บมจ.ไทยเบฟเวอเรจ รับโล่เกียรติคุณ

โรงงานในเครือ บมจ.ไทยเบฟเวอเรจ รับโล่เกียรติคุณ

โรงงานในเครือ บมจ.ไทยเบฟเวอเรจ รับโล่เกียรติคุณ

วันอาทิตย์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 13.27 น.

โรงงานในเครือ บมจ.ไทยเบฟเวอเรจ โดย วีระชัย ไชยมงค์ ผอ.ฝ่ายผลิต บมจ.เบียร์ไทย (1991) รับโล่เกียรติคุณ ระดับ Diamond สูงสุดจาก กิตติกร โล่ห์สุนทร เลขานุการ รมว.สาธารณสุข และ นพ.ปกรณ์ ตุงคะเสรีรักษ์ รองอธิบดีกรมอนามัย ในงานต้นแบบสถานประกอบกิจการส่งเสริมสุขภาพและองค์กรสุขภาวะ ประจำปี 2568 ครั้งที่ 1 จัดโดยกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเชิดชูเกียรติและสร้างขวัญกำลังใจให้กับสถานประกอบกิจการและองค์กรที่มีผลการดำ เนินงานด้านการส่งเสริมสุขภาพพนักงานอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน ณ ห้องวายุภักดิ์ โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์  ศูนย์ราช การและคอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ 

คุยกัน 7 วันหน : Scambodia ประเทศศูนย์กลางเครือข่ายค้ามนุษย์

คุยกัน 7 วันหน : Scambodia ประเทศศูนย์กลางเครือข่ายค้ามนุษย์

คุยกัน 7 วันหน : Scambodia ประเทศศูนย์กลางเครือข่ายค้ามนุษย์

วันอาทิตย์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.30 น.

นอกจากปมความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชาจะไม่จบลงโดยง่ายแล้ว กัมพูชายังเป็น  1  ใน 36 ประเทศที่สหรัฐฯ จ่อแบนพลเมืองเดนทางเข้าประเทศโดย ให้เหตุผลว่ารัฐบาลของประเทศนั้น ไม่ให้ความร่วมมือกับรัฐบาลสหรัฐฯ และมีเหตุสงสัยเรื่องความปลอดภัย

ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กำลังพิจารณาห้ามพลเมืองจาก 36 ประเทศ เดินทางเข้าสหรัฐฯ โดยเอกสารภายในของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ที่ลงนามโดย มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุรายชื่อของประเทศดังกล่าว ได้แก่ แองโกลา, แอนติกาและบาร์บูดา, เบนิน, ภูฏาน, บูร์กินาฟาโซ, เคปเวิร์ด, กัมพูชา, แคเมอรูน, โกตดิวัวร์, สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก, จิบูตี, โดมินิกา, เอธิโอเปีย, อียิปต์, กาบอง, แกมเบีย, กานา, คีร์กีซสถาน, ไลบีเรีย, มาลาวี, มอริเตเนีย, ไนเจอร์, ไนจีเรีย, เซนต์คิตส์และเนวิส, เซนต์ลูเซีย, เซาตูเมและปรินซิปี, เซเนกัล, ซูดานใต้, ซีเรีย, แทนซาเนีย, ตองกา, ตูวาลู, ยูกันดา, วานูอาตู, แซมเบีย และ ซิมบับเว

เอกสารระบุว่า อาจจะมีการระงับการเข้าประเทศของพลเมืองของ 36 ประเทศหรือบางส่วน หากไม่สามารถปฏิบัติตามเกณฑ์และข้อกำหนดที่กำหนดไว้ภายใน 60 วัน ซึ่งรัฐบาลของประเทศนั้นๆ ไม่ให้ความร่วมมือกับรัฐบาลในการแสดงเอกสารที่น่าเชื่อถือ อีกทั้ง หนังสือเดินทางของประเทศดังกล่าวยังเป็นที่น่าสงสัยในเรื่องความปลอดภัยด้วย

นอกจากนั้น ในเอกสารระบุว่ารัฐบาลจากบางประเทศไม่ให้ความร่วมมือกับสหรัฐฯ ในการอำนวยความสะดวกเพื่อส่งตัวพลเมืองกลับประเทศต้นทาง พลเมืองของบางประเทศอยู่ในสหรัฐฯ เกินเวลาได้รับอนุญาตในวีซ่า อีกทั้งพลเมืองของประเทศนั้นๆ มีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายในสหรัฐฯ การต่อต้านชาวยิว ไปจนถึงต่อต้านกิจการของสหรัฐฯ ด้วย

ขณะเดียวกัน รัฐบาลสหรัฐฯ ยังขึ้นบัญชีดำ Hurons Group รวมถึงบริษัทในเครือของตระกูลฮุนเซน โดยระบุว่ากัมพูชาได้กลายเป็นพันธมิตรของทุนจีนสีเทา และเป็นแหล่งฟอกเงินระดับโลก สะท้อนถึงการที่สหรัฐฯ มองกัมพูชาเป็นภัยคุกคามเชิงยุทธศาสตร์มากกว่าพันธมิตรในอดีต

การเคลื่อนไหวของสหรัฐฯ ครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความผิดหวังต่อพฤติกรรมของผู้นำกัมพูชา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน นอกจากนั้น ยังมีรายงานว่า มีการฟอกเงินผ่านสถาบันการเงินหลักของประเทศ เช่น ABA Bank และ Bank of Cambodia

ล่าสุด ยังมีข้อมูลจากสหประชาขาติ หรือ UN ออกมาตอกย้ำว่า กัมพูชาเป็นแหล่งเครือข่ายการค้ามนุษย์ข้ามชาติบังคับเหยื่อทำงานในศูนย์หลอกลวงไซเบอร์ คนหนุ่มสาวเอเชียถูกหลอกไปทำงาน กลับต้องเป็นทาสยุคใหม่ในศูนย์หลอกลวงออนไลน์ ธุรกิจมืดสร้างรายได้หลายพันล้าน จากเครือข่ายการค้ามนุษย์ระดับอุตสาหกรรมที่บังคับให้คนทำงานเป็นเครื่องมือหลอกลวงออนไลน์ สหประชาชาติระบุว่า ปัญหานี้ไม่ใช่แค่เรื่องเล็กๆ แต่เป็นธุรกิจมืดขนาดใหญ่ที่กำลังขยายตัวอย่างน่ากลัวการหลอกลวงเริ่มต้นง่ายๆ แค่เปิด Facebook, Instagram, TikTok หรือแม้แต่ LinkedIn ก็เจอโฆษณาหางานที่ดูดีโดยเสนอเงินเดือนหลักหมื่น โบนัสทุกเดือน บวกที่พักและอาหารฟรี สำหรับงาน “ออนไลน์” ที่ไม่ต้องใช้ทักษะพิเศษอะไร

ผู้รายงานพิเศษของสหประชาชาติ พบว่า คนที่ตกเป็นเหยื่อจะมาจากทั่วเอเชีย โดยเฉพาะ อินโดนีเซีย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ เมียนมา ไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ ลาว จีน ฮ่องกง ไต้หวัน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย บังกลาเทศ และอีกหลายประเทศ เหยื่อส่วนใหญ่เป็นหนุ่มสาววัยทำงาน มีการศึกษาดี รู้จักใช้เทคโนโลยี บางคนเป็นมืออาชีพที่มีประสบการณ์ บางคนจบใหม่ที่กำลังหางานทำ และบางคนเป็นคนวัยกลางคนที่อยากเปลี่ยนอาชีพเมื่อเหยื่อเดินทางถึงแล้ว สิ่งที่รอพวกเขาไม่ใช่งานในออฟฟิศหรูหรา แต่เป็นอาคารที่ดูเหมือนโรงงาน มีกำแพงสูง มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยติดปืนคอยเฝ้า

สิ่งแรกที่เกิดขึ้นคือ การริบหนังสือเดินทางและโทรศัพท์ ตัดการติดต่อกับโลกภายนอกทันทีเลย จากนั้นพวกเขาจะถูกแจ้งว่า ต้องทำงานหาเงิน “ตามที่ตกลงกัน” แต่งานที่ว่านั้นไม่ใช่งานธรรมดา พวกเขาต้องนั่งหน้าคอมพิวเตอร์ ทำงานวันละ 12-15 ชั่วโมง บางคนถูกล่ามโซ่ไว้กับโต๊ะทำงาน ไม่ให้ไปไหนได้ แม้แต่ห้องน้ำก็ต้องขออนุญาต งานของพวกเขาคือ หลอกคนอื่นๆ บนอินเทอร์เน็ต โดยเหยื่อเหล่านี้ถูกบังคับให้ทำการฉ้อโกงออนไลน์หลายรูปแบบ เช่น การหลอกลวงความรัก แกล้งทำเป็นหนุ่มสาวหล่อสวย สร้างความสัมพันธ์ทางอินเทอร์เน็ตกับเหยื่อ แล้วค่อยๆ ขอเงิน อ้างว่าเจอปัญหาเร่งด่วน หรือไม่ก็เป็นการลงทุนปลอม ชักชวนให้คนลงทุนในสกุลเงินดิจิทัล หุ้น หรือโครงการต่างๆ ที่เป็นกับดัก แล้วเอาเงินหาย อีกทั้งกาสิโนออนไลน์เก๊ ล่อให้คนเล่นการพนันในเว็บไซต์ปลอม ที่จริงแล้วเงินที่เสียไปตกเป็นของกลุ่มนี้

รายงานของสหประชาชาติระบุด้วยว่า หากเหยื่อไม่สามารถหาเงินได้ตามเป้าที่กำหนด ไม่ว่าจะเป็นในแต่ละวันหรือแต่ละเดือน พวกเขาจะถูกทำร้ายร่างกายและทรมานมีเหยื่อหลายคนถึงกับเสียชีวิตจากการทรมาน หรือเพราะไม่ได้รับการรักษาพยาบาลเมื่อเจ็บป่วย

ที่น่าเศร้าคือ กัมพูชาที่เคยเป็นจุดหมายท่องเที่ยวที่สวยงาม กลับกลายเป็นจุดศูนย์กลางของธุรกิจมืดนี้ โดยเฉพาะตั้งแต่ปี 2021 เป็นต้นมา สหประชาชาติพบว่า เมื่อศูนย์หลอกลวงในเมียนมาถูกปราบปราม พวกเขาก็ย้ายมาตั้งฐานในกัมพูชาแทน ปัจจุบัน มีศูนย์หลอกลวงกระจายอยู่ในพื้นที่ต่างๆ ของกัมพูชา อย่างน้อย 17 แห่ง ได้แก่ สีหนุวิลล์, ไปลิน, อันลองเวง โอสมาจ, พนมเปญ, กัณฑาล, ปุรซัต, เกาะกง, บาเวต, เจรย์ธม, กำปอต, เปรียะสีหนุก, อุทารมีนเจย์, ปอยเปต, สวายเรียง, จังหวัดบันเตียเมนจย์, เขตเศรษฐกิจพิเศษดาราสกอร์ และเขตเศรษฐกิจพิเศษเฮงเท็มมอร์ดา

สิ่งที่น่าตกใจที่สุดคือ ธุรกิจมืดนี้ได้พัฒนาไปสู่ระดับอุตสาหกรรมจริงๆ ไม่ใช่แค่กลุ่มเล็กๆ ที่ทำกันในซอกมุม แต่เป็นเครือข่ายใหญ่ที่มีการลงทุนสร้างอาคาร จ้างเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยติดอาวุธ มีระบบการจัดการที่เป็นมืออาชีพ กลุ่มอาชญากรเหล่านี้สร้างรายได้หลายพันล้านบาทต่อปี จากการหลอกลวงคนทั่วโลก ส่วนหนึ่งจากรายได้นี้ถูกใช้ในการซื้อเจ้าหน้าที่รัฐ นักการเมือง และผู้มีอิทธิพลท้องถิ่น เพื่อให้สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้

อย่างไรก็ตาม สหประชาชาติไม่ได้ส่งจดหมายให้แค่กัมพูชาประเทศเดียว แต่ยังส่งไปยัง กองทัพเมียนมา, อาเซียน, จีน, ลาว, มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์, ไทย และเวียดนาม แสดงให้เห็นว่า ปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องของประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่เป็นวิกฤตระดับภูมิภาคที่ต้องการการแก้ไขร่วมกัน

โดย ดาโน โทนาลี

ตะลอนเที่ยว : ปีนัง เดินทอดน่องท่องเมืองเก่า

ตะลอนเที่ยว : ปีนัง เดินทอดน่องท่องเมืองเก่า

ตะลอนเที่ยว : ปีนัง เดินทอดน่องท่องเมืองเก่า

วันอาทิตย์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.05 น.

กลับมาจากทริปปีนังแล้วเมื่อค่ำวันพฤหัสบดีที่ 19 มิถุนายน 2568 พร้อมกับรอยยิ้มหวานอารมณ์ดี และความอิ่มเอมทั้งใจและอิ่มท้อง 


ตลอด 3 วัน 2 คืนกับทริปปีนัง ทำให้สมาชิกผู้ร่วมคณะบอกตรงกันว่า ปีนังมีของอร่อย ๆ ให้เลือกกินมากมาย มีบ้านเมืองเก่าศิลปะชิโน-โปรตุกีส ให้ชมแบบจุใจ แถมยังมีตึกเก่าสมัยล่าอาณานิคมโดยชาติตะวันตกให้ชมอีกมากมาย ทำให้ได้ข้อสรุปตรงกันว่า ปีนังยังมีมนต์เสน่ห์มัดใจคนที่ชอบดูชอบชมอาคารบ้านเรือนสไตล์ยุโรปตะวันตก ผสมผสานกับชิโน-โปรตุกีส และยังมีบ้านเรือนแบบ peranakan คือแบบมลายูผสมกับจีน โดยเฉพาะในเขตจอร์จทาวน์ ซึ่งเป็นเมืองหลักของรัฐปีนัง


นอกจากนี้ยังมีถนนที่เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์แห่งงานศิลป์ โดยเฉพาะ street arts ที่กระจายอยู่ตามผนังตึกเก่าในเขตจอร์จทาวน์ ทำให้ผู้ที่พินิจพิเคราะห์งานศิลป์สามารถเสพงานศิลป์ได้อย่างไม่รู้เบื่อ ทั้งงานศิลป์จากสถาปัตยกรรมเก่า ลวดลายปูนปั้นบนเสาและผนังอาคาร บานประตูหน้าต่าง เหล็กดัดที่ติดอยู่ตามประตูและหน้าต่าง แล้วยังมีลวดลายบนไม้แกะสลักที่ทำเป็นบานประตูสุดอลังการในบ้านของคหบดีจีนมลายู ตามสไตล์ peranakan


อันที่จริงภาพที่ได้เสพด้วยสายตาตัวเองเมื่อได้ไปเดินเที่ยวชมเมืองปีนัง ก็ยังมีความงามของบ้านแบบ colonial หรือบ้านที่สร้างในยุคอาณานิคมตะวันตก แล้วยังมีมัสยิดที่งดงาม ศาลเจ้าจีน และมีโบสถ์ฮินดู หรือเทวสถาน โบสถ์คริสต์ และวัดของศาสนาพุทธทั้งแบบหินยามและมหายาน โดยเฉพาะวัดพุทธแบบมหายานคือวัด Kek Lok Si วัดพุทธมหายานที่ใหญ่ที่สุดของปีนัง ที่วัดแห่งนี้มีทั้งเจดีย์ทรงจีนขนาดใหญ่ที่มีอายุนับร้อยปี และยังมีเจ้าแม่กวนอิมองค์ใหญ่โตมโหฬารอยู่บนยอดเขา เมื่อขึ้นไปบนยอดเขาของวัดแห่งนี้จะสามารถชมวิวตัวเมืองปีนังแบบพานอรามาคือแบบ 360 องศาได้ด้วย 


ต้องขอย้ำว่าหากจะเที่ยวเมืองเก่าปีนังในเขตจอร์จทาวน์ให้ได้บรรยากาศแบบสุด ๆ และจุใจแล้ว ขอให้เลือกการเที่ยวด้วยการเดินไปตามถนนต่าง ๆ และตามซอกซอยของเมืองจอร์จทาวน์ เดินไปเถอะ อย่ากลัวหลง เพราะไม่หลงแน่นอน เนื่องจากเดิน ๆ ไปแล้วก็จะวนกลับไปอยู่ในจุดเดิม (ยกเว้นเดินออกไปจากจอร์จทาวน์) ขอบอกว่ายิ่งเดินยิ่งสนุก เพราะได้เห็นอาคารสวย ๆ มากมาย ได้เห็น street arts หลากหลาย แล้วยังได้พบร้านขายอาหาร ขายขนมที่แสนอร่อยมากมาย 


ทริปนี้เราไปกินอาหารอร่อยหลายร้านด้วย อาทิ ร้าน Ka Bee ร้านนี้ขายข้าวต้มปลาเก๋าเต้ย และข้าวต้มทะเลรสชาติอร่อยสุดยอด แต่ย้ำว่าต้องไปเข้าคิวจองก่อนนะครับ ร้านเปิดขายตั้งแต่ประมาณ 6 โมงเย็น หากไปเกิน 3 ทุ่มก็จะอดกินปลาเก๋าเต้ยสุดแสนอร่อย ส่วนอีกร้านคือร้านอาหารจีนรสชาติดีมาก ๆ ชื่อ Tek Sen ขอบอกว่าหากไปร้านนี้โดยไม่ได้จองที่นั่งไปก่อน รับรองว่าต้องรอไม่ต่ำกว่า 1 ชั่วโมงอย่างแน่นอน เพราะร้านนี้มีคนรอเข้าคิวกินอาหารเยอะมาก ๆ บางวันคิวยาว 200 เมตร แต่ที่สำคัญคือหากไม่จองไปก่อน ก็จะอดกินของอร่อยประจำร้าน เช่น ผัดบุ่งผัด สามชั้นทอดพริกขี้หนูสด ซุปรากบัว เป็นต้น  


หากคุณสนใจไปเที่ยวปีนังแบบเดินทอดน่องท่องเมืองเก่า กินอาหารรสชาติดี เที่ยวแบบชิล ชิล ไม่เร่งไร่รีบไม่ร้อนรน เที่ยวแบบกลุ่มเล็ก ๆ เป็นกันเอง โปรดติดต่อ Mr. Flower 091 7233615 หรือหากจะรวมกลุ่มกันเที่ยวแบบคนรู้ใจใกล้ชิดแล้วให้ Mr. Flower พาไปเที่ยวที่ไหนก็ตามบนโลกใบนี้ก็ติดต่อได้ครับ  

ผู้บริหารเครือเฮอริเทจ ร่วมชมการแสดงรอบปฐมทัศน์ A Cage of Fragile Heart

ผู้บริหารเครือเฮอริเทจ ร่วมชมการแสดงรอบปฐมทัศน์ A Cage of Fragile Heart

ผู้บริหารเครือเฮอริเทจ ร่วมชมการแสดงรอบปฐมทัศน์ A Cage of Fragile Heart

วันอาทิตย์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นัท วอล์คเกอร์ ผลิตภัณฑ์ถั่วคุณภาพพรีเมียมภายใต้การดูแลของเครือเฮอริเทจ นำโดย วศธร พลไพศาล ผู้บริหารเครือเฮอริเทจ ในฐานะผู้สนับสนุน ร่วมชมการแสดงรอบปฐมทัศน์ A Cage of Fragile Heart หรือ กรงขังแห่งอิสรภาพ  ผ่านการกำกับของ มัดหมี่-พิมดาว พานิชสมัย โดยมีนักแสดงนำ เดวิด บีแกนเดอร์ มาสร้างประสบการณ์สุดพิเศษให้กับผู้ชม พร้อมบทกวีจาก วิน นิมมานวรวุฒิ และการเคลื่อนไหวอันทรงพลังที่ออกแบบโดย ภาวิดา วชิรปัญญาพร จัดแสดง ณ RCB Forum ชั้น 2 ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก

SPLASH HOTEL SOFT POWER SHOWCASE 2025 โชว์ศิลปวัฒนธรรมและอาหารไทยสู่เวทีโลก

SPLASH HOTEL SOFT POWER SHOWCASE 2025 โชว์ศิลปวัฒนธรรมและอาหารไทยสู่เวทีโลก

SPLASH HOTEL SOFT POWER SHOWCASE 2025 โชว์ศิลปวัฒนธรรมและอาหารไทยสู่เวทีโลก

วันอาทิตย์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ จัดอิเวนต์พิเศษ “Splash Hotel Soft Power Showcase 2025” ภายใต้แนวคิด “Thai Art ∞ Thai Cuisine: Eat Food Like Medicine” ที่ผสานศิลปะและอาหารไทยเข้าด้วยกันอย่างลงตัว โดยมี  ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา เป็นประธานเปิดงานอย่างเป็นทางการ  ร่วมด้วย สุพัตรา จิราธิวัฒน์ กรรมการ บริษัทโรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) และ Executive Advisor to Central Group ผู้จัดงาน และแขกผู้มีเกียรติ ณ ห้องลาดพร้าวสวีท ชั้นเอ็ม โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ

ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล กก.และเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ประธานเปิดงาน โดยมี ศ.เกียรติคุณ ดร.พญ.สมศรี เผ่าสวัสดิ์ นายกแพทยสภาแห่งประเทศไทย ,ศ.กิตติคุณ ดร.สุทธิพันธ์ จิราธิวัฒน์ กก.บริหารกลุ่มเซ็นทรัล,เทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย,มาริสา สุโกศล หนุนภักดี ประธานคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านท่องเที่ยว,สุพัตรา จิราธิวัฒน์ กก.บมจ.รร.เซ็นทรัลพลาซาฯ,เจ สุรเสน ศิลปินเพชรสยาม ปี 2558,วุฒิศักดิ์ พิชญกานต์ ผจก.ทั่วไป รร.เซ็นทารา แกรนด์ เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ และ เชฟนิ่ม ไพรินทร์ หาหิงษา ร่วมในพิธีเปิดงาน

ประธานในพิธี ชมนิทรรศการศิลปะพิเศษ “เสน่ห์ธรรมชาติ เสน่ห์บุปผา เสน่หาบุษบา” โดย เจ สุรเสน

กิจกรรมภายในงานนำเสนอความเป็นไทยผ่านกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ โดยได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรผู้ส่งเสริมความร่วมมือเพื่อผลักดันซอฟต์พาวเวอร์ของไทย อาทิ นิทรรศการศิลปะโดย เจ สุรเสน ศิลปินผู้ได้รับรางวัลเพชรสยาม ปี 2558 การสาธิตการทำอาหารไทย โดย เชฟนิ่ม ไพรินทร์ หาหิงษา ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารไทยจากห้องอาหารสวนบัว ภายใต้แนวคิด “ทานอาหารให้เหมือนยา” นอกจากนี้ยังมี โรงเรียนสอนอาหารครัววันดี ที่เป็นสถานศึกษาด้านอาหารไทยระดับโลก บูธแสดงสินค้าและเครื่องดื่มจากแบรนด์ไทย “แกรนด์ มอนเต้” และ “เทพพนม” ซึ่งได้รับรางวัลระดับนานาชาติมาจัดแสดงสาธิตการทำอาหารและเครื่องดื่ม การแสดงดนตรีไทย พร้อมทั้งลิ้มรสอาหารที่ได้รับการรังสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษสำหรับงานนี้โดยเฉพาะ ได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมงานอย่างล้นหลาม รวมทั้งนิทรรศการจิตรกรรมพิเศษ “เสน่ห์ธรรมชาติ เสน่ห์บุปผา เสน่หาบุษบา” โดย เจ สุรเสน จัดแสดงระหว่างนี้จนถึงวันที่ 15 กรกฎาคม 2568 ณ ชั้นเอ็ม โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ และจัดแสดงภายในห้องอาหารสวนบัว

วุฒิศักดิ์ พิชญกานต์ ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ  กล่าวว่า “งาน Splash Hotel Soft Power Showcase 2025  ถือเป็นโอกาสสำคัญที่โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ ได้มีส่วนร่วมในการส่งเสริมมรดกทางวัฒนธรรมไทย โดยการผสานศิลปะและอาหารเข้าด้วยกัน เพื่อเผยแพร่ความงดงามและคุณค่าเหล่านี้สู่สายตาชาวไทยและชาวต่างชาติ ขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมแรงร่วมใจ ทั้งศิลปิน พันธมิตรทางธุรกิจ ผู้จัดงานและแขกผู้มีเกียรติที่ทำให้งานนี้ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม”

ทั้งนี้ การจัดงานดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของ THACCA SPLASH – Soft Power Showcase 2025 ที่จัดโดย Thailand Creative Culture Agency (THACCA) เพื่อส่งเสริม 11 อุตสาหกรรมซอฟต์พาวเวอร์ของไทย และผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์

กลางแห่งความคิดสร้างสรรค์และศิลปวัฒนธรรมในเวทีโลก ผู้สนใจเยี่ยมชมนิทรรศการศิลปะ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทรศัพท์ 02-541-1234  หรือติดต่อผ่าน Line OA: @centaraladprao  และ Inbox: https://bit.ly/centaraladprao