คุยกัน 7 วันหน : กัมพูชายังอยู่ Tier 3 สหรัฐฯ ชี้ ‘สนับสนุนค้ามนุษย์’

คุยกัน 7 วันหน : กัมพูชายังอยู่ Tier 3 สหรัฐฯ ชี้ ‘สนับสนุนค้ามนุษย์’

คุยกัน 7 วันหน : กัมพูชายังอยู่ Tier 3 สหรัฐฯ ชี้ ‘สนับสนุนค้ามนุษย์’

วันอาทิตย์ ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 07.00 น.

หลังจากปล่อยให้รอมานานหลายเดือน ล่าสุด เว็บไซต์กระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ก็ได้ฤกษ์เผยแพร่รายงานเกี่ยวกับสถานการณ์การค้ามนุษย์ (Trafficking in Persons Report: TIP Report) ประจำปี 2025 เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (29 ก.ย.) เริ่มด้วยการแจกแจงนิยามคำว่า trafficking in persons และ human trafficking ว่าเป็นคำกว้าง ๆ ที่ใช้หมายถึงการก่ออาชญากรรมที่ผู้ค้ามนุษย์แสวงประโยชน์และได้กำไรจากผู้ใหญ่หรือเด็ก ด้วยการบังคับให้ใช้แรงงานหรือค้าประเวณี ถือเป็นการก่ออาชญากรรมไม่ว่าจะมีการใช้กำลัง หลอกหลวง หรือข่มขู่ก็ตาม รัฐบัญญัติคุ้มครองเหยื่อการค้ามนุษย์ของสหรัฐฯ (TVPA) และพิธีสารว่าด้วยการป้องกัน ปราบปราม และลงโทษการค้ามนุษย์ของสหประชาชาติ (UN TIP Protocol) ที่มี 183 ประเทศให้สัตยาบันหรือลงนาม ได้ให้คำนิยามการค้ามนุษย์คล้ายคลึงกัน โดยมีกรอบในการพิจารณา 3 ประการประกอบด้วย การกระทำ วิธีการ และเจตนา พร้อมกับย้ำว่า ในการก่ออาชญากรรมที่เข้าข่ายการค้ามนุษย์ เหยื่อไม่จำเป็นต้องถูกเคลื่อนย้ายจากสถานที่หนึ่งไปอีกสถานที่หนึ่ง

รายงานฉบับนี้ ยังคงจัดกัมพูชาอยู่ระดับที่ 3 (Tier 3) ของกลุ่มประเทศที่ประสบปัญหาการค้ามนุษย์อยู่ในระดับต่ำที่สุด หมายถึงประเทศที่ดำเนินการไม่สอดคล้องกับมาตรฐานขั้นต่ำตามกฎหมายสหรัฐฯ และไม่มีความพยายามแก้ไข ซึ่งสหรัฐฯ อาจพิจารณาระงับการให้ความช่วยเหลือที่มิใช่ความช่วยเหลือเพื่อมนุษยธรรมและการค้า

รายงานยังระบุว่า บรรดาเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลกัมพูชาล้วนได้ประโยชน์ทางการเงินจากการค้ามนุษย์  ยิ่งไปกว่านั้นยังพบว่า ฝ่ายรัฐบาลได้ขัดขวางการบังคับใช้กฎหมายเสียเอง กัมพูชาไม่เคยจับกุมหรือดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้องหรือเจ้าของศูนย์หลอกลวงข้ามชาติ ซึ่งมีทั้งวุฒิสมาชิกและที่ปรึกษารัฐบาล กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เน้นว่า กัมพูชาไม่ได้รายงานเกี่ยวกับการตัดสินความผิดใดๆ มาตั้งแต่ปี 2022 ตอกย้ำว่าพวกเขาล้มเหลวในการทำตามมาตรฐานขั้นต่ำของการกำจัดการค้ามนุษย์

ถือเป็นครั้งแรกที่มีการระบุชื่อกัมพูชาไว้ในกลุ่มรัฐสนับสนุนการค้ามนุษย์ 13 ประเทศที่มีนโยบายหรือรูปแบบที่มีการบันทึกเป็นหลักฐานเรื่องการค้ามนุษย์ โครงการค้ามนุษย์ที่รัฐบาลสนับสนุน การบังคับใช้แรงงานในภาคส่วนต่าง ๆ ที่อยู่ในเครือของรัฐบาล การบังคับเป็นทาสกามในค่ายของรัฐบาล และการจ้างหรือเกณฑ์ทหารเด็ก กลุ่มรัฐเหล่านี้ประกอบด้วยอัฟกานิสถาน, เบลารุส, พม่า (เป็นชื่อที่สหรัฐฯใช้เรียกเมียนมา), กัมพูชา, จีน, คิวบา, เอริเทรีย, อิหร่าน, เกาหลีเหนือ, รัสเซีย, เซาท์ซูดาน, ซูดาน และซีเรียในสมัยรัฐบาลอดีตประธานาธิบดี บาชาร์ อัล-อัสซาด

คณะกรรมการต่อต้านการค้ามนุษย์แห่งชาติของกัมพูชาเอง ได้ยอมรับเมื่อช่วงต้นปี ว่ามีเหตุค้ามนุษย์เพิ่มขึ้นในปี 2024 พร้อมระบุจนถึงวันที่ 21 สิงหาคมปีนี้ พวกเจ้าหน้าที่ได้เล็งเป้าสถานที่ต่างๆ 72 แห่ง ทั่ว 18 จังหวัด ควบคุมผู้ต้องสงสัยมากกว่า 3,000 คน ที่มาจากประเทศต่างๆ 19 ชาติ ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรีฮุน มาเน็ต ยอมรับในเดือนธันวาคม 2024 ว่ากัมพูชากำลังถูกใช้เป็นฐานสำหรับการค้ามนุษย์ และรับปากจะไม่อดทนกับอาชญากรรมข้ามชายแดนทุกรูปแบบ แต่ถึงกระนั้นเมื่อปีที่แล้ว กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้อายึดทรัพย์ ลี ยงพัด นักธุรกิจและวุฒิสมาชิกจากพรรครัฐบาล และธุรกิจของเขาหลายอย่างตกอยู่ภายใต้มาตรการควาบาตร ตามคำกล่าวหาค้ามนุษย์ ฟอกเงิน ใช้แรงงานบังคับ และฉ้อโกงทางออนไลน์

เมื่อมีการเเฉออกมาแบบนี้ สม รังสี อดีตผู้นำฝ่ายค้านกัมพูชา ก็ไม่รอช้า แชร์ข้อมูลและข่าวจากสถานีโทรทัศน์ CNN ที่รายงานข่าวเรื่องนี้ทันที พร้อมข้อความว่า นอกจากรัฐบาลกัมพูชาจะละเลย ไม่จัดการกับการค้ามนุษย์ แต่ยังมีส่วนร่วมอย่างเป็นระบบในการสนับสนุนและอํานวยความสะดวกในอาชญากรรมการค้ามนุษย์ รวมถึงการปราบปรามสิทธิของชาวกัมพูชาเองด้วย

สำหรับไทย ยังคงอยู่ในระดับที่ 2 (Tier 2)  ซึ่งไทยอยู่ในระดับนี้มาเป็นปีที่ 4 ติดต่อกันแล้ว รายงานระบุว่า รัฐบาลได้แสดงความพยายามเพิ่มขึ้น รวมถึงปฏิบัติการกวาดล้างกลุ่มอาชญากร และศูนย์หลอกลวงตามแนวชายแดน อย่างไรก็ตาม การทุจริตคอร์รัปชั่นในหมู่เจ้าหน้าที่รัฐยังคงบั่นทอนความพยายามปราบปรามการค้ามนุษย์โดยเฉพาะตามแนวพรมแดนกับเพื่อนบ้าน

โพสต์ในเฟซบุ๊กของของสถานทูตไทยประจำกรุงวอชิงตัน ดีซี อธิบายว่า สหรัฐฯ จัดระดับประเทศต่าง ๆ ในเรื่องนี้ทั้งหมด 4 ระดับ เริ่มตั้งแต่ระดับที่ 1 (Tier 1) หมายถึงประเทศที่ดำเนินการสอดคล้องตามมาตรฐานขั้นต่ำของสหรัฐฯ ระดับที่ 2 (Tier 2) หมายถึงประเทศที่ดำเนินการไม่สอดคล้องตามมาตรฐานขั้นต่ำของสหรัฐฯ แต่มีความพยายาม ระดับที่ 2 ที่ต้องจับตามองเป็นพิเศษ (Tier 2 Watch List) คล้ายกับระดับที่ 2 โดยมีจำนวนเหยื่อการค้ามนุษย์เพิ่มขึ้น หรือไม่มีหลักฐานชัดเจนว่ารัฐบาลเพิ่มความพยายามดำเนินการต่อต้านการค้ามนุษย์

สุดท้ายคือระดับที่ 3 (Tier 3) หมายถึงประเทศที่ดำเนินการไม่สอดคล้องกับมาตรฐานขั้นต่ำตามกฎหมายสหรัฐฯ และไม่มีความพยายามแก้ไข ซึ่งสหรัฐฯ อาจพิจารณาระงับการให้ความช่วยเหลือที่มิใช่ความช่วยเหลือเพื่อมนุษยธรรมและการค้า  นอกจากนี้ ยังอาจไม่ให้งบประมาณสนับสนุนแก่ลูกจ้างรัฐบาลในการเข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนด้านการศึกษาและวัฒนธรรม รวมทั้งอาจคัดค้านความช่วยเหลือที่รัฐบาลประเทศนั้น ๆ อาจได้รับจากสถาบันการเงินระหว่างประเทศ เช่น กองทุนการเงินระหว่างประเทศและธนาคารโลกด้วย

รายงาน TIP Report  ถือเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดทิศทางการค้ามนุษย์ทั่วโลก ในแต่ละปีรวบรวมสถานการณ์การค้ามนุษย์ในเกือบ 190 ประเทศและเขตเศรษฐกิจ อย่างไรก็ดี เว็บไซต์เดอะการ์เดียนของอังกฤษระบุว่า กระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ เผยแพร่รายงาน TIP ฉบับล่าสุด ล่าช้าและเงียบเชียบ ทั้งที่มีหน้าที่จัดทำรายงานเพื่อเสนอต่อรัฐสภาภายในวัน 30 มิถุนายนของทุกปี หลังจากถูกเดอะการ์เดียนขุดคุ้ยและถูกรัฐสภาสหรัฐฯ กดดัน เดอะการ์เดียนเคยย้ำเรื่องการออกรายงานล่าช้าในบทความวันที่ 17 กันยายนว่า รัฐบาลประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ลดความพยายามของหน่วยงานรัฐบาลกลางลงอย่างมากในเรื่องการต่อต้านการค้ามนุษย์

ดาโน โทนาลี

อิมแพ็คฯ ชวนเหล่าเพื่อนรักสัตว์เลี้ยงเช็กอิน จัดศึก ‘นักรบหางยาว’ ลงสนามประลองความเร็ว อุ่นเครื่องก่อนงานใหญ่ Pet Variety 2025

อิมแพ็คฯ ชวนเหล่าเพื่อนรักสัตว์เลี้ยงเช็กอิน จัดศึก ‘นักรบหางยาว’ ลงสนามประลองความเร็ว อุ่นเครื่องก่อนงานใหญ่ Pet Variety 2025

อิมแพ็คฯ ชวนเหล่าเพื่อนรักสัตว์เลี้ยงเช็กอิน จัดศึก ‘นักรบหางยาว’ ลงสนามประลองความเร็ว อุ่นเครื่องก่อนงานใหญ่ Pet Variety 2025

วันอาทิตย์ ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

วันหยุดที่ผ่านมา พื้นที่ชาน แอท ดิ อเวนิว แจ้งวัฒนะ กลายเป็นจุดนัดพบของเหล่าเพื่อนรักต่างสายพันธุ์ที่ควงคู่มากับคุณพ่อคุณแม่ ออกมาใช้เวลาร่วมกันอย่างคึกคักในบรรยากาศอบอุ่นภายใต้ธีม “ANNYEONG เพื่อนรัก…นัด Check In”งานนี้เต็มไปด้วยสีสัน ทั้งเสียงหัวเราะ  ความน่ารัก และกิจกรรมสุดสร้างสรรค์ ไฮไลท์ที่เรียกเสียงฮือฮาและสะกดสายตาที่สุดคือ การแข่งขัน “Come Here Baby” กับการวิ่งแข่งของ มอนิเตอร์ลิซาร์ด หรือที่หลายคนคุ้นกันว่า “ตัวเงินตัวทอง”  ที่พร้อมใจกันลงสนาม สร้างโมเมนต์ทั้งขำ ทั้งเอ็นดูให้แฟนสัตว์เลี้ยงได้ปรบมือเชียร์กันสนั่นพร้อมด้วยกิจกรรมอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกมากมาย งานนี้ถือเป็นการเรียกน้ำย่อยความสนุก ก่อนถึงงานใหญ่ SmartHeart presents Thailand Pet Variety Exhibition 2025 ที่เตรียมจัดขึ้นใน วันพฤหัสบดีที่ 9 – วันอาทิตย์ ที่12 ตุลาคม 2568 ณ อาคาร 7-8 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ตั้งแต่เวลา 10.00 – 20.00 น.

การแข่งขันกระต่ายปะทะเต่า

การแข่งขัน Come Here Baby

การแข่งขันหมาเลีย แมวเลีย

กิจกรรมเวิร์กช้อปภายในงาน

เสียงเฮดังสนั่นทันทีที่เปิดสนาม Come Here Baby กิจกรรมที่ทำเอาผู้ชมทั้งงานต้องเบิกตากว้างเมื่อผู้เข้าแข่งขันที่พากันวิ่งลงสนามคือ มอนิเตอร์ลิซาร์ด หรือที่หลายคนคุ้นชื่อว่า “ตัวเงินตัวทอง” เหล่าเพื่อนรักสายเลื้อยที่พร้อมใจกันออกวิ่งสุดแรงเกิด แม้จะดูยึกยัก แต่เต็มไปด้วยความตั้งใจ ทุกก้าวที่เคลื่อนไปข้างหน้าทำเอาคนดูทั้งขำ ทั้งเอ็นดู พร้อมส่งเสียงเชียร์ให้กำลังใจไม่ขาดปาก กลายเป็นหนึ่งในโมเมนต์ไฮไลท์ที่ใครได้อยู่ตรงนั้นต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า น่ารักเกินต้าน! ส่วนอีกหนึ่งกิจกรรมที่เรียกเสียงหัวเราะและความประทับใจจากผู้ร่วมงานคือ คู่แข่งต่างสายพันธุ์ในตำนาน “กระต่ายปะทะเต่า” ที่ถูกยกจากนิทานคลาสสิกมาโลดแล่นบนสนามจริง กระต่ายตัวจิ๋ววิ่งปรู๊ดปร๊าดสวนทางกับเต่าที่ค่อย ๆ เดินอย่างมั่นคง เสียงหัวเราะดังขึ้นทุกครั้งที่เห็นภาพความต่างสุดขั้วที่ลงตัวอย่างน่าเอ็นดู ที่สำคัญคือผลการแข่งขันไม่ได้มีใครแพ้ใครชนะขาด เพราะแต่ละรอบต่างผลัดกันคว้าชัย สร้างสีสันแบบ ไม่มีใครน้อยหน้าใคร กลายเป็นเวทีแห่งความสุขที่ทุกคนปรบมือให้ทั้งกระต่ายและเต่าอย่างเท่าเทียม ความสนุกยังต่อเนื่องกับการประกวดสุดครีเอตทั้ง หมาเลียไวได้ใจโอปป้า และ แมวเลียแดนกิมจิ ที่เหล่าเพื่อนรักสี่ขาต่างแต่งตัวจัดเต็มในสไตล์เกาหลี พร้อมโชว์ความน่ารักและแข่งขันกินขนมกันอย่างสนุก สนานจนผู้ชมอดยิ้มตามไม่ได้ งานนี้บอกได้คำเดียวว่า สนุกจนลืมเวลา!

เวทีความสนุกไม่ได้หยุดอยู่แค่การแข่งขัน แต่ยังต่อเนื่องด้วยกิจกรรมเวิร์กช็อปที่ทำเอาทั้งครอบครัวและสายมูต้องยิ้มแก้มปริ เริ่มตั้งแต่การทำ เครื่องรางนำโชคสไตล์เกาหลี ที่ครั้งนี้ไม่เพียงให้คุณพ่อคุณแม่ผู้เลี้ยงพกติดตัวไว้เป็นขวัญกำลังใจ แต่ยังเปิดโอกาสให้ ลูกๆ สัตว์เลี้ยง ได้มีเครื่องรางคู่ใจของตัวเอง  ตามมาด้วย Love Key Ceremony ฉบับนัมซานทาวเวอร์ ที่ชวนครอบครัวมาทำกุญแจแห่งรักคู่กับสัตว์เลี้ยง เหมือนสัญลักษณ์แห่งความผูกพันที่ไม่มีวันขาดหาย และปิดท้ายด้วยความสนุกแบบหวานๆ อย่าง ทำเจลลี่สำหรับสัตว์เลี้ยง ที่ทั้งเจ้าของและลูกๆ ได้ลงมือเพ้นท์ถ้วยเจลลี่ด้วยกัน ก่อนจะส่งต่อความสุขให้เพื่อนรัก ลูกรักได้ลิ้มลองจริงๆ

ภายในงานยังอบอวลไปด้วยความน่ารักของเหล่าสัตว์เลี้ยงหลากหลายสายพันธุ์ที่พากันมาร่วมสร้างสีสัน ไม่ว่าจะเป็นงู กระต่าย มอนิเตอร์ลิซาร์ด นกแก้วมาคอว์ น้องหมา น้องแมว เต่า และอีกมากมาย ทุกตัวต่างควงคู่มากับคุณพ่อคุณแม่ผู้เลี้ยง เพื่อใช้เวลาวันหยุดสุดสัปดาห์ร่วมกันอย่างอบอุ่นและสนุกสนาน และทั้งหมดนี้ยังเป็นเพียงบรรยากาศเรียกน้ำย่อยเท่านั้น เพราะของจริงกำลังจะเกิดขึ้นในงาน SmartHeart presents Thailand Pet Variety Exhibition 2025  ครั้งที่ 15 ระหว่างวันพฤหัสบดี ที่ 9 –วันอาทิตย์ ที่12 ตุลาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 10.00 – 20.00 น. ณ อาคาร 7-8 อิมแพ็ค เมืองทองธานี มหกรรมที่รวบรวมสัตว์เลี้ยงทุกสายพันธุ์ไว้ในงานเดียว อัดแน่นด้วยการประกวดสุดครีเอต โซนสัตว์หายาก และกิจกรรมอีกมากมาย  

แหวกฟ้าหาฝัน : ผลงานจิตรกรรมรุ่นใหม่ที่ใหญ่ที่สุดของสวีเดน Tower of Babel

แหวกฟ้าหาฝัน : ผลงานจิตรกรรมรุ่นใหม่ที่ใหญ่ที่สุดของสวีเดน Tower of Babel

แหวกฟ้าหาฝัน : ผลงานจิตรกรรมรุ่นใหม่ที่ใหญ่ที่สุดของสวีเดน Tower of Babel

วันอาทิตย์ ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

Tower of Babel ที่มักเป็นหัวข้อในงานจิตรกรรมนั้นมีต้นกำเนิดในพระคัมภีร์ไบเบิล นั่นคือสิ่งก่อสร้างในดินแดนบาบิโลนที่ถูกกล่าวถึงใน ปฐมกาล 11:1-9 ว่าเป็นหอคอยที่ถูกสร้างขึ้นโดยชนชาติที่มีภาษาเดียวเพื่อแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จและต้องการป้องกันความแตกแยก พวกเขาจึงตั้งเป้าว่าจะสร้างเมืองของตัวเองและสร้างหอคอยให้ไปถึงจุดสูงสุดของสวรรค์เพื่อประกาศศักดาของชนชาติตน ไม่เช่นนั้นพวกเขาอาจแตกกระจายไปตามพื้นที่ต่าง ๆ บนโลก พระเจ้าเลยทำโทษความไร้สาระของพวกเขาด้วยการทำให้พวกเขาสับสนกับภาษาที่ใช้ระหว่างกันเกิดเป็นหลากหลายภาษาจนไม่สามารถที่จะสื่อสารกันได้

The Tower of Babel เป็นหัวข้อที่ศิลปินนิยมรังสรรค์งานมาแต่โบราณ ศิลปินที่มีชื่อเสียงที่สุดที่รังสรรค์งานชื่อนี้คือ Peter Bruegel the Elder เขาเกิดในปี 1525 ในครอบครัวช่างฝีมือและศิลปิน เมื่ออายุได้ 21 ปี เขาก็แต่งงานกับศิลปินอีกผู้หนึ่งที่มีพรสวรรค์มากและร่วมกันสร้างสรรค์งานร่วมกันนับจากนั้นมา ผลงานส่วนใหญ่ของเขาเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับชาวนาและทิวทัศน์โดยได้รับแรงบันดาลใจจาก Hieronymus Bosch  ผลงานชิ้นแรกของเขาที่ใช้ชื่อ Tower of Babel นี้รังสรรค์ขึ้นบนงาช้างขนาดเล็ก ในระหว่างปี 1552-3 แต่ได้สูญหายไป ส่วนผลงานอีก 2 ชิ้นของศิลปินคนเดียวกันปัจจุบันจัดแสดงอยู่ที่ Kunsthistoriesches Museum ในกรุงเวียนนา ออสเตรีย และ Museum Boijmans Van Beuningen ในเมืองรอตเทอร์ดัม เนเธอร์แลนด์ แม้งานจิตรกรรมทั้งสองชิ้นจะมีส่วนคล้ายกัน แต่ชิ้นที่จัดแสดงที่เวียนนาถือเป็นชิ้นที่มีชื่อเสียงที่สุด มีรายละเอียดมากที่สุดและถูกเลียนแบบมากที่สุดด้วย 

สำหรับ Tower of Babel ฉบับสวีเดนนั้นเป็นผลงานที่เป็นความร่วมมือของศิลปินหลายคนที่เรียกว่ากลุ่ม Hofbrigaden ประกอบด้วย Ulf Rahmberg, Stefan Teleman, Cilla Ericson, Julie Leonardsson และ Ingrid Olsson โดยมี Cilla Ericson เป็นศิลปินที่โดดเด่นสุด ผลงานชิ้นนี้เกิดจากจิตรกรรม 2 ชิ้นประกอบโดยชิ้นแรกชื่อ The Emperor’s New Clothes แต่ Stockholm Lokaltrafik ไม่ยินยอมให้จัดแสดงผลงานนี้ในนิทรรศการ “Brigadmåleri 1978” พวกเขาจึงนำมันไปจัดแสดงอยู่ที่ระเบียงที่มหาวิทยาลัย Lulea University of Technology อยู่ 40 ปี แต่เนื่องจากการปรับปรุงมหาวิทยาลัย ผลงานชิ้นนี้จึงจำเป็นต้องเคลื่อนย้ายอีกครั้ง  กลุ่ม Hofbrigaden เลยตัดสินใจวาด Tower of Babel ทับผลงานชิ้นเดิมนี้ด้วยเรื่องราวที่ล้อเลียนนักการเมืองทั้งในสวีเดนและต่างประเทศจนกลายเป็นภาพวาดที่ใหญ่ที่สุดของสวีเดน การจัดแสดงนิทรรศการเดี่ยวของ Cilia Ecicson ใน Royal Academy of Fine Arts ภัณฑรักษ์จึงได้นำผลงานร่วมชิ้นนี้ของศิลปินมาจัดแสดงไว้ด้วย นักท่องเที่ยวจะเห็นว่าผลงานชิ้นนี้ใช้สีสันที่สดใส มีเรื่องราวที่ดูแปลกตายากที่จะเข้าใจ แต่เป็นไปในเชิงล้อเลียนแน่นอน อีกทั้งยังเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ทั้งโบราณ และปัจจุบันสังเกตุได้จากชุดแต่งกายซึ่งก็ให้ความสนุกสนานเพลิดเพลินกับผู้ชมได้อย่างดีเลยทีเดียว

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

วันอาทิตย์ ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ธรณีพิโรธขนาด 6.9 เขย่าภาคกลางฟิลิปปินส์

ประมวลภาพความเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหวขนาด 6.9 นอกชายฝั่งจังหวัดเซบู ในภูมิภาควิซายาส ทางภาคกลางของฟิลิปปินส์ เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา (30 ก.ย.) ล่าสุด ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็นอย่างน้อย 72 รายแล้ว และมีผู้บาดเจ็บอีกกว่า 300 คน อาคารบ้านเรือน ร้านค้า ห้างสรรพสินค้า รวมถึงโบสถ์คริสต์เก่าแก่อายุกว่า 100 ปีเสียหายหนัก กระแสไฟฟ้าดับเป็นบริเวณกว้าง ชาวบ้านหลายพันครอบครัวยังต้องอาศัยอยู่ตามที่โล่งแจ้งหรือข้างถนน เพราะยังกลัวว่าจะเกิดอาฟเตอร์ช็อกตามมา ขณะที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยเตือนว่า อาจมีศพผู้เสียชีวิตอีกมากถูกฝังอยู่ใต้ซากอาคารบ้านเรือนที่พังถล่ม

ปิดฉาก ‘ARDA AGRINEXT THAILAND 2025’ หลังขน 100 ผลงานวิจัย พลิกอนาคตเกษตรไทยสู่ความยั่งยืนบนเวทีโลก

ปิดฉาก ‘ARDA AGRINEXT THAILAND 2025’ หลังขน 100 ผลงานวิจัย พลิกอนาคตเกษตรไทยสู่ความยั่งยืนบนเวทีโลก

ปิดฉาก ‘ARDA AGRINEXT THAILAND 2025’ หลังขน 100 ผลงานวิจัย พลิกอนาคตเกษตรไทยสู่ความยั่งยืนบนเวทีโลก

วันอาทิตย์ ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

งานมหกรรมวิจัยและนวัตกรรมการเกษตรแห่งปี “ARDA AGRINEXT THAILAND 2025” ปิดฉากลงอย่างสมบูรณ์แบบ ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความภาคภูมิใจ โดยสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ ARDA จัดขึ้นเมื่อวันที่ 25 – 28 ก.ย.68 ณ อิมแพค เมืองทองธานี ภายใต้แนวคิด“นวัตกรรมเกษตรอัจฉริยะ : พลิกโฉมการเกษตรไทยสู่ความยั่งยืนและการแข่งขันในเวทีโลก”

ดร.วิชาญ อิงศรีสว่าง ผู้อำนวยการ ARDA เปิดเผยว่า ตลอด 4 วันของการจัดงาน มีผู้เข้าร่วมงานกว่า 10,000 คน และมีผู้ติดตามผ่านช่องทางออนไลน์นับล้านครั้ง การจัดงานนี้ จึงไม่เพียงเป็นเวทีแสดงผลงานวิจัย แต่ยังพิสูจน์ว่างานวิจัยไทยสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้จริง ซึ่งงานวิจัยถือเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้เกษตรกรไทยสามารถปรับตัวได้ จากการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และสร้างมูลค่าเพิ่ม

ทั้งนี้ เมื่อประเมินภาพรวมผลงานวิจัยของ ARDA จำนวน 3,042 โครงการ พบว่าสามารถสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจรวมแล้วกว่า 19,000 ล้านบาท ตอกย้ำให้เห็นว่าการลงทุนวิจัยของ ARDA นั้น ไม่ได้หยุดอยู่ในห้องแล็บ แต่ได้ให้ความสำคัญกับการขยายผลสู่เศรษฐกิจฐานราก เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตเและเพิ่มขีดความสามารถให้กับเกษตรกรไทยได้พร้อมรับมือกับการแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างมั่นใจ

สำหรับไฮไลท์ที่น่าสนใจแบ่งออกเป็น 4 โซนหลัก ได้แก่ โซน ARDA Showcase : พบกับผลงานวิจัยที่ใช้ได้จริง เปลี่ยนชีวิตเกษตรกรได้จริง อาทิ ปุ๋ยพลาสมาไนโตรเจน ลดการใช้ปุ๋มเคมีกว่า 50% ลดต้นทุนการผลิตผักสลัดเหลืองเพียง 7-10 บาท/กก. เทคโนโลยีผลิต “ผำ” เชิงอุตสาหกรรม ปลอดภัย ได้มาตรฐาน การเลี้ยงแมลงโปรตีน BSF ทางเลือกใหม่ในการผลิตอาหารสัตว์ ลดต้นทุนกว่า 50% และสร้างรายได้ต่อเนื่องกว่า 4 ล้านบาทต่อปี

โซน Agri Tech : เทคโนโลยีเกษตรล้ำยุค ยกระดับประสิทธิภาพและใส่ใจสิ่งแวดล้อม อาทิ โดรนกำจัดศัตรูมะพร้าว เทคโนโลยีฉีดพ่นสุดล้ำ พ่นใต้ใบได้ทุกจุด ลดความเสียหายผลผลิต–เพิ่มกำไร 20% พันธุ์ข้าวทนเค็ม ปลูกได้ในพื้นที่นำเค็ม ผลผลิตเพิ่มขึ้น จาก 300 – 400 กก./ ไร่ เป็น 650 – 750 กก./ ไร่

โซน Agri Next : เกษตรดิจิทัล อาหารอนาคต และนวัตกรรมแม่นยำสูง อาทิ ระบบเฝ้าระวังฝนตกน้ำท่วม  ระบบแม่นยำแจ้งเตือนไว ลดความเสียหายผลผลิตเกษตรกร 20-30 % มูลค่ารวมกว่า 15 – 20 ล้านบาท/ปี  MunBOT แอปเฝ้าระวังและเตือนภัยโรคมันสำปะหลัง 

โซน Agri Colorful : ดื่มด่ำสีสันความหลากหลายของสินค้าเกษตรไทย ทั้งแปลกใหม่ หลากหลาย และสร้างมูลค่าเพิ่มได้เกินคาด อาทิ มะละกอพันธุ์ปลักไม้ลาย ทนโรค เพิ่มผลผลิต 750 กก./ ไร่ สร้างรายได้ 84,694 บาท / ปี เทคโนโลยีและนวัตกรรมขยายพันธุ์ปะการังอ่อนฟื้นทะเลไทยแห่งแรก แห่งเดียวของประเทศไทย

นอกจากจัดแสดงนิทรรศการงานวิจัยแล้ว การจัดงานครั้งนี้ ARDA ยังได้จัดให้มีพิธีมอบรางวัลเชิดชูเกียรติแก่ผลงานวิจัยและบุคลากรผู้สร้างคุณูปการต่อเกษตรไทย ประจำปี 2568 เพื่อเป็นกำลังใจและยกย่องความมุ่งมั่นและความสำเร็จของนักวิจัยไทย แบ่งเป็น 5 ประเภท ได้แก่ 1.โครงการวิจัยดีเด่น ได้แก่ การวิจัยเพื่อพัฒนาต้นแบบการบริหารจัดการน้ำเพื่อความยั่งยืนกรณีศึกษาลุ่มน้ำคลองสวนหมาก โดยมี รศ.ดร.สมชาย ดอนเจดีย์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ กำแพงแสน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นหัวหน้าโครงการ

2.รางวัลนักวิจัยด้านการเกษตรดีเด่น ได้แก่ รศ.ดร.น.สพ.ศุภชัย เนื้อนวลสุวรรณ  สังกัด จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย , 3.รางวัลนักเรียนทุน สวก. ที่มีผลงานวิจัยด้านการเกษตรดีเด่น ประเภทนักวิชาการ ได้แก่ ดร.ประกอบกิจ ดังไธสง นักวิชาการเกษตรชำนาญการพิเศษ กรมการข้าว , 4.รางวัลนักเรียนทุน สวก. ที่มีผลงานวิจัยด้านการเกษตรดีเด่น ประเภท Young Smart Farmer  ได้แก่ นายธนกร นันติ  , 5.รางวัลผู้ประกอบการ สวก. ดีเด่น ที่นำผลงานวิจัยด้านการเกษตรไปใช้ประโยชน์ ได้แก่  องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย ที่นำงานวิจัยไปใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม

“ARDA ขอขอบคุณเครือข่ายพันธมิตร หน่วยงานภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษา และเกษตรกรทุกท่าน ที่ร่วมให้การสนับสนุนการจัดงานในครั้งนี้ แน่นอนว่าความสำเร็จของงาน ARDA AGRINEXT THAILAND 2025 นอกจากจะสะท้อนศักยภาพงานวิจัยไทยที่พร้อมเชื่อมโยงสู่การใช้ประโยชน์ได้จริง ทั้งด้านเศรษฐกิจ ชุมชน และนโยบาย ยังเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนเกษตรไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืนต่อไป” ดร.วิชาญ กล่าวทิ้งท้าย       

Science Update : ยานอวกาศจีนถ่ายรูปเซลฟีคู่โลก

Science Update : ยานอวกาศจีนถ่ายรูปเซลฟีคู่โลก

Science Update : ยานอวกาศจีนถ่ายรูปเซลฟีคู่โลก

วันอาทิตย์ ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

องค์การบริหารอวกาศแห่งชาติจีน (CNSA) เปิดเผยภาพถ่ายยานอวกาศเทียนเวิ่น-2 (Tianwen-2) เคียงคู่โลก ซึ่งกล้องสังเกตการณ์ที่ติดตั้งบนแขนกลของยานฯ บันทึกได้ระหว่างเดินทางในอวกาศห้วงลึก โดยจุดเด่นของภาพคือธงแดงดาวห้าดวงหรือธงชาติจีนและแคปซูลส่งกลับสีขาว พร้อมโลกสีฟ้าที่อยู่ห่างไกลเป็นฉากหลัง

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ยานอวกาศเทียนเวิ่น-2 อยู่ห่างจากโลกราว 43 ล้านกิโลเมตร และอยู่ห่างจากดาวเคราะห์น้อย 2016เอชโอ3 (2016HO3) ราว 45 ล้านกิโลเมตร สามารถทำการทดสอบในวงโคจรหลายรายการ อาทิ ใช้อุปกรณ์เก็บตัวอย่างและตรวจสอบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ด้วยตนเอง โดยทุกระบบทำงานเป็นปกติและเครื่องมือบนยานฯ เริ่มต้นเก็บข้อมูลสภาพแวดล้อมอวกาศ

ที ลีสซิ่ง ร่วมกับอุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ คืนความอุดมสมบูรณ์สู่ธรรมชาติ ฟื้นฟูระบบนิเวศท้องทะเลไทย

ที ลีสซิ่ง ร่วมกับอุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ คืนความอุดมสมบูรณ์สู่ธรรมชาติ ฟื้นฟูระบบนิเวศท้องทะเลไทย

ที ลีสซิ่ง ร่วมกับอุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ คืนความอุดมสมบูรณ์สู่ธรรมชาติ ฟื้นฟูระบบนิเวศท้องทะเลไทย

วันอาทิตย์ ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สถานการณ์สัตว์น้ำทะเลของไทยในปัจจุบันมีความน่าเป็นห่วง หลังพบปริมาณสัตว์น้ำขนาดเล็กลดลง จากการป้อนอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ รวมถึงปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย และการสูญเสียแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ทะเล บริษัท ที ลีสซิ่ง จำกัด ผู้ให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ ในเครือ เอ็ม บี เค  เล็งเห็นความสำคัญของปัญหาดังกล่าว ที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางอาหารในระยะยาว จึงเดินหน้าสานต่อพันธกิจด้านความรับผิดชอบต่อสังคม อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดนายมงคล เพียรพิทักษ์กิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ที ลีสซิ่ง จำกัด นำทีมพนักงานจิตอาสาที ลีสซิ่ง กว่า 100 คน ร่วมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำคืนสู่ธรรมชาติ เพื่ออนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศทางน้ำ รวมถึงส่งเสริมความหลากหลายทางชีวภาพในแหล่งน้ำธรรมชาติ ณ อุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร จังหวัดเพชรบุรี

ทั้งนี้ การปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำที่ ที ลีสซิ่ง ร่วมกับอุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร  ก่อเกิดประโยชน์หลายด้านทั้งในเชิงสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ สังคม และการศึกษา เพราะการอนุรักษ์ระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ  ช่วยเพิ่มจำนวนประชากรสัตว์น้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติ  รักษาสมดุลของห่วงโซ่อาหารในระบบนิเวศ ป้องกันการสูญพันธุ์ของสัตว์น้ำท้องถิ่น  ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  ปรับปรุงคุณภาพน้ำและลดการพังทลายของพื้นที่ชายฝั่งหรือป่าชายเลน  ตลอดจนส่งเสริมการเรียนรู้  สร้างจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมสำหรับทุกคน ปลูกฝังความรับผิดชอบต่อสังคมและธรรมชาติ  เพิ่มแหล่งอาหารและรายได้ให้ชุมชนท้องถิ่นจากการประมงพื้นบ้านในระยะยาว  และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์อย่างยั่งยืน

มงคล เพียรพิทักษ์กิจ กล่าวว่า ในฐานะองค์กรธุรกิจ เรายึดมั่นว่าการเติบโตต้องควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม การปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำจึงไม่ใช่เพียงกิจกรรมเพื่อสังคม แต่คือการคืนความอุดมสมบูรณ์ให้ธรรมชาติ สร้างความสมดุลของระบบนิเวศ และเป็นแหล่งอาหารให้แก่ชุมชนในอนาคต “เราได้ร่วมกันปลูกจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมให้แก่พนักงาน สังคม และส่งต่อคุณค่าให้กับคนรุ่นต่อไป บริษัทฯ เชื่อว่าการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ช่วยให้ทรัพยากรธรรมชาติฟื้นตัวได้อย่างยั่งยืน และคงความงดงามไว้ให้ลูกหลานในอนาคต”

ด้าน กมลลฎา ขาวสว่าง เจ้าหน้าที่อุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร กล่าวว่า การปล่อยสัตว์น้ำเหล่านี้คืนสู่ธรรมชาติ เป็นเสมือนการฟื้นฟูระบบนิเวศของท้องทะเล ให้วัฏจักรการสืบพันธุ์ของสัตว์น้ำสามารถดำรงอยู่ “ทุกคนเป็นนักอนุรักษ์ได้โดยเริ่มจากสิ่งใกล้ตัว เช่นไปตลาดเห็นปูที่มีไข่อยู่นอกกระดอง เราควรซื้อมาปล่อยแทนการนำไปรับประทาน เพราะปูหนึ่งตัวมีลูกปูมากกว่า 700,000-800,000 ตัว ซึ่งสามารถขยายพันธุ์ต่อให้คนรุ่นหลังได้ สำหรับอุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร พร้อมต้อนรับทุกหน่วยงานที่ต้องการทำกิจกรรมเชิงอนุรักษ์ เพื่อร่วมกันฟื้นฟูระบบนิเวศป่าชายเลนและระบบนิเวศทางทะเลอย่างยั่งยืนค่ะ”

Health News : แก้ปัญหาตัวเหม็นเพราะเหงื่อออกมาก

Health News : แก้ปัญหาตัวเหม็นเพราะเหงื่อออกมาก

Health News : แก้ปัญหาตัวเหม็นเพราะเหงื่อออกมาก

วันอาทิตย์ ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ปัจจุบัน ความกังวลเกี่ยวกับเรื่องกลิ่นกาย ถูกโหมกระพือในสื่อสังคมออนไลน์ให้ดูเป็นเรื่องใหญ่ขึ้น มีการเผยแพร่บทความจำนวนมาก ที่แนะนำวิธีรักษากลิ่นกายให้หอมสดชื่นตลอดวัน ทั้งยังมีคลิปวิดีโอของบรรดาอินฟลูเอนเซอร์ ซึ่งสาธิตการฉีดสเปรย์ระงับกลิ่นกายทั่วตัวตั้งแต่หัวจรดเท้า

ศาสตราจารย์ มิเชลล์ สเปียร์ อาจารย์ผู้สอนวิชากายวิภาคศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยบริสตอลของสหราชอาณาจักร ให้คำอธิบายถึงเรื่องนี้ว่า การมีเหงื่อออกถือว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่สุด ทั้งยังเป็นกระบวนการทางชีววิทยาที่จำเป็นและขาดไม่ได้ สำหรับร่างกายของคนเรา คนส่วนใหญ่มีเหงื่อออกเมื่อเจอกับความร้อน ออกกำลังกาย หรือเกิดความเครียด เนื่องจากการหลั่งเหงื่อเป็นกลไกที่ร่างกายใช้ควบคุมอุณหภูมิ

เหงื่อที่อุดมไปด้วยไขมัน จะถูกผลิตขึ้นที่บริเวณรักแร้และขาหนีบ โดยแบคทีเรียที่อาศัยอยู่บนผิวหนังในบริเวณดังกล่าว จะย่อยสลายไขมันในเหงื่อ จนเกิดสารที่ส่งกลิ่นเหม็นตุๆ ซึ่งเป็นผลพลอยได้จากกระบวนการย่อยสลายของจุลชีพ ผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำให้จัดการกับกลิ่นเหงื่ออย่างเหมาะสม จนรู้สึกสบายตัวและไม่เป็นอุปสรรคต่อชีวิตประจำวัน ทั้งการอาบน้ำเป็นประจำ ให้ใส่ใจกับการทำความสะอาดในบางจุดเป็นพิเศษ เช่นที่รักแร้, ขาหนีบ, และเท้า เลือกสวมใส่ผ้าที่ทอจากเส้นใยธรรมชาติเช่นผ้าฝ้ายและผ้าลินิน ที่ช่วยดูดซับความชื้นและเช็ดเหงื่อออกจากผิวหนัง และใช้ผลิตภัณฑ์อย่างสารระงับกลิ่นกาย (deodorant) และสารระงับเหงื่อ (antiperspirant) สามารถจะช่วยเสริมให้ตัวเรามีกลิ่นที่สะอาดขึ้นได้

เปิดแนวคิด 3 ผู้บริหารธุรกิจ 3 เจเนอเรชัน สร้างธุรกิจยั่งยืน เริ่มต้นที่ Mindset

เปิดแนวคิด 3 ผู้บริหารธุรกิจ 3 เจเนอเรชัน สร้างธุรกิจยั่งยืน เริ่มต้นที่ Mindset

เปิดแนวคิด 3 ผู้บริหารธุรกิจ 3 เจเนอเรชัน สร้างธุรกิจยั่งยืน เริ่มต้นที่ Mindset

วันเสาร์ ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 07.00 น.

เมื่อกล่าวถึงความยั่งยืน คนส่วนมากจะนึกถึงสิ่งแวดล้อม โลก สังคม แต่มักจะมีอีกด้านหนึ่งที่คนทั่วไปไม่ค่อยนึกถึงคือ ความยั่งยืนของธุรกิจ ที่จะนำมาซึ่งความยั่งยืนในมิติของเศรษฐกิจ เพราะหากธุรกิจไม่สามารถยืนอยู่ได้ด้วยตัวเอง ย่อมไม่สามารถดูแลพนักงาน คู่ค้า ลูกค้า หรือแม้แต่ยื่นมือไปช่วยเหลือสังคม สิ่งแวดล้อมได้  ปีนี้ Sustainability Expo 2025 งานมหกรรมความยั่งยืนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค ชวนผู้นำธุรกิจของไทยที่ประสบความสำเร็จมาเผยความลับขั้นแรกของการสร้างธุรกิจอย่างยั่งยืน นั่นก็คือ Mindset หรือทัศนคติของผู้ประกอบการ

3 ผู้บริหารธุรกิจ 3 เจเนอเรชัน ที่มาขึ้นเวทีในครั้งนี้ ได้แก่ ธีระพงษ์ ระบือธรรม ซีอีโอและผู้ก่อตั้ง หงษ์ไทย ยาดมสมุนไพรที่คนไทยและต่างชาติรู้จักกันดี  กศม ชูดอกไม้ เจ้าของ Fishmonger และผู้ร่วมก่อตั้งlantaplathai.com ร้านอาหารและเว็บไซต์แหล่งรวมอาหารทะเลสดจากประมงพื้นบ้าน และ ทัพไทย ฤทธาพรม ซีอีโอและผู้รวมก่อตั้ง Haab, Layers, Haroy และ YogurBara Thailand แบรนด์ผลิตภัณฑ์อาหารและขนมที่คนรุ่นใหม่และนักท่องเที่ยวชื่นชอบ โดยมี สินธ์โต วาณิชย์กิตติ์  Head, SME Future Readiness, Brandi and Companies เป็นผู้ดำเนินการเสวนา

ธีระพงษ์ ระบือธรรม ซีอีโอและผู้ก่อตั้ง หงษ์ไทย

เป้าหมายต้องชัดเจน

เป้าหมายและความมุ่งมั่นที่จะสร้างธุรกิจ คือรากฐานสำคัญอันดับแรก  ผู้ประกอบการที่จะประสบความสำเร็จและสร้างธุรกิจที่ยั่งยืน ต้องยึดมั่นในเป้าหมายของตัวเองอย่างมั่นคง

ทัพไทยแชร์มุมมองว่าความยากของการเริ่มต้นธุรกิจคือ การตกหลุมพราง เพราะในการทำธุรกิจจริง ตอนเริ่มลงทุน จะยังไม่เห็นผล และดูเหมือนว่าลงทุนเท่าไหร่ก็ยิ่งขาดทุน ตรงจุดนี้หลายคนมักท้อ คิดว่าคงไม่ใช่แนวทางที่ถูกต้อง และตัดสินใจไม่ไปต่อ นี่คือการ “ตกหลุมพราง” ใหญ่

“ผมเริ่มลงทุนน้อยๆ ก่อนแล้วดูว่ามีแนวโน้มจะขึ้นไหม  ต้องทำแผนปานกลางและทำให้เล็กที่สุด พอเห็นแนวโน้มที่ดี จึงค่อยเดินหน้า ลงทุนเพิ่ม ต้องกล้าที่จะลองผิดลองถูก เวลาไม่ประสบความสำเร็จให้มองเป็นเรื่องเล็ก เวลาประสบความสำเร็จค่อยมองเป็นเรื่องใหญ่และเดินหน้าต่อ” ทัพไทย กล่าว

การมีเป้าหมายชัดเจน ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถหาพนักงานที่มีคุณภาพ มีศักยภาพที่จะขับเคลื่อนธุรกิจไปในทิศทางที่ตามต้องการ ทัพไทยจึงเน้นการค้นหาพนักงานที่ “ใช่” สำหรับธุรกิจอาหารที่มีกลุ่มเป้าหมายเป็นคนรุ่นใหม่ พนักงานที่คัดเลือกมาจึงเป็นคนที่มีจิตวิญญาณความเป็นผู้ประกอบการ (Entrepreneurship) ช่วยกันคิดช่วยกันทำ ช่วยกันขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตอย่างต่อเนื่องรวดเร็ว

ส่วนยาดมสมุนไพรหงษ์ไทย กว่าจะมาเป็นไอเทมฮิตในหมู่วัยรุ่นและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ธีระพงษ์ เล่าว่า เส้นทางธุรกิจของเขาเริ่มตั้งแต่ 10 ขวบ เพราะเหตุผลเดียว คือ ความกตัญญู หรือความแน่วแน่ที่จะดูแลทุกคนในครอบครัวให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี  เขาออกมาเริ่มทำงานตั้งแต่จบ ป. 6 เริ่มจากความไม่รู้ และเต็มไปด้วยการลองผิดลองถูก เรียนรู้แบบธรรมชาติ  แม้จะยากลำบากและเปลี่ยนเส้นทางธุรกิจมาหลายครั้งกว่าจะมาลงตัวที่ยาดมสมุนไพร แต่เป้าหมายยังคงไม่เปลี่ยนแปลง

“ความกตัญญู เป็นบ่อเกิดของการทำธุรกิจในทุกๆ เรื่อง เพราะเมื่อคุณรู้บุญคุณคน คุณจะต่อยอดรายละเอียดไปทั้งระบบ เรารักลูกน้อง ลูกน้องจะดีกับเรา เรารักคู่ค้า อย่าเอาเปรียบเขา เขาจะเชื่อมั่น ขนาดสั่งของล่วงหน้าเครดิตเป็นสิบล้านต่อเจ้า สั่งล่วงหน้าได้ เพราะเราไม่เคยเอาเปรียบใคร” ธีระพงษ์ กล่าว

กศม ชูดอกไม้ เจ้าของ Fishmonger และผู้ร่วมก่อตั้งlantaplathai.com 

เริ่มต้นที่ความชอบ

ความชอบ เป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนที่ทำให้ผู้ประกอบการมองเห็นโอกาส และหาทางพัฒนาธุรกิจให้ก้าวหน้า มีการพัฒนาอย่างยั่งยืน เช่นที่ กศม ได้สร้างเว็บไซต์ศูนย์กลางการจำหน่ายอาหารทะเลจากประมงพื้นบ้านเพราะเสียดายปลาที่ชาวประมงจับได้แต่ตลาดไม่รู้จักและไม่อยากซื้อ และต้องการสร้างช่องทางให้คนทั่วไปได้รู้จักและหันมาซื้อปลาเหล่านี้  ก่อนจะก้าวสู่ธุรกิจร้านอาหารที่เป็นที่ชื่นชอบของคนจำนวนมาก

“ตอนที่ตั้งลันตาปลาไทยในปีแรก ก็ขายไม่ออก แต่เราไม่ท้อ เพราะเราชอบ เราหาความรู้เพิ่มเติมทำให้รู้ลึกขึ้น ถ้าเป็นสิ่งที่เราชอบ เราสามารถทำซ้ำไปได้เรื่อยๆ  มีความสุขไปเรื่อยๆ  บางคนบอกว่าเมื่อประสบความสำเร็จแล้วจะมีความสุข แต่สำหรับผม มีความสุขไปเรื่อยๆ แล้วจะประสบความสำเร็จดีกว่า” กศม กล่าว

ทัพไทย ฤทธาพรม ซีอีโอและผู้รวมก่อตั้ง Haab, Layers, Haroy และ YogurBara Thailand 

คิดให้รอบ ทำน้อยแต่ยั่งยืน

อีกหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ธุรกิจสามารถดำเนินต่อเนื่องได้อย่างยั่งยืน คือ การคิดเป็นระบบและรอบด้านตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ซึ่งสร้างความยั่งยืนไม่เพียงสำหรับธุรกิจ แต่ครอบคลุมทุกหน่วยตลอดห่วงโซ่อุปทาน ชุมชน และสังคมยังเกิดความยั่งยืนด้วย

กศม ยกตัวอย่างเรื่องปลาไทยว่า การประมงพื้นบ้านที่ไม่ได้ใช้อวนลาก และเลือกจับเฉพาะปลาหรือสัตว์น้ำที่โตเต็มที่ แม้จะจับได้ปริมาณน้อย แต่จะมีผลที่ยั่งยืนกว่า เพราะผู้บริโภคจะได้ปลาที่มีคุณภาพ ท้องทะเลยังคงอุดมสมบูรณ์ เพราะไม่ได้มีการจับสัตว์น้ำแบบทิ้งๆ ขว้างๆ ชาวประมงยังคงทำอาชีพได้อีกนาน มีรายได้เลี้ยงครอบครัว ทำให้ชุมชนเกิดความเข้มแข็ง ธุรกิจเองก็เติบโตเพราะมีของที่มีคุณภาพเป็นที่ต้องการ เรียกว่าทุกคนได้รับประโยชน์กันทั้งหมด “แม้ปริมาณจะน้อย แต่แลกกับคุณภาพ และความยั่งยืน” กศม   กล่าว

งาน Sustainability Expo 2025 หรือ SX2025  ต้นแบบงานมหกรรมด้านความยั่งยืนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปีที่ทั้งอาเซียนและทั่วโลกต้องจับตา เป็นการรวมพลังครั้งสำคัญที่จะชวนคุณมาร่วมเปลี่ยนโลกให้ดีขึ้นไปในทศวรรษแห่งการลงมือทำ ด้วยการปรับตัวอย่างชาญฉลาด ตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน-วันที่ 5 ตุลาคม 2568 เวลา 10.00-20.00 น. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) ภายใต้แนวคิดหลักการจัดงาน “พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก” (Sufficiency for Sustainability)

งาน Sustainability Expo ริเริ่มขึ้นในปี 2020  ภายใต้ความร่วมมือของ 5 องค์กรธุรกิจ ซึ่ง บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เป็นแม่งาน ผนึกกำลังพัฒนาแพลตฟอร์มสู่มหกรรมด้านความยั่งยืนระดับภูมิภาค ร่วมขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปีนี้เป็นปีที่ 6 โดยน้อมนำพระปฐมบรมราชโองการตามพระราชปณิธานการสืบสาน รักษา ต่อยอด ของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาเป็นแนวทางการจัดงานร่วมกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของโลก (SDGs) ที่ทุกภาคส่วนจะมาร่วมมือกันบูรณาการ เพื่อสร้างแนวทางในการปรับใช้ได้จริงให้ครอบคลุมทุกระดับของการดำรงชีวิตได้อย่างความสมดุลเป็นรูปธรรม

มาร่วมเรียนรู้และรับแรงบันดาลใจจากงาน SUSTAINABILITY EXPO 2025 (SX2025) ชั้น G  ได้จนถึงวันที่ 5 ตุลาคม 2458 เวลา 10.00-20.00 น. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) ติดตามข่าวสารและกิจกรรม SX ได้ทาง FB : SUSTAINABILITY EXPO , www.sustainabilityexpo.com

เพื่อสังคม ‘PLUSGlass’ ส่งเสริมความรู้สิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย และคุณภาพชีวิตเยาวชนในชุมชน

เพื่อสังคม ‘PLUSGlass’ ส่งเสริมความรู้สิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย และคุณภาพชีวิตเยาวชนในชุมชน

เพื่อสังคม ‘PLUSGlass’ ส่งเสริมความรู้สิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย และคุณภาพชีวิตเยาวชนในชุมชน

วันเสาร์ ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

บริษัท บีเจซี กลาส (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจด้านบรรจุภัณฑ์แก้ว ในกลุ่มบีเจซี บิ๊กซี นำโดย สุชาดา สิงห์เส ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด ร่วมกับ บริษัท โรแยล พลัส จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มน้ำผลไม้ นำโดย กิตติ วชิรจิรากร รองกรรมการผู้อำนวยการ จัดกิจกรรมเพื่อสังคมภายใต้ชื่อ “PLUSGlass” ที่โรงเรียนแพรกหนามแดง จังหวัดสมุทรสงคราม

กิจกรรมครั้งนี้มุ่งเน้นการ เปิดโอกาสให้เยาวชนในชุมชนเข้าถึงองค์ความรู้และทักษะที่หลากหลาย ทั้งด้านสิ่งแวด ล้อม ความปลอดภัย และสุขอนามัย ผ่านกิจกรรมที่ทั้งสนุกและได้ประโยชน์ เช่น การเรียนรู้การจัดการขยะอย่างถูกวิธี การดูแลตนเองเมื่ออยู่ใกล้แหล่งน้ำ การระบายสีขวดแก้วเพื่อปลูกฝังจิตสำนึกการรีไซเคิล ตลอดจนการมอบทุนการศึกษา ตู้น้ำดื่มเพื่อสุขอนามัยที่ดี และการจัดเลี้ยงอาหารกลางวัน

“PLUSGlass” ไม่เพียงสะท้อนพันธกิจด้านความยั่งยืนของ บีเจซี กลาส และโรแยล พลัส แต่ยังเป็นตัวอย่างของการขับเคลื่อน ความเท่าเทียมและการมีส่วนร่วม (Equity & Inclusion) โดยเปิดพื้นที่ให้เยาวชนทุกคนได้เรียนรู้และเติบโตไปพร้อมกัน ตอกย้ำเจตนารมณ์ของ กลุ่มบีเจซี บิ๊กซี ที่ให้ความสำคัญกับ DEI ควบคู่กับการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างมั่นคงและยั่งยืน