สภากาชาดไทย ตอบแทน ‘ผู้ให้’ พร้อม ‘รักษ์โลก’ ไปด้วยกัน

สภากาชาดไทย ตอบแทน ‘ผู้ให้’ พร้อม ‘รักษ์โลก’ ไปด้วยกัน

สภากาชาดไทย ตอบแทน ‘ผู้ให้’ พร้อม ‘รักษ์โลก’ ไปด้วยกัน

วันพฤหัสบดี ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สภากาชาดไทย ตอบแทน “ผู้ให้” บริจาค 2,000 บาท รับกระบอกน้ำรักษ์โลกเนื่องในวันสิ่งแวดล้อม ลดหย่อนภา ษี 2 เท่า 5 มิถุนายน 2568 – Donation HUB สภากาชาดไทย ศูนย์รวมการบริจาคและจัดกิจกรรมหารายได้เพื่อสนับสนุนทุกภารกิจของสภากาชาดไทย เชิญชวนประชาชนผู้มีจิตศรัทธาร่วมแสดงพลังแห่งการให้ผ่าน การบริจาคสมทบทุนโครงการพัฒนาศูนย์มะเร็งแบบบูรณาการ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ร่วมบริจาคทุกๆ 2,000 บาท รับ “กระบอกน้ำอิ่มใจ by Donation HUB” ของที่ระลึกสุดพิเศษเนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก ภายใต้แนวคิดลดการใช้พลาสติกมาพร้อมกับดี ไซน์พกพาง่าย ทนทาน ใช้งานซ้ำได้ ร่วมบริจาคได้ 2 ช่องทาง 1. บริจาคด้วยตนเองที่ Donation HUB สภากาชาดไทย (ศูนย์การบริจาคสัมพันธ์) 2. สแกนเพื่อบริจาคผ่าน e-Donation พร้อมส่งหลักฐานการโอนมาที่ Line @redcrossfund ระบุ “แคม เปญผู้ให้รักษ์โลก” บริจาคได้ตลอดทั้งเดือนมิถุนายน หรือจนกว่าของจะหมด

‘ดร.ทัศนา นาควัชระ’ ฮีลใจน้องหมาน้องแมว ด้วยเสียงดนตรีคลาสสิค

‘ดร.ทัศนา นาควัชระ’ ฮีลใจน้องหมาน้องแมว ด้วยเสียงดนตรีคลาสสิค

‘ดร.ทัศนา นาควัชระ’ ฮีลใจน้องหมาน้องแมว ด้วยเสียงดนตรีคลาสสิค

วันพฤหัสบดี ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เสียงดนตรี มีพลังมากกว่าการฟังเพื่อความไพเราะ แต่ยังสามารถโอบกอดอารมณ์ เยียวยาความรู้สึก และสร้างความผ่อนคลายได้อย่างลึกซึ้ง ไม่เฉพาะกับมนุษย์เท่านั้น แต่กับสัตว์เลี้ยงแสนรักของเราก็เช่นกัน ซึ่งหลากหลายงานวิจัยยืนยันว่า “เสียงดนตรี” โดยเฉพาะดนตรีคลาสสิค มีผลอย่างมากในการช่วยลดความเครียดให้สัตว์เลี้ยง ไม่ว่าจะเป็นน้องหมาหรือน้องแมว  โดยเฉพาะเสียงของเครื่องสายอย่างไวโอลิน วิโอลา หรือเชลโล ที่มีโทนเสียงสม่ำเสมอ อ่อนโยน ช่วยให้หัวใจของเจ้าตัวน้อยเต้นช้าลง และรู้สึกปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

ดร.ทัศนา นาควัชระ และ Anna Takeda แห่งวงดนตรี Pro Musica

ด้วยความเข้าใจลึกซึ้งถึงคุณค่าของดนตรีต่อสัตว์เลี้ยง เมื่อเร็ว ๆ นี้ ดร.ทัศนา นาควัชระ และ Anna Takeda แห่งวงดนตรี Pro Musica  ได้ร่วมกับ โรงพยาบาลสัตว์อารักษ์ สาขาทองหล่อ จัดกิจกรรมสุดพิเศษ“Classical Concert for Dogs and Cats” คอนเสิร์ตดนตรีคลาสสิคสำหรับน้องหมาน้องแมว ที่เพ็ทเลิฟเวอร์ทุกท่าน ได้เพลิดเพลินไปกับเสียงดนตรีคลาสสิคแสนละมุนในบรรยากาศอบอุ่น พร้อมรับรู้ถึงพลังของเสียงดนตรีที่ส่งผลดีต่อสุขภาพใจของเจ้าตัวน้อยสี่ขา ณ โรงพยาบาลสัตว์อารักษ์ สาขาทองหล่อ  

ดร.ทัศนา นาควัชระ แห่งวงดนตรี Pro Musica  เผยถึงแรงบันดาลใจในการจัดคอนเสิร์ตครั้งนี้ ว่า “ผมเป็นคนรักสุนัขและแมวมาก และจากที่สังเกตเวลาผมซ้อมหรือสอนดนตรีอยู่ที่บ้าน พวกเขามักจะเดินเข้ามานั่งฟังอยู่ใกล้ ๆ หรือไม่ก็หาทางเข้ามามีส่วนร่วมในห้องซ้อมด้วยเสมอ ก่อนหน้านี้  Pro Musica เคยจัดคอนเสิร์ต ‘Classical Concert for Pets’ มาแล้วครั้งหนึ่ง ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจมาก เพราะเราได้เห็นว่าสัตว์เลี้ยงของเรารับรู้ และตั้งใจฟังดนตรีไม่น้อยไปกว่ามนุษย์เลยจริง ๆ

“คนมักจะคิดว่า ดนตรีคลาสสิคต้องปีนบันไดฟัง หรือฟังยาก ไกลตัวแต่เราเห็นได้ชัดๆ เลยจากการแสดงของ Pro Musica ครั้งนี้ ว่าสุนัขและแมวตั้งใจฟังดนตรีมากๆ ใครจะเชื่อว่า แทบจะไม่มีเสียงรบกวนจากน้องๆ เลย อีกทั้งคุณพ่อคุณแม่หลายๆ ท่าน ที่ไม่ได้คุ้นเคยกับดนตรีคลาสสิคมาก่อน เลยได้เสพอรรถรสของดนตรีคลาสสิคอย่างใกล้ชิด ร่วมกับน้องๆ ไปด้วย นับเป็นบ่ายวันเสาร์ อาทิตย์ ที่น่าประทับใจสำหรับทุกๆ คน และหวังว่าจะมีครั้งต่อๆ ไป เร็วๆ นี้”

สพ.ญ.ทัศวรินทร์ กาญจนฉายา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้งโรงพยาบาลสัตว์อารักษ์ สาขาทองหล่อ กล่าวว่า “ในยุคปัจจุบัน เทรนด์ ‘Pet Humanization’ กำลังเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง เจ้าของสัตว์เลี้ยงให้ความสำคัญและดูแลพวกเขาเสมือนสมาชิกในครอบครัว พร้อมเน้นทั้งสุขภาพกายและใจ”

“โรงพยาบาลสัตว์อารักษ์ ไม่เพียงแต่ให้ความสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีการดูแลรักษาสัตว์เลี้ยงเมื่อเจ็บป่วยเท่านั้น แต่ยังมุ่งมั่นในการให้ความเข้าใจในทุกด้าน เพื่อการดูแลในทุกมิติ ด้วยสโลแกน ‘More than just treatment, it’s family-like care’ เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดให้กับสัตว์เลี้ยง ในส่วนของงานนี้เราจึงร่วมกับผู้เชี่ยวชาญที่ศึกษาและสร้างสรรค์เพลงเฉพาะที่เหมาะกับสุนัขและแมวขึ้นมา เปิดพื้นที่ให้เจ้าของและสัตว์เลี้ยงได้ใช้เวลาร่วมกันในบรรยากาศผ่อนคลายผ่านเสียงดนตรี เสริมสร้างความสัมพันธ์และสุขภาวะทางใจ”

สำหรับบรรยากาศภายในงานคอนเสิร์ตสุดน่ารักครั้งนี้ เต็มไปด้วยบทเพลงบรรเลงคลาสสิคที่คัดสรรมาอย่างดี เพื่อส่งต่อความรักความใส่ใจและความห่วงใยผ่านเสียงดนตรีแสนไพเราะ เพื่อให้เจ้าของและเพื่อนสี่ขาได้ใช้เวลาร่วมกันอย่างมีความสุข

ภูมิแพ้อาหารในเด็ก ภัยใกล้ตัวที่พ่อแม่ไม่ควรมองข้าม

ภูมิแพ้อาหารในเด็ก ภัยใกล้ตัวที่พ่อแม่ไม่ควรมองข้าม

ภูมิแพ้อาหารในเด็ก ภัยใกล้ตัวที่พ่อแม่ไม่ควรมองข้าม

วันพฤหัสบดี ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

การแพ้อาหาร เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่เด็กเป็นกลุ่มที่พ่อแม่ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะการแพ้อาหารอาจส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสุขภาพของเด็ก ทำให้เกิดอาการต่างๆ เช่น ผื่นแดง คัน ลมพิษ หน้าบวม ปากบวม และในบางกรณีอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้

นพ.สุรวัช หอมวิเศษ กุมารแพทย์โรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกัน โรงพยาบาลเวชธานี กล่าวว่า ภูมิแพ้อาหาร(Food Allergy) คือภาวะที่ภูมิคุ้มกันของร่างกายตอบสนองต่อส่วนประกอบในอาหารทำให้เกิดอาการต่างๆ เช่น ผื่นลมพิษ หน้าบวมปากบวม แน่นหน้าอก หายใจไม่ออก อาเจียน ถ่ายเหลว และอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้  ซึ่งอาหารที่มักเป็นสาเหตุการแพ้อาหาร ได้แก่ นม ไข่ แป้งสาลี ถั่วเหลือง ถั่วลิสง สัตว์น้ำ เช่น ปลา กุ้ง ปู หอย หมึก ถั่วเปลือกแข็ง เช่น มะม่วงหิมพานต์ อัลมอนด์ วอลนัท แมคคาเดเมีย พิสตาชิโอ

นพ.สุรวัช หอมวิเศษ กุมารแพทย์โรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกัน โรงพยาบาลเวชธานี 

ภูมิแพ้อาหาร เกิดขึ้นได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ แบ่งเป็น 2 ชนิดหลักๆ ได้แก่ 1. ชนิดเฉียบพลัน (IgE mediated food allergy) อาการจะเกิดอย่างรวดเร็วภายใน 2-4 ชั่วโมง หลังรับประทานอาหาร โดยจะมีอาการหลักคือ ผื่นลมพิษ หน้าบวม ปากบวม ปวดท้อง อาเจียน ในบางกรณีอาจเกิดอาการรุนแรง (Anaphylaxis) อาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต เช่น แน่นหน้าอก หายใจลำบาก หน้ามืด และหมดสติ 2. ชนิดไม่เฉียบพลัน (non-IgE mediated food allergy) อาการจะเกิดขึ้นหลายชั่วโมงหรือหลายวันหลังจากรับประทานอาหาร อาการจะค่อยๆเพิ่มขึ้น เช่น ผื่นแดงเรื้อรัง คัน ถ่ายเหลว ถ่ายเป็นมูกเลือด อาเจียนรุนแรง ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิตได้เช่นกัน

ปัจจุบันสาเหตุของภูมิแพ้ทางอาหารยังไม่ทราบแน่ชัดแต่มีปัจจัยเสี่ยงที่อาจเกี่ยวข้อง เช่น 1. พันธุกรรม: เด็กที่มีพ่อแม่หรือสมาชิกในครอบครัวเป็นภูมิแพ้ มีโอกาสเสี่ยงต่อการแพ้อาหารมากขึ้น 2. ผื่นผิวหนังอักเสบในเด็ก: เด็กที่มีปัญหาผิว เช่น ผื่นแพ้ ผิวหนังอักเสบ จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการแพ้อาหาร 3. การงดอาหารที่มากเกินไป: การงดอาหารบางชนิด หรือเริ่มกินอาหารเสริมช้าเกินไปในวัยเด็ก อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการแพ้อาหารเช่นกัน

การวินิจฉัยทำได้โดยการซักประวัติและตรวจร่างกายอย่างละเอียด แพทย์อาจใช้การเจาะเลือด เพื่อตรวจหาสารก่อภูมิแพ้ (specific IgE) ซึ่งสามารถตรวจได้ทั้งสารก่อภูมิแพ้จากอาหาร และจากทางอากาศ โดยไม่ต้องงดยาแก้แพ้ก่อนเจาะเลือด และสามารถทราบผลได้ภายในวันเดียว นอกจากนั้นยังมีการตรวจยืนยันการแพ้อาหารด้วยวิธีการรับประทานอาหารที่สงสัย (oral food challenge) ซึ่งวิธีนี้เป็นวิธีที่แม่นยำที่สุด แต่ต้องทำภายใต้การดูแลของ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านโรคภูมิแพ้

ในปัจจุบัน การรักษาภูมิแพ้อาหารไม่ได้จำกัดเพียงการหลีกเลี่ยงอาหารที่แพ้เท่านั้น แต่ยังมีการรักษาด้วยวิธีการรับประทานอาหารที่แพ้ (oral immunotherapy) โดยแพทย์จะให้รับประทานอาหารที่แพ้ ในระดับที่ปลอดภัย และค่อยๆ เพิ่มปริมาณในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งอาจใช้เวลารักษา 3-5 ปี วิธีนี้ต้องทำภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านโรคภูมิแพ้ และโรงพยาบาลที่มีศักยภาพเพียงพอ เพื่อการรักษาที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูงสุด

ข้อดีของวิธีนี้คือ ช่วยลดโอกาสการเกิดอาการแพ้จากการบริโภคอาหารที่ปนเปื้อน ทำให้ไม่ต้องเลี่ยงอาหารที่แพ้ตลอดไป และอาจหายขาดจากการแพ้อาหารได้ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ป่วยและครอบครัวมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น 

การรักษาด้วยวิธีนี้เหมาะกับผู้ป่วยที่มีอายุ มากกว่า 5 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะผู้ที่มีระดับการแพ้อาหารสูง และมีโอกาสหายได้เองยาก รวมถึงผู้ที่มีประวัติแพ้อาหารรุนแรง

“เมื่อก่อนเราเคยมีความเชื่อว่าหากแพ้อาหารชนิดไหนก็ควรที่จะหลีกเลี่ยงอาหารชนิดนั้นไปตลอด เพราะอย่างไร ก็ไม่มีทางหาย  แต่ในปัจจุบันเราเชื่อว่า ยิ่งเลี่ยงอาหารที่แพ้ยิ่งไม่หาย แต่ถ้าเรากินอาหารที่แพ้ในปริมาณที่ปลอดภัย สุดท้ายร่างกายจะกินอาหารที่แพ้ได้เพิ่มขึ้น หรืออาจหายขาดจากอาการแพ้อาหารได้” นายแพทย์สุรวัช กล่าว

ทั้งนี้ หากสงสัยว่าตัวเอง หรือบุตรหลานมีอาการแพ้อาหาร ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อการประเมิน และวางแผนการรักษาที่เหมาะสมสำหรับแต่ละบุคคลเพื่อผลการรักษาที่ดีที่สุด

‘มาริษา เจียรวนนท์’ ชวนสำรวจ‘This page is intentionally left _.’ เมื่อ ‘ไทยวัฒนาพานิช’ ที่เคยพิมพ์คำนิยาม กลายเป็นพื้นที่เปิดของการตั้งคำถาม

‘มาริษา เจียรวนนท์’ ชวนสำรวจ‘This page is intentionally left ___.’  เมื่อ ‘ไทยวัฒนาพานิช’ ที่เคยพิมพ์คำนิยาม กลายเป็นพื้นที่เปิดของการตั้งคำถาม

‘มาริษา เจียรวนนท์’ ชวนสำรวจ‘This page is intentionally left ___.’ เมื่อ ‘ไทยวัฒนาพานิช’ ที่เคยพิมพ์คำนิยาม กลายเป็นพื้นที่เปิดของการตั้งคำถาม

วันพฤหัสบดี ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

บางกอก คุนส์ฮาเลอ (Bangkok Kunsthalle) โดย มาริษา เจียรวนนท์ ผู้ก่อตั้ง พลิกโฉมอาคารสำนักพิมพ์ไทยวัฒนาพานิช ให้กลับมาชวนค้นหาอีกครั้งในนิทรรศการ This page is intentionally left ___. โดยภัณฑารักษ์ ‘ยุงลายคอลเลคทีฟ’ (Yoonglai Collective) พื้นที่ที่เปิดกว้างให้ผู้ชมสามารถมีส่วนร่วมในกระบวนการสร้างสรรค์พจนานุกรมร่วมสมัย ผ่านการจัดวางงานพิมพ์ ภาพประกอบ และระบบร่วมเขียน (Co-authorship) บนชั้น 5 ณ บางกอก คุนส์ฮาเลอ พื้นที่จัดแสดงผลงานศิลปะร่วมสมัยใจกลางเยาวราช

มาริษา เจียรวนนท์ ผู้ก่อตั้ง Bangkok Kunsthalle

ทีมภัณฑารักษ์ “ยุงลายคอลเลคทีฟ”  และศิลปิน

ภายในนิทรรศการมีห้องจัดแสดงที่ใช้ชื่อว่า “Editorial Room (Staff Only)” เวิร์คช็อปพิเศษที่จัดขึ้นร่วมกับ KRACK! Printmaking Collective (Yogyakarta, Indonesia) คอลเลคทีฟจากยอกยาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย แม้ชื่อห้องอาจฟังดูเหมือนกีดกันผู้ไม่เกี่ยวข้อง แต่กลับเปิดให้ทุกคนเข้ามามีส่วนร่วมในการตั้งคำถาม ทั้งยังรวบรวมเอกสารจดหมายเหตุ สารเกี่ยวกับภาษาและการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรม รวมถึงพจนานุกรมร่วมสมัย ที่ผู้ชมสามารถมีส่วนร่วมในการสร้างความหมายใหม่ได้ แทนที่จะตั้งคำถามว่า “พจนานุกรมและอดีตโรงพิมพ์แห่งนี้เคยเป็นอะไร” นิทรรศการนี้เลือกที่จะถามถึงความเป็นไปได้ ถ้าเราปล่อยให้ความหมายของอาคารโรงพิมพ์เก่าและสิ่งพิมพ์ที่เคยถูกพิมพ์ขึ้นที่นี่เป็นไปแบบเปิดกว้าง เพื่อให้ทุกคนมีเสรีภาพที่จะเข้ามาให้ความหมายร่วมกัน

มาริษา เจียรวนนท์ ผู้ก่อตั้ง Bangkok Kunsthalle กล่าวว่า “อาคารที่เป็นที่ตั้งของ Bangkok Kunsthalle เดิมเป็นสำนักพิมพ์ไทยวัฒนาพานิชที่ตีพิมพ์หนังสือเรียนของคนไทยทั้งประเทศ เรียกได้ว่า มีความสำคัญกับประวัติศาสตร์และวิวัฒนาการของการศึกษาไทย นิทรรศการ “This Page Is Intentionally Left ______” ที่จัดแสดงบนชั้น 5 ของ Bangkok Kunsthalle จึงไม่เพียงเชิดชูประวัติศาสตร์ของอาคารแห่งนี้ แต่ยังต่อยอดวิวัฒนาการทางการศึกษาไทยร่วมสมัยในเวลาเดียวกัน

หลังจากนิทรรศการนี้จบลงแล้ว พื้นที่จัดแสดงงานศิลปะบนชั้น 5 จะกลายเป็นพื้นที่พิเศษสำหรับศิลปินและภัณฑารักษ์ไทยรุ่นใหม่ ดิฉันและทีมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า Bangkok Kunsthalle จะเป็นพื้นที่ที่ส่งเสริมความคิด และการตีความนอกกรอบได้อย่างอิสระ เพื่อเชื่อมต่อและต่อยอดมุมมองอันหลากหลายไปยังคนรุ่นต่อๆ ไปอย่างไม่มีสิ้นสุด”

นิทรรศการนี้จึงเปรียบเสมือนงานทดลองที่จัดวางพื้นที่และความทรงจำภายในอาคาร ที่เคยเป็นสำนักงานใหญ่ของสำนักพิมพ์ไทยวัฒนาพานิช สถานที่สำคัญในการผลิตหนังสือเรียนและพจนานุกรมของไทยหลายทศวรรษ ก่อนที่อาคารเดียวกันนี้จะกลายเป็น “บางกอก คุนส์ฮาเลอ” (Bangkok Kunsthalle) พื้นที่ร่วมสมัยที่ไม่ได้มุ่งสรุปความหมาย หรือให้คำนิยามใด ๆ หากแต่เชิญชวนให้ผู้ชม “ทำความเข้าใจ” ในหน้าว่างแห่งนี้ เพื่อฟังเสียงที่ไม่เคยได้ยิน เพื่ออ่านสิ่งที่ไม่เคยถูกเขียน และเพื่อจินตนาการถึงโรงพิมพ์และสิ่งพิมพ์ที่เคยเป็นกิจกรรมหลักของตัวอาคารในอดีต ในฐานะความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ของพื้นที่แห่งนี้

นิทรรศการฯ นำเสนอการจัดพิมพ์ในฐานะ “กระบวนการ” มากกว่าผลลัพธ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ภัณฑารักษ์โดย “ยุงลายคอลเลคทีฟ” กลุ่มบรรณาธิการที่จะไม่กำหนดกรอบความคิด ทำงานข้ามวินัยระหว่างศิลปะ การวิจัย ประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และทคโนโลยี เพื่อสร้างบทสนทนาใหม่ ๆ ระหว่างผู้คน ภาษา และพื้นที่เข้าด้วยกัน พร้อมชวน 3 ศิลปินไทย ทำหน้าที่ผู้ร่วมสร้างความหมายผ่านสื่อหลากหลายทั้งข้อความ เสียง ภาพพิมพ์ และศิลปะจัดวาง โดยศิลปินแต่ละคนจะทำหน้าที่แตกต่างกัน

ณัฐ เศรษฐนา (Nat Setthana) ศิลปินผู้จัดวางภาพถ่ายและวิดีโอจากกรุงเทพฯ ดัดแปลงพื้นที่ชั้นบนของตัวอาคารให้เป็น “Hyper Site” เล่าเรื่องราวผ่านเศษซากของภาษาและกาลเวลา, อนุสรณ์ ธัญญะปาลิต (Anusorn Thanyapalit) ศิลปินสหศาสตร์จากเมืองแพร่ ผู้ทำงานข้ามเสียงผ่านอักษรเบลล์และบทกวี รับหน้าที่สำรวจโครงสร้างของตัวอาคารที่จองจำเชิงภาษาและความทรงจำ และ ธีธัช ธัญกิจจานุกิจ (Theetat Thunkijjanukij) ศิลปินผู้สำรวจอุตสาหกรรมการพิมพ์ การผลิตซ้ำสิ่งพิมพ์ ความหมายของการพิมพ์ใหม่ การลบต้นฉบับ และความคลุมเครือของคุณค่าในวัตถุจำลอง

นิทรรศการ This page is intentionally left ___. เปิดให้เข้าชมฟรี ระหว่างนี้จนถึงวันที่ 17 สิงหาคม 2568 เวลา 14.00 – 20.00 น. ชั้น 5 บางกอก คุนส์ฮาเลอ Bangkok Kunsthalle (ปิดทุกวันจันทร์และวันอังคาร) เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ ติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่  FB: www.facebook.com/BangkokKunsthalle/  IG: bangkok_kunsthalle

สององค์กรจับมือพัฒนายาไข้เลือดออกนวัตกรรมใหม่ ราคาเข้าถึงได้ เพื่อผู้ป่วยในประเทศรายได้ต่ำและปานกลาง

สององค์กรจับมือพัฒนายาไข้เลือดออกนวัตกรรมใหม่ ราคาเข้าถึงได้ เพื่อผู้ป่วยในประเทศรายได้ต่ำและปานกลาง

สององค์กรจับมือพัฒนายาไข้เลือดออกนวัตกรรมใหม่ ราคาเข้าถึงได้ เพื่อผู้ป่วยในประเทศรายได้ต่ำและปานกลาง

วันพฤหัสบดี ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สถาบันเซรุ่มแห่งอินเดีย (Serum Institute of India) ผู้ผลิตวัคซีนรายใหญ่ที่สุดของโลก และองค์กรวิจัยทางการแพทย์ไม่แสวงผลกำไร Drugs for Neglected Diseases initiative (DNDi) ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ เพื่อร่วมกันพัฒนาและผลิตยาโมโนโคลนอลแอนติบอดีสำหรับการรักษาโรคไข้เลือดออก ที่มีราคาย่อมเยาว์ และสามารถเข้าถึงได้ในประเทศที่มีรายได้น้อยและปานกลาง

ทั้งสององค์กรจะจัดทำแผนปฏิบัติงานร่วมกัน เพื่อดำเนินการวิจัย พัฒนา ทำการศึกษาวิจัยในมนุษย์ระยะที่ 3 และ ส่งเสริมให้มีการเข้าถึงการรักษา รวมถึงวางแผนกลยุทธ์ในการระดมทุนและทรัพยากร และหากผลการศึกษายืนยันว่าปลอดภัยและได้ผล จะมีการผลักดันให้ได้รับการขึ้นทะเบียนและนำไปใช้ในอินเดียและประเทศที่มีการระบาดของไข้เลือดออกอื่นๆ ต่อไป

นพ.อังเดร ซิเกร่า หัวหน้าทีมโรคไข้เลือดออกขององค์กร DNDi กล่าว“ไข้เลือดออกเป็นโรคที่แพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็ว และอ่อนไหวต่อสภาพภูมิอากาศ ซึ่งขณะนี้ยังไม่มียารักษาโดยเฉพาะ เราภูมิใจที่ได้ร่วมมือกับสถาบันเซรุ่มแห่งอินเดียในการพัฒนายาที่มีประสิทธิภาพและเข้าถึงได้ง่าย ความร่วมมือครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะจะทำให้ผู้ที่มีความเสี่ยงโดยเฉพาะในประเทศที่มีโรคระบาด สามารถเข้าถึงการรักษาได้อย่างเท่าเทียมและทันเวลา” 

นพ.ปราสาด กุลกรณี กรรมการบริหาร สถาบันเซรุ่มแห่งอินเดีย กล่าวว่า “ความร่วมมือครั้งนี้กับ DNDi จะมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนายาแอนติบอดีโมโนโคลนอลสำหรับโรคไข้เลือดออกในบราซิล และอาจรวมถึงประเทศอื่นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีการระบาดของโรค โดยมุ่งเน้นให้การรักษาเข้าถึงได้ในราคาที่เหมาะสม  เราหวังว่าความร่วมมือนี้จะช่วยลดภาระจากโรคไข้เลือดออกและช่วยชีวิตผู้คนในชุมชนที่เปราะบางได้อย่างแท้จริง”

รศ. ดร.พญ. ปนิษฎี อวิรุทธ์นันท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยาและภูมิคุ้มกันวิทยาของโรคไข้เลือดออก คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

สถาบันเซรุ่มฯ ได้ดำเนินการทดลองทางคลีนิกในระยะเริ่มต้น ผลปรากฏว่าสารต้นแบบ (ชื่อเดิม VIS513) มีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ปัจจุบัน กำลังดำเนินการทดลองการศึกษาวิจัยในมนุษย์ระยะที่ 3 ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญสำหรับการขึ้นทะเบียนยาในประเทศอินเดีย

ภายใต้ความร่วมมือดังกล่าว องค์กร DNDi จะเป็นผู้นำในการศึกษาวิจัยในมนุษย์ระยะที่ 3 ในประเทศบราซิล และ  ประเทศอื่นๆ ทางสถาบันเซรุ่มฯ จะรับผิดชอบด้านการผลิต พัฒนา และจัดหายาแอนติบอดีโมโนโคลนอลสำหรับการทดลอง รวมถึงการกำหนดแนวทางด้านกฎระเบียบ และเป็นผู้รับผิดชอบหลักในการนำผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดในประเทศอินเดีย

ทั้งนี้ การทำงานร่วมกันของนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญ เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และข้อมูล ถือเป็นปัจจัยสำคัญยิ่งในการวิจัยเกี่ยวกับโรคไข้เลือดออก ด้วยเหตุนี้เครือข่าย Dengue Alliance จึงได้ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2565 โดยความร่วมมือของหน่วยงานและสถาบันวิจัยจากประเทศที่ประสบปัญหาการระบาดของโรค โดยมีองค์กร DNDi เป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง เครือข่ายนี้มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาการรักษาโรคไข้เลือดออก และส่งเสริมการเข้าถึงการรักษาอย่างเท่าเทียมทั่วโลก

รศ. ดร.พญ. ปนิษฎี อวิรุทธ์นันท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยาและภูมิคุ้มกันวิทยาของโรคไข้เลือดออก คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ให้ความเห็นว่า “ความร่วมมือครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญที่ตอบโจทย์ช่องว่างด้านการรักษา การพัฒนายาโมโนโคลนอลแอนติบอดีที่ครอบคลุมทั้ง 4 สายพันธุ์ของไวรัสจะช่วยลดอัตราการป่วยรุนแรงและเสียชีวิตได้อย่างมีนัยยะสำคัญ โดยเฉพาะในประเทศเขตร้อนที่มีการระบาดสูง นอกจากนี้ การที่ความร่วมมือครอบคลุมประเทศที่แบกรับภาระโรคคล้ายกันอย่างอินเดีย บราซิล และไทย ไม่ได้เป็นเพียงแบบอย่างของการแบ่งปันองค์ความรู้เท่านั้น แต่เป็นกลยุทธ์ทางวิทยาศาสตร์ที่สำคัญอย่างยิ่ง เพราะจะทำให้เราสามารถประเมินประสิทธิภาพของยาต่อเชื้อไวรัสเดงกีที่มีความหลากหลายทางพันธุกรรมในแต่ละพื้นที่ได้โดยตรง รวมถึงศึกษาการตอบสนองของยาในประชากรที่มีพื้นฐานภูมิคุ้มกันต่างกัน ข้อมูลเชิงประจักษ์ที่ได้จากพื้นที่จริงเหล่านี้ จะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยเร่งรัดการขึ้นทะเบียนยา และทำให้คนไทยและผู้ป่วยในประเทศรายได้ปานกลางอื่นๆ เข้าถึงการรักษาที่จำเป็นนี้ได้เร็วขึ้นอย่างแท้จริง”

ปัจจุบัน มีประชากรกว่า 3.9 พันล้านคนทั่วโลกที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อไข้เลือดออก และจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าตั้งแต่ปี พ.ศ.2564 การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการขยายตัวของเมืองทำให้โรคแพร่กระจายไปยังพื้นที่ที่ไม่เคยระบาดมาก่อน และยังไม่มีวิธีการรักษาเฉพาะโรค การพัฒนายาที่สามารถป้องกันไม่ให้เกิดอาการรุนแรง จึงมีบทบาทสำคัญในการลดอัตราการเสียชีวิต และป้องกันไม่ให้โรงพยาบาลมีภาระเกินขีดความสามารถในช่วงการระบาด

S&P รับมอบโล่ ลด-เลิกการใช้พลาสติก ในวันสิ่งแวดล้อมโลก ประจำปี 2568

S&P รับมอบโล่ ลด-เลิกการใช้พลาสติก ในวันสิ่งแวดล้อมโลก ประจำปี 2568

S&P รับมอบโล่ ลด-เลิกการใช้พลาสติก ในวันสิ่งแวดล้อมโลก ประจำปี 2568

วันพฤหัสบดี ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) นำโดย มณีสุดา ศิลาอ่อน ประธานเจ้าหน้าที่สำนักพัฒนาความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร รับมอบโล่เกียรติคุณในฐานะ องค์กรร่วมขับเคลื่อนการดำเนินงานส่งเสริม การลด/เลิกการใช้พลาสติกแบบครั้งเดียวทิ้ง (Single-Use Plastic) เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก ประจำปี 2568 ภายใต้แนวคิด “Beat Plastic Pollution: Ending global plastic pollution” โดย S&P เป็น 1 ใน 27 องค์กรชั้นนำจากกลุ่มผู้ประกอบการห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า ร้านสะดวกซื้อ และกลุ่มผู้ประกอบการร้านกาแฟที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Coffee Shop) ที่ร่วมผนึกกำลังขับเคลื่อนการดำเนินงานมุ่งสู่เป้าหมาย Thailand Net Zero 2065 โดยมี นราพัฒน์ แก้วทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธี จัดโดย กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ณ โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร จัดขึ้นเมื่อวันนี้ 12 มิถุนายน 2568

มณีสุดา ศิลาอ่อน ผู้บริหาร เอส แอนด์ พี รับมอบโล่เกียรติคุณองค์กรร่วมขับเคลื่อนการดำเนินงานส่งเสริม การลด/เลิกการใช้พลาสติกแบบครั้งเดียวทิ้ง (Single-Use Plastic)

นราพัฒน์ แก้วทอง ผช.รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และผู้แทนองค์กรที่ได้รับโล่เกียรติคุณเนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังร่วมออกบูธภายในงาน เพื่อแสดงความมุ่งมั่นในการเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม จากการลดการใช้พลาสติกแบบครั้งเดียวทิ้งอย่างยั่งยืนตลอดห่วงโซ่คุณค่า โดยให้ความสำคัญกับการปรับเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เลือกใช้หลอดกระดาษและกล่องอาหารที่ผลิตจากเยื่อธรรมชาติ รวมถึงพัฒนาบรรจุภัณฑ์บรรจุอาหารที่สามารถนำไปรีไซเคิลหรือย่อยสลายได้กว่า 97% นอกจากนี้ยังสร้างความร่วมมือกับผู้บริโภคผ่านโครงการต่างๆ อาทิ “โครงการพกถุงผ้า บอกลาถุงพลาสติก” “โครงการ BlueCup รักษ์โลก นำแก้วมาเอง รับส่วนลด 10 บาท และสมาชิกรับคะแนนเพิ่ม 2 คะแนน” ซึ่งเป็นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม นำไปสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน

นราพัฒน์ แก้วทอง ผช.รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เยี่ยมชมบูธ S&P โดยมี มณีสุดา ศิลาอ่อน ผู้บริหารแนะนำผลิตภัณฑ์

บูธผลิตภัณฑ์ S&P ภายในงาน

เอส แอนด์ พี ขอเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมขับเคลื่อนการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมตลอดห่วงโซ่คุณค่า รักษาความสมดุลของระบบนิเวศ เพื่อโลกที่น่าอยู่อย่างยั่งยืนต่อไป

คุณแหน : 19 มิถุนายน 2568

คุณแหน : 19 มิถุนายน 2568

คุณแหน : 19 มิถุนายน 2568

วันพฤหัสบดี ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 02.00 น.

ll มูลนิธิภูมิพโลภิกขุ จัดงานบำเพ็ญกุศลทอดผ้าป่าสามัคคีประจำปี 2568 สมทบทุนสร้างพระคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนา ฉบับภูมิพโลภิกขุ 20 มิ.ย.13.30 น. ณ วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร โดยเจ้าคุณพระพรหมสิทธิ (ธงชัย สุขญาโณ) เจ้าอาวาสวัดสระเกศ เป็นประธานสงฆ์ และอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธี โดยมี ฐิระวัตร กุลละวณิชย์ รองประธานมูลนิธิฯ และ ระพินทร์ จารุดุล กก.และ ผจก.มูลนิธิ เชิญชวนร่วมงาน..

ll สภาสังคมสงเคราะห์ฯ จัดแข่งโบว์ลิ่งการกุศล เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง รับถ้วยประทานพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ  เพื่อหารายได้สมทบกองทุนพระราชทานช่วยเหลือการศึกษาเด็กยากจนในสมเด็จพระพันปีหลวง  ทีมละ 1หมื่นบาท  5 ก.ค. ณ Blu-o Rhuthm&Bowl สยามพารากอน  สอบถาม สำนักหารายได้ 095-9582849..

ll ขอแสดงความเสียใจกับ ไชย  ไชยวรรณ และ วิญญู ไชยวรรณ ที่สูญเสียคุณพ่อ วานิช ไชยวรรณ ประธานกิตติคุณ บมจ.ไทยประกันชีวิต  สวดพระอภิธรรม ที่ ศาลานิรมิต (กลางน้ำ) วัดเทพศิรินทราวาส  16-22 มิ.ย.18.30 น. พระราชทานเพลิงศพ 23 มิ.ย.17.00 น. เมรุใต้ เจ้าภาพของดรับพวงหรีด ..

ll คุณหญิงทิพาวดี  เมฆสวรรค์ นายกสมาคมติดตามการพัฒนาสตรีในประเทศไทย ร่วมกับ ศูนย์นวัตกรรมทางธุรกิจ คณะบริหารธุรกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) จัด หลักสูตรประกาศนียบัตรชั้นสูงผู้นำสตรีต้นแบบสู่สากล รุ่นที่ 1(W-LEAD) เปิดรับสมัครวันนี้! เริ่มเรียนทุกวันอังคาร 15 ครั้ง ระหว่างวันที่ 22 ก.ค. – 4 พ.ย.  ซึ่งเป็นหลักสูตรแรกแห่งการพัฒนาศักยภาพผู้นำสตรี ให้ได้รับความรู้ ทักษะ และความสามารถ เพื่อเป็นผู้นำสตรีที่ทรงคุณค่า ด้วยจริยธรรมและธรรมาภิบาล เพื่อเป็นต้นแบบ สู่สากลอย่างยั่งยืนรายละเอียดหลักสูตร และสมัครได้ตามลิ้งก์ https://mba.nida.ac.th/th/cbi/project/detail/20250519033729..

ll กองทัพเรือและมูลนิธิสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทอดผ้าป่าสามัคคี ณ วัดอินทารามวรวิหาร เขตธนบุรี 30 มิ.ย.14.00 น. ร่วมบริจาคและร่วมเป็นเจ้าภาพได้ที่ ชื่อบัญชี กง.ทร.เพื่อผ้าป่าสามัคคี วัดอินทารามวรวิหาร ธ.ทหารไทย-ธนชาติ เลขที่ 115-2-53712-0 สอบถาม นาวาเอกอนุสรณ์ โทร.080-9356245..

ll โครงการ “ปลูกธรรม นำปัญญา วัดบุญฤทธิ์ ปากช่อง” ปีที่ 2 ครั้งที่ 7 เชิญร่วมเลี้ยงอาหารนักเรียนโรงเรียนผ่านศึกสงเคราะห์ ปากช่อง 4 ก.ค.08.45 น. พร้อมมอบทุนการศึกษาและมอบเสื้อกีฬาโรงเรียน  สอบถาม พระอธิการเวชสถิตย์ ธมฺมสโร เจ้าอาวาส วัดบุญฤทธิ์ โทร.061-9383913..

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2567  ณ ห้องประชุมโสมกิตติยาภา มูลนิธิฯ 19 มิ.ย.14.00 น..

ll ครบรอบวันเกิด  “ซู” บัณพร เอี่ยมอมรพันธุ์ อบอุ่นอบอวลด้วยความรักความเอาใจใส่ของ “แฟรงค์” ชัยยศ เอี่ยมอมรพันธุ์ แวดล้อมด้วยเพื่อนๆ น้องๆ ที่รักและห่วงใยเสมอ ..

น้อง 

เจาะ 27 อาชีพโดดเด่นแห่งอนาคต! ค้นหาตัวเองกับ Job World ศูนย์การเรียนรู้ด้านอาชีพแห่งแรกไทย

เจาะ 27 อาชีพโดดเด่นแห่งอนาคต! ค้นหาตัวเองกับ Job World ศูนย์การเรียนรู้ด้านอาชีพแห่งแรกไทย

เจาะ 27 อาชีพโดดเด่นแห่งอนาคต! ค้นหาตัวเองกับ Job World ศูนย์การเรียนรู้ด้านอาชีพแห่งแรกไทย

วันพุธ ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 14.13 น.

เจาะ 27 อาชีพโดดเด่นแห่งอนาคต! ค้นหาตัวเองกับ Job World ศูนย์การเรียนรู้ด้านอาชีพแห่งแรกของประเทศไทยและอาเชียนเพื่อให้เด็กๆ ได้เลือกเส้นทางชีวิตและอาชีพที่เหมาะกับตัวเองที่ฟิวเจอร์เรียม อพวช.คลอง 5 ปทุมธานี

เมื่อวันที่ 18 มิ.ย.ผศ.ดร.รวิน ระวิวงศ์ ผอ.องค์การพิพิธภัณฑ์วทยาศาสตร์แห่งชาติ(อพวช.) หรือ NSM เปิดเผยว่า หลังจากที่ NSM ทดลองเปิดให้บริการฟิวเจอร์เรียม (FUTURIUM) ศูนย์เรียนรู้ด้านนวัตกรรมและทดสอบด้านอาชีพ – ทักษะแห่งแรกของประเทศไทยและอาเชียน เมื่อวันที่ 17 มิ.ย.ที่ผ่านมา ปรากฎว่าได้รับเสียงตอบรับอย่างดีจากกลุ่มเยาวชนและประชาชนที่เข้ามาชมฟิวเจอร์เรียม โดยเฉพาะในโซน Job World ศูนย์เรียนรู้ด้านอาชีพขนาดใหญ่อยู่บริเวณชั้น 3 ของอาคารฟิวเจอร์เรียม ที่ NSM ได้จัดเตรียมพื้นที่ทั้งชั้นเพื่อให้กลุ่มเยาวชนได้ก้าวสู่อาชีพที่หลากหลายแห่งอนาคตด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรมและอุตสาหกรรมใหม่ ให้ได้มาสัมผัสประสบการณ์จริงและลงมือทำเพื่อค้นพบเส้นทางอาชีพที่สนใจของตนเอง

“Job World จะพาเด็กๆ มารู้จักโลกของอาชีพให้เด็กๆ ได้ลองสัมผัสประสบการณ์และสำรวจอาชีพต่างๆ ที่หลากหลายพร้อมกับดึงดูดให้เด็กๆ ได้รู้จักอาชีพที่โดดเด่นในอนาคตรวมทั้งสนับสนุนให้เด็กๆ ได้เลือกเส้นทางชีวิตและอาชีพที่เหมาะกับตัวเอง” ผอ.NSM กล่าว

ผศ.ดร.รวิน กล่าวต่อว่า ไฮไลท์ของ Job World  คือ Job Experience ฝึกประสบการณ์ จำลองบทบาทอาชีพแห่งอนาคต ส่วนนี้ประกอบด้วย 9 กลุ่มอาชีพ ได้แก่

1.Smart Farm: สวนเกษตรอัจฉริยะ เป็นกลุ่มอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนผ่านจากเกษตรแบบดั้งเดิมไปสู่เกษตรอัจฉริยะ โดยใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการจัดการ ผู้ที่จบด้านนี้ สามารถไปประกอบอาชีพ นักพัฒนาสายพันธุ์, วิศวกรเกษตรอัจฉริยะ,และนักปฏิบัติการโรงเรือนระบบปิด เป็นต้น

2.Automobile & Transportation Hub: ศูนย์วิศวกรรมยานยนต์และการขนส่ง เน้นอาชีพที่ตอบโจทย์อุตสาหกรรมยานยนต์และการขนส่งในอนาคต โดยเน้นประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม ผู้ที่จบด้านนี้ สามารถไปประกอบอาชีพ ได้แก่ วิศวกรเครื่องกล, นักออกแบบยานยนต์, และนักวางแผนระบบโลจิสติกส์

3.Energy Laboratory: ห้องปฏิบัติการพลังงาน มุ่งเน้นการพัฒนาพลังงานสะอาดและการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน ผู้ที่จบด้านนี้ สามารถไปประกอบอาชีพ ได้แก่ วิศวกรพลังงานแสงอาทิตย์, วิศวกรพลังงาน, และนักธรณีวิทยาปิโตรเลียม

4.Food Innovation Lab: ห้องทดลองนวัตกรรมอาหาร เป็นกลุ่มอาชีพที่พัฒนาอุตสาหกรรมอาหารด้วยนวัตกรรมที่เน้นความยั่งยืน ความปลอดภัย และการตอบโจทย์ตลาดโลก ผู้ที่จบด้านนี้ สามารถไปประกอบอาชีพ ได้แก่ เชฟอาหารรักษ์โลก, นักวิทยาศาสตร์การอาหาร, และนักพัฒนาบรรจุภัณฑ์อาหาร

5. Creative Craft Space: พื้นที่ออกแบบผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ เน้นการออกแบบเชิงสร้างสรรค์ที่ผสานความเป็นไทยเข้ากับแนวคิดร่วมสมัย เพื่อสร้างมูลค่าผลิตภัณฑ์ ผู้ที่จบด้านนี้ สามารถไปประกอบอาชีพ ได้แก่ นักออกแบบผลิตภัณฑ์, นักออกแบบคาแรคเตอร์, และนักออกแบบเครื่องประดับ

6.Disaster Management Center: ศูนย์จัดการภัยพิบัติ กลุ่มอาชีพที่มุ่งเน้นงานด้านการบริหารจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติ โดยใช้เทคโนโลยีและข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ ผู้ที่จบด้านนี้ สามารถไปประกอบอาชีพ ได้แก่ นักจัดการภัยพิบัติ, นักวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ,และนักฉุกเฉินการแพทย์

7.Robotics & Cyber Solutions Center: ศูนย์วิทยาการหุ่นยนต์และความเป็นเลิศทางไซเบอร์ ส่งเสริมทักษะด้านหุ่นยนต์ ระบบอัตโนมัติ และความมั่นคงทางไซเบอร์ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญต่ออุตสาหกรรม 4.0 ผู้ที่จบด้านนี้ สามารถไปประกอบอาชีพ ได้แก่ นักพัฒนาซอฟต์แวร์, เจ้าหน้าที่สืบสวนนิติวิทยาดิจิทัล, และวิศวกรหุ่นยนต์

8.Aerospace Research Station: สถานีวิจัยการบินและอวกาศ สนับสนุนศักยภาพธุรกิจอวกาศและการบิน โดยเน้นเทคโนโลยีดาวเทียมและระบบข้อมูลภูมิสารสนเทศ ผู้ที่จบด้านนี้ สามารถไปประกอบอาชีพ ได้แก่ วิศวกรดาวเทียม, วิศวกรซ่อมบำรุงอากาศยาน, และนักภูมิสารสนเทศ

9.Biomedical Engineering Center: ศูนย์วิศวกรรมชีวการแพทย์ มุ่งสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมสุขภาพและการแพทย์ ซึ่งเป็นหนึ่งในเป้าหมายของประเทศไทยในยุคเศรษฐกิจชีวภาพ ผู้ที่จบด้านนี้ สามารถไปประกอบอาชีพ ได้แก่ นักวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง, นักคิดค้นยา, และวิศวกรชีวการแพทย์

“ใน 9 กลุ่มอาชีพในโซน Job World  ของฟิวเจอร์เรียม เราแบ่งเป็น 27 ห้อง 27 อาชีพทั้ง วิศวกรดาวเทียม เจ้าหน้าที่สืบสวนนิติวิทยาดิจิทัล วิศวกรหุ่นยนต์ นักออกแบบคาแรคเตอร์ นักจัดการภัยพิบัติ นักวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ เชฟอาหารรักษ์โลก นักธรณีวิทยาปิโตรเลียม นักวางแผนระบบโลจิสติกส์  นักพัฒนาสายพันธุ์ เป็นต้น ทั้ง 27 ห้องที่จัดแสดงมีข้อมูลความรู้ที่ถูกต้องจากองค์กรที่เกี่ยวกับอาชีพนั้นจริงๆ เพื่อให้เยาวชนที่สนใจได้ไปเรียนรู้และลงมือปฎิบัติว่าชอบในอาชีพใดที่เหมาะสมกับตัวเอง จะได้มุ่งไปเรียนทางนั้นเพื่อที่จะได้นำไปสู่การวางแผนสายอาชีพในระยะยาว ไม่ใช่แค่การถามเด็กๆ ซ้ำๆ ว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร ที่ Job World  ของฟิวเจอร์เรียมจะคอยก่อร่างภาพฝันให้เยาวชน รู้จักโลกและสังคมผ่านอาชีพหลากหลาย” ผศ.ดร.รวิน กล่าว

สำหรับ Job World  ตั้งอยู่ใน ฟิวเจอร์เรียม(FUTURIUM) ศูนย์เรียนรู้ด้านนวัตกรรมเปิดรอบพิเศษให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมแล้วตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 13 ก.ค.2568 เพื่อทดลองเปิดระบบแบบเต็มรูปแบบครั้งแรก ก่อนจะเปิดอย่างเป็นทางการอีกครั้งประมาณปลายปี 2568

ราคากิจกรรม Job World (เฉพาะเด็กอายุ 13 ปีขึ้นไป) เด็กราคา 300 บาท ผู้ใหญ่ 300 บาท ช่วงเปิดรอบพิเศษ ลดราคา 50%

ผู้สนใจเข้าชม สามารถจองเข้าชมได้ที่ https://ticket.nsm.or.th/ เปิดให้บริการ วันอังคาร – วันศุกร์: 09.30 – 15.00 น. และวันเสาร์ – วันอาทิตย์: 09.30 – 17.00 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 0 – 2577 – 9999 ต่อ 2122-2123 หรือ Faceook : NSMThailand

-(016)

กลุ่มตะกั่วป่ามายโฮม แสดงความยินดีกับ ‘สมชาย ประเสริฐพรพงศ์’ นายกเทศมนตรีเมืองตะกั่วป่าคนใหม่

กลุ่มตะกั่วป่ามายโฮม แสดงความยินดีกับ ‘สมชาย ประเสริฐพรพงศ์’ นายกเทศมนตรีเมืองตะกั่วป่าคนใหม่

กลุ่มตะกั่วป่ามายโฮม แสดงความยินดีกับ ‘สมชาย ประเสริฐพรพงศ์’ นายกเทศมนตรีเมืองตะกั่วป่าคนใหม่

วันพุธ ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 13.14 น.

กลุ่มตะกั่วป่ามายโฮม นำโดย นางสาวชมพูนุช  ประเสริฐพรพงศ์ ร่วมแสดงความยินดีกับ นายสมชาย  ประเสริฐพรพงศ์  นายกเทศมนตรีเมืองตะกั่วป่า ในโอกาสเข้ารับตำแหน่งใหม่ แถลงความพร้อมเดินหน้าสร้าง “ตะกั่วป่าก้าวใหม่”  รักษาสัญญามหาชน ตั้งใจทำงานด้วยความซื่อตรง เพื่อรักษาทุกรอยยิ้ม ทุกความหวังดี ทุกความรักที่มีให้กันให้ดีที่สุด

นายสมชาย  ประเสริฐพรพงศ์  นายกเทศมนตรีเมืองตะกั่วป่าคนล่าสุด กล่าวว่า พร้อมจะเดินหน้าพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนตะกั่วป่า จังหวัดพังงา อย่างเต็มความสามารถในทุกๆ ด้าน   ไม่ว่าจะเป็น ด้านกีฬา :  พัฒนาสนามกีฬากลางตะกั่วป่า TAKUAPA SPORTS STADIUM สนามกีฬากลาง โรงเรียนกีฬาเมืองตะกั่วป่า ปรับปรุงสนามกีฬากลางให้ได้มาตรฐาน เพื่อรองรับการจัดการแข่งขันกีฬาระดับภาคและระดับประเทศ พร้อมปรับภูมิทัศน์พื้นที่โดยรอบให้เป็นสวนสาธารณะเเละปอดแห่งใหม่ของเมืองตะกั่วป่าเพื่อใช้เป็นพื้นที่ในการออกกำลังกาย สนามเด็กเล่น  รวมทั้ง ศูนย์กีฬาชุมชนพิทักษ์สันติราษฎร์ YANYAO COMMUNITY SPORTS CENTER  

นอกจากนี้ ยังทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง “เทศบาลเมืองตะกั่วป้า”  กับ “สถานีตำรวจภูธรตะกั่วป่า” จัดสร้างศูนย์กีฬาชุมชนพิทักษ์สันติราษฎร์ YANYAO COMMUNITY SPORTS CENTER สถานที่ออกกำลังกายสำหรับชุมชน ได้มาเล่นกีฬาและทำกิจกรรมร่วมกัน เพื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับประชาชน สร้างสนามฟุตบอลหญ้าเทียม สนามเซปักตะกร้อ ลานตะกร้อวง ลานอเนกประสงค์ (สนามเด็กเล่น) Walk way (พร้อมเครื่องออกกำลังกาย และศาลาพักผ่อน)

ด้านการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม :   พัฒนาโรงเรียนกีฬาอันดามันเมืองตะกั่วป่า TAKUAPA ANDAMAN SPORTS SCHOOL ให้เป็นโรงเรียนทางเลือก เช่น โรงเรียนกีฬา การโรงแรม การแสดง ดนตรี เเละนาฏศิลป์ ยกระดับการศึกษาทางเลือก ให้มีคุณภาพและเท่าเทียมการศึกษาในระบบบเพื่อความหลากหลายทางการศึกษาของนักเรียน รวมทั้ง พัฒนาอุทยานพระนารายณ์ นารายณ์ฮับเเอนด์คอมเมอร์เซียลเซ็นเตอร์ NARAI HUB & COMMERCIAL CENTER เป็นศูนย์การเรียนรู้ทางศาสนา วัฒนธรรม ศูนย์กลางการทำกิจกรรม ด้านการศึกษาเเละ ศูนย์กวดวิชา (TUTOR ZONE) พร้อมยกระดับตลาด ลานโล่งให้ได้มาตรฐานเเละกันสมัย เป็นศูนย์กลางการค้า แห่งใหม่ของเมืองตะกั่วป่า

ด้านการท่องเที่ยว:  เปิดตลาดลานโล่ง LARN LONG … WALKING STREET ศูนย์อาหารทันสมัย ฟู้ดคอร์ท และอาหารริมบาทวิถี “สตรีทฟู้ด กู๊ดเฮลท์” เน้นสะอาด ปลอดภัย ถูกใจ ต้อนรับนักท่องเที่ยว และกระตุ้นเศรษฐกิจเมืองตะกั่วป่า

ด้านการแพทย์และสาธารณสุข : ศูนย์การแพทย์และฟื้นฟูเมืองตะโกลา (TAKOLA MEDICAL & REHABILITATION CENTER HOSPITAL) เปิด 5 คลินิกกับ 1 ศูนย์ฟื้นฟู เพื่อลดปัญหาความแออัด ลดระยะเวลาเเละอำนวยความสะดวกแก่ผู้ป่วย อีกทั้ง รองรับสังคมผู้สูงอายุที่เป็นสังคมหลักปัจจุบัน ด้วยคลินิกตรวจรักษาโรคทั่วไป (OPD) คลินิกกายภาพบำบัด คลินิกแพทย์แผนจีน คลินิกทันตกรรม คลินิกแพทย์แผนไทย และศูนย์ดูแลผู้สูงวัย (DAY CARE)  รวมทั้ง สวนสุขภาพคนเมือง ทุ่งพระโพธิ์ (THUNG PHRA PHO HEALTH AND WELLNESS)

พัฒนาทุ่งพระโพธิ์ให้เป็นสถานที่ออกกำลังกายที่กับสมัย พร้อมศูนย์ดูแลและฟื้นฟูผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาส แบบบูรณาการในชุมชน และ ศูนย์ดูแลและพัฒนาสุขภาพชีวิตแบบองค์รวม (THUNG PHRA PHO CITIZEN CENTER) ส่งเสริมสุขภาพกาย สุขภาพใจของผู้สูงอายุ ผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส เน้นการทำกิจกรรมร่วมกัน เช่น ร้องเพลง เต้นรำ อบสมุนไพรเพื่อสุขภาพ การทำอาหารเพื่อสุขภาพ เป็นต้น

-(016)

กลุ่มเซ็นทรัล ส่งมอบ ‘รถพยาบาลฉุกเฉินพร้อมอุปกรณ์การแพทย์’ แก่สถาบันมะเร็งแห่งชาติ เสริมศักยภาพดูแลผู้ป่วย

กลุ่มเซ็นทรัล ส่งมอบ ‘รถพยาบาลฉุกเฉินพร้อมอุปกรณ์การแพทย์’ แก่สถาบันมะเร็งแห่งชาติ เสริมศักยภาพดูแลผู้ป่วย

กลุ่มเซ็นทรัล ส่งมอบ ‘รถพยาบาลฉุกเฉินพร้อมอุปกรณ์การแพทย์’ แก่สถาบันมะเร็งแห่งชาติ เสริมศักยภาพดูแลผู้ป่วย

วันพุธ ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 13.05 น.

กลุ่มเซ็นทรัลและบริษัทในเครือ เดินหน้ายกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย ส่งมอบ รถพยาบาลฉุกเฉินพร้อมอุปกรณ์การแพทย์ ให้แก่ สถา บันมะเร็งแห่งชาติ เพื่อส่งเสริมศักยภาพในการลำเลียงและรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งในภาวะวิกฤตได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย ภายใต้โครงการ “Central Group Women Cancer” (เซ็นทรัลกรุ๊ป วูเม่น แคนเซอร์) – ชวนทำดี ช่วยผู้ป่วยมะเร็งสตรี

พิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล กล่าวว่า “ด้วยความมุ่งมั่นของกลุ่มเซ็นทรัลในการสนับสนุนการป้องกัน รักษา และฟื้นฟูผู้ป่วยโรคมะเร็ง ทั้งในด้านเครื่องมือแพทย์ ที่พักฟื้นผู้ป่วย รวมถึงการสร้างความตระหนักรู้ในวงกว้าง เราจึงได้ดำเนิน โครงการ ‘Central Group Women Cancer’– ชวนทำดี ช่วยผู้ป่วยมะเร็งสตรี ต่อเนื่องเป็นปีที่ 20 ภายใต้โครงการ “เซ็นทรัล ทำ”- ทำด้วยกัน ทำด้วยใจ ซึ่งเป็นโครงการด้านความยั่งยืนของกลุ่มเซ็นทรัล โดยในปีที่ผ่านมากลุ่มเซ็นทรัลได้เชิญชวนพี่น้องประชาชน คู่ค้าและบริษัทในเครือร่วมกันระดมทุนผ่านช่องทางต่างๆ เช่น เว็บไซต์ Thamdee กล่องรับบริจาคในห้างร้านเครือกลุ่มเซ็นทรัล กว่า 491 จุดทั่วประเทศ แคมเปญการตลาด การแลกคะแนน The 1 และการสมทบทุนผ่านบัญชีมูลนิธิเตียง จิราธิวัฒน์ โดยสามารถรวบรวมยอดระดมทุนได้กว่า 2.5 ล้านบาท เพื่อนำไปจัดซื้อ ‘รถพยาบาลฉุกเฉินพร้อมอุปกรณ์ทางการแพทย์’ เช่น เครื่องช่วยหายใจ เครื่องกระตุกหัวใจ เตียงเคลื่อนย้ายผู้ป่วย ฯลฯ มอบให้แก่สถาบันมะเร็งแห่งชาติ สำหรับใช้ในการลำเลียงผู้ป่วยในภาวะเร่งด่วนหรือมีภาวะแทรกซ้อน ให้สามารถเข้าถึงการรักษาได้อย่างรวดเร็ว ปลอดภัย ซึ่งจะมีส่วนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลผู้ป่วยและเป็นแรงสนับสนุนให้ทีมแพทย์และเจ้าหน้าที่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มศักยภาพ”

เรืออากาศเอก นพ. สมชาย ธนะสิทธิชัย ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กล่าวว่า “ในนามของสถาบันมะเร็งแห่งชาติ ขอขอบคุณกลุ่มเซ็นทรัลและบริษัทในเครือที่เล็งเห็นถึงความสำคัญของการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ผ่านการดำเนินโครงการ “Central Group Women Cancer” มาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการระดมทุนเพื่อจัดหารถพยาบาลฉุกเฉินพร้อมอุปกรณ์ทางการแพทย์ เพื่อมอบให้แก่สถาบันมะ เร็งแห่งชาติในครั้งนี้ ความช่วยเหลือดังกล่าวจะช่วยเสริมศักยภาพในการดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็งที่อยู่ในภาวะวิกฤต หรือผู้ที่มีข้อจำกัดในการเดินทางให้สามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้อย่างปลอดภัย ทันท่วงที และมีคุณภาพ นับเป็นแรงสนับสนุนสำคัญที่ไม่เพียงแบ่งเบาภาระของระบบสา ธารณสุขเท่านั้น หากยังเป็นพลังแห่งความหวังที่ส่งต่อกำลังใจให้แก่ผู้ป่วยและครอบครัวในการต่อสู้กับโรคร้ายอย่างเข้มแข็ง”

กลุ่มเซ็นทรัลและบริษัทในเครือขอร่วมเป็นกำลังใจให้ผู้ป่วยโรคมะเร็งมีพลังใจในการต่อสู้กับโรคอย่างเข้มแข็งและกลับมาใช้ชีวิตอย่างมีความสุขอีกครั้งในเร็ววัน