เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ชวนสปอร์ตเลิฟเวอร์ มาฟิตแอนด์เฟิร์ม ในงาน’THE MALL LIFESTORE SPORTS FEST’

เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ชวนสปอร์ตเลิฟเวอร์  มาฟิตแอนด์เฟิร์ม ในงาน'THE MALL LIFESTORE SPORTS FEST'

เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ชวนสปอร์ตเลิฟเวอร์ มาฟิตแอนด์เฟิร์ม ในงาน’THE MALL LIFESTORE SPORTS FEST’

วันพุธ ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 12.52 น.

เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ บางแค ตอกย้ำความเป็น SPORTS DESTINATION จัดเต็มแบรนด์สปอร์ตและแฟชั่นชั้นนำครบจบในที่เดียว   พร้อมชวนสายเฮลท์ตี้มาร่วมระเบิดพลังโชว์ความฟิตแอนด์เฟิร์ม ในงาน “THE MALL LIFESTORE SPORTS FEST” มหกรรมความแอคทีฟ พิชิตทุกความมันส์ ปักหมุดเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ และบางแค ให้เป็นแลนด์มาร์คการออกกำลังกายของโซนกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก และกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตก  พร้อมสัมผัสความครบครันของสินค้าสปอร์ตทั้งในศูนย์ฯ และ สปอร์ตมอลล์ (SPORTS MALL) ที่รวมพลังยกทัพแบรนด์ดังมาร่วมสร้างสีสันจัดเต็มกิจกรรมเพื่อสุขภาพ และโปรโมชั่นความคุ้มค่าแบบเต็มสเกล ลดสูงสุด 70%  ระหว่างวันที่ 23 มิถุนายน – 2 กรกฎาคม 2568 ที่ เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ

เพื่อตอบรับเทรนด์การออกกำลังกายในปัจจุบัน โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับไลฟ์สไตล์ที่ดีต่อสุขภาพ และบาลานซ์สุขภาพใจด้วยการสร้างสมดุลชีวิตที่ดี เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์  จึงได้ร่วมกับ  สปอร์ตมอลล์ (SPORTS MALL)  จัดงาน “THE MALL LIFESTORE SPORTS FEST” พร้อมมุ่งเป็นสปอร์ต เดสทิเนชั่น ผู้นำด้านไลฟ์สไตล์กีฬาที่ไม่เพียงจำหน่ายอุปกรณ์กีฬาแต่ยังสร้างแรงบันดาลใจ เสริมสร้างสุขภาพที่ดีในทุกเจเนอเรชัน โดยได้รวบรวมสินค้าแบรนด์สปอร์ตชั้นนำภายในศูนย์ฯ และสปอร์ตมอลล์ (SPORTS MALL)   อาทิ  ADIDAS, ANTA, ARI FOOTBALL, ASICS, CONVERSE, DECATHLON, FAIRTEX, FOOT LOCKER, JD SPORTS, NEW BALANCE, NIKE, PUMA, REV RUNNR, THE NORTH FACE, TAYLORMADE, TITLEIST, UNDER ARMOUR, VANS, WARRIX จัดโปรโมชั่นแห่งปี ครบทุกหมวดหมู่ รองเท้า เสื้อผ้า และอุปกรณ์กีฬาคุณภาพ ที่ตอบโจทย์ทุกกิจกรรมทั้งวิ่ง ฟุตบอล ว่ายน้ำ จักรยาน โยคะ แบดมินตัน พิคเคิลบอล และกีฬาสตรีท เอาท์ดอร์ รวมไปถึงสินค้าแฟชั่นไลฟ์สไตล์

  • ครั้งแรก! ศูนย์รวมคลาสออกกำลังกาย ใจกลางเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ พร้อมโปรโมชั่นจากแบรนด์กีฬาชั้นนำ

ความพิเศษของ “THE MALL LIFESTORE SPORTS FEST” ในปีนี้  เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ  พร้อมปักหมุดเป็นแลนด์มาร์กของการออกกำลังกายโซนกรุงเทพฯฝั่งตะวันออก และกิจกรรมสำหรับคนรักกีฬาที่สามารถใช้เวลาเพื่อสุขภาพได้ทั้งวัน กับคลาสออกกำลังกายในห้างครั้งแรก ของเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์   โดยจำลองบรรยากาศ บริเวณ เอ็ม แกรนด์ ฮอลล์ ชั้น G    ให้เป็นคลับแห่งการออกกำลังกายสุดยิ่งใหญ่ รวบรวมคลาสฟิตเนสยอดนิยม และเล่นตามได้เพลิดเพลินกว่า 40 คลาส  โดยผู้เชี่ยวชาญจากแบรนด์พาร์ทเนอร์ชื่อดัง อาทิ FITNESS FIRST กับคลาส Workout สุดมันส์ที่ฮิตและร้อนแรงในช่วงเวลานี้ ได้แก่ HYROX FOUNDATION   HYROX ENGINE  HIIT x FUSION และคลาสอีกมากมาย พร้อมมาเปิดประสบการณ์กับคลาสมวยไทยจาก  FAIRTEX นำทีมโดย คุณตุ้ม ปริญญา    และมาร่วมขยับอย่างมีสไตล์กับ CURVE BKK  สนุกกับคลาส CARDIO BARRE และ STRETCHING   พลาดไม่ได้กับ KAEW PILATES  เบิร์นทุกส่วนกับอุปกรณ์สุดฮิต เปิดประสบการณ์ PILATES MAT, MOTR และ BALL & RING  PHYSIQUE 57 ที่จะมา BARRE BUILD BURN LOW IMPACT & HIGH INTENSITY ให้ทุกคนปั้นหุ่นสวยทุกจังหวะในคลาส  เป็นต้น ภายในงานพบกับ Beanbag Almond Protein  ที่จะมาให้ทุกคนในคลาสได้ดื่มเพิ่มความสดชื่นหลังจบคลาส

ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย  เพียงจองคลาสล่วงหน้า และแสดงใบเสร็จการใช้จ่ายในศูนย์ฯ  ที่จุดรับลงทะเบียนภายในงาน  และห้ามพลาด! กับไฮไลท์การแข่งขันสุดท้าทาย  RUN BIKE RUN 18K”  ที่ผสมผสานการวิ่ง และปั่นจักรยาน   พร้อมรับของรางวัลรวมมูลค่ากว่า 50,000 บาท ในวันเสาร์ ที่ 28 – วันอาทิตย์ที่ 29 มิถุนายน 2568   เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ – 22 มิถุนายน 2568   สมัคร RUN BIKE RUN 18K และจองคลาส ได้ที่ http://mcard.to/2wHbv1พร้อมจัดเต็มกับโปรโมชั่นพิเศษจากแบรนด์กีฬาชั้นนำภายในงาน รวมทั้งแบรนด์สปอร์ตในโซนศูนย์การค้าทั้งหมด ที่จะมาผนึกกำลังยกทัพสินค้าสปอร์ตมาลดกระหน่ำแบบจัดเต็มสูงสุด  70 %  ทุกวัน และรับโปรโมชั่นพิเศษอีกมากมายระหว่างวันที่ 23 มิถุนายน – 28 กรกฎาคม 2568 ที่เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ทุกสาขา และเดอะมอลล์ โคราช เมื่อช้อปแบรนด์สปอร์ตและแฟชั่นในศูนย์ฯ  ดังนี้

  • โปรโมชั่นพิเศษทุกวัน สำหรับสมาชิก M Card  หรือผู้ถือบัตรเครดิต VISA ช้อปครบ 1,500 บาท รับ Cash Coupon 300 บาท
  • โปรโมชั่น BLACK WEEKEND  ตั้งแต่วันที่ 27 – 30 มิถุนายน 2568 และวันที่ 25 – 28 กรกฎาคม 2568 สมาชิก M Card รับแรงสูงสุด 2,000 บาท
  • สมาชิก M Card รับส่วนลดเพิ่มสูงสุด 25% กับแบรนด์ที่ร่วมรายการเมื่อแลกคะแนน M Point
    และรับเพิ่ม 1 M Point ทุกการช้อป 25 บาท ในศูนย์ฯ
  • สปอร์ตมอลล์ (SPORTSMALL) เสริมทัพชาเลนจ์ท้าทายความฟิต  จัดเต็มโปรโมชั่นสินค้ากีฬา  ลดสูงสุด 50%  

ในส่วนของ สปอร์ตมอลล์ (SPORTSMALL)ผู้นำด้านแหล่งรวมสินค้า และอุปกรณ์กีฬาครบวงจร ยังเพิ่มดีกรีความฟิต ทุกวันศุกร์-เสาร์ -อาทิตย์    ชวนมาท้าทายความแกร่ง กับชาเลนจ์กีฬาสุดมันส์ พิชิตความเป็น CHAMPION พร้อมชิงเงินและของรางวัล ดังนี้ 

  • RUNNING CHALLENGE วิ่งเต็มลิมิต พิชิตระยะทาง ค้นหาผู้ท้าชิงที่วิ่งได้ระยะทางไกลที่สุดใน 1 นาที เก็บคะแนนตลอดระยะเวลาแคมเปญ ผู้ชนะ TOP SCORE รับของรางวัลจาก SPORTSMALL มูลค่าสูงสุด 10,000 บาท
  • SPORTS FUN GAME กับกิจกรรม PULL UP GAME โหนบาร์ ท้าความแกร่ง, BLAZEPOD GAME วัดความไว, RING TOSS GAME เกมโยนห่วงวัดความแม่นยำ และDINKING CHALLENGE เกมกีฬา  เทรนด์ใหม่จากกีฬา PICKLEBALL โดยผู้ชนะจะได้รับของรางวัลจาก SPORTSMALL

พบกับโปรโมชั่นช้อปคุ้มกว่า ตั้งแต่วันที่  12  มิถุนายน   – 31 สิงหาคม 2568 ที่ สปอร์ตมอลล์ (SPORTSMALL) ทุกสาขา  และ ในวันที่ 23 มิ.ย. – 2 ก.ค. 68  ที่ เอ็มแกรนด์ ฮอลล์  ชั้น G  เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ  อาทิ

  • สินค้ากีฬาลดราคาสูงสุด 50% อาทิ NIKE, ADIDAS, CROCS, SKECHERS, REV RUNNR, HOKA, SAUCONY, VICTOR, VSI, MIZUNO, BAOJI และแบรนด์ชั้นนำอีกมากมาย
  • สินค้านาทีทอง แบรนด์ NIKE ลดสูงสุด 50% ลดทุกวันจันทร์ – พฤหัสบดี เวลา 17.00 – 19.00 น. และ ทุกวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ เวลา 14.00 – 17.00 น.
  • สมาชิก M Card แลก 400 M Point รับส่วนลด 100 บาท เมื่อช้อปภายในงานครบ 1,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ จำกัดสิทธิ์ 600 สิทธิ์ตลอดรายการ แลกรับสิทธิ์ผ่าน M Card Application
  • ช้อปสินค้าภายในงานครบ 1,500 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ รับสิทธิ์แลกซื้อชุดเซ็ตทำความสะอาดจาก Wilkins ในราคา 345 บาท จากราคาปกติ 850 บาท
  • แลกรับส่วนลดและเครดิตเงินคืนสูงสุด 20% จากบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ

เตรียมความพร้อมและมาร่วมฟิตแอนด์เฟิร์ม ในงานTHE MALL LIFESTORE SPORTS FEST” ตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน – 2 กรกฏาคม 2568 ที่ เอ็ม แกรนด์ ฮอลล์ และเอ็มสเปซ เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ และ รับส่วนลดจากร้านแบรนด์สปอร์ตชั้นนำในศูนย์ฯ ต่อเนื่องถึงวันที่  28 กรกฎาคม 2568   รวมถึงที่สปอร์ตมอลล์ ทุกสาขา ตั้งแต่วันนี้–  31 สิงหาคม 2568  ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ FACEBOOK : SPORTSMALLTHAILAND  และ FACEBOOK : THE MALL GROUP

จดหมายเปิดผนึกจาก ‘ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร’ อธิการบดีจุฬาฯ ถึงนักศึกษาชาวไทยในสหรัฐอเมริกา

จดหมายเปิดผนึกจาก 'ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร' อธิการบดีจุฬาฯ ถึงนักศึกษาชาวไทยในสหรัฐอเมริกา

จดหมายเปิดผนึกจาก ‘ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร’ อธิการบดีจุฬาฯ ถึงนักศึกษาชาวไทยในสหรัฐอเมริกา

วันพุธ ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 10.06 น.

ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ ส่งความห่วงใยมายังนักศึกษาชาวไทยในสหรัฐฯ ในช่วงเวลาที่มีความไม่แน่นอนเกี่ยวกับนโยบายวีซ่าที่อาจส่งผลต่อสิทธิในการศึกษา พร้อมกล่าวว่า จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยพร้อมจะอยู่เคียงข้างนักศึกษาไทยทุกคน

สำหรับจดหมายดังกล่าว มีใจความว่า..

ในนามของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผมขอส่งความห่วงใยมายังพวกเราทุกคนที่กำลังใช้ชีวิตและศึกษาอยู่ในสหรัฐฯ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่มีความไม่แน่นอนเกี่ยวกับนโยบายวีซ่าที่อาจส่งผลต่อสิทธิในการศึกษา
เมื่อไม่นานนี้ ผมและผู้บริหารจุฬาฯ มีโอกาสได้ไปเยือน Harvard และ MIT และได้พบกับนักศึกษาชาวไทยหลายคน ทุกคนต่างมีความมุ่งมั่น ตั้งใจ และอดทนในการใฝ่หาความรู้ เพื่อนำมาพัฒนาตนเอง สังคม และประเทศชาติ แม้จะอยู่ท่ามกลางความกังวลใจต่ออนาคตที่ยังไม่ชัดเจน

ผมอยากบอกว่าพวกเราที่จุฬาฯ ชื่นชมในความมุ่งมั่นตั้งใจ ความมานะพยายาม และความอดทน และพร้อมจะอยู่เคียงข้างนักศึกษาไทยทุกคน

ในฐานะตัวแทนของประชาคมจุฬาฯ ผมขอประกาศความตั้งใจที่ชัดเจน 3 ประการ:

1. ดูแล – เตรียมทีมกฎหมาย และผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาเรื่องวีซ่า พร้อมช่วยประสานกับสถานทูตและหน่วยงานไทยในสหรัฐฯ

2. สนับสนุน – หากการเรียนสะดุด จุฬาฯ พร้อมช่วยให้คำปรึกษา วางแผนปรับเส้นทางการศึกษา รวมถึงการโอนหน่วยกิต เพื่อให้ทุกคนมีทางเลือกที่จะสำเร็จการศึกษาได้อย่างไม่สะดุด

3. เปิดโอกาส – ไม่ว่าจะอยากทำงานต่อที่สหรัฐฯ หรือกลับไทย จุฬาฯ พร้อมที่จะช่วยเชื่อมต่อกับศิษย์เก่า บริษัท สถาบันการศึกษา รวมทั้งเสนอโอกาสร่วมงานกับจุฬาฯ

แม้ทุกคนจะอยู่ห่างไกล แต่หัวใจของพวกเราคนไทยอยู่ใกล้กัน ขอให้มั่นใจว่าชาวจุฬาฯ จะอยู่ข้างๆ พวกท่านเสมอ และหากนักเรียนไทยไม่ว่าจะเรียนมหาวิทยาลัยใดก็ตาม หากต้องการสานต่อการเรียน สามารถติดต่อจุฬาฯ เพื่อสานต่อการเรียนจนประสบความสำเร็จได้เสมอ

‘เซ็นทรัลพัฒนา’จัดกิจกรรมสุดปัง SOULMATE SPEED DATING ปักหมุดพร้อมเดต 4 โลเคชัน

'เซ็นทรัลพัฒนา'จัดกิจกรรมสุดปัง SOULMATE SPEED DATING ปักหมุดพร้อมเดต 4 โลเคชัน

‘เซ็นทรัลพัฒนา’จัดกิจกรรมสุดปัง SOULMATE SPEED DATING ปักหมุดพร้อมเดต 4 โลเคชัน

วันพุธ ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.07 น.

เซ็นทรัลพัฒนา ผู้พัฒนาธุรกิจศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศ ย้ำบทบาท The Pioneer of Equality ร่วมมือกับ ‘กัลเดอร์มา (ประเทศไทย) จํากัด’ ผู้นำระดับโลกด้านเวชสำอางและการดูแลผิวแบบครบวงจร และ ‘MeetNLunch’ บริษัทจัดหาคู่อันดับ 1 ในเอเชีย ชวนทุกหัวใจไพรด์ ให้พองโตรับเดือนแห่งสีสัน! เตรียมพบกับกิจกรรมสุดปังกับ SOULMATE SPEED DATING โซลเมทสายรุ้ง ใครจะรู้…รักแท้ที่คุณตามหา อาจอยู่ที่เซ็นทรัลฯ! ปักหมุดพร้อมเดต 4 โลเคชัน อาทิ  เซ็นทรัลเวิลด์, ภูเก็ต, พัทยา และเชียงใหม่

SOULMATE Speed Dating เพิ่มโอกาสให้คุณได้เจอคนที่ใช่ ในเวลาอันรวดเร็วและตรงใจ การันตีคุณภาพผู้ร่วมงานโดย MeetNLunch มาพร้อมกับ Vibes ที่ปลอดภัย สนุกและเป็นกันเอง ไม่ว่าคุณจะเป็น Lesbian, Gay, Bisexual, Transgender, Queer/Questioning หรืออื่นๆ เรายินดีต้อนรับด้วยความเข้าใจ โอกาสที่มากกว่าความรัก คือมิตรภาพใหม่ๆ ที่รอคุณอยู่ พร้อมไฮไลต์ ฟรีจริง! x3 : ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย, ฟรี อาหารและเครื่องดื่มภายในงาน, ฟรี ของสมนาคุณและบัตรกำนัล

ประกาศผล 18 มิ.ย. 68 เข้าร่วมงานผ่าน https://www.facebook.com/CentralPattanaFanpage ผู้โชคดีถูกคัดเลือกและแมทช์คู่พรหมลิขิตโดย ‘MeetNLunch’ บริษัทจัดหาคู่อันดับ 1 ในเอเชีย รอบกิจกรรม เวลา 18.00 – 21.00 น.  จำกัด เพียง 40 ที่นั่ง/สาขา (Male & Male 20 ท่าน/รอบ, Female & Female 20 ท่าน/รอบ) พบกันที่

ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เสาร์ 21 มิ.ย. 2568 at Greyhound Café โซน Groove ชั้น 2

ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ภูเก็ต อาทิตย์ 22 มิ.ย. 2568 at Open Deck ชั้น 3 ฝั่ง Floresta 

ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พัทยา เสาร์ 28 มิ.ย. 2568 at Sloths Cafe’ ชั้น 3 โซน Beach Front

ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่ อาทิตย์ 29 มิ.ย. 2568 at Platinum Lounge ชั้น 5

ใครจะรู้…รักแท้ที่คุณตามหา อาจอยู่ที่เซ็นทรัลฯ

รายละเอียดเพิ่มเติม: https://www.centralpattana.co.th/…/event/1430/speed-dating  

ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จับมือ มูลนิธิเดอะวอยซ์ (เสียงจากเรา) เดินหน้าทำหมันสุนัขจร ลดปัญหาสัตว์ไร้บ้านอย่างยั่งยืน

ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จับมือ มูลนิธิเดอะวอยซ์ (เสียงจากเรา)  เดินหน้าทำหมันสุนัขจร ลดปัญหาสัตว์ไร้บ้านอย่างยั่งยืน

ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จับมือ มูลนิธิเดอะวอยซ์ (เสียงจากเรา) เดินหน้าทำหมันสุนัขจร ลดปัญหาสัตว์ไร้บ้านอย่างยั่งยืน

วันพุธ ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.06 น.

บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ มูลนิธิเดอะวอยซ์ (เสียงจากเรา) โดย เก๋ ชลลดา เมฆราตรี ผู้ก่อตั้งมูลนิธิฯ เดินหน้าจัดโครงการ “Together We Care ดูแลสุนัขจร” เพื่อส่งเสริมการทำหมันสุนัขจรจัดอย่างต่อเนื่อง หวังลดปัญหาสุนัขไร้บ้านในระยะยาว พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตของทั้งคนและสัตว์ในชุมชนอย่างยั่งยืน

โครงการดังกล่าวมุ่งเน้นสร้างความตระหนักรู้ในสังคมเกี่ยวกับความสำคัญของการควบคุมประชากรสัตว์เลี้ยงอย่างมีความรับผิดชอบ โดยเฉพาะการ “ทำหมันสัตว์จรจัด” ซึ่งถือเป็นแนวทางที่มีประสิทธิภาพในการลดจำนวนสุนัขจรที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และช่วยลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของโรคพิษสุนัขบ้า อีกทั้ง ยังเป็นการส่งเสริมสวัสดิภาพของสัตว์ที่มักต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม ไม่มีเจ้าของดูแลหรือได้รับการรักษาพยาบาลเมื่อเจ็บป่วยหรือบาดเจ็บ

ล่าสุด โครงการได้ลงพื้นที่ชุมชนบริเวณเขตบางนา-ตราด หมู่บ้านเลควูด ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ประสบปัญหาสุนัขจรจัดจำนวนมาก โดยได้ดำเนินการทำหมันสุนัขจรจำนวนรวมทั้งสิ้น 96 ตัว พร้อมทั้งดำเนินกิจกรรม “ตามหาบ้าน” เพื่อหาผู้รับเลี้ยงสุนัขจรที่มีความพร้อมในการดูแลสัตว์อย่างเหมาะสม

โครงการ “Together We Care ดูแลสุนัขจร” ถือเป็นอีกหนึ่งความมุ่งมั่นของประกันภัยไทยวิวัฒน์ ในการแสดงบทบาทความรับผิดชอบต่อสังคม ภายใต้วิสัยทัศน์ “คิดเผื่อเพื่อทุกชีวิต” ในการส่งเสริมการอยู่ร่วมกันระหว่างคน สัตว์และสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุลและยั่งยืน

ทั้งนี้ ประกันภัยไทยวิวัฒน์ ยังให้การสนับสนุนเจ้าของสัตว์เลี้ยงในการดูแลสุขภาพน้องหมาน้องแมวอย่างเต็มที่ ด้วยแผนประกัน “Pet Friend Insurance” ประกันภัยสัตว์เลี้ยง เพื่อนซี้ 4 ขา ที่คุ้มครองครอบคลุมอุบัติเหตุและการเจ็บป่วย (OPD, IPD) สูงสุดถึง 200,000 บาทต่อปี

ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับประกันภัยสัตว์เลี้ยง “Pet Friend Insurance” ได้ที่ เว็บไซต์: www.scspetfriend.comwww.thaivivat.co.th / Facebook: Thaivivat Insurance / LINE Official Account: THAIVIVAT INSURANCE

MOTIF นํา ARMANI/CASA เดินทางสู่ประเทศไทยครั้งแรก ตอกย้ำความเป็นผู้นําตลาดเฟอร์นิเจอร์หรู ‘Fashion for Home’

MOTIF นํา ARMANI/CASA เดินทางสู่ประเทศไทยครั้งแรก  ตอกย้ำความเป็นผู้นําตลาดเฟอร์นิเจอร์หรู ‘Fashion for Home’

MOTIF นํา ARMANI/CASA เดินทางสู่ประเทศไทยครั้งแรก ตอกย้ำความเป็นผู้นําตลาดเฟอร์นิเจอร์หรู ‘Fashion for Home’

วันพุธ ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

Armani/Casa แบรนด์เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านไฮเอนด์ในเครือ Armani Group โดยดีไซเนอร์ชื่อก้องโลก Giorgio Armani เดินทางถึงประเทศไทยเป็นครั้งแรกโดยการนำเข้า ของ MOTIF ผู้นำเข้าลักชัวรีเฟอร์นิเจอร์แถวหน้าของประเทศ ซึ่งโดดเด่นในฐานะผู้นำตลาด “Fashion for home”

MOTIF นำโดย อัครรัฐ วรรณรัตน์  ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ จัดงาน Exclusive Launch  เฉลิมฉลองการเดินทางมาถึงประเทศไทยของ ARMANI/CASA  โดยมีเหล่าคนดังเข้าร่วมงานคับคั่ง  ณ พื้นที่จัดแสดง Armani/Casa ภายใน MOTIF Showroom ชั้น 4 ศูนย์การค้า Central Embassy ซึ่งถ่ายทอดวิสัยทัศน์ด้านการใช้ชีวิตภายในบ้านอย่างมีระดับของ Giorgio Armani เป็นครั้งแรกในประเทศไทย

“บ้านควรให้ความรู้สึกสงบและสวยงาม เช่นเดียวกับเสื้อผ้าที่เราสวมใส่” – Giorgio Armani

Armani/Casa จึงถือเป็นตัวแทนของความสง่างาม เงียบขรึม และเรียบง่ายทว่าหรูหรา (subtle luxury) ซึ่งสะท้อนจากดีไซน์ที่หยิบเอาสุนทรียะแห่งแฟชั่นฉบับ Armani มาสู่โลกของการตกแต่งบ้าน

แรงบันดาลใจเบื้องหลังดีไซน์ของ Armani/Casa มีต้นกำเนิดมาจาก 4 แหล่ง ได้แก่ ศิลปะ, แฟชั่น, ธรรมชาติ และทวีปเอเชีย โดยงานศิลปะหลักที่ Giorgio Armani หยิบมาเป็นแรงบันดาลใจคือผลงานของศิลปินอย่าง Claude Monet, Henri Matisse และศิลปินญี่ปุ่น Hokusai ผสมผสานกับอิทธิพลศิลปะแบบอาร์ตเดโก ดังจะเห็นได้จากชิ้นงาน Straw Marquetry เฟอร์นิเจอร์ฝีมือขั้นสูงซึ่งใช้เวลาทำกว่า 80 ชั่วโมง ส่วนลวดลายไอคอนิคจากฝั่งแฟชั่นของ Armani เช่น Canneté, Chevron, Checkers ก็ถูกเลือกสรรมาใช้อย่างงดงามบนลวดลายผ้าและวอลเปเปอร์

นอกจากนี้ แรงบันดาลใจจากธรรมชาติ คืออีกจุดที่โดดเด่นของดีไซน์ Armani/Casa สีสันจากต้นไม้ ใบไม้ หิน เปลือกหอย กลายเป็นเฉดสีที่ส่งให้ชิ้นงานของ Armani/Casa โดดเด่นกว่าใคร ยังไม่นับรวมเฉดสีพิเศษ ‘Greige’ หรือเทาผสมเบจซึ่งมิสเตอร์อาร์มานีเป็นผู้คิดค้นด้วยตนเอง ในขณะเดียวกันความงดงามของวัฒนธรรมเอเชียตะวันออกไกล โดยเฉพาะความงดงามแบบเรียบนิ่งของญี่ปุ่น ถือเป็นอีกส่วนผสมสำคัญของแรงบันดาลใจ ดังเช่นเทคนิคการเล่นแสงผ่านระแนงไม้บนประตูบ้านแบบญี่ปุ่นที่ถูกหยิบมาใช้บนบานตู้ และ ‘Tsuba’ หรือลวดลายเรขาคณิตของด้ามดาบซามูไรบนวอลเปเปอร์และผ้า

ปรัชญาการออกแบบอันเรียบง่ายและสง่างาม ยังเห็นได้ชัดจากการเลือกใช้โทนสีกลางและวัสดุระดับพรีเมียม เช่น ไม้เงาวีเนียร์ แก้วมูราโน หินอ่อน ในขนะเดียวกันก็ยังไม่ลืมความสำคัญของฟังก์ชันที่ควบคู่ดีไซน์ เห็นได้ชัดจากโคมไฟ Logo Lamp ที่ออกแบบให้ใช้สะดวกและปลอดภัย

MOTIF ได้เลือกสรรชิ้นงานออกแบบจาก Armani/Casa มาไว้อย่างครบครันสำหรับตกแต่งบ้านทั้งหลังไม่ว่าจะเป็น โซฟา, เก้าอี้, เตียง, โต๊ะ, ตู้, โต๊ะเครื่องแป้ง มากไปกว่านั้นยังสามารถ Made-to-order เพื่อความพิเศษและลงตัวในแบบที่ต้องการ ทว่าไม่เหมือนใคร อีกทั้ง ยังมีชิ้นงานตกแต่งรุ่น limited edition ที่มาพร้อมหมายเลขประจำชิ้นงานและลายเซ็น Giorgio Armani ประดับแต่ละชิ้นงานอย่างเลอค่า

ชิ้นงานของ Armani/Casa ถูกจัดวางไว้อย่างงดงาม ณ หลากหลายสถานที่สำคัญของโลก เช่น Quirinale Contemporaneo หรือทำเนียบประธานาธิบดีอิตาลี Villa Firenze สถานที่จัดเก็บงานศิลปะอิตาเลียนอันเป็นหนึ่งของสถานทูตอิตาลีประจำกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา สถานทูตอิตาลีประจำกรุงปารีสบนถนน Rue de Varenne และที่ขาดไม่ได้คือ Armani/Hotel โรงแรมแบรนด์ที่มีสาขาทั้งในดูไบและมิลาน ที่ๆ คุณจะสามารถใช้ชีวิตทั้งวันท่ามกลางการรายล้อมของเฟอร์นิเจอร์อันงดงามจาก Armani/Casa

แนวคิดของพื้นที่จัดแสดง Armani/Casa ขนาด 75 ตารางเมตร ภายใน MOTIF Showroom ได้รับแรงบันดาลใจจากความสง่างามของร้านแฟล็กชิปที่มิลาน โดยใช้ผนังไม้โอ๊คสีอ่อนตกแต่งด้วยเส้นโลหะสุดประณีตเพื่อสร้างบรรยากาศที่ทั้งอบอุ่นและหรูหราในเวลาเดียวกัน แสงธรรมชาติที่ส่องผ่านฉากตาข่ายโลหะสีแพลตินัมช่วยขับให้เฟอร์นิเจอร์ สิ่งทอ แสงไฟ ของตกแต่ง และวอลล์เปเปอร์จาก Armani/Casa โดดเด่นอย่างมีเสน่ห์

สมาคมศิษย์วังหลัง-วัฒนา ฉลองเบิรธ์เดย์ ศจ.ดร.แพง ชินพงศ์

สมาคมศิษย์วังหลัง-วัฒนา ฉลองเบิรธ์เดย์ ศจ.ดร.แพง ชินพงศ์

สมาคมศิษย์วังหลัง-วัฒนา ฉลองเบิรธ์เดย์ ศจ.ดร.แพง ชินพงศ์

วันพุธ ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

คณะกรรมการสมาคมศิษย์วังหลัง-วัฒนา ร่วมฉลอง  Pre Brithday celebration ให้กับ ศาสนาจารย์ ดร.แพง ชินพงศ์นายกสมาคมศิษย์วังหลัง – วัฒนา ภายในงานอบอุ่นไปด้วยคณะกรรมการ ที่ปรึกษาสมาคมฯ ศิษย์วัฒนารุ่น 107 และรุ่นพี่รุ่นน้องมาร่วมยินดีอวยพรมอบให้เจ้าของวันเกิดด้วยความรักและความอบอุ่น ณ อาคารเอ็ดน่าโคลอนุสรณ์ โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน ที่ผ่านมา

Pre Birthday celebration มอบให้ ศาสนาจารย์ ดร.แพง ชินพงศ์ นายกสมาคมศิษย์วังหลัง – วัฒนา ท่ามกลาง ชลลกา เก่งระดมยิง อดีตนายกสมาคมฯ,ลานทิพย์ ทวาทศิน ผจก.โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย, ดวงใจ ตั้งสง่า, ภาวิไล บุราวาศ,  ผาณิต พูนศิริวงศ์, คุณหญิงกษมา วรวรรณฯ, อนิตา พงษ์เภตรา และ บุษกร ณ บางช้าง

ต่อด้วยการประชุมสมาคมฯ ประจำเดือน และการสรุปตัวเลขจากการขายของงานการาจเซลล์ ครั้งที่ 5/2025 จัดโดยสมาคมศิษย์วังหลัง – วัฒนา ประธานจัดงาน คือ อนิตา พงษ์เภตรา โดยนำสินค้ามือสองคุณภาพดี อาทิ เสื้อผ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า กระเป๋า เครื่องสำอางค์ เครื่องประดับ เครื่องครัว เครื่องกีฬา ของเล่นและของใช้ทั่วไปมาจำหน่าย ระหว่างวันที่ 27 – 31 พฤษภา คม 2568 ณ โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย  โดยรายได้จากงานนี้ สมาคมศิษย์วังหลัง – วัฒนา จะนำไปใช้ในกิจกรรมต่างๆ ของสมาคมและกิจกรรมสาธารณกุศลต่อไป ส่วนของบริจาคที่เหลือทั้งหมดสมาคมฯ แบ่งไปช่วยหน่วยงานต่างๆ ดังนี้ บ้านนกขมิ้น, มูลนิธิกระจกเงา, สตรีคริสเตียนภาค 6,คริสตจักรวัฒนา, ทหารพรานที่ 3 จชต. และมอบให้นักเรียนโรงเรียนสบเมย จ.แม่ฮ่องสอน รวม ทั้งบริจาคของให้ ยุวสตรียาตรา ประเทศไทย The Girls’ Brigade Thailand

ศจ.ดร.แพง ชินพงศ์ นายกสมาคมฯ กับคณะกรรมการ และที่ปรึกษา และศิษย์วัฒนาวิทยาลัยรุ่น 107 มาร่วมอวยพรมอบให้เจ้าของวันเกิดอย่างอบอุ่น

ลานทิพย์ ทวาทศิน ผจก.โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย พร้อม ศศิธร วัฒนกุล ผช.ผจก.โรงเรียน และ ดร.สุภลักษณ์ ไชยสถาน ผู้อำ นวยการโรงเรียน ร่วมอวยพร

เบิร์ธเดย์แบบใกล้ชิด คุณหญิงกษมา วรวรรณฯ, ผาณิต พูนศิริวงศ์ และ ชลลกา เก่งระดมยิง 

ชลัยพร สิมะเสถียร, ณัฎฐา พันธุ์ทรัพย์, ชรริน ญาณนนท์, วิสาขา บรรหารศุภวาท, พรประภา พันธ์บูรณะ, สริสา วรประคุณ

วิสาขา บรรหารศุภวาท, ชรริน ญาณนนท์, สริสา วรประคุณ, ดร.จรรย์จารี ธรรมา, ภาวิไล บุราวาศ, ศจ.ดร.แพง ชินพงศ์ , ผาณิต พูนศิริวงศ์, ดวงใจ ตั้งสง่า, พรประภา พันธ์บูรณะ, ชลัยพร สิมะเสถียร, ดร.ชูพรรณ โกวานิชย์, บุษกร ณ บางช้าง และ ณัฎฐา พันธุ์ทรัพย์

วรรณภัทร รัตนนรเศรษฐ , อภิญญา รัตนไตรภพ, ศจ.ดร.แพง ชินพงศ์ , ดร.อายุศรี สมิติษเฐียร และ ปิยะธิดา ทรงวิช

ศจ.ดร.แพง ชินพงศ์ กับ ธัญรัศม์ พิมลสิงห์ และ ภัทราพร เตชะสุวรรณา

ชลิตา ปัญญางาม และ ธัญรัศม์ พิมลสิงห์ ร่วมอวยพร

รู้ไหม? แค่สูบบุหรี่ เท่ากับเสี่ยงโรคซึมเศร้า

รู้ไหม? แค่สูบบุหรี่ เท่ากับเสี่ยงโรคซึมเศร้า

รู้ไหม? แค่สูบบุหรี่ เท่ากับเสี่ยงโรคซึมเศร้า

วันพุธ ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

หลายคนอาจเข้าใจผิดว่าการสูบบุหรี่ช่วยลดความเครียดและทำให้รู้สึกผ่อนคลาย แต่ในความเป็นจริงแล้ว นิโคตินในบุหรี่กลับส่งผลกระทบต่อสมองและร่างกายในทางลบ นอกจากนี้ ในทางจิตเวช อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคซึมเศร้าได้

นายแพทย์ณชารินทร์ พิภพทรรศนีย์ จิตแพทย์ โรงพยาบาล BMHH – Bangkok Mental Health Hospital กล่าวว่า การสูบบุหรี่เป็นพฤติกรรมที่มีความเสี่ยงสูงต่อสุขภาพกาย ไม่ว่าจะเป็นโรคปอด โรคหัวใจ หรือโรคมะเร็ง นอกจากนี้ยังรวมถึงสุขภาพจิตอีกด้วย ซึ่งงานวิจัยจำนวนมากชี้ให้เห็นว่าการสูบบุหรี่สามารถเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคซึมเศร้าและภาวะทางจิตอื่น ๆ ได้เช่นกัน

จากการศึกษาหนึ่งพบว่า คนที่สูบบุหรี่มีโอกาสเกิดภาวะซึมเศร้าสูงขึ้นถึง 2-3 เท่าเมื่อเทียบกับคนที่ไม่สูบ และมีอัตราการฆ่าตัวตายสูงกว่าผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ 2.5-4.3 เท่า โดยอัตราการฆ่าตัวตายจะสูงขึ้นตามจำนวนมวนบุหรี่ที่สูบต่อวัน ความสัมพันธ์นี้อาจเกิดจากหลายปัจจัย รวมถึงผลกระทบทางเคมีในสมองที่เกิดจากนิโคติน เนื่องจากนิโคตินในบุหรี่จะส่งผลกระทบต่อสมองโดยตรง ทำให้เกิดการกระตุ้นระบบการให้รางวัลสมอง ผู้สูบบุหรี่จึงรู้สึกผ่อนคลายหรือมีความสุขในช่วงสั้น ๆ แต่เมื่อระดับนิโคตินลดลง ผู้สูบจะรู้สึกเครียด วิตกกังวล หรือหดหู่ ทำให้ต้องการสูบบุหรี่มากขึ้นเพื่อบรรเทาอาการเหล่านี้ โดยวงจรนี้สามารถนำไปสู่การเกิดโรคซึมเศร้าในระยะยาว

อาการของภาวะซึมเศร้าที่เกิดจากการสูบบุหรี่ มีดังนี้  รู้สึกเศร้า หมองหม่น เบื่อหน่าย ขาดความสนใจในกิจกรรมที่เคยชอบ นอนไม่หลับ หรือหลับมากเกินไป เบื่ออาหาร หรือทานมากผิดปกติ เหนื่อยล้า อ่อนเพลีย รู้สึกผิด หรือไร้ค่า มีความคิดอยากทำร้ายตัวเอง หรือฆ่าตัวตาย

การเลิกสูบบุหรี่เป็นขั้นตอนที่สำคัญในการฟื้นฟูสุขภาพ ไม่เพียงแต่จะลดความเสี่ยงต่อโรคร้ายแรง เช่น มะเร็งและโรคหัวใจ แต่ยังมีผลดีต่อสุขภาพจิตในระยะยาวด้วย อย่างไรก็ตาม หลายคนอาจพบกับความยากลำบากในการพยายามเลิกสูบบุหรี่ และอาจประสบกับความเครียด วิตกกังวล ในช่วงที่ไม่ได้สูบ ซึ่งวิธีหนึ่งในการช่วยให้สามารถเลิกสูบบุหรี่ได้ง่ายขึ้น ก็คือใช้ยา ซึ่งสามารถช่วยลดความอยากบุหรี่ รวมถึงลดความเครียด และวิตกกังวล ที่อาจเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เลิกสูบบุหรี่ได้ นอกเหนือจากการใช้ยา การบำบัดทางจิตวิทยา ก็เป็นอีกส่วนที่สำคัญ ที่จะช่วยให้ผู้ที่ต้องการจะเลิกสูบบุหรี่สามารถจัดการกับอารมณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างกระบวนการเลิกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การเลิกสูบบุหรี่เป็นสิ่งสำคัญที่สามารถช่วยให้สุขภาพกาย สุขภาพจิต ดีขึ้น และลดความเสี่ยงต่อโรคซึมเศร้าได้อย่างมีนัยสำคัญ การขอความช่วยเหลือจากจิตแพทย์ นักจิตวิทยา และการสนับสนุนจากคนรอบข้างเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ผู้สูบบุหรี่สามารถก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากและกลับมามีสุขภาพที่ดีขึ้น

‘ซาโนฟี่’ รวมพลังจิตอาสาสร้างภูมิความรู้เด็กและเยาวชนไทยรู้ทันเบาหวาน

‘ซาโนฟี่’ รวมพลังจิตอาสาสร้างภูมิความรู้เด็กและเยาวชนไทยรู้ทันเบาหวาน

‘ซาโนฟี่’ รวมพลังจิตอาสาสร้างภูมิความรู้เด็กและเยาวชนไทยรู้ทันเบาหวาน

วันพุธ ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

โรคเบาหวาน กำลังเป็นความท้าทายด้านสาธารณสุขระดับโลกและในประเทศไทย โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชน ซึ่งมีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างน่าเป็นห่วง ทั้งจากเบาหวานชนิดที่ 1 ซึ่งเกิดจากภาวะภูมิคุ้มกันทำลายเซลล์ตับอ่อน ต้องการการรักษาหลักด้วยการฉีดยาอินซูลิน และเบาหวานชนิดที่ 2 ที่เกี่ยวข้องกับภาวะอ้วนและพฤติกรรมการดำเนินชีวิตที่ไม่เหมาะสม เช่น การบริโภคอาหารหวาน มัน เค็ม และการขาดการออกกำลังกาย จากข้อมูลสมาพันธ์เบาหวานนานาชาติ (IDF) พบว่าในปีพ.ศ. 2565 เด็กและวัยรุ่นอายุต่ำกว่า 20 ปี กว่า 1.52 ล้านคนทั่วโลก และคาดการณ์ว่าจะเพิ่มสูงขึ้นเป็น 2 ล้านคนภายในปี 2588 ด้วยเหตุนี้ การสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องและปลูกฝังพฤติกรรมสุขภาพที่ดีตั้งแต่เยาว์วัยในโรงเรียนและชุมชน จึงเป็นหัวใจสำคัญในการป้องกันและควบคุมโรคนี้เพื่อสร้างอนาคตที่แข็งแรงให้กับเยาวชนไทยอย่างยั่งยืน

วันชัย นนทกิจไพศาล

ด้วยเล็งเห็นถึงความสำคัญดังกล่าว ซาโนฟี่ ประเทศไทย จึงเดินหน้าสานต่อพันธกิจเพื่อสังคมผ่านโครงการ “โรงเรียนสุขสันต์ รู้ทันเบาหวาน” (Kids & Diabetes in Schools: KiDS) เป็นปีที่ 2 โดยล่าสุดได้นำร่องจัดกิจกรรมเวิร์กช้อปให้ความรู้และสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับโรคเบาหวานแก่เด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3 ณ โรงเรียนวัดตะพงนอก จังหวัดระยอง  โดยมี คณะผู้บริหารโรงเรียนวัดตะพงนอก พร้อมด้วยคณะครูและนักเรียน ต้อนรับคณะจิตอาสาซาโนฟี่กว่า 80 คน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และผู้ร่วมงานอย่างอบอุ่น

งานนี้ได้รับเกียรติจาก นายวันชัย นนทกิจไพศาล รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดระยอง กล่าวเปิดงาน เน้นย้ำว่ากระทรวงสาธารณสุขให้ความสำคัญกับโรคเรื้อรัง โดยเฉพาะโรคเบาหวาน ผ่านการเผยแพร่ความรู้ด้านการนับคาร์บแก่อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ทั้งนี้ ทางกระทรวงฯ ได้มอบทัพพีนับคาร์บมาเป็นของขวัญแก่นักเรียนและคณะครูของโรงเรียนวัดตะพงนอก สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดระยอง (สสจ.ระยอง) ยินดีที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ในครั้งนี้ และได้ส่งทีมงานเข้าร่วมถ่ายทอดความรู้และนำทีมจัดกิจกรรมร่วมกับพนักงานจิตอาสาซาโนฟี่ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพและความรู้ด้านสุขภาพที่ถูกต้องให้แก่เยาวชนไทย สร้างภูมิคุ้มกันความรู้ด้านสุขภาพให้แก่ผู้นำเยาวชน

ศ.พญ.ธนินี สหกิจรุ่งเรือง

กิจกรรมทั้งหมดแบ่งออกเป็น 4 ฐาน เน้นการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการ ที่สนุกสนานและเข้าถึงง่าย อาทิ ฐานที่ 1: บิงโกนับคาร์บ (Carb it Bingo) – พนักงานจิตอาสาซาโนฟี่สอนการนับและคำนวณปริมาณคาร์โบไฮเดรตที่เหมาะสมในอาหารแต่ละชนิดผ่านเกมบิงโก และแพลตฟอร์ม http://www.nubcarb.com เพื่อให้เด็กๆ เข้าใจถึงความสำคัญของการควบคุมปริมาณคาร์บในแต่ละวัน ฐานที่ 2: นักสืบฉลากโภชนาการ (Nutrition Label Detectives) – พนักงานจิตอาสาซาโนฟี่ฝึกทักษะการอ่านฉลากโภชนาการบนผลิตภัณฑ์ต่างๆ อย่างละเอียด เพื่อให้เด็กๆ รู้เท่าทันและสามารถตัดสินใจเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยคำนึงถึงปริมาณแคลอรี่ที่เหมาะสมที่ควรได้รับและควรเผาผลาญในแต่ละวัน ฐานที่ 3: ปันปั่น (Bike & Blend) – พนักงานจิตอาสาซาโนฟี่นำกิจกรรมปั่นจักรยานสุดมันส์เพื่อปั่นน้ำผลไม้สด ช่วยส่งเสริมการออกกำลังกายที่สนุกสนานและปลูกฝังนิสัยรักสุขภาพ ฐานที่ 4: เร่งสูงไว…ไปดื่มนม (Power up with Milk) – จัดโดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดระยอง มุ่งรณรงค์การดื่มนมเพื่อเสริมสร้างกระดูกและฟัน พร้อมสอนการอ่านกราฟการเจริญเติบโตของตนเอง เพื่อให้เด็กๆ เข้าใจพัฒนาการทางร่างกาย

มร. ชาร์ลส์ โทลิเอ่ต์ 

มร. ชาร์ลส์ โทลิเอ่ต์ ผู้อำนวยการ กลุ่มธุรกิจยา ซาโนฟี่ ประเทศไทย (หรือ Sanofi Thailand) กล่าวว่า “การรักษาสุขภาพที่ดีนั้น ไม่ใช่เพียงความรับผิดชอบของครู แพทย์ หรือผู้ปกครองเท่านั้น แต่เป็นหน้าที่ร่วมกันที่เราทุกคนมีบทบาทสำคัญในการดูแลสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของตนเอง และเชื่อมั่นว่าการลงทุนในความรู้ด้านสุขภาพของเด็กๆ คือการลงทุนในอนาคตที่แข็งแรงของชาติ โดยโครงการ “โรงเรียนสุขสันต์ รู้ทันเบาหวาน” มีเป้าหมายที่จะสร้างความเข้าใจและทักษะที่จำเป็นในการดูแลตนเองให้กับเยาวชนและในชุมชน เพื่อให้พวกเขาเติบโตขึ้นอย่างมีคุณภาพและห่างไกลจากความเสี่ยงของโรคเบาหวานและโรคเรื้อรังอื่นๆ การให้ความรู้ที่ถูกต้องตั้งแต่เด็กจะช่วยสร้างพฤติกรรมสุขภาพที่ดีติดตัวไปตลอดชีวิต ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการลดภาระด้านสาธารณสุขในระยะยาว”

ด้าน ศ.พญ.ธนินี สหกิจรุ่งเรือง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขาต่อมไร้ท่อ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และกรรมการสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย ได้ย้ำถึงความสำคัญของการให้ความรู้เรื่องเบาหวานในเด็กจากสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงว่า “ในช่วง 10-20 ปีที่ผ่านมา เยาวชนไทยมีแนวโน้มเป็นเบาหวานเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันเด็กไทย ในสัดส่วน 1 ใน 6 มีภาวะน้ำหนักเกิน ทำให้ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นเบาหวาน โดยเฉพาะเบาหวานชนิดที่ 2 ซึ่งมักเกี่ยวข้องกับปัจจัยเสี่ยงด้านพันธุกรรมและพฤติกรรมการดำเนินชีวิตที่ไม่ถูกต้อง การให้ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับโภชนาการที่สมดุล การวิ่งเล่นกับเพื่อนๆ ออกกำลังกายที่เพียงพอ และการนอนหลับพักผ่อนที่เหมาะสมตั้งแต่เด็ก จะช่วยลดความเสี่ยงและเสริมสร้างสุขภาวะที่ดีให้กับพวกเขาได้ สร้างอนาคตที่ปราศจากโรคเบาหวานได้ดียิ่งขึ้น”

ตัวแทนนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จากโรงเรียนวัดตะพงนอก กล่าวถึงความรู้สึกหลังเข้าร่วมกิจกรรมว่า “หนูสนุกกับทุกฐานเลยค่ะ โดยเฉพาะฐานนับคาร์บ ทำให้หนูรู้ว่าอาหารที่เรากินในแต่ละวันมีคาร์บเท่าไร และควรจะกินแค่ไหนถึงจะพอดี ไม่มากเกินไป หนูจะเอาความรู้ที่ได้ไปบอกคุณพ่อคุณแม่และเพื่อนๆ ค่ะ” เช่นเดียวกับคุณครูประจำชั้นที่กล่าวเสริมว่า “กิจกรรมนี้เป็นประโยชน์มากค่ะ เด็กๆ ได้เรียนรู้เรื่องเบาหวานในแบบที่เข้าใจง่ายและสนุกสนาน ทำให้พวกเขาไม่กลัวที่จะเรียนรู้เรื่องสุขภาพที่ซับซ้อน ได้ความรู้ที่ถูกต้องและสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมากในการปลูกฝังสุขนิสัยที่ดีให้กับเยาวชน”

มร. ชาร์ลส์ โทลิเอ่ต์  กล่าวปิดท้ายด้วยการขอบคุณกระทรวงสาธารณสุข สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดระยอง โรงเรียนวัดตะพงนอก และที่สำคัญคือพนักงานจิตอาสาซาโนฟี่ทุกคน ที่ร่วมกันมอบความรู้และแรงบันดาลใจให้กับน้องๆ ในวันนี้เต็มไปด้วยความสนุกสนานและได้รับความรู้ไปพร้อมๆ กัน โครงการ “โรงเรียนสุขสันต์ รู้ทันเบาหวาน” มุ่งส่งเสริมสุขภาพแบบองค์รวม ใน 3 ปัจจัยหลัก คือ โภชนาการที่สมดุล การออกกำลังกาย และการนอนหลับเพื่อวิถีชีวิตที่มีสุขภาพดีขึ้น ทั้งนี้ เพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับโรคเบาหวาน ซึ่งสัมพันธ์กับโรคเรื้อรังอื่นๆ โดยได้ขยายโครงการไปยังระดับโรงเรียน ชุมชนท้องถิ่น ทั้งในประเทศไทยและสังคมทั่วโลก โดยการปลูกฝังทัศนคติเชิงป้องกันตั้งแต่เยาว์วัยเพื่อลดความเสี่ยงด้านสุขภาพในระยะยาว ซึ่งต้องอาศัยการมีส่วนร่วมและการแบ่งปันความรู้เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน

สามารถติดตามแหล่งรวบรวมความรู้เกี่ยวกับโรคเบาหวานและวิธีการดูแลตัวเองเกี่ยวกับเบาหวานและความคืบหน้าของโครงการฯ ได้ที่ www.t2dminsulin.com/Kids/

‘ลูกพีช อชิรญา’ และ ‘ป๊อป ปิโยรส คว้ามงกุฎ ‘Miss & Mrs. Tourism Thailand 2025’

‘ลูกพีช อชิรญา’ และ ‘ป๊อป ปิโยรส  คว้ามงกุฎ ‘Miss & Mrs. Tourism Thailand 2025’

‘ลูกพีช อชิรญา’ และ ‘ป๊อป ปิโยรส คว้ามงกุฎ ‘Miss & Mrs. Tourism Thailand 2025’

วันพุธ ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ค่ำคืนแห่งความงดงาม แข็งแกร่ง และทรงพลังอย่างผู้หญิงยุคใหม่ ได้เปิดฉากต้อนรับและแสดงความยินดีกับสาวงาม 2 เจนเนอเรชั่น  ลูกพีช อชิรญา หนองใหญ่  เจ้าของตำแหน่ง Mrs. Tourism Thailand 2025  ขณะที่  ป๊อป ปิโยรส ชูชัยแสงรัตน์ คว้าตำแหน่ง Mrs. Tourism Thailand 2025 เตรียมพร้อมเป็นตัวแทนประเทศไทย ไปประกวด Miss & Mrs. Tourism World 2025 ที่ประเทศ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ดูไบ) เปิดใจร่วมปฏิบัติภารกิจทูตวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวไทย เพื่อขับเคลื่อนภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไปกับองค์กร Miss & Mrs. Tourism ตลอด 1 ปี

บรรยากาศการประกวด Miss & Mrs. Tourism Thailand 2025 (มิส แอนด์ มิสซิส ทัวริซึม ไทยแลนด์ 2025)  เวทีการประกวดความงามของผู้หญิงไทย ที่ไม่ได้จำกัดแค่เพียงสถานะ “โสด” หรือ “สมรส” หรือความสวยแค่เพียงกายภายนอก แต่เปิดโอกาสให้ผู้หญิงทุกคนที่มีความฝัน ได้ร่วมขับเคลื่อนการท่องเที่ยวและผลักดัน Thai Soft Power ภายใต้บริบทและคอนเซปต์ของเวทีแห่งปี 2025 “Beauty With a purpose, Inspiring Global Tourism” ความงามที่มีเป้าหมาย ขับเคลื่อนเสน่ห์ท้องถิ่นไทย สู่การท่องเที่ยวระดับสากล คืนนี้จึงได้เห็น “ตัวแม่-ตัวลูก” 2 Generation ประชันความสวย เก่ง ด้วยสมองแบบเมืองอัจฉริยะ ที่ครบเครื่องและทันสมัยที่สุดนั่นเอง

“หมอกี้” ดร.อังคนางค์ ชากีร่า บำรุงสรณ์ ผู้บริหาร บริษัท รีเจน สมาร์ท ซิตี้ จำกัด และ CEO : SHAKIRA SKINCARE (ชากีร่า สกินแคร์)  ผู้ถือลิขสิทธิ์ (ND) เวทีการประกวด Miss & Mrs Tourism Thailand 2025  ทุ่มงบจัดการประกวดรอบตัดสินอย่างยิ่งใหญ่ ณ ห้อง CDC BALLROOM คริสตัล ดีไซน์ เซ็นเตอร์ เลียบทางด่วน เอกมัย-รามอินทรา โดยได้รับเกียรติจากเซเลบริตี้คนดัง  สุริยน ศรีอรทัยกุล ผู้บริหาร Beauty Gems และ ดร. สุมาลี ศรีสุภรวาณิชย์ ประธานการตัดสิน ร่วมด้วยกรรมการกิตติมศักดิ์ ม.ล.ปุญยนุช เกษมสันต์ ดุลยจินดา ,สุมิตรา กิจกำจาย , สุดจิตร์ สุดจิตต์ แห่ง Finale Wedding Studio, อสิตา วิมลไชยจิต ,มาร์ค ธาวิน พี  เซียวตง ,ชยานิษย์ พฤฒพีระวิทย์ , ดร.ภูวษา วราสิทธิกร ,สุภาวดี ทัพมาลัย ,ภาพิมณ คงเฟื่องฟุ้ง ,เบญจมาศ​ งาม​มี​ศรี , อ.มีนา มัญชุมาศ บุญชู โกคิง CEO บริษัท ทาเลนท์ดีเทคทีฟ ฯลฯ และอีกมากมาย ถ่ายทอดสดผ่านทาง Facebook : MTT Tourism Thailand

ในรอบตัดสินสาวงามผู้เข้าประกวดทั้ง 16 คนต่างประชันกันเต็มที่ทั้งความสวย ความรู้ทัศนคติ  แต่ดาวเด่นของคําคืนนั้นมีเพียง 2 ดวง  และผู้ที่คว้ามงกุฎ Miss Tourism Thailand 2025 ได้แก่ ลูกพีช อชิรญา หนองใหญ่ เป็นตัวแทนประเทศไทยในการประกวด Miss Tourism World 2025 ที่ประเทศ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ตำแหน่งรองอันดับ 1 ตกเป็นของ เกดการะเกด อนันตกุลชาดา

ส่วน Mrs Tourism Thailand 2025 ได้แก่ ป๊อป ปิโยรส ชูชัยแสงรัตน์ ตัวแทนประเทศไปประกวด Mrs Tourism World 2025 ที่ประเทศ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ รองอันดับ 1  ได้แก่ แคท แคทลียา ชูลเซ รองอันดับ 2  ได้แก่ กุ๊บกิ๊บ สุรจนา ศิริภาทธิ์   ตำแหน่ง Classic Mrs Tourism Thailand 2025 ได้แก่ ยะ ธัชญา จวงสันทัด และ ตำแหน่ง Elite Mrs Tourism Thailand 2025 ได้แก่ ไปรญา  ไปรยา ธนะศรีสีบวงศ์

นอกจากนี้ ยังมีรางวัลพิเศษ Best Evening Gown ได้แก่ รางวัล Miss Photogenic  เหมย พิมนภัทร์ เจริญธนันรุจน์,  รางวัล MISS CONGENIALITY (นางงามมิตรภาพ)  เกด การะเกด อนันตกุลชาดา,  รางวัล SHAKIRA QUEEN ไปรญา  ไปรยา. ธนะศรีสีบวงศ์, รางวัล Social Media Queen และรางวัล Ambassador Miss & Mrs Tourism Thailand คิตตี้ ดร.เมปภาวี วรรณ โกมล โคเลนเบอร์ก  และ  เตย เฌอภัทร เจนจบ

รางวัล MISS CONGENIALITY (นางงามมิตรภาพ) ได้แก่ MTT03 “พราว ปัณณรัตน์ วงศ์ภีรักษ์” รางวัล SHAKIRA QUEEN ได้แก่ MTT20 “ไปรญา  ไปรยา. ธนะศรีสีบวงศ์” รางวัล Social Media Queen ได้แก่ MTT15 “กุ๊บกิ๊บ สุรจนา ศิริภาฤทธิ์” รางวัล Ambassador Miss & Mrs Tourism Thailand ได้แก่ MTT 16 คิตตี้ ดร.เมปภาวี วรรณ โกมล โคเลนเบอร์ก  และ MTT15 เตย เฌอภัทร เจนจบ

ทั้งนี้ ทุกตำแหน่งจะได้ปฏิบัติภารกิ ทูตการท่องเที่ยว และ วัฒนธรรมไทย ร่วมกับองค์กร โดย “หมอกี้” ดร.อังคนางค์ ชากีร่า บำรุงสรณ์ พร้อมผลักดันการท่องเที่ยวไทยให้เป็น “Sustainable Tourism” หรือการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน ในระดับโลก ผ่านแคมเปญส่งเสริมการท่องเที่ยว และสืบสานโครงการผ้าอัตลักษณ์ อย่างยั่งยืนอีกมากมาย สามารถติดตามกิจกรรมต่างๆของ Miss & Mrs. Tourism Thailand 2025 ได้ทาง Facebook : MTT Tourism Thailand

ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย เผยความสำเร็จคนไทย ‘เปลี่ยนชีวิต’ ด้วยทักษะ ‘AI’

ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย เผยความสำเร็จคนไทย ‘เปลี่ยนชีวิต’ ด้วยทักษะ ‘AI’

ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย เผยความสำเร็จคนไทย ‘เปลี่ยนชีวิต’ ด้วยทักษะ ‘AI’

วันพุธ ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ในยุคที่เทคโนโลยีและนวัตกรรม กำลังเปลี่ยนแปลงโลกอย่างรวดเร็ว ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้เข้ามามีบทบาทในฐานะเครื่องมือที่ช่วยเสริมพลังให้มนุษย์สามารถสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ได้อย่างไร้ขีดจำกัด หากเราสามารถนำ AI มาใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ย่อมเปิดประตูสู่โอกาสใหม่ๆ ให้กับชีวิต

ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย มุ่งมั่นเสริมสร้างทักษะ AI ให้กับคนไทยผ่านโครงการ “THAI Academy: ขับเคลื่อนอนาคต AI ประเทศไทย”  แบ่งปันเรื่องราวความสำเร็จของคนไทยที่ใช้ AI เป็นขุมพลังอันชาญฉลาดขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในมิติต่างๆ ได้อย่างที่ใครหลายคนอาจไม่เคยทราบมาก่อน

เปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาสด้วย AI

วิวัฒน์ สาทรสวัสดิ์ หรือ เบนซ์ ช่างภาพฟรีแลนซ์ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากวิกฤตโควิด-19 เมื่อปี 2562 เป็นหนึ่งในหลายๆ คนที่ตัดสินใจมองหาโอกาสใหม่ผ่านการเรียนรู้ทักษะด้านไอที “ผมเริ่มต้นเรียนรู้จาก Microsoft Learn ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์ฟรีของไมโครซอฟท์ ผมตั้งใจเรียนทุกบทเรียนเหมือนกับว่าอนาคตของผมขึ้นอยู่กับมัน AI ไม่ใช่เครื่องมือที่จะมาแทนแรงงานมนุษย์ แต่เป็นคู่หูที่ช่วยเราทำงานได้เร็วขึ้น เติบโตได้ชัดเจนขึ้น และเปลี่ยนแปลงชีวิตได้อย่างแท้จริง”

จากการศึกษาด้วยตนเองและความมุ่งมั่นไม่หยุดพัฒนา ภายในเวลาเพียง 5 ปี เบนซ์ กลายมาเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านไอที มีรายได้เพิ่มขึ้นถึง 5 เท่า และยังมีโครงการสร้าง Startup ในอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงอีกด้วย

วิวัฒน์ สาทรสวัสดิ์

ผสานวัฒนธรรมดั้งเดิมกับเทคโนโลยีล้ำสมัย

ที่ชุมชนบ้านตำนานดิน อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี  ธนกฤต วงษ์ศา ผู้นำชุมชนไทยทรงดำ (หรือลาวซ่ง) และ ขวัญ บุตรสาว ได้นำ AI มาช่วยอนุรักษ์และส่งเสริมวัฒนธรรมอันเก่าแก่กว่า 200 ปีของชุมชน ไม่ว่าจะเป็นการแปลภาษา จัดทำเนื้อหาประชาสัมพันธ์ และหาข้อมูลในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน ทำให้สามารถติดต่อสื่อสารกับนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ธนกฤต เล่าว่า “ก่อนที่เราจะรู้จัก AI ต้องรอให้ลูกสาวกลับมาจากที่เรียนในวันหยุดเพื่อช่วยสื่อสารกับนักท่องเที่ยวต่างชาติ และหลายๆ ครั้งหากเจอนักท่องเที่ยวพูดภาษาจีน ญี่ปุ่น หรือเยอรมัน พวกเราก็ยังติดขัดอยู่ดี”

ทั้งนี้ ความสำเร็จของชุมชนบ้านตำนานดินยังสอดคล้องกับโครงการพัฒนาทักษะ AI เพื่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ภายใต้โครงการ AI Skills for Tourism  ที่ไมโครซอฟท์ร่วมมือกับสถาบันคีนันแห่งเอเซีย โดยจัดกิจกรรมนำร่องในพื้นที่ตำบลอู่ทอง อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชนในภาคการท่องเที่ยว

ธนกฤต วงษ์ศา

ปฏิวัติการเรียนรู้ด้วย AI ในห้องเรียน

ที่โรงเรียนศรีสุวิช จังหวัดชลบุรี คุณครูวรรณวิสา หอมสุวรรณ หรือ ครูวิว ได้นำ Microsoft Copilot มาปฏิวัติการสอนคณิตศาสตร์ เปลี่ยนวิชาที่หลายคนมองว่ายากให้มีชีวิตชีวาและเข้าใจง่าย ช่วยให้นักเรียนสามารถเห็นภาพแนวคิดทางคณิตศาสตร์ที่เป็นรูปธรรม ทำให้เข้าใจและเรียนรู้ได้เร็วขึ้น สามารถวิเคราะห์และแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพมากขึ้น “นักเรียนที่ทำโจทย์คณิตศาสตร์ไม่ค่อยได้ ไม่ใช่ว่าเขาไม่เก่ง แต่เป็นเพราะพวกเขาไม่สามารถจินตนาการภาพได้” ครูวิว กล่าว

วรรณวิสา หอมสุวรรณ

ด้านผู้อำนวยการโรงเรียน ดร.ประถมาภรณ์ ฟักฤกษ์ เสริมว่า “ที่โรงเรียนศรีสุวิช เราเชื่อว่าการผสานรวม AI ในการศึกษาไม่ใช่แค่เรื่องเทคโนโลยี แต่เป็นการสร้างความหวังและสร้างอนาคตที่สดใส ช่วยให้เราสามารถปรับการเรียนรู้ให้เข้ากับสถานการณ์และความเหมาะสม”

ความสำเร็จนี้สอดคล้องกับความร่วมมือระหว่างไมโครซอฟท์กับกระทรวงศึกษาธิการภายใต้โครงการ THAI Academy ที่มุ่งพัฒนาทักษะ AI แก่บุคลากรครู เพื่อถ่ายทอดความรู้ต่อไปยังนักเรียนในทุกระดับชั้นทั่วประเทศ นอกจากนี้ ยังมีการร่วมมือกับสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) และศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) บรรจุเนื้อหาจากหลักสูตรพื้นฐานด้าน AI ของไมโครซอฟท์ไว้ในหลักสูตร AI Literacy สำหรับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6

ดร.ประถมาภรณ์ ฟักฤกษ์

พลิกโฉมอุตสาหกรรมเกษตรไทยด้วย AI

สำหรับธุรกิจส่งออกมะพร้าวน้ำหอมรายใหญ่ของไทยอย่าง K-Fresh ก็ได้นำ AI มาปฏิวัติธุรกิจ ทั้งการควบคุมคุณภาพ วิเคราะห์ความสด ขนาด และปริมาณน้ำตาลของผลไม้แบบแม่นยำ รวมถึงทำนายแนวโน้มตลาดเพื่อปรับแผนการผลิตและจัดส่งล่วงหน้า นอกจากนี้ ยังใช้ AI ในการบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า วิเคราะห์พฤติกรรมผู้ซื้อ และปรับเปลี่ยนข้อเสนอให้เหมาะสม

วราภรณ์ มนัสรังษี กรรมการผู้จัดการของ K-Fresh มองว่า AI ไม่ได้เป็นเพียงเทคโนโลยี แต่เป็นเพื่อนคู่คิดคนสำคัญที่ช่วยให้เธอสามารถตัดสินใจอย่างแม่นยำ และนำไปใช้ในชีวิตส่วนตัวด้วย เช่น งานประดิษฐ์ ออกแบบภาพประกอบหนังสือนิทาน และวิเคราะห์การลงทุน “ก่อนหน้านี้ เราเผชิญกับความผันผวนของตลาด ปัญหาห่วงโซ่อุปทาน และความจำเป็นในการควบคุมคุณภาพแบบเรียลไทม์ วิธีการแบบเดิมไม่สามารถตอบสนองต่อความต้องการที่สูงขึ้นของผู้ซื้อจากต่างประเทศได้”  วราภรณ์ กล่าว

ความสำเร็จของ K-Fresh สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของโครงการ THAI Academy ที่ไมโครซอฟท์ร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ เช่น สภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย (DCT) สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เพื่อขับเคลื่อนการเพิ่มขีดความสามารถของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยกว่า 20,000 คน

วราภรณ์ มนัสรังษี

ยกระดับการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนด้วย AI

ดรุณี วิริยะเอี่ยมพิกุล เจ้าหน้าที่พัฒนาพื้นที่พิเศษ องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) สำนักงานพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเมืองโบราณอู่ทอง ได้นำ Microsoft Copilot มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในโครงการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ตั้งแต่การนำเสนอโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์โซล่าฟาร์ม ไปจนถึงการก่อสร้างศูนย์การเรียนรู้การจัดการพลังงานทดแทนที่พุทธมณฑลประจำจังหวัดสุพรรณบุรี โดยสามารถสร้างภาพเสมือนความสำเร็จตามจินตนาการก่อนที่จะเกิดขึ้นจริง ทำให้ผู้ตัดสินใจเห็นผลกระทบได้อย่างชัดเจน  “เราให้เอไอช่วยจัดการงานประจำที่จำเจ เพื่อให้เราสามารถมุ่งเน้นไปที่ความคิดสร้างสรรค์และเพลิดเพลินกับชีวิตได้อย่างแท้จริง” ดรุณี กล่าว

ดรุณี วิริยะเอี่ยมพิกุล

ด้าน ดร.ชูวิทย์ มิตรชอบ รองผู้อำนวยการ อพท. กล่าวเสริมว่า “การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนไม่ได้หมายความถึงการดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยือนสถานที่ใดสถานที่หนึ่งเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการสร้างความมั่นใจว่าชุมชนท้องถิ่นจะเจริญรุ่งเรืองไปพร้อมๆ กันด้วย ที่ อพท. เราเห็นว่า Microsoft Copilot เป็นสะพานเชื่อมระหว่างการท่องเที่ยว ผู้คน และนวัตกรรม”

ทั้งนี้  ดรุณี เป็นหนึ่งในข้าราชการ 120,000 คนที่เข้าร่วมโครงการพัฒนาทักษะ AI ของไมโครซอฟท์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ THAI Academy ที่ร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (กพร.) และสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) (สพร. / DGA) เพื่อพัฒนาทักษะด้าน AI ให้กับข้าราชการไทย

THAI Academy: ขับเคลื่อนอนาคต AI ประเทศไทย

โครงการ “THAI Academy” เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยกับไมโครซอฟท์ ประเทศไทย ที่มุ่งเปิดโอกาสให้คนไทยทุกคน ในทุกสาขาอาชีพและทุกระดับทักษะ ได้มีโอกาสเรียนรู้ทักษะสำคัญใหม่ๆ ในยุคที่สังคมโลกและเศรษฐกิจไทยต่างมีนวัตกรรม AI เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ โดยโครงการนี้มีเป้าหมายยกระดับทักษะ AI ให้คนไทยกว่า 1 ล้านคน ภายในปี 2568 โดยร่วมมือกับพันธมิตรกว่า 35 องค์กรจากทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ครอบคลุม 4 ด้านหลัก ได้แก่ การขับเคลื่อนหน่วยงานภาครัฐ การพัฒนาภาคการศึกษา การเสริมพลังผู้ประกอบการ และการสร้างโอกาสการเรียนรู้อย่างทั่วถึง

ผู้ที่สนใจเสริมทักษะด้าน AI สามารถเข้าไปเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง ผ่านแพลตฟอร์ม AI Skills Navigator ที่รวบรวมหลักสูตรและเนื้อหาด้าน AI เป็นภาษาไทยกว่า 200 หลักสูตร ตั้งแต่ระดับพื้นฐานจนถึงระดับสูง เปิดให้เรียนรู้ฟรีที่ https://aiskillsnavigator.microsoft.com/th-th