หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ชวนชมนิทรรศการ ‘ศิลปนิพนธ์ยอดเยี่ยม ปี 2568’

หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ  ชวนชมนิทรรศการ ‘ศิลปนิพนธ์ยอดเยี่ยม ปี 2568’

หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ชวนชมนิทรรศการ ‘ศิลปนิพนธ์ยอดเยี่ยม ปี 2568’

วันพุธ ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ  ชวนชมนิทรรศการ “ศิลปนิพนธ์ยอดเยี่ยม ปี 2568” ซึ่งรวบรวมผลงานศิลปะของนิสิต นักศึกษาระดับปริญญาตรีและปริญญาโทชั้นปีสุดท้ายของปีการศึกษา 2567 จากสถาบันอุดมศึกษาที่เปิดสอนด้านศิลปะ 47 แห่งทั่วประเทศ รวม 169 ชิ้น มาจัดแสดงร่วมกัน ณ หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

พระมหาจตุรงค์ จตุวโร (ร้อยกา)

ด้วยเจตนารมณ์ที่ต้องการส่งเสริม สนับสนุน และเผยแพร่ผลงานของศิลปินรุ่นใหม่สู่สาธารณชน อีกทั้งเป็นขวัญกำลังใจให้แก่นิสิต นักศึกษา ตลอดจนคณาจารย์ ในการพัฒนาศิลปะไทยให้มีคุณภาพ   หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าฯ จึงจัดนิทรรศการศิลปนิพนธ์ยอดเยี่ยมอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี สำหรับในปี 2568 นี้ ซึ่งนับเป็นปีที่ 17 มีสถาบันอุดมศึกษาตอบรับและสมัครเข้าร่วมโครงการเพิ่มขึ้นรวม 47 สถาบัน 56 คณะ โดยคณาจารย์ของแต่ละสถาบันได้คัดเลือกผลงานเข้าร่วมแสดงรวม 169 ชิ้น แบ่งเป็นผลงานของระดับปริญญาโท 12 ชิ้น และระดับปริญญาตรี 157 ชิ้น ประกอบด้วยผลงานจิตรกรรม ประติมากรรม สื่อผสม งานจัดวาง และงานมัลติมีเดีย เป็นต้น นิทรรศการนี้จึงไม่เพียงแต่ช่วยเผยแพร่ชื่อเสียงของสถาบันการศึกษา และเป็นแหล่งแลกเปลี่ยนเรียนรู้เทคนิคทางศิลปะเท่านั้น แต่ยังเป็นการแนะนำนิสิต นักศึกษา ซึ่งเป็นศิลปินรุ่นใหม่ให้เป็นที่รู้จักแก่สาธารณชนอีกด้วย

พระมหานันฐกานต์ โสภณปญฺโญ (ทับสีแก้ว)

ผู้สนใจสามารถเข้าชมนิทรรศการ ศิลปนิพนธ์ยอดเยี่ยม ปี 2568 เพื่อร่วมเสริมสร้างกำลังใจและสนับสนุนให้ศิล ปินรุ่นใหม่ ได้สร้างสรรค์ผลงานคุณภาพออกเผยแพร่แก่สาธารณชนอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 3 สิงหาคม 2568 ณ หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์  พระบรมราชินีนาถ  ถนนราชดำเนินกลาง  เปิดให้เข้าชมทุกวัน (ปิดวันพุธ) เวลา 10.00 – 19.00 น. สอบถามข้อมูลติดต่อ หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ โทร.02-281-5360-1 E-mail: info@queengallery.org, https://www.facebook.com/queengallerybkk/

ปฏิพัทธ์ หงษ์เจือ

อัคคณัฐ อ่วมเนตร

ยศกร ล่ามสมบัติ

รัฐนันท์ ลิ้มกุล

ธวัลรัตน์ เดชอรัญ

กนกวัลย์ คำอาจ

คุณแหน : 18 มิถุนายน 2568

คุณแหน : 18 มิถุนายน 2568

คุณแหน : 18 มิถุนายน 2568

วันพุธ ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 02.00 น.

..ll มนพร เจริญศรี รมช.คมนาคม มอบเงินบริจาคเนื่องในวันคล้ายวันสถาปนาครบ 74 ปี การท่าเรือแห่งประเทศไทย เพื่อร่วมสมทบทุนโครงการเงินทุนฉุกเฉินเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ สภากาชาดไทย โดยมี จันทร์ประภา วิชิตชลชัย รับมอบ

..ll มิตรสหายร่วมยินดีกับ รศ.ดร.ทรงพันธ์ เจิมประยงค์ ที่ได้เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร

..ll ผศ.ดร.ภญ.สุนีย์ จันทร์สกาว รองคณบดีคณะเภสัชฯ มช. ร่วมแสดงความยินดีเนื่องในวาระครบรอบ 30 ปี
คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มช. โดยมี ผศ.ดร.แผ่นดิน อุนจะนำ คณบดีคณะสถาปัตยฯ ต้อนรับ

..ll ยินดีกับ ไชยยง รัตนอังกูร ที่ได้เป็นประธานกรรมการในคณะกรรมการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์

..ll ทวี จุลศักดิ์ศรีสกุล กก.ผจก.บจ.คิงส์แพ็ค อินดัสเตรียล ผู้ผลิตและจำหน่ายบรรจุภัณฑ์ถุงพลาสติกชนิดอ่อนแบรนด์“ฮีโร่”ได้บริจาคเงินปรับปรุงห้อง X-ray ให้ รพ.สมเด็จพระยุพราชเชียงของ จ.เชียงราย โดยมี นพ.นพปฎล พรรณราย ผอ.รพ. รับมอบ

..ll Mr.Matthew Chen ต้อนรับชาวคณะ Digital CEO#8 กว่า 40 คน ไปศึกษาดูงานดิจิทัลเทคโนโลยีของ Ping An Group ณ สำนักงานใหญ่ เมืองเซินเจิ้น

..ll เพื่อนๆ ยินดีกับ อนันต์ ดิสระ ที่ได้เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ

..ll วสันต์ ติรางกูร ชวนเพื่อนๆ ปวิช ใจชื่น,สุวิทัศท์ สุรสิงห์โตทอง,พิมพ์ชยา บุรินทร์เจริญ,ไพฑูรย์ จิรานันตรัตน์,สุนันท์ พูลธนกิจ,ไวพจน์ หามาลา,สุนันท์ พูลธนกิจ,สิริวิชญ์ มฤคพิทักษ์ มาสังสรรค์รับหน้าฝนกัน..

..ll ข่าวดี ศิษย์เก่า รร.กรุงเทพคริสเตียน(BCC)ที่ประสงค์จะให้บุตร/หลาน สมัครเข้าเรียน ชั้น ป.1 ปีการศึกษา 2569 สมาคมศิษยเก่ากรุงเทพคริสเตียนฯ จะจัดกิจกรรมให้คำแนะนำขั้นตอนการสมัครและให้คำปรึกษาในรายละเอียดอื่นๆ สำหรับสมาชิกสมาคมศิษย์เก่าฯ 21 มิ.ย.2 รอบ(จำกัดรอบละ 50 ท่าน)09.30-11.30 น.
และ 13.00-15.00 น. ณ สมาคมศิษย์เก่ากรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ซ.สุขุมวิท 50 สอบถามที่ ID LINE : BCCAA หรือ FB : สมาคมศิษย์เก่ากรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย

..ll สมาคมนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย-ปทุมนนท์ ขอเชิญร่วมสนับสนุนการแข่งขันโบว์ลิ่งการกุศล ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี รายได้เพื่อซื้ออุปกรณ์การแพทย์มอบให้โรงพยาบาลบางใหญ่ และส่งเสริมอาชีพให้แก่ผู้ต้องขังหญิงในทัณฑสถานหญิงทั่วไป 29 มิ.ย.
10.00-15.00 น. ณ Blu-O สยามพารากอน ชั้น 5 สนับสนุนได้ที่บัญชีธนาคารกรุงเทพ 130-7-55555-5 สาขาบางนา ชื่อบัญชีสมาคมนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย-ปทุมนนท์

น้องใหม่

Life & Health : ระวัง..กลุ่มโรคที่มาพร้อมหน้าฝน

Life&Health : ระวัง..กลุ่มโรคที่มาพร้อมหน้าฝน

Life&Health : ระวัง..กลุ่มโรคที่มาพร้อมหน้าฝน

วันพุธ ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 02.00 น.

เมื่อฤดูฝนเริ่มต้นขึ้น หลายคนอาจรู้สึกเพลิดเพลินกับอากาศเย็นสบายและเสียงฝนที่โปรยปรายอย่างต่อเนื่อง แต่ในความชุ่มฉ่ำของฤดูนี้ ยังแฝงไว้ด้วยภัยเงียบที่หลายคนอาจมองข้าม นั่นคือ “โรคภัยไข้เจ็บ” ที่มักเกิดขึ้นหรือระบาดหนักในช่วงฤดูฝน ซึ่งสามารถส่งผลกระทบต่อสุขภาพของคนทุกช่วงวัย โดยเฉพาะเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ

โรคหลายชนิดสามารถแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็วในสภาพแวดล้อมที่ชื้น น้ำท่วมขัง และสุขอนามัยที่ไม่เหมาะสม ซึ่งหากขาดการป้องกันหรือไม่ตระหนักถึงความเสี่ยง อาจก่อให้เกิดการเจ็บป่วยที่รุนแรงจนถึงขั้นต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลได้

ข้อมูลจาก แพทย์หญิง วรินทิพย์ มหาพสุธานนท์ อายุรแพทย์โรคติดเชื้อ โรงพยาบาลเวชธานี อธิบายว่า เนื่องจากฤดูฝนมีความชื้นสูง น้ำท่วมขัง และอุณหภูมิแปรปรวน ซึ่งเอื้อต่อการเจริญเติบโตของเชื้อโรค การแพร่กระจายของไวรัส และการขยายพันธุ์ของยุงลาย จึงทำให้โรคเหล่านี้พบได้บ่อยขึ้นในช่วงนี้ได้แก่

โรคติดต่อทางน้ำและอาหาร เช่น ท้องเสียเฉียบพลัน อาหารเป็นพิษ หรืออหิวาตกโรค โรคเหล่านี้มักเกิดจากการบริโภคอาหารหรือเครื่องดื่มที่มีการปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัส เช่น Salmonella, E. coli หรือ Norovirus ผู้ป่วยจะมีอาการถ่ายเหลวหลายครั้ง อาเจียน ปวดท้อง และอาจมีไข้ร่วมด้วย หากไม่ได้รับการดูแลที่เหมาะสม อาจเกิดภาวะขาดน้ำซึ่งเป็นอันตรายได้ วิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือการล้างมือบ่อย ๆ โดยเฉพาะก่อนรับประทานอาหารและหลังใช้ห้องน้ำ รวมถึงหลีกเลี่ยงอาหารที่ไม่ผ่านการปรุงสุกหรือเก็บไว้นานเกินไป

แพทย์หญิง วรินทิพย์ มหาพสุธานนท์ 

โรคติดเชื้อผ่านทางแผลหรือเยื่อบุผิวหนัง เช่น โรคตาแดงและไข้ฉี่หนู โรคตาแดงสามารถเกิดขึ้นได้เมื่อมีการสัมผัสน้ำหรือสิ่งของที่ปนเปื้อนเชื้อไวรัส ส่วนไข้ฉี่หนูเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Leptospira ที่อาศัยอยู่ในน้ำที่ปนเปื้อนปัสสาวะของสัตว์ ซึ่งสามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านบาดแผลหรือเยื่อบุ เช่น ตา หรือปาก อาการของไข้ฉี่หนูคือมีไข้สูง ปวดกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะบริเวณน่อง ตาแดง และอาจมีอาการตับหรือไตอักเสบร่วมด้วย วิธีป้องกันคือหลีกเลี่ยงการเดินลุยน้ำท่วมขัง และหากหลีกเลี่ยงไม่ได้ควรสวมรองเท้าบูทกันน้ำและรีบล้างตัวหลังสัมผัสน้ำ

โรคระบบทางเดินหายใจ ซึ่งรวมถึงไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ และปอดบวม โรคเหล่านี้มักเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิและความชื้นในอากาศซึ่งส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกัน โดยเฉพาะในเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีโรคประจำตัว อาการที่พบได้แก่ คัดจมูก ไอ เจ็บคอ มีไข้ และในกรณีของปอดบวมอาจมีอาการหายใจลำบากหรือเจ็บหน้าอกร่วมด้วย การป้องกันสามารถทำได้โดยหลีกเลี่ยงสถานที่แออัด รักษาสุขอนามัยส่วนบุคคล และฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปี

โรคที่มียุงเป็นพาหะ เช่น ไข้เลือดออก ไข้สมองอักเสบเจอี และมาเลเรีย โดยเฉพาะไข้เลือดออกที่มักระบาดหนักในช่วงฤดูฝน เพราะเป็นช่วงที่ยุงลายซึ่งเป็นพาหะของโรคเจริญเติบโตได้ดีในแหล่งน้ำขัง ผู้ป่วยจะมีไข้สูงเฉียบพลัน ปวดเมื่อยตามตัว และอาจมีจุดเลือดออกตามผิวหนัง ส่วนโรคไข้สมองอักเสบเจอีพบมากในพื้นที่ชนบท โดยเชื้อไวรัสจะแพร่ผ่านยุงที่กัดสัตว์แล้วมากัดคน ทำให้เกิดอาการไข้ ซึม ชัก และอาจหมดสติ มาเลเรียแม้จะพบน้อยลงในไทย แต่ก็ยังมีความเสี่ยงในบางพื้นที่ ป้องกันได้โดยการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุง เช่น ปิดฝาภาชนะใส่น้ำ ใช้มุ้งหรือยากันยุง และหากอยู่ในพื้นที่เสี่ยงควรรับวัคซีนตามคำแนะนำ

โรคมือ เท้า ปาก ซึ่งพบได้บ่อยในเด็กเล็ก โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่โรงเรียนหรือศูนย์เด็กเล็กมักเกิดการระบาด โรคนี้เกิดจากเชื้อไวรัสกลุ่ม Enterovirus เช่น Coxsackievirus ติดต่อผ่านการสัมผัสน้ำลาย น้ำมูก หรืออุจจาระของผู้ป่วย อาการเริ่มต้นมักมีไข้ เจ็บปาก ตามด้วยผื่นหรือตุ่มน้ำที่มือ เท้า และภายในช่องปาก แม้จะเป็นโรคที่หายได้เอง แต่ในบางรายอาจมีภาวะแทรกซ้อน เช่น เยื่อหุ้มสมองอักเสบหรือกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ วิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือการล้างมือบ่อย ๆ หลีกเลี่ยงการพาเด็กไปสถานที่แออัดเมื่อมีการระบาด และรักษาความสะอาดของของเล่นและสิ่งแวดล้อม

ดังนั้นในช่วงฤดูฝน การดูแลสุขภาพเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะสภาพอากาศที่ชื้นและน้ำขังอาจกลายเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคหลายชนิด เพื่อให้ห่างไกลจากโรคที่มากับฤดูฝน ทุกคนสามารถปฏิบัติตามคำแนะนำง่าย ๆ ในชีวิตประจำวันได้ดังนี้..

เริ่มจากการรักษาสุขอนามัยส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด เช่น การล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาดอยู่เสมอ โดยเฉพาะก่อนรับประทานอาหาร หลังใช้ห้องน้ำ หรือหลังสัมผัสสิ่งของสาธารณะ รวมถึงหลีกเลี่ยงการใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น เช่น ผ้าเช็ดตัว แก้วน้ำ หรือช้อนส้อม, ควรเลือกรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่เสมอ หลีกเลี่ยงอาหารที่ค้างคืนหรือไม่ผ่านการเก็บรักษาอย่างถูกสุขลักษณะ ควรดื่มน้ำสะอาด และหลีกเลี่ยงการใช้น้ำแข็งหรือน้ำดื่มที่อาจปนเปื้อนเชื้อโรค พร้อมทั้งใช้ช้อนกลางเมื่อรับประทานอาหารร่วมกับผู้อื่น ส่วนอีกหนึ่งวิธีที่สำคัญในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย คือการพักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายเป็นประจำ และหากอยู่ในกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้สูงอายุหรือผู้มีโรคประจำตัว ควรเข้ารับวัคซีนที่จำเป็น เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่ หรือวัคซีนไข้สมองอักเสบเจอี เป็นต้น

ข้อมูลจาก ศ.นพ.สุรเดช หงส์อิง เลขาธิการ กองทุนโรคมะเร็งในเด็กในพระอุปถัมภ์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาร่วมช่วยสนับสนุนผู้ป่วยมะเร็งเด็กที่ยากไร้ทั่วประเทศในโรงพยาบาลกว่า 20 แห่ง รูปแบบในการให้ความช่วยเหลือคือ ช่วยค่าใช้จ่ายสำหรับการรักษา รวมทั้งค่ายา ค่าเดินทางมาตรวจรักษา ค่าที่พัก เวชภัณฑ์ต่างๆ โดยสามารถร่วมบริจาคได้ที่บัญชี “กองทุนโรคมะเร็งในเด็กในพระอุปถัมภ์ฯ” SCB สาขาอ่อนนุช เลขที่บัญชี 133-2-08742-3 โทร.02-7183800 ต่อ 123 ใบเสร็จนำไปลดหย่อนภาษีได้รายละเอียดที่ http://www.thaichildrencancerfund.org/

‘ปอดสะอาดคือชีวิต’ โฮปฟูล ชู BETA X+ ร่วมขับเคลื่อนวันงดสูบบุหรี่โลก

'ปอดสะอาดคือชีวิต' โฮปฟูล ชู BETA X+ ร่วมขับเคลื่อนวันงดสูบบุหรี่โลก

‘ปอดสะอาดคือชีวิต’ โฮปฟูล ชู BETA X+ ร่วมขับเคลื่อนวันงดสูบบุหรี่โลก

วันอังคาร ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 16.28 น.

เนื่องในวันงดสูบบุหรี่โลก 31 พฤษภาคมนี้ บริษัท โฮปฟูล จำกัด ผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อสุขภาพ ประกาศรณรงค์สร้างความตระหนักรู้ถึงพิษภัยของควันบุหรี่และมลพิษทางอากาศ ภายใต้แนวคิด “ปอดสะอาดคือชีวิต” พร้อมแนะนำผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร BETA X+ เพื่อการดูแลสุขภาพปอด

ควันบุหรี่ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่กระทบต่อสุขภาพคนไทย ทั้งเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งปอด โรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมอง อีกทั้งยังส่งผลกระทบต่อผู้คนรอบข้าง โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็กและผู้สูงอายุ องค์การอนามัยโลกประมาณการว่ามีผู้เสียชีวิตจากโรคที่เกี่ยวข้องกับควันบุหรี่และควันบุหรี่มือสองกว่า 8 ล้านคนทั่วโลกต่อปี สำหรับประเทศไทย พบว่ามีผู้สูบบุหรี่กว่า 10 ล้านคน และผู้ใหญ่ร้อยละ 40 ยังคงเผชิญกับควันบุหรี่มือสอง สะท้อนถึงความจำเป็นในการเสริมสร้างความตระหนักรู้เพื่อสุขภาพที่ดี

อรรคพล หยกยิ่งยง ประธานกรรมการ บริษัท โฮปฟูล จำกัด กล่าวว่า “แม้คนไทยหลายคนทราบถึงพิษภัยของควันบุหรี่ แต่การเลิกสูบยังคงเป็นความท้าทาย โฮปฟูลจึงต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการรณรงค์เพื่อสร้างสังคมปลอดควันบุหรี่ และเสนอแนวทางการดูแลสุขภาพด้วยผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่เหมาะสม”

BETA X+ เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ประกอบด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ เช่น Glucoraphanin จากผงต้นอ่อนบร็อคโคลี่, สารสกัดขิง, กระชายขาว และ Elderberry ซึ่งผ่านกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐาน เพื่อใช้เป็นทางเลือกเสริมสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องเผชิญกับมลภาวะ ฝุ่นควัน หรือผู้ที่ต้องการสนับสนุนการทำงานของระบบทางเดินหายใจ อย่างไรก็ตาม BETA X+ ไม่ใช่ยา และไม่มีสรรพคุณในการป้องกันหรือรักษาโรค แต่เป็นตัวช่วยสำหรับบำรุงร่างกาย และเสริมสุขภาพแบบองค์รวม

อรรคพล กล่าวเสริมว่า “เราต้องการให้คนไทยตระหนักถึงการป้องกันสุขภาพด้วยตนเอง ผ่านการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น การเลิกบุหรี่ หลีกเลี่ยงควันบุหรี่มือสอง การใช้หน้ากากอนามัยเมื่อเผชิญมลพิษ ออกกำลังกาย รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบหมู่ และพักผ่อนให้เพียงพอ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการดูแลสุขภาพที่ยั่งยืน”

เพื่อความสะดวกของผู้บริโภค BETA X+ มีจำหน่ายผ่านตัวแทนทั่วประเทศ และสามารถหาซื้อได้ผ่านช่องทางออนไลน์ อาทิ Facebook, Line@, TikTok, Shopee และ Lazada

คุณอรรคพลกล่าวปิดท้ายว่า “BETA X+ เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่เราพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพ เรายังคงมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่ปลอดภัย ได้มาตรฐาน และเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภค”

โฮปฟูลเชิญชวนประชาชนไทยร่วมรณรงค์วันงดสูบบุหรี่โลก ด้วยการงดสูบ ลดการสัมผัสควันพิษ และหันมาใส่ใจสุขภาพตนเองเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น

นายกสมาคมภริยาทหารเรือ ร่วมพิธีทอดผ้าป่ามหากุศล จัดซื้อเครื่องมือแพทย์ มอบให้ รพ.สมเด็จพระปิ่นเกล้า

นายกสมาคมภริยาทหารเรือ ร่วมพิธีทอดผ้าป่ามหากุศล จัดซื้อเครื่องมือแพทย์ มอบให้ รพ.สมเด็จพระปิ่นเกล้า

นายกสมาคมภริยาทหารเรือ ร่วมพิธีทอดผ้าป่ามหากุศล จัดซื้อเครื่องมือแพทย์ มอบให้ รพ.สมเด็จพระปิ่นเกล้า

วันอังคาร ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 16.18 น.

พลเรือตรีหญิง ดร.ทพญ.จีระวัฒน์ กฤษณพันธ์ ว่องวิทย์ นายกสมาคมภริยาทหารเรือ ดร. นภัสรพี เทพคุ้มกัน และตัวแทนนักศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรชั้นสูงการสร้างเสริมสังคมสันติสุขรุ่นที่ 13 ร่วมพิธีทอดผ้าป่ามหากุศลเพื่อจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ มอบให้โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2568

‘OMODA & JAECOO’ เฉลิมฉลองไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย ขับเคลื่อนขบวนพาเหรด Bangkok Pride Festival 2025

‘OMODA & JAECOO’ เฉลิมฉลองไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย ขับเคลื่อนขบวนพาเหรด Bangkok Pride Festival 2025

‘OMODA & JAECOO’ เฉลิมฉลองไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย ขับเคลื่อนขบวนพาเหรด Bangkok Pride Festival 2025

วันอังคาร ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 16.12 น.

OMODA & JAECOO (โอโมด้า แอนด์ ​เจคู่) แบรนด์รถที่พร้อมสนับสนุนทุกความหลากหลาย และความเข้าใจในไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ มุ่งมั่นที่จะเป็นแบรนด์ตัวแทนของความหลากหลายและการยอมรับในทุกอัตลักษณ์ ร่วมเฉลิมฉลองเดือนแห่งความภาคภูมิใจอย่างยิ่งใหญ่ในงาน Bangkok Pride Festival 2025 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 มิถุนายน 2568 บนถนนพระราม 1 ตั้งแต่สนามกีฬาแห่งชาติถึงแยกราชประสงค์ ใจกลางกรุงเทพมหานคร โดยมีสองตัวแทนคนรุ่นใหม่อย่าง โยชิ รินรดา และ กัน อรรถพันธ์ ร่วมสร้างสีสันและส่งต่อพลังแห่งความภาคภูมิใจไปพร้อมกับแบรนด์อย่างสง่างาม

ภายในงานปีนี้ เต็มอิ่มด้วย 5 ขบวนหลัก 5 สี 5 คอนเซปต์ และขบวนย่อยอีกกว่า 90 ขบวน ภายใต้ธีม “Born This Way” พร้อมปรากฏการณ์ “ธงสีรุ้ง” ยาวที่สุดในประเทศไทย รวมระยะทางกว่า 3 กิโลเมตร และ “ธงอัตลักษณ์” ความยาวกว่า 200 เมตร ที่จะปูทอดยาวตลอดแนวถนนพระราม 1 กลายเป็นปรากฏการณ์ทางสังคมครั้งประวัติศาสตร์ของไทยและของโลก ในการเฉลิมฉลองอัตลักษณ์และความหลากหลายในพื้นที่สาธารณะอย่างภาคภูมิ

OMODA & JAECOO เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของขบวน Pride ด้วยแนวคิด “Show Proud: โชว์ตัวตนให้โลกต้องเหลียวมอง!” ผ่านขบวนรถไฟฟ้า 4 คันที่ตกแต่ง Wrap พิเศษในธีม Born This Way เป็นรถนำขบวน ซึ่งเคลื่อนตัวอย่างสง่างามในขบวนพาเหรด พร้อมบูธกิจกรรม ณ  CentralWorld ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนมาร่วมถ่ายรูป แชร์พลัง และแสดงตัวตนอย่างภาคภูมิใจ ท่ามกลางบรรยากาศอันคึกคักที่มีทั้ง นายกฯ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครร่วมเฉลิมฉลองและเดินเคียงข้างขบวนพาเหรดอย่างเป็นทางการ เพื่อแสดงพลังสนับสนุนความหลากหลายทางเพศอย่างต่อเนื่อง 

OMODA & JAECOO เข้าร่วมขบวน Pride ด้วยคอนเซปต์ “Show Proud”: ผ่านขบวนรถ 4 คัน ได้แก่ Born to Be Loved – Born to Be Part of One” ถ่ายทอดพลังแห่งความรักที่เชื่อมโยงทุกผู้คนเข้าไว้ด้วยกันอย่างไร้ขอบเขต ,Born to Create & Inspire” สื่อถึงพลังแห่งการสร้าง สรรค์ และแรงบันดาลใจที่ขับเคลื่อนสังคม ,Born to Heal Generation” สะท้อนความหวังของเยาวชนรุ่นใหม่ที่มุ่งสู่สุขภาวะและความยั่งยืน และ “Culture in Motion” ผสานวัฒนธรรมไทยเข้ากับความทันสมัยอย่างกลมกลืน

รถไฟฟ้าทั้ง 4 คันเคลื่อนตัวอย่างสง่างามในขบวนพาเหรด พร้อมสะท้อนจุดยืนของแบรนด์ที่เคารพในอัตลักษณ์และความหลากหลายอย่างแท้ จริง 

สุชาดา ชูสงค์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและภาพลักษณ์องค์กร บริษัท โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “OMODA & JAECOO เชื่อมั่นว่า ‘ความหลากหลาย’ ของผู้คนคือหัวใจสำคัญของสังคมที่ก้าวหน้าและเปี่ยมไปด้วยพลังสร้างสรรค์ เราไม่ได้มองความหลากหลายทางเพศ ไลฟ์สไตล์ หรือความคิดเป็นเพียงความแตกต่าง 

ในฐานะแบรนด์ยานยนต์ที่ถือกำเนิดขึ้นเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภครุ่นใหม่ทั่วโลก เราภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ Bangkok Pride Festival 2025 เพราะเราเชื่อว่าทุกคนควรมีพื้นที่ในการแสดงตัวตนอย่างอิสระ ปลอดภัย และสง่างาม

การสนับสนุนงาน Pride ในครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการเข้าร่วมกิจกรรมตามกระแส แต่คือการแสดงออกอย่างชัดเจนถึงจุดยืนของแบรนด์ที่เชื่อมั่นในคุณค่าของ “ความหลากหลาย” ในทุกมิติของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเพศสภาพ ความคิด ไลฟ์สไตล์ หรือวัฒนธรรม เราจึงพร้อมใช้ทุกเวทีและทุกโอกาสในการขับเคลื่อนบทสนทนา สร้างพื้นที่ที่เปิดกว้าง และส่งต่อแรงบันดาลใจให้ทุกคนกล้าเป็นในแบบของตนเอง

โอกาสนี้ ขอเชิญชวนทุกคนมาร่วมเฉลิมฉลองเดือนแห่งความภาคภูมิใจนี้อย่างเต็มที่ กล้าที่จะเป็นในแบบที่คุณเป็น และแสดงตัวตนของคุณออกมาให้โลกได้เห็น เพราะโลกใบนี้จะสวยงามที่สุด เมื่อทุกคน ‘กล้าเป็นตัวเอง’

1 ก.ค.นี้ รพ.จุฬาลงกรณ์ เปลี่ยนเพื่อคุณ ‘คลินิกพิเศษฯ’ เปิดลงทะเบียนล่วงหน้า 1 ชม. ก่อนเวลานัดหมาย

1 ก.ค.นี้ รพ.จุฬาลงกรณ์ เปลี่ยนเพื่อคุณ 'คลินิกพิเศษฯ' เปิดลงทะเบียนล่วงหน้า 1 ชม. ก่อนเวลานัดหมาย

1 ก.ค.นี้ รพ.จุฬาลงกรณ์ เปลี่ยนเพื่อคุณ ‘คลินิกพิเศษฯ’ เปิดลงทะเบียนล่วงหน้า 1 ชม. ก่อนเวลานัดหมาย

วันอังคาร ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 16.00 น.

คลินิกพิเศษนอกเวลาราชการ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ได้ดำเนินการปรับระบบการกดตู้ลงทะเบียนและตรวจสอบสิทธิ์ เพื่อให้ประชาชนลดระยะเวลารอคอย และได้ตรวจตามช่วงเวลานัดหมาย ลดความแออัดในพื้นที่รอตรวจ

การปรับระบบในครั้งนี้ จะเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2568 เป็นต้นไป โดยประชาชนผู้ที่มีนัดหมายมารับบริการคลินิกพิเศษนอกเวลาราชการ และตรวจตามรอบเวลาต่างๆ นำบัตรประชาชนตัวจริงเพื่อมาลงทะเบียนที่ตู้ลงทะเบียนล่วงหน้าได้ภายใน 1 ชั่วโมงก่อนเวลานัดหมาย

กรณีผู้ที่มีนัดหมายพบแพทย์ในวันจันทร์ถึงวันศุกร์ เฉพาะรอบเวลาตรวจ 16.30 น. สามารถเริ่มกดตู้ลงทะเบียนได้ตั้งแต่เวลา 15.00 น. และผู้ที่มีนัดหมายพบแพทย์ในวันเสาร์และวันอาทิตย์ เฉพาะรอบเวลาตรวจ 8.30 น. สามารถเริ่มกดตู้ลงทะเบียนได้ตั้งแต่เวลา 06.30 น. ทั้งนี้รอบตรวจเวลาอื่นๆ ให้ลงทะเบียนล่วงหน้าได้ภายใน 1 ชั่วโมงก่อนเวลานัดหมาย เพื่อได้ตรวจตามช่วงเวลานัด ลดระยะเวลารอคอย

ผู้ที่มีนัดหมายคลินิกพิเศษนอกเวลาราชการ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ลงทะเบียนที่ตู้ทุกครั้งด้วยบัตรประชาชนเพื่อรับใบนำทาง ก่อนขึ้นคลินิกที่ชั้นตรวจ และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ได้อำนวยความสะดวกกับผู้มารับบริการที่มีนัดด้วยการจัดเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำอยู่ที่บริเวณตู้ลงทะเบียนตามจุดต่างๆ ภายในโรงพยาบาล

สำหรับผู้ที่มีความประสงค์ทำนัดหมายตรวจ คลินิกพิเศษนอกเวลาราชการ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ติดต่อได้ที่เบอร์ 02 256 5193 ในวันจันทร์ ถึง วันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 08.00 – 20.00 น. และ วันเสาร์ ถึง วันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 08.00 – 12.00 น.

‘วัตสัน’องค์กรแห่งความเท่าเทียม เปิดกว้างโอบรับความหลากหลายทุกเพศและวัย

'วัตสัน'องค์กรแห่งความเท่าเทียม เปิดกว้างโอบรับความหลากหลายทุกเพศและวัย

‘วัตสัน’องค์กรแห่งความเท่าเทียม เปิดกว้างโอบรับความหลากหลายทุกเพศและวัย

วันอังคาร ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 15.35 น.

วัตสัน ไม่เพียงเป็นผู้นำร้านเพื่อสุขภาพและความงามอันดับหนึ่งของไทย แต่ยังมุ่งมั่นสร้างสังคมที่ดีกว่าผ่านความหลากหลาย ความเท่าเทียม และความยั่งยืน เพราะวัตสันเชื่อว่า “สีสันของความหลากหลายคือพลังที่แข็งแกร่ง” การสนับสนุนความหลากหลาย (Diversity), ความเท่าเทียม (Equity) และการมีส่วนร่วม (Inclusion) หรือ DEI  จึงไม่ใช่เพียงเทรนด์ชั่วคราว แต่เป็น DNA สำคัญที่เราปฏิบัติมาอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับพันธกิจหลักด้าน ‘People’ ที่เชื่อมั่นและโอบรับทุกคนด้วยความใส่ใจ ผ่านวัฒนธรรมองค์กรเชิงบวกอันเป็นรากฐานของการเติบโตร่วมกัน

จิระวัฒน์ แต่งเจนกิจ People Director วัตสัน ประเทศไทย กล่าวว่า “วัตสันไม่ใช่แค่พูดถึงความเท่าเทียม แต่ลงมือทำจริง เริ่มจากการให้คุณค่ากับ ทุกเพศ ทุกวัย รวมถึงคนรุ่นใหม่ โดยที่ผ่านมามีกิจกรรมที่พัฒนาทักษะและความรู้ให้พนักงานทุกคน อาทิ  โปรแกรมสนับสนุนการเรียนรู้ และการทำงานแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในต่างประเทศ ให้กับ Beauty Artist ซึ่งพิจารณาจากความสามารถ และผลงานเป็นหลักโดยไม่สนใจเพศสภาพ เพราะเชื่อมั่นว่าทุกคนควรได้โอกาสเติบโตในแบบของตัวเอง, กิจกรรม Reverse Mentoring และ Coffee Talk with MD งานฟอรั่มที่จัดขึ้นเพื่อให้พนักงานรุ่นใหม่ในทุกตำแหน่งทุกระดับ ได้พบปะพูดคุยกับผู้บริหารสูงสุดในรูปแบบอย่างเป็นกันเองเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้พร้อมทลายกำแพงระหว่างวัยและสร้างความเข้าใจระหว่างกัน, เปิดรับเภสัชกรหลังเกษียณ เพราะเชื่อมั่นว่าประสบการณ์และภูมิปัญญาไม่มีวันหมดอายุ นอกจากนั้นวัตสันยังสนับสนุนพนักงานทุกคน สามารถใช้สิทธิลาสมรส ได้อย่างเท่าเทียม เพราะเราเชื่อว่าความรักทุกรูปแบบควรได้รับการยอมรับ และทุกคนควรมีส่วนร่วมในครอบครัวที่อบอุ่นแห่งนี้”

นวลพรรณ ชัยนาม กรรมการผู้จัดการ วัตสัน ประเทศไทย กล่าวว่า “วัตสัน ยังคงมุ่งมั่นจะสร้างสรรค์แนวทางปฏิบัติเพื่อสนับสนุนพนักงานในองค์กรให้ดียิ่งขึ้น รวมถึงการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่สนับสนุนให้ทุกคนกล้าเป็นตัวเอง กล้าแสดงความคิดเห็น มีความสุข มีความเป็นอยู่ที่ดี เพราะไม่ว่าคุณจะเป็นใคร มาจากไหน คุณคือส่วนสำคัญของของเรา”

เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นนี้ วัตสันได้จัดทำวิดีโอพิเศษที่รวบรวมเรื่องราวจริงจากประสบการณ์ของพนักงานวัตสัน ที่แสดงให้เห็นถึงความหลากหลายและการมีส่วนร่วมของพนักงานในองค์กร สามารถรับชมได้ทาง https://www.facebook.com/watch/?v=1391147851930609&rdid=laWf6D7GjqHpbIr1

‘เดอะ สตรีท รัชดา’ ฉลอง Pride Month 2025 เนรมิต ‘Rainbow Point’ ส่งเสริมความหลากหลายและเท่าเทียม

‘เดอะ สตรีท รัชดา’ ฉลอง Pride Month 2025 เนรมิต ‘Rainbow Point’ ส่งเสริมความหลากหลายและเท่าเทียม

‘เดอะ สตรีท รัชดา’ ฉลอง Pride Month 2025 เนรมิต ‘Rainbow Point’ ส่งเสริมความหลากหลายและเท่าเทียม

วันอังคาร ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 15.17 น.

ศูนย์การค้า เดอะ สตรีท รัชดา ร่วมส่งต่อพลังบวก และยืนหยัดเพื่อความหลากหลาย ต้อนรับ Pride Month 2025 ด้วยการเนรมิตพื้นที่บริเวณทางเข้าศูนย์การค้าฯ เป็น “Rainbow Point” สัญลักษณ์แห่งความภาคภูมิใจ ความรัก และการยอมรับในความหลากหลายทางเพศ  

ตลอดเดือนมิถุนายนของทุกปี ผู้คนทั่วโลกต่างร่วมเฉลิมฉลอง “Pride Month”  หรือเดือนแห่งความภาคภูมิใจของกลุ่มความหลากหลายทางเพศ (LGBTQ+)เพื่อแสดงออกถึงการยอมรับในความแตกต่าง ความเท่าเทียม และการมีตัวตนอย่างกล้าหาญในสังคม ในปีนี้ ศูนย์การค้าเดอะ สตรีท รัชดา ยังคงมุ่งมั่นที่จะเป็น “พื้นที่ปลอดภัย” สำหรับทุกเพศทุกวัย เพื่อตอกย้ำเจตนารมณ์ดังกล่าว และการร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเฉลิมฉลอง Pride Month 2025 จึงได้เนรมิตพื้นที่บริเวณทางเข้าตกแต่งในคอนเซ็ปต์ “Rainbow Point” ที่อบอวลไปด้วยสีสันของธงรุ้ง สัญ ลักษณ์ของการยอมรับในความแตกต่าง ความเท่าเทียม และการมีตัวตนอย่างกล้าหาญในสังคมปัจจุบัน ซึ่งศูนย์การค้าฯ เชื่อมั่นว่า ความหลากหลายไม่ใช่เพียงแฟชั่น แต่คือหัวใจของความเป็นมนุษย์ และภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวนั้น

“Rainbow Point” ตั้งอยู่บริเวณประตูทางเข้าชั้น 1 ของศูนย์การค้าฯ ออกแบบมาเพื่อเป็นพื้นที่ให้ทุกคนสามารถถ่ายภาพ แชร์ความรู้สึกและส่งต่อข้อความแห่งพลังใจ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่ม LGBTQ+ เอง หรือพันธมิตรผู้สนับสนุน (Ally) ทุกคนสามารถแสดงออกถึงความภาคภูมิใจในตัวตนของตนเองได้อย่างเต็มที่ โดยหวังว่าพื้นที่นี้จะเป็นอีกหนึ่งจุดเริ่มต้นสำคัญของการพูดคุยเกี่ยวกับความหลากหลายและความเท่าเทียมในสังคม และเป็นก้าวแรกของการยอมรับซึ่งกันและกัน นอกจากนี้ ยังเชิญชวนผู้มาเยือนร่วมส่งต่อพลังบวกในโลกโซเชียลมีเดีย ด้วยการติดแฮชแท็ก #Thestreetpride เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนสังคมให้เป็นพื้นที่ที่ทุกคนรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งและได้รับการยอมรับอย่างแท้จริง

พร้อมกันนี้ ศูนย์การค้าฯ ยังชวนทุกคนมาร่วมฉลอง Pride Month ตลอดเดือนมิถุนายนนี้ ด้วยการแชะ & แชร์ กับมุมถ่ายรูปสีรุ้งสุดปัง สร้างสี สันให้หน้าฟีดของคุณแล้วรับของที่ระลึก Pride Pin สุดคิวท์ 1 ชิ้นไปเลย ดูรายละเอียดและเงื่อนไขกิจกรรมกันได้ที่เฟซบุ๊ก The Street Ratchada

ศูนย์การค้า เดอะ สตรีท รัชดา ไลฟ์สไตล์มอลล์ 24 ชั่วโมง ศูนย์การค้าของคนนอนดึก ศูนย์รวมบริการและกิจกรรมใจกลางรัชดา เติมเต็มช่วงเวลาในการกิน ช้อปปิ้ง และออกกำลังกาย ตอบโจทย์การใช้ชีวิตคนเมืองแบบครบวงจร ติดตามรายละเอียดโปรโมชัน หรือกิจกรรมอื่น ๆ ของศูนย์การค้า เดอะ สตรีท รัชดา เพิ่มเติมได้ทาง http://www.thestreetratchada.com หรือเฟซบุ๊ก http://www.facebook.com/TheStreetRatchada หรือ โทร. 02-232-1999

จุฬาฯ จับมือ KEMREX ลงนามยกระดับเทคโนโลยีฐานรากเสาเข็มเหล็ก หนุนอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยก้าวสู่สากล

จุฬาฯ จับมือ KEMREX ลงนามยกระดับเทคโนโลยีฐานรากเสาเข็มเหล็ก หนุนอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยก้าวสู่สากล

จุฬาฯ จับมือ KEMREX ลงนามยกระดับเทคโนโลยีฐานรากเสาเข็มเหล็ก หนุนอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยก้าวสู่สากล

วันอังคาร ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 14.47 น.

บริษัท เข็มเหล็ก จำกัด (KEMREX) และ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) เพื่อขับเคลื่อนการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีเสาเข็มเหล็ก และส่งเสริมการใช้นวัตกรรมฐานรากในภาคอุตสาหกรรมการก่อสร้างของไทยอย่างเป็นระบบ โดยมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความยั่งยืน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และยกระดับมาตรฐานวิศวกรรมของประเทศในระยะยาว โดยจัดขึ้น ณ ห้องประชุมสวนรวมใจ อาคารวิศวกรรมศาสตร์ 3 คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.วิทยา วัณณสุโภประสิทธิ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  และ คุณประเสริฐ ธรรมมนุญกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เข็มเหล็ก จำกัด ร่วมลงนาม พร้อมด้วยคณะผู้บริหารจากทั้งสององค์กร เป็นสักขีพยานในการลงนามครั้งนี้

รองศาสตราจารย์ ดร.วิทยา วัณณสุโภประสิทธิ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึง ความร่วมมือครั้งนี้ว่า “นอกจากจะเป็นการเปิดโอกาสให้นิสิตและนักวิจัยของจุฬาฯ ได้เข้าถึงเทคโนโลยีฐานรากสมัยใหม่แล้ว ยังเป็นการเชื่อมโยงองค์ความรู้ทางวิชาการเข้ากับการใช้งานจริงในภาคสนาม สร้างโอกาสใหม่ให้วงการก่อสร้างไทยก้าวสู่ยุคของความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม”

ศาสตราจารย์ ดร.เกษม ชูจารุกุล  หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมโยธา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวเสริมว่า “เทคโนโลยีเสาเข็มเหล็กมีศักยภาพในการลดระยะเวลาก่อสร้าง เพิ่มความยืดหยุ่น และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การจับมือกับ เข็มเหล็ก ครั้งนี้จะเปิดประตูสู่งานวิจัยและนวัตกรรมที่รองรับความเปลี่ยนแปลงของเมืองยุคใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

ประเสริฐ ธรรมมนุญกุล – ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เข็มเหล็ก จำกัด เปิดเผยว่า “บริษัทฯ มีความภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นพันธมิตรกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนเทคโนโลยีเสาเข็มเหล็กจากแนวคิดสู่การใช้งานจริงในระดับประเทศ จุดเริ่มต้นของความร่วมมือจะอยู่ที่โครงการวิจัยแรงสั่นสะเทือนจากการติดตั้งฐานราก ซึ่งเป็นประเด็นตามประกาศของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติที่ยังไม่มีข้อมูลเชิงลึกในภาคสนาม” นอกจากนี้ ยังมีการวางแผนต่อยอดความร่วมมือสู่โครงการวิจัยเสาเข็มเหล็กแบบพิเศษ “KEMREX Angle Installation” (KAI) ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ตอบโจทย์งานฐานรากในพื้นที่จำกัด และได้รับความสนใจจากสถาบันการศึกษา และภาคธุรกิจอย่างกว้างขวาง

ประเสริฐ กล่าวย้ำตอนท้ายว่า “นี่คือจุดเริ่มต้นของการบูรณาการองค์ความรู้ระหว่างสถาบันการศึกษาและภาคเอกชน ที่จะนำไปสู่การยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมไทย และสร้างแรงขับเคลื่อนใหม่ให้กับวงการก่อสร้างไทยในอนาคต” 

ภายใต้กรอบความร่วมมือฉบับนี้ ทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันดำเนินการด้านการวิจัย การพัฒนามาตรฐานอุตสาหกรรม การจัดกิจกรรมวิชาการ และการถ่ายทอดองค์ความรู้ที่ตอบโจทย์ภาคธุรกิจและสังคมไทยอย่างยั่งยืน